“อะไรที่ลอยมาถึงหน้า ถ้าไม่คว้าไว้ก็กลัวเสียโอกาส” ปากบอกกลัวเสียโอกาส แต่ได้กลิ่นโกงลอยมาแต่ไกล มาจับโป๊ะพฤติกรรม “กินตามน้ำ” ไปพร้อมกัน พฤติกรรมการกินแบบไหนเข้าข่ายการทุจริตติดสินบน ดูตัวอย่างได้ในคลิปนี้
AIS ร่วมถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสริมโครงข่าย 5G, 4G, Free WiFi พร้อมจุดชาร์จแบตและน้ำดื่ม อำนวยความสะดวกประชาชนร่วมพิธี
เอไอเอส ขอร่วมแสดงความอาลัยและสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ต่อ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยการดำเนินมาตรการรองรับการใช้งานสื่อสารของประชาชนที่เดินทางไปถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ เบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง
ในการนี้ เอไอเอสได้เตรียมความพร้อมรองรับการใช้งานของประชาชนที่เดินทางมาร่วมถวายความอาลัย ด้วยการเสริมศักยภาพโครงข่าย 5G, 4G และ Free WiFi ในพื้นที่บริเวณพระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง และสนามหลวง พร้อมจัดวางสถานีฐานเคลื่อนที่ (Mobile Base Station Car) ในจุดที่คาดว่าจะมีการใช้งานหนาแน่น รวมถึงนำระบบ Autonomous Network มาใช้ในการบริหารจัดการโครงข่าย เพื่อให้ทีมวิศวกรสามารถติดตาม ตรวจสอบ และดูแลคุณภาพการให้บริการได้อย่างรวดเร็วแบบเรียลไทม์ อันจะช่วยให้การสื่อสารเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพตลอดช่วงเวลาการถวายความอาลัย


นอกจากนี้ เอไอเอสยังได้จัดตั้งจุดบริการประชาชนภายในพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางมาร่วมถวายความอาลัย โดยจัดเตรียมน้ำดื่มเอไอเอส และจุดชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ เพื่อสนับสนุนการติดต่อสื่อสารและการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกตลอดการเข้าร่วมพิธี


การดำเนินงานในครั้งนี้ สะท้อนเจตนารมณ์ของเอไอเอสในการอยู่เคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ พร้อมนำศักยภาพด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและโครงข่ายคุณภาพมาสนับสนุนการสื่อสารของประเทศ และร่วมถวายความอาลัยอย่างสมพระเกียรติ
มหกรรมลงทุน SET in the City 2026 ฟิตสกิล ฟิตพอร์ต รับทุกเทรนด์การลงทุน 20-21 มิ.ย. สามย่านมิตรทาวน์
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดมหกรรมการลงทุนแห่งปี SET in the City 2026 ชวนผู้ลงทุน “เทรนทุกก้าว ฟิตทุกสกิล” พร้อมรับมือความท้าทาย เพื่อทุกเป้าหมายการลงทุน เจาะลึกทางเลือกลงทุน ครบจบในที่เดียว ทั้งหุ้นไทย หุ้นนอก พันธบัตร ทอง กองทุนรวม ฟิวเจอร์ส และออปชัน จับมือ 60 องค์กรตลาดทุน ทั้งกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน นักวางแผนการเงิน สมาคมนักลงทุน ให้คำปรึกษา วางแผนจัดพอร์ตและใช้ผลิตภัณฑ์ลงทุนให้ทันสถานการณ์ พร้อมชูการใช้เทคโนโลยีและ AI เป็นผู้ช่วยในการลงทุน รวมทั้งการเปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ให้ได้ทดลองและสัมผัสประสบการณ์เพื่อเป็นผู้ช่วยในการลงทุน

ภายในงาน SET in the City 2026 อัดแน่นด้วยกิจกรรมครบทุกมิติ อัปเดตเทรนด์ ปรับกลยุทธ์เนื้อหาจัดเต็ม กับ 5 เวทีสัมมนาเข้มข้น จาก 90 นักวิเคราะห์ นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินการลงทุนชั้นนำ รวมกว่า 50 หัวข้อสัมมนาผ่าน “Main Stage” อัปเดตเทรนด์และเจาะลึกทุกทางเลือกการลงทุน ครอบคลุมทุกเป้าหมาย หัวข้อสัมมนาน่าสนใจ วันเสาร์ที่ 20 มิ.ย. 2569 กับการเปิด Playbook ลงทุนให้รอดและเติบโต บริหารพอร์ตให้ปลอดภัยและสร้างกำไรระยะยาว มองเกมทองยุคทรัมป์ และการออกแบบแผนเกษียณที่ใช่ในแบบตัวเอง เทคนิคใช้ AI ให้ทันเกมการลงทุน ส่วนวันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย. 2569 พบกับโอกาสในตลาดทุนไทย ล็อกเป้าสร้าง Passive Income จากหุ้นปันผล จัดพอร์ตให้แพ้ยาก เปิดเกมลงทุนให้ทันเทรนด์โลก และโอกาสและมุมมองปีทองของตลาดหุ้นไทยจริงหรือ รวมทั้งเปิด Mini Stage อัปสปีดเทรดด้วยกลยุทธ์และเครื่องมือลงทุนจาก 24 โบรกเกอร์ชั้นนำ


สำหรับ Workshop เจาะลึกถึง 3 เวทีทั้ง “TFEX Workshop” เปลี่ยนมือใหม่สู่มือโปร ปั้นพอร์ต TFEX แบบ Step by Step “AI Empowered Investing Workshop” ใช้ AI วิเคราะห์หุ้นและกองทุน ทันเทรนด์ลงทุนยุคใหม่ และ “Retirement Planning Workshop” วางแผนพอร์ตเกษียณอย่างมั่นใจกับผู้เชี่ยวชาญ CFP® เพื่อบริหารเงินหลังเกษียณให้มั่นคง นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานยังได้รับข้อมูลที่จัดทำขึ้นพิเศษเพื่องานนี้เท่านั้นทั้ง Stock & DR Highlight และ Broker Smart Prompt เพื่อนำประยุกต์ใช้กับการลงทุนได้เลย
มหกรรมการลงทุนแห่งปี SET in the City 2026 จัดขึ้นวันที่ 20-21 มิ.ย. 2569 เวลา 10.00-19.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนล่วงหน้าที่ https://www.setinvestnow.com/th/setinthecity2026 พร้อมรับกระเป๋า #investnow ฟรี! และสำหรับผู้ที่ทำธุรกรรมภายในงาน รับของสมนาคุณและโปรโมชันพิเศษอีกมากมาย
SET รับจดทะเบียน 17 DR ใหม่ อ้างอิงหลักทรัพย์ในฮ่องกงและสหรัฐฯ ออกโดย INVX เริ่มซื้อขาย 12 มิ.ย. นี้
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รับจดทะเบียนตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) 17 หลักทรัพย์ใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุนต่างประเทศที่หลากหลายและเข้าถึงง่ายแก่ผู้ลงทุนไทย โดย DR ชุดใหม่นี้อ้างอิงหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX) ตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (NASDAQ) และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (INVX) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย 12 มิถุนายน 2569
