Home Blog Page 2

gettgo x Sansiri  ขยายการเข้าถึงประกันออนไลน์  ผ่านแอป Kuhu เติมความอุ่นใจให้ลูกบ้านยุคดิจิทัล

0

gettgo โบรกเกอร์ประกันออนไลน์ ภายใต้การบริหารของ บริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด จับมือกับ แสนสิริ นำบริการประกันออนไลน์เข้าไปอยู่บนแอป Kuhu (คู่หู) ให้เรื่องประกันกลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงง่ายขึ้นสำหรับลูกบ้านและพนักงานแสนสิริ ไม่ว่าจะเปรียบเทียบแผนประกันภัยที่หลากหลาย จนถึงการซื้อประกันออนไลน์    ก็ทำได้ครบในไม่กี่ขั้นตอน พร้อมสิทธิพิเศษเฉพาะลูกบ้านและพนักงาน ตอบโจทย์คนที่มองหาความสะดวก จัดการทุกอย่างได้ในแอปเดียว ช่วยให้การเริ่มต้นมีประกันสักฉบับเป็นเรื่องง่ายขึ้นกว่าที่เคย

ความร่วมมือครั้งนี้ยังเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านและพนักงานแสนสิริ ที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนชีวิต การดูแลสุขภาพ การเดินทาง ครอบครัว และการบริหารความเสี่ยงรอบตัวมากขึ้น สอดคล้องกับแนวคิดของ gettgo ที่ต้องการทำให้ “ประกัน” กลายเป็นอีกหนึ่งบริการพื้นฐานที่เข้าถึงง่าย ไม่ต่างจากบริการดิจิทัล  อื่น ๆ ที่ผู้คนใช้งานอยู่ทุกวัน ผ่านประสบการณ์การเลือกซื้อที่สะดวก โปร่งใส และสามารถเปรียบเทียบแผนความคุ้มครองจากบริษัทประกันชั้นนำได้ในที่เดียว

นายวรวัฒน์ โรจน์รังษี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด กล่าวว่า “วันนี้ประกันไม่ควรเป็นเรื่องที่คนคิดถึงเฉพาะเวลามีปัญหา แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตที่เข้าถึงง่ายเหมือนบริการดิจิทัลอื่นๆ ความร่วมมือกับแสนสิริครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มช่องทางขายประกัน แต่คือการทำให้ความคุ้มครองเข้าไปอยู่ใน Ecosystem ที่ผู้คนใช้งานจริงในทุกวัน ตั้งแต่เรื่องบ้าน รถ สุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนอนาคต เราเชื่อว่าถ้าการเริ่มต้นมีประกันทำได้ง่ายขึ้น คนก็จะเปิดใจให้กับการวางแผนความเสี่ยงมากขึ้นเช่นกัน”

ทั้งนี้ ลูกบ้านและพนักงานแสนสิริ สามารถเข้าถึงบริการประกันออนไลน์จาก gettgo ผ่านแอป Kuhu ได้แล้ววันนี้ โดยเข้าที่เมนูหมวดหมู่ “ประกัน” ครอบคลุมทั้งประกันเดินทาง ประกันรถยนต์รายปี ประกันรถยนต์ระยะสั้น พ.ร.บ. รถยนต์ ประกันอุบัติเหตุ ประกันมะเร็ง ประกันรถ EV ประกันออมทรัพย์และบำนาญ ประกันชีวิตและโรคร้ายยอดฮิต so you รวมถึงประกันภัยบ้านและทรัพย์สิน

พร้อมรับโปรโมชันและสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิกแสนสิริ โดย gettgo ยังคงเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์จากหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันให้การมีประกันเป็นเรื่องง่ายและใกล้ตัวสำหรับทุกคนมากยิ่งขึ้นในอนาคต

โปรสินเชื่อบ้านสุดปัง ! จัดดอกเบี้ยคงที่ 4 เดือนแรก 1.79% ไปเลย

0

ออมสินใจดีให้ผ่อนต่ำ ดอกเบี้ยดี พร้อมเงื่อนไขสุดพิเศษ สมัครเลยวันนี้ – 15 ก.ค. 69

ออมสินเสิร์ฟสุข เอาใจคนอยากมีบ้าน ด้วย สินเชื่อเคหะ ผ่อนต่ำ ดอกเบี้ยดี
✔️ รับอัตราดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้น 1.79% ต่อปี (4 เดือนแรก)
✔️ผ่อนต่ำเริ่มต้น ปีแรก ล้านละ 3,000 บาทต่อเดือน
✔️สนับสนุนค่าประเมินฯ สูงสุด 5,000 บาท และสนับสนุนค่าจดจำนอง สูงสุด 200,000 บาท

สมัครเลย คลิก > https://to.gsb.or.th/dCTuZFF
📢 ยื่นกู้ได้ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 – 15 กรกฎาคม 2569
อนุมัติและจัดทำนิติกรรมสัญญา ภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2569

⚠️ รู้ก่อนกู้…กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
⚠️ เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

ลงทุนไม่ต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง" หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

นักลงทุนหลายคนฝากอนาคตไว้กับหุ้น หรือสินทรัพย์ลงทุนประเภทอื่นที่ตัวเองตัดสินใจซื้อ และมีไม่น้อยที่เวลาลงทุนแต่ละที เสียงในหัวจะท่องคำว่า “สิ่งศักดิ์สิทธิ์ๆๆ”   ช่วยอำนวยอวยพรขอให้การลงทุนครั้งนี้ได้กำไรงาม สร้างผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีและไม่ขาดทุน

“คุณนายพารวย” อ่านเจอบทความในเว็บไซต์ SET Investnow ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้นำเสนอแนวทางการลงทุนที่ไม่ใช่การฝากอนาคตไว้กับโชคชะตา แต่เป็นการใช้ ข้อมูลที่สะท้อนอนาคต (Forward-looking Data) มาเป็นเครื่องมือกำหนดทิศทางการลงทุนของเรา ข้อมูลนี้ต่างหากล่ะคะที่เป็น “สิ่งศักดิ์สิทธิ์” มาช่วยทำให้การลงทุนของเราให้ผลตอบแทนที่ดี โดยที่เราไม่ต้องมูขอให้ช่วยเลย!

ในการลงทุนนั้น แน่นอนว่าเราต้องอาศัยทั้งข้อมูลในอดีต (Historical Data) และข้อมูลที่สะท้อนอนาคต (Forward-looking Data) ควบคู่กันไปค่ะ แต่ผลงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งการันตีผลลัพธ์ในอนาคต นักลงทุนจึงไม่ควรตัดสินใจลงทุนโดยอ้างอิงจากข้อมูลในอดีตเพียงอย่างเดียว

เราสามารถใช้ประโยชน์จาก “ข้อมูลที่สะท้อนอนาคต” เพื่อดูแนวโน้มหรืออนาคตของธุรกิจที่เราสนใจลงทุน   ซึ่งสามารถหาได้ไม่ยากจากแหล่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น “รายงานประจำปี หรือแบบ 56-1 One Report”  โดยนักลงทุนสามารถเห็นวิสัยทัศน์และกลยุทธ์การปรับตัวขององค์กรได้จากสารของประธานกรรมการและผู้นำองค์กร, ดูประมาณการทางการเงินและแผนการลงทุนของบริษัทได้จากการวิเคราะห์และคำอธิบายของฝ่ายจัดการ (MD&A), รายงานความเห็นของผู้สอบบัญชี ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่องบการเงินของบริษัท

และยังพบว่า ปี 68 ที่ผ่านมา มีบจ. หลายแห่งให้สำคัญกับการเปิดเผย “แผนการเพิ่มมูลค่ากิจการ (Corporate Value Up Plan)”  ไม่ว่าจะเป็น บทวิเคราะห์ (Analyst Report), รายงานการวิเคราะห์อุตสาหกรรม (Industry Outlook), รายงานความเสี่ยงระดับโลก (Global Risks Report)  ช่วยให้นักลงทุนมองเห็นเป้าหมายระยะยาวและกลยุทธ์ในการเติบโต ทำให้นักลงทุนเข้าใจโมเดลธุรกิจและศักยภาพในการเติบโตได้ดียิ่งขึ้น  นำไปสู่การตัดสินใจลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากจะอ่านรายงานแล้ว เพื่อเพิ่มความมั่นใจอีกขั้น นักลงทุนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมที่ บจ. นำเสนอข้อมูลผลประกอบการในแต่ละไตรมาส (Earnings Call) หรือเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี (Annual General Meeting หรือ AGM) ในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี เพื่อสอบถามและตรวจสอบการทำงานของบอร์ดบริหารได้โดยตรง และยังเป็นการรักษาสิทธิของตัวเราเองในฐานะผู้ถือหุ้นอีกด้วย

เห็นได้ว่า ขุมทรัพย์ที่แท้จริงของการลงทุนอยู่ตรงหน้าเรานี่แหละ รอให้เราค้นหาและศึกษาได้ด้วยตัวเอง  ไม่ได้เป็นขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าที่นักลงทุนต้องออกตามล่าให้ลำบากเลยค่ะ!

คุณนายพารวย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับจดทะเบียน 8 DR ใหม่ อ้างอิงหลักทรัพย์ในฮ่องกง-ญี่ปุ่น ออกโดย FSS เริ่มซื้อขาย 8 พ.ค. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รับจดทะเบียนตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) 8 หลักทรัพย์ใหม่ อ้างอิงหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX) และตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (TSE) ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) (FSS) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย 8 พฤษภาคม 2569

1 DR ใหม่ อ้างอิงกองทุน ETF ที่จดทะเบียนใน HKEX ประกอบด้วย

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
OIL24Global X S&P Crude Oil Futures Enhanced ER ETF (3097)กองทุน ETF ภายใต้การบริหารจัดการโดย บลจ. Mirae Asset Global Investments (HK) ที่ลงทุนผ่านสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ (Crude Oil Futures) โดยติดตามดัชนี S&P GSCI Crude Oil Enhanced Index Excess Return ซึ่งอ้างอิงราคาน้ำมันดิบ WTI

7 DR ใหม่ อ้างอิงหุ้นและกองทุน ETF ที่จดทะเบียนใน TSE ประกอบด้วย

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
DISCO24Disco Corporation (6146)บริษัทผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยเชี่ยวชาญในกระบวนการตัด (Dicing) การเจียร (Grinding) และการขัด (Polishing) เวเฟอร์ซิลิคอนเพื่อทำชิปคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน
HITACHI24Hitachi, Ltd. (6501)บริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ได้แก่ ระบบ IT, Cloud และ AI ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ ระบบรถไฟ ระบบพลังงาน และสาธารณูปโภค รวมถึงด้านอุตสาหกรรม ได้แก่ ระบบอัตโนมัติและอุปกรณ์สำหรับโรงงาน
KONAMI24Konami Group Corporation (9766)บริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านความบันเทิงและกีฬา ครอบคลุมการพัฒนาวิดีโอเกม เช่น eFootball, Metal Gear และ Yu-Gi-Oh! เครื่องเกมตู้อาร์เคด พัฒนาระบบสำหรับสถานบันเทิงเกม และการบริหารศูนย์ฟิตเนสในญี่ปุ่น
GSEMI24Global X Semiconductor ETF (2243)กองทุน ETF ภายใต้การบริหารจัดการโดยบริษัท Global X Japan (กลุ่มบลจ. Mirae Asset Global Investments) ที่ลงทุนตามดัชนี PHLX Semiconductor Sector Index (SOX) ใน NASDAQ ครอบคลุมบริษัท
เซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก ทั้งบริษัทที่ออกแบบชิป ผลิตชิป และผลิตอุปกรณ์การผลิตชิป
JPANIME24Global X Japan Games & Animation ETF (2640)กองทุน ETF ที่ลงทุนตามดัชนี Solactive Japan Games & Animation Index ครอบคลุมหุ้นบริษัทญี่ปุ่นด้านเกมและอนิเมะ และบริษัทในอุตสาหกรรมบันเทิงดิจิทัล
JPROBOAI24Global X Japan Robotics & AI ETF (2638)กองทุน ETF ที่ลงทุนตามดัชนี Indxx Japan Robotics & AI Index ครอบคลุมหุ้นบริษัทญี่ปุ่นด้านหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (AI)
JPSEMI24Global X Japan Semiconductor ETF (2644)กองทุน ETF ที่ลงทุนตามดัชนี FactSet Japan Semiconductor Index ครอบคลุมหุ้นบริษัทญี่ปุ่นในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญในวัสดุ อุปกรณ์การผลิต และชิปเฉพาะทาง

ผู้สนใจศึกษารายละเอียด 8 DR ใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th หรือบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์คือ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) www.fnsyrus.com หรือศึกษาผลิตภัณฑ์ DR เพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/dr

gettgo เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่บน LINE ให้ลูกค้าเชื่อม-เช็ก-เตือน-ต่อประกัน ครบจบบน LINE

0

gettgo แพลตฟอร์มนายหน้าประกันออนไลน์ เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่บน LINE ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเชื่อมบัญชี เช็กกรมธรรม์ รับแจ้งเตือน และต่ออายุประกันได้ง่าย ๆ ภายใน LINE โดยไม่ต้องสลับแอป ตอบโจทย์ผู้ใช้งานยุคดิจิทัลที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง พร้อมช่วยลดปัญหาการลืมต่อประกัน

การพัฒนาครั้งนี้มาจากอินไซต์ที่ว่า “LINE คือแพลตฟอร์มที่คนไทยใช้งานทุกวัน” การนำบริการประกันมาอยู่ในช่องทางที่คุ้นเคยจึงช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก เพิ่มโอกาสการใช้งานจริง และยังช่วยให้ประสบการณ์ลื่นไหลเหมือนอยู่ในแอปเดียว ไม่ต้องจำรหัสใหม่หรือเรียนรู้ระบบเพิ่มเติมอีกด้วย

ในช่วงแรก ลูกค้าสามารถใช้งานเมนู “ดูกรมธรรม์ของฉัน” เพื่อเข้าถึงข้อมูลย้อนหลัง พร้อมแสดงสถานะ ประกันที่ คุ้มครองอยู่ และ ประกันที่หมดความคุ้มครอง นอกจากนี้ยังมีระบบข้อความแจ้งเตือนต่ออายุอัตโนมัติสำหรับประกันรถยนต์ระยะสั้นและ พ.ร.บ. ล่วงหน้า เพื่อ ลดความเสี่ยงการขาดความคุ้มครอง โดยที่ลูกค้าไม่ต้องติดตามเอง

อีกหนึ่งไฮไลต์คือ ลูกค้าสามารถต่ออายุและชำระเงินได้ทันทีผ่านลิงก์ที่ระบบสร้างให้อัตโนมัติ โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำ พร้อมรับการแจ้งเตือนหลังทำรายการสำเร็จ ทำให้การต่อประกันใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ไม่ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่

การพัฒนาระบบในครั้งนี้จะช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ลดการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ เข้าถึงกรมธรรม์ประกันภัยง่ายขึ้น และการพัฒนาครั้งนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นและจะยังมีฟีเจอร์ต่างๆ ที่เตรียมพัฒนาในอนาคตอันใกล้ เพื่อตอกย้ำเป้าหมายของ gettgo ในการทำให้ประกันเป็นเรื่องง่าย เข้าถึงได้ และอยู่ใกล้ตัวผู้ใช้งานมากที่สุดผ่านแพลตฟอร์มที่ใช้งานในชีวิตประจำวันอย่าง LINE

สามารถเพิ่มเพื่อนในไลน์ @gettgo หรือคลิกลิงก์ https://lin.ee/ZQUOLaE หรือมองหาประกันออนไลน์ที่ตอบโจทย์และตรงใจได้ที่ คลิก https://gettgo.com

ใครผ่อนบ้านครบ 3 ปี มารีได้เลยที่ออมสินสินเชื่อเคหะ Refinance ให้ดอกเบี้ยคงที่ปีแรก เริ่มต้น 0.99% ต่อปียื่นกู้ได้ตั้งแต่วันนี้ – 15 ก.ค. 69 นี้

0

รีให้ภาระผ่อนบ้านเบาลง ด้วย สินเชื่อเคหะ Refinance จากออมสินภาระหนี้ลดลง ผ่อนเบ๊าเบา ความสุขในบ้านก็เพิ่มขึ้น

  • ดอกเบี้ยคงที่ 1 ปีแรก เริ่มต้น 0.99% ต่อปี
  • ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี 2.75% ต่อปี
  • สนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ สูงสุด 5,000 บาท (สำหรับวงเงินกู้ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป)
  • สนับสนุนค่าจดจำนอง สูงสุด 200,000 บาท (สำหรับวงเงินกู้ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป)

สมัครเลย คลิก > https://to.gsb.or.th/MKzUKtwยื่นกู้ได้ตั้งแต่ 16 เม.ย. 69 – 15 ก.ค. 69 อนุมัติและจัดทำนิติกรรมสัญญา ภายใน 15 ส.ค. 69⚠️ รู้ก่อนกู้…กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว⚠️ เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด#สินเชื่อเคหะRefinance#ธนาคารเพื่อสังคมเพื่อทุกชีวิต #เป็นลูกค้าเราเท่ากับช่วยสังคม #SmartSocialBankForAllLive”

    “ทำไมขยันแทบตาย ปรับตัวทุกอย่าง แต่ยังไปต่อไม่ไหว?”

    0

    บทสรุปจากปากผู้ประกอบการที่สู้มา 10 ปี เผยเบื้องหลังกลไกแพลตฟอร์มและ “คูปอง” ที่กำลังกลายเป็นยาพิษฆ่า SME ไทยช้าๆ ใครที่กำลังค้าขายอยู่ หรือเป็นสายช้อป ต้องอ่าน!

    ถอดบทเรียน SME ไทย… เมื่อ “คูปอง” และ “แพลตฟอร์ม” อาจไม่ใช่สวรรค์อย่างที่คิด

    #เกรียนพารวย มีเรื่องราวสะท้อนใจจากผู้ประกอบการตัวจริงที่อยู่ในวงการค้าขายออนไลน์มานับสิบปีมาแบ่งปันครับ เป็นอุทาหรณ์ที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับการปรับตัวและสงครามราคาในยุคปัจจุบันครับ

    ย้อนกลับไป 8-9 ปีก่อน ในยุคที่แพลตฟอร์ม E-commerce เริ่มเข้ามามีบทบาท เจ้าของเรื่องเล่าว่าเขาเคยเชื่อมั่นใน “การสร้างบ้านเอง” (Website) และมีหน้าร้านถึง 7 สาขา แต่สุดท้ายกระแสสังคมที่ถูกดึงดูดด้วย “คูปองส่วนลด” ก็ทำให้พฤติกรรมผู้ซื้อเปลี่ยนไป จนร้านค้าจำใจต้องกระโดดเข้าร่วมวงจรแพลตฟอร์มเพื่อความอยู่รอด

    บทสรุปประเด็นสำคัญที่น่าขบคิด:

    กับดักค่าคอมมิชชั่น: เริ่มต้นด้วยค่าธรรมเนียมต่ำเพื่อจูงใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ค่าธรรมเนียมและค่าโฆษณากลับสูงขึ้นจนเบียดบังกำไรเกือบทั้งหมด

    กลไกที่บิดเบือน: การใช้ “คูปอง” เป็นเครื่องมือหลักในการดึงลูกค้า กลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้เกิดอำนาจเหนือตลาด และทำลายกลไกการแข่งขันที่เป็นธรรม

    ทางตันของรายย่อย: เมื่อมาร์จิ้น (Margin) ถูกบีบจนแทบไม่เหลือ คนที่อยู่รอดได้มีเพียงผู้นำเข้ารายใหญ่เท่านั้น SME ไทยที่ปรับตัวไม่ทันหรือสายป่านไม่ยาวพอ กำลังเผชิญภาวะ “ชักหน้าไม่ถึงหลัง”

    ผลกระทบเป็นลูกโซ่: เมื่อธุรกิจอยู่ไม่ได้ การเลิกจ้างจึงเกิดขึ้น (บางแห่งต้องลดคนงานไปกว่า 30%) ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมและกำลังซื้อของคนในประเทศ

    นี่คือเสียงสะท้อนที่อยากให้ภาครัฐและผู้เกี่ยวข้องหันมามองว่า กฎหมายป้องกันการผูกขาด ของบ้านเรา เข้มแข็งพอที่จะปกป้องคนตัวเล็กได้จริงหรือไม่? ก่อนที่ SME ไทยจะล้มหายตายจากไปมากกว่านี้

    #เกรียนพารวย#SMEไทย#ECommerce#เศรษฐกิจไทย#การเงิน#คูปองคือการบิดเบือนกลไกตลาด#ช่วยSMEไทย

    ชาวสันกำแพงไอเดียเจ๋ง เดินหน้า “ตลาดใบไม้แลกไข่” ลดเผา-ลดฝุ่น PM2.5

    0

    ปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ ยังคงเป็นความท้าทายใหญ่ที่ส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพของประชาชนและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว การแก้ไขจึงไม่อาจเป็นภาระของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังและต่อเนื่องจากทุกภาคส่วน

    หนึ่งในกิจกรรมที่สร้างสรรค์และได้รับความสนใจ คือ “ตลาดนัดใบไม้แลกไข่” ที่อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นตัวอย่างของการรณรงค์ที่เชื่อมโยงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเข้ากับวิถีชีวิตชุมชนได้อย่างลงตัว

    ไอเดียที่ทำได้ง่ายจากความร่วมมือของอำเภอสันกำแพง และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ที่มีฟาร์มไก่ไข่ในพื้นที่ จึงชวนชาวบ้านนำ “ใบไม้แห้ง” มาแลก “ไข่ไก่สด” ช่วยลดการเผา ลดฝุ่น PM2.5 โดยนำใบไม้ไปทำปุ๋ยหมักแจกจ่ายให้ชุมชน อีกทั้งยังช่วยลดค่าครองชีพของประชาชน

    “ตลาดนัดใบไม้แลกไข่” เป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนชาวสันกำแพง จัดขึ้นทุกวันพุธ เวลา 09.30 – 11.00 น. ณ ที่ว่าการอำเภอสันกำแพง ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม ถึง 27 พฤษภาคม 2569 ภายใต้สโลแกน “สันกำแพงเราไม่เผา เอาเศษใบไม้มาแลกไข่ หมอกควัน ไฟป่าห่างไกล หายใจโล่งกันทุกคน”

    แม้กิจกรรมจะเข้าสู่สัปดาห์ที่ 10 แล้ว แต่บรรยากาศยังคงคึกคัก ชาวสันกำแพงต่างนำใบไม้แห้งที่รวบรวมจากบ้านเรือนและเรือกสวนไร่นา มาต่อคิวแลกไข่ไก่กันตั้งแต่เช้า โดยนำใบไม้แห้ง 2 กิโลกรัม แลกไข่ไก่ได้ 1 ฟอง ในหนึ่งวันสามารถแลกได้ไม่เกิน 20 กิโลกรัม (10 ฟอง) ต่อคน

    งานนี้ นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายคเณศ คำนนท์ นายอำเภอสันกำแพง ได้ร่วมกันเปิดตลาดนัดใบไม้แลกไข่ และทำกิจกรรมแปรรูปใบไม้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ทั้งการผลิตจานจากใบไม้ และการทำปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้ โดยสำนักงานเกษตรอำเภอรับหน้าที่ดำเนินการ ก่อนแจกจ่ายให้ประชาชนใช้ในภาคการเกษตร เพื่อลดต้นทุนและฟื้นฟูบำรุงดินในระยะยาว

    เสียงจากชาวสันกำแพง สะท้อนตรงกันว่า กิจกรรมนี้ “ได้มากกว่าที่คิด” ไม่เพียงช่วยลดการเผาในชุมชน แต่ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนจากไข่ไก่ที่นำไปประกอบอาหาร หลายคนบอกว่าอยากให้มีต่อเนื่องต่อไป

    ใบไม้แห้งที่เคยรอวันถูกเผา วันนี้กำลังเปลี่ยนเป็นพลังเล็กๆ ของชุมชน ทั้งช่วยลดฝุ่น PM2.5 ลดมลพิษในอากาศ และสะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อย สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมได้จริง

    สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย เมษายน 69 ตลาดคึกคัก ปันผลเด่น ต่างชาติยังเชื่อมั่น!

    0

    สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนเมษายน 2569iรายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สิ้นเดือนเมษายน 2569 SET Index ปิดที่ 1,493.69 จุด เพิ่มขึ้น 3.15% จากสิ้นเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 18.58% จากสิ้นปี 2568 สอดคล้องกับทิศทางตลาดในภูมิภาค โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการคลี่คลายลงของความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวดีขึ้น ขณะที่แรงขายสุทธิของผู้ลงทุนต่างประเทศชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม ราคาพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูง และความกังวลเรื่องเงินเฟ้อยังเป็นปัจจัยกดดันต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักทั่วโลก

    นาย ศรพล ตุลยะเสถียร

    นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรองรับแรงกระแทกได้ดี โดยมีแรงขับเคลื่อนจากภาคส่งออกที่ขยายตัว เสถียรภาพทางการคลัง และฐานะการเงินต่างประเทศที่แข็งแกร่ง สะท้อนผ่านการที่มูดี้ส์ (Moody’s Ratings) ปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับเครดิต (Outlook) ของประเทศไทยสู่ “มีเสถียรภาพ” (Stable) จาก “เชิงลบ” (Negative) นอกจากนี้ ประมาณการกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนในช่วง 12 เดือนข้างหน้าถูกปรับขึ้นเล็กน้อย นำโดยกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับราคาพลังงาน

    ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนเมษายน 2569

    • ณ สิ้นเดือนเมษายน SET Index ปิดที่ 1,493.69 จุด เพิ่มขึ้น 3.15% จากเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาค และเพิ่มขึ้น 18.58% จากสิ้นปี 2568
    • กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มทรัพยากร
    • มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 58,688 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมอยู่ที่ 63,646 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
    • ในเดือนเมษายน 2569 ผู้ลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 2,513 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนเมษายน 2569 ยังคงมียอดซื้อสุทธิ 16,638 ล้านบาท
    • ผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 54.43% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ตามด้วยผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ 31.68% ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ 7.53% และบริษัทหลักทรัพย์ 6.37%
    • มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ 1 บริษัทได้แก่ บมจ. ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี (UNIX)
    • Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นเมษายน 2569 อยู่ที่ระดับ 15.16 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 12.96 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 17.05 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 17.31 เท่า
    • อัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นเมษายน 2569 อยู่ที่ระดับ 4.42% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.76%

    ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนเมษายน 2569

    • ในเดือนเมษายน 2569 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 383,982 สัญญา ลดลง 46.22% จากเดือนก่อนหน้า ที่สำคัญจากการลดลงของ SET50 Index Futures  และ Single Stock Futures ส่งผลให้ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมอยู่ที่ 561,575 สัญญา เพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  

    AIS เปิดงบไตรมาส 1/2569 โชว์ฟอร์มแกร่ง กำไรทะลุหมื่นล้าน!

    0

    AIS ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2569 โดยยังคงมุ่งมั่นการดำเนินธุรกิจที่สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะผู้นำโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะและเทคโนโลยีดิจิทัลที่ดีที่สุดเพื่อคนไทย มีรายได้รวม 58,197 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 13,496 ล้านบาท เป็นผลมาจากการให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้าและประสบการณ์ดิจิทัลที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานของลูกค้าทุกกลุ่ม ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

    โดยในปี 2569 AIS มุ่งปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทุกมิติ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ครอบคลุมโครงข่ายอัจฉริยะมือถือและเน็ตบ้าน คลาวด์ และดาต้าเซ็นเตอร์ ควบคู่กับการนำนวัตกรรมและ AI มายกระดับประสบการณ์ลูกค้า และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเปิดตัวมาตรฐานใหม่ของการเชื่อมต่อ “AIS 5G-ADVANCED” ครั้งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับการยกระดับเครือข่ายมือถือให้ฉลาดขึ้น เร็วขึ้น รองรับการใช้งานยุค AI, แพลตฟอร์ม AISpace ศูนย์รวมบริการ AI เพื่อคนไทย และการส่งเสริมการสร้างทักษะดิจิทัลให้คนไทยผ่านการพัฒนาหลักสูตร ‘อุ่นใจไซเบอร์ AI Literacy’ เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ทุกภาคส่วน อีกทั้งยังต่อยอดการเติบโตระยะยาวผ่านธุรกิจใหม่ ได้แก่ ธุรกิจรีเทล แพลตฟอร์มคอนเทนต์ความบันเทิงและกีฬา และการเงินดิจิทัล พร้อมทั้งบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ไตรมาสแรกของปีบริษัทฯ ยังสามารถรักษาระดับผลการดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย

    ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่: เติบโตจากฐานลูกค้าคุณภาพสูง บนโครงข่ายอัจฉริยะ 5G ครอบคลุมทั่วประเทศ

    มีผู้ใช้บริการรวมอยู่ที่ 46.9 ล้านหมายเลข เพิ่มขึ้น 170,200 เลขหมายจากไตรมาส 4/2568 จากการมุ่งเน้นฐานลูกค้าคุณภาพสูง การขยายฐานลูกค้าในกลุ่มซิมโซลูชั่น และการบริหารจัดการการยกเลิกใช้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ บนโครงข่าย 5G ที่ครอบคลุมมากกว่า 95% ของประชากรไทยทั่วประเทศ ด้านผู้ใช้งาน 5G เพิ่มขึ้นเป็น 18.5 ล้านเลขหมาย เติบโตขึ้น 643,100  เลขหมายจากไตรมาส 4/2568 โดยรายได้ธุรกิจมือถือเติบโต 7.6% จากปีก่อน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านคุณภาพในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

    ธุรกิจเน็ตบ้าน : ตอกย้ำผู้นำบรอดแบนด์ ด้วยนวัตกรรมเน็ตบ้านและประสบการณ์ดิจิทัลที่เหนือกว่า

    มีจำนวนลูกค้าเน็ตบ้าน AIS 3BB FIBRE3 เติบโตขึ้น 63,400 ราย จากไตรมาส 4/2568 ทำให้มีผู้ใช้บริการรวมอยู่ที่ 5.3 ล้านราย สะท้อนความเชื่อมั่นในคุณภาพโครงข่ายและบริการดิจิทัลที่ยกระดับประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับทุกครัวเรือน อาทิ แพ็กเกจ Super FAST, แพ็กเกจ Home FibreLAN ควบคู่กับความแข็งแกร่งด้านคอนเทนต์ความบันเทิงและกีฬายอดนิยม เช่น EPL, Thai League, Bundesliga, NBA และ NFLโดยรายได้ธุรกิจเน็ตบ้านเติบโต 8.7% จากปีก่อน ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดบรอดแบนด์อย่างมั่นคง

    ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร: พลิกโฉมภาคธุรกิจไทย ด้วยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโซลูชันอัจฉริยะ รองรับทุกการเชื่อมต่อ

    ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน รายได้จากการบริการลูกค้าองค์กรยังคงการเติบโตรายได้อยู่ที่ 1.7% จากปีก่อน โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากโครงข่ายเชื่อมต่อข้อมูล บริการโซลูชัน 5G และ ดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อรองรับความต้องการขององค์กรไทย พร้อมสนับสนุนการพัฒนาประเทศสู่การเป็น Sustainable Nation ด้วยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ครอบคลุมทุกการเชื่อมต่อเพื่อรองรับการลงทุน การขยายตัวของเทคโนโลยีระดับโลก และการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ในอนาคต

    การลงทุนในธุรกิจใหม่: สร้าง New Growth Engine ต่อยอดคุณค่าดิจิทัล สู่ประสบการณ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

                เอไอเอสยังคงมุ่งลงทุนในธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคตและเพิ่มคุณค่าให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งธุรกิจรีเทลที่นำเสนอสินค้าไลฟ์สไตล์ดิจิทัลใหม่ ๆ อาทิ อุปกรณ์เสริม LINK UP ที่มีคุณภาพสูงตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ อุปกรณ์ Pet Tracker สำหรับกลุ่ม Pet Lover และแก็ดเจ็ตใหม่ๆ จากความร่วมมือกับพันธมิตรสอดรับกับเทรนด์ของผู้บริโภคยุคดิจิทัล ควบคู่กับการขยายธุรกิจความบันเทิง โดยล่าสุดได้จับมือกับพันธมิตรคอนเทนต์รูปแบบใหม่อย่าง “Verticaltainment” เพื่อมอบประสบการณ์ซีรีส์แนวตั้งที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ชมยุคดิจิทัล และสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ในระยะยาว  

    สำหรับปีนี้ AIS ยังคงเดินหน้าลงทุนต่อเนื่องภายใต้กรอบเป้าหมายของงบลงทุน 30,000–35,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุกมิติ ผ่านการพัฒนาโครงข่าย 5G, การขยายบริการอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง และการพัฒนาโซลูชันการเชื่อมต่อสำหรับลูกค้าองค์กร ควบคู่กับการร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกเพื่อขับเคลื่อนการเป็น AI Ecosystem สู่การวางรากฐานระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัย และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยอย่างยั่งยืน