Home Blog Page 2

เมืองไทยประกันชีวิต ผนึก Jones’ Salad ลุยแคมเปญสุขภาพมิติใหม่ ชูแนวคิด “กินดี + มีประกัน คือ เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)” ส่งเสริมคนไทยมีสุขภาพและความคุ้มครองที่ดี เพื่อชีวิตที่ยืนยาวมั่นคง

0

เมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้าขยายบทบาทจากธุรกิจประกันชีวิตสู่การเป็นแบรนด์ที่สนับสนุนให้คนไทย มีสุขภาพดีในทุกมิติ ล่าสุดจับมือ Jones’ Salad ร้านอาหารสุขภาพยอดนิยม เปิดตัว  ความร่วมมือภายใต้แนวคิด “กินดี + มีประกัน = เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)” เชื่อม 2 เรื่องใกล้ตัวที่ควรเดินไปด้วยกัน ทั้งการเลือกสิ่งที่ดีให้กับร่างกายในทุกวัน และการเตรียมความพร้อมด้านความคุ้มครองสุขภาพเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนในชีวิต

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  โดย นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย นายอาริยะ คำภิโล CEO & Founder และ นางญาณิน คำภิโล  MD & Founder แบรนด์ Jones’ Salad ร้านอาหารสุขภาพยอดนิยม เปิดตัวความร่วมมือด้านการดูแลสุขภาพมิติใหม่อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “กินดี + มีประกัน = เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)” ชวนคนไทยเริ่มดูแลสุขภาพจากสิ่งที่เลือกกินในสิ่งที่ดีควบคู่ไปกับการมีความคุ้มครองสุขภาพที่ดีที่สามารถเลือกได้ เพื่อสุขภาพและการใช้ชีวิตได้อย่างยืนยาวและมั่นคงมากยิ่งขึ้น (Longevity)

ทั้งนี้ ภายใต้แนวคิด “กินดี + มีประกัน = เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)” เมืองไทยประกันชีวิต และ Jones’ Salad ได้ร่วมกันพัฒนาเมนูสุดพิเศษสำหรับสายเฮลท์ตี้ เริ่มต้นด้วยการนำเสนอเมนูสมูทที ในชื่อ  Pink Me Up by MTL”  เติมพลังให้คุณสดชื่นได้ในทุกวัน พร้อมส่วนลด 10% สำหรับลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิต สามารถรับสิทธิ์ได้ 1 สิทธิ์ /1 ท่าน /1 วัน ผ่าน MTL Click Application และยังเตรียมรังสรรค์อีก 3 เมนูพิเศษ เพื่อเอาใจสายสุขภาพออกมาอย่างต่อเนื่องตลอดแคมเปญรอติดตามได้เร็ว ๆ นี้

นอกจากนี้ เมื่อกินดีแล้ว การมีความคุ้มครองสุขภาพหรือประกันที่ดี ก็เป็นสิ่งสำคัญ เมืองไทยประกันชีวิต จึงได้นำเสนอแบบประกันภัยสำหรับใช้เป็นเกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด) ในราคาที่เข้าถึงได้จริง  เริ่มที่ประกันค่ารักษามะเร็ง Care Plus” โดดเด่นด้วยค่าเบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียงวันละ 8 บาท(1)  ให้ความคุ้มครองค่ารักษามะเร็งสูงสุด 5 ล้านบาทต่อปีต่อโรค ครอบคลุมการรักษากรณีเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล (IPD) แบบเหมาจ่าย รวมถึงกรณีไม่ต้องนอนโรงพยาบาล (OPD) สำหรับการรักษาด้วยยามุ่งเป้าและเคมีบำบัด  และแบบประกันสุขภาพ D Health Lite” เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นวันละ 50 บาท(2) ให้ความคุ้มครองทั้งโรคทั่วไปและโรคร้ายแรง กรณีเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล (IPD) คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ค่ายา และค่าผ่าตัดแบบเหมาจ่าย วงเงินสูงสุด 5 ล้านบาทต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง พร้อมให้ความคุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี และสามารถเลือกแผนความคุ้มครองให้เหมาะสมกับงบประมาณ 

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เมืองไทยประกันชีวิต มุ่งมั่นในการขยายบทบาทจากการให้ความคุ้มครองด้านชีวิตและสุขภาพ สู่การเป็นพันธมิตรที่ช่วยดูแลลูกค้าตลอดช่วงชีวิต  ซึ่งความร่วมมือกับ Jones’ Salad ครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญที่ตอกย้ำถึงความตั้งใจที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยดูแลสุขภาพในทุกมิติ เพราะการมีสุขภาพที่ดีไม่ได้เกิดจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วยเท่านั้น แต่เริ่มต้นได้จากสิ่งที่เราเลือกในแต่ละวัน ตั้งแต่การเลือกอาหารที่ดี การดูแลร่างกาย ไปจนถึงการวางแผนความคุ้มครองที่เหมาะสม เพราะแม้เราจะดูแลตัวเองอย่างดี แต่ความเจ็บป่วยหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ การมีทั้งสุขภาพที่ดีและความคุ้มครองที่พร้อมจึงเปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันให้กับชีวิต”

