Home Blog Page 2

ปทุมธานี… ยลเสน่ห์วิถีมอญสามโคก ตามรอยอดีตริมน้ำเจ้าพระยาที่ยังหายใจ

0

หากใครกำลังมองหาทริปใกล้กรุงฯ ที่ตอบโจทย์ทั้งการไหว้พระชมศิลปะสถาปัตยกรรม และการเรียนรู้วิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวมอญริมน้ำ วันนี้เราจะพาทุกคนไปตะลุย “เมืองปทุมธานี” ในมุมมองที่หลายคนอาจมองข้ามไป รับรองว่าทริปนี้จะทำให้คุณตกหลุมรักเมืองสามโคกยิ่งกว่าเดิม!

📍 จุดเริ่มต้น: ย้อนเวลาหาอดีตที่ “วัดศาลาแดงเหนือ”

เราปักหมุดที่แรกกันที่เมืองสามโคก ณ วัดศาลาแดงเหนือ วัดเล็กๆ ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของเจดีย์ศิลปะมอญอันวิจิตร และศาลาการเปรียญไม้เก่าแก่ซึ่งในอดีตเคยเป็นอาคารโรงโขนหลวงอันสง่างาม ที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้และเรือไม้โบราณ บอกเล่าเรื่องราวของชาวมอญเมืองเมาะตะมะที่อพยพมาตั้งรกรากตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์

ศาลาการเปรียญ วัดศาลาแดงเหนือ

ภาพที่น่าประทับใจที่สุดคือ “วิถีชุมชนที่ยังมีลมหายใจ” ในทุกบ่ายเราจะเห็นผู้เฒ่าผู้แก่รวมตัวกันสวดมนต์ทำวัตรเย็นบนศาลาการเปรียญ ส่วนวัยรุ่นหนุ่มสาวก็จะมาพบปะพูดคุยกันในช่วงเย็น เป็นภาพความผูกพันของชุมชนที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน

📍 สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง “วัดสองพี่น้อง”

ไม่ไกลกันนัก เราแวะไปที่ วัดสองพี่น้อง เพื่อกราบสักการะ “หลวงพ่อเพชร และหลวงพ่อพลอย” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน โดยหลวงพ่อเพชรประดิษฐานอยู่ในอุโบสถสีขาวสะอาดตาโดดเด่นอยู่ริมน้ำ ส่วนหลวงพ่อพลอยประดิษฐานอยู่ในวิหารทางด้านขวา เป็นจุดพักใจที่สงบและร่มเย็นมากครับ

🛶 ไฮไลท์ห้ามพลาด: ล่องเรือกระแชง ชมวิวสองฝั่งเจ้าพระยา

ความพิเศษของทริปนี้คือการ ล่องเรือกระแชง จากสามโคกมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองปทุมธานี เป็นช่วงเวลาที่เราจะได้ปล่อยใจไปกับภาพความเป็นอยู่และวัดวาอารามที่เรียงรายอยู่สองฟากฝั่ง แม้อากาศเดือนมีนาคมจะร้อนไปนิด แต่ลมเย็นๆ ที่พัดเอื่อยระหว่างเรือแล่นไปตามสายน้ำ ก็ช่วยฮีลใจและคลายร้อนได้เป็นอย่างดี

😋 แวะเติมพลังที่ “ตลาดวัดศาลเจ้า”

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง! เราแวะพักกินมื้อเที่ยงที่ ตลาดวัดศาลเจ้า สวรรค์ของคนรักของอร่อย ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวเรือนายทองสุข, หมูสะเต๊ะ, กวยจั๊บ หรือกุยช่ายเจ้าดัง และห้ามพลาดที่จะหิ้ว “ไข่เค็มลุงชาญ” กลับไปเป็นของฝาก

หลังอิ่มท้อง อย่าลืมแวะไปขอพร “อาแปะโรงสี” (นที ทองศิริ) เพื่อเสริมมงคลด้านโชคลาภและการค้าขาย และเดินไปชม เจดีย์เก่าแก่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ณ วัดมะขาม ที่อยู่ติดกัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโบราณสถานที่งดงามที่สุดของปทุมธานีเลยทีเดียว

🏛️ สัมผัสความคลาสสิก ณ ท่าน้ำเมืองปทุมธานี

นั่งเรือต่อมายังท่าน้ำเมืองปทุมธานี จุดนี้เราจะได้เห็นกลุ่มอาคารประวัติศาสตร์สไตล์ตะวันตกสมัยรัชกาลที่ 6 ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม ทั้งศาลากลางจังหวัดหลังเก่าและสำนักงานประถมฯ สถาปัตยกรรมที่นี่ดูสวยคลาสสิก ถ่ายรูปมุมไหนก็สวยเหมือนย้อนยุคเลยครับ

📍 ชมความอลังการริมน้ำ “วัดโบสถ์”

ไปต่อกันที่ วัดโบสถ์ วัดที่สร้างโดยชาวมอญจากเมืองเมาะตะมะ ไฮไลท์คือการกราบสักการะ “หลวงพ่อเหลือ” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ และรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และหลวงพ่อโสธร องค์ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านริมน้ำ พร้อมเพลิดเพลินกับการให้อาหารปลาที่วังมัจฉาหน้าวัด

หลวงพ่อเหลือ

🏺 ปิดท้ายที่ “วัดสิงห์” ร่องรอยอารยธรรมเตาโอ่งอ่าง

ก่อนจบทริป เราแวะที่ วัดสิงห์ วัดโบราณสมัยอยุธยา เพื่อชม ศาลาดิน สถาปัตยกรรมโถงเปิดโล่งเสาไม้สีแดงที่หาชมได้ยาก ให้ความรู้สึกขรึมขลังเหมือนหลุดเข้าไปในยุคกรุงศรีอยุธยา ภายในประดิษฐานหลวงพ่อโตและหลวงพ่อเพชรที่หันพระปฤษฎางค์ (หลัง) ชนกัน

ฝั่งตรงข้ามวัดคือ “โบราณสถานเตาโอ่งอ่าง” หลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญที่แสดงถึงอาชีพทำเครื่องปั้นดินเผาของชาวมอญสามโคกในอดีต แม้ปัจจุบันอาชีพนี้จะลดน้อยลงตามกาลเวลา แต่ร่องรอยของเตาเผาก็ยังคงเล่าเรื่องราวความรุ่งเรืองในอดีตได้เป็นอย่างดี

สรุปทริป: ปทุมธานีสำหรับผมคือ “อยุธยาที่ยังมีลมหายใจ” เป็นเมืองที่มีรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็งไม่แพ้เพชรบุรี ราชบุรี หรือสุพรรณบุรีเลยทีเดียว ใครที่มีเวลาว่างวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ลองตามรอยทริปนี้ดูนะครับ แล้วคุณจะพบว่าความสุขอยู่ใกล้แค่เอื้อม อิ่มทั้งบุญ อิ่มทั้งท้อง และได้ความรู้กลับบ้านไปแบบเต็มอิ่มแน่นอน!

รู้เก็บรู้ออม : ส่อง FTSE Russell ESG Scores บจ.ไทย

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง"  หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

สัปดาห์นี้ “คุณนายพารวย” มีความคืบหน้าสำคัญเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่าง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กับ FTSE Russell ในการประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (ESG) ของบริษัทจดทะเบียนไทยมาฝาก จากเดิมที่เราคุ้นเคยกับรายชื่อ SET ESG Ratings ที่ดำเนินการโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งประกาศคะแนนเป็นปีสุดท้าย เมื่อ  เดือนธันวาคม ปี 2568 ที่ผ่านมา โดยจะมีการยกระดับการประเมินสู่มาตรฐานสากลในชื่อ FTSE Russell ESG Scores ซึ่งดำเนินการโดย FTSE Russell และ FTSE Russell ESG Scores อาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่กองทุนรวมเพื่อความยั่งยืนใช้อ้างอิงในการลงทุน โดยจะเริ่มใช้อย่างเป็นทางการหลังจากการประกาศผลคะแนนสู่สาธารณะในเดือนธันวาคม ปี 2569 เป็นต้นไป

สำหรับผลการประเมินรอบนี้ แม้ว่าจะยังอยู่ในช่วงโครงการนำร่องเป็นปีที่ 2 แต่ผลการประเมินในปี 2568 นี้  แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมของ บจ. ไทยอย่างชัดเจน โดยพบว่าคะแนนเฉลี่ยจาก 222 บริษัท เท่ากับ 3.6 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 5) เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่ได้ 3.0 คะแนน และมี 124 บริษัทจากทั้งหมด ได้คะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ย

เมื่อพิจารณาเจาะลึกเป็นรายมิติแล้ว พบว่า คะแนนเฉลี่ยของทุกมิติทั้งด้านสิ่งแวดล้อม (E-Environment), สังคม (S-Social) และธรรมาภิบาล (G-Governance) สูงกว่าปีก่อนทุกตัว โดยด้าน E มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 3 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ได้คะแนนเฉลี่ย 2.3 โดยมีกลุ่ม Oil & Gas และ Utilities ทำผลงานได้ดีที่สุด ทำคะแนนสูงถึง 3.5, ด้าน S คะแนนเฉลี่ย 3.4 เพิ่มจากปีก่อนที่ได้คะแนนเฉลี่ย 2.8 โดยกลุ่ม Health Care และ Utilities ครองแชมป์ด้วยคะแนน 3.9-4.0 และ ด้าน G คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.5 มากกว่าปีก่อนที่คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 4.2 โดยเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรมทำคะแนนได้ดีใกล้เคียงกันในช่วง 4.1-4.6

คะแนน FTSE Russell ESG Scores นี้ ใช้ตัวชี้วัดกว่า 300 ตัว ภายใต้ 14 ธีมหลัก ซึ่งเป็นเกณฑ์เดียวกับที่ใช้ประเมินบริษัทชั้นนำกว่า 8,000 แห่งทั่วโลก ความโดดเด่นของคะแนนในปีนี้จึงสะท้อนว่า บจ.ไทยไม่ได้ยั่งยืนแค่ในระดับประเทศ แต่การดำเนินงานด้านความยั่งยืนของเราเป็นไปตามมาตรฐานสากลและเทียบเคียงได้กับบริษัทระดับโลก นักลงทุนเองก็สามารถใช้คะแนน FTSE Russell ESG Scores ไปคัดหุ้นและจัดพอร์ตลงทุนได้สะดวกขึ้น เพราะสามารถเทียบคะแนนได้กับบริษัทจดทะเบียนทั่วโลก

หัวใจสำคัญของ FTSE Russell ESG Scores คือการใช้ “ข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ” ในการประเมิน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระงานให้บริษัทไม่ต้องตอบแบบประเมินเองแล้ว ยังสร้างความโปร่งใสจากการที่ผู้ใช้ข้อมูลก็สามารถเข้าถึงรายงานหรือเอกสารที่บริษัทเปิดเผยได้ นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้บริษัททบทวนผลการประเมินเบื้องต้น และให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ก่อนที่จะประกาศผลคะแนนของบริษัทสามารถดูข้อมูล FTSE Russell ESG Scores เพิ่มเติมได้ที่ https://setsustainability.com/ftse-russell-esg-scores

คุณนายพารวย ขอฝากทิ้งท้ายว่า แม้คะแนน ESG จะเป็นเครื่องมือคัดกรองหุ้นที่ดี แต่นักลงทุนไม่ควรใช้เป็นข้อมูลเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจ ควรพิจารณาข้อมูลพื้นฐานอื่นๆ เช่น ผลการดำเนินงาน และสถานะการเงินควบคู่ไปด้วย เพื่อให้การลงทุนของทุกท่านเติบโตอย่างมั่งคั่งและยั่งยืนไปพร้อมๆกันค่ะ.

คุณนายพารวย

รพ.รามาฯ ปลุกพลัง 8 พันล้านเหตุผล ขับเคลื่อนการจัดการโรคอ้วน – ชูเทคนิคลดน้ำหนักด้วยการปรับความคิด

0

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันโรคอ้วนโลก (World Obesity Day) ภายใต้ธีมระดับสากล “8 Billion Reasons to Act on Obesity” เพื่อสร้างความตระหนักรู้และขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาโรคอ้วนอย่างเป็นรูปธรรม

ศาสตราจารย์ ดร.นพวรรณ เปียซื่อ รองคณบดีฝ่ายสร้างเสริมสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยว่า “รามาธิบดีให้ความสำคัญสูงสุดกับการจัดการโรคอ้วนอย่างครบวงจร โดยเริ่มจากภายในองค์กร คือการดูแลสุขภาพบุคลากรให้มีดัชนีมวลกายและรอบเอวที่เหมาะสม เพื่อเป็นต้นแบบด้านสุขภาพที่ดีแก่สังคม การแก้ปัญหาโรคอ้วนไม่ใช่เพียงเรื่องส่วนบุคคล แต่เป็นพันธกิจระดับองค์กรที่ต้องสนับสนุนทุกมิติ”

ภายในงานมีการเสวนาเจาะลึกเทคนิคการลดน้ำหนักที่ยั่งยืน โดย รศ. ดร. นพ.วรุตม์ อุ่นจิตสกุล จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในหัวข้อ “เข้าใจ แต่ไปไม่ถึงเป้าหมาย ปรับเปลี่ยนได้ด้วย Cognitive Behavioral Therapy (CBT)” ระบุว่า “หัวใจสำคัญของการลดน้ำหนักที่สำเร็จคือการ ‘ปรับความคิด’ เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรม การใช้ CBT จะช่วยให้เข้าใจกลไกทางจิตวิทยาที่ขัดขวางเป้าหมาย และสร้างทักษะการจัดการตนเองให้ก้าวข้ามอุปสรรคได้อย่างถาวร”

ด้าน ผศ. พญ.ดรุณีวัลย์ วโรดมวิจิตร ประธานคณะกรรมการป้องกันและจัดการโรคอ้วนแบบครบวงจรฯ กล่าวเสริมถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า “โรคอ้วนเป็นภัยเงียบที่เป็นบ่อเกิดของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) มากมาย ปัจจุบันแนวทางการรักษาไม่ได้หยุดอยู่แค่การควบคุมอาหารหรือสั่งให้ลดน้ำหนักเท่านั้น แต่เรามุ่งเน้นการดูแลที่ลงลึกถึงระดับต้นตอของปัญหา เพื่อวางแผนการจัดการโรคอ้วนให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับแต่ละบุคคล”

นอกจากนี้ งานสร้างเสริมสุขภาพ ยังได้แนะนำ คลินิกสร้างเสริมสุขภาพ (Health Promotion Clinic) ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และให้คำปรึกษาด้านโภชนาการและการออกกำลังกายเฉพาะบุคคล สอดคล้องกับแนวทาง กฎบัตรอ๊อตตาวา (Ottawa Charter) ในการพัฒนาทักษะส่วนบุคคลให้มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ และปรับระบบบริการสุขภาพที่เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพที่ยั่งยืน

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี พร้อมเป็นส่วนหนึ่งใน 8 พันล้านเหตุผลที่จะขับเคลื่อนให้สังคมไทยและโลกใบนี้ ปลอดภัยจากภัยเงียบของโรคอ้วนอย่างยั่งยืน

AIS จ่ายค่าคลื่น 2600 MHz งวด 3 แก่ กสทช.

0

บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) ในเครือ AIS ตอกย้ำบทบาท Intelligent Infrastructure เดินหน้าเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะของประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลไทยในระยะยาว นำโดย นายวรุณเทพ วัชราภรณ์ หัวหน้าฝ่ายงานรัฐกิจสัมพันธ์ เอไอเอส เข้าดำเนินการชำระค่าคลื่นความถี่ 2600 MHz งวดที่ 3 เป็นจำนวนเงิน 3,139,540,500 บาท ให้แก่สำนักงาน กสทช. โดยมี นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นผู้รับมอบ เพื่อส่งมอบเป็นรายได้แผ่นดินและสนับสนุนการพัฒนากิจการโทรคมนาคมของประเทศในระยะยาว

AIS ยืนยันเจตนารมณ์ในการลงทุนพัฒนาโครงข่ายและระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศอย่างต่อเนื่อง ในฐานะ National Digital Infrastructure ที่ให้ความสำคัญทั้ง Coverage ที่ครอบคลุมและคุณภาพบริการที่เชื่อถือได้ โดย AIS ให้บริการมือถือครอบคลุมมากกว่า 95% ของพื้นที่ประชากร และมีโครงข่ายบรอดแบนด์ครอบคลุมมากกว่า 20 ล้านครัวเรือน พร้อมเดินหน้าขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะของประเทศ ทั้ง Data Center และ Cloud ควบคู่การยกระดับเครือข่ายร่วมกับพันธมิตรระดับโลกสู่ Autonomous Network และ Trusted Connectivity เพื่อการใช้งานที่ปลอดภัย มั่นใจได้ในทุกสถานการณ์

SET Note เผยผลสำรวจ ผู้บริหารบจ.ไทยยังมองอนาคตเศรษฐกิจไทยสดใส คาดปี 69 โต 1-2%

0

ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สำรวจความคิดเห็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนในปี 2569 (CEO Survey: Economic Outlook 2026) เกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจ การดำเนินธุรกิจ และประเด็นที่น่าสนใจที่เกี่ยวข้อง โดยรวบรวมข้อมูลในช่วงวันที่ 23 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์ 2569 มีบริษัทจดทะเบียนร่วมแสดงความคิดเห็นทั้งสิ้น 234 บริษัท (SET 180 บริษัท และ mai 54 บริษัท) จาก 8 อุตสาหกรรม 26 หมวดธุรกิจ คิดเป็น 53.9% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ณ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 โดยพบว่า

  • 73% ของ CEO คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะเติบโตได้ที่ระดับ 1-2% โดยแรงหนุนหลักมาจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและนโยบายการคลัง ขณะที่ความเสี่ยงสำคัญคือเสถียรภาพทางการเมือง กำลังซื้อในประเทศ และหนี้ครัวเรือนระดับสูง ทั้งนี้ ราวครึ่งหนึ่งประเมินว่าเงินเฟ้อจะอยู่ในกรอบเป้าหมาย 1–3% ของธนาคารแห่งประเทศไทย.
  • CEO เกินกว่า 80% คาดการณ์รายได้ของบริษัทฯ ยังคงเติบโตต่อเนื่องในปี 2569 โดยกว่า 2 ใน 3 ประเมินการเติบโตในช่วง 0–10% สะท้อนภาพการขยายตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้ กลุ่มบริการมีสัดส่วนคาดการณ์การเติบโตสูงกระจุกตัวมากที่สุด โดยมีแรงหนุนหลักใน 12 เดือนข้างหน้ามาจากการลงทุนภาครัฐ อุปสงค์ในประเทศ และการใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ ขณะที่แรงกดดันสำคัญยังอยู่ที่กำลังซื้อและหนี้ครัวเรือน รวมถึงความไม่แน่นอนด้านนโยบายและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มากขึ้น
  • 3 ใน 4 ของ CEO มองว่า 12 เดือนข้างหน้าเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการลงทุน โดยให้ความสนใจทั้งประเทศไทยและอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนามซึ่งเป็นจุดหมายหลักของหลายอุตสาหกรรม สะท้อนบทบาทในฐานะฐานการผลิตและตลาดเติบโต ขณะที่กลุ่มบริการมีการกระจายการลงทุนในหลายประเทศมากที่สุด แสดงถึงความคล่องตัวในการขยายธุรกิจ แม้บางอุตสาหกรรมยังมีท่าทีระมัดระวังต่อภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนทางการเงิน.
  • บริษัทจดทะเบียนปรับกลยุทธ์รับมือความท้าทายผ่าน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีและพลังงานทดแทน การเดินหน้าลงทุนโดยยังให้ไทยเป็นฐานหลักโดยไม่เร่งระดมทุนเพิ่ม การปรับกลยุทธ์การตลาดทั้งด้านสินค้า ราคา และช่องทางจัดจำหน่าย รวมถึงการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อเสริมความยืดหยุ่น แม้ยังไม่เร่งทำ M&A ในระยะนี้
  • CEO ส่วนใหญ่มุ่งสร้างมูลค่าผ่านการเติบโตของธุรกิจ โดยเฉพาะการลงทุนในธุรกิจหลักควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจสู่โอกาสใหม่ รวมถึงการบริหารความเสี่ยงและโครงสร้างทางการเงินอย่างเหมาะสม มากกว่าการตอบแทนผู้ถือหุ้นในระยะสั้น ทั้งนี้ มุมมองดังกล่าวมีความสอดคล้องกันในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม

หนีกรุงไปติดเกาะที่ หลีเป๊ะ

0

🌊 หนีไปติดเกาะที่ “หลีเป๊ะ” ฉบับปี 2026: มัลดีฟส์เมืองไทยที่ใจฟูสุดๆ! 🏝️

ถ้าถามว่าหน้าร้อนนี้ (หรือจริงๆ ก็เที่ยวได้เกือบทั้งปี!) ไปไหนดี? คำตอบในใจเรายังคงเป็น “เกาะหลีเป๊ะ” จ.สตูล ครับ กลับไปกี่ครั้ง น้ำทะเลก็ยังใสเป็นคริสตัลเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความชิลล์ ฮีลใจดีเหลือเกิน

วันนี้แอดมินสรุปลายแทงสั้นๆ สำหรับใครที่มีแพลนจะตามรอยมาฝากครับ

📍 3 หาดห้ามพลาดบนเกาะ

หาดพัทยา (Pattaya Beach):

เป็นหน้าด่านที่เรือสปีดโบ๊ททุกลำมาจอด ทรายที่นี่ละเอียดเหมือนแป้งเด็ก (Powder Sand) ที่สุดบนเกาะแล้วครับ เหมาะมากสำหรับสาย Activity เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของ Walking Street และร้านอาหารเก๋ๆ เพียบ ใครชอบความคึกคัก พักแถวนี้ไม่มีเหงาแน่นอน มีโชว์ควงกระบองไฟตอนกลางคืน หรืออยากหาที่นั่งดื่มชิลล์ๆ ต้องหาดนี้เลย

หาดซันไรส์ (Sunrise Beach):

ตื่นเช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นคือที่สุด! น้ำใสมาก เดินลงไปดำน้ำตื้นหน้าหาดได้เลย หาดที่ยาวที่สุดและ “น้ำใสที่สุด” ในความคิดแอดมินเลยครับ จุดเด่นคือ “ร่องน้ำที่มองเห็นปะการังได้จากชายหาด” แค่เช่าหน้ากากสน็อกเกิลเดินลงน้ำไปไม่กี่เมตรก็เจอฝูงปลาการ์ตูนแล้ว

หาดซันเซ็ต (Sunset Beach):

เงียบสงบกว่าหาดอื่น เหมาะกับการจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ปล่อยใจชิลๆ รอส่งพระอาทิตย์ตกดิน ลากยาวไปถึงดึกดื่่นได้เลย เต็มที่

⛵ กิจกรรม Highlight

One Day Trip ดำน้ำ: ไปเหมาเรือหางยาวเที่ยวรอบนอก-รอบใน ดูปะการังเจ็ดสีที่ ร่องน้ำจาบัง และถ่ายรูปเก๋ๆ กับหินสีดำนิลที่ เกาะหินงาม (ย้ำว่าห้ามเรียงหินนะครับ รักษาธรรมชาติกันด้วยน้า) เกาะราวี หาดทรายขาว น้ำใสๆ

Walking Street: ถนนคนเดินหลีเป๊ะ ของกินเพียบ! โรตีร้านดัง อาหารทะเลสดๆ หรือจะแวะนวดเท้าหลังดำน้ำมาเหนื่อยๆ ก็ฟินสุดๆ

💡 Tips จากแอดมิน

การเดินทาง: บินลงหาดใหญ่ ต่อรถตู้ไปท่าเรือปากบารา แล้วนั่ง Speedboat ข้ามมา (แนะนำให้จองล่วงหน้านะครับ จะได้ไม่พลาดเที่ยวเรือ) ปกติ เรือจะพามาแวะเช็คอินที่ เกาะตะรุเตา ก่อน แต่ให้เวลาไม่มาก 15-20 นาที ก็เรียกให้ขึ้นเรือแล้ว ก่อนที่จะแวะไปจุดเที่ยวต่อไป คือ เกาะไข่ ที่นทท.นิยมไปถ่ายรูปหน้า ซุ้มประตูหิน ที่เป็นจุดเช็คอินไฮไลท์ที่มาหลีเป๊ะแล้วต้องแวะเก็บภาพที่นี่

ช่วงเวลาแนะนำ: ช่วง High Season จะเริ่มตั้งแต่ต.ค. ไปจนถึงพ.ค. ทะเลจะสวยสงบที่สุด พ้นจากช่วงนี้ จะเริ่มมีฝน เป็น Low Season ตั้งแต่มิ.ย. – ต.ค. แลกกับราคาของที่พักจะถูกลง และคนไม่เยอะครับ

ใครเคยไปแล้วประทับใจตรงไหน หรือมีร้านอาหารเด็ดๆ แนะนำ คอมเมนต์บอกกันหน่อยนะ! ส่วนใครยังไม่เคยไป… แท็กเพื่อน แท็กแฟน แล้วจัดกระเป๋าด่วน! 🧳✈️

AIS PLAY จับมือ PREMIER SPORTS ยิงสดรักบี้ระดับโลก ร่วมลุ้นแชมป์ Six Nations Championship โค้งสุดท้าย

0

AIS PLAY ผู้นำด้านบริการวิดีโอสตรีมมิงและคอนเทนต์กีฬาในประเทศไทย ที่รวมทุกความบันเทิงเพื่อทุกคน เดินหน้าขยายขอบเขตคอนเทนต์ให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ล่าสุดประกาศความร่วมมือกับช่องกีฬาพรีเมียม PREMIER SPORTS นำเสนอสุดยอดคอนเทนต์กีฬารักบี้ (RUGBY) ระดับโลก ส่งตรงถึงหน้าจอแฟนกีฬาชาวไทยแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ผ่านสมาร์ตโฟน, แท็บเล็ต และสมาร์ตทีวี ให้รับชมได้ทุกที่ผ่าน AIS PLAY ตอกย้ำบทบาทของ AIS ในการยกระดับการเป็นศูนย์รวมคอนเทนต์ชั้นนำในด้าน Sports & Entertainment อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยกลยุทธ์ “เก็บครบ จบทุกกีฬาในแพลตฟอร์มเดียว” ครอบคลุมคอนเทนต์กีฬาระดับโลก

รุ่งทิพย์ จารุศิริพิพัฒน์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนท์ AIS

นางสาวรุ่งทิพย์ จารุศิริพิพัฒน์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนท์ AIS กล่าวว่า “เป้าหมายสำคัญของเอไอเอส คือการเป็นแพลตฟอร์มความบันเทิงครบวงจร ที่ตอบโจทย์ผู้ชมทุกไลฟ์สไตล์ การจับมือกับ PREMIER SPORTS ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายฐานผู้ชมไปยังกลุ่มที่ชื่นชอบกีฬาเฉพาะทางอย่างกีฬารักบี้ ซึ่งแฟนกีฬาชาวไทยจะสามารถรับชมการถ่ายทอดสดศึกรักบี้ที่เก่าแก่ที่สุดของสหราชอาณาจักรอย่าง “Six Nations Championship” ที่กำลังจะเข้าสู่ช่วงตัดสินแชมป์ในเดือนมีนาคมนี้ รวมถึงรายการอื่นๆ ดังนั้นการจับมือครั้งนี้จะเป็นส่วนเติมเต็มที่ทำให้ AIS PLAY ก้าวขึ้นเป็น ผู้นำของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ครองใจคอกีฬาและผู้ชมชาวไทยอย่างแท้จริง พร้อมมุ่งมั่นคัดสรรคอนเทนต์คุณภาพเพื่อส่งมอบความสุขและความบันเทิงที่ไร้ขีดจำกัดต่อไป”

แฟนกีฬารักบี้ชาวไทย พลาดไม่ได้กับการถ่ายทอดสดการแข่งขันรักบี้ “Six Nations Championship” ในรอบที่ 4 และ 5 ประจำการแข่งขัน และการแข่งขันรักบี้และออสเตรเลียนฟุตบอลอีกมากมาย อาทิเช่น Rugby Championship (SANZAAR), Rugby Nations Cup, English Premiership,  United Rugby Championship, Australian Football League (AFL) และ National Rugby League (NRL)

ลูกค้า AIS สามารถสัมผัสความมันส์ของกีฬารักบี้ระดับโลกผ่านช่อง PREMIER SPORTS (หมายเลข 539) บนแอปพลิเคชัน AIS PLAY, สมาร์ตทีวี และกล่อง AIS PLAYBOX เพียงสมัครแพ็คเกจ PLAY SPORTS ราคา 599 บาท/เดือน (ไม่รวม VAT) เปิดทางสู่คอนเทนต์กีฬาระดับโลกและช่องพรีเมียม อาทิ กอล์ฟ (PGA Tour, LPGA Tour, DP World Tour), เทนนิส ATP Tour, ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลีกเอิง ฝรั่งเศส, อเมริกันฟุตบอล NFL, บาสเก็ตบอล NBA รวมถึงคอนเทนต์บันเทิงจาก Prime Video และ Monomax ลูกค้ามือถือสมัครกด *678*88 โทรออก หรือที่ https://www.ais.th/consumers/entertainment/ais-play/play-sports

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ais.th/consumers/entertainment 

AIS คว้ารางวัล People & Culture Prime Award เวที The People Awards 2026 ยืนหนึ่งองค์กรแถวหน้าเรื่องคน!

0

เอไอเอส ประกาศความภาคภูมิใจอีกครั้งบนเวทีระดับประเทศ คว้ารางวัล Corporate of the Year 2026 สาขา “People & Culture Prime Award” จาก The People Awards 2026 ตอกย้ำความแข็งแกร่งขององค์กรที่ไม่ได้เติบโตด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว หากเติบโตด้วย “พลังคน” และความเชื่อมั่นว่ามนุษย์คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ทั้งในองค์กร สังคม และประเทศสะท้อนภาพผู้นำด้านโทรคมนาคมอัจฉริยะของไทยที่เดินเกมใหญ่กว่า “การเป็นผู้ให้บริการ” แต่กำลังยกระดับบทบาทสู่การเป็น “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ” ที่ทำหน้าที่เป็น “ลมใต้ปีก” สนับสนุนการพัฒนา Digital Talents ของไทย ที่สร้างโอกาสอย่างเท่าเทียม และขับเคลื่อนอนาคตดิจิทัลของประเทศให้เดินหน้าไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร AIS กล่าวว่า “รางวัลนี้ถือเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจของพวกเราชาวเอไอเอส ทุกคน เพราะสะท้อนให้เห็นว่า “คุณค่าของคน” คือหัวใจสำคัญขององค์กร สำหรับเอไอเอส ‘คน’ ไม่ใช่แค่ทรัพยากรขององค์กร แต่คือพลังตั้งต้นของทุกความเปลี่ยนแปลง เราเชื่อว่าความก้าวหน้าที่แท้จริง ทั้งในองค์กรและประเทศ เกิดขึ้นได้เมื่อคนได้รับโอกาส ได้รับการพัฒนา และรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า

ภารกิจของ AIS จึงชัดเจนว่า เราต้องยกระดับศักยภาพคน ทั้งภายในเอไอเอส และคนไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสนับสนุนการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ โดยเฉพาะทักษะด้านดิจิทัล และ AI รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้าง ให้ทุกความแตกต่างได้เติบโตอย่างเต็มที่ ตลอดจนการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้ทุกคนก้าวทันโลกอย่างเท่าเทียม เราจึงตั้งใจยกระดับบทบาทสู่การเป็น Intelligent Infrastructure ที่ไม่เพียงเชื่อมต่อเทคโนโลยี แต่เชื่อมต่อโอกาสให้ผู้คนได้พัฒนาตนเองและสร้างอนาคตของตัวเอง เมื่อคนแข็งแรง สังคมก็แข็งแรง และนี่คือเหตุผลที่ AIS จะเดินหน้าสร้างการเติบโตที่เริ่มจาก ‘คน’ และไปได้ไกลกว่าคำว่าความสำเร็จขององค์กร

ขอขอบคุณคณะกรรมการผู้จัดงาน The People Awards 2026 และพนักงานชาว AIS ทุกคนที่ร่วมมือกันอย่างทุ่มเท การได้รับรางวัลในครั้งนี้ถือเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่จะทำให้เราก้าวไปข้างหน้าในการพัฒนาองค์กรและสังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป เราจะต่อยอดความภาคภูมิใจครั้งนี้เป็นพลังในการขยายโอกาสการพัฒนาให้คนไทยได้เรียนรู้ เติบโต และก้าวทันโลกดิจิทัลอย่างเท่าเทียม เพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน”

The People Awards เป็นเวทีประกาศรางวัลแห่งปีโดยสื่อออนไลน์อย่าง The People ที่มุ่งยกย่อง “คน” และ “องค์กร” ต้นแบบจากทุกวงการ ผู้กล้าคิด กล้าทำ สามารถสร้างคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงต่อโลกใบนี้ในทางที่ดีขึ้น และ รางวัล Corporate of The Year เป็นรางวัลที่มอบให้แก่องค์กรที่ยืนเคียงข้างผู้คน สร้างคุณค่า และผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม รางวัลดังกล่าวจึงสะท้อนความสำเร็จของ AIS ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรับความหลากหลายและพัฒนาศักยภาพคนทั้งภายในและภายนอกอย่างเท่าเทียม ผ่านโอกาสและสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

ถูกใจสาย Pet Lover ! AIS ผนึก GDH เปิดตัวหนัง “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” พร้อมกิจกรรมเอาใจคนรักสัตว์

0

AIS สานต่อความร่วมมือครั้งสำคัญกับค่ายหนัง GDH เปิดตัวภาพยนตร์อบอุ่นหัวใจ “โกฮัง..หัวใจโกโฮม”  เป็นภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าหมาจรตัวขาวจมูกชมพูที่ชื่อ ‘โกฮัง’ ที่ได้มาผูกพันกับ 3 เจ้าของในแต่ละช่วงวัย และทำให้มันได้เข้าใจความหมายของคำว่า ‘บ้าน’  เพื่อมอบประสบการณ์จากจอภาพยนตร์สู่ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในทุกมิติ ตอกย้ำบทบาทแบรนด์ที่เข้าใจคนทุกเจเนอเรชัน และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า รวมถึงกลุ่มคนรักสัตว์ โดยมีนางเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าพรีเพด AISนางสาวจินา โอสถศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด ในงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ โกฮัง หัวใจโกโฮม

และนอกจากนี้ AIS จะยังคงต่อยอดสู่กิจกรรมสำหรับกลุ่ม Pet Lover อย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกมิติ อาทิ จัดรอบฉายหนังพิเศษเอาใจสายรักสัตว์พร้อมกิจกรรมสุดใกล้ชิดกับดารานักแสดง สำหรับลูกค้า AIS เท่านั้น รับชมได้ก่อนใคร ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ตอกย้ำจุดยืนแบรนด์ที่เข้าใจกลุ่มคอหนัง และกลุ่มคนรักสัตว์โดยเฉพาะ และเตรียมพบกับกิจกรรมสุด Exclusive สำหรับลูกค้า AIS และแฟนๆ ภาพยนตร์โกฮัง…หัวใจโกโฮม ณ AIS SIAM สเปซเจนซี เพื่อทุกไลฟ์สไตล์ เปิดพื้นที่ให้คอมมูนิตี้คนรักสัตว์ได้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง อาทิ ตรวจเช็คสุขภาพสัตว์เบื้องต้น ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง พร้อมต่อยอดด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์คนรักสัตว์โดยเฉพาะ

“โกฮัง..หัวใจโกโฮม”  เป็นภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าหมาจรตัวขาวจมูกชมพูที่ชื่อ ‘โกฮัง’ ที่ได้มาผูกพันกับ   3 เจ้าของในแต่ละช่วงวัย และทำให้มันได้เข้าใจความหมายของคำว่า ‘บ้าน’ การันตีความสนุกอบอุ่นหัวใจ โดย 2 โปรดิวเซอร์ วัน วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์ จากภาพยนตร์ “หลานม่า” ที่สร้างปรากฏการณ์ยิ้มทั้งน้ำตามาแล้วทั่วโลก และ บาส พูนพิริยะ จากภาพยนตร์ “ฉลาดเกมส์โกง”   ที่ประสบความสำเร็จทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยจะถ่ายทอดเรื่องราว   แต่ละช่วงวัยของ ‘เจ้าโกฮัง’   ผ่านมุมมองของ 3  ผู้กำกับ หมู ชยนพ บุญประกอบ, บาส พูนพิริยะ และอัตต้า อัตตา เหมวดี ร่วมสัมผัสเรื่องราวสุดอบอุ่น 2 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

AIS ประกาศความสำเร็จ ออกหุ้นกู้ USD Bond มูลค่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ รองรับการการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

0

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ประกาศความสำเร็จในการออกและเสนอขายหุ้นกู้สกุลดอลลาร์สหรัฐ (USD Bond) มูลค่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมียอดจองซื้อเข้ามากว่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเกินจำนวนเสนอขายกว่า 5 เท่า ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่มี Credit Spread ต่ำที่สุดสำหรับการขายหุ้นกู้สกุลดอลล่าร์สหรัฐฯ ที่ออกโดยบริษัทจากประเทศไทยและบริษัทโทรคมนาคมในเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ที่มีอันดับเครดิตระดับเดียวกัน และต่ำที่สุดในรอบ 31 ปีสำหรับหุ้นกู้สกุลดอลล่าร์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีในกลุ่มบริษัทโทรคมนาคมในเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ที่มีอันดับเครดิตระดับเดียวกัน แสดงถึงความแข็งแกร่งด้านฐานะทางการเงินและกระแสเงินสดของเอไอเอส การออกขายหุ้นกู้ดังกล่าวยังเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน ด้วยการขยายฐานนักลงทุนสู่ตลาดทุนต่างประเทศ เปิดโอกาสให้นักลงทุนสถาบันในยุโรปและเอเชียเข้าร่วมลงทุน สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการเป็นบริษัทโทรคมนาคมดิจิทัลชั้นนำ ด้วยศักยภาพการเติบโตและความแข็งแกร่งทางการเงินของเอไอเอสที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

หุ้นกู้แบ่งเป็น 2 รุ่น ได้แก่ อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.26% และอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.894% จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ เพื่อใช้สำหรับวัตถุประสงค์ทั่วไปของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทจะเข้าทำสัญญา Cross Currency Swap เพื่อแปลงภาระผูกพันทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญาของหุ้นกู้ทั้งจำนวนเป็นสกุลเงินบาทเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและดอกเบี้ยในอนาคต รวมทั้งรักษาอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับเดียวกันกับแหล่งกู้ยืมภายในประเทศ เพื่อรักษาต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยของบริษัทให้ใกล้เคียงปัจจุบันที่อัตราโดยประมาณ 2.7% ถึง 2.8%  ทั้งนี้ หุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก Standard & Poor’s Rating Services (S&P) ที่ระดับ BBB+ ซึ่งเป็นอันดับเครดิตในระดับ Investment Grade สะท้อนถึงสถานะทางการเงินและความสามารถในการชำระคืนหนี้ของบริษัทที่มีความมั่นคงสูง  โดยภายหลังการออกหุ้นกู้ เอไอเอสยังคงมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ในระดับไม่เกิน 2.5 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่ยังคงแข็งแกร่ง และมีความสามารถในการชำระคืนหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับโอกาสการเติบโตในอนาคต

ธีร์ สีอัมพรโรจน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านการเงิน เอไอเอส

นายธีร์ สีอัมพรโรจน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านการเงิน เอไอเอส กล่าวว่า “การออกหุ้นกู้ครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการบริหารโครงสร้างเงินทุนให้สอดคล้องกับแผนการลงทุนและทิศทางธุรกิจ พร้อมรองรับการขยายการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในระยะยาวได้อย่างมั่นคง

เอไอเอสในฐานะบริษัทโทรคมนาคมดิจิทัลชั้นนำ ได้ขยายตัวจากการเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม เข้าสู่การให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล “Intelligent Digital Infrastructure” ครอบคลุมการขยายโครงข่าย 5G  อินเทอร์เน็ตบ้าน รวมทั้งการลงทุนในธุรกิจใหม่อย่างดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และบริการดิจิทัล ซึ่งมุ่งตอบโจทย์ทั้งลูกค้า B2C และ B2B ที่เร่งเปลี่ยนผ่านเข้าสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล

การเสนอขายหุ้นกู้สกุลดอลล่าร์สหรัฐฯ ในจำนวนเทียบเท่า 31,000 ล้านบาทในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศเป็นอย่างดี สะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางการเงินของเอไอเอสที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

  • ยอดจองซื้อเข้ามากว่า 150,000 ล้านบาท ซึ่งเกินกว่าจำนวนที่เสนอขายมากกว่า 5 เท่า
  • มูลค่าการออกหุ้นกู้สกุลดอลล่าร์สหรัฐสูงที่สุดในบริษัทโทรคมนาคม (ไม่รวมญี่ปุ่น) ตั้งแต่ปี 2563
  • อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับถือว่ามี Credit spread ที่ต่ำที่สุดสำหรับการออกหุ้นกู้สกุลดอลล่าร์สหรัฐที่ออกโดยบริษัทในประเทศไทย และบริษัทโทรคมนาคมในเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ที่มีอันดับเครดิตระดับเดียวกัน
  • อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับถือว่ามี Credit spread ต่ำที่สุดในรอบ 31 ปีสำหรับหุ้นกู้สกุลดอลล่าร์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีในกลุ่มบริษัทโทรคมนาคมในเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ที่มีอันดับเครดิตระดับเดียวกัน

 ซึ่งเป็นผลจากฐานะทางการเงินและความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งของเอไอเอส อีกทั้งยังช่วยกระจายแหล่งเงินทุนสู่ตลาดต่างประเทศ เพิ่มความหลากหลายของฐานนักลงทุนตราสารหนี้ และเสริมความยืดหยุ่นในการบริหารกระแสเงินสด โดยบริษัทยังได้ให้ความสำคัญกับการบริหารด้านการเงินอย่างรอบคอบ เพื่อเสริมสร้างรากฐานทางการเงินที่มั่นคง พร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต และสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศอย่างยั่งยืน”