Home Blog Page 2

GULF และ AIS สนับสนุนโครงการดี “วิ่งเล่นบนหาดใหญ่ Charity” กับ “จ๋าย ไททศมิตร”ปลุกเวทีหาดใหญ่คึกคัก ส่งต่อพลังใจชาวใต้

0

หาดใหญ่คึกคัก เมื่อ “จ๋าย ไททศมิตร” นำทัพศิลปินและคนบันเทิงมากมายร่วมสร้างปรากฏการณ์ความมันส์ในงาน “วิ่งเล่นบนหาดใหญ่ Charity” ท่ามกลางแฟนๆ ที่แห่ร่วมงานแน่นพื้นที่ พร้อมเสียงเชียร์กระหึ่มตลอดทั้งคืน เบื้องหลังความสำเร็จของงานนี้ เกิดจากความสนับสนุนของ GULF และ AIS ที่ร่วมสนับสนุนทั้งระบบพลังงานและโครงข่ายดิจิทัล ทำให้การจัดงาน การถ่ายทอดสด และ Live รับบริจาค เป็นไปอย่างราบรื่น เปิดโอกาสให้แฟนๆ และประชาชนทั่วประเทศได้ร่วมส่งกำลังใจและสมทบความช่วยเหลือถึงชาวหาดใหญ่แบบเรียลไทม์ผ่าน AIS PLAY บรรยากาศความสนุกเริ่มต้นขึ้นด้วยวง

บรรยากาศความสนุกเริ่มต้นขึ้นด้วยวง มาการอง ที่มาแสดงเปิดในงาน ต่อด้วย ช่วงเวลาสุดพิเศษจาก โอ๊ต ปราโมทย์, ป๊อบ ปองกูล และ ว่าน ธนกฤต ที่แท็กทีมยกรายการสด “WhyLive” มาบนเวทีเพื่อเปิดรับบริจาคแบบ Real-time พร้อมด้วย URBOYTJ, เป็ก ZEAL, วง MEAN และ มนัสวีร์ พร้อมด้วยเหล่าอินฟลูเอนเซอร์อย่าง พี่เหว่ง เทพลีลา, เติ๊ด เทพลีลา และ ป๋าเต็ด ยุทธนา

นอกจากนี้ เวทียังแทบลุกเป็นไฟกับศิลปิน LITTLE JOHN และ ไททศมิตร ที่ขึ้นมาสร้างความสุขตลอดคืน ที่มาร่วมสร้างสีสันให้บรรยากาศยิ่งทวีคูณ นอกเหนือจากคอนเสิร์ตสุดมันส์แล้ว งาน “วิ่งเล่นบนหาดใหญ่ Charity” ยังอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมตั้งแต่เช้าจรดเย็น ทั้งกิจกรรมวิ่งการกุศลในช่วงเช้า และตลาดนัดร้านเด็ดในช่วงเย็น เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอีเวนต์ที่ไม่เพียงแต่สร้างความบันเทิง แต่ยังช่วยปลุกชีพเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของหาดใหญ่ให้กลับมาคึกคัก พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมส่งต่อพลังแห่งการให้แก่ชาวหาดใหญ่ไปพร้อมกัน

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดตัวนิทรรศการพิเศษชุดใหม่-“INVESTiGUARD นักสืบกันโกง” พร้อมเสวนาเสริมเกราะรู้ทันกลโกง อังคาร 28 เม.ย. นี้

0

พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน INVESTORY ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เชิญชวนผู้สนใจมาสัมผัสประสบการณ์เรียนรู้กับนิทรรศการพิเศษชุดใหม่ “INVESTiGUARD นักสืบกันโกง” เรียนรู้ด้วยตนเองและฝึกทักษะสังเกตกลโกงผ่านเกมที่จะช่วยสร้างเกราะป้องกันให้รู้เท่าทันมิจฉาชีพ พร้อมร่วมฟังเสวนาหัวข้อ “INVESTiGUARD รู้ทันภัยหลอกลงทุน” เจาะลึกภัยไซเบอร์ที่ต้องระวังในปัจจุบัน พบกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ นำโดย พันตำรวจตรี พากฤต กฤตยพงษ์ สารวัตรกลุ่มงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (CCIB) และคุณพีรพล อนุตรโสตถิ์ ผู้จัดการศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย อสมท. ดำเนินรายการโดย คุณศรวณีย์ พรมเสน ผู้ดำเนินรายการช่อง SET Zooom in

พบกันวันอังคารที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 13:30-17:00 น. ณ พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน ชั้นใต้ดิน อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ ผู้สนใจลงทะเบียนร่วมงานฟรีที่ https://s.setth.org/npy หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม SET Contact Center โทร. 0 2009 9999

เมืองไทยประกันชีวิต ผนึก LINE BK แจกประกันอุบัติเหตุกลุ่มเพิ่มความอุ่นใจรับสงกรานต์ แก่ลูกค้าสินเชื่อ LINE BK

0

เมืองไทยประกันชีวิต ผนึกกำลัง LINE BK ส่งมอบ “กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ (ไมโครอินชัวรันส์)” ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งด้านชีวิตและค่ารักษาพยาบาล เนื่องจากอุบัติเหตุ สูงสุด 100,000 บาท นาน 30 วัน สำหรับลูกค้าที่สมัคร ได้รับอนุมัติ และทำสัญญาสินเชื่อใหม่กับ LINE BK รับสิทธิ์ ผ่านช่องทาง LINE BK Official Account  เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 –31 พฤษภาคม 2569

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า  เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมกับ บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด หรือ LINE BK เดินหน้าส่งมอบความสุขและรอยยิ้ม พร้อมความอุ่นใจผ่าน “กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ 10 บาท  (ไมโครอินชัวรันส์)” ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งด้านชีวิตและค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ วงเงินสูงสุด 100,000 บาท นาน 30 วัน สอดรับกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ส่งเสริมให้ประชาชนมีหลักประกันความคุ้มครองอุบัติเหตุให้กับตนเองและครอบครัว และเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากระบบการประกันภัยเพื่อบริหารความเสี่ยงจากอุบัติเหตุได้สะดวก เข้าถึงได้ง่าย และรวดเร็วยิ่งขึ้น

นายธนา โพธิกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด กล่าวว่า LINE BK ต้องการอยู่เคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการจัดการเรื่องเงินในชีวิตประจำวัน หรือการดูแลความเสี่ยงจากเหตุไม่คาดคิด ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ จึงร่วมมือกับพันธมิตรอย่างเมืองไทยประกันชีวิต จัดแคมเปญ “สินเชื่อ LINE BK อุ่นใจ x2” มอบกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุให้กับลูกค้าสินเชื่อ LINE BK ฟรี* สำหรับลูกค้าใหม่ที่สมัคร ได้รับอนุมัติและทำสัญญาสินเชื่อสำเร็จ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 – 31 พฤษภาคม 2569  (จำนวน 10,000 สิทธิ์) เพื่อเพิ่มความอุ่นใจในการเดินทางไม่ว่าจะท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนา

ทั้งนี้ ลูกค้าสินเชื่อรายใหม่ของ LINE BK สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ความคุ้มครองง่าย ๆ ผ่านช่องทาง LINE BK Official Account กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนเพื่อรับความคุ้มครองนานถึง 30 วันนับจากวันที่เริ่มต้นคุ้มครอง ซึ่งผู้ที่จะได้รับสิทธิ์จะต้องถือสัญชาติไทยเท่านั้น และมีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ ถึง 70 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ทำประกันภัย**  

โดยความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกอบด้วย   

ข้อตกลงคุ้มครองจำนวนเงินเอาประกันภัย (บาท)
ข้อ 1. ผลประโยชน์การเสียชีวิต การสูญเสียมือ เท้า การสูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เนื่องจากอุบัติเหตุ ไม่รวมการถูกฆาตกรรมลอบทำร้ายร่างกาย และ/หรือ อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์100,000
ข้อ 2. ผลประโยชน์การเสียชีวิต การสูญเสียมือ เท้า การสูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากการถูกฆาตกรรมลอบทำร้ายร่างกาย และ/หรือ อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์50,000
ข้อ 3. ผลประโยชน์การเสียชีวิต การสูญเสียมือ เท้า การสูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เนื่องจากอุบัติเหตุสาธารณะ100,000
ข้อ 4. ผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุตามจำนวนที่จ่ายจริงไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการจ้างพยาบาลพิเศษ อุปกรณ์ค้ำยันต่าง ๆ (ยกเว้นไม้ค้ำยัน) รถเข็นผู้ป่วยอวัยวะเทียมภายนอกร่างกาย ค่ารักษาพยาบาลโดยแพทย์ทางเลือก (Alternative medicine) การฝังเข็ม5,000

คำแนะนำสำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อ: กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว ดอกเบี้ยวงเงินให้ยืม 18%-25% ต่อปี ดอกเบี้ยวงเงินให้ยืมนาโน 33% ต่อปี

AIS Business เคียงข้าง SME ออกแพ็ก 5G รองรับ WFH 99 บาท/เดือน รับมือทุกความผันผวน

0

AIS Business ตอกย้ำบทบาทในฐานะ Intelligent Infrastructure ผู้นำโครงข่ายพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะของไทย พร้อมเคียงข้างคนไทยและภาคธุรกิจในทุกสถานการณ์ เดินหน้าสนับสนุนนโยบายภาครัฐ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนและความตึงเครียดในภูมิภาค ซึ่งส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจในหลายภาคส่วน AIS Business จึงพัฒนาออกแบบโซลูชัน “Work from Anywhere” ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงขององค์กร ครอบคลุมทั้งการใช้งานแอปพลิเคชันสำคัญ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านเครือข่าย 5G สำหรับการทำงานนอกสถานที่ และการเพิ่มประสิทธิภาพอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ภายในบ้านหรือสำนักงาน รองรับการใช้งานที่ต่อเนื่อง ไม่สะดุด แม้ในช่วงเวลาที่ต้องการความคล่องตัวสูง อีกทั้งยังรองรับการใช้งานแอปพลิเคชันที่จำเป็นต่อการทำงาน เช่น Microsoft Office 365 และการประชุมออนไลน์ผ่าน Zoom นับเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการทำงานขององค์กรในปัจจุบัน ช่วยลดข้อจำกัดด้านสถานที่ และยังเพิ่มความพร้อมให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพได้จากทุกที่ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของภาครัฐที่สนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐดำเนินงานในรูปแบบ Work From Home (WFH) / Work From Anywhere (WFA) และขอความร่วมมือภาคเอกชนปรับใช้รูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น มากยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ AIS Business ยังได้ออกแบบแพ็กเกจด้านการเชื่อมต่อสำหรับลูกค้านิติบุคคล โดยผสานศักยภาพของเครือข่ายมือถือ 5G และอินเทอร์เน็ต AIS Fibre เพื่อรองรับการทำงานที่ยืดหยุ่นอย่างเต็มประสิทธิภาพ ได้แก่

  • แพ็กเกจเสริมอินเทอร์เน็ต SME 5G Work Anywhere ราคา 99 บาทต่อเดือน รองรับการใช้งาน Microsoft Office 365 และ Zoom บนมือถือได้แบบไม่จำกัด สมัครกด *545*20*207# สำหรับลูกค้านิติบุคคล
  • แพ็กเกจเสริมอินเทอร์เน็ต SME 5G Work Anywhere ราคา 229 บาทต่อเดือน เพิ่มปริมาณอินเทอร์เน็ต 25GB พร้อมใช้งาน AIS WiFi แบบไม่จำกัด รองรับการทำงานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัว  สมัครกด *545*20*204# สำหรับลูกค้านิติบุคคล
  • แพ็กเกจเสริม Speed BOOST ราคา 99 บาทต่อเดือน สำหรับเพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ต AIS Fibre ได้สูงสุด 1000/500 Mbps พร้อมปรับรูปแบบความเร็วให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน เช่น การประชุมออนไลน์ การอัปโหลดไฟล์ หรือการทำงานหลายระบบพร้อมกัน สำหรับลูกค้านิติบุคคล โดยสามารถกรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับผ่านทาง https://m.ais.co.th/MYHEpezVid

AIS Business ยังคงมุ่งยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการโครงข่าย สู่การเป็น Trusted Digital Partner ที่พร้อมสนับสนุนองค์กรไทยให้ปรับตัวสู่รูปแบบการทำงานยุคใหม่อย่างมั่นใจ และเสริมความแข็งแกร่งให้ภาคธุรกิจเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคงในทุกสถานการณ์

ปลาที่หลายคนเคยกลัว กลายเป็นทรัพยากร ชุมชนจับได้ ใช้เป็น

0

ปลาหมอคางดำ ที่ครั้งหนึ่งถูกกล่าวขานว่าเป็น “ศัตรูสายพันธุ์ต่างถิ่น” เมื่อแรกพบในประเทศไทย วันนี้กำลังเป็นบทเรียนใหม่ให้หลายชุมชน ด้วยโอกาสและคุณค่าที่เคยถูกมองข้าม ชุมชนไทยหลายแห่งเริ่มเรียนรู้และลงมือจัดการตามหลักวิชาการ มีข้อมูลวิทยาศาสตร์นำทาง และประสบการณ์ตรง ภายใต้แนวทาง ‘เจอ–แจ้ง–จับ–จบ’ ของกรมประมง ทำให้ปลาชนิดนี้ไม่ใช่ศัตรู แต่กลายเป็นแหล่งรายได้ สร้างมูลค่า และเปิดประตูสู่โอกาสทางเศรษฐกิจ

เมื่อผสานความรู้และเทคโนโลยีของนักวิจัย ปลาหมอคางดำจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ผลิตภัณฑ์หรือเมนูท้องถิ่นอีกต่อไป แต่เป็นสินค้าที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ผลงานเหล่านี้สร้างรายได้ให้ชุมชนและประเทศชาติ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า ‘ทุกปัญหามีทางออก’ขอเพียงแค่เรากล้า จับมันแล้วใช้ให้เป็น แทนที่จะจมอยู่กับดราม่าและความกลัว

ปลาหมอคางดำ หรือ Blackchin tilapia (Sarotherodon melanotheron) เป็นปลาต่างถิ่นจากแอฟริกาตะวันตก สามารถอาศัยน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ขยายพันธุ์ได้เร็วเมื่อไม่มีศัตรูธรรมชาติจึงแพร่พันธุ์ได้ต่อเนื่อง

การจับปลาหมอคางดำตามแนวคิด ‘เจอ–แจ้ง–จับ–จบ’ ไม่ได้หมายถึงเพียงเอาออกจากแหล่งน้ำ แต่กลายเป็น “จุดเริ่มต้นของคุณค่า” ที่ชุมชนสามารถต่อยอดได้จริง

หลากหลายเมนูและผลิตภัณฑ์ได้พิสูจน์แล้วว่า ปลาหมอคางดำกินได้และมีเนื้อนุ่ม คล้ายปลานิลหรือปลาหมอเทศ สามารถนำมาเป็นแหล่งโปรตีนปลอดภัย หลายชุมชนทดลองปรุงและพัฒนาสูตรเป็นอาหารพื้นบ้านหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ตอบโจทย์ทั้งรสชาติและคุณประโยชน์

ผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมแปรรูปนำปลาชนิดนี้ไปผลิตปลาป่น เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์และสัตว์น้ำ หรือให้เป็นอาหารสดทั้งปูและปลากะพง ใช้ทำอาหารปรุงสำเร็จด้วยน้ำพริก แม้กระทั่งน้ำหมักชีวภาพ หรือพัฒนาต่อยอดเชิงเทคโนโลยีเพื่อสร้างมูลค่า ทั้งผลิตภัณฑ์อาหารและสินค้าเชิงพาณิชย์ โดยล่าสุดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คิดค้นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากชิ้นส่วนปลาที่มีแคลเซียมคุณภาพสูงและมีประสิทธิภาพในการดูุดซึมเข้าสู่ร่างกาย จนได้รับรางวัลนวัตกรรมระดับสากล

การเปลี่ยนทัศนคติเหล่านี้ทำให้ปลาหมอคางดำกลายเป็น ทรัพยากรที่สร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม มากกว่าการมองเป็น “ปัญหา” แต่ก็จำเป็นต้องขับเคลื่อนควบคู่ไปกับการรักษาและฟื้นฟูสมดุลสิ่งแวดล้อมแหล่งน้ำ เพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ปลาหมอคางดำสามารถขยายพันธุ์ได้สูง วางไข่ต่อเนื่อง และปรับตัวดีกับสภาพแวดล้อม แนวทางแก้ไขจึงไม่ใช่แค่จับอย่างเดียว แต่ต้องเป็น “การจัดการเชิงระบบ” ที่ผสานทั้งการศึกษาทางวิชาการ เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมการแพร่พันธุ์ของปลา, การมีส่วนร่วมของชุมชน ตามแนวทางของกรมประมง, การพัฒนาเครือข่ายแปรรูปและตลาด ให้สินค้าจากปลาหมอคางดำมีช่องทางจำหน่ายและสร้างมูลค่าได้จริง

ในหลายประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์และสหรัฐอเมริกา ปลาหมอคางดำไม่ได้ถูกมองว่าเป็นศัตรู แต่กลายเป็นอาหาร การจับและนำไปแปรรูปจึงช่วยลดจำนวนและสร้างมูลค่าไปพร้อมกัน

สิ่งสำคัญที่สุดที่คนไทยต้องรับรู้คือ ปลาหมอคางดำกินได้จริงและสามารถสร้างรายได้ การจัดการอย่างเป็นระบบโดยชุมชนและหน่วยงานจะทำให้การแก้ปัญหายั่งยืน

เมื่อเราหยุดดราม่าเรื่อง “ปลาร้าย” และเริ่มลงมือจับมันแล้วใช้ให้เป็น ปลาหมอคางดำจะไม่ใช่ศัตรูของระบบนิเวศไทย แต่กลายเป็นทรัพยากรอาหารและโอกาสใหม่ของชุมชนได้อย่างแน่นอน.

กมธ.เกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ชื่นชม แคลเซียมชีวภาพ ผลงานนักวิจัยไทยสร้างมูลค่าเพิ่มจากปลาหมอคางดำ

0

รายงานจากเพจของ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา นายธวัช สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการ กรรมาธิการ และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน พร้อมทั้งรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาการใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำ เป็นผลิตภัณฑ์แคลเซียมชีวภาพ กับการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จากคณาจารย์และนักวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ตำบลคลองหก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

นายเรวัต ซ่อมสุข รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ไฉน น้อยแสง คณบดีคณะการแพทย์บูรณาการ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ วัชระ ดำจุติ รองคณบดีฝ่ายบริหารและวางแผน หัวหน้าวิจัยผลงาน “SARO Calcium Plus” ผลิตภัณฑ์แคลเซียมชีวภาพประสิทธิภาพสูงจากก้างปลาหมอคางดำ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมการหารือดังกล่าว

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วัชระ ดำจุติ หัวหน้าวิจัย เล่าว่า ทีมได้นำก้างของปลาหมอคางดำมาผ่านกระบวนการสกัดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จนได้เป็นแคลเซียมชีวภาพบริสุทธิ์ในรูปแคลเซียมคาร์บอเนต ปราศจากโลหะหนักและการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ และได้นำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมภายใต้ชื่อ “SARO Calcium Plus” ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีปริมาณแคลเซียมชีวภาพสูงถึงร้อยละ 12–15 ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปลาแซลมอนที่สามารถสกัดแคลเซียมได้ประมาณร้อยละ 18 มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย อาทิ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน ลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน บำรุงข้อและกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดเมื่อยและตะคริว ตลอดจนช่วยให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก

นอกจากนี้ “SARO Calcium Plus” ยังมีศักยภาพในการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม เช่น ยาสีฟัน เป็นต้น นับเป็นงานวิจัยที่ไม่เพียงสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ แต่ยังมีส่วนช่วยลดการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในระบบนิเวศอีกด้วยทั้งนี้ ผลงานดังกล่าวได้รับ “รางวัล Special Award จาก China Association of Inventions (CAI Special Award)” ซึ่งมอบให้แก่นวัตกรรมที่มีความโดดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังได้รับ “รางวัลเหรียญทองแดง” จากเวที iENA 2025 ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนวัตกรรมไทยในระดับนานาชาติได้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้ชื่นชมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการนำปลาหมอคางดำ มาสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านกระบวนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์แคลเซียมชีวภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินงานดังกล่าวนับเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปลาหมอคางดำมีข้อจำกัดทั้งในด้านกฎหมายและการนำมาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์โดยตรง คณะกรรมาธิการเห็นว่า เพื่อให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์สามารถขยายผลในระดับอุตสาหกรรมได้อย่างยั่งยืน ควรส่งเสริมการศึกษาวิจัยและพัฒนาการใช้วัตถุดิบทดแทนจากปลาชนิดอื่นที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน เช่น ปลานิล เพื่อรองรับการผลิตในเชิงพาณิชย์ในระยะยาว

อนึ่ง คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูลและความคิดเห็นที่ได้รับจากการศึกษาดูงานครั้งนี้ไปใช้ประกอบการพิจารณาจัดทำรายงานการพิจารณาศึกษา และดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกวุฒิสภา เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศต่อไป

ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดสัญจร จ.ระยอง เสาร์ 25 เม.ย. นี้ ครบจบทุกเรื่องลงทุนในงานเดียว

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เดินสายจัดกิจกรรมให้ความรู้ ส่งเสริมการวางแผนลงทุนเพื่ออนาคตประเดิมจัด “ตลาดหลักทรัพย์ฯ สัญจร จ.ระยอง” รวมตัวผู้เชี่ยวชาญ นักวิเคราะห์และนักลงทุนชั้นนำ เปิดมุมมอง อัปเดตเทรนด์และกลยุทธ์ พร้อมแนะทางเลือกลงทุนทั้ง หุ้นไทย หุ้นนอก กองทุนรวม ฟิวเจอร์ส และออปชัน งานเดียวครบ จบทุกเรื่องลงทุน จัดเต็มสัมมนาและเวิร์กชอปเครื่องมือเทรดเข้มข้นตลอดวัน

  • “ลงทุนเป็น เห็นพอร์ตโต” โดย พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ CFP® บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ จรูญพันธ์ วัฒนวงศ์ เพจน้าแดง x นักลงทุน และ ชัชวนันท์ สันธิเดช (อาร์ท) นายกสมาคมนักลงทุนหุ้นไทย
  • “ถอดสูตรลงทุน เลือกหุ้นฉบับมือใหม่ แบบ Step by Step” โดย กวี ชูกิจเกษม บล.พาย
  • “สแกนตลาด หาโอกาสในหุ้นไทย หุ้นโลก” โดย กิจพณ ไพรไพศาลกิจ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ธีร์ธนัตถ์ จิราศิริวัชร บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) และ ชาญชัย พันทาธนากิจ บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย)
  • Investor Toolkit ใช้เครื่องมือเทรดให้เป็น เห็นโอกาส” โดย สินธนันทน์ บุญยอด บล.บัวหลวง และ ณรงค์รักษ์ มหาปิยศิลป์ เพจ TFEX Station

พร้อมรับคำแนะนำทางเลือกลงทุนครบวงจรจากกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรึกษาและเปิดบัญชีลงทุนครบวงจร ทั้งหุ้นไทย หุ้นนอก กองทุนรวม และ TFEX จากและโบรกเกอร์ชั้นนำร่วม 20 แห่ง

พบกันวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 เวลา 9.00-17.00 น. ณ โรงแรมโกลเด้นซิตี้ ระยอง เข้าร่วมงานฟรี ที่นั่งจำนวนจำกัด ลงทะเบียนล่วงหน้าที่ https://www.setinvestnow.com/th/set-road-show-rayong-2026 รับฟรี Gift Set กระเป๋า #investnow และหนังสือ THE INVESTORS ไม่ว่าคุณจะมือใหม่ หรือมือโปร ก็ห้ามพลาด!

KTC แนะวางแผนใช้จ่ายเงิน เที่ยวสงกรานต์ไม่สะดุด

0

สงกรานต์ยังคงเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญที่ช่วยเติมความคึกคักให้กับเศรษฐกิจไทย ทั้งในมิติของการท่องเที่ยว การเดินทาง การใช้จ่ายด้านอาหารและการสังสรรค์ รวมถึงกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว อย่างไรก็ตาม ภายใต้บรรยากาศความสนุกสนานของเทศกาลปีใหม่ไทย ความท้าทายด้านการเงินส่วนบุคคลยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่ผู้บริโภคไม่อาจมองข้าม โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากเหตุการณ์ความขัดแย้งและสงครามในหลายภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2569 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สถิติปี 2568 สะท้อนพลังการใช้จ่ายช่วงเทศกาล

ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า เทศกาลสงกรานต์ปี 2568 มีเงินสะพัดกว่า 134,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้า และถือเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายปีนับตั้งแต่ช่วงโควิด-19 สะท้อนว่าคนไทยยังคงให้ความสำคัญกับการเฉลิมฉลองและการใช้จ่ายเพื่อคุณภาพชีวิต แม้จะเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพและภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์เห็นตรงกันว่า ตัวเลขการใช้จ่ายในระดับมหภาค ไม่ได้หมายความว่าฐานะการเงินของทุกครัวเรือนจะแข็งแรงเท่ากัน หลายครอบครัวยังคงต้องจัดสรรรายได้อย่างระมัดระวัง เพื่อให้สามารถรับมือกับค่าใช้จ่ายหลังช่วงวันหยุดยาวได้โดยไม่สะดุด

ปี 2569 กับเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง

แม้เศรษฐกิจไทยยังมีแรงหนุนจากการบริโภคภายในประเทศและการท่องเที่ยว แต่มุมมองต่อปี 2569 ยังเต็มไปด้วยความ          ไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก ทั้งความผันผวนด้านราคาพลังงาน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อรายได้ของภาคครัวเรือนอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในบริบทนี้ การใช้จ่ายช่วงสงกรานต์จึงไม่ใช่เรื่องของ “ใช้จ่ายได้แค่ไหน” แต่เป็นเรื่องของ “ใช้อย่างไรให้เหมาะสม” เพื่อให้ความสุขในช่วงเทศกาลไม่กลายเป็นภาระทางการเงินในระยะยาว

วางแผนดี สงกรานต์ก็ยังสนุกได้

การใช้จ่ายในช่วงเทศกาลควรเริ่มต้นจากการวางแผนงบประมาณล่วงหน้า แยกค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าเดินทางและค่าที่พัก ออกจากค่าใช้จ่ายด้านความบันเทิง รวมถึงกันเงินสำรองไว้สำหรับค่าใช้จ่ายหลังวันหยุด บทเรียนจากหลายปีที่ผ่านมา พบว่าครัวเรือนจำนวนไม่น้อย มักเผชิญความตึงตัวทางการเงินในเดือนถัดไป เนื่องจากใช้จ่ายเกินแผนโดยไม่รู้ตัว ในช่วงสงกรานต์ บัตรเครดิตเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นการจองตั๋วเดินทาง โรงแรม ร้านอาหาร หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินระหว่างการเดินทาง อย่างไรก็ตาม บัตรเครดิตควรถูกใช้ในฐานะ “เครื่องมือบริหารกระแสเงินสด” ไม่ใช่ทางลัดในการใช้จ่ายเกินกำลัง ผู้นำธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค อย่าง “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้พัฒนาฟังก์ชันที่ช่วยให้สมาชิกบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” สามารถติดตามยอดใช้จ่าย แยกหมวดค่าใช้จ่าย และเห็นภาพรวมภาระทางการเงินได้ชัดเจน ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายช่วงเทศกาลให้เป็นระบบมากขึ้น

ความสุขของสงกรานต์อยู่ที่การวางแผน

การใช้บัตรเครดิตให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ได้อยู่ที่จำนวนวงเงิน แต่คือการเลือกใช้สิทธิพิเศษอย่างเหมาะสม เช่น ส่วนลดร้านอาหาร สิทธิประโยชน์ด้านการเดินทาง หรือการใช้คะแนนสะสมเพื่อลดค่าใช้จ่าย ซึ่งช่วยเพิ่มความคุ้มค่าโดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากขึ้น ผู้ถือบัตรควรติดตามสิทธิพิเศษอย่างสม่ำเสมอ และเลือกใช้รายการที่ตรงกับความจำเป็น ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรเครดิตควรใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น และมั่นใจว่าสามารถชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงภาระดอกเบี้ยบัตรเครดิตซึ่งอาจสูงถึง 16% ต่อปี

ปลอดภัยไว้ก่อน ใช้บัตรอย่างมั่นใจช่วงเดินทาง

อีกประเด็นสำคัญในช่วงสงกรานต์ คือ ความปลอดภัยในการใช้บัตรเครดิต โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางหรือใช้จ่ายนอกสถานที่    ผู้ถือบัตรควรเก็บบัตรไว้ใกล้ตัว หลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลบัตร ตรวจสอบยอดใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันอย่างสม่ำเสมอ และเปิดระบบแจ้งเตือนทุกครั้งที่มีการใช้จ่าย  บริการแจ้งเตือนและระบบดูแลความปลอดภัยของเคทีซี ช่วยให้ผู้ถือบัตรรับรู้ความเคลื่อนไหวได้แบบเรียลไทม์ ลดความเสี่ยงจากการทุจริตในช่วงที่มีการใช้บัตรผิดปกติ

ตัวอย่างจากผู้ใช้จริง: สนุกแต่ไม่ทิ้งภาระ

ผู้ถือบัตรวัยทำงานรายหนึ่งเล่าว่า สงกรานต์ปีที่ผ่านมาเลือกใช้บัตรเครดิตกับค่าเดินทางและที่พัก เนื่องจากวางแผนงบไว้ล่วงหน้า และชำระคืนเต็มจำนวนเมื่อสิ้นรอบบัญชี ทำให้ไม่เกิดภาระดอกเบี้ยและไม่กระทบค่าใช้จ่ายในเดือนถัดไป  ขณะที่อีกครอบครัวหนึ่งเลือกปรับรูปแบบการเฉลิมฉลองเป็นกิจกรรมใกล้บ้าน ลดค่าเดินทาง แต่ยังคงบรรยากาศความสุขได้ครบถ้วน โดยใช้บัตรเครดิตเฉพาะค่าใช้จ่ายหลัก ทำให้สามารถควบคุมงบทั้งเทศกาลได้ตามแผน

เคล็ดลับสมัครบัตรเครดิตให้เหมาะ ไม่เป็นภาระ

สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาสมัครบัตรเครดิต ควรเริ่มจากการประเมินพฤติกรรมการใช้จ่ายของตนเอง เช่น ใช้จ่ายด้านใดมากที่สุด เดินทางบ่อยหรือไม่ หรือใช้จ่ายผ่านร้านอาหารและออนไลน์เป็นหลัก จากนั้นเลือกบัตรที่ให้สิทธิประโยชน์สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ มากกว่าการสมัครบัตรหลายใบโดยไม่จำเป็น การเลือกบัตรเครดิตเคทีซีในกลุ่มที่หลากหลาย ช่วยตอบโจทย์ผู้ใช้ที่แตกต่าง ทั้งด้านไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยว และการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยสิ่งสำคัญคือการพิจารณาเงื่อนไขรายได้ขั้นต่ำ วงเงิน และค่าธรรมเนียมให้เหมาะสมกับความสามารถในการชำระ เพื่อป้องกันปัญหาทางการเงินในอนาคต

สงกรานต์สนุกได้ หากการเงินไม่สะดุด

แม้เศรษฐกิจในปี 2569 อาจยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก แต่หากมีการวางแผนการใช้จ่ายที่ดี เลือกใช้เครื่องมือทางการเงินอย่างเหมาะสม และรักษาวินัยในการชำระคืน ก็ยังสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุข สนุกกับเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างเต็มที่ท้ายที่สุด ความสุขในช่วงสงกรานต์อาจไม่ได้วัดจากจำนวนเงินที่ใช้ แต่คือการกลับมาใช้ชีวิตหลังวันหยุดได้อย่างมั่นคง โดยไม่ต้องกังวลกับการเงินที่สะดุดตามมา

ที่มา เคทีซี (บมจ. บัตรกรุงไทย)

ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือ สตช. เซ็น MOU ต่อปีที่ 4 เดินหน้าเสริมภูมิคุ้มกันทางการเงินให้ตำรวจและครอบครัว

0

อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และพลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงนาม MOU ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อยกระดับการส่งเสริมความรู้ด้านการวางแผนการเงิน การลงทุน และการบริหารจัดการหนี้แก่ข้าราชการตำรวจและครอบครัว โดยร่วมมือดำเนินงานตั้งแต่ปี 2564 และประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม มีผู้เรียนรู้ผ่าน SET e-learning กว่า 116,000 ครั้ง และโมเดล Happy Money in Action เส้นทางสร้างสุขทางการเงิน ช่วยให้ข้าราชการตำรวจและครอบครัว สามารถลดหนี้ ประหยัดค่าใช้จ่าย ออมเพิ่มได้ พร้อมสร้างต้นแบบและต้นกล้าทางการเงินประเภทบุคคลและครอบครัว รวมทั้งสิ้น 49 ราย

สำหรับการลงนาม MOU ครั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะทำงานร่วมกันอีก 3 ปี ตั้งแต่ปี 2569-2571 เพื่อสานต่อเป้าหมายโดยมีการขยายขอบเขตความรู้ครอบคลุมถึงครอบครัวข้าราชการตำรวจ มุ่งเน้นการสร้างรากฐานการเงินที่เข้มแข็งจากระดับครัวเรือน นำไปสู่การมีภูมิคุ้มกันทางการเงินที่มั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

gettgo ร่วม ททท. ดันเทรนด์ Longevity Travel ชวน Gen Y เที่ยวใกล้กรุง ฟื้นพลังชีวิต

0

เทรนด์การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพกำลังเติบโต โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหาการเดินทางเพื่อเติมพลังชีวิต gettgo จึงร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ, Ascend Travel , บริษัทรถเช่า ทรู ลีสซิ่ง , gettgo และ Sanook.com เปิดตัวแคมเปญ Journey of Longevity” ชวนคนเมืองออกเดินทางใกล้กรุง ผ่านเส้นทางท่องเที่ยว 7 จังหวัดภาคกลาง เพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจอย่างยั่งยืน

แคมเปญนี้มุ่งเน้นกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Y อายุ 28-43 ปี ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ  การพักผ่อน และ Work-Life Balance มากขึ้น พร้อมนำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวแนว Longevity Travel    ที่ผสานธรรมชาติ วิถีชุมชน และกิจกรรมเพื่อสุขภาพใน 7 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี และอ่างทอง

โดยแนวคิด “Journey of Longevity” ถูกออกแบบเพื่อให้การเดินทางไม่ใช่เพียงการพักผ่อน แต่เป็นการฟื้นฟู ทั้งร่างกายและจิตใจ ผ่านประสบการณ์ Well-Taste อาหารสุขภาพ, Well-Stay ที่พักท่ามกลางธรรมชาติ, Well-Sight วิถีชุมชน และ Wellness Activities เพื่อช่วยให้คนเมืองที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบได้ออกเดินทางใกล้กรุงเติมพลังชีวิต และกลับมาใช้ชีวิตอย่างสมดุลอีกครั้ง

“การเดินทางในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการท่องเที่ยว แต่คือการดูแลคุณภาพชีวิตในระยะยาว โดยเฉพาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการพักผ่อน เติมพลัง และสร้างสมดุลให้กับชีวิต” นายวรวัฒน์ โรจน์รังษี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด กล่าว พร้อมระบุว่า gettgo สนับสนุนแนวคิด Journey of Longevity เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพกายและใจ พร้อมนำประกันภัยมาเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง เพื่อช่วยดูแลความเสี่ยงและสร้างความอุ่นใจในทุกทริป

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวโน้มการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความยั่งยืน โดย gettgo ร่วมสนับสนุนการเดินทางของนักท่องเที่ยวผ่านโซลูชันประกันภัยที่ตอบโจทย์การเดินทางใกล้กรุงและทริประยะสั้น โดยมอบส่วนลด 20% สำหรับประกันรถยนต์ระยะสั้น 30 / 90 / 180 วัน จากวิริยะประกันภัย เพื่อตอบโจทย์การเดินทางระยะสั้นแบบ Longevity Travel  เพียงใช้โค้ด PRTAT20  และ นอกเหนือจากนี้นักท่องเที่ยว สามารถเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆจากแคมเปญได้โดยตรงผ่าน Website www.journeyoflongevity.com ระยะเวลาแคมเปญตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน – 15 มิถุนายน 2569 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://tat.gettgo.com/motor/monthly