ด้านนายอาริยะ คำภิโล CEO & Founder Jones’ Salad กล่าวว่า Jones’ Salad ให้ความสำคัญกับการทำให้เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้ในชีวิตประจำวัน ความร่วมมือกับเมืองไทยประกันชีวิตจึงเป็นการต่อยอดแนวคิดดังกล่าว จากเดิมที่ผู้บริโภคอาจมองเรื่องสุขภาพผ่านสิ่งที่รับประทาน มาเชื่อมโยงกับการเตรียมความพร้อมด้านความคุ้มครอง เพื่อให้การดูแลสุขภาพมีความรอบด้านมากขึ้น เราอยากให้คนรู้สึกว่าการดูแลสุขภาพไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเรื่องใหญ่ แต่อยู่ในทุกสิ่งที่เราเลือกในแต่ละวัน ความร่วมมือครั้งนี้จึงนำเรื่องอาหาร สุขภาพ การออกกำลังกาย และการวางแผนชีวิตมาเชื่อมกัน ผ่านทั้งเมนูอาหารและคอนเทนต์ที่สนุก เข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริง เพื่อชวนทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพให้ครบองค์รวม และวางแผนชีวิตในระยะยาวมากขึ้น

ความร่วมมือระหว่างเมืองไทยประกันชีวิตและ Jones’ Salad จึงเป็นมากกว่าการร่วมกันสร้างเมนูอาหาร แต่เป็นการนำเรื่อง “สุขภาพ” มาเชื่อมกับ “การเตรียมความพร้อม” ผ่านพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การเลือกกิน การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนความคุ้มครอง เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพดีและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว 

โดยสามารถติดตามคอนเทนต์จาก MTL x Jones’ Salad กิจกรรมเพื่อสุขภาพ และการเปิดตัวอีกเมนูสุขภาพใหม่ ๆ ตลอดแคมเปญ ได้ที่ https://www.muangthai.co.th/th/partner/jonessalad

36 ปีบนเส้นทางเกษตรกรไก่ไข่วัยเกษียณ “สมบัติฟาร์ม” ความภูมิใจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

0

ที่ตำบลบ้านร่อม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา “สมบัติ กะมะรินทร์” เกษตรกรวัย 71 ปี ใช้ชีวิตอยู่กับการเลี้ยงสัตว์มาเกือบตลอดชีวิต จากที่เคยเลี้ยงวัวและควาย เขาผันตัวมาเลี้ยงไก่เนื้อและไก่ไข่ จนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 36 ปีแล้ว โดย 6 ปีหลังสุดเขาเลือกทุ่มเทให้กับการเลี้ยงไก่ไข่อย่างเต็มตัว ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ที่ยังคงเป็นแรงผลักดันมาจนถึงทุกวันนี้ นั่นคือรายได้ที่ใช้จุนเจือครอบครัว ส่งลูกหลานเรียนจนจบวิทยาลัยเทคนิคในจังหวัด และความรักในสัตว์ที่ฝังรากลึกมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่

อาชีพที่ต้องแลกด้วยวินัยและความใส่ใจทุกวินาที
การเลี้ยงไก่ไข่ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่หลายคนคิด สมบัติเล่าว่า หากดูแลไม่ถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นการให้อาหารไม่เพียงพอ อุณหภูมิในโรงเรือนไม่เหมาะสม หรือแม้แต่การขาดน้ำเพียง 3 ชั่วโมง ก็อาจทำให้แม่ไก่หยุดให้ไข่นานถึง 1-2 วัน ความกังวลของเขาจึงไม่ใช่แค่เรื่องโรคระบาด แต่ยังรวมถึงต้นทุนพลังงานที่ผันผวนตามราคาน้ำมันในแต่ละวัน ทุกเช้าตั้งแต่ตี 4 คุณสมบัติต้องตื่นมาให้อาหาร ตักมูลไก่ลงบ่อก๊าซชีวภาพ และเริ่มเก็บไข่ตั้งแต่ 8-9 โมงเช้า ซึ่งเป็นวินัยที่ต้องทำซ้ำทุกวันโดยไม่มีวันหยุด

