Home Blog Page 2

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้อนรับ 22 DR น้องใหม่ อ้างอิงหุ้นชั้นนำสหรัฐฯ ออกโดย INVX เริ่มซื้อขาย 1 เม.ย. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รับจดทะเบียนตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) 22 หลักทรัพย์ใหม่ อ้างอิงหุ้นชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (NASDAQ) และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (INVX) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย 1 เมษายน 2569

15 DR ใหม่ อ้างอิงหุ้นที่จดทะเบียนใน NASDAQ ประกอบด้วย

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
AMD23Advanced Micro Devices, Inc. (AMD)บริษัทออกแบบเซมิคอนดักเตอร์ที่มุ่งพัฒนา CPU, GPU และ Adaptive Computing เพื่อรองรับการใช้งานดาต้าเซ็นเตอร์ ไปจนถึง AI และคลาวด์
AMZN23Amazon.com, Inc. (AMZN)บริษัทเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซ ครอบคลุมการค้าปลีกออนไลน์ บริการผู้ขาย โฆษณา และคลาวด์ พร้อมเครือข่ายโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงครบวงจร
AVGO23Broadcom Inc. (AVGO)บริษัทเทคโนโลยีด้านเซมิคอนดักเตอร์และซอฟต์แวร์องค์กร ครอบคลุมโซลูชันสำหรับเครือข่าย ดาต้าเซ็นเตอร์ และคลาวด์ โดยเชี่ยวชาญการออกแบบชิปเพื่อการเชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูล
CEG23Constellation Energy Corporation (CEG)บริษัทพลังงานที่มีพอร์ตโรงไฟฟ้าคาร์บอนต่ำขนาดใหญ่ เน้นพลังงานนิวเคลียร์และหมุนเวียน พร้อมธุรกิจจัดหาพลังงานให้องค์กรและเชิงพาณิชย์ รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
GOOG23Alphabet Inc. (GOOG)บริษัทเทคโนโลยีที่มี Google เป็นธุรกิจหลัก ให้บริการครอบคลุมการค้นหา วิดีโอ ระบบมือถือ และคลาวด์สำหรับองค์กร พร้อมขยายธุรกิจสู่ AI และลงทุนในนวัตกรรมระยะยาว
LRCX23Lam Research Corporation (LRCX)บริษัทผู้พัฒนาอุปกรณ์การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ เชี่ยวชาญด้าน Deposition, Etch และ Clean รองรับลูกค้าทั้งกลุ่มผู้ผลิตหน่วยความจำและ Foundry ครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่สมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และยานยนต์
META23Meta Platforms, Inc. (META)บริษัทแพลตฟอร์มดิจิทัลที่พัฒนาระบบนิเวศโซเชียลมีเดียขนาดใหญ่ เช่น Facebook, Instagram และ WhatsApp โดยธุรกิจหลักขับเคลื่อนด้วยโฆษณาดิจิทัล และใช้เทคโนโลยี AI เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึง
MICRON23Micron Technology, Inc. (MU)บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ที่เชี่ยวชาญด้านหน่วยความจำ โดยพัฒนาและผลิต DRAM และ NAND Flash สำหรับศูนย์ข้อมูล คลาวด์ คอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน และยานยนต์ รองรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับโลก
MRVL23Marvell Technology, Inc. (MRVL)บริษัทออกแบบเซมิคอนดักเตอร์แบบ Fabless ที่เชี่ยวชาญโซลูชันสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และเครือข่ายความเร็วสูง โดยมีธุรกิจ Data Center เป็นรายได้หลักที่ขับเคลื่อนด้วย AI Infrastructure
MSFT23Microsoft Corporation (MSFT)บริษัทเทคโนโลยีด้านซอฟต์แวร์และคลาวด์ มีผลิตภัณฑ์หลักอย่าง Windows, Microsoft 365 และ Azure พร้อมผสาน AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรทั่วโลก
NVDA23NVIDIA Corporation (NVDA)บริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนาแพลตฟอร์ม Accelerated Computing และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับงาน AI และศูนย์ข้อมูลระดับโลก
PLTR23Palantir Technologies Inc. (PLTR)ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Data Analytics และ AI ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงข้อมูล การวิเคราะห์ และการตัดสินใจไว้ในระบบเดียว รองรับทั้งภาครัฐและองค์กรเอกชนที่ต้องจัดการข้อมูลขนาดใหญ่
SEAGATE23Seagate Technology Holdings plc (STX)ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานจัดเก็บข้อมูลที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีฮาร์ดดิสก์ความจุสูง สำหรับ Cloud และ Data Center
SNDK23Sandisk Corporation (SNDK)ผู้พัฒนาเทคโนโลยี NAND Flash ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุม SSD, Embedded Storage และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล รองรับกลุ่ม Client, Consumer และ Cloud
TSLA23Tesla, Inc. (TSLA)  บริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนาโซลูชันพลังงานสะอาดครบวงจร ครอบคลุมยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ และระบบกักเก็บพลังงาน

7 DR ใหม่ อ้างอิงหุ้นที่จดทะเบียนใน NYSE ประกอบด้วย

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
ANET23Arista Networks, Inc. (ANET)ผู้พัฒนาโซลูชันเครือข่ายสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ เชี่ยวชาญสวิตช์เครือข่ายและซอฟต์แวร์ Extensible Operating System รองรับองค์กรขนาดใหญ่และ Hyperscaler Cloud
CCJ23Cameco Corporation (CCJ)ผู้ผลิตยูเรเนียมรายใหญ่ ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต แปรรูป และบริการเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ พร้อมขยายสู่ Downstream ผ่านการลงทุนใน Westinghouse รองรับการเติบโตของพลังงานนิวเคลียร์ระยะยาว
FCX23Freeport-McMoRan Inc. (FCX)ผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่ มีพอร์ตเหมืองในสหรัฐฯ อเมริกาใต้ และอินโดนีเซีย โดยมี Grasberg เป็นสินทรัพย์หลัก มีรายได้หลักจากทองแดง เสริมด้วยทองคำและโมลิบดีนัม
GEV23GE Vernova Inc. (GEV)บริษัทพลังงานที่มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานแบบครบวงจร ครอบคลุมการผลิตไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน และโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานคาร์บอนต่ำ
NEM23Newmont Corporation (NEM)บริษัทเหมืองทองคำที่มีพอร์ตสินทรัพย์กระจายในหลายภูมิภาค โดยมุ่งเน้นการผลิตทองคำเป็นหลัก ควบคู่กับโลหะอื่นอย่างทองแดงเพื่อเสริมการเติบโตในระยะยาว
SNOW23Snowflake Inc. (SNOW)บริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนาแพลตฟอร์ม Data Cloud บนคลาวด์ รองรับตั้งแต่ Data Warehousing, Data Engineering, Data Sharing ไปจนถึง AI Workloads สำหรับองค์กรยุคดิจิทัล
VRT23Vertiv Holdings Co (VRT)ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำหรับ Data Center ครอบคลุมระบบไฟฟ้าและระบบทำความเย็น พร้อมบริการหลังการขาย

ผู้สนใจศึกษารายละเอียด 22 DR ใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th หรือบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์คือ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด www.innovestx.co.th หรือศึกษาผลิตภัณฑ์ DR เพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/dr

AIS PLAY ผนึกสนามมวยเวทีราชดำเนิน ยิงสดความมันครบ 7 วัน เสริมคอนเทนต์กีฬายกระดับการรับชมมวยไทย

0

AIS PLAY ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านบริการวิดีโอสตรีมมิ่งและคอนเทนต์กีฬาเบอร์ 1 ของประเทศไทย เดินหน้าขยายขอบเขตคอนเทนต์ให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยการประกาศความร่วมมือกับ สนามมวยเวทีราชดำเนิน ในฐานะผู้ถ่ายทอดสดมวยไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมส่งตรงความมันระดับตำนานจากเวทีมวยแห่งแรกของโลก สู่จอสมาร์ทโฟนและทีวี ชมสดครบทุกรายการ 7 วันต่อสัปดาห์ แบบ Full HD ยกระดับมวยไทย ในฐานะ Soft Power สำคัญของประเทศ เพื่อดึงดูดผู้ชมรุ่นใหม่และแฟนมวยทั่วประเทศ ให้รับชมผ่าน AIS PLAY ตอบโจทย์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ให้สามารถรับชมได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็น

RWS – Rajadamnern World Series ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์ รายการเรือธงสุดยิ่งใหญ่ของเวทีราชดำเนิน ทุกสัปดาห์พบกับไฟต์ชิงแชมป์เข็มขัดเวทีราชดำเนิน เข็มขัดมวยไทยอันทรงเกียรติเส้นแรกของโลก เป้าหมายสูงสุดของนักมวยไทยอาชีพ และพบกับนักมวยระดับซูเปอร์สตาร์ชั้นนำจากทั่วโลก ถ่ายทอดสดทุกวันเสาร์

Rajadamnern Knock Out ราชดำเนิน น็อคเอาท์ รายการมวยไทย 3 ยก สุดเดือด ที่มีอัตราการน็อคเอาท์สูงที่สุดในเวทีราชดำเนิน ใส่กันไม่ยั้งตั้งแต่ระฆังดังยกแรก จน ถึงยกสุดท้าย ถ่ายทอดสดทุกวันจันทร์ อังคาร และวันศุกร์

รวมถึงศึกมวยไทย 5 ยก ระดับตำนานส่งตรงจากสนามมวยเวทีราชดำเนิน จากเหล่าโปรโมเตอร์ชั้นนำของเมืองไทย ทุกวันอาทิตย์ พบกับ ศึกเกียรติเพชร โดยโปรโมเตอร์ เดียร์ ฐิติวัฒน์ ธีระเดชพงศ์, ทุกวันพุธ พบกับศึกมวยไทยพลังใหม่ โดยโปรโมเตอร์ สมหมาย สกุลเมตตา และทุกวันพฤหัสบดี พบกับ ศึกเพชรยินดี โดย เสี่ยโบ๊ท ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ เริ่มถ่ายทอดสดตั้งแต่ 1 พฤษภาคม เป็นต้นไป

นางสาวรุ่งทิพย์ จารุศิริพิพัฒน์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนท์ AIS กล่าวว่า “เป้าหมายสำคัญของ AIS PLAY คือการเดินหน้าตอกย้ำบทบาท Digital Streaming Platform สู่การเป็น ‘Live Sports Destination’ ศูนย์รวมคอนเทนต์กีฬาที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับคนไทย การผนึกกำลังกับสนามมวยเวทีราชดำเนินในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำกีฬาประจำชาติอย่าง มวยไทย ซึ่งเป็น Soft Power ที่มีศักยภาพระดับโลก มาส่งต่อให้ผู้ชมได้รับชมในรูปแบบที่ทันสมัยและเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมวยไทยเป็นกีฬาที่มีฐานผู้ชมขนาดใหญ่ มากกว่า  20 ล้านคน ซึ่งความพิเศษของการถ่ายทอดสดในครั้งนี้ คือการผสานความแข็งแกร่งของ Digital Infrastructure จาก AIS เข้ากับความตื่นเต้นของการแข่งขันมวยไทย เราพร้อมที่จะส่งมอบประสบการณ์การรับชมมวยไทยที่ครบทุกมิติ ตลอด 7 วันต่อสัปดาห์ ด้วยความคมชัดแบบ Full HD เพื่อยกระดับมวยไทยจากเวทีประวัติศาสตร์สู่สายตาคนไทย ผ่านแพลตฟอร์ม AIS PLAY”

นายเธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลเบิล สปอร์ต เวนเจอร์ส จำกัด (GSV) ประธานรายการ RWS – Rajadamnern World Series และกรรมการบริหารสนามมวยเวทีราชดำเนิน กล่าวว่า “สนามมวยเวทีราชดำเนินเป็นมากกว่าสถานที่แข่งขัน เราคือต้นกำเนิดของมวยไทยอาชีพที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 80 ปี และพันธกิจของ GSV และสนามมวยเวทีราชดำเนิน คือการยกระดับมวยไทยให้เป็นกีฬาระดับโลกอย่างแท้จริง ความร่วมมือกับ AIS PLAY ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะนำพากีฬามวยไทย ให้เข้าถึงแฟนกีฬาทุกคนในประเทศไทย ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ทันสมัย ให้รับชมได้ทุกที่ทุกเวลา ครบทุกรายการ 7 วันต่อสัปดาห์”

สำหรับสนามมวยเวทีราชดำเนิน เป็นเวทีมวยไทยแห่งแรกของโลก มีประวัติยาวนานกว่า 80 ปี เป็นต้นกำเนิดของกีฬามวยไทยอาชีพ และเป็นเสาหลักที่สำคัญของวงการมวยไทยมาจนถึงปัจจุบัน เป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดของนักมวยไทยอาชีพจากทั่วโลก และที่สรรค์สร้างนักมวยไทยระดับแชมป์โลกและนักชกระดับตำนานมากมาย

ซึ่งแฟนมวยไทยจะได้รับชมการแข่งขัน  RWS – Rajadamnern World Series ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์ พร้อมพากย์ไทย และ Rajadamnern Knock Out ราชดำเนิน น็อคเอาท์ บน OTT แพลตฟอร์มแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่เดียวทาง AIS PLAY เท่านั้น เริ่มถ่ายทอดตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม เป็นต้นไป

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศเกณฑ์รางวัล SET Awards ประจำปี 2569 พร้อมรายชื่อ บจ. ผ่านคัดกรองเบื้องต้น

0

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับวารสารการเงินธนาคาร จัดงาน SET Awards ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 23 เพื่อยกย่องบริษัทที่มีความเป็นเลิศทางธุรกิจและความยั่งยืน ใน 2 กลุ่มประเภทรางวัล ได้แก่ 1) กลุ่มรางวัล Business Excellence และ 2) กลุ่มรางวัล Sustainability Excellence

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งมั่นส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของภาคตลาดทุนให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น สร้างโอกาสให้ทุกภาคส่วน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” ภายใต้พันธกิจ (priorities) สำคัญของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการสร้างตลาดน่าเชื่อถือที่ยั่งยืน (Trusted Marketplace) มีสินค้าคุณภาพ มีธรรมาภิบาลที่ดี และตอบโจทย์การลงทุน ผ่านการเสริมศักยภาพผู้ร่วมตลาด (Empowering Market Participants) ในมิติต่าง ๆ โดยการมอบรางวัล SET Awards เพื่อยกย่องบริษัทที่มีความโดดเด่นและเป็นองค์กรต้นแบบในตลาดทุน ทั้งในด้านการดำเนินงานและคุณภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของผู้เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนของตลาดทุนไทยให้แข็งแกร่ง ควบคู่กับการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน

SET Awards เป็นรางวัลที่ส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานความเป็นเลิศของตลาดทุนไทย โดยในปีนี้บริบทด้านความยั่งยืนกำลังเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนผ่าน ทั้งการเปลี่ยนการประเมินความยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยใช้ FTSE Russell ESG Scores และสำนักงาน ก.ล.ต. มีการปรับปรุงเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐาน IFRS S1 และ S2 (แบบ 56-1 One Report-S) เพื่อให้บริษัทจดทะเบียนมีเวลาในการเตรียมความพร้อม จึงไม่มีการมอบประเภทรางวัล Sustainability Awards เป็นเวลา 2 ปี (ปี 2569 – 2570) โดยยังคงมอบรางวัล Supply Chain Management Awards ตามปกติ ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะทบทวนและพัฒนาการพิจารณารางวัลใหม่ให้สอดคล้องกับบริบทด้านความยั่งยืนในอนาคต เพื่อให้รางวัลในกลุ่ม Sustainability Excellence สะท้อนถึงคุณภาพและความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนของตลาดทุนไทย โดยจะเผยแพร่หลักเกณฑ์ภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2570

“ในปีนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมอบประกาศเกียรติคุณ (Recognition) ให้แก่บริษัทจดทะเบียนโดยพิจารณาจากผลการรับรางวัล Sustainability Awards ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เริ่มมอบรางวัลดังกล่าว เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติองค์กรที่ขับเคลื่อนความยั่งยืนให้เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง” นายอัสสเดชกล่าว

นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานบรรณาธิการ วารสารการเงินธนาคาร ผู้ร่วมจัดงาน SET Awards และคณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิสำหรับการพิจารณาตัดสินรางวัล เปิดเผยว่า รางวัล SET Awards เป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่ได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนในตลาดทุนไทย ในปีนี้ คณะทำงานฯ ได้ปรับปรุงเกณฑ์คัดกรองเบื้องต้นของรางวัล Best Asset Management Company Awards นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงนิยามลูกค้า Wealth สำหรับรางวัล Best Securities Company Awards ด้าน Digital Wealth Service ให้มีความเหมาะสมกับบริบทในปัจจุบันมากขึ้น

รางวัล SET Awards แบ่งเป็น 2 กลุ่มรางวัล ได้แก่ 1) กลุ่มรางวัล Business Excellence มอบแก่บริษัทจดทะเบียน ผู้บริหารสูงสุดของบริษัทจดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทที่ปรึกษาทางการเงินและทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (SASIN) เป็นผู้ประมวลผลรางวัล 2) กลุ่มรางวัล Sustainability Excellence มอบแก่บริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างโดดเด่น โดยรางวัล Supply Chain Management Awards สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU-RAC) เป็นผู้ประมวลผลรางวัล นอกจากนี้ ยังมีรางวัลเกียรติยศแห่งความสำเร็จหรือ SET Awards of Honor สำหรับบริษัทหรือบุคคลที่สามารถรักษาความโดดเด่นในด้านต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป

ทั้งนี้ 6 ประเภทรางวัลที่บริษัทจะต้องส่งข้อมูลประกอบการพิจารณารางวัลสำหรับกลุ่มรางวัล Business Excellence ได้แก่ รางวัล Best Investor Relations Awards รางวัล Best Innovative Company Awards รางวัล Deal of the Year Awards รางวัล Best Securities Company Awards และรางวัล Best Asset Management Company Awards-ESG สำหรับกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence ได้แก่ รางวัล Supply Chain Management Awards ส่วนรางวัลประเภทอื่น ๆ จะพิจารณาจากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ

ผู้สนใจติดตามรายละเอียดเกณฑ์และรายชื่อบริษัทที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นได้ที่ www.set.or.th/setawards สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มรางวัล Business Excellence ได้ที่ฝ่ายผู้ออกหลักทรัพย์ 0 2009 9768 และกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence ได้ที่ฝ่ายกลยุทธ์และระบบนิเวศการลงทุนอย่างยั่งยืน 0 2009 9902

เมืองไทยประกันชีวิต ส่ง MTL Click Application คว้ารางวัล BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION AWARDS 2026 ต่อเนื่องปีที่ 7

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) คว้ารางวัล “BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION AWARDS 2026” ด้านนวัตกรรมชีวิตไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Innovation) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 นับตั้งแต่ปี 2020–2026 ตอกย้ำความสำเร็จของ “MTL Click Application” แพลตฟอร์มดิจิทัลที่พัฒนาเพื่อดูแลลูกค้าอย่างรอบด้านในทุกมิติสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ของคนในยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง

โดยนายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มอบหมายให้ นายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส เป็นตัวแทนรับรางวัลภายในพิธีมอบรางวัล ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างนิตยสาร Business+ และ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อยกย่ององค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนานวัตกรรม และเป็นแรงบันดาลใจให้ภาคธุรกิจไทยให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์สินค้าและบริการที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล

MTL Click Application ถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมสำคัญของเมืองไทยประกันชีวิตที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการด้านประกันชีวิต สุขภาพ และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ครบถ้วน และง่ายยิ่งขึ้น ด้วยการรวบรวมทุกบริการของเมืองไทยประกันชีวิตไว้ในแอปเดียว ทั้งการตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ ความคุ้มครอง การพบแพทย์แบบออนไลน์ รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ และการแลกคะแนนสะสม เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความรวดเร็ว ใช้งานง่าย และเชื่อมโยงทุกบริการได้อย่างไร้รอยต่อ

ทั้งนี้ MTL Click Application ยังเป็นแพลตฟอร์มเชื่อมต่อ “เมืองไทยสไมล์คลับ” คลับแห่งความสุขและรอยยิ้ม ที่ได้รวบรวมกิจกรรมแห่งความสุขและความสุขภาพดีไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการรับสิทธิพิเศษที่เลือกด้วยตัวเองได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้คะแนน (Instant Reward) การแลก Smile Point เพื่อรับสิทธิพิเศษที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ จากพันธมิตรชั้นนำที่หลากหลายมากกว่า 500 แบรนด์ และการเชื่อมสุขภาพกับความคุ้มค่าผ่าน Fit Point นวัตกรรมที่เชื่อมโยงพฤติกรรมสุขภาพเข้ากับความคุ้มค่า โดยลูกค้าสามารถสะสมคะแนนจากผลตรวจสุขภาพ การเดิน หรือการออกกำลังกาย ให้ทุกการดูแลสุขภาพได้เปลี่ยนเป็นส่วนลดเบี้ยประกันภัยปีต่ออายุได้สูงสุดถึง 15% (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต กำหนด)

รางวัลดังกล่าวจึงไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จของ MTL Click Application ในฐานะนวัตกรรมบริการดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำวิสัยทัศน์ของเมืองไทยประกันชีวิต ในการพัฒนาการให้บริการที่ก้าวไกลกว่าการประกันชีวิตแบบดั้งเดิม สู่การเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยดูแลลูกค้าได้อย่างรอบด้านในทุกการใช้ชีวิตประจำวันและทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นในทุกวัน

MTL Click Application สามารถดาวน์โหลดฟรีได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.muangthai.co.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1766 กด 4 หรือศูนย์บริการลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตทั่วประเทศ

เสียงสะท้อนจากคนเลี้ยงไก่ไข่..เอ็กบอร์ดเป็นกลไกให้คนไทยได้กินไข่ในราคาเหมาะสม คนเลี้ยงอยู่ได้

0

เวลาไข่แพง… คนซื้อก็บ่น เวลาไข่ถูก… คนเลี้ยงก็ร้อง! แล้วรู้ไหมว่าใครที่คอยประคองไม่ให้วงจรนี้พัง ชื่อของ “เอ้กบอร์ด” (Egg Board) หรือคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่ฯ มักถูกโยนขึ้นมากลางวงสนทนาเสมอ ว่ามีไว้ทำไม? มีไว้ช่วยใครกันแน่?

เมื่อเร็วๆ นี้ จากงานเสวนานำเสนอผลการศึกษานโยบาย มาตรการการกำกับดูแล และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมไก่ไข่และไข่ไก่ ที่จัดทำโดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (ทีดีอาร์ไอ) เพื่อรับฟังข้อความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากนักวิชาการ หน่วยงานราชการและเกษตรกรในวงการไก่ไข่เพื่อใช้เป็นข้อมูลไปปรับปรุงให้ผลการศึกษาครบถ้วน ซึ่งบทบาทของเอ็กบอร์ด และมาตรการจัดสรรโควตานำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ โดยบางฝ่ายมองว่าเป็นข้อจำกัดต่อการแข่งขัน ส่งผลให้ราคาไข่ไก่ตลาดสูง หากเสียงจากคนเลี้ยงไก่ไข่ โดยเฉพาะรายย่อย กลับสะท้อนตรงกันว่า หากไม่มีระบบดูแลที่เหมาะสม คนเลี้ยงตัวเล็กอาจเป็นฝ่ายล้มก่อน และส่งผลถึงความมั่นคงทางอาหาร

ไข่ไก่ 1 ฟอง… ชีวิตคนนับแสน
เพราะไข่ไก่ไม่ใช่แค่อาหารประจำบ้าน แต่เป็นอาชีพของคนจำนวนมากในห่วงโซ่การผลิต ขณะที่ปัจจุบันประเทศไทยมีแม่ไก่ไข่ยืนกรงราว 53–54 ล้านตัว ผลิตไข่ได้ประมาณ 44–45 ล้านฟองต่อวัน ใกล้เคียงกับความต้องการบริโภคเฉลี่ยวันละ 39–40 ล้านฟอง การที่ผลผลิตยังอยู่ในระดับสมดุล ไม่ขาดตลาดและไม่ล้นตลาดมากเกินไป ส่วนหนึ่งเกิดจากการบริหารจัดการต้นน้ำผ่านกลไกของเอ้กบอร์ด ช่วยให้ผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยที่มีอยู่ถึง 320,000 รายยืนอยู่ได้เป็นกำลังหลักในการผลิตไข่ไก่ให้คนไทยไม่ขาดแคลน

มองให้พ้นเรื่อง “การค้า ” แล้วจะเห็นเรื่อง “ความอยู่รอด”

อินทิตา เหลืองเรณู เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อย มองว่า การพิจารณาบทบาทของเอ้กบอร์ดไม่ควรมองแค่เรื่องการปิดกั้นการแข่งขัน อย่าลืมมองถึงความอยู่รอดของเกษตรกรรายเล็กด้วย เพราะหากเปิดเสรีโดยไม่มีใครกำกับการผลิตให้สอดคล้องกับตลาด คนที่ต้นทุนสูงกว่าและอำนาจต่อรองน้อยกว่าจะรับแรงกระแทกก่อน นั่นคือเกษตรกรรายย่อย

ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ต้องไม่ลืมว่าคนไทยไม่เคยเดือดร้อนเรื่องขาดแคลนไข่ไก่เลย แม้จะมีบ้างช่วงแรกๆ แต่ไม่ได้เกิดจากการผลิตขาดแคลน แต่เกิดจากความตระหนกจึงมีการซื้อไข่ไก่สูงกว่าปกติ ขณะที่ผลผลิตออกมาทุกวัน

สุเทพ สุวรรณรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ ระบุว่า เอ้กบอร์ดทำหน้าที่เป็นกลไกกลางที่ช่วยให้ทั้งคนเลี้ยงไก่ไข่รายใหญ่และรายย่อยได้ร่วมกันวางแผนการผลิตตามหลัก “ตลาดนำการผลิต” คือดูความต้องการบริโภคเป็นตัวตั้ง เพื่อให้คนไทยมีไข่กินอย่างเพียงพอ ราคาไม่ผันผวน ขณะเดียวกันผู้เลี้ยงก็ไม่ต้องขายขาดทุนจนอยู่ไม่ได้

คนจะรู้สึกว่าไข่ไก่หน้าแผงราคาแพงถึง 3–4 บาทต่อฟอง แต่ในความเป็นจริงราคาที่เกษตรกรขายได้หน้าฟาร์มต่ำกว่านั้น เพราะยังมีปัจจัยเรื่องขนาดไข่ และต้นทุนที่เกิดหลังจากออกจากฟาร์ม เช่น ค่าขนส่ง ค่าบริหารจัดการ และค่าการตลาดของพ่อค้าคนกลางก่อนไข่จะเดินทางถึงผู้ซื้อ การศึกษาควรพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน เพราะการบริหารจัดการผลผลิตไข่ไก่ต้องคำนึงถึง ปริมาณดีมานด์-ซัพพลาย ข้อมูลต้นทุน และปัจจัยที่ทำให้ไข่ไก่ราคาสูง

บทเรียนปี 2552 ยังฝังใจ ไข่ฟองละ 1 บาท คนเลี้ยงล้มระเนระนาด

เหตุผลที่ผู้เลี้ยงไก่ไข่จำนวนมากยังสนับสนุนให้มีกลไกกำกับอย่างเอ็กบอร์ดมาจากบทเรียนในอดีตที่ยังจำไม่ลืม

บทเรียนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2552 เมื่อมีการเปิดเสรีการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ ส่งผลให้ไข่ไก่ล้นตลาด ราคาไข่หน้าฟาร์มร่วงเหลือเพียงฟองละ 1 บาท ต่ำกว่าต้นทุนอย่างหนัก จนผู้เลี้ยงจำนวนมากขาดทุนยับเยิน หลายรายแบกภาระไม่ไหวต้องเลิกอาชีพไปอย่างถาวร เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้คนในอุตสาหกรรมจำนวนไม่น้อยเชื่อว่า การกำกับปริมาณการผลิตของเอ็กบอร์ดไม่ได้เป็นกลไกปิดกั้นการแข่งขัน แต่เป็นการรักษาสมดุลไม่ให้ตลาดพัง

ด้าน ศ.ดร.ชัยภูมิ บัญชาศักดิ์ หัวหน้าภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชี้ว่า อุตสาหกรรมไก่ไข่เป็นระบบที่ต้องวางแผนล่วงหน้าเป็นปี ไม่สามารถเพิ่มหรือลดการผลิตได้ทันทีเหมือนสินค้าทั่วไป หากปล่อยเสรีโดยไม่มีกรอบกำกับ เมื่อผลผลิตออกมาพร้อมกันจนล้นตลาด ราคาจะร่วงเร็ว และคนที่ได้รับผลกระทบก่อนย่อมเป็นเกษตรกรรายย่อยที่มีต้นทุนสูงกว่าและสายป่านสั้นกว่า

“ในระยะยาวเมื่อผู้ผลิตทยอยออกจากระบบ ปริมาณไข่ไก่หายไป ราคาไข่ไก่ก็มีโอกาสพุ่งสูงขึ้น สุดท้ายแล้ว ความผันผวนของราคาไม่เป็นผลดีต่อใครเลย ทั้งผู้บริโภคและเกษตรกร”

ในมุมนี้ เอ้กบอร์ดจึงไม่ได้มีความหมายแค่เรื่องโควตาปริมาณการผลิต แต่คือกลไกที่ช่วยรักษาที่ยืนของคนตัวเล็กในอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการดูแลให้คนไทยยังเข้าถึงไข่ไก่ในราคาที่เหมาะสม เพราะหากไม่มีระบบคอยประคอง สมดุลที่เห็นอยู่ทุกวันนี้อาจหายไป และผู้ที่ล้มก่อน อาจไม่ใช่คนซื้อ แต่คือเกษตรกรรายย่อยที่เป็นฐานสำคัญของอุตสาหกรรมไข่ไก่ไทย

มากกว่าเรื่องระบบตลาดเสรี คือ ความมั่นคงทางอาหาร

สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อย Egg Board เอ็กบอร์ดเป็นกลไกที่ช่วยดูแลทั้งอาชีพเกษตรกร เป็นตาข่ายรองรับสันหลังหลักของความมั่นคงทางอาหารของชุมชนและของประเทศ ช่วยดูแลคนไทยยังมีไข่ไก่บริโภคอย่างเพียงพอไม่เดือดร้อน

ทริคต้องรู้นักลงทุนมือใหม่

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง" หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

สัปดาห์นี้ “คุณนายพารวย” มีทริคเตรียมความพร้อมสำหรับนักลงทุนมาฝาก! จะเป็นนักลงทุนมือใหม่หรือมือเก่า ก็นำไปใช้สร้างพอร์ตลงทุนของตัวเองให้เติบโตอย่างมั่นคงได้  เพราะการก้าวไปให้สู่เป้าหมาย “อิสรภาพทางการเงิน” เราต้องมีอาวุธและวิชาติดตัวเพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์ให้ได้

ก้าวแรกที่สำคัญที่สุดคือ “รู้จักตัวเอง” ให้ดี เราต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า เป้าหมายการลงทุนของตัวเองคืออะไร เช่น  วางแผนเกษียณ, สร้างรากฐานครอบครัว หรือเพื่อการศึกษาของลูก ที่สำคัญคือต้องประเมิน “ระดับความเสี่ยง” ที่ยอมรับได้ ถ้าไม่ชอบเสี่ยงมาก เห็นตัวเลขติดลบแล้วกินไม่ได้นอนไม่หลับ ก็เลือกลงทุนแบบเน้นรักษาเงินต้น แต่ถ้าเป็นคนใจถึงพึ่งได้ และเข้าใจธรรมชาติของการลงทุน ก็ขยับไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ท้าทายขึ้น

ลำดับถัดมาคือ “รู้จักทางเลือกการลงทุน” ซึ่งเดี๋ยวนี้มีมากมายหลายประเภททั้ง หุ้น, ETF, ตราสารหนี้, DW หรือกองทุนรวม แต่ละประเภทก็มีความแตกต่างทั้งรูปแบบ, ความเสี่ยง, ผลตอบแทน เราต้องพิจารณาว่าสินทรัพย์ไหนที่คลิกกับไลฟ์สไตล์และเป้าหมายของเรา จะช่วยให้เราจัดพอร์ตได้อย่างมีความสุข

ต่อมาคือ “การวิเคราะห์พื้นฐานและเทคนิค” อย่าซื้อหุ้นตามคำบอกของเพื่อนหรือใครๆ เด็ดขาด ! นักลงทุนที่ดีต้องรู้จักวิเคราะห์ ปัจจัยพื้นฐาน เพื่อดูว่าบริษัทนั้นทำธุรกิจอะไร กำไรโตไหม และใช้ ปัจจัยทางเทคนิค มาช่วยหาจังหวะซื้อ-ขายที่เหมาะสม ทริคนี้จะช่วยให้เราไม่ต้องเป็นโรคกลัวความสูงจากการติดดอยนานๆ และเพิ่มโอกาสในการกำไรได้มากขึ้น

รู้จักใจตัวเองและรู้จักสินทรัพย์ลงทุนดีแล้ว ก็ถึงเวลาของการ “สร้างพอร์ตและคัมภีร์ลงทุน” พอร์ตลงทุนที่ดี ต้องกระจายความเสี่ยงได้อย่างสมดุล ไม่ใช้เงินจำนวนมากลงทุนในสินทรัพย์เดียวจนหมด แต่ก็ต้องไม่หลากหลายหรือกระจายจนเกินไป ส่วนคัมภีร์ลงทุนเราควรเขียนเพื่อกำหนดแนวทางการลงทุนของตัวเอง เอาไว้เป็นเครื่องเตือนสติและเป็นกรอบการตัดสินใจ ไม่ให้เราเผลอเทรดไปตามอารมณ์หรือกระแสโซเชียลจนเสียแผนที่วางไว้

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ขั้นตอนที่ตื่นเต้นที่สุดคือการ “ลงมือทำ” ติดต่อโบรกเกอร์เพื่อเปิดบัญชีซื้อขาย ซึ่งเดี๋ยวนี้ทำได้สะดวกมาก  ไม่ต้องมีเงินก้อนโตก็เริ่มได้ กองทุนรวมบางกอง หรือหุ้นบางตัวใช้เงินหลักร้อยหลักพันก็เป็นเจ้าของได้ ขอแค่ได้เริ่มก้าวแรก ความรู้และประสบการณ์จะค่อยๆ ตามมาเอง

หลังจากลงมือทำแล้วต้อง “ติดตามและทบทวนอย่างสม่ำเสมอ”  จะลงทุนแล้วทิ้งไว้เฉยๆ ไม่ได้ค่ะ เพราะโลกเปลี่ยนไปทุกวัน เราจึงต้องหมั่นมาตรวจการบ้าน ทบทวนพอร์ตว่ายังเป็นไปตามแผนไหม หรือต้องปรับจูนอะไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้เร็วขึ้น การใส่ใจอย่างสม่ำเสมอคือเคล็ดลับของนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ

การเดินทางสู่เป้าหมายอาจจะมีอุปสรรคบ้าง การลงทุนก็เช่นกัน อาจเจอช่วงที่ตลาดผันผวนบ้าง เหมือนกับการเดินทางไกลที่เราไม่จำเป็นต้องวิ่งเร็วที่สุด แต่ขอให้ก้าวเดินอย่างมั่นคงและมีความรู้เป็นเกราะป้องกัน เพื่อทำให้เราพร้อมที่สุดสำหรับการก้าวสู่สนามลงทุน

คุณนายพารวย

CPF ทำถึง! คว้า 3 รางวัล BrandAge Awards 2026 จากเสียงผู้บริโภคทั่วประเทศ

0

จากความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อสุขภาพที่ดีและโลกที่ยั่งยืน บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ได้รับ 3 รางวัลจากเวที BrandAge Awards ครอบคลุมทั้งระดับองค์กรและแบรนด์ ได้แก่ 2025–2026 Thailand’s Most Admired Company องค์กรที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด อันดับ 1 กลุ่มธุรกิจอาหารพร้อมทาน และมีความโดดเด่นด้านนวัตกรรมในกลุ่มธุรกิจอาหาร พร้อมกันนี้ยังได้รับรางวัล 2026 Thailand’s Most Admired Brand หมวดผลิตภัณฑ์ไส้กรอกซีพี ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยรางวัลดังกล่าวอ้างอิงจากผลสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคทั่วประเทศ

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ CPF ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น AI, Automation และระบบ Traceability มาใช้ตลอดห่วงโซ่อาหาร เพื่อยกระดับคุณภาพอาหารให้สะอาด ปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการ และมีความหลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก

หนึ่งในตัวอย่างของการต่อยอดนวัตกรรมสู่ระดับสากล คือโครงการ “ไก่ไทยไปอวกาศ” ที่ CPF พัฒนาเนื้อไก่ไทยคุณภาพสูงสำหรับภารกิจอวกาศ สะท้อนมาตรฐานความปลอดภัยอาหารในระดับสูงสุด (Space Food Safety Standard) และศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารไทยในการก้าวสู่เวทีโลก โดยผลิตภัณฑ์ของ CPF อาทิ ไก่เบญจา เกี๊ยวกุ้ง ไส้กรอก และนักเก็ตไก่จากพืช ได้รับการยอมรับในระดับสากล จากรางวัล Superior Taste Award โดยสถาบัน International Taste Institute ประเทศเบลเยียม

อนรรฆวี ชูรัตน์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดกลาง CPF

นางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดกลาง CPF กล่าวว่า รางวัลครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือของหลายหน่วยงานในองค์กร ทั้งทีมวิจัยและพัฒนา และทีม Culinary ที่ใช้ข้อมูลผู้บริโภคและเทรนด์ระดับโลกเป็นศูนย์กลาง ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพ ทั้งด้านรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในความสะอาดและความปลอดภัย พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน และผลักดันศักยภาพอาหารไทยสู่ตลาดโลก

“การได้รับ 3 รางวัลในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อ CPF ในการยกระดับมาตรฐานอาหารไทยสู่เวทีสากล พร้อมสร้างคุณค่าให้กับผู้คน สังคม และโลกอย่างยั่งยืน” นางสาวอนรรฆวี กล่าว

การสำรวจโดย BrandAge สื่อชั้นนำด้านการตลาด สะท้อนเสียงจากผู้บริโภคตัวจริง โดยความร่วมมือกับคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เพื่อศึกษาพฤติกรรมและความคิดเห็นของผู้บริโภคอย่างเป็นระบบ

สำหรับรางวัล 2025–2026 Thailand’s Most Admired Company มาจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างคนทำงานในกรุงเทพฯ 400 คน ระหว่างเดือนกันยายน–ตุลาคม 2568 ขณะที่รางวัล 2026 Thailand’s Most Admired Brand มาจากผู้บริโภค 1,600 คนทั่วประเทศ ครอบคลุม 5 ภูมิภาคหลัก สะท้อนมุมมองและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อองค์กรและแบรนด์ในวงกว้าง.

ไข่ไก่…เขย่าเก้าอี้รัฐบาล! ย้อนสถิติกราฟราคาไข่ ยุคไหนทำคนไทยอ่วมสุด?

0

“ราคาไข่ไก่” มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นดัชนีในการชี้วัดฝีมือในการทำงานของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย ซึ่งในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลที่คว้าตำแหน่งยุคไข่แพงคือ รัฐบาลประยุทธ์ 4.00 บาท ยุคที่ราคาถูกที่สุดคือยุคนายกสุรยุทธ์ 2.32 บาท มาถึงยุคนายกอนุทินล่าสุดเพิ่งขยับขึ้น 20 สตางค์ไปเป็น ฟองละ 3.40 บาท แต่ก็ถูกโจมตีอย่างรุนแรงว่าไข่แพงทั้งที่ไม่ใช่ราคาสูงสุดที่เคยเกิดขึ้น

มาดูข้อเท็จจริงของภาคอุตสาหกรรมไก่ไข่ จะพบว่า ปัจจุบันอาจจะเรียกได้ว่าประเทศผลิตไข่ไก่ได้เกือบสมดุลกับการบริโภค กล่าวคือ ปัจจุบันคนไทยบริโภคไข่ไก่เฉลี่ยประมาณ 235-237 ฟองต่อคนต่อปี นำมาสู่การกำหนดเป้าการผลิตรวมของประเทศไว้ที่ประมาณ 15,500 ล้านฟองต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 41-43 ล้านฟอง เพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ ทั้งนี้ตลาดไข่ไก่ในประเทศคิดเป็นสัดส่วน 97% ส่วนอีก 3% เป็นตลาดส่งออก

เหตุผลที่เป็นอย่างนั้น เพราะมีการถอดบทเรียนวิวัฒนาการปัญหาราคาไข่ไก่ในอดีตที่นำมาสู่การวางระบบ การควบคุมปริมาณการเลี้ยง (ระบบโควตา) โดย “คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์” (Egg Board) ที่ใช้”การตลาด” นำการผลิต ซึ่งคำนวณย้อนกลับ (Backward Calculation) ซึ่งกรมฯ ใช้การคำนวณจากจำนวนประชากรและความต้องการบริโภค เพื่อกำหนดจำนวนการนำเข้าปู่ย่าพันธุ์ (GP) และพ่อแม่พันธุ์ (PS) ให้เหมาะสม โดยสรุปว่าควรมีพ่อแม่พันธุ์ (PS) ไม่เกิน 440,000 ตัว เพื่อให้มีไก่ยืนกรงประมาณ 51-52 ล้านตัว

จากอดีตในปี 2552 มีผู้ประกอบการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ (PS) เพียง 10 ราย ต่อมาในปี 2553 มีการเปิดเสรีทำให้ผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นเป็น 19-21 ราย ส่งผลให้ปริมาณไก่ไข่ล้นตลาดและราคาตกต่ำอย่างหนักในช่วงปี 2559-2560 ซึ่งนำมาสู่ระบบการควบคุมภาคสมัครใจ แต่อาจจะไม่ได้ใช้คำว่า “โควตา” เพราะน่าจะเรียกว่าเป็น “การร่วมมือกันควบคุมปริมาณการเลี้ยงแบบภาคสมัครใจ” โดยมีกรมปศุสัตว์เป็นเจ้าภาพในการบูรณาการทั้งอุตสาหกรรม

หากไข่ล้นตลาด จะขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ช่วยส่งออกไข่ไก่ รวมถึงขอความร่วมมือให้ปลดไก่ยืนกรงที่อายุ 78-80 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้มีไก่ในระบบมากเกินไป

ดังนั้น ข้อดีของการมี Egg Board คือ

  1. เสถียรภาพด้านราคา ช่วยให้ราคาไข่ไม่ผันผวนจนเกินไป ทำให้ “เกษตรกรอยู่ได้ และประชาชนไม่เดือดร้อน”
  2. การคุ้มครองเกษตรกรรายย่อยซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางให้มีความสามารถในการแข่งขัน
  3. การสร้างความยั่งยืนของอุตสาหกรรม เมื่อเกษตรกรมีกำไรเล็กน้อยพออยู่ได้ พวกเขาจะมีกำลังใจในการพัฒนาคุณภาพไข่ไก่ให้สูงขึ้นและรักษามาตรฐานฟาร์ม
  4. ลดภาระงบประมาณรัฐ จากบทเรียนในอดีตที่ไม่มีการจัดการที่ดี รัฐบาลต้องนำเงินงบประมาณจำนวนมากมาจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อแทรกแซงราคาเมื่อไข่ถูกเกินไป แต่ปัจจุบันภายใต้การดูแลของ Egg Board รัฐบาลแทบไม่ต้องควักเงินภาษีมาช่วยในส่วนนี้เลย

ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า การมี Egg Board จึงเป็นกลไกการบริหารจัดการเพื่อรักษาเสถียรภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อเกษตรกรและผู้บริโภคเหมือนในอดีต และเป็นโมเดลที่ควรนำไปประยุกต์ใช้กับสินค้าเกษตรชนิดอื่นๆ เพื่อความยั่งยืนของเศรษฐกิจฐานราก

ก่อนหน้าน.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เคยกล่าวว่า กลไกการทำงานของ Egg Board ใช้การบริหารจัดการโดยเอาข้อมูลการตลาดมาเป็นตัวตั้งก่อนจึงวางแผนการผลิต เป็นการถอดบทเรียนจากอดีต ทำให้สินค้าไข่ไก่มีเสถียรภาพด้านราคา เป็นโมเดลที่ดีที่สินค้าเกษตรอื่นๆ ก็ควรทำ ทั้งยังมีส่วนช่วยยกระดับอุตสาหกรรมแปรรูปไข่ไก่เพื่อขยายตลาดส่งออก แทนการส่งออกไข่สดซึ่งมีอายุการเก็บรักษาสั้น ทำให้ส่งออกได้ในหลายประเทศ

อย่างไรก็ตาม ต่อมุมมองที่ว่า กลไกการกำหนดโควตานำเข้าพ่อแม่พันธุ์ในแต่ละปีเป็นการจำกัดไม่ให้ผู้เล่นรายใหม่ หรือไม่ น.สพ.สมชวน เคยอธิบายหลายครั้งว่า Egg Board ไม่เคยปิดกั้นผู้เล่นรายใหม่ ที่จะเข้ามา เป็นรายที่ 17 แต่เราวางระบบคัดกรองผู้เล่นที่มีคุณภาพ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสมดุลของตลาดไข่ไก่ โดยผู้จะนำเข้าเมื่อยื่นขออนุญาตจะต้องเสนอแผนธุรกิจ แผนการผลิต และแผนการตลาดที่ชัดเจน หากคุณมีแผนที่อธิบายได้ชันเจนว่าจะไม่มากระทบเสถียรภาพราคาหรือสมดุลก็สามารถเข้ามาขอ Egg Board ได้
“เราถอดบทเรียนจากประวัติศาสตร์ในปี พ.ศ. 2552 เคยมีการเปิดเสรีการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ ปริมาณไข่ไก่ก็ล้นตลาด ราคาตกต่ำจนเกษตรกรขาดทุนและตายเกือบหมด เราไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น”

“ราคาไข่ไก่ ตอนนี้ 3 บาทกว่านี่ถูกที่สุดแล้วไข่เทียบกับโปรตีนชนิดอื่น กินไข่ฟองสองฟองอยู่ได้แล้ว ไข่ยังถูกกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีก ในมุมมองของภาครัฐเราต้องมองที่ “ราคาเฉลี่ยทั้งปี” ไม่ใช่การมองราคาที่ผันผวนตามรายวันหรือรายสัปดาห์ บางช่วงราคาอาจขึ้นไปถึง 3.60 บาท แต่บางช่วงก็ตกลงมาเหลือ 2.60 บาท ดังนั้นต้องพิจารณาที่ค่าเฉลี่ยต้นทุน “

มุมมองของด้านเกษตรกร นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ เปิดเผยว่า การที่มี egg borad วางกติกาและเงื่อนไขที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เนื่องจากช่วยให้ตลาดไก่ไข่มีความสมดุลระหว่างปริมาณการผลิตและการบริโภค โดยเงื่อนไขการดูแลการนำเข้าปู่ย่าพันธุ์ (GP) และพ่อแม่พันธุ์ (PS) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ดำเนินการมาประมาณ 5-6 ปีแล้ว และเราเห็นว่าภาพรวมของธุรกิจไข่ดีขึ้นกว่าช่วงที่ยังไม่มีเงื่อนไขนี้ ซึ่งผู้เลี้ยงรายใหม่หรือผู้ที่เลี้ยงอยู่แล้วแต่กังวลว่าจะไม่ได้รับความช่วยเหลือเรื่องพันธุ์สัตว์จากบริษัทคู่ค้าโดยตรง แนะนำว่าให้แจ้งเรื่องไปยังกรมปศุสัตว์ซึ่งทำหน้าที่เป็นเลขาธิการของ Egg Board เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือและสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่ายจะดีกว่า เพราะข้อเท็จจริงด้านระบบการผลิตและการตลาดไข่ไก่นั้น ด้านปริมาณพ่อแม่พันธุ์ไม่ได้ขาดแคลน

เมืองไทยประกันชีวิต จัดพิธีมอบรางวัลเกียรติยศ “MUANG THAI LIFE CONVENTION 2025” สุดยิ่งใหญ่

0

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และนายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นางสลิล ล่ำซำ ดร.สุธี  โมกขะเวส กรรมการผู้จัดการ ให้เกียรติร่วมเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเกียรติยศฝ่ายขายประจำปี 2568  “MUANG THAI LIFE CONVENTION 2025″  เพื่อเป็นการประกาศเกียรติยศและฉลองความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ให้กับสุดยอดนักขายของเมืองไทยประกันชีวิต ที่มีผลงานขายยอดเยี่ยมด้วยความเป็นมืออาชีพและทุ่มเทความสามารถรวมถึงให้การบริการที่ดี ตั้งมั่นส่งมอบความสุขและรอยยิ้มที่ยั่งยืแก่ผู้เอาประกัน ในการเป็นที่ปรึกษาด้านประกันชีวิตที่พร้อมดูแลและคอยเคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงจังหวะของชีวิต ภายใต้กฎระเบียบและจรรยาบรรณตัวแทนที่เคร่งครัด

โดยพิธีมอบรางวัล “MUANG THAI LIFE CONVENTION 2025″ นี้  ยังได้รับเกียรติจาก คุณธีรชยา พิมพ์กิติเดช Miss Tiffany’s 2026 คุณพิมพ์รตา ป้องชัยวิวัฒน์ รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณมินท์ธิตา อ่อนดำ รองชนะเลิศอันดับ และผู้เข้าประกวด Miss Tiffany’s 2026 ร่วมถือโล่รางวัลเกียรติยศสูงสุด เพื่อมอบให้แก่สุดยอดนักขายของเมืองไทยประกันชีวิตที่ได้รับรางวัลอีกด้วย งานจัดขึ้น ณ โรงแรมไบรท์ตัน แกรนด์ พัทยา 

ตลท. ชวนร่วมงาน “THE NEXT HR FRONTIER 2026” อัปเดตกลยุทธ์พัฒนาคน รับโลกธุรกิจยุคใหม่

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชวนผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงานด้าน HR และผู้ที่สนใจร่วมงาน “THE NEXT HR FRONTIER 2026” เวทีอัปเดตแนวคิดและกลยุทธ์การพัฒนาบุคลากรให้พร้อมทำงานในโลกธุรกิจยุคใหม่ ในวันอังคารที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ตลาดหลักทรัพย์ฯ พบกับหัวข้อน่าสนใจและวิทยากรชั้นนำ อาทิ

  • “HR Blueprint” เจาะลึกพิมพ์เขียวการพัฒนาทักษะใหม่ พร้อมกลยุทธ์มัดใจคนทุกรุ่น สร้างขุมกำลังคนสำหรับตลาดทุนไทย โดย คุณพรรณวดี ลดาวัลย์ ณ อยุธยา รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ
  • “Strategic HR Talk 2026” เสวนาการวางกลยุทธ์พัฒนาคนให้ตรงเป้าหมายธุรกิจ กับตัวจริงด้านการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงคนและองค์กร โดย คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม จาก AIS, คุณวินิตา สาน้อย จาก PTG และ คุณอภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา จาก Slingshot Group
  • อัปเดตโซลูชันด้านการพัฒนาทักษะบุคลากรในตลาดทุนและองค์กรยุคใหม่จากตลาดหลักทรัพย์ฯ

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังได้รับสิทธิพิเศษอบรมออนไลน์กับ SET DSD e-Learning ฟรี บริษัทละ 10 สิทธิ์ และแพ็กเกจความรู้จาก Corporate Excellence Learning Solution มูลค่ารวมกว่า 20,000 บาท ลงทะเบียนฟรี ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 17 เมษายน 2569 ที่ https://set-event-registration.setgroup.or.th/e/the-next-hr-frontier-2026 หรือสอบถาม SET Contact Center 0 2009 9999