Home Blog Page 2

เทรดดัชนี SET50 ตัวเดียวจบ

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่งคั่ง"  หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ดินฟ้าอากาศเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก ช่วงไหนมีคำเตือนว่าฝนจะตกหนักติดต่อกันหลายวัน หลายคนก็ต้องเตรียมรับมือ บางคนถึงกับลางาน พับแผนเที่ยว แต่พอถึงเวลาจริง บางพื้นที่แทบไม่มีฝนตก ขณะที่บางแห่งเจอฝนหนักจนอ่วมอรทัย เรียกว่า “ฝนตกไม่ทั่วฟ้า” นั่นแหละ

เรื่องนี้ไม่ต่างจากตลาดหุ้น บางวันเปิดหน้าจอเห็นดัชนีหุ้นไทยเขียวสดใส บวกขึ้นไปหลายจุด หุ้นใหญ่วิ่งกันคึกคัก แต่พอหันมาดูหุ้นในพอร์ตของตัวเอง กลับนิ่งสนิทไม่ขยับไปไหน บางตัวแดงสวนทางเสียอีก เพราะตลาดหุ้นปรับตัวขึ้น ไม่ได้หมายความว่าหุ้นทุกตัวจะขึ้นตาม หุ้นแต่ละบริษัทมีปัจจัยพื้นฐานและแรงซื้อขายแตกต่างกัน การลงทุนในหุ้นรายตัวจึงไม่ใช่แค่มองทิศทางตลาดให้ถูก แต่ยังต้องเลือกหุ้นให้ถูกตัวด้วย

วันนี้ “คุณนายพารวย” เลยอยากชวนมารู้จักอีกหนึ่งทางเลือก นั่นคือ “การเทรดดัชนี SET50” ที่ช่วยให้นักลงทุนเปลี่ยนจากการจับตาหุ้นรายบริษัท มามองภาพใหญ่ของหุ้นชั้นนำในตลาดไทย โดยไม่ต้องเหนื่อยกับการคัดเลือกหุ้นทีละตัว

SET50 เป็นดัชนีที่คำนวณจากหุ้นของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องสูงสุด  50 ตัวแรกของไทยที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกของ “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ” เหมือนกับการคัดตัวนักกีฬาทีมชาตินั่นแหละ  SET50 คัดตัวหุ้นบจ.ไทยชั้นนำ 50 ตัวจากหุ้นทั้งหมดกว่า 800 ตัว มาเป็นดัชนีตัวเดียว ทำให้นักลงทุนไม่ต้องเสียเวลาเฟ้นหาและลดความเสี่ยงของหุ้นรายตัว  เพราะดัชนีได้กระจายความเสี่ยงข้ามกลุ่มอุตสาหกรรมหลักไว้แล้ว

เมื่อหุ้นขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักในดัชนีปรับตัวขึ้น SET50 ก็มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นตาม และเมื่อหุ้นเหล่านั้นปรับตัวลดลง ดัชนีก็มีแนวโน้มลดลงเช่นกัน จึงเป็นหนึ่งในเครื่องชี้วัดทิศทางของหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดทุน หรือเป็นตัวแทนทิศทางเศรษฐกิจไทยก็ว่าได้ ทำให้นักลงทุนโฟกัสการลงทุนภาพใหญ่และวางแผนเทรดได้ชัดและทันที

นักลงทุนสามารถเทรดดัชนี SET50 ผ่านเครื่องมือ 2 ตัวใน “ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือ TFEX”   เครื่องมือตัวแรกคือ SET50 Index Futures สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับดัชนี SET50  ประกอบด้วยหุ้นขนาดใหญ่ 50 หลักทรัพย์ที่ผ่านเกณฑ์ด้านมูลค่าตลาด สภาพคล่อง และสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย  โดยทบทวนรายชื่อทุก 6 เดือน  ลงทุนด้วยการเปิดสถานะซื้อ (Long) หรือขาย (Short) โดยใช้เงินวางหลักประกันเพียงส่วนหนึ่งของมูลค่าสัญญา ส่วนเครื่องมือตัวที่สองคือ SET50 Index Options เป็นสัญญาที่ให้สิทธิแก่ผู้ซื้อในการรับประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของดัชนีตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยจ่ายค่าพรีเมียมเพื่อแลกกับสิทธิ ขณะที่ผู้ขายได้รับค่าพรีเมียมพร้อมภาระผูกพัน

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจเครื่องมือทั้งสองนี้ก่อนลงทุน  สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.tfex.co.th/th/education/knowledge/article/6-set50-index-futures    กับ www.tfex.co.th/th/education/knowledge/article/17-set50-index-options

ใครอยากเทิร์นโปรเป็นนักลงทุนมืออาชีพ อัพสกิล ปั้นพอร์ต ก็สามารถเข้าไปศึกษากลยุทธ์ลงทุนและโครงการ TFEX Academy+  แหล่งรวมความรู้ด้านการลงทุนใน Futures และ Options ที่มีหลักสูตรเรียนเพียบให้เลือกเรียนตามความสนใจได้ที่นี่เลย  www.tfex.co.th/th/activities/tfexacademyplus2026

คุณนายพารวย

AIS PLAY ยิงสด “เอเชียนพาราเกมส์ 2026” ดูกันจุใจ 14 ช่อง ชวนคนไทยร่วมส่งแรงใจเชียร์ทัพนักกีฬาไทยคว้าเหรียญทอง

0

AIS PLAY ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านบริการวิดีโอสตรีมมิงและศูนย์รวมคอนเทนต์กีฬาที่ครบวงจรที่สุดของไทย สานต่อความสำเร็จของทัพนักกีฬาไทยที่คว้ามาได้ถึง 18 เหรียญทองในศึกเอเชียนเกมส์ที่ผ่านมา ในฐานะที่ AIS PLAY ได้รับสิทธิ์ถ่ายทอดสดเอเชียนพาราเกมส์ 2026 บนแพลตฟอร์ม OTT และ Online อย่างเป็นทางการ (Official Broadcaster) ชวนแฟนกีฬาชาวไทยร่วมส่งแรงใจเชียร์ทัพนักกีฬาพาราทีมชาติไทยต่อเนื่อง ในมหกรรมกีฬา “เอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 ไอจิ-นาโกย่า 2026” ณ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 16-24 ตุลาคม 2569 ส่งตรงการแข่งขันแบบชิดขอบสนามสู่หน้าจอให้แฟนกีฬาได้รับชมอย่างจุใจ เต็มอรรถรสถึง 14 ช่อง ด้วยความคมชัดระดับ Full HD ผ่านแพ็กเกจ PLAY ALL

สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยฯ ได้เตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้น ตั้งเป้าหมายคว้าไม่น้อยกว่า 17 เหรียญทอง นำทัพโดยนักกีฬาระดับโลกอย่าง “กร” พงศกร แปยอ และ “ฟิวส์” อธิวัฒน์ แพงเหนือ 2 นักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งที่พกสถิติโลกไปล่าแชมป์ ซึ่งคาดว่าจะคว้าได้อย่างน้อย 6 เหรียญทอง นอกจากนี้ยังมีลุ้นจาก “แวว” สายสุนีย์ จ๊ะนะ ในกีฬาวีลแชร์ฟันดาบ รวมถึงกีฬาความหวังอย่าง กรีฑา, แบดมินตัน, ยิงปืน, และเทเบิลเทนนิส ที่พร้อมประชันฝีมือกับคู่แข่งสำคัญอย่าง จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น

เพื่อให้คนไทยได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์ระดับชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ AIS PLAY จัดเต็มการถ่ายทอดสดมากถึง 14 ช่อง ประกอบด้วยช่องพากย์ไทย 2 ช่อง (ช่อง Asian Para Games 901 และ 902) โดยทีมพากย์มืออาชีพพร้อมวิเคราะห์เกมการแข่งขัน รับชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง และอีก 12 ช่องที่รับสัญญาณตรงจากเมืองนาโกย่า (ช่อง Asian Para Games 903-914) โดยจะเริ่มถ่ายทอดสดตั้งแต่วันที่ 16-24 ตุลาคม 2569 และมีพิธีเปิดในวันที่ 18 ตุลาคม 2569 แฟนกีฬาจะไม่พลาดทุกโมเมนต์สำคัญ ทั้งแมตช์ที่นักกีฬาไทยลงแข่ง แมตช์ลุ้นเหรียญทั้งของไทยและชาติอื่นๆ รวมถึงสามารถรับชมไฮไลต์และรีรันได้แบบ ครบ จบ ที่เดียว สะท้อนศักยภาพของแพลตฟอร์มในการยกระดับการรับชมกีฬาให้ได้อรรถรสอย่างเต็มอิ่ม

แฟนกีฬาชาวไทยสามารถรับชมการแข่งขันเอเชียนพาราเกมส์ 2026 พร้อมด้วยกีฬาระดับโลกอีกมากมาย อาทิ ฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมนี, ฟุตบอลไทยลีก, บาสเกตบอล NBA, อเมริกันฟุตบอล NFL, เทนนิส ATP และทัวร์กอล์ฟระดับโลกอย่าง LPGA Tour, PGA Tour และ DP World Tour ผ่านแพ็กเกจ PLAY ALL นอกจากนี้ยังอัดแน่นด้วยช่องความบันเทิงพรีเมียมถึง 24 ช่อง ครอบคลุมภาพยนตร์ ซีรีส์ ข่าวสาร และสารคดีชั้นนำระดับโลก

  • สำหรับลูกค้า AIS: สมัครแพ็กเกจรายเดือน ราคาพิเศษเพียง 199 บาท (จากราคาปกติ 299 บาท ไม่รวม VAT) กด *898 โทรออก หรือ แพ็กเกจรายปี ราคาพิเศษเพียง 1,999 บาท (จากราคาปกติ 2,999 บาท ไม่รวม VAT) กด *898*1 โทรออก
  • สำหรับลูกค้าทั่วไป: สมัครแพ็กเกจรายเดือน 299 บาท (ไม่รวม VAT) หรือ แพ็กเกจรายปี 2,999 บาท (ไม่รวม VAT)

สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 พฤศจิกายน 2569 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.ais.th/playall

ร่วมส่งแรงใจเชียร์ทัพนักกีฬาพาราไทยลงแข่งขันแบบเรียลไทม์ได้ที่ AIS PLAY ช่อง Asian Para Games 901-910 บนทุกช่องทาง ทั้งแอปพลิเคชัน AIS PLAY (มือถือ/แท็บเล็ต), กล่อง AIS PLAYBOX, เว็บไซต์ https://aisplay.ais.th บน PC และ โน้ตบุ๊ก, Android TV, Samsung Smart TV, LG Smart TV และ Apple TV นอกจากนี้ยังสามารถติดตามตารางการแข่งขันของนักกีฬาไทย รวมถึงการแข่งขันอื่น ๆ ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก AIS PLAY SPORTS คลิก www.facebook.com/AISPLAYSPORTS 

บทเรียนระดับโลก! สู้ศึก “ปลาหมอคางดำ” ต้องจับตรงจุด ใช้เทคโนโลยีชน ถึงเวลารีเซ็ตแหล่งน้ำไทย!

0

การแก้ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่การนับจำนวนตัวปลาที่จับได้ แต่คือการสกัดไม่ให้มันขยายพันธุ์ ลดประชากรปลาต่อเนื่อง และตีกรอบจำกัดพื้นที่ให้จนมุม

​บทเรียนจากเวทีโลก ทั้ง สหรัฐฯฟิลิปปินส์และไต้หวัน ไม่มีคำว่า “ฟลุก” หรือ “ยาวิเศษเข็มเดียวจบ” ทุกประเทศที่เอาอยู่ สู้ด้วย เทคโนโลยี + กฎหมายเหล็ก + การวางแผนเจาะจงพื้นที่ กันทั้งนั้น!

​ไทยเราจะพลิกเกมนี้อย่างไรไม่ให้งบประมาณละลายแม่น้ำ และคืนชีวิตให้สัตว์น้ำท้องถิ่นอย่างยั่งยืน!

ในสหรัฐฯ เริ่มแพร่ระบาดช่วงปี พ.ศ. 2505–2512 โดยพบครั้งแรกที่รัฐฟลอริดา ช่วงปี 2504-2505 บริเวณชายฝั่งทางตอนใต้และฝั่งตะวันออก มีสาเหตุหลุดรอดมาจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำทางการค้าและธุรกิจปลาสวยงาม และที่รัฐฮาวาย ปี 2505 เป็นการนำเข้าโดยหน่วยงานภาครัฐเพื่อใช้ทดลองเป็นเหยื่อล่อปลาทูน่า ก่อนจะหลุดรอดสู่ธรรมชาติและแพร่กระจาย

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ทางการสหรัฐได้ออกกฎหมายควบคุมเข้มงวด กำหนดให้ปลาหมอคางดำอยู่ในกลุ่มสัตว์น้ำต้องห้าม (Species of Concern หรือ Prohibited Species) ห้ามครอบครอง เพาะเลี้ยง หรือเคลื่อนย้ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ตลอดจนมีการเฝ้าระวังเชิงรุก และใช้เทคโนโลยี eDNA (environmental DNA) ตรวจหาสารพันธุกรรมที่หลงเหลือในแหล่งน้ำ เพื่อติดตามพื้นที่แพร่กระจาย และประเมินความเสี่ยงต่อระบบนิเวศ

นอกจากนี้ ยังมีการจับและกำจัดเฉพาะจุดโดยใช้อุปกรณ์กำจัดเฉพาะพื้นที่ เช่น เครื่องดักปลา ตาข่ายจับปลา และการช็อตด้วยไฟฟ้า (Electrofishing) ในแหล่งน้ำปิด และมีการปล่อยปลานักล่าท้องถิ่นเพื่อควบคุมประชากรลูกปลา

มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายการจำกัดพื้นที่ระบาด ซึ่งรัฐฟลอริดาพบว่าแม้จะหยุดการแพร่ระบาดให้หมดไม่ได้ 100% แต่สามารถจำกัดวงให้อยู่เฉพาะพื้นที่ชายฝั่งและป่าชายเลนเดิมได้โดยไม่ขยายวงกว้าง

ขณะที่ฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศอาเซียน มีการพบปลาหมอคางดำที่อ่าวมะนิลาในปี 2558 และยังมีการพบในทะเลสาบเปิดตั้งแต่ปี 2554 ปลาต่างถิ่นจำนวนมากเข้าสู่ฟิลิปปินส์ผ่านธุรกิจปลาสวยงามและอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ อีกทั้งบทความใน Philippine Daily Inquirer ปี 2559 ระบุว่าปลาหมอคางดำถูกนำเข้ามาในฐานะปลาสวยงาม และอาจหลุดรอดสู่ธรรมชาติ

รัฐบาลฟิลิปปินส์ ลดประชากรปลาหมอคางดำด้วยการจับออกแบบเจาะจงพื้นที่ เริ่มจากบ่อเลี้ยงปลา คลองระบายน้ำ และแหล่งน้ำขนาดเล็กที่ยังควบคุมได้ ใช้อวนหรือกับดักที่เหมาะกับขนาดปลาและลดการจับปลาพื้นเมืองที่ติดไปด้วย และยังปิดเส้นทางการหลุดรอดของปลาหมอคางดำ โดยติดตั้งตะแกรงที่ทางระบายน้ำ ตรวจสอบระบบสูบน้ำและการขนส่งปลา และจัดการตะกอนหรือแอ่งน้ำที่อาจมีปลาหลงเหลือก่อนปล่อยน้ำออกจากบ่อ​ ที่สำคัญมีการตรวจหาพื้นที่ที่ยังมีปลาเหลืออยู่ สำรวจซ้ำหลังจับออก ใช้การจับตัวอย่างจริงร่วมกับ eDNA เพื่อค้นหาประชากรที่ยังหลงเหลือ โดยไม่ใช้ผล eDNA เพียงอย่างเดียวตัดสินว่ามีปลามีชีวิตอยู่หรือไม่

ตัวอย่างล่าสุด คือ ประเทศไต้หวัน พบการเริ่มแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำทางชายฝั่งตอนใต้และตะวันตกของประเทศตั้งแต่ปี 2567-2568 ซึ่งคาดว่าหลุดมาจากธุรกิจการค้าปลาสวยงาม (Ornamental Fish Industry)โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้วิธีผสมผสานเทคโนโลยีเข้ามาเสจากการจับปลาด้วยตาข่าย ควบคู่กับการใช้กระแสไฟฟ้าควบคุมปลาให้ชะงักชั่วคราว หรือ Electrofishing เข้ากับเบ็ดตกปลา สายเบ็ด และลอบดักปลา

สำหรับประเทศไทย ควรแบ่งพื้นที่ให้ชัดและรวมพลังให้ถูกวิธี

​“พลังชุมชน” มีประโยชน์มหาศาล แต่ต้องทำงานร่วมกับ “เทคโนโลยีและข้อมูลที่ถูกต้อง”

  • ​จุดระบาดใหม่: ต้องส่งทีมลุยฟัน ดักจับด้วยเครื่องมือที่ถูกต้อง ล่าล้างให้หมดก่อนกระจาย!
  • ​จุดเชื่อมต่อแหล่งน้ำ: ต้องปิดทางไหล ไม่ใช่ปล่อยไหลตามน้ำ
  • ​จุดระบาดหนัก: ต้องลงพื้นที่ต่อเนื่อง มีการบันทึกข้อมูล นำปลาไปใช้ประโยชน์จริง
    ​
    เมื่อไหร่ที่ภาครัฐใช้เทคโนโลยีอย่าง eDNA คุมเชิง กฎหมายบังคับใช้จริงจัง และชุมชนมีเป้าหมายชัดเจน… วันนั้นแหละที่การจับปลาจะไม่ใช่แค่ “กิจกรรมสร้างภาพเฉพาะหน้า” แต่เป็นการ “พลิกเกมสยบเอเลี่ยนชีวภาพ” คืนปลาไทย คืนแหล่งน้ำยั่งยืนให้คนไทยอย่างแท้จริง!

นักวิจัยไทยทำสำเร็จ ดันปลาหมอคางดำ สู่อุตสาหกรรม “ซูริมิ” ตัดวงจรปลาต่างถิ่น ถูกใจผู้บริโภค

0

ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์ “ ซูริมิ” (Surimi) หรือเนื้อปลาบดแช่เยือกแข็งมานานกว่า 40 ปี สินค้าซูริมิของไทย
ได้มาตรฐานและมีคุณภาพดี เป็นวัตถุดิบป้อนอุตสาหกรรมผลิตอาหารพร้อมบริโภค ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของเนื้อปูเทียม ลูกชิ้นปลา ไส้กรอก ปลาเส้น เนื้อปลาบดชุบขนมปังป่น ฯลฯ

อุตสาหกรรมซูริมิในประเทศไทยใช้ปลาทะเลเนื้อขาวเป็นวัตถุดิบในการผลิต ซึ่งเป็นโปรตีนไมโอไฟบริลเข้มข้นที่มีเสถียรภาพ เป็นอาหารทะเลที่มีราคาถูก และมีปริมาณไขมันต่ำ จัดเป็นอาหารสุขภาพที่เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ขณะที่ซูริมิ ในตลาดโลกมีมูลค่า 6.34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ความต้องการของตลาดมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องเฉลี่ย 5.9% ต่อปี จนถึงปีค.ศ. 2032 แต่ข้อจำกัดด้านอุปทานและผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศทำให้จำเป็นต้องค้นหาสายพันธุ์ทางเลือกอื่นเพื่อการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

ปลาหมอคางดำ วัตถุดิบทางเลือกใหม่สำหรับอุตสาหกรรมซูริมิ
ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับการรุกรานทางน้ำของปลาหมอคางดำ ซึ่งแพร่กระจายไปยัง 19 จังหวัด ปลาชนิดนี้ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการแย่งอาหารกับสัตว์พื้นถิ่น โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา ภาครัฐสามารถกำจัดปลาหมอคางดำได้ถึง 1,300 ตัน

ปัจจุบันการควบคุมประชากรปลาหมอคางดำยังดำเนินต่อไปและจำเป็นต้องมีกลยุทธ์การจัดการที่สร้างสรรค์เพื่อเปลี่ยนสัตว์ต่างถิ่นรุกรานให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ปลาหมอคางดำก็เป็นสัตว์น้ำที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุมากมายไม่ว่าจะเป็นโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส แคลเซียม สังกะสี มีโอเมก้า 3 ที่จำเป็นต่อร่างกาย และมีโปรตีนสูง ทุกๆ 100 กรัม มีปริมาณโปรตีน 18.6 – 21.6 กรัม สูงเทียบเท่าปลานิล พลังงาน 97 กิโลแคลอรี ไขมันต่ำเพียง 1.2 กรัม

เครือข่ายนักวิจัยจาก 5 สถาบันการศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้การนำของ รศ.ดร.ธีระพล เสนพันธุ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เล็งเห็นปัญหาและโอกาสดังกล่าว จึงเปลี่ยน “ปลาหมอคางดำ” ให้กลายเป็นวัตถุดิบที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผ่านกระบวนการทำ ซูริมิ หรือเนื้อปลาบด ผลงานวิจัยดังกล่าวประสบความสำเร็จ และได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ Food Chemistry: X ในเดือนตุลาคม 2569

รศ.ดร.ธีระพล กล่าวว่า “ในระยะ 2 ปีที่ผ่านมาทีมนักวิจัยนำปัญหาปลาหมอคางดำมาเป็นโจทย์ในการศึกษาวิจัย โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และพบว่าปลาหมอคางดำ มีลักษณะคล้ายปลานิล เมื่อนำมาแปรรูปเป็นซูริมิหรือเนื้อปลาบดจากหมอคางดำก็มีลักษณะเนื้อขาวสวย ไร้กลิ่นคาว ไม่แตกต่างจากซูริมิที่ผลิตจากปลาทะเลทั่วไป นอกจากนี้ ผมยังมีผลงานวิจัยในระดับห้องแลบ เรื่องการแปรรูปแคลเซียมจากกระดูกปลาหมอคางดำที่เผยแพร่ในวารสารระดับนานาชาติแล้ว และกำลังเตรียมยื่นขอทุนศึกษาวิจัยในเชิงพาณิชย์ต่อไป”

โจทย์ท้าทาย ซูริมิจากปลาน้ำจืด
เนื่องจากปลาหมอคางดำจัดอยู่ในกลุ่มปลาน้ำจืดเขตร้อน ศักยภาพของสายพันธุ์ปลาหมอคางดำในฐานะแหล่งทรัพยากรซูริมิทางเลือก จึงมีความท้าทายในการแปรรูปที่แตกต่างจากปลาทะเล ซึ่งจำเป็นต้องปรับกระบวนการแปรรูปให้เหมาะสม
ทีมนักวิจัยได้ใช้ปลาหมอคางดำสด น้ำหนักประมาณ 250–350 กรัมจากแพปลาในจังหวัดสมุทรสาคร ที่ผ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกปลาคือ ตาใสและเป็นประกาย เหงือกมีสีแดง เนื้อสัมผัสแน่น และไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์หรือร่องรอยความเสียหายทางกายภาพ

ปลาถูกเก็บรักษาในน้ำแข็งที่ตลาดเป็นเวลาไม่เกิน 6 ชั่วโมงหลังการจับ ปลาที่ผ่านการคัดเลือกถูกส่งไปยังห้องปฏิบัติการภายในเวลา 20 นาทีหลังการซื้อ เพื่อรักษาความสดใหม่ให้เหมาะสมที่สุดสำหรับการแปรรูป ปลาถูกตัดหัว ควักไส้ ทำความสะอาด แล่เอาเฉพาะเนื้อ และลอกหนังออก จากนั้นนำเนื้อปลามาบดและบรรจุลงในถุงพลาสติกโพลิเอทิลีน โดยเก็บรักษาที่อุณหภูมิ -20 °C ในตู้แช่แข็งแบบเยือกแข็งฉับพลัน

ซูริมิจากเนื้อปลาหมอคางดำบดที่ผ่านการล้างน้ำและสะเด็ดน้ำ เพื่อแยกเอาไขมันและสารประกอบที่ไม่ต้องการออก ให้เหลือเฉพาะโปรตีนที่มีคุณสมบัติในการเกิดเจล ซึ่งจะทำให้ซูริมิที่ผลิตได้มีคุณภาพดีคือมีความเหนียวและยืดหยุ่น

ปลาหมอคางดำถูกมองว่าเนื้อปลามีสีหมองและกลิ่นคาวจัด ทีมนักวิจัยได้ใช้องค์ความรู้วิทยาศาสตร์การอาหารศึกษากระบวนการล้างและขั้นตอนการรีดน้ำออกหลังจากการล้างที่แตกต่างกัน ถึง 10 รูปแบบจนค้นพบเคล็ดลับสำคัญคือ กระบวนการล้างเนื้อปลาด้วยสารละลายเกลือที่มีความเข้มข้น 0.6 % เพียงครั้งเดียว สามารถดึงเมล็ดสีเลือดคาวออกได้เกลี้ยงโดยไม่ทำลายโครงสร้างโปรตีน

เคล็ดลับดังกล่าวช่วยให้ซูริมิจากเนื้อปลาหมอคางดำ ขาวเนียนขึ้น 76.47 % และมีคุณภาพเจลที่เหนือกว่า การสกัดด้วยกรดหรือด่างที่แม้จะได้โปรตีนเยอะกว่า แต่ทำให้เนื้อเจลสูญเสียความแข็งแรงไปถึง 82% จนเนื้อปลาเละ

ซูริมิที่ผลิตจากเนื้อปลาหมอคางดำจึงได้คุณภาพ มาตรฐาน และปลอดภัย ถูกนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่มีมูลค่าสูงเช่น ลูกชิ้นปลา ทอดมัน ปูอัด ฯลฯ ที่มีรสชาติอร่อย ถูกใจผู้บริโภค จากการประเมินลักษณะปรากฏ กลิ่น สี รสชาติ เนื้อสัมผัส และการยอมรับโดยรวม โดยใช้วิธีการให้คะแนนความชอบแบบ 9 ระดับ ซูริมิปลาหมอคางดำได้รับคะแนนโหวต ถึง 7.33 จากคะแนนเต็ม 9 คะแนน เรียกว่าอร่อยเด็ดไม่แพ้ซูริมิจากปลาทะเล ทำให้ผู้บริโภคยอมรับได้ง่ายขึ้น

ข้อดีของผลงานวิจัยชิ้นนี้นำเสนอโอกาสที่น่าสนใจในการเปลี่ยนปลาหมอคางดำ สัตว์น้ำต่างถิ่นให้กลายเป็นส่วนผสมโปรตีนที่ยั่งยืน แนวทางการแปรรูปซูริมิที่ได้รับการปรับให้เหมาะสมนี้เปลี่ยนความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจได้

หากผลักดันให้ปลาหมอคางดำ เข้าสู่อุตสาหกรรมซูริมิได้สำเร็จ เมื่อปลาหมอคางดำเป็นที่ต้องการของตลาด เท่ากับส่งเสริมให้เกิดการจับปลาออกจากแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง เป็นการควบคุมจำนวนปลาต่างถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของอุตสาหกรรมการแปรรูปสัตว์น้ำที่จะนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไปในอนาคต

ธอส. ขานรับมติ ครม. เดินหน้าโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS จัดสรรวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท เพิ่มโอกาสคนไทยเข้าถึงที่อยู่อาศัย

0
ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ขานรับมติคณะรัฐมนตรี จัดสรรกรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท เดินหน้าโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS อัตราดอกเบี้ยต่ำ 2 ปีแรกเริ่มต้นเพียง 2.60% ต่อปี กู้นานสูงสุด 40 ปี ผ่อนชำระเงินงวดเพียงล้านละ 3,600 บาท สร้างโอกาสผู้มีรายได้น้อยและปานกลางเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัย ง่ายขึ้น ภายใต้เงื่อนไขผ่อนปรนและอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับศักยภาพของตนเอง ช่วยวางแผนค่าใช้จ่าย เงินงวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ อัดฉีดเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจให้เติบโต อย่างแข็งแกร่ง

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ ธอส. จัดสรรกรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท ดำเนินโครงการสินเชื่อบ้าน คนละหลัง PLUS อัตราดอกเบี้ยต่ำ สำหรับผู้ที่ต้องการกู้เพื่อซื้อ/ปลูกสร้าง ซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้าง ซื้อ/ปลูกสร้าง ที่อยู่อาศัยบนที่ดินของรัฐ และซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย ในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท แบ่งเป็น ลูกค้ากลุ่มที่เข้าเกณฑ์ผ่อนปรนรายได้และค่าครองชีพ กรอบวงเงิน 40,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นปีที่ 1–2 เท่ากับ 2.80% ต่อปี ปีที่ 3 เท่ากับ 3.50% ต่อปี และปีที่ 4–5 เท่ากับ 4.00% ต่อปี ปีที่ 6–7 เท่ากับ MRR – 2.00% ต่อปี ตั้งแต่ปีที่ 8 จนตลอดอายุสัญญา ลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR – 0.75% ต่อปี ลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR – 1.00% ต่อปี และกู้เพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก ที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัย เท่ากับ MRR (อัตราดอกเบี้ย MRR ของ ธอส. ปัจจุบันอยู่ที่ 6.145% ต่อปี) และลูกค้ากลุ่มที่เข้าเกณฑ์รายได้ปกติ กรอบวงเงิน 10,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นปีที่ 1–2 เท่ากับ 2.60% ต่อปี ปีที่ 3 เท่ากับ 3.40% ต่อปี และปีที่ 4–5 เท่ากับ 4.00% ต่อปี ปีที่ 6–7 เท่ากับ MRR – 2.00% ต่อปี ตั้งแต่ปีที่ 8 จนตลอดอายุสัญญา ลูกค้ารายย่อยเท่ากับ MRR – 0.75% ต่อปี ลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR – 1.00% ต่อปี และกู้เพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัย เท่ากับ MRR ระยะเวลาการกู้นานสูงสุด 40 ปี กรณีกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเงินงวดเริ่มต้นเพียงเดือนละ 3,600 บาท เท่านั้น! ซึ่งสามารถช่วยลูกค้าวางแผน การใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“โครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS นอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง เข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยง่ายขึ้น ภายใต้เงื่อนไขผ่อนปรนและอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับศักยภาพของตนเองแล้ว โครงการดังกล่าวยังถือเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ อัดฉีดเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ซึ่ง ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ พร้อมปรับบทบาทองค์กรสู่ Beyond Housing Bank มากกว่าการปล่อยกู้ ธอส. คือเพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน ที่เคียงข้างคนไทยทุกช่วงเวลาของการมีบ้านอย่างมั่นคงและยั่งยืน” ดร.มหัทธนะ กล่าว

ผู้สนใจสามารถยื่นคำขอกู้ได้ ณ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2573 หรือจนกว่าสินเชื่อจะเต็มกรอบวงเงินโครงการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ G H BANK Call Center โทร. 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ G H BANK Social Media ทุกช่องทาง

AIS ขึ้นแท่นสุดยอดองค์กรด้าน Workplace & Culture บนเวที Techsauce Awards 2026 ตอกย้ำความสำเร็จในการสร้างคนและวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ รับอนาคตโลกการทำงานยุค AI

0

AIS คว้ารางวัล The Sauciest Workplace & Culture จากเวที Techsauce Awards 2026 ในหมวด People ที่มอบให้แก่องค์กรที่มีความโดดเด่นด้านการออกแบบ Workplace และวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมนวัตกรรม การทำงานร่วมกัน พร้อมการสร้างผลลัพธ์ที่แตกต่าง เพื่อสะท้อนแนวทางการบริหารบุคลากรที่ให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์การทำงาน การพัฒนาศักยภาพ และการเตรียมความพร้อมของพนักงานให้สามารถเติบโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

ดร.ปรง ธาระวานิช หัวหน้าหน่วยธุรกิจด้านบริหารทรัพยากรบุคคล AIS กล่าวว่า “วันนี้ เทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI เข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงานของเราอย่างมาก แต่ในมุมองค์กร การนำเทคโนโลยีอะไรเข้ามาใช้ยังไม่สำคัญเท่าเราจะทำยังไงให้คนของเราปรับตัวและใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ได้จริง ๆ เพราะสิ่งที่ทำให้องค์กรเดินต่อไปได้ คือ คนที่พร้อมจะเรียนรู้ อยากจะเติบโต และกล้าที่จะสร้างอนาคตของตัวเอง

ดร.ปรง ธาระวานิช หัวหน้าหน่วยธุรกิจด้านบริหารทรัพยากรบุคคล AIS

            “สำหรับ AIS เราจึงมองเรื่อง Workplace ที่เป็นมากกว่าสถานที่ที่คนเข้ามาทำงานในแต่ละวัน แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนรู้สึกว่างานที่ทำมีความหมาย ตัวของเขาได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ และโดยที่ยังเป็นตัวเองได้ เพราะเมื่อคนมีความพร้อมและมีพื้นที่ที่จะคิดและลงมือทำ ความรู้ เทคโนโลยี และไอเดียต่าง ๆ ก็สามารถต่อยอดไปสู่สิ่งที่สร้างคุณค่าให้กับองค์กร ลูกค้า และสังคมได้”

แนวทางการบริหารบุคลากรของ AIS ขับเคลื่อนผ่าน 3 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่

  1. Learning Ecosystem สร้างพนักงานให้เป็นเจ้าของการเรียนรู้ ส่งเสริมให้บุคลากรรับผิดชอบต่อการพัฒนาตนเอง พร้อมเรียนรู้ทักษะใหม่ คิดใหม่ ปรับตัว และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการนำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือเสริมศักยภาพและต่อยอดความคิด เพื่อสร้างคุณค่าให้กับงาน
  2. Workplace & Culture สร้างพื้นที่ให้คนกล้าคิดและเติบโต ออกแบบทั้งประสบการณ์การทำงานและวัฒนธรรมองค์กรให้พนักงานสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ มีพื้นที่สำหรับการทดลองแนวคิดใหม่ ทำงานร่วมกัน และเรียนรู้จากการลงมือทำ ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เติบโตและทำงานที่มีความหมาย
  3. Future Workforce เตรียมคนให้พร้อมสำหรับอนาคต พัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและโลกการทำงาน สามารถปรับตัวต่อบทบาทและโอกาสใหม่ พร้อมนำความรู้และความสามารถมาขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในยุคดิจิทัล

      ทั้ง 3 กลยุทธ์เชื่อมโยงตั้งแต่การเปิดโอกาสให้พนักงานเรียนรู้ การสร้างพื้นที่ให้นำความรู้มาทดลองและต่อยอด ไปจนถึงการพัฒนากำลังคนที่พร้อมรับมือกับอนาคต โดยมี “คน” เป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนผ่านองค์กรในยุค AI

            สำหรับรางวัล The Sauciest Workplace & Culture พิจารณาจากความโดดเด่นด้านนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ การนำแนวทางไปใช้และขยายผลได้ทั่วทั้งองค์กร ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นต่อพนักงานและองค์กร การสื่อสารวัฒนธรรมองค์กรทั้งภายในและภายนอก ตลอดจนบทบาทความเป็นผู้นำที่สามารถสร้างอิทธิพลเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมและสังคม

เซเว่น อีเลฟเว่น จับมือแอร์เอเชีย เปิดแคมเปญ “แสตมป์ to JAPAN” แลกตั๋วบินญี่ปุ่น พร้อมเสิร์ฟ All Café และ Tumbler รุ่นพิเศษบนเที่ยวบิน

0

เซเว่น อีเลฟเว่น ต่อยอดความร่วมมือกับแอร์เอเชีย ขยายช่องทางเข้าถึงผู้บริโภคจาก ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นสู่การเดินทางทางอากาศ นำเครื่องดื่ม All Café 2 เมนูยอดฮิต พร้อมแก้ว Tumbler รุ่นพิเศษ วางจำหน่ายบน เที่ยวบิน ของ ไทยแอร์เอเชียและไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ เพิ่มทางเลือก ให้ผู้โดยสารได้ลิ้มรสชาติเครื่องดื่มที่คุ้นเคยตลอดการเดินทาง พร้อม เปิดแคมเปญ “แสตมป์ to JAPAN แลกตั๋วบินฟรี บินไปญี่ปุ่น” ให้สมาชิก ALL member ใช้ M-Stamp แลกตั๋วเครื่องบิน ต่อยอดสิทธิประโยชน์ จากการสะสมแสตมป์ สู่การเดินทาง ต่างประเทศ

หลังจากที่มีการผนึกกำลังกันระหว่างเซเว่น อีเลฟเว่นและแอร์เอเชีย ในการเชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ และการเดินทางให้กับสมาชิก ALL member ไปนั้น ล่าสุด All Café ได้ขยายความร่วมมือด้วย การนำเครื่องดื่ม 2 เมนู ได้แก่ ชามะนาว All Café และเพียวมัทฉะ All Café ขึ้นจำหน่ายบน เที่ยวบินของไทยแอร์เอเชีย และไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์

นอกจากนี้ ยังร่วมกันพัฒนา All Café x AirAsia Stainless Steel Tumbler รุ่นพิเศษ จำหน่าย บนเที่ยวบิน พร้อมรับพวงกุญแจ AirAsia Remove Before Flight ฟรี และสมาชิก ALL member รับเพิ่ม M-Coupon รีฟีลเครื่องดื่ม All Café เย็น/ปั่น Size L พร้อมสนับสนุนการใช้ภาชนะที่นำ กลับมาใช้ซ้ำได้

เซเว่น อีเลฟเว่นและแอร์เอเชียยังเดินหน้าเชื่อมต่อสิทธิประโยชน์สู่การเดินทาง ผ่านแคมเปญ    แสตมป์ to JAPAN แลกตั๋วบินฟรี บินไปญี่ปุ่น” ซึ่งเปิดให้สมาชิก ALL member ใช้ M-Stamp มูลค่า 7,000 บาท แลกตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นในเส้นทางกรุงเทพ (ดอนเมือง) – โตเกียว (นาริตะ) ผ่านช่องทางเซเว่น อีเลฟเว่น แอปพลิเคชัน โดยเปิดให้จองตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม–15 ธันวาคม 2569 และเดินทางตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 27 มีนาคม 2570 ตามเงื่อนไขที่กำหนด เพิ่มทางเลือกในการใช้ M-Stamp จากการสะสมในชีวิตประจำวันสู่การเดินทางต่างประเทศ ให้สมาชิกนำ M-Stamp ที่สะสมมาแลกรับประสบการณ์การท่องเที่ยวญี่ปุ่นได้

ความร่วมมือครั้งนี้ตอกย้ำวิสัยทัศน์ร่วมกันของเซเว่น อีเลฟเว่นและแอร์เอเชีย ในการเพิ่ม ทางเลือกให้ลูกค้าผ่านการพัฒนาสินค้า บริการ และสิทธิประโยชน์ที่สอดรับกับ ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งการนำเครื่องดื่ม All Café พร้อมสินค้าพรีเมียมขึ้นจำหน่าย บนเที่ยวบิน และการต่อยอด M-Stamp สู่การเดินทางต่างประเทศ โดยมุ่งยกระดับประสบการณ์ ของลูกค้า พร้อมเชื่อมโยงความสะดวกสบาย ความคุ้นเคย และความประทับใจระหว่างการใช้ ชีวิตประจำวันกับการเดินทางเข้าด้วยกัน

อาหารจากใจ … ความห่วงใยที่ส่งถึงกันซีพี-ซีพีเอฟ ผนึกกำลังจิตอาสาและภาคีเครือข่าย ส่งต่ออาหารและดูแลชุมชน

0

ทุกมื้ออาหารมีความหมายมากกว่าการอิ่มท้อง เมื่อเกิดจากความตั้งใจที่อยากแบ่งปันและส่งต่อถึงผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือ ในหลายชุมชนของจังหวัดฉะเชิงเทราและสระบุรี น้ำใจจากภาคส่วนต่างๆ ยังคงเดินทางไปถึง ทั้งอาหารปรุงสุก วัตถุดิบประกอบอาหาร ถุงยังชีพ น้ำดื่ม และผลิตภัณฑ์อาหาร โดยอาศัยความร่วมมือของจิตอาสา หน่วยงานทหาร และภาคีเครือข่าย เพื่อให้การดูแลเกิดขึ้นอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง

“ยังดีที่ได้บริษัทมาช่วย เอาอาหารเอาน้ำมาให้ ได้คลายหิวกันไปอีกมื้อ ขอบคุณมากๆ ที่ไม่ทิ้งกัน” คำขอบคุณจากชาวบ้านในอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา สะท้อนความหมายของอาหารและน้ำดื่มที่ส่งถึงมือกันในวันที่การเดินทางยังไม่สะดวก และเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ทุกฝ่ายเดินหน้าส่งต่อความช่วยเหลือ

ภายใต้โครงการ “ซีพี-ซีพีเอฟ ส่งอาหารจากใจ สู้ภัยน้ำท่วม” ทีมซีพีเอฟจิตอาสาใน จ.ฉะเชิงเทรา จากโรงงานตัดแต่งและแปรรูปสุกรแปดริ้ว โรงงานชำแหละตัดแต่งสุกรบางคล้า และทีมโรงคัดไข่ไก่บ้านนา จ.นครนายก ร่วมกับหน่วยงานทหารและภาคีเครือข่าย ส่งมอบเนื้อหมูสด เนื้อหมูแปรรูป ไข่ไก่สด และถุงยังชีพอาหารแห้ง สนับสนุนโรงครัวกองพลทหารราบที่ 11 ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้า นำไปประกอบอาหารปรุงสุกและกระจายให้แก่พนักงานและประชาชนใน 10 จุดของอำเภอบางคล้า

นอกจากการสนับสนุนวัตถุดิบอาหารแล้ว ทีมจิตอาสาจากโรงงานอาหารสำเร็จรูปแปดริ้วยังนำถุงยังชีพไปมอบให้เพื่อนพนักงาน พร้อมส่งมอบวัตถุดิบอาหารให้ศูนย์พักพิงชั่วคราว เทศบาลตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า เพื่อร่วมสนับสนุนการจัดเตรียมอาหารและดูแลผู้ที่เข้ามาพักพิง

ขณะเดียวกัน โรงครัวมูลนิธิองค์กรทำดี โดย ดร.บุ๋ม ปนัดดา ได้นำไข่ไก่และเนื้อไก่ที่ได้รับการสนับสนุนจากซีพีเอฟ ไปปรุงเป็นอาหารร้อนหลากหลายเมนู ก่อนส่งต่อให้ชาวชุมชนเทศบาลบ้านโพธิ์ อำเภอบ้านโพธิ์ และบ้านทุ่งร่วงทอง ตำบลเมืองเก่า อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่เปลี่ยนวัตถุดิบอาหารให้กลายเป็นมื้ออาหารจากใจ

ส่วนที่จังหวัดสระบุรี ทีมจิตอาสา ซีพี–เมจิ ร่วมกับรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทราย อำเภอหนองแค ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและมอบน้ำดื่มแก่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และกลุ่มเปราะบาง จำนวน 30 ครัวเรือน พร้อมมอบผลิตภัณฑ์นมเพื่อสนับสนุนด้านโภชนาการ อีกทั้งส่งมอบผลิตภัณฑ์เพื่อขอบคุณและให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติภารกิจดูแล ประชาชนในกรุงเทพฯ ปริมณฑล สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา โดยมี พ.อ. ณัฐฐา นวลศรีฉาย ผบ.กรม ม.4 รอ. และ พ.อ. นิติวัชร์ วัตถุทอง ผู้แทน มทบ.18 พร้อมผู้แทนกรม ม.5 รอ. และศูนย์การทหารม้า ร่วมรับมอบ

จากวัตถุดิบในครัวสู่มื้ออาหารที่พร้อมส่งถึงมือผู้คน ทุกความร่วมมือแสดงให้เห็นว่า การแบ่งปันเกิดขึ้นได้จากหลายฝ่าย ทั้งผู้ส่งมอบ ผู้ลงมือปรุงอาหาร และผู้ประสานงานในชุมชน ต่างร่วมกันทำให้ความห่วงใยเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม

เพราะบางครั้ง การดูแลกันไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่อาจเริ่มจากอาหารหนึ่งมื้อ น้ำดื่มหนึ่งขวด หรือการเดินทางไปพบกันถึงชุมชน เพื่อบอกให้รู้ว่า ยังมีคนพร้อมแบ่งปัน และพร้อมส่งต่อความห่วงใยถึงกันเสมอ

คลิกชมภารกิจส่งกำลังใจ >> https://vt.tiktok.com/ZSg1vHVcC/

TFEX ขยายเวลาซื้อขายสินค้ากลุ่มอัตราแลกเปลี่ยน โลหะมีค่า และยางพารา เปิดเร็วขึ้นเป็น 8.00 น. เริ่ม 16 พ.ย. นี้

0

บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (TFEX) ขยายเวลาซื้อขายในช่วงเช้า (Day Session) สำหรับสินค้ากลุ่มอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Futures & Options) โลหะมีค่า (Precious Metal Futures) และยางพารา (Rubber Futures) ให้เริ่มซื้อขายได้ตั้งแต่เวลา 8.00 น. จากเดิม 9.45 น. พร้อมปรับให้สินค้ากลุ่ม Currency Futures & Options สามารถซื้อขายได้อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงกลางวันโดยไม่หยุดพัก เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถบริหารความเสี่ยงและปรับกลยุทธ์การซื้อขายให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความเคลื่อนไหวของราคาในตลาดโลกได้มากขึ้น โดยเวลาซื้อขายใหม่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป รายละเอียดดังนี้

ประเภทสินค้าช่วงเวลาซื้อขายปัจจุบันช่วงเวลาซื้อขายใหม่ (เริ่มตั้งแต่ 16 พ.ย. 2569)
Currency:
USD/THB Futures USD/THB Options* USD/JPY Futures EUR/THB Futures EUR/USD Futures JPY/THB Futures
Pre-open 9.15 – 9.45 น. Morning Session 9.45 – 12.30 น. Pre-open 13.15 – 13.45 น. Afternoon Session 13.45 – 16.55 น.Pre-open 7.50 – 8.00 น. Day Session 8.00 – 16.55 น.
Pre-open 18.45 – 18.50 น. Night Session 18.50 – 3.00 น.คงเดิม
Precious Metal: Gold Futures Gold Online Futures Mini Gold Online Futures Silver Online Futures Gold-D**Pre-open 9.15 – 9.45 น. Day Session 9.45 – 16.55 น.Pre-open 7.50 – 8.00 น. Day Session 8.00 – 16.55 น.
Pre-open 18.45 – 18.50 น. Night Session 18.50 – 3.00 น.คงเดิม
Rubber: Japanese Rubber Futures RSS3D Futures RSS3 FuturesPre-open 9.15 – 9.45 น. Day Session 9.45 – 16.55 น.Pre-open 7.50 – 8.00 น. Day Session 8.00 – 16.55 น.

หมายเหตุ:

* USD/THB Options เปิดให้ซื้อขายเฉพาะช่วง Day Session คงเดิม

** Gold-D ปิดซื้อขายช่วง Day Session เวลา 16.30 น. คงเดิม

ผู้สนใจซื้อขายติดต่อบริษัทสมาชิก TFEX หรือศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ www.TFEX.co.th สอบถามโทร 0 2009 9999

ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับจดทะเบียน 30 DR ใหม่ อ้างอิงหุ้นสหรัฐฯ ออกโดย PI เริ่มซื้อขาย 15 ต.ค. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รับจดทะเบียนตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) 30 หลักทรัพย์ใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุนต่างประเทศที่หลากหลายและเข้าถึงง่ายแก่ผู้ลงทุนไทย โดย DR ชุดใหม่นี้อ้างอิงหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (Nasdaq) และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ครอบคลุมบริษัทในหลากหลาย Sector อาทิ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม สินค้าและบริการ โทรคมนาคม และการแพทย์และสุขภาพ รวมถึงกองทุน ETF ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) (PI) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย 15 ตุลาคม 2569

เทคโนโลยี (Technology)

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
ALAB03Astera Labs, Inc. (ALAB)ออกแบบชิปและโซลูชันการเชื่อมต่อความเร็วสูง (High-Speed Connectivity) สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center
AMBA03Ambarella, Inc. (AMBA)ออกแบบชิป AI ประมวลผลภาพ (AI Vision SoC) สำหรับกล้องอัจฉริยะ ยานยนต์ไร้คนขับ และอุปกรณ์ IoT
CLS03Celestica Inc. (CLS)ให้บริการรับจ้างผลิตและประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร สำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยี การสื่อสาร และการบินและอวกาศ
DELL03Dell Technologies Inc. (DELL)ผลิตและจำหน่ายคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และโซลูชัน IT ครบวงจรสำหรับองค์กร
GE03GE Aerospace (GE)ผลิตและให้บริการเครื่องยนต์อากาศยานพาณิชย์และอากาศยานทางทหาร รวมถึงบริการบำรุงรักษา สำหรับสายการบินทั่วโลก
HPE03Hewlett Packard Enterprise Company (HPE)ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีองค์กร ครอบคลุมเซิร์ฟเวอร์ คลาวด์ไฮบริด เครือข่าย และโซลูชัน AI
IBM03International Business Machines Corporation (IBM)ให้บริการเทคโนโลยีและให้คำปรึกษาแก่องค์กร ครอบคลุม Hybrid Cloud, AI, Cybersecurity, Quantum Computing
KLAC03KLA Corporation (KLAC)ผลิตเครื่องมือตรวจสอบและควบคุมคุณภาพกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ (Process Control) สำหรับโรงงานผลิตชิปทั่วโลก
MRVL03Marvell Technology, Inc. (MRVL)ออกแบบชิปเซมิคอนดักเตอร์สำหรับ Data Center การสื่อสาร 5G ยานยนต์ และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล
NOW03ServiceNow, Inc. (NOW)พัฒนาแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์คลาวด์สำหรับจัดการกระบวนการทางธุรกิจดิจิทัล (Digital Workflow) และ AI Automation สำหรับองค์กร
QCOM03QUALCOMM Incorporated (QCOM)ออกแบบชิป Snapdragon สำหรับสมาร์ทโฟน โมเด็ม 5G และ IoT รวมถึงธุรกิจสิทธิบัตรเทคโนโลยีไร้สาย
QNT03Quantinuum Inc. (QNT)พัฒนาคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ควอนตัม สำหรับการวิจัยและความปลอดภัยไซเบอร์
TXN03Texas Instruments Incorporated (TXN)ออกแบบและผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์อนาล็อกและฝังตัว (Analog & Embedded Processing) สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์
VISHAY03Vishay Intertechnology, Inc. (VSH)ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์พาสซีฟและเซมิคอนดักเตอร์ (Passive Components & Semiconductors) เช่น ตัวต้านทานและตัวเก็บประจุ สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และการแพทย์
VRT03Vertiv Holdings Co (VRT)ผลิตและให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Critical Digital Infrastructure) เช่น ระบบไฟฟ้าสำรองและระบบระบายความร้อนสำหรับ Data Center
ZS03Zscaler, Inc. (ZS)ให้บริการแพลตฟอร์มความปลอดภัยไซเบอร์บนคลาวด์ (Cloud-Native Security) ด้วยแนวคิด Zero Trust สำหรับองค์กร

อุตสาหกรรม (Industrials)

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
ACHR03Archer Aviation Inc. (ACHR)พัฒนาและผลิตอากาศยานไฟฟ้าขึ้นลงในแนวดิ่ง (eVTOL) สำหรับบริการขนส่งทางอากาศในเมือง (Urban Air Mobility)
AEHR03Aehr Test Systems, Inc. (AEHR)ผลิตระบบทดสอบและความทนทานของชิป (Burn-in & Test Systems) สำหรับชิป AI ชิปโฟโทนิกส์ซิลิคอน และชิปกำลังไฟฟ้า
ELMT03The Elmet Group Co. (ELMT)ผลิตชิ้นส่วนโลหะทนความร้อนสูง (Refractory Metals) และระบบไมโครเวฟกำลังสูง สำหรับอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ การป้องกันประเทศ และการแพทย์
HXL03Hexcel Corporation (HXL)ผลิตวัสดุน้ำหนักเบาและมีความแข็งแรงสูง (Advanced Composites) เช่น คาร์บอนไฟเบอร์ สำหรับอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ และการป้องกันประเทศ
LEU03Centrus Energy Corp. (LEU)จัดหาและจำหน่ายเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ (Enriched Uranium) และพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์รุ่นใหม่
MTRN03Materion Corporation (MTRN)ผลิตวัสดุสมรรถนะสูงและโลหะผสมพิเศษ (Advanced Materials) สำหรับอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ การแพทย์ และเซมิคอนดักเตอร์
OUST03Ouster, Inc. (OUST)พัฒนาและผลิตเซนเซอร์ LiDAR (Light Detection and Ranging) สำหรับยานยนต์ไร้คนขับ หุ่นยนต์ และระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติ

สินค้าและบริการ (Consumer Discretionary)

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
AMSC03American Superconductor Corporation (AMSC)พัฒนาระบบและอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงที่ใช้เทคโนโลยีตัวนำยิ่งยวด (Superconductor) สำหรับกังหันลม โครงข่ายไฟฟ้า และระบบป้องกันประเทศ
ECHO03EchoStar Corporation (ECHO)ให้บริการดาวเทียมและบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียม (Satellite Broadband) สำหรับภาคธุรกิจ ภาครัฐ และพื้นที่ห่างไกล

โทรคมนาคม (Telecommunications)

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
LITE03Lumentum Holdings Inc. (LITE)ผลิตผลิตภัณฑ์โฟโทนิกส์และออปติคัล เช่น เลเซอร์และใยแก้วนำแสง สำหรับการสื่อสารและการแพทย์

การแพทย์และสุขภาพ (Health Care)

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
MRK03Merck & Co., Inc. (MRK)วิจัย พัฒนา และจำหน่าย ยาและวัคซีนสำหรับโรคมะเร็ง โรคติดเชื้อ และโรคเรื้อรัง รวมถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพสัตว์

กองทุน ETF

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
COPX03Global X Copper Miners ETF (COPX)กองทุน ETF บริหารโดย Global X Management ติดตามผลตอบแทนของดัชนี Solactive Global Copper Miners Total Return Index ครอบคลุมหุ้นบริษัทเหมืองทองแดงทั่วโลก
URA03Global X Uranium ETF (URA)กองทุน ETF บริหารโดย Global X Management ติดตามผลตอบแทนของดัชนี Solactive Global Uranium & Nuclear Components Total Return Index ครอบคลุมบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยูเรเนียมและส่วนประกอบนิวเคลียร์ทั่วโลก
OILUS03United States Oil Fund (USO)กองทุน ETF บริหารโดย United States Commodity Funds สะท้อนการเปลี่ยนแปลงรายวันของราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) โดยลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ WTI ที่ซื้อขายบน NYMEX

ศึกษารายละเอียด 30 DR ใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th บริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) www.pi.financial หรือศึกษาผลิตภัณฑ์ DR เพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/dr