Home Blog Page 370

“บิ๊กเกรียน” เล่าเรื่องราคาน้ำมัน!!

0

ช่วงนี้ ราคาน้ำมันบ้านเราขยับขึ้น ซึ่งก็เป็นผลมาจากราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง  และเนื่องจากราคาน้ำมันในประเทศไทย อิงกับราคาน้ำมันตลาดโลก …อ้าวทำไมเราต้องไปอ้างอิงกับเค้าล่ะ!!

 ก็เพราะว่า เราต้องซื้อหรือนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ มาใช้ในประเทศมากกว่า 80% เพราะประเทศไทยผลิตน้ำมันดิบได้เพียงวันละ 126,000 บาร์เรล หรือราว 20 ล้านลิตร   แต่เรามีความต้องการใช้มากถึง 994,000 บาร์เรล หรือ 158 ล้านลิตรต่อวัน  ตัวเลขนี่เป็นข้อมูลคร่าวๆ ที่ได้มาจากกระทรวงพลังงาน นั่นแสดงว่าเราจำเป็น ต้องนำเข้าน้ำมันดิบถึง 878,000 บาร์เรลหรือ เกือบ 140 ล้านลิตร/วัน เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศนั่นเอง!!

นั่นเป็นสาเหตุที่เราต้องอิงราคาน้ำมันในตลาดโลก ดังนั้น เมื่อราคาน้ำมันโลกปรับเพิ่มขึ้น  ราคาน้ำมันในไทยก็ต้องปรับตาม ซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาดปกติ  โดยขณะนี้ หลายประเทศทั่วโลกเริ่มฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิดเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นและใกล้ช่วงหน้าหนาว จึงทำให้มีความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันโลกจึงปรับขึ้น  หลังจากที่ก่อนหน้านี้เราใช้น้ำมันในราคาถูกมาแล้ว จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลง!!

 เมื่อมีภาระที่ต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงขึ้น ย่อมต้องมีเสียงบ่นตามมา….!!  

มีคำถามว่า การกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไทยมีที่มาอย่างไร วันนี้ “บิ๊กเกรียน” จะมาเล่าให้ฟัง  ว่าที่มาที่ไปของราคาขายน้ำมันในไทย มาจากอะไรบ้าง ???

                ง่ายๆเลย แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก  ส่วนที่ 1. คือ ต้นทุนค่าเนื้อน้ำมันที่ซื้อจากโรงกลั่น(ส่วนนี้แหละที่ต้องอิงกับราคาตลาดโลกบวกค่าการกลั่น  ที่ปัจจุบันไทยใช้ราคาอ้างอิงจากราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์)  

ส่วนที่ 2.  เป็นภาษีที่ภาครัฐจัดเก็บ ที่ไม่ว่าจะผู้ค้ารายไหน ปั๊มน้ำมันยี่ห้ออะไร เสียเหมือนกันหมด (มีทั้งภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม ในต่างจังหวัดก็จะมีภาษีเทศบาลหรือภาษีท้องถิ่นเพิ่มมาอีกนิดหน่อย ขึ้นอยู่กับแต่ละท้องถิ่นกำหนด ) และเงินสมทบเข้ากองทุนต่าง ๆ เพื่อให้ในการบริหารจัดการดูแลราคาน้ำมันและพลังงานอื่นๆ ในประเทศ ได้แก่ กองทุนน้ำมัน และกองทุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน  

ส่วนที่ 3. คือ ค่าการตลาด ที่บริษัทขายปลีกน้ำมันหรือสถานีบริการน้ำมันต่างๆ จะได้รับ(รวมต้นทุนค่าใช้จ่ายกำไรทั้งหมดอยู่ในนี้)  จากข้อมูลล่าสุด ค่าการตลาดได้รับกันอยู่ที่ลิตรละไม่ถึง 1 บาท ซึ่งถือว่าต่ำกว่าที่ช่วงที่ผ่านมามากๆ  ทำให้สถานีบริการหรือปั๊มน้ำมันต่างพากันดิ้นรนหารายได้อื่นมาเสริมภายในปั๊ม ทั้งร้านกาแฟ ร้านสะดวกซื้อ  เพราะหวังพึ่งพารายได้จากส่วนแบ่งค่าการตลาดเพียงอย่างเดียว กับต้นทุนที่ลงทุนสร้างปั๊มและจ้างพนักงานมาบริการแล้วอาจไปไม่รอด!!

สรุปว่า ราคาที่ขายปลายทางหน้าปั๊มน้ำมัน ที่ตอนนี้น้ำมันดีเซลอยู่ที่ลิตรละ เกือบๆ 29 บาท นั้น เป็นราคาที่คำนวณมาจาก ส่วนที่ 1.คือราคาเนื้อน้ำมันเฉลี่ยที่  62 %  ที่เหลือเป็นค่าภาษีและกองทุนและค่าการตลาด   

 ดังนั้นจากกรณีที่มีการแชร์คลิปสัมภาษณ์คนขับรถบรรทุกน้ำมันในพม่า ว่า ขับรถมาซื้อน้ำมันดีเซลจาก ปตท. ฝั่งไทย ได้ในราคาถูกเพียงลิตรละ 21 บาท  ซึ่งเทียบกับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท. รวมทั้งปั๊มน้ำมันยี่ห้ออื่นๆในไทย ที่ขายกันลิตรละ 29บาทแล้วถูกกว่ากันมาก!!  

