Home Blog Page 2

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่! CLICX รับใบอนุญาต Virtual Bank รายแรกของไทย เตรียมเปิดตัว มิ.ย. 2569 นี้!

0
นางสาวสุพร สุนทรโรหิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน)

คณะผู้บริหารและกรรมการ ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ “CLICX” (คลิกซ์) เข้ารับใบอนุญาตประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา หรือ Virtual Bank จาก ธนาคารแห่งประเทศไทย อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ณ ธนาคารแห่งประเทศไทย นับเป็นก้าวสำคัญของ CLICX ภายใต้ความร่วมมือของ KTB, AIS และ OR ในการเดินหน้าสู่การเป็นธนาคารไร้สาขารายแรกของไทย การเข้ารับใบอนุญาตครั้งนี้สะท้อนความพร้อมของ CLICX ในการก้าวสู่ธุรกิจธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบ ทั้งด้านเทคโนโลยี ความปลอดภัย มาตรฐานการให้บริการ และความเข้าใจพฤติกรรมทางการเงินของคนไทยยุคใหม่ เพื่อพัฒนาบริการการเงินดิจิทัลที่เข้าถึงง่าย ปลอดภัย และตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของผู้ใช้งาน

นางสาวสุพร สุนทรโรหิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเกิดขึ้นของ CLICX ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับระบบการเงินให้พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล และสร้างโอกาสใหม่ให้คนไทยเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างทั่วถึง เป็นธรรม และปลอดภัยมากขึ้น เราเชื่อว่าธนาคารรูปแบบใหม่ไม่ใช่เพียงช่องทางทำธุรกรรม แต่ต้องเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ช่วยลดข้อจำกัดเดิมของประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย ทำให้ทุกคนสามารถบริหารเงิน วางแผนอนาคต และเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจได้ดียิ่งขึ้น CLICX จึงมุ่งเชื่อมพลังของเทคโนโลยีเข้ากับระบบการเงิน เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้ธนาคารไทย และเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศอย่างยั่งยืน”

CLICX มุ่งออกแบบบริการผ่านแอปพลิเคชันที่เข้าใจไลฟ์สไตล์และความต้องการทางการเงินที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล ครอบคลุมตั้งแต่การออม การบริหารเงิน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมกับผู้ใช้งานแต่ละรายพร้อมขับเคลื่อน Financial Inclusion ให้คนไทยเข้าถึงบริการทางการเงินที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมมากขึ้น โดย CLICX มีแผนเปิดให้บริการภายในเดือนมิถุนายน 2569 พร้อมเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการธนาคารไทย และยกระดับประสบการณ์ทางการเงินของคนไทยในยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

ติดตามข่าวสารของธนาคาร CLICX ได้ที่ Website: www.clicxbank.com, Facebook: CLICX Bank และ Instagram: CLICX_Bank

AIS x Dutch Mill เปิดสมรภูมิเดือด! S Series 2026 เฟ้นหาแชมป์อีสปอร์ตมัธยม ขยายสนามสู่ 77 จังหวัดทั่วไทย ชิงทุนการศึกษารวมกว่า 1.6 ล้านบาท

0

AIS เดินหน้าขับเคลื่อนวงการอีสปอร์ตไทย สร้างโอกาสและผลักดันเยาวชนไทยสู่เส้นทางนักกีฬาอีสปอร์ตระดับมืออาชีพ ผ่านโครงการ AIS eSports S Series Thailand Championship 2026 by Dutch Mill เวทีการแข่งขันอีสปอร์ตระดับประเทศสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษา การแข่งขันอีสปอร์ตระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศที่กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 พร้อมการสนับสนุนจากนมเปรี้ยวดัชมิลล์ และ ZEED 5G ซิม ที่เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านการเชื่อมต่อ เพื่อให้เยาวชนสามารถเข้าถึงการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่องและเต็มประสิทธิภาพ โดยปีนี้มีการยกระดับการแข่งขันให้เข้มข้นและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ผ่านการขยายความร่วมมือกับภาครัฐระดับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาคม สโมสร ชมรมอีสปอร์ต และสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เพื่อร่วมสร้าง Ecosystem อีสปอร์ตระดับเยาวชนให้แข็งแรง ตั้งแต่ระดับโรงเรียน จังหวัด ภูมิภาค ไปจนถึงรอบชิงแชมป์ประเทศไทย ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ

เปิดรับสมัครนักเรียนมัธยมศึกษาอายุ 11-18 ปี เข้าร่วมแข่งขันฟรีใน 2 เกมยอดนิยม ได้แก่ Arena of Valor (ROV) และ EA SPORTS FC Mobile (FCM) เพื่อชิงทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 1,600,000 บาท พร้อมถ่ายทอดสดผ่าน AIS PLAY, YouTube AIS PLAY และ Facebook AIS eSports Tournament โดยจะเริ่มเปิดรับสมัครเข้าร่วมแข่งขันตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป พร้อมกิจกรรม Roadshow ตามสถานศึกษาในพื้นที่ต่างๆ ก่อนเข้าสู่การแข่งขันรอบคัดเลือก เพื่อเฟ้นหาตัวแทนแต่ละจังหวัดและแต่ละภูมิภาค ในช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2569 ก่อนปิดท้ายด้วยการแข่งขันรอบชิงแชมป์ประเทศไทย ระหว่างเดือนกันยายน – พฤศจิกายน 2569

นางเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าพรีเพด เอไอเอส กล่าวว่า “AIS มองเห็นศักยภาพของเยาวชนไทยในโลกเกมและอีสปอร์ตที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงสะท้อนความสามารถด้านการแข่งขัน แต่ยังช่วยพัฒนาทักษะสำคัญของคนรุ่นใหม่ ทั้งการคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบ การเคารพกติกา และน้ำใจนักกีฬา โครงการ AIS eSports S Series จึงเป็นมากกว่าเวทีแข่งขัน แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้เด็กมัธยมทั่วประเทศได้ค้นพบศักยภาพของตัวเอง และต่อยอดสู่เส้นทางอีสปอร์ตในระดับที่สูงขึ้น โดยอีกหนึ่งความพิเศษของปีนี้ คือการสนับสนุนจาก ZEED 5G ซิม ในฐานะซิมสำหรับวัยทีน ที่เหมาะกับกลุ่มเกมเมอร์ ที่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้โครงการแบบครบวงจร ทั้งการสนับสนุนเงินรางวัล, แพ็กเกจ Unlimited Internet Data ระยะเวลา 3 เดือน จำนวนกว่า 300 ซิม สำหรับผู้ชนะการแข่งขันรอบ Qualifier รวมถึงการสนับสนุนซิมสำหรับผู้สมัครแข่งขันกว่า 15,000 ซิม เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเชื่อมต่อและการเข้าถึงการแข่งขันตลอดโครงการ นอกจากนี้ ZEED 5G ซิม ยังร่วมสนับสนุน กิจกรรม Bootcamp สำหรับนักกีฬาอีสปอร์ตที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงแชมป์ประเทศไทย ครอบคลุมทั้งสถานที่ การเดินทาง ที่พัก อาหาร และชุดแข่งขัน เพื่อให้นักกีฬาได้เตรียมความพร้อมอย่างมืออาชีพก่อนขึ้นสู่เวทีตัดสินแชมป์ประเทศ”

 คุณปนัสยา พันธาภา ผู้จัดการผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยวดัชมิลล์ กล่าวว่า “ดัชมิลล์ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนเยาวชนไทยในหลากหลายมิติ และรู้สึกยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ AIS eSports S Series อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 เพราะเราเชื่อว่าอีสปอร์ตเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สร้างสรรค์ที่ช่วยให้เยาวชนได้แสดงความสามารถ ฝึกฝนวินัย เรียนรู้การทำงานเป็นทีม และต่อยอดความฝันของตัวเองได้อย่างจริงจัง สอดคล้องกับแนวทางของดัชมิลล์ที่มุ่งส่งเสริมให้เยาวชนเติบโตอย่างมีคุณภาพ ทั้งด้านร่างกาย ความคิด และทักษะสำคัญสำหรับอนาคต การร่วมมือกับ AIS ในปีนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันวงการอีสปอร์ตระดับมัธยมของไทยให้เติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืน พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นใหม่กล้าคิด กล้าลงมือทำ และก้าวสู่เป้าหมายของตัวเองอย่างมั่นใจ”

สำหรับการแข่งขันในปีนี้ AIS ออกแบบรูปแบบการแข่งขันให้เข้าถึงนักเรียนได้กว้างและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ผ่าน 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ การคัดเลือกตัวแทนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ครอบคลุมกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ, การแข่งขันรอบ Open ระดับภูมิภาค 9 ภูมิภาคทั่วประเทศ และการคัดเลือกตัวแทนระดับจังหวัด เพื่อค้นหาทีมเข้าสู่รอบต่อไป โดยเกม ROV จะมีทั้งการแข่งขัน Offline คัดเลือกตัวแทนระดับจังหวัด และ รอบ Online Open คัดเลือกตัวแทนระดับภูมิภาค ขณะที่ EA SPORTS FC Mobile จะจัดแข่งขันในรูปแบบออนไลน์ทั้งหมด เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงเวทีอีสปอร์ตให้กับเยาวชนทั่วประเทศ ผ่านศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ครอบคลุมและเชื่อถือได้ และเปิดโอกาสให้เยาวชนจากทุกพื้นที่ได้แสดงศักยภาพอย่างเท่าเทียม นอกจากนี้ ผู้ชนะการแข่งขันเกม EA SPORTS FC Mobile รอบชิงแชมป์ระดับประเทศ ยังจะได้รับรางวัลพิเศษจาก AIS PLAY เป็นแพ็กเกจรับชมฟุตบอล Premier League ฟรี นาน 1 ปี

AIS eSports S Series Thailand Championship 2026 by Dutch Mill จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับอีสปอร์ตระดับมัธยมศึกษาของไทย จากเวทีการแข่งขันสู่ระบบนิเวศที่เชื่อมโยงเยาวชน โรงเรียน ภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อ แพลตฟอร์ม และคอมมูนิตี้เกมเมอร์เข้าด้วยกันอย่างครบวงจร พร้อมตอกย้ำเป้าหมายของ AIS ในการสร้างเวทีอีสปอร์ตระดับประเทศที่เข้าถึงเยาวชนทั่วไทย และผลักดันนักกีฬาอีสปอร์ตหน้าใหม่ให้ก้าวสู่อนาคตได้อย่างมั่นใจ โรงเรียนและนักเรียนที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดการรับสมัครและข่าวสารการแข่งขันได้ที่ Facebook: AIS eSports Tournament รวมถึงช่องทางประชาสัมพันธ์ของแต่ละโรงเรียนและจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการ

เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัว “D Health Lite” แท็กทีม รพ.ในเครือข่าย “MTL Smile Hospital Network”

0

เมืองไทยประกันชีวิต ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความคุ้มครองชีวิต สุขภาพ และการดูแลครบวงจร  ชูแนวคิดคัดเลือกอย่าง “ดี” เพื่อคุณ เดินหน้าเปิดประกันสุขภาพตัวใหม่ “D Health Lite” โดดเด่นครบถ้วนทั้งความคุ้มครองเหมาจ่าย พร้อมแผนที่เลือกได้มากขึ้น ตอบโจทย์ลูกค้าทุกวัย พร้อมยกระดับความคุ้มครองสู่บริการสุขภาพครบวงจร ผ่านเครือข่ายโรงพยาบาล “MTL Smile Hospital Network” เพื่อเสริมความมั่นใจและสบายใจในวันที่เคลม

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า     เมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้าตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าคนสำคัญอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยความเข้าใจว่าทุกคนย่อมคัดเลือกสิ่งที่ “ดี” ที่สุดให้กับตนเอง ครอบครัวและคนที่รัก ประกอบกับปัจจัยและสถานการณ์ต่าง ๆ ของโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ค่ารักษาพยาบาลก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมืองไทยประกันชีวิตจึงมุ่งมั่นพัฒนาและคัดเลือก “ประกันสุขภาพ” อย่างดีเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่ตรงจุดและใช้ได้จริงในวันที่ต้องการใช้ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความคุ้มครองสุขภาพ และบริการด้านสุขภาพครบวงจรที่คอยเคียงข้างดูแลในทุกช่วงของชีวิต