DR 17 หลักทรัพย์ใหม่นี้ ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โครงสร้างพื้นฐาน และการแพทย์ชั้นนำระดับโลก โดยมีรายละเอียดหลักทรัพย์อ้างอิง ดังนี้
1 DR ใหม่ อ้างอิงกองทุน ETF ที่จดทะเบียนใน HKEX ประกอบด้วย
| ชื่อย่อ DR | หลักทรัพย์อ้างอิง | รายละเอียดธุรกิจ |
| ASEMI23 | Global X Asia Semiconductor ETF (3119) | กองทุน ETF บริหารโดย Mirae Asset Global Investments (Hong Kong) ลงทุนในหุ้นบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำในเอเชีย ครอบคลุมห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต ไปจนถึงการบรรจุและทดสอบชิป |
12 DR ใหม่ อ้างอิงหุ้นที่จดทะเบียนใน NASDAQ ประกอบด้วย
| ชื่อย่อ DR | หลักทรัพย์อ้างอิง | รายละเอียดธุรกิจ |
| AMAT23 | Applied Materials, Inc. (AMAT) | บริษัทด้านอุปกรณ์และวิศวกรรมวัสดุในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยออกแบบ พัฒนา และผลิตเครื่องจักรสำหรับกระบวนการผลิตชิป ในหลายอุตสาหกรรม อาทิ AI ดาตาเซนเตอร์ สมาร์ทโฟน ยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ |
| COIN23 | Coinbase Global, Inc. (COIN) | บริษัทโครงสร้างพื้นฐานด้านสินทรัพย์ดิจิทัลที่เริ่มต้นจากแพลตฟอร์ม ซื้อขายคริปโทสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย และขยายธุรกิจครอบคลุมทั้ง สถาบันการเงิน |
| INTEL23 | Intel Corporation (INTC) | บริษัทเทคโนโลยีเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตโปรเซสเซอร์ (CPU) ชิปสำหรับ AI ดาตาเซนเตอร์ และระบบเครือข่าย |
| LITE23 | Lumentum Holdings Inc. (LITE) | บริษัทด้านเทคโนโลยีโฟตอนิกส์และเลเซอร์ ผลิตอุปกรณ์แสงสำหรับโทรคมนาคม ดาตาเซนเตอร์ และอุตสาหกรรม |
| MELI23 | MercadoLibre, Inc. (MELI) | แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและฟินเทครายใหญ่ในละตินอเมริกา ให้บริการตลาดซื้อขายออนไลน์ ระบบชำระเงินดิจิทัล สินเชื่อ และโลจิสติกส์ครบวงจร |
| NBIS23 | Nebius Group N.V. (NBIS) | บริษัทเทคโนโลยีให้บริการ AI Infrastructure ครบวงจร ทั้ง GPU Cloud เครื่องมือพัฒนา AI และแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนาและธุรกิจที่ต้องการประมวลผล AI ขนาดใหญ่ |
| NVTS23 | Navitas Semiconductor Corporation (NVTS) | บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านชิปจัดการพลังงานรุ่นใหม่ โดยใช้วัสดุ Gallium Nitride (GaN) และ Silicon Carbide (SiC) แทนซิลิคอนแบบเดิม เพื่อประสิทธิภาพการชาร์จไฟที่สูงขึ้น |
| ON23 | ON Semiconductor Corporation (ON) | บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการผลิตชิปจัดการพลังงาน และเซ็นเซอร์อัจฉริยะ เน้นตลาดยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรม |
| RKLB23 | Rocket Lab Corporation (RKLB) | บริษัทด้านอวกาศแบบครบวงจร ให้บริการตั้งแต่การปล่อยจรวด การออกแบบและผลิตยานอวกาศ ชิ้นส่วนยานอวกาศ รวมถึงบริการ จัดการภารกิจบนวงโคจร |
| SOFI23 | SoFi Technologies, Inc. (SOFI) | บริษัทฟินเทคที่ให้บริการทางการเงินดิจิทัลครบวงจร ครอบคลุมสินเชื่อ บัญชีเงินฝาก บัตรเครดิต และการลงทุน ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ |
| SYNP23 | Synopsys, Inc. (SNPS) | บริษัทให้บริการซอฟต์แวร์และโซลูชันวิศวกรรม เชี่ยวชาญเครื่องมือออกแบบชิปและทรัพย์สินทางปัญญาด้านชิป ในห่วงโซ่การผลิต เซมิคอนดักเตอร์ |
| TER23 | Teradyne, Inc. (TER) | บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ทดสอบอัตโนมัติสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงหุ่นยนต์อุตสาหกรรม |
4 DR ใหม่ อ้างอิงหุ้นที่จดทะเบียนใน NYSE ประกอบด้วย
| ชื่อย่อ DR | หลักทรัพย์อ้างอิง | รายละเอียดธุรกิจ |
| BRKB23 | Berkshire Hathaway Inc. (BRK.B) | บริษัทโฮลดิ้งขนาดใหญ่ของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ลงทุนและถือหุ้นในธุรกิจหลากหลายประเภท ทั้ง ประกันภัย พลังงาน รถไฟ การผลิต และค้าปลีก |
| COHR23 | Coherent Corp (COHR) | บริษัทเทคโนโลยีโฟตอนิกส์และวัสดุวิศวกรรมขั้นสูง ที่ผลิตอุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณแสงความเร็วสูงสำหรับ Data Center และ AI รวมถึงอุปกรณ์โครงข่ายโทรคมนาคมระยะไกล และเลเซอร์สำหรับงานอุตสาหกรรม |
| LLY23 | Eli Lilly and Company (LLY) | บริษัทยาชั้นนำดำเนินธุรกิจครบวงจร ตั้งแต่วิจัย พัฒนา ผลิตและจำหน่ายยา ครอบคลุมทั้งกลุ่มหัวใจ-หลอดเลือดและระบบเผาผลาญ กลุ่มมะเร็ง กลุ่มภูมิคุ้มกันและการอักเสบ และกลุ่มระบบประสาท |
| MP23 | MP Materials Corp. (MP) | บริษัทผู้ผลิตแร่หายาก (Rare Earths) รายใหญ่ในสหรัฐฯ เป็นเจ้าของเหมืองแร่ Mountain Pass ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และแปรรูปแร่ธาตุหายากเพื่อผลิตแม่เหล็กถาวร ที่ใช้ในมอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้า หุ่นยนต์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ |
ผู้สนใจศึกษารายละเอียด 17 DR ใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th หรือบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์คือ
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด www.innovestx.co.th หรือศึกษาผลิตภัณฑ์ DR เพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/dr
ภาษาโกงวันละคำกับ Gawdland วันนี้ ขอเสนอคำว่า “ใต้โต๊ะ”
ภาษาโกงวันละคำกับ Gawdland วันนี้ ขอเสนอคำว่า “ใต้โต๊ะ”
.
