Home Blog Page 2

เมืองไทยประกันชีวิต จับมือ โนวาร์ตีส ยกระดับองค์ความรู้เสริมแกร่งตัวแทนประกันชีวิตจัดสัมมนา “Know the Now รู้รอบ นอกกรอบประกัน” ดูแลสุขภาพหัวใจ และ LDL-C ไขมันร้าย

0

เมืองไทยประกันชีวิต จับมือ โนวาร์ตีส เดินหน้าส่งเสริมองค์ความรู้ด้านสุขภาพแก่ตัวแทนประกันชีวิต ผ่านเวที “Know the Now รู้รอบ นอกกรอบประกัน” ชูประเด็นการดูแลสุขภาพหัวใจและการจัดการ LDL-C เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านสุขภาพสู่การดูแลลูกค้าและการวางแผนความคุ้มครองอย่างรอบด้าน

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้ายกระดับศักยภาพตัวแทนประกันชีวิตสู่การเป็นที่ปรึกษาการเงินและสุขภาพมืออาชีพ ที่คอยอยู่เคียงข้างดูแลในทุกช่วงของชีวิต ล่าสุดจับมือ บริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทชั้นนำด้านเวชภัณฑ์ จัดงานสัมมนา “Know the Now รู้รอบ นอกกรอบประกัน” ในหัวข้อ “ปิดสวิตช์ LDL-C ไขมันร้าย หยุดวิกฤตโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ” ชี้ภัยเงียบอันดับต้น ๆ ของคนไทย พร้อมเจาะลึกมิติค่ารักษาพยาบาลและการวางแผนด้านประกันสุขภาพที่ครอบคลุม โดยมี นายศรายุธ ทินกร ณ อยุธยา รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวเปิดงาน และ นพ.วุฒิวงศ์ สมบุญเรืองศรี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมด้วย ดร. อรชร อิงคานุวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด และ นพ.นิทัศน์ วิศวชัยพันธ์ อายุรแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ร่วมในกิจกรรม งานจัดขึ้น ณ หอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่

โดยการสัมมนา “Know the Now รู้รอบ นอกกรอบประกัน”ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ใหม่ ๆ ในทุกมิติ โดยไม่จำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องผลิตภัณฑ์ประกันภัย ซึ่งการถ่ายทอดความรู้ในครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่ภัยเงียบของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งมักสะสมตัวโดยไม่แสดงอาการ โดยได้รับเกียรติจาก นพ.นิทัศน์ วิศวชัยพันธ์ อายุรแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ มาร่วมถ่ายทอดความรู้เรื่องไขมันตัวร้าย (LDL-C) การอ่านผลตรวจเลือดเบื้องต้น และเวิร์กช็อปประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ เพื่อให้ตัวแทนนำไปประยุกต์ใช้ในการให้คำแนะนำลูกค้าได้อย่างเหมาะสม พร้อมเน้นย้ำว่าเป้าหมายของระดับไขมัน LDL-C ของแต่ละคนจะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับความเสี่ยง ถ้าเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจแล้วต้องควบคุมให้ต่ำกว่า 55mg/dL ปัจจุบันมีทางเลือกในการรักษาเพื่อควบคุมค่า LDL-C โดยสามารถปรึกษาแพทย์เพิ่มเติมได้

ภายในงานยังมีการให้ความรู้ด้านการวางแผนค่าใช้จ่ายเมื่อเจ็บป่วย รวมถึงการอัปเดตสิทธิประโยชน์การบริการทางการแพทย์ไร้รอยต่อผ่านโครงการ MTL Smile Hospital Network และการเจาะลึกผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบัน โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากเมืองไทยประกันชีวิตที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาสาระที่มีคุณภาพอย่างเต็มอิ่ม

สำหรับความร่วมมือระหว่าง เมืองไทยประกันชีวิต และ โนวาร์ตีส ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้ด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเท่านั้น แต่ยังถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิต ในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับสังคมไทย ผ่านบทบาทของตัวแทนประกันชีวิตยุคใหม่ที่เป็นมากกว่าผู้ขายประกัน

ปมส่งออกปลาหมอคางดำยังแคลงใจ เครือข่ายเสียงจากป่า เดินหน้ายื่น ป.ป.ช. ฟ้องรัฐอีกระลอก

