Home Blog Page 2

ธอส. ร่วมกับกรมธนารักษ์ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.น่าน

0

นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ ในฐานะประธานกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมด้วยนายศักดิ์สิทธิ์ จิตตนูนท์ รองกรรมการผู้จัดการ ธอส. ลงพื้นที่ร่วมกับกรมธนารักษ์ มอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย อันเนื่องมาจากฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ที่สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนประชาชน พร้อมให้กำลังใจลูกค้าและประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่าน โดยมีนางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นผู้รับมอบ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังให้คำปรึกษา การเข้าร่วม 7 มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปี 2569 ซึ่ง ธอส. พร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าและประชาชนที่ที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างเต็มที่ พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่น่าน โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นหนึ่งในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือ CSR ของ ธอส. อีกทั้งยังเป็นการสร้างจิตสำนึกในการเป็นจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือสังคมให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ทั้งนี้ สามารถติดต่อยื่นความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ G H BANK Call Center โทร. 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ G H BANK Social Media ทุกช่องทาง

ออมพลัสรอบสอง!!

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง"  หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ใครที่พลาดโอกาสจองซื้อพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ในรอบแรก วันนี้ “คุณนายพารวย” มีข่าวดีมาบอกค่ะ…โอกาสดีกลับมาแล้ว!

หลังจากที่การเปิดจองพันธบัตรรัฐบาลออมพลัสรอบแรกได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม ด้วยยอดจองซื้อรวมกว่า 16,511 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าวงเงินจำหน่ายถึงประมาณ 8 เท่า และสามารถจัดสรรให้แก่ประชาชนรายย่อยทั้งในรุ่นอายุ 3 ปี และรุ่นอายุ 10 ปี ได้มากถึง 22,703 ราย กระทรวงการคลังจึงเตรียมเปิดขาย “ออมพลัส” รอบใหม่เป็นรอบที่สองในเดือนกันยายน 2569 นี้

ออมพลัสรอบสองกำหนดวงเงินรวม 4,000 ล้านบาท แบ่งตามช่องทางจำหน่าย 2 ช่องทางคือ 1.ผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง และ 2.ผ่าน Bond Connect Platform ช่องทางละ 2,000 ล้านบาท สำหรับรายละเอียดพันธบัตรออมพลัส มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.80% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.80% ต่อปี โดยจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ใครที่พลาดรอบแรกหรือเตรียมตัวไม่ทัน รอบนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้แก้ตัวแล้วค่ะ

สำหรับผู้ที่มีบัญชีหุ้นไทยอยู่แล้ว หรือคุ้นเคยกับการลงทุนผ่านตลาดทุน สามารถจองซื้อพันธบัตรออมพลัสผ่าน Bond Connect Platform ได้ ทั้งช่องทางธนาคารพาณิชย์ และบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าร่วมทั้ง 24 ราย รวมถึงแอปพลิเคชัน Streaming ถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้คนไทยจองซื้อพันธบัตรรัฐบาลผ่านบัญชีซื้อขายหุ้นของตัวเองได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว โดยรอบที่สองนี้จะเปิดให้จองซื้อ ระหว่างวันที่ 7-9 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ของวันที่ 7 กันยายน จนถึงเวลา 15.00 น. ของวันที่ 9 กันยายน

การจองซื้อในช่องทางนี้จะใช้วิธีจัดสรรแบบ Small Lot First โดยทยอยจัดสรรให้ผู้จองซื้อคนละ 1,000 บาท วนไปทีละรอบจนครบทุกคน ช่วยให้ทุกคนมีโอกาสได้รับการจัดสรรอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมค่ะ

ดังนั้น ใครที่ยังไม่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ในช่วงนี้สามารถเตรียมความพร้อมโดยติดต่อโบรกเกอร์เพื่อขอเปิดบัญชีรอไว้ล่วงหน้าได้เลยค่ะ เพราะการเปิดบัญชีอาจใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3-5 วันทำการ ขึ้นอยู่กับผู้จัดจำหน่ายแต่ละแห่ง ดังนั้น ใครที่ยังไม่มีบัญชีเทรดหุ้นยังมีเวลาไปติดต่อทำเรื่องรอได้เลย

นอกจากช่องทางนี้แล้ว ผู้สนใจยังสามารถเลือกจองซื้อออมพลัสผ่านวอลเล็ต สบม.บน แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้อีกด้วย โดยจะเปิดขายตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 08.30 น. ถึงวันที่ 15 กันยายน 2569 เวลา 15.00 น. เริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินเพียง 100 บาท ช่องทางนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นออมและลงทุนด้วยจำนวนเงินไม่มาก โดยการจัดสรรจะใช้ระบบ First-Come, First-Served หรือมาก่อนได้สิทธิ์ก่อนค่ะ

ผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่ง หรือจะเลือกลงทุนผ่านทั้งสองช่องทางได้เลยตามความสะดวกของแต่ละท่าน

ผู้สนใจสามารถตรวจสอบรายการลงทุนและธุรกรรมต่างๆ ได้ผ่านช่องทางที่ผู้จัดจำหน่ายกำหนด แอปฯ Streaming และแอปฯ Wiset เตรียมตัวให้พร้อม รอลงทุนกันได้เลยค่ะ.

คุณนายพารวย

ปรากฏการณ์ลูกหนังสุดเร้าใจ! AIS PLAY จับมือ บุนเดสลีกา ปลุกกระแสบอลเยอรมันในไทย รวมพลสาวกลีกเมืองเบียร์คิกออฟความมันส์ฤดูกาลใหม่ ชมสดครบทุกแมตช์กับแพ็กเกจ PLAY ALL

0

AIS PLAY ร่วมกับ บุนเดสลีกา ประกาศความพร้อมในฐานะผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลบุนเดสลีกา ฤดูกาล 2026/27 อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวบนแพลตฟอร์ม OTT ในประเทศไทย เนรมิตพื้นที่ใจกลางสยาม ชวนแฟนบอลตัวจริงร่วมชมแมตช์ประเดิมฤดูกาล จุดชนวนความมันส์ลีกที่ยิงประตูถล่มทลายมากที่สุดในยุโรป ณ AIS SIAM สยามสแควร์ ซอย 7 เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา

นางสาวรุ่งทิพย์ จารุศิริพิพัฒน์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนท์ AIS กล่าวว่า “AIS PLAY มุ่งมั่นในการเป็นศูนย์รวมคอนเทนต์ความบันเทิงและกีฬาที่ครบครันและยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับคนไทย การนำบุนเดสลีกาสู่หน้าจอแฟนบอลชาวไทยในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ตอกย้ำความตั้งใจของเราในการมอบประสบการณ์รับชมกีฬาระดับโลกให้กับคนไทย เพราะบุนเดสลีกาไม่ใช่เพียงลีกฟุตบอลชั้นนำของยุโรป แต่ยังมีเอกลักษณ์ของเกมที่รวดเร็ว ดุดัน เร้าใจ และเต็มไปด้วยสีสันที่แฟนบอลทั่วโลกหลงใหล”

“ในฤดูกาลนี้ เราจัดเต็มเพื่อแฟนบอลชาวไทย ด้วยการถ่ายทอดสดครบทุกคู่ 306 แมตช์ตลอดฤดูกาล อีกทั้งยังมีการถ่ายทอดสดบุนเดสลีกา 2 กับไฮไลต์ และรีรันให้ได้ชม ต่อเนื่องยาวเกือบ 10 เดือน พร้อมรองรับการแข่งขันถึง 10 ช่องพร้อมกัน ให้แฟนบอลเลือกเชียร์ทีมโปรดได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังมีช่องพิเศษบุนเดสลีกาที่ออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทีมนักพากย์ฟุตบอลเยอรมันระดับแนวหน้าของเมืองไทย ที่จะมาช่วยเติมอรรถรสและถ่ายทอดทุกอารมณ์ของเกมให้เข้มข้นยิ่งขึ้นในทุกแมตช์ของบุนเดส
ลีกา 1”