ใต้โต๊ะ = พื้นที่เก็บสายไฟหรือมีเอาไว้ให้แมวนอน แต่ถ้าเอาไปใช้ทำอย่างอื่นจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง พจนานุโกงให้คำนิยามไว้อย่างไร พื้นที่ใต้โต๊ะพรากอะไรไปจากเราบ้าง ไปดูกัน
โรงงานปลาป่นสมุทรสาครรับซื้อปลาหมอคางดำไม่จำกัด ตั้งเป้า 1 ล้านกก.
โรงงานปลาป่น จ.สมุทรสาคร ร่วมมือกับประมงจังหวัดสมุทรสาคร เปิดรับซื้อปลาหมอคางดำจากทั่วประเทศไม่จำกัด และกำจัดปริมาณขั้นต่ำ รับซื้อราคา 10 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อผลิตเป็นปลาป่นคุณภาพสำหรับการผลิตอาหารสัตว์ เป็นการนำปลาหมอคางดำที่จับได้เข้าสู่กระบวนการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เพื่อนำออกจากระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นตั้งเป้ารับซื้อ 1 ล้านกก. ด้านประมงจังหวัดสมุทรสาครส่งเสริมการใช้ประโยชน์ปลาหมอคางดำซึ่งมีส่วนช่วยลดปริมาณปลาได้อย่างเป็นรูปธรรม
ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่ บริษัท ศิริแสงอารำพี จำกัด ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร นายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมประมง ได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อนำไปแปรรูปเป็นปลาป่น โดยมี นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร และ นายปรีชา ศิริแสงอารำพี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศิริแสงอารำพี จำกัด

คณะได้เยี่ยมชมกระบวนการรับซื้อ การชั่งน้ำหนัก การขนถ่ายวัตถุดิบ ตลอดจนขั้นตอนการผลิตปลาป่น ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของประเทศไทย โดยปลาหมอคางดำที่รับซื้อจากเกษตรกรและชาวประมงจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการผลิตทันที ผ่านการอบและให้ความร้อนตามมาตรฐานอุตสาหกรรม ก่อนแปรรูปเป็นปลาป่นส่งจำหน่ายให้โรงงานผลิตอาหารสัตว์ทั่วประเทศ

นายปรีชา ศิริแสงอารำพี เปิดเผยว่า บริษัทให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการรับซื้อปลาหมอคางดำมาอย่างต่อเนื่อง และคิดว่าจะทำตลอดไป เนื่องจากมองเห็นว่าการนำปลาออกจากแหล่งน้ำและเข้าสู่กระบวนการผลิตปลาป่น เป็นวิธีที่สามารถลดปริมาณปลาหมอคางดำได้อย่างเป็นรูปธรรม
“ขณะนี้มีความพร้อมในการรับซื้อปลาหมอคางดำผลิตปลาป่นได้ถึงวันละ 150,000 กิโลกรัม รับซื้อไปแล้วประมาณ 400,000 กิโลกรัม จากเป้าหมายเบื้องต้น 1,000,000 กิโลกรัม และยังสามารถรับซื้อได้อีกอย่างน้อย 600,000 กิโลกรัม แต่หากสถานการณ์ในแหล่งน้ำธรรมชาติและพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำยังคงมีการแพร่ระบาดอยู่ โรงงานก็พร้อมเปิดรับซื้อต่อไป”
นายปรีชา กล่าวว่า โรงงานรับซื้อปลาหมอคางดำในราคากิโลกรัมละ 10 บาท โดยไม่จำกัดจำนวน และเปิดรับจากทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพียงนำบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดงเพื่อบันทึกข้อมูลแหล่งที่มาของปลาให้สอดคล้องกับระบบติดตามของกรมประมง
“เราไม่ได้กำหนดโควตาหรือจำกัดพื้นที่รับซื้อ ขอเพียงเป็นปลาหมอคางดำที่จับได้จากแหล่งน้ำจริง ทางโรงงานยินดีรับซื้อทั้งหมด ส่วนใหญ่มาจากสมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ เขตบางขุนเทียน กทม. และเพชรบุรี เป้าหมายสำคัญคือการช่วยลดปริมาณปลาหมอคางดำในระบบนิเวศให้มากที่สุด”
ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศิริแสงอารำพี กล่าวอีกว่า จากประสบการณ์รับซื้อในช่วงที่ผ่านมา พบว่าปริมาณปลาหมอคางดำที่เข้าสู่โรงงานจำนวนมากสะท้อนถึงความร่วมมือของเกษตรกรและชาวประมงในหลายจังหวัด ทั้งสมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร เพชรบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง

“หากมีโรงงานปลาป่นและผู้ประกอบการรายอื่นเข้ามาร่วมรับซื้อเพิ่มขึ้น เชื่อว่าจะสามารถช่วยลดปริมาณปลาหมอคางดำในธรรมชาติได้มากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อจับปลาได้แล้วมีตลาดรองรับ ชาวบ้านก็มีแรงจูงใจในการจับปลาออกจากแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง”
ด้าน นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า ปัจจุบันจังหวัดสมุทรสาครแม้จะไม่ได้ถูกจัดอยู่ในพื้นที่สีแดงแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังและดำเนินมาตรการควบคุมประชากรปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง จังหวัดสมุทรสาครได้ดำเนินการตาม 7 มาตรการหลักของกรมประมง โดยการรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ถือเป็นมาตรการสำคัญด้านการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและลดจำนวนปลาในแหล่งน้ำ
ที่ผ่านมาเกษตรกรจำนวนมากจับปลาหมอคางดำได้ แต่ไม่รู้จะนำไปจัดการอย่างไร บางส่วนถูกทิ้งเพราะไม่มีมูลค่า แต่เมื่อมีเอกชนรับซื้อในราคาที่เหมาะสม เกษตรกรจึงให้ความร่วมมือมากขึ้น ทำให้มีปลาถูกนำออกจากระบบนิเวศเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นายเผดิม กล่าวด้วยว่า แนวคิดการนำปลาหมอคางดำไปใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตปลาป่น น้ำปลา ปลาร้า หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ถือเป็นแนวทางสำคัญในการจัดการปัญหาระยะยาว
การนำไปใช้ประโยชน์ คือการกำจัดที่ดีที่สุด เพราะปลาที่ถูกจับขึ้นมาแล้วเข้าสู่กระบวนการแปรรูป จะไม่สามารถกลับไปขยายพันธุ์ในธรรมชาติได้อีก ขณะเดียวกันยังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม
ประมงจังหวัดสมุทรสาคร ย้ำว่า การควบคุมปลาหมอคางดำให้ได้ผล จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เกษตรกร ชาวประมง และผู้ประกอบการแปรรูป เพราะการกำจัดเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่หากสามารถสร้างระบบการใช้ประโยชน์ที่ต่อเนื่องได้ ก็จะช่วยลดจำนวนปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ พร้อมกับฟื้นฟูสมดุลระบบนิเวศและรักษาความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
“ทุจริต” ถ้าอธิบายง่ายๆ ก็คือการขโมย
ไม่ใช่แค่สร้างคนดีแต่ต้องสร้างระบบที่ทำให้โกงยาก
เมื่อ ‘การทุจริตคอร์รัปชัน’ เกิดขึ้น ความเสียหายไม่เคยหยุดอยู่แค่ตัวเลขงบประมาณที่รั่วไหล แต่มันลุกลามไปเป็นถนนที่พังก่อนเวลา อาคารที่ไม่มีใครกล้ายืนยันว่าปลอดภัย บริการรัฐที่ขาดพร่อง สวัสดิการที่ไปไม่ถึง และประชาชนที่ต้องเสียทั้งเวลา โอกาส ไปจนถึง ‘ชีวิต’
รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันและส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค เรียกสิ่งนี้อย่างไม่อ้อมค้อมว่า ‘การขโมย’ และย้ำว่า “เวลาคิดถึงเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน อย่าคิดแค่ว่า อ๋อ มันคือการจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่รัฐร้อยบาทสองร้อยบาท หรือล้านสองล้าน แต่มันรวมไปถึงชีวิตและโอกาสการพัฒนาประเทศด้วย”
หัวขโมยที่ชื่อว่า
“ทุจริตคอร์รัปชัน ถ้าอธิบายง่ายๆ ก็คือการขโมย”
“สิ่งที่เสียไปอย่างแรกคือเงินภาษีของประชาชนที่ถูกนำไปจ่ายให้กับบางบริษัทมากกว่าที่ควรจะเป็น ขณะเดียวกัน เงินที่เอกชนจ่ายกลับคืนมาให้เจ้าหน้าที่รัฐ หรือที่เรียกว่าสินบน ไม่ได้กลับมาสู่ประชาชน แต่กลับไปอยู่ในกระเป๋าของเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะฉะนั้นพูดง่ายๆ มันคือการขโมยทรัพย์สิน ขโมยเงิน
“แต่ความเสียหายไม่ได้จบแค่เงินที่หายไป สมมุติรัฐจ่ายเงินซื้อของชิ้นหนึ่งในราคา 100 บาท แต่มีเงินบางส่วนหายไประหว่างทางจากต้นทุนสินบน เงินที่เหลือสำหรับผลิตของจริงอาจเหลือแค่ 70 บาท และเมื่อบริษัทต้องมีกำไรของตัวเอง ต้นทุนที่ลงไปกับคุณภาพของของชิ้นนั้นก็ยิ่งเหลือน้อยลงไปอีก
