Home Blog Page 2

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย “องค์มีหนัามีตา ”

0

พระอาจารย์สอนเซียนเจี๊ยบ พระสมเด็จวัดระฆัง มีหน้ามีตามีปากครบทุกองค์ ตังอิ๋วทำให้พระหดลง20 เปอร์เซ็นต์ เมื่อพระแห้งสนิท ทำให้หน้าตาเส้นสายหายไป และพระสมเด็จวัดระฆังมีรักทองร้อยละ99องค์นะเธอ

ด้วยเหตุนี้เลือกพระมีรักทอง เนื้อออกคล้ำไว้ก่อน ขาวๆไว้ให้เซียนเค้าซื้อขายกัน

เราเจอพระสมเด็จคล้ำมีรักทองเก่าๆ เอาไว้ใช้เชื่อพระอาจารย์ เฮียเถาว์ลูกพี่พระอาจารย์สอนไว้

มาดูพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ปกโพธิ์มีหน้ามีตา องค์วันนี้ “ตามทฤษฎีพระอาจารย์” พระสมเด็จมีหน้ามีตาทุกองค์ องค์นี้เนื้อออกขาวขุ่น แก่ปูนเปลือกหอย เห็นฝ้าขาวในเนื้อ ที่มวลสารหลุดไป ก้อนดำเม็ดแดงก้อนเทา ก้อนขาวครบ หลุมบ่อ พื้นผิวตึงแต่ไม่เรียบ องค์นี้คนกดตั้งใจมาก พระสมเด็จเลยออกมา เส้นสายหน้าตา ติดครบ

ด้านหลังมีคราบตังอิ๋วเหลืองอ่อน แทรกในเนื้อ รอยปริ ก้อนดำก้อนแดงเม็ดเทาเม็ดขาวครบ ช่วยการตัดสินใจ ในการดูพระสมเด็จวัดระฆัง
เดินเจออย่าปล่อยให้หลุดมือนะจ๊ะเดี๋ยวจะหาว่าเซียนเจี๊ยบไม่บอก ที่สำคัญตามสูตรเซียนเจี๊ยบบางกรวย”ข้างตอกตัดเท่านั้น”พระสมเด็จวัดระฆัง

พระอาจารย์สอนเซียนเจี๊ยบบอกต่อ “หวานเจี๊ยบนะจ๊ะเธอ”

เจี๊ยบบางกรวยเดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897

สมุทรปราการ พลิกโจทย์ “ปลาต่างถิ่น” สร้างรายได้ชุมชน เดินหน้าควบคุมต่อเนื่อง ฟื้นสมดุลแหล่งน้ำ

0

พื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เดินหน้าต่อยอดการบริหารจัดการปลาต่างถิ่น ผ่านการ “ใช้ประโยชน์ควบคู่การควบคุม” ช่วยลดต้นทุนเลี้ยงปลากะพง นำมาแปรรูปสร้างรายได้ พร้อมฟื้นสมดุลระบบนิเวศแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง

“มาเรียมน้อย สุคนธทรัพย์” ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านคลองสวน เปิดเผยว่า เกษตรกรในพื้นที่ได้รับการสนับสนุนลูกพันธุ์ปลากะพงมาเลี้ยงจากประมงจังหวัดเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงปลาเศรษฐกิจในระบบกึ่งธรรมชาติ โดยใช้ปลาหมอคางดำเป็นปลาเหยื่อสำหรับเลี้ยงสัตว์น้ำ ปลากะพงขาวถือเป็น “ปลาผู้ล่า” ที่ช่วยควบคุมลูกปลาต่างถิ่นในบ่อเลี้ยง ขณะเดียวกันยังเป็นปลาเศรษฐกิจที่มีการเติบโตเร็ว เนื้อแน่น และสามารถปรับตัวได้ทั้งน้ำจืดและน้ำกร่อย ที่สำคัญปลากะพงยังจำหน่ายได้ในราคาที่ดี

ปัจจุบัน ปลาหมอคางดำเป็น “โอกาสของชุมชน” ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย โดยเฉพาะช่วยเกษตรกรลดต้นทุนอาหารสัตว์น้ำ ขณะเดียวกัน ชุมชนยังนำมาใช้บริโภคในครัวเรือนและแปรรูปสร้างรายได้

“ทุกวันนี้ ชาวบ้านนำปลาหมอคางดำขนาดใหญ่มาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น น้ำยาขนมจีน ปลาราดพริก และที่สร้างรายได้ดี คือ ปลาเค็มแดดเดียว ขายได้กิโลกรัมละประมาณ 100 บาท ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือน”

จากความต้องการใช้ปลาหมอคางดำ ช่วยกระตุ้นให้เกิดการจับปลามาจำหน่ายแก่เกษตรกร และชุมชนที่แปรรูป โดยปลาขนาดใหญ่จำหน่ายได้กิโลกรัมละประมาณ 20 บาท และปลาขนาดเล็กสำหรับเป็นเหยื่ออยู่ที่ประมาณ 5 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ภายในชุมชน

ด้าน สมพร เกื้อสกุล ประมงจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า แนวทางการส่งเสริมเกษตรกรเลี้ยงปลากะพงเป็นการบูรณาการช่วยเหลือเกษตรกรและจัดการทรัพยากรไปพร้อมกัน โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการสนับสนุนลูกพันธุ์ปลากะพงให้เกษตรกรแล้ว 3 รุ่น และอยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อสนับสนุนพันธุ์ปลากะพงขาวและจะอยู่ระหว่างการสำรวจความต้องการของเกษตรกรเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงปูทะเลเพิ่มเติมในอนาคต

“การสนับสนุนให้เกษตรกรเลี้ยงปลากะพง ควบคู่กับการส่งเสริมให้ชุมชนใช้ประโยชน์จากปลาต่างถิ่น เป็นแนวทางที่ช่วยบรรเทาผลกระทบและสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้จริง”
ขณะเดียวกัน จังหวัดสมุทรปราการยังเดินหน้าจัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อจับปลาต่างถิ่นออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยปลาที่จับได้จะนำมาผลิตน้ำหมักชีวภาพสำหรับแจกจ่ายให้เกษตรกรใช้บำรุงดินและพืช

ความร่วมมือของภาครัฐและชุมชนจัดการปลาต่างถิ่น ผ่านการ “ใช้ประโยชน์–ควบคุม–ฟื้นฟู” อย่างครบวงจร โดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลาง สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ชุมชน พร้อมสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับท้องถิ่น

AIS พร้อมรับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง มั่นใจดูแลโครงข่ายและการเชื่อมต่อทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

0

จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นในขณะนี้ AIS เข้าใจถึงความห่วงใยของลูกค้าและประชาชนต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในหลายมิติ ทั้งด้านการสื่อสาร การเชื่อมต่อ ตลอดจนปัจจัยแวดล้อมด้านพลังงานที่อาจส่งผลต่อการดำเนินงานในภาพรวม โดยบริษัทได้เตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้าน พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง

  • วางแผนโครงข่ายและการเชื่อมต่อ รองรับทุกสถานการณ์ AIS ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมด้านโครงข่ายและการเชื่อมต่อทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างรอบด้าน พร้อมบริหารจัดการทรัพยากรเครือข่ายทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางสำรองอย่างเหมาะสม เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นและรักษาคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันสายเคเบิลที่ผ่านพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วนทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตที่ออกไปโซนยุโรป น้อยกว่า 10% 
  • ประเมินสถานการณ์ต่อเนื่อง ลดผลกระทบให้น้อยที่สุด บริษัทติดตามพัฒนาการของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบริการในด้านต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเตรียมมาตรการรองรับได้อย่างทันท่วงที และลดผลกระทบต่อผู้ใช้งานให้อยู่ในวงจำกัด
  • ปฏิบัติการเชิงรุก จัดตั้งทีมงานเฉพาะกิจพิเศษเฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอดจนประสานการทำงานกับทุกภาคฝ่ายทั้งในประเทศและระดับสากลที่มีความเกี่ยวข้อง รวมทั้งเครือข่ายพันธมิตรผู้ให้บริการระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาเสถียรภาพของโครงข่ายและการเชื่อมต่อให้พร้อมรองรับการใช้งานของลูกค้าทุกกลุ่ม

AIS ขอยืนยันความพร้อมในการดูแลโครงข่ายและการเชื่อมต่อทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างเต็มที่ และยังคงมุ่งมั่นรักษามาตรฐานการให้บริการสูงสุด เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า บริการของ AIS จะยังคงพร้อมรองรับการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพในทุกสถานการณ์

AIS 3BB FIBRE3 เปิดแคมเปญตอกย้ำพลังเน็ตบ้าน ชวนอินฟลูดังร่วม Live พิสูจน์ศักยภาพโครงข่าย ในหมู่บ้านไร้แผ่นดิน จันทบุรี

0

ตอกย้ำพลังอินเทอร์เน็ตบ้านที่ดี AIS 3BB FIBRE3 ในฐานะผู้นำโครงข่ายพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะของไทย นับเป็นพลังสำคัญที่ช่วยเปิดโอกาส และต่อยอดศักยภาพของผู้คนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ผ่านแคมเปญ “Thank You, My Home” หรือ “ขอบคุณบ้าน” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวจาก “หมู่บ้านไร้แผ่นดิน” อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี หนึ่งในชุมชนที่สะท้อนให้เห็นว่า แม้จะอยู่ไกลเพียงใด บ้านก็สามารถกลายเป็น “พื้นที่แห่งความเป็นไปได้” ได้เช่นกัน หากมีโครงข่ายอินเทอร์เน็ตบ้านที่ดีเข้าถึง พร้อมต่อยอดด้วยกิจกรรม Live Streaming จากสถานที่จริง โดยครีเอเตอร์ชื่อดัง โก๊ะตี๋ อารามบอย (ผู้ชนะรางวัลจาก AIS 3BB FIBRE3 ในรายการ The Social Warrior Season 2) เพื่อพิสูจน์ศักยภาพของโครงข่ายอินเทอร์เน็ตบ้านที่ครอบคลุม เร็ว แรง และเสถียรให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในสังคมไทย “โอกาส” มักถูกผูกไว้กับเมืองใหญ่หรือพื้นที่ศูนย์กลางความเจริญ จนทำให้คนจำนวนไม่น้อยที่เติบโตในต่างจังหวัดหรือพื้นที่ห่างไกล รู้สึกว่าบ้านมีข้อจำกัดมากกว่าที่อื่น และจำเป็นต้องเดินทางออกไปเพื่อค้นหาอนาคต แต่ AIS 3BB FIBRE3 ต้องการให้คนไทยเชื่อว่าแท้จริงแล้วบ้านคือจุดเริ่มต้นของโอกาสได้ไม่แพ้ที่ใดในโลก

นายยอดชาย อัศวธงชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจบรอดแบนด์ เอไอเอส กล่าวว่า “ที่ AIS 3BB FIBRE3 เราเชื่อว่า ‘ศักยภาพ’ ของคนไทยไม่ควรถูกจำกัดด้วยทำเลที่อยู่อาศัย หรือระยะทางจากความเจริญ โครงข่ายอินเทอร์เน็ตบ้านที่ดีจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความเร็วแรงเท่านั้น แต่คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้คนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ แคมเปญ ‘Thank You, My Home’ จึงเกิดขึ้นเพื่อสะท้อนว่า ไม่ว่าบ้านจะอยู่ไกลแค่ไหน บ้านหลังนั้นก็สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของความฝัน การเรียนรู้ การสร้างอาชีพ และการเติบโตได้ หากมีโครงข่ายที่พร้อมเชื่อมต่อศักยภาพเหล่านั้นให้เกิดขึ้นจริง และหมู่บ้านไร้แผ่นดินเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวคิดนี้ เพราะเป็นชุมชนที่ท้าทายภาพจำเดิมๆ ว่าพื้นที่ห่างไกลอาจมีข้อจำกัดด้านโอกาส แต่เมื่อมีอินเทอร์เน็ตบ้านที่มีคุณภาพเข้าไปถึง บ้านทุกหลังไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด หรืออยู่ ณ จุดใดของประเทศ ก็สามารถต่อยอดสู่การเป็น Smart Home เชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT สร้างรายได้จากการค้าขายออนไลน์ พัฒนาทักษะใหม่ๆ หรือแม้แต่สร้างผลงานที่ส่งต่อไปได้ไกลระดับโลก เราจึงอยากชวนให้ทุกคนกลับมามองบ้านของตัวเองในมุมใหม่ และขอบคุณบ้านที่เป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสในชีวิต”

แคมเปญ “Thank You, My Home” ถูกถ่ายทอดผ่านหนังโฆษณาในรูปแบบ Music Marketing ที่ผสมผสานกลิ่นอายดนตรี Thai Isan Soul อย่างมีเอกลักษณ์ เพื่อสื่อสารกับผู้คนทั่วประเทศผ่านเรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ใน “หมู่บ้านไร้แผ่นดิน” ผู้สามารถทำเพลงร่วมกับเพื่อน ๆ จากหลากหลายพื้นที่ทั่วโลกได้ผ่านอินเทอร์เน็ตบ้าน แม้ระหว่างทางจะต้องเผชิญทั้งความผิดหวังและอุปสรรค แต่ในที่สุดบทเพลงของเขากลับเดินทางไกลไปสู่ผู้ฟังจำนวนมาก ผ่านการส่งต่อจากคนในชุมชน จนทำให้เขาย้อนกลับมารู้สึกอยาก “ขอบคุณบ้าน” ของตัวเอง ที่เป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสและความเป็นไปได้ในชีวิต สามารถรับชมได้ที่ https://www.facebook.com/reel/4252645315019598

นอกจากการสื่อสารผ่านภาพยนตร์โฆษณาแล้ว AIS 3BB FIBRE3 ยังต่อยอดแคมเปญด้วยกิจกรรม Live Streaming จากสถานที่จริงในหมู่บ้านไร้แผ่นดิน เพื่อพิสูจน์ศักยภาพของโครงข่ายอินเทอร์เน็ตบ้านที่ครอบคลุม เร็ว แรง และเสถียร ด้วยการถ่ายทอดสดแบบ Non-Stop นาน 7 ชั่วโมงเต็ม โดยมีครีเอเตอร์ชื่อดัง โก๊ะตี๋ อารามบอย ร่วมใช้ชีวิตและทำกิจกรรมภายในชุมชน พร้อมพาผู้ชมสัมผัสวิถีชีวิตของคนในหมู่บ้านหลังมีอินเทอร์เน็ตบ้านเข้าถึง ซึ่งช่วยต่อยอดทั้งการสื่อสาร การสร้างสรรค์คอนเทนต์ และโอกาสทางการค้าขายของคนในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม และภายในไลฟ์ยังมีแขกรับเชิญพิเศษร่วมสร้างสีสันและทำกิจกรรมแบบเรียลไทม์ตลอดการถ่ายทอด อาทิ นัท นิสามณี, นิกกี้ ณ ฉัตร และ จาตุรงค์ มกจ๊ก ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์การรับชมไลฟ์ผ่าน Net SmartBackUp ด้วยระบบเราเตอร์ 2 ระบบ ทำให้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไฟเบอร์และเน็ตมือถือ ช่วยให้ภาพคมชัด ลื่นไหล และต่อเนื่อง ไม่ว่าพื้นที่ที่หลายคนอาจเคยเชื่อว่าอยู่ไกล แต่ความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีก็สามารถสร้างโอกาสแห่งความเป็นไปได้ให้กับทุกคนผ่านอินเทอร์เน็ตบ้านที่ดี

ปัจจุบัน AIS 3BB FIBRE3 ยังคงมุ่งมั่นขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตบ้านคุณภาพ เพื่อให้คนไทยเข้าถึงบริการที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพในทุกภูมิภาค โดยเชื่อมั่นว่าอินเทอร์เน็ตบ้านที่ดีจะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมศักยภาพของผู้คน และสร้างความเท่าเทียมทางโอกาสให้เกิดขึ้นได้จริงจาก “บ้าน” ทุกหลังทั่วประเทศไทย แคมเปญ “Thank You, My Home” จึงไม่ใช่เพียงการสื่อสารแบรนด์ แต่คือการส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนไทยได้กลับไปมองบ้านของตนเองอีกครั้ง ในฐานะสถานที่ที่พร้อมสร้างอนาคต และเป็นจุดเริ่มต้นของทุกความเป็นไปได้

TSD e-Service พลิกโฉมชีวิตนักลงทุนยุคใหม่

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง" หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

“คุณนายพารวย” อ่านเจอข้อมูลตัวเลขหนึ่งแล้วต้องรู้สึกเสียดายแทนนักลงทุนเลยทีเดียว ทราบหรือไม่ว่า ณ เดือนธันวาคม 2568  มีเช็คเงินปันผลที่ส่งถึงมือนักลงทุนแล้วแต่ไม่มีการนำไปขึ้นเงินสูงถึง 828,267 ฉบับ คิดเป็นมูลค่ากว่า 784 ล้านบาท!  นอกจากนี้ ยังมีดราฟต์ที่คงค้างอยู่อีกกว่า 158 ล้านบาท นับรวมกันแล้ว มีเงินของเหล่านักลงทุนที่ตกค้างอยู่ในระบบสูงถึง 942 ล้านบาท

ตัวเลขนี้ สะท้อนให้เห็นถึงข้อเสียของระบบเอกสารในรูปแบบกระดาษแบบเดิม ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงจากกรณีเช็คสูญหาย เอกสารตกหล่น หรือแม้แต่การลืมนำเช็คไปขึ้นเงิน จนทำให้ต้องเสียสิทธิประโยชน์ที่พึงได้ไปอย่างน่าเสียดาย

ทางออกของนักลงทุนด้วยการเปลี่ยนมาใช้บริการ e-Dividend ของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TSD  จึงเป็นการช่วยให้นักลงทุนได้รับเงินปันผลผ่านการโอนเข้าบัญชีธนาคารโดยตรง วิธีนี้นอกจากจะช่วยขจัดความเสี่ยงเรื่องเช็คสูญหายและลดปัญหาเอกสารค้างจ่ายแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการระบบการจ่ายเงินปันผลในตลาดทุนให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นประโยชน์โดยตรงต่อตัวนักลงทุนเอง

ในโลกการลงทุนที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว  TSD  ได้พัฒนา TSD e-Service  บริการดิจิทัลภายใต้แนวคิด TSD Investor Portal หรือ ศูนย์กลางบริการออนไลน์สำหรับผู้ถือหุ้น เพื่อช่วยให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบยอดหุ้น หรือทำธุรกรรมต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง ได้ทุกที่ทุกเวลา เป็นการทำให้ชีวิตนักลงทุนง่ายและสะดวกขึ้นในทุกมิติ

นอกจากบริการ  e-Dividend  ทาง TSD ยังมีบริการ e-Document  ส่งเอกสารสำคัญทางอีเมลแทนไปรษณีย์ เช่น รายงานการถือหลักทรัพย์ หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น เอกสารประกอบการประชุม หนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่าย และแจ้งการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร  ช่วยให้นักลงทุนได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ถูกต้องและครบถ้วน

TSD ยังได้ยกระดับการประชุมผู้ถือหุ้นสู่ระบบดิจิทัลด้วยบริการ e-Proxy Voting ช่วยให้ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดามอบฉันทะออนไลน์ผ่าน TSD Investor Portal ได้ทันที โดยไม่ต้องส่งเอกสารทางไปรษณีย์ พร้อมใช้ระบบ QR Code แทนการส่งเอกสารเชิญประชุมรูปแบบกระดาษ เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส

ปัจจุบัน ผู้ถือหุ้นมากกว่า 90 % เลือกใช้บริการ e-Dividend  มีนักลงทุนประมาณ 1.6 ล้านราย (หรือ 1 ใน 3 ของทั้งหมด) หันมาใช้ e-Service กันแล้ว และบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์กว่า 991 ราย ก็เปลี่ยนมาใช้การสแกน QR Code แทนการส่งหนังสือเชิญประชุมเล่มหนาๆ ทางไปรษณีย์

บริการดิจิทัลของ TSD ช่วยลดปริมาณกระดาษได้ถึง 1,600 ล้านแผ่น ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 20,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เท่ากับการดูดซับคาร์บอนฯ ของต้นไม้มากกว่า 2 ล้านต้นต่อปี  

การเปลี่ยนมาใช้บริการ TSD e-Service นอกจากจะช่วยให้เราดูแลบริหารพอร์ตได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนตลาดทุนไทยไปสู่เป้าหมาย Net Zero และความยั่งยืนในระยะยาวได้อีกด้วย

คุณนายพารวย

ตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ ต้อนรับ “มูฟฟาสท์ (MF26)” เริ่มซื้อขาย 23 มี.ค. นี้

0

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) กล่าวว่า LiVEx ยินดีต้อนรับ บมจ. มูฟฟาสท์ เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายใน LiVEx โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “MF26” ในวันที่ 23 มีนาคม 2569 ซึ่ง MF26 เป็นหนึ่งในบริษัทที่ผ่านการเตรียมความพร้อมจาก LiVE Platform ที่ช่วยเสริมศักยภาพและสร้างความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการ

ประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx)

MF26 ดำเนินธุรกิจให้บริการด้าน E-Commerce แบบครบวงจร ทั้งรูปแบบผู้จัดจำหน่ายและรับฝากขายสินค้าประเภทต่างๆ ผ่าน social media และ online marketplace รวมถึงให้บริการด้านการตลาด การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง การจัดส่งสินค้า การวิเคราะห์ข้อมูลและการขายสินค้าให้แก่คู่ค้าของบริษัท สินค้าที่บริษัทจำหน่ายครอบคลุมผลิตภัณฑ์กลุ่มดูแลสุขภาพ ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักคือ กลุ่มลูกค้ารายย่อยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยตรง และกลุ่มลูกค้าองค์กรเจ้าของแบรนด์สินค้า

MF26 มีทุนชำระแล้ว 52.1 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 100 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 4.2 ล้านหุ้น เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งแรก (IPO) ต่อผู้ลงทุนตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด โดยเสนอขายผู้ลงทุนวันที่ 13-16 มีนาคม 2569 ในราคาหุ้นละ 2.50 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 10.50 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 260.50 ล้านบาท มีบริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน

นายโตชิ ศิริจิวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. มูฟฟาสท์ (MF26) กล่าวว่า บริษัทเล็งเห็นศักยภาพและแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรม E-Commerce บริษัทฯ จึงมีความมุ่งมั่นยกระดับสู่การเป็นผู้ให้บริการ E-Commerce แบบครบวงจร ผ่านกลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ การคัดสรรแบรนด์พันธมิตรที่มีศักยภาพ การขยายความหลากหลายของสินค้าเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค ตลอดจนการพัฒนาและสร้างแบรนด์สินค้าของบริษัทเองร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันพร้อมเพิ่มอัตราการทำกำไรในระยะยาว สำหรับการระดมทุนครั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนจัดสรรเพื่อลงทุนขยายธุรกิจ พัฒนาระบบเทคโนโลยี และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

MF26 มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นหลักหลัง IPO คือ คุณโตชิ ศิริจิวานนท์ ถือหุ้น 63.34% โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และหลังหักสำรองต่างๆ ตามที่กฎหมายและบริษัทกำหนดไว้ในแต่ละปี ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทอาจพิจารณาปรับอัตราดังกล่าวตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ

“มอร์นิ่งสตาร์” ประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัลมอร์นิ่งสตาร์ อวอร์ด ฟอร์ อินเวสติ้ง เอ็กเซลเลนซ์ ไทยแลนด์ 2026

0

Morningstar, Inc.  ผู้ให้บริการชั้นนำด้านการวิจัยการลงทุนอิสระประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัล มอร์นิ่งสตาร์ อวอร์ด ฟอร์ อินเวสติ้ง เอ็กเซลเลนซ์ ไทยแลนด์ 2026 เพื่อเป็นเกียรติแก่กองทุนและบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งทีม Manager Research ของมอร์นิ่งสตาร์เชื่อว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ปรับด้วยความเสี่ยงได้อย่าง แข็งแกร่งในระยะยาว

รางวัลของมอร์นิ่งสตาร์มีสองประเภท ได้แก่ Morningstar Category Awards และ Morningstar Asset Manager Awards

Wing Chan, Head of Manager Research, Europe and Asia Pacific, Morningstar Inc. กล่าวว่า “รางวัล รางวัล มอร์นิ่งสตาร์ อวอร์ด ฟอร์ อินเวสติ้ง เอ็กเซลเลนซ์ จัดทำขึ้นเพื่อยกย่องบริษัทจัดการกองทุนที่โดดเด่น และสามารถประสบความสำเร็จใน การสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาวให้กับนักลงทุน ผ่านกระบวนการลงทุนที่มีวินัย ภายใต้ทีมงานที่แข็งแกร่ง และความมุ่งมั่นในระดับองค์กรในการทำงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน”

ผู้ชนะรางวัลมอร์นิ่งสตาร์ อวอร์ด ฟอร์ อินเวสติ้ง เอ็กเซลเลนซ์ 2026 ในประเทศไทย มีดังนี้

Morningstar Category Awardsกองทุนที่ได้รับรางวัล
กองทุนผสมยอดเยี่ยมกองทุนเปิดพรินซิเพิล อะเกรสซีฟ แอลโลเคชั่น เพื่อการเลี้ยงชีพ
กองทุนหุ้นขนาดใหญ่ยอดเยี่ยมกองทุนเปิดอีสท์สปริง หุ้นปันผล
กองทุนหุ้นขนาดกลางและเล็กยอดเยี่ยม  กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Thai Equity Value Portfolio         (ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์)
กองทุนตราสารหนี้ระยะกลางและยาวยอดเยี่ยมกองทุนเปิดกรุงศรีเอ็นแฮนซ์แอคทีฟตราสารหนี้
กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นยอดเยี่ยมกองทุนเปิดอีสท์สปริง ธนไพบูลย์ เพื่อการเลี้ยงชีพ
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ประเภทตราสารทุนยอดเยี่ยมกองทุนเปิดกรุงไทย หุ้นไฮดิวิเดนด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ประเภทตราสารหนี้ยอดเยี่ยมกองทุนเปิดอีสท์สปริง ธนไพบูลย์ เพื่อการเลี้ยงชีพ
Best Asset Manager AwardsWinner
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนยอดเยี่ยมบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด

พลังหญิงแกร่ง! บจ. ไทยขยับสัดส่วน “กรรมการผู้หญิง” เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี

0

รายงาน SET Note ฉบับที่ 4/2569 จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการศึกษาโครงสร้างคณะกรรมการของบริษัทจดทะเบียนไทย ณ สิ้นปี 2568 จำนวน 852 บริษัท พบว่า ผู้หญิงมีบทบาทในคณะกรรมการเพิ่มมากขึ้น

ณ สิ้นปี 2568 ผู้หญิงที่ดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการบริษัทจดทะเบียน มีจำนวนรวม 1,826 ตำแหน่ง คิดเป็น 22.75% ของจำนวนที่นั่งกรรมการทั้งหมด 8,025 ตำแหน่ง เพิ่มขึ้นจาก 21.02% จากปี 2563

หากพิจารณาจำนวนกรรมการ (number of directors) รวมของทุกบริษัท พบว่า เป็นกรรมการผู้หญิง 1,514 คน คิดเป็น 23.96% ของจำนวนกรรมการทั้งหมด 6,320 คน เพิ่มขึ้นจาก 22.23% จากปี 2563

นอกจากนี้ ณ สิ้นปี 2568 ยังพบว่า 87.91% ของบริษัทจดทะเบียนจากทั้งหมด ได้แต่งตั้งผู้หญิงอย่างน้อย 1 คน เป็นกรรมการในคณะกรรมการของบริษัท ซึ่งสัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2558 ที่อยู่ที่ 79.4%

หากพิจารณาตามหลักเกณฑ์ในโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies) ปี 2568 ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai IOD) เกี่ยวกับจำนวนกรรมการผู้หญิง พบว่า 544 บริษัท จากทั้งหมด 852 บริษัท หรือ 63.85% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด ที่คณะกรรมการบริษัทมีกรรมการผู้หญิงอย่างน้อย 2 คน

โดยเฉลี่ยบริษัทจดทะเบียนไทยมีสัดส่วนผู้หญิงเป็นกรรมการอยู่ที่ 22.86% ของคณะกรรมการทั้งคณะ และ 29.34% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด มีกรรมการผู้หญิงอย่างน้อย 30 % ของจำนวนคณะกรรมการทั้งคณะ

481 บริษัทจาก 852 บริษัท หรือ 57.13% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด แต่งตั้งผู้หญิงอย่างน้อย 1 คน เป็น “กรรมการอิสระ” ในคณะกรรมการบริษัท และสัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2558 ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 47.84% เท่านั้น

นอกจากนี้ ยังพบว่า ผู้หญิงมีบทบาทในฐานะผู้นำเพิ่มมากขึ้น โดย 71 บริษัทมีผู้หญิงเป็น “ประธานกรรมการ” (chairman of board director) หรือ คิดเป็น 8.38% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด เพิ่มขึ้นจาก ณ สิ้นปี 2563 ที่มีเพียง 57 บริษัท และเมื่อพิจารณาบทบาทผู้นำผู้หญิงในด้านการบริหารจัดการ (management) พบว่า ผู้หญิงที่เป็นผู้บริหารอันดับสูงสุดขององค์กร 163 บริษัท คิดเป็น 19.13% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด เพิ่มขึ้นจาก 13.8% ในปี 2563

เมืองไทยประกันชีวิต จัดกิจกรรม “MTL HYROX Experience” ชวนสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับร่วมสัมผัสบรรยากาศก่อนลงสนามจริง

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย “เมืองไทยสไมล์คลับ” พร้อมยกระดับการเป็นคู่คิดที่ลูกค้าไว้วางใจทั้งเรื่องชีวิตและสุขภาพขึ้นไปอีกขั้น ผ่านกลยุทธ์ Go Healthier with MTL สุขภาพดีขึ้นไปกว่าเดิม…กับเมืองไทยประกันชีวิต มุ่งดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพทางการเงินให้ดียิ่งขึ้น ล่าสุดจัดกิจกรรม “MTL HYROX Experience” ชวนสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ และสมาชิก Fit Point เข้าร่วมสัมผัสบรรยากาศก่อนลงสนามจริง ในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย สนุก และเหมาะกับทุกระดับความสามารถ ณ Ontrack Station ภายใต้แนวคิด Longevity การมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพและมีความสุขในทุกช่วงของชีวิต

กิจกรรมครั้งนี้ได้ชวนผู้ร่วมงานทุกท่านได้มาปลุกพลังในตัวเอง สัมผัสประสบการณ์ผ่านสนามซ้อมที่จำลองบรรยากาศการแข่งขัน HYROX อย่างใกล้ชิดก่อนลงสนามจริง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ท้าทาย และเป็นกันเอง โดยมี นางสาวสาริศา ล่ำซำ ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กร  บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายปพน วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการฝ่ายฟูเชีย เวนเจอร์ แคปิทัล ร่วมต้อนรับสมาชิกฯและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกก่อนเริ่มกิจกรรม

โดย บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมเป็น Official Insurance Partner ในการแข่งขัน “BYD HYROX Bangkok” งานแข่งขันฟิตเนสระดับโลกที่ผสมผสานการวิ่งและการออกกำลังกายแบบ Functional Training ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–22 มีนาคม 2569 นี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา (BITEC)

สำหรับสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ และสมาชิก Fit Point ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม Exclusive Exercise สามารถติดตามกิจกรรมและสิทธิประโยชน์ ได้ที่ MTL Click Application ดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือเว็บไซต์ www.muangthai.co.th ตลอดจนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1766 เมืองไทยประกันชีวิต หรือศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศ 

AIS SIAM ต้อนรับ “น้องจีจี้” หุ่นยนต์บริการ AI อัจฉริยะ โชว์ให้บริการลูกค้า เอาใจ Gen-C กลางสยาม

0

AIS SIAM คอมมูนิตี้สเปซของชาว Gen-C ใจกลางสยาม พื้นที่ของคนชอบเล่นจนได้เป็นตัวจริง ตอกย้ำการเป็นพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์และโชว์เคสนวัตกรรมดิจิทัล ต้อนรับ “น้องจีจี้” หุ่นยนต์บริการ AI อัจฉริยะ พนักงานน้องใหม่หัวใจโรบอท ที่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้อย่างลื่นไหลและเป็นธรรมชาติ และสามารถให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสินค้าและบริการต่างๆ ของ AIS SIAM

งานนี้ น้องจีจี้  ได้มาร่วมสร้างสีสันและยกระดับประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลให้กับลูกค้าและคนรุ่นใหม่อย่างใกล้ชิดกลางสยาม ทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้า Gen-C หรือ Creative Generation ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในพื้นที่ พร้อมเติมบรรยากาศความสนุกและความสดใหม่ให้ AIS SIAM มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ผ่านการให้บริการอย่างเป็นกันเอง ทั้งการทักทาย ต้อนรับ แนะนำสินค้าหรือบริการของ PLUG cafe และโซน AIS Shop นอกจากนี้ “น้องจีจี้” ยังโชว์สเต็ปการแด็นซ์ พร้อมทักทายผู้คนบริเวณสยามสแควร์รอบๆ AIS SIAM เพื่อร่วมสร้างบรรยากาศแห่งความสนุกสนานและเติมสีสันให้กับย่านสยาม

สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงนวัตกรรมล้ำสมัยที่อยู่ไกลตัวอีกต่อไป แต่สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ในชีวิตประจำวันได้อย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำบทบาทของ AIS SIAM ในฐานะพื้นที่ Innovation Space ด้านไลฟ์สไตล์ ที่เปิดกว้างสำหรับ Gen-C ในการมาสร้างสรรค์ คิดค้น ทำกิจกรรมด้านนวัตกรรม รวมทั้งนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ที่พร้อมให้ลูกค้าได้สัมผัสก่อนใคร เพื่อให้ทุกการแวะมาไม่ได้เป็นเพียงการใช้บริการ แต่คือการได้สัมผัส สนุก และใช้ชีวิตร่วมกับนวัตกรรมอย่างใกล้ชิดในพื้นที่จริง

สามารถติดตามข่าวสาร กิจกรรม และอัปเดตไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ของ AIS SIAM ได้ที่สยามสแควร์ ซอย 7 เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.00 – 21.00 น. หรือผ่าน Instagram, X และ TikTok ของ AIS SIAM