Home Blog Page 2

AIS เอาใจลูกค้า Serenade จัดแคมเปญแลก 10 พอยท์ ลุ้นรับนาฬิกา Rolex และกำไล Cartier! เสิร์ฟที่สุดของความลักชัวรี รวมกว่า 600,000 บาท                  

0

AIS ชวนลูกค้า Serenade อัปเกรดทุกพอยท์ให้พิเศษกว่าที่เคย กับแคมเปญ AIS Points Lucky Draw Campaign “Luxury is Calling” เพียงใช้ AIS Points 10 คะแนน แลกรับ 1 สิทธิ์ ลุ้นเป็นเจ้าของไอเท็มลักชัวรีเหนือระดับ ได้แก่ นาฬิกา Rolex Datejust และกำไล Cartier Juste un Clou Bracelet สองไอเท็มที่โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และคุณค่าเหนือกาลเวลา รวมมูลค่ากว่า 600,000 บาท

ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่เปลี่ยนทุกพอยท์ให้เข้าใกล้ความลักชัวรีมากยิ่งขึ้น แคมเปญ “Luxury is Calling” สะท้อนความตั้งใจของ AIS ในการต่อยอด AIS Points ให้เป็นมากกว่าคะแนนสะสม ด้วยการคัดสรรสิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ ผ่านรางวัลจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่โดดเด่นทั้งด้านดีไซน์ คุณค่า และภาพลักษณ์ สำหรับลูกค้า AIS Serenade โดยเฉพาะ ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ร่วมแคมเปญเลือกไอเท็มที่ตรงกับสไตล์ของตนเอง โดยสามารถแลกรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2569 โดยไม่จำกัดจำนวนสิทธิ์ตลอดระยะเวลาแคมเปญ ยิ่งแลกมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสลุ้นมาก พร้อมร่วมกิจกรรมได้สะดวกผ่านแอป myAIS หรือกดรหัสตามรางวัลที่เลือก โดยรางวัลภายในแคมเปญประกอบด้วย

  • รางวัลที่ 1 นาฬิกา Rolex Datejust ขนาด 36 มม. มูลค่า 339,000 บาท จำนวน 1 รางวัล
    กด *550*9997# โทรออก
  • รางวัลที่ 2 กำไล Cartier Juste un Clou Bracelet ขนาด 16 ซม. มูลค่า 293,000 บาท จำนวน 1 รางวัล
    กด *550*9998# โทรออก

AIS จะดำเนินการจับรางวัลในวันที่ 15 กันยายน 2569 และประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 22 กันยายน 2569 สามารถติดตามรายชื่อผู้โชคดี พร้อมดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ทาง https://www.ais.th/consumers/privileges/serenade/lifestyle-privilege/lucky-draw หรือแอป myAIS

โปรสินเชื่อบ้าน Mid Year มาแล้ว ออมสินเคาะแรง ผ่อนต่ำปีแรก ล้านละ 2,900 บาท/เดือน กู้เลยวันนี้ – 15 ต.ค. 69 ผ่าน MyMo หรือออมสินทุกสาขา

0

อัปเดตโปรสินเชื่อบ้านล่าสุด! ‘สินเชื่อเคหะ’ จากธนาคารออมสิน ผ่อนสบาย ดอกเบี้ยคุ้ม
📝 สมัครเลย คลิก >> https://to.gsb.or.th/7lR1Mj
หรือผ่าน MyMo

✔️ รับอัตราดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้น 1.79% ต่อปี (4 เดือนแรก)
✔️ ผ่อนต่ำเริ่มต้น ปีแรก ล้านละ 2,900 บาทต่อเดือน
✔️ สนับสนุนค่าประเมินฯ สูงสุด 5,000 บาท และสนับสนุนค่าจดจำนอง สูงสุด 200,000 บาท
📢 ยื่นกู้ได้ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม – 15 ตุลาคม 2569
อนุมัติและจัดทำนิติกรรมสัญญา ภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569

หมายเหตุ:

  • ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.045% (ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป) ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น หรือลดลงได้
  • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (EIR)
  • กรณีวงเงินกู้สินเชื่อเคหะต่ำกว่า 3 ล้านบาท อยู่ระหว่าง 4.487% – 4.972% คำนวณจากวงเงินกู้ 1 ล้านบาท ระยะเวลา 20 ปี แบบผ่อนชำระเท่ากันทุกงวด
  • กรณีวงเงินกู้สินเชื่อเคหะตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป อยู่ระหว่าง 4.453% – 4.937% คำนวณจากวงเงินกู้ 3 ล้านบาท ระยะเวลา 20 ปี แบบผ่อนชำระเท่ากันทุกงวด
  • กรณีรายได้ 70,000 บาทขึ้นไป ไม่สนับสนุนค่าธรรมเนียมจดจำนอง อยู่ระหว่าง 4.281% – 4.762% คำนวณจากวงเงินกู้ 1 ล้านบาท ระยะเวลา 20 ปี แบบผ่อนชำระเท่ากันทุกงวด
  • กรณีรายได้ 70,000 บาทขึ้นไป สนับสนุนค่าธรรมเนียมจดจำนอง อยู่ระหว่าง 4.366% – 4.851% คำนวณจากวงเงินกู้ 7 ล้านบาท ระยะเวลา 20 ปี แบบผ่อนชำระเท่ากันทุกงวด
  • เงินงวดผ่อนชำระแบบผ่อนต่ำ ปีที่ 1 ล้านละ 2,900 บาท/เดือน ปีที่ 2 ล้านละ 3,900 บาท/เดือน ปีที่ 3 ล้านละ 4,900 บาท/เดือน หลังจากนั้น 7,300 บาท/เดือน ดอกเบี้ยทั้งสัญญา 514,096.81 บาท คำนวณจากวงเงินกู้ 1 ล้านบาท ระยะเวลา 20 ปี อัตราดอกเบี้ยแบบลูกค้ารายได้ตั้งแต่ 70,000 บาทขึ้นไป กรณีไม่สนับสนุนค่าจำนอง และทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อตามเงื่อนไขฯ
  • รายละเอียดการคำนวณเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th
  • *สนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ตามที่จ่ายจริง ไม่เกินรายละ 5,000 บาท (สำหรับลูกค้าที่วงเงินกู้สินเชื่อเคหะตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป)
  • **สนับสนุนค่าจดจำนอง ตามที่จ่ายจริง ไม่เกินรายละ 200,000 บาท (สำหรับวงเงินกู้สินเชื่อเคหะตั้งแต่ 7 ล้านบาทขึ้นไป และเลือกอัตราดอกเบี้ยกรณีสนับสนุนค่าจดจำนอง)
    ⚠️ รู้ก่อนกู้…กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
    ⚠️ เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

ซีพีเอฟ ร่วมเครือข่าย พลิกฟื้นผืนทราย คืนชีวิตให้ทะเล

0

พลังจากภาครัฐ เอกชน และชุมชน กำลังร่วมแรงร่วมใจขับเคลื่อนภารกิจสำคัญ เพื่อฟื้นฟูและปกป้องชายฝั่งในจังหวัดเพชรบุรีและชุมพร สู่เป้าหมายเดียวกัน คือการรักษาความสมบูรณ์ของท้องทะเลให้ยั่งยืน

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 จังหวัดเพชรบุรี (สทช.3) กลุ่มชะอำรวมใจสร้างสรรค์ทะเลสวย เทศบาลตำบลสะพลี จังหวัดชุมพร และเครือข่ายชุมชน จัดกิจกรรมฟื้นฟูและทำความสะอาดชายหาดในจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดชุมพร เพื่อฟื้นฟูชายหาดและดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่

ที่ชายหาดชะอำ จังหวัดเพชรบุรี นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ฟอกทรายและเก็บขยะชายหาด” ภายใต้โครงการอบรมส่งเสริมความรู้อาชีพชุมชนชายฝั่ง ซึ่งกลุ่มชะอำรวมใจสร้างสรรค์ทะเลสวยจัดขึ้น และได้รับการสนับสนุนจาก สทช.3 เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยมี นายเฉลิมพร แก้วเซ่ง ผู้อำนวยการส่วนบริหารทั่วไป สทช.3 นำทีมร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรม และชาวชะอำ

ซีพีเอฟในฐานะสมาชิกของชุมชน นำพนักงานจิตอาสาจากฟาร์มเลี้ยงกุ้งและหน่วยงานในจังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ช่วยกันเก็บขยะและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมชายหาด พร้อมสนับสนุนน้ำดื่มและผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อร่วมเป็นกำลังสำคัญในการดูแลชายฝั่งให้สะอาดและน่าอยู่

ขณะเดียวกัน ที่หาดสะพลี จังหวัดชุมพร ศูนย์ปรับปรุงพันธุกรรมกุ้งปะทิว ซีพีเอฟ เข้าร่วม โครงการรณรงค์รักษาความสะอาดบริเวณชายหาดสะพลี ซึ่งเทศบาลตำบลสะพลีจัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี นายศิวะ พลนิล นายกเทศมนตรีตำบลสะพลี นำจิตอาสาร่วม 200 คน ช่วยกันเก็บขยะและปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาด เพื่อคงความสวยงามของหาดสะพลี หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดชุมพรที่มีคุณภาพน้ำทะเลอยู่ในระดับดีเยี่ยม จากการประเมินดัชนีคุณภาพน้ำทะเลโดยกรมควบคุมมลพิษ

นอกจากการร่วมทำความสะอาดชายหาดแล้ว ซีพีเอฟยังสนับสนุน “ถังคลอรีน” ให้แก่เทศบาลตำบลสะพลี เพื่อนำไปดัดแปลงเป็นอุปกรณ์ผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพจากสัตว์น้ำ ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดของเสีย และสร้างประโยชน์กลับคืนสู่ชุมชนตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

จากชะอำสู่สะพลี สองพื้นที่ที่เชื่อมโยงกันด้วยเป้าหมายเดียวกัน คือการร่วมดูแลทะเลไทย ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อให้ชายหาดและทรัพยากรทางทะเลยังคงความอุดมสมบูรณ์ต่อไป.

รพ.บำรุงราษฎร์ ยกระดับศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ ตอบรับเทรนด์สุขภาพยุคใหม่ ชูแนวคิด “Ready for Every Move, Naturally”

0

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการแพทย์ระดับสากล จัดงานแถลงข่าว “Ready for Every Move, Naturally” ประกาศยกระดับศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ (Bumrungrad Sports Medicine & Joint Center) ภายใต้แนวคิด “Move Better, Play Stronger, Live Fuller” มุ่งดูแลผู้รักการออกกำลังกายแบบองค์รวม ตั้งแต่การประเมินความพร้อม การป้องกัน การรักษาอย่างตรงจุด ไปจนถึงการฟื้นฟูและเสริมสร้างสมรรถภาพ รองรับเทรนด์ Active Lifestyle ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า “เมื่อผู้คนหันมาออกกำลังกายจริงจังมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมาราธอน เทนนิส กอล์ฟ หรือ HYROX สิ่งที่ตามมาคือความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่นักกีฬาอาชีพอีกต่อไป แต่เกิดขึ้นได้กับทุกคนที่มี Active Lifestyle สถิติชี้ว่าในแต่ละปีมีผู้บาดเจ็บจากการเล่นกีฬามากกว่า 3.5 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา (ที่มา: Johns Hopkins Medicine) ขณะที่เอเชียแปซิฟิกพบอุบัติการณ์เพิ่มสูงขึ้นถึง 18% ต่อปี (ที่มา: Asia-Pacific Journal of Sports Medicine, 2023) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จึงยกระดับการดูแลด้านเวชศาสตร์การกีฬา ผสานทีมแพทย์สหสาขาและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อให้ทุกคนสามารถเคลื่อนไหว เล่นกีฬา และใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน”

ความมุ่งมั่นนี้สะท้อนให้เห็นจากการที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Newsweek ให้เป็น “โรงพยาบาลเฉพาะทางที่ดีที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2569” ด้านศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 อันดับที่ 31 จาก 75 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และอันดับ 1 ในประเทศไทย และ เป็น “โรงพยาบาลเอกชนและคลินิกชั้นนำในเอเชีย ประจำปี 2569” ด้านการผ่าตัดเข่าและเปลี่ยนข้อเข่าเทียม, ด้านการผ่าตัดสะโพกและเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม และด้านการผ่าตัดไหล่ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยได้รับการจัดอันดับที่ 1 จาก 100 อันดับในภูมิภาคเอเชีย

นพ.วิชาญ กาญจนถวัลย์ หัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า “การบาดเจ็บจากการออกกำลังกายส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ แต่มาจากการใช้งานซ้ำ ๆ ความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ หรือการเคลื่อนไหวที่ผิดรูปแบบ ทีมแพทย์ของเราจึงมุ่งค้นหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงรักษาอาการปวด เพื่อให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างสมบูรณ์และยั่งยืน”

อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญของศูนย์คือ Joint Preservation หรือการถนอมข้อ ซึ่งมุ่งรักษาและฟื้นฟูข้อเดิมให้ใช้งานได้นานที่สุด ชะลอความเสื่อม และลดโอกาสการผ่าตัดเปลี่ยนข้อในอนาคต แนวทางการรักษาครอบคลุมทั้งการฟื้นฟู การเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และการผ่าตัดเฉพาะทางเมื่อจำเป็น เช่น High Tibial Osteotomy (HTO) หรือการผ่าตัดปรับแนวกระดูกหน้าแข้ง เพื่อกระจายน้ำหนักออกจากบริเวณข้อเข่าที่เสื่อม ช่วยยืดอายุการใช้งานของข้อธรรมชาติ รวมถึงการดูแลปัญหาปวดไหล่ด้วยเทคนิคแผลเล็ก (Arthroscopic Surgery) ที่ช่วยให้ฟื้นตัวเร็ว

ด้าน นพ.ปรัชญา จรัสจิตวิไล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ กล่าวว่า “การหายเจ็บไม่ได้แปลว่าพร้อมลงสนาม เราใช้ Functional Movement Screen (FMS) เพื่อประเมินรูปแบบการเคลื่อนไหวและค้นหาจุดอ่อนที่ซ่อนอยู่ก่อนเกิดการบาดเจ็บ และใช้เป็นเกณฑ์ติดตามการฟื้นตัวตลอดกระบวนการ Return to Play”

กระบวนการ Return to Play ของบำรุงราษฎร์ทำงานร่วมกับทีมนักกายภาพบำบัดอย่างใกล้ชิด โดยนักกายภาพบำบัดมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูความแข็งแรง ความสมดุล และการควบคุมการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นหลังการรักษา ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมก่อนกลับไปเล่นกีฬาในระดับที่ต้องการ เป้าหมายไม่ใช่แค่ให้อาการปวดหาย แต่เพื่อให้ผู้ป่วยกลับไปเล่นกีฬาได้อย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยงบาดเจ็บซ้ำ และอาจมีสมรรถภาพดีกว่าเดิม

ในขณะที่ นพ.วิสิทธิ์ ชั้นประเสริฐภิญโญ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจ กล่าวว่า “หัวใจคือเครื่องยนต์ของร่างกาย การออกกำลังกายอย่างหนักโดยไม่รู้ว่าหัวใจพร้อมหรือไม่ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันระหว่างออกกำลังกาย หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก จะสามารถวางแผนการรักษาและลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

การประเมินความพร้อมของหัวใจ (Cardiac Readiness) เหมาะสำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ ผู้ที่กลับมาออกกำลังกายหลังหยุดไปนาน ผู้ที่ต้องการเล่นกีฬาจริงจัง และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ นอกจากนี้ การตรวจค่า VO2 Max ยังช่วยให้แพทย์ออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายเฉพาะบุคคล ทั้งประเภทกีฬา ระดับความหนัก ความถี่ และระยะเวลา เพื่อให้ได้ทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย

พญ.สุวรรณา สุวรรณพงษ์

พญ.สุวรรณา สุวรรณพงษ์ Program Director ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ กล่าวว่า “การพัฒนาสมรรถภาพของร่างกายไม่ได้ขึ้นอยู่กับ การฝึกซ้อมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความสมดุลจากภายใน ทั้งสุขภาพของเซลล์ ระดับสารอาหาร ฮอร์โมน และภาวะโภชนาการ ซึ่งล้วนส่งผลต่อพลังงาน ความทนทาน การฟื้นตัว และคุณภาพการนอนหลับ”

“จุดเด่นของ Bumrungrad Sports Medicine คือการทำงานร่วมกับ VitalLife Scientific Wellness Center ผสานองค์ความรู้ด้านเวชศาสตร์การกีฬา เวชศาสตร์ป้องกัน โภชนาการ และสุขภาพเชิงลึกเข้าด้วยกัน ตั้งแต่การตรวจระดับ Micronutrients วิตามิน แร่ธาตุ ฮอร์โมน ไปจนถึงการวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย (Body Composition) เพื่อออกแบบแผนการดูแลเฉพาะบุคคลอย่างแม่นยำ ช่วยให้ทุกคนออกกำลังกาย ฟื้นตัว และใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพในระยะยาว” พญ.สุวรรณา กล่าวเสริม

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก The Lancet (2025) ยังระบุว่า ประเทศไทยมีอัตราการสูญเสียปีสุขภาวะ (DALYs) จากการบาดเจ็บสูงที่สุดในอาเซียน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงต้นทุนแฝงด้านสุขภาพที่เกิดจากความไม่พร้อมของร่างกาย โดยเฉพาะการบาดเจ็บรุนแรงที่ต้องได้รับการรักษาหรือผ่าตัด เช่น การผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าเข่า (ACL) หรือการผ่าตัดข้อไหล่ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการดูแลเชิงป้องกันหลายเท่า ดังนั้น การประเมินความพร้อมของร่างกายและการป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ต้น จึงเป็นแนวทางที่ช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บและเป็นการลงทุนด้านสุขภาพที่คุ้มค่าในระยะยาว

“เป้าหมายสูงสุดของเรา คือการช่วยให้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาอาชีพหรือผู้ที่รักการออกกำลังกาย สามารถเข้าใจร่างกายของตนเอง กลับไปเคลื่อนไหว เล่นกีฬา และใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และยั่งยืน” ดร.อาทิรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ ชั้น 20 เคาน์เตอร์ D อาคาร A (คลินิก) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โทร. 02 011 3194, 02 011 3082 หรือโทร. 02 066 8888 และ 1378 (Contact Center)

ธอส. เดินหน้ากระตุ้นตลาดบ้านแนวราบ จัดมหกรรมบ้านเดี่ยวออนไลน์ 2569 คัดบ้านคุณภาพดีกว่า 3,000 รายการ ลดราคาสูงสุด 50% พร้อมสินเชื่อพิเศษดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี

0

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบช่วงครึ่งหลังปี 2569 จัดมหกรรมบ้านเดี่ยว ธอส. ประจำปี 2569 รูปแบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ถึงวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.30 น. ผ่าน Application : GHB ALL HOME

โดยนำทรัพย์ประเภทบ้านเดี่ยว คุณภาพดี ทำเลเด่น ออกจำหน่ายกว่า 3,000 รายการทั่วประเทศ โดยมีรายการทรัพย์ที่น่าสนใจ อาทิ บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาดเนื้อที่
103.5 ตารางวา ในโครงการฟลอร่าวิลล์พาร์คซิตี้ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ราคา 2,890,000 บาท และ บ้านเดี่ยว ขนาดเนื้อที่ 70.70 ตารางวา ในโครงการเดอะริเวอร์ ARK อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ราคา 5,225,000 บาท

พิเศษ 3 ต่อ! ต่อที่ 1 ลดราคาสูงสุด 50% ต่อที่ 2 สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ 0% ต่อปี นานสูงสุด 2 ปี และต่อที่ 3 ผู้ที่ทำสัญญาจะซื้อจะขายภายใน วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 รับบัตรกำนัลแทนเงินสด มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 30 รางวัล (1 รายการทรัพย์ ต่อ 1 รางวัล)

ผู้ที่สนใจสามารถดูรายการทรัพย์ที่นำเข้าร่วมงานได้ทาง Application : GHB ALL HOME หรือ www.ghbhomecenter.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ G H BANK Call Center โทร.0-2645-9000 กด 5 หรือ Facebook Fanpage บ้านมือสอง ธอส. หรือดูข้อมูลบ้านมือสอง ธอส. ได้ที่ www.ghbhomecenter.com Application : GHB ALL HOME และ Line Official Account : @บ้านมือสอง ธอส.

ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับจดทะเบียน DR “MRAM03” ออกโดย PI เริ่มซื้อขาย 20 ก.ค. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รับจดทะเบียนตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) อ้างอิงหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (Nasdaq) ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) (PI) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย 20 กรกฎาคม 2569

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
MRAM03Everspin Technologies, Inc. (MRAM)บริษัทผู้ออกแบบและผลิตชิปหน่วยความจำประเภท MRAM (Magnetoresistive Random Access Memory) ซึ่งเป็นหน่วยความจำเร็วสูงที่มีคุณสมบัติการเก็บรักษาข้อมูลแบบถาวร (non-volatile data retention)

ผู้สนใจศึกษารายละเอียด DR ใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th เว็บไซต์ผู้ออกหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) www.pi.financial หรือศึกษาผลิตภัณฑ์ DR เพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/dr

เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมงาน “วันประกันชีวิตแห่งชาติ” ครั้งที่ 25 คัดสรรผลิตภัณฑ์เด่น-โปรโมชันโดนใจ ตอบโจทย์ทุกความเป็นคุณ เพื่อความสุขที่ยั่งยืน

0

เมืองไทยประกันชีวิต ขนทัพผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต สุขภาพ โรคร้ายแรง การลงทุน และบริการวางแผนการสร้างหลักประกันที่มั่นคง พร้อมโปรโมชันโดนใจ ร่วมงาน “วันประกันชีวิตแห่งชาติ” ครั้งที่ 25 ระหว่างวันที่ 18 – 19 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต ยกระดับการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพทางการเงิน ที่เหนือขึ้นไปอีกขั้น ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างหลักประกันที่มั่นคงและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อความสุขที่ยั่งยืน  

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า  เมืองไทยประกันชีวิต เข้าร่วมงาน “วันประกันชีวิตแห่งชาติ” ครั้งที่ 25  จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน และกองทุนประกันชีวิต  ระหว่างวันที่ 18 – 19 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนทุกกลุ่มได้เข้าถึงข้อมูลของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่หลากหลาย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการสร้างการเข้าถึงได้ของประกันชีวิตให้กับทุกคนในสังคม (Democratizing Insurance)  เพื่อเป็นส่วนช่วยให้ทุกคนได้มีความอุ่นใจ คลายห่วง มีหลักประกันที่มั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน  

โดยในพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจากนางสาววสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการ ด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) พร้อมด้วยนายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส คณะผู้บริหาร และตัวแทนประกันชีวิต  บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมในพิธีเปิดบูธเมืองไทยประกันชีวิต

เมืองไทยประกันชีวิต ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์ บริการ และโปรโมชันเด่น พร้อมยกระดับการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพทางการเงิน ที่เหนือขึ้นไปอีกขั้น ภายใต้แนวคิด “Go Healthier with MTL” ตอบโจทย์ความต้องการในทุกช่วงของชีวิต ตอกย้ำการเป็นคู่คิดที่ลูกค้าไว้วางใจทั้งเรื่องชีวิตและสุขภาพ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในทุกช่วงชีวิตได้อย่างตรงจุด โดยผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอตอบโจทย์ครบถ้วน ทั้งแบบประกันชีวิต สุขภาพ โรคร้ายแรง รวมถึงแบบประกันในกลุ่มตลอดชีพ กลุ่มควบการลงทุน กลุ่มสะสมทรัพย์ กลุ่มบำนาญ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ไฮไลท์อย่างผลิตภัณฑ์ในแคมเปญ “ShieldLife ประกันชีวิต” ตัวช่วยให้คุณเบาใจ ในวันที่คุณจากไป ด้วยการวางแผนสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้คนที่คุณรัก ความคุ้มครองสุขภาพเหมาจ่าย “D Health  Lite” หรือความคุ้มครองสุขภาพ “Care Plus” ซึ่งสามารถออกแบบความคุ้มครองได้ตามไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณ และช่วยให้คุณดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นใจในทุกช่วงวัย

ภายในงาน ยังมีโปรโมชันจัดเต็มสำหรับลูกค้าที่ซื้อประกันภัย รวมถึงลูกค้าที่ชำระเบี้ยประกันภัยต่ออายุกรมธรรม์ภายในงาน  ซึ่งลูกค้าสามารถสอบถามรายละเอียดโปรโมชันได้ภายในบูธเมืองไทยประกันชีวิต และพบกับบริการด้านการวางแผนประกันชีวิตและความคุ้มครองสุขภาพที่ออกแบบได้ตามความต้องการ โดยนักวางแผนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงิน จากเมืองไทยประกันชีวิต พบกันที่ บูธเมืองไทยประกันชีวิต “วันประกันชีวิตแห่งชาติ” ครั้งที่ 25 ระหว่างวันที่ 18 – 19 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต  #เมืองไทยประกันชีวิต #MuangThaiLife

LiVE Platform คว้ารางวัล Prime Minister Award: National Startup 2026 หนุนระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทย

0

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้แทนนายกรัฐมนตรี มอบรางวัล Prime Minister Award: National Startup 2026 ประเภท Best of Contributor in Human Capital Development แก่ LiVE Platform ภายใต้กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยมี ประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ เป็นผู้รับมอบ รางวัลนี้จัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งสะท้อนบทบาทของ LiVE Platform ในการพัฒนาทักษะ ความรู้ และสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่และผู้ประกอบการไทย สู่การเป็นกำลังคนคุณภาพสำหรับเศรษฐกิจแห่งนวัตกรรมในอนาคต และได้มอบรางวัล Evangelist of the Year แก่ ประพันธ์ เจริญประวัติ ที่มีบทบาทในการผลักดันและสร้างแรงบันดาลใจให้วงการสตาร์ตอัปและนวัตกรรมไทยอีกด้วย ผู้สนใจดูข้อมูลเกี่ยวกับ LiVE Platform เพิ่มเติมได้ที่ https://live-platforms.com

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดรับฟังความคิดเห็นการปรับปรุงเกณฑ์เพื่อส่งเสริมกลไก Gatekeeper และการทำหน้าที่ของ บจ. ถึง 7 ส.ค. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเตรียมปรับปรุงเกณฑ์เพื่อส่งเสริมกลไก Gatekeeper ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.)  ทั้งผู้ตรวจสอบภายใน กรรมการตรวจสอบ และกรรมการอิสระ ซึ่งเป็นด่านหน้าในการช่วยกลั่นกรองและตรวจสอบการดำเนินงานของ บจ. ให้มีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาลที่ดี ปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น รวมถึงปรับปรุงเกณฑ์เพื่อส่งเสริมการทำหน้าที่ของ บจ. ในการเปิดเผยข้อมูล การปฏิบัติตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นในการประชุมผู้ถือหุ้น ตามพันธกิจในการสร้างตลาดที่น่าเชื่อถือ (Trusted Marketplace) ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” โดยเปิดรับฟังความคิดเห็น (Public Hearing) เรื่อง การปรับปรุงเกณฑ์เพื่อส่งเสริมกลไก Gatekeeper การทำหน้าที่ของบริษัทจดทะเบียนและผู้ออกหลักทรัพย์ และการใช้สิทธิของผู้ถือหลักทรัพย์ในการประชุมผู้ถือหลักทรัพย์ผ่านเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ จนถึง 7 สิงหาคม 2569 สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ 

  1. ส่งเสริมกลไก Gatekeeper: ยกระดับและส่งเสริมการทำหน้าที่ของผู้ตรวจสอบภายใน โดยจะกำหนดคุณสมบัติของหัวหน้าผู้ตรวจสอบภายในทั้งด้านวุฒิบัตรและประสบการณ์การทำงาน สำหรับบริษัทที่ยื่นคำขอเข้าจดทะเบียนและบริษัทจดทะเบียนใน SET และ mai ให้สอดคล้องกับเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่อยู่ระหว่างการรับฟังความเห็น รวมถึงเร่งให้ บจ. ที่มีกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee: AC) หรือกรรมการอิสระ (Independent Director: ID) ไม่ครบถ้วนเร่งแก้ไขคุณสมบัติ โดยกำหนดระยะเวลาแก้ไขให้เหมาะสมและชัดเจนยิ่งขึ้น 
  2. ส่งเสริมการทำหน้าที่ของ บจ. ในการเปิดเผยข้อมูลและปฏิบัติตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง: เนื่องจากข้อมูลมีความสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ลงทุน ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะยกระดับการเปิดเผยข้อมูลของ บจ. ในกรณีเปิดเผยข้อมูลสำคัญล่าช้า ไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยกำหนดให้ บจ. เปิดเผยแนวทางป้องกันให้ผู้ลงทุนทราบเพิ่มเติม และเพื่อกระตุ้น บจ. ที่ปฏิบัติไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะทบทวนระยะเวลาการแก้ไขให้กระชับยิ่งขึ้น รวมทั้งกำหนดให้คณะกรรมการของ บจ. ติดตามการปฏิบัติตามเกณฑ์ดำรงคุณสมบัติของ บจ. และเปิดเผยการประเมินการดำรงคุณสมบัติดังกล่าว (Check List) ตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดเป็นประจำทุกปี โดย บจ. ต้องระบุแนวทางแก้ไขในแบบประเมินด้วย
  3. ส่งเสริมการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นในการประชุมผู้ถือหุ้น: สนับสนุนให้ บจ. (1) ใช้ระบบมอบฉันทะอิเล็กทรอนิกส์ (e-Proxy Voting) เป็นทางเลือกให้ผู้ลงทุนในการโหวตมติ และ (2) จัดส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นและเอกสารประกอบการประชุมในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นแนวทางหลัก โดยผู้ถือหุ้นอาจร้องขอให้ บจ. ดำเนินการจัดส่งเอกสารประกอบการประชุมในรูปแบบกระดาษได้ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเท่าเทียม

การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นพร้อมรายละเอียดบนเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ https://www.set.or.th/th/rules-regulations/market-consultation หัวข้อการปรับปรุงเกณฑ์เพื่อส่งเสริมกลไก Gatekeeper การทำหน้าที่ของบริษัทจดทะเบียนและผู้ออกหลักทรัพย์ และการใช้สิทธิของผู้ถือหลักทรัพย์ในการประชุมผู้ถือหลักทรัพย์” สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ https://forms.gle/TFquBkGZNRY5dDce6 จนถึงวันที่ 7 สิงหาคม 2569

CPF ชูยุทธศาสตร์ ‘5 Goods’ ขับเคลื่อนธุรกิจไก่ไข่ยุคใหม่ย้ำเป้าหมายสร้างความสุขให้สังคมและโลก มากกว่าเพียงผลกำไร

0

ในโลกธุรกิจยุคใหม่ ความสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้ถูกวัดเพียงแค่ผลกำไรในงบการเงิน แต่คือการสร้างคุณค่าที่ส่งถึงมือผู้บริโภคไปพร้อมกับการโอบอุ้มสังคมและสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน การเดินหน้าของอุตสาหกรรมอาหารในวันนี้จึงไม่ใช่เรื่องของการก้าวไปข้างหน้าเพียงลำพัง หากแต่คือการสร้างระบบนิเวศที่รับผิดชอบต่อทุกชีวิตที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่พนักงานในฟาร์ม เกษตรกรคู่ค้า ชุมชนรอบข้าง ไปจนถึงการรักษาความมั่นคงทางอาหารเพื่อให้คนไทยได้เข้าถึงโปรตีนคุณภาพสูงในราคาที่เหมาะสม

ด้วยความเชื่อที่ว่า “ธุรกิจจะเติบโตอย่างมีความหมาย ต้องสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับส่วนรวม” ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การส่งมอบสุขภาพที่ดีแก่ผู้บริโภค การสร้างรอยยิ้มให้ชุมชน การเป็นคู่คิดมั่นคงของเกษตรกร ไปจนถึงการส่งต่อโลกที่ยั่งยืนให้คนรุ่นหลัง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ จึงได้เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจไก่ไข่ผ่านกลยุทธ์ ‘5 Goods’ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอาหารปลอดภัยควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างรอบด้าน

สมคิด วรรณลุกขี ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจไก่ไข่ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า “หัวใจสำคัญของธุรกิจไก่ไข่ซีพีเอฟ คือการส่งมอบโปรตีนคุณภาพสูงที่เข้าถึงได้ให้กับคนไทย แต่ในขณะเดียวกัน เราเชื่อว่าธุรกิจจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเติบโตไปพร้อมกับเรา เราจึงวางกลยุทธ์การสื่อสารและการดำเนินงานภายใต้แนวคิด ‘5 Goods’ เพื่อสะท้อนถึงเบื้องหลังไข่ไก่ทุกฟองว่ามีมากกว่าแค่คุณค่าทางอาหาร แต่คือความตั้งใจดีที่เรามอบให้ในทุกมิติ”

ยุทธศาสตร์ “5 Goods” ของธุรกิจไก่ไข่ ซีพีเอฟ ประกอบด้วย:
Good Food: ผลิตไข่ไก่คุณภาพสูงสู่คนไทย ด้วยไก่ไข่ที่เลี้ยงในระบบปิด พร้อมใช้โพรไบโอติกในการเลี้ยง ทำให้ไก่มีสุขภาพแข็งแรง ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ว่าไข่ไก่ที่รับประทานนั้นปลอดภัยไร้สารตกค้างและเชื้อซัลโมเนลล่า มากกว่านั้นยังมีไข่ไก่ชนิดพิเศษที่มาจากไก่ไข่ที่เลี้ยงด้วยซุปเปอร์ฟู้ด อาทิ ไข่เบญจาที่เลี้ยงแม่ไก่ด้วยซุปเปอร์ฟู้ด ทำให้ได้ไข่โอเมก้า 3 สูงกว่าไข่ไก่ทั่วไป

Good Farm: ยกระดับสู่ Smart Farm ด้วยเทคโนโลยีควบคุมอัตโนมัติ ทั้งอุณหภูมิ อาหาร น้ำ รวมถึงสิ่งแวดล้อมให้แม่ไก่อยู่สบาย ลดความเสี่ยงโรค และเพิ่มประสิทธิภาพ ลดสูญเสีย ประหยัดพลังงาน ด้วยมาตรฐานการผลิตระดับสากล

Good People: ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร สร้างผู้เชี่ยวชาญด้านฟาร์ม โรงคัดไข่ และระบบพลังงานหมุนเวียนจากไบโอแก๊ส ดูแลบุคลากรด้วยสวัสดิการและคุณภาพชีวิตที่ดี ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นลำดับต้นๆ และส่งเสริมให้พนักงานมีความคิดสร้างสรรค์ผ่านโครงการปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง

Good Community: ความสำเร็จที่แท้จริงของธุรกิจไม่ได้วัดกันที่ยอดขาย แต่คือรอยยิ้มและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของชุมชนรอบข้าง เราจึงไม่เป็นเพียงแค่โรงงานหรือฟาร์มที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว แต่เรามุ่งมั่นที่จะเป็น “เพื่อนบ้านที่จริงใจ” เริ่มต้นจากการดูแลผู้คนในพื้นที่รอบฟาร์มให้เติบโตไปด้วยกัน ผ่านการแบ่งปันทรัพยากรอย่างปุ๋ยจากระบบไบโอแก๊สเพื่อช่วยลดต้นทุนและยกระดับผลผลิตทางการเกษตรให้แก่ชุมชนใกล้เคียง

ขณะเดียวกันยังขยายความปรารถนาดีสู่การสร้างการเข้าถึงอาหารคุณภาพในระดับประเทศ โดยตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ในโรงเรียนกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ ได้พิสูจน์แล้วว่าไข่ไก่เพียงหนึ่งฟองจากความตั้งใจจริง สามารถเปลี่ยนอนาคตและเสริมสร้างสุขภาพที่แข็งแรงให้แก่เยาวชนไทยในพื้นที่ห่างไกลได้อีกด้วย

Good Planet: เปลี่ยนมูลไก่สู่พลังงานสะอาดผ่านระบบไบโอแก๊ส ทำให้สมาร์ทฟาร์มพึ่งพาไฟฟ้าที่ผลิตเองได้เฉลี่ยสูงถึง 90% พร้อมระบบจัดการของเสียเป็นศูนย์ (Zero Waste) ที่เปลี่ยนมูลไก่และน้ำเสียทั้งหมดเป็นพลังงานและปุ๋ยอินทรีย์ 100% ก้าวสำคัญนี้ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน แต่ยังยืนยันได้ว่าไข่ไก่ทุกฟองของซีพีเอฟถูกผลิตด้วยมาตรฐานที่ใส่ใจโลกอย่างแท้จริง

“ความตั้งใจของเราคือการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการ เพื่อส่งมอบไข่ไก่ที่มีคุณภาพสูงควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งนอกจากจะเป็นการปรับตัวของธุรกิจแล้ว ยังเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาความมั่นคงทางอาหารให้แก่คนไทยทุกคนได้อย่างต่อเนื่อง” สมคิดกล่าว

ท้ายที่สุด ธุรกิจไก่ไข่ของซีพีเอฟมุ่งหวังที่จะสื่อสารให้สังคมเห็นถึงความโปร่งใสและตั้งใจจริงในการทำธุรกิจที่ไม่เพียงแค่มองหาผลกำไร แต่เป็นการมุ่งมั่นที่จะส่งมอบไข่ไก่ที่ “คุณภาพดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค และยั่งยืนที่สุดสำหรับโลก” เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์องค์กรที่เติบโตอย่างมีความรับผิดชอบเคียงข้างคนไทยตลอดไป.