ล่าสุดเมืองไทยประกันชีวิต ชูแนวคิดประกันสุขภาพที่คัดเลือกอย่าง “ดี” เพื่อคุณ พร้อมเปิดตัวประกันสุขภาพแบบใหม่ที่คัดเลือกมาอย่างดี  “ดี เฮลท์ ไลต์ (D Health Lite)” ที่โดดเด่นครบถ้วนให้ความคุ้มครองเหมาจ่าย ดีที่เลือกแผน   ได้ตามงบ เด็กซื้อได้ เหมาะกับคนทุกวัย รับประกันตั้งแต่อายุ 30 วัน – 90 ปี คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี มาพร้อมโรงพยาบาลในเครือข่าย MTL Smile Hospital Network” ที่จะมาช่วยให้ลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิต ได้ยกระดับความสบายใจที่มากขึ้น เมื่อคุณเลือกเข้ารับการรักษากับโรงพยาบาลพันธมิตรในเครือ 165 แห่งทั่วประเทศ ได้ทั้งอัปวงเงินคุ้มครองและอัปจำนวนวันค่าห้องและค่าหมอ ช่วยยกระดับและเสริมความมั่นใจในวันที่เจ็บป่วย

โดย D Health Lite” ประกันสุขภาพใหม่ล่าสุด ที่คัดเลือกอย่างดีเพื่อคุณ มีดีที่ค่ารักษาเหมาจ่าย แอดมิตเหมาจ่าย ทั้งโรคทั่วไป โรคร้ายแรง และอุบัติเหตุ  ดีที่เลือกวงเงินได้ 1 ล้าน หรือ 5 ล้านบาทต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง ดีที่เลือกปรับเบี้ยให้เหมาะกับงบได้ ทั้งแบบเหมาจ่ายคุ้มครองตั้งแต่บาทแรก หรือแผนร่วมจ่ายส่วนแรกแบบคงที่ (Deductible) เลือกจ่ายส่วนแรกแบบคงที่ 20,000 บาท 30,000 บาท 50,000 บาท หรือ 100,000 บาท หรือแผนร่วมจ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์ (Copayment) เลือกร่วมจ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์ 10% หรือ 20%

มีดีที่เด็กก็ซื้อได้ คุ้มครองยาวถึง 99 ปี  ซื้อได้ตั้งแต่อายุ 30 วัน – 90 ปี* อัปเกรดแผนได้โดยไม่แถลงสุขภาพใหม่**  สามารถปรับลด Deductible ได้ 2 ช่วง  คือ ช่วงอายุ 11 – 15 ปี  และ ช่วงอายุ 55 – 65 ปี  พร้อมโดดเด่นด้วยจุดแข็งความคุ้มครอง จ่ายตามจริง ตามวงเงินที่เลือกซื้อ แอดมิตค่ารักษาเล็กหรือใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ค่า ICU  ค่าผ่าตัด  Day Surgery แพทย์และวิสัญญี ค่าบริการทางการแพทย์ ค่ารักษาพยาบาล OPD ต่อเนื่องภายใน 30 วัน หลังแอดมิต (OPD Follow-up) อุบัติเหตุฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง OPD รถพยาบาลฉุกเฉิน ก็ให้ความคุ้มครอง

“D Health Lite” เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่เป็น ฟรีแลนซ์ ที่ไม่มีสวัสดิการคุ้มครอง แบ่งเงินมาซื้อประกันที่ราคาไม่แพง เข้าถึงการรักษาที่ดีได้ เพื่อกลับมาทำงานได้เร็วที่สุด  เด็ก ที่ต้องการความคุ้มครอง ตั้งแต่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน ป้องกัน โรคยอดฮิต  พนักงานออฟฟิศ ทำงานหนักมองหาแพ็กเกจ เหมาจ่าย ราคาดี คุ้มครอง ครอบคลุม เพิ่มเติมจากสวัสดิการที่มี (Top Up) รวมถึงผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด เพราะสามารถเข้าโรงพยาบาลเอกชนได้ ไม่ต้องรอคิวนาน

ทั้งนี้ลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิต ยังได้รับการยกระดับความคุ้มครอง สู่บริการสุขภาพครบวงจร ผ่านโครงการ         MTL Smile Hospital Network” ที่จะทำสามารถเข้าถึงการรักษาและการใช้สิทธิที่ง่ายขึ้น ด้วยการเชื่อมกรมธรรม์ บริการ และเครือข่ายโรงพยาบาลเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี เพิ่มความสบายใจที่จับต้องได้ทั้งด้านคุณภาพ บริการ และการบริหารค่าใช้จ่าย เมื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทั้ง 165 แห่งในโครงการ  พร้อมบริการ MTL Health Buddy ผู้ช่วยดูแลเรื่องสุขภาพที่สามารถให้คำปรึกษาและแนะนำโรงพยาบาลในโครงการ MTL Smile Hospital Network แนะนำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่เหมาะสมกับความเจ็บป่วย ให้คุณสามารถวางแผนการรักษาได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้นสบายใจ

โดยสิทธิพิเศษที่ลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตจะได้รับ ประกอบด้วย การเพิ่มความคุ้มครอง (Extra Coverage) ด้วยการเพิ่มวงเงินค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 20%  เพิ่มจำนวนวันค่าห้องและค่าแพทย์สูงสุด 365 วัน  รวมถึงสิทธิพิเศษที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้อีก ด้วยการลดค่าร่วมจ่ายส่วนแรกแบบคงที่ (Deductible) ลง 10% หรือการจ่าย Copayment ลดลง 50% จากยอดที่กำหนด  บริการประเมินค่าใช้จ่ายก่อนผ่าตัดที่เร็วกว่า และพร้อมรับส่วนลดและราคาพิเศษแพ็กเกจผ่าตัดหัตถการยอดนิยมจากโรงพยาบาลต่าง ๆ

นอกจากนี้ เมืองไทยประกันชีวิต ยังมีแบบประกันในโครงการ เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่ (แบบมีเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์คงที่) ซึ่งมีจุดเด่นที่แตกต่างด้วยการเป็นแบบประกันภัยตัวแรกในไทยที่มีมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์คงที่ตลอดสัญญา ทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยต่ำกว่าปกติ แต่ยังได้รับความคุ้มครองชีวิตในระดับเดิม จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนและส่งต่อมรดก*** มีให้เลือกแบบชำระเบี้ยประกันภัยครั้งเดียว “เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่ 99/1 (แบบมีเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์คงที่)” สมัครได้ตั้งแต่อายุ 30 วัน – 80 ปี  และแบบจ่ายเบี้ยประกันภัยสั้น ๆ เพียง   5  ปี  “เมืองไทย  เลกาซี่  เวลธ์  99/5 (แบบมีเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์คงที่)”  สมัครได้ตั้งแต่อายุ  30  วัน  – 75 ปี    