            เรื่องนี้ สามารถอธิบายได้ว่า 21 บาทนั้นคือ ราคาส่งออกที่อ้างอิงตามราคาน้ำมันสำเร็จรูปสิงคโปร์ หรือราคาซื้อขายเนื้อน้ำมัน ที่ไม่ได้รวมค่าภาษี+กองทุน+ค่าการตลาด    เพราะสินค้าที่ส่งออกไปต่างประเทศ  จะไม่มีการรวมภาษีและกองทุนฯ ใดๆ ที่ภาครัฐเรียกเก็บมาใช้จ่ายภายในประเทศ  ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับการส่งออกสินค้าอื่นๆ ทั่วไป  และไม่ได้เป็นการซื้อขายที่หน้าปั๊มหรือสถานีบริการน้ำมัน แต่น่าจะเป็นการซื้อขายที่หน้าโรงกลั่นหรือคลังน้ำมัน

               ส่วนต้นทุนน้ำมันของพม่าที่ 21 บาทนี้ เมื่อนำกลับไปขายที่พม่าก็ต้องมีต้นทุนค่าขนส่ง และภาษีตามแต่นโยบายของแต่ละประเทศจะกำหนดแตกต่างกันออกไป รวมทั้งนโยบายในการสนับสนุนราคาของแต่ละประเทศ ที่จะส่งผลต่อราคาขายปลีกน้ำมันของประเทศนั้นๆ  

สรุปได้ว่า ประเทศที่ต้องนำเข้าน้ำมัน ส่วนใหญ่มีต้นทุนเนื้อน้ำมันไม่ต่างกันมากนัก เพราะราคาที่ใช้ในการซื้อ-ขาย อ้างอิงจากราคาตลาดโลก จะต่างกันที่ภาษีและนโยบายในเรื่องราคาน้ำมันของรัฐบาล!!

               สำหรับบ้านเราตอนนี้ ที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นมากๆ  จนส่งผลให้ราคาขายปลีกในประเทศต้องขยับสูงขึ้นตาม  แต่รัฐบาลไทยได้กำหนดให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลสูงสุด ไม่เกินลิตรละ 30 บาท โดยใช้เงินจากกองทุนน้ำมัน (ที่เก็บสะสมเข้ากองทุนไว้ในช่วงราคาน้ำมันต่ำ)  มาอุดหนุนราคาน้ำมัน ไม่ให้ประชาชนต้องจ่ายเกินลิตรละ30 บาท!!

            สุดท้าย อาจมีข้อสงสัยว่า ในเมื่อประเทศไทย ผลิตน้ำมันได้เพียงน้อยนิด..แถมยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เป็นส่วนใหญ่ ทำไมยังส่งออกได้…??  หลักๆ นั่นก็เป็นเพราะน้ำมันดิบที่ขุดได้ในประเทศไทย มีคุณภาพไม่เหมาะสมกับโรงกลั่นภายในประเทศ คือ มีกำมะถัน สารปรอท โลหะหนัก ฯลฯ ปนอยู่สูง การส่งออกไปยังประเทศที่มีโรงกลั่นที่เหมาะสมกับน้ำมันดิบชนิดนี้จึงเหมาะสมกว่า และอีกส่วนหนึ่งก็คือเนื่องจากในการกลั่นน้ำมันนั้น บางครั้งจะมีผลิตภัณฑ์บางอย่างที่เป็นส่วนเกินจากความต้องการใช้ในประเทศ เช่น น้ำมันเบนซิน หรืออาจจมีการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่มีโรงกลั่นเป็นของตัวเอง ซึ่งก็ไม่ได้มีปริมาณมากมายเมื่อเทียบกับปริมาณน้ำมันที่เราใช้กันอยู่ในประเทศครับทีนี้ ถ้ามีใครมาพูดเรื่องราคาน้ำมันถูก-แพง เพราะอะไร มาจากไหน  ยังไง พี่ๆน้องๆชาว “บิ๊กเกรียน” ก็จะได้เข้าใจและสามารถอธิบายข้อเท็จจริง ไม่ให้ใครมาทำให้เราสับสนได้อีกแล้วนะคร้าบบบบบ!!!

