Home Blog Page 330

AIS ผนึก เซ็นทรัลพัฒนา เปิดรันเวย์ Virtual แฟชั่นโชว์ในโลกเสมือนครั้งแรกในไทย

0

คุณศิวลี บูรณสงคราม หัวหน้าส่วนงานบริหารแบรนด์และสื่อสารการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS เปิดเผยว่า AIS ได้ร่วมกับเซ็นทรัลพัฒนา ในฐานะผู้นำในการพัฒนาศูนย์การค้าของไทย ส่งมอบประสบการณ์ใหม่ที่จะมาพลิกโฉมการจัดกิจกรรมของศูนย์การค้าเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับเทคโนโลยีสุดล้ำ กับการรับชมแฟชั่นโชว์ในโลกเสมือนผ่าน VR Technology ครั้งแรกในไทย รับกระแสของโลกเสมือนหรือ Metaverse กำลังเข้ามามีบทบาทต่อวิถีชีวิตของผู้คน ตอกย้ำความเป็นที่ 1 ตัวจริงด้านดิจิทัลไลฟ์ที่พร้อมส่งมอบบริการที่เหนือกว่าให้กับคนไทย

“AIS นำศักยภาพของโครงข่ายเทคโนโลยีมาต่อยอดให้ลูกค้าและคนไทยได้เข้าถึงเทคโนโลยีชั้นนำรวมถึงสัมผัสกับประสบการณ์ดิจิทัลที่แปลกใหม่ ทำให้ที่ผ่านมา AIS สามารถส่งมอบบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้ารวมถึงสร้างประโยชน์กับการทำงานของภาคธุรกิจและพาร์ทเนอร์ได้เป็นอย่างดี และความร่วมมือครั้งนี้กับ เซ็นทรัลพัฒนา ก็เป็นการตอกย้ำเป้าหมายการทำงานดังกล่าว โดยเรามุ่งนำศักยภาพของโครงข่าย 5G และนวัตกรรมล้ำสมัยมาสร้างประสบการณ์ที่เหนือชั้นให้คนไทยได้สัมผัส Immersive Experience บนเครือข่าย AIS 5G เรามีความตื่นเต้นที่ได้ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่างเซ็นทรัลพัฒนาอีกครั้ง ในการนำเอาเทคโนโลยี 5G พร้อมด้วย VR Technology มาเชื่อมทุกคนสู่โลกเสมือนจริง (Metaverse) โดยใช้ Immersive Technology ร่วมสร้างประสบการณ์ดิจิทัลเพื่อพาทุกคนรับชมแฟชั่นโชว์แบบ Front Row เป็นครั้งแรกในแคมเปญ ‘Blooming Summer 2022’ ที่ทางเซ็นทรัลพัฒนาจัดขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งมิติใหม่ของการเชื่อมต่อดิจิทัลไลฟ์สไตล์ในการดูแฟชั่นโชว์ เสมือนว่าทุกคนได้เข้าไปอยู่ ณ สถานที่นั้นจริงๆ”

ความร่วมมือในครั้งนี้ จัดขึ้นภายในงาน Blooming Summer 2022 ที่นำเอาเทคโนโลยีต่างๆ มารังสรรค์เพื่อเปิดโลกจินตนาการให้กับลูกค้า เช่น การสร้างสัมผัสใหม่ในการชมแฟชั่นโชว์ด้วยมุมมองโลกเสมือนจริงผ่าน VR (Virtual Reality) ในกิจกรรม AIS 5G Present Blooming Verse Virtual Runway Show เพื่อให้ทุกคนได้ชมแฟชั่นโชว์ครั้งแรกแบบ Front Row ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง Immersive ที่เข้ามายกระดับการรับชมที่ทุกคนจะรู้สึกอินทั้งได้ยินและเห็นภาพที่ชัดเจน นอกจากสร้างมิติใหม่ของการรับชม ยังเป็นอีกโอกาสในการการสร้าง Tourism Multiplier ปลุกท่องเที่ยวไทยทั้งระบบด้วยการชูมหกรรมท่องเที่ยวที่ทันสมัยที่สุดใจกลางเมือง

สำหรับ AIS 5G Present Blooming Verse Virtual Runway Show นี้เกิดขึ้นจากแนวคิดที่ตั้งใจจะสร้างมิติใหม่ให้กับวงการแฟชั่นโชว์ให้เกิดขึ้นอย่างสอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาสร้างความโดดเด่น ทำให้ทุกคนสามารถรับชมและติดตามแฟชั่นโชว์ได้อย่างทันกระแส ร่วมสัมผัสประสบการณ์ Virtual Runway Show ผ่านช่องทาง แอปพลิเคชัน AIS 5G PLAY VR, v-avenue.co และ VDO VERSION ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 35 สาขาทั่วประเทศ หรือรับชมในรูปแบบ VR กับกิจกรรม Blooming Verse Virtual Runway Show Booth แบบกระทบไหล่ Front Row ศิลปินนักแสดงที่คุณชื่นชอบได้ที่ เซ็นทรัล เวสต์เกต, เซ็นทรัล บางนา ระหว่างวันที่ 8 เม.ย.- 17 เม.ย.65

สมาคมกีฬากอล์ฟฯ คัด 42 สวิงจิ๋วเยาวชนไทย ลุยศึกจูเนียร์เวิล์ดที่สหรัฐฯ

0

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทยฯ (สกท.) ได้ 42 นักกอล์ฟเยาวชนเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟเยาวชนนานาชาติในรายการ “ไอเอ็มจี จูเนียร์ เวิลด์ กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพ” และ “เอฟซีจี คัลลาเวย์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ” ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจบการแข่งขันรอบคัดเลือกในรายการ ทีจีเอ-สิงห์ จูเนียร์ กอล์ฟ แชมเปี้ยน (คลาส เอ-บี) ที่สนามรอยัลฮิลล์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา แบบพาร์ 71 จ.นครนายก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 เม.ย.2565

สกท. ร่วมกับ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จัดการแข่งขันกอล์ฟเยาวชน เพื่อคัดตัวแทนเดินทางไปแข่งขันยังประเทศสหรัฐอเมริกากับสองรายการแข่งขันระดับนานาชาติ รายการ ไอเอ็มจี จูเนียร์ เวิลด์ กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพ ระหว่างวันที่ 11-15 ก.ค.นี้ และรายการ เอฟซีจี คัลลาเวย์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ระหว่างวันที่ 18-20 ก.ค.นี้ โดยทั้ง 2 รายการจะแข่งขันใน 12 สนามระดับแชมเปี้ยนชิพ คอร์ส ในรัฐ แคลิฟอร์เนีย ทั้งสิ้น การแข่งขันรอบคัดเลือกมีขึ้นระหว่างวันที่ 7-10 เม.ย. 2565 เพื่อคัดนักกอล์ฟเยาวชนที่ทำคะแนนสะสมในการแข่งขันของสมาคม แบ่งออกเป็น 2 รุ่นชาย-หญิง คลาส เอ (อายุ 15-18 ปี) และ คลาส บี (อายุ 13-14 ปี) เพื่อคัดนักกอล์ฟผลงานดีรับสิทธิ์เข้าไปร่วมการแข่งขันในปีนี้ แข่งขังภายใต้กฏกติกาของ อาร์แอนด์เอ ในรูปแบบสโตรคเพลย์ กรอสสกอร์ 4 วัน 72 หลุม

อชิร ชุมชัยเวทย์

จบการแข่งขันรอบสุดท้ายผลปรากฏว่า คลาส เอ (อายุ 15-18 ปี) อชิร ชุมชัยเวทย์ คว้าแชมป์ในรุ่นนี้ไปครองหลังเอาชนะเพลย์ออฟกับ พลัฏฐ์พล วิบูลย์วิริยะสกุล หลังทั้งคู่ทำสกอร์มาเท่ากันที่ 9 โอเวอร์พาร์ 293 ขณะที่อันดับ 3 เป็นของ ศุภวิชญ์ มังคละคีรี สกอร์รวม 15 โอเวอร์พาร์ 299 ขณะที่ คลาส บี (อายุ 13-14 ปี) ปรินทร์ สารสมุทร เข้ามาในอันดับ 1 หลังจากที่เอาชนะ ลพัญภล ลิแบร์โต้ เอราช-โกเมซ ในการดวลเพลย์ออฟเช่นกัน หลังทั้งคู่สกอร์รวมมาเสมอกันที่ 16 โอเวอร์พาร์ 300 ด้าน ศิรเดช จันทร์หา คว้าอันดับ 3 จากผลงาน 18 โอเวอร์พาร์ 302 และ ธีรวุฒิ บุญสีออ คว้าอันดับ 4 และได้รับสิทธิ์ยกเว้นเข้าร่วมการแข่งขันที่ สหรัฐ

ประเภทหญิง ในคลาส เอ พิมพ์พิศา รับรอง คว้าอันดับ 1 ด้วยผลงานรวม 4 โอเวอร์พาร์ 288 โดยมี สุวิชยา วินิจฉัยธรรม คว้าอันดับ 2 ด้วยสกอร์รวม 8 โอเวอร์พาร์ 292 อันดับ 3 เป็นของ อุษณี อุดคำเที่ยง ผลงานรวม 10 โอเวอร์พาร์ 294 และ ณัชชารีย์ ฐานชิตนิธิธันยา เฉือนเพลย์ออฟชนะ ภูษณิศา เอกก้านตรง และ ฐิติกาญจน์ ธรรพสิทธิ์ คว้าอันดับ 4 หลังทั้ง 3 สกอร์มาเท่ากันที่ 15 โอเวอร์พาร์ 299 ขณะที่ คลาส บี หญิง แชมเป็นของ ปริม ปราชญ์นคร จากผลงาน 8 โอเวอร์พาร์ 292 อันดับ 2 เป็นของ หลุยส์ อูม่า แลนด์กราฟ สกอร์รวม 12 โอเวอร์พาร์ 296 อันดับ 3 เป็นของ นะโม หลวงนิติกุล สกอร์รวม 14 โอเวอร์พาร์ 298 และ ชนม์พรรษา ถวิลสังข์ คว้าอันดับ 4 จากสกอร์รวม 15 โอเวอร์พาร์ 299

สรุปนักกอล์ฟที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมการแข่งขันศึก จูเนียร์ เวิล์ด กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพ ทั้ง 42 ประกอบไปด้วย อชิร ชุมชัยเวทย์, พลัฏฐ์พล วิบูลย์วิริยะสกุล, ศุภวิชญ์ มังคละคีรี, ปรินทร์ สารสมุทร, ลพัญภล ลิแบร์โต้ เอราช, ศิรเดช จันทร์หา, ธีรวุฒิ บุญสีออ (ได้รับสิทธิ์ยกเว้น), พิมพ์พิศา รับรอง, สุวิชยา วินิจฉัยธรรม, อุษณี อุดคำเที่ยง, ณัชชารีย์ ฐานชิตนิธิธันยา, ปริม ปราชญ์นคร, หลุยส์ อูม่า แลนด์กราฟ, นะโม หลวงนิติกุล, ชนม์พรรษา ถวิลสังข์, อจลวชิญ์ อนันตะเศรษฐกุล, สุขบริบูรณ์ อินทรพาณิชย์, ปรมิศวร์ แสงมณี, วิรดา ถวิลสังข์, ปัณณ์พิศา เกียรติพรศิริ, ไหมพิมพ์พร พิมพ์ศรี, เอริสา บิณฑจิตต์, ธกฤต ศุภกรชูวงศ์, ณภัทร ไชยพานิช, ภูริต วงศ์สว่าง, พลอยชนก สุวรรณจักร์ศรี, ณมณ หลวงนิติกุล, อัยลิน เพชรมัสลู, สกาย ไวลดิ้ง, พิชาพัฒน์ ศิริผดุงธรรม, เฮนรี่ เจมส์ แอนเดอร์สัน, อันนา ผ่องหทัยกุล (ได้รับสิทธิ์ยกเว้น), ภษมน มีสวัสดิ์, บุญรัตน์ กันทา, ณิชาภา จบหิมเวศน์, ณธาร นาคะนิธิ (ได้รับสิทธิ์ยกเว้น), ฌอน ไวลดิ้ง, กฤษฏิเศรษฐ สุริยะเลิศกุล, ปรินทร์วริศ คูณทวีลาภผล, ปัณณพร วรอภิญญาภรณ์, กานต์พิชชา คูวิสิษฐ์โสภิต, ชุตกิาญจน์ วรอภิญญาภรณ์

สำหรับการแข่งขันรายการต่อไปของสกท. จะเป็นรายการ สิงห์ ไทยแลนด์ อเมเจอร์ แมตช์เพลย์ แชมเปี้ยนชิพ 2022 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 21-24 เม.ย.นี้ ณ สนามกอล์ฟ รอยัลฮิลส์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.นครนายก ต่อไป

สรุปผลการแข่งขันกอล์ฟเยาวชน
ทีจีเอ-สิงห์ จูเนียร์ กอล์ฟ แชมเปี้ยน (คลาส เอ-บี)
ควอลิฟาย ทู ไอเอ็มจี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ – เอฟซีจี คัลลาเวย์ เวิลด์ แชมเปี้ยน

คลาส เอ ชาย
293 (+9) อชิร ชุมชัยเวทย์ 74-74-76-69 (เพลย์ออฟ)
293 (+9) พลัฏฐ์พล วิบูลย์วิริยะสกุล 74-74-72-73
299 (+15ป ศุภวิชญ์ มังคละคีรี 79-77-69-74

คลาส บี ชาย
300 (+16) ปรินทร์ สารสมุทร 77-78-74-71 (เพลย์ออฟ)
300 (+16) ลพัญภล ลิแบร์โต้ เอราช-โกเมซ 79-68-78-75
302 (+18) ศิรเดช จันทร์หา 74-74-78-76
310 (+26) ธีรวุฒิ บุญสีออ 74-81-78-77 (ได้รับสิทธิ์ยกเว้น)

คลาส เอ หญิง
288 (+4) พิมพ์พิศา รับรอง 77-69-68-74
292 (+8) สุวิชยา วินิจฉัยธรรม 75-78-70-69
294 (+10) อุษณี อุดคำเที่ยง 75-74-71-74
299 (+15) ณัชชารีย์ ฐานชิตนิธิธันยา 78-74-74-73 (เพลย์อออฟ)

คลาส บี หญิง
292 (+8) ปริม ปราชญ์นคร 75-77-70-70
296 (+12) หลุยส์ อูม่า แลนด์กราฟ 72-75-77-72
298 (+14) นะโม หลวงนิติกุล 78-74-72-74
299 (+15) ชนม์พรรษา ถวิลสังข์ 78-71-76-74

‘อติรุจ’ ผงาด คว้าแชมป์สวิงอาชีพ สิงห์ ออล ไทยแลนด์ 2 รายการติด

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า รายการแข่งขันกอล์ฟอาชีพสะสมคะแนนอันดับโลก ออล ไทยแลนด์ กอล์ฟ ทัวร์ 2022 ปรากฏว่า อติรุจ วินัยเจริญชัย นักกอล์ฟวัย 21 ปีจากชลบุรี สามารถคว้าแชมป์ออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์เป็นรายการที่สองติดต่อกัน หลังจบสกอร์รอบสุดท้าย 1 อันเดอร์พาร์ 70 รวมสี่วัน 13 อันเดอร์พาร์ 271 ทิ้งอันดับสองถึง 5 สโตรก คว้าแชมป์ “สิงห์ ออลไทยแลนด์ เมโมเรียล 2022” ในการแข่งขันชิงเงินรางวัลรวม 3 ล้านบาท ณ สนามชาเทรียม กอล์ฟ รีสอร์ท สอยดาว ระยะ 7,061 หลา พาร์ 71 จ.จันทบุรี เมื่อ 10 เม.ย.65

รายการ ออล ไทยแลนด์ กอล์ฟ ทัวร์ 2022 จัดแข่งขันภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จากการสนับสนุนโดย สิงห์ คอร์เปอเรชั่น, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย รวมถึงสปอนเซอร์ของออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์ ร่วมกันจัดแข่งขันรายการ “สิงห์ ออลไทยแลนด์ เมโมเรียล” ชิงเงินรางวัลรวม 3 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 7-10 เมษายน 2565 ณ สนามชาเทรียม กอล์ฟ รีสอร์ท สอยดาว ระยะ 7,061 หลา พาร์ 71 จ. จันทบุรี ผู้ชนะจะรับเงินรางวัลไปครอง 450,000 บาท และอันดับโลก 5 คะแนน

การแข่งขันรอบสุดท้าย เมื่อวันที่ 10 เม.ย.65 อติรุจ วินัยเจริญชัย จากชลบุรี ซึ่งเปิดฉากรอบสุดท้ายในฐานะผู้นำที่มีคะแนนนำหน้าอันดับสองอยู่ 4 สโตรก ซึ่งนักกอล์ฟวัย 21 ปีพลาดเสียโบกี้ตั้งแต่หลุม 3 แต่จากนั้นก็เล่นด้วยความอดทนก่อนมาเร่งเครื่องในช่วงเก้าหลุมสุดท้ายด้วยการเก็บสามเบอร์ดี้ในช่วงสี่หลุมเริ่มตั้งแต่หลุม 10 แม้จะพลาดออกโบกี้ที่หลุม 18 ที่ทำให้จบรอบสุดท้าย 1 อันเดอร์พาร์ 70 แต่ยังเพียงพอจะส่งให้เขาคว้าแชมป์รายการนี้ไปครองด้วยสกอร์รวม 13 อันเดอร์พาร์ 271 ทิ้งอันดับสอง วรัญญู รัตนไพบูลย์กิจ ที่หวดเข้ามาอีเวนพาร์ 71 ถึง 5 สโตรก

นับเป็นการคว้าแชมป์ออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์รายการที่สองติดต่อกันของ อติรุจ หลังจากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเพิ่งคว้าชัยชนะที่สนามสิงห์ปาร์ค ขอนแก่น กอล์ฟคลับ จ.ขอนแก่น และเป็นการคว้าแชมป์รายการระดับอาชีพเป็นรายการที่สี่ โดยก่อนหน้าที่จะชนะออลไทยแลนด์นั้น อติรุจ เคยชนะแมตช์ในระดับไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ของ สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทยมาแล้ว 2 รายการในการแข่งขันที่รอยัลฮิลส์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.นครนายก เมื่อปี 2018 และ 2021

อติรุจเปิดเผยหลังรับเงินรางวัลไปครอง 450,000 บาทว่า “ต้องขอขอบคุณคุณแม่ที่เดินทางมาด้วยกัน ประสบความสำเร็จไปด้วยกัน ภูมิใจกับตัวเองครับที่สามารถทำได้ ส่วนเกมการเล่นในวันนี้ก็เหมือนกับทุกๆวัน แต่ว่าเกมพัตต์ค่อนข้างจะตกลงไปกว่าปกตินิดหนึ่งครับ ธงก็ยากและอาจจะไม่ได้ออนใกล้มากนัก และส่วนใหญ่ออนทางลงก็เลยต้องพัตต์เซฟเนื่องจากกรีนที่นี่ไวมาก จนกระทั่งเก้าหลุมหลังที่รู้สึกว่าหลุมค่อนข้างเข้าทาง แล้วมีพาร์ 5 สองหลุมที่ทำให้เรามีโอกาสได้ทำเบอร์ดี้”

ทางด้าน วรัญญู รัตนไพบูลย์กิจ นักกอล์ฟวัย 25 ปีจากเพชรบุรี ที่กำลังลุ้นแชมป์ออลไทยแลนด์รายการที่สองในอาชีพต่อจากชัยชนะที่ ลากูนากอล์ฟภูเก็ต เมื่อปี 2018 ในรอบสุดท้ายเก็บเข้ามา 3 เบอร์ดี้ก่อนจบวัน อีเวนพาร์ 71 รวมสี่วันจบอันดับสองด้วยวกอร์รวม 8 อันเดอร์พาร์ 276 รับเงินรางวัลปลอบใจ 285,000 บาท อันดับสามตามหลัง 1 สโตรกด้วยสกอร์ 7 อันเดอร์พาร์ 277 เป็น พิสิฐชัย ทิพย์พงษ์ ซึ่งในรอบสุดท้ายหวดเข้ามาถึง 5 อันเดอร์พาร์ 66 รับเงินรางวัลไปครอง 165,000 บาท

