Home Blog Page 2

มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ และภาคตลาดทุน ผนึกกำลังช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน

0

ผู้บริหารมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และพนักงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมใจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน ด้วยการจัดถุงยังชีพบรรจุเวชภัณฑ์และเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 200 ชุด มูลค่า 200,000 บาท เพื่อให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านเป็นการเร่งด่วน โดยมี นายรองรักษ์ พนาปวุฒิกุล กรรมการและเหรัญญิก มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นผู้ส่งมอบผ่านกรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย และมี พลโท ชยพณัฐ วิริรัตน์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นผู้รับมอบ

นอกจากนี้ บริษัทในภาคตลาดทุนได้ร่วมสนับสนุนเงินช่วยเหลือผ่านมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อนำไปฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว ประกอบด้วย บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย), บล. เกียรตินาคินภัทร และ บลจ. เกียรตินาคินภัทร, บมจ. สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี, บมจ. พีลาทัส มารีน, บลจ. บัวหลวง, บมจ. เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์, บล. เอเซีย พลัส, บมจ. สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์, บลจ. เอ็มเอฟซี, บล. ทรีนีตี้ และ บลจ. พรินซิเพิล สะท้อนพลังของภาคตลาดทุนไทยในการดูแลสังคมยามวิกฤต สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตชุมชน และช่วยเหลือประชาชนในยามเกิดภัยพิบัติ

เมืองไทยประกันชีวิต ชวนพนักงานรวมพลังจิตอาสา จัดงาน “MTL Volunteer Expo ครั้งที่ 3” เดินหน้าส่งมอบความสุขสู่สังคม

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้าส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการให้และการมีส่วนร่วมเพื่อสังคม จัดงาน “MTL Volunteer Expo ครั้งที่ 3” มหกรรมรวมพลังจิตอาสาของพนักงาน เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ร่วมแบ่งปันเวลา ความสามารถ และความตั้งใจ ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เพื่อส่งต่อประโยชน์และความสุขให้แก่สังคม

ภายในงานมีกิจกรรมจิตอาสาหมุนเวียนตลอดทั้งวัน เปิดโอกาสให้พนักงานเลือกเข้าร่วมตามความสนใจ ทั้งการ พับผ้าขนหนูเป็นตุ๊กตาหมี และเย็บเต้านมเทียม โดยพนักงานจิตอาสาร่วมถ่ายทอดวิธีการทำ กิจกรรม เชือกถักตัวอักษร และเพ้นท์เซรามิกสำหรับวางโทรศัพท์ โดยวิทยากรจากคลังปัญญาผู้สูงอายุจังหวัดกรุงเทพมหานคร กรมกิจการผู้สูงอายุ รวมถึงการทำ กระถางดอกไม้หอมและพวงกุญแจดอกลีลาวดีจากลวดกำมะหยี่ โดยวิทยากรจากสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการ จังหวัดราชบุรี พร้อมกิจกรรม DIY ที่พนักงานสามารถเลือกทำได้ตามช่วงเวลาที่สะดวก

งานครั้งนี้ยังเปิดพื้นที่แห่งการแบ่งปันผ่านกิจกรรมรับบริจาคสิ่งของ เพื่อนำไปส่งต่อให้เกิดประโยชน์ ในหลากหลายรูปแบบ ทั้ง ตุ๊กตาสภาพดี สำหรับส่งมอบรอยยิ้มและกำลังใจให้เด็กในพื้นที่ห่างไกล และ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มสภาพดี เพื่อมอบให้มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม นำไปจำหน่ายผ่านกิจกรรม “Give Shop ให้เพื่อเปลี่ยนสังคมที่ดีขึ้น” โดยรายได้จะนำไปสนับสนุนโครงการช่วยเหลือผู้สูงอายุและเด็กด้อยโอกาส อีกหนึ่งกิจกรรมคือการรับบริจาค ชุดชั้นในเก่าของทั้งผู้ชายและผู้หญิง ทุกแบบ ทุกยี่ห้อ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการกำจัดอย่างถูกวิธีผ่านระบบปิด ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถนำพลังงานความร้อนที่เกิดขึ้นจากกระบวนการไปใช้ทดแทนพลังงานจากถ่านหิน เป็นการจัดการสิ่งของเหลือใช้อย่างเหมาะสมและเพิ่มคุณค่าให้กับของที่หมดอายุการใช้งาน

นอกจากนี้ พนักงานยังได้ร่วม เขียนการ์ดส่งกำลังใจให้กลุ่มเปราะบางในสังคม ถ่ายทอดถ้อยคำดี ๆ จากผู้ให้ไปสู่ผู้รับ พร้อมเยี่ยมชมบูธกิจกรรมจากพันธมิตรและนิทรรศการ “MTL Volunteer Exhibition” ที่รวบรวมเรื่องราวการทำงานจิตอาสาและการมีส่วนร่วมเพื่อสังคมในหลากหลายมิติ

ขณะเดียวกัน การจัดกิจกรรมยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง ESG (Environmental, Social, and Governance) โดยเฉพาะมิติ S – Social ที่มุ่งสร้างโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมกับสังคมผ่านกิจกรรมจิตอาสา ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เห็นคุณค่าของการแบ่งปัน รวมถึงมิติด้านสิ่งแวดล้อมผ่านการนำสิ่งของเหลือใช้เข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างเหมาะสม

การจัดงาน “MTL Volunteer Expo ครั้งที่ 3” จึงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้ร่วมสร้างประโยชน์ให้กับสังคมจากสิ่งที่แต่ละคนถนัด เพราะการเป็นจิตอาสาสามารถเริ่มต้นได้จากเรื่องใกล้ตัว ทั้งการแบ่งปันเวลา ความสามารถ สิ่งของ หรือกำลังใจ เมื่อหลายคนร่วมกันลงมือทำ สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้สามารถส่งต่อเป็นความสุข และช่วยสร้างสังคมที่ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

ตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่งตั้ง ‘เบญจรงค์ สุวรรณคีรี’ เป็นรองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน มีผล 1 ต.ค.69

0

ที่ประชุมคณะกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 มีมติแต่งตั้งนายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี เป็นรองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน (Chief Strategy & Finance Officer) มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ เชื่อมั่นว่านายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาและวางยุทธศาสตร์ธุรกิจให้องค์กรก้าวทันการเปลี่ยนแปลง โดยขับเคลื่อนการดำเนินงานทั้งด้านกลยุทธ์ การเงินการลงทุน และงานพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ประสบการณ์ของนายเบญจรงค์ในด้านนโยบายภาครัฐ และการทำงานกับทั้งภาครัฐและเอกชนในด้านการเงินการลงทุน จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการผลักดันกลยุทธ์ ทิศทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้เป็นผล ซึ่งรวมไปถึงการประสานความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ และสนับสนุนการพัฒนาตลาดหลักทรัพย์ฯ และตลาดทุน

นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี มีประสบการณ์การทำงานด้านการเงินการธนาคารกว่า 17 ปี ครอบคลุมงานด้านกลยุทธ์องค์กร กลยุทธ์ธุรกิจสินเชื่อ การเงิน การพัฒนาธุรกิจและความยั่งยืน ดิจิทัลแบงก์กิ้ง อาทิ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง โดยตำแหน่งงานล่าสุดก่อนมาร่วมงานที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ คือ กรรมการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี จบการศึกษาปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์และคณิตศาสตร์ จาก University of San Francisco และปริญญาโทและปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ จาก Cornell University ประเทศสหรัฐอเมริกา

ลูกค้าออมสินมีเฮ ผ่อนบ้านดี กู้เพิ่มได้ด้วย ‘สินเชื่อบ้านเติมตังค์’ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก 4.49% ต่อปี ผ่อนนาน 30 ปี รีบสมัครเลยวันนี้ – 31 ต.ค. 69

0

สิทธิ์พิเศษ! เฉพาะลูกค้าบ้านออมสินผ่อนไม่หมด ก็กู้เพิ่มได้ ด้วย ‘สินเชื่อบ้านเติมตังค์ (GSB PLUS)’รายละเอียดเพิ่มเติม >> https://to.gsb.or.th/vR77RX4

ยื่นกู้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 69 – 31 ต.ค. 69

อนุมัติและจัดทำนิติกรรมสัญญาให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 30 พ.ย. 69

💻 สมัครได้เลยที่ธนาคารออมสิน สาขาที่ใช้บริการสินเชื่อเคหะเท่านั้น

✅ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 4.49% ต่อปี (3 ปีแรก)

✅ วงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาท

✅ ผ่อนสบายนาน 30 ปี

✨ สนับสนุนค่าประเมินหลักทรัพย์* สูงสุด 5,000 บาท และ ค่าจดจำนอง** สูงสุด 100,000 บาท

หมายเหตุ• ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.045% ต่อปี (ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป) ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ย ลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น หรือลดลงได้• อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) อยู่ระหว่าง 4.490% – 5.295% ต่อปี• อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (EIR) อยู่ระหว่าง 5.017% – 5.259% ต่อปี คำนวณจากวงเงินกู้ 1 ล้านบาท ระยะเวลาชำระเงินกู้ 20 ปี แบบผ่อนชำระเท่ากันทุกงวด

*สนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ตามที่จ่ายจริง ไม่เกินรายละ 5,000 บาท (สำหรับวงเงินกู้ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป)

**สนับสนุนค่าจดจำนอง ตามที่จ่ายจริง ไม่เกินรายละ 100,000 บาท (สำหรับวงเงินกู้ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป และเลือกอัตราดอกเบี้ยกรณีสนับสนุนค่าจดจำนอง)

• ลูกค้าสินเชื่อเคหะของธนาคารที่สนใจ สินเชื่อบ้านเติมตังค์ (GSB PLUS) สามารถยื่นคำขอกู้ได้ที่ธนาคารออมสินสาขาที่ใช้บริการสินเชื่อเคหะเท่านั้น• หลักเกณฑ์เงื่อนไขอื่นๆ ให้เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

⚠️ รู้ก่อนกู้…กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

บจ. mai รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ยอดขายรวม และกำไรสุทธิ เพิ่มขึ้น

0

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ใน mai จำนวน 216 บริษัท คิดเป็น 97% จากทั้งหมด 222 บริษัท (ไม่รวมบริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC บริษัทที่ปิดงบไม่ตรงงวด และบริษัทที่ไม่นำส่งงบการเงิน) นำส่งผลการดำเนินงาน โดยไตรมาส 2 ของปี 2569 เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน มียอดขายรวม 57,236 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% กำไรจากการดำเนินงาน 4,378 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.6% และกำไรสุทธิรวม 2,205 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% ด้านอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงเล็กน้อยจาก 26.1% เป็น 25.3% ขณะที่อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (OPM) เพิ่มขึ้นจากระดับ 6.7% มาอยู่ที่ระดับ 7.6% ส่วนอัตรากำไรสุทธิ (NPM) ลดลงเล็กน้อยจาก 4.1% เป็น 3.8% ตามลำดับ

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 มียอดขายรวม 108,868 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% กำไรจากการดำเนินงาน 8,432 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% และมีกำไรสุทธิรวม 4,774 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.1%

“ผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 ยังคงรักษาการเติบโตได้ แม้การฟื้นตัวของกำลังซื้อยังไม่ทั่วถึงในทุกภาคส่วน ประกอบกับยังเผชิญความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน รวมถึงสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ โดย บจ. มีความสามารถในการทำกำไรที่ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญซึ่งมาจากมีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร นอกจากนี้ บจ. บางแห่งปรับโครงสร้างธุรกิจจึงทำให้มียอดขายและกำไรโดดเด่น โดยกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และกลุ่มบริการมีรายได้และกำไรจากการดำเนินงานเติบโต ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มเทคโนโลยี ยังเผชิญแรงกดดัน” นายประพันธ์กล่าว

ด้านฐานะทางการเงิน บจ. mai มีสินทรัพย์รวม 315,206 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% จากสิ้นปี 2568 โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) อยู่ที่ 0.77 เท่า เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่เท่ากับ 0.70 เท่า

ปัจจุบันมี บจ. ใน mai 230 บริษัท (ข้อมูล ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2569) ดัชนี mai ปิดที่ระดับ 229.74 จุด มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (market capitalization) อยู่ที่ 224,016.75 ล้านบาท มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 429.89 ล้านบาทต่อวัน

บจ. ไทยมีผลประกอบการในครึ่งแรกของปี 2569 ดีขึ้น สะท้อนการขยายตัวของเศรษฐกิจ

0

นายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) จำนวน 800 บริษัท คิดเป็น 95% จากทั้งหมด 839 บริษัท (รวม SET และ mai ที่มีกำหนดส่งงบการเงิน ณ สิ้นงวด 30 มิถุนายน 2569 และไม่รวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน) นำส่งผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 พบว่ามี บจ. รายงานกำไรสุทธิ 592 บริษัท คิดเป็น 74% ของ บจ. ที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด

ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของ บจ. ฟื้นตัวในเกือบทุกหมวดธุรกิจ ส่งผลบวกต่อผลการดำเนินงานในครึ่งแรกของปี 2569 เทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน โดย บจ. ใน SET มียอดขาย 8,752,978 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% มีกำไรจากการดำเนินงาน (core profit) 952,560 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.5% และมีกำไรสุทธิ 765,969 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.2% อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (core profit margin) 10.9% สูงขึ้นจาก 7.1% ในช่วงเดียวกันในปีก่อน ด้านฐานะการเงินของ บจ. ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ D/E ratio (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) อยู่ที่ 1.28 เท่า ลดลงจาก 1.30 เท่า ณ ไตรมาส 2/2568

“เศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่องในไตรมาส 2 ส่งผลให้ผลประกอบการของ บจ. โดยรวมในครึ่งแรกของปี 2569 เติบโตในเกือบทุกหมวดธุรกิจ โดยหมวดปิโตรเคมีภัณฑ์มีผลการดำเนินงานและอัตรากำไรสูงขึ้น ขณะที่ บจ. ในธุรกิจทั่วไปมีการเติบโตเช่นกัน ทั้งในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มเทคโนโลยีและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เติบโตตามการขยายตัวด้านดิจิทัล รวมถึงกลุ่มธุรกิจบริการซึ่งเติบโตตามการท่องเที่ยวและการอุปโภคบริโภค อย่างไรก็ดี กลุ่มธนาคารพาณิชย์ได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง และกลุ่มอาหารและสินค้าเกษตรที่ประสบปัญหาราคาสินค้าลดต่ำลง” นายสรวิศ กล่าว

ด้าน บจ. ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) รายงานผลการดำเนินงานงวดครึ่งแรกของปี 2569 มียอดขายรวม 108,868 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% มีกำไรจากการดำเนินงาน 8,432 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% และมีกำไรสุทธิรวม 4,774 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.1% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน

ผู้ลงทุนสถาบันทั่วโลกร่วม “Thailand Focus 2026: Reignite Thailand” คึกคัก ย้ำเชื่อมั่นเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย

0

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ BofA Securities และบริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน “Thailand Focus 2026: Reignite Thailand” 26-28 สิงหาคม 2569 โดยมีปาฐกถาพิเศษจาก ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และผู้บริหารจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ ตลาดเงิน ตลาดทุน นำเสนอข้อมูลและแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้ลงทุนสถาบันทั่วโลก

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่างาน “Thailand Focus 2026: Reignite Thailand” เป็นเวทีแสดงศักยภาพการลงทุนในประเทศไทยแก่ผู้ลงทุนสถาบันทั่วโลก โดยปีนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ลงทุนสถาบันร่วมงาน 220 ราย จาก 74 สถาบันทั่วโลก ในจำนวนนี้ มีทั้งประเทศที่ลงทุนในไทยอยู่แล้วในปัจจุบันที่มาร่วมรับฟังพัฒนาการและศักยภาพเติบโตของไทย และยังมีประเทศใหม่ที่เข้าร่วม Thailand Focus เป็นครั้งแรก อาทิ สวิตเซอร์แลนด์, นิวซีแลนด์ และอิสราเอล สะท้อนสัญญาณเชิงบวกที่ชี้ว่าตลาดทุนไทยยังเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับการลงทุนของผู้ลงทุนทั่วโลก

การจัดงานในครั้งนี้เป็นการครบรอบ 20 ปีของ Thailand Focus และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมคู่ขนาน Affiliated Program ของงาน IMF – World Bank Group Annual Meetings 2026 ซึ่งเป็นโอกาสที่ผู้ลงทุนสถาบันได้รับฟังข้อมูลและแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้บริหาร บจ. 77 บริษัท ทั้ง SET และ mai มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม 16 ล้านล้านบาท คิดเป็น 80% ของทั้งตลาด (ข้อมูล ณ วันที่ 25 ส.ค. 69) โดยผู้ลงทุนมีความสนใจ บจ. ที่อยู่ในธุรกิจที่เป็นจุดแข็งของประเทศรวมถึง 15 บจ. ในโครงการ JUMP+ ที่มานำเสนอทิศทางการยกระดับการดำเนินงาน ผ่านการประชุมทั้ง one-on-one และ group meeting ถึง 1,552 ครั้ง เพื่อเปลี่ยนจากการรับรู้ข้อมูลไปสู่ความสนใจและโอกาสการลงทุนจริง ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้ลงทุนทั่วโลก เพื่อยกระดับความน่าสนใจและความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทย นอกจากนี้ ยังมี 7 บจ. จากตลาดหลักทรัพย์ในภูมิภาค ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ตอกย้ำบทบาทความร่วมมือในการสร้างการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน“ผู้ลงทุนสถาบันทั่วโลกสนใจติดตามการดำเนินนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย ซึ่งภาคธุรกิจไทยยังคงมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง มีศักยภาพในการปรับตัว ทำให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยกลับมามีความโดดเด่นอีกครั้ง โดย SET Index ปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 30% นับตั้งแต่ต้นปี สูงสุดเป็นอันดับที่ 4 ของโลก สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนท่ามกลางปัจจัยสนับสนุนรอบด้าน ทั้งกระแสเงินลงทุนจากต่างชาติที่ไหลเข้าต่อเนื่อง โดยมีการซื้อสุทธิ 67,000 ล้านบาท นับตั้งแต่ต้นปี มุมมองด้านความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ได้รับการปรับดีขึ้นจากสถาบันจัดอันดับชั้นนำระดับโลก ประกอบกับการขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐที่มีส่วนเอื้อต่อบรรยากาศการลงทุน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความน่าสนใจลงทุนในตลาดทุนไทย” นายอัสสเดชกล่าว

งาน Thailand Focus 2026 จัดขึ้นเป็นปีที่ 20 ในครั้งนี้ ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาเรียกความเชื่อมั่น ส่งสัญญาณว่าไทยพร้อมเปิดรับการลงทุนจากทั่วโลก รวมทั้งฉายภาพยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยดึงดูดการลงทุนใหม่ ร่วมด้วยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้มุมมองการเปลี่ยนความท้าทายด้านพลังงานให้เป็นโอกาสและความได้เปรียบทางการแข่งขัน พร้อมด้วย session ภายในงานมีผู้บริหารระดับสูงแลกเปลี่ยนมุมมองทิศทางเศรษฐกิจที่มีศักยภาพเติบโต ตั้งแต่การยกระดับไทยสู่ฐานการลงทุนของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การสร้างเสถียรภาพและความแข็งแกร่งทางการคลัง ตลอดจนกลยุทธ์การปรับตัวของภาคธุรกิจท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และการจัดระเบียบโลกใหม่ เพื่อสะท้อนถึงศักยภาพของไทยในการก้าวผ่านความท้าทาย พร้อมคว้าโอกาสใหม่ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะต่อไป.

ผู้ลงทุนและผู้สนใจดูรายละเอียดและติดตามเนื้อหาเสวนางาน “Thailand Focus 2026: Reignite Thailand” ที่ www.set.or.th/thailandfocus

เมืองไทยสไมล์คลับ ชวนสมาชิกนั่งที่ VIP ดูละครเวที “เมืองมารยา เดอะมิวสิคัล” จัดเต็มสิทธิพิเศษจากคะแนนสะสม Smile Points และ Exclusive

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย “เมืองไทยสไมล์คลับ” ชวนสมาชิกเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขกับละครเวที “เมืองมารยา เดอะมิวสิคัล” ณ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์  (รอบการแสดงตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม – 27 กันยายน 2569)  พร้อมมอบสิทธิพิเศษทั้งการใช้คะแนนสะสม Smile Point แลกรับบัตรชมการแสดง และ Exclusive Privilege สำหรับสมาชิกระดับ The Ultimate  รับสิทธิ์ชมการแสดงในที่นั่งระดับ VIP BOX  ซึ่งสามารถชมการแสดงจากพื้นที่พิเศษในมุมมองที่ดีที่สุด พร้อมใช้บริการพื้นที่รับรองส่วนตัวก่อนเข้าชมการแสดง เพิ่มความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวให้กับค่ำคืนแห่งความบันเทิง

ทั้งนี้ สมาชิกฯ สามารถใช้คะแนนสะสม 570 Smile Points ต่อ 1 ที่นั่ง แลกรับบัตรราคา 4,000  บาท คะแนนสะสม 640 Smile Points ต่อ 1 ที่นั่ง สำหรับบัตรราคา 4,500 บาท และคะแนนสะสม 700  Smile Points ต่อ 1 ที่นั่ง สำหรับบัตร VIP BOX  (รับสิทธิ์ได้สูงสุด 6 สิทธิ์ต่อสมาชิกต่อโครงการ)  กดรับสิทธิ์ผ่านทาง MTL Click Application หรือโทร. 1766 กด 4 ตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2569

สำหรับสมาชิกระดับ The Ultimate และ Beyond Prestige รับสิทธิพิเศษจาก Exclusive Privilege ด้วยการรับสิทธิ์ชมการแสดงในรอบพิเศษที่กำหนด โดยสมาชิก The Ultimate รับสิทธิ์บัตร VIP BOX และสมาชิก Beyond Prestige รับสิทธิ์บัตรที่นั่งมูลค่า 4,000 บาท จำกัด 1 สิทธิ์ จำนวน 2 ที่นั่ง รับสิทธิ์ผ่าน MTL Click Application ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม – 3 กันยายน 2569 หรือจนกว่าสิทธิ์จะเต็ม

ความพิเศษของกิจกรรมครั้งนี้ยังถูกถ่ายทอดผ่านมุมมองของอินฟลูเอนเซอร์ นักแสดง และครีเอเตอร์      บนโลกออนไลน์ ได้แก่ คุณสรัลธร คล้ายอุดม (มีน) จาก Meanapt  คุณรินทร์ณฐา อัจฉริยวัฒนกุล            (เฟร้นช์ฟราย)จาก Frenchfine.a คุณฉัตรดาว สิทธิผล (ฟิล์ม) จาก Film Chatdao และคุณพัทธ์ธีรา ศรุติพงศ์โภคิน (อร) จาก Orn Patteera ที่ร่วมแชร์ประสบการณ์ผ่าน TikTok  Instagram และ Threads

ทั้ง 4 คนต่างถ่ายทอดความประทับใจในมุมที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ บรรยากาศภายในเมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ พื้นที่รับรองส่วนตัว และ VIP BOX โดย Meanapt ถ่ายทอดประสบการณ์แบบ Exclusive ตั้งแต่การได้รับการดูแลในพื้นที่รับรองส่วนตัว บรรยากาศที่เป็นส่วนตัวและสะดวกสบายทำให้การรับชมมีความพิเศษยิ่งขึ้น ขณะที่ Orn Patteera ประทับใจกับความสะดวกสบายของพื้นที่พิเศษ ซึ่งเปิดโอกาสให้สมาชิกได้ใช้เวลาพักผ่อนและพูดคุยกับคนใกล้ชิดก่อนเข้าสู่การแสดง พร้อมสัมผัสบรรยากาศการชมละครเวทีในรูปแบบที่เหนือระดับและเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ส่วน Frenchfine.a พาสัมผัสการดูแลแบบพิเศษ ทั้งห้องรับรองส่วนตัวและมุมชมการแสดงจาก VIP BOX ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการชมละคร ส่วน Film Chatdao พาชมพื้นที่รับรองที่จัดไว้สำหรับสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ พร้อมพูดถึงความพิเศษของสิทธิ์สำหรับลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิต ก่อนสัมผัสการแสดงที่เข้มข้นและจัดเต็มทุกมิติ

กิจกรรมนี้เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่เมืองไทยสไมล์คลับคัดสรรให้สมาชิกได้เลือกใช้สิทธิ์ตามไลฟ์สไตล์ พร้อมสร้างช่วงเวลาพิเศษร่วมกับครอบครัวและคนใกล้ชิด  สมาชิกที่แลกคะแนนหรือได้รับสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว สามารถรับบัตรได้ที่ บูธเมืองไทยประกันชีวิต บริเวณเมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเอสพลานาด รัชดาภิเษก ในวันที่มีรอบการแสดง ก่อนการแสดงประมาณ 1-2 ชั่วโมง      ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด

สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ยังสามารถติดตามกิจกรรมรวมถึงสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่เมืองไทยสไมล์คลับคัดสรรมาพิเศษแบบครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ และตอบโจทย์ความหลากหลายทุกความต้องการเพิ่มเติม ได้ที่ MTL Click Application สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือเว็บไซต์ www.muangthai.co.th ตลอดจนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1766 กด 4 เมืองไทยประกันชีวิต หรือศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศ

AIS PLAY ยิงสดจัดเต็ม 17 ช่องพิเศษ ชวนส่งเสียงเชียร์นักกีฬาไทยในมหกรรม “เอเชียนเกมส์ 2026” จากนาโกย่า

0

AIS PLAY ผู้นำบริการวิดีโอสตรีมมิ่งและคอนเทนต์กีฬาระดับแนวหน้า ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด ด้วยการรวบรวมการแข่งขันครั้งสำคัญทั้งระดับโลกและในประเทศ เตรียมยิงสด “เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20” และ “เอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5” จากเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ในฐานะผู้ได้รับสิทธิ์ถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการบนแพลตฟอร์ม OTT และ Online สู่สายตาชาวไทย พร้อมสัญญาณความคมชัดสูง Full HD เสิร์ฟการแข่งขันให้แฟนกีฬารับชมแบบเต็มอรรถรสมากที่สุดในไทยถึง 17 ช่อง ครอบคลุมทุกอุปกรณ์ พร้อมไฮไลต์และรีรันจัดเต็ม รวมทุกโมเมนต์สำคัญให้คนไทยได้มีประสบการณ์ร่วมไปกับนักกีฬาได้ตลอดการแข่งขัน

นางสาวรุ่งทิพย์ จารุศิริพิพัฒน์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนท์ AIS กล่าวว่า “เอเชียนเกมส์และเอเชียนพาราเกมส์นับเป็นมหกรรมกีฬาครั้งสำคัญของทวีปเอเชีย และเป็นเวทีที่แฟนๆ เฝ้ารอ เพื่อร่วมส่งแรงเชียร์ให้ทัพนักกีฬาไทยสร้างผลงานและคว้าเหรียญรางวัลกลับมาสู่ประเทศ AIS PLAY ในฐานะผู้นำด้านคอนเทนต์กีฬา จึงมุ่งมั่นนำทุกความประทับใจส่งตรงถึงผู้ชมอย่างทั่วถึง ผ่านการถ่ายทอดสดการแข่งขันที่มากที่สุดในประเทศทั้งการแข่งขันของนักกีฬาไทย การแข่งขันของทีมระดับโลก รวมถึงกีฬามหาชน เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ และเป็นส่วนหนึ่งของทุกช่วงเวลาสำคัญบนหน้าประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน”

สำหรับศึกเอเชียนเกมส์จะเปิดฉากขึ้นระหว่างวันที่ 10 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569 แฟนกีฬาสามารถติดตามการแข่งขันผ่านทาง AIS PLAY เต็มอรรถรสมากถึง 17 ช่อง แบ่งเป็น 3 ช่องพากย์ไทย ได้แก่ Asian Games 901–903 ดำเนินรายการโดยทีมผู้บรรยายและนักวิเคราะห์ชั้นนำ พร้อมเสิร์ฟความเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนอีก 14 ช่อง ได้แก่ Asian Games 904–917 เป็นสัญญาณส่งตรงจากนาโกย่า ประกอบด้วย 12 ช่องเสียงอังกฤษ และ 2 ช่องเสียงบรรยากาศสด ขณะที่พิธีเปิดจะมีขึ้นในวันที่ 19 กันยายน 2569 ส่วนมหกรรมเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 ซึ่งจะแข่งขันระหว่างวันที่ 16 – 24 ตุลาคม 2569 ทาง AIS PLAY พร้อมชวนแฟนๆ ร่วมส่งใจเชียร์ทัพนักกีฬาพาราไทย รวมถึงประมวลภาพการแข่งขันช่วงเวลาสำคัญผ่านไฮไลต์และรีรัน

แฟนกีฬาสามารถรับชมทัวร์นาเมนต์ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียทั้งสองรายการผ่านแพ็กเกจ PLAY ALL โดยลูกค้า AIS สมัครรายเดือนได้ในราคา 199 บาท จากปกติ 299 บาท (ไม่รวม VAT) กด *898 โทรออก และรายปี 1,999 บาท จากปกติ 2,999 บาท (ไม่รวม VAT) กด *898*1 โทรออก ขณะที่ลูกค้าเครือข่ายอื่นสามารถสมัครแพ็กเกจรายเดือนได้ในราคา 299 บาท หรือรายปี 2,999 บาท (ไม่รวม VAT) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.ais.th/playall

นอกจากนี้ แพ็กเกจ PLAY ALL ยังรวบรวมกีฬาดังจากทั่วโลก อาทิ ฟุตบอลบุนเดสลีกา, ฟุตบอลไทยลีก, บาสเกตบอล NBA, อเมริกันฟุตบอล NFL, เทนนิส ATP รวมถึงกอล์ฟ LPGA Tour, PGA Tour และ DP World Tour พร้อมช่องความบันเทิงพรีเมียมกว่า 24 ช่อง ครอบคลุมภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ สารคดี ข่าว และรายการสำหรับเด็ก อาทิ Warner TV, Eurosport, Discovery, Food Network, Cartoon Network, CNN, BBC News, Fox News และ Bloomberg โดยสามารถรับชมได้ทุกแพลตฟอร์ม ทั้งแอปพลิเคชัน AIS PLAY (มือถือ/แท็บเล็ต), AIS PLAYBOX, เว็บไซต์ https://aisplay.ais.th บน PC และโน๊ตบุ๊ค, Android TV, Samsung Smart TV, LG Smart TV และ Apple TV

แฟนกีฬาไทยเกาะติดสัญญาณสดเอเชียนเกมส์ได้ทางช่อง Asian Game 901–917 พร้อมเช็กตารางแข่งขันของนักกีฬาไทยและรายการอื่นๆ ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก AIS PLAY SPORTS

ธอส. คว้ารางวัลสากล ‘Best Places to Work 2026’ ตอกย้ำองค์กรที่น่าทำงานที่สุดแห่งปี

0

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รับรางวัลเกียรติยศระดับสากล “Best Places to Work Certification 2026” หนึ่งในฐานะองค์กรที่น่าทำงานที่สุดในประเทศไทย ประจำปี 2569 จาก Mr. Jens Pold (Chief Executive Officer) และนายจีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ (Senior Advisor & Chief Employer Branding Officer) ผู้บริหารบริษัท เวิร์คเวนเจอร์ เทคโนโลยี จำกัด โดย ธอส. ได้รับคะแนนประเมินสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ ความมั่นคงในการจ้างงาน (Job Security) ผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม (Environmental & Social Impact) ชื่อเสียงและภาพลักษณ์องค์กร (Corporate Reputation & Brand) พันธกิจและเป้าหมายองค์กร (Organizational Mission & Purpose) และการบริหารจัดการองค์กร (Effective Management)

รางวัลดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่น ของ ธอส. ในการพัฒนาองค์กรให้เป็นสถานที่ทำงานที่บุคลากรมีความสุข มีความมั่นคง และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” พร้อมสร้างโอกาสให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองและรักษาบ้านได้อย่างยั่งยืน ก้าวสู่การเป็น “Beyond Housing Bank” มากกว่าการปล่อยกู้ ธอส. คือเพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน ทั้งนี้ พิธีมอบรางวัลดังกล่าว จัดขึ้น ในรูปแบบ Hybrid ณ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569