0

ประเด็นปลาหมอคางดำกำลังขยับไปสู่การตรวจสอบบทบาทของภาครัฐอย่างเข้มข้นขึ้น หลังภาคประชาสังคมเดินหน้าตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านทั้งศาลปกครองและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ก่อนหน้านี้ ดร.ชัยภัฏ จันทร์วิไล ประธานเครือข่ายเสียงจากป่า ยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของกรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำกับดูแลการนำเข้า–ส่งออกสัตว์น้ำต่างถิ่น โดยเฉพาะข้อมูลช่วงปี 2556–2559 ที่พบรายการส่งออกซึ่งระบุชื่อวิทยาศาสตร์ Sarotherodon melanotheron รวมกว่า 320,000 ตัว จากบริษัทปลาสวยงาม 11 แห่ง จำนวน 222 ครั้ง

ดร.ชัยภัฏ ถามถึงระบบกำกับดูแลของรัฐว่า เหตุใดการส่งออกสัตว์น้ำต่างถิ่นที่ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ จึงปรากฏข้อมูลการส่งออกปลาชนิดดังกล่าวเป็นจำนวนมากและต่อเนื่องในช่วงหลายปี แต่หน่วยงานรัฐชี้แจงข้ออ้างว่าเป็น “ความเข้าใจคลาดเคลื่อนของผู้ส่งออก” โดยตั้งข้อสังเกตว่าการส่งออกสัตว์น้ำต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและถูกส่งไปยังกว่า 10 ประเทศ เหตุใดการระบุชนิดปลาคลาดเคลื่อน จึงเกิดขึ้นซ้ำมากกว่า 200 ครั้ง ตลอดช่วงเวลา 4 ปี

ล่าสุด ดร.ชัยภัฏ โพสต์ Facebook เพจเสียงจากป่า ยื่นเรื่องถึง “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ” หรือ ปปช. ฟ้องหน่วยงานราชการเกี่ยวกับการปล่อยปละ ละเลย การนำเข้า ส่งออก สัตว์น้ำต่างถิ่น (เอเลี่ยนสปีชี่ส์) จนเกิดการระบาดไปทั่ว ปล่อยให้มีการนำเข้าและซื้อขายกันอย่างโจ่งแจ้ง อย่างที่สำคัญ มีการออกเอกสาร ที่อาจจะเป็นการปกป้องผู้ส่งออกเอเลี่ยนส์สปีชี่ที่ไม่มีที่ไปที่มาจำนวนมหาศาล

การดำเนินการฟ้องทั้งศาลปกครอง และป.ป.ช. นี้ สะท้อนให้เห็นความคลางแคลงใจของภาคประชาสังคมต่อการปฏิบัติหน้าที่ และกลไกกำกับดูแลของรัฐ โดยเฉพาะข้อสงสัยว่ารัฐปล่อยให้มีการนำเข้า ครอบครอง ซื้อขาย และส่งออกสัตว์น้ำต่างถิ่นได้อย่างไร รวมถึงมีระบบตรวจสอบที่สามารถติดตามแหล่งที่มาและเส้นทางการเคลื่อนย้ายหรือไม่

AIS เปิดตัว “SMART Pets Phone” พลิกโฉม Pet Tracker สู่ “สมาร์ตโฟนประจำตัว” ของสัตว์เลี้ยง เชื่อมต่อแบบเรียลไทม์ พร้อม GPS และ Video Call ไม่มีค่า Subscription รายเดือน

0

AIS เดินหน้าขยายระบบนิเวศดิจิทัลสู่ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ เอาใจลูกค้า Pet Lover เปิดตัว “AIS SMART Pets Phone” เครื่องติดตามและติดต่อสัตว์เลี้ยงอัจฉริยะ ภายใต้แนวคิด “More Than Tracking, It’s Caring” ยกระดับจากการ “ติดตามตำแหน่ง” สู่การ “เชื่อมต่อและสื่อสาร” แบบเรียลไทม์ ด้วยการผสานเทคโนโลยีการสื่อสารและ IoT ให้เจ้าของสามารถติดตามและสื่อสารกับสมาชิกสี่ขาได้แม้อยู่ห่างกัน พร้อมฟังก์ชันด้านความปลอดภัยและการค้นหา ตอบโจทย์กลุ่ม Pet Parent ที่มองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกสำคัญของครอบครัว และต้องการเทคโนโลยีที่ช่วยดูแลได้มากกว่าการระบุตำแหน่งเพียงอย่างเดียว โดยเปิดตัวครั้งแรกภายในงาน “Pet Run Club” กิจกรรมที่ชวนคนรักสัตว์พาสมาชิกสี่ขาออกมา Walk – Jog – Run พร้อมใช้เวลาร่วมกันใจกลางสยามสแควร์ที่ AIS SIAM

ปัจจุบันเจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวนมากต้องใช้ชีวิตนอกบ้านและไม่สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงได้ตลอดเวลา ขณะเดียวกัน เหตุการณ์ไม่คาดคิดอย่างการหลุดออกจากบ้าน หรือวิ่งหนีเมื่อเกิดความตกใจ อาจทำให้การตามหาทำได้ยาก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคยหรือช่วงเวลากลางคืน AIS จึงต่อยอดจากประสบการณ์ในการให้บริการ AIS Pet Tracker สู่ AIS SMART Pets Phone เปลี่ยนจากการรับรู้ตำแหน่ง สู่การเห็นภาพ ส่งเสียง และสื่อสารโต้ตอบกันได้แบบเรียลไทม์ ช่วยให้เจ้าของรับรู้สถานการณ์และดูแลสมาชิกสี่ขาได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น แม้อยู่ห่างกัน

AIS SMART Pets Phone ทำหน้าที่เสมือน Smart Pet Companion ที่ผสานการติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์เข้ากับการสื่อสารผ่าน Two-Way Video & Voice พร้อมฟังก์ชันด้านความปลอดภัยและการค้นหา เพื่อให้เจ้าของสามารถดูแลสัตว์เลี้ยงได้อย่างครอบคลุม โดยมีคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่

  • เชื่อมต่อและสื่อสารได้แบบเรียลไทม์ วิดีโอคอลและโทรคุยแบบ 2 ทาง พร้อมระบบตอบกลับอัตโนมัติ ช่วยให้เจ้าของติดต่อสัตว์เลี้ยงได้โดยไม่ต้องรอกดรับสาย และสามารถดูภาพรอบตัวสัตว์เลี้ยงผ่านฟังก์ชัน Video Location เพื่อช่วยให้เห็นสถานการณ์และสภาพแวดล้อมขณะติดตาม
  • ติดตามแม่นยำ พร้อมฟังก์ชันเพื่อความปลอดภัย ติดตามตำแหน่งด้วย Real-Time Precision GPS พร้อมตั้ง Safe Zone และรับการแจ้งเตือนเมื่อสัตว์เลี้ยงออกนอกพื้นที่ที่กำหนด ค้นหาได้ง่ายขึ้นด้วยแสงและเสียงผ่าน Pet Flash Locator รวมถึงปุ่ม One-Touch SOS ที่ผู้พบเห็นสามารถกดเพื่อส่งสัญญาณและติดต่อเจ้าของได้ทันที พร้อมมาตรฐานกันน้ำ IP67 รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
  • ดูแลได้ต่อเนื่อง ไม่มีค่ารายเดือน เจ้าของสามารถดูแลและติดตามสัตว์เลี้ยงผ่านแอปพลิเคชันได้จากทุกที่ โดยไม่มีค่า Subscription พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 800 mAh ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 4 วัน

ด้านการเชื่อมต่อ รองรับ AIS One-2-Call! Gadget SIM ซิมเน็ตรายปีสำหรับอุปกรณ์ IoT โดยสามารถเลือกแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตให้เหมาะกับการใช้งาน และไม่ต้องผูกมัดด้วยสัญญาระยะยาว ตัวเครื่องมีน้ำหนักเพียง 38 กรัม เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 8 กิโลกรัมขึ้นไป พร้อมรับประกันสินค้า 1 ปี วางจำหน่ายในราคา 1,990 บาท ที่ AIS Shop และ AIS Online Store และสามารถซื้อ Gadget SIM ควบคู่เพื่อเริ่มใช้งานได้ทันที
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่
https://www.ais.th/consumers/store/accessories/benco/benco-pet-phone-p1 และ https://www.ais.th/consumers/package/prepaid/gadgetsim

“ขอบคุณที่มาช่วย” เสียงเล็กๆ สะท้อนหัวใจยิ่งใหญ่ซีพี-ซีพีเอฟ เดินหน้าส่งอาหาร เคียงข้างผู้ประสบภัยน้ำท่วม

0

“กล่องเดียวก็พอครับ แค่ให้เพื่อนๆ พี่ๆ ผมได้กินข้าวด้วยกันก็พอแล้ว ขอบคุณมากครับที่เอาอาหารอร่อยๆ มาให้พวกเรา”

เสียงเล็กๆ ของเด็กชายที่อาศัยอยู่ในแฟลตคลองจั่น เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม ขณะตักข้าวไก่ห้าดาวรับประทานร่วมกับเพื่อนๆ อย่างเอร็ดอร่อย ท่ามกลางบรรยากาศการฟื้นฟูชุมชนหลังระดับน้ำลดลง

มื้ออาหารธรรมดาๆ หนึ่งกล่อง จึงไม่ได้เติมเพียงความอิ่มท้อง แต่ยังเป็นกำลังใจเล็กๆ ให้ผู้ประสบภัยรู้ว่า ในวันที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก ยังมีผู้คนอีกมากที่พร้อมอยู่เคียงข้าง

ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซีพีอาสาและซีพีเอฟจิตอาสาเดินหน้าภารกิจ “ซีพี-ซีพีเอฟ ส่งอาหารจากใจ สู้ภัยน้ำท่วม” อย่างต่อเนื่อง ทั้งการนำอาหารปรุงสุกไปถึงมือประชาชน สนับสนุนวัตถุดิบให้โรงครัวอาสา และร่วมแรงกับหน่วยงานและชุมชนในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบ.

ที่แฟลตคลองจั่น จิตอาสากว่า 50 คน ลงพื้นที่พร้อมอาหารจากห้าดาว ส่งต่อถึงชาวชุมชนที่กำลังเร่งฟื้นฟูบ้านเรือนและพื้นที่โดยรอบหลังน้ำลด ก่อนเดินทางต่อไปยังเคหะร่มเกล้า เพื่อส่งมอบอาหารและกำลังใจให้กับประชาชนในอีกพื้นที่หนึ่ง

ขณะเดียวกัน ที่สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี เขตราชเทวี นายเอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นผู้แทนรับมอบไข่ไก่สดและเนื้อไก่จากซีพีเอฟจิตอาสา เพื่อสนับสนุนโรงครัว “ศูนย์สร้างสุข พม.” สำหรับประกอบอาหารส่งต่อไปยังชุมชนต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ

ด้านสมุทรปราการ จิตอาสาจากโรงคัดไข่ไก่บ้านนา นำไข่ไก่สดไปสนับสนุน โรงครัวอาสาในหมู่บ้านกรีนวัลเล่ย์ บางนา อำเภอบางพลี ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังนานร่วมหนึ่งสัปดาห์ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบประกอบอาหารแจกจ่ายแก่ประชาชนในชุมชนที่ยังได้รับผลกระทบและมีข้อจำกัดในการเดินทางออกจากพื้นที่

ส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ซีพีเอฟส่งมอบเนื้อไก่และไข่ไก่ผ่าน มูลนิธิ “เพจอีจัน” เพื่อสนับสนุนโรงครัวอีจัน ณ มณฑลทหารบกที่ 12 (ค่ายจักรพงษ์) สำหรับจัดทำอาหารกล่องแจกจ่ายแก่ประชาชนในศูนย์พักพิงและพื้นที่ประสบภัย อาทิ กรมทหารราบที่ 2 กองพันที่ 2 (ร.2 พัน 2) กรมทหารราบที่ 2 กองพันที่1 (ร.2 พัน 1) ชุมชนท้ายตลาดหลวง ศูนย์วัดโรงเกวียน และชุมชนต่างๆ

ขณะที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จิตอาสาจากโรงงานแปรรูปสุกร แปดริ้ว ร่วมกับกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) นำผลิตภัณฑ์สุกรแปรรูปและไข่ไก่สดไปช่วยเหลือชาวตำบลคลองนครเนื่องเขต พร้อมกันนี้ โรงงานอาหารสำเร็จรูป แปดริ้ว ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปให้เทศบาลตำบลนครเนื่องเขต เพื่อร่วมดูแลประชาชนในพื้นที่

ด้านจังหวัดสระบุรี ทีมงานจิตอาสาจากซีพี-เมจิ ร่วมจัดเตรียมและบรรจุถุงยังชีพส่งต่อให้ประชาชนตำบลหนองนาค ซึ่งเป็นชุมชนรอบโรงงาน พร้อมส่งมอบผ่านนายอำเภอหนองแค นายสันทัศน์ รันดาเว เพื่อกระจายความช่วยเหลือไปยังประชาชนในพื้นที่ และร่วมกับนายอำเภอมวกเหล็ก นางสาวอ้อยทิพย์ ปานสอาด ลงพื้นที่มอบผลิตภัณฑ์นมแก่ผู้ประสบภัยในหมู่บ้านท่าเสากว่า 100 ครัวเรือน รวมถึงมอบน้ำดื่มให้จิตอาสาอำเภอหนองแคที่ร่วมกันเร่งระบายน้ำจากคลองหนองนาก เพื่อป้องกันผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ 5 ตำบล.

จากกรุงเทพฯ และปริมณฑล สู่จังหวัดใกล้เคียง ภารกิจของจิตอาสายังคงเดินหน้าต่อเนื่อง เพื่อให้ทั้งอาหาร วัตถุดิบ และสิ่งของจำเป็นเดินทางไปถึงมือผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยมีหน่วยงาน ภาคส่วนต่างๆ และคนในชุมชนร่วมกันเป็นพลังสำคัญ รอยยิ้มและคำว่า “ขอบคุณที่มาช่วย” จึงเป็นกำลังใจสำคัญในการร่วมเคียงข้างทุกชุมชน ก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน

รำลึก..ศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง" หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ใครที่เป็นแฟนคอลัมน์ “รู้เก็บรู้ออมฯ” คงจำได้ว่า คุณนายพารวยเคยนำเสนอเรื่องราวของท่าน ศ.สังเวียน อินทรวิชัยและการจัดนิทรรศการพิเศษ “100 ปี ชาตกาล ศ.สังเวียน อินทรวิชัย” โดยห้องสมุดมารวย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อให้คนรุ่นหลังได้มาร่วมน้อมรำลึกถึงผลงานและคุณูปการอันยิ่งใหญ่ของท่าน

ศ.สังเวียน ได้รับการยอมรับในฐานะปรมาจารย์ผู้บุกเบิกการศึกษาด้านบริหารธุรกิจของไทย ท่านเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งหลักสูตร MBA และ Mini MBA รุ่นแรก ๆ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็นผู้นำทางความคิดด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance)  โดยเคยดำรงตำแหน่งคณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ คนที่ 8 ระหว่างปี 2535–2538

คุณูปการของท่านยังได้รับการจารึกไว้ผ่านอนุสรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น “หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย” ที่ชั้น 7 อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงจิตวิญญาณแห่งบรรษัทภิบาลตลาดทุนไทย รวมถึงการจัดตั้ง “มูลนิธิศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย” เพื่อมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และมอบรางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 15 ปี

สิ่งสำคัญที่ทำให้คนในแวดวงการเงินยึดถือเป็นแบบอย่างมาโดยตลอด คือหลักคิดและปรัชญาอันเฉียบคมของท่านที่ว่า “สิ่งที่ถูกต้องคือถูกต้อง แม้ไม่มีใครทำสิ่งนั้น สิ่งที่ผิดคือผิด แม้ทุกคนทำสิ่งนั้น”  ซึ่งสะท้อนถึง ความกล้าหาญทางจริยธรรม และการยึดมั่นในความถูกต้องโดยไม่ยอมอ่อนข้อให้กับกระแสความมักง่าย แนวคิดการสร้างวัฒนธรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีจากภายในองค์กร ของท่านสอดคล้องอย่างยิ่งกับแนวทาง ESG ในปัจจุบัน

ในวาระพิเศษโอกาสครบรอบ 100 ปีชาตกาล ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอเชิญชวนร่วมงาน “พิธีบำเพ็ญกุศล และร่วมรำลึกในวาระ 100 ปีชาตกาล ศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย” ในวันพุธที่ 7 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09:30–11:00 น. ที่หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย  ชั้น 7 อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อร่วมเชิดชูเกียรติและรำลึกถึงปูชนียบุคคลแห่งตลาดทุนไทย

ภายในงานมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์โดยคณะสงฆ์วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก และกล่าวเปิดงานโดยคุณอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมฟังปาฐกถาพิเศษจาก ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ ที่จะมาร่วมแบ่งปันมุมมองและรำลึกถึงคุณูปการของท่านร่วมกัน ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถจัดเตรียมข้าวสาร อาหารแห้ง หรือชุดสังฆทาน มาร่วมตักบาตรและถวายพระสงฆ์ภายในงานได้

หัวใจแห่งการยึดมั่นในความถูกต้องและทำเพื่อส่วนรวมของศ.สังเวียน ไม่ต่างจากน้ำใจของเหล่าจิตอาสาที่กำลังลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ที่กำลังเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมตอนนี้ คุณนายพารวยขอส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกคนก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้โดยเร็วค่ะ

คุณนายพารวย

มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ สนับสนุนสภากาชาดไทย และกองทัพไทย ร่วมใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

0

คณะผู้บริหารมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นำโดยศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ และนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและเลขานุการ ร่วมส่งมอบความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยได้มอบเงินสนับสนุนจำนวน 3,000,000 บาท ให้แก่สภากาชาดไทย ซึ่งมีนายขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ เป็นผู้รับมอบ พร้อมกันนี้ ได้มอบถุงยังชีพจำนวน 500 ชุด มูลค่า 500,000 บาท แก่กองบัญชาการกองทัพไทย โดยมี พล.ต. สมรรถปกรณ์ อินทรขาว ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหาร เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปกระจายความช่วยเหลือ ฟื้นฟู และบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป

กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ และมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังประชาชนที่กำลังประสบอุทกภัย ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้โดยเร็ว พร้อมขอขอบคุณอาสาสมัครและทุกหน่วยงานที่ร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้

พร้อมกันนี้ ขอเชิญชวนร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ โดยเงินบริจาคนี้จะนำไปช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติ ทั้งในสถานการณ์เร่งด่วนและการฟื้นฟูระยะยาว โดยการสแกน QR e-Donation (ลดหย่อนภาษี 1 เท่า) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.setfoundation.or.th/e-donation 

จากเบอร์เกอร์ถึงบ่อปลากะพง เด็กเพชรบุรีเรียนรู้ใช้ประโยชน์ปลาหมอคางดำ

0

เบอร์เกอร์ปลาที่สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรีนำมาสาธิตให้น้องๆ นักเรียนโรงเรียนวัดโพธิ์ทัยมณี (ศิริพรรณพิทยา) ตำบลบางจาน อำเภอเมืองเพชรบุรี ช่วยให้น้องๆ ได้เรียนรู้ว่าปลาหมอคางดำนำมาทำเป็นอาหารที่เด็กๆ คุ้นเคยได้

กิจกรรมที่จัดขึ้น ประมงจังหวัดเพชรบุรียังให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องการดูแลทรัพยากรน้ำผ่านการลงมือ ด้วยการร่วมปั้นก้อนจุลินทรีย์ หรือ EM Ball จำนวน 1,200 ก้อน เพื่อนำไปใช้ฟื้นฟูแหล่งน้ำของชุมชน

นายประจวบ เจี้ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า กิจกรรมปั้น EM Ball และสาธิตเมนูอาหารทั้งแฮมเบอร์เกอร์ปลา ทอดมัน และน้ำพริกแจ่วบอง มีเป้าหมายสร้างความเข้าใจเรื่องแหล่งน้ำและการนำปลาหมอคางดำไปใช้ประโยชน์ให้กับเด็กๆ รุ่นใหม่ ขณะเดียวกัน เด็กๆ ยังได้เรียนรู้ว่า เกษตรกรในพื้นที่ยังนำปลาหมอคางดำไปทำเป็นเหยื่อเลี้ยงปลากะพง หนึ่งในสัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญของเพชรบุรี

นอกจากอาหารคนและเหยื่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ปลาที่จับได้ยังสามารถนำไปผลิตน้ำหมักชีวภาพสำหรับบำรุงดินและพืชแทนการใช้ปุ๋ยเคมี บทเรียนนอกห้องเรียนของน้องๆโรงเรียนวัดโพธิ์ทัยมณีจากประมงเพชรบุรีจึงเชื่อมเบอร์เกอร์หนึ่งชิ้นเข้ากับบ่อเลี้ยงปลาและแปลงเกษตร ทำให้เห็นว่า ประโยชน์จากปลาหมอคางดำ คนกินได้ สัตว์กินได้ และพืชได้ การนำมาใช้ประโยชน์เพิ่มมูลค่า เป็นแนวทางที่ควบคุมประชากรปลาหมอคางดำอย่างมีประสิทธิภาพ.

เมืองไทยประกันชีวิต ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมยืนเคียงข้างและดูแลลูกค้าในทุกสถานการณ์

0

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนรวมถึงลูกค้าของบริษัทฯ ได้รับผลกระทบและได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ดังกล่าว เมืองไทยประกันชีวิตตระหนักถึงความห่วงใยและความเดือดร้อนของลูกค้า พร้อมเดินหน้าช่วยเหลือและดูแลลูกค้าอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาผลกระทบและให้ลูกค้าสามารถก้าวผ่านสถานการณ์ดังกล่าวไปได้

ทั้งนี้ เมืองไทยประกันชีวิต ได้ออกมาตรการเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยของบริษัทฯ ที่ได้รับผลกระทบและได้แจ้งเหตุประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัด ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ และกรุงเทพมหานคร ตามรายงานสถานการณ์สาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 ดังต่อไปนี้

1. ขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัย

กรณีกรมธรรม์ครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย ในระหว่างวันที่ 20 กันยายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569 บริษัทฯ จะขยายระยะเวลาผ่อนผันออกไปอีก 60 วันนับแต่วันครบกำหนดระยะเวลาผ่อนผันเดิม

2. ยกเว้นดอกเบี้ยและการตรวจสุขภาพ ในกรณีขอต่ออายุกรมธรรม์ หรือขอกลับคืนสู่สถานะเดิม

กรณีกรมธรรม์ขาดอายุ หรือถูกเปลี่ยนเป็น กรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จอัตโนมัติ หรือ กรมธรรม์แบบขยายเวลาอัตโนมัติ สำหรับกรมธรรม์ที่ครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย ในระหว่างวันที่ 20 กันยายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569 หากผู้เอาประกันภัยขอต่ออายุกรมธรรม์ หรือขอกลับคืนสู่สถานะเดิม ภายใน 6 เดือน นับจากวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย บริษัทฯ จะยกเว้นดอกเบี้ยและการตรวจสุขภาพในการดำเนินการ

3. ยกเว้นดอกเบี้ย กรณีชำระคืนเงินกู้ชำระเบี้ยประกันภัยอัตโนมัติ

กรณีกรมธรรม์มีการนำมูลค่าเวนคืนมาชำระเบี้ยประกันภัยโดยอัตโนมัติ สำหรับกรมธรรม์ที่มีวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย ในระหว่างวันที่ 20 กันยายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569 หากผู้เอาประกันภัยชำระคืนเงินกู้ชำระเบี้ยประกันภัยโดยอัตโนมัติครบถ้วนเต็มจำนวน ภายใน 6 เดือน นับแต่วันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย บริษัทฯ จะยกเว้นดอกเบี้ย

4. ยกเว้นค่าธรรมเนียมในการออกกรมธรรม์ฉบับใหม่

กรณีกรมธรรม์สูญหายหรือเสียหายจากเหตุการณ์อุทกภัยนี้ บริษัทฯ จะดำเนินการออกกรมธรรม์ทดแทนให้ใหม่โดยไม่คิดค่าธรรมเนียม

สำหรับลูกค้าที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ MTL Contact Center 1766 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชวนร่วมรำลึก 100 ปีชาตกาล ศ.สังเวียน อินทรวิชัย ปูชนียบุคคลผู้วางรากฐานบรรษัทภิบาลตลาดทุนไทย พร้อมฟังปาฐกถาพิเศษโดย ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ 7 ต.ค. นี้

0

100 ปีชาตกาล ศ.สังเวียน อินทรวิชัย

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน บุคลากรในตลาดทุน ผู้ลงทุน และผู้สนใจทุกท่าน ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและร่วมรำลึกในวาระ 100 ปีชาตกาล ศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ในวันพุธที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 09:30–11:00 น. ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 7 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเชิดชูเกียรติปูชนียบุคคลแห่งตลาดทุนไทย เจ้าของอมตะวาจา “สิ่งที่ถูกต้องคือถูกต้อง แม้ไม่มีใครทำสิ่งนั้น สิ่งที่ผิดคือผิด แม้ทุกคนทำสิ่งนั้น” ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นเข็มทิศด้านจริยธรรมและการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดทุนไทยมาจนถึงทุกวันนี้

ไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การกล่าวปาฐกถาพิเศษในวาระ 100 ปีชาตกาล ศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย โดย ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ย้อนรำลึกถึงคุณูปการของท่านอาจารย์ และคุณค่าของหลักบรรษัทภิบาลที่มีต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของตลาดทุนไทย โดยก่อนหน้านั้น

ศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย เป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เคยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ระหว่างปี 2535–2538 ท่านเป็นผู้บุกเบิกแนวคิด “บรรษัทภิบาล” หรือการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) ในประเทศไทย ปณิธานของท่านยังคงสืบทอดต่อเนื่องผ่านมูลนิธิศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ซึ่งร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดทำหลักสูตรการกำกับดูแลกิจการที่ดีระดับปริญญาตรี ครั้งแรกของประเทศไทย

ผู้ร่วมงานสามารถจัดเตรียมข้าวสาร อาหารแห้ง หรือชุดสังฆทาน มาร่วมตักบาตรและถวายพระสงฆ์ภายในงานได้ เพื่อร่วมอุทิศส่วนกุศลแด่ศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย นอกจากนี้ ขอเชิญชวนชมนิทรรศการ “100 ปีชาตกาล ศ.สังเวียน อินทรวิชัย” ที่ถ่ายทอดเส้นทางชีวิต ข้อเขียนที่สะท้อนแนวคิดด้านธรรมาภิบาล และหนังสือคัดสรรด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี เปิดให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 ธันวาคม 2569 ณ ห้องสมุดมารวย ชั้นใต้ดิน อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: SET Thailand

เปิดโปงแล้วใครปกป้อง เมื่อคนพูดความจริงมีราคาที่ต้องเจ็บ-ต้องจ่าย

0

หากวันหนึ่งประชาชนลุกขึ้นมาเปิดโปงการทุจริตคอร์รัปชัน ใครจะยืนเคียงข้างและปกป้องพวกเขา?

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) ชวนฟังเสียงจากผู้มีประสบการณ์เปิดโปงการทุจริต ทั้งภาคประชาชน สื่อ และฝ่ายการเมือง ในงาน “CORRUPTOPIA มหานครคอร์รัปชัน Exhibition & Forum”

ร่วมสนทนาโดย
• คุณพัสนีย์ พูลสุข ผู้รวบรวมหลักฐานเปิดโปงขบวนการทุจริตยาในโรงพยาบาลทหารผ่านศึก
• คุณพรทิพย์ โม่งใหญ่ อดีตบรรณาธิการข่าวโต๊ะรายงานพิเศษ สถานีโทรทัศน์เวิร์คพอยท์
• คุณฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (หัวหน้าทีมสุดซอย)

ดำเนินวงสนทนาโดย คุณฐปณีย์ เอียดศรีไชย

เบื้องหลังการเปิดเผยความจริง พวกเขาต้องเผชิญอะไร ต้องแลกและเสียสละมากแค่ไหน? ใครยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือระหว่างการต่อสู้ และอะไรคือสิ่งที่ผู้เปิดโปงต้องการมากที่สุด?

เพราะการทุจริตคอร์รัปชันไม่ใช่แค่การโกงเงิน แต่คืออาชญากรรมร้ายแรงที่พรากสิทธิและคุณภาพชีวิตที่ดีที่ประชาชนควรจะได้รับ

รับชมเรื่องราวและข้อเรียกร้องจากพวกเขาได้ในคลิปเต็ม