Home Blog Page 2

โปรสินเชื่อบ้านใหม่ เอาใจ First Jobber ‘สินเชื่อบ้านหลังแรก’ จากออมสิน ผ่อนต่ำล้านละ 2,500 บาท/เดือน สมัครวันนี้ – 30 ก.ย. 69

0

“อยากมีบ้านหลังแรก ตรงไปหาออมสินเลย! กับ สินเชื่อบ้านหลังแรก ผ่อนต่ำแค่ล้านละ 2,500 บาทต่อเดือน
สมัครเลยที่ https://to.gsb.or.th/1jzL1Yl

✨ ดอกเบี้ยคงที่ เริ่มต้น 1.99% ต่อปี (4 เดือนแรก)
✨ ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี 2.99% ต่อปี
✨ ผ่อนต่ำเริ่มต้น ปีแรก ล้านละ 2,500 บาทต่อเดือน
✨ สนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์สูงสุด 5,000 บาท (สำหรับวงเงินกู้ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป)

📌 ยื่นกู้ได้ตั้งแต่ 1 เม.ย. 69 – 30 ก.ย. 69 อนุมัติและจัดทำนิติกรรมสัญญา ภายใน 30 ต.ค. 69

⚠️ รู้ก่อนกู้…กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
⚠️ เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

AIS เปิดตัว “5G-ADVANCED” รายแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้ AI รวมพลังคลื่น 2CC-3CC สร้างมาตรฐานใหม่ความเร็วเหนือขีดจำกัด

0

ล้ำไปอีกขั้น! AIS ผู้นำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะของไทย ประกาศหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เปิดตัว “AIS 5G-ADVANCED” รายแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกระดับโครงข่าย 5G สู่มาตรฐานใหม่ของการเชื่อมต่ออัจฉริยะ อัปศักยภาพโครงข่ายด้วยเทคโนโลยี Downlink 3CC และ Uplink 2CC ครั้งแรก! ทำให้ทำงานได้รวดเร็ว แม่นยำ เต็มศักยภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านการดาวน์โหลด การอัปโหลด และการตอบสนองของโครงข่าย พร้อมรองรับการใช้งานดิจิทัลยุคถัดไป ก่อนก้าวสู่เทคโนโลยี 6G ในอนาคต โดยการยกระดับครั้งนี้เกิดจากการผสาน 3 พลังสำคัญ “Partnership + AI + Innovation” สู่การยกระดับมาตรฐานใหม่ “5G-ADVANCED” ผ่านเทคโนโลยี 5G SA Carrier Aggregation ที่รวมคลื่นความถี่หลายย่านเข้าด้วยกัน ทั้ง 3CC ที่ผสานผ่านคลื่น 700 MHz, 2100 MHz และ 2600 MHz และ 2CC ที่รวมคลื่น 700 MHz และ 2600 MHz เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้เหนือขึ้นอย่างชัดเจน

เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยเพิ่มความเร็ว Download สูงสุด 1.5 เท่า ผ่าน 5G SA Downlink 2CC/3CC และเพิ่มความเร็ว Upload สูงสุด 2 เท่า ผ่าน 5G SA Uplink 2CC พร้อมนำ AI เข้ามาบริหารจัดการความหนาแน่นของเครือข่ายแบบอัตโนมัติ หรือ Autonomous Network เพื่อให้โครงข่ายสามารถวิเคราะห์ ปรับตัว และรองรับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์

โดยปัจจุบัน 5G SA Downlink 3CC เปิดให้บริการแล้วในพื้นที่ สาทรและบางรัก พร้อมแผนขยายสู่พื้นที่สำคัญในกรุงเทพฯ และปริมณฑลภายในปี 2569 ขณะที่ 5G SA Downlink 2CC เปิดให้บริการแล้วในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และตัวเมืองทั่วประเทศ และ 5G SA Uplink 2CC เปิดให้บริการแล้วในพื้นที่ตัวเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งคาดว่าจะให้บริการในตัวเมืองทั่วประเทศในปี 2569

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าหน่วยธุรกิจงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ
เอไอเอส
 กล่าวว่า “พันธกิจสำคัญของ AIS คือการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศให้แข็งแกร่ง ทันสมัย และพร้อมรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะโครงข่ายมือถือ ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของการเชื่อมต่อ ที่เชื่อมโยงผู้คน ธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และบริการดิจิทัลต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน ดังนั้น การพัฒนาโครงข่ายในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มความเร็ว สัญญาณ หรือจำนวนสถานีฐาน แต่คือการสร้างขีดความสามารถใหม่ให้ประเทศ และส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกการใช้งาน

การเปิดตัว AIS 5G-ADVANCED ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของ AIS ในการยกระดับโครงข่าย 5G จากเครือข่ายเพื่อการเชื่อมต่อ ไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะที่พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาว ผ่านการผสาน 3 พลังหลัก ได้แก่ Partnership ความร่วมมือกับพันธมิตรดีไวซ์ระดับโลก, AI ที่เข้ามาเสริมศักยภาพการบริหารจัดการโครงข่ายอย่างชาญฉลาด และ Innovation การต่อยอดนวัตกรรมเครือข่ายอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของ Autonomous Network ในอนาคต

