Home Blog Page 355

แฟลช จับมือก.พาณิชย์ มอบของขวัญปีใหม่ แจกคูปองส่งฟรีส่งท้ายปี

0


รายงานข่าว เปิดเผยว่า แฟลช เอ็กซ์เพรส ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้โครงการ “พาณิชย์ลดราคา!ช่วยประชาชน New Year Grand Sale 2022” มอบของขวัญปีใหม่ให้คนไทย ด้วยคูปองส่วนลดค่าจัดส่งพัสดุ ฟรี! จำนวน 45,000 สิทธิ์ ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 มกราคม 2565

ทั้งนี้ การเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ถือเป็นโอกาสดีที่แฟลช เอ็กซ์เพรส จะได้ตอบแทนลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจมาตลอดทั้งปี และยังเป็นการสนับสนุนนโยบายภาครัฐ ด้วยการช่วยลดภาระค่าครองชีพ ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2565 อีกด้วย

สำหรับลูกค้าผู้ใช้บริการที่สนใจ สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่าน QR Code หรือ คลิกที่ลิ้งก์ https://bit.ly/3snpVX7 จากนั้นจะได้รับ คูปองส่วนลดค่าจัดส่งพัสดุ 30 บาท ฟรี! ผ่านทางแอปพลิเคชั่น โดยลูกค้าสามารถทำการบุ๊คกิ้งผ่าน Flash Express Application เพื่อเรียกให้เจ้าหน้าที่เข้ารับพัสดุได้ถึงหน้าบ้าน ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 มกราคม 2565 สอบถามรายละเอียด หรือ เงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ FaceBook Fanpage: Flash Express

“ทัตพงศ์” แชมป์ปิดซีซั่น รับ 1 แสน สวิงสิงห์-เซท ทีดีที ขอนแก่น

0

ทัตพงศ์ ชุติมาภรณ์ นักกอล์ฟหนุ่มจากสงขลา ฮึดทำ 2 เบอร์ดี้จาก 3 หลุมสุดท้ายพลิกสถานการณ์กลับมาคว้าถ้วยสำเร็จด้วยสกอร์รวม 6 อันเดอร์พาร์ 138 หลังจบรอบนี้ด้วยสกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 67 รับแชมป์ในศึก ไทยแลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ ทัวร์ รายการ “สิงห์-เอสเอที ทีดีที ขอนแก่น 2021” ณ สนามสิงห์ปาร์ค ขอนแก่น กอล์ฟ คลับ แบบพาร์ 72 ระยะ 7,550 หลา จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2564 รับถ้วยแชมป์พร้อมเงินรางวัล 1 แสนบาท ขณะที่ จาตุรนต์ ดวงไพชุม และ กันตปวิชญ์ พันธรักษ์ คว้าอันดับ 2 ร่วม ที่สกอร์รวม 4 อันเดอร์พาร์ 140

สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย, กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ และ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด จัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 21-22 ธ.ค.25644 แข่งขันแบบสโตรคเพลย์ออฟ 2 วัน 54 หลุม แชมป์รับเงินรางวัล 1 แสนบาท โดยเป็นแมตช์สุดท้ายของศึก ไทยแลนด์ ดีเวลลอปเมนท์ ทัวร์ 2021 ณ สนามสิงห์ปาร์ค ขอนแก่น กอล์ฟ คลับ แบบพาร์ 72 ระยะ 7,550 หลา ได้รับเกียรติจาก คุณจิตติศักดิ์ แต้มประเสริฐ เลขาธิการ และกรรมการกฏข้อบังคับสมาคมฯ และ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน พร้อมด้วยคุณภานุ อนามบุตร ผู้จัดการทั่วไปสนามสิงห์ปาร์ค ขอนแก่น กอล์ฟ คลับ ร่วมในพิธีมอบรางวัลแชมป์

จบการแข่งรอบสุดท้าย ทัตพงศ์ ชุติมาภรณ์ นักกอล์ฟดาวรุ่งวัย 23 ปีจาก สงขลา พลิกจากตามหลัง 4 แต้ม ก่อนเริ่มเล่นรอบนี้ ด้วยการเก็บเข้ามาอีก 5 อันเดอร์พาร์ 67 จากผลงาน 4 เบอร์ดี้ 1 โบกี้กับอีก 1 อีเกิ้ล ที่หลุม 11 พาร์ 5 และรวมถึงการทำ 2 เบอร์ดี้จาก 3 หลุมสุดท้าย ก่อนจะจบการแข่งขันด้วยสกอร์รวม 6 อันเดอร์พาร์ 138 คว้าแชมป์รายการนี้ พร้อมรับเงินรางวัล 1 แสนบาท และยังเป็นแชมป์ระดับอาชีพรายการที่ 2 ของเจ้าตัวด้วย

ทีดีที ทัวร์

ทัตพงศ์ ที่ประสบความสำเร็จ ในการเล่น ไทยแลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ทัวร์ (ทีดีที ทัวร์) เป็นรายการที่สองภายหลังเทิร์นโปรมาร่วมสองปี ครั้งแรกทำได้ ณ สนาม ชาเทรียมฯ จันทบุรี เมื่อปีที่ผ่านมา กล่าวว่า “คุ้นเคยกับสนามสิงห์ปาร์คฯ เล่นได้ดีตลอด เกือบคว้าแชมป์ที่นี่มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่แพ้รอบเพลย์ออฟ ชอบสนามนี้มากๆ และลงแข่งขันมาตลอด วันนี้ทำผลงานอย่างมั่นใจ แถมพัตต์ได้ดีด้วย เมื่อทำอีเกิ้ลที่หลุม 11 พาร์ 5 คิดว่าน่ามีโอกาส จึงพยายามเน้นเกมการเล่นมากขึ้น มาพลาดออกโบกี้ที่หลุม 13 พาร์ เพราะทำสามพัตต์ ยอมรับว่าหลุมนี้ผมไม่ชอบเลยเสียโบกี้มาตลอดทุกวัน แต่ทำอีกสองเบอร์ดี้ได้ ดีใจ และภูมิใจกับตัวเองมากๆ สำหรับความสำเร็จครั้งนี้”