ตอบโจทย์การสร้างหลักประกันก้อนใหญ่ได้ด้วยเงินก้อนเล็ก พร้อมรับหลักประกันก้อนโตจากความคุ้มครองชีวิต 100%  จำนวนเอาประกันภัยขั้นต่ำ 10 ล้านบาท ตอบโจทย์ผู้ที่วางแผนส่งต่อความมั่งคั่งให้คนที่รักอีกด้วย

“เมืองไทยประกันชีวิตเราไม่เคยหยุดนิ่งและพร้อมที่จะเดินหน้าพัฒนาองค์กรในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ การยกระดับบริการด้านสุขภาพที่ครบวงจร ตลอดจนการพัฒนาโซลูชันทางการเงินเพื่อการบริหารความมั่งคั่งที่ยั่งยืน รวมถึงการคัดเลือกสิ่งที่ “ดี” เพื่อลูกค้าคนสำคัญของเราเสมอ  พร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดที่ลูกค้าไว้วางใจ เชื่อมั่น และคอยอยู่เคียงข้างดูแลในทุกช่วงของชีวิต” นายสาระ กล่าว

ผู้ที่สนใจแบบประกันภัยที่คัดเลือกมาอย่าง “ดี” เพื่อคุณ จากเมืองไทยประกันชีวิต สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.muangthai.co.th  หรือโทร.1766  ตลอด 24 ชั่วโมง  หรือติดต่อตัวแทนจากเมืองไทยประกันชีวิตทั่วประเทศ สาขา ธนาคารกสิกรไทย และ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ 

TFEX เตรียมเปิดตัว “Mini Gold Online Futures” เริ่ม 25 พ.ค. นี้

0

นายตรีวิทย์ วังวรวุฒิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (TFEX) กล่าวว่า ท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลกและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทองคำเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ลงทุน และช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำปรับตัวทำจุดสูงสุดอย่างต่อเนื่อง ทำให้การซื้อทองคำโดยตรงมีข้อจำกัดในการเข้าถึง หรือแม้แต่สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าอย่าง Gold Online Futures ก็ต้องใช้เงินวางหลักประกัน (Margin) เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ TFEX จึงเตรียมเปิดซื้อขายสินค้าใหม่ Mini Gold Online Futures ที่ย่อขนาดสัญญาให้เล็กลงกว่าเดิมถึง 10 เท่า จากเดิมที่สัญญามีขนาดเทียบเท่าทองคำแท่งน้ำหนักประมาณ 10 ทรอยออนซ์ สัญญาใหม่นั้นจะมีขนาดเพียง 1 ทรอยออนซ์ หรือประมาณ 2 บาททองคำ ซึ่งการย่อขนาดสัญญาลงมาเหลือ 1 ใน 10 ของสัญญาเดิม จะช่วยให้การวางเงินหลักประกันลดลงมาอยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ผู้ลงทุนสามารถเพิ่มโอกาสทำกำไรหรือใช้ทองคำเสริมพอร์ตการลงทุนได้สะดวกและตอบโจทย์มากขึ้น

นายตรีวิทย์ วังวรวุฒิ กรรมการผู้จัดการ TFEX

Mini Gold Online Futures (ชื่อย่อสัญญา MGO) ยังคงจุดเด่นของ Gold Online Futures ไว้อย่างครบถ้วน คือเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 99.5% เสนอราคาซื้อขายตามราคาทองคำในตลาดโลกที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ขณะที่วางเงินหลักประกันและชำระกำไรขาดทุนเป็นเงินบาท แต่สิ่งที่แตกต่างจากสัญญาเดิม คือ มีตัวคูณราคา (Multiplier) อยู่ที่ 30 เท่าของราคาซื้อขาย หรือกำหนดให้ทุกๆ ดอลลาร์สหรัฐที่เปลี่ยนแปลงไปมีค่าเท่ากับกำไร/ขาดทุน 30 บาท ทำให้ผู้ลงทุนไม่ต้องกังวลเรื่องความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และง่ายในการติดตาม วิเคราะห์ราคา และซื้อขาย โดยผู้ลงทุนสามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ ช่วงกลางวัน เวลา 9.15-16.55 น. และช่วงกลางคืน เวลา 18.45-3.00 น. ของวันถัดไป ทั้งนี้ Mini Gold Online Futures เป็นสัญญาที่ชำระราคาเป็นเงินสด (Cash Settlement) ไม่มีการส่งมอบทองคำจริง สำหรับหลักประกันที่ใช้ในการซื้อขาย คาดว่าจะอยู่ที่อัตราประมาณ 15,000 บาท หรือประมาณ 10-15% ของมูลค่าสัญญา โดยจะเริ่มซื้อขายวันที่ 25 พ.ค. 2569 เป็นต้นไป

“TFEX เชื่อมั่นว่า Mini Gold Online Futures จะเป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์ผู้ลงทุนให้สามารถเข้าถึงการลงทุนในทองคำได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเพื่อทำกำไร หรือใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความผันผวนของพอร์ตโดยรวม และเนื่องจากเป็นสินค้าที่เปิดให้ซื้อขายภายใต้ Exchange ผู้ลงทุนจึงมั่นใจได้กับระบบงานและการกำกับดูแลที่โปร่งใส ได้มาตรฐาน” นายตรีวิทย์กล่าว

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมแก่ผู้ลงทุน TFEX ได้ร่วมกับบริษัทสมาชิกจัดสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้าใหม่ กลยุทธ์การเทรด และเครื่องมือซื้อขายอย่างต่อเนื่อง อาทิ สัมมนาพิเศษ “Gold Trading Day: วิกฤต VS โอกาส เสริมพอร์ต สร้างกำไร ด้วยทองคำ” ในวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค. 2569 เวลา 9.00-12.30 น. ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ (ไม่มีค่าใช้จ่าย) รวมถึงมีโปรโมชั่นพิเศษ “เทรดทองได้ทอง” สำหรับผู้ที่เปิดบัญชี TFEX ใหม่ และมีการซื้อขาย Mini Gold Online Futures ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า สัมมนา และโปรโมชั่นต่างๆ ได้ที่ www.TFEX.co.th โทร. 0 2009 9999

AIS ผนึก กสิกรไทย ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้ลูกค้า SME ด้วยการเชื่อมโยงบริการดิจิทัลกับโซลูชันทางการเงิน

0

AIS ร่วมกับ ธนาคารกสิกรไทย ผนึกกำลังสนับสนุนธุรกิจ SME  ด้วยการนำศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและการเงิน มาผสานเป็นพลังขับเคลื่อนใหม่ เพื่อยกระดับคนไทยและภาคธุรกิจไทยให้เข้าถึงโอกาสในเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างทั่วถึง นำร่องเดินหน้าเสริมพลังและศักยภาพผู้ประกอบการ SME ไทย ให้ก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการเชื่อมโยงบริการดิจิทัล โซลูชันทางการเงิน และโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีแบบครบวงจร เพื่อปลดล็อกศักยภาพการแข่งขัน สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ และผลักดันการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในเศรษฐกิจดิจิทัล สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสร้าง “ระบบนิเวศธุรกิจดิจิทัล (Digital Business Ecosystem)” ที่ผสานความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และความเชี่ยวชาญด้านบริการทางการเงิน ความเข้าใจลูกค้า SME และแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัล เพื่อยกระดับการเข้าถึงเครื่องมือธุรกิจยุคใหม่ ตอบโจทย์การเติบโตอย่างรวดเร็วและยั่งยืนในโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

นายภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร เอไอเอส

นายภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า “AIS เชื่อว่าโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลคือพลังสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการ SME ไทย โดยเฉพาะในยุคที่รูปแบบธุรกิจได้ก้าวข้ามข้อจำกัดของหน้าร้าน สู่การขับเคลื่อนบนโลกออนไลน์และแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ความร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยในครั้งนี้ จะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา เข้าถึงเครื่องมือดิจิทัลและโซลูชันทางธุรกิจได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อเสริมศักยภาพในการเติบโต เพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขาย และต่อยอดธุรกิจสู่ความสำเร็จในอนาคต
นี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของ AIS ในการร่วมขับเคลื่อนระบบนิเวศดิจิทัล และเสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล”

บุญเติบ จีรภัทร์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย

นายบุญเติบ จีรภัทร์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า “ธุรกิจ SME เป็นกลุ่มธุรกิจที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย แต่ในปัจจุบันต้องเผชิญกับความท้าทายจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ต้นทุนที่สูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี  ธนาคารกสิกรไทยมุ่งมั่นสนับสนุนผู้ประกอบการ SME มาโดยตลอด ทั้งด้านการเงินและองค์ความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพและโอกาสในการทำธุรกิจ โดยมุ่งหวังให้ธุรกิจ SME เติบโตได้อย่างยั่งยืน ธนาคารให้ความสำคัญกับการพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่อย่างครบวงจร เพิ่มความสะดวกในการทำธุรกรรมทั้งขารับและขาจ่าย มีข้อมูลเพื่อใช้ในการวางแผนจัดการธุรกิจได้อย่างคล่องตัว เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้พร้อมแข่งขันในโลกดิจิทัล ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศธุรกิจ ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และบริการทางการเงินที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ นำไปสู่การเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในเศรษฐกิจยุคใหม่อย่างแท้จริง

นำร่องความร่วมมือครั้งนี้ ด้วยการมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าเดิมที่ใช้บริการ K SHOP และ K BIZ รวมถึงลูกค้าที่สมัครใหม่ โดยจะได้รับสิทธิพิเศษในการสมัครแพ็กเกจมือถือของ AIS และเน็ตบ้าน AIS 3BB Fibre 3 ในราคาพิเศษตั้งแต่ 1 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2569 ประกอบด้วย

§  เบอร์มงคลเสริมดวงธุรกิจ สมัครแพ็กเกจรายเดือน AIS ขั้นต่ำเพียง 899 บาท/เดือน รับฟรีซิมการ์ด “เบอร์สวยพลิกชีวิต” เบอร์มงคลระดับพรีเมี่ยม โดย อ.นิติกฤตย์ (จากปกติ 1,199 บาท)

§  เครื่องพร้อมแพ็กเกจเบอร์มงคล  ราคาพิเศษสำหรับลูกค้านิติบุคคล คุ้ม ครบในดีลเดียว ไม่ต้องชำระล่วงหน้า เพิ่มความสะดวกและคุ้มค่าแก่ผู้ประกอบการ

§  SME FibreLAN โซลูชันอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระดับกิกะบิต รองรับการใช้งานทุกห้องภายในออฟฟิศ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการดำเนินธุรกิจ

ความร่วมมือในครั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยและเอไอเอส มุ่งหวังต้องการสนับสนุนให้ธุรกิจ SME สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างคล่องตัว มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ โดยหลังจากนี้จะมีแผนการสนับสนุนออกมาอย่างต่อเนื่องในอนาคต ผู้ประกอบการ SME ที่สนใจ ศึกษารายละเอียด ข้อจำกัด เงื่อนไขเพิ่มเติมที่ https://www.ais.th/business/sme/sme-campaign/aisxkbank

สลากออมสินแจกแล้ว 13 ล้านบาท!!!

0

สลากออมสินแจกแล้ว 13 ล้านบาท!!!

😍 คนที่พลาดไม่เป็นไร ยังมีแจกต่ออีก 2 ครั้ง รวม 100 ล้านบาท!! รีบซื้อเลย คลิก > https://to.gsb.or.th/P3b6pTRตั้งแต่วันนี้ – 15 ก.ค. 69

ทั้งลูกค้าที่ซื้อสลากเพิ่ม และลูกค้าเดิมที่มีสลากออมสิน 1 ปี หรือ 2 ปี ที่ยังไม่ครบอายุ ทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล ก็มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษ ซื้อเพิ่ม แล้วมาลุ้นต่ออีก 2 ครั้ง รวม 100 ล้านบาท

💰 ครั้งที่ 2 ลุ้น 30 ล้านบาท: วันที่ 16 มิ.ย. 69 รางวัลละ 1 ล้านบาท จำนวน 30 รางวัล

💰 ครั้งที่ 3 ลุ้น 70 ล้านบาท: วันที่ 16 ก.ค. 69 รางวัลละ 10 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัลซื้อได้แล้ววันนี้ ที่ MyMo หรือที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ

⚠️เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

รู้เก็บรู้ออม : รู้เขารู้เราก่อนลงทุน

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง"  หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เวลาเราลงทุน เป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆก็อยากให้พอร์ต “ปัง” ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ แต่สำหรับนักลงทุนมือใหม่ ปัญหาใหญ่คือไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนดี วันนี้ “คุณนายพารวย” จึงขอหยิบยกสุภาษิตที่คุ้นหูว่า “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” มาเป็นเข็มทิศนำทาง แม้ในโลกความจริงเราอาจไม่ได้ชนะทุกสนาม และอาจมีบาดแผลบ้างในบางครั้ง แต่การนำหลักการรู้เขารู้เรานี้ สามารถนำมาใช้กับการลงทุนได้อย่างถูกต้องที่สุด

เริ่มต้นที่ “รู้เรา” ก่อนจะควักเงินลงทุน เราต้องรู้จักตัวเองให้ดีก่อนค่ะ ว่าเราเป็นนักลงทุนแบบไหน ใจร้อนชอบลุ้น หรือใจเย็นเน้นชิลล์ มีภูมิต้านทานความเสี่ยงได้ขนาดไหน เพราะความถนัดของคนเราไม่เหมือนกัน ไม่มีวิธีไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน มีแต่วิธีที่ “ถูกจริต” กับตัวเราที่สุดเท่านั้นเองค่ะ

ต่อมาคือ “รู้เขา” การรู้เขาก็คือการทำความรู้จักกับ “หุ้น” ที่เราสนใจนั่นเองค่ะ ในตลาดหลักทรัพย์บ้านเรามีหุ้นให้เลือกกว่า 800 ตัว! ก่อนเราจะเลือกลงทุนในหุ้นตัวไหน ก็ต้องดูให้ออกว่าหุ้นตัวไหนเป็นแบบไหน มีปันผลไหม หรือเน้นกำไรจากส่วนต่างราคา

“คุณนายพารวย” อ่านเจอบทความของ SETInvestnow ที่ยกหลักการแบ่งหุ้นของกูรูระดับโลกของ “ปีเตอร์ ลินช์” มาช่วยให้นักลงทุน “รู้เขา” มากขึ้น สามารถเข้าใจสไตล์ของหุ้น และเลือกลงทุนในหุ้นแบบที่โดนใจ

กูรูระดับโลกท่านนี้แบ่งหุ้นออกเป็น 6 แบบ ประกอบด้วย 

1.หุ้นโตช้า (Slow Growers) พี่ใหญ่ใจดี ธุรกิจอิ่มตัวแล้ว ไม่หวือหวาแต่จ่ายปันผลสม่ำเสมอ 

2.หุ้นแข็งแกร่ง (Stalwarts) บริษัทชื่อดังที่เติบโตเรื่อยๆ ปลอดภัยสูง อารมณ์แบบว่าฟ้าจะถล่มดินจะทลายก็ยังอยู่รอดปลอดภัย 

3.หุ้นเติบโต (Fast Growers) น้องใหม่ไฟแรง ส่วนใหญ่เป็นบริษัทเล็กที่กำลังขยายตัว มีสตอรีให้น่าติดตาม โอกาสทำกำไรสูงในเวลาสั้น

4.หุ้นวัฏจักร (Cyclical) หุ้นสายอารมณ์แปรปรวน กำไรขึ้นลงตามภาวะเศรษฐกิจ หรือราคาตลาด เช่น สินค้าเกษตรหรือโภคภัณฑ์ 

5.หุ้นฟื้นตัว (Turnaround) หุ้นที่เคยบาดเจ็บสาหัสหรือขาดทุนมาก่อน แต่เริ่มส่งสัญญาณว่าจะกลับมาผงาดได้อีกครั้ง ความเสี่ยงสูง แต่ถ้ามาจริงก็กำไรงามค่ะ และ 6.หุ้นสินทรัพย์มาก (Asset Play) หุ้นซ่อนรูป ที่มีสมบัติเก่าเก็บจำพวกที่ดินหรือเงินสดมูลค่าสูงๆซ่อนอยู่ในงบดุล

อย่างไรก็ตาม คุณนายอยากฝากไว้ว่า หุ้นตัวเดียวกัน แต่ละคนอาจมองไม่เหมือนกันก็ได้นะคะ บางคนอาจเห็นว่าเป็นหุ้นแข็งแกร่ง แต่บางคนอาจมองว่าเป็นหุ้นเติบโต อยู่ที่มุมมองและกลยุทธ์ของนักลงทุนแต่ละคนค่ะ

แต่สุดท้ายแล้ว ถ้าเรา “รู้เขา” จนเข้าใจสไตล์หุ้น และ “รู้เรา” จนมีกลยุทธ์ที่เหมาะกับตัวเอง รับรองได้ว่าความสำเร็จและผลตอบแทนที่วาดฝันไว้ ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนค่ะ!

คุณนายพารวย

บริหารจัดการ “ปลาหมอคางดำ” จากการกำจัดสู่การใช้ประโยชน์ 4 มิติ พลิกเป็นวัตถุดิบเศรษฐกิจ-สร้างรายได้ชุมชนอย่างยั่งยืน

0

ทิศทางการบริหารจัดการ “ปลาหมอคางดำ” ในปัจจุบัน กำลังเปลี่ยนจากการมองเป็นปัญหาที่ต้องกำจัดเพียงด้านเดียว ไปสู่การจัดการเชิงระบบที่ใช้ประโยชน์จากปลาที่มีอยู่ในแหล่งน้ำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการควบคุมปริมาณและลดผลกระทบต่อระบบนิเวศโจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียง “จะกำจัดอย่างไร” แต่คือ “จะบริหารจัดการอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด” โดยทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ ภาควิชาการ เกษตรกร หน่วยงานรัฐ และชุมชนท้องถิ่น เริ่มมองแนวทางร่วมกันในการเปลี่ยนปลาหมอคางดำให้เป็นวัตถุดิบทางเศรษฐกิจ ผ่านการรับซื้อ แปรรูป ใช้ในภาคเกษตร อาหารสัตว์ ปุ๋ยชีวภาพ และการต่อยอดด้วยงานวิจัย

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการบริหารจัดการใน 4 มิติสำคัญ ดังนี้.

