Home Blog Page 25

เมืองไทยประกันชีวิต ประกาศกลยุทธ์ “Go Healthier with MTL” ยกระดับดูแลสุขภาพกาย-ใจ-การเงิน ที่เหนือขึ้นไปอีกขั้น

0

เมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้ากลยุทธ์ “Go Healthier with MTL” ยกระดับการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพทางการเงินให้ดียิ่งขึ้น ผ่านผลิตภัณฑ์ บริการ ช่องทางการขาย นวัตกรรม พาร์ทเนอร์ และHealth Ecosystem ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่าง ตรงจุดตอกย้ำการเป็นคู่คิดที่ลูกค้าไว้วางใจทั้งเรื่องชีวิตและสุขภาพ พร้อมอยู่เคียงข้างในทุกช่วงชีวิต

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต “ขอขอบคุณ” ทุกความเชื่อมั่นและไว้วางใจจาก “ลูกค้าคนสำคัญ” ที่ทำให้ ในปีที่ผ่านมาเมืองไทยประกันชีวิตมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ในห้วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความท้าทาย รอบด้าน และด้วยความไว้วางใจจากลูกค้าคนสำคัญทุกท่าน ทำให้ในปี 2568 เมืองไทยประกันชีวิต มีเบี้ยประกันภัยรับปีแรก (New Business Premium) เติบโตขึ้นกว่า 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแบบประกัน Investment-Linked เติบโต 249% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และแบบประกันคุ้มครองโรคร้ายแรง (รายเดี่ยว) เติบโต 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านคะแนน NPS (Net Promoter Score) สูงขึ้นจาก 75 คะแนน เป็น 78 คะแนน มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio) ณ สิ้นปี 2568 มากกว่า 350% ซึ่งสูงกว่าระดับเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดที่ 140% ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ และความแข็งแกร่งทางการเงินจาก S&P Global Ratings ที่ระดับ BBB+ (Stable Outlook) และ Fitch Ratings ที่ระดับ A- และ AAA(tha) (Stable Outlook)

ขณะที่นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เมืองไทยประกันชีวิตเดินหน้านโยบายการสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ จากการประเมินล่าสุดโดย MorningStar Sustainalytics สถาบันวิจัยและจัดอันดับความยั่งยืนระดับโลก ด้าน ESG บริษัทฯสามารถทำคะแนน ESG Risk Rating ได้ที่ 19.9 คะแนน จัดอยู่ ในกลุ่ม ‘ความเสี่ยงต่ำ’ (Low Risk Profile) โดยหัวใจสำคัญของความสำเร็จนี้มาจากความสามารถในการควบคุม ‘ความเสี่ยงด้าน ESG’ ได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของไทยที่ เข้าร่วมลงนาม UN-supported Principles for Responsible Investment (PRI) พร้อมด้วยการขึ้นทะเบียน คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) กับ องค์การบริหารจัดการ ก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) รวมถึงการเข้าเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC – Thai Private Sector Collective Action Against Corruption) ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3

สำหรับในปี 2569 นี้…นับเป็นอีกปีที่สำคัญของเมืองไทยประกันชีวิตในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 75 ที่อยู่เคียงข้างเพื่อส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้แก่ทุกคน พร้อมยกระดับการเป็นคู่คิดที่ลูกค้าไว้วางใจทั้งเรื่องชีวิตและสุขภาพขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการประกาศเดินหน้ากลยุทธ์ “Go Healthier with MTL” สุขภาพดีขึ้นไปกว่าเดิม… กับเมืองไทยประกันชีวิต มุ่งดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพทางการเงินให้ดียิ่งขึ้น ผ่านผลิตภัณฑ์ บริการ ช่องทางการขาย นวัตกรรม พาร์ทเนอร์ และ Health Ecosystem ที่มีความหลากหลาย ตอบโจทย์ ทุกไลฟ์สไตล์ในทุกช่วงชีวิตได้อย่างตรงจุด ควบคู่ไปกับนโยบายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกก้าว ภายใต้การกำกับดูแลกิจการและการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงการสร้างสมดุลทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติบรรษัทภิบาล

พร้อมอยู่เคียงข้างตั้งแต่การวางแผนดูแลเชิงป้องกัน เพื่อสุขภาพดีในระยะยาว (Wellness and Prevention) ผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมการดูแลสุขภาพ เช่น เมืองไทยไตรกีฬา เมืองไทยเชียงใหม่มาราธอน เป็นต้น การดูแลเมื่อเจ็บป่วย ผ่านความคุ้มครองที่เลือกได้ตามใจ บริการต่าง ๆ และพาร์ทเนอร์ที่ครอบคลุมอย่างครบวงจร (Diagnosis and Treatment) ไม่ว่าจะเป็น MTL Health Buddy แคร์คัฟเวอร์ สหคลินิก เครือข่ายโรงพยาบาล MTL Smile Hospital Network MTL Global Doctors และ MTL Global Connect เป็นต้น รวมถึงการดูแลต่อเนื่องหลังการรักษาหรือพักฟื้น รวมไปถึงการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง ผ่านพาร์ทเนอร์ผู้เชี่ยวชาญ (Post-Treatment) อย่าง Health at Home นายาเรสซิเดนซ์ บาย ลิฟเวล และพาร์ทเนอร์ด้านสุขภาพอีกมากมาย

สำหรับความร่วมมือกับเครือข่ายโรงพยาบาลคู่สัญญาทั่วประเทศภายใต้โครงการ MTL Hospital Smile Network ครอบคลุมทั้งภาครัฐ เอกชน และโรงเรียนแพทย์กว่า 145 แห่ง เพื่อยกระดับการดูแลผู้เอาประกันอย่างสะดวกและอุ่นใจ ตั้งแต่การลดความกังวลด้านค่าใช้จ่ายส่วนเกิน การประสานงานประเมินค่าใช้จ่ายก่อนการรักษาอย่างรวดเร็ว ไปจนถึงสิทธิประโยชน์และแพ็กเกจผ่าตัดพิเศษ สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในดูแลลูกค้าอย่างครบวงจร

ด้านของการดูแลสุขภาพทางการเงิน เมืองไทยประกันชีวิต ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ สามารถเข้ามาช่วยให้การวางแผนชีวิตเป็นเรื่องง่ายขึ้น เลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับช่วงชีวิตได้ตรงจุด ทั้งผลิตภัณฑ์ทางเลือกในการส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่สะดุด ด้วยแบบประกันภัย “เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่” หรือตัวช่วยให้คุณเบาใจ ในวันที่คุณจากไป ด้วยการวางแผนสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้คนที่คุณรัก ผ่านโครงการ “ShieldLife” รวมถึงประกันรูปแบบใหม่ที่รวมประกันชีวิตและสุขภาพที่ให้คุณดูแลได้ทั้งตัวเองและคนข้างหลังในกรมธรรม์เดียว “เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น” พร้อมด้วยประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง ประกันชีวิตควบการลงทุน ประกันอุบัติเหตุ ที่มีอย่างหลากหลาย เข้าถึงได้จริง เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าคนสำคัญ

ล่าสุด เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น 99/5” แบบประกันชีวิตที่ “คนซื้อได้ใช้จริง” โดดเด่นด้วยคุ้มครองครอบคลุมทั้งชีวิตและสุขภาพ ครบจบในกรมธรรม์เดียว เปลี่ยนทุนประกันเป็นค่ารักษาพยาบาลได้เมื่ออายุครบ 65 ปี* ช่วยให้อุ่นใจด้วยวงเงินสุขภาพพร้อมใช้ในวัยเกษียณ จ่ายตามจริงทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก จ่ายเบี้ยคงที่ 5 ปี ไม่ปรับเพิ่มตามอายุ พร้อมได้ทำการขยายอายุรับประกันตามความต้องการของลูกค้า จากเดิมรับได้ถึงอายุ 45 ขยายเพิ่มเป็นอายุ 55 ปี คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี กรณีเสียชีวิตทุนประกันที่เหลือสามารถส่งต่อให้คนข้างหลังได้ และเบี้ยประกันสามารถลดหย่อนภาษีได้

นายสาระ กล่าวเพิ่มเติมว่า เร็ว ๆ นี้ ทุกท่านจะได้พบกับโฉมใหม่ของเมืองไทยสไมล์คลับ และ Fit Rewards ที่จะมาร่วมเติมเต็มให้สุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพทางการเงินที่ดียิ่งขึ้น ด้วยกิจกรรมและสิทธิพิเศษเหนือระดับ ซึ่งถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดีครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม พร้อมเชื่อมต่อทุกการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันให้กลายมาเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในโลกยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

“เรามองว่า ปี 2569 ยังคงเป็นปีแห่งความท้าทาย โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว และยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย เมืองไทยประกันชีวิต เราพร้อมยืนเคียงข้างและดูแลลูกค้าคนสำคัญในทุกช่วงของชีวิตไม่ว่าโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปแบบไหน โดยมุ่งหวังว่าเราจะทำให้ทุกคนมีความสุขและรอยยิ้ม เราจะไม่หยุดยั้งการพัฒนา คิดค้นนวัตกรรม รวมถึงบริการ ที่สามารถเข้าถึงและใช้บริการได้จริง เพื่อเป็นส่วนช่วยให้ทุกคนได้มีสุขภาพดีในทุกด้าน” นายสาระ กล่าว

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย “พระเปิม กรุวัดมหาวันจังหวัดลำพูน ”

