Home Blog Page 2

ครั้งแรกของไทย! “CLICX” ได้รับอนุญาตเป็น Virtual Bank รายแรกประกาศความพร้อมพลิกประวัติศาสตร์การเงินไทย ผสานพลัง KTB–AIS–OR เพื่อบริการทางการเงินที่เข้าถึงง่าย ปลอดภัย และตอบโจทย์ทุกชีวิตคนไทย

0

CLICX (คลิกซ์) ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาภายใต้ความร่วมมือของ 3 องค์กรชั้นนำของประเทศไทย ได้แก่ KTB, AIS และ OR สร้างหมุดหมายครั้งสำคัญให้กับอุตสาหกรรมการเงินไทย หลังได้รับอนุญาตประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา หรือ Virtual Bank จากธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ขึ้นแท่น Virtual Bank รายแรกของประเทศ  พร้อมเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของระบบการเงินไทย ด้วยธนาคารไร้สาขาที่เกิดจากพลังความร่วมมือขององค์กรไทย เพื่อยกระดับโอกาสทางการเงินให้คนไทยเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ปลอดภัย และตอบโจทย์ชีวิตมากขึ้น

การได้รับอนุญาตในครั้งนี้สะท้อนถึงความพร้อมของ “CLICX”  ในการก้าวสู่ธุรกิจธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบ ทั้งด้านเทคโนโลยี ความปลอดภัย มาตรฐานการให้บริการ และความเข้าใจต่อพฤติกรรมทางการเงินของผู้ใช้งานยุคใหม่ จึงไม่ใช่เพียงการเกิดขึ้นของผู้เล่นรายใหม่ในตลาดการเงิน แต่คือก้าวยุทธศาสตร์สำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมธนาคารไทย สู่บริการทางการเงินดิจิทัลที่เข้าถึงง่าย คล่องตัว ปลอดภัย และเข้าใจชีวิตของคนไทยอย่างแท้จริง

CLICX เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “Bank in One CLICX” ที่ยกระดับจากการเป็นเพียงธนาคารดิจิทัลสู่การเป็น Beyond Banking ที่ผสานบริการทางการเงินเข้ากับชีวิตประจำวันอย่างไร้รอยต่อ ผ่านการพัฒนาในหลายด้าน เช่น การประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า, การวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานจริง (real-life behavior)
และการใช้ Alternative Data เพื่อสร้างมุมมองทางการเงินที่ครอบคลุมและเข้าใจผู้ใช้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการใช้ชีวิต การสื่อสาร การเดินทาง หรือพฤติกรรมการใช้บริการในชีวิตประจำวัน ประกอบกับนโยบายการเปิดกว้างให้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลตามสิทธิของผู้ใช้บริการ(Open Data for Consumer Empowerment) ของธนาคารแห่งประเทศไทย จะทำให้สามารถเข้าใจลูกค้าได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น เพื่อนำไปสร้างแบบจำลองการประเมินเครดิตแบบใหม่ที่นำข้อมูลทางเลือกมาใช้เพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนและธุรกิจไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากยิ่งขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ได้ดีกว่าแบบจำลองปัจจุบัน เพื่อยกระดับประสบการณ์ทางการเงินที่ “เข้าใจผู้ใช้มากกว่าข้อมูลบนเอกสาร” ครอบคลุมตั้งแต่การออม การบริหารเงิน ไปจนถึงการเข้าถึงสินเชื่อที่เหมาะสมแบบเฉพาะบุคคลโดย
ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความปลอดภัย และความสอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
อย่างแท้จริง

จากความร่วมมือของ 3 พันธมิตรไทย ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ผสานจุดแข็งจาก 3 มิติสำคัญ ทั้งเทคโนโลยีดิจิทัลที่เชื่อมโยงผู้คนในวงกว้าง ความเชี่ยวชาญทางการเงินที่มั่นคงและน่าเชื่อถือ รวมถึง ecosystem ที่อยู่ใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ทำให้ CLICX ไม่ได้เป็นเพียงแอปธนาคารใหม่ แต่เป็น “แพลตฟอร์มที่เชื่อมโลกการเงินเข้ากับชีวิตจริง” (Embedded Banking) อย่างสมบูรณ์ ที่ไม่ถูกจำกัดด้วยสาขา เอกสาร หรือกรอบบริการแบบเดิม แต่พร้อมอยู่ในทุกจังหวะชีวิตของผู้ใช้งาน ช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางการเงิน และเปิดโอกาสให้คนไทยบริหารเงิน ออมเงิน รวมถึงเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมกับชีวิตจริงได้ง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น และเป็นธรรมมากขึ้น

หัวใจสำคัญของ CLICX  คือการขับเคลื่อน Financial Inclusion หรือการเปิดโอกาสทางการเงินให้คนไทยทุกกลุ่มเข้าถึงบริการได้อย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะกลุ่มที่ระบบการเงินเดิมยังตอบโจทย์ได้ไม่เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นผู้มีรายได้ไม่ประจำ แรงงานรายวัน ฟรีแลนซ์ ไรเดอร์ คนขับแท็กซี่ พนักงานจบใหม่ นักศึกษา แม่ค้าออนไลน์ และผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งอาจมีข้อจำกัดด้านเอกสารรายได้ ประวัติทางการเงิน หรือรูปแบบรายได้ การมีข้อมูลทางเลือกที่ช่วยให้เห็นภาพพฤติกรรมจริงของผู้คนในระบบนิเวศ ที่สามารถสร้างความเข้าใจลูกค้าได้ชัดกว่า ช่วยให้สามารถประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าได้ดีขึ้น เหล่านี้ทำให้มองเห็นภาพของลูกค้าในมิติใหม่ แม้จะไม่ใช่ข้อมูลทางการเงินโดยตรง ลดปัญหาหนี้นอกระบบและเศรษฐกิจนอกระบบ ควบคู่ไปกับการมุ่งเน้นการให้ความรู้ทางการเงินและสร้างพฤติกรรมทางการเงินที่ดีผ่านแนวคิดการเงินเชิงพฤติกรรม(Behavioral Finance) ในการส่งเสริมการออมเงินเพื่อสร้างพฤติกรรมทางการเงินที่ดีและความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว โดย CLICX มีแผนพร้อมให้บริการภายในเดือนมิถุนายน 2569 

CLICX เชื่อว่าธนาคารแห่งอนาคตไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงสถานที่หรือรูปแบบบริการแบบเดิม แต่ควรเป็นบริการที่เข้าถึงได้ทุกที่ เข้าใจชีวิตจริง และช่วยให้เรื่องเงินเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน การได้รับอนุญาตประกอบกิจการ Virtual Bank ในครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพลิกโฉมระบบการเงินไทย และเป็นก้าวสำคัญในการสร้างธนาคาร
ไร้สาขาโดยคนไทย เพื่อคนไทยอย่างแท้จริง ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ทั้งในด้าน #SDGs1 การส่งเสริมการขจัดความยากจน #SDGs9 การนำนวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ #SDGs10 การลดความเหลื่อมล้ำ รวมถึง #SDGs17 ผนึกความร่วมมือที่แข็งแกร่งเพื่อเสริมสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน  

กมธ.เกษตรฯ วุฒิสภา รุกบริหารจัดการ “ปลาหมอคางดำ” ชูโมเดลแปรรูปเพิ่มมูลค่า-สร้างรายได้คืนสู่ชุมชน

0

นายธวัช สุระบาล ประธาน กมธ.เกษตรฯ วุฒิสภา นำทีมระดมสมองเปลี่ยนมุมมองจากการกำจัด เป็นการสร้าง “ทรัพยากรทางเศรษฐกิจ” พร้อมเปิดผลวิจัยพบคุณค่าสารอาหารสูง เตรียมดันเป็นนโยบายรับซื้อเพื่อช่วยเหลือภาคเกษตรกรอย่างยั่งยืน

กรุงเทพมหานคร (14 พฤษภาคม 2569 ) – ณ อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้จัดงานสัมมนาทางวิชาการครั้งสำคัญในหัวข้อ “มิติใหม่แห่งการบริหารจัดการปลาหมอคางดำ : สู่การใช้ประโยชน์และเพิ่มมูลค่า” โดยมี พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธานในพิธีเปิด เพื่อมุ่งหาทางออกเชิงสร้างสรรค์ในการบริหารจัดการปลาหมอคางดำที่มีปริมาณมากในแหล่งน้ำธรรมชาติ ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศ

📌 ยกระดับการจัดการ สู่มูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่
นายธวัช สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญของการสัมมนาครั้งนี้คือการก้าวข้ามวิธีการเดิมๆ และมุ่งเน้นการบริหารจัดการปลาหมอคางดำที่มีอยู่ในปัจจุบันให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยคณะกรรมาธิการฯ เล็งเห็นว่าหากมีเทคโนโลยีและการบริหารจัดการที่เหมาะสม จะสามารถเปลี่ยนปลาเหล่านี้ให้เป็นวัตถุดิบต้นน้ำที่มีมูลค่าได้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการลดปริมาณปลาในระบบนิเวศไปพร้อมกับการสร้างรายได้เสริมให้แก่พี่น้องเกษตรกรและชาวประมงพื้นบ้าน
“ ทั้งนี้ต้องยอมรับความจริงในเรื่องของปลาหมอคางดำ การที่จะทำให้หมดไปคงเป็นเรื่องยาก ดังนั้นทำอย่างไรถึงจะพลิกวิกฤตตรงนั้นให้เป็นโอกาส ในการนำมาใช้ประโยชน์ โดยแนวทางคือ รับซื้ออย่างต่อเนื่อง , นำมาใช้ประโยชน์ เช่นการนำมาทำน้ำหมักชีวภาพ การสนับสนุนกลุ่มแม่บ้าน หรือวิสาหกิจชุมชนให้นำมาแปรรูป ปลาส้ม น้ำพริก น้ำปลาร้า ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหา ซึ่งจากการลงพื้นที่หลายพื้นที่ก็เห็นว่าทำอย่างไรจะอยู่กับมันให้ได้ โดยเฉพาะการที่เกษตรกรนำปลาหมอคางดำ มาเป็นเหยื่อในการเลี้ยงปูขาวในหลายจังหวัด เช่นเดียวกับการเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง นำปลาหมอคางดำมากินขี้เลน รวมไปถึงงานวิจัยที่นำปลาหมอคางดำไปทำแคลเซียม นอกจากนี้เห็นว่าจะต้องมีการแก้ไขกฎระเบียบเพื่อจะให้ปลาหมอคางดำที่ตรวจสอบแล้วว่าไม่สามารถแพร่ระบาดได้ สามารถย้ายออกนอกพื้นที่ เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมปลาป่น นอกจากนี้ต้องสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ปลาหมอคางดำ ว่าไม่ได้น่ากลัว สามารถนำมาบริโภคได้อย่างหลากหลาย จึงอยู่ที่มุมมองและการสร้างมูลค่าเพิ่ม” ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา กล่าว

ไฮไลต์สำคัญจากการระดมสมองในเวทีสัมมนาประกอบด้วย:
นวัตกรรมแปรรูปเพิ่มมูลค่า: ข้อมูลวิจัยระบุว่าปลาหมอคางดำสามารถนำมาต่อยอดในอุตสาหกรรมได้หลากหลาย เช่น การผลิตอาหารสัตว์คุณภาพสูงเพื่อลดต้นทุนการผลิตสัตว์น้ำเศรษฐกิจ การทำปุ๋ยชีวภาพ และการสกัดคอลลาเจน

คุณค่าทางโภชนาการสูง: ผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่า “ก้างปลาหมอคางดำ” มีสารอาหารสำคัญในปริมาณสูงใกล้เคียงกับปลาทะเลเศรษฐกิจบางชนิด ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและสุขภาพ

โมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy): คณะกรรมาธิการฯ เตรียมสรุปข้อเสนอเพื่อผลักดันเป็นนโยบายให้รัฐบาลจัดตั้งกลไกการรับซื้อและศูนย์แปรรูปในพื้นที่ เพื่อเปลี่ยนให้เป็นวัตถุดิบทางธุรกิจที่สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในท้องถิ่น

บทสรุปจากงานสัมมนาในครั้งนี้ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา จะดำเนินการรวบรวมข้อเสนอแนะและผลการศึกษาทั้งหมด เพื่อจัดทำเป็นรายงานข้อเสนอเชิงนโยบายส่งถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นพิมพ์เขียวในการบริหารจัดการปลาหมอคางดำอย่างยั่งยืน โดยเปลี่ยนจากภาระให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของไทยต่อไป

ออมสินใจป้ำ ฉลอง 113 ปี แจกรางวัลพิเศษสุดเบิ้ม 113 ล้านบ. ลุ้นยาว 3 เดือนเต็มกับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล)

0

ซื้อเลยวันนี้ เตรียมลุ้นรวยกับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) แจกรางวัลพิเศษแบบบึ้ม ๆ รวม 113 ล้านบาท ซื้อแล้ว ซื้ออีก ยิ่งซื้อเพิ่มโอกาสยิ่งมากขึ้น 💰✨
👉 รีบซื้อเลย คลิก >> https://to.gsb.or.th/P3b6pTR

ทั้งลูกค้าที่ซื้อสลากเพิ่ม และลูกค้าเดิมที่มีสลากออมสิน 1 ปี หรือ 2 ปี ที่ยังไม่ครบอายุ ทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล ก็มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษ 3 ครั้ง รวมมูลค่า 113 ล้านบาท รวมจำนวน 63 รางวัล
💰 ครั้งที่ 1 ลุ้น 13 ล้านบาท : วันที่ 16 พ.ค. 69 รางวัลละ 5 แสนบาท จำนวน 26 รางวัล
💰 ครั้งที่ 2 ลุ้น 30 ล้านบาท : วันที่ 16 มิ.ย. 69 รางวัลละ 1 ล้านบาท จำนวน 30 รางวัล
💰 ครั้งที่ 3 ลุ้น 70 ล้านบาท : วันที่ 16 ก.ค. 69 รางวัลละ 10 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล
ซื้อได้แล้ววันนี้ ที่ MyMo📱 หรือที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ 🏦
📍 ดอกเบี้ยและเงินรางวัล บุคคลธรรมดาไม่เสียภาษี
📍 กรณีถอนก่อนครบกำหนด ให้เป็นไปตามเงื่อนไขผลิตภัณฑ์สลากออมสินพิเศษ
📍 ผู้ถือสลาก ยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลปกติในแต่ละงวดพร้อมผลตอบแทนเหมือนเดิม
⚠️เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

“ห้าดาว” ปล่อยกล่องสุ่มสุดมู คอลแลบ “StupidnoobMacc” เอาใจ สายอาร์ททอย

0

“ห้าดาว” (Five Star) แบรนด์อาหารคู่ใจคนไทย พลิกโฉมภาพลักษณ์ใหม่ ก้าวเข้าสู่โลกของสะสมอย่างเต็มตัว เปิดตัวโปรเจกต์ Merchandise สุดพิเศษกับกล่องสุ่ม “FIVETY X BABY BOY” โดยดึงศิลปินสตรีทอาร์ตไทยชื่อดัง “StupidnoobMacc” (อัษฎณัย อรุณคีรี) เจ้าของคาแรกเตอร์ BABY BOY by SNMM มาร่วมออกแบบ เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมกับกลุ่มวัยรุ่นเจนซี (Gen Z) ผ่านกระแส Art Toy และเทรนด์ “สายมู” ของไทย

สำหรับการร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการนำ DNA ของแบรนด์ห้าดาว ที่มีความสนุกสนานและความคุ้นเคยในฐานะแบรนด์ไทย มาผสมผสานกับลายเส้นสไตล์ Street Art ที่เป็นเอกลักษณ์ของ BABY BOY จนเกิดเป็นกล่องสุ่ม Art Toy 2 คาแรกเตอร์พิเศษ ที่ดีไซน์มาเพื่อเสริมสิริมงคลและความมั่นใจให้กับไลฟ์สไตล์คนเมืองโดยเฉพาะ ได้แก่:

“น้องเวลบอย” (Well Boy): ตัวแทนแห่งสุขภาพ (Wellness) ออกแบบมาเพื่อเป็นกำลังใจให้คนวัยทำงานที่ใช้ชีวิตหนักหน่วง ให้มีพลังกายพลังใจที่แข็งแรง สดใส เหมือนได้พักผ่อนเต็มอิ่ม

“น้องลัคสเตอร์” (Luckster): ตัวแทนแห่งโชคลาภและความสำเร็จ (Luck & Career) เน้นเสริมดวงด้านการงานและการเงิน เหมาะสำหรับตั้งโต๊ะทำงานเพื่อเรียกพลังงานบวก ให้โปรเจกต์ราบรื่นและรับโบนัสรัวๆ

ไฮไลท์พิเศษ: มูรับโชค 2 ต่อ นอกจากตัวโมเดลสุดแรร์แล้ว ภายในกล่องสุ่มยังมีเซอร์ไพรส์ “สุ่มในสุ่ม” กับการ์ดพิเศษเพื่อลุ้นรับ “ไก่ย่างสูตรทรงเครื่อง” ฟรี! รวมกว่า 1,500 ตัว เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าและนักสะสม ให้ได้อิ่มทั้งกายและอิ่มทั้งใจตั้งแต่เปิดกล่อง

คอลเลคชัน “FIVETY X BABY BOY” วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในรูปแบบ Exclusive Item จำนวนจำกัด ในราคาตัวละ 899 บาท โดยผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ของห้าดาวได้ทั้ง Facebook: https://bit.ly/4niqDPY (ทักแชทสอบถามแอดมิน) และ Shopee: https://th.shp.ee/2TEDWRDT

AIS 3BB Fibre3 เปิดตัว SMART CLOUD PAD แท็บเล็ตตัวจบ 9,999 บาท เปลี่ยนแท็บเล็ตให้เป็นคอมผ่าน AIS Cloud PC เรียน ทำงาน ใช้ชีวิตดิจิทัลครบทุกที่เติมเต็ม Smart Living ครบวงจร

0
ยยอดชาย อัศวธงชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจบรอดแบนด์ เอไอเอส

AIS 3BB Fibre3 ผู้ให้บริการโครงข่ายอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์อัจฉริยะ เดินหน้าขยายบทบาทสู่การสร้าง Smart Living Ecosystem ที่ใกล้ชีวิตคนไทยมากขึ้น ผ่านการเปิดประสบการณ์ SMART CLOUD PAD ให้กับลูกค้า แท็บเล็ต Android ราคาสุดคุ้มค่าเพียง 9,999 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) พร้อมสิทธิ์ใช้งาน AIS Cloud PC ในราคาพิเศษ โดย AIS Cloud PC เป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงประสบการณ์คอมพิวเตอร์ Windows ผ่านอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ ตอบโจทย์การเรียน การทำงาน และไลฟ์สไตล์ดิจิทัลได้ครบในเครื่องเดียว

