Home Blog Page 2

ไข่ไก่…เขย่าเก้าอี้รัฐบาล! ย้อนสถิติกราฟราคาไข่ ยุคไหนทำคนไทยอ่วมสุด?

0

“ราคาไข่ไก่” มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นดัชนีในการชี้วัดฝีมือในการทำงานของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย ซึ่งในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลที่คว้าตำแหน่งยุคไข่แพงคือ รัฐบาลประยุทธ์ 4.00 บาท ยุคที่ราคาถูกที่สุดคือยุคนายกสุรยุทธ์ 2.32 บาท มาถึงยุคนายกอนุทินล่าสุดเพิ่งขยับขึ้น 20 สตางค์ไปเป็น ฟองละ 3.40 บาท แต่ก็ถูกโจมตีอย่างรุนแรงว่าไข่แพงทั้งที่ไม่ใช่ราคาสูงสุดที่เคยเกิดขึ้น

มาดูข้อเท็จจริงของภาคอุตสาหกรรมไก่ไข่ จะพบว่า ปัจจุบันอาจจะเรียกได้ว่าประเทศผลิตไข่ไก่ได้เกือบสมดุลกับการบริโภค กล่าวคือ ปัจจุบันคนไทยบริโภคไข่ไก่เฉลี่ยประมาณ 235-237 ฟองต่อคนต่อปี นำมาสู่การกำหนดเป้าการผลิตรวมของประเทศไว้ที่ประมาณ 15,500 ล้านฟองต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 41-43 ล้านฟอง เพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ ทั้งนี้ตลาดไข่ไก่ในประเทศคิดเป็นสัดส่วน 97% ส่วนอีก 3% เป็นตลาดส่งออก

เหตุผลที่เป็นอย่างนั้น เพราะมีการถอดบทเรียนวิวัฒนาการปัญหาราคาไข่ไก่ในอดีตที่นำมาสู่การวางระบบ การควบคุมปริมาณการเลี้ยง (ระบบโควตา) โดย “คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์” (Egg Board) ที่ใช้”การตลาด” นำการผลิต ซึ่งคำนวณย้อนกลับ (Backward Calculation) ซึ่งกรมฯ ใช้การคำนวณจากจำนวนประชากรและความต้องการบริโภค เพื่อกำหนดจำนวนการนำเข้าปู่ย่าพันธุ์ (GP) และพ่อแม่พันธุ์ (PS) ให้เหมาะสม โดยสรุปว่าควรมีพ่อแม่พันธุ์ (PS) ไม่เกิน 440,000 ตัว เพื่อให้มีไก่ยืนกรงประมาณ 51-52 ล้านตัว

จากอดีตในปี 2552 มีผู้ประกอบการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ (PS) เพียง 10 ราย ต่อมาในปี 2553 มีการเปิดเสรีทำให้ผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นเป็น 19-21 ราย ส่งผลให้ปริมาณไก่ไข่ล้นตลาดและราคาตกต่ำอย่างหนักในช่วงปี 2559-2560 ซึ่งนำมาสู่ระบบการควบคุมภาคสมัครใจ แต่อาจจะไม่ได้ใช้คำว่า “โควตา” เพราะน่าจะเรียกว่าเป็น “การร่วมมือกันควบคุมปริมาณการเลี้ยงแบบภาคสมัครใจ” โดยมีกรมปศุสัตว์เป็นเจ้าภาพในการบูรณาการทั้งอุตสาหกรรม

หากไข่ล้นตลาด จะขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ช่วยส่งออกไข่ไก่ รวมถึงขอความร่วมมือให้ปลดไก่ยืนกรงที่อายุ 78-80 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้มีไก่ในระบบมากเกินไป

ดังนั้น ข้อดีของการมี Egg Board คือ

  1. เสถียรภาพด้านราคา ช่วยให้ราคาไข่ไม่ผันผวนจนเกินไป ทำให้ “เกษตรกรอยู่ได้ และประชาชนไม่เดือดร้อน”
  2. การคุ้มครองเกษตรกรรายย่อยซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางให้มีความสามารถในการแข่งขัน
  3. การสร้างความยั่งยืนของอุตสาหกรรม เมื่อเกษตรกรมีกำไรเล็กน้อยพออยู่ได้ พวกเขาจะมีกำลังใจในการพัฒนาคุณภาพไข่ไก่ให้สูงขึ้นและรักษามาตรฐานฟาร์ม
  4. ลดภาระงบประมาณรัฐ จากบทเรียนในอดีตที่ไม่มีการจัดการที่ดี รัฐบาลต้องนำเงินงบประมาณจำนวนมากมาจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อแทรกแซงราคาเมื่อไข่ถูกเกินไป แต่ปัจจุบันภายใต้การดูแลของ Egg Board รัฐบาลแทบไม่ต้องควักเงินภาษีมาช่วยในส่วนนี้เลย

ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า การมี Egg Board จึงเป็นกลไกการบริหารจัดการเพื่อรักษาเสถียรภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อเกษตรกรและผู้บริโภคเหมือนในอดีต และเป็นโมเดลที่ควรนำไปประยุกต์ใช้กับสินค้าเกษตรชนิดอื่นๆ เพื่อความยั่งยืนของเศรษฐกิจฐานราก

ก่อนหน้าน.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เคยกล่าวว่า กลไกการทำงานของ Egg Board ใช้การบริหารจัดการโดยเอาข้อมูลการตลาดมาเป็นตัวตั้งก่อนจึงวางแผนการผลิต เป็นการถอดบทเรียนจากอดีต ทำให้สินค้าไข่ไก่มีเสถียรภาพด้านราคา เป็นโมเดลที่ดีที่สินค้าเกษตรอื่นๆ ก็ควรทำ ทั้งยังมีส่วนช่วยยกระดับอุตสาหกรรมแปรรูปไข่ไก่เพื่อขยายตลาดส่งออก แทนการส่งออกไข่สดซึ่งมีอายุการเก็บรักษาสั้น ทำให้ส่งออกได้ในหลายประเทศ

อย่างไรก็ตาม ต่อมุมมองที่ว่า กลไกการกำหนดโควตานำเข้าพ่อแม่พันธุ์ในแต่ละปีเป็นการจำกัดไม่ให้ผู้เล่นรายใหม่ หรือไม่ น.สพ.สมชวน เคยอธิบายหลายครั้งว่า Egg Board ไม่เคยปิดกั้นผู้เล่นรายใหม่ ที่จะเข้ามา เป็นรายที่ 17 แต่เราวางระบบคัดกรองผู้เล่นที่มีคุณภาพ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสมดุลของตลาดไข่ไก่ โดยผู้จะนำเข้าเมื่อยื่นขออนุญาตจะต้องเสนอแผนธุรกิจ แผนการผลิต และแผนการตลาดที่ชัดเจน หากคุณมีแผนที่อธิบายได้ชันเจนว่าจะไม่มากระทบเสถียรภาพราคาหรือสมดุลก็สามารถเข้ามาขอ Egg Board ได้
“เราถอดบทเรียนจากประวัติศาสตร์ในปี พ.ศ. 2552 เคยมีการเปิดเสรีการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ ปริมาณไข่ไก่ก็ล้นตลาด ราคาตกต่ำจนเกษตรกรขาดทุนและตายเกือบหมด เราไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น”

“ราคาไข่ไก่ ตอนนี้ 3 บาทกว่านี่ถูกที่สุดแล้วไข่เทียบกับโปรตีนชนิดอื่น กินไข่ฟองสองฟองอยู่ได้แล้ว ไข่ยังถูกกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีก ในมุมมองของภาครัฐเราต้องมองที่ “ราคาเฉลี่ยทั้งปี” ไม่ใช่การมองราคาที่ผันผวนตามรายวันหรือรายสัปดาห์ บางช่วงราคาอาจขึ้นไปถึง 3.60 บาท แต่บางช่วงก็ตกลงมาเหลือ 2.60 บาท ดังนั้นต้องพิจารณาที่ค่าเฉลี่ยต้นทุน “

มุมมองของด้านเกษตรกร นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ เปิดเผยว่า การที่มี egg borad วางกติกาและเงื่อนไขที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เนื่องจากช่วยให้ตลาดไก่ไข่มีความสมดุลระหว่างปริมาณการผลิตและการบริโภค โดยเงื่อนไขการดูแลการนำเข้าปู่ย่าพันธุ์ (GP) และพ่อแม่พันธุ์ (PS) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ดำเนินการมาประมาณ 5-6 ปีแล้ว และเราเห็นว่าภาพรวมของธุรกิจไข่ดีขึ้นกว่าช่วงที่ยังไม่มีเงื่อนไขนี้ ซึ่งผู้เลี้ยงรายใหม่หรือผู้ที่เลี้ยงอยู่แล้วแต่กังวลว่าจะไม่ได้รับความช่วยเหลือเรื่องพันธุ์สัตว์จากบริษัทคู่ค้าโดยตรง แนะนำว่าให้แจ้งเรื่องไปยังกรมปศุสัตว์ซึ่งทำหน้าที่เป็นเลขาธิการของ Egg Board เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือและสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่ายจะดีกว่า เพราะข้อเท็จจริงด้านระบบการผลิตและการตลาดไข่ไก่นั้น ด้านปริมาณพ่อแม่พันธุ์ไม่ได้ขาดแคลน

เมืองไทยประกันชีวิต จัดพิธีมอบรางวัลเกียรติยศ “MUANG THAI LIFE CONVENTION 2025” สุดยิ่งใหญ่

0

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และนายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นางสลิล ล่ำซำ ดร.สุธี  โมกขะเวส กรรมการผู้จัดการ ให้เกียรติร่วมเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเกียรติยศฝ่ายขายประจำปี 2568  “MUANG THAI LIFE CONVENTION 2025″  เพื่อเป็นการประกาศเกียรติยศและฉลองความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ให้กับสุดยอดนักขายของเมืองไทยประกันชีวิต ที่มีผลงานขายยอดเยี่ยมด้วยความเป็นมืออาชีพและทุ่มเทความสามารถรวมถึงให้การบริการที่ดี ตั้งมั่นส่งมอบความสุขและรอยยิ้มที่ยั่งยืแก่ผู้เอาประกัน ในการเป็นที่ปรึกษาด้านประกันชีวิตที่พร้อมดูแลและคอยเคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงจังหวะของชีวิต ภายใต้กฎระเบียบและจรรยาบรรณตัวแทนที่เคร่งครัด

โดยพิธีมอบรางวัล “MUANG THAI LIFE CONVENTION 2025″ นี้  ยังได้รับเกียรติจาก คุณธีรชยา พิมพ์กิติเดช Miss Tiffany’s 2026 คุณพิมพ์รตา ป้องชัยวิวัฒน์ รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณมินท์ธิตา อ่อนดำ รองชนะเลิศอันดับ และผู้เข้าประกวด Miss Tiffany’s 2026 ร่วมถือโล่รางวัลเกียรติยศสูงสุด เพื่อมอบให้แก่สุดยอดนักขายของเมืองไทยประกันชีวิตที่ได้รับรางวัลอีกด้วย งานจัดขึ้น ณ โรงแรมไบรท์ตัน แกรนด์ พัทยา 

ตลท. ชวนร่วมงาน “THE NEXT HR FRONTIER 2026” อัปเดตกลยุทธ์พัฒนาคน รับโลกธุรกิจยุคใหม่

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชวนผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงานด้าน HR และผู้ที่สนใจร่วมงาน “THE NEXT HR FRONTIER 2026” เวทีอัปเดตแนวคิดและกลยุทธ์การพัฒนาบุคลากรให้พร้อมทำงานในโลกธุรกิจยุคใหม่ ในวันอังคารที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ตลาดหลักทรัพย์ฯ พบกับหัวข้อน่าสนใจและวิทยากรชั้นนำ อาทิ

  • “HR Blueprint” เจาะลึกพิมพ์เขียวการพัฒนาทักษะใหม่ พร้อมกลยุทธ์มัดใจคนทุกรุ่น สร้างขุมกำลังคนสำหรับตลาดทุนไทย โดย คุณพรรณวดี ลดาวัลย์ ณ อยุธยา รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ
  • “Strategic HR Talk 2026” เสวนาการวางกลยุทธ์พัฒนาคนให้ตรงเป้าหมายธุรกิจ กับตัวจริงด้านการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงคนและองค์กร โดย คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม จาก AIS, คุณวินิตา สาน้อย จาก PTG และ คุณอภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา จาก Slingshot Group
  • อัปเดตโซลูชันด้านการพัฒนาทักษะบุคลากรในตลาดทุนและองค์กรยุคใหม่จากตลาดหลักทรัพย์ฯ

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังได้รับสิทธิพิเศษอบรมออนไลน์กับ SET DSD e-Learning ฟรี บริษัทละ 10 สิทธิ์ และแพ็กเกจความรู้จาก Corporate Excellence Learning Solution มูลค่ารวมกว่า 20,000 บาท ลงทะเบียนฟรี ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 17 เมษายน 2569 ที่ https://set-event-registration.setgroup.or.th/e/the-next-hr-frontier-2026 หรือสอบถาม SET Contact Center 0 2009 9999

AIS ร่วมกับ สภาเอสเอ็มอี นำโซลูชันอัจฉริยะเพื่อผู้ประกอบการขับเคลื่อน SME ไทยสู่ยุคดิจิทัลและ AI เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

0

AIS SME ร่วมกับสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย เดินหน้ายกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SME ไทย ผ่านการสนับสนุนองค์ความรู้ ทักษะ และการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI อย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โซลูชันเพื่อการเริ่มต้นและขยายธุรกิจ ตลอดจนการเชื่อมโยงกับผู้ให้บริการ AI พร้อมนำ SME ProStart แพ็กเกจสำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ ที่รวมโซลูชันด้านธุรกิจไว้อย่างครบวงจร ทั้งแพ็กโทรคุ้มค่า อินเทอร์เน็ตออฟฟิศ และผู้ช่วย AI ในหนึ่งเดียว มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างโอกาส ลดความซับซ้อนด้านเทคโนโลยี และช่วยให้ SME สามารถมุ่งสู่การเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมวางรากฐานที่แข็งแกร่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในโลกธุรกิจยุคใหม่

นายภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร AIS กล่าวว่า “SME เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันผู้ประกอบการยังเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งความรู้และทักษะด้านดิจิทัลและ AI การเข้าถึงโซลูชันที่เหมาะสม รวมถึงต้นทุนและความซับซ้อนในการนำเทคโนโลยีมาใช้งาน ความร่วมมือครั้งนี้จึงมุ่งสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงองค์ความรู้ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และโซลูชันธุรกิจที่จำเป็น เพื่อเสริมศักยภาพให้ SME ทำ Digital Transformation ขยายขนาด และเข้าถึงตลาดได้อย่างยั่งยืน ตอกย้ำบทบาทของ AIS SME ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสู่อนาคตดิจิทัลของ SME ไทย

หนึ่งในความร่วมมือที่ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการคือ SME ProStart แพ็กเกจที่ออกแบบมาเพื่อผู้ประกอบการยุคใหม่ โดยรวมเครื่องมือและบริการพื้นฐานที่ช่วยให้การเริ่มต้นและขับเคลื่อนธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น เช่น แพ็กเกจค่าโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ตออฟฟิศ และเครื่องมือดิจิทัลพร้อมผู้ช่วย AI (Google Workspace) รวมถึงบริการสนับสนุนธุรกิจเพิ่มเติม ทำให้ผู้ประกอบการสามารถมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจและการเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ”

นายสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยให้ SME สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เครื่องมือ และโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจอย่างตรงจุด ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยี ช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับตัว ปรับกลยุทธ์ และต่อยอดการเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมสร้างรากฐานที่แข็งแรงให้ SME ไทยสามารถแข่งขันและขยายตลาดได้อย่างมั่นใจในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”

CPF รับรางวัล Thailand Top Company Awards 2026 ตอกย้ำศักยภาพ ‘การปรับตัวขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน’

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ หนึ่งในผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจรของไทย ที่มีการลงทุนและร่วมลงทุนใน 17 ประเทศ และมีการค้าผลิตภัณฑ์อาหารไปมากกว่า 50 ประเทศ ได้รับรางวัล Thailand Top Company Awards 2026 ประเภทอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร จัดโดย นิตยสาร BUSINESS+ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สะท้อนความสามารถในการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมอาหารในระดับโลก พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจควบคู่กับการดำเนินงานอย่างยั่งยืน

ในปีนี้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานมอบรางวัลฯ โดยมี นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ เป็นผู้รับมอบ.

รางวัลดังกล่าวมอบให้แก่องค์กรที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ท้าทาย สอดคล้องแนวคิดของงาน คือ “Thrive on Resilience : การปรับตัวเพื่ออยู่รอดและสร้างการเติบโต” การได้รับรางวัลในครั้งนี้ สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจของซีพีเอฟที่มุ่งยกระดับประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่า ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการผลิตและบริหารจัดการ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัย รองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

“รางวัลนี้เป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการเดินหน้าพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงยึดหลักการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ และสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจกับการสร้างคุณค่าให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน” นายประสิทธิ์ กล่าว.

เมืองไทยประกันชีวิต คว้ารางวัล THAILAND TOP COMPANY AWARDS 2026 ประเภทอุตสาหกรรมประกันชีวิต ต่อเนื่องปีที่ 8 ตอกย้ำความเป็นผู้นำองค์กรคุณภาพที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมประกันชีวิตของไทย ด้วยการคว้ารางวัล THAILAND TOP COMPANY AWARDS 2026 ประเภท อุตสาหกรรมประกันชีวิต ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 นับตั้งแต่ปี 2019–2026 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ ความน่าเชื่อถือขององค์กร และการเติบโตอย่างมั่นคงท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “รางวัล THAILAND TOP COMPANY AWARDS 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของบริษัทฯ และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนมีต่อบริษัทฯ มาโดยตลอด รางวัลนี้ไม่เพียงเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพและมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจขององค์กร แต่ยังเป็นกำลังใจสำคัญให้พวกเรามุ่งมั่นพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบคุณค่า ประสบการณ์ที่ดี และความอุ่นใจให้กับลูกค้าในทุกช่วงของชีวิต”.

รางวัลดังกล่าวจัดขึ้นโดย นิตยสาร Business+ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เพื่อยกย่ององค์กรชั้นนำของประเทศที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น มีวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการ และสามารถขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่อง โดยในโอกาสนี้ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย เป็นผู้มอบรางวัล.

การได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ของเมืองไทยประกันชีวิต ไม่ได้สะท้อนเพียงความแข็งแกร่งขององค์กรหรือความสำเร็จทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจในการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความเข้าใจลูกค้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน.

นายสาระ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เมืองไทยประกันชีวิตยังคงเดินหน้าพัฒนาธุรกิจอย่างไม่หยุดนิ่ง ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ บริการ นวัตกรรมดิจิทัล และ Health & Wellness Ecosystem เพื่อยกระดับการดูแลลูกค้าให้ครอบคลุมมากกว่าการประกันชีวิตและสุขภาพในรูปแบบเดิม เรามุ่งหวังที่จะเป็นมากกว่าผู้ให้ความคุ้มครอง แต่เป็นพันธมิตรที่พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าในการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ มีสุขภาพที่ดี และมีความมั่นคงในระยะยาว”.

ตลอดที่ผ่านมา เมืองไทยประกันชีวิตมุ่งพัฒนาบทบาทจากผู้ให้ความคุ้มครอง สู่การเป็นแบรนด์ประกันชีวิตที่เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคในทุกมิติ ผ่านโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งด้านชีวิต สุขภาพ การเงิน และไลฟ์สไตล์ ควบคู่กับการยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนรางวัลจากเวที THAILAND TOP COMPANY AWARDS 2026 ในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สะท้อนบทบาทของเมืองไทยประกันชีวิตในฐานะองค์กรชั้นนำที่พร้อมขับเคลื่อนอนาคตของธุรกิจประกันชีวิตไทย ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง และความมุ่งมั่นในการเติบโตอย่างมีคุณภาพในทุกมิติ#เมืองไทยประกันชีวิต

เมืองไทยไตรกีฬา ซูเปอร์ซีรีส์ 2026 ชูแนวคิด “ECO HERO” ผสานพลังกีฬาและความยั่งยืน เปิดฤดูกาลสนามแรกที่สามร้อยยอด

0

เมืองไทยประกันชีวิต สานต่อการแข่งขัน “เมืองไทยไตรกีฬา” ซูเปอร์ซีรีส์ 2026 สร้างความคึกคักอีกครั้ง พร้อมก้าวเข้าสู่ ปีที่ 4 ของการจัดการแข่งขัน ภายใต้แนวคิด “ECO HERO” ที่มุ่งยกระดับงานกีฬาสู่การเป็นกิจกรรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการส่งเสริมสุขภาพและสร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายอย่างยั่งยืน เปิดฤดูกาลสนามแรกที่สามร้อยยอดด้วยความประทับใจของนักไตรกีฬากว่า 850 คน

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าในมิติของ Health & Wellness มาอย่างต่อเนื่อง เพราะเราเชื่อว่าการประกันชีวิตในวันนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการมอบความคุ้มครองเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน แต่ยังหมายถึงการอยู่เคียงข้างลูกค้าตั้งแต่วันที่ยังมีสุขภาพดี สนับสนุนให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ แข็งแรง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว ซึ่งการแข่งขันเมืองไทยไตรกีฬา ซูเปอร์ซีรีส์ 2026 ภายใต้แนวคิด ECO HERO สะท้อนเจตนารมณ์ดังกล่าวได้อย่างชัดเจน ทั้งในฐานะเวทีที่ส่งเสริมให้คนทุกช่วงวัยหันมาใส่ใจสุขภาพ เห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และกล้าท้าทายขีดความสามารถของตนเอง ควบคู่ไปกับการร่วมกันสร้างสังคมที่แข็งแรงและเติบโตอย่างยั่งยืน”

สำหรับแนวคิด “ECO HERO” ในปีนี้ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในทุกมิติของการจัดงาน โดยเฉพาะการลดปริมาณของเสียจากกิจกรรมภายในงาน ทั้งในส่วนของ Goods Waste ซึ่งสิ่งของที่นักกีฬาได้รับจากการแข่งขันได้รับการออกแบบให้สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ หรือใช้ประโยชน์ต่อในชีวิตประจำวันได้จริง เพื่อลดการสร้างขยะที่ไม่จำเป็น รวมถึง Food Waste ที่มีการวางแผนการจัดเตรียมอาหารอย่างเหมาะสม เพื่อให้เพียงพอต่อผู้เข้าร่วมงาน และลดปริมาณอาหารเหลือทิ้งให้น้อยที่สุด

สำหรับการแข่งขันในปี 2569 จะจัดขึ้นรวม 3 สนาม ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงามและโดดเด่น ได้แก่

  1. เมืองไทยไตรกีฬา @ สามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
  2. เมืองไทยไตรกีฬา @ บ้านกรูด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
  3. เมืองไทยไตรกีฬา @ หาดแหลมเสด็จ จังหวัดจันทบุรี

โดย สนามเปิดฤดูกาล จัดขึ้น ณ อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 21–22 มีนาคม 2569 เปิดโอกาสให้นักไตรกีฬาทุกระดับได้เข้าร่วมพิสูจน์ศักยภาพในหลากหลายประเภทการแข่งขัน ได้แก่ Standard Triathlon ระยะว่ายน้ำ 1.5 กิโลเมตร ปั่นจักรยาน 37 กิโลเมตร และวิ่ง 10 กิโลเมตร, Sprint Triathlon ระยะว่ายน้ำ 750 เมตร ปั่นจักรยาน 26 กิโลเมตร และวิ่ง 5 กิโลเมตร, Team Relay, Duathlon ตลอดจน Tri Kids ที่แบ่งการแข่งขันตามช่วงอายุ เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้เริ่มต้นสัมผัสประสบการณ์กีฬาที่ท้าทายและสร้างสรรค์  ซึ่งการแข่งขันในปีนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมีนักไตรกีฬารวมทุกประเภทกว่า 850  คน  ที่ร่วมสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับการแข่งขันในครั้งนี้

นอกจากนี้ ในปี 2569 ยังเพิ่มความน่าสนใจด้วยประเภทการแข่งขันใหม่ เพื่อตอบโจทย์นักกีฬาหลากหลายกลุ่มมากยิ่งขึ้น ได้แก่ Eco Hero (รุ่น Open) สำหรับนักกีฬาสายแข่งขันอายุ 19 ปีขึ้นไป ที่ต้องการทดสอบขีดความสามารถของตนเองในสนามจริง พร้อมชิงเงินรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศ 3 อันดับแรก ทั้งประเภทชายและหญิง จำนวน 5,000 บาท 3,000 บาท และ 1,500 บาท ตามลำดับ และ Silver Age สำหรับนักกีฬาอายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งชายและหญิง ที่เปิดโอกาสให้ร่วมแข่งขันในระยะ Sprint เพื่อสะท้อนพลัง ความมุ่งมั่น และแรงบันดาลใจของนักกีฬาทุกช่วงวัย

“เมืองไทยประกันชีวิต ยังคงมุ่งมั่นในการสนับสนุนกิจกรรมที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมเดินหน้าส่งเสริมแนวคิดการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเวทีของกีฬา แต่เป็นอีกหนึ่งพลังบวกที่ช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน” นายสาระกล่าวสรุป

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย “ หลวงพ่อเงินพิมพ์นิยม ”

0

ไม่ได้เจอพระอาจารย์2ทิตย์แล้ว ไม่ได้ถ่ายทอดวิทยายุทธ ให้เซียนเจี๊ยบเพิ่ม ติดภารกิจ มีคนขอพบ ขอเรียนรู้ พระอาจารย์เซียนเจี๊ยบท่านเป็นปราชญ์มีความรอบรู้มากมาย ผ่านประสพการณ์มาเยอะ ที่สำคัญที่สุด ดังแล้วด้วย ดังมากทีวีมาขอความรู้ท่านหลายช่อง ยอดคนดูหลายล้าน เลยไม่ได้เจอกัน

มาดูหลวงพ่อเงินพิมพ์นิยมองค์วันนี้ ที่เซียนเจี๊ยบได้มา ช่วงนี้ต้องหาหลวงพ่อเงินมาใช้ เงินทองหายาก มีสงครามอีก มีหลวงพ่อเงินอยู่ด้วยก็อุ่นใจ

หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิมพ์นิยม สร้างด้วยกรรมวิธี หล่อโบราณแบบเข้าช่อ (เทดินไทย) โดยใช้หุ่นขี้ผึ้งผูกเป็นช่อ มีเนื้อทองเหลืองผสมเป็นหลัก (เหลืองอมเขียวหรือเหลืองทอง) และบางส่วนเป็นเนื้อเงิน มีจุดสังเกตสำคัญคือรอยตะไบที่ฐาน คราบขี้เบ้าสีน้ำตาล ดำตามซอก และเม็ดดินสีดำฝังอยู่ตามผิว เจอดีกว่าไม่มี

หลวงพ่อเงินองค์นี้น่าท่านยิ้มหวาน ดูแล้วอิ่มใจมีความสุข เก่าเป็นธรรมชาติ ขี้เบ้าครบ ทั้งหน้าหลัง

ด้านล่างมีรอยตัดช่อชนวน แบบนี้พิมพ์นิยม หลุมบ่อก้นพระ เป็นธรรมชาติ ของพระหล่อโบราณ ต้องมี เลือกดูโลหะเก่าเก่าเหี่ยวย่นเหลืองอมน้ำตาลเข้ม ในเนื้อจะขึ้นเกร็ดกระดี๋ ผิวโละที่หลอมละลายไม่เข้ากัน ผิวต้องไม่เรียบตรึง มีหลุมบ่อ เจอแบบนี้อย่าปล่อยให้หลุดมือนะเธอ
“พระอาจารย์สอน เซียนเจี๊ยบบอกต่อ หวานเจี๊ยบนะจ๊ะเธอ”

เจี๊ยบบางกรวยเดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย “องค์มีหนัามีตา ”

0

พระอาจารย์สอนเซียนเจี๊ยบ พระสมเด็จวัดระฆัง มีหน้ามีตามีปากครบทุกองค์ ตังอิ๋วทำให้พระหดลง20 เปอร์เซ็นต์ เมื่อพระแห้งสนิท ทำให้หน้าตาเส้นสายหายไป และพระสมเด็จวัดระฆังมีรักทองร้อยละ99องค์นะเธอ

ด้วยเหตุนี้เลือกพระมีรักทอง เนื้อออกคล้ำไว้ก่อน ขาวๆไว้ให้เซียนเค้าซื้อขายกัน

เราเจอพระสมเด็จคล้ำมีรักทองเก่าๆ เอาไว้ใช้เชื่อพระอาจารย์ เฮียเถาว์ลูกพี่พระอาจารย์สอนไว้

มาดูพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ปกโพธิ์มีหน้ามีตา องค์วันนี้ “ตามทฤษฎีพระอาจารย์” พระสมเด็จมีหน้ามีตาทุกองค์ องค์นี้เนื้อออกขาวขุ่น แก่ปูนเปลือกหอย เห็นฝ้าขาวในเนื้อ ที่มวลสารหลุดไป ก้อนดำเม็ดแดงก้อนเทา ก้อนขาวครบ หลุมบ่อ พื้นผิวตึงแต่ไม่เรียบ องค์นี้คนกดตั้งใจมาก พระสมเด็จเลยออกมา เส้นสายหน้าตา ติดครบ

ด้านหลังมีคราบตังอิ๋วเหลืองอ่อน แทรกในเนื้อ รอยปริ ก้อนดำก้อนแดงเม็ดเทาเม็ดขาวครบ ช่วยการตัดสินใจ ในการดูพระสมเด็จวัดระฆัง
เดินเจออย่าปล่อยให้หลุดมือนะจ๊ะเดี๋ยวจะหาว่าเซียนเจี๊ยบไม่บอก ที่สำคัญตามสูตรเซียนเจี๊ยบบางกรวย”ข้างตอกตัดเท่านั้น”พระสมเด็จวัดระฆัง

พระอาจารย์สอนเซียนเจี๊ยบบอกต่อ “หวานเจี๊ยบนะจ๊ะเธอ”

เจี๊ยบบางกรวยเดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897

สมุทรปราการ พลิกโจทย์ “ปลาต่างถิ่น” สร้างรายได้ชุมชน เดินหน้าควบคุมต่อเนื่อง ฟื้นสมดุลแหล่งน้ำ

0

พื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เดินหน้าต่อยอดการบริหารจัดการปลาต่างถิ่น ผ่านการ “ใช้ประโยชน์ควบคู่การควบคุม” ช่วยลดต้นทุนเลี้ยงปลากะพง นำมาแปรรูปสร้างรายได้ พร้อมฟื้นสมดุลระบบนิเวศแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง

“มาเรียมน้อย สุคนธทรัพย์” ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านคลองสวน เปิดเผยว่า เกษตรกรในพื้นที่ได้รับการสนับสนุนลูกพันธุ์ปลากะพงมาเลี้ยงจากประมงจังหวัดเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงปลาเศรษฐกิจในระบบกึ่งธรรมชาติ โดยใช้ปลาหมอคางดำเป็นปลาเหยื่อสำหรับเลี้ยงสัตว์น้ำ ปลากะพงขาวถือเป็น “ปลาผู้ล่า” ที่ช่วยควบคุมลูกปลาต่างถิ่นในบ่อเลี้ยง ขณะเดียวกันยังเป็นปลาเศรษฐกิจที่มีการเติบโตเร็ว เนื้อแน่น และสามารถปรับตัวได้ทั้งน้ำจืดและน้ำกร่อย ที่สำคัญปลากะพงยังจำหน่ายได้ในราคาที่ดี

ปัจจุบัน ปลาหมอคางดำเป็น “โอกาสของชุมชน” ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย โดยเฉพาะช่วยเกษตรกรลดต้นทุนอาหารสัตว์น้ำ ขณะเดียวกัน ชุมชนยังนำมาใช้บริโภคในครัวเรือนและแปรรูปสร้างรายได้

“ทุกวันนี้ ชาวบ้านนำปลาหมอคางดำขนาดใหญ่มาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น น้ำยาขนมจีน ปลาราดพริก และที่สร้างรายได้ดี คือ ปลาเค็มแดดเดียว ขายได้กิโลกรัมละประมาณ 100 บาท ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือน”

จากความต้องการใช้ปลาหมอคางดำ ช่วยกระตุ้นให้เกิดการจับปลามาจำหน่ายแก่เกษตรกร และชุมชนที่แปรรูป โดยปลาขนาดใหญ่จำหน่ายได้กิโลกรัมละประมาณ 20 บาท และปลาขนาดเล็กสำหรับเป็นเหยื่ออยู่ที่ประมาณ 5 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ภายในชุมชน

ด้าน สมพร เกื้อสกุล ประมงจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า แนวทางการส่งเสริมเกษตรกรเลี้ยงปลากะพงเป็นการบูรณาการช่วยเหลือเกษตรกรและจัดการทรัพยากรไปพร้อมกัน โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการสนับสนุนลูกพันธุ์ปลากะพงให้เกษตรกรแล้ว 3 รุ่น และอยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อสนับสนุนพันธุ์ปลากะพงขาวและจะอยู่ระหว่างการสำรวจความต้องการของเกษตรกรเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงปูทะเลเพิ่มเติมในอนาคต

“การสนับสนุนให้เกษตรกรเลี้ยงปลากะพง ควบคู่กับการส่งเสริมให้ชุมชนใช้ประโยชน์จากปลาต่างถิ่น เป็นแนวทางที่ช่วยบรรเทาผลกระทบและสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้จริง”
ขณะเดียวกัน จังหวัดสมุทรปราการยังเดินหน้าจัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อจับปลาต่างถิ่นออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยปลาที่จับได้จะนำมาผลิตน้ำหมักชีวภาพสำหรับแจกจ่ายให้เกษตรกรใช้บำรุงดินและพืช

ความร่วมมือของภาครัฐและชุมชนจัดการปลาต่างถิ่น ผ่านการ “ใช้ประโยชน์–ควบคุม–ฟื้นฟู” อย่างครบวงจร โดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลาง สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ชุมชน พร้อมสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับท้องถิ่น