สิบองค์กรชั้นนำ ผนึก เซเว่นฯ หนุน SMEs หน้าใหม่ด้านนวัตกรรม มอบรางวัล “7 Innovation Awards 2021”

0

นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เซเว่น อีเลฟเว่น ได้ร่วมกับ 10 องค์กรพันธมิตรสำคัญระดับประเทศ ได้แก่ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) , สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.), สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย , สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) , สมาคมหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ไทย(Thai-BISPA), หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สมาคมธนาคารไทย และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดงาน “Thailand Synergy เพื่อ SMEs ไทย ประจำปี 2021” สะท้อนความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการรวมพลังขับเคลื่อนและสนับสนุน SMEs ที่มีนวัตกรรม พร้อมงานประกาศผลรางวัลสุดยอดนวัตกรรม “7 Innovation Awards 2021” (เซเว่น อินโนเวชั่น อวอร์ดส์) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8   

สำหรับงานในปีนี้จัดขึ้นในรูปแบบ Virtual Event โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฟ้นหาสินค้านวัตกรรมจาก SMEs และบริษัทสตาร์ทอัพไทยที่มีศักยภาพ ในการพัฒนาและต่อยอดให้เป็นนวัตกรรมสินค้าและบริการ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคจนได้รับการยอมรับในระดับประเทศหรือในระดับโลก อีกทั้งเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs ได้ทดสอบศักยภาพของตนเองในการยกระดับขีดความสามารถด้านนวัตกรรมในระดับประเทศ   

“นวัตกรรม ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความแตกต่างและความโดดเด่นให้กับสินค้าและบริการ หากต้องการที่จะแข่งขันในเวทีการค้าระดับประเทศหรือระดับโลก ซึ่งการจัดงาน Thailand Synergy เพื่อ SMEs ไทยทั้ง 7 ครั้งที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่าผู้ประกอบการ SMEs และสตาร์ทอัพของไทย มีศักยภาพและความสามารถทัดเทียมกับนานาประเทศ  เซเว่น อีเลฟเว่น ในฐานะหนึ่งในผู้นำที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจ SMEs มาอย่างต่อเนื่อง จึงได้ร่วมกับองค์กรพันธมิตรทั้ง 10 องค์กร เดินหน้าให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยในปีนี้ได้จัดในรูปแบบออนไลน์ และมุ่งหวังให้สินค้านวัตกรรมและนวัตกรรมบริการไทยสามารถยืนหยัดอยู่ในเวทีการค้าระดับประเทศและระดับโลกได้” นายก่อศักดิ์ กล่าว  

สำหรับรางวัลสุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards ประจำปี 2021 มีผู้ประกอบการส่งผลงานเข้าประกวดรวม 149 ผลงาน และมีผลงานที่ผ่านการตัดสินให้ได้รับรางวัลทั้งสิ้น 33 ผลงาน แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ รางวัลนวัตกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ครอบคลุมด้านผลิตภัณฑ์ ด้านบริการ หรือด้านกระบวนการ จำนวน 17 ผลงาน และรางวัลนวัตกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการศึกษา รวมถึงโครงการเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) จำนวน 16 ผลงาน สำหรับผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศประเภทสังคมได้แก่ ผลงาน “เทสตี้ฟิต กะทิธัญพืชเพื่อสุขภาพ” โดยคุณภิรมณ  ชูประภาวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์แคร์ จำกัด และผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศประเภทเศรษฐกิจ ได้แก่ ผลงาน “Memberry นมเบอร์รี่เสริมความจำ” โดย นพ.พิฑูรย์ มณีไพโรจน์ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มาร์ค วัน อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด  

โดยผู้ชนะการประกวดจะได้รับโอกาสต่อยอดความสำเร็จทางธุรกิจ ผ่านช่องทางจัดจำหน่ายอันหลากหลาย ได้แก่ ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ที่มีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ ช่องทาง ออลล์ ออนไลน์ ในแอปพลิเคชั่น 7- Eleven และ ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง รวมถึงบริษัทในเครือข่ายของความร่วมมือ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของสินค้านวัตกรรม และนวัตกรรมการบริการในประเทศ สอดคล้องกับกลยุทธ์ 3 ให้ ได้แก่    1.ให้องค์ความรู้ 2.ให้ความร่วมมือ และ 3.ให้ช่องทางขาย ตามแนวทางของเซเว่น อีเลฟเว่นที่มุ่งมั่นให้การสนับสนุนและส่งเสริม SMEs มาอย่างต่อเนื่อง  

งาน “Thailand Synergy เพื่อ SMEs ไทย ประจำปี 2021” และการประกาศผลรางวัลสุดยอดนวัตกรรม “7 Innovation Awards 2021” ได้รับเกียรติจาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในการมอบรางวัล อีกทั้งภายในงานยังมีบูธแสดงผลงานนวัตกรรมกว่า 30 บูธ ในรูปแบบ Virtual Event

ผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนของกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ http://www.7innovationawards.com และสามารถรับชมบรรยากาศงานย้อนหลังได้ทางเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/7innovationawards 

สิงห์ ผนึก กว่างโซ้ง ลุยมอบความสุขให้แฟนบอล สร้างมาตรฐานวงการลูกหนังไทย

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ นายวิชัย เอี่ยมแสงจันทร์ Group Director – Marketing Activation and Consumer Engagement บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด ต้อนรับ คุณชิตวัน ชินอนุวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการสโมสร “กว่างโซ้ง” ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่เดินทางมาเข้าพบเพื่อแสดงความขอบคุณในการสนับสนุนสโมสรด้วยดีเสมอมา ที่เดอะ ไนน์ พระราม 9

นายวิชัย เปิดเผยว่า เป็นความตั้งใจและเจตนาของสิงห์ที่จะให้การสนับสนุนวงการกีฬาต่อเนื่อง ที่สำคัญก็คือ การร่วมกันพัฒนา พร้อมกับยกระดับฟุตบอลของไทยให้เดินต่อไป สร้างอาชีพและสร้างรายได้จากรากฐานของกีฬา และสิ่งที่เราต้องการอย่างที่สุดก็คือ การสร้างความสุขให้กับคนไทย และแฟนฟุตบอลคือเป้าหมายที่ทำร่วมกันมาโดยตลอด พร้อมกับเชื่อมั่นว่า ทั้งทาง สิงห์ และสโมสรลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด ก็พร้อมที่จะเดินไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง

ด้านนายชิตวัน กล่าวว่า ได้เข้ามาแสดงความขอบคุณ และได้นำถ้วยรางวัลจำลองแชมป์หลังจากที่ “กว่างโซ้ง” ผงาดแชมป์ฟุตบอลถ้วย เอฟเอคัพ สมัยที่ 3 ในฤดูกาลที่ผ่านมา หลังจากเอาชนะจุดโทษ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี 4-3 คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ 2020-21 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา และยืนยันถึงเป้าหมายการเดินหน้าลุ้นความสำเร็จต่อไปในฤดูกาลนี้ต่อไป

สำหรับ ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด ก่อตั้งสโมสรเมื่อปี 2552 และตั้งแต่ฤดูกาล 2559 เป็นต้นมา บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ได้เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักของทีม ก่อนที่เปลี่ยนชื่อสโมสรมาเป็น สโมสรฟุตบอล สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด และชื่อสนามเป็น สิงห์ สเตเดี้ยม โดยในปี 2561 ได้สร้างประวัติศาสตร์คว้า “ทริปเปิลแชมป์” ได้เป็นครั้งแรก ทั้ง เอฟเอคัพ, โตโยต้า ลีกคัพ และ ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ และ ในฤดูกาล 2562 สิงห์ เชียงราย คว้าแชมป์ไทยลีกสมัยแรกได้สำเร็จ นอกจากนี้ใน 4 ฤดูกาลหลังสุด ก็ได้แชมป์เอฟเอ คัพ มาครองได้ถึง 3 สมัยด้วยกัน ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อสโมสรอีกครั้ง เมื่อ 15 ต.ค.64 ที่ผ่านมา เป็น ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด และเปลี่ยนชื่อสนามเป็น ลีโอ เชียงราย สเตเดี้ยม

OR จับมือจุฬาฯ ติดตั้งสถานีชาร์จรถไฟฟ้าในสยามแควร์และสามย่าน

0

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ นายชุมพล สุรพิทยานนท์  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดพาณิชย์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ และ รศ.ดร.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองอธิการบดีด้านการจัดการทรัพย์สินและกายภาพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเป็นสักขีพยานใน พิธีลงนามสัญญาการใช้พื้นที่ติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า ระหว่าง โออาร์ และสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU)

นายชุมพล เปิดเผยว่า หนึ่งในกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของ โออาร์ คือมุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจพลังงานแบบผสมผสานเพื่อการเคลื่อนที่ (Mobility) อย่างไร้รอยต่อ รวมถึงการสร้างทางเลือกสำหรับการดำเนินชีวิตที่ครบวงจรเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ นอกเหนือจากพัฒนาสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ให้เป็น Platform ที่แข็งแกร่งด้วยสินค้าและบริการที่หลากหลาย รวมไปถึงการเปิดให้บริการสถานีชาร์จรถไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว โออาร์ ยังเล็งเห็นถึงโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคนอกสถานีบริการ ด้วยการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า “EV Station PluZ” ในเขตพื้นที่พาณิชย์ที่สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับผิดชอบอยู่ โดยเลือกทำเลที่ครอบคลุมทั้งสยามสแควร์และสามย่าน ได้แก่ SiamScape (อาคารเปิดใหม่) อาคารวิทยกิตติ์ (ศูนย์หนังสือจุฬาฯ) อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และลานจอดรถ CU Sport Zone (จุฬาฯ ซอย 10-12) โดยจะติดตั้งเครื่องชาร์จรูปแบบ AC Charger 22 kW สามารถชาร์จได้พร้อมกัน 2 หัวจ่าย และ รูปแบบ AC Charger 7.4 kW ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีหัวชาร์จที่สามารถรองรับการชาร์จรถพร้อมกันได้ 3 คัน และรองรับการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน “EV Station” เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภค ทั้งในด้านการค้นหาและนำทางไปยังสถานีชาร์จ การจองเวลาชาร์จล่วงหน้า การเปิด-ปิดหัวชาร์จด้วยตนเอง การชำระเงินออนไลน์ และการตรวจสอบประวัติการใช้งาน ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำ เพื่อรองรับเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่กำลังเปลี่ยนไปสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น โดย โออาร์ พร้อมแสวงหาความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในการขยาย EV Station PluZ อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มศักยภาพในการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคอย่างดีที่สุด

ด้าน รศ.ดร.วิศณุ  กล่าวว่า PMCU มีแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่ Samyan Smart City แห่งนี้ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่โดยพัฒนาให้เป็นย่านที่สร้างสรรค์คุณค่าแก่ชุมชนและสังคม ผสานคุณภาพชีวิตและธุรกิจ และให้ความสำคัญกับ “ คน ” ที่พักอาศัยและมาใช้บริการในพื้นที่ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี  มุ่งหวังให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการดำรงชีวิตที่ดีของคนทุกเพศทุกวัยอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญด้านอื่น ๆ รวมถึงการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมด้วยการใส่ใจในคุณภาพของอากาศ ที่จะช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขั้นพื้นฐานแก่ทุกคนในชุมชน  จึงมีนโยบายที่สนับสนุนต่อการสร้างอากาศที่ดีหลากหลายโครงการ โดยหนึ่งในนั้นคือนโยบายส่งเสริมการใช้ยานพาหนะพลังงานสะอาด ทั้งนี้ได้ร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) ในการพัฒนาติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าบนพื้นที่ทั้ง 4 สถานีดังกล่าว ในการรองรับความเปลี่ยนแปลงรูปแบบพลังงานใหม่ ๆ ในอนาคต ซึ่งช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการตอบสนองต่อเทรนด์พลังงานสะอาด และปัจจัยสำคัญคือการส่งเสริมโครงการ Samyan Smart City เพื่อประโยชน์ต่อการใช้งานในพื้นที่และสนับสนุนในการลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างพลังงานสะอาดให้แก่ชุมชน

เตือน ระวังอีเมล์ปลอม หลอกคืนภาษี อย่ากดลิ้งค์ยอมรับเด็ดขาด

0

นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน)ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ตามที่มีอีเมลส่งถึงผู้เสียภาษีแจ้งว่า กรมสรรพากรได้โอนเงินคืนภาษีจำนวนหนึ่ง เข้าบัญชีธนาคารทางอินเทอร์เน็ตของผู้เสียภาษี โดยมีเงื่อนไขให้ยอมรับคำขอกองทุนภาษี หลังจากนั้นเงินภาษีจะถูกโอนเข้าบัญชีของผู้เสียภาษีภายใน 1 – 2 วันทำการนั้น

กรมสรรพากร ขอยืนยันว่าอีเมลดังกล่าวเป็นอีเมลปลอม โปรดอย่าหลงเชื่อและทำตามเป็นอันขาด ซึ่งอาจจะทำให้ท่านสูญเสียทรัพย์สินหรือเกิดความเสียหายได้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศหรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) โทร. 1161

“รู้ทันปากท้อง” กับตลาดหลักทรัพย์ฯ : ซื้อของออนไลน์ยังไงให้ปลอดภัย

0

กูรูไฮเทค คุณพุทธิพงศ์ สกนธวัฒน์ กรรมการผู้จัดการบริษัทเซ็ทเทรด ดอท คอม จำกัด พูดถึงเรื่องช้อปปิ้งออนไลน์อย่างไรให้ปลอดภัย?

1.ดูว่าเป็นที่นิยมหรือไม่ พิจารณาจากรีวิวลูกค้า ปริมาณซื้อขาย ซึ่งจะแสดงถึงความน่าเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง

2.ทดลองซื้อ โดยสั่งสินค้าในจำนวนน้อยก่อน เพื่อดูว่า มีการส่งของจริงมั้ย บริการและคุณภาพของสินค้าดีหรือไม่

3.ช่องทางการจ่ายเงิน เลือกให้เหมาะสมกับตัวเอง และปลอดภัย ก่อนจะโอนเงินต้องตรวจสอบให้ดี การเลือกชำระปลายทางเมื่อสินค้าส่งถึงจะปลอดภัยกว่าการชำระเงินเลย, การชำระด้วยเครดิตการ์ดปลอดภัยกว่าการหักเงินจากบัญชีธนาคาร

ซีพีเอฟ เสิร์ฟอาหารให้สาวงาม สนับสนุนเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2021