จุดเปลี่ยนจากความไม่แน่นอน สู่รายได้ที่มั่นคงทุกเดือน
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อสมบัติเห็นเกษตรกรรายอื่นที่ร่วมงานกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สามารถยืนอยู่ได้อย่างมั่นคง จึงตัดสินใจติดต่อขอคำแนะนำ นับแต่นั้นมา สัตวบาลหรือที่เกษตรกรเรียกกันติดปากว่า “หมอ” ก็เข้ามาเยี่ยมฟาร์มแทบทุกเดือน ให้คำแนะนำตั้งแต่ปริมาณอาหารที่เหมาะสมราว 118-120 กรัมต่อตัวต่อวัน ไปจนถึงการจัดการน้ำ ไฟ และอากาศภายในโรงเรือน ผลลัพธ์ที่ได้คือผลผลิตไข่ที่มีคุณภาพดีขึ้นอย่างต่อเนื่องนอกจากการดูแลอย่างสม่ำเสมอแล้ว สิ่งที่ทำให้สมบัติวางใจในการทำอาชีพนี้ต่อไปได้อย่างไม่หวั่นไหว คือระบบประกันราคา เพราะไม่ว่าราคาไข่ในตลาดเปิดจะผันผวนเพียงใด รายได้ของเขาก็ยังคงมั่นคงในทุกเดือน

“ผมไม่เคยคิดจะเปลี่ยนอาชีพเลย จะทำแบบนี้ไปจนกว่าร่างกายจะไม่ไหว หรือจนกว่าลูกหลานจะไม่รับช่วงต่อ ต้องขอบคุณซีพีเอฟที่ทำให้ผมมีวันนี้ มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว และส่งลูกหลานเรียนจบ”

จากมูลไก่สู่พลังงานและปุ๋ยอินทรีย์ ต้นทุนที่ลดลงกว่า 70%
นอกเหนือจากรายได้ที่มั่นคงแล้ว สมบัติยังนำมูลไก่ในฟาร์มมาสร้างมูลค่าเพิ่มอีกสองทาง ทางแรกคือการหมักในบ่อก๊าซชีวภาพ เพื่อผลิตก๊าซสำหรับปั่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าไว้ใช้กับพัดลมและปั๊มน้ำภายในฟาร์ม ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากถึง 70% จากเดิมที่เคยจ่ายค่าไฟกว่า 20,000 บาทต่อเดือน เหลือเพียงประมาณ 5,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น ทางที่สองคือการนำมูลไก่ที่เหลือจากบ่อก๊าซมาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์สำหรับปลูกผักสวนครัว เช่น มะเขือ แตงกวา มะนาว และสะเดา ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และยังได้ผักปลอดสารเคมีไว้บริโภคเองในครอบครัวอีกด้วย

วันนี้ที่สมบัติฟาร์ม เสียงไก่ยังคงดังทุกเช้ามืดเช่นเดิม ไม่ต่างจากวินัยของสมบัติที่ไม่เคยเปลี่ยนไปตลอด 36 ปี และความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการผลิตไข่ไก่ ที่เป็นอาหารพื้นฐานที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย มีคุณค่าทางโภชนาการ และคุณภาพดี

คลิกชมความสำเร็จ “สมบัติฟาร์ม” เกษตรกรไก่ไข่วัยเกษียณ

https://www.youtube.com/watch?v=5LwuAcOpx9A

ยินดีต้อนรับสู่ ‘CORRUPTOPIA’  มหานครคอร์รัปชัน ที่จะพาคุณไปรู้จักเมืองจำลองที่การทุจริตคอร์รัปชันกลายเป็นเรื่องปกติ จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

0

🌆 ยินดีต้อนรับสู่ ‘CORRUPTOPIA’  มหานครคอร์รัปชัน ที่จะพาคุณไปรู้จักเมืองจำลองที่การทุจริตคอร์รัปชันกลายเป็นเรื่องปกติ จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

นิทรรศการเชิงประสบการณ์ที่จะพาคุณไปพบกับ 6 จุดเช็กอิน เพื่อสัมผัสกับการทุจริตคอร์รัปชันที่แฝงตัวอยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น ถนนเจ็ดชั่วโคตรที่สร้างไม่เคยเสร็จ พิ‘พิษ’ภัณฑ์ที่จัดแสดงขยะพิษนำเข้าจากต่างถิ่น ไปจนถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เสกความสำเร็จให้ได้ถ้าติดสินบน และรู้จักกับเหล่า ‘ประชาชิน’ ที่เรื่องราวชีวิตชินชาต่อการทุจริตของพวกเขาอาจใกล้กับชีวิตของพวกเรา 

.❓ชวนคุณมาตั้งคำถามว่า มหานครแห่งนี้มีอยู่จริงไหม และเหล่าประชาชินที่อยู่เป็น เห็นจนชิน และอยู่กินกับคอร์รัปชันคือใคร 🤐