ส่วน วีรวิญช์ นาคประชา นักกอล์ฟทีมชาติไทย ชุดสู้ศึก “ซีเกมส์” ที่เวียดนาม วัย 18 ปี ซึ่งทำสกอร์ในรอบสุดท้ายเข้ามาที่ อีเวนพาร์ 71 รวมสี่วันจบการแข่งขันในอันดับสิบห้าร่วมกับ ตะวัน พงศ์พันธุ์ และ รัชพล จันทวารา ด้วยสกอร์รวม 1 อันเดอร์พาร์ 283 โดย วีรวิชญ์ คว้ารางวัลศุภพร มาพึ่งพงศ์ ไปครองในฐานะนักกอล์ฟสมัครเล่นที่ทำผลงานดีที่สุดในรายการนี้

สำหรับการแข่งขัน ออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์ รายการต่อไปจะเป็นรายการ “สิงห์ คลาสสิก 2022” ชิงเงินรางวัลรวม 3 ล้านบาทและคะแนนสะสมอันดับโลก 5 คะแนน ระหว่างวันที่ 28 เม.ย.- 1 พ.ค. 2565 ที่จะถึงนี้ ณ สนามรอยัลฮิลส์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.นครนายก

สรุปผลสิงห์ ออลไทยแลนด์ เมโมเรียล 2022 รอบสุดท้าย (สนามพาร์ 71)

271 อติรุจ วินัยเจริญชัย 66-67-68-70 (เงินรางวัล 450,000 บาท)
276 วรัญญู รัตนไพบูลย์กิจ 73-64-68-71 (เงินรางวัล 285,000 บาท)
277 พิสิฐชัย ทิพย์พงษ์ 66-74-71-66 (เงินรางวัล 165,000 บาท)
279 เด่นวิทย์ เดวิด บริบูรณ์ทรัพย์ 72-69-71-67, กิตติธีร์ ป้อมบุญมี 74-70-67-68, วอลเมอร์ มูริลโล (เวเนซูเอล่า) 70-71-69-69 (เงินรางวัลคนละ 99,750 บาท)
280 ลีนวัฒน์ นำพิทักษ์ชัยกุล 67-73-69-71, จณัตว์ สกุลพลไพศาล 70-70-67-73, ภูมิ ภัทโรพงศ์ 67-71-67-75 (เงินรางวัลคนละ 64,550 บาท)
281 ฉ่างไท้ สุดโสม 69-73-71-68, วรุณ เอี่ยมแก้ว 72-70-69-70, ฐิติพรรษ์ ภาช่วยประคอง 71-68-71-71, ภัทรพล ขันทะชา 70-72-66-73 (เงินรางวัลคนละ 51,787.50 บาท)
282 นพรัฐ พานิชผล 68-71-72-71 (เงินรางวัล 46,500 บาท)
283 ตะวัน พงศ์พันธุ์ 73-73-70-67, รัชพล จันทวารา 66-74-74-69 (เงินรางวัลคนละ 43,650 บาท) , วีรวิชญ์ นาคประชา (สมัครเล่น) 73-68-71-71
284 ภัทระ อมรเวชรัตน์ 71-73-70-70, วาณิช เพ็ชรฤทธิ์ 72-71-69-72, กัลวิน กรีน (มาเลเซีย) 71-73-67-73, ธาวิท พลไทย 70-70-70-74 (เงินรางวัลคนละ 38,850 บาท) , ชนาดล ดนตรี (สมัครเล่น) 73-72-67-72

บ.อู่กรุงเทพ-นามยง-ซิโนเปค ผนึกกำลังตั้งกิจการร่วมค้า ลุยธุรกิจรื้อถอนแท่นปิโตรเลียมครบวงจร

0

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด หน่วยงานของรัฐ, บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซิโนเปค อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียม เซอร์วิส คอร์ปอเรชั่น บริษัทลูกในเครือรัฐวิสาหกิจจีน ลงนาม MOU จัดตั้งกิจการร่วมค้าในประเทศไทย โดยมี ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายหวัง ลี่ผิง อัครราชทูตที่ปรึกษาแผนกพาณิชย์ ประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย พลเรือเอก เถลิงศักดิ์ ศิริสวัสดิ์ เสนาธิการทหารเรือ พลเรือโท วิโรจน์ นิลพงษ์ เจ้ากรมอู่ทหารเรือ และแขกผู้เกียรติทั้งฝ่ายจีนและฝ่ายไทยร่วมเป็นสักขีพยาน ที่หอประชุมกองทัพเรือ ประกาศความพร้อมดำเนินธุรกิจรื้อถอนแท่นปิโตรเลียมมาตรฐานสากลในอ่าวไทย ชูจุดแข็งบริการครบวงจร (One-Stop Service) รายแรกในประเทศไทย รองรับความต้องการรื้อถอนแท่นปิโตรเลียมที่จะทยอยหมดอายุสัมปทานตั้งแต่ปี 2565 ต่อเนื่องไปอีก 20 ปีข้างหน้า

การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการรื้อถอนสิ่งติดตั้งในกิจการปิโตรเลียมแบบครบวงจร โดยนำศักยภาพและความเชี่ยวชาญของแต่ละฝ่าย บูรณาการความร่วมมือเพื่อให้บริการรื้อถอนสิ่งติดตั้งในกิจการปิโตรเลียมตลอดทั้งกระบวนการ ในรูปแบบของ One-Stop Service ครอบคลุมตั้งแต่การปิดหลุมผลิต การเคลื่อนย้ายโครงสร้างของสิ่งติดตั้งปิโตรเลียมจากอ่าวไทยมายังฝั่งและทำการแยกชิ้นส่วน และการกำจัดกากของเสียอุตสาหกรรม โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยได้มาตรฐานสากล รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย พร้อมทั้งใช้โอกาสนี้ในการประสานความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นระหว่าง 3 ฝ่าย ในด้านปิโตรเคมีภาคพื้นดินและนอกชายฝั่งของประเทศไทย ซึ่งจะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการยกระดับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของไทย ทั้งด้านการสำรวจพัฒนาและเทคโนโลยีอุปกรณ์ที่ทันสมัย

มร.หยาง เฉิง รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซิโนเปค อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียม เซอร์วิส คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ธุรกิจการให้บริการรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียมในประเทศไทยมีโอกาสเติบโตอีกมากในอนาคต จากความร่วมมือกับ 2 พันธมิตรทางธุรกิจในประเทศไทยในครั้งนี้ เชื่อว่าจะช่วยเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจดังกล่าวให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยบริษัทฯ จะนำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านวิศวกรรมปิโตรเลียมที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกของ Sinopec Group ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทน้ำมัน ก๊าซ และปิโตรเคมี แบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีจุดแข็งในการติดตั้งและรื้อถอนแท่นปิโตรเลียมในทะเลที่ได้มาตรฐานสากลเป็นที่ยอมรับ และความพร้อมในด้านเทคโนโลยีอุปกรณ์ที่ทันสมัย นำมาพัฒนาและยกระดับการให้บริการธุรกิจนี้ในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