0

นางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านการตลาดกลาง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ปีนี้ ซีพีเอฟเข้าร่วมสนับสนุนเวทีประกวด Miss Universe Thailand 2021 (มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021) ด้วยการส่งอาหารดี มีประโยชน์ หลากหลายเมนู   เป็นปีที่ 2 ตอกย้ำความมุ่งมั่นและตั้งใจพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของบริษัทฯ ในการผลิตอาหารที่ดีที่สุดและมีประโยชน์สำหรับทุกคน สอดคล้องกับแนวคิด “Power of Passion” หรือ “สตรีผู้ทรงพลัง สู่เส้นทางแห่งชัยชนะ” ซึ่งเป็นธีมหลักของการประกวดสาวงามในครั้งนี้ 

ซีพีเอฟ ชื่นชมในความมุ่งมั่นและความตั้งใจของผู้เข้าประกวด Miss Universe Thailand 2021 ทุกท่าน และขอส่งแรงใจเชียร์ พร้อมมอบอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ในตลอดช่วงระยะเวลาการประกวด และสนับสนุนทุกๆ กิจกรรมที่ร่วมส่งเสริมความมั่นใจของผู้หญิงรุ่นใหม่ รวมถึงกิจกรรมเพื่อสร้างสรรค์สังคม เพราะเราเชื่อว่าอาหารที่ดีจากซีพีเอฟจะเป็นพื้นฐานพลังอันสำคัญ ที่จะสนับสนุนความสามารถและบทบาทของสุภาพสตรี ให้มีเวทีได้ขับเคลื่อนและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น ดั่งความตั้งใจของผู้เข้าประกวด 

“สำหรับเมนูอร่อย ที่บริษัทฯ คัดเลือกให้แก่ผู้เข้าประกวด ได้แก่ ซีพี เกี๊ยวกุ้งจักรพรรดิ, ซีพี ไส้กรอกเวียนเนอร์, มีทซีโร่ โบโลน่าจากพืช, ซีพี ชิคเก้นริบออลีน, ซีพีดีไลท์ อกไก่นุ่มกระเทียมพริกไทย, ซีพี ไข่ตุ๋นคัพ, ซีพี เกี๊ยวซอสญี่ปุ่น, ซีพี เวจ อิท อัพ ซุปฟักทอง และ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อินโน วี-เนส เป็นต้น เพื่อเป็นการเสริมสร้างและเตรียมร่างกายให้พร้อมก้าวไปสู่เส้นทางอันยิ่งใหญ่ในการเป็นตัวแทนสาวไทย ไปประกวดในเวที Miss Universe ช่วงเดือนธันวาคมนี้” นางสาวอนรรฆวี กล่าว 

ซีพีเอฟ เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีชั้นสูงขับเคลื่อนกระบวนการผลิต เน้นโภชนาการและสุขภาพที่ดี ส่งเสริมการเข้าถึงอาหารของประชากรโลกในทุกสถานการณ์ และร่วมสร้างสมดุลสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งมอบอาหารอร่อยที่มีประโยชน์ครบครันแก่ผู้เข้าประกวด Miss Universe Thailand 2021 เพื่อให้ทุกคนพิชิตมงกุฎอย่างมั่นใจ และก้าวสู่เวทีระดับโลก ด้วยความมุ่งมั่นเดียวกับซีพีเอฟที่ไม่หยุดพัฒนาอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

สิงห์อาสา ผนึกเครือข่าย ลงพื้นที่ช่วยชาวชุมชนตลาดเก่ากบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ประสบภัยน้ำท่วม

0

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า สิงห์อาสา พร้อมด้วย เครือข่ายชมรมผู้ค้าผลิตภัณฑ์ตราสิงห์ภาคตะวันออก และชมรมผู้ประกอบการร้านอาหาร ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมที่ชุมชนตลาดเก่ากบินทร์บุรี ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยมี คุณรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ซึ่งเป็นพื้นที่รับมวลน้ำมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จนทำให้เกิดน้ำท่วมสูง มีบ้านเรือนกว่า 130 หลังคาเรือน จมน้ำมาร่วม 1 สัปดาห์ โดยได้นำความช่วยเหลือเบื้องต้น อาทิ น้ำดื่ม ข้าวสาร อาหารพร้อมทาน (ข้าวรีทอร์ท) และอาหารกล่องปรุงสุก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ทั้งนี้ที่ผ่านมา สิงห์อาสา ได้ร่วมกับเครือข่ายต่างๆทั่วประเทศ ลงพื้นที่ช่วยเหลือในหลายจังหวัด ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก

กัลยา ผดุงพงษ์ ประธานชุมชนตลาดเก่ากบินทร์บุรี กล่าวว่า “ขอบคุณที่วันนี้ สิงห์อาสา เข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านชุมชนตลาดเก่ากบินทร์บุรี ในปีนี้น้ำได้เข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่เป็นระลอกที่สี่แล้ว เนื่องจากชุมชนนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ต้นน้ำแม่น้ำบางปะกง ซึ่งมีต้นน้ำจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เมื่อมีฝนตกหนักหรือน้ำล้นจากอ่างเก็บน้ำจะเกิดน้ำท่วมเป็นประจำ ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมากแต่ในครั้งนี้หนักสุดเพราะน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร ทำให้บ้านเรือนถูกน้ำเข้าท่วมไปกว่า 130 หลังคาเรือน จากทั้งหมด 160 หลังคาเรือน”

