Home Blog Page 2

เมืองไทยประกันชีวิต ปรับโฉมเว็บไซต์ ‘เมืองไทยยูแอล พลัส’ ใหม่! ปลดล็อกแผนชีวิตให้ยั่งยืนรับเทรนด์ Longevity

0

เมืองไทยประกันชีวิต ปรับโฉมเว็บไซต์ ‘เมืองไทยยูแอล พลัส‘ ใหม่ ใช้งานง่าย สะดวกขึ้นด้วยฟังก์ชันตรวจสอบผลตอบแทนย้อนหลัง พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวพอร์ตการลงทุนของแบบประกันได้ด้วยตัวเอง

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีมีบทบาทอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการสืบค้นข้อมูลและการติดตามข้อมูลข่าวสาร ล่าสุดบริษัทฯ ได้มุ่งมั่นพัฒนาบริการโดยเน้นความต้องการและประโยชน์สูงสุดของลูกค้าภายใต้แนวคิด MTL Trusted Lifetime Partner ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าด้านการวางแผนการเงินแบบครบวงจร เพื่อการใช้ชีวิตได้อย่างยืนยาวและมั่นคงในอนาคต (Longevity) ด้วยการพัฒนาเว็บไซต์ ‘เมืองไทยยูแอล พลัส’ ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลผลการดำเนินงานผลิตภัณฑ์ได้สะดวกรวดเร็วและโปร่งใสยิ่งขึ้น

“เว็บไซต์ ‘เมืองไทยยูแอล พลัส’ โฉมใหม่ จะช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ถือกรมธรรม์ หรือผู้ที่สนใจให้สามารถใช้งานได้สะดวก เข้าใจง่าย ด้วยข้อมูลที่ครบถ้วน เพียงใช้งานผ่าน muangthai.co.th เลือกประกันชีวิตแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ และเลือก ‘เมืองไทยยูแอล พลัส’ โดยสามารถเลือกดูผลการดำเนินงานของกรมธรรม์ตั้งแต่ปีกรมธรรม์แรกจนถึงปัจจุบัน พร้อมเครื่องมือช่วยคำนวณผลการดำเนินงานย้อนหลัง เพียงระบุเดือนและปีที่ซื้อกรมธรรม์ ระบบจะคำนวณและแสดงผลตอบแทนเฉลี่ยหรือผลตอบแทนรวมรายปีให้ตรวจสอบผลตอบแทนโดยประมาณของกรมธรรม์ในปัจจุบันได้ทันที ช่วยลดขั้นตอนในการค้นหาและเปรียบเทียบข้อมูลจากตารางด้วยตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีวิดีโอแนะนำการใช้งานเว็บไซต์และวิดีโออธิบายรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ศึกษาเพิ่มเติม” นายสาระกล่าว

ทั้งนี้ เมืองไทยประกันชีวิตได้มุ่งเน้นการดูแลลูกค้าผ่านผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย ออกแบบมาเพื่อการวางแผนการเงินแบบครบวงจร โดยเฉพาะการสร้างความมั่นคงทางการเงินตลอดชีวิต (Wealthspan) ที่ลดข้อจำกัดและขอบเขตของการประกันชีวิตแบบเดิม โดย ‘เมืองไทยยูแอล พลัส’ เป็นประกันชีวิตแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ที่มีจุดเด่นคือการการันตีอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำสำหรับมูลค่าการลงทุน ปีแรก 4% และ 1% ต่อปีตั้งแต่ปีกรมธรรม์ที่ 2 เป็นต้นไป พร้อมเลือกความคุ้มครองชีวิตได้สูง คุ้มครองถึงอายุครบ 99 ปี(1) สามารถกำหนดเบี้ยประกันภัยได้เอง เริ่มต้นเพียง 10,000 บาทต่อปี และยังเลือกจ่ายเบี้ยประกันภัยส่วนที่เป็นเงินออมเพิ่มเติมหรือเพิ่มความคุ้มครองสุขภาพได้ สามารถถอนเงินลงทุนออกบางส่วนจากกรมธรรม์ หรือหยุดพักชำระเบี้ยประกันภัย(2) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการแต่ละช่วงชีวิตได้ และคุ้มค่าด้วยการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท(3) เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องมือทางการเงินเพื่อเก็บออมระยะยาว ต้องการความคุ้มครองชีวิต พร้อมโอกาสรับผลตอบแทนที่เติบโตตามศักยภาพการลงทุน ด้วยกลไกการการันตีอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำ (ในส่วนเงินลงทุน) ที่ช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลง ขณะเดียวกันก็ยังได้รับสิทธิในการหักลดหย่อนภาษีควบคู่กันไปด้วย

ลูกค้าที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดผลิตภัณฑ์ ‘เมืองไทยยูแอล พลัส’ เพิ่มเติมได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมงที่เว็บไซต์ https://www.muangthai.co.th/th/universal-life/muangthai-ul-plus หรือติดต่อตัวแทนเมืองไทยประกันชีวิต และ Call Center 1766

AIS คว้ารางวัล Best Innovative Company Awards จาก SET Awards 2026 ตอกย้ำผู้นำองค์กรนวัตกรรม ชูพลังคน เทคโนโลยี วัฒนธรรมองค์กร ผ่านโครงข่ายอัจฉริยะ

0

AIS ตอกย้ำความเป็นผู้นำองค์กรนวัตกรรม คว้ารางวัล Best Innovative Company Awards ในกลุ่มรางวัล Business Excellence จากเวที SET Awards 2026 จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมกับวารสารการเงินธนาคาร ด้วยผลงาน “นวัตกรรมโครงข่ายอัจฉริยะ” ที่นำ AI มายกระดับการบริหารจัดการโครงข่ายซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ สะท้อนผลจากการส่งเสริมนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ โดยเชื่อมศักยภาพของเทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญของบุคลากร และวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนการพัฒนาสิ่งใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ยกระดับบริการ และเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว

               นายธีร์ สีอัมพรโรจน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน เอไอเอส กล่าวว่า  “AIS ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ธุรกิจและสร้างคุณค่าในระยะยาว โดยเฉพาะโครงข่าย ซึ่งเป็นทั้งรากฐานของการให้บริการและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล การนำ AI มาพัฒนาขีดความสามารถของโครงข่าย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และยกระดับคุณภาพบริการให้แก่ลูกค้า พร้อมสร้างความพร้อมในการรองรับความต้องการใช้งานและโอกาสทางธุรกิจในอนาคต จึงเป็นการลงทุนที่เชื่อมโยงการพัฒนาเทคโนโลยีเข้ากับความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตขององค์กร”

               “เบื้องหลังการพัฒนานวัตกรรมคือบุคลากรที่เข้าใจโจทย์ของธุรกิจและลูกค้า เราจึงให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดโอกาสให้คนของ AIS ร่วมกันคิดค้น ทดลอง และนำความรู้ความเชี่ยวชาญมาพัฒนาเป็นผลงานที่นำไปใช้ได้จริง รางวัล Best Innovative Company Awards เป็นความภาคภูมิใจที่สะท้อนความสามารถของ AIS ในการนำนวัตกรรมมาขับเคลื่อนธุรกิจอย่างเป็นระบบ โดยมีบุคลากรเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เสริมความสามารถในการแข่งขัน และสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน และเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในระยะยาว”

               ผลงาน “นวัตกรรมโครงข่ายอัจฉริยะ” เป็นผลจากการส่งเสริมให้บุคลากรนำนวัตกรรมมาแก้โจทย์การดำเนินงาน โดยผสานศักยภาพของ AI เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านโครงข่ายและความเข้าใจความต้องการของลูกค้า ภายใต้กระบวนการที่เปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วมตั้งแต่การริเริ่มแนวคิด การทดลอง ไปจนถึงการประยุกต์ใช้จริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงข่ายและยกระดับการให้บริการอย่างต่อเนื่อง

               สำหรับ Best Innovative Company Awards เป็นรางวัลที่ยกย่ององค์กรที่มีผลงานนวัตกรรมโดดเด่น ควบคู่กับการบริหารจัดการที่สนับสนุนให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาทั้งผลลัพธ์ด้านการเงินและไม่ใช่การเงิน ตลอดจนประโยชน์ต่อธุรกิจ อุตสาหกรรม สังคม และประเทศ ผ่านการประเมินของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอิสระ รวมถึงการเข้าเยี่ยมชมและสัมภาษณ์ผู้บริหารและบุคลากรที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนการคัดเลือก

               การได้รับรางวัลครั้งนี้ตอกย้ำความเป็นผู้นำองค์กรนวัตกรรมของ AIS ที่เชื่อมศักยภาพของคน เทคโนโลยี และวัฒนธรรมองค์กรเข้ากับการพัฒนาธุรกิจ พร้อมต่อยอดนวัตกรรมเพื่อยกระดับบริการและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ซีอีโอ KTB และ FSMART คว้ารางวัล Best CEO Awards พร้อม 9 บจ. รับรางวัล Supply Chain Management Awards ใน SET Awards 2026

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ วารสารการเงินธนาคาร ประกาศผลรางวัล SET Awards ประจำปี 2569 โดยกลุ่มรางวัล Business Excellence นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) และนายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บมจ. ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส (FSMART) รับรางวัล Best CEO Awards ของ SET และ mai ตามลำดับ ขณะที่นายพาชัย จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. น้ำมันพืชไทย (TVO) รับรางวัล Young Rising Star CEO Awards

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า บริษัทที่ได้รับรางวัล SET Awards ในปีนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความโดดเด่นทั้งทางด้านธุรกิจและด้านความยั่งยืน ถือเป็นต้นแบบสำคัญของการดำเนินธุรกิจที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าในระยะยาว รวมทั้งผู้บริหารที่ได้รับรางวัล Best CEO Awards ที่นำพาองค์กรเดินหน้าภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่ธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน สู่การเป็นองค์กรต้นแบบให้แก่บริษัทอื่น ๆ ในการพัฒนาองค์กร คิดค้นนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง สร้างผลประกอบการที่ดี ควบคู่การดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล ที่เน้นย้ำพันธกิจในการสร้างตลาดน่าเชื่อถือที่ยั่งยืน (Trusted Marketplace) โดยการพัฒนาสินค้าคุณภาพ มีธรรมาภิบาลที่ดี ตอบโจทย์การลงทุน ผ่านการเสริมศักยภาพผู้ร่วมตลาด (Empowering Market Participants) ในมิติต่าง ๆ

นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานบรรณาธิการ วารสารการเงินธนาคาร ผู้ร่วมก่อตั้งรางวัล SET Awards และหนึ่งในคณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อพิจารณาตัดสินรางวัล SET Awards กล่าวว่า รางวัล SET Awards ถือเป็นรางวัลที่ได้รับการยอมรับจากภาคส่วนต่าง ๆ ในตลาดทุนไทย โดยปีนี้มีบริษัทที่ได้รับรางวัล SET Awards of Honor เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว โดยเฉพาะรางวัล Best Innovative Company Awards ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ

ควบคู่กับการบริหารจัดการนวัตกรรมภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันรางวัล Supply Chain Management Awards มีบริษัทที่ได้รับรางวัลเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในยกระดับการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทานให้มีความยั่งยืน และร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อสร้างคุณค่าร่วมกัน

คณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิในการตัดสินรางวัล SET Awards ประจำปี 2569 ได้แก่ นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ นายเสรี จินตนเสรี นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ นายยุทธ วรฉัตรธาร นางภัทรียา เบญจพลชัย นายธีรนันท์ ศรีหงส์  นายอัสสเดช คงสิริ   นายสรวิศ ไกรฤกษ์ และนายอำนวย จิรมหาโภคา

รางวัล SET Awards แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มรางวัล Business Excellence ประกอบด้วย 8 ประเภทรางวัล โดยมีบริษัทที่ได้รับรางวัล SET Awards of Honor ทั้งสิ้น 9 บริษัท และได้รับรางวัลยอดเยี่ยมรวมทั้งสิ้น 30 บริษัท ครอบคลุมทั้งบริษัทจดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และผู้บริหารสูงสุดของบริษัทจดทะเบียน

กลุ่มรางวัล Sustainability Excellence มีบริษัทได้รับรางวัล Supply Chain Management Awards ทั้งสิ้น 9 บริษัท และมีบริษัทที่ได้รับการประกาศเกียรติคุณ Sustainability Recognitions ในวาระพิเศษครบรอบ 10 ปีของรางวัล Sustainability Awards ทั้งสิ้น 15 บริษัท

การจัดงาน SET Awards ในครั้งนี้ มีการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านลายเส้นดินสอ สะท้อนการเดินทางขององค์กรในตลาดทุนไทย ด้วยความมุ่งมั่น สู่การเติบโต พัฒนา และสร้างคุณค่าอย่างมั่นคงและยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” พร้อมส่งต่อคุณค่าจากงานสู่สังคม ด้วยการนำดินสอสีที่ใช้ตกแต่งในงานไปมอบให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนต่อไป

ผู้สนใจดูรายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัล SET Awards และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/setawards

AIS เสริมแกร่งเครือข่าย 5G ADVANCED รับมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 เชื่อมต่อทุกประสบการณ์ พร้อมมอบสิทธิพิเศษลูกค้า ร่วมสนับสนุนงานสำคัญระดับนานาชาติ

0

AIS ในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ เดินหน้าเสริมแกร่งเครือข่าย 5G ADVANCED รองรับการจัดงาน มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569  – 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี ตลอดระยะเวลาการจัดงาน 134 วัน โดยยกระดับเครือข่ายครอบคลุมทั้งพื้นที่จัดงานและจุดเชื่อมต่อการเดินทางสำคัญ ทั้งสนามบิน สถานีรถไฟ และสถานีขนส่งผู้โดยสาร เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อสื่อสาร ค้นหาข้อมูล และแบ่งปันประสบการณ์ได้อย่างราบรื่นตลอดการเดินทางและการเข้าชมงาน

                 ทีมวิศวกร AIS ได้เพิ่มขีดความสามารถของเครือข่ายเพื่อรองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้น ด้วยการติดตั้งสถานีฐานชั่วคราว (Small Cell) และนำรถสถานีฐานเคลื่อนที่ (Mobile Base Station Car) เข้าสนับสนุนในจุดที่มีผู้เข้าร่วมงานหนาแน่น พร้อมเพิ่มจุดให้บริการ AIS Free WiFi บริเวณจุดจำหน่ายบัตร และนำเทคโนโลยี AI มาช่วยวิเคราะห์และปรับแต่งเครือข่าย (Network Optimization) ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานในแต่ละพื้นที่ ควบคู่กับการจัดทีมวิศวกรติดตามและเฝ้าระวังการใช้งานเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมงรวมถึงติดตั้งอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและอำนวยความสะดวกในการให้บริการผู้เข้าชม

มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 เป็นงานสำคัญระดับนานาชาติที่เปิดโอกาสให้จังหวัดอุดรธานีและภาคตะวันออกเฉียงเหนือก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยภาครัฐคาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าชมงานเฉลี่ยประมาณ 30,000 คนต่อวัน และก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 20,000 ล้านบาท สร้างโอกาสให้แก่ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการท้องถิ่น เกษตรกร และชุมชนโดยรอบ ตลอดจนสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยด้านพืชสวน เทคโนโลยี และนวัตกรรมการเกษตรบนเวทีนานาชาติ

                 นอกเหนือจากการดูแลโครงข่าย AIS ยังร่วมอำนวยความสะดวกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ด้วยการจัดเตรียม เก้าอี้พักผ่อน กระจายตามจุดต่าง ๆ ภายในงาน เพื่อให้ผู้เข้าชมได้พักระหว่างเดินชมสวน นิทรรศการ และร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเที่ยวชมให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น

                 สำหรับลูกค้า  AIS ที่ซื้อสินค้า เปิดเบอร์ใหม่ หรือชำระค่าบริการที่ AIS Serenade Shop, AIS Shop, AIS Telewiz Shop, AIS Buddy Exclusive และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการในพื้นที่ภาคอีสาน โดยสังเกตร้านค้าที่มีสัญลักษณ์รับบัตรเข้าชม สามารถรับบัตรเข้าชมงานฟรีสำหรับ 1 ท่าน ต่อ 1 บิล นอกจากนี้ ลูกค้า AIS ที่ซื้อบัตรเข้าชมงาน ณ จุดจำหน่ายบัตรภายในงาน ยังสามารถรับพัดที่ระลึกงานพืชสวนโลกฟรี ทั้งนี้ บัตรเข้าชมงานและพัดที่ระลึกมีจำนวนจำกัด โดยสิทธิประโยชน์เป็นไปตามเงื่อนไขและจำนวนสิทธิ์ที่บริษัทกำหนด

                 AIS มุ่งมั่นพัฒนาโครงข่ายดิจิทัลเพื่อเชื่อมต่อทุกประสบการณ์ พร้อมร่วมสนับสนุนมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ผ่านความพร้อมด้านการสื่อสาร การอำนวยความสะดวก และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า เพื่อร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างยั่งยืน

AIS เปลี่ยนวันรับเครื่องเป็นวันเปิดมุมมองใหม่ ชวนลูกค้าเซเรเนดสัมผัสเวิร์กช็อปถ่ายภาพสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับมือโปร พร้อมเปิดประสบการณ์ OPPO Find X10 Series

0

AIS Serenade ร่วมกับ OPPO สร้างประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้ลูกค้าในกิจกรรม “OPPO Find X10 Series First Day Pick-up | Ultimate Experience by AIS Serenade” เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ณ AIS Serenade Club เซ็นทรัล พาร์ค เปลี่ยนวันรับเครื่อง OPPO Find X10 Series ให้เป็นประสบการณ์สุดพิเศษสำหรับลูกค้า AIS Serenade ท่ามกลางวิวสวนลุมพินีและเส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯ แบบพาโนรามา พร้อมเปิดมุมมองใหม่ในการถ่ายภาพผ่านเทคโนโลยีกล้องและเทคนิคจากมืออาชีพ

ไฮไลต์ภายในงาน พบกับเวิร์กช็อป “Change the Lens, Change the View with OPPO Find X10 & AIS Serenade” โดย คุณบอนด์ ช่างภาพและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ผู้ก่อตั้งเพจ “พ่อสอนลูกให้ถ่ายรูป” ที่มาร่วมแชร์เทคนิค การถ่ายภาพแบบ Pro Tips ให้ลูกค้าได้เรียนรู้และทดลองจริง พร้อมเติมแรงบันดาลใจจาก Photo Gallery กับโซนจัดแสดงภาพถ่ายจากกล้อง OPPO Find X10 Series และร่วมกิจกรรม “Find Your Shot” และ “Photo Challenge” ออกไปเก็บภาพประทับใจรอบแลนด์มาร์กเซ็นทรัล พาร์ค โดยเฉพาะช่วง Golden Hour พร้อมสัมผัสศักยภาพกล้อง Hasselblad ทั้ง 3 เลนส์ ก่อนปิดท้ายด้วยการประกวดภาพถ่าย “Best Shot of the Day” ลุ้นรับรางวัลพิเศษจาก OPPO

นอกจากประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลูกค้า AIS Serenade ที่ซื้อ OPPO Find X10 Series กับ AIS ยังรับส่วนลดรวมสูงสุด 29,500 บาท (รวมส่วนลดเก่าแลกใหม่และเอไอเอส พอยท์) พร้อมของสมนาคุณมูลค่ารวมสูงสุด 31,296 บาท อาทิ ฟรี E-VIP Card พร้อมประกัน 2 ปี และกระเป๋า Capture Reality Portable Camera Bag มูลค่า 2,999 บาท พร้อมเลือกผ่อน 0% สูงสุด 36 เดือน หรือผ่อนผ่าน SG Finance+ ใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียว ที่ AIS Shop และ Telewiz ที่ร่วมรายการ

สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับที่มากกว่าสิทธิประโยชน์ เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์และความชื่นชอบของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ติดตามละเอียดข้อเสนอและสิทธิพิเศษเพิ่มเติมที่ https://m.ais.co.th/YyHyA7rrcE

เมืองไทยประกันชีวิต จัดทริปสุดหรู SRT Royal Blossom เส้นทางกรุงเทพฯ – หัวหินเอกสิทธิ์เหนือระดับสำหรับสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย เมืองไทยสไมล์คลับ ตอกย้ำการเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์ประสบการณ์และสิทธิประโยชน์สุดพิเศษ เดินหน้าเติมเต็มไลฟ์สไตล์เหนือระดับให้กับสมาชิก ด้วยการรังสรรค์กิจกรรม “Muangthai Smile Exclusive Day-Trip SRT Royal Blossom” เส้นทางกรุงเทพฯ – หัวหิน เพื่อนำสมาชิกระดับสถานะ The Ultimate และ Beyond Prestige ออกเดินทางท่องเที่ยวพร้อมเปิดสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารชั้นเลิศในบรรยากาศที่แตกต่างบนขบวนรถไฟสุดหรู SRT Royal Blossom

ความพิเศษของทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก หม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัตน์ นักชิมและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารแถวหน้าของประเทศ มาร่วมคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศและถ่ายทอดเป็นเมนูอาหารสุดพรีเมียมตลอดการเดินทาง เพื่อเปลี่ยนมื้ออาหารให้กลายเป็นประสบการณ์พิเศษ ท่ามกลางการบริการระดับ เฟิร์สคลาสบนรถไฟ SRT Royal Blossom โดยสมาชิกจะได้รับประทาน Box Set จากร้าน Man Hin by Chef Man พร้อมเครื่องดื่มจาก NaNa Coffee Roasters ลิ้มลองรสชาติความอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์จากร้านไก่ย่างบางตาล ร้านเอ็กซ์ รวมถึงลอดช่องน้ำตาลข้น จากร้านกนกพรลอดช่อง และอาหารทะเลสไตล์ใต้แท้ ๆ จากร้านบ้านครูส่วน by ปลา

นอกจากนี้ ตลอดการเดินทางสมาชิกจะได้ร่วมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวอย่างรื่นรมย์ โดยรับประทานอาหารกลางวันบรรยากาศติดริมทะเลที่ร้านชมวิวซีฟู๊ดส์ พร้อมเพลิดเพลินกับกิจกรรมเวิร์กชอปทำเทียนหอมสร้างความผ่อนคลาย และเดินชมความสวยงามทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอันร่มรื่น ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

เมืองไทยสไมล์คลับยังคงมุ่งมั่นคัดสรรกิจกรรมและสิทธิพิเศษที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านความบันเทิง อาหาร การเดินทาง สุขภาพ และไลฟ์สไตล์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าได้พบกับประสบการณ์ใหม่ และใช้สิทธิประโยชน์จากการเป็นสมาชิกได้ตรงกับความชอบและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล

ทั้งนี้ สมาชิกฯ สามารถติดตามรายละเอียดและสิทธิพิเศษอีกมากมายได้ผ่านทาง MTL Click Application ดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือเว็บไซต์ www.muangthai.co.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1766 กด 4 เมืองไทยประกันชีวิต หรือศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศ #เมืองไทยประกันชีวิต #muangthailife #เมืองไทยสไมล์คลับ

“เปลี่ยนวิธีคิด พลิกชีวิตเกษตรกร”ถอดบทเรียน ‘ยิ่งไพศาลการเกษตร’ SME จากลำพูนที่โตแบบก้าวกระโดด

0

บางครั้งการเติบโตของธุรกิจไม่ได้เริ่มต้นจากแผนใหญ่โต แต่สำหรับบางคน อาจเริ่มจากคำถามเรียบง่ายเพียงข้อเดียวว่า “ถ้าเรากล้าที่จะลองเปลี่ยน เราจะพาคนของเราไปไกลกว่านี้ได้แค่ไหน”

สำหรับ ไพศาล สมศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัทยิ่งไพศาลการเกษตร จำกัด คำถามนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจในฐานะผู้ประกอบการชาวลำพูนคนหนึ่ง ที่อยากเห็นพืชผลเกษตรของภาคเหนือมีศักยภาพมากพอที่จะเดินทางไปได้ไกลกว่าที่เคย เพราะตลอดเวลาที่เติบโตมากับสินค้าเกษตรเหล่านี้ เขาได้เห็นทั้งคุณค่า ขณะเดียวกันก็เห็นถึงข้อจำกัดที่เกษตรกรต้องเผชิญ ทั้งเรื่องคุณภาพ มาตรฐาน ตลาด และความมั่นคงของรายได้ จึงนำไปสู่การกล้าที่จะเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน ทั้งการปรับวิธีคิด วิธีผลิต และวิธีดูแลเกษตรกรในเครือข่าย

จุดเปลี่ยนสำคัญ: จากแนวคิดสู่การลงมือทำจริงร่วมกับ CPFระหว่างทาง การเข้าร่วมโครงการ Partner to Grow ร่วมกับ CPF ในฐานะคู่ค้า ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้แนวคิดที่เคยวาดไว้ เปลี่ยนไปเป็นการลงมือทำจริง

ไพศาล เล่าว่า “สินค้าเกษตรภาคเหนือเป็นผลผลิตที่เราคุ้นเคย ทั้งกระเทียม หอมแดง หอมหัวใหญ่ และผักสด เราจึงอยากต่อยอดสิ่งที่เกษตรกรในพื้นที่มีอยู่แล้ว ให้ขายได้ดีขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น และสร้างโอกาสในการมีรายได้ที่มั่นคงกว่าเดิม” ประโยคนี้อาจฟังดูเรียบง่าย แต่เป็นเหมือนรากการเติบโตของบริษัทยิ่งไพศาลการเกษตร ธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรที่ดำเนินกิจการมากว่า 17 ปี และมีเครือข่ายเกษตรกรกว่า 200 รายทั่วภาคเหนือ ครอบคลุมตั้งแต่เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน ไปจนถึงแม่ฮ่องสอน และในสิ้นปีนี้ กำลังขยายสาขาใหม่อีก 2 แห่ง

ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ยิ่งไพศาลการเกษตรไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงตัวกลางที่แค่ซื้อมาและขายไป แต่ด้วยความเป็นคนพื้นที่และเข้าใจในสินค้า ธุรกิจจึงดูแลครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งการวางแผนเพาะปลูก การส่งเสริมกระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการส่งมอบสินค้าให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า ทั้งด้านปริมาณและเวลา

โครงการ Partner to Grow: โค้ชผู้ชวนคู่ค้า “กล้าออกจากกรอบเดิม”“ถ้าเราทำแบบเดิม ผลลัพธ์ก็ออกมาเหมือนเดิม แต่ทุกวันนี้ธุรกิจก็เปลี่ยนเร็วขึ้น เราก็ต้องปรับตัวให้ทัน ยิ่งได้มาจับมือเป็นคู่ค้ากับ CPF ก็ทำให้เราได้ลองเปลี่ยนแปลงมากขึ้น และเห็นแนวทางที่จะพัฒนาธุรกิจของเรา สิ่งที่สัมผัสได้คือ CPF ไม่ได้มองเราเป็นแค่คู่ค้า แต่มองเห็นเป้าหมายเดียวกันและผลักดันให้ยิ่งไพศาลการเกษตรเป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่จะร่วมพัฒนาเกษตรกรไปพร้อมกัน”

เมื่อ CPF ริเริ่มโครงการ Partner to Grow โครงการที่มุ่งเสริมศักยภาพคู่ค้าธุรกิจ ทั้งกลุ่ม SME และคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน ราว 4 ปีก่อน ยิ่งไพศาลการเกษตรจึงตัดสินใจเข้าร่วมทันที โดยสำหรับไพศาล การเข้าร่วมโครงการนี้เป็นเหมือนช่วงเวลาที่ทำให้ได้กลับไปทบทวนธุรกิจของตนเองใหม่อีกครั้ง ซึ่ง CPF เข้ามาเป็นเพื่อนร่วมทาง และทำหน้าที่โค้ชชิ่ง คอยชวนคิด ชวนวางแผน เพื่อให้คู่ค้า “กล้าออกจากกรอบเดิม” ไปสู่การสร้างผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ และสร้างความหมายต่อการเติบโตของธุรกิจมากขึ้น

กล้าลงทุนในนวัตกรรม: เพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพมาตรฐานสากล
ก่อนหน้านี้ กระบวนการผลิตบางขั้นตอนของยิ่งไพศาลการเกษตรยังต้องพึ่งพาแรงงานจำนวนมาก เมื่อมีคำสั่งซื้อเร่งด่วน หรือมีพนักงานลางาน กระบวนการผลิตอาจสะดุดและส่งผลต่อการจัดส่ง แต่หลังจากได้รับคำแนะนำจาก CPF บริษัทฯ จึงเริ่มนำทีมงานทั้งฝั่งที่ช่วยดูเรื่องซื้อวัตถุดิบ และฝั่งวิศวะกรรมที่ช่วยดูด้านนวัตกรรมและเครื่องจักร เพื่อนำเข้ามาช่วยในกระบวนการผลิต เช่น เครื่องปอกหอม เครื่องล้างผัก และเครื่องคัดหรือปอกกระเทียม เพื่อลดข้อจำกัดด้านแรงงาน เพิ่มความเร็วในการผลิต และทำให้การส่งมอบสินค้าตอบโจทย์ทั้งคุณภาพ ปริมาณ และความตรงต่อเวลา

“ความประทับใจของเราคือ ฝ่ายจัดซื้อของ CPF เป็นมากกว่าแค่ฝ่ายจัดซื้อที่เข้ามาดูเรื่องสินค้า แต่เขาทำหน้าที่เป็นคนที่ช่วยเดินข้าง ๆ แล้วช่วยแนะนำขั้นตอนการทำงานที่ละเอียดและเป็นสากล รวมถึงนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ช่วยให้เราทำงานได้ดีขึ้น นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรากล้าลอง พอเปรียบเทียบก่อนและหลัง เห็นได้ชัดว่าคุณภาพสินค้าและสัดส่วนดีขึ้นกว่าแต่ก่อนราว 50 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญคือเราควบคุมได้ เมื่อมีคำสั่งซื้อเร่งด่วน เราก็ตอบสนองได้รวดเร็ว ตอนนี้คิดเป็นเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ของกำลังการผลิตเดิม เพราะในสายพานการผลิต การควบคุมเวลาและคุณภาพคือสิ่งสำคัญ และเมื่อเราควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้ดีขึ้น เราก็สามารถส่งมอบความแน่นอนให้ลูกค้าได้มากขึ้น” ไพศาล เสริม

กล้าเปลี่ยนวิธีคิดในวิถีเกษตรกรรม: ยกระดับมาตรฐาน GAP และความมั่นคงของรายได้
เมื่อ CPF ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับคู่ค้า ยิ่งไพศาลการเกษตรก็ได้ส่งต่อแนวคิดนั้นให้เกษตรกรในเครือข่ายอีกทอดหนึ่ง ตั้งแต่การปลูกให้มีประสิทธิภาพ การแก้ปัญหาหน้างาน ไปจนถึงการปรับกระบวนการให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่ตลาดต้องการ

ไพศาล เล่าว่า “เราภูมิใจที่ได้มีโอกาสร่วมพัฒนากลุ่มเกษตรกรที่เข้ามาอยู่ในกลุ่มสมาชิกของเราให้ก้าวสู่การเกษตรสากลมากขึ้น บางครั้งเกษตรกรมีความเชื่อแบบเดิม ซึ่งบางทีอาจไม่ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ เราจึงค่อย ๆ เข้าไปเสนอขั้นตอน และกระบวนการให้เขาเริ่มลงมือทำ ให้เห็นว่าทำจริงแล้วได้ผลจริง มีรายได้จริง ความยากคือการเปลี่ยนทัศนคติ เราต้องอธิบายให้ชัดเจนว่าเปลี่ยนแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีได้อย่างไร”

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการทำงานร่วมกับกลุ่มเกษตรกรกว่า 2,000 ราย ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยการชวนให้เกษตรกรเปลี่ยนจากวิถีการทำงานแบบเดิม มาสู่การปลูกตามมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) หรือการผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ต้องใช้เวลา ความเข้าใจ และความเชื่อมั่น จึงไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ภายในวันสองวัน

ยิ่งไพศาลการเกษตรใช้เวลาเกือบ 5 ปี ในการค่อย ๆ เข้าไปพูดคุย ถ่ายทอดแนวทางปฏิบัติ และทำให้เกษตรกรเห็นด้วยตาตัวเองว่า การเปลี่ยนแปลงไม่ได้หมายถึงการทิ้งสิ่งที่เคยทำมา แต่เรามองไปถึงการต่อยอดให้ผลผลิตมีคุณภาพมากขึ้น ขายได้ดีขึ้น และสร้างรายได้ที่มั่นคงขึ้นให้ครอบครัว เมื่อผลลัพธ์เริ่มปรากฏผ่านผลผลิตที่มีคุณภาพ รายได้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น และอัตราผลผลิตต่อไร่ของพืชอย่างกระเทียม ขยับจากประมาณ 3,500 กิโลกรัมต่อไร่ เป็น 4,000 กิโลกรัมต่อไร่ จึงเริ่มสร้างความเชื่อมั่นและความกล้าให้เกษตรกรเปิดใจรับแนวทางใหม่ ๆ นอกจากนี้ ยิ่งไพศาลการเกษตรยังออกแบบเงื่อนไขที่ช่วยให้เกษตรกรวางแผนชีวิตได้มั่นคงขึ้น ทั้งการรับซื้อผลผลิตพร้อมประกันราคา 100% สำหรับเกษตรกรที่ขายผลผลิตทั้งหมดให้บริษัทฯ หรือทางเลือกในการประกันราคาครึ่งหนึ่งโดยเปิดโอกาสให้เกษตรกรนำอีกส่วนไปขายตามราคาตลาดได้ตามการตัดสินใจของตัวเอง

ไพศาล เสริมว่า “เมื่อมีตลาดรองรับ เกษตรกรก็กล้าลงมือ และเมื่อมีมาตรฐานรองรับ ผลผลิตก็มีคุณภาพมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้เกษตรกรมีแรงบันดาลใจที่จะเพาะปลูกตามขั้นตอนที่เราวางแผนร่วมกัน เพราะเขาเห็นแล้วว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปทำให้อาชีพของเขามั่นคงขึ้นได้จริง ในฐานะคนเหนือคนหนึ่ง พอได้เห็นเกษตรกรบ้านเกิดมีรายได้จากอาชีพที่เขาทำ เลี้ยงครอบครัวได้ และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เราก็ดีใจไปกับเขาด้วย”

บทสรุป: 10 ปีแห่งการเป็นพาร์ทเนอร์ และความภูมิใจที่ได้เติบโตไปพร้อมกัน
นับจากวันแรกที่ร่วมงานกับ CPF จนถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วที่ยิ่งไพศาลการเกษตรเดินอยู่บนเส้นทางของการเป็นคู่ค้าและพาร์ทเนอร์ที่เติบโตไปพร้อมกัน โดยระหว่างทาง ไพศาลได้เห็นว่าการเติบโต หมายถึงการทำให้ธุรกิจแข็งแรงพอที่จะดูแลคนในห่วงโซ่ทั้งหมด ตั้งแต่เกษตรกรต้นน้ำ พนักงานในโรงงาน ไปจนถึงชุมชนรอบตัว โดยเส้นทางของ ยิ่งไพศาลการเกษตร อาจเริ่มต้นจากธุรกิจท้องถิ่นที่เข้าใจพืชผลภาคเหนือ แต่สิ่งที่ทำให้ธุรกิจเดินทางมาถึงวันนี้ได้ คือความกล้าที่จะไม่หยุดอยู่กับวิธีเดิม

“ผมไปร่วมกิจกรรมของ CPF แทบทุกครั้งที่ได้รับเชิญ เพราะทุกครั้งเราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เรามั่นใจว่าเมื่อไปแล้ว เราจะได้อะไรกลับมา และเมื่อนำมาปรับใช้ ก็เห็นผลลัพธ์ที่ดีจริง สิ่งนี้กลายเป็นพลังให้เราในฐานะผู้ประกอบการ SME ที่จะลองใช้นวัตกรรมใหม่ วิธีการใหม่ และพัฒนาผลิตภัณฑ์เราให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ” ไพศาล กล่าวปิดท้าย

ความฝันที่จะเห็นสินค้าเกษตรจากภาคเหนือเดินทางไปได้ไกลกว่าเดิม สำหรับยิ่งไพศาลการเกษตรจึงไม่ใช่คำใหญ่โตที่ถูกเขียนทิ้งไว้บนหน้ากระดาษ เพราะวันนี้ ไพศาลได้ลงมือทำและเห็นสิ่งนั้นเกิดขึ้นจริง ผ่านเกษตรกรบ้านเกิดที่ค่อย ๆ เติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคง

กระปุกสุดคิ้วท์ ! รับวันออม ปี 69 มาแล้ว!!เปิดจองสิทธิ์ฝากเงิน 26-30 ต.ค. 69 นี้ ผ่าน 3 ช่องทาง เว็บไซต์/LINE/MyMo ของออมสิน

0

วันออมแห่งชาติปีนี้! ออมสินเปิดลงทะเบียนจองสิทธิ์ฝากเงิน รับ “กระปุกออมสิน Art Toy GSB BUDDY: เพื่อนรัก นักออม”

📢 ลงทะเบียนจองสิทธิ์ ผ่าน www.gsb.or.th / LINE: GSB Society / MyMo หรือ คลิก > https://to.gsb.or.th/fROu6O4 ตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค. 69 (เวลา 08.30 น.) ถึงวันที่ 30 ต.ค. 69 (เวลา 23.59 น.) หรือจนกว่าจะครบจำนวนสิทธิ์

📌 จองสิทธิ์แล้ว ฝากเงินเริ่มต้น 500 บาท ขึ้นไป เพื่อรับกระปุกออมสิน ตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค. 69 – 4 พ.ย. 69 ตามสาขาที่ลงทะเบียนจองสิทธิ์ไว้

📌 ฝากเงินได้ 3 ช่องทาง 🏦 ธนาคารออมสินทุกสาขา 📱 Mobile Banking (MyMo) 🏧 เครื่องรับฝากเงิน ADM ⚠ 1 หมายเลขบัตรประชาชน จองได้ 1 สิทธิ์ต่อ 1 กระปุก เท่านั้น (กระปุกมีจำนวนจำกัด)

📌 หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด #วันออมแห่งชาติ2569

เปิดมุมใหม่! “ปลาหมอคางดำ” เลี้ยงเพิ่มไม่ได้แต่จับมาทำเงินได้! สู่ขุมทรัพย์พาชุมชนรอด!

0

ที่ผ่านมาพูดถึงปลาหมอคางดำ มีแต่ข่าวทำลายระบบนิเวศ แต่ล่าสุดมีมุมมองใหม่ที่น่าสนใจ ล่าสุดนักวิจัยและชุมชนงัดนวัตกรรมแปรรูปปลาชนิดนี้ จนกลายมาเป็นวัตถุดิบทำเงินสร้างรายได้กระจาย

กฎเหล็กมีข้อเดียว: “ห้ามเลี้ยงเพิ่มแต่ปลาที่จับขึ้นมาแล้วต้องเอามาต่อยอดให้ได้มูลค่าสูงสุด!” ตามมาดูกันว่า เขาเปลี่ยนปลาหมอคางดำให้กลายเป็นทองคำของชุมชนกันได้ยังไง!

การนำปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์ต้องเริ่มจากการเลือกวัตถุดิบจากแหล่งที่เหมาะสมและจัดการอย่างถูกสุขลักษณะ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในความปลอดภัย ควบคู่กับการควบคุมการแพร่กระจายอย่างรับผิดชอบ เป้าหมายมุ่งใช้ประโยชน์จากปลาที่จับขึ้นมาแล้วให้เกิดคุณค่าสูงสุด

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงจะจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำได้มากแค่ไหน แต่คือจะเปลี่ยนปลาแต่ละกิโลกรัมให้เป็นวัตถุดิบ สร้างผลิตภัณฑ์ เพิ่มรายได้ และต่อยอดสร้างโอกาสและมูลค่าเพิ่มให้ชุมชนได้อย่างไร โดยไม่สร้างแรงจูงใจให้เกิดการเพาะเลี้ยงหรือแพร่กระจายเพิ่มขึ้น

เริ่มต้นจากห่วงโซ่ที่ตรวจสอบได้ ตั้งแต่ชาวประมงและชุมชนจับปลา ตรวจสอบแหล่งที่มา คัดกรองความปลอดภัย แปรรูป จำหน่าย และติดตามปริมาณปลาที่นำออกจากแหล่งน้ำ ทุกขั้นตอนเชื่อมโยงกัน เพราะปลาแต่ละกิโลกรัมไม่ได้มีเพียงมูลค่าวัตถุดิบ แต่ยังสร้างโอกาสให้ผู้รวบรวม ผู้แปรรูป ผู้ประกอบการอาหาร และเกษตรกรได้มีส่วนร่วม

ปลาหมอคางดำไม่ควรถูกตัดสินว่าเป็นปลาอันตรายเพียงเพราะเป็นชนิดพันธุ์รุกราน การบริโภคอย่างมั่นใจต้องพิจารณาแหล่งจับ คุณภาพวัตถุดิบ สารปนเปื้อน และมาตรฐานการผลิต อย่างไรก็ตาม การไม่มีพิษตามธรรมชาติเป็นลักษณะเฉพาะของชนิด ไม่ได้หมายความว่าปลาจากทุกแหล่งปลอดภัยโดยไม่ต้องตรวจสอบ

ในทางโภชนาการ ปลาชนิดนี้อยู่ในวงศ์ Cichlidae เช่นเดียวกับปลานิลและปลาหมอเทศ จึงมีศักยภาพในการใช้เป็นแหล่งโปรตีน งานวิจัยที่เผยแพร่ในเดือนตุลาคม 2569 โดยเครือข่ายนักวิจัยที่มีมหาวิทยาลัยแม่โจ้เป็นแกนหลัก รายงานผลการพัฒนากระบวนการผลิตซูริมิจากปลาหมอคางดำ โดยปรับขั้นตอนล้างเนื้อปลาเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสและคุณภาพที่เหมาะสมสำหรับการแปรรูปต่อยอดเป็นอาหาร

ก่อนหน้านั้น งานวิจัยในวารสาร Dusit Thani College Journal ปี 2567 ได้ศึกษาการผลิตลูกชิ้นจากเนื้อปลาหมอคางดำผ่านกระบวนการซูริมิ สะท้อนโอกาสในการพัฒนาวัตถุดิบที่ผู้บริโภคคุ้นเคยให้เป็นผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า

นอกจากนี้ การสร้างมูลค่าไม่ได้จำกัดอยู่ที่อาหารคน กรมประมงเคยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐนำปลาที่จับออกจากแหล่งน้ำไปผลิตน้ำหมักชีวภาพ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมใช้ปลาป่นเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ แนวทางเหล่านี้ช่วยเพิ่มทางเลือกในการจัดการปลาและเปิดโอกาสสร้างรายได้จากวัตถุดิบที่เดิมมีมูลค่าจำกัด

อีกตัวอย่างคือ SARO Calcium Plus ผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ซึ่งพัฒนาการใช้ก้างปลาหมอคางดำเป็นแหล่งแคลเซียมชีวภาพ แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มมูลค่าส่วนเหลือสามารถต่อยอดสู่นวัตกรรมได้ โดยการพัฒนาสู่ตลาดยังต้องคำนึงถึงมาตรฐานผลิตภัณฑ์และข้อกำหนดด้านความปลอดภัย

ในอนาคต ยังมีโอกาสศึกษาต่อยอดเป็นโปรตีนผง โปรตีนไฮโดรไลเสต น้ำมันจากผลพลอยได้ และวัตถุดิบสำหรับปุ๋ยอินทรีย์ แต่ต้องพิสูจน์ความคุ้มทุนและความปลอดภัยก่อนนำไปใช้เชิงพาณิชย์

ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้ไม่มีคำว่าสับหลอก! การพูดถึงปลาหมอคางดำต้องมองกันตามเนื้อผ้า Fact ต้องชัด นวัตกรรมต้องจริง ไม่ใช่เอาความรู้สึกหรือกระแสสังคมมาตัดสิน!

เป้าหมายสูงสุด ไม่ใช่การเปลี่ยนปลารุกรานให้กลายเป็นสินค้าฮิตจนคนแอบแอบเลี้ยงเพิ่มเพื่อเอาเงิน! แต่คือการ “ลุยจัดการปลาที่จับขึ้นมาแล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด” ทุกกิโลกรัมที่เอาขึ้นมาจากน้ำ ต้องเปลี่ยนเป็นเงินเข้ากระเป๋าชาวบ้าน ฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างรับผิดชอบ และตบหน้าวิกฤตนี้ด้วยนวัตกรรม!

จับจริง แปรรูปจริง ชุมชนได้เงินจริง แหล่งน้ำฟื้นจริง… แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสของจริง!

เมืองไทยประกันชีวิต คว้าอันดับ 1 “2026 Thailand’s Social Power Brand” กลุ่มประกันชีวิต ต่อเนื่องปีที่ 3 จาก BrandAge

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลอันดับ 1 “2026 Thailand’s Social Power Brand” กลุ่มประกันชีวิต จาก BrandAge ครองอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (2024–2026) โดยมี คุณสาริศา ล่ำซำ ผู้บริหารเมืองไทยประกันชีวิต เป็นตัวแทนบริษัทฯ เข้ารับรางวัล ครั้งนี้บริษัทฯ ได้รับคะแนนรวม 70.75 คะแนน ประกอบด้วยคะแนนด้านแบรนด์ 58.59 คะแนน และคะแนนเสียงจากผู้บริโภค 88.99 คะแนน ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่มประกันชีวิต

การจัดอันดับครั้งนี้จัดทำโดย นิตยสาร BrandAge ร่วมกับบริษัท โอเชี่ยน สกาย เน็ตเวิร์ค จำกัด ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Mandala AI โดยคะแนนด้านแบรนด์วัดการมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย เช่น การกดไลก์ แสดงความคิดเห็น แชร์ และรับชมวิดีโอ ส่วนคะแนนเสียงจากผู้บริโภควิเคราะห์ปริมาณการพูดถึงแบรนด์ ควบคู่กับความรู้สึกเชิงบวก เป็นกลาง และเชิงลบ เพื่อให้เข้าใจทั้งสิ่งที่แบรนด์สื่อสารและเสียงตอบรับจากผู้บริโภค

ในวันที่โซเชียลมีเดียเป็นส่วนหนึ่งของการค้นหาข้อมูล แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และตัดสินใจในชีวิตประจำวัน เมืองไทยประกันชีวิตให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของลูกค้า เพื่อนำมาพัฒนาคอนเทนต์ที่เข้าใจง่ายและใช้ประโยชน์ได้จริง พร้อมถ่ายทอดแนวคิด Longevity – การมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ซึ่งเป็นนโยบายหลักของบริษัทฯ ให้ประชาชนรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพควบคู่กับการเตรียมความพร้อมทางการเงิน เพื่อเริ่มวางแผนชีวิตตั้งแต่วันนี้ และต่อยอดการมีส่วนร่วมบนโลกออนไลน์สู่ประสบการณ์ที่สร้างความผูกพันกับลูกค้าในทุกช่วงวัย

บริษัทฯ ขอขอบคุณทุกความไว้วางใจ ทุกความคิดเห็น และทุกการมีส่วนร่วมที่ทำให้เมืองไทยประกันชีวิตได้เข้าใจและใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น พร้อมส่งต่อความรู้และแรงบันดาลใจในการดูแลชีวิต เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี มีความพร้อมทางการเงิน และได้ใช้ชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีความสุ