Home Blog Page 2

ตลาดหลักทรัพย์ฯ และตลาดหลักทรัพย์ลาว ลงนาม MOU เชื่อมตลาดทุนไทย–ลาว ขยายโอกาสลงทุนสู่ภูมิภาค

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์ลาว (Lao Securities Exchange: LSX) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและความเชื่อมโยงระหว่างตลาดทุนสองประเทศ  นับเป็นก้าวสำคัญในการ

บูรณาการตลาดทุนในระดับภูมิภาค และขยายโอกาสแก่ผู้ลงทุนและผู้ร่วมตลาดในทั้งสองประเทศ ภายใต้ความร่วมมือนี้ ทั้งสองตลาดจะร่วมศึกษาแนวทางเชื่อมโยงระหว่างตลาด รวมถึงสนับสนุนการจดทะเบียนหลักทรัพย์ในทั้งสองตลาด (Dual Listing) เพื่อเพิ่มทางเลือกในการระดมทุนสำหรับบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์และการลงทุนสำหรับผู้ลงทุน และเสริมสร้างสภาพคล่องในตลาดทุนทั้งสองแห่ง นอกจากนี้ ยังครอบคลุมการพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจ ผ่านการสร้างเครือข่าย การจับคู่ธุรกิจ และกิจกรรมส่งเสริมการลงทุน ควบคู่กับความร่วมมือด้านการวิจัย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแล รวมถึงการแลกเปลี่ยนบุคลากร เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความโปร่งใสของทั้งสองตลาด

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่าความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการเสริมสร้างความเชื่อมโยงของตลาดทุนในภูมิภาค โดยการทำงานร่วมกับ LSX จะช่วยเปิดโอกาสการลงทุนข้ามพรมแดน เพิ่มการเข้าถึงตลาด และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งสองตลาด สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” ภายใต้พันธกิจ (priorities) สำคัญของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการสร้างตลาดน่าเชื่อถือที่ยั่งยืน (Trusted Marketplace) ด้วยสินค้าคุณภาพที่หลากหลายและตอบโจทย์ ตลอดจนการเสริมศักยภาพผู้ร่วมตลาด (Empowering Market Participants) รวมถึงพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน ขณะที่ความร่วมมือนี้ยังเป็นการตอกย้ำการขับเคลื่อนด้วยทีมงานที่พร้อมเปลี่ยนแปลง (Purposeful People Who Transform) จากการเปิดโอกาสพัฒนาเพิ่มศักยภาพบุคลากรของทั้งสองตลาด

นายสีโสวัต ถิรากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LSX กล่าวว่าการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาตลาดทุนลาว โดยความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยยกระดับศักยภาพของตลาด ขยายโอกาสการลงทุน และส่งเสริมการเชื่อมโยงกับตลาดทุนในภูมิภาคเพื่อประโยชน์ของทุกภาคส่วน ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงแนวคิดร่วมกันของตลาดหลักทรัพย์ฯ และ LSX ในการส่งเสริมการบูรณาการตลาดทุนในระดับภูมิภาค พัฒนาตลาดทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวให้แก่ผู้ลงทุนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทั้งสองประเทศ

gettgo จับมือ บางจาก ขยายช่องทางประกันรถยนต์ออนไลน์ เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ผู้ใช้รถทั่วประเทศ

0

gettgo โบรกเกอร์ประกันออนไลน์ ภายใต้การบริหารของบริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อขยายช่องทางการเข้าถึงประกันภัย    ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้ใช้รถยุคใหม่ โดยลูกค้าสามารถเลือกซื้อ ประกันรถยนต์รายปี, ประกันรถยนต์ระยะสั้น และ พ.ร.บ. ออนไลน์ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ผ่านแอปพลิเคชันบางจาก

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานของไทย ที่มีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันบางจาก  ร้านกาแฟอินทนิล และโปรแกรมสมาชิก Bangchak GreenMiles ที่มีฐานผู้ใช้งานทั่วประเทศ ด้วยจุดแข็งด้านฐานลูกค้าผู้ใช้รถจำนวนมาก ทำให้ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยเชื่อมต่อบริการด้านพลังงานและประกันภัย พร้อมเพิ่มทางเลือกการเข้าถึงความคุ้มครองให้สะดวกยิ่งขึ้น

ความร่วมมือครั้งนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ ประกันรถยนต์รายปี, ประกันรถยนต์ระยะสั้น และประกันภาคบังคับ (พ.ร.บ. รถยนต์) เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้รถที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็วในชีวิตประจำวัน โดยลูกค้าสามารถเลือกเปรียบเทียบแผนประกันจากบริษัทประกันภัยชั้นนำ และซื้อออนไลน์ได้ทันทีในไม่กี่ขั้นตอน ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ต้องการ “ครบจบในที่เดียว” ตั้งแต่การดูแลรถ เติมน้ำมัน ไปจนถึงการเลือกซื้อประกันภัย  ตามความคุ้มครองที่เหมาะสม

นายวรวัฒน์ โรจน์รังษี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด กล่าวว่า “gettgo มุ่งพัฒนาบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยตั้งใจให้ทุกคนได้รับความคุ้มครองที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด ผ่านแพลตฟอร์ม gettgo ที่ช่วยคัดเลือกและเปรียบเทียบแผนประกันจากหลายบริษัท เพื่อให้ลูกค้าเลือกได้ง่าย สะดวก และคุ้มค่าในที่เดียว”

ทั้งนี้ ลูกค้าบางจากสามารถเข้าถึง ประกันรถยนต์รายปี, ประกันรถยนต์ระยะสั้น และ พ.ร.บ. ออนไลน์ จาก gettgo ได้โดยตรงผ่านแอปพลิเคชันบางจาก พร้อมเลือกเปรียบเทียบแผนประกันจากหลายบริษัทประกันภัยชั้นนำ เลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมได้อย่างสะดวกในที่เดียว พร้อมสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าบางจากมากมาย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชวนเจาะลึกธุรกิจครอบครัวไทย ถอดบทเรียนจากธุรกิจครอบครัวระดับโลก

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชวนเจ้าของกิจการ ทายาทธุรกิจ และผู้ที่สนใจ ร่วมงานเสวนาและเปิดตัวหนังสือ “สูตรสำเร็จและความล้มเหลวของธุรกิจครอบครัวไทย: ถอดบทเรียนจากธุรกิจครอบครัวระดับโลก” ในวันอังคารที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 13.00-15.00 น. ณ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเจาะลึกเคล็ดลับความสำเร็จ พร้อมเรียนรู้จากบทเรียนจริงของธุรกิจครอบครัวระดับโลกหลากหลายมิติ นำมาใช้เป็นแนวทางวางรากฐานบริหารธุรกิจครอบครัวให้เติบโตอย่างยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น ผ่านมุมมองจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับแนวหน้า นำโดย ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ คุณวาสนา จันทรัช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) ดำเนินรายการโดย ศาสตราจารย์ ดร.กฤษฎ์เลิศ สัมพันธารักษ์ ศาสตราจารย์ประจำ University of California San Diego

พิเศษ! เมื่อซื้อหนังสือภายในงาน รับส่วนลดทันที 20% ผู้สนใจลงทะเบียนร่วมงานฟรี! ที่เว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ https://www.set.or.th/th/about/event-calendar/event/eventdetails?id=88232 หรือสอบถาม SET Contact Center
0 2009 9999

AIS เสิร์ฟโมเมนต์อบอุ่น ชวนลูกค้าดูหนัง “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” รอบพิเศษก่อนใครเอาใจคนรักหนังและเพื่อนสี่ขา

0

AIS ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่เข้าถึงทุกเจเนอเรชันและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เดินหน้าสร้างสรรค์ประสบการณ์ความสุขให้กับลูกค้า ด้วยการจัดฉายภาพยนตร์ “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” ผลงานใหม่จาก GDH รอบพิเศษก่อนใคร โดยผู้โชคดีที่ได้เข้าร่วมชมรอบพิเศษครั้งนี้ มาจากการคัดเลือกผ่านกิจกรรมแชร์ภาพถ่ายและเรื่องราวของสุนัขตัวโปรด ภายในงาน ลูกค้า AIS ได้สัมผัสบรรยากาศอบอุ่น พร้อมร่วมกิจกรรมสุดพิเศษกับนักแสดงนำ “เจ้านาย-จินเจษฎ์ วรรธนะสิน” ที่มาแบ่งปันเบื้องหลังการถ่ายทำอย่างใกล้ชิด รวมถึงกิจกรรมเล่นเกมลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษตลอดงาน

เบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าพรีเพด AIS

นางเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าพรีเพด AIS กล่าวว่า “ปัจจุบันไลฟ์สไตล์ของคนรักสัตว์เติบโตอย่างต่อเนื่องและกลายเป็นส่วนหนึ่งของผู้คนในทุกเจเนอเรชัน AIS ในฐานะแบรนด์ที่มุ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกมิติ จึงสานต่อความร่วมมือกับ GDH จัดกิจกรรมพิเศษครั้งนี้ เพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับให้กับลูกค้าทั้งระบบรายเดือนและระบบเติมเงินกว่า 200 ท่าน ที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้โชคดี อีกทั้งยังถือเป็นการขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจให้ AIS ได้ดูแลมาโดยตลอด พร้อมเดินหน้าสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ อีกมากมายในอนาคต”

กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของ AIS ในการมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับและสร้างความผูกพันกับลูกค้า พร้อมยืนยันว่า AIS จะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าในทุกเจเนอเรชันอย่างแท้จริง

คปภ. จับมือ เมืองไทยประกันชีวิต เซเว่น อีเลฟเว่น และเคาน์เตอร์เซอร์วิสส่งมอบ กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ (ไมโครอินชัวรันส์)เพิ่มความสุขและความอุ่นใจ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569

0

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ร่วมกับ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด เปิดตัว “กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ (ไมโครอินชัวรันส์)” เพื่อมอบความคุ้มครองอุบัติเหตุและ สร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชนทั่วประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 โดยได้รับเกียรติจาก นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงาน คปภ. พร้อมด้วย นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นายทัพพ์เทพ จีระอดิศวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และนางเพียรฑอง เฉิดรัศมี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด ร่วมเปิดตัวโครงการ ณ อาคาร CP Tower 3 ถนนพญาไท

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิต ในการผลักดันการเข้าถึงประกันภัยให้กับคนไทยทุกกลุ่ม (Democratizing Insurance) ให้มีหลักประกันความคุ้มครองอุบัติเหตุให้กับตนเองและครอบครัว เข้าถึงได้ง่าย สะดวกสบาย และยังสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองได้ โดย กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ 10 บาท (ไมโครอินชัวรันส์) ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งด้านชีวิตและค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ วงเงินสูงสุด 100,000 บาท และ กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ 20 บาท (ไมโครอินชัวรันส์) ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งด้านชีวิตและค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ วงเงินสูงสุด 250,000 บาท มีระยะเวลาคุ้มครอง 30 วัน นับจากวันเริ่มต้นระยะเวลา เอาประกันภัย ซึ่งผู้ที่จะได้รับสิทธิ์จะต้องถือสัญชาติไทยเท่านั้น และมีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ ถึง 70 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ทำประกันภัย

นายทัพพ์เทพ จีระอดิศวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เคาน์เตอร์เซอร์วิส บริษัทในกลุ่มซีพี ออลล์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงการวางแผนรับมือความเสี่ยงก่อนออกเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อให้ทุกการพักผ่อนเป็นช่วงเวลาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและความสบายใจ

เรามุ่งหวังให้ทุกครอบครัวได้รับความคุ้มครองที่ “เข้าถึงง่าย สะดวก และรวดเร็ว” ผ่านจุดบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยประชาชนที่สนใจสามารถซื้อกรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ (ไมโคร อินชัวรันส์) เพียงแสดงบัตรประชาชนที่ร้าน 7-Eleven ครอบคลุมกว่า 15,000 สาขาทั่วประเทศ พร้อมชำระเบี้ยประกันภัย และพิเศษสำหรับสมาชิก ALL Member ใช้เพียง 1,000 คะแนน แลกรับฟรีความคุ้มครองสูงสุด 250,000 บาท จากนั้นจะได้รับสลิปยืนยันการทำรายการ พร้อม SMS หรือ LINE ยืนยันความคุ้มครอง ซึ่งระบุวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดความคุ้มครองอย่างชัดเจน (จำนวนจำกัด 50,000 สิทธิ์) นอกจากนี้ ยังสามารถซื้อผ่านเว็บไซต์ www.counterservice.co.th หรือ 7-Eleven Application ระยะเวลารับสิทธิ์ตั้งแต่ วันที่ 31 มีนาคม 2569 – 30 มิถุนายน 2569 เคาน์เตอร์เซอร์วิสมุ่งมั่นพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของประชาชน มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกสูงสุดเพื่อให้คนไทยเข้าถึงความคุ้มครองได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

ทั้งนี้ เมืองไทยประกันชีวิต ซีพี ออลล์ และเคาน์เตอร์เซอร์วิส ยังได้จัดแคมเปญพิเศษสำหรับสมาชิก All Member ด้วยการนำเสนอแบบประกันออนไลน์ โครงการเมืองไทย Care Plus โรคร้ายแรง ให้ความคุ้มครองค่ารักษาโรคมะเร็ง ครอบคลุมทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก วงเงินครอบคลุมค่าปรึกษาทางจิตเวช 5 ล้านบาทต่อปีกรมธรรม์ ซื้อได้อายุ 20 – 70 ปี ดูแลถึงอายุ 99 ปี โดยสมาชิก All Member จะรับส่วนลด ค่าเบี้ยประกันปีแรกทันที 5% เมื่อพิมพ์รหัสส่วนลดตามที่กำหนด และสามารถผ่อนชำระค่าเบี้ยประกัน 0% นานสูงสุด 3 เดือน (เมื่อมียอดเบี้ยประกันรายปีขั้นต่ำ 6,000 บาท) ระยะเวลาแคมเปญตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569 – 30 เมษายน 2569

ด้านสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ รับสิทธิพิเศษ Tuesday Smiley (M-Coupon) แลกคะแนนเฉพาะวันอังคารเท่านั้น ใช้เพียง 2 Smile Points แลกรับคูปองแทนเงินสดมูลค่า 50 บาท (2 สิทธิ์/1 ท่าน/ สัปดาห์) จำนวน 3,000 สิทธิ์ เพื่อชำระค่าสินค้าที่ 7-Eleven เพื่อนที่รู้ใจ ใกล้ ๆ คุณ แลกรับสิทธิ์ได้ทาง MTL Click Application และแสดง Barcode ณ จุดชำระเงินร้าน 7-Eleven ระยะเวลากิจกรรมวันที่ 1 เมษายน 2569 – 30 มิถุนายน 2569

ฉลอง 113 ปี เพิ่มรางวัลพิเศษรวม 113 ล้าน! ซื้อสลากออมสินวันนี้ ได้ลุ้นโชคใหญ่ 3 ครั้งรวดยิ่งซื้อยิ่งได้ลุ้น ซื้อเลยวันนี้ที่ MyMo หรือออมสินทุกสาขา

0

ธนาคารออมสินฉลองครบรอบ 113 ปี เพิ่มเงินรางวัลพิเศษรวม 113 ล้านบาท!กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปีและ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) ซื้อแล้ว ซื้ออีก ยิ่งมีโอกาสได้ลุ้นรวย👉 รีบซื้อเลย คลิก >> https://to.gsb.or.th/

ทั้งลูกค้าที่ซื้อสลากเพิ่ม และลูกค้าเดิมที่ถือครองสลากอยู่ ทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล ก็มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษ 3 ครั้ง รวมมูลค่า 113 ล้านบาท รวมจำนวน 63 รางวัล

ครั้งที่ 1 ลุ้น 13 ล้านบาท : วันที่ 16 พ.ค. 69 รางวัลละ 5 แสนบาท จำนวน 26 รางวัล

ครั้งที่ 2 ลุ้น 30 ล้านบาท : วันที่ 16 มิ.ย. 69 รางวัลละ 1 ล้านบาท จำนวน 30 รางวัล

ครั้งที่ 3 ลุ้น 70 ล้านบาท : วันที่ 16 ก.ค. 69 รางวัลละ 10 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล

ดอกเบี้ยและเงินรางวัล บุคคลธรรมดาไม่เสียภาษี

กรณีถอนก่อนครบกำหนด ให้เป็นไปตามเงื่อนไขผลิตภัณฑ์สลากออมสินพิเศษซื้อได้แล้ววันนี้ ที่ MyMo หรือที่ธนาคารออมสินทุกสาขา

เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้อนรับ 22 DR น้องใหม่ อ้างอิงหุ้นชั้นนำสหรัฐฯ ออกโดย INVX เริ่มซื้อขาย 1 เม.ย. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รับจดทะเบียนตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) 22 หลักทรัพย์ใหม่ อ้างอิงหุ้นชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (NASDAQ) และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (INVX) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย 1 เมษายน 2569

15 DR ใหม่ อ้างอิงหุ้นที่จดทะเบียนใน NASDAQ ประกอบด้วย

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
AMD23Advanced Micro Devices, Inc. (AMD)บริษัทออกแบบเซมิคอนดักเตอร์ที่มุ่งพัฒนา CPU, GPU และ Adaptive Computing เพื่อรองรับการใช้งานดาต้าเซ็นเตอร์ ไปจนถึง AI และคลาวด์
AMZN23Amazon.com, Inc. (AMZN)บริษัทเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซ ครอบคลุมการค้าปลีกออนไลน์ บริการผู้ขาย โฆษณา และคลาวด์ พร้อมเครือข่ายโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงครบวงจร
AVGO23Broadcom Inc. (AVGO)บริษัทเทคโนโลยีด้านเซมิคอนดักเตอร์และซอฟต์แวร์องค์กร ครอบคลุมโซลูชันสำหรับเครือข่าย ดาต้าเซ็นเตอร์ และคลาวด์ โดยเชี่ยวชาญการออกแบบชิปเพื่อการเชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูล
CEG23Constellation Energy Corporation (CEG)บริษัทพลังงานที่มีพอร์ตโรงไฟฟ้าคาร์บอนต่ำขนาดใหญ่ เน้นพลังงานนิวเคลียร์และหมุนเวียน พร้อมธุรกิจจัดหาพลังงานให้องค์กรและเชิงพาณิชย์ รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
GOOG23Alphabet Inc. (GOOG)บริษัทเทคโนโลยีที่มี Google เป็นธุรกิจหลัก ให้บริการครอบคลุมการค้นหา วิดีโอ ระบบมือถือ และคลาวด์สำหรับองค์กร พร้อมขยายธุรกิจสู่ AI และลงทุนในนวัตกรรมระยะยาว
LRCX23Lam Research Corporation (LRCX)บริษัทผู้พัฒนาอุปกรณ์การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ เชี่ยวชาญด้าน Deposition, Etch และ Clean รองรับลูกค้าทั้งกลุ่มผู้ผลิตหน่วยความจำและ Foundry ครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่สมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และยานยนต์
META23Meta Platforms, Inc. (META)บริษัทแพลตฟอร์มดิจิทัลที่พัฒนาระบบนิเวศโซเชียลมีเดียขนาดใหญ่ เช่น Facebook, Instagram และ WhatsApp โดยธุรกิจหลักขับเคลื่อนด้วยโฆษณาดิจิทัล และใช้เทคโนโลยี AI เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึง
MICRON23Micron Technology, Inc. (MU)บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ที่เชี่ยวชาญด้านหน่วยความจำ โดยพัฒนาและผลิต DRAM และ NAND Flash สำหรับศูนย์ข้อมูล คลาวด์ คอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน และยานยนต์ รองรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับโลก
MRVL23Marvell Technology, Inc. (MRVL)บริษัทออกแบบเซมิคอนดักเตอร์แบบ Fabless ที่เชี่ยวชาญโซลูชันสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และเครือข่ายความเร็วสูง โดยมีธุรกิจ Data Center เป็นรายได้หลักที่ขับเคลื่อนด้วย AI Infrastructure
MSFT23Microsoft Corporation (MSFT)บริษัทเทคโนโลยีด้านซอฟต์แวร์และคลาวด์ มีผลิตภัณฑ์หลักอย่าง Windows, Microsoft 365 และ Azure พร้อมผสาน AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรทั่วโลก
NVDA23NVIDIA Corporation (NVDA)บริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนาแพลตฟอร์ม Accelerated Computing และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับงาน AI และศูนย์ข้อมูลระดับโลก
PLTR23Palantir Technologies Inc. (PLTR)ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Data Analytics และ AI ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงข้อมูล การวิเคราะห์ และการตัดสินใจไว้ในระบบเดียว รองรับทั้งภาครัฐและองค์กรเอกชนที่ต้องจัดการข้อมูลขนาดใหญ่
SEAGATE23Seagate Technology Holdings plc (STX)ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานจัดเก็บข้อมูลที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีฮาร์ดดิสก์ความจุสูง สำหรับ Cloud และ Data Center
SNDK23Sandisk Corporation (SNDK)ผู้พัฒนาเทคโนโลยี NAND Flash ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุม SSD, Embedded Storage และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล รองรับกลุ่ม Client, Consumer และ Cloud
TSLA23Tesla, Inc. (TSLA)  บริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนาโซลูชันพลังงานสะอาดครบวงจร ครอบคลุมยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ และระบบกักเก็บพลังงาน

7 DR ใหม่ อ้างอิงหุ้นที่จดทะเบียนใน NYSE ประกอบด้วย

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
ANET23Arista Networks, Inc. (ANET)ผู้พัฒนาโซลูชันเครือข่ายสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ เชี่ยวชาญสวิตช์เครือข่ายและซอฟต์แวร์ Extensible Operating System รองรับองค์กรขนาดใหญ่และ Hyperscaler Cloud
CCJ23Cameco Corporation (CCJ)ผู้ผลิตยูเรเนียมรายใหญ่ ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต แปรรูป และบริการเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ พร้อมขยายสู่ Downstream ผ่านการลงทุนใน Westinghouse รองรับการเติบโตของพลังงานนิวเคลียร์ระยะยาว
FCX23Freeport-McMoRan Inc. (FCX)ผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่ มีพอร์ตเหมืองในสหรัฐฯ อเมริกาใต้ และอินโดนีเซีย โดยมี Grasberg เป็นสินทรัพย์หลัก มีรายได้หลักจากทองแดง เสริมด้วยทองคำและโมลิบดีนัม
GEV23GE Vernova Inc. (GEV)บริษัทพลังงานที่มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานแบบครบวงจร ครอบคลุมการผลิตไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน และโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานคาร์บอนต่ำ
NEM23Newmont Corporation (NEM)บริษัทเหมืองทองคำที่มีพอร์ตสินทรัพย์กระจายในหลายภูมิภาค โดยมุ่งเน้นการผลิตทองคำเป็นหลัก ควบคู่กับโลหะอื่นอย่างทองแดงเพื่อเสริมการเติบโตในระยะยาว
SNOW23Snowflake Inc. (SNOW)บริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนาแพลตฟอร์ม Data Cloud บนคลาวด์ รองรับตั้งแต่ Data Warehousing, Data Engineering, Data Sharing ไปจนถึง AI Workloads สำหรับองค์กรยุคดิจิทัล
VRT23Vertiv Holdings Co (VRT)ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำหรับ Data Center ครอบคลุมระบบไฟฟ้าและระบบทำความเย็น พร้อมบริการหลังการขาย

ผู้สนใจศึกษารายละเอียด 22 DR ใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th หรือบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์คือ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด www.innovestx.co.th หรือศึกษาผลิตภัณฑ์ DR เพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/dr

AIS PLAY ผนึกสนามมวยเวทีราชดำเนิน ยิงสดความมันครบ 7 วัน เสริมคอนเทนต์กีฬายกระดับการรับชมมวยไทย

0

AIS PLAY ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านบริการวิดีโอสตรีมมิ่งและคอนเทนต์กีฬาเบอร์ 1 ของประเทศไทย เดินหน้าขยายขอบเขตคอนเทนต์ให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยการประกาศความร่วมมือกับ สนามมวยเวทีราชดำเนิน ในฐานะผู้ถ่ายทอดสดมวยไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมส่งตรงความมันระดับตำนานจากเวทีมวยแห่งแรกของโลก สู่จอสมาร์ทโฟนและทีวี ชมสดครบทุกรายการ 7 วันต่อสัปดาห์ แบบ Full HD ยกระดับมวยไทย ในฐานะ Soft Power สำคัญของประเทศ เพื่อดึงดูดผู้ชมรุ่นใหม่และแฟนมวยทั่วประเทศ ให้รับชมผ่าน AIS PLAY ตอบโจทย์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ให้สามารถรับชมได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็น

RWS – Rajadamnern World Series ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์ รายการเรือธงสุดยิ่งใหญ่ของเวทีราชดำเนิน ทุกสัปดาห์พบกับไฟต์ชิงแชมป์เข็มขัดเวทีราชดำเนิน เข็มขัดมวยไทยอันทรงเกียรติเส้นแรกของโลก เป้าหมายสูงสุดของนักมวยไทยอาชีพ และพบกับนักมวยระดับซูเปอร์สตาร์ชั้นนำจากทั่วโลก ถ่ายทอดสดทุกวันเสาร์

Rajadamnern Knock Out ราชดำเนิน น็อคเอาท์ รายการมวยไทย 3 ยก สุดเดือด ที่มีอัตราการน็อคเอาท์สูงที่สุดในเวทีราชดำเนิน ใส่กันไม่ยั้งตั้งแต่ระฆังดังยกแรก จน ถึงยกสุดท้าย ถ่ายทอดสดทุกวันจันทร์ อังคาร และวันศุกร์

รวมถึงศึกมวยไทย 5 ยก ระดับตำนานส่งตรงจากสนามมวยเวทีราชดำเนิน จากเหล่าโปรโมเตอร์ชั้นนำของเมืองไทย ทุกวันอาทิตย์ พบกับ ศึกเกียรติเพชร โดยโปรโมเตอร์ เดียร์ ฐิติวัฒน์ ธีระเดชพงศ์, ทุกวันพุธ พบกับศึกมวยไทยพลังใหม่ โดยโปรโมเตอร์ สมหมาย สกุลเมตตา และทุกวันพฤหัสบดี พบกับ ศึกเพชรยินดี โดย เสี่ยโบ๊ท ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ เริ่มถ่ายทอดสดตั้งแต่ 1 พฤษภาคม เป็นต้นไป

นางสาวรุ่งทิพย์ จารุศิริพิพัฒน์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนท์ AIS กล่าวว่า “เป้าหมายสำคัญของ AIS PLAY คือการเดินหน้าตอกย้ำบทบาท Digital Streaming Platform สู่การเป็น ‘Live Sports Destination’ ศูนย์รวมคอนเทนต์กีฬาที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับคนไทย การผนึกกำลังกับสนามมวยเวทีราชดำเนินในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำกีฬาประจำชาติอย่าง มวยไทย ซึ่งเป็น Soft Power ที่มีศักยภาพระดับโลก มาส่งต่อให้ผู้ชมได้รับชมในรูปแบบที่ทันสมัยและเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมวยไทยเป็นกีฬาที่มีฐานผู้ชมขนาดใหญ่ มากกว่า  20 ล้านคน ซึ่งความพิเศษของการถ่ายทอดสดในครั้งนี้ คือการผสานความแข็งแกร่งของ Digital Infrastructure จาก AIS เข้ากับความตื่นเต้นของการแข่งขันมวยไทย เราพร้อมที่จะส่งมอบประสบการณ์การรับชมมวยไทยที่ครบทุกมิติ ตลอด 7 วันต่อสัปดาห์ ด้วยความคมชัดแบบ Full HD เพื่อยกระดับมวยไทยจากเวทีประวัติศาสตร์สู่สายตาคนไทย ผ่านแพลตฟอร์ม AIS PLAY”

นายเธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลเบิล สปอร์ต เวนเจอร์ส จำกัด (GSV) ประธานรายการ RWS – Rajadamnern World Series และกรรมการบริหารสนามมวยเวทีราชดำเนิน กล่าวว่า “สนามมวยเวทีราชดำเนินเป็นมากกว่าสถานที่แข่งขัน เราคือต้นกำเนิดของมวยไทยอาชีพที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 80 ปี และพันธกิจของ GSV และสนามมวยเวทีราชดำเนิน คือการยกระดับมวยไทยให้เป็นกีฬาระดับโลกอย่างแท้จริง ความร่วมมือกับ AIS PLAY ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะนำพากีฬามวยไทย ให้เข้าถึงแฟนกีฬาทุกคนในประเทศไทย ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ทันสมัย ให้รับชมได้ทุกที่ทุกเวลา ครบทุกรายการ 7 วันต่อสัปดาห์”

สำหรับสนามมวยเวทีราชดำเนิน เป็นเวทีมวยไทยแห่งแรกของโลก มีประวัติยาวนานกว่า 80 ปี เป็นต้นกำเนิดของกีฬามวยไทยอาชีพ และเป็นเสาหลักที่สำคัญของวงการมวยไทยมาจนถึงปัจจุบัน เป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดของนักมวยไทยอาชีพจากทั่วโลก และที่สรรค์สร้างนักมวยไทยระดับแชมป์โลกและนักชกระดับตำนานมากมาย

ซึ่งแฟนมวยไทยจะได้รับชมการแข่งขัน  RWS – Rajadamnern World Series ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์ พร้อมพากย์ไทย และ Rajadamnern Knock Out ราชดำเนิน น็อคเอาท์ บน OTT แพลตฟอร์มแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่เดียวทาง AIS PLAY เท่านั้น เริ่มถ่ายทอดตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม เป็นต้นไป

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศเกณฑ์รางวัล SET Awards ประจำปี 2569 พร้อมรายชื่อ บจ. ผ่านคัดกรองเบื้องต้น

0

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับวารสารการเงินธนาคาร จัดงาน SET Awards ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 23 เพื่อยกย่องบริษัทที่มีความเป็นเลิศทางธุรกิจและความยั่งยืน ใน 2 กลุ่มประเภทรางวัล ได้แก่ 1) กลุ่มรางวัล Business Excellence และ 2) กลุ่มรางวัล Sustainability Excellence

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งมั่นส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของภาคตลาดทุนให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น สร้างโอกาสให้ทุกภาคส่วน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” ภายใต้พันธกิจ (priorities) สำคัญของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการสร้างตลาดน่าเชื่อถือที่ยั่งยืน (Trusted Marketplace) มีสินค้าคุณภาพ มีธรรมาภิบาลที่ดี และตอบโจทย์การลงทุน ผ่านการเสริมศักยภาพผู้ร่วมตลาด (Empowering Market Participants) ในมิติต่าง ๆ โดยการมอบรางวัล SET Awards เพื่อยกย่องบริษัทที่มีความโดดเด่นและเป็นองค์กรต้นแบบในตลาดทุน ทั้งในด้านการดำเนินงานและคุณภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของผู้เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนของตลาดทุนไทยให้แข็งแกร่ง ควบคู่กับการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน

SET Awards เป็นรางวัลที่ส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานความเป็นเลิศของตลาดทุนไทย โดยในปีนี้บริบทด้านความยั่งยืนกำลังเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนผ่าน ทั้งการเปลี่ยนการประเมินความยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยใช้ FTSE Russell ESG Scores และสำนักงาน ก.ล.ต. มีการปรับปรุงเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐาน IFRS S1 และ S2 (แบบ 56-1 One Report-S) เพื่อให้บริษัทจดทะเบียนมีเวลาในการเตรียมความพร้อม จึงไม่มีการมอบประเภทรางวัล Sustainability Awards เป็นเวลา 2 ปี (ปี 2569 – 2570) โดยยังคงมอบรางวัล Supply Chain Management Awards ตามปกติ ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะทบทวนและพัฒนาการพิจารณารางวัลใหม่ให้สอดคล้องกับบริบทด้านความยั่งยืนในอนาคต เพื่อให้รางวัลในกลุ่ม Sustainability Excellence สะท้อนถึงคุณภาพและความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนของตลาดทุนไทย โดยจะเผยแพร่หลักเกณฑ์ภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2570

“ในปีนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมอบประกาศเกียรติคุณ (Recognition) ให้แก่บริษัทจดทะเบียนโดยพิจารณาจากผลการรับรางวัล Sustainability Awards ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เริ่มมอบรางวัลดังกล่าว เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติองค์กรที่ขับเคลื่อนความยั่งยืนให้เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง” นายอัสสเดชกล่าว

นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานบรรณาธิการ วารสารการเงินธนาคาร ผู้ร่วมจัดงาน SET Awards และคณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิสำหรับการพิจารณาตัดสินรางวัล เปิดเผยว่า รางวัล SET Awards เป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่ได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนในตลาดทุนไทย ในปีนี้ คณะทำงานฯ ได้ปรับปรุงเกณฑ์คัดกรองเบื้องต้นของรางวัล Best Asset Management Company Awards นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงนิยามลูกค้า Wealth สำหรับรางวัล Best Securities Company Awards ด้าน Digital Wealth Service ให้มีความเหมาะสมกับบริบทในปัจจุบันมากขึ้น

รางวัล SET Awards แบ่งเป็น 2 กลุ่มรางวัล ได้แก่ 1) กลุ่มรางวัล Business Excellence มอบแก่บริษัทจดทะเบียน ผู้บริหารสูงสุดของบริษัทจดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทที่ปรึกษาทางการเงินและทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (SASIN) เป็นผู้ประมวลผลรางวัล 2) กลุ่มรางวัล Sustainability Excellence มอบแก่บริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างโดดเด่น โดยรางวัล Supply Chain Management Awards สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU-RAC) เป็นผู้ประมวลผลรางวัล นอกจากนี้ ยังมีรางวัลเกียรติยศแห่งความสำเร็จหรือ SET Awards of Honor สำหรับบริษัทหรือบุคคลที่สามารถรักษาความโดดเด่นในด้านต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป

ทั้งนี้ 6 ประเภทรางวัลที่บริษัทจะต้องส่งข้อมูลประกอบการพิจารณารางวัลสำหรับกลุ่มรางวัล Business Excellence ได้แก่ รางวัล Best Investor Relations Awards รางวัล Best Innovative Company Awards รางวัล Deal of the Year Awards รางวัล Best Securities Company Awards และรางวัล Best Asset Management Company Awards-ESG สำหรับกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence ได้แก่ รางวัล Supply Chain Management Awards ส่วนรางวัลประเภทอื่น ๆ จะพิจารณาจากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ

ผู้สนใจติดตามรายละเอียดเกณฑ์และรายชื่อบริษัทที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นได้ที่ www.set.or.th/setawards สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มรางวัล Business Excellence ได้ที่ฝ่ายผู้ออกหลักทรัพย์ 0 2009 9768 และกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence ได้ที่ฝ่ายกลยุทธ์และระบบนิเวศการลงทุนอย่างยั่งยืน 0 2009 9902

เมืองไทยประกันชีวิต ส่ง MTL Click Application คว้ารางวัล BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION AWARDS 2026 ต่อเนื่องปีที่ 7

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) คว้ารางวัล “BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION AWARDS 2026” ด้านนวัตกรรมชีวิตไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Innovation) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 นับตั้งแต่ปี 2020–2026 ตอกย้ำความสำเร็จของ “MTL Click Application” แพลตฟอร์มดิจิทัลที่พัฒนาเพื่อดูแลลูกค้าอย่างรอบด้านในทุกมิติสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ของคนในยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง

โดยนายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มอบหมายให้ นายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส เป็นตัวแทนรับรางวัลภายในพิธีมอบรางวัล ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างนิตยสาร Business+ และ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อยกย่ององค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนานวัตกรรม และเป็นแรงบันดาลใจให้ภาคธุรกิจไทยให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์สินค้าและบริการที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล

MTL Click Application ถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมสำคัญของเมืองไทยประกันชีวิตที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการด้านประกันชีวิต สุขภาพ และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ครบถ้วน และง่ายยิ่งขึ้น ด้วยการรวบรวมทุกบริการของเมืองไทยประกันชีวิตไว้ในแอปเดียว ทั้งการตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ ความคุ้มครอง การพบแพทย์แบบออนไลน์ รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ และการแลกคะแนนสะสม เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความรวดเร็ว ใช้งานง่าย และเชื่อมโยงทุกบริการได้อย่างไร้รอยต่อ

ทั้งนี้ MTL Click Application ยังเป็นแพลตฟอร์มเชื่อมต่อ “เมืองไทยสไมล์คลับ” คลับแห่งความสุขและรอยยิ้ม ที่ได้รวบรวมกิจกรรมแห่งความสุขและความสุขภาพดีไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการรับสิทธิพิเศษที่เลือกด้วยตัวเองได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้คะแนน (Instant Reward) การแลก Smile Point เพื่อรับสิทธิพิเศษที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ จากพันธมิตรชั้นนำที่หลากหลายมากกว่า 500 แบรนด์ และการเชื่อมสุขภาพกับความคุ้มค่าผ่าน Fit Point นวัตกรรมที่เชื่อมโยงพฤติกรรมสุขภาพเข้ากับความคุ้มค่า โดยลูกค้าสามารถสะสมคะแนนจากผลตรวจสุขภาพ การเดิน หรือการออกกำลังกาย ให้ทุกการดูแลสุขภาพได้เปลี่ยนเป็นส่วนลดเบี้ยประกันภัยปีต่ออายุได้สูงสุดถึง 15% (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต กำหนด)

รางวัลดังกล่าวจึงไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จของ MTL Click Application ในฐานะนวัตกรรมบริการดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำวิสัยทัศน์ของเมืองไทยประกันชีวิต ในการพัฒนาการให้บริการที่ก้าวไกลกว่าการประกันชีวิตแบบดั้งเดิม สู่การเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยดูแลลูกค้าได้อย่างรอบด้านในทุกการใช้ชีวิตประจำวันและทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นในทุกวัน

MTL Click Application สามารถดาวน์โหลดฟรีได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.muangthai.co.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1766 กด 4 หรือศูนย์บริการลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตทั่วประเทศ