นายเทพรักษ์ เหลืองสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) หรือ NYT เปิดเผยว่า ความร่วมมือที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจที่ดี และจะสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในอนาคต สอดรับกับพันธกิจของบริษัทฯ ที่มุ่งมั่นพัฒนาบริการที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีมาตรฐานระดับโลก รวมถึงการขยายบริการให้ครอบคลุมการดำเนินงานในธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ จากศักยภาพทางธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจท่าเทียบเรือเพื่อการส่งออกและนำเข้ารถยนต์แบบครบวงจร (ท่าเทียบเรือ A5 และ C0) ทั้งการให้บริการท่าเทียบเรือและบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึงเป็นผู้ให้บริการพื้นที่จัดเก็บสินค้าและคลังสินค้าบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จะมีส่วนสนับสนุนสำคัญต่อธุรกิจรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียมในครั้งนี้ และจะช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างบริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) กับอีก 2 หน่วยงานพันธมิตรในด้านปิโตรเคมีในประเทศไทย

“ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีบริษัทใดที่สามารถให้บริการรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียมได้แบบครบวงจรตลอดทั้งกระบวนการ ความร่วมมือของ 3 พันธมิตรในครั้งนี้จึงเป็นก้าวใหม่ครั้งสำคัญ ด้วยจุดแข็งการเป็นผู้ให้บริการด้านการรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียมแบบครบวงจร ทั้งจากทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่มีมาตรฐานในระดับสากล จะสามารถรองรับงานรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทย ที่จะเริ่มทยอยหมดอายุสัมปทานนับตั้งแต่ปี 2565 ต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 20 ปีข้างหน้า”

สำหรับ บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด สังกัดกระทรวงกลาโหม ดำเนินธุรกิจสร้างและซ่อมเรือรวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ และกิจการพาณิชย์นาวี เป็นบริษัทเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับผิดชอบการสร้างและซ่อมเรือทางการทหาร บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) หรือ NYT บริษัทผู้ให้บริการขนส่ง โลจิสติกส์แบบครบวงจร ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย มีสัมปทานท่าเรือหลายแห่ง เช่น ท่าเทียบเรือ A5 และ C0 ท่าเรือแหลมฉบัง มีท่าเทียบเรือเพื่อการนำเข้าและส่งออก (Ro/Ro) แบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย รวมทั้งยังเป็นท่าเทียบเรือเพื่อการนำเข้าและส่งออกรถยนต์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเอเชีย และบริษัท Sinopec International Petroleum Service Corporation บริษัทลูกในเครือ SINOPEC GROUP ซึ่งมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานรายใหญ่ที่สุดของจีน ซึ่งมี SINOPEC GROUP เป็นผู้ถือหุ้น 100% โดย SINOPEC GROUP เป็นกลุ่มบริษัทน้ำมัน ก๊าซ และปิโตรเคมี แบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในโลก เป็นบริษัทกลั่นน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก บริษัทเคมีภัณฑ์รายใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และมีจำนวนสถานีบริการน้ำมันมากเป็นอันดับ 2 ของโลก SINOPEC GROUP ดำเนินธุรกิจด้านปิโตรเคมีแบบครบวงจร ตั้งแต่การสำรวจพัฒนา การขุดเจาะน้ำมันดิบ การกลั่นและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม นอกจากนี้ยังได้รับการจัดอันดับจากนิตยสาร Fortune Global 500 ในปี 2019 และ 2020 เป็นบริษัทที่มีรายได้อันดับ 2 ของโลก และติดอันดับ TOP10 ของ Fortune Global 500 ติดต่อกัน 10 ปีต่อเนื่อง

โออาร์ ร่วมเปิดแสดง ‘มหัศจรรย์ก๋องปู่จา นครลำปาง ลือลั่น สนั่นโลก’

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า นายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมกับ นายสุนทร เชื้อสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ปฏิบัติการคลังปิโตรเลียม บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ ร่วมพิธีเปิดการแสดง ‘มหัศจรรย์ก๋องปู่จา นครลำปาง ลือลั่น สนั่นโลก’ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานสลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง ประจำปี 2565 จัดขึ้นโดยความร่วมมือของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง สภาวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง สมาคมก๋องปู่จาและศิลปะการแสดงพื้นบ้านนครลำปาง

ทั้งนี้ โออาร์ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ฟื้นฟูประเพณีก๋องปู่จาอันเป็นประเพณีท้องถิ่นอันทรงคุณค่าของชาวจังหวัดลำปาง ให้เป็นไปตามแบบแผนโบราณ และยังคงไว้ถึงความน่าสนใจตามแบบสากล ส่งต่อความเป็นพลเมืองที่ดีในด้านอนุรักษ์สะท้อนถึงสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งในอดีตกาล “ก๋องปูจา” หรือ “กลองปูจา” (กลองบูชา) ถือเป็นเครื่องสูง มีบทบาทในการสื่อสารกับผู้คนในชุมชน ทั้งกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ในวันโกน วันพระ ตลอดจนถึงการตีเพื่อแจ้งข่าวบอกเหตุสำคัญต่าง ๆ ในโอกาสนี้ โออาร์ ยังได้สนับสนุนการจัดทำก๋องปู่จาชุดใหม่ จำนวน 117 ชุด ซึ่งทำมาจากไม้ประกบถังน้ำมัน โดยใช้ถังน้ำมันทดแทนการใช้ไม้จริง ช่วยลดการตัดไม้ใหญ่ แต่ยังคงสามารถใช้งานได้จริง เป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมอบให้กับศูนย์การเรียนรู้ก๋องปู่จาประจำอำเภอ ทั้ง 13 อำเภอของจังหวัดลำปาง

โออาร์ พร้อม “เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโต ร่วมกัน” หรือ “Empowering All Toward Inclusive Growth” ไปพร้อมกับชุมชนสังคม โดยเฉพาะชุมชนทั้งในพื้นที่ที่ โออาร์ ดำเนินธุรกิจและชุมชนรอบพื้นที่ธุรกิจ พร้อมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ที่มีสถานประกอบการของ โออาร์ ตั้งอยู่ นอกจากนี้ โออาร์ยังสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับชุมชนในจังหวัดลำปางอย่างต่อเนื่อง อาทิ การมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนในพื้นที่รอบคลังปิโตรเลียมลำปาง โครงการโออาร์อาสาสานสุขเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องฟรี โครงการตรวจสอบความปลอดภัยถังก๊าซหุงต้ม เป็นต้น เพื่อสร้างความเติบโตร่วมกับผู้คนในสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนร่วมกันอย่างยั่งยืน