0

หลวงพ่อบุญธรรม หลวงพ่อเซียนเจี๊ยบเคยกล่าวก่อนท่านมรณะภาพไว้ว่า พระเปิม เป็นพระต่อชีวิต ใครป่วยไม่สบายหนัก ไปขอพรท่านมีโอกาศได้มาคล้องคอ จะหายโรคหายภัยนะ มีโอกาสหามาใช้ ไม่แพงเราพอซื้อไหว แต่องค์ใหญ่หน่อยนะพระอาจารย์เล่าต่อประวัติ มีคนใส่หลวงพ่อเปิมโดนรถชน ตายหมดทั้งคัน รอดคนเดียวคล้องพระเปิม ไม่เป็นอะไรเลย ปฎิหารย์ มีจริงๆนะเธอ เจอในสนามหามาใช้นะ ศิลปงดงาม อายุเป็นพันปี คล้องเดี่ยวองค์เดียวสบายเลยมาดูพระเปิม กรุวัดมหาวัน ลำพูนวันนี้ เนื้อเขียว ละเอียดมีกรวยทราย เป็นตัวยึดให้เนื้อแกร่งแน่น แข็งเพราะพระองค์ใหญ่เนื้อหยาบกว่า พระรอดองค์เล็ก เนื้อละเอียด ไม่พบกรวดทราย พอจะมีติดได้ ถ้าเนื้อขาว เหลือง แดง เพราะยังไม่แกร่งเป็นหินเหมือนเนื้อเขียว พระเปิมองค์นี้สวยจัดมาก ตาหูจูกปากครบ ใบโพธิ์ด้านหลัง คมกริบ ที่สำคัญรูสดือใหญ่ จำให้แม่นแบบองค์นี้ พระอาจารย์สอนมา

ด้านหลังมีรอยนิ้มมือกด ไม่เรียบ มียุบนูน สูงต่ำ พระกดด้วยมือมักเป็นเช่นนี้ เนื้อแกร่งเป็นหิน ไม่เห็นราดำ บนเนื้อและในเนื้อ เพราะการเผาแบบกระเบื้องถ้วยชาม ในพระสกุลพระรอด มหาวัน ถ้าเจอเนื้อเขียวคือพระที่ถูกความร้อนมากที่สุด จนเป็นหินแล้ว ราดำไม่กัดกินเนื้อพระ

เดินตลาดเจอ เลือกองค์ที่เก่าเป็นธรรมชาติ ดมไม่มีกลิ่นมักแช่ให้เก่า พิมพ์ชัดๆใบโพธิ์คมๆ มีโอกาสได้พระแท้สูง ที่สำคัญไม่แพงเหมือนพระรอด ที่องค์ล่ะหลายๆล้าน พุทธคุณเท่ากัน พระสร้างพิธีเดียวกันนะเธอพระอาจารย์สอน เซียนเจี๊ยบบอกต่อ “หวานเจี๊ยบ”นะจ๊ะเธอ

เจี๊ยบบางกรวยเดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897

เกษียณยังไง ไม่ให้แก่แล้วจน

0

“เกษียณสุข” ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่เป็นสิ่งสร้างได้ด้วยกลยุทธ์ ทำไมบางคนยิ่งแก่ยิ่งดูเท่ห์ มีแต่คนอยากเข้าหา ในขณะที่บางคนกลับต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวและลำบาก…

ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่ “ดวง” แต่มันอยู่ที่ “การวางแผน” วันนี้ #เกรียนพารวย จะมาแชร์ 3 เคล็ดลับที่จะเปลี่ยนคุณให้เป็น “คนแก่ที่รวยและมีศักดิ์ศรี” จนไม่มีใครกล้าดูถูก!

1. 💸 สมการความมั่งคั่ง: ให้เงินทำงานแทนในวันที่เราอยากพักการจะ “ไม่จน” ในวัยเกษียณ ไม่ใช่แค่การออมเงินในบัญชีออมทรัพย์ครับ เพราะ “เงินเฟ้อ” จะกัดกินค่าของเงินคุณไปเรื่อยๆ

  • Asset Allocation: กระจายเงินไปในสินทรัพย์ที่สร้าง Passive Income เช่น หุ้นปันผล กองทุนดัชนี หรืออสังหาริมทรัพย์
  • พลังของดอกเบี้ยทบต้น: ยิ่งเริ่มเร็ว เงินหลักพันในวันนี้ จะกลายเป็นหลักล้านในวันหน้า

2. 🛡️ เกราะป้องกันชีวิต: อย่าให้ความเจ็บป่วยมาละลายทรัพย์สิน ศัตรูตัวฉกาจของคนวัยเกษียณไม่ใช่การใช้เงินฟุ่มเฟือย แต่คือ “ค่ารักษาพยาบาล” หลายคนสร้างเนื้อสร้างตัว ทำงานหนักเก็บเงินมาทั้งชีวิต แต่ต้องมาหมดตัวกับค่าหมอเพียงครั้งเดียว

-ประกันคือทางออก: วางแผนประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงไว้ตั้งแต่ตอนที่ร่างกายยังแข็งแรง

-เงินสำรองฉุกเฉิน : การสำรองเงินสดไว้ให้เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 6-12 เดือน

3. 🧠 พอร์ตศักดิ์ศรี: ลงทุนในความรู้และหมั่นอัพสกิล ทักษะให้กับตัวเอง

ทำไมคนถึงดูถูกคนแก่? ส่วนใหญ่เป็นเพราะเขามองว่าเรา “หมดไฟ” หรือ “ตามโลกไม่ทัน” ดังนั้น สิ่งที่เราควรต้องทำ คือ

Keep Learning: อย่าหยุดอัปเดตเทคโนโลยีและทักษะใหม่ๆ

Personal Brand: สร้างคุณค่าให้ตัวเองเป็นที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญในด้านที่ถนัด เมื่อเรามี “คุณค่า” ที่คนอื่นต้องการ ศักดิ์ศรีของเราจะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ และไม่มีใครมองข้ามเราได้