“ผลก็คือ รัฐจ่ายในราคา 100 บาท แต่ประชาชนอาจได้ของที่มีคุณภาพไม่สมกับราคานั้น นี่คือเหตุผลที่เราเห็นอยู่บ่อยๆ ว่า ของหลายอย่างที่รัฐซื้อมามีราคาแพงกว่าปกติ และไม่ได้มาตรฐานเสียด้วยซ้ำ
“ถนนที่ควรใช้งานได้สิบปี แต่ใช้ไปหกเดือนก็พัง ต้องซ่อมใหม่ นั่นก็เป็นการขโมยเหมือนกัน ขโมยความเสียหายของรถ ขโมยสินทรัพย์ ขโมยเวลา เพราะแทนที่จะเดินทางจากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดหนึ่ง ระยะทางสองร้อยกิโลเมตรภายในชั่วโมงกว่า กลายเป็นว่าต้องใช้เวลาสี่ชั่วโมง เพราะถนนพัง
“แม้แต่นโยบายที่รัฐบาลเคยสัญญาไว้ตอนเลือกตั้ง ประชาชนควรจะได้รับสิ่งที่เขาเลือกมา แต่บางนโยบายก็ไม่เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นแบบแปลกๆ เคยบอกไว้อย่างหนึ่ง พอทำจริงกลับกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ แล้วก็บอกว่าทำแล้ว ทั้งที่ประชาชนบอกว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ฉันโหวตให้ตอนเลือกตั้ง นั่นคือการขโมยสิทธิเสรีภาพ”
เมื่อมองจากมุมนี้ การทุจริตคอร์รัปชันจึงสัมพันธ์กับสิทธิมนุษยชนโดยตรง เพราะสิทธิมนุษยชนไม่ได้หมายถึงเพียงการไม่ถูกทำร้ายร่างกาย แต่รวมถึงสิทธิในการเข้าถึงบริการ สวัสดิการ และข้อมูลที่ประชาชนควรรู้
“สิทธิมนุษยชนมันไม่ใช่แค่การทำร้ายร่างกายหรือการค้ามนุษย์เท่านั้น แต่มันคือการที่สิทธิของคนถูกเอาออกไปด้วย
“ดังนั้นสิ่งที่พวกเราควรรู้คือ รัฐเอาเงินภาษีประชาชนไปใช้อย่างไร ไปซื้ออะไร หน่วยงานอะไรซื้อ ซื้อในราคาเท่าไหร่ บริษัทไหนประมูล บริษัทที่มาร่วมประมูลเป็นเจ้าของเดียวกันหรือเปล่า และสุดท้ายบริษัทเหล่านั้นเชื่อมโยงกับการเมืองหรือเปล่า นี่คือสิทธิของเรา
“เราควรจะเข้าถึงข้อมูลได้ แต่กฎหมายไม่ได้ลงไปในรายละเอียดว่ามาตรฐานการเปิดข้อมูลเป็นอย่างไร คุณจะเปิดข้อมูลอย่างไรก็ได้ จะเปิดเป็น PDF เป็นรูปสแกนเอกสาร หรือคาดดำจนแทบอ่านไม่รู้เรื่องก็ได้ แล้วแบบนี้จะเปิดไปทำไม”
กรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ถล่ม ระหว่างการก่อสร้าง กลายเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้สังคมตั้งคำถามต่อมาตรฐานงานก่อสร้างของรัฐ ตั้งแต่วัสดุที่ใช้ การควบคุมงาน ไปจนถึงระบบตรวจสอบความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รศ. ดร.ต่อภัสสร์ ย้ำว่าไม่ได้ฟันธงว่ากรณีนี้คือคดีทุจริตคอร์รัปชัน แต่เห็นว่านี่คือกรณีที่ทำให้ปัญหาบางอย่างในระบบจัดซื้อจัดจ้างไทยปรากฏออกมาอย่างชัดเจน
“กรณี สตง. มันสะท้อนลักษณะทุจริตคอร์รัปชันของประเทศไทยมาก สิ่งเหล่านี้หมกอยู่ใต้พรมมานาน แต่เดิมเราอาจเห็นแค่เก้าอี้ พรม ฝักบัวราคาแพงแต่คราวนี้ไม่ใช่แค่ของแพงหรือของใช้ไม่ได้ แต่มันถล่มลงมาและทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก”
รศ. ดร. ต่อภัสสร์อธิบายว่า เมื่อการทุจริตคอร์รัปชันเกิดซ้ำๆ ในระบบจัดซื้อจัดจ้าง มันไม่ได้ทำให้ของแพงเฉพาะโครงการที่มีการจ่ายสินบนเท่านั้น แต่ยังทิ้งร่องรอยไว้ในราคาของทั้งระบบ ผู้ขายที่เคยเจอกระบวนการเรียกรับหรือความไม่แน่นอนต่างๆ ย่อมเรียนรู้ว่าการขายของให้รัฐอาจมีต้นทุนแฝง จึงต้อง ‘บวกเพิ่มไว้ก่อน’ เพื่อกันความเสี่ยง สุดท้ายแม้บางโครงการอาจไม่มีการจ่ายสินบนเกิดขึ้นจริง ราคาสินค้าของรัฐก็สามารถแพงขึ้นได้ เพราะทั้งระบบเคยถูกคอร์รัปชันผลักให้ราคาปูดขึ้นมาแล้ว
“รัฐไทยเลยซื้อของราคาแพงเป็นเรื่องปกติ และได้ของคุณภาพต่ำเป็นเรื่องปกติ คนที่อยากทำดีก็ติดระเบียบ คนที่อยากโกงก็โกงได้อยู่ดี มันก็เลยเละกันไปหมด”

ภาพลักษณ์ที่ประเทศต้องจ่าย
ประเทศที่ถูกมองว่ามีทุจริตคอร์รัปชันสูงในสายตาโลก มีต้นทุนอะไรที่ต้องจ่าย?
หนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ตอบคำถามนี้คือดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน หรือ CPI (Corruption Perceptions Index) จัดทำโดย Transparency International หรือองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ครอบคลุมกว่า 180 ประเทศทั่วโลก
“ประเทศไทยปีนี้ได้ 33 คะแนนจาก 100 คะแนน อยู่ในอันดับที่ 116 ของโลก ถ้าถามว่าเต็มร้อยได้ 33 คะแนนหนักไหม ก็คือหนัก แต่เพื่อความเป็นธรรม เราไม่ควรดูแค่คะแนนปีเดียว เพราะ CPI เอาไว้ดูแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงมากกว่า ว่าประเทศกำลังเคลื่อนไปในทิศทางไหน และคนมองภาพเราอย่างไรบ้าง
“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เส้นคะแนนของประเทศไทยลดลงต่อเนื่อง อาจมีกระตุกขึ้นมาบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ได้มากพอจะเปลี่ยนภาพรวม แนวโน้มจึงบอกเราว่า ทั้งคนต่างประเทศและคนไทยเองกำลังมองภาพคอร์รัปชันของประเทศแย่ลงเรื่อยๆ”
รศ. ดร.ต่อภัสสร์เห็นว่า ปัญหาของตัวเลข CPI ไม่ได้อยู่แค่ว่าปีนี้ไทยได้คะแนนมากหรือน้อยกว่าปีก่อนหนึ่งหรือสองคะแนน แต่สิ่งที่ควรมองคือแนวโน้มระยะยาวที่บอกว่า ประเทศไทยถูกมองอย่างไรในสายตาของคนที่ต้องตัดสินใจทำธุรกิจ ลงทุน หรือมีปฏิสัมพันธ์กับรัฐไทย
“เวลาดู CPI อย่าดูแค่ตัวเลขตัวเดียว ต้องไปดูเจาะลึกในแต่ละอัน แล้วดูว่าประเทศไทยมีปัญหาอะไรบ้าง พอไปดูทีละอันก็เห็นว่าเราตกเกือบทุกอัน และหลายเรื่องคะแนนก็ลดด้วย
“ลองคิดว่าถ้าคนต่างชาติเขาจะตั้งโรงงานหนึ่งโรง ต้นทุนระหว่างประเทศไทยกับเวียดนามอาจพอๆ กัน หรือบางเรื่องประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานดีกว่าด้วยซ้ำ แต่ถ้าเขาเห็นว่าแนวโน้ม CPI ของเวียดนามดีขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ไทยแย่ลง เขาก็ต้องไปเวียดนามมากกว่า
“ไม่ได้หมายความว่าเวียดนามไม่มีคอร์รัปชันนะครับ นักลงทุนต่างชาติอาจบอกเหมือนกันว่าไปเวียดนามก็ต้องจ่ายสินบน แต่มันอาจจ่ายน้อยกว่า หรือจ่ายแล้วจบ ขณะที่ไทยจ่ายแล้วไม่จบ จ่ายหน่วยงานหนึ่งแล้ว เดี๋ยวมีอีกหน่วยงานมาเรียกรับ บางทีจ่ายเสร็จกำลังจะตั้งโรงงาน พอเปลี่ยนรัฐบาล โยกย้ายข้าราชการ ก็ต้องจ่ายใหม่อีกรอบ”

ไม่ใช่แค่คนดี แต่ต้องมีระบบที่โกงยาก
ถ้าทางออกของการทุจริตคอร์รัปชันคือการรอให้ทุกคนเป็นคนดี ประเทศไทยก็คงรอมานานเกินพอแล้ว
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนไทยไม่ตื่นตัว ตรงกันข้าม คนไทยพูดเรื่องการเมือง คอร์รัปชัน และสิทธิเสรีภาพกันอยู่เสมอ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่สนใจเรื่องเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ความตื่นตัวจำนวนมากกลับไปต่อไม่ได้ เพราะประชาชนไม่มีข้อมูล ไม่มีเครื่องมือ และไม่มีช่องทางที่ทำให้การตรวจสอบรัฐเกิดผลจริง
“สิ่งหนึ่งที่เราอยากได้คือคนที่ตื่นรู้สู้โกงอยากได้ Active Citizen คำตอบคือเรามีอยู่แล้ว แต่มันกลับมาสู่เรื่องว่า คนเหล่านี้ต่อให้คุยกันแทบตาย สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะเราไม่รู้จะไปทางไหน
“เรามีหน่วยงานต้านโกงเยอะมาก มีกฎหมายเยอะมาก อาจมากที่สุดในโลกด้วยซ้ำ คำถามคือ ถ้ามีมากขนาดนี้แล้วปัญหายังไม่ลดลง เรามาผิดทางหรือเปล่า วิธีแก้คอร์รัปชันแบบเดิมมันไม่พอหรือเปล่า
“ต่อให้คุณผ่านหลักสูตรอบรมปลูกฝังจิตสำนึกมาดีมาก และรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนดีมาก เงินหนึ่งแสนบาทวางอยู่ข้างหน้า คุณอาจไม่หยิบ หนึ่งล้านบาทวางอยู่ คุณก็อาจไม่หยิบ แต่ถ้าเป็นสิบล้าน ร้อยล้าน หรือพันล้านบาท คำถามคือจะมีกี่คนที่ไม่หยิบ
เพราะฉะนั้น ต่อให้เรียนหลักสูตรต้านโกงมาสิบหลักสูตร ก็ไม่ได้แปลว่าจะต้านทานแรงจูงใจขนาดนั้นได้เสมอไป”
คำตอบของต่อภัสสร์จึงไม่ใช่การเลิกพูดเรื่องคุณธรรม แต่สิ่งที่ประเทศไทยต้องการคือการออกแบบระบบที่ทำให้ต่อให้คนอยากโกง โกงได้ยากขึ้น
“การหวังให้คนเป็นคนดีเป็นเรื่องสำคัญ แต่มันไม่พอแน่นอน สิ่งที่เราต้องมีคือกล้องวงจรปิดมาตั้ง ต่อให้เขาอยากหยิบ เขาก็หยิบไม่ได้ แล้วกล้องวงจรปิดนั้นคืออะไร มันคือความโปร่งใส”
ในหลายประเทศที่จัดการคอร์รัปชันได้ดีกว่าไทย จุดเปลี่ยนไม่ได้อยู่ที่การตั้งองค์กรเพิ่ม แต่อยู่ที่การทำให้รัฐเปิดข้อมูลมากขึ้น และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนตรวจสอบได้จริง รศ. ดร. ต่อภัสสร์ยกตัวอย่างเกาหลีใต้ โดยเฉพาะกรุงโซล ที่ใช้แนวคิด Open Government หรือรัฐบาลเปิด ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่การเปิดข้อมูล แต่รวมถึงการเปิดพื้นที่ทางกายภาพ ออนไลน์ และกิจกรรม ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับการตัดสินใจของรัฐ
“ถ้าเปรียบเทียบกับเกาหลีใต้ จุดเริ่มต้นคือการสร้างความโปร่งใส เขาทำสิ่งที่เรียกว่า Open Government คือเปิดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล และมีพื้นที่เข้าไปมีส่วนร่วม ไม่ใช่แค่พื้นที่ออนไลน์ แต่รวมถึงพื้นที่จริงและกิจกรรมต่างๆ ด้วย
“เวลาหน่วยงานรัฐบอกว่าเอาหลักฐานมา ผมก็อยากถามกลับว่า แล้วข้อมูลอยู่ไหน ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในมือคุณ แล้วประชาชนจะไปเอาหลักฐานมาจากไหน เพราะฉะนั้นจุดเริ่มต้นคือการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นมาตรฐานและเป็นสาธารณะ”
สำหรับ รศ. ดร. ต่อภัสสร์ หลักการที่ไทยควรขยับไปให้ถึงคือ ‘เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น’ หรือ Open by default กล่าวคือ รัฐต้องเปิดข้อมูลเป็นหลัก และเลือกปิดเฉพาะข้อมูลที่มีเหตุผลชัดเจน เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลด้านความมั่นคง ไม่ใช่เปิดเฉพาะรายการที่กฎหมายเขียนไว้
“ตอนนี้เรายังใช้วิธีเขียนเป็นรายการว่า ข้อมูลอะไรบ้างที่รัฐต้องเปิดเผย แต่โลกยุคใหม่เปลี่ยนเร็วมาก มีทั้งแพลตฟอร์มใหม่ AI ฐานข้อมูลใหม่ และข้อมูลรูปแบบใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา ถ้าเรายังต้องคอยแก้กฎหมายทุกครั้งว่าอะไรต้องเปิดบ้างก็ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
“หลักที่ควรเป็นคือ Open by default คือรัฐต้องเปิดข้อมูลไว้ก่อน แล้วค่อยกำหนดให้ชัดว่า ข้อมูลประเภทไหนที่ปิดได้ และถ้าหน่วยงานใดจะปิดข้อมูล ก็ต้องอธิบายให้ได้ว่าปิดเพราะอะไร”
เขาย้ำว่า การเปิดข้อมูลไม่ได้ทำให้คอร์รัปชันหายไปทันที แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการติดอาวุธให้ประชาชน ทำให้เทคโนโลยี การตรวจสอบย้อนหลัง และการคุ้มครองผู้ร้องเรียนทำงานต่อได้ รวมถึงทำให้ประชาชนตรวจสอบหน่วยงานอิสระและผู้ใช้อำนาจแทนตนเองได้จริง
ตลาดหุ้นไทยพุ่งแรงสุดในรอบเกือบ 3 ปี! นิวไฮ 2 ปี 9 เดือน ต่างชาติแห่ช็อปกระจาย
สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 SET Index ปิดที่ 1,568.37 จุด สูงสุดในรอบ 2 ปี 9 เดือน โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 5% จากเดือนก่อนหน้า และ 24.5% จากสิ้นปี 2568 สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาค ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับตลาดหุ้นเริ่มคลายความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงกระแสการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นโลก อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเงินเฟ้อและนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดการเงินโลก
นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวดีขึ้นในเดือนพฤษภาคม หลังสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลายลง ทั้งนี้ตลาดหุ้นไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่ปรับตัวโดดเด่นในปี 2569 ซึ่งสะท้อนถึงปัจจัยพื้นฐาน โดยเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เร่งตัวขึ้นจาก 2.5% ในไตรมาสก่อนหน้า นำโดยการลงทุนรวมและการส่งออกที่ขยายตัวได้ดี นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนไทยในไตรมาส 1/2569 เติบโตแข็งแกร่งทั้งด้านยอดขายและกำไรจากการดำเนินงาน ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 25.3% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนหน้า ทำให้นักวิเคราะห์ปรับประมาณการกำไรในอนาคตของบริษัทจดทะเบียนเพิ่มขึ้นในหลายกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์

ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนพฤษภาคม 2569
- ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 SET Index ปิดที่ 1,568.37 จุด สูงสุดในรอบ 2 ปี 9 เดือน โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 5% จากเดือนก่อนหน้า และ 24.5% จากสิ้นปี 2568
- กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม
- ในเดือนพฤษภาคม 2569 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 66,479 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 64,195 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ในเดือนพฤษภาคม 2569 ผู้ลงทุนต่างประเทศกลับมาซื้อสุทธิ 3,366 ล้านบาท ส่งผลให้มียอดซื้อสุทธิสะสมในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 20,004 ล้านบาท
- ผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 52.8% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ตามด้วยผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ 32.6% ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ 7.2% และบริษัทหลักทรัพย์ 7.4%
- Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 15.9 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 13.3 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 16.4 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 17.4 เท่า
- อัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 4.3% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.9%
ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนพฤษภาคม 2569
- ในเดือนพฤษภาคม 2569 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 435,227 สัญญา เพิ่มขึ้น 13.3% จากเดือนก่อน ที่สำคัญจากการเพิ่มขึ้นของ Single Stock Futures และ Currency Futures ส่งผลให้ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวม อยู่ที่ 537,079 สัญญา เพิ่มขึ้น 22.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
AIS โชว์วิสัยทัศน์เทคโนโลยีอัจฉริยะในงาน Global Telecom AIoT Summit 2026 นำโซลูชัน IoT ร่วมขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้ AI เพื่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
AIS ร่วมโชว์ศักยภาพเทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะ ในงาน Global Telecom AIoT Summit 2026 เวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมด้าน Artificial Intelligence (AI) และ Internet of Things (IoT) ระดับนานาชาติ ภายใต้แนวคิด “AI for All” ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งรวบรวมผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ และพันธมิตรจากอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เทคโนโลยี และภาครัฐจากนานาประเทศ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและการประยุกต์ใช้งาน AIoT ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ภายในงาน นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร เอไอเอส พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมให้การต้อนรับผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรจากทั้งในและต่างประเทศที่เข้าร่วมงาน

