Home Blog Page 2

เซเว่น อีเลฟเว่น ชวนทุกเจนอิ่มบุญรับเทศกาลกินเจ 2569 ยกทัพเมนูเจกว่า 600 รายการ กินเจปีนี้ อร่อยง่าย เฮลตี้ ที่เซเว่นฯ ถูกใจทุกเจน

0

เซเว่น อีเลฟเว่น ชวนคนไทยทุกเจนมาร่วมอิ่มบุญ อิ่มท้อง และเฮลตี้ ต้อนรับเทศกาลกินเจ 2569 กับแคมเปญ “ทุกมื้อ ทุกเจน เลิฟ เจนี้ที่เซเว่นฯ” คัดสรรเมนูเจมากกว่า 600 รายการ ครอบคลุมทั้ง อาหารสุขภาพไม่แปรรูป อาหารพร้อมรับประทาน ขนม ของว่าง เครื่องดื่ม เมนูโปรตีนสูง เมนู plant-based และเครื่องดื่มจาก All Café เพื่อตอบโจทย์คนทุกเจน ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งผู้ที่กินเจเป็นประจำ ผู้ที่เริ่มต้นกินเจ ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและมองหาอาหารสุขภาพ หรือแม้แต่กลุ่มที่ไม่กินเจเป็นประจำ แต่ชื่นชอบรสชาติอาหารเจของเซเว่นฯ ก็สามารถอร่อยกับเมนูเจได้ตลอดเทศกาล ตั้งแต่วันที่ 9-18 ตุลาคม 2569

สำหรับเมนูพิเศษเฉพาะช่วงเทศกาลเจที่ทุกคนรอคอย สูตรเด็ดจากเชฟดัง กลับมาให้ได้ลิ้มรสกันอีกครั้ง เฉพาะช่วงเทศกาลเจ 1 ปีมีครั้งเดียว ได้แก่  ข้าวเต้าหู้หม่าโผว สูตรจากเชฟถัง เชฟชาวจีนยอดฝีมือ เชี่ยวชาญอาหารจีนกวางตุ้ง และ ผัดหมี่ซั่วเจ จากเชฟป้อม-ธนรักษ์ ชูโต เชฟกระทะเหล็ก เจ้ายุทธจักรอาหารจีนร่วมสมัย

ไม่เพียงแค่นั้น “ทุกเจนเลิฟ เจนี้ที่เซเว่นฯ” ยังมีเมนูไฮไลต์ที่ยกทัพมาให้ลิ้มลอง อาทิ ซาลาเปาเจ ของว่างซึ่งเป็นที่ชื่นชอบ มีทั้งไส้เห็ด และจัมโบ้บิ๊กเปาเห็ดผักพริกสด, ค็อกเทลกะเพราพริกสดเจ, สินค้าจาก EZYGO เช่น สลัดเห็ดออรินจิย่าง, เป๋าฮื้ออบวุ้นเว้นเส้นเจ, ข้าวผัดกระเพราหมูกรอบเจ, ข้าวถั่วแขกผัดเกลือมังสวิรัติ, ข้าวผัดคะน้าปลาเค็มเจ ฯลฯ โดยเพิ่มความใส่ใจสุขภาพยิ่งขึ้นด้วยสลากบนกล่องอาหารที่บอกแคลอรีไว้ชัดเจน ให้ทุกมื้อไม่พลาดที่จะเฮลตี้

นอกจากนั้น ยังมีเครื่องดื่มจาก All Café ที่เสิร์ฟความสดชื่นตลอดเทศกาลกินเจ ไม่ว่าจะเป็น กาแฟเย็นเจ, เพียวมัทฉะเย็น, ชามะนาวเย็น, อเมริกาโน่เย็น และอีกหลากหลายเมนูพร้อมเติมความสดชื่นให้ทุกวัน

เซเว่น อีเลฟเว่น ยังต่อยอดความสนุกให้การกินเจด้วย “My J, My Way” เมนูเจ DIY อร่อยในแบบของฉัน ชวนลูกค้าสร้างสรรค์เมนูจากสินค้าภายในร้าน มีสูตรให้ลอง DIY ถึง 11 เมนู ให้การกินเจปีนี้รสชาติไม่จำเจอีกต่อไป เช่น “เมนูข้าวคลุกกรุบ แซ่บไฟลุก” ได้แก่ ข้าวสวย + สลัดมิกซ์พร้อมทาน + มะเขือเทศ 120 กรัม + ผัดพริกขิงเจแฮปปี้เชฟ + น้ำพริกนรกเจ ตรามินิรุ่งเจริญ หรือจะ DIY เมนูเครื่องดื่ม ก็สามารถทำได้ เช่น “มะพร้าวเต้าทึงเฟรช” ได้แก่ น้ำแข็ง + ไอศกรีมเอเต้โบราณ เต้าทึงน้ำลำไย + โคโค่แม็ก น้ำมะพร้าว ลูกค้าสามารถรังสรรค์รสชาติและระเบิดไอเดียอย่างไม่จำกัด และที่สำคัญยังใส่ใจสุขภาพด้วย

สัมผัสความอร่อย เติมเต็มสุขภาพดี และร่วมอิ่มบุญไปพร้อมกัน ที่เซเว่น อีเลฟเว่น เพื่อนคู่ใจทุกมื้อของคุณ  ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสะดวกยิ่งขึ้นด้วยบริการสั่งผ่าน 7Delivery และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก 7-Eleven Thailand

