Home Blog Page 2

“ปลาเรดเทลแคทฟิช” หลักฐานชัด…การป้องกันสัตว์ต่างถิ่นของไทยยังหละหลวม

0

บรรยากาศความเงียบสงบของสายน้ำในเขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ปรากฏสัญญาณเตือนภัยทางชีวภาพที่สั่นสะเทือนวงการอนุรักษ์ เมื่อชาวประมงท้องถิ่นสามารถตกปลาขนาดมหึมาที่มีลักษณะแปลกแยกจากปลาพื้นเมืองของไทยอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ “ปลาเรดเทลแคทฟิช” (Redtail Catfish) ผู้ล่าอันดับต้น ๆ จากลุ่มน้ำอเมซอน ทวีปอเมริกาใต้ การปรากฏตัวของมันไม่ใช่เพียงเรื่องบังเอิญหรือความโชคดีของนักตกปลา แต่มันคือหลักฐานเชิงประจักษ์ของระบบการป้องกันสัตว์น้ำต่างถิ่นของประเทศไทยที่ไร้ความรัดกุมและเรื้อรังมานานหลายทศวรรษ

ปลาสวยงามในบ่อเลี้ยง … สู่ปลาเพชฌฆาตในแหล่งน้ำธรรมชาติ

ปลาเรดเทลแคทฟิชขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามด้วยหางสีแดงสดและรูปลักษณ์ที่สง่างาม แต่ภายใต้ความงามนั้น แฝงไปด้วยสัญชาตญาณนักล่าที่ดุร้าย มันสามารถเติบโตจนมีความยาวกว่า 1.5 เมตร และน้ำหนักพุ่งสูงถึง 100 กิโลกรัม เมื่อสัตว์น้ำเหล่านี้หลุดรอดเข้าสู่ระบบนิเวศเปิด ไม่ว่าจะด้วยความสุดวิสัยจากอุทกภัยหรือ การปล่อยทิ้งอย่างขาดความรับผิดชอบ พวกมันจะกลายเป็น “เอเลี่ยนสปีชีส์” ที่เข้าทำลายวงจรชีวิตของปลาเศรษฐกิจไทย เช่น ปลาไอ้อวบ หรือปลาลำดวน จนเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจการประมงคิดเป็นมูลค่ามหาศาล

เหรียญสองด้าน : ระเบียบปฏิบัติ vs การฉวยโอกาสทางกฎหมาย

หากพิจารณาถึงต้นตอของปัญหาจะพบความลักลั่นระหว่าง “กระบวนการนำเข้าที่ถูกกฎหมาย” และ “การลักลอบ” แม้กรมประมงจะมีมาตรการภายใต้ พ.ร.ก. การประมง 2558 มาตรา 65 ที่กำหนดให้ผู้ที่จะนำเข้าสัตว์น้ำต้องผ่านการประเมินความเสี่ยงทางชีวภาพ (IBC) และการกักกันโรคอย่างเข้มงวดนาน 30-60 วัน แต่ความเข้มงวดเหล่านี้กลับกลายเป็นแรงผลักดันให้กลุ่มผู้ค้าบางรายเลือกเส้นทางสายมืด

ด้านการพิจารณากระบวนการนำเข้าถูกกฎหมาย (White Market)กระบวนการลักลอบ (Black Market)
มาตรการตรวจสอบตรวจสอบ DNA และรับรองสุขภาพสัตว์น้ำโดยผู้เชี่ยวชาญซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทางหรือปลอมแปลงเอกสารผ่านช่องทางออนไลน์
การป้องกันการหลุดรอดบังคับใช้ระบบบ่อปิด / มีบทลงโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 2 ล้านบาทไร้ระบบควบคุม (100% Risk) มักพบการปล่อยทิ้งเมื่อสัตว์โตเกินขนาด
ตัวอย่างกรณีศึกษาการนำเข้าเพื่อการวิจัยหรือเพาะพันธุ์ภายใต้การกำกับของรัฐปิรันยา, ปลาหมอบัตเตอร์ ปลาหมอมายัน และล่าสุดคือเรดเทลแคทฟิช

จากข้อมูลทางสถิติของกรมประมงระบุว่า ประเทศไทยมีการขออนุญาตนำเข้าสัตว์น้ำต่างถิ่นอย่างถูกต้อง เฉลี่ยถึง 38.9 ตันต่อปี (ไม่มีตัวเลขของการลักลอบ) ส่วนใหญ่จะเป็นปลาสวยงาม และในจำนวนนั้นมีอย่างน้อย 8 ชนิดที่เป็นสายพันธุ์รุกรานรุนแรง เรียกได้ว่า ตัวเลข 38.9 ตันคือยอดภูเขาน้ำแข็งที่ปรากฏเหนือน้ำ  แต่ฐานภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ใต้พรมคือการลักลอบนำเข้าที่ไร้การควบคุม ซึ่งเป็นต้นตอที่แท้จริงของปัญหาเอเลี่ยนสปีชีส์ในปัจจุบัน ทั้ง ๆ ที่ประเทศเรามีกฎหมาย ปัญหาจึงอยู่ที่ “ประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย” และการติดตามผลที่ยังขาดความต่อเนื่อง

ยุทธศาสตร์เชิงรุก : เทคโนโลยีและจิตสำนึกแห่งอนาคต

คำถามที่ว่า “เมื่อไหร่จะป้องกันได้เสียที?” จะไม่พบคำตอบหากเรายังคงใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบเดิม ๆ ถึงเวลาแล้วที่ต้องนำนวัตกรรมมาร่วมเป็นเกราะป้องกัน

  1. AI-Driven Bio-Security: นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาช่วยตรวจวิเคราะห์ DNA ณ ด่านกักกันสัตว์น้ำ เพื่อคัดกรองสายพันธุ์ต้องห้ามได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว
  2. หน่วยปฏิบัติการพิเศษ : เสริมกำลังหน่วยพญานาคราชในการกวาดล้างตลาดออนไลน์และฟาร์มเพาะเลี้ยง
  3. การสร้างค่านิยมใหม่: รณรงค์ “หยุดปล่อยปลาสวยงาม” โดยเปลี่ยนจากการทำบุญด้วยการปล่อยสัตว์น้ำที่ไม่ใช่พันธุ์พื้นเมือง มาเป็นการอนุรักษ์เชิงสร้างสรรค์แทน

การปกป้องสายน้ำไทยไม่ใช่เพียงภาระของภาครัฐ แต่คือความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนในสังคม หากวันนี้เรายังนิ่งเฉยต่อปลาต่างถิ่นเพียงตัวเดียว ในอนาคตเราอาจไม่เหลือปลาพื้นเมืองไทยไว้ให้ลูกหลานได้รู้จักอีกเลย ดังนั้น การลงมือทำอย่างจริงจังในวันนี้ จึงเป็นทางออกเดียวที่ยั่งยืน.

AIS รุกต่างจังหวัด ขยายความคุ้มค่าผ่าน AIS Points จับมือร้านสะดวกซื้อท้องถิ่นทั่วไทย 2,400 สาขา มอบส่วนลด แลกง่าย ใช้ได้ใกล้บ้าน

0

AIS เดินหน้าสร้างประสบการณ์การใช้งาน AIS Points ให้เข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเติมเงินในต่างจังหวัด ผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายร้านสะดวกซื้อและร้านค้าท้องถิ่นกว่า 2,400 สาขาทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการแลกพอยท์ที่คุ้มค่าและใกล้ตัว ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้พอยท์เป็นส่วนลดในร้านค้าใกล้บ้านได้สะดวกยิ่งขึ้น และกระตุ้นการใช้งานพอยท์ในชีวิตประจำวันมากขึ้น

ลูกค้าเอไอเอสทั่วไทยสามารถใช้พอยท์แลกรับส่วนลดสูงสุด 20 บาท ที่ร้านสะดวกซื้อชั้นนำที่มีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ อย่าง Big C กว่า 1,810 สาขา และ Lawson 309 สาขา รวมถึงร้านค้าสะดวกซื้อท้องถิ่นทั่วทุกภูมิภาค ได้แก่ แจ่มฟ้า 24 สาขาในภาคเหนือ, ทวีกิจ 227 สาขา และ ยงสงวนเซฟแลนด์ 22 สาขาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ 34 สาขาในภาคใต้

โดยจากอินไซต์เชิงลึก พบว่า ลูกค้าเติมเงินให้ความสนใจกับการแลกพอยท์ในกลุ่มค่าโทร ค่าอินเทอร์เน็ต การลุ้นรางวัล และส่วนลดจากแบรนด์ที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ อาทิ คาเฟ่ อเมซอน, บาว คาเฟ่ และเต่าบิน ซึ่งสะท้อนว่า “ความสะดวกและความคุ้มค่า” คือปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจแลกพอยท์ จึงเป็นที่มาของการยกระดับประสบการณ์ความพิเศษเพิ่มขึ้นให้แก่ลูกค้าทั่วไทยในครั้งนี้

 สำหรับลูกค้าที่เปิดเบอร์ใหม่แบบเติมเงินและลงทะเบียนใช้งาน จะได้รับ AIS Points 10 คะแนน เพื่อนำไปแลกรับส่วนลดร้านค้าใกล้บ้าน ค่าโทร ค่าอินเทอร์เน็ต หรือร่วมกิจกรรมลุ้นรางวัล เพื่อสร้างประสบการณ์การแลกพอยท์ครั้งแรกและกระตุ้นการใช้งานอย่างต่อเนื่อง 

พร้อมกันนี้ AIS ยังจัดแคมเปญพิเศษ “AIS Online Deal” ต้อนรับซัมเมอร์ เมื่อซื้อสินค้าผ่าน AIS Online Store รับทันที AIS Points สูงสุด 100 คะแนน โดยซื้อซิมเติมเงินมูลค่า 500 บาทขึ้นไป รับ 100 คะแนน และซิมมูลค่าต่ำกว่า 500 บาท รับ 10 คะแนน ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มีนาคม 2569 เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าสามารถนำพอยท์ไปแลกรับความพิเศษได้มากขึ้นจากทุกแคมเปญของ AIS Points ได้อีกด้วย

เมืองไทยประกันชีวิต ขึ้นแท่น Official Insurance Partner การแข่งขันฟิตเนสระดับโลก BYD HYROX Bangkok ชวนคนไทยอัปเกรดสุขภาพสู่เวอร์ชันที่ดีที่สุด ภายใต้แนวคิด “Go Healthier with MTL”

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการดูแลสุขภาพ แบบองค์รวม ประกาศร่วมเป็น Official Insurance Partner ในการแข่งขัน BYD HYROX Bangkok งานแข่งขันฟิตเนสระดับโลกที่ผสมผสานการวิ่งและการออกกำลังกายแบบ Functional Training ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 20–22 มีนาคม 2569 นี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา (BITEC)

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เมืองไทยประกันชีวิตให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพของคนไทยในทุกมิติ ทั้งการดูแลเชิงป้องกัน การใช้ชีวิตอย่างสมดุล และการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น การร่วมเป็น Official Insurance Partner ในงาน HYROX Bangkok ครั้งนี้ จึงสะท้อนถึงความตั้งใจของบริษัทฯ ในการสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมการออกกำลังกายและการมีสุขภาพที่ดี พร้อมเชิญชวนทุกคนก้าวสู่การเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่แข็งแรงและมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นไปพร้อมกัน”

การสนับสนุนงานในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิตในการส่งเสริมให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพและการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “Go Healthier with MTL” ที่เชื่อว่า ทุกคนสามารถพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในทุกวัน โดยไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับใคร เพียงก้าวสู่เวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเองในแบบที่เป็น

HYROX (ไฮร็อกซ์) หรือที่รู้จักกันในนาม ‘The World Series of Fitness Racing’ ท้าทายขีดจำกัดของผู้เข้าแข่งขันด้วยรูปแบบการแข่งที่เข้มข้น ประกอบด้วยการวิ่งระยะทาง 1 กิโลเมตร สลับกับฐานออกกำลังกาย Functional Workout รวมทั้งหมด 8 ฐาน (รวมระยะทางวิ่ง 8 กิโลเมตร และ 8 ฐานออกกำลังกายทดสอบ) ซึ่งรวมถึงฐานไฮไลต์อย่าง SkiErg, Sled Push/Pull (ผลักและลากเลื่อนหนัก) และ Wall Balls ซึ่งเป็นบททดสอบทั้งความแข็งแรง ความอึด และความมุ่งมั่นของผู้เข้าแข่งขัน

ภายในงาน เมืองไทยประกันชีวิตยังได้จัด บูธกิจกรรมพิเศษ เพื่อดูแลและสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาและผู้เข้าร่วมงานอย่างครบวงจร โดยแบ่งเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่

· Recovery Zone พื้นที่สำหรับ Cool down เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวหลังการแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพ

· Motivation Zone มุมกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ ชวนทุกคนปลุกพลังใจและก้าวสู่เวอร์ชันที่ดีกว่าเดิม

· Insurance Zone พื้นที่ให้คำปรึกษาด้านการวางแผนประกันสุขภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกจังหวะของการใช้ชีวิต

ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์การแข่งขันฟิตเนสระดับโลก พร้อมร่วมกิจกรรมกับเมืองไทยประกันชีวิตได้ที่ บูธ MTL ภายในงาน BYD HYROX Bangkok ระหว่างวันที่ 20–22 มีนาคม 2569 นี้ ณ ไบเทค บางนา และสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขันได้ที่ https://hyroxthailand.com/th/event/hyrox-bangkok/

“เมืองไทยประกันชีวิตเชื่อมั่นว่า สุขภาพที่ดีคือรากฐานสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบนิเวศด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลลูกค้าในทุกช่วงของชีวิต ตั้งแต่การดูแลเชิงป้องกันไปจนถึงการดูแลเมื่อเจ็บป่วย พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการประกันสุขภาพที่อยู่เคียงข้างคนไทยในทุกจังหวะของการใช้ชีวิต” นายสาระ กล่าวสรุป

ตลาดหลักทรัพย์ฯ – ก.ล.ต. – สถานทูตออสเตรเลีย และ UN Women จัดกิจกรรม “Ring the Bell for Gender Equality 2026”

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย และองค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ (UN Women) จัดงานลั่นระฆังเพื่อความเสมอภาคประจำปีครั้งที่ 12 ในวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569 ณ ตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยปีนี้จัดงานภายใต้กรอบแนวคิด “ภาวะผู้นำของสตรีเพื่อเศรษฐกิจที่เป็นธรรมและมั่งคั่ง” หรือ “Women. Leadership. Action. For Just and Prosperous Economies”

เพื่อเน้นย้ำบทบาทของภาวะผู้นำสตรีและการลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม อันเป็นพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เป็นธรรมและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมี อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวต้อนรับ ขณะที่แอนเจลา แมคโดนัลด์ เอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย และพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ร่วมกล่าวถึงความสำคัญในบทบาทผู้นำสตรี พร้อมด้วยคริสทีน อาหรับ ผู้อำนวยการ UN Women ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ในฐานะผู้แทนประจำประเทศไทยเข้าร่วมงาน

AIS Academy ร่วมกับกระทรวง พม. จัดพิธีมอบถ้วยรางวัลพระราชทานฯ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ แก่ผู้ชนะเลิศการแข่งขันโครงการ JUMP Thailand Hackathon 2025

0

นายกันตพงศ์ รังสีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย (พม.) เป็นประธานในพิธีมอบถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมาร และ นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส เป็นผู้มอบประกาศนียบัตร ให้แก่ทีมผู้ชนะเลิศการแข่งขันโครงการ JUMP Thailand Hackathon 2025   การแข่งขันประชันไอเดียนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง ภายใต้โจทย์ “นวัตกรรมเทคโนโลยียุคปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ผู้สูงอายุและคนพิการสามารถมีงานทำและมีรายได้อย่างยั่งยืน”ซึ่งจัดขึ้นร่วมกับกระทรวง พม. โดยผู้ชนะได้แก่ ทีม Teletubbies จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จากผลงานนวัตกรรมที่ประยุกต์ใช้ระบบ IoT เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุทำงานด้านประมงได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยมีนางเตือนใจ คงสมบัติ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย (พม.) กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ณ ห้องประชุมประชาบดี อาคารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

JUMP Thailand Hackathon เป็นหนึ่งในโครงการภายใต้ AIS Academy ที่ผนึกกำลังกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดย กรมกิจการผู้สูงอายุ และ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นของเอไอเอสในการผลักดันคนรุ่นใหม่ให้ใช้ศักยภาพด้านดิจิทัลและความคิดสร้างสรรค์ พัฒนานวัตกรรม AI ที่ตอบโจทย์สังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้คนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม และสร้างผลกระทบเชิงบวกให้ประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับจดทะเบียน 14 DR ใหม่ อ้างอิงหุ้นชั้นนำในจีน-ฮ่องกง-ญี่ปุ่น ออกโดย INVX เริ่มซื้อขาย 17 มี.ค. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รับจดทะเบียนตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) 14 หลักทรัพย์ใหม่ อ้างอิงหุ้นชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น (SZSE) ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX) และตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (TSE) ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (INVX) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย 17 มีนาคม 2569

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจตลาดที่จดทะเบียน
NAURA23NAURA Technology Group Co., Ltd. (002371)ผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำของจีน ครอบคลุมเครื่องจักรหลักในกระบวนการผลิตชิป โดยเป็นหนึ่งใน “Platform Leader” ของอุตสาหกรรมSZSE
BIREN23Shanghai Biren Technology Co., Ltd. (6082)บริษัทออกแบบชิป AI ของจีน ที่มุ่งพัฒนา General-purpose GPU สำหรับงานประมวลผลขั้นสูง เช่น AI Training, AI Inference และ High Performance Computing (HPC)HKEX
CHMOBILE23China Mobile Limited (0941)บริษัทโทรคมนาคมชั้นนำ ให้บริการครบวงจรทั้ง เครือข่าย บรอดแบนด์ คลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และโซลูชั่นดิจิทัล สำหรับภาคธุรกิจและภาครัฐHKEX
GANFENG23Ganfeng Lithium Group Co., Ltd. (1772)ผู้ผลิตลิเธียมรายใหญ่แบบครบวงจร ตั้งแต่เหมืองต้นนํ้า แปรรูป ไปจนถึงแบตเตอรี่และรีไซเคิล โดยเป็นซัพพลายเออร์หลักในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์HKEX
GDS23GDS Holdings Limited (9698)ผู้ให้บริการ Data Center แบบ Carrier-neutral ชั้นนำของจีน ที่มุ่งเน้นลูกค้ากลุ่ม Hyperscale Cloud, Internet Platform และ AI Workload โดยบริษัทกำลังขยายสู่แพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานระดับสากลHKEX
GIGA23GigaDevice Semiconductor Inc. (3986)บริษัทออกแบบชิป (Fabless IC Design) ชั้นนำของจีน โดดเด่นในกลุ่มหน่วยความจำเฉพาะทาง (NOR Flash, Specialty DRAM) และ MCU สำหรับอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรม และยานยนต์HKEX
MEITUAN23Meituan (3690)บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีน ให้บริการแพลตฟอร์มจัดส่งอาหารและสินค้า รวมถึงบริการด้านไลฟ์สไตล์ เช่น จองโรงแรมและท่องเที่ยว โดยเชื่อมต่อผู้ใช้งานเข้ากับร้านค้าและผู้ให้บริการHKEX
TENCENT23Tencent Holdings Ltd. (0700)บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของจีน พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลครบวงจร ครอบคลุมโซเชียลมีเดีย เกม โฆษณา ชำระเงิน คลาวด์ และโซลูชันองค์กร โดยมี WeChat เป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงการสื่อสาร ความบันเทิง และธุรกรรมHKEX
ZAI23Knowledge Atlas Technology Joint Stock Co., Ltd. (2513)ผู้พัฒนา Generative AI และ Large Language Model (LLM) ชั้นนำของจีน ให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม Model-as-a-Service (MaaS) มีลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่และหน่วยงานภาครัฐHKEX
 ZIJIN23Zijin Mining Group Co., Ltd. (2899)    ผู้ผลิตทองแดงและทองคำรายใหญ่ และขยายสู่ธุรกิจลิเทียม เพื่อรองรับตลาดแบตเตอรี่และพลังงานสะอาด โดยบริษัทดำเนินธุรกิจตั้งแต่การสำรวจ ขุดเจาะ ไปจนถึงการแปรรูปโลหะในหลายภูมิภาคทั่วโลกHKEX
ASICS23ASICS Corporation (7936)บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรองเท้าและสินค้าด้านกีฬาชั้นนำ  ภายใต้แบรนด์ ASICS และ Onitsuka TigerTSE
FANUC23Fanuc Corporation (6954)ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบอัตโนมัติในภาคอุตสาหกรรม โดยเป็นผู้นำตลาดระบบควบคุมเครื่องจักร (CNC) และหุ่นยนต์แขนกลที่มีความแม่นยำสูงTSE
KIOXIA23Kioxia Holdings Corporation (285A)ผู้ผลิต NAND Flash Memory รายใหญ่ และมีความสำคัญในอุตสาหกรรมหน่วยความจำ สำหรับ Data Center, Enterprise SSD และ AI InfrastructureTSE
MUFG23Mitsubishi UFJ Financial Group, Inc. (8306)กลุ่มสถาบันการเงินชั้นนำของญี่ปุ่น ให้บริการครบวงจร ทั้งธนาคารพาณิชย์ บริหารสินทรัพย์ และธนาคารเพื่อการลงทุน โดยมีเครือข่ายครอบคลุมเอเชีย ยุโรป และอเมริกาTSE

ผู้สนใจศึกษารายละเอียด 14 DR ใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th หรือบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์คือ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด www.innovestx.co.th หรือศึกษาผลิตภัณฑ์ DR เพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/dr

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับ IAA สร้างบุคลากรวิชาชีพด้วยหลักสูตร CISA ยกระดับความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย

0

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ท่ามกลางความท้าทายในโลกการเงินที่ซับซ้อนในปัจจุบัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรวิชาชีพ เสริมความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรม รวมทั้งสนับสนุนการลงทุนอย่างมีคุณภาพ สู่การยกระดับความเชื่อมั่นและสร้างความโปร่งใสให้กับตลาดทุนไทย สอดคล้องวิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” โดยเสริมศักยภาพผู้ร่วมตลาด (Empowering Market Participants) สู่การเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืนซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญ (priorities) ของตลาดหลักทรัพย์ฯ

ล่าสุด ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) จัดพิธีมอบวุฒิบัตร “CISA Certificate Awarding Ceremony 2026” เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 เพื่อเชิดชูเกียรติและแสดงความยินดีกับผู้ที่ผ่านการทดสอบหลักสูตร CISA ปี 2568 รวมทั้งสิ้น 208 คน พร้อมกันนี้ ได้มอบรางวัล CISA Achievement Award แก่นายณาศิส ประเสริฐสกุล ผู้ประกอบวิชาชีพที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์และสร้างคุณูปการต่อตลาดทุนไทย

นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) กล่าวว่า แม้เทคโนโลยี AI จะประมวลผลข้อมูลได้รวดเร็ว แต่อาจเพิ่มความเสี่ยงให้กับผู้ลงทุนได้ บทบาทผู้ประกอบวิชาชีพด้านการวิเคราะห์การลงทุนจึงมีความสำคัญ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) จึงมุ่งผลักดันหลักสูตร CISA สู่มาตรฐานสากล เพื่อสร้างบุคลากรที่มีทั้งความรู้ กระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ และจริยธรรมวิชาชีพที่เข้มแข็ง การผ่านหลักสูตร CISA ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพในการทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลและให้คำแนะนำอย่างมีความรับผิดชอบ สู่การยกระดับวิชาชีพและสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดทุน

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ IAA ได้ร่วมกันดูแลมาตรฐานของหลักสูตรและคุณวุฒิ CISA อย่างเข้มข้น ปัจจุบันมีผู้ผ่านการทดสอบกว่า 3,590 คน อีกทั้งยังเดินหน้าขยายผลสู่ภาคการศึกษา รวมถึง ต่อยอดสู่การเป็นศูนย์ทดสอบ CISA ระดับภูมิภาค เพื่อร่วมมือกันพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดทุนไทยอย่างต่อเนื่อง
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร CISA ที่ www.set.or.th/cisa

ตลาดหลักทรัพย์ฯ x กทม. ขยายผลโครงการ”ไม่เทรวม” สู่สมาชิกเครือข่าย Climate Care Platform

0

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 69 ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้จัดงาน Climate Care Talk : รู้ทันมาตรการจัดการขยะ “โครงการไม่เทรวม” ของกรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนให้สมาชิกเครือข่าย Climate Care Platform ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานคร (กทม.) รวมถึงมาตรการจัดการขยะ “โครงการไม่เทรวม” ของ กทม. เพื่อร่วมกันบริหารจัดการขยะและของเสียขององค์กรสมาชิกให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายลดปริมาณขยะที่นำส่งให้ กทม. ไปจัดการฝังกลบให้เหลือน้อยที่สุด โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม สู่การเป็นเมืองแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน” พร้อมด้วย นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมบรรยายเพื่อชี้แจงเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ “โครงการไม่เทรวม” ของ กทม. ด้วย ทั้งนี้ นายรองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกฎหมายและบริหารความเสี่ยงองค์กร ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ให้การต้อนรับผู้บริหาร กทม. ทั้ง 2 ท่านที่ได้ร่วมงานดังกล่าว

ปัจจุบัน Climate Care Platform มีเครือข่ายสมาชิกกว่า 1,000 องค์กร โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา สามารถร่วมกันคัดแยกและบริหารจัดการขยะได้มากกว่า 14,000 ตัน ส่งผลให้ลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 20,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยองค์กรที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกได้ที่ https://climatecare.setgroup.or.th/

เมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม มอบกระเป๋าเวชภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อบริการผู้มาใช้ลานกีฬาในชุมชนเขตห้วยขวาง

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม มอบกระเป๋าเวชภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้แก่สำนักงานเขตห้วยขวาง เพื่อใช้สำหรับปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่ประชาชนที่มาใช้บริการลานกีฬาในชุมชนพื้นที่เขตห้วยขวาง อันเป็นการสนับสนุนความปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้แก่คนในชุมชน กระเป๋าเวชภัณฑ์ดังกล่าวจะนำไปใช้ประโยชน์ ณ ลานกีฬาชุมชนบึงพระรามเก้า และ สวนสมเด็จสราญราษฎร์มณีรมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับการออกกำลังกายและทำกิจกรรมของประชาชนในพื้นที่

ในโอกาสนี้นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้มอบหมายให้ นายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นางพิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ รองประธานกรรมการ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม เป็นผู้มอบให้แก่ นายสุชาติ คำภาพงษ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม สำนักงานเขตห้วยขวาง งานจัดขึ้น ณ เมืองไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่

ทิ้งชีวิตต่างแดน กลับเชียงใหม่เลี้ยงหมู ทางเลือกที่มั่นคงของ “ศิริรัตน์ ยั่งยืน”

0

หลายคนเดินทางไปต่างประเทศเพื่อค้นหาความสำเร็จในชีวิต แต่สำหรับ “ศิริรัตน์ ยั่งยืน” และสามี “ยุระนันท์ สีก่ำ” การใช้ชีวิตกว่า 5 ปีในออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา กลับทำให้พวกเขาค้นพบว่า สิ่งที่ตามหามาตลอดอาจไม่ได้อยู่ไกลถึงต่างแดน หากแต่อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด นั่นคือ “บ้าน”

ศิริรัตน์และสามี ใช้ชีวิตในต่างแดนทั้งเรียนและทำงานไปพร้อมกัน ก่อนตัดสินใจกลับประเทศไทย และเริ่มต้นเส้นทางใหม่ในอาชีพเกษตรกรเลี้ยงหมูขุนที่จังหวัดเชียงใหม่ ตามคำชวนของพ่อ “อินทรัตน์ ยั่งยืน” และน้องสาว “ศิริลักษณ์ ยั่งยืน” ซึ่งทำฟาร์มหมูขุนร่วมกับซีพีเอฟอยู่ก่อนแล้ว

สิ่งที่ทำให้เธอตัดสินใจไม่ใช่เพียงเพราะครอบครัว แต่เพราะเห็นตัวอย่างความสำเร็จจากฟาร์มของพ่อ ทั้งรายได้ที่สม่ำเสมอ และการมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

ปี 2564 ศิริรัตน์เริ่มต้นสร้าง “ศิริรัตน์ฟาร์ม” เลี้ยงหมูขุนกับซีพีเอฟ จำนวน 2 โรงเรือน ความจุ 1,700 ตัว โดยในช่วงแรกมีน้องสาวช่วยดูแลด้านเทคนิคการเลี้ยง ส่วนศิริรัตน์รับผิดชอบงานบริหารทั้งหมด ตั้งแต่บัญชี การจัดการฟาร์ม ไปจนถึงการวางแผนการเลี้ยงในแต่ละรุ่น

ผลลัพธ์ของการเลี้ยงสองรุ่นแรกเป็นไปตามเป้าหมาย ทำให้มั่นใจที่จะขยายกิจการ ด้วยการซื้อฟาร์มข้างเคียง เลี้ยงหมูเพิ่มอีก 850 ตัว พร้อมทั้งพัฒนาฟาร์มเข้าสู่ระบบ Smart Farm เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการในอนาคต

ศิริรัตน์เล่าว่า คำพูดของน้องสาวประโยคหนึ่งที่ทำให้เธอมั่นใจในเส้นทางนี้และกล้าลงทุนเพิ่ม คือ “ซีพีเอฟไม่ปล่อยให้เกษตรกรลำบาก”

คำพูดนั้นไม่ใช่เพียงความรู้สึก แต่เป็นสิ่งที่สัมผัสได้จากการทำงานจริง เพราะมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการเลี้ยง เทคโนโลยี และการบริหารต้นทุน ทำให้ผลผลิตดีขึ้น และสร้างรายได้ที่มั่นคง

สำหรับศิริรัตน์ ความร่วมมือระหว่างบริษัทกับเกษตรกรจึงไม่ใช่เพียงสัญญาทางธุรกิจ แต่เป็นความสัมพันธ์ระยะยาวที่เติบโตไปด้วยกัน เพราะเมื่อเกษตรกรอยู่ได้อย่างมั่นคง ห่วงโซ่การผลิตทั้งหมดก็แข็งแรงไปพร้อมกัน

วันนี้ “ศิริรัตน์ฟาร์ม” ไม่ได้เป็นเพียงฟาร์มเลี้ยงหมู แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความฝัน นั่นคือการได้ใช้ชีวิตอยู่ใกล้ครอบครัว มีอาชีพที่มั่นคง และสร้างอนาคตให้ลูกหลานบนผืนดินบ้านเกิดได้อย่างยั่งยืน.