มิติที่ 1: นโยบายเชิงรุกจากวุฒิสภา เปลี่ยนปลาเป็นทรัพยากรสร้างรายได้ด้วยงานวิจัยจากเวทีสัมมนา “มิติใหม่แห่งการบริหารจัดการปลาหมอคางดำ : สู่การใช้ประโยชน์และเพิ่มมูลค่า” ที่รัฐสภา ทิศทางสำคัญคือการผลักดันแนวคิด “อยู่ร่วม จัดการ และใช้ประโยชน์” อย่างเป็นระบบ

นายธวัช สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้เสนอแนวทางรับซื้อปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปแปรรูปและใช้ประโยชน์ในหลายรูปแบบ รวมถึงการพิจารณาแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดทางให้ปลาหมอคางดำที่ผ่านการตรวจสอบแล้วว่าไม่สามารถแพร่ระบาดได้ สามารถขนย้ายเข้าสู่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น อุตสาหกรรมปลาป่น หรือการแปรรูปเชิงพาณิชย์

ภายในงานยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ เช่น การนำก้างปลาหมอคางดำไปสกัดเป็น “แคลเซียม” ซึ่งพบว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูงใกล้เคียงกับปลาทะเลเศรษฐกิจบางชนิด สามารถต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอาหารและสุขภาพได้ รวมถึงการนำปลาไปผลิตน้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ย หรือผลิตภัณฑ์ชุมชนอื่น ๆ สะท้อนว่า ปลาชนิดนี้มีศักยภาพมากกว่าการเป็นเพียงปัญหาในแหล่งน้ำ.

มิติที่ 2: เสียงจากเกษตรกร หนุนอุตสาหกรรมใหญ่ช่วยเร่งลดปริมาณปลาในพื้นที่แม้แนวทางการใช้ประโยชน์จะเริ่มชัดเจนขึ้น แต่ภาคเกษตรกรยังคงสะท้อนข้อห่วงใยต่อปริมาณปลาหมอคางดำในหลายพื้นที่ โดยต้องการให้ภาครัฐเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง และเห็นผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น

ข้อเสนอสำคัญจากภาคเกษตรกรคือ การนำปลาหมอคางดำเข้าสู่กลไกอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น การทำปลาป่น การผลิตปุ๋ย การทำน้ำหมักชีวภาพ หรือการใช้เป็นวัตถุดิบในระบบเกษตรและประมง เพื่อช่วยดูดซับปริมาณปลาออกจากแหล่งน้ำได้รวดเร็วกว่าแนวทางกำจัดรายจุดหากมีกลไกรับซื้อที่ต่อเนื่อง ราคาจูงใจ และจุดรวบรวมที่เหมาะสม การใช้ประโยชน์เชิงอุตสาหกรรมจะไม่เพียงช่วยลดปริมาณปลา แต่ยังเพิ่มรายได้ให้ชาวประมงพื้นบ้าน เกษตรกร และชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ.

มิติที่ 3: ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ ฐานข้อมูลสำคัญเพื่อการจัดการที่แม่นยำการบริหารจัดการปลาหมอคางดำให้ตรงจุด จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เพียงการคาดการณ์จากสถานการณ์รายพื้นที่ล่าสุด งานวิจัยจากคณะนักวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย ดร. พรเทพ พรรณรักษ์ พร้อมด้วยคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Aquaculture Reports ได้ศึกษารหัสพันธุกรรมของปลาหมอคางดำในประเทศไทย และพบรูปแบบพันธุกรรม 19 รูปแบบ สะท้อนว่าการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำในไทยอาจไม่ได้เกิดจากแหล่งกำเนิดเดียว แต่มีลักษณะของการนำเข้าหลายครั้งจากหลายแหล่งกำเนิด และมีการกระจายตัวไปยังพื้นที่ต่าง ๆ โดยมีมนุษย์เป็นปัจจัยสำคัญในการเคลื่อนย้ายข้อมูลดังกล่าวมีความสำคัญต่อการกำหนดมาตรการของภาครัฐ ทั้งการควบคุมการเคลื่อนย้าย การกำหนดพื้นที่เสี่ยง การเฝ้าระวังแหล่งน้ำ และการออกแบบมาตรการใช้ประโยชน์อย่างปลอดภัย เพื่อไม่ให้การแปรรูปหรือการขนย้ายกลายเป็นปัจจัยเพิ่มการแพร่ระบาดในอนาคต.

มิติที่ 4: การขับเคลื่อนของภาครัฐ ใช้นวัตกรรมควบคู่มาตรการชีวภาพ

ในระดับนโยบาย นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมประมง เดินหน้าบริหารจัดการปลาหมอคางดำด้วยมาตรการที่ชัดเจนและบูรณาการมากขึ้น

แนวทางสำคัญประกอบด้วย การส่งเสริมการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม สนับสนุนให้ชุมชนและผู้ประกอบการนำปลาหมอคางดำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้า สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่

ขณะเดียวกัน ภาครัฐยังเดินหน้ามาตรการทางชีวภาพ เช่น การปล่อย “ปลากะพง” ซึ่งเป็นปลานักล่าตามธรรมชาติ ลงในแหล่งน้ำที่เหมาะสม เพื่อช่วยควบคุมประชากรปลาหมอคางดำตามหลักนิเวศวิทยา ควบคู่กับการเร่งผลักดันมาตรการต่าง ๆ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็วที่สุด

บทสรุป

การบริหารจัดการ “ปลาหมอคางดำ” ในวันนี้ กำลังขยับจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่การวางระบบระยะยาวที่เชื่อมโยงทั้งงานวิจัย นโยบาย กลไกอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจชุมชน

หากสามารถสร้างระบบรับซื้อที่ต่อเนื่อง มีมาตรฐานการขนย้ายที่ปลอดภัย มีศูนย์รวบรวมและแปรรูปในพื้นที่ และมีการใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์กำกับการดำเนินงานอย่างรอบคอบ ปลาหมอคางดำก็มีโอกาสเปลี่ยนจาก “ภาระของแหล่งน้ำ” ไปสู่ “วัตถุดิบเศรษฐกิจ” ที่ช่วยลดปริมาณปลา สร้างรายได้ให้ชุมชน และสนับสนุนการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของแนวทางนี้ต้องเดินคู่กับการรับฟังเสียงของเกษตรกรและชุมชนในพื้นที่ เพราะเป้าหมายสูงสุดไม่ใช่เพียงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากปลา แต่คือการลดผลกระทบ ฟื้นสมดุลแหล่งน้ำ และทำให้คนในพื้นที่อยู่กับปัญหานี้ได้อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน.

