Home Blog Page 2

AIS มัดรวมความสุขรับสงกรานต์ สาดโปรว้าว ใช้ AIS Points 1 คะแนน แลกสิทธิพิเศษจัดเต็มพร้อมโปรอยู่บ้านอุ่นใจ ส่วนลดดีไวซ์ทุกค่าย และสิทธิพิเศษมากมาย

0

AIS ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ 2569 ด้วยการมอบสิทธิพิเศษและโปรโมชันรับวันหยุดยาวแบบจัดเต็ม เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งสายเดินทาง สายเที่ยว สายช้อป และกลุ่มที่เลือกพักผ่อนอยู่บ้าน ผ่านข้อเสนอมากมายที่ช่วยเติมเต็มทั้งความคุ้มค่า ความสะดวก และความสนุกตลอดเทศกาล โดย นายประพัฒน์ เสียงจันทร์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจค้าปลีก เอไอเอส และ นายเลิศชัย กดทรัพย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจโมบาย เอไอเอส ดูแลลูกค้าตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง ระหว่างเดินทาง ไปจนถึงช่วงพักผ่อนในวันหยุดยาวอย่างครบวงจร ด้วยไฮไลต์แคมเปญสุดว้าว “12 Weeks 12 WOW!” ภายใต้แนวคิด “อุ่นใจทุกเส้นทาง” ที่ให้ลูกค้าใช้ AIS Point เพียง 1 คะแนน แลกรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ผ่านแอป myAIS ดังนี้

  • แลกรับกรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ (ไมโครอินชัวรันส์) ประกันภัยอุบัติเหตุที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมชีวิตและค่ารักษาพยาบาล จำนวน 100,000 สิทธิ์ แลกรับได้วันที่ 8 เมษายน 2569  ถึงวันที่  14 เมษายน 2569 ผ่านแอป myAIS
  • แลกรับ เน็ต 1 GB สำหรับแพ็กเกจเดินทาง Ready2Fly Asia – Australia จำนวน 30,000 สิทธิ์ แลกรับได้วันที่ 15  เมษายน 2569 ผ่านแอป myAIS

สำหรับลูกค้าที่เลือกพักผ่อนอยู่บ้านในช่วงสงกรานต์ AIS ชวนเปิดประสบการณ์ความบันเทิงแบบจัดเต็มผ่าน AIS PLAY กับแพ็กเกจคอนเทนต์พรีเมียม PLAY PREMIUM PLUS ที่รวมคอนเทนต์มากมายจากแพลตฟอร์มชั้นนำไว้ในแพ็กเดียว ทั้งซีรีส์ ภาพยนตร์ รายการวาไรตี้ และอนิเมะจาก HBO Max, Prime Video, iQIYI, Viu และ WeTV ในราคาเพียง 299 บาทต่อเดือน ให้สนุกได้เต็มอิ่ม ดูได้จุใจตลอดวันหยุดยาว ลูกค้าเอไอเอสมือถือ สมัครง่ายๆ เพียงกด  *678*299# โทรออก ฟรี รวมถึงโปรเน็ตบ้าน AIS 3BB FIBRE3  พิเศษ! เฉพาะลูกค้า AIS 3BB Fibre3 เป็นเจ้าของ SMART SOUNDBAR ทันที เมื่อจ่าย 250 บาท/เดือน (จากราคาปกติ 350 บาท/เดือน) ครบ 24 เดือน* ให้สงกรานต์นี้เพิ่มความสนุก กันทั้งครอบครัว ได้มากขึ้นกว่าเดิม เที่ยวอุ่นใจ บ้านปลอดภัย เพียงสมัครเน็ตบ้าน รับฟรี! ประกันภัยบ้านMSIG พิเศษ! คุ้ม 2 ต่อ ต่อที่ 1 รับ E-Voucher 500 บาท (ส่วนลดใช้ซื้ออุปกรณ์กล้องที่ AIS Online Store)  ต่อที่ 2 รับ E-Voucher Lazada 200 บาท

นอกจากนี้ AIS ยังมัดรวมดีลสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์จากแบรนด์ดังครบทั้ง iOS และ Android ทั้งแบบเครื่องเปล่าและเครื่องราคาพิเศษสำหรับลูกค้าเอไอเอส โดยมีไฮไลต์อย่าง iPhone Air ที่ปรับราคาใหม่ ลดลง 10,000 บาท เครื่องเปล่าเริ่มเพียง 831 บาทต่อเดือน หรือราคาพิเศษพร้อมแพ็กเริ่ม 645 บาทต่อเดือน พร้อมสิทธิพิเศษ โปรเก่าแลกใหม่ รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 2,500 บาท และการใช้ AIS Points แลกรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 5,000 บาท รวมถึงโปรโมชันสินค้า Apple บน AIS Online Store ส่งฟรีทั่วประเทศ ทั้ง iPad, Apple Watch และ AirPods