จากสถานการณ์อุทกภัยในช่วงก.ย.-ต.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดทั่วทุกภาคของไทย ประชาชนมากกว่าสองแสนครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อนจากมวลน้ำมหาศาลที่ไหลไม่ขาดสายเข้าสู่พื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาสิงห์อาสาได้ติดตามสถานการณ์และลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องหลายจังหวัด อาทิ ชัยภูมิ นครราชสีมา สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ ลพบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ขอนแก่น มหาสารคาม จันทบุรี สระบุรี สมุทรปราการ กาญจนบุรี ปราจีนบุรี และจะคอยเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง ผ่านเครือข่ายสิงห์อาสาทั่วประเทศ เพื่อเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

พีทีที สเตชั่น พีทีที ลูบริแคนท์ส และ คาเฟ่ อเมซอน คว้ารางวัลแบรนด์ยอดนิยม 10 ปีซ้อน

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ รับรางวัล No.1 Brand Thailand 2020-2021 แบรนด์ยอดนิยมอันดับหนึ่งของประเทศไทย จัดขึ้นโดย นิตยสารมาร์เก็ตเธียร์ และมาร์เก็ตเธียร์ออนไลน์ สื่อด้านการตลาดอันดับหนึ่งของประเทศ โดย สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น (PTT Station) น้ำมันเครื่อง พีทีที ลูบริแคนท์ส (PTT Lubricants) และคาเฟ่ อเมซอน (Café Amazon) ได้รับคัดเลือกเป็นแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ในหมวดสถานีบริการน้ำมัน น้ำมันหล่อลื่นรถยนต์ และร้านกาแฟ ตามลำดับ จากการสำรวจความนิยมสินค้าและบริการประเภทต่าง ๆ ของผู้บริโภคชาวไทยในปีล่าสุด ด้วยจำนวน 4,000 ตัวอย่างทั่วประเทศไทย โดยทั้ง 3 แบรนด์ ได้รับรางวัลดังกล่าวเป็นระยะเวลา 10 ปีติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงการเป็นแบรนด์ยอดนิยมที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยต่อเนื่อง 10 ปี

ทั้งนี้ โออาร์ จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน และสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ โออาร์ ที่มุ่งเน้นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจพลังงานแบบผสมผสาน ตอบโจทย์คนเดินทางในทุกรูปแบบ รวมถึงการสร้างทางเลือกสำหรับการดำเนินชีวิตที่ครบวงจรเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และคงความเป็น No.1 Brand ในใจผู้บริโภคทุกคนตลอดไป

ทิพยประกันภัย มั่นใจรับโอนประกันโควิดของเอเชียฯ ไม่กระทบความแข็งแกร่งของบริษัท

0

ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทิพยประกันภัย เปิดเผยว่า จากกรณีที่บริษัทได้เข้ารับการย้ายโอนความคุ้มครองลูกค้าเอเชียประกันภัยที่ซื้อประกันโควิด ได้มีหลายฝ่ายทั้งลูกค้าทิพยประกันภัย และผู้ถือหุ้นจำนวนหนึ่งเกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับการย้ายกรมธรรม์ประกันเอเชียประกันภัยมาทำประกันกับทิพยประกันภัยนั้น จะมีปัญหาตามมาหรือไม่ เรื่องนี้ตนขอเรียนว่า กรมธรรม์ที่เปลี่ยนหรือย้ายมาทำนั้นเป็นกรมธรรม์ที่เหมือนกับที่ทิพยประกันภัยขายในปัจจุบัน

โดยปัจจุบันทิพยประกันภัย เรามีกรมธรรม์ประกันโควิดโคม่าขายอยู่เพียง 2 แผน ได้แก่แบบแผนเบี้ยประกัน 300 คุ้มครอง 300,000 บาท กับอีกแผนที่คุ้มครอง 500,000 บาท เบี้ยประกัน 480 บาท เพราะฉะนั้นการแปลงกรมธรรม์นี้ไม่ได้เป็นการเพิ่มภาระให้กับบริษัททิพยประกันภัย ในการรับประกันแต่อย่างใด หากเพียงแต่เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าเอเชียประกันภัยที่ต้องการหาซื้อประกันโควิดคุ้มครองการเสียชีวิตจากอาการโคม่าไว้เท่านั้นเอง และคงจะไม่มีผลกระทบต่อความแข็งแกร่งทิพยประกันภัยแต่ประการใด