“แฟนฟุตบอลเตรียมสัมผัสความยิ่งใหญ่ของบุนเดสลีกาผ่านแพ็กเกจ PLAY ALL ที่ไม่ได้มีเพียง บุนเดสลีกา แต่ยังรวมคอนเทนต์กีฬาระดับโลกหลากหลายรายการไว้ให้รับชมอย่างจุใจในแพ็กเดียว สนุกกับความมันส์ได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล, บาสเกตบอล, อเมริกันฟุตบอล, กอล์ฟ, เทนนิส และกีฬาอีกมากมาย เรียกได้ว่าครบทุกอรรถรสและคุ้มค่าสำหรับแฟนกีฬา ครอบคลุมทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันบนมือถือ, กล่อง AIS PLAYBOX, เว็บไซต์ และ Smart TV แบรนด์ชั้นนำ”

ด้าน ทีเซียน อิลบัค Head of Southeast Asia Bundesliga Media กล่าวว่า “ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นตลาดสำคัญที่มีความหลงใหลในฟุตบอลอย่างมาก ความร่วมมือกับ AIS ถือเป็นก้าวสำคัญที่เราจะได้เข้าถึงแฟนลูกหนังชาวไทยอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงแค่การมอบลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด แต่ยังรวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมกับแฟนบอลนอกเหนือจากวันแข่งขัน และยังสนับสนุนการพัฒนาเยาวชนไทยในระดับรากหญ้า อย่างเช่นโครงการบุนเดสลีกา ดรีม ที่จะพานักเตะไทยไปเก็บตัวที่ประเทศเยอรมนีอีกด้วย”

ไฮไลต์สำคัญที่สุดของงานในครั้งนี้คือการเนรมิตพื้นที่ของ AIS SIAM ให้กลายเป็นสังเวียนลูกหนังเยอรมันขนาดย่อม รวมพลสาวกบุนเดสลีกาตัวจริงมาร่วมคิกออฟความมันส์และตอกย้ำความแข็งแกร่งของคอมมูนิตี้แฟนบอลในไทย

งานนี้แฟนบอลได้ร่วมกันส่งเสียงเชียร์กระหึ่มในแมตช์ระหว่าง เอลเวอร์สแบร์ก ปะทะ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น พร้อมร่วมส่งกำลังใจให้ “ลูกโซ่” นิโคลัส มิคเกลสัน ดาวเตะทีมชาติไทย ที่ค้าแข้งอยู่ในสโมสรเอลเวอร์สแบร์ก ท่ามกลางบรรยากาศการเชียร์ที่เต็มไปด้วยสีสันและความสนุกตลอด 90 นาที พร้อมเติมเต็มประสบการณ์ด้วยบรรยากาศและอาหารสไตล์เยอรมัน ให้แฟนบอลได้สัมผัสกลิ่นอายของบุนเดสลีกาอย่างใกล้ชิด ราวกับนั่งเชียร์อยู่ข้างสนามในประเทศเยอรมนี

ปิดท้ายด้วยกิจกรรมแจกรางวัลสุดพิเศษจาก AIS PLAY และ บุนเดสลีกา นำทัพโดยสุดยอดแรร์
ไอเทมอย่าง เสื้อแข่งสโมสรเอลเวอร์สแบร์กพร้อมลายเซ็นของ นิโคลัส มิคเกลสัน และเสื้อแข่งพร้อมลายเซ็นจากทัพเลเวอร์คูเซ่น เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนบอล เต็มอิ่มกับประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาสกลับบ้านไปตามๆ กัน

แฟนบอลสามารถติดตามความมันส์ของศึกบุนเดสลีกา ฤดูกาล 2026/27 ผ่านแพ็กเกจ PLAY ALL ในราคาพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 

รายละเอียดแพ็กเกจ PLAY ALL

1. ลูกค้า AIS มือถือและเน็ตบ้าน: รับสิทธิ์ราคาพิเศษ รายเดือนเพียง 199 บาท/เดือน นาน 12 เดือน (จากปกติ 299 บาท/เดือน) สมัครกด *898 โทรออก หรือแบบรายปี 1,999 บาท/ปี (จากปกติ 2,999 บาท/ปี) สมัครกด *898*1 โทรออก หรือสมัครง่าย ๆ ที่แอป myAIS รับชมความคมชัดระดับ Full HD (1080p) ได้ 1 อุปกรณ์

2. ลูกค้าทั่วไป: สมัครแพ็กเกจรายเดือน ราคา 299 บาท/เดือน หรือแบบรายปี 2,999 บาท/ปี รับชมความคมชัดระดับ Full HD (1080p) ได้ 1 อุปกรณ์ สมัครที่ www.ais.th/playall

รับชมได้ทางแอปพลิเคชัน AIS PLAY (มือถือ/แท็บเล็ต), AIS PLAYBOX, เว็บไซต์ https://aisplay.ais.th บน PC และโน้ตบุ๊ก, Android TV, Samsung Smart TV, LG Smart TV และ Apple TV

เซเว่น อีเลฟเว่น ส่งกำลังใจ สนับสนุนน้ำดื่มทีมกู้ภัยร่วมภารกิจระงับเหตุเพลิงไหม้ย่านคลองถม

0

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่

พนักงานเซเว่น อีเลฟเว่น พร้อมทีมกู้ภัยเซเว่นฯ ร่วมสนับสนุนน้ำดื่มสำหรับเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อเติมพลังและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ปฏิบัติงานท่ามกลางภารกิจที่ต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้างชุมชนอุ่นใจ ตามปณิธานองค์กร “Giving and Sharing”

สะเทือนไทยลีก! AIS ผนึก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โหมโรงฤดูกาลใหม่จัดเต็มความว้าวจากหน้าจอสู่ขอบสนาม เนรมิตสิทธิประโยชน์เพื่อแฟนฟุตบอล

0

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS สร้างปรากฏการณ์สะเทือนวงการลูกหนังไทย โหมโรงความตื่นเต้นต้อนรับศึกฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาล 2026/27 ที่กำลังจะเปิดฉากขึ้น ประกาศเดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับสโมสรเบอร์ 1 ของประเทศ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพื่อเชื่อมต่อทุกประสบการณ์การเชียร์ฟุตบอลให้สมบูรณ์แบบและไร้รอยต่อที่สุด ประเดิมความมันส์ทะลุจอด้วยการชวนแฟนลูกหนังทั่วประเทศร่วมส่งเสียงเชียร์ให้กระหึ่ม เชียร์สด คมชัด ครบทุกแมตช์ผ่านแพ็กเกจ PLAY ALL ก่อนก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยการยกระดับความยิ่งใหญ่จากหน้าจอสู่ขอบสนามช้าง อารีนา พลิกโฉมประสบการณ์การชมฟุตบอลที่สนามสมบูรณ์แบบที่สุด พร้อมจัดเต็มสิทธิประโยชน์เพื่อแฟนบอลปราสาทสายฟ้าและลูกค้า AIS โดยเฉพาะ

เตรียมสัมผัสที่สุดแห่งประสบการณ์ความว้าวแบบจัดเต็มที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนทุกการชมฟุตบอลที่สนามช้าง อารีนา ให้เหนือระดับกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็น

