Home Blog Page 2

AIS เปิดงบไตรมาส 1/2569 โชว์ฟอร์มแกร่ง กำไรทะลุหมื่นล้าน!

0

AIS ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2569 โดยยังคงมุ่งมั่นการดำเนินธุรกิจที่สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะผู้นำโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะและเทคโนโลยีดิจิทัลที่ดีที่สุดเพื่อคนไทย มีรายได้รวม 58,197 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 13,496 ล้านบาท เป็นผลมาจากการให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้าและประสบการณ์ดิจิทัลที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานของลูกค้าทุกกลุ่ม ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โดยในปี 2569 AIS มุ่งปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทุกมิติ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ครอบคลุมโครงข่ายอัจฉริยะมือถือและเน็ตบ้าน คลาวด์ และดาต้าเซ็นเตอร์ ควบคู่กับการนำนวัตกรรมและ AI มายกระดับประสบการณ์ลูกค้า และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเปิดตัวมาตรฐานใหม่ของการเชื่อมต่อ “AIS 5G-ADVANCED” ครั้งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับการยกระดับเครือข่ายมือถือให้ฉลาดขึ้น เร็วขึ้น รองรับการใช้งานยุค AI, แพลตฟอร์ม AISpace ศูนย์รวมบริการ AI เพื่อคนไทย และการส่งเสริมการสร้างทักษะดิจิทัลให้คนไทยผ่านการพัฒนาหลักสูตร ‘อุ่นใจไซเบอร์ AI Literacy’ เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ทุกภาคส่วน อีกทั้งยังต่อยอดการเติบโตระยะยาวผ่านธุรกิจใหม่ ได้แก่ ธุรกิจรีเทล แพลตฟอร์มคอนเทนต์ความบันเทิงและกีฬา และการเงินดิจิทัล พร้อมทั้งบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ไตรมาสแรกของปีบริษัทฯ ยังสามารถรักษาระดับผลการดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย

ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่: เติบโตจากฐานลูกค้าคุณภาพสูง บนโครงข่ายอัจฉริยะ 5G ครอบคลุมทั่วประเทศ

มีผู้ใช้บริการรวมอยู่ที่ 46.9 ล้านหมายเลข เพิ่มขึ้น 170,200 เลขหมายจากไตรมาส 4/2568 จากการมุ่งเน้นฐานลูกค้าคุณภาพสูง การขยายฐานลูกค้าในกลุ่มซิมโซลูชั่น และการบริหารจัดการการยกเลิกใช้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ บนโครงข่าย 5G ที่ครอบคลุมมากกว่า 95% ของประชากรไทยทั่วประเทศ ด้านผู้ใช้งาน 5G เพิ่มขึ้นเป็น 18.5 ล้านเลขหมาย เติบโตขึ้น 643,100  เลขหมายจากไตรมาส 4/2568 โดยรายได้ธุรกิจมือถือเติบโต 7.6% จากปีก่อน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านคุณภาพในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

ธุรกิจเน็ตบ้าน : ตอกย้ำผู้นำบรอดแบนด์ ด้วยนวัตกรรมเน็ตบ้านและประสบการณ์ดิจิทัลที่เหนือกว่า

มีจำนวนลูกค้าเน็ตบ้าน AIS 3BB FIBRE3 เติบโตขึ้น 63,400 ราย จากไตรมาส 4/2568 ทำให้มีผู้ใช้บริการรวมอยู่ที่ 5.3 ล้านราย สะท้อนความเชื่อมั่นในคุณภาพโครงข่ายและบริการดิจิทัลที่ยกระดับประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับทุกครัวเรือน อาทิ แพ็กเกจ Super FAST, แพ็กเกจ Home FibreLAN ควบคู่กับความแข็งแกร่งด้านคอนเทนต์ความบันเทิงและกีฬายอดนิยม เช่น EPL, Thai League, Bundesliga, NBA และ NFLโดยรายได้ธุรกิจเน็ตบ้านเติบโต 8.7% จากปีก่อน ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดบรอดแบนด์อย่างมั่นคง

ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร: พลิกโฉมภาคธุรกิจไทย ด้วยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโซลูชันอัจฉริยะ รองรับทุกการเชื่อมต่อ

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน รายได้จากการบริการลูกค้าองค์กรยังคงการเติบโตรายได้อยู่ที่ 1.7% จากปีก่อน โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากโครงข่ายเชื่อมต่อข้อมูล บริการโซลูชัน 5G และ ดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อรองรับความต้องการขององค์กรไทย พร้อมสนับสนุนการพัฒนาประเทศสู่การเป็น Sustainable Nation ด้วยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ครอบคลุมทุกการเชื่อมต่อเพื่อรองรับการลงทุน การขยายตัวของเทคโนโลยีระดับโลก และการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ในอนาคต

การลงทุนในธุรกิจใหม่: สร้าง New Growth Engine ต่อยอดคุณค่าดิจิทัล สู่ประสบการณ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

            เอไอเอสยังคงมุ่งลงทุนในธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคตและเพิ่มคุณค่าให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งธุรกิจรีเทลที่นำเสนอสินค้าไลฟ์สไตล์ดิจิทัลใหม่ ๆ อาทิ อุปกรณ์เสริม LINK UP ที่มีคุณภาพสูงตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ อุปกรณ์ Pet Tracker สำหรับกลุ่ม Pet Lover และแก็ดเจ็ตใหม่ๆ จากความร่วมมือกับพันธมิตรสอดรับกับเทรนด์ของผู้บริโภคยุคดิจิทัล ควบคู่กับการขยายธุรกิจความบันเทิง โดยล่าสุดได้จับมือกับพันธมิตรคอนเทนต์รูปแบบใหม่อย่าง “Verticaltainment” เพื่อมอบประสบการณ์ซีรีส์แนวตั้งที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ชมยุคดิจิทัล และสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ในระยะยาว  

สำหรับปีนี้ AIS ยังคงเดินหน้าลงทุนต่อเนื่องภายใต้กรอบเป้าหมายของงบลงทุน 30,000–35,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุกมิติ ผ่านการพัฒนาโครงข่าย 5G, การขยายบริการอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง และการพัฒนาโซลูชันการเชื่อมต่อสำหรับลูกค้าองค์กร ควบคู่กับการร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกเพื่อขับเคลื่อนการเป็น AI Ecosystem สู่การวางรากฐานระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัย และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยอย่างยั่งยืน

AIS จัดแคมเปญรับเปิดเทอม “Back to School 2026” มัดรวมแพ็กเกจโซลูชัน AI–ดีลคุ้มช่วยลดภาระผู้ปกครอง หนุนมาตรการรัฐลดภาระค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอม

0

AIS จัดแคมเปญรับเทศกาลเปิดเทอม “AIS Back to School 2026” นำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของเยาวชนไทย ควบคู่กับการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม โดยมุ่งยกระดับ “นิเวศแห่งการเรียนรู้” ให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น จากโครงข่ายอินเทอร์เน็ตสู่การผสานเครื่องมืออัจฉริยะและสิทธิประโยชน์ที่ใช้งานได้จริง เพื่อเสริมศักยภาพเยาวชนในยุคดิจิทัล ด้วยการนำเทคโนโลยี Generative AI มาช่วยขยายโอกาสและสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา รวมถึงการเชื่อมสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ทั้งอาหารและการเดินทาง เข้ากับบริการดิจิทัลอย่างลงตัว เพื่อตอบโจทย์กลุ่มวัยทีนได้อย่างครบถ้วน ประกอบด้วย

  • AI Learning – ยกระดับการเรียนรู้ด้วย Generative AI สำหรับลูกค้าวัยทีนอายุ 17-24 ปี ที่ใช้ AIS แพ็กเกจรายเดือน รับสิทธิ์ใช้ Alisa AI Premium ฟรี 3 เดือน จากนั้นจ่ายในราคาพิเศษ 220 บาท/เดือน (ปกติ 420 บาท/เดือน) ตั้งแต่วันนี้ – 17 พฤศจิกายน 2569 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://m.ais.co.th/YyHyAMBOiE
  • Lifestyle – เติมเต็มชีวิตประจำวัน ลดค่าใช้จ่าย สำหรับลูกค้าวัยทีนอายุ 17-24 ที่ใช้ ZEED 5G Sim หรือ แพ็กเกจ ZEED 5G รายเดือน รับสิทธิ์ใช้งาน GrabUnlimited ฟรี สูงสุด 12 เดือน ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2569 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://m.ais.co.th/DeHDPA8JT8
  • Device & Sim Deal – เข้าถึงอุปกรณ์อัจฉริยะและซิมการ์ดในราคาคุ้มค่า
    • ลูกค้า AIS ใช้ AIS Points 10 คะแนน แลกรับสิทธิ์ซื้อมือถือหรือแท็บเล็ตราคาพิเศษ ที่ AIS Shop, AIS Telewiz, และ AIS Online Store ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://m.ais.co.th/3bHelm8yH8
    • โปรโมชัน มือถือ และแท็บเล็ตพร้อมแพ็กเกจในราคาสุดคุ้ม รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://m.ais.co.th/WxHQ7MMwiB
    • รับโค้ดส่วนค่าซิมเน็ตพิเศษ สูงสุด 300 บาท เมื่อซื้อซิมเน็ตรายปีผ่านช่องทาง เว็บไซต์ AIS Online Store ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 69 – 31 พ.ค. 69 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://m.ais.co.th/GAHP0xx3CP
  • Early Learning – เสริมทักษะตั้งแต่วัยเด็ก สำหรับกลุ่มเด็กเล็ก AIS สนับสนุนการเรียนรู้ภาษาอังกฤษผ่านความร่วมมือกับ PalFish มอบส่วนลดคอร์สเรียนพิเศษ ผ่าน Kiddy Package แพ็กเกจสำหรับคุณหนู เพียงร่วมกิจกรรมบน Facebook ตั้งแต่วันนี้ – 20 พฤษภาคม 2569 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ AIS Facebook Page
  • Spiritual – เสริมพลังสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ ซิมเบอร์มงคล “พลังปัญญา” ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมด้านการเรียนรู้ ความจำ และสมาธิ ราคาพิเศษ 99 บาท พร้อมแพ็กเกจรายเดือนเริ่มต้น 299 บาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://m.ais.co.th/gaHxd6PQh3

นอกจากนี้ AIS ยังได้เข้าร่วมงาน “Back to School 2026 เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า” ภายใต้โครงการ
“ไทยช่วยไทย” จัดโดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ทุกดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของเยาวชนไทย พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม

เบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าพรีเพด AIS

นางเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าพรีเพด AIS กล่าวว่า “ช่วงเปิดเทอมเป็นช่วงที่หลายครอบครัวมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น AIS ในฐานะผู้นำด้านดิจิทัลเทคโนโลยี จึงมุ่งช่วยทั้งด้านการเรียนและการใช้ชีวิต ด้วยการรวมสิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร มากกว่าการให้บริการอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว เพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครองได้รับประโยชน์อย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน Gen Z นักเรียน และนักศึกษา ที่มองหาเครื่องมือช่วยเรียนและไลฟ์สไตล์ที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน นอกจากนี้เรายังนำ Alisa AI หรือ Generative AI สัญชาติไทย มาเป็นหัวใจหลักของแคมเปญด้านการศึกษา เพื่อตอกย้ำบทบาทผู้นำอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทย พร้อมยกระดับสู่ Digital Life Ecosystem ในระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย”

ตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ ครบรอบ 4 ปี มุ่งผลักดันกลุ่มอุตสาหกรรม New Economy สู่ตลาดทุนไทยอย่างยั่งยืน ในงาน LiVEx Investor Day 2026

0

ตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) ดำเนินงานครบรอบ 4 ปี ตอกย้ำบทบาทสำคัญในการสร้างโอกาสการเติบโตแก่ผู้ประกอบการไทย ปี 2569 มุ่งส่งเสริมธุรกิจในกลุ่ม New Economy โดยร่วมกับพันธมิตรจัดงาน LiVEx Investor Day 2026” เวทีเชื่อมโยงวิสัยทัศน์ทางธุรกิจระหว่าง SMEs และ Startups กับผู้ลงทุนที่มีศักยภาพ ผ่านการนำเสนอแผนธุรกิจ (Business Pitching) ในรูปแบบ Non-Deal Roadshow เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเป็นระบบ ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ มีการจัดแสดงบูธแนะนำธุรกิจ 36 บูธ และเวทีนำเสนอแผนธุรกิจโดยผู้ประกอบการที่มีศักยภาพต่อผู้ลงทุน 12 บริษัท เพื่อสร้างโอกาสต่อยอดทางธุรกิจร่วมกัน

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ กล่าวว่า LiVEx มุ่งมั่นยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างมีมาตรฐาน โดยเห็นผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจนจากการที่ บมจ. เอ็ม เอ็ม เอ็ม แคปิตอล สามารถยกระดับการดำเนินงานและย้ายจาก LiVEx ไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ได้สำเร็จในปี 2568 สะท้อนถึงประสิทธิภาพของ LiVEx ในการเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งต่อธุรกิจให้เติบโตต่อไป สำหรับปี 2569 LiVEx มุ่งเน้นธุรกิจในกลุ่ม New Economy มากขึ้น โดยขณะนี้มีผู้ประกอบการในกลุ่มดังกล่าวหลายรายเริ่มเข้าสู่กระบวนการเตรียมความพร้อมเพื่อระดมทุนแล้ว ซึ่งครอบคลุมธุรกิจ New Economy ที่มีศักยภาพเติบโตและสอดรับ
เมกะเทรนด์โลก ประกอบด้วย ธุรกิจพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน (Green & Energy Tech) ธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์มและ Social Commerce ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Commerce) ธุรกิจเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ Software, Big Data, MarTech และ IT Outsourcing รวมถึงโซลูชันด้าน Internet of Things (IoT) และ Internet of Vehicles (IoV) ที่เข้ามายกระดับภาคโลจิสติกส์ สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของผู้ประกอบการไทยที่กำลังก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียวอย่างชัดเจน

ปัจจุบัน LiVEx มีหลักทรัพย์จดทะเบียน 10 บริษัท (ตั้งแต่ปี 2565 ถึงปัจจุบัน มีหลักทรัพย์จดทะเบียนรวม 11 บริษัท โดย 1 บริษัทได้ย้ายไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai เมื่อปี 2568) มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม 5,477.25 ล้านบาท และมูลค่าระดมทุนรวม 395 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 5 พฤษภาคม 2569) ทั้งนี้ LiVEx ยังคงให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานคุณภาพของ SMEs และ Startups ไทยอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการรักษาความหลากหลายของประเภทธุรกิจในตลาดทุน เพื่อสร้างทางเลือกที่ครอบคลุมและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนในระยะยาว


LiVEx เป็นตลาดหลักทรัพย์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การเติบโตของ SMEs และ Startups โดยเฉพาะ ภายใต้หลักการกำกับดูแลที่เหมาะสมกับ SMEs และ Startups ควบคู่กับการคุ้มครองผู้ลงทุน และการเปิดเผยข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ LiVEx กำหนดคุณสมบัติของผู้ลงทุนให้เป็นผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถรับความเสี่ยงได้ อาทิ ผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่ และผู้ลงทุนที่ผ่านการประเมินความรู้ความสามารถด้านการลงทุน เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะของบริษัทในตลาดที่อยู่ในช่วงเติบโต ผู้สนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.live-platforms.com/live-exchange

เมืองไทยประกันชีวิต ลุยมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 26 ขนทัพผลิตภัณฑ์เด่นและบริการโดนใจ ร่วมยกระดับการดูแลสุขภาพกาย-ใจ-การเงินภายใต้แนวคิด “Go Healthier with MTL”

0

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า  เมืองไทยประกันชีวิต คัดสรรผลิตภัณฑ์ บริการ และโปรโมชันเด่น พร้อมยกระดับการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพทางการเงิน ที่เหนือขึ้นไปอีกขั้น ภายใต้แนวคิด “Go Healthier with MTL” ตอบโจทย์ความต้องการในทุกช่วงของชีวิตตอกย้ำการเป็นคู่คิดที่ลูกค้าไว้วางใจทั้งเรื่องชีวิตและสุขภาพ ร่วมในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 26 “Money Expo 2026 Bangkok” ระหว่างวันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี  

โดยในพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย  นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์  ประธาน    จัดงานมหกรรมการเงิน Money Expo พร้อมด้วยนายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส      นางพิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสนายสหพล พลปัถพี รองกรรมการผู้จัดการ     บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ผู้บริหาร ตัวแทนนักวางแผนประกันชีวิต และที่ปรึกษาทางการเงิน ร่วมในพิธีเปิดบูธเมืองไทยประกันชีวิต

ภายในงาน บริษัทฯ ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ได้อย่างหลากหลาย ทั้งแบบประกันชีวิต สุขภาพ โรคร้ายแรง รวมถึงแบบประกันในกลุ่มตลอดชีพ กลุ่มควบการลงทุน กลุ่มสะสมทรัพย์ กลุ่มบำนาญ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ เลือกได้ตามไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณ พร้อมพบกับแบบประกันใหม่ล่าสุด ประกันสุขภาพเหมาจ่าย D Health  Lite และแบบประกันพิเศษ เมืองไทย แฮปปี้ เซฟเวอร์ พลัส (10/2)

พร้อมโปรโมชันจัดเต็มสำหรับลูกค้าที่ซื้อประกันภัย รวมถึงลูกค้าที่ชำระเบี้ยประกันภัยต่ออายุกรมธรรม์ภายในงาน  ซึ่งลูกค้าสามารถสอบถามรายละเอียดโปรโมชันได้ภายในบูธเมืองไทยประกันชีวิต และพบกับบริการด้าน          การวางแผนประกันชีวิตและความคุ้มครองสุขภาพที่ออกแบบได้ตามความต้องการ  โดยนักวางแผนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงิน  จากเมืองไทยประกันชีวิต #เมืองไทยประกันชีวิต #MuangThaiLife

แล้วพบกันที่ บูธเมืองไทยประกันชีวิต มหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 26 “Money Expo 2026 Bangkok” ระหว่างวันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี  

โปรสินเชื่อบ้านใหม่ เอาใจ First Jobber ‘สินเชื่อบ้านหลังแรก’ จากออมสิน ผ่อนต่ำล้านละ 2,500 บาท/เดือน สมัครวันนี้ – 30 ก.ย. 69

0

“อยากมีบ้านหลังแรก ตรงไปหาออมสินเลย! กับ สินเชื่อบ้านหลังแรก ผ่อนต่ำแค่ล้านละ 2,500 บาทต่อเดือน
สมัครเลยที่ https://to.gsb.or.th/1jzL1Yl

✨ ดอกเบี้ยคงที่ เริ่มต้น 1.99% ต่อปี (4 เดือนแรก)
✨ ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี 2.99% ต่อปี
✨ ผ่อนต่ำเริ่มต้น ปีแรก ล้านละ 2,500 บาทต่อเดือน
✨ สนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์สูงสุด 5,000 บาท (สำหรับวงเงินกู้ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป)

📌 ยื่นกู้ได้ตั้งแต่ 1 เม.ย. 69 – 30 ก.ย. 69 อนุมัติและจัดทำนิติกรรมสัญญา ภายใน 30 ต.ค. 69

⚠️ รู้ก่อนกู้…กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
⚠️ เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

AIS เปิดตัว “5G-ADVANCED” รายแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้ AI รวมพลังคลื่น 2CC-3CC สร้างมาตรฐานใหม่ความเร็วเหนือขีดจำกัด

0

ล้ำไปอีกขั้น! AIS ผู้นำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะของไทย ประกาศหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เปิดตัว “AIS 5G-ADVANCED” รายแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกระดับโครงข่าย 5G สู่มาตรฐานใหม่ของการเชื่อมต่ออัจฉริยะ อัปศักยภาพโครงข่ายด้วยเทคโนโลยี Downlink 3CC และ Uplink 2CC ครั้งแรก! ทำให้ทำงานได้รวดเร็ว แม่นยำ เต็มศักยภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านการดาวน์โหลด การอัปโหลด และการตอบสนองของโครงข่าย พร้อมรองรับการใช้งานดิจิทัลยุคถัดไป ก่อนก้าวสู่เทคโนโลยี 6G ในอนาคต โดยการยกระดับครั้งนี้เกิดจากการผสาน 3 พลังสำคัญ “Partnership + AI + Innovation” สู่การยกระดับมาตรฐานใหม่ “5G-ADVANCED” ผ่านเทคโนโลยี 5G SA Carrier Aggregation ที่รวมคลื่นความถี่หลายย่านเข้าด้วยกัน ทั้ง 3CC ที่ผสานผ่านคลื่น 700 MHz, 2100 MHz และ 2600 MHz และ 2CC ที่รวมคลื่น 700 MHz และ 2600 MHz เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้เหนือขึ้นอย่างชัดเจน

เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยเพิ่มความเร็ว Download สูงสุด 1.5 เท่า ผ่าน 5G SA Downlink 2CC/3CC และเพิ่มความเร็ว Upload สูงสุด 2 เท่า ผ่าน 5G SA Uplink 2CC พร้อมนำ AI เข้ามาบริหารจัดการความหนาแน่นของเครือข่ายแบบอัตโนมัติ หรือ Autonomous Network เพื่อให้โครงข่ายสามารถวิเคราะห์ ปรับตัว และรองรับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์

โดยปัจจุบัน 5G SA Downlink 3CC เปิดให้บริการแล้วในพื้นที่ สาทรและบางรัก พร้อมแผนขยายสู่พื้นที่สำคัญในกรุงเทพฯ และปริมณฑลภายในปี 2569 ขณะที่ 5G SA Downlink 2CC เปิดให้บริการแล้วในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และตัวเมืองทั่วประเทศ และ 5G SA Uplink 2CC เปิดให้บริการแล้วในพื้นที่ตัวเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งคาดว่าจะให้บริการในตัวเมืองทั่วประเทศในปี 2569

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าหน่วยธุรกิจงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ
เอไอเอส
 กล่าวว่า “พันธกิจสำคัญของ AIS คือการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศให้แข็งแกร่ง ทันสมัย และพร้อมรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะโครงข่ายมือถือ ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของการเชื่อมต่อ ที่เชื่อมโยงผู้คน ธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และบริการดิจิทัลต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน ดังนั้น การพัฒนาโครงข่ายในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มความเร็ว สัญญาณ หรือจำนวนสถานีฐาน แต่คือการสร้างขีดความสามารถใหม่ให้ประเทศ และส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกการใช้งาน

การเปิดตัว AIS 5G-ADVANCED ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของ AIS ในการยกระดับโครงข่าย 5G จากเครือข่ายเพื่อการเชื่อมต่อ ไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะที่พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาว ผ่านการผสาน 3 พลังหลัก ได้แก่ Partnership ความร่วมมือกับพันธมิตรดีไวซ์ระดับโลก, AI ที่เข้ามาเสริมศักยภาพการบริหารจัดการโครงข่ายอย่างชาญฉลาด และ Innovation การต่อยอดนวัตกรรมเครือข่ายอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของ Autonomous Network ในอนาคต

หัวใจของ AIS 5G-ADVANCED คือเทคโนโลยี Carrier Aggregation ทั้ง 2CC และ 3CC ที่รวมคลื่นความถี่หลายย่านเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้เหนือกว่าเดิม ทั้งด้านดาวน์โหลด อัปโหลด ความลื่นไหล ความเสถียร และการตอบสนองของเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นการรับชมวิดีโอความละเอียดสูง เล่นเกมออนไลน์ ไลฟ์สตรีม อัปโหลดคอนเทนต์ หรือทำงานผ่านคลาวด์ โดยลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ให้บริการและใช้อุปกรณ์ที่รองรับ จะสามารถสัมผัสประสบการณ์ที่เหนือขึ้นได้อย่างชัดเจน

นอกจากความเร็วและประสิทธิภาพของเครือข่าย AIS ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับความปลอดภัยในการใช้งานดิจิทัล ด้วยการนำ AI เข้ามาเสริมการดูแลลูกค้าผ่าน AIS SAFE CONNECT ที่สามารถแจ้งเตือนเบอร์ต้องสงสัยขณะโทร รวมถึงบริการแจ้งอุ่นใจ ตัดสายโจร*1185# และสายด่วน 1185 ที่ทำงานร่วมกับตำรวจในการรับแจ้งเบาะแสเบอร์ และ SMS ต้องสงสัยเพื่อนำไปสู่การบล็อก เพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างมั่นใจและอุ่นใจยิ่งขึ้น

ในฐานะผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ AIS ยังคงเดินหน้าขยายขีดความสามารถของเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านความเร็ว ความเสถียร ความปลอดภัย และความอัจฉริยะของโครงข่าย เพื่อรองรับบริการดิจิทัลรูปแบบใหม่สำหรับผู้บริโภค ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม พร้อมทำหน้าที่เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยอย่างยั่งยืน” นายวสิษฐ์ กล่าวสรุป

ทั้งนี้ สำหรับการใช้งาน AIS 5G-ADVANCED ลูกค้าสามารถสังเกตได้จากสัญลักษณ์ 5G+ บนมุมขวาของหน้าจอมือถือ ซึ่งสะท้อนว่ากำลังใช้งานบนเครือข่าย 5G ที่ได้รับการยกระดับไปอีกขั้น ทั้งด้านความเร็ว ความเสถียร และประสิทธิภาพ โดยการใช้งาน 5G+ จะขึ้นอยู่กับพื้นที่ให้บริการ คลื่นความถี่ที่รองรับ อุปกรณ์ของลูกค้า และแพ็กเกจที่เหมาะสม ทั้งนี้ ลูกค้าที่ใช้งานตามเงื่อนไขดังกล่าวจะสามารถสัมผัสประสบการณ์ 5G+ ได้โดยไม่ต้องสมัครแพ็กเกจเพิ่มเติม

การนำประเทศสู่ปฐมบทใหม่ของยุคโครงข่ายอัจฉริยะในครั้งนี้ ตอกย้ำบทบาทของ AIS ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับประเทศ หรือ National Digital Infrastructure ที่พร้อมยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลของคนไทย ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวสู่อนาคตอย่างแข็งแกร่ง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ AIS 5G-ADVANCED ได้ที่ https://www.ais.th/about-us/network-technology/5g-for-consumer/superior-trusted-network

ปลาอัลลิเกเตอร์คาร์ สัญญาณเตือนไทยจำเป็นต้องมีระบบจัดการพันธุ์ต่างถิ่นที่เข้มแข็งกว่าเดิม

0

กรณีพบปลาอัลลิเกเตอร์คาร์ในแหล่งน้ำธรรมชาติ สะท้อนช่องโหว่สำคัญของการจัดการชนิดพันธุ์ต่างถิ่นในไทย โดยเฉพาะสัตว์น้ำที่เข้ามาผ่านการเลี้ยง การค้า หรือการเพาะพันธุ์ แต่ไม่มีระบบติดตามย้อนกลับที่ชัดเจนตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง

กรณีพบ ปลาอัลลิเกเตอร์คาร์ หรือที่หลายคนเรียกว่า “ปลาจรเข้” อยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ กลายเป็นอีกสัญญาณเตือนสำคัญว่า ปัญหา ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับปลาชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น แต่สะท้อนรูปแบบซ้ำ ๆ ของสัตว์น้ำต่างถิ่นที่ถูกนำเข้ามาเลี้ยง เพาะพันธุ์ หรือซื้อขาย ก่อนหลุดรอด หรือถูกปล่อยลงสู่ธรรมชาติ

ข้อมูลจากกรณีที่พบปลาอัลลิเกเตอร์คาร์ระบุว่า ปลาชนิดนี้เป็นปลาต่างถิ่นที่ถูกนำเข้ามาเพื่อเลี้ยงในตู้ปลา ก่อนจะหลุดรอดหรือถูกปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ที่สำคัญ ลักษณะ “วงแหวนรอบตัวปลา” ถูกมองว่าเป็นหลักฐานช่วยยืนยันว่า ปลาน่าจะเคยถูกเพาะเลี้ยงในตู้ปลามาก่อน แต่กลับไม่มีบันทึกการนำเข้าที่ชัดเจน

ประเด็นนี้ทำให้คำถามสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่า “ปลาชนิดนี้มาจากไหน” แต่อยู่ที่ว่า ประเทศไทยมีระบบติดตามและควบคุมสัตว์น้ำต่างถิ่นที่เข้ามาในประเทศอย่างรัดกุมเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะกลุ่มที่เข้ามาผ่านการค้าปลาสวยงาม การเพาะเลี้ยง หรือการทดลอง ก่อนมีความเสี่ยงหลุดออกนอกระบบ

การแพร่กระจายของปลาต่างถิ่นไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่เกิดจากหลายช่องทางร่วมกัน หรือ multiple pathways ทั้งการนำเข้าเป็นปลาสวยงาม การเพาะเลี้ยง และการหลุดรอดหรือปล่อยสู่ธรรมชาติ กรณีนี้มีรูปแบบคล้ายกับบทเรียนจาก ปลาหมอคางดำ ซึ่งได้รับการบันทึกในหลายภูมิภาคของโลกก่อนการพบในประเทศไทย

หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า ประเทศต่างๆ พบปลาชนิดนี้ก่อนประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยในสหรัฐอเมริกา มีรายงานครั้งแรกตั้งแต่ปี 2515 ในฮาวาย และต่อมาที่ฟลอริดาปี 2523 ขณะที่ ฟิลิปปินส์ พบในธรรมชาติราวปี 2551 และมีรายงานทางวิชาการในปี 2558 ส่วน ไต้หวัน มีรายงานล่าสุดในปี 2569 และ มาเลเซีย แม้ยังไม่มีปีระบุชัด แต่พบในระบบนิเวศก่อนกรณีของไทย โดยมีรูปแบบการแพร่กระจายผ่านการนำเข้าเพื่อเพาะเลี้ยงหรือใช้ประโยชน์ทางพาณิชย์ ก่อนหลุดรอดจากระบบผลิตลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ สำหรับประเทศไทยมีการนำเข้าเพื่อการวิจัยในปี 2553 และเริ่มพบในธรรมชาติราวปี 2555 งานวิจัยนานาชาติระบุว่า การแพร่กระจายเกิดจาก 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การนำเข้าเป็นปลาสวยงาม (aquarium trade), การเพาะเลี้ยง (aquaculture) และการหลุดรอดหรือปล่อยสู่ธรรมชาติ (escape/release)

แต่ละประเทศมีรูปแบบเฉพาะของตนเอง โดยในสหรัฐอเมริกาและฟิลิปปินส์มีหลักฐานชัดว่ามีจุดเริ่มจากปลาสวยงามที่ถูกปล่อยหรือหลุดสู่ธรรมชาติ ขณะที่ประเทศไทยมีความซับซ้อนมากกว่า เนื่องจากเกี่ยวข้องทั้งการนำเข้าเพื่อวิจัย การค้า การส่งออก และความเป็นไปได้ของการเพาะเลี้ยงหรือการลักลอบนำเข้า ส่วนไต้หวัน มาเลเซีย และออสเตรเลีย มักเกี่ยวข้องกับระบบเพาะเลี้ยงและการหลุดจากฟาร์ม โดยภาพรวมไม่มีประเทศใดที่มีสาเหตุเดียว

อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์จากหลายประเทศยืนยันว่าสามารถควบคุมได้ หากมีมาตรการต่อเนื่อง เช่น การจับออกจากแหล่งน้ำ การห้ามเพาะเลี้ยง เคลื่อนย้าย หรือปล่อย การห้ามครอบครอง การเฝ้าระวัง และการให้ความรู้แก่ประชาชน อีกแนวทางหนึ่งคือการใช้ประโยชน์ โดยส่งเสริมให้บริโภคและแปรรูป ซึ่งถูกนำมาใช้ในบางประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ ที่นำมาบริโภคอย่างกว้างขวาง

กรณีพบปลาอัลลิเกเตอร์คาร์ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ไม่ใช่เพียงข่าวปลารูปร่างแปลกตา แต่เป็นสัญญาณเตือนว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีระบบจัดการชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่เข้มแข็งกว่าเดิม โดยเฉพาะสัตว์น้ำที่ถูกนำเข้ามาผ่านการเลี้ยง การค้า หรือการเพาะพันธุ์ แต่ไม่มีบันทึกการนำเข้าและการเคลื่อนย้ายที่ชัดเจน

ปรากฏการณ์ปลาต่างถิ่น เป็นปัญหาที่หลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยต้องจัดการบนพื้นฐานของความเข้าใจต้นตอ ช่องทางการแพร่ และมาตรการควบคุมอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้การจัดการมีประสิทธิภาพมากขึ้น ท้ายที่สุด การป้องกันตั้งแต่ต้นทางจึงสำคัญไม่แพ้การแก้ปัญหาปลายทาง และต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการไม่ปล่อยสัตว์น้ำลงสู่ธรรมชาติ และการใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์เป็นฐานในการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างรอบคอบและโปร่งใส เพื่อให้บริหารจัดการและการแก้ปัญหาของปลาชนิดเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามเป้าหมาย.

ชาวชลบุรีเฮ! CPF ขนทัพคาราวานลดค่าครองชีพ ลดสูงสุด 40% พร้อมศึกมวยมันส์สนั่นเมือง

0

จังหวัดชลบุรี ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF จัดมหกรรม “คาราวานซีพีเอฟ ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน” ประจำปี 2569 ระหว่างวันนี้ ถึง 8 พฤษภาคม ณ ลานหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงอาหารคุณภาพในราคาที่จับต้องได้ สะท้อนบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมดูแลคุณภาพชีวิต ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในระดับชุมชนอย่างยั่งยืน.

ภายในงาน CPF ยกทัพผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพ ครอบคลุมทั้งอาหารพร้อมรับประทาน อาหารสด อาหารแช่แข็ง ของทานเล่น และเครื่องดื่ม จากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ CP ห้าดาว เชสเตอร์ สตาร์คอฟฟี่ Food World แล ซีพี-เมจิ ที่สด สะอาด ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการ มาจำหน่ายในราคาพิเศษ ลดสูงสุด 40% มากกว่า 100 รายการ เฉพาะงานนี้.

นอกจากนี้ ยังมีโซน “ชิม–ช้อป–เพลิน” รวมเมนูอร่อยและสินค้า OTOP ของดีประจำจังหวัดชลบุรี เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น พร้อมร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทยผ่านกิจกรรมไฮไลต์ “CPF มวยมันส์ สนั่นโลก” ศึกชิงแชมป์ WBC ASIA รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท (115 ปอนด์) ระหว่าง “กุมารดอย เพชรอคาเดมี่” พบ “อาคิระ โฮชุยามะ” ในวันที่ 6 พฤษภาคม เวลา 16.00–18.00 น.ทั้งนี้ มหกรรม “คาราวานซีพีเอฟ ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน” เปิดให้เข้าร่วมฟรี เวลา 10.00–21.00 น. จนถึงวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ณ ลานหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี

สวมบทนักสืบ ตะลุยนิทรรศการ INVESTiGUARD

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง"  หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

สัปดาห์นี้ “คุณนายพารวย” ขอพูดถึงเรื่อง “ภัยหลอกลงทุน” ซึ่งเป็นภัยใกล้ตัวที่น่ากลัวมาก และสร้างความเสียหายที่ไม่เพียงแต่เป็นตัวเลขมหาศาลทางทรัพย์สินกว่า 3 หมื่นล้านบาท แต่ยังสร้างผลกระทบต่อความมั่นคงในชีวิตของผู้คนจำนวนมาก จนหลายครอบครัวถึงกับหมดเนื้อหมดตัวจากกลโกงของมิจฉาชีพที่ปรับตัวทันยุคสมัยอยู่ตลอดเวลา

ปัจจุบัน พวกมิจฉาชีพหลอกลงทุน ไม่ได้เลือกเหยื่อที่ความรู้หรืออาชีพเลย ใครๆ ก็มีสิทธิ์พลาดท่าได้ง่ายๆ คุณนายพารวยจึงอยากชวนทุกคนมา “อัปเกรด” ภูมิคุ้มกันตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น ด้วยการพาไปทำความรู้จักกับนิทรรศการพิเศษชุดใหม่ล่าสุดจาก “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” โดยพิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน INVESTORY ที่ชื่อว่า “INVESTiGUARD นักสืบกันโกง” ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อกลางสัปดาห์นี้เอง

นิทรรศการ INVESTiGUARD ออกแบบมาเป็น Interactive Self-Discovery Museum ที่ให้เราสวมวิญญาณนักสืบ เข้าไปเผชิญกับสถานการณ์จำลองจริงๆ เพื่อให้เราเข้าใจเล่ห์เหลี่ยมมิจฉาชีพภายใต้แนวคิด “ดีเกินจริง” (Too Good to be True) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกลโกงส่วนใหญ่ที่มักจะมาในรูปแบบของ “คนที่ดีเกินจริง”, “เรื่องที่ดีเกินจริง” และ “โอกาสที่ดีเกินจริง” ค่ะ

นิทรรศการนี้เค้าแบ่งเส้นทางการเรียนรู้เป็นบทเรียน (Lesson) ที่เข้มข้นและน่าติดตาม ให้เราค่อยๆ แกะรอยกลโกงผ่านบทเรียนต่างๆ เริ่มตั้งแต่ Lesson 1 ส่องความจริง รวบรวมข้อมูลที่น่าตกใจโลกของการลงทุน รู้แล้วไม่ตกเป็นเหยื่อรายต่อไป, Lesson 2 ส่อง 3 กลโกง พาไปเจาะลึกไม้ตายของมิจฉาชีพที่มักใช้แอบอ้างบุคคลหรือเรื่องราวมาล่อใจ, Lesson 3 เปิดโปงคดีหลอกลงทุน ไขความลับของ 3 กับดักลวงตาที่ทำให้เราตัดสินใจผิดพลาด, Lesson 4 ส่องสูตรโกง วิเคราะห์วิธีการที่มิจฉาชีพใช้บีบคั้นให้เราต้องรีบตัดสินใจแบบไม่มีสติ กับทริค “6 เอ๊ะ กันโกง” ในแต่ละสเต็ป เพื่อ ‘เอ๊ะ’ ให้ไวจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ

Lesson 5 สแกนจับโกง แกะรอยความเสี่ยง เรียนรู้วิธีสังเกตสิ่งผิดปกติและกลโกงหลอกลงทุนต่างๆ, Lesson 6 รับมือกลโกง รู้วิธีเช็กข้อมูลและแหล่งที่มาของแพลตฟอร์มการลงทุน ว่าเชื่อถือได้จริงหรือไม่, Lesson 7 รู้เลือก รู้เลิก วางเกราะป้องกันตัว วิธีตั้งรับและรับมือเมื่อรู้ตัวว่ากำลังถูกชักชวนด้วยเรื่องที่ไม่น่าไว้วางใจ, Lesson 8 เซฟโซนนักลงทุน วิเคราะห์และถอดบทเรียนจากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น เพื่อเห็นภาพชัดเจนว่ากลโกงเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างไรบ้าง  และปิดท้ายบทเรียนสำคัญด้วย Lesson 9 อาวุธกันโกง  ท่องคัมภีร์ป้องกันตัวให้ขึ้นใจกับคาถา “ไม่เชื่อ ไม่เข้ากลุ่ม ไม่โหลดแอป ไม่โอนเงิน” เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

เมื่อจบการเรียนรู้แต่ละบท เราจะได้รับแต้มและคำแนะนำว่าเราเป็น “ยอดนักสืบ” ระดับไหน และที่สำคัญคือจะได้รับรู้วิธีตรวจสอบแหล่งข้อมูลการลงทุนที่ถูกต้อง เพื่อให้เงินทุกบาททุกสตางค์ของคุณอยู่ในที่ที่ปลอดภัย ไม่ตกเป็นเหยื่อบัญชีม้าแน่นอนค่ะ

ชื่อนิทรรศการพิเศษ INVESTiGUARD ไม่ได้ตั้งมาเท่ๆ อย่างเดียว แต่เป็นการรวมคำว่า Investigate (สืบสวน) + Guard (ป้องกัน) และเมื่อแยกคำว่า Invest + I + Guard ก็สื่อความหมายที่ลึกซึ้งถึงตัวเรา (I) ที่ต้องเรียนรู้วิธีป้องกันตัวเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพค่ะ

นิทรรศการดีๆ แบบนี้ เปิดให้เข้าชมฟรี!ค่ะ ทุกวันอังคารถึงวันอาทิตย์ (หยุดวันจันทร์) เวลา 09:30 – 18:00 น. ที่พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน INVESTORY ชั้นใต้ดิน อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://INVESTORY.setgroup.or.th หรือโทร. 02-009-9000 ต่อ 3566

นอกจากการจัดนิทรรศการเตือนภัยหลอกลงทุนและให้ทุกคนรู้เท่าทันมิจฉาชีพแล้ว ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดช่องทางแจ้งเหตุ หากพบเห็นการแอบอ้างชื่อ โลโก้ ภาพผู้บริหารหรือพนักงานกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ นำไปหลอกลวงหรือชักชวนลงทุน สามารถแจ้งได้ที่ www.set.or.th/th/about/contact-us/fake-page-report  ซึ่งการช่วยกันสื่อสารและย้ำเตือน จะมีส่วนในการยกระดับความเชื่อมั่นในการลงทุน และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มุ่งสู่การเป็น The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities

“คุณนายพารวย” อยากให้ลองหาเวลาว่างไปชมกันนะคะ เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง แต่การ “ถูกหลอก” นั้นเป็นความเสี่ยงที่เราป้องกันได้ หากเรามีความรู้ที่เท่าทันค่ะ!

คุณนายพารวย

AIS Sport Academy เปิดตัวโปรเจกต์ใหญ่ “ปั้นนักพากย์ สร้างอาชีพ”เฟ้นหาเสียงบรรยายท้องถิ่นทั่วไทย เสริมทัพถ่ายทอดสดไทยลีก 3

0

AIS Sport Academy เดินหน้ายกระดับวงการกีฬาไทย ประกาศเปิดตัวโปรเจกต์ใหญ่ “ปั้นนักพากย์ สร้างอาชีพ” โอกาสครั้งสำคัญสำหรับผู้ที่มีใจรักการพากย์ฟุตบอลทั่วประเทศ ไม่จำกัดอายุและเพศ เพื่อเปลี่ยนเสียงของคุณให้เป็นอาชีพในฝัน จากการเป็นนักพากย์หน้าใหม่สู่การเป็นนักพากย์มืออาชีพ เพื่อเสริมทัพผู้บรรยายฟุตบอลไทยลีกในฤดูกาลหน้าผ่านทาง AIS PLAY

คุณสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “ในอุตสาหกรรมการถ่ายทอดสดฟุตบอล สามารถก่อให้เกิดอาชีพได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นช่างภาพ, รถถ่ายทอดสด, เจ้าหน้าที่ประจำสนามแข่งขัน หรืออีกหนึ่งบทบาทที่มีความสำคัญไม่แพ้กันก็คือนักพากย์ ที่จะนำความสนุกของฟุตบอลไปสู่ผู้ชม ดังนั้นโครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันพากย์ฟุตบอลในระดับภูมิภาคทั่วประเทศเพียงเท่านั้น แต่คือความมุ่งมั่นของเราในการผลักดันวงการกีฬาไทยในทุกด้าน เพื่อสานต่อวิสัยทัศน์ของ AIS SPORT ACADEMY ที่เรามุ่งขับเคลื่อนผ่าน 3 แกนหลักคือ “สร้างโอกาส เสริมความรู้ สู่มืออาชีพ”

โปรเจกต์การปั้นนักพากย์ในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำภารกิจในแกนของการผลักดันผู้คนสู่ความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง เราจึงเปิดโอกาสครั้งสำคัญให้กับทุกคนที่มีใจรัก โดยไม่จำกัดอายุหรือเพศ ขอเพียงมีความมั่นใจ เราเน้นการคัดเลือกเจาะลึกตามภูมิภาคจากคนในพื้นที่จริงๆ เพราะเราเชื่อว่า ‘นักพากย์ท้องถิ่น’ จะเป็นผู้ที่มีความเข้าใจและสามารถนำเสนออัตลักษณ์ประจำภาคได้อย่างมีเสน่ห์และแท้จริง เพื่อส่งต่อความสนุกของฟุตบอลไทยลีก 3 สู่ผู้ชมผ่าน AIS PLAY พร้อมกับยกระดับทักษะความสามารถนี้ ให้ก้าวไปสู่อาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน”

สำหรับกติกาการสมัครในรอบออดิชั่น ผู้สมัครจะต้องอัดคลิป Demo การพากย์ฟุตบอลไทยลีกในสไตล์ของตัวเอง ความยาวไม่เกิน 5 นาที อัพโหลดลงโซเชียลมีเดียส่วนตัว (Facebook, TikTok, Instagram หรือ YouTube) พร้อมตั้งค่าเป็นสาธารณะ ใส่แฮชแท็กโครงการ (#AISSPORTACADEMY, #ปั้นนักพากย์สร้างอาชีพ) ให้ครบถ้วน และกรอกใบสมัครผ่าน Google Form เพื่อยืนยันตัวตน ตั้งแต่วันที่ 1- 25 พฤษภาคม 2569

คณะกรรมการจะคัดเลือกผู้สมัครทางออนไลน์ให้เหลือผู้เข้ารอบในแต่ละภาค เพื่อเข้าสู่รอบ Final โดยจะมีกิจกรรมอบรมอย่างเข้มข้นกับนักพากย์มืออาชีพตัวจริง ก่อนลงสนามพากย์สดต่อหน้าคณะกรรมการ แบ่งออกเป็น 6 ภูมิภาค ดังนี้ ภาคตะวันออก , ภาคเหนือ , ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ , ภาคใต้ และกรุงเทพฯ ที่ AIS SIAM โดยจะได้นักพากย์ที่ผ่านรอบ Final ในแต่ละภาคจากทั่วประเทศ เข้าสู่การเป็นนักพากย์ฟุตบอลไทยแบบมืออาชีพต่อไป เตรียมเสียงของคุณให้พร้อม แล้วมาเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของฟุตบอลไทยไปกับ AIS Sport Academy ปั้นนักพากย์ สร้างอาชีพ! สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการได้ที่ AIS Academy, AIS PLAY SPORTS, AIS For Thais #ปั้นนักพากย์สร้างอาชีพ#AISACADEMY #AISPLAY#AISSPORTACADEMY