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย “ พระรอดเขียวเหนี่ยวทรัพย์ ”

0

พระรอด 1ในเบญจภาคี ที่มีอายุมากที่สุดนับพันปี มีพิมพ์ใหญ่ กลาง เล็ก พิมพ์ตื้นและพิมพ์ต้อ
เนื้อมีหลายสี ขาว เหลือง แดง เขียว เกิดจากความร้อนของการเผาเนื้อดิน พระรอด พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก พิมพ์ต้อ พิมพ์ตื้นนั้น

ขนาดพระจะใหญ่จะเล็กนั้น เกิดจากความร้อน ถ้าเผาร้อนน้อย ก็ใหญ่ ร้อนปานกลาง ก็เล็กลงๆ สีเขียวแข็งสุดเดินสุกจนเป็นหิน ราดำไม่กินเนื้อพระ สีขาว เหลือง แดง มีราได้พระดินยังไม่สุกเต็มที่ พระอาจารย์สอนมา
มาดู”พระรอดเขียวเหนี่ยวทรัพย์ “องค์วันนี้ สวยแจ่มคมชัดลึก มีหน้าตา จมูกปากครบ เห็นมวยผมวิ่งเป็นเส้นๆ ฝ้าดินกรุขาวนวล เนื้อพระ ผิวผ่านแดงม่น อมเขียว

มีรอยนิ้วมือด้านขาซ้าย ตอนดึงพระออกจากพิมพ์ พระอาจารย์บอกเห็นรอยนิ้วมือด้านมักแท้ ตอนครึงพระที่นำพระออกจากพิมพ์ สีพระเนื้อผ่านแดงออกน้ำตาลไปเขียว มีรอยกระเทาะตรงฐาน3ชั้น เห็นเนื้อเขียวด้านใน
เจอเนื้อแบบนี้อย่าปล่อยผ่าน เป็นจุดพิจารณาพระเนื้อดินเผา

เจอมักแท้ ด้านหลังมีลายนิ้วมือคลึงเรียบร้อย รอยย่นรอยหดตัวของเนื้อดินเป็นธรรมชาติ แดงคราบเขียวสุกเต็มที่เนื้อแข็งเป็นหิน เจอแบบนี้พระรอดมาโปรดแล้วจร้าาา

“พระอาจารย์สอนเซียนเจี๊ยบบอกต่อ” หวานเจี๊ยบนะจ๊ะเธอ

เจี๊ยบบางกรวยเดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897

ออมสินรุกตลาดเงินฝากเด็ก เปิดตัว ‘เงินฝากออมสิน ออมรัก’ เพิ่มความคุ้มครองอุบัติเหตุ สูงสุด 200,000 บาท ฝากเลยที่ออมสินทุกสาขา 

0

ออมเงินให้ลูก พร้อมคุ้มครองอุบัติเหตุกับ ‘เงินฝากออมสิน ออมรัก’ รับดอกเบี้ยเต็ม ไม่เสียภาษี 0.25% ต่อปี
รายละเอียดเพิ่มเติม > https://to.gsb.or.th/NQ4XZ2r

ฝากได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
หรือจนกว่าธนาคารจะมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่กำหนดไว้ภายหลัง

🔰 คุ้มครองอุบัติเหตุ

  • ผู้เยาว์ (ตั้งแต่แรกเกิด – ต่ำกว่า 10 ปีบริบูรณ์)
    คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ 1% ของยอดเงินฝากคงเหลือ สูงสุด 1,000 บาทต่อบัญชี (ต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง) ทั้งนี้ ไม่เกินจำนวนเงินที่จ่ายจริงและไม่จำกัดจำนวนครั้ง
  • ผู้ฝาก (ตั้งแต่ 20 – 65 ปีบริบูรณ์)
    คุ้มครองอุบัติเหตุ อบ.1 2 เท่าของยอดเงินฝากคงเหลือ สูงสุด 200,000 บาทต่อบัญชี (ไม่คุ้มครองอาชีพที่ใช้รถจักรยานยนต์ในการปฏิบัติงานเป็นประจำ)

หมายเหตุ :

  • ผู้ฝาก ต้องมีอายุตั้งแต่ 20 – 65 ปีบริบูรณ์ (นับวันชนวัน) ณ วันที่เปิดบัญชี และ ผู้เยาว์ ต้องมีอายุตั้งแต่แรกเกิด – ต่ำกว่า 10 ปีบริบูรณ์ (นับวันชนวัน) ณ วันที่เปิดบัญชี
  • ผู้ฝาก ต้องเป็นพ่อหรือแม่โดยกำเนิดเท่านั้น (ไม่รวมถึง พ่อ และ/หรือ แม่บุญธรรม) และ ผู้เยาว์ 1 คน เปิดได้สูงสุด 2 บัญชี (พ่อเพื่อเด็ก และ/หรือ แม่เพื่อเด็ก)
  • เปิดบัญชีขั้นต่ำ 1 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 ต่อปี (ไม่เสียภาษี)
  • ผู้ฝาก ได้รับความคุ้มครองจากอุบัติเหตุ อบ.1 และความคุ้มครองอุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ วงเงินคุ้มครอง 2 เท่าของยอดเงินฝากคงเหลือในบัญชี ณ วันก่อนประสบอุบัติเหตุ 1 วัน สูงสุด 200,000 บาทต่อบัญชี
  • ผู้เยาว์ ได้รับค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ วงเงินคุ้มครอง 1% ของยอดเงินฝากคงเหลือในบัญชี ณ วันก่อนประสบอุบัติเหตุ 1 วัน สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อบัญชี (ต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง) ซึ่งไม่เกินจำนวนเงินที่จ่ายจริง และ “ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ” ทั้งนี้ กรณีประสบอุบัติเหตุในวันที่เปิดบัญชี วงเงินที่คุ้มครองจะคำนวณจากยอดเงินฝากคงเหลือในบัญชี ณ วันที่เปิดบัญชี และต้องมียอดเงินฝากคงเหลือตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป
  • คุ้มครองผู้ฝากและผู้เยาว์เป็นระยะเวลา 12 เดือน นับตั้งแต่วันที่เปิดบัญชี
  • ไม่คุ้มครองอาชีพที่ใช้รถจักรยานยนต์ในการปฏิบัติงานเป็นประจำ เช่น พนักงานส่งเอกสาร/ส่งอาหาร คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ผู้ทำหรือใช้งานเกี่ยวกับวัตถุระเบิดหรือเหมืองใต้ดิน นักกีฬาอาชีพ พนักงานประจำเรือ แรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย ทหารและตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและปราบปราม
  • ธนาคารเป็นผู้จ่ายเบี้ยประกันภัย รับประกันโดยบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)

เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด