Home Blog Page 2

“มอร์นิ่งสตาร์” ประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัลมอร์นิ่งสตาร์ อวอร์ด ฟอร์ อินเวสติ้ง เอ็กเซลเลนซ์ ไทยแลนด์ 2026

0

Morningstar, Inc.  ผู้ให้บริการชั้นนำด้านการวิจัยการลงทุนอิสระประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัล มอร์นิ่งสตาร์ อวอร์ด ฟอร์ อินเวสติ้ง เอ็กเซลเลนซ์ ไทยแลนด์ 2026 เพื่อเป็นเกียรติแก่กองทุนและบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งทีม Manager Research ของมอร์นิ่งสตาร์เชื่อว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ปรับด้วยความเสี่ยงได้อย่าง แข็งแกร่งในระยะยาว

รางวัลของมอร์นิ่งสตาร์มีสองประเภท ได้แก่ Morningstar Category Awards และ Morningstar Asset Manager Awards

Wing Chan, Head of Manager Research, Europe and Asia Pacific, Morningstar Inc. กล่าวว่า “รางวัล รางวัล มอร์นิ่งสตาร์ อวอร์ด ฟอร์ อินเวสติ้ง เอ็กเซลเลนซ์ จัดทำขึ้นเพื่อยกย่องบริษัทจัดการกองทุนที่โดดเด่น และสามารถประสบความสำเร็จใน การสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาวให้กับนักลงทุน ผ่านกระบวนการลงทุนที่มีวินัย ภายใต้ทีมงานที่แข็งแกร่ง และความมุ่งมั่นในระดับองค์กรในการทำงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน”

ผู้ชนะรางวัลมอร์นิ่งสตาร์ อวอร์ด ฟอร์ อินเวสติ้ง เอ็กเซลเลนซ์ 2026 ในประเทศไทย มีดังนี้

Morningstar Category Awardsกองทุนที่ได้รับรางวัล
กองทุนผสมยอดเยี่ยมกองทุนเปิดพรินซิเพิล อะเกรสซีฟ แอลโลเคชั่น เพื่อการเลี้ยงชีพ
กองทุนหุ้นขนาดใหญ่ยอดเยี่ยมกองทุนเปิดอีสท์สปริง หุ้นปันผล
กองทุนหุ้นขนาดกลางและเล็กยอดเยี่ยม  กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Thai Equity Value Portfolio         (ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์)
กองทุนตราสารหนี้ระยะกลางและยาวยอดเยี่ยมกองทุนเปิดกรุงศรีเอ็นแฮนซ์แอคทีฟตราสารหนี้
กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นยอดเยี่ยมกองทุนเปิดอีสท์สปริง ธนไพบูลย์ เพื่อการเลี้ยงชีพ
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ประเภทตราสารทุนยอดเยี่ยมกองทุนเปิดกรุงไทย หุ้นไฮดิวิเดนด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ประเภทตราสารหนี้ยอดเยี่ยมกองทุนเปิดอีสท์สปริง ธนไพบูลย์ เพื่อการเลี้ยงชีพ
Best Asset Manager AwardsWinner
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนยอดเยี่ยมบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด

พลังหญิงแกร่ง! บจ. ไทยขยับสัดส่วน “กรรมการผู้หญิง” เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี

0

รายงาน SET Note ฉบับที่ 4/2569 จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการศึกษาโครงสร้างคณะกรรมการของบริษัทจดทะเบียนไทย ณ สิ้นปี 2568 จำนวน 852 บริษัท พบว่า ผู้หญิงมีบทบาทในคณะกรรมการเพิ่มมากขึ้น

ณ สิ้นปี 2568 ผู้หญิงที่ดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการบริษัทจดทะเบียน มีจำนวนรวม 1,826 ตำแหน่ง คิดเป็น 22.75% ของจำนวนที่นั่งกรรมการทั้งหมด 8,025 ตำแหน่ง เพิ่มขึ้นจาก 21.02% จากปี 2563

หากพิจารณาจำนวนกรรมการ (number of directors) รวมของทุกบริษัท พบว่า เป็นกรรมการผู้หญิง 1,514 คน คิดเป็น 23.96% ของจำนวนกรรมการทั้งหมด 6,320 คน เพิ่มขึ้นจาก 22.23% จากปี 2563

นอกจากนี้ ณ สิ้นปี 2568 ยังพบว่า 87.91% ของบริษัทจดทะเบียนจากทั้งหมด ได้แต่งตั้งผู้หญิงอย่างน้อย 1 คน เป็นกรรมการในคณะกรรมการของบริษัท ซึ่งสัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2558 ที่อยู่ที่ 79.4%

หากพิจารณาตามหลักเกณฑ์ในโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies) ปี 2568 ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai IOD) เกี่ยวกับจำนวนกรรมการผู้หญิง พบว่า 544 บริษัท จากทั้งหมด 852 บริษัท หรือ 63.85% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด ที่คณะกรรมการบริษัทมีกรรมการผู้หญิงอย่างน้อย 2 คน

โดยเฉลี่ยบริษัทจดทะเบียนไทยมีสัดส่วนผู้หญิงเป็นกรรมการอยู่ที่ 22.86% ของคณะกรรมการทั้งคณะ และ 29.34% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด มีกรรมการผู้หญิงอย่างน้อย 30 % ของจำนวนคณะกรรมการทั้งคณะ

481 บริษัทจาก 852 บริษัท หรือ 57.13% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด แต่งตั้งผู้หญิงอย่างน้อย 1 คน เป็น “กรรมการอิสระ” ในคณะกรรมการบริษัท และสัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2558 ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 47.84% เท่านั้น

นอกจากนี้ ยังพบว่า ผู้หญิงมีบทบาทในฐานะผู้นำเพิ่มมากขึ้น โดย 71 บริษัทมีผู้หญิงเป็น “ประธานกรรมการ” (chairman of board director) หรือ คิดเป็น 8.38% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด เพิ่มขึ้นจาก ณ สิ้นปี 2563 ที่มีเพียง 57 บริษัท และเมื่อพิจารณาบทบาทผู้นำผู้หญิงในด้านการบริหารจัดการ (management) พบว่า ผู้หญิงที่เป็นผู้บริหารอันดับสูงสุดขององค์กร 163 บริษัท คิดเป็น 19.13% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด เพิ่มขึ้นจาก 13.8% ในปี 2563

เมืองไทยประกันชีวิต จัดกิจกรรม “MTL HYROX Experience” ชวนสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับร่วมสัมผัสบรรยากาศก่อนลงสนามจริง

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย “เมืองไทยสไมล์คลับ” พร้อมยกระดับการเป็นคู่คิดที่ลูกค้าไว้วางใจทั้งเรื่องชีวิตและสุขภาพขึ้นไปอีกขั้น ผ่านกลยุทธ์ Go Healthier with MTL สุขภาพดีขึ้นไปกว่าเดิม…กับเมืองไทยประกันชีวิต มุ่งดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพทางการเงินให้ดียิ่งขึ้น ล่าสุดจัดกิจกรรม “MTL HYROX Experience” ชวนสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ และสมาชิก Fit Point เข้าร่วมสัมผัสบรรยากาศก่อนลงสนามจริง ในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย สนุก และเหมาะกับทุกระดับความสามารถ ณ Ontrack Station ภายใต้แนวคิด Longevity การมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพและมีความสุขในทุกช่วงของชีวิต

กิจกรรมครั้งนี้ได้ชวนผู้ร่วมงานทุกท่านได้มาปลุกพลังในตัวเอง สัมผัสประสบการณ์ผ่านสนามซ้อมที่จำลองบรรยากาศการแข่งขัน HYROX อย่างใกล้ชิดก่อนลงสนามจริง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ท้าทาย และเป็นกันเอง โดยมี นางสาวสาริศา ล่ำซำ ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กร  บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายปพน วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการฝ่ายฟูเชีย เวนเจอร์ แคปิทัล ร่วมต้อนรับสมาชิกฯและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกก่อนเริ่มกิจกรรม

โดย บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมเป็น Official Insurance Partner ในการแข่งขัน “BYD HYROX Bangkok” งานแข่งขันฟิตเนสระดับโลกที่ผสมผสานการวิ่งและการออกกำลังกายแบบ Functional Training ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–22 มีนาคม 2569 นี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา (BITEC)

สำหรับสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ และสมาชิก Fit Point ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม Exclusive Exercise สามารถติดตามกิจกรรมและสิทธิประโยชน์ ได้ที่ MTL Click Application ดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือเว็บไซต์ www.muangthai.co.th ตลอดจนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1766 เมืองไทยประกันชีวิต หรือศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศ 

AIS SIAM ต้อนรับ “น้องจีจี้” หุ่นยนต์บริการ AI อัจฉริยะ โชว์ให้บริการลูกค้า เอาใจ Gen-C กลางสยาม

0

AIS SIAM คอมมูนิตี้สเปซของชาว Gen-C ใจกลางสยาม พื้นที่ของคนชอบเล่นจนได้เป็นตัวจริง ตอกย้ำการเป็นพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์และโชว์เคสนวัตกรรมดิจิทัล ต้อนรับ “น้องจีจี้” หุ่นยนต์บริการ AI อัจฉริยะ พนักงานน้องใหม่หัวใจโรบอท ที่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้อย่างลื่นไหลและเป็นธรรมชาติ และสามารถให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสินค้าและบริการต่างๆ ของ AIS SIAM

งานนี้ น้องจีจี้  ได้มาร่วมสร้างสีสันและยกระดับประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลให้กับลูกค้าและคนรุ่นใหม่อย่างใกล้ชิดกลางสยาม ทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้า Gen-C หรือ Creative Generation ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในพื้นที่ พร้อมเติมบรรยากาศความสนุกและความสดใหม่ให้ AIS SIAM มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ผ่านการให้บริการอย่างเป็นกันเอง ทั้งการทักทาย ต้อนรับ แนะนำสินค้าหรือบริการของ PLUG cafe และโซน AIS Shop นอกจากนี้ “น้องจีจี้” ยังโชว์สเต็ปการแด็นซ์ พร้อมทักทายผู้คนบริเวณสยามสแควร์รอบๆ AIS SIAM เพื่อร่วมสร้างบรรยากาศแห่งความสนุกสนานและเติมสีสันให้กับย่านสยาม

สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงนวัตกรรมล้ำสมัยที่อยู่ไกลตัวอีกต่อไป แต่สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ในชีวิตประจำวันได้อย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำบทบาทของ AIS SIAM ในฐานะพื้นที่ Innovation Space ด้านไลฟ์สไตล์ ที่เปิดกว้างสำหรับ Gen-C ในการมาสร้างสรรค์ คิดค้น ทำกิจกรรมด้านนวัตกรรม รวมทั้งนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ที่พร้อมให้ลูกค้าได้สัมผัสก่อนใคร เพื่อให้ทุกการแวะมาไม่ได้เป็นเพียงการใช้บริการ แต่คือการได้สัมผัส สนุก และใช้ชีวิตร่วมกับนวัตกรรมอย่างใกล้ชิดในพื้นที่จริง

สามารถติดตามข่าวสาร กิจกรรม และอัปเดตไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ของ AIS SIAM ได้ที่สยามสแควร์ ซอย 7 เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.00 – 21.00 น. หรือผ่าน Instagram, X และ TikTok ของ AIS SIAM

เมืองไทยประกันชีวิต คว้า 4 รางวัลใหญ่ จากเวที 2025-2026 Thailand’s Most Admired Company และ 2026 Thailand’s Most Admired Brand

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจและการสร้างแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภค ด้วยการคว้า 4 รางวัลสำคัญ จากเวที 2025-2026 Thailand’s Most Admired Company และ 2026 Thailand’s Most Admired Brand สะท้อนถึงความน่าเชื่อถือขององค์กรที่มีบรรษัทภิบาล ความโปร่งใส ความแข็งแกร่งของภาพลักษณ์แบรนด์ ความเป็นเลิศด้านการบริการ ตลอดจนศักยภาพในการพัฒนาช่องทางดิจิทัลเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

รางวัลที่บริษัทได้รับ ประกอบด้วย รางวัล 2026 White Brand Award ซึ่งเป็นรางวัลต้นแบบสุดยอดองค์กรแห่งปี มอบให้แก่แบรนด์หรือองค์กรที่มีบรรษัทภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ พร้อมให้ความสำคัญกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับ รางวัลบริษัทที่มีภาพลักษณ์ (Corporate Image) และการบริการ (Excellence Service) น่าเชื่อถือสูงสุด 2025-2026 Thailand’s Most Admired Company ในกลุ่มธุรกิจประกันชีวิต

ในส่วนของรางวัลด้านแบรนด์ บริษัทฯ ยังได้รับ รางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2026 ในหมวด ธนาคารและบริการทางการเงิน กลุ่มประกันชีวิตดิจิทัล (InsurTech) พร้อมด้วย รางวัลพิเศษ TOP Social Commerce Brand Award ซึ่งสะท้อนถึงความโดดเด่นของเมืองไทยประกันชีวิตในการพัฒนาแบรนด์ให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล และสามารถเชื่อมต่อกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านหลากหลายช่องทาง

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า“รางวัลที่เมืองไทยประกันชีวิตได้รับในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจและเป็นกำลังใจสำคัญขององค์กร สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้า ผู้บริโภค และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีต่อบริษัทฯ มาโดยตลอด ทั้งในด้านภาพลักษณ์องค์กร การให้บริการ ตลอดจนการพัฒนาแบรนด์ให้สามารถเข้าถึงและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในโลกยุคใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง”

“เมืองไทยประกันชีวิต ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ในทุกมิติ เพื่อส่งมอบคุณค่าและความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าคนสำคัญในทุกช่วงของชีวิต ควบคู่ไปกับการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กรและสังคมโดยรวม”

ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิต ในการรักษามาตรฐาน การดำเนินธุรกิจที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการพัฒนาแบรนด์ให้แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของความน่าเชื่อถือ นวัตกรรมการบริการ และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า เพื่อก้าวสู่การเป็นแบรนด์ประกันชีวิตที่พร้อมดูแลและคุ้มครองคนไทยอย่างยั่งยืนในทุกมิติ

“ปลาเรดเทลแคทฟิช” หลักฐานชัด…การป้องกันสัตว์ต่างถิ่นของไทยยังหละหลวม

0

บรรยากาศความเงียบสงบของสายน้ำในเขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ปรากฏสัญญาณเตือนภัยทางชีวภาพที่สั่นสะเทือนวงการอนุรักษ์ เมื่อชาวประมงท้องถิ่นสามารถตกปลาขนาดมหึมาที่มีลักษณะแปลกแยกจากปลาพื้นเมืองของไทยอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ “ปลาเรดเทลแคทฟิช” (Redtail Catfish) ผู้ล่าอันดับต้น ๆ จากลุ่มน้ำอเมซอน ทวีปอเมริกาใต้ การปรากฏตัวของมันไม่ใช่เพียงเรื่องบังเอิญหรือความโชคดีของนักตกปลา แต่มันคือหลักฐานเชิงประจักษ์ของระบบการป้องกันสัตว์น้ำต่างถิ่นของประเทศไทยที่ไร้ความรัดกุมและเรื้อรังมานานหลายทศวรรษ

ปลาสวยงามในบ่อเลี้ยง … สู่ปลาเพชฌฆาตในแหล่งน้ำธรรมชาติ

ปลาเรดเทลแคทฟิชขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามด้วยหางสีแดงสดและรูปลักษณ์ที่สง่างาม แต่ภายใต้ความงามนั้น แฝงไปด้วยสัญชาตญาณนักล่าที่ดุร้าย มันสามารถเติบโตจนมีความยาวกว่า 1.5 เมตร และน้ำหนักพุ่งสูงถึง 100 กิโลกรัม เมื่อสัตว์น้ำเหล่านี้หลุดรอดเข้าสู่ระบบนิเวศเปิด ไม่ว่าจะด้วยความสุดวิสัยจากอุทกภัยหรือ การปล่อยทิ้งอย่างขาดความรับผิดชอบ พวกมันจะกลายเป็น “เอเลี่ยนสปีชีส์” ที่เข้าทำลายวงจรชีวิตของปลาเศรษฐกิจไทย เช่น ปลาไอ้อวบ หรือปลาลำดวน จนเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจการประมงคิดเป็นมูลค่ามหาศาล

เหรียญสองด้าน : ระเบียบปฏิบัติ vs การฉวยโอกาสทางกฎหมาย

หากพิจารณาถึงต้นตอของปัญหาจะพบความลักลั่นระหว่าง “กระบวนการนำเข้าที่ถูกกฎหมาย” และ “การลักลอบ” แม้กรมประมงจะมีมาตรการภายใต้ พ.ร.ก. การประมง 2558 มาตรา 65 ที่กำหนดให้ผู้ที่จะนำเข้าสัตว์น้ำต้องผ่านการประเมินความเสี่ยงทางชีวภาพ (IBC) และการกักกันโรคอย่างเข้มงวดนาน 30-60 วัน แต่ความเข้มงวดเหล่านี้กลับกลายเป็นแรงผลักดันให้กลุ่มผู้ค้าบางรายเลือกเส้นทางสายมืด

ด้านการพิจารณากระบวนการนำเข้าถูกกฎหมาย (White Market)กระบวนการลักลอบ (Black Market)
มาตรการตรวจสอบตรวจสอบ DNA และรับรองสุขภาพสัตว์น้ำโดยผู้เชี่ยวชาญซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทางหรือปลอมแปลงเอกสารผ่านช่องทางออนไลน์
การป้องกันการหลุดรอดบังคับใช้ระบบบ่อปิด / มีบทลงโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 2 ล้านบาทไร้ระบบควบคุม (100% Risk) มักพบการปล่อยทิ้งเมื่อสัตว์โตเกินขนาด
ตัวอย่างกรณีศึกษาการนำเข้าเพื่อการวิจัยหรือเพาะพันธุ์ภายใต้การกำกับของรัฐปิรันยา, ปลาหมอบัตเตอร์ ปลาหมอมายัน และล่าสุดคือเรดเทลแคทฟิช

จากข้อมูลทางสถิติของกรมประมงระบุว่า ประเทศไทยมีการขออนุญาตนำเข้าสัตว์น้ำต่างถิ่นอย่างถูกต้อง เฉลี่ยถึง 38.9 ตันต่อปี (ไม่มีตัวเลขของการลักลอบ) ส่วนใหญ่จะเป็นปลาสวยงาม และในจำนวนนั้นมีอย่างน้อย 8 ชนิดที่เป็นสายพันธุ์รุกรานรุนแรง เรียกได้ว่า ตัวเลข 38.9 ตันคือยอดภูเขาน้ำแข็งที่ปรากฏเหนือน้ำ  แต่ฐานภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ใต้พรมคือการลักลอบนำเข้าที่ไร้การควบคุม ซึ่งเป็นต้นตอที่แท้จริงของปัญหาเอเลี่ยนสปีชีส์ในปัจจุบัน ทั้ง ๆ ที่ประเทศเรามีกฎหมาย ปัญหาจึงอยู่ที่ “ประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย” และการติดตามผลที่ยังขาดความต่อเนื่อง

ยุทธศาสตร์เชิงรุก : เทคโนโลยีและจิตสำนึกแห่งอนาคต

คำถามที่ว่า “เมื่อไหร่จะป้องกันได้เสียที?” จะไม่พบคำตอบหากเรายังคงใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบเดิม ๆ ถึงเวลาแล้วที่ต้องนำนวัตกรรมมาร่วมเป็นเกราะป้องกัน

  1. AI-Driven Bio-Security: นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาช่วยตรวจวิเคราะห์ DNA ณ ด่านกักกันสัตว์น้ำ เพื่อคัดกรองสายพันธุ์ต้องห้ามได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว
  2. หน่วยปฏิบัติการพิเศษ : เสริมกำลังหน่วยพญานาคราชในการกวาดล้างตลาดออนไลน์และฟาร์มเพาะเลี้ยง
  3. การสร้างค่านิยมใหม่: รณรงค์ “หยุดปล่อยปลาสวยงาม” โดยเปลี่ยนจากการทำบุญด้วยการปล่อยสัตว์น้ำที่ไม่ใช่พันธุ์พื้นเมือง มาเป็นการอนุรักษ์เชิงสร้างสรรค์แทน

การปกป้องสายน้ำไทยไม่ใช่เพียงภาระของภาครัฐ แต่คือความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนในสังคม หากวันนี้เรายังนิ่งเฉยต่อปลาต่างถิ่นเพียงตัวเดียว ในอนาคตเราอาจไม่เหลือปลาพื้นเมืองไทยไว้ให้ลูกหลานได้รู้จักอีกเลย ดังนั้น การลงมือทำอย่างจริงจังในวันนี้ จึงเป็นทางออกเดียวที่ยั่งยืน.

AIS รุกต่างจังหวัด ขยายความคุ้มค่าผ่าน AIS Points จับมือร้านสะดวกซื้อท้องถิ่นทั่วไทย 2,400 สาขา มอบส่วนลด แลกง่าย ใช้ได้ใกล้บ้าน

0

AIS เดินหน้าสร้างประสบการณ์การใช้งาน AIS Points ให้เข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเติมเงินในต่างจังหวัด ผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายร้านสะดวกซื้อและร้านค้าท้องถิ่นกว่า 2,400 สาขาทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการแลกพอยท์ที่คุ้มค่าและใกล้ตัว ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้พอยท์เป็นส่วนลดในร้านค้าใกล้บ้านได้สะดวกยิ่งขึ้น และกระตุ้นการใช้งานพอยท์ในชีวิตประจำวันมากขึ้น

ลูกค้าเอไอเอสทั่วไทยสามารถใช้พอยท์แลกรับส่วนลดสูงสุด 20 บาท ที่ร้านสะดวกซื้อชั้นนำที่มีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ อย่าง Big C กว่า 1,810 สาขา และ Lawson 309 สาขา รวมถึงร้านค้าสะดวกซื้อท้องถิ่นทั่วทุกภูมิภาค ได้แก่ แจ่มฟ้า 24 สาขาในภาคเหนือ, ทวีกิจ 227 สาขา และ ยงสงวนเซฟแลนด์ 22 สาขาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ 34 สาขาในภาคใต้

โดยจากอินไซต์เชิงลึก พบว่า ลูกค้าเติมเงินให้ความสนใจกับการแลกพอยท์ในกลุ่มค่าโทร ค่าอินเทอร์เน็ต การลุ้นรางวัล และส่วนลดจากแบรนด์ที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ อาทิ คาเฟ่ อเมซอน, บาว คาเฟ่ และเต่าบิน ซึ่งสะท้อนว่า “ความสะดวกและความคุ้มค่า” คือปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจแลกพอยท์ จึงเป็นที่มาของการยกระดับประสบการณ์ความพิเศษเพิ่มขึ้นให้แก่ลูกค้าทั่วไทยในครั้งนี้

 สำหรับลูกค้าที่เปิดเบอร์ใหม่แบบเติมเงินและลงทะเบียนใช้งาน จะได้รับ AIS Points 10 คะแนน เพื่อนำไปแลกรับส่วนลดร้านค้าใกล้บ้าน ค่าโทร ค่าอินเทอร์เน็ต หรือร่วมกิจกรรมลุ้นรางวัล เพื่อสร้างประสบการณ์การแลกพอยท์ครั้งแรกและกระตุ้นการใช้งานอย่างต่อเนื่อง 

พร้อมกันนี้ AIS ยังจัดแคมเปญพิเศษ “AIS Online Deal” ต้อนรับซัมเมอร์ เมื่อซื้อสินค้าผ่าน AIS Online Store รับทันที AIS Points สูงสุด 100 คะแนน โดยซื้อซิมเติมเงินมูลค่า 500 บาทขึ้นไป รับ 100 คะแนน และซิมมูลค่าต่ำกว่า 500 บาท รับ 10 คะแนน ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มีนาคม 2569 เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าสามารถนำพอยท์ไปแลกรับความพิเศษได้มากขึ้นจากทุกแคมเปญของ AIS Points ได้อีกด้วย

เมืองไทยประกันชีวิต ขึ้นแท่น Official Insurance Partner การแข่งขันฟิตเนสระดับโลก BYD HYROX Bangkok ชวนคนไทยอัปเกรดสุขภาพสู่เวอร์ชันที่ดีที่สุด ภายใต้แนวคิด “Go Healthier with MTL”

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการดูแลสุขภาพ แบบองค์รวม ประกาศร่วมเป็น Official Insurance Partner ในการแข่งขัน BYD HYROX Bangkok งานแข่งขันฟิตเนสระดับโลกที่ผสมผสานการวิ่งและการออกกำลังกายแบบ Functional Training ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 20–22 มีนาคม 2569 นี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา (BITEC)

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เมืองไทยประกันชีวิตให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพของคนไทยในทุกมิติ ทั้งการดูแลเชิงป้องกัน การใช้ชีวิตอย่างสมดุล และการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น การร่วมเป็น Official Insurance Partner ในงาน HYROX Bangkok ครั้งนี้ จึงสะท้อนถึงความตั้งใจของบริษัทฯ ในการสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมการออกกำลังกายและการมีสุขภาพที่ดี พร้อมเชิญชวนทุกคนก้าวสู่การเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่แข็งแรงและมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นไปพร้อมกัน”

การสนับสนุนงานในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิตในการส่งเสริมให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพและการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “Go Healthier with MTL” ที่เชื่อว่า ทุกคนสามารถพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในทุกวัน โดยไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับใคร เพียงก้าวสู่เวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเองในแบบที่เป็น

HYROX (ไฮร็อกซ์) หรือที่รู้จักกันในนาม ‘The World Series of Fitness Racing’ ท้าทายขีดจำกัดของผู้เข้าแข่งขันด้วยรูปแบบการแข่งที่เข้มข้น ประกอบด้วยการวิ่งระยะทาง 1 กิโลเมตร สลับกับฐานออกกำลังกาย Functional Workout รวมทั้งหมด 8 ฐาน (รวมระยะทางวิ่ง 8 กิโลเมตร และ 8 ฐานออกกำลังกายทดสอบ) ซึ่งรวมถึงฐานไฮไลต์อย่าง SkiErg, Sled Push/Pull (ผลักและลากเลื่อนหนัก) และ Wall Balls ซึ่งเป็นบททดสอบทั้งความแข็งแรง ความอึด และความมุ่งมั่นของผู้เข้าแข่งขัน

ภายในงาน เมืองไทยประกันชีวิตยังได้จัด บูธกิจกรรมพิเศษ เพื่อดูแลและสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาและผู้เข้าร่วมงานอย่างครบวงจร โดยแบ่งเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่

· Recovery Zone พื้นที่สำหรับ Cool down เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวหลังการแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพ

· Motivation Zone มุมกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ ชวนทุกคนปลุกพลังใจและก้าวสู่เวอร์ชันที่ดีกว่าเดิม

· Insurance Zone พื้นที่ให้คำปรึกษาด้านการวางแผนประกันสุขภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกจังหวะของการใช้ชีวิต

ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์การแข่งขันฟิตเนสระดับโลก พร้อมร่วมกิจกรรมกับเมืองไทยประกันชีวิตได้ที่ บูธ MTL ภายในงาน BYD HYROX Bangkok ระหว่างวันที่ 20–22 มีนาคม 2569 นี้ ณ ไบเทค บางนา และสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขันได้ที่ https://hyroxthailand.com/th/event/hyrox-bangkok/

“เมืองไทยประกันชีวิตเชื่อมั่นว่า สุขภาพที่ดีคือรากฐานสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบนิเวศด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลลูกค้าในทุกช่วงของชีวิต ตั้งแต่การดูแลเชิงป้องกันไปจนถึงการดูแลเมื่อเจ็บป่วย พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการประกันสุขภาพที่อยู่เคียงข้างคนไทยในทุกจังหวะของการใช้ชีวิต” นายสาระ กล่าวสรุป

ตลาดหลักทรัพย์ฯ – ก.ล.ต. – สถานทูตออสเตรเลีย และ UN Women จัดกิจกรรม “Ring the Bell for Gender Equality 2026”

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย และองค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ (UN Women) จัดงานลั่นระฆังเพื่อความเสมอภาคประจำปีครั้งที่ 12 ในวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569 ณ ตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยปีนี้จัดงานภายใต้กรอบแนวคิด “ภาวะผู้นำของสตรีเพื่อเศรษฐกิจที่เป็นธรรมและมั่งคั่ง” หรือ “Women. Leadership. Action. For Just and Prosperous Economies”

เพื่อเน้นย้ำบทบาทของภาวะผู้นำสตรีและการลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม อันเป็นพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เป็นธรรมและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมี อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวต้อนรับ ขณะที่แอนเจลา แมคโดนัลด์ เอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย และพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ร่วมกล่าวถึงความสำคัญในบทบาทผู้นำสตรี พร้อมด้วยคริสทีน อาหรับ ผู้อำนวยการ UN Women ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ในฐานะผู้แทนประจำประเทศไทยเข้าร่วมงาน

AIS Academy ร่วมกับกระทรวง พม. จัดพิธีมอบถ้วยรางวัลพระราชทานฯ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ แก่ผู้ชนะเลิศการแข่งขันโครงการ JUMP Thailand Hackathon 2025

0

นายกันตพงศ์ รังสีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย (พม.) เป็นประธานในพิธีมอบถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมาร และ นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส เป็นผู้มอบประกาศนียบัตร ให้แก่ทีมผู้ชนะเลิศการแข่งขันโครงการ JUMP Thailand Hackathon 2025   การแข่งขันประชันไอเดียนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง ภายใต้โจทย์ “นวัตกรรมเทคโนโลยียุคปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ผู้สูงอายุและคนพิการสามารถมีงานทำและมีรายได้อย่างยั่งยืน”ซึ่งจัดขึ้นร่วมกับกระทรวง พม. โดยผู้ชนะได้แก่ ทีม Teletubbies จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จากผลงานนวัตกรรมที่ประยุกต์ใช้ระบบ IoT เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุทำงานด้านประมงได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยมีนางเตือนใจ คงสมบัติ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย (พม.) กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ณ ห้องประชุมประชาบดี อาคารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

JUMP Thailand Hackathon เป็นหนึ่งในโครงการภายใต้ AIS Academy ที่ผนึกกำลังกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดย กรมกิจการผู้สูงอายุ และ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นของเอไอเอสในการผลักดันคนรุ่นใหม่ให้ใช้ศักยภาพด้านดิจิทัลและความคิดสร้างสรรค์ พัฒนานวัตกรรม AI ที่ตอบโจทย์สังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้คนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม และสร้างผลกระทบเชิงบวกให้ประเทศอย่างเป็นรูปธรรม