AIS จับมือ SCG เปิดตัว SCG Smart Living Mall ช้อปปิ้งโลกเสมือน

0

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (AIS) เปิดเผยว่า AIS เดินหน้าขยายเฟสใหม่บนอาณาจักรห้างเสมือนจริงแห่งแรกของโลก V-AVENUE.CO กับครั้งแรกของกลุ่มธุรกิจสินค้าตกแต่งบ้านและที่อยู่อาศัยอย่าง SCG ที่จะมาเปิดประสบการณ์คนไทยให้สามารถช้อปปิ้งมิติใหม่แบบ Virtual Living Experience ด้วยศักยภาพของเทคโนโลยีโครงข่ายอัจฉริยะ AIS 5G บน V-AVENUE.CO จึงนับเป็นอีกปรากฎการณ์ครั้งสำคัญที่จะทำให้คนไทยได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ในการเลือกซื้อสินค้าและบริการเพื่อที่อยู่อาศัยได้อย่างครบวงจรบนโลกเสมือน ด้วยการขนทัพสินค้ากว่า 100 รายการ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสินค้าหลังคาประหยัดพลังงาน อาทิ ระบบหลังคาเอสซีจี โซลาร์รูฟ โซลูชั่น นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ (Health & Hygiene) อาทิ ระบบปรับคุณภาพอากาศภายในบ้าน (SCG Active AIR Quality) และระบบระบายอากาศภายในบ้าน (SCG Active AIRflowTM System) นวัตกรรมเพื่อบ้านเย็น อาทิ กลุ่มไม้สังเคราะห์ สมาร์ทบอร์ด ตลอดจนฉนวนกันความร้อน รวมถึงบริการตกแต่งสวนหรือพื้นที่ภายนอกบ้าน เป็นต้น พิเศษสำหรับลูกค้า AIS ที่ช้อปปิ้งบน V-AVENUE.CO รับสิทธิประโยชน์ และส่วนลดสูงสุดถึง 70%

การร่วมกับ SCG ในการยกสินค้าตกแต่งบ้านและที่อยู่อาศัยมาอยู่ในโลกเสมือนบน V-AVENUE.CO จะทำให้ลูกค้าได้สัมผัสกับการเลือกซื้อสินค้าด้วยเทคโนโลยี Virtual Living Experience นับว่าเป็นครั้งแรกของธุรกิจสินค้าสำหรับคนรักบ้าน ที่จะมาเติมเต็มดิจิทัลไลฟ์สไตล์ภายใน Community ของ V-AVENUE.CO ให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น และเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าเราได้นำเอาศักยภาพ 5G มาพัฒนาต่อยอด รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถของกลุ่มธุรกิจในภาคส่วนต่างๆ ให้สามารถนำดิจิทัลเทคโนโลยีไปเชื่อมต่อกับการทำงานเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าต่อไป

นายปรเมศวร์ นิสากรเสน Vice President – SCG Home Business ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าวว่า ความร่วมมือกับพันธมิตรสำคัญอย่าง เอไอเอส เป็นการนำจุดแข็งด้านนวัตกรรมของทั้งสององค์กรมาขยายร้านค้าปลีกบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งได้ร่วมกันออกแบบ และสร้างสรรค์ SCG Smart Living Mall หรือศูนย์รวมสินค้าและโซลูชันเพื่อที่อยู่อาศัยที่ครบวงจร เพื่อให้ผู้บริโภคมีโอกาสเข้าถึงประสบการณ์สินค้าและระบบปรับปรุงที่อยู่อาศัย ของทาง SCG ในรูปแบบเสมือนจริงบน AIS V-Avenue

ความพิเศษของ SCG Smart Living Mall ภายในพื้นที่ของ V-AVENUE.CO คือความโดดเด่นของตัวตึกที่ได้ดีไซน์ให้สอดรับไปกับเทรนด์ของการตกแต่ง ที่ผสมผสานแนวคิด Japandi Style, Modern Style, Elegant Style และ Loft Style มาไว้ในที่เดียว โดยภายใน ลูกค้าจะได้สัมผัสกับประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้าแบบ Virtual Living Experience ที่เป็นประสบการณ์รูปแบบใหม่ตอบโจทย์คนรักบ้านในทุกมิติ ด้วยสินค้ากว่า 100 รายการทั้งกลุ่มสินค้านวัตกรรมหลังคาประหยัดพลังงาน อาทิ หลังคาโซลาร์รูฟ นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ (Health & Hygiene) อาทิ ระบบปรับคุณภาพอากาศภายในบ้านและระบบระบายอากาศภายในบ้าน นวัตกรรมเพื่อบ้านเย็น อาทิ กลุ่มไม้สังเคราะห์ สมาร์ทบอร์ด ตลอดจนฉนวนกันความร้อน รวมถึงบริการตกแต่งสวนหรือพื้นที่ภายนอกบ้าน

สำหรับลูกค้าเอไอเอสจะได้รับส่วนลดบริการสำรวจหน้างานสูงสุด 70% เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน – 30 มิถุนายน 2565 บน https://v-avenue.co/TH/SCG ที่เดียวเท่านั้น

ออมสิน ดันโครงการสร้างงานสร้างอาชีพ ผ่าน 3 เดือนให้สินเชื่อแล้ว 3 หมื่นราย

0

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ธนาคารออมสินดำเนินโครงการออมสิน สร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อช่วยฟื้นฟูและช่วยเหลือประชาชนผู้ตกงานหรือขาดรายได้ อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ภายใต้แนวคิด “4 ให้” คือ ให้ทักษะ ให้เงินทุน ให้อุปกรณ์ และ ให้พื้นที่ค้าขาย ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2564 โดยความคืบหน้าโครงการ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาได้อนุมัติสินเชื่อหรือให้เงินทุนไปแล้ว 1,447 ล้านบาท รวมประมาณ 30,000 ราย ประกอบด้วยผู้ประกอบการรายย่อย ธุรกิจขนาดเล็ก ร้านค้าปลีกค้าส่ง โชห่วย ผู้ขับรถแท็กซี่/รถตู้สาธารณะ ค้าขายสินค้าออนไลน์ รวมถึงร้านค้าธุรกิจแฟรนไชส์ ขณะที่มีการให้ทักษะหรือฝึกอบรมอาชีพกว่า 15,000 ราย จากเป้าหมายมีผู้อบรมตลอดปี 2565 รวม 50,000 ราย

วิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน

และความคืบหน้าล่าสุดคือ ธนาคารออมสิน ได้ร่วมกับเจ้าของธุรกิจ 57 แฟรนไชส์ ในการให้ความรู้ให้ทักษะสำหรับการประกอบอาชีพ โดยผู้ที่สนใจ สามารถเข้าไปติดตามชม หรือเลือกซื้อธุรกิจแฟรนไชส์ได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th ซึ่งมีทั้งธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม ธุรกิจบริการและสถาบันกวดวิชา มีราคาแฟรนไชส์ตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป สำหรับผู้ที่ผ่านคุณสมบัติ สามารถนำใบผ่านสิทธิจากเจ้าของเฟรนไชส์ไปยื่นกู้สินเชื่อสร้างงานสร้างอาชีพ เพื่อเป็นทุนตั้งต้นธุรกิจ สร้างอาชีพ มีรายได้ ต่อไปได้ ทั้งนี้ สินเชื่อสร้างงานสร้างอาชีพ ให้กู้สำหรับผู้เริ่มประกอบอาชีพ/ผู้ประกอบการรายย่อย/ผู้ขับขี่รถสาธารณะ ที่ผ่านการฝึกอบรมจากหน่วยงานภาครัฐ/เอกชน ที่มีความน่าเชื่อถือ หรือ มีประสบการณ์ในการประกอบอาชีพดังกล่าวมาแล้ว วงเงินให้กู้ตั้งแต่ 50,000-300,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 3.99% (Effective Rate) ต่อปี ตลอดอายุสัญญาเงินกู้ ระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 5 ปี ปลอดชำระ 6 งวดแรก สามารถลงทะเบียน ได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือติดต่อที่สาขาธนาคารทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2565 หรือจนกว่าจะครบจำนวนวงเงินโครงการ

โครงการ ออมสิน สร้างงาน สร้างอาชีพ ถือเป็นความตั้งใจของธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อสังคม ที่มุ่งให้ประชาชนสร้างเสริมทักษะอาชีพได้ด้วยความสามารถของตัวเอง มองหาโอกาสใหม่ ปรับเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส และร่วมกันก้าวผ่านความยากลำบากนี้ไปด้วยกัน

OR รับโล่เชิดชูเกียรติส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ เติมเต็มโอกาส เติบโตร่วมกัน

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มอบโล่ยกย่องเชิดชูเกียรติคุณด้านการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ (Gender Fair) แก่ นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ ในฐานะที่เป็นองค์กรตัวอย่างซึ่งประกอบกิจการโดยคำนึงถึงความเท่าเทียมระหว่างเพศและเป็นเครือข่ายภาคเอกชนที่มีศักยภาพในการสร้างการรับรู้และส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศได้อย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวจิราพร เปิดเผยว่า โออาร์ เชื่อมั่นว่าทุกคนมีความเท่าเทียมกัน การทำงานร่วมกันในองค์กร ถึงแม้จะมีความแตกต่างด้วยเพศ อายุ หรือประสบการณ์  แต่ความแตกต่างเหล่านี้เมื่อมาอยู่รวมกันจะทำให้เกิดความหลากหลายที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร จึงควรเปิดใจรับฟัง เข้าใจ ยอมรับและให้โอกาส รวมไปถึงเคารพในตัวตนของพนักงาน และทำให้ทุกคนสามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จขององค์กรต่อไป

นอกจากนี้ โออาร์ มีความมุ่งมั่นในการสร้างโอกาสให้คนทุกเพศ ทุกวัยในสังคม ซึ่งรวมไปถึงคนตัวเล็ก บุคคลข้ามเพศ ตลอดจนผู้ด้อยโอกาส ให้สามารถเติบโตไปพร้อมกับ โออาร์ ได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ การมอบรางวัลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของงานสานพลังเครือข่ายร่วมขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เพื่อรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจในการส่งเสริมความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ อีกทั้งช่วยกระตุ้นให้เครือข่ายมีส่วนร่วมขับเคลื่อนความเท่าเทียมระหว่างเพศในสังคม

‘สิงห์อาสาสู้ไฟป่า’ สร้างห้องเรียนปลอดฝุ่นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ระดมเครือข่าย ดูแลป่าต้นน้ำภาคเหนือ-ตะวันออกต่อเนื่อง

0

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ตั้งแต่ต้นปี 65 ที่ผ่านมา สิงห์อาสา โดย มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้จัดโครงการ “สิงห์อาสาสู้ไฟป่า” ร่วมกันรักษาป่าต้นน้ำ ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยร่วมกับเครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสา 10 สถาบันภาคเหนือ-ภาคตะวันออก รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ลงพื้นที่สนับสนุนป้องกันไฟป่า มอบอุปกรณ์ดับไฟป่า เช่น ถังฉีดน้ำ ไม้ตบไฟ ครอบ คราดสปริง รองเท้าเซฟตี้ดับไฟป่าสำหรับอาสาสมัคร พร้อมด้วยเสบียงอาหาร ทั้งอาหารพร้อมทาน (ข้าวรีทอร์ท) และน้ำดื่ม ส่งความช่วยเหลือในชุมชนต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังไฟป่า และลดปัญหาฝุ่นควันที่เกิดจากปัญหาไฟป่า รวมถึงจัดการอบรมการทำแนวกันไฟ ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบจากไฟป่า การควบคุม การป้องกันไฟป่าอย่างถูกต้องปลอดภัยให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ต่อเนื่องหลายจังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่,เชียงราย,น่าน และแม่ฮ่องสอน ทั้งยังเตรียมพร้อมส่งความช่วยเหลือจังหวัดอื่นๆ ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกอีกด้วย

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา พื้นที่ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกของไทยมักจะประสบกับปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันกระจายปกคลุมพื้นที่เป็นประจำทุกปี เป็นผลมาจากความแห้งแล้งและปัญหาไฟป่า ทำให้สิ่งแวดล้อมได้รับผลกระทบ ป่าต้นน้ำเสียหาย ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะฝุ่น pm2.5 ที่ก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โดยเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาได้เกิดสถานการณ์ไฟป่าขึ้นในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ จนเกิดฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่

ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 65 สิงห์อาสา ร่วมกับ สถานีควบคุมไฟป่าแม่สะเรียง พร้อมด้วยเครือข่ายนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงใหม่, วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย จัดโครงการ “สิงห์อาสาสู้ไฟป่า” ต่อเนื่อง ที่โรงเรียนบ้านห้วยปลากั้ง ต.แม่เหาะ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และร่วมกับคณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่น (pm2.5 cleanroom) โดยในปีนี้จะจัดทำจำนวน 5 ห้อง กระจายไปยังโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดภาคเหนือที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงจากปัญหาไฟป่าและหมอกควัน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก pm 2.5 อีกด้วย

คุณรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เปิดเผยว่า “พื้นที่ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกพบปัญหาไฟป่าและวิกฤติฝุ่นควันเป็นประจำทุกปี ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมและการทำลายป่าต้นน้ำ สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าอยู่เสมอ อีกทั้งปัญหาฝุ่นควันยังส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สิงห์อาสา ได้ร่วมมือกับเครือข่ายต่างๆ ดำเนินการเฝ้าระวังในพื้นที่จุดเสี่ยงไฟป่าอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถจัดการแก้ปัญหาดับไฟป่าได้อย่างทันท่วงทีและมีความปลอดภัยหากเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าขึ้น โดยมีการมอบอุปกรณ์ที่ใช้ในการดับไฟ มอบเสบียงอาหาร น้ำดื่มไว้เติมพลังให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร เพื่อให้แต่ละชุมชนมีความพร้อมในการดูแลพื้นที่ของตนเองอย่างเต็มที่ และดูแลสิ่งแวดล้อมรอบๆ ชุมชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน”

ดร.ว่าน วิริยา ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า “ปัญหาฝุ่นควันที่เกิดจากไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างมาก รวมถึงปัญหาทางสุขภาพ ทั้งโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับสมอง เป็นต้น สำหรับการสร้างห้องเรียนปลอดฝุ่นต้นแบบร่วมกับสิงห์อาสา เป็นการใช้หลักการอุดไม่ให้สิ่งสกปรกภายนอกเข้ามา ถัดมาคือกรองอากาศและดันอากาศที่บริสุทธิ์เข้ามาข้างในแทน จะช่วยลดการสะสมของสิ่งปนเปื้อนในอวัยวะต่างๆ ที่นำมาซึ่งความเจ็บป่วย และยังช่วยลดความร้อน ควบคุมปัญหาเรื่องกลิ่น ความชื้น เชื้อโรค และคุณภาพอากาศภายในห้องด้วย โดยในปีนี้ได้ร่วมมือกับสิงห์อาสาจัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่นจำนวน 5 ห้อง กระจายไปยังโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดภาคเหนือที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงจากปัญหาไฟป่าและหมอกควัน เพื่อให้เด็ก เยาวชนและชาวบ้านในพื้นที่สามารถใช้ห้องนี้ได้เมื่อเกิดฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่”

นับตั้งแต่ปี 2562 สิงห์อาสาได้สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครดับไฟป่า ทั้งในเรื่องของน้ำดื่ม ข้าวสารและอุปกรณ์ดับไฟป่ามาอย่างต่อเนื่อง ได้จัดตั้งศูนย์สนับสนุนเจ้าหน้าที่ดับไฟป่ากว่า 20 จุด ขึ้นในหลายจังหวัดทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยในปีนี้เตรียมลงพื้นที่เพื่อสนับ สนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครดับไฟป่าจากชุมชนที่เกิดไฟป่าบ่อยครั้ง จำนวน 124 ชุมชน จาก 11 จังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันออก ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงไฟป่าทั่วประเทศ ประกอบด้วย เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน ตาก นครนายกและปราจีนบุรี เพื่อส่งมอบอุปกรณ์ดับไฟป่า เสบียงอาหาร น้ำดื่ม รวมถึงจัดอบรมแก่ประชาชนในพื้นที่เพื่อสร้างการตระหนักรู้ถึงปัญหาไฟป่าและหมอกควัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนต่อไป

OR เติมความสุขช่วงสงกรานต์ ประกาศไม่ขึ้นราคาน้ำมันยาว 10 วัน

0

พีทีที สเตชั่น จะไม่ปรับขึ้นราคาน้ำมันระหว่างวันที่ 9-18 เม.ย. 65 รวม 10 วัน และหากราคาน้ำมันในตลาดโลกลดก็จะปรับลดราคาน้ำมันลงอีก พร้อมเตรียมจุดให้บริการ EV Station PluZ 105 แห่ง ครอบคลุมเส้นทางสายหลัก อำนวยความสะดวก ทั้งผู้ใช้รถยนต์และรถไฟฟ้าให้เดินทางปลอดภัย

นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงนี้ โออาร์ ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเดินทางท่องเที่ยว และการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชน โดยได้สำรองน้ำมันทั้งที่สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น และคลังน้ำมันของ โออาร์ ทั่วประเทศให้มีเพียงพอ ไม่ขาดแคลน และจะไม่ปรับขึ้นราคาน้ำมันเป็นเวลา 10 วัน ระหว่างวันที่ 9-18 เมษายน 2565 ถึงแม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะปรับตัวสูงขึ้น เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้บริโภคและอำนวยความสะดวกผู้เดินทาง แต่หากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลง โออาร์ ก็จะปรับราคาน้ำมันลงด้วย นอกจากนี้ ยังได้เตรียม อีวี สเตชั่น พลัส (EV Station PluZ) จุดให้บริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั้งในและนอก พีทีที สเตชั่น กว่า 105 แห่ง ครอบคลุมเส้นทางถนนสายหลัก ซึ่งมีแอพพลิเคชั่น EV Station PluZ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการค้นหาและนำทางไปยังสถานีชาร์จไฟฟ้า รวมถึงจองเวลาการชาร์จ พร้อมด้วย Call Center โทร. 02-061-9519 บริการช่วยเหลือตลอด 24 ชม.

นอกจากนี้ ยังได้จัดให้ พีทีที สเตชั่น เป็นจุดแวะพักที่จะช่วยเติมเต็มความสุขให้ทั้งผู้คน สังคม และชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียม “จุดช่วยเหลือเพื่อนเดินทาง” สำหรับกรณีที่เกิดเรื่องฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ซึ่งมีทั้งจุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น และจุดซ่อมรถเบื้องต้น เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที และการเปิด “พื้นที่ปันสุข” จำหน่ายสินค้าจากเกษตรกรและชุมชนโดยรอบได้นำผัก ผลไม้ตามฤดูกาล สินค้าเกษตรแปรรูป สินค้าจักสาน  สินค้า OTOP ฯลฯ มาจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี โดยในช่วงสงกรานต์นี้ผู้บริโภคสามารถแวะเวียนไปอุดหนุนสินค้าการเกษตรจากชุมชนได้ที่ พีทีที สเตชั่น 7 แห่ง ได้แก่ พีทีที สเตชั่น คุณเท่ง (ชะอำ) จ.เพชรบุรี, พีทีที สเตชั่น ช้างเผือกปิโตรเลียม จ.ประจวบคีรีขันธุ์, พีทีที สเตชั่น สามปอปิโตรเลียม จ.สระบุรี, พีทีที สเตชั่น หลักเมืองถาวรพานิชย์ จ.สุพรรณบุรี, พีทีที สเตชั่น อุตสาหกรรมเเควใหญ่ จ.นครสวรรค์, พีทีที สตชั่น สาขาสารภี จ.เชียงใหม่ และพีทีที สเตชั่น ช่างพินิจปิโตรเลียม จ.พิษณุโลก สำหรับศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้ (FIT Auto) ได้จัดแคมเปญตรวจเช็กสภาพเครื่องยนต์ฟรี 35 รายการ และจำหน่ายน้ำมันเครื่องราคาพิเศษ (เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ) เพื่อให้เครื่องยนต์มีความสมบูรณ์ ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและลดมลพิษ รวมทั้งประหยัดค่าใช้จ่าย พร้อมด้วยโปรโมชั่นต่าง ๆ ที่ ฟิต ออโต้ ทั้ง 75 สาขา ทั่วประเทศ จนถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้

“โออาร์ พร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยในทุกช่วงเวลาด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย บริการที่ครบครัน ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในทุกรูปแบบ และจะมุ่งมั่นปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจเพื่ออำนวยความสะดวกผู้เดินทาง รวมทั้งตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกไลฟ์สไตล์ สำหรับในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ พีทีที สเตชั่น และร้านค้าต่าง ๆ ในเครือ โออาร์ พร้อมเป็นจุดแวะพักเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทางสำหรับทั้งคนและรถเพื่อการเดินทางต่ออย่างปลอดภัย ขอให้ทุกท่านใช้ความระมัดระวังในการขับรถและถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ” นางสาวจิราพร กล่าวเสริม