Home Blog Page 2

AIS หนุน กสทช. ลงพื้นที่ตรวจมาตรฐานการลงทะเบียนซิมการ์ด ย้ำความร่วมมือทุกจุดให้บริการ ยกระดับความปลอดภัยการใช้งานของลูกค้า

0

AIS สนับสนุนสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรี เพื่อตรวจติดตามมาตรฐานการลงทะเบียนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ณ จุดให้บริการของผู้ให้บริการโทรคมนาคม พร้อมยืนยันความร่วมมือในการดำเนินงานตามมาตรการและหลักเกณฑ์ที่กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการลงทะเบียนและยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการเป็นไปอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และได้มาตรฐานในทุกจุดให้บริการ

ที่ผ่านมา AIS ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการยกระดับความปลอดภัยในการใช้บริการโทรคมนาคมและการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง โดยพร้อมสนับสนุนมาตรการของหน่วยงานภาครัฐ และทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันลดความเสี่ยงจากการนำเลขหมายโทรศัพท์ไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ตลอดจนเสริมความปลอดภัยให้แก่ลูกค้าและประชาชน ตั้งแต่กระบวนการลงทะเบียนและยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการ พร้อมทั้งยังนำเทคโนโลยี Liveness Detection ซึ่งเป็นระบบพิสูจน์อัตลักษณ์ขั้นสูง (Biometric) มาใช้เสริมความปลอดภัยในกระบวนการยืนยันตัวตน เพื่อช่วยตรวจสอบว่าผู้ดำเนินการเป็นบุคคลจริง และลดความเสี่ยงจากการแอบอ้างหรือสวมรอยตัวตน สอดคล้องกับแนวทางการกำกับดูแลของ กสทช. ที่มีการตรวจติดตามมาตรฐานการดำเนินงานของผู้ให้บริการโทรคมนาคมอย่างต่อเนื่อง

AIS ยืนยันความพร้อมในการให้ความร่วมมือกับ กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานการลงทะเบียนซิมการ์ดให้มีความรัดกุมและปลอดภัย พร้อมสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการและร่วมเสริมเกราะป้องกันภัยดิจิทัลให้กับลูกค้าและประชาชนอย่างยั่งยืน

ศาลปกครองสั่งรัฐยับยั้งการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำต่อเนื่อง พร้อมยกคำขอไม่พิพากษาในส่วนเอกชน

0

ศาลปกครองพิพากษากรณีการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ หรือ ปลาหมอคางดำ ให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการควบคุม ป้องกัน แก้ไข และระงับยับยั้งการแพร่ระบาดภายใน 180 วัน ขณะที่ยกคำขอไม่พิพากษาในส่วนที่ผู้ฟ้องเรียกร้องให้บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และผู้เกี่ยวข้องรับผิดชอบค่าเสียหายแก่รัฐ

วันที่ 8 กันยายน 2569 ศาลปกครองกลางพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ ส.14/2567 ผู้ฟ้องรวม 54 คนยื่นฟ้องกรมประมงกับพวกรวม 18 คน จากการที่กรมประมงละเลยต่อหน้าที่ในการป้องกัน ควบคุมสัตว์น้ำต่างถิ่นตามที่พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ที่เป็นกฏหมายที่ใช้บังคับในขณะนั้น จึงมีคำสั่งให้กรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามหน้าที่ตามพระราชกำหนดการประมง ในการควบคุม ป้องกัน แก้ไข และระงับยับยั้งการขยายพันธุ์หรือการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ หรือ ปลาหมอคางดำในพื้นที่ระบาด และออกประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน

โดยให้กรมประมงปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ในการควบคุม ป้องกัน แก้ไข และระงับยับยั้งการขยายพันธุ์หรือการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำในพื้นที่แพร่ระบาด ตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567-2570 และมาตรการอื่นที่จำเป็นต่อไป โดยให้กระทรางเกษตรและสหกรณ์ร่วมกันกำกับดูแลและสนับสนุนทรัพยากรต่างๆ เพื่อให้การปฏิบัติการต่างๆนั้นบรรลุผลใน 180 วัน

นอกจากนี้ ศาลมีคำพิพากษาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พิจารณาสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามพิจารณาออกประกาศพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามในพื้นที่อำเภออัมพวา อำเภอเมืองสมุทรสงคราม และอำเภอบางคนทีเป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน เฉพาะผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำ โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด

ในส่วนของการเรียกร้องบริษัทเอกชน ผู้ร้องสอด หรือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ให้รับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐอันเกิดจากการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ ตามมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 นั้น ศาลปกครองพิจารณาว่าการดำเนินการดังกล่าวมิได้มีผลเป็นการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีจึงมิใช่ผู้มีสิทธิฟ้องคดีในส่วนนี้ จึงยกคำขอในส่วนนี้โดยไม่มีคำพากษาใดใด

AIS Academy เปิดโผ 10 ทีมสุดท้าย JUMP THAILAND HACKATHON 2026 ฝ่าด่าน 603 ทีมทั่วประเทศ

0
ชวนร่วมเชียร์ไอเดีย AI พลิกอนาคตการศึกษาไทย ในงาน AIS ACADEMY For THAIs 2026 วันที่ 11–12 ก.ย.นี้

AIS Academy เปิดตัว 10 ทีมสุดท้ายโครงการ JUMP THAILAND HACKATHON 2026 ภายใต้แนวคิด “AI for the Future of Thai Education: เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อการศึกษาไทยในอนาคต” หลังได้รับความสนใจจากนิสิต นักศึกษาทั่วประเทศ สมัครเข้าร่วมกว่า 603 ทีม รวม 2,504 คน จาก 67 สถาบันการศึกษา เตรียมพัฒนาไอเดียสู่ Functional Prototype ก่อนขึ้นเวทีรอบ Final Pitching เพื่อชิงถ้วยพระราชทานฯ และเงินรางวัลรวม 220,000 บาท ภายในงาน “AIS ACADEMY For THAIs 2026” ที่จะจัดในวันที่ 11–12 กันยายน 2569 เวลา 10.00–18.00 น.ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ สามย่านมิตรทาวน์

JUMP THAILAND HACKATHON ดำเนินโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้ “ภารกิจคิดเผื่อ” ของ AIS Academy โดยปีนี้ขยายโจทย์สู่ความท้าทายด้านการศึกษาไทย เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ร่วมออกแบบนวัตกรรม AI เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนพัฒนาทักษะแห่งอนาคตให้กับผู้เรียนในยุคดิจิทัล

สำหรับ 10 ทีมสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบ ได้แก่

  1. ทีมแมวดำกระโดด (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย): นวัตกรรม “TACXEL (แท็กเซล)” เครื่องมือช่วยให้ผู้พิการทางสายตาสามารถเรียนรู้ภาพประกอบในหนังสือเรียนได้แบบ Real Time ลดภาระครู และช่วยให้การเรียนรู้มีความเท่าเทียมมากขึ้น
  2. ทีม AINORA (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์): แพลตฟอร์ม AI เพื่อการเรียนรู้ศิลปะการรำไทยแบบครบวงจร ช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงองค์ความรู้และร่วมสืบสานมรดกภูมิปัญญาไทยได้กว้างขวางยิ่งขึ้น
  3. ทีมรับเหมาก่อเรื่อง (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์): นวัตกรรม “BrailleBox (เบรลล์บ็อกซ์)” อุปกรณ์พกพาที่ช่วยแปลงตัวหนังสือทั่วไปเป็นอักษรเบรลล์แบบ Real Time ในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ให้ผู้พิการทางสายตา
  4. ทีม MR. BOBO (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ): นวัตกรรม “DEAFIN Education (เดฟฟิน เอดดูเคชั่น)” อุปกรณ์ไร้สายสำหรับผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน สามารถตัดเสียงรบกวนและสรุปเนื้อหาการสอนแบบ Real Time เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม
  5. ทีม TLDR (มหาวิทยาลัยขอนแก่น): นวัตกรรม “LearnLy (เลิร์นลี่)” แพลตฟอร์มช่วยลดภาระครูในการตรวจการบ้าน พร้อมวิเคราะห์รูปแบบการเรียนรู้และช่วยพัฒนานักเรียนเป็นรายบุคคล
  6. ทีม ThAItern to Jump (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์): แพลตฟอร์ม Simulation-based Learning ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษานำความรู้ในมหาวิทยาลัยมาฝึกแก้โจทย์จากชุมชน ผ่านสถานการณ์จำลองเสมือนจริง
  7. ทีม NumPath AI (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี): นวัตกรรม “Numpath AI (นำพาธ เอไอ)” แพลตฟอร์ม AI ที่ช่วยครูคัดกรองภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ (LD) พร้อมแนะนำแผนพัฒนานักเรียนรายบุคคล เพื่อให้เด็กได้รับความช่วยเหลืออย่างเหมาะสมและรวดเร็วยิ่งขึ้น
  8. ทีม MAMO (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์): นวัตกรรม “Wathasin (วาทศิลป์)” AI Speech Coach ผู้ช่วยฝึกทักษะการสื่อสารด้วยตนเองผ่านสถานการณ์จำลอง พร้อมวิเคราะห์และออกแบบแผนพัฒนาทักษะให้เหมาะกับผู้เรียนแต่ละคน
  9. ทีมเทเลทับบีส์รีเทิร์น (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง): นวัตกรรม AI สอนภาษามือ เพื่อช่วยสร้างครูภาษามือและเปิดโอกาสให้ผู้พิการทางการได้ยินสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ภาษามือได้มากขึ้น
  10. ทีม Jumpbo37 (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี): แพลตฟอร์ม AI ที่ช่วยให้การเรียนรู้คณิตศาสตร์และฟิสิกส์เข้าใจง่ายขึ้น ผ่านการสร้างสื่อภาพเคลื่อนไหวเฉพาะบุคคล อธิบายวิธีคิด พร้อมช่วยลดภาระครูในการเตรียมสื่อการสอน

ทีมชนะเลิศจะได้รับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 รับเงินรางวัล 60,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 รับเงินรางวัล 40,000 บาท และรางวัล Popular Vote มูลค่า 20,000 บาท โดยการแข่งขันรอบ final หรือ Demo Day จะจัดขึ้นในวันที่ 11 กันยายน 2569 เวลา 10.00–12.30 น. ภายในงาน AIS ACADEMY For THAIs 2026

นอกจากนี้ ผู้ที่สนใจยังสามารถเปิดประสบการณ์ด้าน AI ภายในงาน “AIS ACADEMY For THAIs 2026” มหกรรมสัมมนาและนิทรรศการ AI ภายใต้แนวคิด “MASTERING AI BEYOND BORDERS” พร้อมพบกับ Speakers และผู้เชี่ยวชาญจากพันธมิตรเทคโนโลยีและองค์กรชั้นนำระดับโลกกว่า 30 คน พร้อม Workshop และ Masterclass มากกว่า 20 Sessions รวมถึง AI Interactive Experience ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้จาก Use Case ลงมือปฏิบัติ และทดลองสัมผัสเทคโนโลยีจริง ครอบคลุม 3 แกนสำคัญ ได้แก่ AI Ready Thailand, AI Ready Business และ AI Ready Skills

ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมส่งกำลังใจให้กับ 10 ทีมสุดท้าย JUMP THAILAND HACKATHON 2026 พร้อมเปิดประสบการณ์และอัปสกิล AI ฟรี ภายในงาน “AIS ACADEMY For THAIs 2026” วันที่ 11–12 กันยายน 2569 เวลา 10.00–18.00 น.ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ สามย่านมิตรทาวน์ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ www.zipeventapp.com/e/AIS-Academy-for-THAIs-2026ติดตามรายละเอียด JUMP THAILAND HACKATHON 2026 เพิ่มเติมได้ที่ www.jumpthailand.com และ Facebook: AIS Jump Thailand

ออมสินย้ำ ! โครงการช่วยครูลดดอกเบี้ยเงินกู้ เหลือ 3.50% ต่อปี ถึงสิ้นปี 70 ‘เงินต้นลดเร็ว หนี้ก็หมดเร็วขึ้น’

0

ออมสินย้ำ ! โครงการช่วยครูลดดอกเบี้ยเงินกู้ เหลือ 3.50% ต่อปี ถึงสิ้นปี 70 ‘เงินต้นลดเร็ว หนี้ก็หมดเร็วขึ้น’
เผยปัจจุบัน จำนวนครูลงทะเบียนไปแล้วกว่า 8 หมื่นบัญชี รีบลงทะเบียนก่อนปิดรับ
รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://to.gsb.or.th/1Q51I

ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ที่ MyMo หรือ www.gsb.or.th
ภายในวันที่ 31 ต.ค. 69 หรือ 30 พ.ย. 69 ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของโครงการ

💗 สำหรับลูกหนี้โครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. – ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
💗 ลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 3.5% ต่อปี (ดอกเบี้ยคงที่) จนถึง 31 ธันวาคม 2570
💗 ตั้งแต่เดือนมกราคม 2571 เป็นต้นไป ปรับดอกเบี้ยเป็น MLR-2.00 ต่อปี หรือ MRR-2.00 ต่อปี (แล้วแต่กรณีโดยอ้างอิงสัญญากู้เงินฉบับเดิม)**


✅เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
**ปัจจุบัน MLR เท่ากับ 6.025% หรือ MRR เท่ากับ 6.045% ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้
⚠️รู้ก่อนกู้ .. กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

AIS สร้าง “ผู้นำด้านจริยธรรม” ทั่วประเทศ ขับเคลื่อนความโปร่งใสจากนโยบายสู่การปฏิบัติจริง ยกระดับมาตรฐานการทำงาน ตอกย้ำจุดยืนภาคธุรกิจไทย ร่วมแสดงพลังวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569

0

เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชัน ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “โกงได้…แก้ได้”  ที่จัดโดยองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)   เอไอเอส ในฐานะผู้นำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะของประเทศ ยืนยันจุดยืนในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล พร้อมยกระดับการขับเคลื่อนจริยธรรมธุรกิจจากนโยบายสู่การปฏิบัติจริง ผ่านกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ “Train the Trainer: สื่อสารจริยธรรมผ่านผู้นำ สร้างมาตรฐานจริยธรรมในหน้างาน” พัฒนาผู้นำทุกหน่วยธุรกิจทั่วประเทศให้เป็น “ผู้นำด้านจริยธรรม” ถ่ายทอดมาตรฐานการทำงานที่ถูกต้องสู่พนักงานทุกระดับ ลดความเสี่ยงด้านการทุจริต และร่วมยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสของภาคธุรกิจไทยอย่างยั่งยืน

          นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า “การต่อต้านคอร์รัปชันไม่ควรหยุดอยู่เพียงการประกาศนโยบาย แต่ต้องทำให้จริยธรรมเป็นส่วนหนึ่งของการคิด การตัดสินใจ และการทำงานในทุกวัน เอไอเอสจึงเสริมศักยภาพบุคลากรจากทุกหน่วยธุรกิจทั่วประเทศให้เป็นผู้นำด้านจริยธรรม ทำหน้าที่ถ่ายทอดมาตรฐานการทำงานที่ถูกต้องไปสู่พนักงานในทุกพื้นที่ เพื่อให้หลักธรรมาภิบาลเกิดขึ้นจริงในทุกกระบวนการ และต่อยอดไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตร และผู้มีส่วนได้เสีย เราเชื่อว่าการเริ่มต้นจากบุคลากรภายในที่เข้มแข็ง จะเป็นอีกพลังสำคัญในการร่วมยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสของภาคธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

กิจกรรมดังกล่าวดำเนินงานโดยคณะทำงานจริยธรรมธุรกิจ มุ่งพัฒนาหัวหน้างานให้มีทั้งความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการสื่อสารเรื่องจริยธรรม สามารถเชื่อมโยงหลักปฏิบัติเข้ากับสถานการณ์จริงในหน้างาน และถ่ายทอดไปยังทีมงานในแต่ละพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง เพื่อสร้างมาตรฐานการคิดและตัดสินใจบนพื้นฐานของความถูกต้อง พร้อมผลักดันให้การกำกับดูแลกิจการ
ที่ดีเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในทุกระดับขององค์กร

            นอกเหนือจากการพัฒนาบุคลากรภายในองค์กร เอไอเอสยังร่วมขับเคลื่อนสังคมโปร่งใสผ่านความร่วมมือกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) อย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและจริยธรรม ผ่านแนวทาง “3 ถ้า…ยากันภัย” เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยพนักงานไตร่ตรองก่อนตัดสินใจ ได้แก่ ถ้าทำแล้วเกิดความเสียหายต่อบริษัทหรือไม่ ถ้าคนอื่นรู้จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของตนเองหรือไม่ และถ้าทำแล้วจะรู้สึกกังวลใจภายหลังหรือไม่ เพื่อให้ทุกการตัดสินใจตั้งอยู่บนความถูกต้อง ความรับผิดชอบ และจริยธรรมทางธุรกิจ

            สำหรับเอไอเอส การต่อต้านคอร์รัปชันไม่ใช่เพียงกิจกรรมในโอกาสพิเศษ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรและแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ยึดมั่นตามประมวลจริยธรรมธุรกิจอย่างเคร่งครัด ในฐานะองค์กรชั้นนำของประเทศ เอไอเอสพร้อมส่งต่อมาตรฐานและแนวปฏิบัติด้านจริยธรรมสู่คู่ค้า พันธมิตร และเครือข่ายทางธุรกิจ เพื่อร่วมสร้างภาคธุรกิจไทยที่โปร่งใส น่าเชื่อถือ และเติบโตอย่างยั่งยืน

พันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ครั้งที่ 2/2569 เปิดจอง 7-9 ก.ย. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชวนผู้ลงทุนจองซื้อพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ครั้งที่ 2/2569 ด้วยบัญชีหุ้นไทย ผ่านระบบ Bond Connect ในวงเงินรวม 2,000 ล้านบาท ให้เลือกลงทุนได้ตามเป้าหมายคือ รุ่นอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.8% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.8% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยสม่ำเสมอ
ทุก 3 เดือน เริ่มต้นลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินซื้อสูงสุด และจัดสรรแบบ “Small Lot First”  โดยจะกระจายสิทธิจัดสรรเป็นรอบ ให้ผู้จองซื้อครั้งละ 1,000 บาท เวียนจนครบผู้จองทุกราย เพื่อให้ได้รับโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินออมอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน

ออมมั่นคง ลงทุนมั่นใจ กับ พันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” เปิดให้ผู้ลงทุนสามารถจองซื้อได้พร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ของวันที่ 7 กันยายน 2569 จนถึงเวลา 15.00 น. ของวันที่ 9 กันยายน 2569  ผ่านบัญชีหลักทรัพย์กับผู้จัดจำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการ 24 ราย ทั้งช่องทางดิจิทัลและสาขา (6 ธนาคารพาณิชย์ และ 18 บริษัทหลักทรัพย์) รวมถึงแอปพลิเคชัน Streaming และจะมีการจัดสรรในวันที่ 10 กันยายน  2569 ติดตามข้อมูล www.set.or.th/bond และดูช่องทางผู้จัดจำหน่าย ได้ที่ www.setinvestnow.com/th/bondconnect-selling-agent

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมแสดงพลังวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569

0

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ พร้อมผู้บริหารและพนักงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมแสดงพลังในวาระ “วันต่อต้านคอร์รัปชันประจำปี 2569”  สอดรับวิสัยทัศน์ตลาดหลักทรัพย์ฯ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” เส้นทางแห่งความเชื่อมั่นสู่โอกาสของทุกคน โดยเป็นองค์กรที่ต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน มุ่งเน้นการดำเนินงานโดยยึดหลักบรรษัทภิบาลที่ดี รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุนให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน

ติดอาวุธนักลงทุนด้วย AI

0

แฟนๆ คอลัมน์ “รู้เก็บรู้ออม” คงได้ยินคำว่า AI หรือปัญญาประดิษฐ์กันจนคุ้นหู บางคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว หรือเป็นเรื่องของคนรุ่นใหม่  แต่หากมองกลับมาที่ตัวเอง คงต้องตั้งคำถามว่า เราจะตามทันโลกที่หมุนเร็วมั้ย ขนาดสถาบันการเงินใหญ่ๆ เค้ามีการใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลกันมานานแล้ว นักลงทุนรายย่อยอย่างเราๆ ถ้ายังยืนอยู่จุดเดิม ใช้วิธีเดิมๆ บวกสัญชาตญาณลงทุนตัดสินใจซื้อขายหุ้นต่อไปจะไหวหรือไม่ ยิ่งข้อมูลในตลาดยิ่งเยอะ เราก็ยิ่งจำเป็นต้องมีตัวช่วยที่ประมวลผลได้เร็วกว่าเพื่อช่วยในการตัดสินใจลงทุนสะดวกและแม่นยำขึ้น

ข่าวดี คือ ตอนนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จับมือกับสมาคมนักลงทุนประเทศไทย เปิดตัวโครงการ “AI for Investors: ติดอาวุธนักลงทุนด้วย AI” ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อยกระดับทักษะนักลงทุนไทยให้ใช้ AI เป็นตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงขั้นวิเคราะห์และบริหารพอร์ตได้จริง

งานนี้จัดเต็มเนื้อหาตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงระดับมืออาชีพ เหมาะมากสำหรับคนที่ยังไม่เคยใช้ AI มาก่อน โดยวิทยากรและนักลงทุนระดับแนวหน้าจะมาช่วยย่อยเรื่องยากๆ ให้เข้าใจง่าย ครอบคลุมตั้งแต่ Introduction to AI for Investing การใช้ AI เพื่อการลงทุนเบื้องต้น, การสร้าง AI Assistant เป็นผู้ช่วยส่วนตัว, การใช้ AI เป็น Investment Copilot ช่วยวิเคราะห์กราฟและข้อมูล ไปจนถึง AI-Driven Analysis ใช้ AI Skill ช่วยวิเคราะห์หุ้นและงบการเงิน รวมถึงการบริหารพอร์ตด้วย Multi-AI และ AI Automation ,การเริ่มต้นใช้ Claude Code หาข้อมูลและเขียนโปรแกรมวิเคราะห์การลงทุนขั้นสูง และปิดท้ายคอร์สด้วย  Masterclass AI สร้างระบบวิเคราะห์การลงทุนด้วย AI ขั้นสูง

ที่น่าสนใจ คือ ไม่จำเป็นต้องเป็นโปรแกรมเมอร์หรือเซียน AI ก็สามารถเรียนได้ เพราะหลักสูตรนี้ถูกวางตั้งแต่พื้นฐาน แล้วค่อย ๆ ต่อยอดไปสู่การสร้างระบบ AI เพื่อการลงทุน เรียกว่าปูพื้นตั้งแต่ “ใช้ AI เป็น” ไปจนถึง “สร้าง AI มาช่วยงานลงทุน” กันเลยทีเดียว

“AI for Investors: ติดอาวุธนักลงทุนด้วย AI” เป็น Online Series เรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย! สอนโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ออกอากาศทุกวันพฤหัสบดี เวลา 19.00 น. ตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน ถึง 29 ตุลาคม 2569 ผ่านช่อง YouTube “SET Thailand” และ “The Investors – สมาคมนักลงทุนประเทศไทย”

ใครที่อยากเปิดโลกการลงทุนด้วย AI  อย่าพลาดโอกาสการเรียนรู้ครั้งนี้  แต่ “คุณนายพารวาย” อยากฝากไว้ว่า AI เป็นแค่เครื่องมือหรือตัวช่วยประมวลผลข้อมูลที่ดีเท่านั้น เราไม่ควรพึ่งพา AI ให้ตัดสินใจลงทุนแทนเราแบบเต็มร้อยเปอร์เซนต์ แต่ควรรู้วิธีการใช้งาน AI ให้เป็น ควบคู่ไปกับการมีวินัยและการตัดสินใจที่รอบคอบ เพราะสุดท้ายแล้ว คนตัดสินใจลงทุนคือตัวเราเองนะค่ะ

                                                                        คุณนายพารวย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดล็อกเกณฑ์ดึงดูดบริษัท New Economy และต่างประเทศ เข้าจดทะเบียน เสริมแกร่งตลาดทุนไทยสู่ศูนย์กลางการระดมทุนระดับสากล มีผลใช้บังคับ 11 ก.ย. 69

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปรับเกณฑ์เข้าจดทะเบียนให้สอดรับบริบทเศรษฐกิจใหม่และเป็นสากล   เปิดกว้างให้บริษัท New Economy ใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ อุตสาหกรรมการต่อยอดทางการแพทย์และสุขภาพ ยานยนต์สมัยใหม่ และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ทั้งในและต่างประเทศ บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI และ EEC รวมถึงบริษัทต่างประเทศชั้นนำ เข้าระดมทุนในตลาดทุนไทยได้มากขึ้น โดยยังคงมาตรฐานด้านคุณภาพ ฐานะการเงิน และการเปิดเผยข้อมูลในระดับเดิม

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา โครงสร้างธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุนไทยแทบไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่อุตสาหกรรม New Economy    กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดและต้องการแหล่งทุนที่เข้าถึงได้จริง การปรับปรุงเกณฑ์รับหลักทรัพย์ในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับตลาดทุนไทยตามแผนกลยุทธ์ 3 ปี (2569-2571) ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” โดยเกณฑ์ใหม่จะเปิดทางให้บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI และ EEC ตลอดจน บริษัทต่างประเทศชั้นนำ เข้าระดมทุนในตลาดทุนไทยได้สะดวกรวดเร็วขึ้น โดยยังคงยึดมาตรฐานด้านคุณภาพไว้เช่นเดิม และที่สำคัญ คือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนไทยได้เติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเหล่านี้ด้วย

ทั้งนี้ เกณฑ์ดังกล่าวผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. แล้ว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2569 โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

  1. ปรับปรุงเกณฑ์คุณสมบัติสำหรับบริษัทใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ (New Economy) เพื่อเพิ่มความน่าสนใจในการระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์ที่มีความเหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ (Special Track) สำหรับบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
  2. ปรับเกณฑ์การเสนอขายหุ้นต่อประชาชนสำหรับบริษัทต่างประเทศที่มีการระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศอยู่แล้ว ให้สามารถใช้เกณฑ์ Secondary Listing ได้ สอดคล้องกับความจำเป็นในการระดมทุนของบริษัทในกลุ่มนี้ โดยยังคงสัดส่วนหุ้นของบริษัทต่างประเทศให้มีปริมาณการซื้อขายและมีสภาพคล่องที่เพียงพอในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งนี้ บริษัทต่างประเทศที่จดทะเบียนอยู่ใน Unrecognized Country1/ ยังคงต้องมีคุณสมบัติอื่น ๆ เช่นเดียวกับบริษัทไทย ทั้งด้านคุณภาพ ฐานะการเงิน ผลประกอบการ รวมถึงการกระจายการถือหุ้นโดยผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) และการเปิดเผยข้อมูลตามเกณฑ์ปัจจุบัน
  3. ปรับปรุงเงื่อนไขการห้ามขายหุ้นภายหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Silent Period) ทั้งด้านสัดส่วนและระยะเวลาของ Silent Period สำหรับทุกบริษัทที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลยิ่งขึ้น โดยยังคงกำหนดให้ผู้ที่มีส่วนร่วมในการบริหาร (Strategic Shareholders) ต้องถือหุ้นในบริษัทต่อเนื่องในระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุน

ดูรายละเอียดเกณฑ์ที่มีการปรับปรุงได้ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ https://www.set.or.th/th/rules-regulations/circulars ภายใต้หัวข้อ “กฎเกณฑ์/การกำกับ” และ “กฎเกณฑ์ – หนังสือเวียนส่วนที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์จดทะเบียน” เรื่อง “การปรับปรุงเกณฑ์เพื่อดึงดูดบริษัทที่มีศักยภาพเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” 

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย “องค์จมูกโด่ง ”

0

พระสมเด็จมีหน้ามีตาปากจมูกครบนะเธอ ตังอิ๋วทำให้พระหดตัว หน้าตาเลยเห็นรางๆ แต่ถ้าองค์ไหนตั้งใจกด ก็จะเห็นหน้าตา ชัดเจน ถ้าเจอ แห้งเก่าเป็นธรรมชาติ
ก้อนดำเม็ดแดง ก้อนเทา รอยปริ
รอยเหนอะ อย่าปล่อยให้หลุดมือ
แบบนี้เรียกสวยสุด แพงสุดๆ

มาดูพระสมเด็จวัดระฆังทรงเจดีย์ “องค์จมูกโด่ง”วันนี้หน้าตาครบ จมูกโด่งมาก หล่อเหมือนฝรั่งเลย
แจ่มจัด เนื้อขาวอมเหลือง แห้งสนิท ฝ้าปูนคราบแป้ง อยู่ครบ รอยเหนอะ รอยแยกของผิวพระ บอกถึงองค์นี้คนกดพิมพ์ตั้งใจมาก ทำให้เห็นหน้าตาชัดแจ๋ว
หลังมีรอยบาด ริ้วรอยยุบแยก
ฝ้าปูนย์ขาว แบบนี้เรียกหลังสังขยา พระองค์นี้เก็บดีผิวหิ้งไม่เคยใช้มาก่อนเก่าเก็บ
เจอแบบนี้ได้ที่สุดของพระสมเด็จแล้วเธอ

“พระอาจารย์สอนเซียนเจี๊ยบบอกต่อ” หวานเจี๊ยบนะจ๊ะเธอ

เจี๊ยบบางกรวยเดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897