Home Blog Page 2

AIS ชวนลูกค้า “บอกรักแม่” ต้อนรับเทศกาลวันแม่ เติมเต็มทุกโมเมนต์แห่งความสุขจัดเต็มดีลสุดคุ้มทั้งกิน-ช้อป-บิวตี้-สมาร์ทดีไวซ์ ผ่าน AIS Points

0

AIS ร่วมต้อนรับเทศกาลวันแม่ ชวนลูกค้าส่งต่อความรักและความห่วงใยให้คุณแม่ ผ่านสิทธิพิเศษจาก AIS Points ที่ช่วยเติมเต็มทุกโมเมนต์ของการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเลือกของขวัญแทนใจ สมาร์ทโฟนและสมาร์ทดีไวซ์เพื่อการเชื่อมต่อ สินค้าดูแลสุขภาพและความงาม มื้อพิเศษจากร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ชื่นชอบ ไปจนถึงสิทธิ์โทรและอินเทอร์เน็ต ให้ทุกคนเลือกบอกรักแม่ได้ในแบบที่ใช่ พร้อมจัดเต็มสิทธิพิเศษจากแบรนด์ชั้นนำ ทั้งสมาร์ทดีไวซ์ สุขภาพ ความงาม อาหาร และเครื่องดื่ม เพื่อเปลี่ยนทุกโมเมนต์ธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาพิเศษร่วมกับคุณแม่ในเทศกาลวันแม่ปีนี้กับหลากหลายสิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ โดยลูกค้าที่มีคะแนนไม่เพียงพอ ยังสามารถโอนคะแนนจากพาร์ตเนอร์มาเป็น AIS Points เพื่อนำมาแลกรับสิทธิพิเศษได้ง่ายยิ่งขึ้น ได้แก่

1. บอกรักแม่ด้วยสมาร์ทโฟนและสมาร์ทดีไวซ์ เติมเต็มทุกการเชื่อมต่อ

ส่งต่อความรักด้วยสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ ให้คุณแม่โทร วิดีโอคอล และแชร์ความสุขกับคนในครอบครัวได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยลูกค้า AIS สามารถใช้ AIS Points เพียง 10 คะแนน แลกรับส่วนลดสูงสุด 7,000 บาท สำหรับซื้อเครื่องเปล่าไม่ติดสัญญา โดยรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2569

พร้อมอีกหนึ่งของขวัญแทนความห่วงใยกับ Apple Watch รับส่วนลดสูงสุด 6,850 บาท พร้อมทางเลือกผ่อนนานสูงสุด 36 เดือน เริ่มต้นเพียง 308 บาทต่อเดือน สำหรับรุ่นและเงื่อนไขที่กำหนด รวมถึงสินค้าดูแลสุขภาพจาก SKG รับส่วนลดทันที 15% เมื่อซื้อสินค้าที่ร่วมรายการผ่าน AIS Online Store และ AIS Shop สาขาที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2569

2. Beauty Moments with Mom พาแม่สวยไปด้วยกัน ด้วยดีลบิวตี้จากแบรนด์ชั้นนำ

เอาใจสายบิวตี้ด้วยสิทธิพิเศษให้ลูกค้าพาคุณแม่ไปเลือกเมคอัพ สกินแคร์ น้ำหอม และผลิตภัณฑ์ความงามจากหลากหลายแบรนด์ โดยใช้ AIS Points เริ่มต้นเพียง 1 คะแนน อาทิ Oriental Princess ใช้ 1 คะแนน รับส่วนลด 30% เมื่อซื้อสินค้าราคาปกติ 2 ชิ้นขึ้นไป รับส่วนลดสูงสุด 2,400 บาท, Cute Press ใช้1 คะแนน รับส่วนลดเพิ่ม 50 บาท                           เมื่อซื้อสินค้าครบตามเงื่อนไข และ Estée Lauder ใช้ 1 คะแนน แลกรับผลิตภัณฑ์ขนาดทดลอง หรือรับสิทธิพิเศษเมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ที่ร่วมรายการ

นอกจากนี้ยังมี cos marché ใช้ 1 คะแนน รับส่วนลด 35% สำหรับสินค้าราคาปกติ รับส่วนลดสูงสุด 8,000 บาท รวมถึงสิทธิพิเศษจาก One Beauty One, Beautrium และ found & found ให้ลูกค้าเลือกเติมโมเมนต์แห่งความสุขและความสวยไปพร้อมกับคุณแม่ได้ตลอดช่วงเทศกาล

3. Taste of Love with Mom พาแม่อิ่มอร่อยกับร้านอาหารแบรนด์ดัง

เติมเต็มช่วงเวลาดี ๆ ของครอบครัวผ่านมื้อพิเศษกับสิทธิประโยชน์จากร้านอาหารชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น MK Restaurants, ZEN, On The Table, S&P และ Fuji Restaurant โดยใช้ AIS Points แลกรับส่วนลดค่าอาหารตามเงื่อนไขของแต่ละร้าน อาทิ ลูกค้า AIS Serenade ใช้ 200 คะแนน รับส่วนลด 100 บาทที่ MK Restaurants ขณะที่ลูกค้า AIS ใช้ 125 คะแนน รับส่วนลด 50 บาท หรือใช้ 125 คะแนน รับส่วนลด 100 บาทที่ ZEN และ On The Table พร้อมสิทธิพิเศษจาก S&P และ Fuji Restaurant ให้ลูกค้าเลือกพาคุณแม่และครอบครัวไปใช้เวลาแห่งความสุขร่วมกันได้อย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้น

4. เติมความสดชื่นให้คุณแม่ ด้วยชามะลิและเครื่องดื่มจากร้านยอดนิยม

AIS Serenade ชวนลูกค้าเติมเต็มช่วงเวลาดี ๆ ให้คุณแม่ด้วยชามะลิหอมละมุนและเครื่องดื่มจากร้านยอดนิยม โดยใช้เพียง 10 AIS Points แลกรับส่วนลด 20 บาท สำหรับเครื่องดื่มที่ร่วมรายการ จาก GAGA, JIAN CHA, Kamu Kamu, Karun, KOI Thé และ Sol Coffee ณ ร้านค้าและสาขาที่ร่วมโปรโมชั่น ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2569

5. อยู่ไกลก็ส่งความห่วงใยถึงแม่ได้ ด้วยสิทธิ์โทร เน็ต และ LINE Stickers

เพราะการบอกรักไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้กัน AIS เปิดให้ลูกค้าใช้ 25 AIS Points แลกรับโทรฟรีทุกเครือข่าย 100 นาที นาน 1 วัน หรือใช้ 30 AIS Points แลกรับอินเทอร์เน็ตไม่จำกัด ความเร็วคงที่ 2Mbps นาน 1 วัน ให้ลูกค้าโทร แชท หรือวิดีโอคอลไปบอกรักคุณแม่ได้ทุกที่ พร้อมเพิ่มความน่ารักให้ทุกข้อความด้วย LINE Stickers เพียงใช้ 35 AIS Points แลกรับสติกเกอร์ไลน์ 1 เซต จำนวน 130,000 สิทธิ์ต่อเดือน และหากคะแนนไม่เพียงพอ ยังสามารถโอนคะแนนจากพาร์ตเนอร์มาเป็น AIS Points เพื่อนำมาแลกรับสิทธิ์เพิ่มเติมได้

ลูกค้าที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียด สิทธิพิเศษ ระยะเวลารับสิทธิ์ และเงื่อนไขของแต่ละโปรโมชั่นเพิ่มเติม พร้อมแลกรับสิทธิ์ได้ผ่านแอป myAIS โดยสิทธิพิเศษเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทและร้านค้าที่ร่วมรายการกำหนด

เมืองไทยประกันชีวิตสานต่อโครงการ “เมืองไทยมอบทุนน้องน้อย” ปีที่ 37 มอบทุนการศึกษา 200 ทุน รวม 1 ล้านบาท เดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนไทย

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสานต่อพันธกิจในการสร้างคุณค่าคืนสู่สังคม ผ่านโครงการ “เมืองไทยมอบทุนน้องน้อย” ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 37 เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการร่วมพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 75 ปี ของการดำเนินธุรกิจ เมืองไทยประกันชีวิตยึดมั่นในหลักคุณธรรมและจริยธรรม พร้อมดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะด้านการศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเยาวชน เพื่อเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ และเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

สาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

สำหรับโครงการ “เมืองไทยมอบทุนน้องน้อย” ประจำปี 2569 บริษัทฯ ได้มอบทุนการศึกษาจำนวน 200 ทุน ทุนละ 5,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,000,000 บาท โดยแบ่งเป็นทุนการศึกษาแก่นักเรียนในพื้นที่เขตห้วยขวาง เขตดินแดง และเขตปทุมวัน จำนวน 19 โรงเรียน รวม 180 ทุน ทุนการศึกษาแก่บุตรหลานเจ้าหน้าที่ของทั้ง 3 สำนักงานเขต จำนวน 15 ทุน และทุนการศึกษาแก่บุตรหลานพนักงานรักษาความสะอาดและพนักงานรักษาความปลอดภัย บริษัท เมืองไทยแมเนจเม้นท์ จำกัด จำนวน 5 ทุน

โดยกิจกรรมในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้รับเกียรติจาก ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และผู้ร่วมสนับสนุนการจัดงาน ได้แก่ นางธัญรัศม์ สร้อยสยัมภู รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร ดร.นรเทพ ชูพูล ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน นายสมบัติ เครือกีรติธรรม ผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง นายอนันท์           โรหิตเสถียร  ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตดินแดง นายนรุตม์ เจียรสนอง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) และนางสาวเกวลิน ธาระสิทธิ์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายพันธมิตรสัมพันธ์ บริษัท แมคไทย จำกัด ร่วมในพิธี งานจัดขึ้น ณ เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก

ในวาระครบรอบ 75 ปีของเมืองไทยประกันชีวิต บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่สังคม โดยเชื่อมั่นว่าการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาคนและประเทศ โครงการ ‘เมืองไทยมอบทุนน้องน้อย’ จึงเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจที่บริษัทฯ ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ก้าวเดินตามความฝันและพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่

เมืองไทยประกันชีวิต ขอแสดงความยินดีกับน้อง ๆ ทุกคนที่ได้รับทุนการศึกษาในครั้งนี้ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนตั้งใจศึกษาเล่าเรียน มีความขยันหมั่นเพียร มีวินัย และมีความรับผิดชอบ เพื่อเติบโตเป็นคนดี มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติในอนาคต

“เมืองไทยประกันชีวิตยังคงเดินหน้าสานต่อการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคม ภายใต้ความเชื่อมั่นว่าการสร้างโอกาสทางการศึกษา คือการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่เยาวชนและประเทศ พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกช่วงชีวิต เพื่อร่วมสร้างสังคมที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” นายสาระ กล่าวสรุป 

LiVE Platform ชวนผู้ประกอบการ ปลดล็อกทุกความเป็นไปได้ของธุรกิจ ในงาน “SME ต้องรอด 2026” เสาร์ 22 ส.ค. นี้

0

LiVE Platform ภายใต้กลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนาแห่งปี “SME ต้องรอด 2026: Unlock New Possibilities” รวมกูรูธุรกิจ ผู้บริหาร ผู้ลงทุน และองค์กรพันธมิตร 22 แห่ง มาร่วมแบ่งปันกลยุทธ์ ประสบการณ์ และเครื่องมือสำคัญ เพื่อช่วยให้ SME ปลดล็อกโอกาสใหม่ในทุกมิติของการเติบโต

ภายในงานครอบคลุม 5 STAGE ที่จะพาธุรกิจของคุณก้าวไปอีกขั้น ได้แก่

  • NEXT STAGE: อัปเดตเทรนด์เศรษฐกิจ ทิศทางธุรกิจ และพฤติกรรมผู้บริโภค จากผู้นำองค์กรและนักธุรกิจตัวจริง
  • GROW STAGE: แนวทางการระดมทุน การต่อยอดธุรกิจ และโอกาส Scale Up อย่างยั่งยืน
  • BUILD STAGE: เจาะลึกการบริหารธุรกิจ การเงิน การตลาด การสร้างแบรนด์ และเวิร์กชอปที่นำไปใช้ได้จริง
  • AI STAGE: การประยุกต์ใช้ AI กับงานจริง เพื่อเพิ่มยอดขาย ลดต้นทุน และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
  • PITCHING STAGE: รับฟังการนำเสนอแผนจากธุรกิจศักยภาพ พร้อมโอกาสร่วมลงทุน และขยายเครือข่าย สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ

นอกจากนี้ยังมี SME Business Clinic รับคำปรึกษาจาก Deloitte, EY, KPMG, PwC และตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อวิเคราะห์ปัญหา วางกลยุทธ์ และต่อยอดธุรกิจได้อย่างตรงจุด และ Service Provider Zone รวมผู้ให้บริการด้านธุรกิจที่ SME ใช้จริง เหมาะสำหรับเจ้าของธุรกิจ SME Startup ผู้บริหาร และทีมพัฒนาองค์กรที่ต้องการปลดล็อกโอกาสใหม่และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2569 เวลา 9.00-17.00 น. ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ลงทะเบียนร่วมงานฟรี! ที่ https://set-event-registration.setgroup.or.th/e/SME-Event-2026 สอบถามเพิ่มเติมโทร 0 2009 9999

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย “องค์หล่อ ”

0

“ตาจมูกปากมีทุกองค์ในพระสมเด็จ” นะเธอ แต่ส่วนมากจะเห็นแบบจางๆ
องค์ไหนตั้งใจกด ก็จะติดหน้าตา
แต่ส่วนมากจะไม่เห็น เพราะตังอิ๋วส่วนผสมหลักในการยึดพระ ให้นึกหนุ่มแน่น หดไปทำให้เราไม่ค่อยเห็นหน้าตา
มาดูพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่”องค์หล่อ”วันนี้
หล่อที่สุด ที่เซียนเจี๊ยบเคยเจอมา
เนื้อหนึกนุ่ม แกร่ง มวลสาร ก้อนดำ เม็ดแดงก้อนขาว บ่อน้ำตาครบ ผิวขาวอมเหลือง ฝ้าปูนย์คราบแป้ง ผิวดิบเดิม
หลังกระดาน เล็กๆ รอยเนอะ ฝ้ารักชิ้นเล็กๆ ทั่วหลัง ฝ้าน้ำตาล รอยปริขอบเล็กๆ เป็นธรรมชาติ รอยย่นบนผิวพระแจ่มมากมาก
ข้างตอกตัด บอกได้คำเดียวองค์พระสเด็จวัดระฆังองค์นี้หล่อที่สุดดดดด

“พระอาจารย์สอนเซียนเจี๊ยบบอกต่อ” หวานเจี๊ยบนะจ๊ะเธอ

เจี๊ยบบางกรวยเดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897

“อยากจะย้ำชัดๆ ครั้งสุดท้าย!” AIS เปิด “โซนหน้าจอ” ชวนดูสดคอนเสิร์ตอำลา “อัสนี-วสันต์”
บน AIS PLAY 8 ก.ย. นี้

0

AIS เอาใจแฟนเพลงของสองศิลปินร็อกระดับตำนาน อัสนี–วสันต์ กับมิติใหม่ของการรับชมคอนเสิร์ตผ่าน “โซนหน้าจอ” เปิดโอกาสให้ลูกค้า AIS ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ FAREWELL CONCERT อัสนี-วสันต์ “อยากจะย้ำชัดๆ ครั้งสุดท้าย” รับชมสดผ่าน AIS PLAY ในการแสดงรอบสุดท้าย วันที่ 8 กันยายน 2569 พร้อมรับสิทธิ์ชมคอนเสิร์ตย้อนหลัง (Rerun) ได้ระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 – 31 ธันวาคม 2570 เพียงสมัครแพ็กเกจ PLAY PASS ราคา 500 บาท (ไม่รวม VAT) ลูกค้ามือถือกด *678*500# โทรออก ส่วนลูกค้าเน็ตบ้านสมัครผ่านแอปพลิเคชัน myAIS ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านวิดีโอสตรีมมิ่งและแพลตฟอร์มรวมคอนเทนต์ความบันเทิงที่ครบครันที่สุดของประเทศไทย

พิเศษสำหรับลูกค้า AIS ทั้งมือถือและเน็ตบ้าน รับฟรี! Exclusive Postcard โปสการ์ดพร้อมลายเซ็นจาก “อัสนี-วสันต์” โดยสามารถรับโปสการ์ดได้ที่ AIS Shop สาขาที่ร่วมรายการ เมื่อสมัครแพ็กเกจ PLAY PASS ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป หรือจนกว่าของจะหมด ติดตามรายละเอียดและสมัครได้ที่ www.ais.th/playpass

นอกจากนี้ AIS ยังต่อยอดประสบการณ์ความบันเทิงภายในบ้านสำหรับลูกค้า AIS 3BB FIBRE3 ผ่านแคมเปญ “โซนหน้า…จอใหญ่” THE FRONT ROW EXPERIENCE ชวนเปลี่ยนบ้านให้เป็นที่นั่งแถวหน้าของคอนเสิร์ต สัมผัสอรรถรสการรับชมแบบโฮมเธียเตอร์ได้อย่างเต็มอิ่ม รับสิทธิ์ชมสดและชมย้อนหลัง (Rerun) ฟรี! บน AIS PLAY ผ่าน SMART SOUNDBAR เพียงสมัครแพ็กเกจเสริมราคา 250 บาทต่อเดือน พร้อมรับฟรี! ของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ทั้งปิ๊กกีตาร์และโปสการ์ดพร้อมลายเซ็นจาก “อัสนี-วสันต์” เมื่อสมัครภายในวันที่ 8 – 31 สิงหาคม 2569 ติดตามรายละเอียดและสมัครได้ที่ www.ais.th/consumers/fibre/services/soundbar/

เตือนไวก่อนน้ำมา! สิงห์อาสา ลุยติดตั้ง “FloodBoy” 10 จุด ยกระดับความปลอดภัย-ลดความสูญเสีย

0

“สิงห์อาสา” โดย มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ร่วมกับ ศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (CCDC) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ สำนักวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พัฒนาระบบตรวจวัดและแจ้งเตือนระดับน้ำล่วงหน้า “FloodBoy” พร้อมติดตั้งเซนเซอร์จำนวน 10 จุด บริเวณลำน้ำสาขาของแม่น้ำกกและแม่น้ำคำครอบคลุม 5 อำเภอในจังหวัดเชียงราย ได้แก่ ดอยหลวง เชียงแสน เวียงเชียงรุ้ง แม่จัน และเมืองเชียงราย เพื่อประเมินและแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมได้อย่างทันท่วงที

ด้าน ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล หัวหน้าศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (CCDC) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อธิบายว่า “แม้ว่าพื้นที่เชียงใหม่และเชียงราย จะมีแม่น้ำสายหลักอย่างแม่น้ำปิงและแม่น้ำกก แต่น้ำท่วมฉับพลันมักเกิดในลำน้ำสาขาหรือสายรอง ที่มีชุมชนอาศัยอยู่หนาแน่น CCDC จึงได้นำเทคโนโลยี FloodBoy ซึ่งใช้เซนเซอร์เรดาร์ตรวจวัดระดับน้ำแบบเรียลไทม์มาติดตั้งครอบคลุม 10 จุดสำคัญ ในพื้นที่ 5 อำเภอเสี่ยง เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระดับน้ำและติดตามการเคลื่อนตัวของมวลน้ำอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากแต่ละจุดจะแสดงผลแบบเรียลไทม์ พร้อมแบ่งระดับสถานการณ์เพื่อให้ชุมชนสามารถเฝ้าระวังและเตรียมรับมือได้ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ โดยเมื่อระดับน้ำเข้าสู่เกณฑ์เฝ้าระวัง ประชาชนสามารถเตรียมตัวอพยพ
ขนย้ายทรัพย์สิน รวมถึงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบางได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดความสูญเสียได้มากขึ้น”

คุณรวินทร์ ชมพูนุชธานินทร์ ผู้อำนวยการกลุ่มประชาสัมพันธ์ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวว่า “ข้อมูลระดับน้ำแบบเรียลไทม์และการแจ้งเตือนล่วงหน้า จะช่วยให้ประชาชนเตรียมรับมือน้ำท่วมได้รวดเร็วขึ้น ความร่วมมือกับ CCDC มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการติดตั้ง FloodBoy และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงในการดูแลและบำรุงรักษาระบบในพื้นที่ เพื่อให้ชาวบ้านที่อาศัยตลอดลำน้ำรู้ล่วงหน้า เตรียมตัวทัน และลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด ในช่วงเวลาดังกล่าวได้”

นอกจากใช้แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำแบบเรียลไทม์แล้ว ข้อมูลที่จัดเก็บยังสามารถนำไปวิเคราะห์แนวโน้มและวางแผนป้องกันน้ำท่วมในระยะยาว ช่วยให้ชุมชนเตรียมพร้อมรับมือและลดความเสี่ยงจากภัยน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เปลี่ยนเชื้อไฟเป็นพลังงาน ชุมชนลำพูนผนึก CPF–แม่โจ้ จัดการชีวมวลต้นทาง ลดไฟป่า–ฝุ่น PM2.5

0

การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 และไฟป่าในภาคเหนือ ไม่ได้จบเพียงการดับไฟเมื่อเกิดเหตุ แต่ต้องเริ่มจากการลดเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่าและเศษวัสดุการเกษตรที่เป็นต้นเหตุของการเผา

ล่าสุดที่อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ชุมชนร่วมกับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ CPF และภาคีเครือข่าย พัฒนาระบบจัดการชีวมวล เปลี่ยนกิ่งไม้ ใบไม้แห้ง และเศษวัสดุหลังการเก็บเกี่ยวให้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลและผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ช่วยลดการเผา ลดไฟป่า ลดฝุ่น PM2.5 และสร้างรายได้ให้คนในชุมชนภายใต้ “โครงการป้องกันไฟป่าและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5” ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนจากตำบลทาปลาดุกและตำบลทาสบเส้า อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและการลงมือปฏิบัติ ตั้งแต่การสำรวจและคัดแยกวัสดุ การเลือกเครื่องจักร การแปรรูปอย่างปลอดภัย ตลอดจนการวางแผนตลาด เพื่อพัฒนาระบบจัดการชีวมวลที่สอดคล้องกับทรัพยากรและศักยภาพของแต่ละชุมชน ลดเชื้อเพลิง ก่อนเข้าสู่ฤดูไฟป่า

ผศ.ดร.สุดเขต สกุลทอง วิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า ภาคเหนือมีเศษวัสดุชีวมวลจากพื้นที่ป่าและภาคเกษตรจำนวนมาก ขณะที่จังหวัดลำพูนเพียงจังหวัดเดียวมีเศษวัสดุจากแปลงเกษตรมากกว่า 900,000 ตันต่อปี หากไม่มีระบบจัดการที่เหมาะสม วัสดุส่วนหนึ่งอาจถูกทิ้งสะสมจนกลายเป็นเชื้อเพลิง และถูกกำจัดด้วยการเผา

การยกระดับความรู้ให้ชุมชนสามารถจัดการวัสดุชีวมวลอย่างเป็นระบบ จึงเป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์ป้องกันไฟป่าและฝุ่น PM2.5 โดยต้องเร่งจัดการวัสดุส่วนเกินที่เหมาะสมตามหลักวิชาการ ก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูแล้ง พร้อมพัฒนาการใช้ประโยชน์และตลาดรองรับควบคู่กัน เป็นแนวทางที่สร้างแรงจูงใจให้เกิดความร่วมมือกันรวบรวมเศษวัสดุจากธรรมชาติและจากแปลงเกษตรเปลี่ยนเป็นของมีค่าแทนการเผาทิ้ง

สร้างมูลค่าจากวัสดุที่เคยถูกเผาทิ้ง
การฝึกอบรมมุ่งให้เครือข่ายป่าชุมชนมีทั้งองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายทางการตลาด เพื่อแปรรูปวัสดุแต่ละประเภทให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น การผลิตเชื้อเพลิงอัดเม็ด หรือ wood pellet สำหรับใช้เป็นพลังงานทดแทนในกิจกรรมทางการเกษตร รวมถึงการผลิตไบโอชาร์เพื่อนำไปใช้ปรับปรุงดินและเป็นเชื้อเพลิงที่มีค่าความร้อนสูง

ลำพูนเป็นแหล่งผลิตลำไยสำคัญของประเทศและมีความต้องการพลังงานสำหรับกระบวนการอบแห้งจำนวนมาก เชื้อเพลิงชีวมวลที่ผลิตจากวัสดุในท้องถิ่นจึงมีโอกาสนำมาใช้ทดแทนเชื้อเพลิงแบบเดิมบางส่วน ภายใต้ระบบเผาไหม้และการควบคุมมลพิษที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มมูลค่าให้เศษวัสดุ
ลดต้นทุนการจัดการ และสร้างรายได้หมุนเวียนภายในชุมชน แนวทางนี้สะท้อนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ซึ่งไม่ได้มองเศษวัสดุเป็นเพียงของที่ต้องทิ้ง มาสู่การบริหารวัสดุเหลือใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเปลี่ยนเป็นพลังงานทดแทน ใช้ประโยชน์ได้ เป็นที่ต้องการของตลาด

ความร่วมมือ 3 ปี สร้างระบบที่ชุมชนดูแลได้เอง

การอบรมครั้งนี้เป็นกิจกรรมต่อเนื่องภายใต้โครงการป้องกันไฟป่าและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กรมป่าไม้ CPF และภาคีที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมป่าชุมชนในตำบลทาปลาดุกและตำบลทาสบเส้า รวม 12 หมู่บ้าน บนพื้นที่กว่า 20,000 ไร่ และมีกำหนดดำเนินงานต่อเนื่อง 3 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2569–2571 เป้าหมายของความร่วมมือจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่จำนวนผู้ผ่านการอบรมหรือปริมาณวัสดุที่นำออกจากพื้นที่ แต่คือการสร้างระบบที่ชุมชนสามารถบริหารจัดการได้ด้วยตนเอง มีเครือข่ายรวบรวมวัสดุ มีเทคโนโลยีแปรรูป มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และมีตลาดรองรับผลิตภัณฑ์ชีวมวลอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ CPF การสนับสนุนการจัดการชีวมวลเป็นหนึ่งในแนวทางที่สอดคล้องกับนโยบายการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ โดยบริษัทไม่รับซื้อและไม่นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากพื้นที่รุกป่าและพื้นที่เผาแปลง พร้อมใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับถึงแปลงปลูกตั้งแต่ปี 2559 ควบคู่กับเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมในการติดตามความเสี่ยง เพื่อสนับสนุนการผลิตที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดการเผาในพื้นที่เกษตร

รูปแบบการทำงานที่ลำพูนจึงเป็นความพยายามเชื่อมมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ จากเดิมที่ชุมชนถูกขอให้ “หยุดเผา” ไปสู่การสร้างระบบที่ทำให้วัสดุเหลือใช้มีผู้รวบรวม มีผู้รับซื้อ และมีผู้ใช้ประโยชน์ หากเศษกิ่งไม้ ใบไม้แห้ง และเศษวัสดุการเกษตรมีระบบรวบรวม การแปรรูป และตลาดรองรับอย่างต่อเนื่อง วัสดุที่เคยเป็นเชื้อเพลิงของไฟป่า ก็สามารถเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลและพลังงานทดแทนที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ลดการเผา ลดฝุ่น PM2.5 ลดความเสี่ยงไฟป่า และสร้างรายได้หมุนเวียนให้ชุมชนอย่างยั่งยืน

ตลาดหลักทรัพย์ฯ สัญจร จ.เชียงใหม่ ผู้ร่วมงานคึกคักกว่า 1,700 คน มองหาทางเลือกบริหารพอร์ตลงทุน

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดสัญจร จ.เชียงใหม่ งานเดียวครบ จบทุกเรื่องลงทุน โดยมี อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมด้วยผู้บริหารองค์กรพันธมิตรและวิทยากรร่วมเปิดงาน เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569

มีผู้ร่วมงานคึกคักตลอดวันกว่า 1,700 คน ต้องการเสริมทักษะความรู้ และมองหาทางเลือกลงทุนเพื่อบริหารพอร์ตให้เหมาะสมกับเป้าหมาย สะท้อนความมุ่งหมายของตลาดหลักทรัพย์ฯ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” ในการนำความรู้และโอกาสการลงทุนไปถึงมือผู้ลงทุนทุกกลุ่ม.

โดยผู้สนใจสามารถติดตามความรู้การลงทุนและกิจกรรมของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเติมได้ที่ www.setinvestnow.com

AIS รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 เดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ ต่อยอดธุรกิจดิจิทัลครบวงจร

0

AIS เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 56,497 ล้านบาท กำไรสุทธิ 13,716 ล้านบาท และยังคงรักษาทิศทางการดำเนินงานตามเป้าหมาย ด้วยการมุ่งเน้นคุณภาพสินค้าและบริการ ควบคู่กับการยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลให้ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจ สถานการณ์ความขัดแย้งและภาวะสงครามในต่างประเทศ ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อทั่วโลกที่ชะลอตัว ก่อนที่ภาพรวมจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

โดยในไตรมาสนี้ AIS ยังคงเดินหน้ายุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนสู่การเป็น “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ (Intelligent Infrastructure) ทั้งการเสริมการเติบโตต่อเนื่องในธุรกิจหลักและต่อยอดธุรกิจใหม่ โดยธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่มุ่งขยายฐานลูกค้าคุณภาพและการใช้งาน 5G ขณะที่ธุรกิจเน็ตบ้านเดินหน้าพัฒนานวัตกรรม Smart Living เพื่อสร้างคุณค่าและยกระดับประสบการณ์ภายในบ้าน ด้านธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร มุ่งสนับสนุนภาคธุรกิจไทยสู่ AI Transformation ควบคู่กับการต่อยอดโอกาสจากการส่งมอบดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ผ่านธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจความบันเทิง และธุรกิจการเงินดิจิทัล เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินงานในระยะยาว การขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ดังกล่าวสะท้อนผ่านผลการดำเนินงานของแต่ละกลุ่มธุรกิจที่ยังคงรักษาความแข็งแกร่ง ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทาย

ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ขยายฐานลูกค้าคุณภาพและการใช้งาน 5G : AIS มีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวม 47.1 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้นทั้งจากผู้ใช้บริการระบบเติมเงินและระบบรายเดือน เอไอเอสยังคงมุ่งเน้นฐานลูกค้าคุณภาพ ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับมาตรฐานการยืนยันตัวตนสำหรับการเปิดเลขหมายใหม่อย่างเข้มงวด เพื่อเสริมความปลอดภัยในการใช้งานของลูกค้า

ขณะที่ผู้ใช้งาน 5G อยู่ที่ 19.7 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้น 1.2 ล้านเลขหมายจากไตรมาส 1/2569 ส่งผลให้รายได้ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่เติบโต 6% จากไตรมาส 2/2568

ธุรกิจเน็ตบ้าน มุ่งพัฒนานวัตกรรม Smart Living เพื่อสร้างคุณค่าให้ทุกครัวเรือน : AIS 3BB FIBRE3 มีผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์รวม 5.3 ล้านราย ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจ โดยยังคงมุ่งขยายฐานลูกค้าผ่านแพ็กเกจที่มีความคุ้มค่า ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการด้าน Smart Living เพื่อยกระดับประสบการณ์ใช้งานภายในบ้าน ส่งผลให้รายได้ธุรกิจเน็ตบ้านเติบโต 7.9%

ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร สนับสนุนภาคธุรกิจไทยสู่ AI Transformation : ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรเติบโต 2.8% จากไตรมาส 2/2568 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากโครงข่ายเชื่อมต่อข้อมูล บริการคลาวด์ และดาต้าเซ็นเตอร์ ท่ามกลางการใช้จ่ายของภาคธุรกิจที่ยังคงเป็นไปอย่างระมัดระวัง โดย AIS เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ครอบคลุมทุกการเชื่อมต่อ เพื่อสนับสนุนองค์กรไทยสู่ AI Transformation พร้อมรองรับการลงทุน การขยายตัวของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก และการเติบโตของอุตสาหกรรม AI

ธุรกิจค้าปลีก ยกระดับประสบการณ์ซื้อสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรผ่าน Omnichannel : ธุรกิจค้าปลีกเติบโต 1% จากไตรมาส 2/2568 จากการมุ่งสร้างมาตรฐานงานบริการใหม่ พร้อมยกระดับประสบการณ์การซื้อสมาร์ทดีไวซ์ ภายใต้แนวคิด ที่ไหนก็มีของ ผ่านการพัฒนา Omnichannel และบริการ Fast Delivery ที่สามารถจัดส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าภายใน 3 ชั่วโมงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตลอดจนการนำเสนอสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย รวมถึงอุปกรณ์เสริมภายใต้แบรนด์ LINK UP เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค

ธุรกิจความบันเทิง เดินหน้าสร้างประสบการณ์ Sport & Entertainment ครบวงจร: เสริมความแข็งแกร่งให้กับ Content Ecosystem ทั้งด้านกีฬาและความบันเทิงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดตัวแพ็กเกจใหม่ PLAY ALL ที่รวบรวมคอนเทนต์แม็กเน็ตระดับโลกไว้ในแพ็กเกจเดียว อาทิ ฟุตบอลบุนเดสลีกา NBA, NFL, ATP, LPGA, Premier Sports รวมถึงคอนเทนต์บันเทิงจากแพลตฟอร์ม OTT ชั้นนำอีกมากมาย นอกจากนี้ ยังต่อยอดความแข็งแกร่งด้านคอนเทนต์กีฬาผ่านความร่วมมือกับ UC3 ในการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลรายการของ UEFA เป็นเวลา 4 ปี เพื่อรองรับความต้องการของผู้ชมทุกไลฟ์สไตล์ดิจิทัล

ธุรกิจการเงินดิจิทัล ต่อยอดศักยภาพดิจิทัลสู่บริการทางการเงินที่เข้าถึงได้ : AIS ขับเคลื่อนธุรกิจการเงินดิจิทัล ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรอย่างธนาคารกรุงไทยและ OR เปิดตัว “CLICX” ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขารายแรกของประเทศไทย พร้อมนำศักยภาพด้านโครงข่าย ความปลอดภัย และประสบการณ์ดิจิทัลมาสนับสนุนการออกแบบบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์และเข้าถึงลูกค้าได้อย่างทั่วถึง

จากรายได้ที่เติบโตอย่างมั่นคง ร่วมกับการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการดำเนินงานผ่านธุรกิจดิจิทัลที่หลากหลาย พร้อมด้วยการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วงที่สถานการณ์เศรษฐกิจมีความผันผวน ทำให้เอไอเอสสามารถส่งมอบกำไรสุทธิและ EBITDA ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องเหนือกว่าประมาณการ และยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้การให้บริการหลักที่ 3-5% และการเติบโต EBITDA ที่ 2-4%

สำหรับปี 2569 AIS จะยังคงดำเนินงานและต่อยอดธุรกิจภายใต้กรอบงบลงทุน 30,000–35,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ และวางรากฐานระบบนิเวศดิจิทัลแห่งอนาคต เสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่แข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน

สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนกรกฎาคม 2569

0

ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 SET Index ปิดที่ 1,623.64 จุด เพิ่มขึ้น 2% จากเดือนก่อนหน้า และ 28.9% จากสิ้นปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากเงินลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กลับมาทวีความรุนแรงขึ้น จนนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตสำรองของโลก และผลักดันราคาน้ำมันขึ้นแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งสัญญาณแสดงความกังวลความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ยังอยู่สูงกว่าเป้าหมาย สร้างแรงกดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกเผชิญการปรับฐานหลังราคาได้สะท้อนการคาดหวังกำไรระดับสูงแล้ว ประกอบกับความกังวลเรื่องความคุ้มค่าของการลงทุนในเทคโนโลยี AI ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปสงค์การใช้ทรัพยากรประมวลผลให้ลดลง

ฉัตรชัย ทิศาดลดิลก CFA, FRM ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์ฯ

นายฉัตรชัย ทิศาดลดิลก CFA, FRM ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัดจากการปรับฐานของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากมีองค์ประกอบของ Sector ที่หลากหลาย อีกทั้งมีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนในหลายมิติ อาทิ การปรับเพิ่มประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2569 โดยกระทรวงการคลังจาก 1.6% สู่ระดับ 2.5% และการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนไทยโดยนักวิเคราะห์ มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2569 นอกจากนี้ มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดหุ้นไทยในเดือนกรกฎาคมยังสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 อีกด้วย

ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนกรกฎาคม 2569
• ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 SET Index ปิดที่ 1,623.64 จุด เพิ่มขึ้น 2% จากเดือนก่อนหน้า และ 28.9% จากสิ้นปี 2568
• กลุ่มทรัพยากรและกลุ่มธุรกิจการเงินให้ผลตอบแทนโดดเด่นกว่ากลุ่มอื่นในเดือนกรกฎาคม 2569 ขณะที่ตั้งแต่ต้นปี กลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมยังคงให้ผลตอบแทนนำตลาด
• มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai ในเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 87,397 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวัน อยู่ที่ 69,174 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
• ผู้ลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 48,864 ล้านบาท นับเป็นการซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 โดยตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 ผู้ลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิสะสมรวม 75,864 ล้านบาท

• ผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 54.3% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ตามด้วยผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ 31.3% ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ 7.3% และบริษัทหลักทรัพย์ 7.1%
• Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 15.7 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 13 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 17.1 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 16.4 เท่า
• อัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 4.1% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.8%

ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนกรกฎาคม 2569
• ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 563,065 สัญญา ลดลง 10.7% จากเดือนก่อน ที่สำคัญจากการลดลงของ SET50 Index Futures, Gold Online Futures และ Currency Futures ส่งผลให้ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวม อยู่ที่ 554,436 สัญญา เพิ่มขึ้น 30.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน