Home Blog Page 2

ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับจดทะเบียน 13 DR ใหม่ อ้างอิงหลักทรัพย์ในฮ่องกงและสหรัฐฯ ออกโดย BLS เริ่มซื้อขาย 18 มิ.ย. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รับจดทะเบียนตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) 13 หลักทรัพย์ใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุนต่างประเทศที่หลากหลายและเข้าถึงง่ายแก่ผู้ลงทุนไทย โดย DR ชุดใหม่นี้อ้างอิงหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX) ตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (NASDAQ) และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) (BLS) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย 18 มิถุนายน 2569

DR ทั้ง 13 หลักทรัพย์นี้ ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงกองทุน ETF ตราสารหนี้ โดยมีรายละเอียดหลักทรัพย์อ้างอิง ดังนี้

1 DR ใหม่ อ้างอิงกองทุน ETF ที่จดทะเบียนใน HKEX ประกอบด้วย

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
BONDUS01Premia US Treasury Floating Rate ETF Acc (9078)กองทุน ETF บริหารโดย Premia Partners ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ประเภทอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย

11 DR ใหม่ อ้างอิงหุ้นที่จดทะเบียนใน NASDAQ ประกอบด้วย

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
ALAB01Astera Labs, Inc. (ALAB)บริษัทเทคโนโลยีที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเซมิคอนดักเตอร์และพัฒนาโซลูชันการเชื่อมต่อข้อมูลความเร็วสูง สำหรับ Data Center และ AI Infrastructure
AMAT01Applied Materials, Inc. (AMAT)บริษัทด้านเครื่องจักรและวัสดุในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ครอบคลุมหลายขั้นตอนสำคัญของกระบวนการผลิตชิป
ASTS01AST SpaceMobile, Inc. (ASTS)บริษัทเทคโนโลยีอวกาศและการสื่อสารโทรคมนาคม ที่พัฒนาเครือข่ายโทรศัพท์มือถือผ่านดาวเทียม เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตและสัญญาณมือถือครอบคลุมทั่วโลก โดยไม่ต้องใช้เสาสัญญาณภาคพื้นดิน
COIN01Coinbase Global, Inc. (COIN)บริษัทโครงสร้างพื้นฐานด้านสินทรัพย์ดิจิทัลที่เริ่มต้นจากแพลตฟอร์ม
ซื้อขายคริปโทสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย และขยายธุรกิจครอบคลุมสถาบันการเงิน
INTEL01Intel Corporation (INTC)บริษัทด้านการออกแบบและผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ครอบคลุมตั้งแต่ชิปสำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลไปจนถึง Data Center และ AI
KLAC01KLA Corporation (KLAC)บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์และบริการสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
ที่เชี่ยวชาญการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพในกระบวนการผลิตชิป
LITE01Lumentum Holdings Inc. (LITE)บริษัทด้านเทคโนโลยีโฟตอนิกส์และเลเซอร์ ผลิตอุปกรณ์แสงสำหรับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม Data Center และ AI
LRCX01Lam Research Corporation (LRCX)บริษัทด้านการออกแบบและผลิตเครื่องจักรสำหรับโรงงานผลิตชิป โดยเชี่ยวชาญการแกะสลักและการเคลือบฟิล์มบนแผ่นเวเฟอร์ (Etch & Deposition) ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ยุคใหม่
NBIS01Nebius Group N.V. (NBIS)บริษัทเทคโนโลยีให้บริการ AI Cloud และ GPU Infrastructure รองรับการพัฒนาและฝึกฝนโมเดล AI ขนาดใหญ่
RKLB01Rocket Lab Corporation (RKLB)บริษัทด้านอวกาศแบบครบวงจร ให้บริการตั้งแต่การปล่อยจรวด การออกแบบและผลิตยานอวกาศ ชิ้นส่วนยานอวกาศ และระบบสำหรับดาวเทียม
TER01Teradyne, Inc. (TER)บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ทดสอบอัตโนมัติสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงหุ่นยนต์อุตสาหกรรม

1 DR ใหม่ อ้างอิงหุ้นที่จดทะเบียนใน NYSE ประกอบด้วย

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
VRT01Vertiv Holdings Co (VRT)บริษัทด้านการออกแบบ ผลิต และให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญ อาทิ ระบบไฟฟ้า ระบบสำรองไฟ และระบบระบายความร้อน สำหรับ Data Center และ AI Infrastructure

ผู้สนใจศึกษารายละเอียด 13 DR ใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th หรือบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์คือ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) www.bualuang.co.th/dr หรือศึกษาผลิตภัณฑ์ DR เพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/dr

AIS ZEED 5G ปั้น 3 ครีเอเตอร์รุ่นใหม่ให้แจ้งเกิด พร้อมรับเงินรางวัล และทุนการศึกษารวมกว่า 200,000 บาท

0

AIS ZEED 5G เครือข่ายของคนรุ่นใหม่ที่พร้อมสนับสนุนทุกไลฟ์สไตล์และทุกแพสชันของวัยทีนไทย จุดประกายความฝันและปั้นครีเอเตอร์หน้าใหม่ให้ได้เฉิดฉายบนเวทีจริง จับมือ LIT ENTERTAINMENT ประกาศความสำเร็จของโครงการ ZEED UP Rookie Project โครงการเฟ้นหาครีเอเตอร์รุ่นใหม่ที่มีความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นสายร้องหรือสายเต้น อายุไม่เกิน 24 ปี เพื่อมอบโอกาสครั้งสำคัญในการก้าวสู่ประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมบันเทิง ล่าสุดประกาศผู้ชนะ 3 คนสุดท้าย พร้อมขึ้นแสดงบนเวที Debut Stage ร่วมกับศิลปินวง SNS จาก LIT ENTERTAINMENT ณ Lido Connect สะท้อนความตั้งใจของ AIS ZEED 5G ในการเป็นแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างคนรุ่นใหม่ ทั้งในโลกดิจิทัลและบนเวทีจริง พร้อมต่อยอดแพสชันและความฝันให้กลายเป็นโอกาสที่จับต้องได้

นางเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าพรีเพด AIS กล่าวว่า “AIS ในฐานะแบรนด์ที่อยู่ใกล้ชิดกับคนรุ่นใหม่มาโดยตลอด โดยเฉพาะ AIS ZEED 5G ที่มุ่งมั่นเป็นเครือข่ายของวัยทีน พร้อมสนับสนุนทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล เราเข้าใจดีว่าวันนี้เยาวชนไทยจำนวนมากมีความสามารถ มีความคิดสร้างสรรค์ และกล้าแสดงออกผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล แต่ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงประสบการณ์จริง การพัฒนาทักษะ และเครือข่ายที่จำเป็นต่อการเติบโตในอุตสาหกรรมบันเทิง ซึ่งมักมีต้นทุนและข้อจำกัดสำหรับเยาวชนจำนวนมาก จึงเป็นที่มาของการร่วมมือกับ LIT ENTERTAINMENT ในการจัดโครงการ #ZEEDUPROOKIEPROJECT เพื่อสร้างพื้นที่ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การเข้าร่วม Workshop กับผู้เชี่ยวชาญ การทดสอบความสามารถ ไปจนถึงการขึ้นแสดงบนเวทีจริงร่วมกับศิลปินมืออาชีพ ซึ่งเป็นประสบการณ์สำคัญที่สามารถต่อยอดสู่โอกาสในอนาคตได้”

ZEED UP Rookie Project คือการเฟ้นหา MEMBER ลับ วัย ZEED มา SHOW ON STAGE กับศิลปินวง SNS โดยเปิดโอกาสให้วัยทีนจากทุกเครือข่ายร่วมแสดงความสามารถผ่านการส่งคลิปคัฟเวอร์เพลงลงบนโซเชียลมีเดีย ก่อนเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกร่วมกับทีมงานมืออาชีพจากค่ายเพลง ผู้ผ่านเข้ารอบได้เข้าร่วม Workshop เพื่อฝึกฝนทักษะด้านการร้อง เต้น และการแสดงบนเวที ก่อนเข้าสู่การทดสอบความสามารถเพื่อคัดเลือกผู้ชนะ 3 คนสุดท้าย ซึ่งได้รับโอกาสขึ้นแสดงบนเวที Debut Stage ร่วมกับวง SNS จาก LIT ENTERTAINMENT พร้อมถ่ายทำ VDO Performance และรับเงินรางวัลคนละ 50,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีการมอบรางวัลพิเศษ AIS PICK AWARD ในรูปแบบทุนการศึกษา มูลค่า 50,000 บาท ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการซึ่งเป็นลูกค้า AIS ตามเงื่อนไขที่กำหนด

กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของ AIS ZEED 5G ในการสร้างพื้นที่แห่งโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพและต่อยอดความฝันผ่านประสบการณ์จริง โดย AIS ZEED 5G จะเดินหน้าสร้างสรรค์กิจกรรมและเวทีแห่งการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนวัยทีนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี สามารถติดตามกิจกรรมและแพ็กเกจเพื่อวัยทีนได้ที่ www.ais.th/zeed

AIS จัดโปรให้ AIS Points เพิ่ม 10 เท่า ต้อนรับการเปิดให้บริการ CLICX ธนาคารไร้สาขาแห่งแรกของไทย

0

AIS ผนึกกำลัง CLICX ออกโปรโมชั่นสุดคุ้ม ต้อนรับการให้บริการอย่างเป็นทางการของ  Virtual Bank ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขารายแรกของไทย ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง KTB, AIS และ OR โดยมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้ามือถือรายเดือน และเติมเงิน รวมถึงลูกค้าเน็ตบ้าน AIS Fibre3 รับ AIS Points เพิ่ม 10 เท่า เมื่อชำระบิล หรือเติมเงิน AIS ผ่านแอปพลิเคชัน CLICX หรือเลือกชำระผ่านธนาคาร CLICX บนแอปพลิเคชัน myAIS ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2569 โดยทุกยอดใช้จ่ายครบ 25 บาท จากเดิมรับ 1 คะแนน จะได้รับเพิ่มอีก 10 เท่าทันที สูงสุดไม่เกิน 100 คะแนนต่อหมายเลข และจำกัดสิทธิ์รวมทั้งแคมเปญ 10 ล้านพอยท์ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

ความร่วมมือครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอด Digital Financial Ecosystem ของ AIS เพื่อเชื่อมโยงบริการดิจิทัลและบริการทางการเงินเข้ากับชีวิตประจำวันของลูกค้าอย่างไร้รอยต่อ ผ่านกิจกรรมที่ลูกค้าคุ้นเคย ทั้งการจ่ายบิลมือถือ การชำระค่าบริการ และการเติมเงินมือถือ ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สะดวก คุ้มค่า และได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจาก AIS Ecosystem

ขณะเดียวกัน การเปิดให้บริการของ CLICX ยังถือเป็นพัฒนาการสำคัญของวงการการเงินไทย ที่ช่วยขยายโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ได้ง่ายขึ้น คล่องตัวขึ้น และสอดรับกับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล โดย AIS  พร้อมร่วมขับเคลื่อนประสบการณ์ทางการเงินดิจิทัลที่เข้าถึงง่าย เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้กับลูกค้าและสังคมไทย

สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน CLICX ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขารายแรกของไทย และแอป myAIS ได้แล้ววันนี้ ผ่าน Google Play สำหรับอุปกรณ์ระบบแอนดรอยด์ และผ่าน App Store สำหรับอุปกรณ์ระบบ iOS

SET in the City 2026

0

“คุณนายพารวย” มีข่าวมาบอกนักลงทุนและผู้สนใจเรื่องการเงินการลงทุนที่ถามถึงงาน SET in the City งานใหญ่ที่จัดเป็นประจำทุกปีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า สุดสัปดาห์นี้ วันที่ 20-21 มิถุนายน 2569 มหกรรมการลงทุนแห่งปี “SET in the City 2026” จะจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ โดยปีนี้จัดในคอนเซ็ปต์ “เทรนทุกก้าว ฟิตทุกสกิล” พร้อมรับมือความท้าทาย เพื่อทุกเป้าหมายการลงทุน

งานนี้บอกเลยว่าพลาดไม่ได้เด็ดขาด เพราะเค้ายกทัพองค์กรและผู้เชี่ยวชาญจาก 60 แห่ง มาให้คำปรึกษาแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ครบจบในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นหุ้นไทย หุ้นนอก พันธบัตร กองทุนรวม หรือทองคำ  ใครที่กำลังมองหาช่องทางให้เงินทำงาน หรืออยากเริ่มต้นจัดพอร์ตให้งอกเงยแต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ต้องมาเดินเที่ยวงาน งานเดียวได้ครบจบทุกเรื่องการลงทุน

ภายในงานพบกับ 5 เวทีสัมมนาสุดเข้มข้นกับ 50 หัวข้อที่อัปเดทเทรนด์ลงทุนและความรู้แบบจัดเต็ม  จากกูรู,นักวิเคราะห์, Wealth Coach กว่า 90 ชีวิต  ไฮไลต์ที่ไม่อยากให้พลาดคือ สัมมนาในวันเสาร์ที่ 20 มิ.ย.  กับหัวข้อ การเปิด Playbook ลงทุนให้รอดและเติบโต บริหารพอร์ตให้ปลอดภัยและสร้างกำไรระยะยาว มองเกมทองยุคทรัมป์ และการออกแบบแผนเกษียณที่ใช่ในแบบตัวเอง เทคนิคใช้ AI ให้ทันเกมการลงทุน และ หัวข้อสัมมนาในวันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย. เรื่อง โอกาสในตลาดทุนไทย ล็อกเป้าสร้าง Passive Income จากหุ้นปันผล จัดพอร์ตให้แพ้ยาก เปิดเกมลงทุนให้ทันเทรนด์โลก และโอกาสและมุมมองปีทองของตลาดหุ้นไทยจริงหรือ

และยังมี Mini Stage ให้อัปสปีดการเทรดด้วยกลยุทธ์และเครื่องมือจาก 24 โบรกเกอร์ชั้นนำ  กับอีก 3 เวที Workshop แบบเจาะลึกทั้ง “TFEX Workshop” เปลี่ยนมือใหม่สู่มือโปร ปั้นพอร์ต TFEX แบบ Step by Step “AI Empowered Investing Workshop” ใช้ AI วิเคราะห์หุ้นและกองทุน ทันเทรนด์ลงทุนยุคใหม่ และ “Retirement Planning Workshop” วางแผนพอร์ตเกษียณอย่างมั่นใจกับผู้เชี่ยวชาญ CFP®

ส่วนใครที่อยากไปลองสัมผัสประสบการณ์ลงทุนวิเศษๆ กับ แอป wiset  ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้ ก็สามารถมาลองใช้งานจริงๆ ได้ที่บูธของตลาดหลักทรัพย์ฯ  พร้อมกับอีก 60 บูธจากองค์การลงทุนชั้นนำที่มาคอยให้คำปรึกษา, วางแผนลงทุน และธุรกรรมต่างๆ 

นอกจากนี้ ผู้ไปร่วมงานยังจะได้รับข้อมูลพิเศษ “Stock & DR Highlight” และ “Broker Smart Prompt” ที่จัดทำขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ เอาไว้เป็นลายแทงกลับไปต่อยอดที่บ้านได้แบบฟรีๆ อีกด้วย สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ www.set.or.th/setinthecity เมื่อลงทะเบียนแล้วจะได้รับกระเป๋า #investnow ไปใช้กันฟรีๆ  แถมถ้ามีการทำธุรกรรมภายในงาน ยังมีของสมนาคุณและโปรโมชันพิเศษรออยู่อีกเพียบ  

วันหยุดสุดสัปดาห์นี้มาใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ “เพราะการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด คือการลงทุนในความรู้ของเราเองค่ะ”

คุณนายพารวย

SET ร่วมกับ แบงก์กรุงศรีฯ จัดสัมมนา “Journey to IPO: ยกระดับธุรกิจสู่การเติบโตที่ยั่งยืน”

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) จัดสัมมนา “Journey to IPO: ยกระดับธุรกิจสู่การเติบโตที่ยั่งยืน” เพื่อเสริมสร้างความรู้แก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับการใช้ตลาดทุนขับเคลื่อนธุรกิจ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองการส่งต่อธุรกิจครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่น โดยมี สรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด และ อำนวย จิรมหาโภคา รองผู้จัดการ รองหัวหน้าสายงานการตลาด ดูแลงานด้านผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมด้วย ดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SME ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธงชัย วาจาพัฒนา ผู้บริหารสายงานลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และสุทธิพงษ์ พูนเสริมลาภ ผู้บริหารฝ่ายที่ปรึกษาการเงินธุรกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดงาน เมื่อ 16 มิ.ย. 2569 ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยมีผู้ประกอบการร่วมงานกว่า 100 คน ร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

TFEX มุ่ง พัฒนาการซื้อขาย Options เตรียมเพิ่มเกณฑ์ Combination Order พร้อมเปิดตัวเครื่องมือ “Strategy Builder” ตอบโจทย์ผู้ลงทุนมากขึ้น

0

บมจ. ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) (TFEX) เดินหน้าพัฒนาสินค้าและเพิ่มสภาพคล่องการซื้อขายสำหรับสินค้า Options โดยเตรียมเพิ่มแนวทางการส่งคำสั่งแบบ Combination Order ซึ่งเป็นการรวมคำสั่งซื้อและคำสั่งขายเข้าไว้ด้วยกันในการส่งคำสั่งเพียงครั้งเดียว สำหรับสัญญา SET50 Options และ USD/THB Options เพื่อตอบสนองความต้องการและเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ลงทุนใน Options ให้สามารถสร้างกลยุทธ์การซื้อขาย หรือ Roll over สัญญาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เริ่มตั้งแต่ 22 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

พร้อมกันนี้ TFEX ได้ร่วมกับ Settrade พัฒนา “Strategy Builder” เครื่องมือซื้อขาย Options ที่ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถออกแบบกลยุทธ์การเทรดและบริหารพอร์ตได้อย่างคล่องตัว เพิ่มโอกาสทำกำไรและตอบโจทย์การบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงส่งคำสั่งแบบ Multi Order ได้ในคลิกเดียว สำหรับผู้สนใจสามารถทดลองใช้งาน Strategy Builder บน Streaming PC ได้ก่อนใคร ในงาน SET in the City 2026 วันที่ 20-21 มิถุนายน 2569 ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5

เปิดรายชื่อหุ้นใช้คำนวณดัชนีของตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วงครึ่งปีหลัง พ.ศ. 2569

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประกาศผลการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ใช้สำหรับการคำนวณดัชนี SET50 SET50FF* SET100 SET100FF* sSET SETCLMV SETESG SETHD และ SETWB ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 (1 กรกฎาคม – 31ธันวาคม 2569)

  • ดัชนี SET50/ SET50FF มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 4 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP)
    บมจ. มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) (MRDIYT) บมจ. ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) บมจ. การบินไทย
    (THAI)
  • ดัชนี SET100/ SET100FF มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 4 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ. มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย.
    โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) (MRDIYT) บมจ. การบินไทย (THAI) บมจ. ไทยคม (THCOM) บมจ. ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์
    แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP)
  • ดัชนี sSET มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 15 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ. เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (ASP)
    บมจ. ซีเค พาวเวอร์ (CKP) บมจ. จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) บมจ. เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (JMART)
    บมจ. อสมท (MCOT) บมจ. โมโน เน็กซ์ (MONO) บมจ. เอสไอเอสบี (SISB) บมจ. เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี
    โลจิสติกส์ (SJWD) บมจ. กลุ่มสมอทอง (SMO) บมจ. เอสพีซีจี (SPCG) บมจ. ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ (TITLE)
    บมจ. ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) บมจ. ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ (TPIPP) บมจ. เงินเทอร์โบ (TURBO) บมจ. ยูนิค
    เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (UNIQ)
  • ดัชนี SETCLMV มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 5 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ. เคซีจี คอร์ปอเรชั่น (KCG) บมจ.
    ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 (SCAP) บมจ. การบินไทย (THAI) บมจ. โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) บมจ.
    น้ำมันพืชไทย (TVO)
  • ดัชนี SETESG มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 5 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ. บีบีจีไอ (BBGI) บมจ.
    จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก (EASTW) บมจ. เคซีจี คอร์ปอเรชั่น (KCG) บมจ. ทีพีไอ โพลีน
    เพาเวอร์ (TPIPP) บมจ. ศรีวิชัยเวชวิวัฒน์ (VIH)
  • ดัชนี SETHD มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 3 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ. การบินกรุงเทพ (BA) บมจ. บัตรกรุงไทย
    (KTC) บมจ. ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) (TOA)
  • ดัชนี SETWB มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 3 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ. มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง
    (ประเทศไทย) (MRDIYT) บมจ. พริมา มารีน (PRM) บมจ. การบินไทย (THAI)

การทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ที่ใช้สำหรับคำนวณดัชนีดังกล่าวของตลาดหลักทรัพย์ฯ จะดำเนินการทุกครึ่งปี
และเป็นไปตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ได้กำหนดไว้ ทั้งนี้
การทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ในครั้งนี้ใช้ข้อมูลระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2569

ผู้สนใจสามารถติดตามรายชื่อหลักทรัพย์ทั้งหมดที่อยู่ในแต่ละดัชนีข้างต้น
รวมทั้งหลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์เพื่อเป็นองค์ประกอบของดัชนีและวิธีการคำนวณดัชนี
ได้ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ www.set.or.th

AIS SIAM ปลุกพลัง Gen C เปิดประสบการณ์ความบันเทิงแห่งอนาคต ดึง BUS ระเบิดความมันส์ลั่นสนาม ในงาน AIS 5G BATTLEVERSE

0

AIS เปิดสมรภูมิความสนุกครั้งยิ่งใหญ่ใจกลางสยาม เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ดิจิทัลและความบันเทิงของคนรุ่นใหม่ จัดงาน “AIS 5G BATTLEVERSE” ร่วมกับศิลปิน BUS because of you i shine ที่มาสร้างสีสันและเชื่อมต่อประสบการณ์กับแฟนคลับ BEUS อย่างใกล้ชิด ในรูปแบบความบันเทิงยุคใหม่ที่มากกว่าการชม แต่คือการมีส่วนร่วมแบบเรียลไทม์ บน AIS SIAM พื้นที่แห่งไลฟ์สไตล์และความคิดสร้างสรรค์ใจกลางเมือง ภายใต้แนวคิด “เร็วให้สุด แรงให้เต็ม แล้วมาปล่อยความมันส์ให้ลั่นสนาม” ที่สะท้อนตัวตนของคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตแบบเชื่อมต่อทุกมิติ ทั้ง Online และ On-ground

ภายในงาน AIS ผสานพลังของเครือข่ายอัจฉริยะ AIS 5G-ADVANCED รายแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกระดับโครงข่าย 5G สู่มาตรฐานใหม่ของการเชื่อมต่ออัจฉริยะ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับประสบการณ์ดิจิทัลยุคใหม่แบบไร้รอยต่อ ทั้งความเร็ว ความหน่วงต่ำ และความเสถียรขั้นสูง ยกระดับการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมงานให้ “มากกว่าการรับชม” แต่คือการ “เข้าไปอยู่ในประสบการณ์จริง”

โดยครั้งนี้ได้สร้างประสบการณ์ความบันเทิงรูปแบบใหม่ที่ผสาน Online และ On-ground เข้าด้วยกัน ผ่านการเชียร์ การเล่น กับศิลปิน BUS ทั้ง 2 ทีม Team Speedy Green และ Team Safe Pink แบบใกล้ชิดติดขอบสนาม และจัดเต็มทุกโมเมนต์ความฟินผ่าน Live Streaming บนจอภาพขนาดใหญ่ยักษ์ ด้วยศักยภาพของเครือข่าย AIS 5G-ADVANCED ที่ทำให้ทุกการเชื่อมต่อลื่นไหล ไม่มีสะดุด

AIS ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่คือแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนประสบการณ์ใหม่ของ Gen C ให้สนุก เชื่อมต่อ และใช้ชีวิตบนโลกอนาคตร่วมกัน สามารถติดตามกิจกรรมและประสบการณ์ครั้งต่อไปจาก AIS SIAM ได้ทางโซเชียลมีเดียของ AIS

โรงงานปลาป่นสมุทรสาคร ลุยซื้อปลาหมอคางดำต่อ หลังรับซื้อไปแล้วกว่า 6 แสนกก. ย้ำเกษตรกรหายห่วง จับได้มีตลาดรองรับแน่นอน

0

โรงงานปลาป่นศิริแสงอารำพี จังหวัดสมุทรสาคร เดินหน้ารับซื้อปลาหมอคางดำต่อเนื่องเป็นวันที่ 23 แล้ว นับตั้งแต่เริ่มเปิดรับซื้อเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เพื่อให้ชุมชนที่จับปลาหมอคางดำมีที่ขาย ล่าสุดรับซื้อปลาหมอคางดำจากเกษตรกรและชาวประมงแล้วกว่า 600,000 กิโลกรัม และยังคงเปิดรับซื้อปลาจากทั่วประเทศทุกวันในราคากิโลกรัมละ 10 บาท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการลดปริมาณปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำและบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร

นายปรีชา ศิริแสงอารำพี โรงงานปลาป่นศิริแสงอารำพี เปิดเผยว่า การรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อนำไปผลิตเป็นปลาป่น ถือเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยเกษตรกรนำปลาที่จับออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติและบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมีที่รับซื้อในราคาที่เหมาะสม ช่วยสร้างช่องทางระบายผลผลิต และเป็นแรงจูงใจให้ชุมชนและชาวประมงมีส่วนร่วมในการลดปริมาณปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง

ปรีชา ศิริแสงอารำพี โรงงานปลาป่นศิริแสงอารำพี

“ตลอด 22 วันที่ผ่านมา มีเกษตรกรและชาวประมงนำปลาหมอคางดำมาขายทุกวัน ทั้งจากจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะพื้นที่บางขุนเทียน รวมถึงจังหวัดเพชรบุรี รั และยังเปิดรับชื้อทุกวันในราคากิโลกรัมละ 10 บาท ช่วยให้การจับปลาออกจากแหล่งน้ำเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายปรีชากล่าว

ปัจจุบัน โรงงานรับซื้อปลาหมอคางดำแล้วกว่า 600,000 กิโลกรัม จากเป้าหมาย 1 ล้านกิโลกรัม และพร้อมเปิดรับซื้อต่อเนื่องหากยังมีปลาถูกจับมาจำหน่าย โดยผู้ที่นำปลามาขายเพียงแสดงบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน ขณะที่โรงงานจัดทำรายงานการรับซื้อส่งให้สำนักงานประมงจังหวัดเป็นประจำทุกวัน

ปลาหมอคางดำที่รับซื้อทั้งหมดจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการผลิตปลาป่นและวัตถุดิบอาหารสัตว์ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม โดยโรงงานมีกำลังการผลิตปลาป่นประมาณ 150,000 กิโลกรัมต่อวัน ช่วยเปลี่ยนปลาหมอคางดำให้มีราคา จากการมีตลาดรองรับ เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ พร้อมสนับสนุนการบริหารจัดการปลาหมอคางดำอย่างเป็นระบบ

นายปรีชากล่าวว่า การแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการจับปลาออกจากแหล่งน้ำ การนำไปใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม และการสร้างตลาดรองรับ เพื่อให้การบริหารจัดการเกิดผลอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในระยะยาว

“ทุกกิโลกรัมที่รับซื้อ หมายถึงปลาหมอคางดำที่ถูกนำออกจากแหล่งน้ำและเข้าสู่กระบวนการใช้ประโยชน์ ไม่กลับคืนสู่ระบบนิเวศ โรงงานจึงพร้อมเดินหน้ารับซื้ออย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำของประเทศ” นายปรีชากล่าว

มองต่างมุม… ปลาต่างถิ่นในไทย

0

บทความ โดย รวีร์ อัศวมิตร นักวิชาการอิสระ

เมื่อพูดถึงปลาต่างถิ่น หลายคนมักนึกถึงปลาหมอคางด่าเป็นอันดับแรก แต่ในความเป็นจริง แหล่งน้ำธรรมขาติของไทยมีปลาต่างถิ่นอีกหลายชนิดที่เข้ามาตั้งรกรากและขยายพันฐุ์มานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นปลาหมอมายัน​ ปลาหมอบัตเตอร์​ ปลาดุกแอฟริกัน​ ปลาซัคเกอร์รวมถึงปลาอื่น ๆ ที่เคยถูกน่าเข้ามาเพื่อการเพาะเลี้ยง เป็นปลาสวยงาม​ หรือหลุดรอดลงสู่ธรรมชาติในข่วงเวลาต่างๆ

ที่น่าสนใจคือ ปลาต่างถิ่นหลายชนิดในอดีตเคยถูกมองว่าเบินปัญหาไม่ต่างจากปลาหมอคางดำ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนกลับเรียนรู้จะอยู่ร่วมกับสถานการณ์และนำปลาเหล่านั้นมาใช้ประโยขน์ โดยเฉพาะการนํามาประกอบอาหาร จนกลายเปินทรัพยากรอาหารของชุมชนในหลายพื้นที่

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ ปลาหมอมายัน และ ปลาหมอบัตเตอร์ ที่ในหลายจังหวัดมีการจับมาทําอาหารอย่างจริงจัง ทั้งทอดกรอบ ต้มยํา แกง หรีอเผา ชาวประมงพื้นบ้านจํานวนมาก มองปลาเหล่านี้ช่วยสร้างรายได้และเป็นแหล่งอาหารในท้องถิ่น​ จนบางพื้นที่จำนวนปลาลดลงจากการถูกจับอย่างต่อเนื่อง

เช่นเดียวกับปลาดุกแอฟริกัน ที่ทั้งกรณีการเพาะเลี้ยง การหลุดรอด และการปล่อยลงสู่ธรรมชาติในอดีต​ ​จนกลายเป็นปลาต่างถิ่นที่พบได้ทั่วไปในหลายแหล่งน้ำ แต่ปัจจบันกลับถูกบริโภคอย่างแพร่หลายจนแทบไม่มีใครตั้งค่าถามถึง สถานะความเป็นปลาเอเลี่ยนของมันอีกแล้ว

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ ต้นกําเนิดของสัตว์น้ำต่างถิ่นจํานวนมากในประเทศไทย หลายกรณีมีข้อสันนิษฐานหรีอข้อมูลที่เี่ชื่อมโยงกับการลักลอบน่าเข้า การนําเข้าที่ไม่ได้รับอนุญาต การค้าสัตว์น้ำสวยงาม หรือการเคลื่อนย้ายพีนธุ์สัตว์น้ำ​ ข้ามพื้นที่โดยขาดการควบคุม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนจำนวนมากยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุล่าคัญของการแพร่กจะจายสัตว์นี้ต่างถิ่นหลายชนิด

ต่างจากกรณีปลาหมอคางดํา สังคมกลับให้ความสนใจกับการนำเข้าในอดีตเพียงเหตุการณ์เดียวเป็นหลัก บางครั้งทําให้ประเด็นอื่น ถูกมองข้ามไป ไม่ว่าจะเป็นความเป็นไปได้ของการแพร่กระจายในภายหลัง การเคลื่อนย้ายโดยมนุษย์ การปล่อยลงแหล่งน้าโดยเจตนาหรือไม่เจตนา รวมถึงบัจจัยอื่นๆ ที่อาจมีส่วนทําให้ปัญหาขยายวงกว้างขึ้น

ไม่ได้หมายความว่าการตรวจสอบตันทางไม่ล่าคัญ แต่หากต้องการแก้บัญหาอย่างแท้จริง การมุ่งมองเฉพาะ จุดเริ่มต้นเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะต่อให้ทราบว่าใครนําเข้าครั้งแรก ก็ไม่ได้ทำให้ปลาที่อยู่ในธรรมชาติหายไปได้ในทันที สิ่งที่คัญไม่แพ้กันคือการท่าความเข้าไจกลไกการแพร่กระจายทั้งหมด เพี่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน เกิดขึ้นกับสัตวน้ำต่างถื่นซนิดอื่นในอนาคต

ขณะเดียวกัน ภาพลักษณ์ด้านลบที่เกิดขึ้นกับปลาหมอคางค๋า ท่าให้คนจํานวนมากไม่กล้านำมาบริโภคหรือใช้ประโยชน์ ทั้งที่ในความเป็นจริงปลาต่างถิ่นหลายชนิดก่อนหน้านี้ก็เคยถูกมองว่าเป็นบัญหาเช่นกัน แต่สุดท้ายกลับถูกจับมาทําอาหาร หรือใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลายจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีซุมชน

แน่นอนว่าการจับไปใช้ประโยซน์เพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ค้าตอบทั้งหมดของการจัดการปลาหมอคางดำ เพราะยังมีการสืบพันธุ์ การพักไข่ และการเพิ่มจํานวน
อย่างต่อเนื่อง แต่การนําปลาออกจากระบบนิเวศเพื่อใช้ประโยชน์ ก็เป็นหนึ่งในวิธีลดจ่านวนที่เห็นผลได้จริงในทางปฏิบัติ มากกว่าการปล่อยให้ประชากรเพิ่มขึ้น โดยไม่มีการจัดการ แล้วโยนกันไปมาว่าเป็นหน้าที่ของใคร หรือใครจะเป็นเจ้าภาพในการแก้ไขปัญหา

ขณะเดียวกัน หลายภาคส่วนก็เริ่มมองว่าการแก้ปัญหาสัตว์น้ำต่างถิ่นจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในระดับพื้นที่​่มากขึ้น ไม่ใช่เพียงการรอการด้าเนินงานจากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว อย่างเข่น เครือข่ายเผ้าระวังและจัดการสัตว์น้ำต่างถิ่นผิดกฎหมายที่เตรียมจัดประชุมหารือร่วมกันในสัปดาห์นี้ (17-18 มิถุนยาน 69) ที่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ ปลาหมอคางดำและสัตว์น้ำต่างถิ่นชนิดอื่น ๆ จากหลายพื้นที่ ทั้งสมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพรรบุรี

การหารืeคังกล่าวจะครอบคลุมทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาด ผลกระทบที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ ตลอดจนแนวทางการยกระดับการทํางานของเครือข่ายและกลุ่มเกษตรกร เพื่อรวบรวมข้อเสนอเชิงรูปธรรมต่อภาครัฐ​ ซึ่งละท้อนให้เห็นว่าปัญหาสัตว์น้ำต่างถิ่นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงปลาหมอคางค่า แต่เป็นประเด็นที่หลายพื้นที่ก้าลังเผชิญและต้องการแนวทางจัดการว่วมกัน ในระยะยาว

ท้ายที่สุด ปัญหาของสัตว์น้ำต่างถิ่นจ่านวนมากที่ประเทศไทยต้องผชิญหลายสิบปี​ บางขนิดถูกจับนำไปใช้ประโยชน์จนลดจ่านวน บางชนิดยังคงขยายพันธุ์ต่อไป และบางขนิดอาจกําลังรอวันกลายเป็นบัญหาใหม่ หากไม่มีมาตรการป้องกันการนำเข้า การลักลอบปล่อย และการเคลี่อนย้ายพันธุ์​สัตว์น้ำ​ที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ไทยก็อาจต้องเผชิญปัญหาเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีกในอนาคต

และบางทีการแก้บัญหาที่ยั่งยืนที่สุด อาจไม่ใช่การมองสัตว์น้ำต่างถิ่นเป็นเพียงผู้ร้ายของระบบนิเวศเท่านั้น แต่คือ การท่าความเข้าใจสาเหตุของบัญหา การป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจายเพิ่มเติม และการหาวิธีจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ไนปัจจุบันอย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมส่วนรวม.