Home Blog Page 2

เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัวโฆษณาเมืองไทยสไมล์คลับชุดใหม่ ดึง “บิวกิ้น-พีพี” เป็นพรีเซ็นเตอร์ เปิดประสบการณ์กับสิทธิพิเศษที่ให้ “เยอะ” จนคุณยิ้ม

0

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต ตอกย้ำความแรงของ “เมืองไทยสไมล์คลับ” คลับแห่งความสุขและรอยยิ้มอย่างต่อเนื่องหลังปรับโฉมครั้งใหญ่ ก้าวจาก Loyalty Program สู่ “Behavior Platform” เต็มรูปแบบ พร้อมยกระดับสิทธิพิเศษให้ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เพราะเราคือประกันชีวิต “ที่มีชีวิต” ที่จะดูแลคุณในทุกวัน ทั้งวันที่เคลม วันที่พัก วันที่กิน วันที่เที่ยว วันที่ปาร์ตี้ และวันที่สุขภาพดีครบรอบด้าน เพื่อให้ลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตทุกคนมีรอยยิ้มในทุกวัน

ล่าสุดเดินหน้าเปิดตัวโฆษณาชุดใหม่ โดยได้ “บิวกิ้น” พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล และ “พีพี” กฤษฏ์ อำนวยเดชกร        พรีเซ็นเตอร์คนคุ้นเคย ตัวแทนคนกิจกรรมเยอะ มาร่วมยกระดับความสุขและรอยยิ้มขึ้นไปอีกขั้น  พร้อมด้วยสิทธิพิเศษใหม่ กิจกรรมดี  กินก็มา เที่ยวก็มี บันเทิงก็มาก ฟิตก็ยิ่งมันส์ ที่เตรียมมามอบให้ลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิต ได้ร่วมเปิดประสบการณ์ครั้งสำคัญที่มีให้ “เยอะ” จนคุณยิ้ม ที่ดูแลมากกว่าแค่ความคุ้มครอง จากเมืองไทยสไมล์คลับ

โดยลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตที่เป็นสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ จะได้เปิดประสบการณ์สุดพิเศษกับ 4 ความคุ้มค่า สามารถรับความสุขได้ง่าย ผ่าน MTL Click Application ที่ครอบคลุมทุกบริการ สะดวก ครบ จบ ในแอปเดียวประกอบด้วย

คุ้มที่ 1 Exclusive Privileges ซื้อประกันกับเมืองไทยประกันชีวิตได้สิทธิพิเศษ เลือกรับได้ทันที “ไม่ต้องรอ! และไม่ต้องแลกพอยท์” ทั้งหมวดสุขภาพ สปาชั้นนำ หมวดท่องเที่ยว อย่างตั๋วเครื่องบิน หรือ Lounge หมวดความบันเทิง Box Seat เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์  หรือหมวดร้านอาหาร ที่มีทั้งร้านจองยาก ร้านลับ หรือปิดร้านแบบ Exclusive   Privileges แบบนี้ ไม่เหมือนใครแน่นอน

คุ้มที่ 2 Product Privilege ก็ไม่ต้องรอ เพียงมีประกันสุขภาพ ประกันโรคร้าย ประกันชีวิต หรือประกันชีวิตแบบควบการลงทุน ก็ได้สิทธิพิเศษทันที  กับ Product Privilege ที่จะช่วยให้คุณ ยิ้มได้กับชีวิตที่ง่ายขึ้น

คุ้มที่ 3 Smile Points ซื้อประกันกับเมืองไทยประกันชีวิตได้สนุกไปกับการสะสมแต้ม Smile Points แลกรับส่วนลด และสิทธิพิเศษแบบครบทุกไลฟ์สไตล์ กับสิทธิประโยชน์ที่ใช้ได้จริงในชีวิต และแลกได้ทุกวัน ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ทั้งร้านอาหาร กิจกรรมความบันเทิง สุขภาพ ชอปปิง และท่องเที่ยว จากพันธมิตรชั้นนำที่หลากหลายกว่า 420 แบรนด์

และคุ้มที่ 4 รับ Fit Point  สายฟิตยิ่งต้องถูกใจสิ่งนี้ แค่คุณออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเดิน วิ่ง หรืออัปโหลดผลตรวจสุขภาพ ก็รับ Fit Points ที่นำมาเป็นส่วนลดเบี้ยปีต่ออายุ สูงสุด 15%*

สำหรับภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ของ “เมืองไทยสไมล์คลับ” ตอกย้ำแนวคิดการดูแลลูกค้ามากกว่าความคุ้มครอง ผ่านสิทธิพิเศษและกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ โดยได้สองพรีเซ็นเตอร์คนคุ้นเคย“บิวกิ้น–พีพี” มาร่วมถ่ายทอดความสุขและประสบการณ์ของการเป็นลูกค้า ที่พร้อมเติมรอยยิ้มให้กับทุกช่วงเวลาของชีวิต

ภาพยนตร์โฆษณาชุดดังกล่าวนำเสนอความ “เยอะ” ของสิทธิประโยชน์จากเมืองไทยสไมล์คลับ ที่ออกแบบมาเพื่อเข้าถึงความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นสายท่องเที่ยว ดำน้ำ ปีนเขา เดินป่า เข้าสปา หรือสายกิจกรรมและออกกำลังกาย รวมถึงสายชอปปิง สายคาเฟ่ ความบันเทิง ทั้งสตรีมมิง ตั๋วหนัง คอนเสิร์ต ซีรีส์ หรือละครเวที ที่พร้อมมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าได้ยิ้มในทุกไลฟ์สไตล์ ขณะเดียวกันยังเชื่อมโยงการดูแลสุขภาพเข้ากับสิทธิประโยชน์ด้านประกัน ผ่านกิจกรรมฟิตเนสและการสะสมคะแนนเพื่อใช้ลดเบี้ยประกัน ตอกย้ำแนวคิดการดูแลลูกค้าแบบครบวงจรของเมืองไทยประกันชีวิต

การเลือก “บิวกิ้น–พีพี” มารับหน้าที่พรีเซ็นเตอร์ในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดภาพลักษณ์ของแบรนด์ หลังจากทั้งคู่เคยสื่อสารด้านผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ มาก่อน โดยครั้งนี้เป็นการปรับบทบาทจากการสื่อสารเรื่อง “ความคุ้มครอง” ไปสู่การสะท้อน “ไลฟ์สไตล์และประสบการณ์” ของการเป็นลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิต ผ่านเมืองไทยสไมล์คลับ ด้วยภาพลักษณ์ที่สดใส เข้าถึงง่าย และมีฐานแฟนคลับหลากหลายกลุ่ม ทำให้ “บิวกิ้น–พีพี” สามารถถ่ายทอดแนวคิดของเมืองไทย     สไมล์คลับ ที่มอบทั้งสิทธิพิเศษ ความสุข และกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างชัดเจน สอดคล้องกับแนวทางของเมืองไทยประกันชีวิตที่ต้องการยกระดับจากการดูแลด้านความคุ้มครอง สู่การอยู่เคียงข้างลูกค้าในทุกมิติของชีวิต

ทั้งนี้ สามารถติดตามภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ของเมืองไทยสไมล์คลับ ได้ผ่านหลากหลายช่องทางของบริษัทฯ ไม่ว่า    จะเป็น Muang Thai Life Assurance, YouTube, Facebook, Instagram, X, LINE Official Account และTikTok ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิต สามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ความสุขและสุขภาพดีที่เลือกได้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่วันนี้และติดตามกิจกรรมรวมถึงสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่เมืองไทยสไมล์คลับคัดสรรมาเป็นพิเศษ ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ และ      ตอบโจทย์ความหลากหลายทุกความต้องการเพิ่มเติม ได้ที่ MTL Click Application สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี   ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือเว็บไซต์ www.muangthai.co.th   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1766 กด 4 เมืองไทยประกันชีวิต หรือศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศ

CPF ยกระดับอาหารไทยสู่เวทีโลก ชูนวัตกรรม “Food Innovation for Wellness” ในงาน THAIFEX–Anuga Asia 2026

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ผู้นำในธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารระดับโลก เสริมศักยภาพประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารแห่งภูมิภาค ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ภายใต้ธีมหลักคือ “Food Innovation for Wellness” พร้อมนำนวัตกรรมอาหารที่ผ่านการวิจัย พัฒนา เพื่อให้มีคุณค่าทางโภชนาการ รสชาติที่ดี และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการสร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่ง เพื่อส่งมอบประสบการณ์อาหารคุณภาพสูงและยั่งยืนให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร CPF กล่าวว่า “ผู้บริโภคทั่วโลกในปัจจุบันมองหาอาหารที่ไม่ได้มีเพียงความอร่อยและปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังต้องสะดวก มีคุณค่าทางโภชนาการ และผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ CPF มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและนำนวัตกรรมเข้ามาประยุกต์ในทุกๆ ขั้นตอนการผลิตของเราอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น สนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดี และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอทั่วโลก”

ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร CPF

นวัตกรรมเพื่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภคในงานนี้มีการนำผลิตภัณฑ์เด่นๆ ที่วางจำหน่าย และได้รับรางวัลทั้งในและต่างประเทศมาจัดแสดง ในด้านนวัตกรรม CPF ยังคงตอกย้ำความสำเร็จจากพันธกิจยกระดับ “ไก่ไทย” ให้ผ่าน ‘มาตรฐานความปลอดภัยระดับอวกาศ (Space Food Safety Standard)’ เป็นการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในฐานะครัวของโลก ชูผลิตภัณฑ์เด่น ไก่เบญจา และหมูชีวา ที่มีการนำนวัตกรรมเข้ามาใช้เพื่อให้ไก่และหมูมีสุขภาพที่ดีจากภายใน เลี้ยงด้วยแฟลกซ์ซีดและโพรไบโอติกส์ โดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะตลอดการเลี้ยงดู ทำให้เนื้อไก่และหมูมีความนุ่มโดยธรรมชาติ พร้อมกับมีสารอาหารเช่น โอเมก้า 3 จากธรรมชาติมากกว่าปกติถึง 2.5 เท่า

นวัตกรรมเพื่อความหลากหลาย สะดวกสบาย และรสชาติที่ดีด้านนวัตกรรมสินค้า ซีพีเอฟยังคว้ารางวัล THAIFEX – Anuga taste Innovation Show อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยปีนี้นำเสนอ ‘ไส้กรอกข้าวกะเพราไก่’ โดยนำเอกลักษณ์ของสตรีทฟู้ดอันดับ 1 ของไทย ทั้งกลิ่นหอมของใบกะเพรา ความเผ็ดร้อนแบบไทย และข้าวสวยเต็มเมล็ด มาพัฒนาเป็นไส้กรอกไก่ที่อร่อย สะดวก และรับประทานได้ทุกที่

ภายในงานยังมีผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายเฉพาะในต่างประเทศ อาทิ Authentic Asia และ Kitchen Joy ที่นำอาหารไทยและเอเชียต้นตำรับ ไม่ว่าจะเป็น แกงเขียวหวานไก่ พะแนงไก่ ต้มยำไก่ เกี๊ยวกุ้งหม่าล่า และเกี๊ยวกุ้งลักซา มาอยู่ในรูปแบบอาหารพร้อมทานที่สะดวกต่อการบริโภค วางจำหน่ายแล้วกว่า 18 ประเทศในทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์จาก CP Nippon แบรนด์ใหม่ล่าสุดที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง CPF และ NH Foods ประเทศญี่ปุ่น นำแฮมเบิร์กและเกี๊ยวซ่าชีสมาจัดแสดงและให้ชิมอีกด้วย

ทางเลือกที่ครบถ้วนสำหรับผู้ประกอบการและผู้บริโภคด้วยวิสัยทัศน์ “ครัวของโลก” ซีพีเอฟพร้อมใช้เวที THAIFEX–Anuga Asia 2026 นำเสนอผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งอาหารพร้อมปรุง อาหารพร้อมทาน โปรตีนสูงเพื่อสุขภาพ และเมนูรสชาติเอเชียที่พัฒนาสู่ตลาดโลก เพื่อเสริมความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ และเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหารในอนาคต

พบกับนวัตกรรมอาหารระดับโลกได้ที่บูธ CPF หมายเลข 1-RR01 และ 1-RR15 ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันที่ 26–29 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00–18.00 น. วันเจรจาธุรกิจ สำหรับผู้ประกอบการในวันทั่ 30 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00–20.00 น. เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงาน

#

จับวันนี้ เพื่อแหล่งน้ำที่ดีในทุกวัน

0

สังคมอาจวาดภาพปลาหมอคางดำเป็นสัตว์น้ำมีพิษ น่ากลัว เพราะเรียกขานกันว่า “เอเลี่ยนสปีชี่ส์” ในความเป็นจริงปลาชนิดนี้ไม่มีพิษ สามารถบริโภคได้เช่นเดียวกับปลาทั่วไป แต่สิ่งที่สังคมไทยกำลังเผชิญในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องการกินได้หรือไม่ได้ หากคือ “การขยายตัว” ของสัตว์น้ำต่างถิ่นชนิดนี้ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ปลาเศรษฐกิจ และความสมดุลของทรัพยากรน้ำในหลายพื้นที่

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “จะกำจัดอย่างไรให้หมด” แต่คือ “จะลดจำนวนปลาในธรรมชาติอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพได้อย่างไร”

หลายชุมชนเริ่มค้นพบคำตอบแล้วว่า แนวทางที่ได้ผลจริง อาจไม่ใช่การจับไปทิ้งเพียงอย่างเดียว แต่คือ “จับแล้วใช้ประโยชน์” เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการนำปลาออกจากแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

วันนี้ ปลาหมอคางดำถูกนำมาแปรรูปหลากหลายรูปแบบ ทั้งปลาแดดเดียว ลูกชิ้นปลา น้ำพริก อาหารสัตว์ และปุ๋ยอินทรีย์ บางพื้นที่ต่อยอดเป็นกิจกรรมเศรษฐกิจชุมชน สร้างรายได้หมุนเวียนในท้องถิ่น พร้อมลดภาระค่าใช้จ่ายด้านอาหารของครัวเรือน

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีเพียงมิติทางเศรษฐกิจ แต่ยังช่วยลดจำนวนปลาในระบบนิเวศอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการควบคุมประชากรปลาหมอคางดำในทางปฏิบัติ

หลายประเทศทั่วโลกใช้แนวทางลักษณะเดียวกันในการจัดการสัตว์น้ำต่างถิ่น เพราะการกำจัดระยะสั้นเพียงครั้งคราว ไม่สามารถหยุดการแพร่ขยายได้จริง แต่การทำให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจับปลาออกจากธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง กลับเป็นวิธีที่ช่วยควบคุมจำนวนได้มีประสิทธิภาพมากกว่าในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้ทันที หากพบการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำในคลอง หนอง บึง หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ ควรแจ้งกรมประมงหรือหน่วยงานในพื้นที่โดยเร็ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ประเมินสถานการณ์ และดำเนินมาตรการควบคุมได้ทันเวลา

เพราะยิ่งปล่อยให้ปลาแพร่พันธุ์นานเท่าไร การควบคุมจะยิ่งยากขึ้น ใช้งบประมาณสูงขึ้น และกระทบต่อสัตว์น้ำท้องถิ่นมากขึ้นตามไปด้วย

อีกประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งสร้างความเข้าใจร่วมกัน คือการหยุดนำปลาไปปล่อยหรือขนย้ายไปยังพื้นที่ใหม่โดยไม่มีการควบคุม เนื่องจากการแพร่กระจายของสัตว์น้ำต่างถิ่นจำนวนมาก เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์โดยไม่ตั้งใจ

สำหรับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากระบบการเลี้ยงแบบเปิด ที่รับน้ำธรรมชาติเข้าบ่อโดยตรงโดยไม่มีระบบกรองป้องกัน ส่งผลให้ลูกปลาหรือไข่ปลาหมอคางดำเข้าสู่บ่อเลี้ยงได้ง่าย

การติดตั้งตะแกรงกรอง การควบคุมทางน้ำเข้า-ออก รวมถึงการเฝ้าระวังแหล่งน้ำรอบพื้นที่เพาะเลี้ยง จึงเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงและลดผลกระทบต่อเกษตรกรได้ในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ปลาหมอคางดำกำลังสะท้อนอีกหนึ่งปัญหาที่ลึกกว่าการระบาดของสัตว์น้ำต่างถิ่น นั่นคือ “ความเสื่อมโทรมของแหล่งน้ำ”

สัตว์น้ำชนิดนี้สามารถเติบโตได้ดีในน้ำเสีย พื้นที่น้ำเสื่อมคุณภาพ หรือระบบนิเวศที่อ่อนแอ นั่นหมายความว่า การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน จะไม่สามารถทำได้ด้วยการจับปลาออกจากน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเดินควบคู่กับการฟื้นฟูคลอง ฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ และยกระดับคุณภาพน้ำของประเทศไปพร้อมกัน

ประเทศไทยอาจไม่สามารถกำจัดปลาหมอคางดำให้หมดสิ้นได้ในเวลาอันสั้น แต่สามารถลดจำนวนลงอย่างมีนัยสำคัญได้ หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

กุญแจสำคัญที่สุดของเรื่องนี้ อาจไม่ใช่เทคโนโลยีหรือมาตรการใดเพียงอย่างเดียว หากคือ “พลังของชุมชน” เพราะทุกครั้งที่ชาวบ้านช่วยกันจับปลาออกจากแหล่งน้ำ ทุกครั้งที่มีการนำปลาไปใช้ประโยชน์ และทุกครั้งที่ประชาชนแจ้งหน่วยงานรัฐเมื่อพบการแพร่ระบาด นั่นคือการช่วย “คืนสมดุล” ให้แหล่งน้ำไทยอย่างเป็นรูปธรรม การดูแลทรัพยากรน้ำ จึงไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่คือภารกิจร่วมของทั้งชุมชน สังคม และคนไทยทุกคน เพราะยิ่งจับ ยิ่งลด และยิ่งร่วมมือกันมากเท่าไร โอกาสคืนความสมดุลให้แหล่งน้ำไทยก็จะยิ่งเกิดขึ้นเร็วขึ้นเท่านั้น.

เปิดเทรดแล้ว Mini Gold Online Futures ทองคำออนไลน์รูปแบบใหม่

0

อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ศ. ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. และ ตรีวิทย์ วังวรวุฒิ กรรมการผู้จัดการ บมจ. ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) (TFEX) พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีเปิดการซื้อขายสินค้าใหม่ Mini Gold Online Futures ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า ที่ย่อขนาดสัญญาให้เล็กลงเหลือ 1 ใน 10 ของสัญญาเดิม ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเข้ามาซื้อขายทำกำไรหรือบริหารพอร์ตลงทุนด้วยทองคำได้ง่ายขึ้น เริ่มต้นง่าย ใช้เงินน้อย วางเงินหลักประกันประมาณ 15,000 บาทต่อสัญญา แต่เทียบเท่าการซื้อขายทองคำหนักประมาณ 2 บาททองคำ พร้อมจุดเด่นของสินค้า ที่ราคาซื้อขายอิงตามราคาทองในตลาดโลก และเปิดโอกาสให้ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นขาลง แบบไร้ความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.TFEX.co.th

ระยองลงแขกลงคลอง จับปลาหมอคางดำ 484 กก. ส่งต่อเรือนจำใช้ทำอาหาร-ปุ๋ยชีวภาพ

0

สำนักงานประมงจังหวัดระยองจัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ที่บริเวณสวนศรีเมือง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เพื่อช่วยกันจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำ หลังพบการแพร่กระจายในพื้นที่ โดยกิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายทั้งลดปริมาณปลาในคลอง และนำปลาที่จับได้ไปใช้ประโยชน์ต่อผลการจับปลาตลอดกิจกรรม ได้ปลาหมอคางดำรวม 484 กิโลกรัม

นอกจากนี้ยังพบปลาน้ำจืดและสัตว์น้ำชนิดอื่นปะปนอยู่ด้วย เช่น ปลาช่อน ปลาดุก ปลาหมอ ปลานวลจันทร์ ปลาสร้อย ปลากระดี่ ปลากด เต่า รวมถึงปลาซัคเกอร์ปลาหมอคางดำที่จับได้ทั้งหมดในวันนี้ ถูกส่งมอบให้ เรือนจำเขาไม้แก้ว เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยปลาขนาดใหญ่จะนำไปประกอบอาหาร ส่วนปลาขนาดเล็กจะนำไปหมักเป็นปุ๋ยชีวภาพ แทนการกำจัดทิ้ง ซึ่งช่วยลดของเสียและเพิ่มมูลค่าจากปลาที่จับได้.

ในเบื้องต้น ยังมีการเสนอแนวคิดต่อยอดเป็นโครงการฝึกวิชาชีพการทำน้ำปลาจากปลาหมอคางดำให้กับผู้ต้องขัง โดยผู้อำนวยการเรือนจำเขาไม้แก้วให้ความสนใจ และเตรียมหารือรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการนำไปดำเนินการจริง

กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความพยายามของจังหวัดระยองในการจัดการปลาหมอคางดำแบบลงมือทำในพื้นที่ ควบคู่กับการหาช่องทางใช้ประโยชน์จากปลาที่จับได้ ทั้งในด้านอาหาร ปุ๋ยชีวภาพ และการต่อยอดเป็นอาชีพในอนาคต.

เมืองไทยประกันชีวิต มอบ “เรือยาง” แก่หอการค้าจังหวัดพิจิตร เสริมศักยภาพกู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัย

0

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) พร้อมมุ่งสนับสนุนการช่วยเหลือสังคมไทยในยามวิกฤต โดยล่าสุดได้มอบ “เรือยาง” ให้แก่หอการค้าจังหวัดพิจิตร และทีมกู้ภัยจังหวัดพิจิตร เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการกู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัย โดยมี นายจาตุรนต์ เหลืองสว่าง ประธานหอการค้าจังหวัดพิจิตร เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วย นายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส นายสหพล พลปัถพี รองกรรมการผู้จัดการ นายธีรชัย ด่านศรีประเสริฐ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นายพัธนะพล ปัทมานันท์ ผู้แทนจากประธาน YEC จังหวัดพิจิตร นายธนพันธ์ บำรุงศรี  เลขาธิการหอการค้าจังหวัดพิจิตร  นางสาวภฤชฎา ศรีเหนี่ยง เลขาธิการหอการค้าจังหวัดพิจิตร และนางสาวเจนนิสา เคาไวยกุล กรรมการหอการค้าจังหวัดพิจิตร ร่วมในพิธี ณ เมืองไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่

ทั้งนี้ เรือยางที่ทาง บริษัทฯ มอบให้เป็นเรือยางคุณภาพสูง รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 6 คน ตัวเรือผลิตจากวัสดุ Hypalon พร้อมตัวถังอลูมิเนียม น้ำหนักเบา แข็งแรงทนทาน เหมาะสำหรับการใช้งานในภารกิจกู้ภัยและพื้นที่น้ำท่วม พร้อมเครื่องยนต์ขนาด 20 แรงม้า และอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการใช้งานครบชุด

โดยการสนับสนุนในครั้งนี้ สืบเนื่องจากความมุ่งมั่นของทีมหอการค้าจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยนายผาสุข ทองพิมพ์ หัวหน้าสมาคมกู้ภัยสรรเพชญจังหวัดพิจิตร และทีมกู้ภัยฯ ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ณ อำเภอหาดใหญ่  จังหวัดสงขลา เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา สะท้อนถึงจิตอาสาและความพร้อมในการเข้าช่วยเหลือประชาชนในทุกสถานการณ์ เมืองไทยประกันชีวิตจึงมอบเรือยางเพื่อเสริมศักยภาพการปฏิบัติภารกิจของทีมกู้ภัยในโอกาสต่อไป

“เมืองไทยประกันชีวิตยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่การดูแลสังคม ภายใต้กรอบแนวคิด ESG (Environmental Social and Governance) พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความห่วงใย และสร้างสังคมไทยที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืน เราเชื่อมั่นว่าการสนับสนุนในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพของทีมกู้ภัย ให้สามารถเข้าถึงและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” นายสาระ กล่าว

ตลาดหลักทรัพย์ฯ โรดโชว์ลอนดอน นำ 5 บจ. ไทยพบกองทุนโลกกว่า 20 แห่ง ตอกย้ำโอกาสลงทุนระยะยาว

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ บล. ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) และ CITIC Securities จัดงาน “CLSA ASEAN Access Day in London” ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ในวันที่ 20-21 พฤษภาคม 2569 นำ 5 บริษัทจดทะเบียนไทยชั้นนำ เข้าพบกองทุนสถาบันระดับโลกเพื่อนำเสนอข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคและศักยภาพตลาดทุนไทย

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน โดยการส่งออกไตรมาสแรกขยายตัว 17.6% และมีแนวโน้มที่ดีในระยะยาวจากมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศและมูลค่าคำขอส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI ที่เพิ่มขึ้น ด้านตลาดทุน SET Index ปรับตัวขึ้นกว่า 22% ตั้งแต่ต้นปี พร้อมเงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสุทธิ โดยจุดแข็งของประเทศไทยคือ มีความยืดหยุ่นที่สามารถรองรับความผันผวนได้ดี การลงทุนในตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนที่โดดเด่น และหุ้นก็ยังมีระดับราคาที่น่าสนใจอยู่ ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังได้นำเสนอโครงการ JUMP+ เพื่อยกระดับความน่าดึงดูดใจของตลาดทุนไทยด้วย

“การโรดโชว์ครั้งนี้ ได้รับการตอบรับที่ดีจากกองทุนชั้นนำกว่า 20 แห่งเข้าร่วมงาน ส่วนใหญ่เป็นกองทุนขนาดใหญ่จากยุโรปที่ลงทุนในตลาดโลกและตลาดเกิดใหม่ ผู้ลงทุนสถาบันให้ความสนใจกับตลาดไทยในบริษัทที่มีอัตราการเติบโตสูงและกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความทนทานต่อความผันผวนทางเศรษฐกิจ ข้อมูลที่นำเสนอ ช่วยตอกย้ำความน่าสนใจของตลาดทุนไทยในฐานะแหล่งลงทุนระยะยาวที่มีเสถียรภาพและมีศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับพันธกิจของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการเป็น The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” นายอัสสเดชกล่าว

บจ. ไทย 5 แห่ง ที่ร่วมโรดโชว์ครั้งนี้ ได้แก่ บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) บมจ. เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) บมจ. เอสซีบี เอกซ์ (SCB) และ บมจ. เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP) ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีกำหนดเข้าร่วมโรดโชว์กับ บล. ยูบีเอส (ประเทศไทย) ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ณ ฮ่องกง และงานสัมมนาประจำปี Thailand Focus 2026 ในเดือนสิงหาคม 2569

Mini Gold Online Futures

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง"   หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

สัปดาห์นี้ “คุณนายพารวย” มีข่าวดีและโอกาสการลงทุนใหม่แกะกล่องมาฝากกันค่ะ สำหรับใครที่ชื่นชอบ “ทองคำ” แต่ติดปัญหาว่า ราคาทองคำโลกปรับสูงขึ้นจนเงินในกระเป๋าสู้ไม่ไหว หรือจะเข้าไปเทรดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าก็ต้องวางเงินหลักประกันสูงลิ่ว ตอนนี้เตรียมเฮกันได้เลยค่ะ! เพราะ TFEX หรือบริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เตรียมเปิดตัวเครื่องมือลงทุนใหม่ล่าสุด ชื่อว่า Mini Gold Online Futures (ชื่อย่อสัญญา MGO) ซึ่งช่วยให้เข้าถึงการลงทุนทองคำได้ง่ายขึ้น

พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ Gold Online Futures หรือสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าแบบออนไลน์ ที่นำมา “ย่อขนาด” ให้เล็กลงเหลือเพียง 1 ใน 10 โดยสัญญา Gold Online Futures นั้นมีขนาดเทียบเท่าทองคำแท่งน้ำหนักประมาณ 10 ทรอยออนซ์ แต่ Mini Gold Online Futures จะย่อส่วนลงมาเหลือขนาดเพียง 1 ทรอยออนซ์ (หรือเทียบเท่าทองคำแท่งน้ำหนักประมาณ 2 บาท) เท่านั้น

พอขนาดสัญญาย่อเล็กลง สิ่งที่ตามมาคือ เงินวางหลักประกัน (Margin) ก็ลดลงตามไปด้วย จากเดิมที่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ แต่สำหรับ MGO คาดว่าจะใช้เงินหลักประกันเริ่มต้นเพียงประมาณ 15,000 บาท (หรือประมาณ 10-15% ของมูลค่าสัญญา) ก็สามารถเข้ามาส่งคำสั่งซื้อขายได้แล้ว โดยเป็นสัญญาที่ชำระราคาด้วยเงินสด ไม่มีการส่งมอบทองคำแท่งจริง

แม้ว่าขนาดจะจิ๋วลง แต่คุณภาพและจุดเด่นยังอยู่ครบถ้วน คือ เป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 99.5% เทรดตามราคาทองคำในตลาดโลกที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์ สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ ส่วนการวางเงินหลักประกันและชำระกำไรขาดทุนเป็นสกุลเงินบาท

แต่ที่ต่างจากสัญญาเดิม คือ มีตัวคูณราคา (Multiplier) อยู่ที่ 30 เท่าของราคาซื้อขาย หรือกำหนดให้ทุกๆดอลลาร์สหรัฐฯที่เปลี่ยนแปลงไปมีค่าเท่ากับกำไร/ขาดทุน 30 บาท ทำให้ผู้ลงทุนไม่ต้องปวดหัวเรื่องความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ง่ายในการติดตาม วิเคราะห์ราคา และซื้อขาย

นอกจากจะใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการไปซื้อทองคำจริงแล้ว ยังสามารถเทรดกันได้ทั้งวันทั้งคืน โดย MGO เปิดให้เทรด 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงกลางวัน (09.15-16.55 น.) และช่วงกลางคืน (18.45- 03.00 น.ของวันถัดไป) ที่สำคัญคือเป็นระบบการซื้อขายทองคำที่ได้มาตรฐานสากล โปร่งใส ตรวจสอบได้ เทรดผ่านโบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาต และอยู่ภายใต้กฎหมาย พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า

ใครที่สนใจอยากลุย TFEX จะเปิด Mini Gold Online Futures ให้ซื้อขายจริงตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นี้ แต่ก่อนลงสนามจริง อยากชวนไปเติมความรู้กันก่อนกับสัมมนาพิเศษ “Gold Trading Day : วิกฤติ VS โอกาส เสริมพอร์ต สร้างกำไร ด้วยทองคำ” ในวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค.2569 ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เวลา 09.00-12.30 น. ที่อาคาร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

แอบกระซิบอีกนิดว่ายังมีโปรฯพิเศษ “เทรดทองได้ทอง” สำหรับผู้ที่เปิดบัญชี TFEX ใหม่ และซื้อขาย Mini Gold Online Futures ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่ www.TFEX.co.th หรือโทร. 0–2009–9999.

คุณนายพารวย

CPF เปิดโลกนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต ในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF เตรียมยกทัพนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ ร่วมจัดแสดงในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ภายใต้แนวคิด “FOOD INNOVATION FOR WELLNESS” ผ่านการหลอมรวมโลกอาหาร เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมไฮไลต์ “3D SPACE LANDMARK – THE FIRST AT THAIFEX” ภารกิจอวกาศเสมือนจริงครั้งแรกในงาน ในรูปแบบ Interactive Experience ให้ผู้เข้าชมได้ร่วมสัมผัสอาหารแห่งอนาคต เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ “ไส้กรอกข้าวกะเพราไก่ ซีพี เพลย์” คว้ารางวัล WINNER จากเวที THAIFEX – ANUGA TASTE INNOVATION SHOW 2026 ที่ต่อยอดจาก “กะเพราไก่ไทย” เมนูที่ได้รับคัดเลือกสู่ภารกิจอวกาศ Axiom Mission 4 สะท้อนศักยภาพอาหารไทยและมาตรฐานความปลอดภัยอาหารระดับอวกาศ (Space Food Standard) ของ CPF บนเวทีโลก

ภายในบูธแบ่งเป็น 3 โซนหลัก ประกอบด้วย โซนสินค้าส่งออก แบรนด์ “Authentic Asia” นำเสนอรสชาติอาหารเอเชียต้นตำรับในรูปแบบ Food Innovation ป้อนตลาดโลก อาทิ Thai Chicken Roll, Duck Karaage และ Mini Ebi Katsu ขณะที่ “Kitchen Joy” ขนเมนู Asian Fusion ที่ผสานความสนุก ความสะดวก และรสชาติสไตล์เอเชียร่วมสมัย ผ่านเมนูข้าวและเส้นหลากหลายสไตล์ ทั้ง Thai Cube, Indian Cube และ Green Cube พร้อมเมนูเด่นอย่าง ข้าวแกงพะแนงไก่ บะหมี่ต้มยำไก่ครีมมี่ และข้าวไก่ซอสสวีทชิลลี่ ที่รวมทั้งความอร่อยและทางเลือกเพื่อสุขภาพไว้ในมื้อเดียว

นอกจากนี้ ยังมีโซนสินค้านำเข้าพรีเมียม ที่รวบรวมสินค้าคุณภาพจากทั่วโลก อาทิ “ซีพี-อูโอริกิ” ปลาสดจากตลาดปลาโทโยสุ ประเทศญี่ปุ่น เนื้อวากิว เนื้อออสเตรเลีย พาสต้า Barilla ชีสเมจิ และไวน์ รวมถึงโซนสินค้าในประเทศ ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เช่น “ซีพี-นิปปอน” อาหารญี่ปุ่นพร้อมปรุงและพร้อมทาน พร้อมเมนูเด่นอย่าง เกี๊ยวซ่าชีสเบิร์น และแฮมเบิร์กซอสเดมิกลาส รวมถึง U Farm มีโอเมก้า 3 สูงจากธรรมชาติ ทั้งเนื้อหมู เนื้อไก่ และ “ไข่เบญจา” ผลิตภัณฑ์ไข่ไก่รายแรกของโลกที่ได้รับการรับรองฉลาก Net Zero Product จาก อบก. กุ้งซีพีแปซิฟิก หมูดำ ซีพี-คูโรบูตะ สินค้าพร้อมปรุง อาหารทานเล่น ซุป ซอส และเครื่องดื่มสายเฮลท์ตี้ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจทั้งสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

ร่วมสัมผัส Food Innovation และ Space Food Standard ได้ที่บูธ CPF ภายในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 โดยแบ่งวันจัดแสดงออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ วันเจรจาธุรกิจ (Trade Days) ระหว่างวันที่ 26 – 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00–18.00 น. และวันจำหน่ายปลีกสำหรับประชาชนทั่วไป (Public Day) วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ณ บูธ CPF หมายเลข 1-RR01 ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี./

ประมงจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับประมงอำเภอนายายอาม ลงพื้นที่สำรวจความชุกชุมของปลาหมอคางดำ

0

ประมงจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับประมงอำเภอนายายอาม ลงพื้นที่สำรวจความชุกชุมของปลาหมอคางดำ และทำการจับปลาหมอคางดำ ในพื้นที่ท่าน้ำวัดย่านซื่อ ต.นายายอาม อ.นายายอาม จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบปลาหมอคางดำชุกชุม โดยในช่วงที่กรมประมงประกาศรับซิ้อปลาหมอคางดำในช่วงปี 2568 ชาวบ้านแถวนี้ จับปลาได้วันละ 300-500 กิโลกรัม ซึ่งระหว่างที่นั่งรอและสังเกตการณ์ก็พบปลาหมอคางดำบริเวณท่าน้ำ ค่อนข้างชุกชุม

วิธีการ

ให้ชาวประมงพื้นบ้าน ในพื้นที่ ใช้อุปกรณ์จับปลา(เฝือก) ซึ่งชาวบ้านจะมีการไปวางเฝือกในช่วงที่น้ำขึ้นสูงสุดคือเวลาประมาณ 22.00 น. และจะเก็บกู้เฝือกช่วงน้ำลง

ผลการเก็บกู้เฝือก
📌ได้ปลาหมอคางดำประมาณ 15 กิโลกรัม📌
และพบสัตว์น้ำชนิดอื่นๆอีกหลายชนิด เช่น
✔️ปลาช้างเหยียบหลังควาย
✔️ปลาตะกับ/เสือดาว/กะทะ
✔️ปลากะพงข้างปาน
✔️ปลาเสือพ่นน้ำ
✔️ปลากระบอก
✔️ปลาบู่
✔️กุ้งกุลาดำ
✔️ปูขาว
✔️ปูดำ
✔️ปลาใบขนุน/สลิดหิน

ลุงคนที่ลงจับปลาบอกว่า สาเหตุที่วันนี้ดักปลาหมอได้น้อย เนื่องจาก ในช่วงเช้าวันนี้มีการปล่อยน้ำจากฟาร์มเลี้ยงกุ้งของเกษตรกรแถวๆนั้น ทำให้ทิศทางน้ำเปลี่ยนไม่มาจุดที่วางเฝือกไว้

ประมงจังหวัดจันทบุรีบอกว่า วิธีการนี้ก็เป็นอีกวิธีในการกำจัดปลาหมอคางดำ ในจุดที่แหล่งน้ำไม่เหมาะสมกับการลงแขกลงคลองเพราะบริเวณนี้น้ำลึกมาก และข้างล่างก็เต็มไปด้วยตอไม้ไผ่ที่เคยมีชาวบ้านปักเลี้ยงหอยเต็มพื้นที่ ซึ่งวิธีนี้ นอกจากจับปลาหมอคางดำได้แล้ว ยังจะเป็นการสร้างรายได้ให้ชาวบ้านด้วย

สำหรับปลาที่จับได้ในวันนี้ ประมงจังหวัดส่งให้ พด.จันทบุรีเพื่อทำปุ๋ยชีวภาพต่อไป