Home Blog Page 2

เอกนิติ ยันพร้อมคืนสิทธิบัตรสวัสดิการฯ ให้คนที่โดนหลอกเป็นกรรมการ หรือถือหุ้นบริษัท ย้ำงบไม่มีปัญหา จ่อทำโครงการเพิ่มทักษะ ช่วยคนวัยทำงานให้ลืมตาอ้าปาก

0

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ประจำปี 2569 ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับการลงทะเบียนและการคัดเลือกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า ประเทศไทยไม่ได้มีการปรับปรุงข้อมูลของผู้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมากว่า 5 ปี และการอัปเดทข้อมูลครั้งนี้ เพราะต้องการที่จะช่วยคนที่จนจริงๆ ให้สามารถเข้าสู่ระบบสวัสดิการ และการคัดกรองครั้งนี้เราสามารถนำคนใหม่เข้ามาได้ 2.3 ล้านคน แต่คนที่เคยมีสิทธิแต่หายไป หรือคนที่อาจจะไม่ได้รับสิทธินั้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่หลักเกณฑ์ในการคัดกรองแต่ปัญหาอยู่ที่ข้อมูลของภาครัฐในบางส่วนที่อาจจะไม่ได้อัปเดทเท่าที่ควร และข้อดีของการคัดกรองครั้งนี้ ยังช่วยให้คนที่ถูกหลอกเอาชื่อไปใช้เป็นผู้ถือหุ้น เป็นกรรมการบริษัท ได้รู้ตัวและมีการแก้ไข

“ผมมองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่หลักเกณฑ์ แต่อยู่ที่ข้อมูล ที่อาจจะไม่สมบูรณ์ หรือไม่ได้อัปเดทเท่าที่ควร ทั้งในส่วนของการถือสินทรัพย์ของผู้ขอรับสิทธิและอื่นๆ แต่ถ้าคิดอีกอย่าง หากไม่มีการสำรวจใหม่ เราก็จะไม่ทราบว่าข้อมูลของประเทศเป็นอย่างไร และไม่ได้มีการแก้ไข คนที่ถูกหลอกให้จดทะเบียนหรืออื่นๆ อาจจะมากกว่านี้ ซึ่งผมเห็นคนไปแจ้งความจำนวนมาก กรณีนี้หากพิสูจน์ได้ว่า เราถูกหลอก เราจะต้องช่วยเหลือและคืนสิทธิให้”

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า การสำรวจผู้ที่ได้รับสิทธิใหม่ครั้งนี้ ยังช่วยให้เราเห็นข้อมูลด้วยว่า จากคนที่ได้รับสิทธิกว่า 9 ล้านคน มีคนที่อยู่ในวัยทำงานคือ 20-60 ปีมากกว่า 5 ล้านคน จุดนี้้ต้องได้รับการแก้ไข เราจะให้คนมีเงินไม่ถึง 100,000 บาทต่อปึต่อไปเรื่อยๆ คงไม่ได้ รัฐบาลจะต้องใช้ข้อมูลส่วนนี้ออกมาตรการในการจัดหางาน หรือเพิ่มทักษะแรงงานให้คนเหล่านี้สามารถที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อไป“หลังจากการสำรวจและลงทะเบียนผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ในครั้งนี้สิทธิจะเพิ่มขึ้น หรือลดลงไม่ได้มีปัญหาในการจัดสรรงบประมาณ แต่เราต้องการที่จะช่วยคนที่ไม่มีอะไรเลยให้ได้ตรงกลุ่ม ตรงจุดจริงๆ เพราะหากพิจารณาจากงบประมาณปีหนึ่งเราใช้กวา 70,000 ล้านบาทอยู่แล้ว 5 ปีที่ผ่านมาก็เป็นเงินจำนวนไม่น้อย แต่นอกจากนั้นในส่วนของคนที่ไม่ได้บัตรสวัสดิการไม่ได้ว่าเราไม่ช่วย เพราะเรามีความช่วยเหลือให้กับกลุ่มอื่นๆ ทั้ง เบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ และอื่นๆ เพราะรัฐบาลต้องการช่วยเหลือคนทุกกลุ่มอยู่แล้ว”

ก้าวทันทุกโมเดล AI…ทรู ดันหลักสูตร “AI Mastery for Media by True” รุ่นแรก หนุนสื่อทำงานเร็วและลึกขึ้นด้วย AI

0

พร้อมใช้ทุกทักษะ AI ในงานข่าว ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับทรู ดิจิทัล อคาเดมี นำโดย ดร.ชนนิกานต์ จิรา ผู้อำนวยการ ทรู ดิจิทัล อคาเดมี ร่วมแสดงความยินดีแก่สื่อมวลชน รุ่นแรกกว่า 30 คน จากองค์กรวิชาชีพและสำนักข่าวชั้นนำของไทย ที่จบหลักสูตร AI Mastery for Media by True” คอร์สพิเศษเพื่อสื่อยุค AI โดยเฉพาะ หลังผ่านการเรียนรู้ ฝึกปฏิบัติ ประยุกต์ใช้ AI กับงานจริง อย่างเข้มข้นทุกวันเสาร์ ตลอด 4 สัปดาห์ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการเรียนรู้เครื่องมือ สู่การออกแบบวิธีทำงานที่รวดเร็ว เป็นระบบ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น บนพื้นฐานของความถูกต้อง จริยธรรม และความรับผิดชอบ สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ ทรูในการก้าวสู่การเป็น AI-First Organization และนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาสร้างคุณค่าให้แก่สังคม

ดร.ชนนิกานต์ จิรา ผู้อำนวยการ ทรู ดิจิทัล อคาเดมี

หลักสูตร “AI Mastery for Media by True” ได้รับการออกแบบขึ้นให้สอดคล้องกับบริบทการทำงานของสื่อมวลชนโดยเฉพาะ โดยผู้เข้าร่วมหลักสูตรได้เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจหลักการทำงานของ Generative AI เรียนรู้การเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะกับแต่ละภารกิจ ตลอดจนแยกแยะและแบ่งขอบเขตของงานที่ AI สามารถเข้ามาช่วยสนับสนุน และงานที่ยังคงต้องอาศัยวิจารณญาณ ประสบการณ์ และความเข้าใจบริบทของมนุษย์ พร้อมฝึกเขียน Prompt และใช้ Claude เพื่อช่วยค้นคว้า วิเคราะห์ข้อมูล พัฒนาแนวคิด และต่อยอดเนื้อหาสำหรับงานข่าวและงานสื่อสาร ก่อนยกระดับสู่การประยุกต์ใช้ AI กับกระบวนการทำงานจริง ผ่าน Gemini Notebook เพื่อรวบรวมและสรุปข้อมูลจากหลากหลายแห่ง และเชื่อมโยงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ รวมถึงเรียนรู้การออกแบบ AI Workflow และ Automation เพื่อช่วยลดขั้นตอนงานซ้ำๆ ได้อัตโนมัติ ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงเดินหน้านำศักยภาพของความเป็นเทคคอมปานี ทั้งองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และระบบนิเวศดิจิทัลครบวงจร มาร่วมยกระดับทักษะ AI ให้แก่คนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับทรู ดิจิทัล อคาเดมี ซึ่งมีบทบาทมากกว่าสถาบันการเรียนรู้ เชื่อมโยงเทคโนโลยีและโซลูชัน เพื่อพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์การทำงานและนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง พร้อมขยายโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้ไปสู่บุคลากรในหลากหลายสาขาวิชาชีพ ให้สามารถใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพ สร้างโอกาสใหม่ และต่อยอดการเติบโตได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้หลัก Responsible AI ที่มุ่งเน้นใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างปลอดภัย โปร่งใส และมีความรับผิดชอบ

7 ผลงานวิจัยคว้ารางวัล Capital Market Research Award in Equity Market

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) จัดโครงการ “Capital Market Research Award in Equity Market” สนับสนุนงานวิจัยสู่ระดับบุคคลทั่วไป สะท้อนวิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” พร้อมมุ่งยกระดับงานวิจัยตลาดทุนไทยสู่การใช้งานจริง โดยมีนักวิจัยทั้งในและต่างประเทศส่งผลงานเข้าร่วมรวม 27 ผลงาน ผ่านการคัดเลือกเข้ารอบนำเสนอ 9 ผลงาน และมีผลงานได้รับรางวัลรวม 7 รางวัล จากการนำเสนอเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569

นายฉัตรชัย ทิศาดลดิลก ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า“งานวิจัยที่มีคุณภาพจะเกิดประโยชน์มากขึ้นเมื่อได้รับการถ่ายทอดและต่อยอดสู่การใช้งานจริง โครงการนี้จึงมุ่งเชื่อมโยงนักวิจัยกับผู้ปฏิบัติงานในตลาดทุน เพื่อนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ และพัฒนาตลาดทุนไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน”

นายจักรชัย บุญยะวัตรผู้จัดการ CMDFกล่าวว่า CMDF มุ่งสนับสนุนงานวิจัยตลาดทุนที่มีคุณภาพและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และแนวคิดใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดทุนไทย พร้อมส่งเสริมนักวิจัยที่มีศักยภาพ และเปิดโอกาสให้ผลงานได้รับการเผยแพร่และต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในวงกว้าง

นายจอน วงศ์สวรรค์ กรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)กล่าวว่าผลงานที่ผ่านเข้ารอบมีคุณภาพ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ตอบโจทย์ตลาดทุนไทยได้จริง ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดทุนไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

การคัดเลือกผลงานวิจัยจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วน อาทิ ผู้แทนจากบริษัทจดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์ นักลงทุนสถาบัน และผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืน โดยมีผลงานที่ได้รับรางวัลมีทั้งหมด 7 รางวัล ได้แก่

  • Best Paper Award จำนวน 1 รางวัล ได้แก่
    • งานวิจัย เรื่อง “Are ESG Ratings Noisy for Stock Returns? Evidence from Thailand Stock Market” นำเสนอโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วศิน ศิวสฤษดิ์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • Outstanding Paper Award จำนวน 2 รางวัล ได้แก่
    • งานวิจัย เรื่อง “Revisiting ESG as a Risk Factor: Evidence from ASEAN Stock Exchanges” นำเสนอโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุนทรี เหล่าพัดจัน คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา
    • งานวิจัย เรื่อง “Do Executives Walk Their ESG Talk? Forward-Looking ESG Signaling from Thailand’s Opportunity Day” นำเสนอโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ปฏิภาณ แซ่หลิ่ม บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
  • Runner-up Award จำนวน 4 รางวัล ได้แก่
    • งานวิจัย เรื่อง “AI-Driven ESG Disclosure Scoring for Thai Listed Firms: LLM-Based Text Extraction, Machine Learning Prediction, and Explainability for Capital Market Use” นำเสนอโดย ดร.ปริษา จินดาหลวง คณะบัญชี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
    • งานวิจัย เรื่อง “Director Remuneration and Gender Pay Gap in Family and Non-Family listed firms in Thailand” นำเสนอโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุนทรี เหล่าพัดจัน คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัย

เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา

  • งานวิจัย เรื่อง “Gender differences and managerial earnings forecast bias: Are female executives less overconfident than male executives?” นำเสนอโดย รองศาสตราจารย์ ดร.รวี ลงกานี
    คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
    • งานวิจัย เรื่อง “Not size but attributes: the relationship between board attributes and cash holdings” นำเสนอโดย รองศาสตราจารย์ ดร.รวี ลงกานี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ผลงานที่ได้รับคัดเลือกครอบคลุมด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การกำกับดูแล การตัดสินใจลงทุน และการยกระดับความยั่งยืนของตลาดทุนไทย โดยจะมีพิธีมอบรางวัลในงาน CMDF/CMRI Capital Market Research Symposium 2569” ในวันที่ 9 กันยายน 2569 ซึ่งเปิดให้บุคคลทั่วไปร่วมรับฟังการนำเสนอผลงาน Best Paper Award

ติดตามรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ https://www.set.or.th/th/education-research/research/research-grant/special-project  

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ผนึกพันธมิตรจัดงาน “CFO Annual Conference on Capital Markets 2026” เสริมแกร่งธุรกิจไทย

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ สภาวิชาชีพบัญชีฯ สำนักงาน ก.ล.ต. สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย และสมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ จัดงาน “CFO Annual Conference on Capital Markets 2026” เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2569 โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Decoding the 2026 Economic Agenda: Strategic Imperatives for Thailand’s Leading CFOs ถอดรหัสวาระทางเศรษฐกิจปี 2026: สิ่งที่ CFO ชั้นนำของไทย ‘ต้อง’ ทำ” พร้อมด้วย อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ          ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ วินิจ ศิลามงคล นายกสภาวิชาชีพบัญชีฯ ร่วมเปิดงาน งานเสวนานี้มุ่งเสริมสร้างกลยุทธ์และเตรียมความพร้อมให้ CFO รับมือกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก ผ่านมุมมองจากผู้ทรงวุฒิขององค์กรชั้นนำ พร้อมอัปเดตข้อมูลสำคัญเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจไทยในอนาคต ทั้งนี้ งานได้รับความสนใจจาก CFO ของบริษัท     จดทะเบียน และบริษัทที่เตรียมความพร้อมเข้าจดทะเบียน เข้าร่วมกว่า 450 คน

ซีพีเอฟ ยืนหนึ่งในใจคนไทย! คว้า 2 รางวัล No.1 Brand Thailand 2026 ส่งมอบ ‘โปรตีนจริง’ มาตรฐานโลกที่ทุกคนเข้าถึงได้

0

“โภชนาการที่ดีและโปรตีนคุณภาพจากเนื้อสัตว์ที่ทุกคนเข้าถึงได้จริง” คือคำมั่นสัญญาที่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ยึดมั่นภายใต้พันธกิจ “ครัวของโลก” (Kitchen of the World) ที่ต้องการส่งมอบโภชนาการที่ดีและโปรตีนคุณภาพสูงจากเนื้อสัตว์ให้คนไทยเข้าถึงได้ในทุกวัน ส่งผลให้ซีพีเอฟได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้บริโภคทั่วประเทศ พร้อมคว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026 แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทย ในหมวดอาหารพร้อมรับประทาน (Chilled Food) และอาหารแปรรูปแช่แข็ง (Frozen Food) มาครองได้สำเร็จ

ความสำเร็จครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันความมุ่งมั่นของซีพีเอฟ ในการยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ผ่านการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยมาตรฐาน “Feed-Farm-Food” ระบบการผลิตครบวงจรที่ควบคุมคุณภาพและโภชนาการได้อย่างแม่นยำตลอดห่วงโซ่การผลิต โดยรางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand ซึ่งจัดต่อเนื่องยาวนานกว่า 14 ปี มีความพิเศษตรงที่เป็นผลลัพธ์จาก “เสียงของผู้บริโภคจริง” ทั่วประเทศกว่า 6,500 ตัวอย่าง ไม่ใช่การตัดสินจากคณะกรรมการ จึงเป็นดัชนีชี้วัดความนิยมและความไว้วางใจที่สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดอย่างแท้จริง

นางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดกลาง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “หัวใจสำคัญที่นำพาเราไปสู่ความเป็นแบรนด์อันดับหนึ่ง คือความตั้งใจที่จะส่งมอบ ‘โปรตีนที่ดีและโภชนาการที่ดี’ ให้กับผู้บริโภค เราไม่เพียงแต่นำเสนอสินค้า แต่เรานำเสนอนวัตกรรมอาหารจากเนื้อสัตว์จริงที่ปลอดภัยระดับโลก โดยคำนึงถึงความสะดวกและการเข้าถึงได้จริงของคนไทยในทุกกลุ่ม รางวัล No.1 Brand Thailand จึงเปรียบเสมือนดัชนีชี้วัดว่าความตั้งใจในการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคของเรานั้นบรรลุผล และเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดขององค์กร”

เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ซีพีเอฟได้เดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารที่โดดเด่น อาทิ ไส้กรอกข้าวกะเพราไก่ ที่ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้วยมาตรฐานระดับเดียวกับที่นักบินอวกาศรับประทานบนอวกาศ Chicken Pocket แซนด์วิชโปรตีนสูงที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ และ ซีพี นักเก็ตไก่ ที่การันตีความอร่อยระดับสากลด้วยรางวัล Crystal Taste Award จากประเทศเบลเยียม ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้คือฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้แบรนด์ครองความเป็นผู้นำในตลาดอย่างต่อเนื่อง และเป็นมากกว่าของกินให้อิ่ม แต่เป็นอาหารประจำวันที่สร้างความรู้สึกดีและความผูกพันให้กับผู้บริโภคในทุกมื้อ

การคว้ารางวัล No.1 Brand Thailand ในครั้งนี้ จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ซีพีเอฟไม่หยุดที่จะพัฒนาตนเอง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารที่ดีที่สุดและยืนหยัดเคียงข้างคนไทยในทุกมื้ออาหาร ด้วยมาตรฐานการผลิตระดับโลกและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย เพื่อตอบแทนความไว้วางใจที่ผู้บริโภคทั่วประเทศมอบให้แบรนด์ CP เสมอมา ตามคำมั่นสัญญาที่ว่า “Make better foods for better lives – โภชนาการที่ดี โปรตีนที่ดีที่ทุกคนเข้าถึงได้”

ครั้งแรกในไทย! AIS PLAY ปล่อยแพ็กใหม่ “PLAY ALL” ดูได้ทุกเครือข่าย  เหมาจบครบทุกกีฬา บุนเดสลีกา-NBA-NFL-กอล์ฟ-มวย-เทนนิส พร้อมความบันเทิงระดับโลก ครบ จบ ในที่เดียว 199 บาท/เดือน  

0

AIS PLAY ตอกย้ำความเป็นที่สุดด้านบริการวิดีโอสตรีมมิ่งและศูนย์รวมความบันเทิงเบอร์ 1 ของประเทศไทย เดินหน้าขนทัพคอนเทนต์ระดับโลก ทั้งรายการบันเทิงและแมตช์กีฬาสุดยิ่งใหญ่ทั้งไทยและต่างประเทศ ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ดิจิทัล ด้วยการเปิดตัวแพ็กเกจใหม่ “PLAY ALL” ภายใต้คอนเซปต์ “All-in-One Sports and Entertainment Experience” ยกระดับประสบการณ์รับชมกีฬาระดับโลก ทั้งฟุตบอลบุนเดสลีกา, บาสเกตบอล NBA, อเมริกันฟุตบอล NFL, เทนนิส ATP และทัวร์นาเมนต์กอล์ฟระดับโลก LPGA Tour, PGA Tour และ DP World Tour พร้อมเอาใจแฟนฟุตบอลด้วยคอนเทนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก 2 สโมสรระดับตำนาน ได้แก่ MUTV จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่รวมคอนเทนต์พิเศษและการแข่งขันช่วงปรีซีซัน และ Real Madrid TV จากเรอัล มาดริด รวมถึงช่องกีฬา Premier Sports ตลอดจนร่วมเชียร์กองทัพนักกีฬาไทยในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 แบบใกล้ชิดติดขอบสนาม ส่งตรงจากเมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น 

ด้วยความร่วมมือสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับพันธมิตรระดับโลก AIS PLAY พร้อมยกระดับความบันเทิงไปอีกขั้น มอบประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าและคนไทยทุกคน ภายใต้แนวคิด “เชื่อมต่อชีวิต สนุกครบทุกความต้องการ” บนศักยภาพของเครือข่ายมือถือและเน็ตบ้านอัจฉริยะ ผ่านแพ็กเกจ PLAY ALL ที่ออกแบบมาเพื่อให้รับชมได้อย่างไร้รอยต่อ ครบจบในแพ็กเกจเดียว ทั้งกีฬาและความบันเทิงจากพันธมิตรชั้นนำ ในราคาเพียง 199 บาทต่อเดือน พร้อมทลายข้อจำกัดด้านราคา ให้คนไทยเข้าถึงคอนเทนต์ระดับโลกได้ง่ายและคุ้มค่ายิ่งขึ้น ครอบคลุมทั้งการถ่ายทอดสด รีรัน และไฮไลต์รายการสำคัญ แบ่งเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ ดังนี้  

กลุ่มคอนเทนต์กีฬา 

  • ฟุตบอลระดับโลก & คลับทีวี: ฟุตบอลบุนเดสลีกา และ บุนเดสลีกา 2 พร้อมช่องเอ็กซ์คลูซีฟ MUTV รับชมช่วงปรีซีซั่นได้ทันที และ Real Madrid TV 
  • กอล์ฟระดับโลก: รับชมการแข่งขันกอล์ฟอาชีพชาย-หญิงชั้นนำระดับโลก ได้แก่ LPGA Tour, PGA Tour และ DP World Tour 
  • บาสเกตบอล: ชมการแข่งขันบาสเกตบอล NBA, WNBA  
  • อเมริกันฟุตบอล: ชมศึก “คนชนคน” อเมริกันฟุตบอล NFL ตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น, ฤดูกาลปกติ, รอบเพลย์ออฟ จนถึงศึก “ซูเปอร์โบวล์” 
  • เทนนิสระดับโลก: ถ่ายทอดสดและย้อนหลังการแข่งขันเทนนิสชาย ATP Tour รวม 59 รายการตลอดปี (ATP Masters 1000, ATP 500, ATP 250, Next Gen ATP Finals และ ATP Finals) 
  • มวยไทย: 5 รายการใหญ่จากเวทีราชดำเนิน ได้แก่ RWS, ศึกมวยไทยพลังใหม่, ศึกเพชรยินดี, RKO และศึกเกียรติเพชร 
  • ฟุตบอลไทย: ลีกฟุตบอลอาชีพไทยครบทุกระดับ ได้แก่ ไทยลีก 1, ไทยลีก 2, ไทยลีก 3, ช้าง เอฟเอ คัพ, เมืองไทย ลีกคัพ, PEA U21 ยังสเตอร์ลีก, ไทยวีเมนส์ลีก 1 
  • มหกรรมกีฬาระดับเอเชีย: Asian Games 2026 เชียร์ทัพนักกีฬาไทยแบบติดขอบจอ ถ่ายทอดสดตรงจากเมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น (19 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569) 

กลุ่มคอนเทนต์ความบันเทิง 

  • ช่องพรีเมียมทีวีระดับโลกมากถึง 24 ช่อง ครอบคลุมภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ สารคดี ข่าวสาร และความบันเทิงสำหรับเด็ก อาทิ Warner TV, Rock Action, Eurosport, W Sport, Premier Sports (Rugby), Discovery, Food Network, Asian Hits, Cartoon Network, Cartoonito, Nickelodeon, CNN, BBC News, Fox News, Fox Business, Bloomberg และอีกมากมาย 

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ AIS PLAY ที่ต้องการเข้าถึงฐานลูกค้า ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มแฟนกีฬา ไปจนถึงกลุ่มครอบครัวที่มองหาศูนย์รวมความบันเทิงที่มีความคุ้มค่าสูงสุด ด้วยจุดแข็งด้านความหลากหลายของคอนเทนต์และโครงสร้างราคาที่คุ้มค่ากว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน  

ลูกค้าที่สนใจสามารถสมัครสมาชิกแพ็กเกจ PLAY ALL ในราคาพิเศษช่วงเปิดตัว สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อรับชมคอนเทนต์กีฬาและความบันเทิงอย่างจุใจผ่านหลากหลายช่องทาง ได้แก่ แอปพลิเคชัน AIS PLAY (มือถือ/แท็บเล็ต), AIS PLAYBOX, เว็บไซต์ https://aisplay.ais.th (เฉพาะบน PC), Android TV, Samsung Smart TV , LG Smart TV และ Apple TV  

รายละเอียดแพ็กเกจ PLAY ALL ดังนี้:  

  1. ลูกค้า AIS มือถือ และ เน็ตบ้าน : รับสิทธิ์ราคาพิเศษ รายเดือนเพียง 199 บาท/เดือน  นาน 12 เดือน (จากปกติ 299 บาท/เดือน) สมัครง่ายๆ เพียงกด *898 โทรออก หรือแบบรายปี 1,999 บาท/ปี (จากปกติ 2,999 บาท/ปี) สมัครง่ายๆ เพียงกด *898*1 โทรออก รับชมความคมชัดระดับ Full HD (1080p) ได้ 1 อุปกรณ์ 
  2. ลูกค้าทั่วไป : สมัครแพ็กเกจรายเดือน ราคา 299 บาท/เดือน หรือแบบรายปี 2,999 บาท/ปี รับชมความคมชัดระดับ Full HD (1080p) ได้ 1 อุปกรณ์ สมัครที่ www.ais.th/playall  

ผ่อนบ้านแพงอยู่ทำไม! มารีบ้านกับออมสินดีกว่า ผ่อนต่ำเบา ๆ ปีแรกเริ่ม 2,900 บาท/เดือน สมัครได้เลยวันนี้ – 15 ต.ค. 69 ที่ MyMo/ ออมสินทุกสาขา

0

โปรเด็ดกลางปี! มารีบ้านกับออมสิน ด้วย ‘สินเชื่อเคหะ Refinance’ ลดดอกเบี้ย ผ่อนเบา สบายตัวขึ้น
📝 สมัครเลย คลิก >> https://to.gsb.or.th/khSGwZj
หรือผ่านแอป MyMo

  • ดอกเบี้ยคงที่ปีแรก เริ่มต้น 0.99% ต่อปี
  • ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี 2.55% ต่อปี
  • ผ่อนต่ำเริ่มต้น ปีแรก ล้านละ 2,900 บาท ต่อเดือน
  • สนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ สูงสุด 5,000 บาท (สำหรับวงเงินกู้ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป)
  • สนับสนุนค่าจดจำนอง สูงสุด 200,000 บาท (สำหรับวงเงินกู้ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป)
  • ยื่นกู้ได้ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค. 69 – 15 ต.ค. 69
  • อนุมัติและจัดทำนิติกรรมสัญญา ภายในวันที่ 15 พ.ย. 69
  • ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.045% ต่อปี (ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป) ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น หรือลดลงได้
  • เงินงวดผ่อนชำระแบบผ่อนต่ำตามโปรโมชัน ปีที่ 1 ล้านละ 2,900 บาท/เดือน ปีที่ 2 ล้านละ 3,900 บาท/เดือน ปีที่ 3 ล้านละ 4,900 บาท/เดือน ปีที่ 4 เป็นต้นไป เงินงวดตามคำสั่งธนาคาร หลังจากนั้น 7,300 บาท/เดือน ดอกเบี้ยทั้งสัญญา 530,800.36 บาท
  • รายละเอียดการคำนวณเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th
  • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) อยู่ระหว่าง 0.990% – 5.795% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (EIR) อยู่ระหว่าง 4.332% – 4.893% ต่อปี คำนวณจากวงเงินกู้ 1 ล้านบาท ระยะเวลา 20 ปี แบบผ่อนชำระเท่ากันทุกงวด

⚠️ รู้ก่อนกู้…กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
⚠️ เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

100 ปี ชาตกาล “ศ.สังเวียน อินทรวิชัย”

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง" หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

สัปดาห์นี้ “คุณนายพารวย” อยากจะมาชวนทุกท่านร่วมรำลึกถึง “ปูชนียบุคคลแห่งตลาดทุนไทย” ผู้ซึ่งเป็นเสาหลักและผู้วางรากฐานที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยของเรามีความแข็งแกร่ง โปร่งใส และเติบโตอย่างยั่งยืนมาจนถึงทุกวันนี้ ท่านผู้นั้นก็คือ ศาสตราจารย์ สังเวียน อินทรวิชัย นั่นเองค่ะ

หลายคนคงเคยคุ้นหูกับชื่อนี้ โดยเฉพาะคนที่เคยมางานสัมมนา หรือกิจกรรมที่จัดขึ้นในห้องประชุมชื่อเดียวกันนี้ที่อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่สำหรับคนรุ่นใหม่อาจสงสัยว่า ศาสตราจารย์สังเวียนคือใคร? มีความสำคัญอะไร? คุณนายพารวยอยากเชิญชวนให้มาหาคำตอบที่นิทรรศการพิเศษ “100 ปี ชาตกาล ศ.สังเวียน อินทรวิชัย” ซึ่งทางตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยห้องสมุดมารวยจัดขึ้นเนื่องในวาระพิเศษ โอกาสครบรอบ 100 ปี ชาตกาล ของ ศ.สังเวียน เพื่อให้คนรุ่นหลังมาร่วมน้อมรำลึกถึงผลงานและคุณูปการอันยิ่งใหญ่ของท่าน

“ศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย” คือผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งและวางรากฐานตลาดหลักทรัพย์ฯ เคยดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ถึง 2 สมัย ระหว่างปี พ.ศ.2535-2538 นอกจากนี้ ท่านยังมีประสบการณ์การทำงานที่หลากหลายและทรงคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นที่ปรึกษา รมว.คลัง สมัย ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ตลอดจนเป็นที่ปรึกษา และประธานคณะกรรมการในบริษัทชั้นนำอีกหลายแห่ง

 ท่านเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการผลักดันระบบ “บรรษัทภิบาลที่ดี” (Good Corporate Governance) หรือระบบการกำกับดูแลกิจการให้แก่บริษัทจดทะเบียน ด้วยแนวคิดว่าบริษัทจะมุ่งสร้างกำไรเพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีการกำกับดูแลกิจการที่ดีให้มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้ จึงจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุน ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืนนั่นเอง สิ่งนี้แหละค่ะที่เป็นเกราะคุ้มครองสิทธิประโยชน์และเงินลงทุนของคนรุ่นหลังอย่างพวกเรา และช่วยให้ตลาดหุ้นไทยเติบโตอย่างมั่นคงถึงทุกวันนี้

และท่านยังเป็นเจ้าของวลีอมตะที่เตือนใจเราได้ทุกยุคสมัยว่า

“สิ่งที่ถูกต้องคือถูกต้อง แม้ไม่มีใครทำสิ่งนั้น สิ่งที่ผิดคือผิด แม้ทุกคนทำสิ่งนั้น”

นิทรรศการพิเศษครั้งนี้ จัดเต็มด้วยเนื้อหา 3 ส่วนหลัก ได้แก่ เส้นทางชีวิตของท่านในการวางรากฐานตลาดทุนไทย, งานเขียนที่สะท้อนแนวคิดการผลักดันบรรษัทภิบาลที่ดี และคอลเลกชันหนังสือด้านบรรษัทภิบาลตามมาตรฐานสากลที่ห้องสมุดมารวยคัดสรรมาให้ ใครที่อยากไปสัมผัสเรื่องราวและแนวคิดของท่านแบบใกล้ชิด สามารถเข้าชมได้ฟรี ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 ธ.ค.69 ที่ห้องสมุดมารวย ชั้นใต้ดิน อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ แนะนำให้เดินทางมาด้วยรถไฟฟ้า MRT ลงสถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ สะดวกที่สุดค่ะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.maruey.com

คนที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต การบริหารเงิน และการบริหารองค์กร หรืออยากพาลูกหลานไปซึมซับแนวคิดดีๆของ “ศาสตราจารย์ สังเวียน อินทรวิชัย” ขอชวนให้มาเที่ยวชมนิทรรศการนี้กันค่ะ เชื่อแน่ว่าเราจะได้แนวคิดดีๆติดตัวกลับไปใช้ในการเลือกกิจการเพื่อลงทุนและการดำเนินชีวิต เพราะการเรียนรู้จากประสบการณ์ของปูชนียบุคคลผู้สร้างตลาดทุนจะช่วยให้เราเข้าใจรากฐานและมองภาพการลงทุนในอนาคตได้ดียิ่งขึ้นแน่นอน.

คุณนายพารวย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ บุกภาคเหนือ จัดสัญจร เชียงใหม่ 1 ส.ค. นี้ ครบทุกทางเลือกลงทุน

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เดินสายจัดงาน “ตลาดหลักทรัพย์ฯ สัญจร จ.เชียงใหม่” ให้ข้อมูลวางแผนจัดพอร์ตลงทุนครบทุกสินทรัพย์ พร้อมรับทุกสถานการณ์ ทั้งหุ้นไทย หุ้นนอก พันธบัตร ทอง กองทุนรวม ฟิวเจอร์ส และออปชัน รวมผู้เชี่ยวชาญ ผู้ลงทุน และนักวิเคราะห์ชั้นนำ แชร์มุมมองและกลยุทธ์การลงทุน

ภายในงานพบสัมมนา เวิร์กชอปเจาะลึกเพื่อผู้ลงทุนมือใหม่และมือโปร 5 หัวข้อ ได้แก่

  • “เปิด 2 แนวคิด พิชิตเป้าหมายการลงทุน จากมุมมองนักลงทุน VS นักวิเคราะห์” เรียนรู้แนวคิดเพื่อวางแผนและสร้างพอร์ตการลงทุนอย่างมั่นใจ
  • “ค้นหาพอร์ตที่ใช่ ในแบบมือใหม่ VS มือโปร” ค้นหาแนวทางการลงทุนที่เหมาะกับเป้าหมายและสไตล์ของคุณ
  • “สร้างผลตอบแทนชั้นยอดให้พอร์ตลงทุน กับ หุ้นไทย VS หุ้นนอกตัวท็อป” อัปเดตมุมมองและกลยุทธ์เพื่อเจาะโอกาสจากหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศ
  • “เปิด Mindset กับเทรดเดอร์มืออาชีพ” เรียนรู้วิธีคิด การวางแผน และการบริหารความเสี่ยงจากประสบการณ์จริง
  • “ถอดรหัส สร้างโอกาสทำกำไร ด้วย ฟิวเจอร์ส & ออปชัน ใน TFEX” เรียนรู้เทคนิคและกลยุทธ์การลงทุนใน TFEX จากผู้เชี่ยวชาญ

นอกจากนี้ ยังได้พบกับบูธกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ แนะทางเลือกลงทุนผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเสริมพอร์ต พร้อมด้วย 18 บริษัทหลักทรัพย์ ให้คำปรึกษาและวางแผนการลงทุน และทดลองแอปพลิเคชันตัวช่วยลงทุน สำหรับผู้ที่เปิดบัญชีลงทุนหรือทำธุรกรรมภายในงาน รับของสมนาคุณมากมาย

งานจัดขึ้นวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลา 9.00-17.00 น. ณ เชียงใหม่ แกรนด์วิว โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ เข้าร่วมฟรี ที่นั่งจำนวนจำกัด ลงทะเบียนได้ที่ https://www.setinvestnow.com/th/set-road-show-chiang-mai-2026 ผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้า รับฟรี! กระเป๋า #investnow และหนังสือ THE INVESTORS

เมืองไทยประกันชีวิต บริษัทประกันชีวิตไทยรายแรก ร่วมลงนาม UNEP FI PSI มุ่งยกระดับธุรกิจสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในธุรกิจประกันภัย เดินหน้าสร้างหมุดหมายสำคัญระดับสากลด้วยการเป็น บริษัทประกันชีวิตไทยรายแรกที่เข้าเป็นภาคีสมาชิกและร่วมลงนามในหลักการเพื่อการประกันภัยที่ยั่งยืน (Principles for Sustainable Insurance: PSI) ภายใต้ความคิดริเริ่มด้านการเงินของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP FI) สะท้อนความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยมิติ ESG (Environment, Social, Governance) เข้าสู่แกนกลางการดำเนินงานอย่างแท้จริง

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การร่วมลงนามใน UNEP FI PSI ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญไม่เพียงแต่สำหรับเมืองไทยประกันชีวิต แต่รวมถึงอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทย ในฐานะธุรกิจที่บริหารความเสี่ยงและสร้างความคุ้มครองให้แก่ผู้คน เราพร้อมที่จะนำหลักการสากลนี้มาบูรณาการเข้ากับกระบวนการดำเนินงาน เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืนและพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต”

เมืองไทยประกันชีวิต พร้อมขับเคลื่อนและปฏิบัติตามกรอบความร่วมมือระดับโลกของ UNEP FI PSI ผ่านแนวทางหลัก 4 ประการ ดังนี้

1. ผสานปัจจัย ESG เข้าสู่กระบวนการตัดสินใจทางธุรกิจ

บริษัทฯ จะนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล มาเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยง การพิจารณารับประกันภัย (Underwriting) และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและรองรับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร

2. สร้างความตระหนักรู้ร่วมกับลูกค้าและพันธมิตรธุรกิจ

มุ่งเน้นการทำงานร่วมกับลูกค้า คู่ค้า และพันธมิตรในระบบนิเวศสุขภาพ (Health Ecosystem) เพื่อสร้างความเข้าใจในความเสี่ยงด้าน ESG พร้อมสนับสนุนการเข้าถึงประกันภัยที่เท่าเทียม (Democratize Insurance) และการส่งเสริมสุขภาวะเชิงป้องกันอย่างยั่งยืน

3. ร่วมมือกับภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแล

จับมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อร่วมขับเคลื่อนมาตรการ นโยบาย และโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการเติบโตของระบบเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำในประเทศไทย

4. เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้

มุ่งมั่นแสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะ โดยจะเปิดเผยความคืบหน้าและผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับหลักการ PSI อย่างต่อเนื่องผ่านรายงานความยั่งยืนประจำปี เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนมั่นใจในความโปร่งใส

การเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิก UNEP FI PSI ในครั้งนี้ เป็นการสานต่อความสำเร็จด้านความยั่งยืนของเมืองไทยประกันชีวิตอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เคยเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกในไทยที่ร่วมลงนาม UN PRI (Principles for Responsible Investment) ไปก่อนหน้านี้

ปัจจุบัน เมืองไทยประกันชีวิตเดินหน้าขับเคลื่อนเป้าหมายทางสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็น

·         เป้าหมาย Net Zero: มุ่งสู่การเป็นองค์กรปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Scope 1 & 2) ภายในปี พ.ศ. 2573

·         พอร์ตลงทุนสีเขียว: ตั้งเป้าหมายขยายการลงทุนในสินทรัพย์ที่มุ่งเน้น ESG ให้บรรลุ 16,000 ล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2571

“เราเชื่อว่า ประกันชีวิตที่ยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดเดียวของธุรกิจในอนาคต เมืองไทยประกันชีวิตพร้อมเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยและโลกใบนี้ ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคง      มั่งคั่ง และยั่งยืนในทุกมิติ” นายสาระ กล่าว

Link : https://www.unepfi.org/member/muang-thai-life-assurance-public-company-limited/