SMART CLOUD PAD มาพร้อมพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 256GB, RAM 8GB รองรับการใช้งานแบบ Multitasking รวมถึงการเชื่อมต่อ 5G / Wi-Fi โดยผู้ใช้งานสามารถเริ่มต้นจากการใช้งานแท็บเล็ต Android เพื่อจดโน้ต เรียนออนไลน์ หรือดูคอนเทนต์ และต่อยอดสู่การทำงานในสภาพแวดล้อมแบบ Windows ผ่าน AIS Cloud PC ได้เพียงเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นการทำรายงาน พิมพ์งาน ทำสไลด์ จัดการไฟล์ หรือใช้งานโปรแกรมพื้นฐาน เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งในมหาวิทยาลัย คาเฟ่ Co-working Space ที่บ้าน หรือระหว่างเดินทาง

นายยอดชาย อัศวธงชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจบรอดแบนด์ เอไอเอส กล่าวว่า “วันนี้อินเทอร์เน็ตบ้านไม่ได้เป็นเพียงบริการเชื่อมต่ออีกต่อไป แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตดิจิทัลในทุกวันของลูกค้า จึงมุ่งยกระดับบทบาทจาก Network ไปสู่ Beyond Connectivity ผ่านการสร้าง Smart Living Ecosystem ที่เชื่อมโยงโครงข่ายอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์อัจฉริยะ อุปกรณ์ และบริการ Cloud เข้าด้วยกัน เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ ที่ใช้งานได้จริง สะดวก และคุ้มค่ามากขึ้น โดยเฉพาะนักศึกษา คนรุ่นใหม่ First Jobber และผู้ใช้งานที่มีไลฟ์สไตล์แบบ Hybrid Learning หรือ Work Anywhere ซึ่งต้องการอุปกรณ์ที่พกพาง่ายและรองรับได้ทั้งการเรียน การทำงาน และไลฟ์สไตล์ดิจิทัลในเครื่องเดียว SMART CLOUD PAD จึงเป็นอีกหนึ่งบริการที่สะท้อนแนวคิด Customer Centricity ของเรา และเป็นการต่อยอดสู่บริการดิจิทัลที่มีมูลค่าเพิ่ม เพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจ AIS ในระยะยาว”

SMART CLOUD PAD พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคา 9,999 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมรับสิทธิ์เปิดซิมใหม่กับแพ็กเกจราคาพิเศษเริ่มต้น 299 บาทต่อเดือน โดยในระยะแรกเปิดให้ทดลองและสั่งซื้อได้ที่ AIS Shop ทั้ง 24 สาขาที่ร่วมรายการ  

พิเศษ สำหรับลูกค้า AIS 3BB Fibre3 เมื่อซื้อ SMART CLOUD PAD จะได้รับสิทธิประโยชน์และรายละเอียดการใช้งาน ดังนี้   

·      รับสิทธิ์ใช้งานฟรี AIS Cloud PC นาน 12 เดือน เฉพาะลูกค้า AIS 3BB FIBRE3 ที่จดทะเบียนในนามบุคคลธรรมดา เท่านั้น

·      ระบบมี SMS แจ้งเตือนก่อนสิ้นสุดระยะเวลาใช้งานฟรีแพ็กเกจ หากลูกค้าต้องการสมัครใช้แพ็กเกจราคาพิเศษ 99 บาท/เดือน จะต้องทำการสมัครด้วยตนเอง ผ่านช่องทางที่กำหนด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 1175, AIS Shop หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.th/consumers/fibre/services/smart-cloud-pad   

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดรับฟังความคิดเห็นการปรับปรุงมาตรการเพื่อยกระดับความเชื่อมั่น

0

ตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างทบทวนมาตรการกำกับดูแลการซื้อขาย เพื่อให้การใช้บังคับตามมาตรการดังกล่าวสามารถยกระดับความเชื่อมั่นของผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องตามแผนกลยุทธ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการสร้างโอกาส เสริมสภาพคล่อง เพิ่มความเชื่อมั่น ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities”  ดังนั้น เพื่อให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีข้อมูลประกอบการพิจารณาทบทวนอย่างรอบด้าน ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ลงทุนและผู้เกี่ยวข้องในหัวข้อ “การปรับปรุงมาตรการเพื่อยกระดับความเชื่อมั่น” ตั้งแต่วันที่ 13-29 พฤษภาคม 2569 ซึ่งสาระสำคัญของมาตรการที่ทบทวนในครั้งนี้สามารถสรุปได้ดังนี้

กลุ่มที่ 1 มาตรการเพิ่มเติมเพื่อยกระดับคุณภาพตลาด เสริมสร้างความเท่าเทียม (Fairness) และประสิทธิภาพของตลาดในเชิงโครงสร้างและต้นทุน

1. ปรับลดช่วงราคาซื้อขาย (Tick Size) สำหรับหลักทรัพย์ที่มีราคาตั้งแต่ 5-50 บาทต่อหุ้นให้แคบลง ช่วยลดส่วนต่างราคา เพิ่มโอกาสจับคู่คำสั่งซื้อขาย ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการซื้อขายของผู้ลงทุนทุกกลุ่มลดลง และเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาด

2. เก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม (Extra Charge) จากบัญชีที่มีการส่งคำสั่งซื้อขาย (Order) ในปริมาณมากแต่เกิดการจับคู่การซื้อขาย (Deal) น้อย (High Order-to-Trade Ratio: OTR)  โดยในกรณีที่บัญชีใดมี OTR มากกว่า 100 เท่า และมีการส่งคำสั่งมากกว่า 50 ครั้งต่อนาที (Active Minute) บัญชีดังกล่าวจะถูกจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในอัตรา 0.15 บาทต่อรายการ (15 สตางค์) เฉพาะส่วนที่เกิน 30,000 รายการ/วัน ทั้งนี้ เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของการส่งคำสั่งซื้อขายและลดภาระของระบบซื้อขายโดยรวม

กลุ่มที่ 2 มาตรการลดความผันผวนที่ผิดปกติของราคาหลักทรัพย์

3. ปรับปรุง Uptick Rule สำหรับการขายชอร์ต ในกรณีที่หลักทรัพย์ใดมีราคาลดลงตั้งแต่ 10% จากราคาปิดของวันก่อนหน้า จะใช้เกณฑ์ Uptick เป็นรายหลักทรัพย์สำหรับหลักทรัพย์นั้นในวันทำการถัดไป เพื่อช่วยชะลอแรงขายในช่วงที่ตลาดผันผวน และรักษาสมดุลควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสภาพคล่อง และต้นทุนการซื้อขาย ทั้งนี้ หากเป็นสภาวะปกติจะใช้เกณฑ์ Zero-Plus Tick