  • • อัปเกรดโครงข่ายดิจิทัลทั้งในและนอกสนาม: ได้อัปเกรดโครงข่าย 5G ADVANCED ที่สนามช้าง อารีนา รวมถึงเพิ่มจุดให้บริการ AIS Free WiFi ทั้งภายในและภายนอกสนาม เพื่อให้แฟนบอลรวมถึงลูกค้า AIS สามารถแชร์ทุกโมเมนต์ความสะใจได้แบบไม่มีสะดุด
  • • สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า AIS: ลุ้นรับตั๋วปีเข้าชมการแข่งขันตลอดทั้งฤดูกาล และเสื้อแข่งขันสโมสร เมื่อสมัครแพ็กเกจมือถือหรือเน็ตบ้านที่ร่วมรายการ หรือรับส่วนลดค่าบัตรเข้าชมการแข่งขันสูงสุดถึง 50% ผ่านแอปพลิเคชัน myAIS หรือใช้ AIS Points แลกรับส่วนลดสินค้าสโมสรและใช้ในกิจกรรม “อิ่มฟิน อร่อยฟรี” เพื่อจับจ่ายใช้สอยอย่างเต็มที่ พร้อมร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจยกระดับตลาดชุมชนท้องถิ่น
  • • AIS Serenade Parking: ลูกค้าเซเรเนดระดับ Gold และ Platinum รับสิทธิ์ที่จอดรถพิเศษโซนใกล้ชิดติดสนาม ที่จุดจอดรถอัฒจันทร์ฝั่ง S หรือ ฝั่งบุรีรัมย์ เมก้าสโตร์ สาขาสนามช้าง อารีนา เพื่อความสะดวกสบายขั้นสุดในการเชียร์ทีมรัก• AIS VVIP Box: ห้องชมการแข่งขันที่ถูกเนรมิตให้เป็น Lounge สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าคนพิเศษ ภายใต้ธีม AIS PLAY SPACE ที่จัดเต็มคอนเทนต์กีฬาและความบันเทิงครบวงจรจาก AIS PLAY ผสานกับ Home Entertainment Hub ในรูปแบบลำโพงอัจฉริยะอย่าง AIS Smart Soundbar เพื่อให้รับชมคอนเทนต์อย่างเต็มอรรถรส และเต็มประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต Home FibreLan ความเร็วสูงสุด 2Gbps
  • • Green Hub & Green Stadium: โครงการยกระดับจังหวัดบุรีรัมย์สู่สังคมดิจิทัล ผ่านการให้ความรู้ด้าน AI Literacy เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและส่งเสริมการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยให้แก่ชาวบุรีรัมย์ พร้อมเดินหน้าโครงการเพื่อสังคมด้วยการนำเอาขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) มาแปรรูปเป็นอุปกรณ์กีฬาเพื่อมอบให้กับโรงเรียนในพื้นที่

ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่เหนือกว่าการสนับสนุนทางการกีฬาในมิติเดิม โดย AIS ได้นำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ ทั้งเครือข่ายมือถือ 5G ADVANCED และเน็ตบ้าน เข้ามาพลิกโฉมจังหวัดบุรีรัมย์สู่การเป็น “มหานครกีฬา” อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเนรมิตสนามช้าง อารีนา ให้เป็นต้นแบบสนามกีฬาสุดล้ำ ด้วยการผสานเทคโนโลยีเข้ากับจิตวิญญาณของแฟนลูกหนัง อีกทั้งยังสร้างมิติใหม่แห่งการเชียร์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ซึ่งเป็นการวางรากฐานสำคัญเพื่อยกระดับระบบนิเวศด้านกีฬา, การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันและส่งแรงเชียร์ฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาล 2026/27 แบบจุใจไปพร้อมๆ กัน ผ่านการสมัครแพ็กเกจ PLAY ALL สำหรับลูกค้า AIS มือถือและเน็ตบ้าน รับสิทธิ์ราคาพิเศษ รายเดือนเพียง 199 บาท/เดือน นาน 12 เดือน (จากปกติ 299 บาท/เดือน) สมัครกด *898 โทรออก หรือรายปี 1,999 บาท/ปี (จากปกติ 2,999 บาท/ปี) สมัครกด *898*1 โทรออก ลูกค้าเน็ตบ้านสมัครที่แอปพลิเคชัน myAIS สำหรับลูกค้าทั่วไป สามารถสมัครแพ็กเกจรายเดือนราคา 299 บาท/เดือน หรือแบบรายปี 2,999 บาท/ปี (ราคาไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) สมัครที่ www.ais.th/playall

มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ และภาคตลาดทุน ผนึกกำลังช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน

0

ผู้บริหารมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และพนักงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมใจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน ด้วยการจัดถุงยังชีพบรรจุเวชภัณฑ์และเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 200 ชุด มูลค่า 200,000 บาท เพื่อให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านเป็นการเร่งด่วน โดยมี นายรองรักษ์ พนาปวุฒิกุล กรรมการและเหรัญญิก มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นผู้ส่งมอบผ่านกรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย และมี พลโท ชยพณัฐ วิริรัตน์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นผู้รับมอบ

นอกจากนี้ บริษัทในภาคตลาดทุนได้ร่วมสนับสนุนเงินช่วยเหลือผ่านมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อนำไปฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว ประกอบด้วย บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย), บล. เกียรตินาคินภัทร และ บลจ. เกียรตินาคินภัทร, บมจ. สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี, บมจ. พีลาทัส มารีน, บลจ. บัวหลวง, บมจ. เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์, บล. เอเซีย พลัส, บมจ. สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์, บลจ. เอ็มเอฟซี, บล. ทรีนีตี้ และ บลจ. พรินซิเพิล สะท้อนพลังของภาคตลาดทุนไทยในการดูแลสังคมยามวิกฤต สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตชุมชน และช่วยเหลือประชาชนในยามเกิดภัยพิบัติ

เมืองไทยประกันชีวิต ชวนพนักงานรวมพลังจิตอาสา จัดงาน “MTL Volunteer Expo ครั้งที่ 3” เดินหน้าส่งมอบความสุขสู่สังคม

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้าส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการให้และการมีส่วนร่วมเพื่อสังคม จัดงาน “MTL Volunteer Expo ครั้งที่ 3” มหกรรมรวมพลังจิตอาสาของพนักงาน เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ร่วมแบ่งปันเวลา ความสามารถ และความตั้งใจ ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เพื่อส่งต่อประโยชน์และความสุขให้แก่สังคม

ภายในงานมีกิจกรรมจิตอาสาหมุนเวียนตลอดทั้งวัน เปิดโอกาสให้พนักงานเลือกเข้าร่วมตามความสนใจ ทั้งการ พับผ้าขนหนูเป็นตุ๊กตาหมี และเย็บเต้านมเทียม โดยพนักงานจิตอาสาร่วมถ่ายทอดวิธีการทำ กิจกรรม เชือกถักตัวอักษร และเพ้นท์เซรามิกสำหรับวางโทรศัพท์ โดยวิทยากรจากคลังปัญญาผู้สูงอายุจังหวัดกรุงเทพมหานคร กรมกิจการผู้สูงอายุ รวมถึงการทำ กระถางดอกไม้หอมและพวงกุญแจดอกลีลาวดีจากลวดกำมะหยี่ โดยวิทยากรจากสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการ จังหวัดราชบุรี พร้อมกิจกรรม DIY ที่พนักงานสามารถเลือกทำได้ตามช่วงเวลาที่สะดวก

งานครั้งนี้ยังเปิดพื้นที่แห่งการแบ่งปันผ่านกิจกรรมรับบริจาคสิ่งของ เพื่อนำไปส่งต่อให้เกิดประโยชน์ ในหลากหลายรูปแบบ ทั้ง ตุ๊กตาสภาพดี สำหรับส่งมอบรอยยิ้มและกำลังใจให้เด็กในพื้นที่ห่างไกล และ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มสภาพดี เพื่อมอบให้มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม นำไปจำหน่ายผ่านกิจกรรม “Give Shop ให้เพื่อเปลี่ยนสังคมที่ดีขึ้น” โดยรายได้จะนำไปสนับสนุนโครงการช่วยเหลือผู้สูงอายุและเด็กด้อยโอกาส อีกหนึ่งกิจกรรมคือการรับบริจาค ชุดชั้นในเก่าของทั้งผู้ชายและผู้หญิง ทุกแบบ ทุกยี่ห้อ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการกำจัดอย่างถูกวิธีผ่านระบบปิด ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถนำพลังงานความร้อนที่เกิดขึ้นจากกระบวนการไปใช้ทดแทนพลังงานจากถ่านหิน เป็นการจัดการสิ่งของเหลือใช้อย่างเหมาะสมและเพิ่มคุณค่าให้กับของที่หมดอายุการใช้งาน

นอกจากนี้ พนักงานยังได้ร่วม เขียนการ์ดส่งกำลังใจให้กลุ่มเปราะบางในสังคม ถ่ายทอดถ้อยคำดี ๆ จากผู้ให้ไปสู่ผู้รับ พร้อมเยี่ยมชมบูธกิจกรรมจากพันธมิตรและนิทรรศการ “MTL Volunteer Exhibition” ที่รวบรวมเรื่องราวการทำงานจิตอาสาและการมีส่วนร่วมเพื่อสังคมในหลากหลายมิติ

ขณะเดียวกัน การจัดกิจกรรมยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง ESG (Environmental, Social, and Governance) โดยเฉพาะมิติ S – Social ที่มุ่งสร้างโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมกับสังคมผ่านกิจกรรมจิตอาสา ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เห็นคุณค่าของการแบ่งปัน รวมถึงมิติด้านสิ่งแวดล้อมผ่านการนำสิ่งของเหลือใช้เข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างเหมาะสม

การจัดงาน “MTL Volunteer Expo ครั้งที่ 3” จึงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้ร่วมสร้างประโยชน์ให้กับสังคมจากสิ่งที่แต่ละคนถนัด เพราะการเป็นจิตอาสาสามารถเริ่มต้นได้จากเรื่องใกล้ตัว ทั้งการแบ่งปันเวลา ความสามารถ สิ่งของ หรือกำลังใจ เมื่อหลายคนร่วมกันลงมือทำ สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้สามารถส่งต่อเป็นความสุข และช่วยสร้างสังคมที่ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

ตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่งตั้ง ‘เบญจรงค์ สุวรรณคีรี’ เป็นรองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน มีผล 1 ต.ค.69

0

ที่ประชุมคณะกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 มีมติแต่งตั้งนายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี เป็นรองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน (Chief Strategy & Finance Officer) มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ เชื่อมั่นว่านายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาและวางยุทธศาสตร์ธุรกิจให้องค์กรก้าวทันการเปลี่ยนแปลง โดยขับเคลื่อนการดำเนินงานทั้งด้านกลยุทธ์ การเงินการลงทุน และงานพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ประสบการณ์ของนายเบญจรงค์ในด้านนโยบายภาครัฐ และการทำงานกับทั้งภาครัฐและเอกชนในด้านการเงินการลงทุน จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการผลักดันกลยุทธ์ ทิศทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้เป็นผล ซึ่งรวมไปถึงการประสานความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ และสนับสนุนการพัฒนาตลาดหลักทรัพย์ฯ และตลาดทุน

นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี มีประสบการณ์การทำงานด้านการเงินการธนาคารกว่า 17 ปี ครอบคลุมงานด้านกลยุทธ์องค์กร กลยุทธ์ธุรกิจสินเชื่อ การเงิน การพัฒนาธุรกิจและความยั่งยืน ดิจิทัลแบงก์กิ้ง อาทิ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง โดยตำแหน่งงานล่าสุดก่อนมาร่วมงานที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ คือ กรรมการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี จบการศึกษาปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์และคณิตศาสตร์ จาก University of San Francisco และปริญญาโทและปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ จาก Cornell University ประเทศสหรัฐอเมริกา

ลูกค้าออมสินมีเฮ ผ่อนบ้านดี กู้เพิ่มได้ด้วย ‘สินเชื่อบ้านเติมตังค์’ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก 4.49% ต่อปี ผ่อนนาน 30 ปี รีบสมัครเลยวันนี้ – 31 ต.ค. 69

0

สิทธิ์พิเศษ! เฉพาะลูกค้าบ้านออมสินผ่อนไม่หมด ก็กู้เพิ่มได้ ด้วย ‘สินเชื่อบ้านเติมตังค์ (GSB PLUS)’รายละเอียดเพิ่มเติม >> https://to.gsb.or.th/vR77RX4

ยื่นกู้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 69 – 31 ต.ค. 69

อนุมัติและจัดทำนิติกรรมสัญญาให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 30 พ.ย. 69

💻 สมัครได้เลยที่ธนาคารออมสิน สาขาที่ใช้บริการสินเชื่อเคหะเท่านั้น

✅ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 4.49% ต่อปี (3 ปีแรก)

✅ วงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาท

✅ ผ่อนสบายนาน 30 ปี

✨ สนับสนุนค่าประเมินหลักทรัพย์* สูงสุด 5,000 บาท และ ค่าจดจำนอง** สูงสุด 100,000 บาท

หมายเหตุ• ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.045% ต่อปี (ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป) ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ย ลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น หรือลดลงได้• อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) อยู่ระหว่าง 4.490% – 5.295% ต่อปี• อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (EIR) อยู่ระหว่าง 5.017% – 5.259% ต่อปี คำนวณจากวงเงินกู้ 1 ล้านบาท ระยะเวลาชำระเงินกู้ 20 ปี แบบผ่อนชำระเท่ากันทุกงวด

*สนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ตามที่จ่ายจริง ไม่เกินรายละ 5,000 บาท (สำหรับวงเงินกู้ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป)

**สนับสนุนค่าจดจำนอง ตามที่จ่ายจริง ไม่เกินรายละ 100,000 บาท (สำหรับวงเงินกู้ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป และเลือกอัตราดอกเบี้ยกรณีสนับสนุนค่าจดจำนอง)

• ลูกค้าสินเชื่อเคหะของธนาคารที่สนใจ สินเชื่อบ้านเติมตังค์ (GSB PLUS) สามารถยื่นคำขอกู้ได้ที่ธนาคารออมสินสาขาที่ใช้บริการสินเชื่อเคหะเท่านั้น• หลักเกณฑ์เงื่อนไขอื่นๆ ให้เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

⚠️ รู้ก่อนกู้…กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

บจ. mai รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ยอดขายรวม และกำไรสุทธิ เพิ่มขึ้น

0

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ใน mai จำนวน 216 บริษัท คิดเป็น 97% จากทั้งหมด 222 บริษัท (ไม่รวมบริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC บริษัทที่ปิดงบไม่ตรงงวด และบริษัทที่ไม่นำส่งงบการเงิน) นำส่งผลการดำเนินงาน โดยไตรมาส 2 ของปี 2569 เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน มียอดขายรวม 57,236 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% กำไรจากการดำเนินงาน 4,378 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.6% และกำไรสุทธิรวม 2,205 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% ด้านอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงเล็กน้อยจาก 26.1% เป็น 25.3% ขณะที่อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (OPM) เพิ่มขึ้นจากระดับ 6.7% มาอยู่ที่ระดับ 7.6% ส่วนอัตรากำไรสุทธิ (NPM) ลดลงเล็กน้อยจาก 4.1% เป็น 3.8% ตามลำดับ

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 มียอดขายรวม 108,868 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% กำไรจากการดำเนินงาน 8,432 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% และมีกำไรสุทธิรวม 4,774 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.1%

“ผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 ยังคงรักษาการเติบโตได้ แม้การฟื้นตัวของกำลังซื้อยังไม่ทั่วถึงในทุกภาคส่วน ประกอบกับยังเผชิญความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน รวมถึงสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ โดย บจ. มีความสามารถในการทำกำไรที่ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญซึ่งมาจากมีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร นอกจากนี้ บจ. บางแห่งปรับโครงสร้างธุรกิจจึงทำให้มียอดขายและกำไรโดดเด่น โดยกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และกลุ่มบริการมีรายได้และกำไรจากการดำเนินงานเติบโต ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มเทคโนโลยี ยังเผชิญแรงกดดัน” นายประพันธ์กล่าว

ด้านฐานะทางการเงิน บจ. mai มีสินทรัพย์รวม 315,206 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% จากสิ้นปี 2568 โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) อยู่ที่ 0.77 เท่า เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่เท่ากับ 0.70 เท่า

ปัจจุบันมี บจ. ใน mai 230 บริษัท (ข้อมูล ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2569) ดัชนี mai ปิดที่ระดับ 229.74 จุด มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (market capitalization) อยู่ที่ 224,016.75 ล้านบาท มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 429.89 ล้านบาทต่อวัน