โดยเฉพาะทิพยประกันภัยถือว่าโชคดีที่เราเป็นบริษัทประกันเพียงไม่กี่บริษัท ที่มีบริษัทรับประกันภัยต่อต่างประเทศ (รีอินชัวเรอร์ตปท.) ที่มารับประกันภัยต่อประกันโควิดของเรา ซึ่งรับประกันต่องานประกันโควิดของทิพยประกันภัยไว้ถึงสัดส่วน 50% ของพอร์ต ซึ่งค่อนข้างจะมากทีเดียว ทั้งนี้ก็เพราะรีอินชัวเรอร์มองเห็นว่า เราค่อนข้างระมัดระวัง และทิพยประกันภัย มีการคำนวณความเสี่ยงในการรับประกัน ดังนั้นรีอินชัวเรอร์ต่างประเทศจึงมีความมั่นใจพร้อมจะสนับสนุนทิพยประกันภัย

ดร.สมพร กล่าวอีกว่า ปัจจุบันทิพยประกันภัยได้รับประกันโควิดปีนี้กับปีที่แล้วรวมๆกันแล้วเกือบ 5 ล้านกรมธรรม์  คิดเป็นเบี้ย 2,500 กว่าล้านบาท โดยมีผู้ใช้สิทธิเรียกร้องสินไหมรวมแล้ว 5หมื่นราย คิดเป็นสินไหมประมาณ 2,000ล้านบาท โดยทิพยประกันภัย ไม่มีการขายประกันเจอจ่ายจบ จึงทำให้เราสามารถยังให้ความคุ้มครองรองรับลูกค้าได้อย่างไม่มีปัญหา

และอยากให้ผู้ถือหุ้นทิพยประกันภัยและลูกค้าสบายใจได้ว่า บริษัทมีความมั่นคงแข็งแกร่ง โดยลูกค้าเอเชียประกันภัยหากย้ายมาประกันโควิดในรูปแบบประกันการเสียชีวิตจากอาการโคม่าทั้งหมด 770,000 หมื่นคน บริษัทก็ยังสามารถรองรับได้ เนื่องจากความคุ้มครองจะดูแลเฉพาะการเสียชีวิตจากอาการโคม่า ซึ่งคำว่า ”โคม่า” ในนิยามคงไม่ใช่หมายถึง ติดเชื้อแล้วไปอยู่ไอซียูแล้วได้รับความคุ้มครอง ซึ่งส่วนใหญ่ ”โคม่า” ในที่นี้จะเป็น “ภาวะก่อนการเสียชีวิตตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์” เพราะฉะนั้นความเสี่ยงที่รองรับประชาชนจุดนี้จึงไม่กระทบต่อบริษัทฯ

ทั้งนี้ ดร.สมพร ยังกล่าวถึงเงินกองทุน (คาร์เรโช) ณ ปัจจุบันของทิพยประกันภัย อยู่ที่ 263% ว่า เรายังคงมีสถานะอย่างนี้ไปได้จนถึงสิ้นปี และถ้าสถานการณ์โควิดเกิดมีรอบ 4 ขึ้นมา ก็คิดว่ามันจะไม่กระทบ เพราะเชื่อว่าคงจะมีความรุนแรงไม่มาก เพราะรัฐบาลมีประสบการณ์รับมือการระบาดที่ผ่านมาแล้ว​ รวมทั้งประชาชนส่วนใหญ่ต่างได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรก และเข็มสองไปแล้วจำนวนมาก รวมถึงการเริ่มฉีดเข็มสาม ประกอบกับทิพยประกันภัยเองก็ไม่มีการขายประกันภัยแบบเจอจ่ายจบในพอร์ต หากมีแต่ขายคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลหรืออาการโคม่า หรือกรณีไม่เข้ารักษาพยาบาล เราก็มีการจ่ายค่าชดเชยให้ เพราะฉะนั้นถ้าอนาคตเกิดติดเชื้ออีกระลอกใหม่ ก็ยังอยู่ภาวะรองรับได้

ทั้งนี้บริษัทฯอยากจะประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อว่า สำหรับลูกค้าเอเชียประกันภัยขณะนี้ค่อนข้างสับสน และเข้าใจว่า “ทิพยประกันภัย” รับโอนความคุ้มครองประกันโควิดเจอจ่ายจบแบบที่ทำไว้กับเอเชียประกันภัยเลยนั้น ขอเรียนชี้แจงว่า จริงๆแล้ว ทิพยประกันภัยเป็นเพียงทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการจะมีความคุ้มครองโควิด ซึ่งขณะนี้บริษัทฯจะเหลือความคุ้มครองอาการโคม่าเท่านั้น ซึ่งบริษัทฯได้มีจุดยืนขายผลิตภัณฑ์ประกันโควิดมาตลอด สำหรับกรมธรรม์ที่ย้ายมาทำกับทิพยฯ จะออกเป็น Digital Policy ทั้งหมดเลย ซึ่งคงไม่เหมือนการออกกรมธรรม์ในภาวะปกติ ซึ่งอาจใช้เวลายาวนาน จึงจำเป็นต้องทำเป็นดิจิทัล ส่งกลับไปยังมือถือ หรือ Email Address เพื่อผู้เอาประกันจะได้นำไปใช้เป็นหลักฐานคุ้มครองเวลาซื้อประกันหรือเรียกร้องค่าสินไหม