จาตุรนต์ ดวงไพชุม จากอุดรฯ ทำสกอร์เพิ่มอีก 2 อันเดอร์พาร์ 70 และ กันตปวิชญ์ พันธรักษ์ คว้าอันดับ 2 ร่วม ที่สกอร์รวม 4 อันเดอร์พาร์ 140 แบ่งเงินรางวัลไปคนละ 52,500 บาท ด้านอันดับ 4 ร่วม พล เขมรัตน์ สวิงจากศรีสะเกษ และ ธนพล เจริญสุุข ทำสกอร์มาเท่ากันที่ 3 อันเดอร์พาร์ 141 แบ่งเงินรางวัลไปคนละ 25,500 บาท

สรุปผลการแข่งขัน

  • 138 (-6) ทัตพงศ์ ชุติมาภรณ์ 71-67 (เงินรางวัล 100,000 บาท)
  • 140 (-4) จาตุรนต์ ดวงไพชุม 70-70, กันตปวิชญ์ พันธรักษ์ 69-71 (เงินรางวัล 52,500 บาท)
  • 141 (-3) พล เขมรัตน์ 68-73, ธนพล เจริญสุข 67-74 (เงินรางวัล 25,500 บาท)
  • 142 (-2) ปิยชาติ อยู่สบาย 71-71, พิจิตร เพ็ชรเกษม 71-71, ณัฐดนัย เนื่องจากนิล 71-71, จักรภัทร ฮ้อแสงชัย 70-73 (เงินรางวัล 22,150 บาท)

นักวิชาการย้ำ เลือกเนื้อสัตว์ปลอดสาร ปลอดภัย ลดเสี่ยงเชื้อดื้อยา

0

นักวิชาการ สัตวแพทย์ จุฬาฯ ย้ำปัญหาเชื้อดื้อยาเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ตั้งแต่ฟาร์มที่ให้ความสำคัญกับการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างสมเหตุผล  ควบคู่กับการจัดการด้านหลักสวัสดิภาพสัตว์ แนะผู้บริโภคตระหนักรู้เลือกเนื้อสัตว์ที่มาจากแหล่งผลิตและจำหน่ายที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัย

รองศาสตราจารย์ น.สพ.ดร. ณุวีร์ ประภัสระกูล รองคณบดีวิจัย นวัตกรรม และสื่อสารองค์กร คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า เชื้อดื้อยานับว่าเป็นวิกฤตของทุกคนทั่วโลก ซึ่งปัญหานี้เกิดจากการพยายามปรับตัวของเชื้อแบคทีเรียให้สามารถอยู่บนโลกนี้ได้ การเกิดเชื้อดื้อยาจากการใช้ยาปฏิชีวนะที่ไม่จำเป็น จนยาปฏิชีวนะใช้รักษาแล้วไม่ได้ผล ทำให้ผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากขึ้น ขณะที่องค์การสหประชาชาติ (United Nation; UN) คาดการณ์ว่าหากไม่มีการป้องกันและจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น ภายในอีก 30 ปีข้างหน้า (ค.ศ. 2050) จะมีผู้เสียชีวิตจากปัญหาเชื้อดื้อยาสูงถึง 10 ล้านคนต่อปี สำหรับ การใช้ยาปฏิชีวนะในการเลี้ยงสัตว์ ยังมีความจำเป็นในการรักษา ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ (animal welfare) เมื่อมีสัตว์เจ็บป่วย และช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อในฝูงของสัตว์ โดยอยู่ในการควบคุมของสัตวแพทย์ และตามมาตรฐานของการใช้ยาปฏิชีวนะควบคุมโดยกรมปศุสัตว์ ที่กำหนดให้มีการใช้อย่างสมเหตุสมผลและเหมาะสม

“หลักที่สำคัญคือ ระยะการหยุดยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมก่อนส่งเข้าสู่กระบวนการผลิตถัดไป เพื่อลดโอกาสเสี่ยง และยังไม่มีหลักฐานชี้นำว่าเชื้อดื้อยาเป็นผลจากการบริโภคอาหารที่มาจากกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานส่งผลต่อสุขภาพผู้บริโภค” รองศาสตราจารย์ น.สพ.ดร. ณุวีร์ กล่าว

สำหรับการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างถูกต้องสมเหตุผลในสัตว์ ควรเลือกใช้ยาปฏิชีวนะที่อนุญาตให้ใช้โดยกรมปศุสัตว์ ซึ่งจะมีมาตรการและข้อกำหนดต่างๆในการใช้ยาให้เหมาะสมกับชนิดของสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์น้ำ สัตว์เลี้ยง และปศุสัตว์ และควรเลือกให้เหมาะสมกับชนิดของยา คุณภาพของยา ความถี่ของการใช้ ควรจะใช้ให้ถูกต้องตามข้อแนะนำของฉลากยา

นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์ยังมีข้อห้ามไม่ให้ใช้กลุ่มของยาที่ใช้รักษามนุษย์มาใช้ในสัตว์ ปัจจุบันวงการปศุสัตว์ไทยตื่นตัวกันมากในการลดใช้ยาปฏิชีวนะ และหาสารทางเลือกอื่นๆ มาใช้การทดแทนยาปฏิชีวนะ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของชาติที่กรมปศุสัตว์กำหนดเป้าหมายมุ่งลดการใช้ยาปฏิชีวนะ 30% ในวงการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งภาครัฐและภาคเอกชนได้ร่วมมือกันดำเนินการเพื่อ ยกระดับความปลอดภัยอาหารให้กับผู้บริโภค

รองศาสตราจารย์ น.สพ.ดร. ณุวีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การตระหนักรู้ ของผู้บริโภคเป็นเรื่องที่ดี และมีส่วนสำคัญในการลดปัญหาเชื้อดื้อยา โดยผู้บริโภคต้องให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อเนื้อสัตว์ การดูสีรวมถึงลักษณะของเนื้อเป็นหลัก เนื้อสุกรต้องเป็นสีชมพู ไม่มีสิ่งแปลกปลอม ไม่มีรอยเลือดจ้ำ หรือสีของเนื้อผิดปกติ และเลือกซื้อจากร้านจำหน่ายที่สะอาด ได้มาตรฐาน เชื่อถือได้ โดยสังเกตสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK” ซึ่งเป็นสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ที่ได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์ว่าจำหน่ายเนื้อสัตว์ที่ถูกสุขลักษณะ มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานทุกขั้นตอน และตรวจสอบย้อนกลับได้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าได้เลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่ปลอดสารปนเปื้อน และปลอดภัยจากเชื้อดื้อยา

เอไอเอส และ ส.ผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย โชว์ศักยภาพโครงข่ายอัจฉริยะสู่ Smart Factory

0

นายธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร AIS เปิดเผยว่า AIS จับมือกับ สมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย (TARA) ร่วมกันส่งเสริมการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการไทยโดยการพัฒนาโซลูชั่นบนเครือข่ายและแพลตฟอร์ม 5G ปลดล็อกขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรมไทยให้สามารถแข่งขันกับเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ตอบโจทย์การพัฒนา Industry 4.0 ของไทย โดยมีความสำเร็จของ บริษัทผู้ประกอบการสัญชาติไทยชั้นนำในอุตสาหกรรมอย่าง บริษัท เลิศวิลัย แอนด์ ซันส์ ผู้ให้บริการโซลูชันหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติสำหรับงานอุตสาหกรรม ที่ได้พัฒนาโซลูชันมาใช้งานจริงบนแพลตฟอร์ม AIS 5G Private Network แล้วในโรงงานผลิตลวดเชื่อมไฟฟ้าของ บริษัท ยาวาต้า จำกัด ที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นการยกระดับการทำงานภายในโรงงานสู่ Smart Factory ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยถือเป็นการขับเคลื่อนระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์เชิงพาณิชย์ ฝีมือคนไทย ที่พร้อมขยายการให้บริการและสร้างการเปลี่ยนแปลงในโลกอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศรองรับโอกาสและการเติบโตในอนาคต

การผลักดันโซลูชันหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติสำหรับงานอุตสาหกรรมให้เกิดขึ้นจริง บนแพลตฟอร์ม 5G Private Network ซึ่งเป็นบริการเครือข่ายส่วนตัวสำหรับการใช้งานเฉพาะภายในพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม และสามารถทำ Network Slicing เพื่อจัดสรรทรัพยากร ทำให้เกิดคุณสมบัติทางเครือข่ายรองรับความต้องการเฉพาะของแอพพลิเคชั่น เช่น ความเร็ว หรือความหน่วงต่ำ ซึ่งการออกแบบเครือข่ายเฉพาะนี้ ยังช่วยให้การเชื่อมต่อข้อมูลเป็นส่วนตัว แม้จะใช้เครือข่ายแบบไร้สาย ส่งผลให้การรับส่งข้อมูลมีความคล่องตัว มีความหน่วงในการทำงานต่ำ และมีความปลอดภัยของข้อมูลสูง จึงเป็นการตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำในตลาดลูกค้าองค์กรและกลุ่มอุตสาหกรรมของ AIS ซึ่งเราเชื่อว่าการทำงานร่วมกันในครั้งนี้จะช่วยทำให้ Ecosystem ของผู้ประกอบการไทย มีศักยภาพพร้อมรับโอกาสและการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ดร.ประพิณ อภินรเศรษฐ์ นายกสมาคม TARA และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยาวาต้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่่าวว่า วันนี้ ผู้ประกอบการไทยในสมาคมฯ ได้ทำการวิจัย ค้นคว้า พัฒนา ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์และโซลูชันที่ตอบโจทย์การทำงานของโรงงานผลิตที่หลากหลาย ซึ่งแน่นอนว่าเครือข่าย 5G ที่ AIS ได้พัฒนาขึ้นสามารถใช้งานได้จริงแล้วในเชิงพาณิชย์ ผ่านการทำงานร่วมกับ เลิศวิลัย ที่ได้นำโซลูชั่นเข้าไปสร้างการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการผลิตของโรงงานยาวาต้าที่ทำงานบนเครือข่าย 5G จึงนับว่าเป็นก้าวสำคัญของวงการอุตสาหกรรมไทยที่จะเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 เดินหน้าแข่งขันในตลาดโลกต่อไป

บริษัทยาวาต้า  เป็นบริษัทผู้ผลิตลวดเชื่อมไฟฟ้ารายใหญ่ของประเทศไทย ซึ่งดำเนินธุรกิจมากว่า 50 ปี ซึ่งบริษัทปรับเปลี่ยนตัวเองตลอด โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการ ลดต้นทุน ลดความเสี่ยงของอุบัติเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่โรงงาน และการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรโดยการใช้เทคโนโลยีและ 5G นี้ ยังได้เข้าเกณฑ์ได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีนิติบุคคล 100% ของวงเงินการปรับปรุงเป็นเวลา 3 ปี ตามมาตรการสนับสนุนจาก BOI ด้วย 

ดร.กุลฉัตร เสนีวงศ์ ณ อยุธยา  ผู้จัดการแผนกวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในโรงงาน จาก บริษัทเลิศวิลัย แอนด์ ซันส์ กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นที่โซลูชั่นที่เกิดจากการพัฒนาโดยการสนับสนุนและทำงานร่วมกันจากทางสมาคม และ AIS ได้เกิดการใช้งานจริงภายในโรงงานของยาวาต้า ซึ่งเป็นโรงงานผลิตลวดเชื่อมไฟฟ้าที่มีกระบวนการผลิตค่อนข้างซับซ้อนในการเคลื่อนย้ายวัตถุดิบแต่ละจุด จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าระบบ Autonomous Mobile Robots หรือ AMRs ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ขนย้ายสินค้าอัตโนมัติซึ่งต้องเคลื่อนที่อย่างอิสระในพื้นที่ทั้งหมดของโรงงานโดยไม่มีเส้นนำทางบนพื้นเหมือนระบบเก่า จึงต้องการการเชื่อมต่อไร้สายที่เสถียร มีความหน่วงต่ำ มีความปลอดภัยสำหรับการรับส่งข้อมูล และมีพื้นที่ครอบคลุมอย่างแท้จริงในโรงงาน  เมื่อนำมาใช้กับ AIS 5G Private Network ก็สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความแม่นยำในการสั่งการ สามารถเพิ่ม Productivity ได้ตามเป้าหมายการเป็น Smart Factory เต็มรูปแบบ อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาโซลูชั่น Smart Factory ซึ่งทุกองค์ประกอบ เช่น Robotics, AMR และ PLC ของระบบ IIoT จะต้องเชื่อมต่อกันผ่าน OT, IT และ Cloud ในรูปแบบ Everything Connected  เพื่อเปลี่ยนแปลงภาคอุตสาหกรรมไทยให้เห็นความสำคัญของเทคโนโลยีที่จะมาช่วยเพิ่มศักยภาพของการทำงานมากยิ่งขึ้นได้

OR และ โอ้กะจู๋ ร่วมสนับสนุนอาคารเรียนและระบบโซล่าเซลล์ รร.บ้านผีปานเหนือ จ.เชียงใหม่

0

นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ และ นายชัดชาญ เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่นวัตกรรมและความยั่งยืน พร้อมด้วย ผู้บริหาร บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด ร่วมส่งมอบอาคารเรียน และระบบโซลาเซลล์เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอนอาคารศูนย์ ICT ให้แก่ นางสาวภัทรวดี จันทร์หล้า ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านผีปานเหนือ จ.เชียงใหม่ 

โดย บริษัทปลูกผักเพราะรักแม่ ส่งมอบอาคารเรียนและสนับสนุนการสร้างห้องเรียนอาคารศูนย์ ICT ซึ่งได้จากโครงการ “กินเจอิ่มใจที่โอ้กะจู๋ ช่วยพี่อู๋สร้างห้องเรียน” มูลค่า 500,000 บาท และ โออาร์ ร่วมสนับสนุนระบบโซลาร์เซลล์ มูลค่า 242,000 บาท เพื่อช่วยให้เด็กไทยที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลบนภูเขาให้ได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้การใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างทัดเทียมกับนักเรียนที่อยู่ในเมือง ถือเป็นการช่วยส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน สอดคล้องกับแนวคิดในการดำเนินธุรกิจของ โออาร์ ที่จะเติมเต็มโอกาสเพื่อทุกการเติบโตร่วมกัน

ทิพยประกันภัย จับมือ ธนาคารกรุงไทย ออกบัตรเดบิตกรุงไทย ให้ความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ตามไลฟ์สไตล์

0

รายงานข่าว​ เปิดเผยว่า​ คุณดรรชนี ศรีอนันตรักษา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการขายและการตลาด บริษัท ทิพยประกันภัย  จำกัด (มหาชน) และ คุณกิติพงศ์ มุตตตามระ  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการจัดทำบัตรเดบิตกรุงไทย ที่ให้ความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ตามไลฟ์สไตล์ ได้แก่ บัตรเดบิตกรุงไทย พาลาเดียม (Palladium), บลูไดมอนด์ เอ็กซ์ตร้า (Blue Diamond Xtra), โฮมพลัส (Home Plus), และเพิร์ล (Pearl) โดยเพิ่มความคุ้มครองอุบัติเหตุ สูงสุดถึง 1,000,000 บาท พร้อมค่ารักษาพยาบาล ไม่ต้องสำรองจ่าย  พร้อมสิทธิประโยชน์ตามไลฟ์สไตล์ของบัตรแต่ละใบอาทิ บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน กรณีรถเสีย ยางแบน แบตหมด / คุ้มครองทรัพย์สินภายในบ้าน พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินภายในบ้าน  คุ้มครองสินค้าที่ซื้อด้วยบัตร และคุ้มครองเงินที่ถูกโจรกรรมขณะกดตู้ ATM

ทั่งนี้​ บัตรเดบิตกรุงไทยที่มีความร่วมมือกับทิพยประกันภัย ทั้ง 4 ไลฟ์สไตล์นี้ มีจำหน่ายที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา และ Krungthai NEXT ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 เป็นต้นไป

เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ได้รับคัดเลือกเข้าคำนวณในดัชนี SET100, SETTHSI และ SETWB

0

รายงานข่าว​ เปิดเผยว่า​ เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2564 ที่ผ่านมา บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX ได้รับการคัดเลือกเข้าคำนวณดัชนีสำคัญสำหรับรอบครึ่งปีแรกของปี 2565 (มกราคม-มิถุนายน 2565) จากการประกาศผลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย KEX ได้รับการคัดเลือกเข้าคำนวณใน SET100, SETTHSI และ SETWB โดย SET100 จะถูกคัดเลือกจากกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุด 100 อันดับแรก ซึ่งถือได้ว่ามีผลต่อดัชนีตลาดหลักทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ 

ส่วน SETTHSI (SET Thailand Sustainability Investment) หรือ “หุ้นยั่งยืน” คัดเลือกจากหลักทรัพย์ที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance หรือ ESG) เป็นสำคัญ และ SETWB (SET Well-being) เป็นดัชนีที่สะท้อนศักยภาพในการแข่งขันของไทยและเป็นธุรกิจที่ผู้ลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ ซึ่งการเติบโตของธุรกิจเหล่านี้มีผลต่อการขยายตัวของ GDP และนำมาสู่การสร้างรายได้แก่คนในประเทศ รวมถึงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนไทยด้วย นอกจากนี้ KEX ยังถูกจัดเข้าอยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์สำรองสำหรับ SET50 (Reserve List of SET50) ซึ่งถูกคัดเลือกมาจากกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุด 50 อันดับแรกอีกด้วย

นาย อเล็กซ์ อึ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KEX  กล่าวว่า​ หลัง​เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ​ เมื่อปลายปี 2563 นอกเหนือจากความเป็นผู้นำธุรกิจจัดส่งพัสดุด่วน ส่งผลให้ทั้งปริมาณการจัดส่งพัสดุ รายได้ และจำนวนลูกค้าเติบโตอย่างโดดเด่นตลอดปี 2564 แล้ว​ KEX​ยังมุ่งมั่นและให้ความสำคัญต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกส่วน ทั้งยังตระหนักถึงบทบาทในการเป็นสื่อกลางเพื่อส่งมอบ “ความห่วงใย” ไปถึงมือผู้บริโภค โดยเริ่มตั้งแต่ความใส่ใจในพนักงานทุกคน ซึ่งถือเป็น “ด่านหน้า” ในการส่งต่อความปลอดภัยอย่างครบวงจรให้แก่ลูกค้า และสังคมโดยรวม  โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ผ่านการจัดส่งพัสดุต่างๆ อาทิ จัดส่งยาและสิ่งของจำเป็น ไปถึงมือผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ KEX ยังได้จัดให้มีช่องทางการสื่อสารระหว่างผู้บริหารกับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนในแต่ละกลุ่มเป็นประจำผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โบรกเกอร์ต่างๆ รวมถึงช่องทางที่บริษัทฯ จัดขึ้นภายใต้งาน “CEO Connect” สะท้อนความพร้อมของ KEX ในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านความเป็นผู้นำทางการแข่งขัน การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกส่วน และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรในยุคดิจิตอล สอดรับกับการเข้าคำนวณในดัชนี SET100, SETTHSI และ SETWB ตั้งแต่ต้นปีหน้าเป็นต้นไป ด้วยการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

ตลาดหลักทรัพย์ฯ คว้าสองรางวัลระดับโลก ตอกย้ำการเป็นตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำในเอเชีย

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรับรางวัล “ตลาดหลักทรัพย์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำปี 2564” (Best Stock Exchange Southeast Asia 2021) จาก Global Banking and Finance Review ซึ่งเป็นนิตยสารการเงินการลงทุนชั้นนำของประเทศอังกฤษ และรางวัล “ESQR’s Quality Achievements Award 2021” จากสถาบัน European Society for Quality Research (ESQR) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นที่ยอมรับในเวทีระดับสากลในฐานะตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย

ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนอย่างสมดุลแก่ตลาดทุนไทย เพิ่มโอกาสให้ภาคธุรกิจเข้าถึงแหล่งทุนและเติบโตด้วยคุณภาพ โดยมีการดำเนินงานตามหลัก Sustainability พร้อมส่งเสริมให้คนไทยมีความรู้ความเข้าใจทางการเงิน และเป็นแหล่งลงทุนเพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนด้วยผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย นอกจากนี้ ยังขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมและดูแลสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการพัฒนาตลาดทุนให้เป็นประโยชน์แก่ทุกภาคส่วน “To make the capital market ‘Work’ for everyone”

การที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รับรางวัล “ตลาดหลักทรัพย์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” จาก Global Banking and Finance Review สะท้อนถึงการดำเนินงานที่โดดเด่น มีความยืดหยุ่น ให้สามารถรองรับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกลางเพื่อเชื่อมต่อทั้งระบบนิเวศตลาดทุน ที่เอื้อต่อการดำเนินงานของอุตสาหกรรมโดยรวม 

