Home Blog Page 2

เมืองไทยประกันชีวิต-มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม มอบเงินสนับสนุนการศึกษาให้แก่ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม โดย นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ ประธานกรรมการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นางยุพา ล่ำซำ ที่ปรึกษามูลนิธิเมืองไทยยิ้ม ให้เกียรติเป็นประธานมอบเงินสนับสนุนการศึกษา จำนวน 400,000 บาท ให้แก่ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ประจำปี 2568 รวมจำนวน  47 ทุน  โดยมีนางพิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ รองประธานกรรมการ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม และ นายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมในพิธี

ในโอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก นางอัจฉรา เกษมวัฒนา รองเลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ นางศิริพร คัมภีรยส กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ นางสาวนงลักษณ์ รอมไธสง ผู้อำนวยการบริหารงานสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม นางวฬาลัย สิงห์คะนอง หัวหน้าสำนักสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม  และนางสาวอารยา นางาม  เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส เป็นผู้แทนรับมอบ

ทั้งนี้ โครงการ “มอบทุนการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์” เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญด้านการพัฒนาสังคมที่ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม ริเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 โดยมี นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ ประธานกรรมการบริษัท เป็นผู้ริเริ่มโครงการ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด

ตลอดระยะเวลากว่า 11 ปี โครงการดังกล่าวได้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิตในการร่วมเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ผ่านการสร้างโอกาสทางการศึกษา และเป็นกำลังใจให้เด็กและเยาวชนได้เติบโตอย่างมีคุณภาพ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนในอนาคต 

รู้เก็บรู้ออม : วางแผนการเงินรับปีใหม่!!

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่นคั่ง"  หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

คอลัมน์ “รู้เก็บรู้ออมฯ” อยู่รับใช้คุณผู้อ่านในการนำเสนอความรู้และข่าวสารเรื่องการเงินการลงทุนมาจนถึงสัปดาห์สุดท้ายของปี 2568 จนอีกไม่กี่วันก็จะได้เวลาโบกมือลาทีปีเก่า และต้อนรับปีใหม่ 2569 เชื่อว่าหลายคนคงกำลังเตรียมตัวฉลองปีใหม่ คนที่เคลียร์งานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็คงปลอดโปร่งโล่งใจ ส่วนคนที่กำลังมะรุมมะตุ้มกับกองงานที่สุมหัวอยู่ ก็ขอให้ฮึดและเร่งมืออีกอึดใจ งานจะได้เสร็จทันไปสังสรรค์รื่นเริงกัน

นอกเหนือจากงานในความดูแลรับผิดชอบแล้ว ก็อย่าลืมเรื่องสำคัญของตัวเอง คือ ทบทวน แผนการเงินของปีนี้ว่า เราสามารถทำตามแผน และบรรลุเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ เพื่อจะได้นำไปปรับปรุงในแผนการเงินปีหน้า ยกตัวอย่างเช่น การวางแผนภาษีที่ต้องยื่นต้นปีหน้า 2569 เราได้จัดการและทำตามแผนภาษีที่วางไว้ในปีนี้หรือยัง ไม่ว่าจะเป็น การซื้อประกัน, กองทุนประหยัดภาษี ตลอดจนใช้สิทธิตามมาตรการช่วยประหยัดภาษีที่ทยอยออกมา ไม่ว่าจะเป็น EASY E-receipt, การโยกหน่วยลงทุนจาก LTF มา THAI ESGX หรือลงทุนใหม่ THAI ESG รวมถึงเที่ยวดีมีคืน ช่วยให้เราลดหย่อนภาษีได้ถึงเป้าหมายแล้วหรือไม่

คนที่ทยอยซื้อกองทุนประหยัดภาษีมาตั้งแต่ต้นปี แล้วอยากจะเช็กว่าปีนี้ตัวเองซื้อไปเท่าไรแล้ว  ถึงเป้าหมายลดหย่อนภาษีแล้วหรือยัง จากเดิมที่เราต้องเสียเวลามาไล่เช็กยอดเป็นราย บลจ. หรือเปิดแอปของแต่ละธนาคารที่เราซื้อกองทุน เพื่อมาคิดยอดรวม แต่เดี๋ยวนี้เราสามารถรู้ยอดซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีแบบรวมจากทุก บลจ.มาไว้ในที่เดียวด้วย “บริการข้อมูลกองทุนลดหย่อนภาษี” ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ทำให้เรารู้ยอดรวมได้แบบไม่มีตกหล่น ครบทั้ง RMF, THAI ESG และ THAI ESGX

ใครที่อยากเช็กยอดซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีปีนี้แบบรวดเร็วทันใจ  สามารถใช้บริการนี้ได้ฟรี โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ www.set.or.th/tmf ล็อกอินด้วย SET Member หรือถ้าใครยังไม่ได้เป็นสมาชิก ก็สามารถสมัครสมาชิกใหม่ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และเพื่อใช้งานได้สะดวกรวดเร็วแนะนำให้ลงแอป ThaID ของกรมการปกครอง เพื่อลงทะเบียนพิสูจน์และยืนยันตัวตนรอไว้ให้เรียบร้อยก่อน

“คุณนายพารวย” อยากให้คุณผู้อ่านใช้ช่วงเวลาปีใหม่ เป็นโอกาสที่จะได้เริ่มลงมือสร้างอนาคตทางการเงินที่ดี ไม่อยากปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไปเฉยๆ แต่ให้ถือเป็นฤกษ์งามยามดีของการเริ่มต้นสิ่งใหม่เกี่ยวกับการเงิน เริ่มด้วยการทบทวน และตั้งเป้าหมายการเงินใหม่ สำรวจและตรวจสอบว่าปีที่ผ่านมา ตัวเราบรรลุเป้าหมายด้านการออมและการลงทุนหรือไม่ มีเงินเก็บเท่าไร ลงทุนในอะไรบ้าง แล้วกำไรขาดทุนแค่ไหน เพื่อที่จะทบทวนและวางแผนปีหน้าให้มีความชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเงินเก็บและแผนลงทุน, ระยะเวลา และเป้าหมาย ตลอดจนการวางแผนเรื่องประกันทั้งสุขภาพและชีวิต

พร้อมกับยกเครื่องปรับพอร์ตลงทุนใหม่ จัดสัดส่วนลงทุนทั้งประเภทธุรกิจ, ลงทุนใน-ต่างประเทศ และเทรนด์การลงทุน เพื่อให้พอร์ตเราโตขึ้น รวมทั้งการหาความรู้และศึกษาเครื่องมือลงทุนใหม่ๆ เช่น DR ที่ตลอดปี 2568 นี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เปิดรับจดทะเบียนตัวใหม่เพิ่มขึ้นหลายตัวเลยทีเดียว

ท้ายนี้ “คุณนายพารวย” ขออวยพรและส่งความปรารถนาดีให้คุณผู้อ่านที่อยู่ด้วยกันมาตลอด จงมีสุขภาพการเงินแข็งแรงเช่นเดียวกับสุขภาพกายและใจ อยู่ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ และรู้ทันมิจฉาชีพ สแกมเมอร์ โบกมือลาปีมะเส็ง และต้อนรับปีมะเมีย ไปด้วยกันอย่างมีความมั่นคงทางการเงินค่ะ.

คุณนายพารวย

5 เทคนิคกระจายความเสี่ยง ปรับพอร์ตให้แกร่ง เพิ่มผลตอบแทน

0

ตลอดช่วงปี 2568 นักลงทุนอาจรู้สึกว่าพอร์ตลงทุนของตัวเองก็สร้างผลตอบแทนได้ดี ทำไมต้องปรับเปลี่ยนให้วุ่นวาย แต่ในโลกของการลงทุน ความสำเร็จที่โดดเด่นมักแฝงไปด้วยความเสี่ยงที่มองไม่เห็น เพราะหลังจากที่หุ้นเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) สร้างผลตอบแทนให้ได้อย่างโดดเด่นตลอดในปีนี้ พอร์ตลงทุนที่ดูดีในวันนี้ อาจกลายเป็นพอร์ตลงทุน
ที่เสี่ยงกระจุกตัวเกินไปได้เหมือนกัน หากไม่ได้ทบทวนสัดส่วนสินทรัพย์ลงทุนในพอ์ตลงทุน

คำว่ากระจายการลงทุน (Diversification) หมายถึง การกระจายเงินไปในสินทรัพย์หลายประเภท ทั้งหุ้น พันธบัตร และสินทรัพย์อื่น ๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาสินทรัพย์ลงทุนแค่ไม่กี่ตัว และเพิ่มโอกาสรับโอกาสการเติบโตจากหลายทิศทาง ซึ่งในทางปฏิบัติ สำหรับนักลงทุนที่ยังอยู่ในช่วงสะสมเงินระยะยาว การมีทั้งหุ้นและตราสารหนี้ผสมกันในสัดส่วนที่เหมาะสม ก็มักจะเพียงพอเป็นฐานของการกระจายความเสี่ยงแล้ว

ดังนั้น เพื่อให้พอร์ตลงทุนมีความสมดุลและทนทานต่อความผันผวน Morningstar ได้เสนอวิธีง่าย ๆ ในการกระจายพอร์ตลงทุนสำหรับปี 2569 ที่ไม่ซับซ้อน แต่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้พอร์ตลงทุน โดยได้เน้นคอนเซปต์ว่าทำง่าย ใช้ได้จริง มากกว่าการไปใช้เครื่องมือที่อาจซับซ้อนเกินความจำเป็นสำหรับนักลงทุนทั่วไปดังนี้

วิธีแรก Rebalance ปรับสมดุลพอร์ต รีเซ็ตสัดส่วนหุ้นไม่ให้เสี่ยงเกินพิกัด

การปรับสัดส่วนพอร์ตลงทุนให้กลับมาใกล้เคียงเป้าหมายเดิม โดยหลังจากตลาดผันผวนมาระยะหนึ่ง ถ้าเราเริ่มต้นลงทุนโดยมีเป้าหมายให้หน้าตาพอร์ตลงทุนเป็น 60/40 (คือ ลงทุนหุ้น 60% ลงทุนตราสารหนี้ 40%) แต่ปีนี้หลังจากหุ้นทำผลงานได้ดี เพราะได้ลงทุนหุ้น AI หรือหุ้นเติบโตของสหรัฐอเมริกาเอาไว้ จะทำสัดส่วนหุ้นในพอร์ตลงทุนเพิ่มขึ้น เช่น เพิ่มเป็น 80% ของพอร์ตลงทุน (จาก 60%) 

หากไม่มีการปรับพอร์ตใด ๆ และเกิดโชคดีที่หุ้นยังขึ้นต่อ สัดส่วนของหุ้นในพอร์ตก็จะยิ่งโตขึ้นเรื่อย ๆ กลายเป็น 90% ของพอร์ตก็ได้ แต่หากโชคร้าย สถานการณ์พลิกเป็นหุ้นปรับลดลงแรง พอร์ตลงทุนที่มีหุ้นในสัดส่วนสูง ๆ จะเสียหายหนัก


ดังนั้น ควร Rebalance คือ การปรับสมดุลของพอร์ตลงทุนให้สัดส่วนของสินทรัพย์ต่าง ๆ กลับมาอยู่ในนโยบายการลงทุนส่วนตัวหรือพอร์ตตั้งต้นที่วางไว้ วิธีการทำได้ 2 ทาง ดังนี้

1. ขายสินทรัพย์ประเภทที่เกินสัดส่วนเดิม (Overweight) ออกไป

เช่น ขายหุ้นออกไปให้เหลือสัดส่วนเพียง 60% ของมูลค่าพอร์ต แล้วนำเงินไปซื้อสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ เพื่อให้กลับมามีสัดส่วนเท่าเดิมในพอร์ตลงทุนตั้งต้น

2. นำเงินมาเติมในพอร์ตลงทุน

โดยซื้อสินทรัพย์ที่มีสัดส่วนลดลงให้กลับมาเท่าเดิม (Underweight) เช่น ซื้อตราสารหนี้เพิ่ม เพื่อให้กลับมามีสัดส่วน 40% เหมือนเดิม

วิธีที่สอง เพิ่มน้ำหนักพันธบัตร สร้าง “แนวกันชน” คุ้มครองพอร์ตรับวัยเกษียณ

การเพิ่มน้ำหนักในพันธบัตร โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนที่อายุเริ่มเข้าใกล้หรือเกิน 50 ปี โดยข้อมูล Morningstar แนะนำว่า ช่วงวัยนี้ควรเริ่มลดความเสี่ยงในพอร์ตลงทุนลงบางส่วน และสร้างแนวกันชนด้วยสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น เช่น พันธบัตรคุณภาพดี อายุสั้นถึงปานกลาง และเงินสดบางส่วน 

แนวคิดคือ เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้เงินมากขึ้น ความผันผวนขาลงของตลาดหุ้นจะเริ่มกระทบเป้าหมายเกษียณมากขึ้น ดังนั้น การมีตราสารหนี้ไว้ในสัดส่วนที่เหมาะสม จึงช่วยให้พอร์ตปลอดภัยมากขึ้น ขณะที่ยังมีโอกาสเติบโตระยะยาว

วิธีที่สาม เพิ่มหุ้นต่างประเทศ (Non-US) ดักโอกาสทำกำไรจากตลาดที่ราคาไม่ตึงตัว

การเพิ่มสัดส่วนหุ้นต่างประเทศ โดยข้อมูล Morningstar แนะนำว่าในปี 2568 หุ้นต่างประเทศ (หุ้นนอกสหรัฐอเมริกา) เริ่มฟื้นตัว ทำผลตอบแทนได้ดี หลังจากที่แพ้หุ้นสหรัฐอเมริกามาหลายปี แต่ถ้ามองย้อนหลังเป็นสิบปี หุ้นนอกสหรัฐอเมริกา ยังให้ผลตอบแทนตามหลังตลาดสหรัฐอเมริกาอยู่พอสมควร ทำให้ Valuation โดยรวมยังดูไม่ตึงตัวเท่าตลาดสหรัฐอเมริกา หมายความว่าการมีหุ้นต่างประเทศในพอร์ตลงทุน จึงช่วยทั้งด้านการกระจายความเสี่ยงประเทศหรือสกุลเงิน และเปิดโอกาสรับ Upside จากตลาดที่ยัง Outperform หรือหุ้นมีแนวโน้มจะให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดสหรัฐอเมริกา รวมถึงโครงสร้างภาคธุรกิจที่ต่างกัน ซึ่งบางช่วงอาจทำผลงานได้ดีกว่าเมื่อธีมเทคโนโลยีในสหรัฐอเมริกาแผ่วลง

(จากกราฟ) แสดงผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปีของตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา เทียบกับหุ้นนอกสหรัฐอเมริกา โดย Morningstar US Market Index (เส้นสีน้ำเงิน) เป็นดัชนีที่สะท้อนภาพรวมตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปี ดีกว่า Morningstar Global Market Index เป็นดัชนีที่สะท้อนภาพรวมตลาดหุ้นโลก (ยกเว้นหุ้นสหรัฐอเมริกา) หมายความว่า 10 ปีที่ผ่านมา ใครถือแต่หุ้นสหรัฐอเมริกาจะรู้สึกว่าถูกต้องทั้งหมด แต่ผลของการวิ่งทิ้งห่างแบบนี้ทำให้ตอนนี้ Valuation หุ้นสหรัฐอเมริกาตึงตัวขึ้น ในขณะที่หุ้นนอกสหรัฐอเมริกายังตามหลัง และอาจมีช่องให้สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะข้างหน้า

วิธีที่สี่ เพิ่มหุ้นคุณค่าและหุ้นขนาดเล็ก ลดความเสี่ยงพอร์ตกระจุกตัวในหุ้นยักษ์ใหญ่

การเพิ่มน้ำหนักหุ้นคุณค่าและหุ้นขนาดเล็ก โดยข้อมูล Morningstar แนะนำว่าปัจจุบันนักลงทุนจำนวนมากถือกองทุนดัชนีสหรัฐอเมริกา เช่น S&P 500 หรือกองทุนหุ้นสหรัฐอเมริกา ที่มีนโยบายลงทุนทั้งตลาด แต่ก็มีน้ำหนักไปทางหุ้นขนาดใหญ่และหุ้นเทคโนโลยีค่อนข้างมาก เช่น กองทุนอ้างอิง S&P 500 อย่าง SPY มีน้ำหนักในหุ้น Nvidia เพียงตัวเดียวเกือบ 8% และเมื่อรวมกลุ่มเทคโนโลยีแล้วกินสัดส่วนมากกว่าหนึ่งในสามของพอร์ต

ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้พอร์ตลงทุนมีสัดส่วนในหุ้น AI และหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ (Mega cap) ไม่กี่ตัวมากเกินไป การเสริมด้วยกองทุนหุ้นขนาดเล็ก (Small cap) หุ้นคุณค่า (Value) หรือกองทุนที่เน้นหุ้นหุ้นคุณค่าขนาดเล็ก (Small cap Value) จึงเป็นอีกทางหนึ่งเพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวและเพิ่มโอกาสจากกลุ่มที่ยังไม่ได้วิ่งแรงในรอบที่ 2568

วิธีที่ห้า เพิ่มหุ้นปันผล สร้างกระแสเงินสดและเสริมเสถียรภาพให้พอร์ตลงทุน

การเพิ่มหุ้นปันผล สำหรับหุ้นจ่ายปันผลมักกระจุกตัวอยู่ในภาคเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม เช่น สาธารณูปโภค สินค้าอุปโภคบริโภค สุขภาพ อุตสาหกรรม และการเงิน ซึ่งมักเคลื่อนไหวต่างจังหวะกับหุ้นเทคโนโลยี โดยข้อมูล Morningstar แนะนำว่าการเพิ่มน้ำหนักหุ้นปันผลในพอร์ตลงทุนจึงช่วยให้ยังอยู่ในตลาดหุ้น แต่ไม่ต้องพึ่งพาแค่ธีม AI หรือหุ้นเทคเท่านั้น ขณะเดียวกัน รายได้จากเงินปันผลก็ช่วยเพิ่มเสถียรภาพให้ผลตอบแทนรวมของพอร์ตลงทุนในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาหุ้นผันผวน

สรุป

ปี 2569 อาจไม่ใช่ปีที่ต้องการเครื่องมือทางการเงินที่ซับซ้อน แต่เป็นปีที่ต้องการการกลับมาสู่พื้นฐานที่ และสำรวจพอร์ตลงทุนตัวเองว่ามีสินทรัพย์ในสัดส่วนที่สมดุลมากน้อยแค่ไหน และหากพอร์ตลงทุนเริ่มกระจุกตัว การปรับสัดส่วนพอร์ตลงทุนด้วยการเพิ่มน้ำหนักตราสารหนี้ หุ้นต่างประเทศ หุ้นคุณค่า หุ้นขนาดเล็ก และหุ้นปันผล จะสามารถเปิดโอกาสให้พอร์ตลงทุนเติบโตได้ดีในระยะยาวอย่างมั่นคงมากขึ้น

เปิดใจ 3 หมออินเทิร์น กับครั้งแรกที่ลงพื้นที่ปฏิบัติงานหน่วยแพทย์พระราชทานฯ ที่ชายแดนจังหวัดน่าน

0

ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้นำทีมแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และบุคลากรทางการแพทย์ ลงพื้นที่ปฏิบัติงานหน่วยแพทย์พระราชทานในโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพื้นที่แถบชายแดนจังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 8 – 12 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยลู่ ตำบลสะเนียน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน และ ศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดนเฉลิมฉลอง 100 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทรทราบรมราชชนนี 21 ตุลาคม 2543 ตำบลบ่อเกลือเหนือ อำเภอบ่อเกลือเหนือ จังหวัดน่าน

ทีมแพทย์ใช้ทุนที่ร่วมปฏิบัติงานหน่วยแพทย์พระราชทานฯ เป็นครั้งแรกทั้งสามคน ได้บอกเล่าความรู้สึกในการทำงานครั้งนี้ ว่า…
“เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ได้เห็นถึงสภาพความเป็นอยู่ของเด็กๆ ในจังหวัดน่าน และข้อจำกัดทางการเข้าถึงทางการแพทย์ เช่น ถนนเส้นทางคดเคี้ยวระยะทางที่ห่างไกล การขาดยารักษาโรคประจำตัวที่ทำให้ไม่สามารถควบคุมโรคได้ดี และได้เห็นความสำคัญของ Health screening มากขึ้นไปอีก เนื่องจากการที่หมอลงพื้นที่จะเป็นการเพิ่มโอกาสได้รักษาพยาบาลคนที่อยู่ห่างไกลได้ หมอจึงมีหน้าที่ที่สำคัญมากในการตัดสินใจว่าคนไข้คนนั้นควรส่งต่อไปดูแลในโรงพยาบาลต่อหรือไม่ ซึ่งโดยรวมแล้วรู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่เปิดโลกใหม่ให้ได้เห็นอะไรใหม่ๆ และอยากมาร่วมออกหน่วยแพทย์พระราชทานอีก” แพทย์หญิงกฤชยา เติมเลิศมนัสวงษ์ กล่าว

นายแพทย์จิระ จารุศังข์ กล่าวว่า ตั้งแต่เป็นเด็กเมื่อเปิดโทรทัศน์ก็มักจะพบภาพคณะแพทย์ไปรักษาคนไข้ตามชนบทอยู่เป็นประจำ ในใจเกิดความสงสัยอยู่ตลอดว่าเขาไปกันทำไมไปทำอะไร ความสงสัยได้เปลี่ยนเป็นแรงบันดาลใจที่จะทำเพื่อผู้อื่น และเป็นแรงผลักดันในการเรียนด้วยความตั้งใจว่าเราจะเป็นหนึ่งในทีมแบบนั้นสักวัน แล้ววันนี้ก็มาถึงวันที่ได้จบเป็นแพทย์ ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในหน่วยแพทย์พระราชทาน ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มาออกหน่วยแพทย์ในลักษณะแบบนี้ มีความรู้สึกมากมายทั้งดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มของเด็กๆ หรือความรู้สึกเศร้าใจที่ได้เห็นความลำบากในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขและความเจริญ เมื่อได้มาสัมผัสกับตัวเองเป็นอะไรที่บรรยายออกมาไม่ถูกแต่ได้รู้ว่าโอกาสของคนเราไม่เท่ากันจริงๆ ซึ่งรู้สึกดีใจที่มีโอกาสมาเป็นส่วนหนึ่งที่ให้การรักษาเด็กและชาวบ้านและมากกว่าการรักษาคือการส่งเสริมสุขภาพให้ชาวบ้านได้ตระหนักว่าแม้จะอยู่ในสถานที่ห่างไกลแต่เรื่องสุขภาพไม่ใช่เรื่องไกลตัวเพราะการมีสุขภาพที่ดีคือการรักษาที่ยั่งยืนที่สุด หากมีโอกาสก็อยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยและสนับสนุนหน่วยแพทย์พระราชทานต่อไป ด้วยหวังอยากให้คนไทยมีสุขภาพดีและมีความสุข

นายแพทย์วิชญ์ สุวรรประศาสน์ กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการมอบสิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคม ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินเกี่ยวกับกิจกรรมออกหน่วยแพทย์พระราชทานก็มีความรู้สึกอยากมาออกหน่วยสักครั้งในชีวิต เมื่อทราบว่าทางศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน เปิดรับสมัครแพทย์อาสาออกหน่วยแพทย์พระราชทาน จึงไม่ลังเลที่จะสมัครเข้าร่วมกิจกรรมดีๆ ในครั้งนี้ และเมื่อได้มาจริงๆ ก็รู้สึกปลาบปลื้มและมีความสุขมากๆ ที่ได้มีโอกาสนำความรู้ที่มาใช้ตรวจรักษาน้องๆ นักเรียน รวมไปถึงคุณครูและประชาชนทั่วไป การมาออกหน่วยแพทย์พระราชทานที่จังหวัดน่านครั้งนี้ถือว่าเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าอย่างยิ่ง หากมีโอกาสก็อยากจะกลับมาร่วมกิจกรรมดีๆ และส่งต่อความสุขให้แก่สังคมแบบนี้อีกแน่นอน

สำหรับที่ศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยลู่ มีเด็กนักเรียนเข้ารับการตรวจรักษา จำนวน 26 คน และประชาชน จำนวน 45 คน ส่วนที่ศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดนเฉลิมฉลอง 100 ปีฯ มีเด็กนักเรียนเข้ารับการตรวจรักษา จำนวน 63 คน และประชาชน จำนวน 14 คน ซึ่งโรคที่พบมากที่สุด คือ โรคทางระบบเหงือกและฟัน รองลงมาคือโรคระบบทางเดินหายใจและโรคทางผิวหนัง

ศูนย์การแพทย์ฯ ชลประทาน ยังได้นำสิ่งของขาดแคลน เช่น เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องเขียน ผ้าอนามัย และยาสามัญประจำบ้าน ที่มีผู้มีจิตศรัทธาและองค์กรภาครัฐและเอกชนร่วมบริจาค ไปมอบให้กับเด็กนักเรียนทั้งสองโรงเรียนด้วย

ทีมบุคลากรทางการแพทย์จิตอาสาดังกล่าว เป็นหนึ่งในพันธกิจของศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่พร้อมช่วยเหลือประชาชนและสร้างประโยชน์ให้สังคมด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ สืบสานปณิธานของหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ อดีตเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์ “ยิ่งให้…ยิ่งได้”

ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับจดทะเบียน 2 DR ใหม่ อ้างอิงกองทุน ETF ของจีน ออกโดย INVXเริ่มซื้อขาย 29 ธ.ค. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รับจดทะเบียนตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) 2 หลักทรัพย์ใหม่ อ้างอิงกองทุน ETF ในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (INVX) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย 29 ธันวาคม 2568

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
CN23ChinaAMC CSI 300 ETF (510330)กองทุน ETF ออกโดย China Asset Management ที่ลงทุนตามดัชนี CSI 300 ซึ่งประกอบด้วย 300 บริษัทชั้นนำของจีน ที่มีขนาดใหญ่และสภาพคล่องสูง ในหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ การเงิน เทคโนโลยี อุตสาหกรรม และสินค้าอุปโภคบริโภค  
CNSTAR5023ChinaAMC STAR 50 ETF (588000)กองทุน ETF ออกโดย China Asset Management ที่ลงทุนตามดัชนี SSE STAR 50 ซึ่งประกอบด้วย 50 บริษัทขนาดใหญ่ใน STAR Market ของตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ ที่เน้นบริษัทเทคโนโลยีและนวัตกรรม  

ผู้สนใจศึกษารายละเอียด 2 DR ใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th หรือบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์คือ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด www.innovestx.co.th หรือศึกษาผลิตภัณฑ์ DR เพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/dr

ตลท.สั่ง MVP ชี้แจงแนวทางปรับปรุงระบบควบคุมภายในและส่งผลการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (Special Audit)

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขอให้บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด (มหาชน) (MVP) ชี้แจงแนวทางการปรับปรุงระบบควบคุมภายใน ตามที่คณะกรรมการและคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทมีความเห็นว่ายังต้องมีการปรับปรุงระบบการควบคุมภายในและมาตรการการกำกับดูแลเงินจ่ายล่วงหน้าสำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เงินทดรองจ่าย  และลูกหนี้กรรมการ ซึ่งสำนักงาน ก.ล.ต. ได้สั่งการให้ MVP จัดให้มีการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (Special Audit) เกี่ยวกับรายการดังกล่าวด้วย (รายละเอียดปรากฏตามข่าวของบริษัทวันที่ 22, 26 ธันวาคม 2568 และข่าว ก.ล.ต. วันที่ 24 ธันวาคม 2568)

ทั้งนี้ ขอให้บริษัทชี้แจงข้อมูลผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมการนำส่ง Special Audit ซึ่งสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดให้นำส่งภายในวันที่ 23 มกราคม 2569 และขอให้ผู้ลงทุนติดตามสรุปผล Special Audit และคำชี้แจงของบริษัท

MVP ได้ชี้แจงข้อมูลตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สอบถามว่า MVP มีรายการที่อาจแสดงได้ว่ายังมีระบบควบคุมภายในที่ไม่เพียงพอเหมาะสม เกี่ยวกับการอนุมัติใบสำคัญจ่ายไม่สอดคล้องกับอำนาจดำเนินการ การทำสัญญาว่าจ้าง     ไม่ครบถ้วน การชำระเงินไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขตามสัญญาว่าจ้าง และไม่พบเอกสารขออนุมัติตัดจำหน่ายค่าใช้จ่าย    จ่ายล่วงหน้า นอกจากนี้ กรรมการมีการใช้บัตรเครดิตของบริษัทสำหรับค่าใช้จ่ายที่มีลักษณะส่วนตัว ซึ่งคณะกรรมการ  และคณะกรรมการตรวจสอบเห็นว่าบริษัทยังต้องมีการปรับปรุงระบบควบคุมภายในและติดตามอย่างเข้มงวดมากขึ้นนั้น  

           เนื่องจากการมีระบบควบคุมภายในตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดถือเป็นหนึ่งในคุณสมบัติการดำรงสถานะของบริษัท  จดทะเบียน ดังนั้น เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างครบถ้วนเพียงพอ และแสดงได้ว่าบริษัทได้มีการดำเนินการเพื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขอให้บริษัทชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมการนำส่ง Special Audit ดังนี้

  1. แนวทางการปรับปรุงระบบควบคุมภายใน การประเมินผลจากการนำไปปฏิบัติ และกรอบระยะเวลาที่คาดว่า     จะดำเนินการแล้วเสร็จ
  2. ความเห็นของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบต่อความเพียงพอของการปรับปรุงระบบควบคุมภายในดังกล่าว รวมถึงกลไกการติดตามดูแลของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบ

           นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้บริษัทรายงานผลการดำเนินการตามแนวทางปรับปรุงระบบควบคุมภายในของบริษัท และติดตามเรื่องดังกล่าวจนกว่าบริษัทจะดำเนินการแล้วเสร็จ โดยเปิดเผยพร้อมกับการนำส่งงบการเงินทุกไตรมาสหรือตามกำหนดเวลาของการนำส่งงบการเงิน

เอไอเอส ผนึก อว. – จุฬาฯ ปั้นคอร์สเรียน AI Literacy ในหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ อัปสกิลคนไทย ใช้ AI ให้ปลอดภัยและรู้เท่าทันโลกดิจิทัล เริ่มเรียนฟรี! ก.พ. 69

0

ทุกวันนี้ AI กลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของหลายคนที่ทำให้สะดวกรวดเร็วขึ้น แต่ความสะดวกอาจจะมีดีและไม่ดีมาพร้อมกัน เพื่อยกระดับทักษะดิจิทัลในยุค AI เอไอเอสจึงร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชวนคนไทยอัปสกิลใช้ AI ให้ปลอดภัยกับคอร์สเรียน ผ่านหลักสูตรดิจิทัล
อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy
 ไม่ได้หยุดแค่ความรู้ แต่พาไปถึงการใช้เป็น พร้อมต่อยอดในระบบการศึกษา นับเป็นหน่วยกิตและใช้เป็นรายวิชาในมหาวิทยาลัย เรียนได้ทุกที่ทุกเวลาเมื่อมีอินเทอร์เน็ต เพื่อให้คนไทยใช้ AI ได้อย่างมั่นใจ และปลอดภัย เปิดให้เรียนฟรีกุมภาพันธ์ 2569

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการพัฒนาการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และเชื่อมโยงกับสถานการณ์จริงบนโลกดิจิทัล คณาจารย์ของจุฬาฯ จึงเข้ามามีบทบาทในการร่วมออกแบบและผลิตสื่อการสอนของหลักสูตร ‘อุ่นใจไซเบอร์’ โดยถอดประสบการณ์ที่ผู้เรียนเผชิญจริงในชีวิตออนไลน์ มาแปลงเป็นเนื้อหาที่เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง และนำไปปรับใช้ได้ทันที สำหรับหัวข้อ AI Literacy จุฬาฯ มุ่งออกแบบการเรียนรู้ให้ผู้ใช้ AI ได้อย่างถูกวิธีและรับผิดชอบ ตั้งแต่การหลีกเลี่ยงการป้อนข้อมูลส่วนตัว การตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ ไปจนถึงการเคารพสิทธิและผลงานของผู้อื่น พร้อมให้สะสมชั่วโมงการเรียนรู้และเทียบเป็นหน่วยกิตได้ เพื่อขยายการเข้าถึงไปยังนิสิต นักศึกษาทั่วประเทศ และผู้ที่สนใจ ให้ AI เป็นเครื่องมือสร้างโอกาส ไม่ใช่ความเสี่ยงในการเรียนและการทำงาน”

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวง กล่าวว่า “กระทรวง อว. ได้เล็งเห็นว่าเทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ถือเป็นเทคโนโลยีหลักที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานในทุกภาคส่วน โดยกระทรวง อว. ได้มีนโยบายที่สำคัญเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยได้จัดทำแผนการผลิตและพัฒนากำลังคนรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) โดยให้กำลังคนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม จากนโยบายดังกล่าว เมื่อห้องเรียนย้ายมาอยู่บนหน้าจอ และโลกออนไลน์เดินเร็วกว่าห้องเรียนเสมอ กระทรวง อว. จึงกำหนดให้ทักษะดิจิทัลต้องถูกสอนและใช้จริงในชั้นเรียน ไม่ใช่แค่เนื้อหาเสริม ความร่วมมือกับเอไอเอสครั้งนี้จึงนำบทเรียน ‘อุ่นใจไซเบอร์’ หัวข้อ AI Literacy เข้าไปใช้ในมหาวิทยาลัย ผ่านการเรียนรู้ 10 โมดูล สามารถสะสมชั่วโมงและเทียบเป็นหน่วยกิตการเรียนรู้ได้ โดยผู้เรียนจะได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ต่างๆ เช่น แยกภาพและเสียงที่ AI สร้าง สร้างคอนเทนต์จาก AI อย่างสร้างสรรค์ ไม่คัดลอกผลงานผู้อื่น และไม่สร้างเนื้อหาที่ทำให้เกิดปัญหา  รวมถึงใช้ AI โดยไม่พิมพ์ข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลสำคัญลงไป โดยสามารถประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวันทั้งการเรียน การทำงาน นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือเพื่อการเรียนรู้ในเครือข่ายมหาวิทยาลัยได้อย่างเป็นระบบ”

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ เอไอเอส  กล่าวว่า “ในวันที่ AI เข้ามาอยู่ในทุกมิติของชีวิต ตั้งแต่การเรียน การทำงาน ไปจนถึงการตัดสินใจ ความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จึงเพิ่มขึ้นทั้งความซับซ้อนและความรวดเร็ว เอไอเอสจึงขับเคลื่อน ‘ปีแห่งความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์’ เพื่อยกระดับภูมิคุ้มกันดิจิทัลให้คนไทยใช้งานเทคโนโลยีได้อย่างรู้เท่าทันและปลอดภัย ผ่านหลักสูตร ‘อุ่นใจไซเบอร์’ ที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2565 ครอบคลุมตั้งแต่นักเรียน นิสิตนักศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา ไปจนถึงประชาชนทั่วไป จนมีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 1 ล้านคน ขณะเดียวกัน เอไอเอสยังร่วมมือกับกระทรวง อว. และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาหลักสูตร AI Literacy ภายใต้ ‘อุ่นใจไซเบอร์’ บนแพลตฟอร์มดิจิทัลของเอไอเอส เพื่อเสริมทักษะการใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ โดยสามารถนำไปใช้สะสมชั่วโมงการเรียนรู้และเทียบเป็นหน่วยกิตในระดับอุดมศึกษาได้ เพื่อเตรียมคนไทยให้พร้อมอยู่ร่วมกับ AI ได้อย่างมั่นใจและรับผิดชอบในโลกดิจิทัล”

ทั้งนี้ สำหรับหลักสูตร “อุ่นใจไซเบอร์” หัวข้อ AI Literacy เป็นสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อเสริมความเข้าใจการใช้ AI ให้กับประชาชนทุกกลุ่ม โดยไม่เน้นการเขียนโค้ดหรือการสร้างพรอมป์เชิงเทคนิค แต่เน้นการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม รับผิดชอบ และปลอดภัย และนำไปใช้ได้อย่างสร้างสรรค์ เปิดให้เรียนฟรี กุมภาพันธ์ 2569 เริ่มเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านแพลตฟอร์ม LearnDi for Thais (https://aunjaicyber.ais.th) แอป อุ่นใจ CYBER แพลตฟอร์ม Thai MOOC (https://thaimooc.ac.th) และแพลตฟอร์มออนไลน์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เมืองไทยประกันชีวิต จับมือ AUTOBACS มอบความอุ่นใจ รับเทศกาลปีใหม่ผ่าน “กรมธรรม์ประกันภัยอุ่นใจข้ามปี (ไมโครอินชัวรันส์)” 

0

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต จับมือ บริษัท สยามออโต้แบคส์ จำกัด หรือ AUTOBACS ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร มาตรฐานญี่ปุ่น ที่รู้ใจคนไทย ร่วมส่งมอบความสุขและความอุ่นใจให้กับลูกค้าคนสำคัญ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ด้วย “กรมธรรม์ประกันภัย  อุ่นใจข้ามปี (ไมโครอินชัวรันส์)” ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งด้านชีวิตและค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ  ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ยังเป็นการสนับสนุนให้ทุกคนในสังคม สามารถเข้าถึงประกันชีวิต (Democratizing Insurance) เพื่อการมีหลักประกันที่มั่นคง สอดรับกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ส่งเสริมให้ประชาชนมีหลักประกันความคุ้มครองอุบัติเหตุให้กับตนเองและครอบครัว

นายชัยทัศน์ วันชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามออโต้แบคส์ จำกัด กล่าวว่า ออโต้แบคส์ ขอมอบความอุ่นใจให้กับลูกค้าคนสำคัญ ด้วยความคุ้มครอง “กรมธรรม์ประกันภัยอุ่นใจข้ามปี (ไมโครอินชัวรันส์)”  ที่จะช่วยให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความสุข ความสนุกสนาน ได้ทำกิจกรรมกับครอบครัว คนที่รักอย่างอุ่นใจและปลอดภัย โดยลูกค้าสามารถรับสิทธิ์ความคุ้มครองดังกล่าวได้ง่าย ๆ เพียงเข้ามาใช้บริการที่ออโต้แบคส์ และยอดใช้จ่ายในการดูแลรถยนต์ 5,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ  โดยลูกค้าบัตร Premier ได้รับจำนวน 1 สิทธิ์ สำหรับลูกค้าบัตร Max Card Plus และ Max Card Plus  EV ได้รับจำนวน 2 สิทธิ์  เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2568 – 15 มีนาคม 2569  (จำนวนจำกัด 40,000 สิทธิ์)  

ทั้งนี้ความคุ้มครอง “กรมธรรม์ประกันภัยอุ่นใจข้ามปี (ไมโครอินชัวรันส์)” ประกอบด้วย  

1. ความคุ้มครองการเสียชีวิต การสูญเสียมือ เท้า การสูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เนื่องจากอุบัติเหตุ ไม่รวมการถูกฆาตกรรมลอบทำร้ายร่างกาย และ/หรือ อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท 

2. ความคุ้มครองการเสียชีวิต การสูญเสียมือ เท้า การสูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากการถูกฆาตกรรมลอบทำร้ายร่างกาย และ/หรือ อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ จำนวนเงินเอาประกันภัย 50,000 บาท

3. ความคุ้มครองการเสียชีวิต การสูญเสียมือ เท้า การสูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เนื่องจากอุบัติเหตุสาธารณะ จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท 

4. ผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ ไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการจ้างพยาบาลพิเศษ อุปกรณ์ค้ำยันต่าง ๆ (ยกเว้นไม้ค้ำยัน) รถเข็นผู้ป่วย อวัยวะเทียมภายนอกร่างกายค่ารักษาพยาบาลโดยแพทย์ทางเลือก (Alternative medicine) การฝังเข็ม จำนวนเงินเอาประกันภัยตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 5,000 บาท

โดย กรมธรรม์ประกันภัยอุ่นใจข้ามปี (ไมโครอินชัวรันส์)” มีระยะเวลาคุ้มครอง 30 วัน นับจากวันเริ่มต้นระยะเวลาเอาประกันภัย ซึ่งผู้ที่จะได้รับสิทธิ์จะต้องถือสัญชาติไทยเท่านั้น และมีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ ถึง 70 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ทำประกันภัย  โดยลูกค้าออโต้แบคส์ สามารถรับสิทธิ์ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2568 – 15 มีนาคม 2569  (จำนวนจำกัด 40,000 สิทธิ์)  สำหรับที่สนใจหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อเมืองไทยประกันชีวิต  โทร. 1766 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดต่อ Call Center AUTOBACS 065-504-8000 พร้อมให้บริการทุกวัน (จันทร์-อาทิตย์) เวลา 08.00-20.00 น.

31 ธ.ค. นี้ ปักหมุดเคานต์ดาวน์สยามสแควร์! “SIAM SQUARE STREET OF DREAMZ 2026”AIS SIAM x PMCU จัดเต็มศิลปินดังนันสต็อป ชวน Gen C ปล่อยพลังข้ามปี 

0

AIS SIAM จับมือ สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) ประกาศความพร้อมชวนคนรุ่นใหม่ออกมาใช้ชีวิตส่งท้ายปีแบบจัดเต็ม ในงานเคานต์ดาวน์สุดมันส์ “SIAM SQUARE STREET OF DREAMZ 2026” วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ณ บริเวณหน้า AIS SIAM สยามสแควร์ เนรมิตพื้นที่ใจกลางเมืองให้กลายเป็นถนนแห่งความฝัน ที่เต็มไปด้วยเสียงเพลง แสงไฟ และพลังของคนมีแพสชัน พร้อมพาทุกคนก้าวเข้าสู่ปีใหม่ 2026 ไปด้วยกัน

งานนี้เข้าชมฟรี! เปิดพื้นที่ต้อนรับตั้งแต่เวลา 16.30 น. ก่อนปล่อยความสนุกบนเวทีตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป กับไลน์อัปศิลปินและไอดอลขวัญใจคนรุ่นใหม่ที่ทยอยขึ้นมาสร้างบรรยากาศให้คึกคักตลอดคืน

  • 18.00 น. – 18.40 น. Sugar ’N Spice
  • 18.50 น. – 19.50 น. SERIOUS BACON
  • 20.00 น. – 20.45 น. TALAY
  • 20.50 น. – 21.50 น. bamm
  • 21.55 น. – 22.40 น. เจษ – ไบเบิ้ล – เจเจ – มีโอ – ฟูไอซ์ – เจ็ท – จ๊อบ
  • 22.45 น. – 23.05 น. พี่จอง – คัลแลน
  • 23.10 น. – 23.50 น. เติ้ล – เฟิร์สวัน
  • 00.05 น. – 00.35 น. LYKN

นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับสิทธิ์ Lucky Fan Zone จำนวน 100 คน ซึ่งเป็นโซนพิเศษสำหรับแฟนๆ ที่ร่วมกิจกรรมลุ้นใกล้ชิดเวทีและได้เข้าพื้นที่ก่อนใคร สามารถมาลงทะเบียนยืนยันสิทธิ์ได้ตั้งแต่เวลา 11.00 –15.30 น. และจะเปิดให้เข้าสู่พื้นที่ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป สำหรับใครที่ไม่สะดวกเดินทาง สามารถร่วมฉลองส่งท้ายปีไปพร้อมกันผ่าน Live Streaming ทาง Facebook SIAM SQUARE สยามสแควร์ และ Instagram @AISSIAM_OFFICIAL ตั้งแต่เวลา 21.45 น. ถึง 00.35 น.

AIS 5G เสริมโครงข่าย “เชื่อมความสุขทุกเทศกาล” จัดเต็มสปีดทุกจุดเคานต์ดาวน์สำคัญทั่วกทม.

0

AIS เตรียมความพร้อมจัดเต็มสปีด เสริมศักยภาพโครงข่ายสื่อสาร AIS 5G/4G อย่างเข้มข้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ ภายใต้แนวคิด “เครือข่ายเชื่อมความสุขทุกเทศกาล” เพื่อรองรับปริมาณการใช้งานดิจิทัลและการสื่อสารที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วทั้งประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองและงานเคานต์ดาวน์ขนาดใหญ่ ที่จะมีผู้คนเดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก อาทิ งาน “SIAM SQUARE STREET OF DREAMZ 2026 Presented by AIS SIAM ที่สยามสแควร์ รวมถึงสถานที่ Central World, ICONSIAM, One Bangkok, Parc Paragon, Future Park Rangsit, Asiatique The Riverfront, Mega Bangna และจุดสำคัญอื่นๆ โดย AIS ได้เสริมกำลังโครงข่ายด้วยการขยายสถานีฐานเดิม ติดตั้งสถานีฐานชั่วคราว (Temporary Base Station) รวมถึงการจัดวางสถานีฐานเคลื่อนที่ (Mobile Base Station Car) และรถโมบายชุมสาย COW (Cell-On-Wheel) ในตำแหน่งสำคัญที่มีการใช้งานหนาแน่น พร้อมระบบ Autonomous Network ที่ช่วยให้ทีมวิศวกรสามารถดูแลการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับระบบ AI ที่วิเคราะห์ทราฟฟิกแบบเรียลไทม์ สามารถแจ้งเตือนความผิดปกติได้อย่างแม่นยำ พร้อมปรับเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายได้อัตโนมัติ เพื่อให้ทุกการติดต่อสื่อสาร การแบ่งปันภาพความประทับใจ และการส่งต่อความสุขในช่วงเวลาสำคัญเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่สะดุด

นอกจากนี้ AIS ยังขยายการดูแลโครงข่ายครอบคลุมพื้นที่เศรษฐกิจ แหล่งท่องเที่ยวใจกลางเมือง สถานีขนส่ง และเส้นทางคมนาคมหลัก เพื่อรองรับการเดินทางและการใช้งานของประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

AIS มุ่งมั่นพัฒนาและดูแลโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เครือข่ายสามารถเชื่อมต่อความสุขทุกการเดินทาง และทุกการเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมเป็นพลังสำคัญที่อยู่เบื้องหลังประสบการณ์ดิจิทัลของคนกรุงเทพฯ และคนไทยทั่วประเทศ ในทุกเทศกาลสำคัญต่อไป