การแก่ไปอย่างมีคุณภาพ เป็นเรื่องที่สามารถวางแผนได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้เราเข้าสู่วัยเกษียณได้แบบภาคภูมิใจในตัวเอง

#การเงิน #วางแผนเกษียณ #ลงทุน #พัฒนาตัวเอง

เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์ จัดงาน “ฟิลด์ เดย์ นาดี นาปัง 2569” โชว์โซลูชันจัดการนาปรังแบบมืออาชีพ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต

0

บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย จัดงาน “ฟิลด์เดย์ นาดี นาปัง 2569” ณ “เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์” หรือศูนย์เกษตรเจียไต๋ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดพื้นที่การเรียนรู้จากแปลงนาจริง ถ่ายทอดแนวคิดและแนวทางการจัดการนาปรังอย่างเป็นระบบ ผ่านโซลูชันและองค์ความรู้ด้านการวางแผนการเพาะปลูก การบริหารจัดการต้นทุน และการใช้ปัจจัยการผลิตอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้เกษตรกรรับมือกับความท้าทายของการทำนาในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดงานครั้งนี้มุ่งตอบโจทย์ความท้าทายสำคัญของการทำนา ทั้งต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ความผันผวนของสภาพอากาศ รวมถึงการระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืชที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรต้องตัดสินใจภายใต้ข้อมูลที่จำกัด เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์จึงนำเสนอแนวทางการจัดการแปลงนาที่เน้นการวางแผนอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถควบคุมต้นทุน วางแผนการผลิต และรักษาความสม่ำเสมอของผลผลิตได้อย่างเหมาะสม

ภายในงาน เกษตรกรได้เยี่ยมชม “แปลงเจียไต๋สมาร์ทฟาร์มเมอร์” ซึ่งเป็นแปลงสาธิตการจัดการนาปรังแบบมืออาชีพ ที่ผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวทางการจัดการแปลงเข้าด้วยกัน ตั้งแต่การเตรียมแปลงไปจนถึงการดูแลแปลงในแต่ละช่วงการเจริญเติบโต เพื่อให้เห็นภาพการจัดการแปลงอย่างเป็นขั้นตอน และสามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับแปลงของตนเอง

ในโอกาสนี้ คุณมนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด ได้เข้าร่วมงานและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเกษตรกรอย่างใกล้ชิด สะท้อนความมุ่งมั่นของเจียไต๋ในการทำงานเคียงข้างเกษตรกรไทย และรับฟังเสียงจากการทำงานในพื้นที่จริง

คุณสุภาภรณ์ เกียรติศิริขจร Chief Marketing Officer บริษัท เจียไต๋ จำกัด กล่าวว่า เจียไต๋ก่อตั้ง “เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์” ขึ้นเมื่อกลางปี 2568 ในช่วงที่เกษตรกรเผชิญแรงกดดันจากราคาข้าวที่ผันผวนและต้นทุนการผลิตที่ควบคุมได้ยาก โดยมีเป้าหมายในการสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงองค์ความรู้และแนวทางการจัดการแปลงนาอย่างเป็นระบบ เพื่อเสริมศักยภาพให้เกษตรกรสามารถวางแผนและบริหารจัดการการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

“เจียไต๋เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่บทบาทใหม่ในฐานะโซลูชัน โพรไวเดอร์อย่างต่อเนื่อง เราเป็นเพื่อนคู่คิดและเป็นที่ปรึกษาทางการเกษตร ในการทำงานร่วมกับเกษตรกรตั้งแต่การวางแผน ถ่ายทอดองค์ความรู้ และนำข้อมูลกับเทคโนโลยีมาสนับสนุนการจัดการแปลง สำหรับงาน ‘ฟิลด์เดย์ นาดี นาปัง 2569’ ครั้งนี้ เราตั้งใจให้เกษตรกรได้เรียนรู้จากแปลงจริง ได้ซักถาม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างใกล้ชิดกับนักเกษตรและที่ปรึกษาทางการเกษตร เพื่อให้สามารถนำแนวทางที่ได้รับไปปรับใช้กับแปลงของตนเองได้อย่างเหมาะสม และลดความเสี่ยงในการทำนา” คุณสุภาภรณ์ กล่าว

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วยการแนะนำ “สูตรจัดการแปลงนาปรังแบบฉบับเจียไต๋” ควบคู่กับกิจกรรมเรียนรู้และกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมจากบูทกลุ่มธุรกิจเจียไต๋ อาทิ เมล็ดพันธุ์เจียไต๋ ปุ๋ยตรากระต่าย และผลิตภัณฑ์อารักขาพืชเจียไต๋ รวมถึงธุรกิจเทคโนโลยีการเกษตรที่เปิดพื้นที่จัดแสดงโรงเรือนอัจฉริยะจากฟาร์มอินโน (ไทยแลนด์) โดรนเพื่อการเกษตรจาก XAG Thailand และรถ Service Provider เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการเพาะปลูก ขณะเดียวกันยังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรสำคัญ อย่าง สหกรณ์การเกษตรบางน้ำเปรี้ยว จำกัด รวมถึงบริษัท ยันม่าร์ เอส.พี. จำกัด ที่นำเครื่องจักรกลการเกษตรมาร่วมจัดแสดงและให้คำแนะนำแก่เกษตรกร เกษตรกร โดยมีคุณมานาบุ ฟุจิตะ Sale Office Manager เป็นตัวแทนเข้าร่วมงาน นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายในหัวข้อการเลือกสายพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับพื้นที่ โดยคุณนพดล ประยูรสุข ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา พร้อมกันนี้ นักเกษตรเจียไต๋ยังได้ให้แนะนำเกี่ยวกับแนวทางการเข้าร่วมโครงการบริหารจัดการการเพาะปลูกนาข้าวแบบเฉพาะแปลงของเจียไต๋ด้วย

งาน “ฟิลด์เดย์ นาดี นาปัง 2569” ได้รับความสนใจจากเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องจากจังหวัดฉะเชิงเทราและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมกว่า 500 คน สะท้อนความมุ่งมั่นของเจียไต๋ในการขับเคลื่อนบทบาทโซลูชัน โพรไวเดอร์ เพื่ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคการเกษตรได้อย่างยั่งยืน ภายใต้เป้าหมาย “พืชดี ฐานะดี ชีวิตดี”

สำหรับเกษตรกรและผู้สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการ “การจัดการการเพาะปลูกนาข้าว” แบบฉบับเจียไต๋ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ “เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์” หรือ “ศูนย์เกษตรเจียไต๋” อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดบริการทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.30 – 17.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือติดต่อสอบถามทางเฟซบุ๊ก ศูนย์เกษตรเจียไต๋ l เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์ : https://www.facebook.com/ChiaTaiExperience

LiVEx ต้อนรับ บมจ. เอนเนอร์จี ไทย เทรดดิ้ง ฮับ (ETTH26) เริ่มซื้อขาย 30 ม.ค. นี้

0

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) กล่าวว่า LiVEx ยินดีต้อนรับ บมจ. เอนเนอร์จี ไทย เทรดดิ้ง ฮับ เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายใน LiVEx โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “ETTH26” ในวันที่ 30 มกราคม 2569 ซึ่ง ETTH26 เป็นหนึ่งในบริษัทที่ผ่านการเตรียมความพร้อมจาก LiVE Platform ที่ช่วยเสริมศักยภาพและสร้างความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการ

ETTH26 ดำเนินธุรกิจให้บริการเกี่ยวกับระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ โดยแบ่งรูปแบบธุรกิจเป็น 3 ประเภท ได้แก่ (1) การให้บริการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในรูปแบบ PPA (Power Purchasing Agreement) (2) การให้บริการรับเหมา ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์รูปแบบ EPC (Engineering, Procurement, and Construction) และ (3) การให้บริการด้านงานวิศวกรรมโยธา (Civil Work) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของโครงการต่างๆ โดยกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสถาบันการศึกษา กลุ่มโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชน และกลุ่มธุรกิจขนาดกลาง-ใหญ่

ETTH26 มีทุนชำระแล้ว 108.7 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 100 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 8.7 ล้านหุ้น เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งแรก (IPO) ต่อผู้ลงทุนตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด โดยเสนอขายผู้ลงทุนวันที่ 23 มกราคม 2569 ในราคาหุ้นละ 3.75 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 32.64 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 407.64 ล้านบาท มีบริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน

นายรักไทย บูรพ์ภาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เอนเนอร์จี ไทย เทรดดิ้ง ฮับ (ETTH26) กล่าวว่า บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาและส่งมอบโซลูชั่นด้านพลังงานหมุนเวียน และสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าด้วยพลังงานทดแทน โดยกำหนดกลยุทธ์หลักในด้านต่างๆ เพื่อผลักดันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานพลังงานทดแทนจากไฟฟ้าด้วยแสงอาทิตย์ รวมถึงระบบกักเก็บพลังงานภายในหน่วยงาน เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจของลูกค้าให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานในอนาคต สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้จะนำไปลงทุนโครงการ PPA ชำระหนี้ระยะสั้น และเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

ETTH26 มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นหลัง IPO คือ บริษัท เออาร์เค สแตรทิจิก โฮลดิ้งส์ จำกัด ถือหุ้น 22.08% บริษัท ชัญญกร โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้น 10.12% และ นายรักไทย บูรพ์ภาค ถือหุ้น 9.97% โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินของบริษัทฯ หลังหักเงินสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กฎหมายกำหนดและตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับบริษัท

ผู้ลงทุนและผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดจากหนังสือชี้ชวนของบริษัทได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ www.sec.or.th และข้อมูลทั่วไปของบริษัทที่ www.etth.co.th และ www.live-platforms.com/live-exchange

AIS ผนึกตร.ไซเบอร์ เปิดปฏิบัติการแม่สอด ลุยค้น 3 ตึก ลักลอบใช้เน็ตผิดกม. พร้อมยึด VPN – อุปกรณ์เชื่อมต่อตปท.

0

AIS 3BB FIBRE3 ผนึก ตำรวจไซเบอร์ต่อเนื่อง ตรวจค้น 3 อาคารพาณิชย์แม่สอด พบติดตั้ง VPN และอุปกรณ์เชื่อมต่อไปต่างประเทศ เข้าข่ายลักลอบใช้เน็ตผิดกฎหมาย และตัดวงจรโจรทันที พร้อมเร่งขยายผลดำเนินคดี ย้ำภารกิจปกป้องคนไทยจากภัยอาชญากรรมออนไลน์

เปิดปฏิบัติการที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เช้าวันนี้ (30 มกราคม 2569) หลังตำรวจไซเบอร์ กก.2 บก.สอท.4 ได้รับเบาะแสจาก AIS 3BB FIBRE3 พร้อมนำกำลังเข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ต้องสงสัย 3 หลัง ซึ่งมีเจ้าหน้าที่เอไอเอส ร่วมสนับสนุนการตรวจสอบเชิงเทคนิคหน้างานอย่างใกล้ชิด เพื่อทำการกวาดล้างวงจรโจร

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ AIS 3BB FIBRE3 ตรวจพบการใช้งานที่มีปริมาณสูงผิดปกติ มีปริมาณการใช้งานหนาแน่นและต่อเนื่องตลอดเวลา ซึ่งเป็นเหตุอันเชื่อได้ว่า มีพฤติกรรมต้องสงสัย จึงประสานงานกับตำรวจไซเบอร์ เพื่อเข้าตรวจสอบและตรวจค้นพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงในพื้นที่

พร้อมกันนี้ ในเบื้องต้นตำรวจไซเบอร์ ตรวจพบความเชื่อมโยงของเส้นทางการเงิน มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนชาวต่างชาติ และเมื่อประเมินจากวงจรการใช้งานของอาคารทั้ง 3 หลัง  พบว่ามีปริมาณการใช้งานสูงกว่าระดับปกติราว 2 เท่า จึงเป็นที่มาของการเข้าตรวจค้นเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ร่วมกับเอไอเอส

จากการเข้าตรวจค้น พบว่าอาคารทั้ง 3 หลัง ไม่มีผู้อยู่อาศัย แต่เจ้าหน้าที่พบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ดัดแปลงใช้ในการรวบรวมสัญญาณอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อกับอุปกรณ์กระจายสัญญาณข้ามประเทศ จึงได้ทำการระงับสัญญาณ พร้อมรื้อถอนอุปกรณ์ในที่เกิดเหตุเพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบผู้เกี่ยวข้อง และขยายผลเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน AIS 3BB FIBRE3 ยืนยันความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานความมั่นคง พร้อมยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและตรวจสอบการใช้งานที่ผิดปกติตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการนำโครงข่ายไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย และสนับสนุนการป้องกัน–ปราบปรามขบวนการมิจฉาชีพที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคม ขณะที่ตำรวจไซเบอร์อยู่ระหว่างสรุปผลการตรวจค้นและตรวจยึด โดยพบความเชื่อมโยงของเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนต่างชาติ และจะเดินหน้าขยายผลเพื่อเชื่อมโยงไปสู่การจับกุมผู้เกี่ยวข้องพร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป

รวมพลังน้ำใจลูกค้าเอไอเอส เปลี่ยนพอยท์เป็นคะแนนบุญ บริจาค 2.3 ล้านบาท ให้ 8 องค์กรการกุศล

0

AIS ตอกย้ำพันธกิจในการใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มเป็นพลังขับเคลื่อนสังคม ผ่านโครงการ “ปันพอยท์ เติมสุข เพิ่มบุญอิ่มใจ” โดยทำหน้าที่เป็นสื่อกลางให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนคะแนนสะสม AIS Points ให้กลายเป็น “คะแนนบุญ” เพื่อบริจาคสนับสนุนมูลนิธิและองค์กรการกุศลต่างๆ ได้อย่างสะดวกผ่านแอปพลิเคชัน myAIS โดยล่าสุด AIS พร้อมส่งมอบเงินบริจาครวมทั้งสิ้น 2,313,074 บาท ให้แก่ 8 องค์กรการกุศล ที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์, มูลนิธิโรงพยาบาลหาดใหญ่, มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก กองทุนอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ, สภากาชาดไทย, มูลนิธิรามาธิบดีฯ และโรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งยอดเงินบริจาคดังกล่าวเกิดจากการให้ลูกค้าเปลี่ยนคะแนน AIS Points เป็นเงินบริจาค (ทุก 1 คะแนน = 10 สตางค์) ตั้งแต่ระยะเวลา 1 มิถุนายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 สะท้อนพลังน้ำใจของลูกค้าที่ร่วมกันส่งต่อโอกาส ความหวัง และการช่วยเหลือไปยังภาคส่วนต่างๆ ของสังคม ผ่านคะแนนจากการใช้งานบริการ AISในชีวิตประจำวัน

นางสาวโอปอล เลิศอุทัย หัวหน้าฝ่ายงานประสบการณ์และความผูกพันลูกค้า AIS กล่าวว่า “AIS ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านเป็นอย่างมาก ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งปัน ภายใต้แนวคิด ‘ใช้พอยท์ให้เกิดคุณค่าต่อสังคม’ โดยทุกคะแนนที่ถูกเปลี่ยนเป็นคะแนนบุญ ไม่เพียงช่วยสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิและองค์กรการกุศลต่างๆ แต่ยังสะท้อนพลังความตั้งใจร่วมกันระหว่างลูกค้าและ AIS ในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเกื้อกูลกันอย่างยั่งยืน AIS เชื่อว่าดิจิทัลแพลตฟอร์มสามารถเป็นสื่อกลาง และเป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงผู้คนและขยายโอกาสการให้ได้อย่างทั่วถึง โครงการ ‘ปันพอยท์ เติมสุข เพิ่มบุญอิ่มใจ’ จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถมีส่วนร่วมในการทำความดีได้ง่ายๆ ผ่านการใช้คะแนนจากการใช้งานบริการ AIS ในชีวิตประจำวัน และนอกจากการสนับสนุนองค์กรด้านสุขภาพและโรงพยาบาลเป็นหลักแล้ว ในปี 2569 AIS ยังคงมุ่งมั่นต่อยอดโครงการอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายการสนับสนุนไปยังมูลนิธิด้านสัตว์และสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม สอดคล้องกับความเชื่อที่ว่าคุณภาพชีวิตที่ดีต้องครอบคลุมถึงสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคม เพื่อร่วมกันสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับสังคมในทุกมิติ”

ผู้ที่สนใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อพลังการให้ โดยเปลี่ยน AIS Points เป็นเงินบริจาคผ่านแอปพลิเคชัน myAIS ได้อย่างสะดวก เพียงเลือกโครงการ “ปันพอยท์ เติมสุข เพิ่มบุญอิ่มใจ” ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 – 31 ธันวาคม 2569 หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของโครงการ รวมถึงรายชื่อองค์กรการกุศลที่เข้าร่วมได้ที่แอป myAIS หรือเว็บไซต์ www.ais.th

ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับจด 16 DR ใหม่ อ้างอิงหุ้นชั้นนำจากสหรัฐฯ ออกโดย KKPS เริ่มซื้อขาย 29 ม.ค. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รับจดทะเบียนตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) 16 หลักทรัพย์ใหม่ อ้างอิงหุ้นชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (NASDAQ) และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) (KKPS) เริ่มซื้อขายในตลาดหุ้นไทย 29 มกราคม 2569

DR จำนวน 10 หลักทรัพย์ อ้างอิงหุ้นที่จดทะเบียนใน NASDAQ

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
ABNB06Airbnb, Inc. (ABNB)แพลตฟอร์มดิจิทัลที่เชื่อมต่อเจ้าของที่พักกับนักเดินทางทั่วโลก ให้บริการจองที่พักระยะสั้น กิจกรรม และประสบการณ์ท่องเที่ยว
AMGN06Amgen Inc. (AMGN)บริษัทชีวเภสัชกรรมชั้นนำ ดำเนินธุรกิจวิจัย พัฒนา และจำหน่ายยารักษาโรคในหลายสาขา เช่น โรคเรื้อรัง โรคมะเร็ง และโรคภูมิคุ้มกัน
DUOL06Duolingo, Inc. (DUOL)บริษัทเทคโนโลยีด้านการศึกษา ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเรียนภาษาออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ ที่มีผู้ใช้งานทั่วโลก
EXPE06Expedia Group, Inc. (EXPE)แพลตฟอร์มจองการท่องเที่ยวออนไลน์ ให้บริการจองโรงแรม เที่ยวบิน
รถเช่า และบริการที่เกี่ยวข้อง ดำเนินธุรกิจหลากหลายแบรนด์ เช่น Expedia, Hotels.com และ Vrbo
ISRG06Intuitive Surgical, Inc. (ISRG)บริษัทเทคโนโลยีด้านการแพทย์ ผู้พัฒนาและจำหน่ายระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด สำหรับโรงพยาบาลและสถานพยาบาล
MRVL06Marvell Technology, Inc. (MRVL)บริษัทผู้ผลิตชิปกึ่งตัวนำที่มุ่งเน้นโซลูชันสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ เครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ลูกค้าหลักเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ ผู้ให้บริการเครือข่าย และผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
PYPL06PayPal Holdings, Inc. (PYPL)บริษัทเทคโนโลยีด้านการชำระเงินดิจิทัล ให้บริการกระเป๋าเงินออนไลน์และโซลูชันการชำระเงิน สำหรับผู้บริโภคและร้านค้า
QCOM06Qualcomm Inc. (QCOM)บริษัทเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ที่พัฒนาชิปและโซลูชันการสื่อสารไร้สาย สำหรับอุปกรณ์มือถือ ยานยนต์ และอุปกรณ์เชื่อมต่ออื่นๆ
SHOP06Shopify Inc. (SHOP)ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสำหรับธุรกิจทุกขนาด ให้บริการตั้งแต่ระบบหน้าร้านออนไลน์ การชำระเงิน การจัดการคำสั่งซื้อ และเครื่องมือสนับสนุนการขาย
WMT06Walmart Inc. (WMT)บริษัทค้าปลีกรายใหญ่ ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีกทั้งในรูปแบบร้านกายภาพ และช่องทางออนไลน์ จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร และสินค้าเบ็ดเตล็ด

DR จำนวน 6 หลักทรัพย์ อ้างอิงหุ้นที่จดทะเบียนใน NYSE

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
AXP06American Express Company (AXP)สถาบันการเงินที่ให้บริการบัตรเครดิตและโซลูชันการชำระเงินแก่ลูกค้าบุคคลและองค์กร โดยดำเนินธุรกิจในหลายภูมิภาค
BLK06BlackRock, Inc. (BLK)บริษัทบริหารสินทรัพย์รายใหญ่ ให้บริการบริหารการลงทุนแก่ลูกค้าสถาบันและรายย่อย โดยมีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมกองทุน ETF ภายใต้    แบรนด์ iShares และโซลูชันการลงทุนอื่นๆ
CRM06Salesforce, Inc. (CRM)บริษัทซอฟต์แวร์ที่ให้บริการระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) บนระบบคลาวด์ โดยให้บริการแก่ธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม
IBM06International Business Machines Corp (IBM)บริษัทเทคโนโลยีสารสนเทศชั้นนำ ให้บริการโซลูชันด้านเทคโนโลยีและคำปรึกษาสำหรับองค์กร โดยมี 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ซอฟต์แวร์ บริการให้คำปรึกษา โครงสร้างพื้นฐาน และบริการทางการเงิน โดยเน้นแพลตฟอร์มไฮบริดคลาวด์ และ AI
NEM06Newmont Corporation (NEM)บริษัทเหมืองแร่รายใหญ่ ดำเนินธุรกิจสำรวจและผลิตทองคำ รวมถึงโลหะมีค่าอื่นๆ เช่น ทองแดงและเงิน
TRVUS06The Travelers Companies, Inc. (TRV)บริษัทประกันวินาศภัยรายใหญ่ของสหรัฐฯ ให้บริการประกันธุรกิจ ประกันบุคคล และประกันเฉพาะทาง

ผู้สนใจศึกษารายละเอียด 16 DR ใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th หรือบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์คือ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) https://dr06.kkpfg.com หรือศึกษาผลิตภัณฑ์ DR เพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/dr     

เมืองไทยประกันชีวิตจัด “กิจกรรมจิตอาสา”ส่งความสุขและรอยยิ้มที่สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา จ.ราชบุรี

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมจิตอาสา ร่วมสร้างความสุขและรอยยิ้ม ณ สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา จังหวัดราชบุรี เพื่อเลี้ยงอาหารกลางวันและจัดกิจกรรมที่เหมาะสมให้แก่เด็กพิการทางสมองและสติปัญญาในพื้นที่จังหวัดราชบุรี

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) สร้างจิตสำนึกแห่งการแบ่งปันและความเอื้ออาทรให้แก่พนักงาน เปิดโอกาสให้บุคลากรได้มีส่วนร่วมในการสร้างประโยชน์แก่ชุมชน ตลอดจนเสริมสร้างความสามัคคีและความผูกพันภายในองค์กร นอกจากนี้ ยังมุ่งสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านการมอบอาหารกลางวันและกิจกรรมเสริมสร้างพัฒนาการที่เหมาะสม พร้อมสะท้อนภาพลักษณ์ขององค์กรที่มีความห่วงใยสังคม และดำเนินงานด้าน CSR อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ในโอกาสนี้ นางสาวสุทิศา ทับเหล็ก ผู้ปกครองสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการ จังหวัดราชบุรี พร้อมด้วยพนักงานจิตอาสาของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันทำกิจกรรมสร้างรอยยิ้มและความอบอุ่นให้แก่น้อง ๆ ณ สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา จังหวัดราชบุรี สะท้อนถึงพลังความร่วมมือและหัวใจแห่งการให้ขององค์กรและพนักงานอย่างแท้จริง

เริ่มแล้ว! “วันเกษตรภาคอีสาน 2569” ม.ขอนแก่น และ CPF ยกคาราวานอาหารคุณภาพ ราคาสุดคุ้ม ลดค่าครองชีพ ช้อปอิ่มคุ้ม 10 วันเต็ม

0

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ภาคีเครือข่าย และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ จัดงาน “วันเกษตรภาคอีสาน ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและช่วยลดค่าครองชีพประชาชน ตั้งแต่วันนี้ – 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อุทยานเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ภายในงาน ซีพีเอฟ ยกขบวนอาหารพร้อมรับประทาน อาหารสด และอาหารแปรรูปจากแบรนด์ CP, ห้าดาว (FIVE STAR), สตาร์ คอฟฟี่ (STAR COFFEE) และ เชสเตอร์ (Chester’s) พร้อมโปรโมชั่นพิเศษรวมกว่า 100 รายการ ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงอาหารคุณภาพดี สะอาด ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการ ในราคาที่เข้าถึงได้

ซีพีเอฟ เชิญชวนประชาชนร่วม ชิม ช้อป เพลิน กับอาหารอร่อย พร้อมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสาน (หมอลำ) นิทรรศการเกษตร 5 โซนไฮไลต์ และการจัดแสดง “ควายแคระ” สัตว์พันธุ์พื้นเมืองหายาก เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน เวลา 10.00–21.00 น. จนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569.