.📏ก่อนกลับบ้าน อย่าลืมแวะรับของที่ระลึก “ไม้บรรทัดวัดใจ” ที่จะชวนทุกคนมาเปลี่ยนทัศนคติและยกระดับบรรทัดฐานของสังคม มาเป็นประชาชนคนคุณภาพที่ไม่ชินและไม่ทนต่อการคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ

.🌆CORRUPTOPIA: มหานครคอร์รัปชัน
📅 15–27 กันยายน 2569

📍 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร | BACC
🎟️ เข้าชมฟรี

งานเข้า 11 บริษัท! ‘เครือข่ายเสียงจากป่า’ จี้สอบส่งออกหมอคางดำ 3 แสนตัว ศาลสั่งรัฐฟื้นฟูใน 180 วัน

0

ประเด็นการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำถูกจับตาอีกครั้ง เมื่อภาคประชาสังคมออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีที่มาและผู้เกี่ยวข้องหลายราย.

เมื่อเร็วๆนี้ นายชัยภัฏ จันทร์วิไล ประธานเครือข่ายเสียงจากป่า องค์กรภาคประชาสังคมด้านสิ่งแวดล้อม ได้เข้ายื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ ในการกำกับดูแลและพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)การนำเข้าและส่งออก.

นายชัยภัฏ เปิดเผยว่า ข้อมูลเชิงสถิติที่น่าสนใจและควรนำมาศึกษาเพื่อพัฒนาระบบคือ “เส้นทางการส่งออก” โดยพบข้อมูลว่าในช่วงปี 2556-2559 มีการส่งออกปลาโดยกลุ่มบริษัทปลาสวยงามจำนวน 11 แห่ง รวมกว่า 320,000 ตัว (จำนวน 222 ครั้ง) ไปยังกว่า 10 ประเทศ ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการรายงานพบการแพร่กระจายในปี 2560 ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีที่มาและผู้เกี่ยวข้องหลายราย ไม่ว่าจะเป็นผู้เพาะเลี้ยง ผู้ครอบครอง และผู้ส่งออกรายต่างๆรวมถึง ผู้ทำให้เกิดการแพร่ระบาด ด้วย สำหรับประเด็นที่มีการชี้แจงก่อนหน้านี้ว่า การส่งออกอาจเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนเรื่องชนิดปลานั้น เครือข่ายฯ มองว่านี่คือโอกาสสำคัญที่ภาครัฐจะได้ทบทวนและอุดช่องโหว่ของระบบการตรวจสอบสัตว์น้ำก่อนส่งออกให้มีความรัดกุมยิ่งขึ้น เพื่ออธิบายให้สาธารณชนเข้าใจว่าเหตุใดความคลาดเคลื่อนนี้จึงเกิดขึ้นได้มากกว่า 200 ครั้งตลอดระยะเวลา 4 ปี ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เป็นการด่วนสรุปความผิดของกลุ่มบริษัทส่งออก แต่เป็นการร่วมมือกันค้นหาต้นตอเพื่อนำข้อมูลมาใช้เป็นบทเรียนในการบริหารจัดการทรัพยากรทางน้ำ และพัฒนาระบบการกำกับดูแลสัตว์น้ำของประเทศไทยให้มีมาตรฐานต่อไป

ศาลปกครองขีดเส้น 180 วันรัฐเดินหน้าจัดการ-เยียวยาเกษตรกรควบคู่ไปกับการตื่นตัวของภาคประชาชน ด้านกระบวนการยุติธรรมได้กำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนให้กับหน่วยงานภาครัฐเช่นกัน โดยเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษา (คดีหมายเลขดำที่ ส.14/2567) สั่งการให้กรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งดำเนินการควบคุม ป้องกัน แก้ไข และระงับยับยั้งการขยายพันธุ์ของปลาหมอคางดำในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ตามแผนปฏิบัติการฯ พ.ศ. 2567-2570 อย่างเคร่งครัด โดยศาลได้กำหนดกรอบเวลาให้การปฏิบัติงานต่างๆ ต้องบรรลุผลภายใน 180 วัน เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการดูแลเกษตรกรและประชาชนอย่างทันท่วงที ศาลได้มีคำพิพากษาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พิจารณาสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ออกประกาศกำหนดพื้นที่ในอำเภออัมพวา อำเภอเมืองสมุทรสงคราม และอำเภอบางคนที เป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉินเฉพาะกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด.

ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับจดทะเบียน 28 DR ใหม่ อ้างอิงหลักทรัพย์ในเอเชีย สหรัฐ และยุโรป ออกโดย KTB เริ่มซื้อขาย 9 ก.ย. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รับจดทะเบียนตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) 28 หลักทรัพย์ใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุนต่างประเทศที่หลากหลายและเข้าถึงง่ายแก่ผู้ลงทุนไทย โดย DR ชุดใหม่นี้ อ้างอิงหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX) ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (SSE) ตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น (SZSE) ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (TSE) ตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (Nasdaq) ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) และตลาดหลักทรัพย์ปารีส (Euronext Paris) ครอบคลุมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีสารสนเทศ พลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐาน และอากาศยาน ออกโดย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย 9 กันยายน 2569

12 DR ใหม่ อ้างอิงหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนใน HKEX, SSE, SZSE และ TSE

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
AJINO80Ajinomoto Co., Inc. (2802.T)ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปรุงรส อาหารแปรรูป กรดอะมิโน รวมถึงวัสดุสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
AMEC80Advanced Micro-Fabrication Equipment Inc. China (688012.SS)ผลิตและจำหน่ายเครื่องจักรอุปกรณ์สำหรับกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์  
CH30080E Fund CSI 300 Index ETF (510310.SS)กองทุน ETF บริหารโดย E Fund Management ติดตามผลตอบแทนดัชนี CSI 300 ครอบคลุมหุ้นขนาดใหญ่ 300 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้น
CHAI80E Fund CSI Artificial Intelligence ETF (159819.SZ)กองทุน ETF ติดตามดัชนีหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในจีน ครอบคลุมบริษัทด้าน AI Hardware, Software และ Applications
CHNEXT80E Fund ChiNext ETF (159915.SZ)กองทุน ETF ติดตามผลตอบแทนดัชนี ChiNext ของตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น ครอบคลุมหุ้นบริษัทนวัตกรรมและเทคโนโลยี
CHSTAR5080E Fund SSE Science and Technology Innovation Board 50 Index ETF (588080.SS)กองทุน ETF ติดตามผลตอบแทนดัชนี STAR 50 ครอบคลุมหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำ 50 บริษัทในตลาด STAR Market ของตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้
DEYE80Ningbo Deye Technology Group Co., Ltd. (605117.SS)ผลิตอินเวอร์เตอร์สำหรับระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Inverter) และระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงอุปกรณ์ระบายความร้อน
HUAHONG80Hua Hong Grace Semiconductor Limited (1347.HK)ให้บริการรับจ้างผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ (Foundry) โดยเน้นชิปเฉพาะทาง เช่น Power IC, MCU, Analog IC
IBIDEN80Ibiden Co., Ltd. (4062.T)ผลิตวัสดุเชื่อมต่อชิปเซมิคอนดักเตอร์ (IC Package Substrate) และแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์สำหรับชิปประมวลผล
KIOXIA80Kioxia Holdings Corporation (285A.T)ผลิต NAND Flash Memory และ SSD สำหรับสมาร์ทโฟน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และ Data Center
LUXSHARE80Luxshare Precision Industry Co., Ltd. (2475.HK)ผลิตชิ้นส่วนและประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร เช่น สายเคเบิล คอนเนกเตอร์ และรับจ้างประกอบผลิตภัณฑ์ให้แบรนด์ชั้นนำ
SUNGROW80Sungrow Power Supply Co., Ltd. (300274.SZ)ผู้นำด้านอินเวอร์เตอร์พลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงาน  รวมถึงโซลูชันพลังงานหมุนเวียนครบวงจร

15 DR ใหม่ อ้างอิงหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนใน Nasdaq และ NYSE

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
AMAT80Applied Materials, Inc. (AMAT)ผลิตเครื่องจักรสำหรับกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และจอแสดงผล
BE80Bloom Energy Corporation (BE)ผลิตระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์เชื้อเพลิง (Solid Oxide Fuel Cell) สำหรับ Data Center องค์กร และอุตสาหกรรม
CAT80Caterpillar Inc. (CAT)ผลิตเครื่องจักรกลหนักสำหรับงานก่อสร้าง เหมืองแร่ และอุตสาหกรรม ครอบคลุมรถขุด รถเกรด และระบบผลิตไฟฟ้า
CBRS80Cerebras Systems Inc. (CBRS)พัฒนาชิปประมวลผล AI ขนาดใหญ่ (Wafer-Scale Engine) และระบบคอมพิวเตอร์สำหรับการฝึกและประมวลผลโมเดล AI
CRDO80Credo Technology Group Holding Ltd. (CRDO)พัฒนาชิปและโซลูชันการเชื่อมต่อความเร็วสูงสำหรับ Data Center
DELL80Dell Technologies Inc. (DELL)ผลิตและจำหน่ายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล โซลูชันคลาวด์ และบริการ IT ครบวงจร
FABRINET80Fabrinet (FN)ให้บริการรับจ้างผลิตอุปกรณ์ออปติคัลและอิเล็กทรอนิกส์ความแม่นยำสูง สำหรับอุตสาหกรรมการสื่อสาร การแพทย์ และการบินและอวกาศ
HPE80Hewlett Packard Enterprise Company (HPE)ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีองค์กรครบวงจร ครอบคลุมเซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล เครือข่าย บริการคลาวด์ไฮบริด และโซลูชัน AI
INTEL80Intel Corporation (INTC)ผลิตชิปประมวลผล (CPU) สำหรับคอมพิวเตอร์ และ Data Center ชิป AI และให้บริการรับจ้างผลิตเซมิคอนดักเตอร์ (Foundry)
PLTR80Palantir Technologies Inc. (PLTR)พัฒนาซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่และปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับภาครัฐและเอกชน
PWR80Quanta Services, Inc. (PWR)ให้บริการออกแบบ ติดตั้ง และบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้า ท่อก๊าซ โทรคมนาคม และพลังงานหมุนเวียน
QCOM80QUALCOMM Incorporated (QCOM)พัฒนาชิป Snapdragon สำหรับสมาร์ทโฟน โมเด็ม 5G ชิปสำหรับยานยนต์และ IoT รวมถึงธุรกิจสิทธิบัตรเทคโนโลยีไร้สาย
SEAGATE80Seagate Technology Holdings plc (STX)ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) ความจุสูง และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลสำหรับ Data Center องค์กร และผู้ใช้ทั่วไป
TSEMI80Tower Semiconductor Ltd. (TSEM)ให้บริการรับจ้างผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์เฉพาะทาง (Specialty Foundry) สำหรับอุตสาหกรรมการแพทย์ ยานยนต์ และการสื่อสาร
TTMI80TTM Technologies, Inc. (TTMI)ผลิตแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ความแม่นยำสูง สำหรับอุตสาหกรรมการสื่อสาร การแพทย์ การบินและอวกาศ การป้องกันประเทศ และยานยนต์

1 DR ใหม่ อ้างอิงหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนใน Euronext Paris

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
AIRBUS80Airbus SE (AIR)ผู้ผลิตอากาศยานพาณิชย์ อากาศยานทางทหาร ดาวเทียม และระบบป้องกันประเทศ

ศึกษารายละเอียด 28 DR ใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th บริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) www.krungthai.com หรือศึกษาผลิตภัณฑ์ DR เพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/dr

TFEX Trader Day 2026 ผู้ร่วมงานคับคั่ง ตอบโจทย์มือใหม่ ปลดล็อกการลงทุน หุ้น-ทอง-ค่าเงิน รับมือตลาดผันผวน ชมสัมมนาย้อนหลัง ฟรี!

0

บมจ. ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) (TFEX) จัดสัมมนาพิเศษ TFEX Trader Day 2026” ตอบโจทย์มือใหม่ และผู้สนใจปลดล็อกการลงทุน หุ้น-ทอง-ค่าเงิน โดยใช้ TFEX เป็นเครื่องมือเสริมพอร์ต สร้างกำไร ป้องกันความเสี่ยง หรือกระจายการลงทุน เพื่อรับมือกับภาวะตลาดที่ผันผวน พร้อมถ่ายทอดแนวคิด เทคนิคการซื้อขาย รวมถึง Use Case ที่มือใหม่ก็นำไปปรับใช้ได้ เริ่มต้นง่าย และไม่ยากอย่างที่คิด โดยมี ตรีวิทย์ วังวรวุฒิ กรรมการผู้จัดการ TFEX พร้อมด้วยผู้บริหาร และวิทยากรเทรดเดอร์ผู้เชี่ยวชาญร่วมเปิดงาน เมื่อ 6 ก.ย. 2569 มีผู้สนใจร่วมงานคับคั่ง สำหรับผู้ที่พลาดชมสดสามารถติดตามรับฟังเทคนิคและกลยุทธ์การเทรดจากเทรดเดอร์ตัวท็อปในแวดวงอนุพันธ์ ย้อนหลังได้ฟรีที่ https://www.tfex.co.th/th/activities/tfextraderday2026

สมาคมกีฬาเทควันโดฯ นำทัพนักกีฬาทีมชาติไทย พบผู้บริหาร ธอส. ก่อนบินสู้ศึกเอเชียนเกมส์ 2026 ครั้งที่ 20 ณ ประเทศญี่ปุ่น

0

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ให้การต้อนรับนายธนฑิตย์ รักตะบุตร เลขาธิการสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย และนายชัชชัย เช ผู้ฝึกสอน นำทีมนักกีฬาเทควันโด ทีมชาติไทย เข้าพบกรรมการผู้จัดการ ในฐานะที่ ธอส. เป็นผู้สนับสนุนหลักสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทยเนื่องในโอกาสก่อนเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 ครั้งที่ 20 ณ ประเทศญี่ปุ่น โดย กรรมการผู้จัดการ ธอส. ได้กล่าวให้กำลังใจนักกีฬาและผู้ฝึกสอน พร้อมชื่นชมความมุ่งมั่นในการเตรียมทีม ในการทำหน้าที่บนเวทีระดับเอเชียอย่างเต็มที่

ธอส. เล็งเห็นความสำคัญของการสนับสนุนวงการกีฬาไทย จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือให้การสนับสนุนสมาคมกีฬาเทควันโดฯ มาตลอด 20 ปี ตั้งแต่ปี 2549 ตามโครงการของรัฐบาล ภายใต้โครงการ 1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ ต่อเนื่องมายังโครงการ 1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ พลัส เพื่อเปิดโอกาสให้นักกีฬาได้พัฒนาศักยภาพและก้าวสู่ความสำเร็จในระดับนานาชาติ โดยสมาคมกีฬาเทควันโดฯ ได้รายงานความพร้อมของทัพเทควันโดไทย ทั้งด้านร่างกาย เทคนิค รวมถึงแผนการเตรียมทีมเพื่อรับมือกับการแข่งขันก่อนเข้าสู่การแข่งขันระดับเอเชีย ที่มีนักกีฬาชั้นนำจากทั่วทวีปเอเชีย ทั้งนี้ งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่

AIS จับมือ เดอะมอลล์ กรุ๊ป เปิดจุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ใน Power Mall 7 สาขา เชื่อมสู่การรีไซเคิลอย่างถูกวิธี ขยายเครือข่าย “คนไทยไร้ E-Waste”

0

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ผู้นำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ เดินหน้าสานต่อภารกิจคนไทยไร้ E-Waste จับมือ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกของประเทศไทย ดำเนินการบริหารศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ เอ็มสเฟียร์ และพารากอนขยายเครือข่ายรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์สู่พื้นที่ใกล้ตัวประชาชน ผ่านจุดรับทิ้งภายในแผนก Power Mall 7 สาขาที่ร่วมรายการ เพื่อทำให้การแยกทิ้ง E-Waste อย่างถูกวิธีเป็นเรื่องง่ายและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน พร้อมส่งต่อ E-Waste ที่รวบรวมได้เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลตามมาตรฐาน Zero E-Waste to Landfill โดยไม่ส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปฝังกลบ พร้อมกันนี้ ลูกค้าที่นำ E-Waste มาทิ้ง ณ จุดรับภายในแผนก Power Mall สาขาที่ร่วมรายการ จะได้รับคูปองส่วนลดมูลค่า 500 บาททันที สำหรับใช้เป็นส่วนลดเมื่อซื้อสินค้าภายในแผนก Power Mall ครบ 5,000 บาท ตามเงื่อนไขที่กำหนด ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2569

การขยายเครือข่ายในครั้งนี้ มี นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS และ นางวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เป็นตัวแทนจากทั้งสององค์กร ในการขับเคลื่อนช่องทางรับทิ้ง  E-Wasteให้ประชาชนเข้าถึงได้สะดวกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งพร้อมผสานพลังของภาคเทคโนโลยี ภาคค้าปลีก และประชาชน เพื่อผลักดันการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง

การผนึกกำลังของทั้งสององค์กร มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการดูแลสิ่งแวดล้อมให้เกิดเป็นการลงมือทำผ่านช่องทางรับทิ้งที่เข้าถึงง่ายและใกล้ตัวประชาชน โดย E-Waste ที่รวบรวมได้จะเข้าสู่กระบวนการจัดการและรีไซเคิลอย่างถูกต้อง และช่วยลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของสารอันตราย พร้อมเปิดโอกาสให้นำวัสดุที่มีคุณค่ากลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้งตามหลัก Circular Economy โดยประชาชนสามารถนำ E-Waste มาทิ้งได้ที่ Power Mall 7 สาขาที่ร่วมรายการ ได้แก่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ งามวงศ์วาน บางแค บางกะปิ และโคราช รวมถึงเอ็มโพเรียม และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ โดยรับอุปกรณ์ เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หัวชาร์จ สายชาร์จ หูฟัง ลำโพง โน้ตบุ๊ก อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กอื่น ๆ ทั้งนี้ ไม่รับ Power Bank และถ่านไฟฉาย

ความร่วมมือระหว่าง AIS และเดอะมอลล์ กรุ๊ป ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายเครือข่ายการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย เพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงช่องทางรับทิ้งได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมส่งต่อ E-Waste เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกต้อง เพื่อเปลี่ยนขยะให้กลับมาเป็นทรัพยากร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงจากการลงมือทำของทุกภาคส่วน

AIS หนุน กสทช. ลงพื้นที่ตรวจมาตรฐานการลงทะเบียนซิมการ์ด ย้ำความร่วมมือทุกจุดให้บริการ ยกระดับความปลอดภัยการใช้งานของลูกค้า

0

AIS สนับสนุนสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรี เพื่อตรวจติดตามมาตรฐานการลงทะเบียนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ณ จุดให้บริการของผู้ให้บริการโทรคมนาคม พร้อมยืนยันความร่วมมือในการดำเนินงานตามมาตรการและหลักเกณฑ์ที่กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการลงทะเบียนและยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการเป็นไปอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และได้มาตรฐานในทุกจุดให้บริการ

ที่ผ่านมา AIS ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการยกระดับความปลอดภัยในการใช้บริการโทรคมนาคมและการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง โดยพร้อมสนับสนุนมาตรการของหน่วยงานภาครัฐ และทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันลดความเสี่ยงจากการนำเลขหมายโทรศัพท์ไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ตลอดจนเสริมความปลอดภัยให้แก่ลูกค้าและประชาชน ตั้งแต่กระบวนการลงทะเบียนและยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการ พร้อมทั้งยังนำเทคโนโลยี Liveness Detection ซึ่งเป็นระบบพิสูจน์อัตลักษณ์ขั้นสูง (Biometric) มาใช้เสริมความปลอดภัยในกระบวนการยืนยันตัวตน เพื่อช่วยตรวจสอบว่าผู้ดำเนินการเป็นบุคคลจริง และลดความเสี่ยงจากการแอบอ้างหรือสวมรอยตัวตน สอดคล้องกับแนวทางการกำกับดูแลของ กสทช. ที่มีการตรวจติดตามมาตรฐานการดำเนินงานของผู้ให้บริการโทรคมนาคมอย่างต่อเนื่อง

AIS ยืนยันความพร้อมในการให้ความร่วมมือกับ กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานการลงทะเบียนซิมการ์ดให้มีความรัดกุมและปลอดภัย พร้อมสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการและร่วมเสริมเกราะป้องกันภัยดิจิทัลให้กับลูกค้าและประชาชนอย่างยั่งยืน

ศาลปกครองสั่งรัฐยับยั้งการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำต่อเนื่อง พร้อมยกคำขอไม่พิพากษาในส่วนเอกชน

0

ศาลปกครองพิพากษากรณีการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ หรือ ปลาหมอคางดำ ให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการควบคุม ป้องกัน แก้ไข และระงับยับยั้งการแพร่ระบาดภายใน 180 วัน ขณะที่ยกคำขอไม่พิพากษาในส่วนที่ผู้ฟ้องเรียกร้องให้บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และผู้เกี่ยวข้องรับผิดชอบค่าเสียหายแก่รัฐ

วันที่ 8 กันยายน 2569 ศาลปกครองกลางพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ ส.14/2567 ผู้ฟ้องรวม 54 คนยื่นฟ้องกรมประมงกับพวกรวม 18 คน จากการที่กรมประมงละเลยต่อหน้าที่ในการป้องกัน ควบคุมสัตว์น้ำต่างถิ่นตามที่พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ที่เป็นกฏหมายที่ใช้บังคับในขณะนั้น จึงมีคำสั่งให้กรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามหน้าที่ตามพระราชกำหนดการประมง ในการควบคุม ป้องกัน แก้ไข และระงับยับยั้งการขยายพันธุ์หรือการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ หรือ ปลาหมอคางดำในพื้นที่ระบาด และออกประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน

โดยให้กรมประมงปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ในการควบคุม ป้องกัน แก้ไข และระงับยับยั้งการขยายพันธุ์หรือการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำในพื้นที่แพร่ระบาด ตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567-2570 และมาตรการอื่นที่จำเป็นต่อไป โดยให้กระทรางเกษตรและสหกรณ์ร่วมกันกำกับดูแลและสนับสนุนทรัพยากรต่างๆ เพื่อให้การปฏิบัติการต่างๆนั้นบรรลุผลใน 180 วัน

นอกจากนี้ ศาลมีคำพิพากษาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พิจารณาสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามพิจารณาออกประกาศพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามในพื้นที่อำเภออัมพวา อำเภอเมืองสมุทรสงคราม และอำเภอบางคนทีเป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน เฉพาะผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำ โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด

ในส่วนของการเรียกร้องบริษัทเอกชน ผู้ร้องสอด หรือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ให้รับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐอันเกิดจากการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ ตามมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 นั้น ศาลปกครองพิจารณาว่าการดำเนินการดังกล่าวมิได้มีผลเป็นการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีจึงมิใช่ผู้มีสิทธิฟ้องคดีในส่วนนี้ จึงยกคำขอในส่วนนี้โดยไม่มีคำพากษาใดใด