สำหรับ “รางวัล ESQR’s Quality Achievements Award 2021” จากสถาบัน European Society for Quality Research (ESQR) ซึ่งมอบให้กับองค์กรระดับโลก ที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเชิงคุณภาพ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการพัฒนาคุณภาพทั้งด้านผลิตภัณฑ์และบริการ รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพบุคลากรในตลาดทุน ครอบคลุมผู้ประกอบการ ผู้ประกอบวิชาชีพ และผู้ลงทุน ตลอดจนประชาชนทั่วไป โดยให้ความรู้และส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม รางวัล Best Stock Exchange Southeast Asia 2021ได้ที่ https://www.globalbankingandfinance.com/global-banking-finance-awards-2021-award-winners/ และรางวัล “ESQR’s Quality Achievements Award 2021”  http://www.esqr.org/en/info/profile

AIS จับมือ พนัส แอสเซมบลีย์ และ เอ็ม เอส ไอ จี เปิดตัว ‘พนัสแคร์’ ประกันภัยรถใหญ่เชิงพาณิชย์แนวใหม่

0

นายสุปรีชา ลิมปิกาญจนโกวิท ผู้จัดการทั่วไป ด้านการบริการดิจิทัล AIS เปิดเผยว่า AIS 5G  ร่วมกับ บริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ ผู้นำตลาดผลิตรถบรรทุกเพื่อการขนส่งและโลจิสติกส์ และ บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านประกันวินาศภัย  เปิดตัว ‘พนัสแคร์’ ประกันภัยรถใหญ่เชิงพาณิชย์แนวใหม่ โดยนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาวัดผลพฤติกรรมผู้ขับขี่ จากนั้นประมวลผลและมอบประโยชน์เพิ่มเติมให้กับผู้ขับขี่สูงสุดถึง 50% ของเบี้ยประกันภัยเมื่อครบปีกรมธรรม์ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ขับมีพฤติกรรมการขับขี่ที่ดีขึ้นรวมทั้งสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนในอนาคตต่อไป

“AIS โดย AIS Insurance Service ในฐานะผู้นำด้าน Digital Life Service Provider ที่เน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับอุตสาหกรรมประกันภัย ซึ่งที่ผ่านมาได้เคยร่วมมือกับเอ็ม เอส ไอ จี มาแล้วในโครงการประกันขับดีหรือประกันภัยรถยนต์ในรูปแบบ Usage-Based Insurance (UBI) ที่คิดเบี้ยประกันภัยตามการใช้จริง โดยนำเอาเทคโนโลยี IoT มาตรวจวัดพฤติกรรมการขับขี่ผ่านสัญญาณโครงข่ายของเอไอเอส ก่อนที่จะประมวลผลเข้าสู่ระบบ Cloud  ของเอ็ม เอส ไอ จี เพื่อคำนวณค่าเบี้ยประกันภัยได้ตรงตามพฤติกรรม จึงเป็นที่มาของการส่งต่อความร่วมมือไปยัง พนัส แอสเซมบลีย์ ที่เป็นผู้นำในธุรกิจผลิตรถพ่วงและกึ่งพ่วง ที่กำลัง Transform องค์กร โดยผสมผสาน Digital เข้ามาในกระบวนการทำงาน เพื่อใช้จุดเด่นจากทั้ง 3 บริษัท พัฒนาประกันภัยสำหรับรถใหญ่เชิงพาณิชย์หรือ ‘พนัสแคร์’ นั่นเอง”

นายพนัส วัฒนาชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด กล่าวว่า  กลุ่มเป้าหมายของพนัสแคร์คือผู้ประกอบการกลุ่มโลจิสติกส์ทั้งรายใหญ่และรายย่อยที่เป็นลูกค้าของบริษัทฯ อยู่แล้วและมีการเปิดใช้งาน GPS กับรถเทรลเลอร์อยู่ โดยเราจะนำเสนอพนัสแคร์เข้าไปเสริมทัพสร้างความอุ่นใจให้คนขับรถบรรทุกผ่านทีมงานขายมืออาชีพของพนัสที่มีอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งในปัจจุบันเรามีลูกค้าที่สนใจลงชื่อจองซื้อประกันพนัสแคร์แล้วเกือบ 5,000 ราย ส่วนเป้าหมาย เราตั้งเป้าปีแรกอยู่ที่ 10,000 กรมธรรม์ และ 50,000 กรมธรรม์ภายใน 3 ปี

ด้าน นายรัฐพล กิติศักดิ์ไชยกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “นี่คือการขยายผลที่สำคัญจากประกันขับดีที่ได้ร่วมมือกับทางเอไอเอสที่ผ่านมา และในครั้งนี้เราได้ร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยรูปแบบใหม่กับกลุ่มรถใหญ่เชิงพาณิชย์อย่าง ‘พนัสแคร์’ โดยใช้เทคโนโลยีเป็นส่วนช่วยคิดเบี้ยประกันภัยให้มีความเป็นธรรมมากที่สุด เพื่อนำส่งเบี้ยประกันคืนให้กับผู้เอาประกันภัยที่มีพฤติกรรมการใช้รถที่ดีจริงๆ”

สำหรับ ประกันภัยพนัสแคร์เป็นประกันขับดีรูปแบบใหม่สำหรับรถใหญ่เชิงพาณิชย์ที่ให้รางวัลสำหรับผู้ขับรถบรรทุกดี ด้วยการมอบผลประโยชน์เพิ่มเติมกรณีขับดีสูงสุดถึง 50% ของเบี้ยประกันภัยเมื่อครบปีความคุ้มครอง โดยการคำนวณพฤติกรรมการขับขี่นั้นจะใช้จาก ‘Panus GPS Tracker’ ผ่านโครงข่ายสัญญาณเอไอเอสไปยังระบบ Clouds Server ของ TOD  ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Panus Group และส่งค่าผ่านมายัง Server ของเอ็ม เอส ไอ จี โดยมีการแสดงผลให้ผู้เอาประกันภัยทราบผ่าน Panus Mobility Dashboard  ทางเอ็ม เอส ไอ จีจะนำข้อมูลการขับขี่ทั้งหมดในรอบ 1 ปี มาประมวลผลร่วมกับอัตราความเสียหาย (Loss Ratio) เพื่อคำนวณการผลประโยชน์เพิ่มเติมให้กับผู้เอาประกันภัยเมื่อสิ้นสุดปีกรมธรรม์ ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะได้รับ Tracker รุ่น MBT1 เพื่อติดที่หัวลาก และ Smart Trailer สำหรับหางพ่วง โดยให้ความคุ้มครองรถที่มีอายุตั้งแต่ 1-10 ปี ครอบคลุมความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก ความเสียหายต่อรถยนต์ คุ้มครองกรณีรถสูญหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม

เอเชียทีค ชวนนับถอยหลังปีใหม่ในงาน “ASIATIQUE Thailand Countdown 2022”

0

“เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์” ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายใต้การบริหารงานของบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ชวนร่วมสัมผัสบรรยากาศสุดพิเศษ นับถอยหลังฉลองเคาท์ดาวน์ปีใหม่ กับพลุสุดอลังการริมโค้งน้ำเจ้าพระยาในงาน “ASIATIQUE Thailand Countdown 2022” วันที่ 31 ธันวาคม 2564 ณ  Asiatique Park ในรูปแบบ New Normal ตอกย้ำการเป็นแลนด์มาร์คเคาท์ดาวน์สุดยิ่งใหญ่ตระการตา และจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพมหานครและประเทศไทย

นายภีม ลิ่วลม หัวหน้าคณะกลุ่มรีเทลล์ AWC เปิดเผยว่า โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ พร้อมจัดแสดงพลุริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายใต้แนวคิด “From Dusk till Dawn ชมแสงสุดท้ายของปี พร้อมการมาเยือนของแสงแรกแห่งศักราชใหม่” และร่วมฉลองเคาท์ดาวน์ในงาน “ASIATIQUE Thailand Countdown 2022” กับบรรยากาศริมโค้งน้ำเจ้าพระยา ที่ได้รับการยอมรับในฐานะ Thailand Countdown Destination ของการเฉลิมฉลองค่ำคืนเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของประเทศไทยที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก โดยเนรมิตท้องฟ้าเหนือคุ้งน้ำที่สวยที่สุดของเจ้าพระยาให้สว่างไสว ด้วยสีสันของการแสดงพลุเคาท์ดาวน์ครั้งยิ่งใหญ่ สื่อความหมายถึง ของการส่งมอบความรักให้แก่กัน (Love) ความรุ่งเรือง (Prosperous) และความสุขสมหวัง (Happiness) เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้ชมทั้งในประเทศและทั่วโลกได้กลับมามีความหวังความสุขความเบิกบานใจอีกครั้ง ควบคุมการแสดงพลุโดยนักออกแบบพลุชาวไทย คุณสราวุฒิ  ต่ายทรัพย์ หนึ่งในทีม Pyro 2000 แชมป์โลกจากประเทศอังกฤษ ที่กวาดรางวัลแชมป์มาแล้วทั่วโลก พร้อมโชว์พลุสุดอลังการภายในงาน โดยแบ่งการแสดงออกเป็น 3 องก์ ดังนี้

องก์ที่ 1 ส่งมอบความรักให้แก่กัน (Love) พลุรูปหัวใจเป็นสัญลักษณ์แทนความรักความห่วงใย ส่งกำลังใจให้แก่กัน

องก์ที่ 2 ความรุ่งเรือง (Prosperous) พลุสีทองเป็นสัญลักษณ์แทนความรุ่งเรืองเฟื่องฟูร่ำรวยมั่งคั่ง

องก์ที่ 3 ความสุขสมหวัง (Happiness) พลุหลากสีสันหลายรูปแบบเป็นสัญลักษณ์แทนการส่งมอบความสุข ความสนุกสนาน และความหวัง เพื่อเป็นสิริมงคลต้อนรับศักราชใหม่ในปี 2565  

นางสาวฉัตรชนก ตรีรัตนวาทิน ผู้จัดการทั่วไป โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เปิดเผยว่า นอกจากกิจกรรมดังกล่าว ภายในงานยังมี

  • LED CUBE SCULPTURE ชิ้นงานศิลปะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ริมน้ำเจ้าพระยา พร้อมสะกดทุกสายตา ด้วยโครงสร้างสูง 7 เมตร กว้าง 4.7 เมตร พร้อมจอ LED CUBE ขนาดยักษ์ กว้าง 3 เมตร สูง 3 เมตร ที่จะดึงดูดผู้ที่เดินทางมายังเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ ในยามกลางวันและยามค่ำคืน และผู้ที่สัญจรไปมาทางน้ำ โดยแลนด์มาร์คนี้จะตั้งอยู่บริเวณ Asiatique Park ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2564 – 12 มกราคม 2565
  • พร้อมระเบิดความมันส์ไปกับ DJ Lady Punch ที่จะมอบความสุข ความสนุก และร่วมเคาท์ดาวน์ไปด้วยกัน ตั้งแต่เวลา 23.00 – 00.25 น.
  • สามารถรับชม Live Streaming ที่ www.facebook.com/Asiatique.Thailand ชมความตระการตราของพลุ ผ่านช่องทาง Facebook Live

“สำหรับมาตรการป้องกันเชื้อโควิด-19 ทางผู้จัดงานได้ยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุด ในการเตรียมต้อนรับทุกท่าน ภายใต้มาตรฐาน SHA Plus เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยมีการจำกัดผู้เข้าชมงาน ตั้งจุดให้บริการเจลแอลกอฮอล์โดยรอบสถานที่จัดงาน สำหรับผู้เข้าร่วมงานกำหนดให้มีการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันไทยชนะ แสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล สำหรับพนักงานและผู้จัดงานทุกคนจะต้องผ่านการตรวจ ATK ภายใน 72 ชั่วโมง และมีผลตรวจเป็นลบ รวมถึงมีใบรับรองการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วจึงจะสามารถเข้ามาทำงานได้”

ด้านนางสาวชุตินันท์ เอกอุกฤษฎ์กุล หัวหน้าฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจรีเทลล์ AWC เปิดเผยว่าทั้ง 7 ศูนย์การค้าใหญ่ ภายใต้การบริหารงานของบริษัท AWC ขอส่งมอบความสุขและร่วมฉลองเทศกาลปีใหม่ ผ่านกิจกรรมพิเศษจากเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์, เกทเวย์ เอกมัย,  เกทเวย์ แอท บางซื่อ, พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน,  ลาซาล อเวนิว, ตะวันนา บางกะปิ และพันธุ์ทิพย์ เชียงใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Season of Happiness 2022”  ตลอดระยะเวลาการจัดงาน 49 วัน ตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 – 5 มกราคม 2565

สำหรับสุดยอดนักช้อป รับฟรีบัตรกำนัลห้องพักสุดหรู มูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท อาทิ ห้องพักแบบพรีเมียร์ คลับ และห้องพักแบบพรีเมียร์ สวีท พร้อมสิทธิ์การเข้าใช้บริการคลับเลาจน์ จากโรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพ ,ห้องพักแบบเอ็ม สวีท และสิทธิ์การเข้าใช้บริการเอ็มคลับ จากโรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค และโรงแรมอื่นๆ อีกมากมายทั้ง โรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพ, โรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์, โรงแรมดับเบิ้ล ทรี บาย ฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพ, โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส กรุงเทพ สาทร และโรงแรมมีเลีย เชียงใหม่ เมื่อใช้จ่ายภายในศูนย์การค้าครบตามเงื่อนไข

นอกจากนี้ทั้ง 7 ศูนย์การค้า ได้เนรมิตบรรยากาศแห่งความสุข สีสันตระการตา จุดแลนด์มาร์คถ่ายภาพมุมประทับใจภายในศูนย์การค้าฯ พร้อมด้วยกิจกรรมและโปรโมชั่นมากมายให้เหล่านักช้อปได้ฟิน รับฟรีกระเป๋า Happy Bag สุดเท่ เมื่อใช้จ่ายครบตามเงื่อนไข พรัอมรับโปรโมชั่นจากบัตรเครดิตชั้นนำ และชมคอนเสิร์ตจากหลากหลายศิลปินชื่อดังของไทย พร้อมเทศกาลของขวัญสุดพิเศษ

  • ศูนย์การค้าเกทเวย์ แอท บางซื่อ พบกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน “เบน ชลาทิศ” ในวันที่ 25 ธันวาคม 2564 และพบกับเทศกาลพิเศษส่งท้ายปี “Gateway at Bangsue Fun with Friends, The Foodies” ที่จะจัดขึ้นที่ Sky Garden ชั้น 6 เต็มอิ่มไปกับอาหารและเครื่องดื่มนานาชนิด พร้อมบรรยากาศสุดฟิน ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2564 – 19 มกราคม 2565
  • ศูนย์การค้าเกทเวย์ เอกมัย พบกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน “นนน กรภัทร์” ในวันที่ 24 ธันวาคม 2564 และส่งท้ายปีกับ “ตงตง กฤษกร” ในวันที่ 25 ธันวาคม 2564 และคาราวานสินค้าลดราคา
  • ศูนย์การค้าลาซาล อเวนิว พบกับเทศกาลของขวัญต้อนรับปีใหม่ พิเศษในวันที่ 24 – 26 ธันวาคม 2564 ร่วมสนุกกับกิจกรรมจากเหล่า Santa & Santy ตัวน้อยสุดน่ารัก เพลิดเพลินกับเสียงดนตรี บรรยากาศในสวน Banyan Tree Court และพลาดไม่ได้กับถ่ายรูปมุมสวยๆ อีกหลากหลายมุม ที่จัดไว้ให้อย่างตระการตา
  • โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์, ศูนย์การค้าตะวันนา บางกะปิ, ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน และศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ เชียงใหม่ พบกับสินค้าลดราคาพิเศษ พร้อมเทศกาลของขวัญ และกิจกรรมจาก Santa และ Santy และชมการแสดงร้องเพลงประสานเสียง พร้อมถ่ายรูปมุมสวยๆ ที่จัดไว้ให้อย่างตระการตา