และอีกหนึ่งกิจกรรมพิเศษในช่วง 13 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 15 เมษายน 2569 คือความสนุกจาก AIS SIAM ที่ชวนลูกค้ามาร่วมเทศกาลสงกรานต์กลางสยาม เพียงใช้ AIS Points 1 คะแนน หรือใช้บริการ PLUG Cafe, AIS Shop หรือ Community Space แลกรับซองกันน้ำฟรี! ได้ที่ AIS SIAM ชั้น 1

รวมถึงสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมายมาย ครอบคลุมทั้งการเดินทาง พักผ่อน และไลฟ์สไตล์ซัมเมอร์

  • เตรียมความพร้อมก่อนเดินทาง ใช้ 1 คะแนน แลกรับส่วนลด 10% เมื่อซื้อและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องแบรนด์ AUTOBACS พร้อมรับฟรี เช็กสภาพรถยนต์ 25 รายการ ที่ AUTOBACS, 50 คะแนน แลกรับส่วนลด 50% สำหรับค่าบริการสลับยาง-ถ่วงล้อที่ B-Quik หรือ 1 คะแนน แลกรับส่วนลด 100 บาท ล้างรถ ดูดฝุ่น พร้อมเคลือบภายใน ที่ Poil-Chem
  • ใช้ 1 คะแนน แลกรับส่วนลดตั๋วเครื่องบิน ที่พักและการเช่ารถทั่วโลกที่ร่วมรายการ กับ Trip.com หรือ แลกเช่าขับรถราคาพิเศษ กับ Sixt พิเศษสำหรับลูกค้าเซเรเนด ใช้ 1 คะแนน แลกรับสิทธิ์ฟรี Blue Ribbon Club Check in หรือ แลกส่วนลด 15% ค่าเข้าใช้บริการ Blue Ribbon Club Lounge จาก Bangkok Airways และเครื่องดื่มรับฟรีที่ร้านค้าในสนามบินที่ร่วมรายการ
  • ส่วนลดเครื่องดื่มคลายร้อนระหว่างเดินทางในปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ จาก คาเฟ่ อเมซอน, อินทนิล, กาแฟพันธุ์ไทย แบล็คแคนยอน ดิโอโร่ และ เพิร์ลลี่ ที
  • เติมเต็มกิจกรรมช่วงวันหยุดยาว กับส่วนลดค่าเข้าสวนสัตว์เปิดเขาเขียว, สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์อุบลราชธานี, สวนสัตว์นครราชสีมา, สวนสัตว์ขอนแก่น, Kidzooona, Dream World และ Siam Amazing Park
  • โปรซิม “NET MARATHON MAX” แพ็กเกจเน็ต 100GB ต่อเดือน ความเร็วสูงสุด 15 Mbps ราคาเฉลี่ยเพียง 7 บาทต่อวัน หรือ 2,750 บาท ต่อปี พร้อมส่วนลดสูงสุด 300 บาท เมื่อซื้อผ่าน AIS Online Store
  • รับสิทธิ์ GrabUnlimited ฟรี! สำหรับลูกค้า AIS รายเดือน เพื่อรับส่วนลดค่าอาหาร ค่าจัดส่ง ค่าเดินทาง และ
    ช้อปปิ้งบน Grab โดยลูกค้าแพ็กเกจ 1,299 บาทขึ้นไป รับฟรี 9 เดือน, แพ็กเกจ 699 บาทขึ้นไป รับฟรี 6 เดือน, และแพ็กเกจ 399 บาทขึ้นไป รับฟรี 3 เดือน กดรับสิทธิ์ได้ที่ *545*475#

AIS ยังคงมุ่งมั่นดูแลลูกค้าในทุกโมเมนต์ของเทศกาลสงกรานต์ เพื่อให้สงกรานต์ปีนี้เต็มไปด้วยความคุ้มค่า ความสะดวก และความสุขแบบจัดเต็ม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.th

การจัดการปลาต่างถิ่น สร้างมูลค่าใหม่ของชุมชน วัตถุดิบอาหาร-เกษตร ช่วยสร้างรายได้และดูแลแหล่งน้ำ

0

จากความพยายามบริหารจัดการปลาต่างถิ่นอย่างเป็นระบบ วันนี้ “ปลาหมอคางดำ” ไม่ได้ถูกมองเพียงในมิติของการควบคุมปริมาณเท่านั้น มีการต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในหลายรูปแบบ ทั้งในครัวเรือน ภาคเกษตร และอาชีพของชุมชน

การควบคุมด้วยการใช้ประโยชน์กลายเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยให้คนอยู่ได้ ควบคู่กับการดูแลแหล่งน้ำ ตาม แนวทางของกรมประมงได้ขยับจากการ “จับออกจากระบบ” เพียงอย่างเดียว เพื่อให้ปลาที่ถูกจับขึ้นมาสามารถสร้างมูลค่าได้จริง เปิดโอกาสให้ชุมชน เกษตรกร ชาวประมง และหน่วยงานในพื้นที เข้ามามีส่วนร่วมหาวิธีการเพิ่มมูลค่าปลาต่างถิ่น ส่งเสริมให้เกิดการจับขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง.

เริ่มจากการนำปลาหมอคางดำใช้เป็นวัตถุดิบด้านอาหารและการแปรรูปปรุงได้หลายเมนูที่คนไทยคุ้นเคย เช่น น้ำยาขนมจีน แกงส้ม ผัดฉ่า หรือแปรรูปต่อเป็นปลาแดดเดียว น้ำพริก รวมถึงของกินเล่นอย่างปั้นขลิบ ข้าวตัง และไส้อั่ว เป็นต้น ปลาชนิดนี้ก็เป็นวัตถุดิบที่สร้างรายได้และเพิ่มทางเลือกทางอาหารให้ชุมชนได้มากมาย.

นอกจากเมนูอาหารแล้ว การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอย่างปลาร้า กะปิ หรือน้ำปลา ยังช่วยต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นการนำวัตถุดิบที่่มีอยู่มาพัฒนาเป็นสินค้า สร้างทั้งรายได้หมุนเวียนและโอกาสทางเศรษฐกิจในระดับครัวเรือน

อีกด้านหนึ่ง การนำไปใช้ประโยชน์ในภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะการผลิตน้ำหมักชีวภาพ เพื่อนำไปใช้บำรุงดินและพืช เป็นตัวอย่างของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน หลายหน่วยงานร่วมกันขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการรับซื้อปลาและส่งเข้าสู่กระบวนการผลิต เพื่อแจกจ่ายให้เกษตรกรนำไปใช้ในพื้นที่เเพาะปลูก ช่วยลดต้นทุนในช่วงที่ปัจจัยการผลิตมีราคาสูง.

ในภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ปลาหมอคางดำ ยังสามารถนำเป็นปลาเหยื่อและอาหารสัตว์น้ำ โดยเฉพาะในระบบเลี้ยงปลากะพงขาวและปูทะเล ซึ่งช่วยลดต้นทุนการเลี้ยงของเกษตรกรได้ ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ชุมชนมีแรงจูงใจในการจับปลาออกจากแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง เพราะปลาที่จับได้สามารถนำไปขายหรือใช้ประโยชน์ต่อได้ทันที กลายเป็นรายได้เสริมของชุมชน.

การสร้าง “วงจรใหม่” ให้การจัดการปลาต่างถิ่นเป็นกระบวนการที่ชุมชนมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์ร่วมกัน ยิ่งปลาที่จับได้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงมากเท่าไร การควบคุมจำนวนในแหล่งน้ำก็ยิ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมากขึ้นเท่านั้น

นอกจากนี้ ปลาหมอคางดำยังถูกต่อยอดสู่งานวิจัยและนวัตกรรม เช่น การพัฒนาแคลเซียมจากก้าง หัวปลา และหางปลา ซึ่งสะท้อนว่าทรัพยากรที่หลายคนอาจมองข้าม ยังมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกมาก หากมีองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการสนับสนุนที่เหมาะสม

ในภาพรวม การใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำจึงไม่ใช่เพียงการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการทรัพยากรอย่างสร้างสรรค์ ที่เชื่อมโยงทั้งการควบคุมจำนวนปลา การสร้างรายได้ให้ชุมชน การลดต้นทุนให้เกษตรกร และการต่อยอดไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม

โครงการ TFEX Academy+ ชวนเรียนรู้การใช้ TFEX เสริมพอร์ต ใช้ได้ทุกสภาวะตลาด ตอบโจทย์ทุกสไตล์การลงทุน มือใหม่ก็เริ่มได้ สมัครฟรี! วันนี้-30 มิ.ย. 69

0

บมจ. ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) (TFEX) ชวนผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ TFEX Academy+ เรียนรู้การใช้ Futures และ Options เป็นเครื่องมือเสริมพอร์ต ที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์ลงทุน และใช้ได้ทุกสภาวะตลาด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทำกำไรช่วงที่ตลาดมีแนวโน้มชัดเจน ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากสินทรัพย์ที่ลงทุน อาทิ ดัชนีหุ้น หุ้นรายตัว ทองคำ โลหะเงิน อัตราแลกเปลี่ยน ยางพารา ฯลฯ หรือเป็นทางเลือกในการกระจายการลงทุนรับมือกับทุกจังหวะความผันผวน มือใหม่ก็เริ่มต้นได้ เพราะรวมหลักสูตรเนื้อหาตั้งแต่พื้นฐาน ไปจนถึงเทคนิคและกลยุทธ์ที่ใช้เทรดได้จริงกว่า 50 คอร์ส โดยวิทยากรรับเชิญและเทรดเดอร์มืออาชีพ ผ่านระบบออนไลน์และออฟไลน์ เรียนรู้จากที่ไหนก็ได้และสามารถเลือกหัวข้อได้ตามความสนใจ พร้อมมีโบรกเกอร์ Mentor ชั้นนำ 11 แห่ง มาดูแลให้คำปรึกษาตลอดโครงการ เพื่อให้คุณเริ่มต้นเทรดได้อย่างมั่นใจ สมัครฟรี! ตั้งแต่วันนี้ -30 มิ.ย. 2569 สอบถามเพิ่มเติมโทร 0 2009 9999 สมัครก่อนได้เรียนก่อน ที่ https://www.tfex.co.th/th/activities/tfexacademyplus2026

AIS คาดสงกรานต์ปีนี้ คนไทยอยู่บ้านกับครอบครัวเพิ่มขึ้น เตรียมเสริมแกร่งโครงข่ายเน็ตบ้าน – มือถือ และจุดเล่นน้ำสำคัญทั่วประเทศ

0

AIS เดินหน้ายกระดับโครงข่ายพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ เตรียมความพร้อมรองรับการใช้งานช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 เสริมศักยภาพทั้งเครือข่ายมือถือและเน็ตบ้าน เพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างราบรื่นตลอดวันหยุดยาว พร้อมตอกย้ำบทบาทการเป็นโครงข่ายที่พร้อม เชื่อมความสุขทุกเทศกาล ให้คนไทยไม่ว่าจะใช้เวลาอยู่บ้าน เดินทางท่องเที่ยว หรือร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยคาดว่าปีนี้คนไทยจำนวนมากยังคงใช้เวลาอยู่บ้านกับครอบครัวมากขึ้น ส่งผลให้การใช้งานเน็ตบ้านเพื่อความบันเทิงและการติดต่อสื่อสารเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันยังมีการเดินทางกลับภูมิลำเนา ท่องเที่ยว และร่วมกิจกรรมเล่นน้ำในหลายพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ ทำให้ความต้องการใช้งานเครือข่ายมือถือเพิ่มขึ้นเช่นกัน

AID จึงวางแผนเสริมความพร้อมโครงข่ายอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งการใช้งานในบ้านและนอกบ้าน ตั้งแต่พื้นที่อยู่อาศัย แหล่งท่องเที่ยว เส้นทางเดินทาง ไปจนถึงจุดจัดกิจกรรมสงกรานต์สำคัญทั่วประเทศ โดยนำ AI และ Autonomous Network Monitoring มาช่วยวิเคราะห์และดูแลประสิทธิภาพการใช้งานแบบเรียลไทม์ ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันยังเสริมความพร้อมเครือข่ายมือถือในพื้นที่ที่คาดว่าจะมีการใช้งานหนาแน่นเป็นพิเศษ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อาทิ งานสงกรานต์สยาม 2569สยามสแควร์, งาน S2O Songkran Music Festival, งานสงกรานต์ข้าวสาร, งานสงกรานต์สีลม, งานสงกรานต์สนามหลวง, เชียงใหม่, เชียงราย, พิษณุโลก, อุบลราชธานี, ขอนแก่น, ชลบุรี, พระนครศรีอยุธยา, นครปฐม, สมุทรสาคร, สุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต และ สงขลา เป็นต้น

นายกิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี เอไอเอส กล่าวว่า “ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งมีทั้งการเดินทาง การท่องเที่ยว และการร่วมกิจกรรมขนาดใหญ่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ AIS ได้เตรียมความพร้อมเครือข่ายมือถืออย่างเต็มที่ เพื่อรองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งการสื่อสาร การแชร์ภาพและวิดีโอแบบเรียลไทม์ รวมถึงการใช้งานดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างๆ เราได้นำ AI และระบบ Autonomous Network Monitoring เข้ามาช่วยวิเคราะห์และบริหารจัดการโครงข่ายอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกค้าใช้งานเครือข่ายมือถือได้อย่างมั่นใจ ราบรื่น และมีคุณภาพในทุกพื้นที่สำคัญตลอดช่วงเทศกาล”

ขณะที่ในส่วนของเน็ตบ้าน AIS 3BB FIBRE3 ได้เตรียมความพร้อมรองรับการใช้งานที่บ้านซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะจากกลุ่มครอบครัวที่เลือกพักผ่อนอยู่บ้าน รับชมสตรีมมิงผ่าน AIS PLAY เล่นเกม ทำงาน หรือพูดคุยกับคนในครอบครัวผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในช่วงวันหยุดยาว.

นายยอดชาย อัศวธงชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจบรอดแบนด์ เอไอเอส กล่าวว่า “สงกรานต์ปีนี้ AIS มองว่าเน็ตบ้านยังคงมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่หลายครอบครัวเลือกใช้เวลาอยู่บ้านร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการรับชมความบันเทิงออนไลน์ การติดต่อสื่อสาร หรือการใช้งานดิจิทัลภายในครัวเรือน เราจึงได้เตรียมความพร้อมโครงข่ายบรอดแบนด์อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อให้ลูกค้า AIS 3BB FIBRE3 ใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านได้อย่างเสถียร รวดเร็ว และต่อเนื่อง สร้างความอุ่นใจตลอดช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้”

AIS ยังคงมุ่งมั่นดูแลคุณภาพโครงข่ายอย่างครอบคลุมในทุกมิติ เพื่อให้ลูกค้าทุกคนสามารถเชื่อมต่อได้อย่างราบรื่น ไม่ว่าจะใช้เวลาอยู่บ้าน เดินทางกลับภูมิลำเนา หรือออกไปร่วมสนุกกับเทศกาลสงกรานต์ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ พร้อมส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่มีคุณภาพ เพื่อเชื่อมทุกความสุขของคนไทยให้เกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องตลอดเทศกาล

ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดกิจกรรม “ธรรมะ ทำดี” 29 เม.ย. นี้ เนื่องในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 52

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชวนผู้ลงทุน ประชาชน และผู้สนใจร่วมกิจกรรมโครงการ “ธรรมะ ทำดี ปี 2569” เนื่องในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 52 ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดจัดขึ้นในวันพุธที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 09.00 – 14.00 น. ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยแบ่งเป็น 2 กิจกรรม ได้แก่

  • กิจกรรม “ธรรมะ” รับฟังการบรรยายธรรมหัวข้อ “Cut In The Middleman วิชาไม่ทุกข์กับมัน” จาก พระพรหมพัชรญาณมุนี (พระอาจารย์ชยสาโร) เรียนรู้หลักธรรมแบบเข้าใจง่าย นำไปเป็นแนวทางในการเจริญสติ ปรับใช้กับการทำงานและการใช้ชีวิต
  • กิจกรรม “ทำดี” ร่วมบริจาคให้แก่องค์กรเพื่อการสาธารณกุศลและสาธารณประโยชน์ โดยผู้ร่วมบริจาคทุก 300 บาท จะได้รับ “ข้าวคาร์บอนต่ำ รักษ์โลก” จำนวน 1 กิโลกรัม (มีจำนวนจำกัด) นอกจากนี้ ยังมีสินค้าหลากหลายจากวิสาหกิจเพื่อสังคมให้ร่วมอุดหนุน

ผู้สนใจลงทะเบียนร่วมงานฟรี! ที่ https://nam.dcv.ms/UZjcxPUr0k หรือสแกน QR Code ใน Banner สอบถาม SET Contact Center 0 2009 9999

กรมประมงยกแนวทางการใช้ประโยชน์ช่วยจัดการปลาหมอคางดำยั่งยืน

0

รายงานข่าวจากเพจวุฒิสภา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น. ณ อาคารจุฬาภรณ์ ชั้น 7 กรมประมง กมธ.เกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา นำโดย นายธวัช สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการ นายวิรัตน์ ธรรมบำรุง รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง นายชูชีพ เอื้อการณ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง พร้อมคณะ ได้เข้าร่วมประชุมพบปะหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง และคณะผู้บริหารกรมประมง เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ รวมถึงรับฟังข้อเสนอแนะและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ในการหารือครั้งนี้ กรมประมงได้รายงานสถานการณ์ว่า ปัจจุบันการแพร่ระบาดและความชุกชุมของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติมีแนวโน้มลดลงอย่างมาก สะท้อนจากการติดตามข้อมูลอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการบูรณาการมาตรการแก้ปัญหาและควบคุมทั้ง 7 มาตรการอย่างต่อเนื่องของกรมประมงผนึกกำลังกับหน่วยงานในท้องถิ่น ทหาร ตำรวจ กรมราชทัณฑ์ ตลอดจนชุมชน ในการจับขึ้นมาจากแหล่งน้ำ ตามแนวทางเจอ แจ้ง จับ จบ

อีกทั้ง การสื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับแนวทางการใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำ ได้เริ่มเห็นผลชัดเจนในหลายพื้นที่ที่เคยได้รับผลกระทบ โดยชุมชนและเกษตรกรสามารถปรับตัวและอยู่ร่วมกับสถานการณ์ได้ดีขึ้น ผ่านการนำปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

ตัวอย่างการใช้ประโยชน์ที่เกิดขึ้นแล้วในหลายพื้นที่ ได้แก่ การใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์น้ำในฟาร์มปูและฟาร์มปลากะพง การนำผลิตเป็นปลาป่นซึ่งเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ การแปรรูปเป็นอาหารที่ทำได้หลายเมนู ทั้ง แดดเดียว ปลาฟู ปลาร้า น้ำปลา เป็นต้น ซึ่งแนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดปริมาณปลาหมอคางดำในธรรมชาติ แต่ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายครัวเรือน และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชนอีกทางหนึ่ง

โดยเฉพาะในช่วงที่ปุ๋ยเคมีมีแนวโน้มราคาสูงขึ้น การนำปลาหมอคางดำมาทำเป็นน้ำหมักชีวภาพใช้แทนปุ๋ยเคมี ซึ่งไม่เพียงประหยัดต้นทุน แต่ผลผลิตพืชผลมีคุณภาพและปริมาณ ทั้ง ยางพารา

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ และกรมประมงมีความเห็นร่วมกันว่า แนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำในระยะต่อไป คือการ “พลิกปัญหาเป็นโอกาส” โดยมุ่งเน้นการนำจุดเด่นและศักยภาพของปลาหมอคางดำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยกระดับ “Opportunity Day” สู่แพลตฟอร์มรวมการนำเสนอข้อมูล บจ. พร้อมรีแบรนด์กิจกรรมรายงานผลประกอบการเป็น “Earnings Call” เริ่ม 16 เม.ย. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยกระดับ “Opportunity Day” สู่การเป็นแพลตฟอร์มศูนย์กลางที่รวบรวมทุกช่องทางการนำเสนอข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไว้ในที่เดียว มุ่งสร้าง ecosystem ของข้อมูลธุรกิจที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ พร้อมรีแบรนด์กิจกรรมนำเสนอข้อมูลผลประกอบการ บจ.รายไตรมาสเป็น “Earnings Call” เพื่อยกระดับการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญสำหรับผู้ลงทุน นักวิเคราะห์ และสื่อมวลชน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 (รอบงบการเงินไตรมาส 1/2569) เป็นต้นไป ตามพันธกิจในการยกระดับคุณภาพบริการเพื่อสร้างตลาดที่น่าเชื่อถือ (Trusted Marketplace) และเป็นการส่งเสริมศักยภาพของผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม (Empowering Market Participants) ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities”

แพลตฟอร์มใหม่นี้เป็นศูนย์รวมกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ Earnings Call (Opportunity Day เดิม), JUMP+, Sector Analysis และ C-Sign Public Presentation รวมถึงกิจกรรมนำเสนอข้อมูลอื่น ๆ ของ บจ. เพื่อให้ผู้ลงทุนเข้าถึงข้อมูลได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเท่าเทียมกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวปฏิบัติของสำนักงาน ก.ล.ต.

ประโยชน์ที่ผู้ลงทุนและทุกภาคส่วนจะได้รับ

  • ผู้ลงทุน: เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกด้านผลการดำเนินงานของ บจ. ได้สะดวกผ่านแพลตฟอร์มเดียว พร้อมโอกาสในการซักถามข้อมูลกับผู้บริหารโดยตรง ช่วยให้สามารถนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • บริษัทจดทะเบียน: เพิ่มช่องทางในการสื่อสารข้อมูลสำคัญแก่ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนได้อย่างทั่วถึง
  • นักวิเคราะห์: ได้รับข้อมูลจากผู้บริหาร บจ. โดยตรงพร้อมกันกับผู้ลงทุนในวงกว้าง ในรูปแบบที่มีกำหนดการชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน

ผู้ลงทุนสามารถติดตามกำหนดการและเข้าร่วมกิจกรรมผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ที่ https://opportunity-day.setgroup.or.th/th หรือสอบถามเพิ่มเติมโทร 0 2009 9999

ส่องกลยุทธ์ลงทุน ESG

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่งคั่ง"  หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

แฟนคอลัมน์ “รู้เก็บรู้ออม” คงคุ้นเคยกับแนวคิด ESG กันเป็นอย่างดี จากเดิมที่เรื่องความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลของผู้ประกอบการอาจถูกมองว่าเป็นเพียงทางเลือกหรือเรื่องใหม่ แต่ในปัจจุบัน ESG ได้ยกระดับความสำคัญจนกลายเป็น “กติกา” หลักที่นักลงทุนทั่วโลกใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินใจคัดหุ้นเข้าพอร์ตอย่างจริงจัง

“คุณนายพารวย” ได้รับฟังมุมมองที่น่าสนใจจาก คุณเกษม พันธ์รัตนมาลา ผู้บริหารสูงสุด สายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ของ บล. ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ที่ให้สัมภาษณ์ผ่านช่องทางของ SET โดยได้มาถอดรหัสกลยุทธ์การลงทุนผ่านสายตาของนักวิเคราะห์มืออาชีพไว้อย่างน่าสนใจ จึงขอสรุปสาระสำคัญมาส่งต่อเพื่อเป็นอาวุธทางปัญญาในการลงทุนให้คุณผู้อ่านทุกท่านค่ะ

ESG เป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน เพราะถือเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงและอาจสะท้อนโอกาสในการสร้างผลกำไรที่ยั่งยืน มีข้อมูลที่ชี้ว่าบริษัทที่มีคะแนน ESG ดี มักจะได้รับการประเมินมูลค่าบริษัท (Valuation) สูงกว่าบริษัทที่ละเลยเรื่องนี้ เพราะการให้ความสำคัญในเรื่อง ESG ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงที่อาจทำให้มูลค่าบริษัทลดลง เช่น การถูกฟ้องร้อง การจ้างแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งอาจทำให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดเพิ่มขึ้น หรือการถูกแบนจากผู้บริโภค ทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นและเป็นเหตุให้ราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวลงได้  ซึ่งหากบริษัทคำนึงถึง ESG ในการดำเนินธุรกิจจะช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตให้บริษัทได้ เช่น การพัฒนาสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ นำไปสู่รายได้และกำไรที่เพิ่มขึ้น และราคาหุ้นก็อาจตอบสนองไปในทางบวก

นักลงทุนสามารถนำ ESG มาใช้เพื่อคัดกรองหุ้นคุณภาพ เริ่มจาก “การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน” เป็นอันดับแรก โดยพิจารณาจากลักษณะการประกอบธุรกิจ งบการเงิน รายได้ กำไร และกระแสเงินสดเพื่อให้มั่นใจในความแข็งแกร่งของธุรกิจ ควบคู่กับข้อมูล “การประเมิน ESG” โดยพิจารณาประเด็นสำคัญด้าน ESG ที่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท เพื่อดูว่าปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลต่อธุรกิจในระยะยาวอย่างไร ตัวอย่างเช่น หากสนใจลงทุนในกลุ่มโรงพยาบาล นอกจากคุณภาพการรักษาและผลกำไรแล้ว เราต้องพิจารณาไปถึงการจัดการขยะติดเชื้อ ปัญหาจราจร และการดูแลชุมชนโดยรอบ รวมถึงต้องหมั่นติดตามอัปเดตผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง

ท้ายสุดคือการ “ปรับพอร์ตเพื่อรับเทรนด์อนาคต” โดยลงทุนในบริษัทที่มีความโดดเด่นในประเด็น ESG ในธีมต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และ สิทธิมนุษยชน (Human Rights) ซึ่งเป็นธีมการลงทุนที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญเพิ่มขึ้น หากมองเป็นรูปธรรม นักลงทุนอาจลดสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีกลยุทธ์รองรับความเสี่ยง เช่น กลยุทธ์การลดคาร์บอน และเพิ่มน้ำหนักให้กับบริษัทที่มีความโดดเด่นในด้านนวัตกรรมรักษ์โลก

นักลงทุนสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานด้าน ESG ของบริษัทได้จากหลายแหล่ง  ไม่ว่าจะเป็น รายงานประจำปี แบบ56-1One Report เว็บไซต์ของบริษัท รวมถึงตรวจสอบคะแนน ESG Rating / ESG Scores จากสถาบันจัดอันดับอื่นๆ เพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม คะแนน ESG เป็นเพียงเครื่องมือคัดกรองเบื้องต้นเท่านั้น เรายังจำเป็นต้องนำมาพิจารณาควบคู่กับพื้นฐานทางธุรกิจทั้งรายได้และกำไรอยู่เสมอ เพื่อให้พอร์ตการลงทุนของเราเติบโตอย่างมั่งคั่งและยั่งยืนไปพร้อมกันค่ะ

คุณนายพารวย

TFEX Academy+ ชวนเรียนรู้การใช้ TFEX เสริมพอร์ต ใช้ได้ทุกสภาวะตลาด ตอบโจทย์ทุกสไตล์การลงทุน มือใหม่ก็เริ่มได้ สมัครฟรี! วันนี้-30 มิ.ย. 69

0

บมจ. ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) (TFEX) ชวนผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ TFEX Academy+ เรียนรู้การใช้ Futures และ Options เป็นเครื่องมือเสริมพอร์ต ที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์ลงทุน และใช้ได้ทุกสภาวะตลาด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทำกำไรช่วงที่ตลาดมีแนวโน้มชัดเจน ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากสินทรัพย์ที่ลงทุน อาทิ ดัชนีหุ้น หุ้นรายตัว ทองคำ โลหะเงิน อัตราแลกเปลี่ยน ยางพารา ฯลฯ หรือเป็นทางเลือกในการกระจายการลงทุนรับมือกับทุกจังหวะความผันผวน มือใหม่ก็เริ่มต้นได้ เพราะรวมหลักสูตรเนื้อหาตั้งแต่พื้นฐาน ไปจนถึงเทคนิคและกลยุทธ์ที่ใช้เทรดได้จริงกว่า 50 คอร์ส โดยวิทยากรรับเชิญและเทรดเดอร์มืออาชีพ ผ่านระบบออนไลน์และออฟไลน์ เรียนรู้จากที่ไหนก็ได้และสามารถเลือกหัวข้อได้ตามความสนใจ พร้อมมีโบรกเกอร์ Mentor ชั้นนำ 11 แห่ง มาดูแลให้คำปรึกษาตลอดโครงการ เพื่อให้คุณเริ่มต้นเทรดได้อย่างมั่นใจ สมัครฟรี! ตั้งแต่วันนี้ -30 มิ.ย. 2569 สอบถามเพิ่มเติมโทร 0 2009 9999 สมัครก่อนได้เรียนก่อน ที่ https://www.tfex.co.th/th/activities/tfexacademyplus2026

ตลาดหลักทรัพย์ฯ และตลาดหลักทรัพย์ลาว ลงนาม MOU เชื่อมตลาดทุนไทย–ลาว ขยายโอกาสลงทุนสู่ภูมิภาค

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์ลาว (Lao Securities Exchange: LSX) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและความเชื่อมโยงระหว่างตลาดทุนสองประเทศ  นับเป็นก้าวสำคัญในการ

บูรณาการตลาดทุนในระดับภูมิภาค และขยายโอกาสแก่ผู้ลงทุนและผู้ร่วมตลาดในทั้งสองประเทศ ภายใต้ความร่วมมือนี้ ทั้งสองตลาดจะร่วมศึกษาแนวทางเชื่อมโยงระหว่างตลาด รวมถึงสนับสนุนการจดทะเบียนหลักทรัพย์ในทั้งสองตลาด (Dual Listing) เพื่อเพิ่มทางเลือกในการระดมทุนสำหรับบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์และการลงทุนสำหรับผู้ลงทุน และเสริมสร้างสภาพคล่องในตลาดทุนทั้งสองแห่ง นอกจากนี้ ยังครอบคลุมการพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจ ผ่านการสร้างเครือข่าย การจับคู่ธุรกิจ และกิจกรรมส่งเสริมการลงทุน ควบคู่กับความร่วมมือด้านการวิจัย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแล รวมถึงการแลกเปลี่ยนบุคลากร เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความโปร่งใสของทั้งสองตลาด

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่าความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการเสริมสร้างความเชื่อมโยงของตลาดทุนในภูมิภาค โดยการทำงานร่วมกับ LSX จะช่วยเปิดโอกาสการลงทุนข้ามพรมแดน เพิ่มการเข้าถึงตลาด และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งสองตลาด สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” ภายใต้พันธกิจ (priorities) สำคัญของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการสร้างตลาดน่าเชื่อถือที่ยั่งยืน (Trusted Marketplace) ด้วยสินค้าคุณภาพที่หลากหลายและตอบโจทย์ ตลอดจนการเสริมศักยภาพผู้ร่วมตลาด (Empowering Market Participants) รวมถึงพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน ขณะที่ความร่วมมือนี้ยังเป็นการตอกย้ำการขับเคลื่อนด้วยทีมงานที่พร้อมเปลี่ยนแปลง (Purposeful People Who Transform) จากการเปิดโอกาสพัฒนาเพิ่มศักยภาพบุคลากรของทั้งสองตลาด

นายสีโสวัต ถิรากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LSX กล่าวว่าการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาตลาดทุนลาว โดยความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยยกระดับศักยภาพของตลาด ขยายโอกาสการลงทุน และส่งเสริมการเชื่อมโยงกับตลาดทุนในภูมิภาคเพื่อประโยชน์ของทุกภาคส่วน ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงแนวคิดร่วมกันของตลาดหลักทรัพย์ฯ และ LSX ในการส่งเสริมการบูรณาการตลาดทุนในระดับภูมิภาค พัฒนาตลาดทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวให้แก่ผู้ลงทุนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทั้งสองประเทศ