หัวใจของ AIS 5G-ADVANCED คือเทคโนโลยี Carrier Aggregation ทั้ง 2CC และ 3CC ที่รวมคลื่นความถี่หลายย่านเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้เหนือกว่าเดิม ทั้งด้านดาวน์โหลด อัปโหลด ความลื่นไหล ความเสถียร และการตอบสนองของเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นการรับชมวิดีโอความละเอียดสูง เล่นเกมออนไลน์ ไลฟ์สตรีม อัปโหลดคอนเทนต์ หรือทำงานผ่านคลาวด์ โดยลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ให้บริการและใช้อุปกรณ์ที่รองรับ จะสามารถสัมผัสประสบการณ์ที่เหนือขึ้นได้อย่างชัดเจน

นอกจากความเร็วและประสิทธิภาพของเครือข่าย AIS ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับความปลอดภัยในการใช้งานดิจิทัล ด้วยการนำ AI เข้ามาเสริมการดูแลลูกค้าผ่าน AIS SAFE CONNECT ที่สามารถแจ้งเตือนเบอร์ต้องสงสัยขณะโทร รวมถึงบริการแจ้งอุ่นใจ ตัดสายโจร*1185# และสายด่วน 1185 ที่ทำงานร่วมกับตำรวจในการรับแจ้งเบาะแสเบอร์ และ SMS ต้องสงสัยเพื่อนำไปสู่การบล็อก เพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างมั่นใจและอุ่นใจยิ่งขึ้น

ในฐานะผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ AIS ยังคงเดินหน้าขยายขีดความสามารถของเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านความเร็ว ความเสถียร ความปลอดภัย และความอัจฉริยะของโครงข่าย เพื่อรองรับบริการดิจิทัลรูปแบบใหม่สำหรับผู้บริโภค ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม พร้อมทำหน้าที่เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยอย่างยั่งยืน” นายวสิษฐ์ กล่าวสรุป

ทั้งนี้ สำหรับการใช้งาน AIS 5G-ADVANCED ลูกค้าสามารถสังเกตได้จากสัญลักษณ์ 5G+ บนมุมขวาของหน้าจอมือถือ ซึ่งสะท้อนว่ากำลังใช้งานบนเครือข่าย 5G ที่ได้รับการยกระดับไปอีกขั้น ทั้งด้านความเร็ว ความเสถียร และประสิทธิภาพ โดยการใช้งาน 5G+ จะขึ้นอยู่กับพื้นที่ให้บริการ คลื่นความถี่ที่รองรับ อุปกรณ์ของลูกค้า และแพ็กเกจที่เหมาะสม ทั้งนี้ ลูกค้าที่ใช้งานตามเงื่อนไขดังกล่าวจะสามารถสัมผัสประสบการณ์ 5G+ ได้โดยไม่ต้องสมัครแพ็กเกจเพิ่มเติม

การนำประเทศสู่ปฐมบทใหม่ของยุคโครงข่ายอัจฉริยะในครั้งนี้ ตอกย้ำบทบาทของ AIS ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับประเทศ หรือ National Digital Infrastructure ที่พร้อมยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลของคนไทย ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวสู่อนาคตอย่างแข็งแกร่ง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ AIS 5G-ADVANCED ได้ที่ https://www.ais.th/about-us/network-technology/5g-for-consumer/superior-trusted-network

ปลาอัลลิเกเตอร์คาร์ สัญญาณเตือนไทยจำเป็นต้องมีระบบจัดการพันธุ์ต่างถิ่นที่เข้มแข็งกว่าเดิม

0

กรณีพบปลาอัลลิเกเตอร์คาร์ในแหล่งน้ำธรรมชาติ สะท้อนช่องโหว่สำคัญของการจัดการชนิดพันธุ์ต่างถิ่นในไทย โดยเฉพาะสัตว์น้ำที่เข้ามาผ่านการเลี้ยง การค้า หรือการเพาะพันธุ์ แต่ไม่มีระบบติดตามย้อนกลับที่ชัดเจนตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง

กรณีพบ ปลาอัลลิเกเตอร์คาร์ หรือที่หลายคนเรียกว่า “ปลาจรเข้” อยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ กลายเป็นอีกสัญญาณเตือนสำคัญว่า ปัญหา ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับปลาชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น แต่สะท้อนรูปแบบซ้ำ ๆ ของสัตว์น้ำต่างถิ่นที่ถูกนำเข้ามาเลี้ยง เพาะพันธุ์ หรือซื้อขาย ก่อนหลุดรอด หรือถูกปล่อยลงสู่ธรรมชาติ

ข้อมูลจากกรณีที่พบปลาอัลลิเกเตอร์คาร์ระบุว่า ปลาชนิดนี้เป็นปลาต่างถิ่นที่ถูกนำเข้ามาเพื่อเลี้ยงในตู้ปลา ก่อนจะหลุดรอดหรือถูกปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ที่สำคัญ ลักษณะ “วงแหวนรอบตัวปลา” ถูกมองว่าเป็นหลักฐานช่วยยืนยันว่า ปลาน่าจะเคยถูกเพาะเลี้ยงในตู้ปลามาก่อน แต่กลับไม่มีบันทึกการนำเข้าที่ชัดเจน

ประเด็นนี้ทำให้คำถามสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่า “ปลาชนิดนี้มาจากไหน” แต่อยู่ที่ว่า ประเทศไทยมีระบบติดตามและควบคุมสัตว์น้ำต่างถิ่นที่เข้ามาในประเทศอย่างรัดกุมเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะกลุ่มที่เข้ามาผ่านการค้าปลาสวยงาม การเพาะเลี้ยง หรือการทดลอง ก่อนมีความเสี่ยงหลุดออกนอกระบบ

การแพร่กระจายของปลาต่างถิ่นไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่เกิดจากหลายช่องทางร่วมกัน หรือ multiple pathways ทั้งการนำเข้าเป็นปลาสวยงาม การเพาะเลี้ยง และการหลุดรอดหรือปล่อยสู่ธรรมชาติ กรณีนี้มีรูปแบบคล้ายกับบทเรียนจาก ปลาหมอคางดำ ซึ่งได้รับการบันทึกในหลายภูมิภาคของโลกก่อนการพบในประเทศไทย

หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า ประเทศต่างๆ พบปลาชนิดนี้ก่อนประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยในสหรัฐอเมริกา มีรายงานครั้งแรกตั้งแต่ปี 2515 ในฮาวาย และต่อมาที่ฟลอริดาปี 2523 ขณะที่ ฟิลิปปินส์ พบในธรรมชาติราวปี 2551 และมีรายงานทางวิชาการในปี 2558 ส่วน ไต้หวัน มีรายงานล่าสุดในปี 2569 และ มาเลเซีย แม้ยังไม่มีปีระบุชัด แต่พบในระบบนิเวศก่อนกรณีของไทย โดยมีรูปแบบการแพร่กระจายผ่านการนำเข้าเพื่อเพาะเลี้ยงหรือใช้ประโยชน์ทางพาณิชย์ ก่อนหลุดรอดจากระบบผลิตลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ สำหรับประเทศไทยมีการนำเข้าเพื่อการวิจัยในปี 2553 และเริ่มพบในธรรมชาติราวปี 2555 งานวิจัยนานาชาติระบุว่า การแพร่กระจายเกิดจาก 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การนำเข้าเป็นปลาสวยงาม (aquarium trade), การเพาะเลี้ยง (aquaculture) และการหลุดรอดหรือปล่อยสู่ธรรมชาติ (escape/release)

แต่ละประเทศมีรูปแบบเฉพาะของตนเอง โดยในสหรัฐอเมริกาและฟิลิปปินส์มีหลักฐานชัดว่ามีจุดเริ่มจากปลาสวยงามที่ถูกปล่อยหรือหลุดสู่ธรรมชาติ ขณะที่ประเทศไทยมีความซับซ้อนมากกว่า เนื่องจากเกี่ยวข้องทั้งการนำเข้าเพื่อวิจัย การค้า การส่งออก และความเป็นไปได้ของการเพาะเลี้ยงหรือการลักลอบนำเข้า ส่วนไต้หวัน มาเลเซีย และออสเตรเลีย มักเกี่ยวข้องกับระบบเพาะเลี้ยงและการหลุดจากฟาร์ม โดยภาพรวมไม่มีประเทศใดที่มีสาเหตุเดียว

อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์จากหลายประเทศยืนยันว่าสามารถควบคุมได้ หากมีมาตรการต่อเนื่อง เช่น การจับออกจากแหล่งน้ำ การห้ามเพาะเลี้ยง เคลื่อนย้าย หรือปล่อย การห้ามครอบครอง การเฝ้าระวัง และการให้ความรู้แก่ประชาชน อีกแนวทางหนึ่งคือการใช้ประโยชน์ โดยส่งเสริมให้บริโภคและแปรรูป ซึ่งถูกนำมาใช้ในบางประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ ที่นำมาบริโภคอย่างกว้างขวาง

กรณีพบปลาอัลลิเกเตอร์คาร์ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ไม่ใช่เพียงข่าวปลารูปร่างแปลกตา แต่เป็นสัญญาณเตือนว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีระบบจัดการชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่เข้มแข็งกว่าเดิม โดยเฉพาะสัตว์น้ำที่ถูกนำเข้ามาผ่านการเลี้ยง การค้า หรือการเพาะพันธุ์ แต่ไม่มีบันทึกการนำเข้าและการเคลื่อนย้ายที่ชัดเจน

ปรากฏการณ์ปลาต่างถิ่น เป็นปัญหาที่หลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยต้องจัดการบนพื้นฐานของความเข้าใจต้นตอ ช่องทางการแพร่ และมาตรการควบคุมอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้การจัดการมีประสิทธิภาพมากขึ้น ท้ายที่สุด การป้องกันตั้งแต่ต้นทางจึงสำคัญไม่แพ้การแก้ปัญหาปลายทาง และต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการไม่ปล่อยสัตว์น้ำลงสู่ธรรมชาติ และการใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์เป็นฐานในการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างรอบคอบและโปร่งใส เพื่อให้บริหารจัดการและการแก้ปัญหาของปลาชนิดเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามเป้าหมาย.

ชาวชลบุรีเฮ! CPF ขนทัพคาราวานลดค่าครองชีพ ลดสูงสุด 40% พร้อมศึกมวยมันส์สนั่นเมือง

0

จังหวัดชลบุรี ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF จัดมหกรรม “คาราวานซีพีเอฟ ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน” ประจำปี 2569 ระหว่างวันนี้ ถึง 8 พฤษภาคม ณ ลานหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงอาหารคุณภาพในราคาที่จับต้องได้ สะท้อนบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมดูแลคุณภาพชีวิต ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในระดับชุมชนอย่างยั่งยืน.

ภายในงาน CPF ยกทัพผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพ ครอบคลุมทั้งอาหารพร้อมรับประทาน อาหารสด อาหารแช่แข็ง ของทานเล่น และเครื่องดื่ม จากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ CP ห้าดาว เชสเตอร์ สตาร์คอฟฟี่ Food World แล ซีพี-เมจิ ที่สด สะอาด ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการ มาจำหน่ายในราคาพิเศษ ลดสูงสุด 40% มากกว่า 100 รายการ เฉพาะงานนี้.

นอกจากนี้ ยังมีโซน “ชิม–ช้อป–เพลิน” รวมเมนูอร่อยและสินค้า OTOP ของดีประจำจังหวัดชลบุรี เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น พร้อมร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทยผ่านกิจกรรมไฮไลต์ “CPF มวยมันส์ สนั่นโลก” ศึกชิงแชมป์ WBC ASIA รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท (115 ปอนด์) ระหว่าง “กุมารดอย เพชรอคาเดมี่” พบ “อาคิระ โฮชุยามะ” ในวันที่ 6 พฤษภาคม เวลา 16.00–18.00 น.ทั้งนี้ มหกรรม “คาราวานซีพีเอฟ ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน” เปิดให้เข้าร่วมฟรี เวลา 10.00–21.00 น. จนถึงวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ณ ลานหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี

สวมบทนักสืบ ตะลุยนิทรรศการ INVESTiGUARD

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง"  หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

สัปดาห์นี้ “คุณนายพารวย” ขอพูดถึงเรื่อง “ภัยหลอกลงทุน” ซึ่งเป็นภัยใกล้ตัวที่น่ากลัวมาก และสร้างความเสียหายที่ไม่เพียงแต่เป็นตัวเลขมหาศาลทางทรัพย์สินกว่า 3 หมื่นล้านบาท แต่ยังสร้างผลกระทบต่อความมั่นคงในชีวิตของผู้คนจำนวนมาก จนหลายครอบครัวถึงกับหมดเนื้อหมดตัวจากกลโกงของมิจฉาชีพที่ปรับตัวทันยุคสมัยอยู่ตลอดเวลา

ปัจจุบัน พวกมิจฉาชีพหลอกลงทุน ไม่ได้เลือกเหยื่อที่ความรู้หรืออาชีพเลย ใครๆ ก็มีสิทธิ์พลาดท่าได้ง่ายๆ คุณนายพารวยจึงอยากชวนทุกคนมา “อัปเกรด” ภูมิคุ้มกันตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น ด้วยการพาไปทำความรู้จักกับนิทรรศการพิเศษชุดใหม่ล่าสุดจาก “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” โดยพิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน INVESTORY ที่ชื่อว่า “INVESTiGUARD นักสืบกันโกง” ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อกลางสัปดาห์นี้เอง

นิทรรศการ INVESTiGUARD ออกแบบมาเป็น Interactive Self-Discovery Museum ที่ให้เราสวมวิญญาณนักสืบ เข้าไปเผชิญกับสถานการณ์จำลองจริงๆ เพื่อให้เราเข้าใจเล่ห์เหลี่ยมมิจฉาชีพภายใต้แนวคิด “ดีเกินจริง” (Too Good to be True) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกลโกงส่วนใหญ่ที่มักจะมาในรูปแบบของ “คนที่ดีเกินจริง”, “เรื่องที่ดีเกินจริง” และ “โอกาสที่ดีเกินจริง” ค่ะ

นิทรรศการนี้เค้าแบ่งเส้นทางการเรียนรู้เป็นบทเรียน (Lesson) ที่เข้มข้นและน่าติดตาม ให้เราค่อยๆ แกะรอยกลโกงผ่านบทเรียนต่างๆ เริ่มตั้งแต่ Lesson 1 ส่องความจริง รวบรวมข้อมูลที่น่าตกใจโลกของการลงทุน รู้แล้วไม่ตกเป็นเหยื่อรายต่อไป, Lesson 2 ส่อง 3 กลโกง พาไปเจาะลึกไม้ตายของมิจฉาชีพที่มักใช้แอบอ้างบุคคลหรือเรื่องราวมาล่อใจ, Lesson 3 เปิดโปงคดีหลอกลงทุน ไขความลับของ 3 กับดักลวงตาที่ทำให้เราตัดสินใจผิดพลาด, Lesson 4 ส่องสูตรโกง วิเคราะห์วิธีการที่มิจฉาชีพใช้บีบคั้นให้เราต้องรีบตัดสินใจแบบไม่มีสติ กับทริค “6 เอ๊ะ กันโกง” ในแต่ละสเต็ป เพื่อ ‘เอ๊ะ’ ให้ไวจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ

Lesson 5 สแกนจับโกง แกะรอยความเสี่ยง เรียนรู้วิธีสังเกตสิ่งผิดปกติและกลโกงหลอกลงทุนต่างๆ, Lesson 6 รับมือกลโกง รู้วิธีเช็กข้อมูลและแหล่งที่มาของแพลตฟอร์มการลงทุน ว่าเชื่อถือได้จริงหรือไม่, Lesson 7 รู้เลือก รู้เลิก วางเกราะป้องกันตัว วิธีตั้งรับและรับมือเมื่อรู้ตัวว่ากำลังถูกชักชวนด้วยเรื่องที่ไม่น่าไว้วางใจ, Lesson 8 เซฟโซนนักลงทุน วิเคราะห์และถอดบทเรียนจากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น เพื่อเห็นภาพชัดเจนว่ากลโกงเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างไรบ้าง  และปิดท้ายบทเรียนสำคัญด้วย Lesson 9 อาวุธกันโกง  ท่องคัมภีร์ป้องกันตัวให้ขึ้นใจกับคาถา “ไม่เชื่อ ไม่เข้ากลุ่ม ไม่โหลดแอป ไม่โอนเงิน” เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

เมื่อจบการเรียนรู้แต่ละบท เราจะได้รับแต้มและคำแนะนำว่าเราเป็น “ยอดนักสืบ” ระดับไหน และที่สำคัญคือจะได้รับรู้วิธีตรวจสอบแหล่งข้อมูลการลงทุนที่ถูกต้อง เพื่อให้เงินทุกบาททุกสตางค์ของคุณอยู่ในที่ที่ปลอดภัย ไม่ตกเป็นเหยื่อบัญชีม้าแน่นอนค่ะ

ชื่อนิทรรศการพิเศษ INVESTiGUARD ไม่ได้ตั้งมาเท่ๆ อย่างเดียว แต่เป็นการรวมคำว่า Investigate (สืบสวน) + Guard (ป้องกัน) และเมื่อแยกคำว่า Invest + I + Guard ก็สื่อความหมายที่ลึกซึ้งถึงตัวเรา (I) ที่ต้องเรียนรู้วิธีป้องกันตัวเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพค่ะ

นิทรรศการดีๆ แบบนี้ เปิดให้เข้าชมฟรี!ค่ะ ทุกวันอังคารถึงวันอาทิตย์ (หยุดวันจันทร์) เวลา 09:30 – 18:00 น. ที่พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน INVESTORY ชั้นใต้ดิน อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://INVESTORY.setgroup.or.th หรือโทร. 02-009-9000 ต่อ 3566

นอกจากการจัดนิทรรศการเตือนภัยหลอกลงทุนและให้ทุกคนรู้เท่าทันมิจฉาชีพแล้ว ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดช่องทางแจ้งเหตุ หากพบเห็นการแอบอ้างชื่อ โลโก้ ภาพผู้บริหารหรือพนักงานกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ นำไปหลอกลวงหรือชักชวนลงทุน สามารถแจ้งได้ที่ www.set.or.th/th/about/contact-us/fake-page-report  ซึ่งการช่วยกันสื่อสารและย้ำเตือน จะมีส่วนในการยกระดับความเชื่อมั่นในการลงทุน และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มุ่งสู่การเป็น The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities

“คุณนายพารวย” อยากให้ลองหาเวลาว่างไปชมกันนะคะ เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง แต่การ “ถูกหลอก” นั้นเป็นความเสี่ยงที่เราป้องกันได้ หากเรามีความรู้ที่เท่าทันค่ะ!

คุณนายพารวย

AIS Sport Academy เปิดตัวโปรเจกต์ใหญ่ “ปั้นนักพากย์ สร้างอาชีพ”เฟ้นหาเสียงบรรยายท้องถิ่นทั่วไทย เสริมทัพถ่ายทอดสดไทยลีก 3

0

AIS Sport Academy เดินหน้ายกระดับวงการกีฬาไทย ประกาศเปิดตัวโปรเจกต์ใหญ่ “ปั้นนักพากย์ สร้างอาชีพ” โอกาสครั้งสำคัญสำหรับผู้ที่มีใจรักการพากย์ฟุตบอลทั่วประเทศ ไม่จำกัดอายุและเพศ เพื่อเปลี่ยนเสียงของคุณให้เป็นอาชีพในฝัน จากการเป็นนักพากย์หน้าใหม่สู่การเป็นนักพากย์มืออาชีพ เพื่อเสริมทัพผู้บรรยายฟุตบอลไทยลีกในฤดูกาลหน้าผ่านทาง AIS PLAY

คุณสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “ในอุตสาหกรรมการถ่ายทอดสดฟุตบอล สามารถก่อให้เกิดอาชีพได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นช่างภาพ, รถถ่ายทอดสด, เจ้าหน้าที่ประจำสนามแข่งขัน หรืออีกหนึ่งบทบาทที่มีความสำคัญไม่แพ้กันก็คือนักพากย์ ที่จะนำความสนุกของฟุตบอลไปสู่ผู้ชม ดังนั้นโครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันพากย์ฟุตบอลในระดับภูมิภาคทั่วประเทศเพียงเท่านั้น แต่คือความมุ่งมั่นของเราในการผลักดันวงการกีฬาไทยในทุกด้าน เพื่อสานต่อวิสัยทัศน์ของ AIS SPORT ACADEMY ที่เรามุ่งขับเคลื่อนผ่าน 3 แกนหลักคือ “สร้างโอกาส เสริมความรู้ สู่มืออาชีพ”