โดย AIS ได้นำโซลูชัน IoT และนวัตกรรมดิจิทัลมาร่วมจัดแสดง เพื่อสะท้อนศักยภาพการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กร ตั้งแต่การเชื่อมต่ออุปกรณ์อัจฉริยะ การบริหารจัดการข้อมูลแบบเรียลไทม์ ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ นอกจากนี้ AIS ยังได้ร่วมแบ่งปันมุมมองด้านการประยุกต์ใช้ AIoT ผ่านการบรรยายในหัวข้อ “AIoT Ecosystem For Business” โดยผู้เชี่ยวชาญด้าน IoT และ Smart Solutions จาก AIS ซึ่งได้นำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้ AI และ IoT เพื่อเปลี่ยนข้อมูลจากหน้างานให้เป็นข้อมูลเชิงลึก (Insight) ที่สามารถนำไปใช้สร้างคุณค่าทางธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และรองรับการเติบโตขององค์กรในยุคดิจิทัล

AIS มุ่งมั่นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและนวัตกรรมอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI Economy พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลในอนาคต
เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัวรายการ “Go Healthier with MTL” ส่งต่อความรู้สุขภาพและประกันจากคนวงใน ชวนคนไทยสุขภาพดีกว่าเดิม
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำแคมเปญ “Go Healthier with MTL” ล่าสุดเปิดตัวรายการออนไลน์ด้านสุขภาพและประกัน ที่นำเสนอสาระจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและ “คนวงใน” โดยมี คุณสาริศา ล่ำซำ ร่วมถ่ายทอดเนื้อหา เพื่อช่วยให้คนไทยเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และนำไปใช้ดูแลตัวเองได้จริง
ในยุคที่ข้อมูลสุขภาพบนโลกออนไลน์มีอยู่มากมาย ขณะที่รายละเอียดเกี่ยวกับประกันสุขภาพอาจมีความซับซ้อนและเข้าใจยาก เมืองไทยประกันชีวิตจึงพัฒนาแคมเปญ “Go Healthier with MTL” เพื่อส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพและประกันจากผู้เชี่ยวชาญ ผ่านรูปแบบการสื่อสารที่เข้าใจง่าย เข้าถึงได้จริง ช่วยให้ผู้คนที่ใส่ใจสุขภาพสามารถดูแลตัวเอง พร้อมวางแผนความคุ้มครองได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของแคมเปญ คือ “รายการ Go Healthier with MTL” รายการออนไลน์ที่พาผู้ชมไปหาคำตอบเรื่องสุขภาพกับคุณหมอผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา โดยมี คุณสาริศา ล่ำซำ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพ รับหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ ถ่ายทอดประเด็นสุขภาพในรูปแบบที่สดใส เป็นกันเอง และเข้าถึงง่าย ช่วยดึงความสนใจของผู้ชม พร้อมเชื่อมโยงคำถามและข้อสงสัยต่าง ๆ ให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอธิบายอย่างชัดเจน ทำให้เรื่องสุขภาพและศัพท์ทางการแพทย์ที่อาจดูซับซ้อน กลายเป็นเรื่องเข้าใจง่าย น่าสนใจ และสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง
ปัจจุบัน รายการ “Go Healthier with MTL” ได้ออกอากาศแล้ว 6 ตอน ครอบคลุมประเด็นสุขภาพสำคัญที่ใกล้ตัวคนไทย ได้แก่
EP.1 ฝุ่น PM2.5 กับความเสี่ยงต่อระบบทางเดินหายใจ โดย นพ.กุลชาติ เอกภูมิมาศ อายุรแพทย์โรคระบบการหายใจ และภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลกรุงเทพ
EP.2 อัลไซเมอร์ โรคสมองอันดับต้นที่ส่งผลต่อความทรงจำ โดยรศ.ดร.พญ.โสฬพัทธ์ เหมรัญช์โรจน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชและสุขภาพสมอง รองคณบดีด้านนวัตกรรมแนวบูรณาการและเทคโนโลยีดิจิทัล คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
EP.3 โรคหัวใจและหลอดเลือด ภัยเงียบที่อาจใกล้ตัวกว่าที่คิด โดย นพ.ไพฑูรย์ จองวิริยะวงศ์ อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท
EP.4 โรคไต กับพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว โดย นพ.สิโรตม์ คุณาพรไพโรจน์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคไต โรงพยาบาลรามคำแหง
EP.5 การนอน กับผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ โดย พญ.พิยะดา หาชัยภูมิ จิตแพทย์ โรงพยาบาลพระรามเก้า
EP.6 เชื้อดื้อยา ประเด็นใกล้ตัวจากการใช้ยาไม่ถูกต้อง หรือกินยาไม่ครบ ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของเชื้อดื้อยาโดยไม่รู้ตัว โดย ศ.พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ

นอกจากการส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพเชิงป้องกัน เมืองไทยประกันชีวิตยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความรู้ด้านประกัน หรือ Insurance Literacy เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าใจศัพท์ประกัน เงื่อนไขกรมธรรม์ และความคุ้มครองต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ภายใต้แนวคิด “สิ่งที่คนวงในอยากบอก และสิ่งที่คนนอกอยากรู้” พร้อมตอบข้อสงสัยสำคัญเกี่ยวกับการทำประกันและการเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสม เพื่อให้ทุกคนสามารถวางแผนสุขภาพและความคุ้มครองได้อย่างรอบด้านมากขึ้น
แคมเปญ “Go Healthier with MTL” สะท้อนความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิตในการเป็นคู่คิดด้านชีวิตและสุขภาพ ผ่านการส่งเสริมความรู้ การวางแผนประกันสุขภาพ และการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน เพื่อให้ทุกคน “สุขภาพดีกว่าเดิม”
ผู้สนใจสามารถติดตามรายการ “Go Healthier with MTL” ตอนใหม่ และรับชมย้อนหลังได้ทาง YouTube: Muang Thai Life และดูรายละเอียดเพิ่มเติมของแคมเปญได้ที่เว็บไซต์เมืองไทยประกันชีวิต
https://www.muangthai.co.th/th/campaign/gohealthier
ตัวอย่าง EP.6 เชื้อดื้อยา ประเด็นใกล้ตัวจากการใช้ยาไม่ถูกต้อง โดยศ.พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล
Facebook: https://www.facebook.com/share/v/1BjijPspw7/
YouTube : https://youtu.be/-DfM3uCC59s
Instagram : https://www.instagram.com/reel/DZJsloaCOk3/
TikTok: https://www.tiktok.com/@muangthailife/video/7647402826968157461