4. ทบทวนหลักทรัพย์ที่ขายชอร์ตได้ โดยจำกัดให้ขายชอร์ตได้เฉพาะในหุ้นที่มีสภาพคล่องสูงเท่านั้น ได้แก่หลักทรัพย์ในกลุ่ม SET100, หลักทรัพย์ประเภท ETF และ DR และหลักทรัพย์อ้างอิงของ Single Stock Futures เท่านั้น โดยจะห้ามขายชอร์ตในหลักทรัพย์อ้างอิงของ ETF และ DW

5. ยกเลิกกรอบราคาซื้อขายแบบ Dynamic Price Band (DPB) รายหลักทรัพย์ เพื่อลดอุปสรรคในการซื้อขายโดยเฉพาะในหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำ

กลุ่มที่ 3 มาตรการกำกับพฤติกรรมการซื้อขายที่ไม่เหมาะสม

6. ขึ้นทะเบียน (Register) ผู้ซื้อขายความเร็วสูง (HFT) โดยจะเปลี่ยนไปใช้แนวทางการพิจารณาจากพฤติกรรมการซื้อขายในลักษณะ Post-Trade เช่น ความถี่/ความเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขาย สถานะสิ้นวัน มูลค่าการซื้อขายรายวัน เป็นต้น หรือมีช่องทางการส่งคำสั่งซื้อขายสำหรับผู้ลงทุนเฉพาะราย (Dedicated API) เพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปตามข้อเท็จจริงและสามารถติดตามพฤติกรรมการซื้อขายได้อย่างเหมาะสม

7. ยกเลิกการจำกัดหลักทรัพย์ที่ HFT ซื้อขายได้ เนื่องจากมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ของหลักทรัพย์ที่สามารถขายชอร์ตได้ให้ครอบคลุมเฉพาะหลักทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงเท่านั้น ประกอบกับจะมีการกำกับดูแล HFT ตามพฤติกรรมการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงแล้ว

8. ยกเลิก Minimum Resting Time (MRT) เนื่องจากพบว่าธุรกรรมที่ Trigger ตามมาตรการนี้มีจำนวนน้อยมากซึ่งไม่ได้ส่งผลในเชิงการกำกับพฤติกรรมการซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะเป็นการช่วยลดภาระในเชิงระบบ รวมทั้งยังไม่สอดคล้องตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศ นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีกลไกการกำกับดูแลพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอื่น ๆ อยู่แล้ว เช่น การใช้ AI ช่วยในการวิเคราะห์และตรวจจับพฤติกรรมการซื้อขายที่ผิดปกติ และมาตรการเก็บ Extra Charge กับบัญชีที่มีพฤติกรรม High OTR เป็นต้น

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นพร้อมรายละเอียดบนเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ https://www.set.or.th/th/rules-regulations/market-consultation หัวข้อการปรับปรุงมาตรการเพื่อยกระดับความเชื่อมั่น โดยผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ https://forms.microsoft.com/r/EFQF82bt4c ตั้งแต่วันที่ 13-29 พฤษภาคม 2569

ตัวจริงสาย VIP ต้องมี! AIS เปิดเกมใหม่เอาใจลูกค้าพรีเมียม ครั้งแรกกับแพ็กเกจ “5G VIP Ultra” อีกขั้นของการเชื่อมต่อ พร้อมเอกสิทธิ์ที่เหนือกว่าครบทุกมิติ

0

AIS เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ดิจิทัลครั้งใหม่ เปิดตัวแพ็กเกจ “AIS 5G VIP Ultra” แพ็กเกจรายเดือนระดับพรีเมียมที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าสาย VIP โดยเฉพาะ ภายใต้แนวคิด “นิยามใหม่แห่งสปีดและเอกสิทธิ์ระดับ VIP” สะท้อนแกนสำคัญของ AIS 5G VIP Ultra คือการมอบ อีกขั้นของการเชื่อมต่อ ควบคู่กับเอกสิทธิ์ที่เหนือกว่า ผ่านประสบการณ์อินเทอร์เน็ต 5G ที่เร็ว แรง และเสถียรยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับเครือข่าย 5G พิเศษ ผ่านเทคโนโลยี Network Slicing ที่ช่วยให้ใช้งานได้อย่างมั่นใจเหมือนอยู่ใน Boost Mode ตลอด 24 ชั่วโมง แม้ในพื้นที่ที่มีการใช้งานหนาแน่น พร้อมสัญลักษณ์ “AIS VIP” บริเวณมุมบนซ้ายมือหน้าจอมือถือ ที่สะท้อนถึงประสบการณ์การเชื่อมต่อระดับพิเศษ ควบคู่สิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลยุคใหม่ครบทุกมิติ

นายคณาธิป ธีรทีป หัวหน้าแผนกงานการตลาดด้านผลิตภัณฑ์และลูกค้าโพสต์เพด AIS กล่าวว่า “วันนี้เครือข่ายมือถือไม่สามารถเป็นเพียง ‘เครือข่ายรับส่งสัญญาณทั่วไป’ ได้อีกต่อไป แต่ต้องเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เข้าใจความแตกต่างของลูกค้า และสามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างเฉพาะบุคคลมากขึ้น AIS จึงเดินหน้าสู่การเป็น Intelligent Digital Platform ที่นำศักยภาพของ Network และ Data มาสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละกลุ่ม โดยจากข้อมูลการใช้งานพบว่า มีกลุ่มลูกค้าที่มีการใช้งานดิจิทัลเข้มข้น ทั้งการโทร การเข้าถึงโลกดิจิทัล และการใช้บริการต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งไม่ได้ต้องการเพียงความเร็วอินเทอร์เน็ต แต่ต้องการประสบการณ์ที่ครบกว่า ทั้งความแรง ความเสถียร บริการระดับพรีเมียม และสิทธิพิเศษที่สะท้อนตัวตนของตนเอง เรียกได้ว่า ทุกมิติของการใช้งานต้องเป็นแบบ VIP ทั้งหมด

AIS จึงต่อยอดสู่แพ็กเกจใหม่ AIS 5G VIP Ultra ซึ่งถือเป็นวิวัฒนาการอีกขั้นของแพ็กเกจ 5G ที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มลูกค้าที่ต้องการประสบการณ์เหนือระดับ โดยมาพร้อมคอนเซปต์ ‘นิยามใหม่แห่งสปีดและเอกสิทธิ์ระดับ VIP’ หรือ Ultra Connected, Ultra Privileged ที่เน้นทั้งการเชื่อมต่อเหนือระดับ และเอกสิทธิ์ที่เหนือกว่า นอกจากนี้ บนหน้าจอมือถือของลูกค้าจะปรากฏสัญลักษณ์ “AIS VIP” เมื่อใช้งานบน 5G SA ซึ่งไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์ของเครือข่าย แต่เป็นเครื่องหมายยืนยันว่าลูกค้ากำลังเชื่อมต่ออยู่บนประสบการณ์ระดับพิเศษจาก AIS อย่างแท้จริง”

ในมิติของการเชื่อมต่อเหนือระดับ AIS ได้นำศักยภาพของ AIS 5G-ADVANCED มาต่อยอดสู่ประสบการณ์พิเศษสำหรับลูกค้าแพ็กเกจ AIS 5G VIP Ultra ด้วยเทคโนโลยี Network Slicing ที่ช่วยออกแบบ วิเคราะห์ และจัดสรรทรัพยากรเครือข่ายได้อย่างแม่นยำ ทั้งด้านความเร็ว ความเสถียร และค่าความหน่วงต่ำ ทำให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างมั่นใจมากขึ้น เหมือนอยู่ใน Boost Mode ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในพื้นที่หรือสถานการณ์ที่มีการใช้งานหนาแน่น เช่น คอนเสิร์ต งานอีเวนต์ สนามกีฬา งานแสดงสินค้า หรือพื้นที่ที่มี Traffic จำนวนมาก พร้อมยกระดับเครือข่ายมือถือจากการให้บริการแบบเดียวกันสำหรับทุกคน ไปสู่การออกแบบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกเซกเมนต์

นอกเหนือจากประสบการณ์การเชื่อมต่อที่เหนือกว่าแล้ว AIS 5G VIP Ultra ยังมาพร้อมเอกสิทธิ์ระดับพรีเมียม ครอบคลุมทั้งบริการและไลฟ์สไตล์ ทั้งการได้รับสถานะ Serenade ทันที การเข้าถึงบริการดูแลระดับพิเศษ Personal Assistant สำหรับแพ็กเกจที่รองรับ สิทธิ์เลือกเบอร์โฟร์ (เบอร์สวยที่มีเลขซ้ำกัน 4 ตัวท้าย) แบบเอ็กซ์คลูซีฟ รับ Data Roaming เพิ่มทันที เมื่อเดินทางไปต่างประเทศ รวมถึงสิทธิประโยชน์จากพันธมิตรระดับพรีเมียมสำหรับลูกค้าแพ็กนี้โดยเฉพาะ อาทิ Bangkok Airways และเครือข่ายพันธมิตรด้านไลฟ์สไตล์อีกมากมาย เพื่อให้ AIS 5G VIP Ultra ไม่ใช่เพียงแพ็กเกจมือถือ แต่เป็นแพ็กเกจที่ยกระดับประสบการณ์ชีวิตของลูกค้า VIP อย่างเต็มประสิทธิภาพ

พิเศษ! เมื่อสมัครภายในวันที่ 11 มิ.ย. 69 จะได้รับปริมาณการใช้งานบนประสบการณ์เครือข่าย 5G VIP / Boost Mode และ Data Roaming เพิ่มเป็น 2 เท่าจากแพ็กเกจปกติ โดย AIS 5G VIP Ultra เปิดให้บริการ 2 แพ็กเกจ ได้แก่

  • แพ็กเกจ 1,999 บาท/เดือน ได้รับปริมาณการใช้งานบนประสบการณ์เครือข่าย 5G VIP / Boost Mode 200GB จากปกติ 100GB, เน็ต 5G เต็มสปีดไม่อั้น, Data Roaming รับเพิ่ม 4GB จากปกติ 2GB เมื่อซื้อ Ready2Fly, โทรทุกเครือข่าย 1,000 นาที, สิทธิ์ Serenade Gold, AIS Points 200 Points และสิทธิ์เลือกเบอร์โฟร์ (เบอร์สวยที่มีเลขซ้ำกัน 4 ตัวท้าย) ลงท้ายด้วย 0000–4444
  • แพ็กเกจ 2,999 บาท/เดือน ได้รับปริมาณการใช้งานบนประสบการณ์เครือข่าย 5G VIP / Boost Mode 400GB จากปกติ 200GB, เน็ต 5G เต็มสปีดไม่อั้น, Data Roaming รับเพิ่ม 8GB จากปกติ 4GB เมื่อซื้อ Ready2Fly, โทรทุกเครือข่าย 2,000 นาที, สิทธิ์ Serenade Platinum พร้อมผู้ช่วยส่วนตัว, AIS Points 300 Points และสิทธิ์เลือกเบอร์โฟร์ (เบอร์สวยที่มีเลขซ้ำกัน 4 ตัวท้าย) ลงท้ายด้วย 0000–9999

สัมผัสประสบการณ์ดิจิทัลอีกระดับกับ AIS 5G VIP Ultra ได้แล้ววันนี้ ทั้งลูกค้าปัจจุบัน ลูกค้าใหม่ ลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิม และลูกค้าเปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน ผ่าน AIS Shop, Serenade Club, Telewiz และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ เพราะความเร็วที่เหนือกว่า และเอกสิทธิ์ที่พิเศษกว่า ไม่ใช่แค่การเชื่อมต่อ แต่คือสเตตัสใหม่ของชีวิตดิจิทัลระดับ VIP

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.ais.th/consumers/package/exclusive-plan/5g-vip-ultra

ซีพีเอฟ เอ็นเอช ฟู้ดส์ รุกตลาดสุกรแปรรูปพรีเมียม ส่งแบรนด์ “CP Nippon” ปักหมุดไทยฐานผลิตอาหารแห่งเอเชีย

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และบริษัท เอ็นเอช ฟู้ดส์ จำกัด (NH Foods Ltd.) ประกาศความคืบหน้าความร่วมมือผ่านบริษัทร่วมทุน บริษัท ซีพีเอฟ เอ็นเอช ฟู้ดส์ จำกัด (CPF NH Foods Co., Ltd.) พร้อมเดินเครื่องการผลิตโรงงานอาหารสำเร็จรูปซีพีเอฟ เอ็นเอช ฟู้ดส์ อย่างเป็นทางการ และเปิดตัวแบรนด์ผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรแปรรูประดับพรีเมียม “CP Nippon” หวังยกระดับไทยสู่ฐานการผลิตอาหารคุณภาพสูงสำหรับตลาดเอเชีย

จากการประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญของสองผู้นำอุตสาหกรรมอาหารแห่งเอเชียในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา นำไปสู่การเปิดเดินเครื่องโรงงานอาหารสำเร็จรูป CPF NH Foods ในอำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นฐานการผลิตผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรแปรรูปคุณภาพสูง แบรนด์ “CP Nippon” เพื่อรองรับทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออก เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ และตลาดสำคัญอื่น ๆ ในเอเชีย โดยผสานศักยภาพของซีพีเอฟด้านห่วงโซ่การผลิตอาหารแบบครบวงจรและเครือข่ายการกระจายสินค้าในภูมิภาค เข้ากับเทคโนโลยีการแปรรูปอาหารขั้นสูง และความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรแปรรูประดับพรีเมียมสไตล์ญี่ปุ่นของเอ็นเอช ฟู้ดส์ เพื่อยกระดับสินค้าอาหารสำเร็จรูปในภูมิภาคเอเชีย

นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวในโอกาสให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดว่า โรงงาน CPF NH Foods สะท้อนศักยภาพของไทยในการก้าวสู่ฐานการผลิตอาหารคุณภาพสูงระดับสากลและพัฒนาจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ในการผลิตอาหารคุณภาพสูงของประเทศ ด้วยการใช้วัตถุดิบคุณภาพและปลอดภัยของไทย ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงที่เป็นที่ยอมรับจากญี่ปุ่น ซึ่งช่วยสร้างคุณค่าทางโภชนาการให้ชุมชน ควบคู่กับการสร้างงาน สร้างรายได้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดอย่างยั่งยืน

ด้านนายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า ความร่วมมือในการเปิดโรงงาน CPF NH Foods และการเปิดตัวแบรนด์ CP Nippon ถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ของสองบริษัท ในการยกระดับธุรกิจเนื้อสุกรแปรรูปจากวัตถุดิบขั้นต้นไปสู่ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูประดับพรีเมียม คุณภาพสูง รสชาติอร่อย และสะดวกต่อผู้บริโภค ไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ แต่ยังเพิ่มศักยภาพการส่งออก สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมสุกรไทย และเสริมความแข็งแกร่งของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตและส่งออกอาหารในภูมิภาคเอเชีย เพื่อผลักดันครัวไทยสู่ครัวโลก

โรงงานซีพีเอฟ เอ็นเอช ฟู้ดส์ ใช้เทคโนโลยีการผลิตอาหารขั้นสูง ผสานระบบควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานสากล สะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งสองบริษัทในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหารของอุตสาหกรรมเนื้อสุกรแปรรูป ระบบตรวจสอบย้อนกลับ และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยอาศัยจุดแข็งของซีพีเอฟด้านการผลิตแบบครบวงจร และความเชี่ยวชาญระดับโลก รวมถึงความพิถีพิถันแบบญี่ปุ่นของเอ็นเอช ฟู้ดส์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมอาหารไทยให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลก

นายฟูมิโอะ มาเอดะ ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็นเอช ฟู้ดส์ กล่าวว่า การเริ่มดำเนินการผลิตอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญของความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความสัมพันธ์อันดีมาอย่างยาวนาน โดยเป็นการผสานความเป็นเลิศของทั้งสองบริษัท เพื่อส่งมอบประสบการณ์อาหารคุณภาพสูงที่ผสมผสานวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นและไทยให้แก่ผู้บริโภคทั่วเอเชียและทั่วโลก

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “CP Nippon” เป็นผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรสำเร็จรูปที่ผสานความพิถีพิถันด้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นของ NH Foods ซึ่งโดดเด่นด้านรสชาติแบบ ryōrinin (เรียวรินิน) หรือความประณีตในแบบเชฟญี่ปุ่น เข้ากับศักยภาพของซีพีเอฟด้านการจัดหาวัตถุดิบคุณภาพ ความปลอดภัยอาหาร และขีดความสามารถในการผลิตครบวงจร

นอกจากนี้ ซีพีเอฟ เอ็นเอช ฟู้ดส์ ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ทั้งการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหารและพัฒนากระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “ครัวของโลก” ของซีพีเอฟ พร้อมต่อยอดความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยจากฐานการผลิตวัตถุดิบ สู่ศูนย์กลางการพัฒนาอาหารมูลค่าเพิ่มและผลิตภัณฑ์สุกรแปรรูปพรีเมียมสำหรับตลาดเอเชียอย่างยั่งยืน.

ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับจดทะเบียน 18 DR ใหม่ อ้างอิงหุ้นเอเชีย-สหรัฐฯ ออกโดย KTB เริ่มซื้อขาย 13 พ.ค. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รับจดทะเบียนตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) 18 หลักทรัพย์ใหม่ อ้างอิงหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (SSE) ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX) ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (TSE) ตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (NASDAQ) และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ออกโดย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย 13 พฤษภาคม 2569

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจตลาดหลักทรัพย์ที่จดทะเบียน
CNRE80China Northern Rare Earth (Group) High-Tech Co.,Ltd. (600111)ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแร่หายากรายใหญ่ของจีน วัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและพลังงานสะอาดSSE
MOUTAI80Kweichow Moutai Co., Ltd. (600519)ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับพรีเมียมของจีนSSE
JLMAG80JL Mag Rare-Earth Co., Ltd. (6680)ผู้นำด้านการผลิตแม่เหล็กประสิทธิภาพสูง วัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูงHKEX
MAOGEP80Mao Geping Cosmetics Co., Ltd. (1318)ผู้ผลิตเครื่องสำอางระดับพรีเมียมจากจีน ขึ้นชื่อด้านคุณภาพระดับมืออาชีพHKEX
MIDEA80Midea Group Co., Ltd. (0300)ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำของจีน ที่ขยายสู่ธุรกิจหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติHKEX
MIXUE80MIXUE Group (2097)เจ้าของแบรนด์เครื่องดื่มราคาย่อมเยาที่เติบโตเร็วด้วยโมเดลแฟรนไชส์ ทั้งในและนอกประเทศจีนHKEX
MONTAGE80Montage Technology Co., Ltd. (6809)ผู้พัฒนาชิปเชื่อมต่อหน่วยความจำ (Memory Interface Chips) สำหรับเซิร์ฟเวอร์และระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูงHKEX
SOFTBANK80SoftBank Group Corp. (9984)กลุ่มบริษัทโทรคมนาคมและการลงทุนชั้นนำของญี่ปุ่น ผู้บริหารกองทุน Vision Fund ที่มีขนาดใหญ่TSE
COIN80Coinbase Global, Inc. (COIN)ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโทเคอร์เรนซีในสหรัฐฯNASDAQ
RKLB80Rocket Lab Corporation (RKLB)บริษัทเทคโนโลยีอวกาศ ให้บริการส่งดาวเทียมขนาดเล็กสู่วงโคจร รวมถึงพัฒนาระบบจรวดและระบบอวกาศNASDAQ
SNDK80SanDisk Corporation (SNDK)ผู้พัฒนาและผลิต Flash Memory ครอบคลุม NAND และ SSD สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และ Data CenterNASDAQ
ABBV80AbbVie Inc. (ABBV)บริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ขนาดใหญ่ เชี่ยวชาญด้านยารักษาโรคภูมิคุ้มกัน มะเร็ง และระบบประสาทNYSE
ANET80Arista Networks, Inc. (ANET)ผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายสำหรับ Data Center และระบบคลาวด์องค์กรNYSE
BOEING80The Boeing Company (BA)ผู้ผลิตเครื่องบินและเทคโนโลยีการบินระดับโลกNYSE
GEV80GE Vernova Inc. (GEV)ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานครบวงจร ครอบคลุมการผลิตไฟฟ้า โครงข่ายพลังงาน และพลังงานหมุนเวียนNYSE
GOLDUS80SPDR Gold Shares (GLD)กองทุน ETF ภายใต้การบริหารจัดการโดย บลจ. State Street Investment Management ที่ลงทุนในทองคำแท่ง โดยมีเป้าหมายสะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกNYSE
MP80MP Materials Corp. (MP)ผู้พัฒนาและผลิตแร่หายากรายสำคัญจากสหรัฐฯ สนับสนุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีพลังงานสะอาดNYSE
NEE80NextEra Energy, Inc. (NEE)ผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ เชี่ยวชาญพลังงานลมและแสงอาทิตย์ พร้อมทั้งดำเนินธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและสาธารณูปโภคในสหรัฐฯNYSE

ผู้สนใจศึกษารายละเอียด 18 DR ใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th หรือบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์คือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) www.krungthai.com หรือศึกษาผลิตภัณฑ์ DR เพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/dr

gettgo x Sansiri  ขยายการเข้าถึงประกันออนไลน์  ผ่านแอป Kuhu เติมความอุ่นใจให้ลูกบ้านยุคดิจิทัล

0

gettgo โบรกเกอร์ประกันออนไลน์ ภายใต้การบริหารของ บริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด จับมือกับ แสนสิริ นำบริการประกันออนไลน์เข้าไปอยู่บนแอป Kuhu (คู่หู) ให้เรื่องประกันกลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงง่ายขึ้นสำหรับลูกบ้านและพนักงานแสนสิริ ไม่ว่าจะเปรียบเทียบแผนประกันภัยที่หลากหลาย จนถึงการซื้อประกันออนไลน์    ก็ทำได้ครบในไม่กี่ขั้นตอน พร้อมสิทธิพิเศษเฉพาะลูกบ้านและพนักงาน ตอบโจทย์คนที่มองหาความสะดวก จัดการทุกอย่างได้ในแอปเดียว ช่วยให้การเริ่มต้นมีประกันสักฉบับเป็นเรื่องง่ายขึ้นกว่าที่เคย

ความร่วมมือครั้งนี้ยังเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านและพนักงานแสนสิริ ที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนชีวิต การดูแลสุขภาพ การเดินทาง ครอบครัว และการบริหารความเสี่ยงรอบตัวมากขึ้น สอดคล้องกับแนวคิดของ gettgo ที่ต้องการทำให้ “ประกัน” กลายเป็นอีกหนึ่งบริการพื้นฐานที่เข้าถึงง่าย ไม่ต่างจากบริการดิจิทัล  อื่น ๆ ที่ผู้คนใช้งานอยู่ทุกวัน ผ่านประสบการณ์การเลือกซื้อที่สะดวก โปร่งใส และสามารถเปรียบเทียบแผนความคุ้มครองจากบริษัทประกันชั้นนำได้ในที่เดียว

นายวรวัฒน์ โรจน์รังษี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด กล่าวว่า “วันนี้ประกันไม่ควรเป็นเรื่องที่คนคิดถึงเฉพาะเวลามีปัญหา แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตที่เข้าถึงง่ายเหมือนบริการดิจิทัลอื่นๆ ความร่วมมือกับแสนสิริครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มช่องทางขายประกัน แต่คือการทำให้ความคุ้มครองเข้าไปอยู่ใน Ecosystem ที่ผู้คนใช้งานจริงในทุกวัน ตั้งแต่เรื่องบ้าน รถ สุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนอนาคต เราเชื่อว่าถ้าการเริ่มต้นมีประกันทำได้ง่ายขึ้น คนก็จะเปิดใจให้กับการวางแผนความเสี่ยงมากขึ้นเช่นกัน”

ทั้งนี้ ลูกบ้านและพนักงานแสนสิริ สามารถเข้าถึงบริการประกันออนไลน์จาก gettgo ผ่านแอป Kuhu ได้แล้ววันนี้ โดยเข้าที่เมนูหมวดหมู่ “ประกัน” ครอบคลุมทั้งประกันเดินทาง ประกันรถยนต์รายปี ประกันรถยนต์ระยะสั้น พ.ร.บ. รถยนต์ ประกันอุบัติเหตุ ประกันมะเร็ง ประกันรถ EV ประกันออมทรัพย์และบำนาญ ประกันชีวิตและโรคร้ายยอดฮิต so you รวมถึงประกันภัยบ้านและทรัพย์สิน

พร้อมรับโปรโมชันและสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิกแสนสิริ โดย gettgo ยังคงเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์จากหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันให้การมีประกันเป็นเรื่องง่ายและใกล้ตัวสำหรับทุกคนมากยิ่งขึ้นในอนาคต