โปรเจกต์การปั้นนักพากย์ในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำภารกิจในแกนของการผลักดันผู้คนสู่ความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง เราจึงเปิดโอกาสครั้งสำคัญให้กับทุกคนที่มีใจรัก โดยไม่จำกัดอายุหรือเพศ ขอเพียงมีความมั่นใจ เราเน้นการคัดเลือกเจาะลึกตามภูมิภาคจากคนในพื้นที่จริงๆ เพราะเราเชื่อว่า ‘นักพากย์ท้องถิ่น’ จะเป็นผู้ที่มีความเข้าใจและสามารถนำเสนออัตลักษณ์ประจำภาคได้อย่างมีเสน่ห์และแท้จริง เพื่อส่งต่อความสนุกของฟุตบอลไทยลีก 3 สู่ผู้ชมผ่าน AIS PLAY พร้อมกับยกระดับทักษะความสามารถนี้ ให้ก้าวไปสู่อาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน”

สำหรับกติกาการสมัครในรอบออดิชั่น ผู้สมัครจะต้องอัดคลิป Demo การพากย์ฟุตบอลไทยลีกในสไตล์ของตัวเอง ความยาวไม่เกิน 5 นาที อัพโหลดลงโซเชียลมีเดียส่วนตัว (Facebook, TikTok, Instagram หรือ YouTube) พร้อมตั้งค่าเป็นสาธารณะ ใส่แฮชแท็กโครงการ (#AISSPORTACADEMY, #ปั้นนักพากย์สร้างอาชีพ) ให้ครบถ้วน และกรอกใบสมัครผ่าน Google Form เพื่อยืนยันตัวตน ตั้งแต่วันที่ 1- 25 พฤษภาคม 2569

คณะกรรมการจะคัดเลือกผู้สมัครทางออนไลน์ให้เหลือผู้เข้ารอบในแต่ละภาค เพื่อเข้าสู่รอบ Final โดยจะมีกิจกรรมอบรมอย่างเข้มข้นกับนักพากย์มืออาชีพตัวจริง ก่อนลงสนามพากย์สดต่อหน้าคณะกรรมการ แบ่งออกเป็น 6 ภูมิภาค ดังนี้ ภาคตะวันออก , ภาคเหนือ , ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ , ภาคใต้ และกรุงเทพฯ ที่ AIS SIAM โดยจะได้นักพากย์ที่ผ่านรอบ Final ในแต่ละภาคจากทั่วประเทศ เข้าสู่การเป็นนักพากย์ฟุตบอลไทยแบบมืออาชีพต่อไป เตรียมเสียงของคุณให้พร้อม แล้วมาเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของฟุตบอลไทยไปกับ AIS Sport Academy ปั้นนักพากย์ สร้างอาชีพ! สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการได้ที่ AIS Academy, AIS PLAY SPORTS, AIS For Thais #ปั้นนักพากย์สร้างอาชีพ#AISACADEMY #AISPLAY#AISSPORTACADEMY

AIS SIAM เล่นใหญ่! เปิดทั้งตึกให้ศิลปินรุ่นใหม่ “Pokapolar” โชว์พลังสร้างสรรค์บูสต์ประสบการณ์ชาวสยามให้สดใสรับซัมเมอร์!

0

AIS SIAM ตอกย้ำบทบาท พื้นที่ของคน ‘ชอบเล่น’ จนได้เป็น ‘ตัวจริง’ ด้วยการสร้างความว้าวครั้งใหม่ใจกลางสยาม เปิดพื้นที่ให้ศิลปินรุ่นใหม่ กัลยวีร์ รุ่งสุวรรณสกุล (ผักกาด) หรือ “Pokapolar” ศิลปินสาย Illustrator ที่โดดเด่นด้วยลายเส้นน่ารัก สดใส ศิษย์เก่าภาควิชาสถาปัตยกรรมภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เคยมีผลงานร่วมกับแบรนด์ดังมาแล้วมากมาย ได้โชว์ศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์บนสเกลใหญ่เป็นครั้งแรกที่อาคาร AIS SIAM ใจกลางย่านสยามสแควร์

โดยการทำงานร่วมกับศิลปินรุ่นใหม่ของ AIS SIAM ในครั้งนี้ได้แปลงโฉมตึก AIS SIAM ทั้งหลังให้กลายเป็นเหมือนผืนผ้าใบขนาดยักษ์ สร้างโอกาสให้ศิลปินได้ถ่ายทอดไอเดีย ลายเส้น สะท้อนตัวตนอย่างเต็มที่ จนกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ให้ชาวสยามได้มาเช็กอินใจ ภายใต้คอนเซปต์ “Chill and Relax in Normal Life” รวมถึงยังต่อยอดลวดลายพิเศษจากผลงานของ Pokapolar สู่กิจกรรมรับซัมเมอร์ PLUG Coffee Party – Nail It, Charm It – Keychain ชวนวัยรุ่นสยามมาเวิร์คช็อปการทำพวงกุญแจเล็บในสไตล์สดใส พร้อมมินิคอนเสิร์ตจากวง MercurygoldfishBand เข้ากับบรรยากาศซัมเมอร์ใจกลางสยาม

สะท้อนให้เห็นว่า AIS SIAM คือพื้นที่สำหรับทุกมิติของ Gen-C ไม่ว่าจะมาพักผ่อน เติมพลัง หรือปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์ ก็เกิดขึ้นได้ในที่เดียว ร่วมสัมผัสแลนด์มาร์กใหม่กลางสยามและถ่ายรูปกับงานดีไซน์สุดน่ารัก จากผลงานของ “Pokapolar” ได้ที่ AIS SIAM (สยามสแควร์ ซอย 7) ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2569 และติดตามกิจกรรมสร้างสรรค์จาก AIS SIAM ได้ทาง Instagram: aissiam_official

เมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม มุ่งมั่นสร้างโอกาสและอนาคตให้เด็กและเยาวชน ผ่านโครงการ “Give and Care เมืองไทยเปิดสนามเติมฝันให้น้อง”

0

เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมกับ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคม สร้างโอกาสและอนาคตให้กับเด็กและเยาวชนไทย ผ่านโครงการ “Give and Care เมืองไทยเปิดสนามเติมฝันให้น้อง” พร้อมจับมือ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ 3 สโมสรฟุตบอลชั้นนำ นำเยาวชนจากสถานสงเคราะห์เข้าสัมผัสประสบการณ์การแข่งขันฟุตบอลระดับอาชีพในสนามจริง

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการตอกย้ำนโยบายการดำเนินธุรกิจของเมืองไทยประกันชีวิตที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกช่วงวัย ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้กรอบแนวคิด ESG (Environmental, Social and Governance)  ล่าสุด เมืองไทยประกันชีวิต ได้ร่วมกับ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคม มุ่งเน้นการสร้างโอกาสและอนาคตให้กับเด็กและเยาวชนไทยผ่านโครงการ Give and Care เมืองไทยเปิดสนามเติมฝันให้น้อง”

ทั้งนี้ได้ร่วมกับกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วย 3 สโมสรฟุตบอลชั้นนำ ประกอบด้วย สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ สโมสรฟุตบอลโปลิศ เทโร และสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ยูไนเต็ด นำเยาวชนจากสถานสงเคราะห์เข้าสัมผัสประสบการณ์การแข่งขันฟุตบอลระดับอาชีพในสนามจริง เพื่อเป็นอีกหนึ่งโอกาสสานฝันให้กับเด็กและเยาวชนได้รับชมการแข่งขันฟุตบอลในสนามจริง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ ให้เด็กเห็นถึงความมุ่งมั่น วินัย และน้ำใจนักกีฬา ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพจิต การเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคม และอาจต่อยอดสู่ความสนใจในการเล่นกีฬาฟุตบอลเพื่อประกอบอาชีพในอนาคต 

โดยกิจกรรมได้นำน้อง ๆ จาก สถานสงเคราะห์เด็กและเยาวชนชาย จำนวน  3  แห่ง  ประกอบด้วย 1.สถานสงเคราะห์เยาวชนมูลนิธิมหาราช จังหวัดปทุมธานี จำนวน 50 คน  2.สถานแรกรับเด็กชายปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จำนวน 50 คน และ 3. ศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพเยาวชน จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 50 คน ชมการแข่งขันใน 3 สนามหลักของ 3 สโมสรชั้นนำ ได้แก่ สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ สนามแพท สเตเดียม จังหวัดกรุงเทพฯ  สโมสรฟุตบอลโปลิศ เทโร สนาม NT สเตเดียม จังหวัดนนทบุรี และสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ยูไนเต็ด  สนามศรีนครลำดวน จังหวัดศรีสะเกษ ในช่วงโปรแกรมการแข่งขันเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา

ในพิธีเปิดตัวโครงการฯ มีนางพิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์  รองประธานกรรมการ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม            นายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)         นายชัยธัช ชัยจินดา ผู้อำนวยการสโมสรโปลิศ เทโร เอฟซี  และนายจีราวัฒน์  จันทร์หอม  ผู้ปกครองสถานแรกรับเด็กชายปากเกร็ด กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมในพิธี 

การดำเนินโครงการ “Give and Care” มุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมด้วยการสร้าง “ต้นทุนชีวิต” ที่ดีให้แก่เยาวชนกลุ่มด้อยโอกาส เพื่อให้สามารถเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพและพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ลุยงาน Money Expo 2026 เปิด SET Investment HUB รวมทุกการลงทุนไว้ที่เดียว 7-10 พ.ค. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชวนผู้ลงทุนขยายโอกาส จัดพอร์ตลงทุนกับทางเลือกที่หลากหลาย ทั้งหุ้นไทย หุ้นนอก และกองทุนรวม ที่บูธตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในงาน Money Expo 2026 Bangkok โดยปีนี้มาในแนวคิด SET Investment HUB” กับไฮไลต์ 2 โซนหลัก

  • HUB รวมทางเลือกเพื่อโอกาสการลงทุน” ค้นหาคำตอบว่าเงิน 1 ก้อน จะเลือกอยู่ที่ไหนแบ่งอย่างไรในสไตล์คุณ ระหว่างเงินฝากหรือหุ้นปันผล พร้อมเปิดจักรวาล DR เลือกลงทุนในหุ้นและ ETF ชั้นนำกว่า 350 หลักทรัพย์ทั่วโลกบนกระดานหุ้นไทย รวมถึงวางแผนลดหย่อนภาษีด้วยกองทุน Thai ESG
  • HUB แห่งเครื่องมือ เทคโนโลยี และแอปพลิเคชัน เพื่อการลงทุน” พบกับ AomWise แอปลงทุนที่ใช้งานง่ายสำหรับมือใหม่ ลงทุนได้ทั้ง หุ้น DR กองทุน และทอง พร้อมด้วย Options Wizard เครื่องมือที่ช่วยทำกำไรได้ทั้งในช่วงตลาดขาขึ้นและขาลง และช่องทางเสริมความรู้ด้านการลงทุนอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น SET Investnow, SET Fin Quizz, SET e-Learning และ Happy Money App

พบกันที่บูธตลาดหลักทรัพย์ฯ (H4) ในมหกรรมการเงิน Money Expo 2026 Bangkok ระหว่างวันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00-20.00 น. ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เปิดบัญชีลงทุนในงานรับโปรโมชันพิเศษ!

เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมสนับสนุนโครงการ “Shot of Truth” หนุนคนรุ่นใหม่ผลิตสื่อสร้างสรรค์ รู้ทันข่าวลวงด้านวัคซีน เสริมความเชื่อมั่นด้านสุขภาพในสังคมไทย

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุนโครงการ “Shot of Truth สื่อสร้างสรรค์ รู้ทันข่าวลวงด้านวัคซีน” ซึ่งจัดโดยมูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชน ร่วมกับสถาบันวัคซีนแห่งชาติ และภาคีเครือข่ายจากภาครัฐและเอกชน เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนและคนรุ่นใหม่ร่วมผลิตคลิปวิดีโอสั้น ถ่ายทอดข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับวัคซีน พร้อมส่งเสริมการรู้เท่าทันข่าวสารด้านสุขภาพในสังคมไทย โครงการดังกล่าวได้รับความสนใจจากนักเรียนและนักศึกษาทั่วประเทศ มีผู้เข้าร่วม 69 ทีมจากกว่า 330 คน โดยผลงานที่ได้รับรางวัลโดดเด่นทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์ ความถูกต้องของข้อมูล และ การสื่อสารเรื่องสุขภาพได้อย่างเข้าใจง่าย

เมืองไทยประกันชีวิตเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการตัดสินใจดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลข่าวสารถูกส่งต่ออย่างรวดเร็วผ่านสื่อดิจิทัล การส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่มีทักษะในการคิด วิเคราะห์ และสื่อสารข้อมูลอย่างรับผิดชอบ จึงเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดให้กับสังคม

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
“เมืองไทยประกันชีวิตเชื่อว่าการดูแลสุขภาพที่ดี เริ่มต้นจากการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ เพราะเมื่อประชาชนมีความเข้าใจที่ถูกต้อง ก็จะสามารถตัดสินใจเพื่อตัวเองและครอบครัวได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น โครงการนี้จึงเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่มีคุณค่า เพราะไม่เพียงเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังช่วยสร้างพลังบวกให้สังคมไทยมีภูมิคุ้มกันต่อข่าวลวงด้านสุขภาพ และก้าวไปสู่สังคมที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน”

ในโอกาสนี้ บริษัทฯ ได้มอบหมายให้ นพ.วุฒิวงศ์ สมบุญเรืองศรี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมพิธีมอบรางวัล พร้อมด้วย นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ ประธานกรรมการมูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชน นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ดร.กษิติธร ภูภราดัย ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และ คุณสุนทรียา วงศ์ศิริกุล    รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานการเงิน และปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน บริษัท      อสมท จำกัด (มหาชน) ร่วมมอบรางวัลแก่ผู้ชนะโครงการ

ผลการตัดสินโครงการ “Shot of Truth สื่อสร้างสรรค์ รู้ทันข่าวลวงด้านวัคซีน” ได้แก่

  • รางวัลชนะเลิศ ทีม NERVE (นนทบุรีและนครปฐม)
  • รองชนะเลิศอันดับ 1 ทีมฉีดยาแล้ว (สมุทรปราการ)
  • รองชนะเลิศอันดับ 2 ทีมดีกว่าพี่ก็มีแต่พระ (ชลบุรีและปราจีนบุรี)
  • รางวัล Popular Vote สาขาคลิปให้ความรู้เกี่ยวกับวัคซีนและโรคระบบทางเดินหายใจ ทีม Know Vax Now! (ชลบุรี)
  • รางวัล Popular Vote สาขาคลิปด้านการรู้เท่าทันและจัดการข้อมูลบิดเบือน ทีม NERVE (นนทบุรีและนครปฐม)

“เมืองไทยประกันชีวิตเชื่อมั่นว่า การสร้างสังคมที่มีคุณภาพ ไม่ได้เกิดจากความร่วมมือของภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่เกิดจากการผสานพลังของทุกฝ่าย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคต เราจึงยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้   เพื่อสนับสนุนการสร้างสังคมที่รู้เท่าทันข้อมูล ใส่ใจสุขภาพ และเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน”   นายสาระ กล่าวสรุป