เมืองไทยประกันชีวิต ครองตำแหน่ง “องค์กรต้นแบบ” จาก ก.ล.ต. และคว้า 3 รางวัล ส่งเสริมความรู้ทางการเงินต่อเนื่องปีที่ 3

0

เมืองไทยประกันชีวิต ได้รับการประกาศจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้เป็น “องค์กรต้นแบบ” ภายใต้โครงการ “ตลาดทุนไทย ร่วมใจส่งพลังความรู้สู่ประชาชน เฟส 2 ปี 2569” พร้อมได้รับ รางวัลขวัญใจมหาชน รางวัลการสร้างองค์ความรู้        อย่างยั่งยืน และรางวัลความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม นับเป็นการได้รับรางวัลครบทั้ง 3 ประเภทต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตั้งแต่ปี 2567–2569

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เรื่องการเงินเกี่ยวข้องกับชีวิตของทุกคน แต่หลายคนยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัวหรือเริ่มต้นยาก สิ่งที่เมืองไทยประกันชีวิตพยายามทำ คือเปลี่ยนความรู้ที่ดูซับซ้อนให้เป็นเรื่องใกล้ตัว ชวนให้ผู้คนมองเรื่องการเงินผ่านสิ่งที่พบในชีวิตจริง และเห็นว่าตนเองจะเริ่มวางแผนจากตรงไหนได้บ้าง

เรามองเรื่องนี้ผ่านแนวคิด Wealthspan หรือการมีความพร้อมทางการเงินตลอดช่วงชีวิต ตั้งแต่การดูแลค่าใช้จ่ายในวันนี้ การรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด ไปจนถึงการเตรียมรายได้และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในวัยเกษียณ การได้รับรางวัลทั้ง 3 ประเภทต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และได้รับการประกาศเป็นองค์กรต้นแบบในปีนี้ เป็นกำลังใจให้เราส่งต่อความรู้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้คนนำไปใช้วางแผนชีวิตของตนเองได้อย่างมั่นใจ”

โครงการ “ตลาดทุนไทย ร่วมใจส่งพลังความรู้ สู่ประชาชน” มุ่งส่งเสริมความรู้และทักษะด้านการเงินและการลงทุนที่ประชาชนสามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้องค์กรร่วมออกแบบแผนและกิจกรรมให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย เมืองไทยประกันชีวิตเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง ด้วยความตั้งใจทำให้เรื่องการเงิน การบริหารความเสี่ยง และการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตเป็นเรื่องที่เข้าใจและเริ่มลงมือทำได้

สำหรับในปีนี้ บริษัทฯ ได้รับการเชิดชูเกียรติให้เป็น “องค์กรต้นแบบ” ด้านการส่งเสริมความรู้ทางการเงินและการลงทุน พร้อมรับรางวัลอีก 3 ประเภท ได้แก่ รางวัลขวัญใจมหาชน จากการเผยแพร่สื่อความรู้ที่เข้าถึงผู้คนผ่านช่องทางออนไลน์ รางวัลการสร้างองค์ความรู้อย่างยั่งยืน จากการดำเนินงานให้ความรู้อย่างต่อเนื่องและวัดผลได้ และ รางวัลความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม จากการนำเสนอเรื่องการเงินและการลงทุนในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและจดจำได้

ที่ผ่านมา บริษัทฯ พัฒนาและเผยแพร่ความรู้ทางการเงินและการวางแผน พร้อมทั้งจัดกิจกรรมและสร้างเครื่องมือการเรียนรู้สำหรับผู้คนในแต่ละช่วงชีวิตต่างๆ ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการรายรับ รายจ่าย การออม การวางแผนความคุ้มครอง ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณ หนึ่งในเครื่องมือดังกล่าวคือ MTL Financial Check และ MTL Retirement Check ซึ่งช่วยให้ประชาชนประเมินความพร้อมด้านการวางแผนการเงิน และวางแผนเกษียณด้วยตนเอง ควบคู่กับการจัดกิจกรรมให้ความรู้และพัฒนาบุคลากรให้สามารถถ่ายทอด เรื่องการเงินได้อย่างเข้าใจง่าย

นอกจากนี้บริษัทฯ เดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงินควบคู่กับแนวคิด Longevity ที่เชื่อมโยงการมีชีวิตยืนยาว (Lifespan) สุขภาพที่ดี (Healthspan) และความพร้อมทางการเงินตลอดชีวิต (Wealthspan) เพื่อให้ชีวิตที่ยืนยาวมาพร้อมความสามารถในการดูแลตนเองและเลือกใช้ชีวิตได้ตามที่ต้องการ

นายสาระ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เมื่อคนไทยมีแนวโน้มใช้ชีวิตยืนยาวขึ้น การวางแผนการเงินก็ต้องมองไกลกว่าเพียงค่าใช้จ่ายในวันนี้ เราต้องคิดถึงการดูแลสุขภาพ ค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น และทางเลือกในการใช้ชีวิตวันข้างหน้า ความรู้ทางการเงินจะช่วยให้แต่ละคนตัดสินใจได้เหมาะกับเป้าหมายและข้อจำกัดของตนเอง”

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าส่งเสริมความรู้บริหารเงินหลังเกษียณ ผ่านโครงการ “Happy Money, Happy Young Old”

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดโครงการ “Happy Money, Happy Young Old ปูนนี้ (ก็) มีใช้” เพื่อส่งเสริมความรู้ด้าน การวางแผนและจัดสรรเงินออมสำหรับวัยเกษียณ โดยมี อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเวิร์กชอปบริหารเงินหลังเกษียณ ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้

ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2569  มีผู้อบรมหลักสูตร SET e-Learning พื้นฐานวางแผนการเงินวัยเกษียณ 5,452 คน และร่วมเวิร์กชอปฝึกปฏิบัติจริง 383 คน ซึ่งผู้ผ่านโครงการส่วนใหญ่สะท้อนว่าสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ได้จริง เพิ่มความมั่นใจในการบริหารเงินและปรับพอร์ตลงทุนของตนเอง ตอบโจทย์ชีวิตหลังเกษียณที่มั่นคงและมีความสุข ผู้สนใจเริ่มต้นได้ที่ SET e-Learning ฟรี 2 หลักสูตร ได้แก่            “วัย 50+: เตรียมชีวิตมั่งคั่ง รับวันเกษียณ” และ “วัย 60+: บริหารเงินหลังเกษียณ สไตล์วัยเก๋า” และติดตามเวิร์กชอปรุ่นถัดไปได้ที่ https://www.set.or.th/th/education-research/education/happymoney/happy-young-old

ออมสินอัดฉีดกำลังใจนักกีฬาไทยเจ้าของเหรียญเอเชียนเกมส์ มอบสลากออมสินรวมกว่า 7 แสนบาท เพื่อจุดเริ่มต้นการวางแผนทางการเงินที่ดี

0

🏅 จากสนามแข่งขันสู่ความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ ฮีโร่ไทยสร้างชื่อ ออมสินร่วมชื่นชม✨

ออมสินร่วมเชิดชูฮีโร่เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 มอบสลากออมสินเพื่อเชิดชูความสำเร็จ ผู้คว้าเหรียญทองได้รับสลากออมสินมูลค่ารายละ 200,000 บาท และผู้คว้าเหรียญทองแดงได้รับสลากออมสินมูลค่ารายละ 100,000 บาท รวมมูลค่ากว่า 700,000 บาท เพื่อเป็นทั้งรางวัลแห่งความภาคภูมิใจและการเริ่มต้นสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคต พร้อมส่งกำลังใจให้นักกีฬาไทยก้าวสู่ความสำเร็จในทุกสนามการแข่งขัน ✨💪

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://to.gsb.or.th/MgZBq

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศใช้มาตรการซื้อขายปรับปรุงใหม่ ยกระดับความเชื่อมั่นตลาดทุน เริ่ม 16 พ.ย. 69

0

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเริ่มบังคับใช้มาตรการการซื้อขายที่ปรับปรุงใหม่ รวม 8 มาตรการ ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป ภายหลังการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ลงทุนและผู้เกี่ยวข้องในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. แล้ว มาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพและความเท่าเทียมของตลาด การลดความผันผวนที่ผิดปกติของราคาหลักทรัพย์ และการกำกับดูแลพฤติกรรมการซื้อขายที่ไม่เหมาะสม เพื่อให้เกณฑ์เหมาะสมกับบริบทการลงทุนปัจจุบัน สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล และยกระดับความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities”

“มาตรการชุดนี้มุ่งสร้างสมดุลระหว่างสภาพคล่องและเสถียรภาพของตลาด ช่วยลดต้นทุนการซื้อขายให้ผู้ลงทุนทุกกลุ่ม และกำกับดูแลตามพฤติกรรมการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริง เพื่อให้ผู้ลงทุนมั่นใจในความเท่าเทียมของตลาดทุนไทย” อัสสเดช กล่าว

มาตรการที่ปรับปรุงมีสาระสำคัญ ดังนี้

1.ปรับลดช่วงราคาซื้อขาย (Tick Size) สำหรับหลักทรัพย์ที่มีราคา 5-50 บาทต่อหุ้น เพื่อช่วยลดส่วนต่างราคาและเพิ่มโอกาสจับคู่คำสั่งซื้อขาย ส่งผลให้ต้นทุนการซื้อขายของผู้ลงทุนทุกกลุ่มลดลง และเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาด

2.ปรับปรุงเกณฑ์ราคาขายชอร์ต ในสภาวะปกติให้ใช้เกณฑ์ Zero-Plus Tick (ราคาขายชอร์ตต้องเท่ากับหรือสูงกว่าราคาซื้อขายครั้งล่าสุด) แต่หากหลักทรัพย์ใดมีราคาปิดลดลงตั้งแต่ 10% จากราคาปิดของวันก่อนหน้า ให้ใช้เกณฑ์ Uptick (ราคาขายชอร์ตต้องสูงกว่าราคาซื้อขายครั้งล่าสุด) ในวันทำการถัดไป เพื่อชะลอแรงขายในช่วงตลาดผันผวน โดยไม่กระทบสภาพคล่อง และต้นทุนการซื้อขายในภาวะปกติ

3. ปรับปรุงหลักทรัพย์ที่ขายชอร์ตโดยจำกัดเฉพาะหลักทรัพย์สภาพคล่องสูงเท่านั้น ได้แก่หลักทรัพย์ในกลุ่ม SET100 หลักทรัพย์อ้างอิงของ Single Stock Futures และหลักทรัพย์ประเภท DR และ ETF

4.ปรับปรุงลักษณะการซื้อขายที่ต้องขึ้นทะเบียนต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยพิจารณาจากการใช้ช่องทางการส่งคำสั่งเฉพาะราย (Dedicated API) หรือการซื้อขายลักษณะ (High Frequency Trading: HFT) เช่น ความถี่/ความเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขาย สถานะสิ้นวัน มูลค่าการซื้อขายรายวัน เป็นต้น เพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปอย่างเหมาะสม

5.เก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม (Extra Charge) จากบัญชีซื้อขายที่มีการส่งคำสั่งซื้อขาย (Order) ในปริมาณมากแต่เกิดการจับคู่การซื้อขาย (Deal) น้อย (High Order-to-Trade Ratio: OTR) ได้แก่ บัญชีซื้อขายที่มี OTR มากกว่า 50 เท่า และส่งคำสั่งเฉลี่ยมากกว่า 50 ครั้งต่อนาที จะมีการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเฉพาะส่วนที่เกิน 15,000 รายการต่อวัน ในอัตรา 0.15 บาทต่อรายการ (15 สตางค์) เพื่อให้สะท้อนต้นทุนการใช้ทรัพยากรระบบงานที่แท้จริง และป้องกันการส่งคำสั่งซื้อขายที่ไม่มีเจตนาจับคู่ซื้อขาย

6.ยกเลิกกรอบราคาซื้อขายแบบ Dynamic Price Band (DPB) รายหลักทรัพย์ เพื่อลดอุปสรรคในการซื้อขาย โดยเฉพาะในหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำ

7.ยกเลิกการจำกัดหลักทรัพย์ที่ HFT ซื้อขายได้ เพื่อให้การกำกับดูแลการซื้อขายของผู้ลงทุนทุกกลุ่มเป็นไปในแนวทางเดียวกัน สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพิ่มความยืดหยุ่นในการซื้อขาย และเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนทุกกลุ่มเข้าถึงหลักทรัพย์ทุกประเภทได้อย่างเท่าเทียมกัน

8.ยกเลิก Minimum Resting Time (MRT) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคำสั่งซื้อขายและลดภาระด้านระบบงานของบริษัทสมาชิก ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงยกเลิกมาตรการ Minimum Resting Time (MRT)

ผู้ลงทุนและผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเกณฑ์ที่ปรับปรุงดังกล่าวได้ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ www.set.or.th ภายใต้หัวข้อ “กฎเกณฑ์/การกำกับ” และ “กฎเกณฑ์ – หนังสือเวียนส่วนที่เกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์” เรื่อง “การปรับปรุงเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงต่างประเทศ (Global Products) และการปรับปรุงมาตรการการซื้อขาย”

เอไอเอส ปั้น “เอไอเอส พอยท์ คูปองเดย์” คูปองดีลเด็ด ลดเดือดทุกเดือน จับมือแบรนด์ดังมอบดีลพิเศษ ลดสูงสุด 50% ประเดิม 10.10 นี้ บนแอป myAIS

0

เอไอเอส เสิร์ฟความคุ้มค่า เปิดตัวแคมเปญ “เอไอเอส พอยท์ คูปองเดย์” สร้างโมเมนต์พิเศษให้ลูกค้ากลับมาใช้พอยท์อย่างสม่ำเสมอในทุกเดือน ด้วยคูปองและสิทธิพิเศษจากแบรนด์ยอดนิยมที่แลกง่าย ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ครอบคลุมตั้งแต่แพ็กเกจอินเทอร์เน็ต อาหาร เครื่องดื่ม ช้อปปิ้ง การเดินทาง ไปจนถึงความบันเทิง พร้อมส่วนลดสูงสุด 50% ประเดิม 10.10 ต่อเนื่อง 11.11 และ 12.12 บนแอป myAIS เปลี่ยน Double Date ให้เป็นช่วงเวลาพิเศษที่ลูกค้ารอคอย ตอกย้ำบทบาท AIS ในฐานะ Customer Loyalty & Everyday Value Platform ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการ “สะสมคะแนน” แต่สร้าง Ecosystem ให้คะแนนนำมาใช้สร้างประโยชน์ได้จริงอย่างต่อเนื่อง

10.10 เปิดตัวคูปองดีลเด็ด ลดสูงสุด 50% ระหว่างวันที่ 10–12 ตุลาคม 2569 โดยเปิดให้ลูกค้าเก็บคูปองตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม เวลา 10.00 น. หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด พบกับดีลไฮไลต์ อาทิ

  • TAO BIN คูปองแลกรับเป๊ปซี่ไซซ์ L หรือเป๊ปซี่บ๊วย 1 แก้ว ใช้เพียง 15 คะแนน จำกัด 1,000 สิทธิ์
  • คูปองแลกรับ อินเทอร์เน็ต 600 MB นาน 1 วัน ใช้เพียง 20 คะแนน จำกัด 50,000 สิทธิ์
  • คูปองร้านค้าแลกรับได้ตั้งแต่ 10-31 ต.ค. 2569 อาทิ
    • Sizzler คูปองส่วนลด 100 บาท ใช้เพียง 120 คะแนน
    • PTT Station คูปองส่วนลด 20 บาท ใช้เพียง 30 คะแนน
    • Fuku Matcha คูปองแลกรับเครื่องดื่มชาไทยสีธรรมชาติไข่มุก ขนาด 22 ออนซ์ ฟรี ใช้เพียง 100 คะแนน
    • Mister Donut คูปองแลกรับสินค้าฟรี 1 ชิ้น ใช้เพียง 50 คะแนน
    • McDonald’s คูปองแลกรับเฟรนช์ฟรายส์ขนาดกลาง (M) ฟรี ใช้เพียง 99 คะแนน

11.11 เติมดีลใหม่ ให้มีเหตุผลกลับมาใช้ Points ทุกเดือน ตั้งแต่วันที่ 11-13 พฤศจิกายน 2569 เปิดให้เก็บคูปองในวันที่ 11 พฤศจิกายน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด พร้อมดีลพิเศษ อาทิ

  1. KOI Thé คูปองส่วนลด 20 บาท ใช้เพียง 15 คะแนน จำกัด 1,000 สิทธิ์
  2. คูปองแลกรับ อินเทอร์เน็ตไม่จำกัดความเร็ว 2Mbps นาน 1 วัน ใช้เพียง 25 คะแนน จำกัด 50,000 สิทธิ์
  3. คูปองร้านค้าแลกรับได้ตั้งแต่ 11-30 พ.ย. 2569 อาทิ
    • Kamu Tea คูปองส่วนลด 20 บาท ใช้เพียง 25 คะแนน
    • Shabushi Buffet คูปองส่วนลด 100 บาท ใช้เพียง 130 คะแนน
    • Potato Corner คูปองส่วนลด 30 บาท ใช้เพียง 40 คะแนน
    • Watsons คูปองส่วนลด 50 บาท ใช้เพียง 65 คะแนน
    • Major Cineplex คูปองส่วนลด 50 บาท ใช้เพียง 65 คะแนน

12.12 ปิดท้ายปี จัดเต็มความคุ้มส่งท้ายปี ด้วย เอไอเอส พอยท์ คูปองเดย์ ระหว่างวันที่ 12–14 ธันวาคม 2569 เปิดให้ลูกค้ากดเก็บคูปองในวันที่ 12 ธันวาคม ตั้งแต่เวลา 10.00 น. หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด

  1. Starbucks คูปองส่วนลด 50 บาท ใช้เพียง 30 คะแนน จำกัด 1,000 สิทธิ์
  2. คูปองแลกรับ อินเทอร์เน็ตไม่จำกัดความเร็ว 6 Mbps นาน 1 วัน ใช้เพียง 45 คะแนน จำกัด 50,000 สิทธิ์
  3. คูปองร้านค้าแลกรับได้ตั้งแต่ 12-31 ธ.ค. 2569 อาทิ
    • GAGA คูปองส่วนลด 20 บาท ใช้เพียง 25 คะแนน
    • Pizza Hut คูปองส่วนลด 100 บาท ใช้เพียง 100 คะแนน
    • Auntie Anne’s คูปองแลกรับเพรทเซลพร้อมเครื่องดื่มฟรี ใช้เพียง 130 คะแนน
    • SF Cinema คูปองส่วนลด 50 บาท ใช้เพียง 65 คะแนน
    • Bonchon คูปองส่วนลด 100 บาท ใช้เพียง 130 คะแนน

ติดตามรายละเอียดสิทธิพิเศษและกดรับสิทธิ์ได้ที่แอป myAIS หรือ https://m.ais.co.th/YyHyA7xxuE

ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดทัพผู้บริหาร ตั้ง “สรวิศ ไกรฤกษ์” นั่งผู้จัดการ mai และ LiVEx พร้อมแต่งตั้ง 3 ผู้บริหารขึ้นรองผู้จัดการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ มีผล 1 ม.ค. 2570

0

ตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่งตั้งนายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด (CMO) ให้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ เพิ่มเติมจากตำแหน่งเดิม รวมทั้งแต่งตั้งผู้ช่วยผู้จัดการ (EVP) ขึ้นเป็นรองผู้จัดการ (SEVP) 3 ราย ได้แก่ นางดวงรัตน์ สมุทวณิช นายตรีวิทย์ วังวรวุฒิ และนายณัฐพล สุวรรณสิริ โดยมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับโครงสร้างทีมผู้บริหารครั้งนี้เพื่อรองรับธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเตรียมพร้อมขับเคลื่อนกลยุทธ์ในปี 2570 ผู้บริหารทั้ง 4 ท่าน มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในตลาดทุน และมีบทบาทสำคัญในกลไกหลัก ทั้งดีมานด์ ซัพพลาย และการกำกับดูแล จึงเชื่อมั่นว่าจะเป็นกำลังในการขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดทุนไทยทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นเส้นทางแห่งความเชื่อมั่นในการสร้างโอกาสแก่ทุกกลุ่ม ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” การแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านผู้บริหารระดับสูงที่จะเกษียณอายุในปี 2569 เป็นไปอย่างราบรื่น และสานต่อกลยุทธ์ของกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้อย่างต่อเนื่อง

สรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ
  • นายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด (CMO) ให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (President-Market for Alternative Investment (mai)) และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (President-LiVEx) ควบคู่กับตำแหน่งเดิม เพื่อบูรณาการโครงสร้าง SET mai และ LiVEx ให้เชื่อมโยงกันมากขึ้น นายสรวิศมีประสบการณ์การทำงานด้านการเงินและตลาดทุนกว่า 30 ปี นับตั้งแต่ร่วมงานกับตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 นายสรวิศเป็นผู้นำขับเคลื่อนงานสายการตลาดที่ครอบคลุมทั้งฝั่งซัพพลายและดีมานด์ของตลาดทุน ได้แก่ งานด้านผู้ออกหลักทรัพย์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการขยายฐานผู้ลงทุน ให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย นายสรวิศจบการศึกษาปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ จาก London School of Economics & Political Science ประเทศอังกฤษ และปริญญาโทด้านการเงินจาก London Business School ประเทศอังกฤษ
นางดวงรัตน์ สมุทวณิช
  • นางดวงรัตน์ สมุทวณิช เป็นรองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกำกับตลาด (SEVP-Chief Supervision Officer (CSO)) นางดวงรัตน์ร่วมงานกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่ปี 2538 มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาหลักเกณฑ์การกำกับดูแลและเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับบริษัทจดทะเบียนให้เป็นมาตรฐานสากล โดยนำข้อมูลและเทคโนโลยี AI มาพัฒนาระบบ Risk-Based Supervision นางดวงรัตน์จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้าน Quantitative Management คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจจาก James Cook University of North Queensland ประเทศออสเตรเลีย
ตรีวิทย์ วังวรวุฒิ
  • นายตรีวิทย์ วังวรวุฒิ เป็นรองผู้จัดการ รองหัวหน้าสายงานการตลาด ดูแลงานด้านการตลาด (SEVP-Deputy Chief Markets Officer (D.CMO)-Market) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (TFEX) นายตรีวิทย์ ร่วมงานกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่ปี 2563 มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและผลักดันผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาด อาทิ L&I ETF, Mini Gold รวมทั้งโครงการ Bond Connect สำหรับซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลทั้งในตลาดแรกและตลาดรองบนแพลตฟอร์มของตลาดหลักทรัพย์ฯ นอกจากนี้ ยังเคยดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม จำกัด (Settrade) และ บริษัท ดิจิทัล แอสเซท แพลตฟอร์ม จำกัด (DAP) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีของตลาดทุน นายตรีวิทย์จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้าน International Business and Economics จาก Sophia University (Jochi Daigaku) ประเทศญี่ปุ่น และปริญญาโทด้าน Management จาก University of Surrey ประเทศอังกฤษ
ณัฐพล สุวรรณสิริ

นายณัฐพล สุวรรณสิริ เป็นรองผู้จัดการ รองหัวหน้าสายงานการตลาด ดูแลงานด้านผู้ออกหลักทรัพย์ (SEVP-Deputy Chief Markets Officer (D.CMO)-Issuer & Listing) นายณัฐพลร่วมงานกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่ปี 2562 เป็นผู้นำในการขับเคลื่อนโครงการสำคัญต่าง ๆ ของผู้ออกหลักทรัพย์ อาทิ โครงการ JUMP+, โครงการ BOI to IPO, ตลาดหลักทรัพย์ LiVE Exchange รวมทั้งการพัฒนา Digital Platform และบริการต่าง ๆ สำหรับบริษัทจดทะเบียน นายณัฐพลจบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโทด้าน European Business จาก EDHEC Business School ประเทศฝรั่งเศส

ธอส. จัดแคมเปญใหญ่ เอาใจคนอยากมีบ้าน กับ สินเชื่อ ธอส. 73 ปี Beyond ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.73% ต่อปี ในงานมหกรรมการเงินอุดรธานี ครั้งที่ 13

0

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดแคมเปญเอาใจคนอยากมีบ้าน นำโดย สินเชื่อ ธอส. 73 ปี Beyond ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.73% ต่อปี เงินงวดต่ำนาน 72 เดือน ผ่อนเริ่มต้นล้านละ 2,500 บาท สินเชื่อบ้านหลังคา Solar Rooftop ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.99% ต่อปี ผ่อนเริ่มต้นล้านละ 3,600 บาท พิเศษ!! สนับสนุนค่าติดตั้งสูงสุด 50,000 บาท และกู้ติดตั้ง Solar Rooftop วงเงินกู้ 300,000 บาท ผ่อนเพียงเดือนละ 1,100 บาท นอกจากนี้ยังมีสลากออมทรัพย์ ธอส. ให้ผลตอบแทนดี พร้อมรางวัลใหญ่ และบ้านมือสองกว่า 400 รายการ โปรโมชันผลิตภัณฑ์สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ 0% นานสูงสุด 2 ปี ราคาลดสูงสุด 50% พบกันในงาน “มหกรรมการเงินอุดรธานี ครั้งที่ 13” ระหว่างวันที่ 9 – 11 ตุลาคม 2569 ณ เซ็นทรัล อุดร

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. เดินหน้าสร้างโอกาสให้คนไทยเป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น จัดทำผลิตภัณฑ์ทางการเงินพร้อมโปรโมชันสุดพิเศษ ในงานมหกรรมการเงินอุดรธานี ครั้งที่ 13 โดย สินเชื่อ ธอส. 73 ปี Beyond ครอบคลุมทุกวัตถุประสงค์การกู้ เดือนที่ 1–3 อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 0.73% ต่อปี เดือนที่ 4–9 เท่ากับ 1.73% ต่อปี เดือนที่ 10–24 เท่ากับ MRR-3.415% ต่อปี ปีที่ 3–6 เท่ากับ MRR-2.415% ต่อปี และปีที่ 7 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี และลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี กรณีซื้ออุปกรณ์ฯ/ชำระหนี้ฯ เท่ากับ MRR (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ของ ธอส. เท่ากับ 6.145% ต่อปี) ระยะเวลาการกู้นานสูงสุด 40 ปี กู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเงินงวดเพียงเดือนละ 2,500 บาท เท่านั้น!! พร้อมค่าประเมินราคาหลักประกันอัตราพิเศษ และสำหรับลูกค้าไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น ฟรีค่าจดทะเบียนจำนอง และ สินเชื่อบ้านหลังคา Solar Rooftop สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อหรือปลูกสร้างที่อยู่อาศัยพร้อมติดตั้ง Solar Rooftop อัตราดอกเบี้ยเดือนที่ 1–2 เท่ากับ 0.99% ต่อปี เดือนที่ 3–6 เท่ากับ 1.99% ต่อปี เดือนที่ 7–12 เท่ากับ 2.99% ต่อปี (กรณีทำประกันตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด) อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยปีแรก 2.32% ต่อปี ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี กู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเงินงวดเดือนละ 3,600 บาท กรณีกู้ติดตั้ง Solar Rooftop วงเงินกู้ 300,000 บาท เงินงวดเริ่มต้นเพียงเดือนละ 1,100 บาท พร้อมกันนี้ ธอส. ยังสนับสนุนค่าติดตั้ง Solar Rooftop สูงสุด 30,000 บาท (กรณีติดตั้ง Solar Rooftop ขนาดน้อยกว่า 5KW) และสูงสุด 50,000 บาท (กรณีติดตั้ง Solar Rooftop ขนาดตั้งแต่ 5KW ขึ้นไป)

สลากออมทรัพย์ ธอส. เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน กับสลากออมทรัพย์ ธอส. 73 ปี Beyond ราคาหน่วยละ 1 ล้านบาท อายุสลาก 2 ปี อัตราดอกเบี้ยหน้าสลาก 1.20% ต่อปี (เมื่อฝากครบกำหนด) รับผลตอบแทนจากดอกเบี้ยรายเดือน เดือนละ 1,000 บาท ลุ้นรับรางวัลที่ 1 มูลค่า 3 ล้านบาท รางวัลเลขท้าย 1 ตัว และรางวัลอื่น ๆ ทุกงวดตลอด 24 เดือน และ สลากออมทรัพย์ ธอส. ชุดทองกวาวมั่งมี 2 หน่วยละ 1,000 บาท อายุสลาก 1 ปี ผลตอบแทนหน้าสลาก 0.30% ต่อปี (เมื่อฝากครบกำหนด) ลุ้นรับรางวัลที่ 1 มูลค่า 3 ล้านบาท ตลอด 12 เดือน ลงทุน 1 แสนบาท ถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว ทุกงวด และลงทุน 1 ล้านบาท ถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว และ 3 ตัว ทุกงวด สลากออมทรัพย์ทั้ง 2 ชุดสามารถเลือกหมวดสลากออมทรัพย์ได้ สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์และซื้อสลากออมทรัพย์ ตามระยะเวลาที่กำหนด วงเงินตั้งแต่ 300,000 บาทขึ้นไป จะได้รับของสมนาคุณตามที่ธนาคารกำหนด

บ้านมือสอง ธอส. คุณภาพดี ทำเลเด่นหลากหลายประเภทกว่า 400 รายการ มาจำหน่ายในราคาลดสูงสุดถึง 50% จากราคาปกติ และโปรโมชันผลิตภัณฑ์สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ 0% นานสูงสุด 2 ปี ลูกค้าที่จองซื้อทรัพย์ภายในงานและ ทำสัญญาจะซื้อจะขาย ภายในระยะเวลาที่ธนาคารกำหนด 10 ท่านแรก รับบัตรกำนัลแทนเงินสด มูลค่า 1,000 บาท (1 ท่าน ต่อ 1 รางวัล) โดยจองซื้อทรัพย์ได้ภายในงาน ระหว่างวันที่ 9–11 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00–20.00 น. และ จองซื้อทรัพย์ได้ ณ ที่ทำการสาขาภูมิภาคที่ตั้งทรัพย์ของธนาคาร ระหว่างวันที่ 9 – 19 ตุลาคม 2569 เวลา 08.30–16.30 น. ผู้ที่สนใจสามารถดูรายการทรัพย์ได้ที่ Application : GHB ALL HOME หรือ www.ghbhomecenter.com

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีโปรโมชันพิเศษอีกมากมาย อาทิ สิทธิประโยชน์สำหรับติดตั้ง Solar Rooftop ส่วนลดวัสดุ และอุปกรณ์ก่อสร้างประหยัดพลังงาน รวมถึงของรางวัลอื่น ๆ อีกมากมายมูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท สำหรับลูกค้า ที่สนใจสามารถเข้ารับคำปรึกษาที่บูธ ธอส. ได้ตลอดงาน โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำด้านการวางแผนทางการเงิน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การมีบ้านอย่างมั่นใจในทุกขั้นตอน สะท้อนบทบาท “Beyond Housing Bank” มากกว่าการปล่อยกู้ ธอส. คือเพื่อนคู่คิดเรื่องบ้านที่อยู่เคียงข้างลูกค้าตั้งแต่วันแรกของการมีบ้านและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

งาน “มหกรรมการเงินอุดรธานี ครั้งที่ 13” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 11 ตุลาคม 2569 ณ เซ็นทรัล อุดร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ G H BANK Call Center โทร. 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารผ่าน G H BANK Social Media ทุกช่องทาง

ร่วมส่งพลังใจ…ซีพี-ซีพีเอฟ ส่งอาหารแทนความห่วงใย

0

ในวันที่หลายพื้นที่ยังต้องรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม ความช่วยเหลือจากหลายภาคส่วนยังคงเดินทางไปถึงพี่น้องประชาชน เช่นเดียวกับซีพีอาสาและซีพีเอฟจิตอาสา ที่ยังคงลงพื้นที่และประสานความช่วยเหลือไปยังชุมชนต่างๆ ภายใต้โครงการ “ซีพี-ซีพีเอฟ ส่งอาหารจากใจ สู้ภัยน้ำท่วม”

ทุกความช่วยเหลืออาจเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ำดื่ม หรือของจำเป็น แต่เมื่อถูกส่งต่อจากมือหนึ่งไปสู่อีกมือหนึ่ง ก็กลายเป็นกำลังใจสำคัญในวันที่ผู้คนกำลังเผชิญความเดือดร้อน

ที่จังหวัดอุทัยธานี ทีมจิตอาสาร่วมส่งมอบขนมปังไส้เนยนม ให้แก่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือของเทศบาลเมืองอุทัยธานี ก่อนส่งต่อถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่

ขณะที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทีมจิตอาสาจาก โรงงานผลิตอาหารสัตว์บกท่าเรือ นำน้ำดื่ม CP มอบให้หน่วยงานราชการในพื้นที่อำเภอท่าเรือ เพื่อใช้ในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ส่วนที่จังหวัดสระบุรี ทีมจาก โรงงานผลิตอาหารสัตว์บกหนองแค ระดมกำลังลงพื้นที่ช่วยเหลือในหลายจุด ทั้งดูแลเพื่อนพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากพื้นที่รับน้ำ พร้อมนำเครื่องอุปโภคบริโภค ไข่ไก่ ข้าวสาร และน้ำดื่ม สนับสนุนหน่วยงานท้องถิ่นในอำเภอหนองแค อบต.หนองจระเข้ และ อบต.หนองไข่น้ำ ตลอดจนช่วยคู่ค้าของบริษัทในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี

นอกจากนี้ ทีมจิตอาสายังนำไข่ไก่ไปมอบให้แก่หน่วยงานราชการในจังหวัดสระบุรี ทั้งเทศบาลไผ่ต่ำ เทศบาลหนองแค และอำเภอหนองแค เพื่อร่วมเป็นอีกหนึ่งกำลังในการดูแลประชาชนในช่วงเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือ 

สิ่งที่น่าชื่นใจคือ ความช่วยเหลือไม่ได้หยุดอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่ง แต่ค่อยๆ เดินทางต่อไป จากองค์กรสู่หน่วยงาน จากหน่วยงานสู่ชุมชน และจากชุมชนถึงมือของผู้ที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ

เพราะในยามวิกฤต บางครั้งสิ่งที่มีความหมายไม่ใช่เพียงว่าเราให้ได้มากแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่า เมื่อรู้ว่ามีใครกำลังเดือดร้อน เราพร้อมเข้าไปช่วยหรือไม่

และนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ทุกครั้งที่เห็นอาหาร น้ำดื่ม หรือผลิตภัณฑ์จากซีพีและซีพีเอฟถูกส่งต่อถึงพี่น้องประชาชน เราไม่ได้เห็นเพียง “สิ่งของ” แต่เห็นถึงอีกหนึ่งความตั้งใจที่กำลังเดินทางไปพร้อมกัน

มื้อหนึ่งอาจอิ่มท้อง แต่การได้รู้ว่ายังมีคนห่วงใย… อาจเติมกำลังใจให้เดินต่อได้อีก

ซีพี-ซีพีเอฟ ยังคงเดินหน้าส่งต่ออาหารและความห่วงใย เพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงผู้ที่ต้องการอย่างทั่วถึง

ตลาดหลักทรัพย์ฯ และธนาคารไทยพาณิชย์ ผนึกกำลังเตรียมพร้อมผู้ประกอบการยกระดับธุรกิจผ่าน IPO

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จัดสัมมนา “IPO to Foster Business Value” เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อให้ผู้ประกอบการเล็งเห็นความสำคัญของตลาดทุนเป็นช่องทางการระดมทุนและสร้างมูลค่าให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมี สรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด และ อำนวย จิรมหาโภคา รองผู้จัดการ รองหัวหน้าสายงานการตลาด ดูแลงานด้านผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมด้วย ธนพจน์ ภาคสุวรรณ Chief Corporate and Institutional Banking Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมเปิดงาน

ทั้งนี้ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองที่เป็นประโยชน์ เพื่อสร้างความพร้อมให้ผู้ประกอบการในการส่งต่อธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่นและใช้ประโยชน์จากตลาดทุนเป็นเครื่องมือสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