Home Blog Page 2

AIS Business ผนึก ไมโครซอฟท์ เปิดตัวโครงการ “AI Ready for SMEs” เร่งการขับเคลื่อนการใช้ AI อย่างปลอดภัย เสริมศักยภาพ SMEs ไทย สร้างแต้มต่อการแข่งขันในยุคดิจิทัล

0

AIS Business ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อองค์กรธุรกิจ ร่วมกับ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ประกาศเปิดตัวโครงการ “AI Ready for SMEs” ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบแพ็กเกจที่ตอบโจทย์ SMEs การเข้าถึงโซลูชัน ผ่านการจัดกิจกรรมโรดโชว์ และการพัฒนา AI Agent Template โดยมีเป้าหมายสำคัญในการร่วมผลักดันและเสริมขีดความสามารถให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ในประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนกว่า 3.13 ล้านราย หรือคิดเป็น 99.6% ของภาคธุรกิจ จึงถือเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ ให้สามารถนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้และยกระดับการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย พร้อมเสริมศักยภาพในการแข่งขันและการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว 

นายภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “AIS ในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ หรือ National Digital Infrastructure มุ่งยกระดับศักยภาพของภาคธุรกิจไทยผ่านโครงข่ายและบริการดิจิทัลที่ครอบคลุม เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและยุค AI โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการขับเคลื่อน GDP โดยที่ผ่านมา AIS Business ได้เดินหน้าพัฒนาโซลูชันและสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยยกระดับศักยภาพ SMEs ไทย ให้สามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและการแข่งขันทางธุรกิจที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ความร่วมมือระหว่าง AIS Business และ Microsoft ในครั้งนี้ จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการผสานศักยภาพของโครงข่ายอัจฉริยะเข้ากับเทคโนโลยี AI ระดับโลก เพื่อสร้าง Smart Solutions สำหรับ SMEs ไทย ให้ AI เป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่าย ใช้งานได้จริง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับผู้ประกอบการทุกระดับ ผ่านแพ็กเกจบริการที่ออกแบบสำหรับ SMEs โดยเฉพาะ พร้อมเดินหน้ากิจกรรม Workshop และ Enablement Program ที่จะช่วยสร้างความเข้าใจและสนับสนุนการประยุกต์ใช้ AI ได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ไทยอย่างยั่งยืน”

3 กลยุทธ์หลักขับเคลื่อนโครงการ “AI Ready for SMEs” ครอบคลุมทั้งการเข้าถึงโซลูชัน การพัฒนาทักษะ และการสร้างสรรค์นวัตกรรม AI เพื่อธุรกิจ SME ไทย ได้แก่

  1. แพ็กเกจที่ครอบคลุมเพื่อ SMEs ออกแบบเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของ SMEs ให้เข้าถึงและได้รับประโยชน์จากพลังของ AI ได้อย่างสะดวกและคุ้มค่า
  • แพ็กเกจ SME AI Ready ผสานศักยภาพของ Microsoft 365 และ Copilot ที่มาพร้อมพลังของ AI เพื่อการใช้งานของธุรกิจยุคใหม่ พร้อมบริการหลังการขายโดย AIS Service Desk ทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน Hotline 1740  สนับสนุน SMEs เริ่มต้นการใช้งานได้อย่างสะดวก ปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจในการดำเนินงานที่ราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • สิทธิพิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สมัครแพ็กเกจ Copilot 1,000 รายแรก รับสิทธิ์เข้าร่วมเวิร์คช็อปการใช้ Copilot ได้ฟรี และสำหรับลูกค้าที่สมัครใช้บริการตั้งแต่ 10 ไลเซนส์ขึ้นไป รับสิทธิ์กิจกรรมฝึกอบรมแบบไพรเวทถึงออฟฟิศ ไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้มีความเข้าใจและความพร้อมในการใช้งาน AI ได้อย่างตรงความต้องการและเต็มศักยภาพ
  1. การพัฒนาทักษะ AI ให้ SMEs ทั่วประเทศ AIS และไมโครซอฟท์ ร่วมกันผลักดันแผนพัฒนาทักษะ AI ให้กับ SMEs ผ่านการจัดกิจกรรมโรดโชว์ทั้งในกรุงเทพฯ และขยายไปยังจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญครอบคลุมทั้ง 7 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าที่จะเข้าถึงและเสริมสร้างความรู้ด้าน AI ให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs มากกว่า 700 รายภายในสิ้นปี 2569 ไม่เพียงเท่านั้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ ไมโครซอฟท์ยังได้นำหลักสูตรฝึกอบรมทักษะ AI จากโครงการ  Microsoft Elevate มาอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ของ AIS เพื่อให้ SMEs สามารถเรียนรู้และพัฒนาทักษะตามความต้องการของแต่ละธุรกิจ เพื่อเป้าหมายสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางดิจิทัลให้กับประเทศไทยในระยะยาว
  1. SME AI Agent โซลูชัน AI พร้อมใช้สำหรับ SMEs เพื่อตอบโจทย์การนำ AI Agent ไปใช้ในการใช้งานจริงของแต่ละธุรกิจ ในรูปแบบ AI Agent Template ที่ช่วยให้ SME สามารถสร้างและปรับแต่งเอเจนต์เฉพาะธุรกิจบน Copilot นำร่องด้วย Business Assistant AI โซลูชั่น AI เพื่อช่วยเจ้าของธุรกิจมีข้อมูลเชิงลึกและคำแนะนำที่แม่นยำยิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพของทีม และในอนาคตมีแผนที่จะขยายไปยังฟังก์ชันอื่นๆ เช่น ทรัพยากรบุคคล และการเงิน เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของธุรกิจในระยะยาว ตลอดจนพัฒนาโซลูชัน AI สำหรับ SME ในภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ อาทิ AI Agent สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจไปสู่ดิจิทัล และพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจไทยอย่างต่อเนื่อง

      “SMEs คือรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย และเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศ ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการรายย่อยต้องเผชิญข้อจำกัดในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ทั้งด้านทักษะ บุคลากร และงบประมาณ แต่ในโลกของ AI ข้อจำกัดเหล่านี้กำลังลดลงอย่างมาก ทำให้ SMEs สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น และสร้างการเติบโตได้อย่างเป็นรูปธรรม” นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และตลาดใหม่ กล่าวและเสริมว่า “ในยุค AI ความได้เปรียบทางธุรกิจไม่ได้วัดจากขนาดขององค์กร แต่ขึ้นอยู่กับความเร็วในการปรับตัวและการนำเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดผลจริง สำหรับ SMEs ไทย AI คือโอกาสในการยกระดับผลิตภาพ สร้างนวัตกรรม และขยายโอกาสทางธุรกิจ ไมโครซอฟท์เชื่อว่าความร่วมมือกับ AIS Business จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงเทคโนโลยี ทักษะ และระบบสนับสนุนที่จำเป็น เพื่อเปลี่ยนศักยภาพให้เป็นผลลัพธ์ที่วัดได้ และเติบโตอย่างมั่นคงในโลกใหม่”

     นายสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย กล่าวว่า “ในฐานะองค์กรหลักที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนของผู้ประกอบการไทย เราเล็งเห็นถึงความสำคัญในการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจของ SMEs ไทย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับรากฐานของเศรษฐกิจประเทศ โครงการ “AI Ready for SMEs” จากความร่วมมือระหว่าง AIS Business และไมโครซอฟท์ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสนับสนุนให้ SMEs สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโซลูชันที่ปลอดภัย ใช้งานสะดวก ควบคู่กับการพัฒนาทักษะและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง โครงการดังกล่าวมีส่วนช่วยลดช่องว่างทางเทคโนโลยี เปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ และเสริมศักยภาพให้ SMEs ไทยสามารถเติบโตและแข่งขันได้ในเวทีระดับนานาชาติ”

โครงการ “AI Ready for SMEs” พร้อมให้บริการตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2569 โดย ผู้ประกอบการ SMEs ที่สนใจ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซต์  https://www.ais.th/business/sme/sme-campaign/sme-ai-ready

เมืองไทยประกันชีวิต จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “PUPPY YOGA BKK” ชวนลูกค้าดูแลสุขภาพและฮีลใจไปกับเหล่าน้องหมาสุดคิวท์

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้าส่งมอบความสุขและรอยยิ้ม พร้อมส่งเสริมการมีสุขภาพที่แข็งแรงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจัดกิจกรรมสุดพิเศษ“PUPPY YOGA BKK” ให้กับลูกค้าและสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ มาขยับร่างกายและฮีลใจไปกับความน่ารักของแก๊งน้องหมาในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความรอยยิ้มและสนุกสนาน  โดยในงานมี นางสาวสาริศา ล่ำซำ ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กร  บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติกล่าวต้อนรับลูกค้าและสมาชิกเมืองไทย สไมล์คลับที่เข้าร่วมกิจกรรม งานดังกล่าวจัดขึ้นที่ Mind Over Matters

โดยกิจกรรม “PUPPY YOGA BKK” ในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สุขภาพดีต้องมาคู่กับความจอย” เพื่อเปิดประสบการณ์พร้อมยกระดับไลฟ์สไตล์การดูแลตัวเองของลูกค้า ไปกับการดีไซน์รูปแบบการเล่นโยคะแนวใหม่ให้ทุกคนได้ขยับร่างกาย พร้อมฮีลใจไปถึงระดับเซลล์ไปกับแก๊งน้องหมาตัวจิ๋วสุดน่ารักอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ เป็นกันเอง และเต็มไปด้วยพลังงานบวก

การจัดกิจกรรมดังกล่าวยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความใส่ใจของเมืองไทยประกันชีวิต ที่ไม่ได้มุ่งเน้นดูแลลูกค้าเพียงแค่เรื่องความคุ้มครองเท่านั้น แต่ยังตั้งใจมอบสิทธิประโยชน์พร้อมกิจกรรมด้านสุขภาพที่หลากหลาย ให้ลูกค้าได้ดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ผ่านกิจกรรมที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี เพื่อสร้างความสุขให้แก่ลูกค้าในทุกช่วงเวลา

สำหรับสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ สามารถติดตามกิจกรรมสุดเอกซ์คลูซีฟและสิทธิประโยชน์มากมายที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างครอบคลุม ทั้งในด้านสุขภาพ การท่องเที่ยว ไดน์นิ่ง และความบันเทิงที่มีให้ร่วมสนุกตลอดทั้งปี โดยสามารถติดตามข่าวสารได้ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ แอปพลิเคชัน MTL Click ดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android  หรือเว็บไซต์ www.muangthai.co.th หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ Muang Thai Life ตลอดจนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1766 เมืองไทยประกันชีวิต หรือศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศ

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย “วันวิสาขบูชา ขึ้น15ค่ำ เดือน 6 ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน” 31พฤษภาคม 2569 วันสำคัญของโลก

0

28พค.2569 02.10น. พ่อบุญเกตุ วงษ์ใบแก้ว ได้เดินทางไปหาแม่บุญช่วย วงษ์ใบแก้ว ที่เดินทางไปก่อน2ปี รอพ่อเดินทางตามรอยพระพุทธเจ้าไปด้วยกัน
พ่อได้มอบ”พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ฐานแซม”ที่ใช้ประจำตัวให้เซียนเจี๊ยบเป็นมรดก  พระสมเด็จองค์นี้เนื้อจัดมากพ่อใช้แขวนคอองค์เดียว ได้จากปู่มา รักล่อนหลุดไปเยอะ แต่ยังเห็นชิ้นเล็กๆหลายชิ้นอยู่ รักหนาออกสีน้ำตาลดำ แบบนี้รักมีอายุเกินร้อยปี
หลังหลุมบ่อรอยปริ น้อยหน่อย
แต่ฝ้ารักน้ำตาล มีให้เห็น ฝ้าขาวที่รักล่อนหลุด  ขอบหดตัว ข้างตอกตัด
พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ฐานแซม  “องค์พ่อเกตุ” ที่สุดของชีวิตเซียนเจี๊ยบ ที่ได้ของล้ำค่าจากพ่อ
“รักพ่อมากนะครับ ลูกสัญญาจะเป็นคนดี เดินตามรอยแม่พ่อ ตามรอยพระพุทธเจ้่า เข้าสู่นิพพาน ครับพ่อเกตุ

“พระอาจารย์สอนเซียนเจี๊ยบบอกต่อ” หวานเจี๊ยบนะจ๊ะเธอ

เจี๊ยบบางกรวยเดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897

AIS ฉลอง Pride Festival 2026 ยกระดับโครงข่ายอัจฉริยะด้วย AI ทุกจุดขบวนพาเหรดสีรุ้ง เสิร์ฟสิทธิพิเศษ-ความบันเทิงแห่งความหลากหลาย ตอกย้ำแบรนด์ที่ให้ทุกตัวตนได้เฉิดฉาย

0

AIS ผู้นำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะของไทย ร่วมเฉลิมฉลอง Pride Festival 2026 ภายใต้แนวคิด “AIS Connect the World…with PRIDE” เชื่อมต่อทุกความภาคภูมิใจจากไทยสู่สายตาโลก พร้อมร่วมผลักดันประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางแห่ง Pride ระดับโลก จึงเป็นโอกาสที่ AIS มองว่าการเชื่อมต่อไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสัญญาณ แต่คือพลังที่ทำให้ผู้คนได้สื่อสาร แชร์ความสุข และส่งต่อความหลากหลายอย่างได้ในทุกโมเมนต์สำคัญ ทั้งพื้นที่จัดงาน และเส้นทางขบวนพาเหรดทั่วประเทศ ทั้งนี้ AIS จึงได้จัดเต็มโครงข่ายอัจฉริยะ สิทธิพิเศษ ความบันเทิง และกิจกรรมตลอด Pride Month ผ่าน 5 Pride Experiences ได้แก่ Pride Connected เครือข่ายที่พร้อมให้บริการทุกความภาคภูมิใจ, Pridevilege สิทธิพิเศษในเดือนแห่ง Pride, Pridetertainment ความบันเทิงที่เอาใจทุกตัวตน, Prideverse เนรมิต AIS SIAM สู่จักรวาลแห่ง Pride ใจกลางเมือง และ Pridetination ต้อนรับทุกความภูมิใจจากทั่วโลกสู่เมืองไทย เพื่อให้ Pride Month เชื่อมต่อกับทุกไลฟ์สไตล์ ให้ทุกตัวตนได้เฉิดฉายและภาคภูมิใจในแบบของตัวเอง พร้อมตอกย้ำบทบาทไทยในฐานะ World Pride Destination และ Inclusive City ที่ต้อนรับทุกความหลากหลายจากทั่วโลก

ทั้ง 5 ประสบการณ์ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อ Pride Month เข้ากับชีวิตประจำวันของผู้คนในหลายมิติ ตั้งแต่โครงข่าย สิทธิพิเศษ ความบันเทิง พื้นที่แห่งการแสดงออก ไปจนถึงการต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลก

1. Pride Connected: เครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังทุกโมเมนต์แห่งความภูมิใจ AIS เสริมกำลังโครงข่ายสัญญาณเต็มพื้นที่ เพิ่มการติดตั้งสถานีฐานชั่วคราว (Temporary Base Station) รวมถึงการจัดวางสถานีฐานเคลื่อนที่ (Mobile Base Station Car) ยกระดับโครงข่าย AIS 5G-ADVANCED อัจฉริยะด้วย AI และ Autonomous Network เพื่อรองรับการใช้งานในพื้นที่จัดงาน Pride Festival 2026 และเส้นทางพาเหรดสำคัญทั่วประเทศ โดยเฉพาะแลนด์มาร์กหลักในกรุงเทพฯ อาทิ ราชประสงค์ สยามสแควร์ สีลม ช่องนนทรี สนามเทพหัสดิน และพื้นที่กิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นจุดรวมพลังของผู้คนหลากหลายตัวตน มากกว่าการเชื่อมต่อสัญญาณ แต่ AIS ยังพร้อมเชื่อมโยงผู้คน ความรู้สึก ให้ทุกตัวตนได้แชร์ความสุขได้อย่างเต็มที่

2.Pridevilege: สิทธิพิเศษที่เติมสีสันให้ทุกวันของ Pride Month AIS ส่งต่อสีสันแห่ง Pride Month ผ่าน AIS Points ให้ลูกค้าใช้เพียง 1 พอยท์ แลกรับส่วนลดเมนูพิเศษจาก Mister Donut และ Swensen’s พร้อมชวนลูกค้าเซเรเนดร่วมกิจกรรม Sticker of Pride ณ Serenade Club ทุกสาขา เพื่อสะท้อนตัวตนและความภาคภูมิใจในแบบของตัวเอง สิทธิพิเศษนี้ไม่ใช่แค่รางวัล แต่คืออีกหนึ่งพื้นที่ ที่ทำให้ทุกคนได้ภูมิใจในความเป็นตัวเองมากขึ้น

3.Pridetertainment: ความบันเทิงที่เปิดพื้นที่ให้ทุกตัวตนเปล่งประกาย AIS PLAY จัดเต็มคอนเทนต์แห่งความหลากหลายตลอด Pride Month พร้อมให้ลูกค้าใช้ AIS Points แลกรับสิทธิ์ดูฟรีและส่วนลดแพ็กเกจความบันเทิงบนแอป myAIS ทั้งซีรีส์บอยเลิฟ เกิร์ลเลิฟ วาไรตี้ ซีรีส์เกาหลี-จีนสุดฟินจากแพ็กเกจ PLAY Asian และความบันเทิงบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชั้นนำระดับโลกอีกมากมาย รวมถึงซีรีส์แนวตั้งสุดจุใจ เพื่อเลือกชมเรื่องราวที่ใช่และสนุกในแบบที่เป็น เพราะ AIS PLAY พร้อมเป็นแพลตฟอร์มให้ทุกความรักและทุกตัวตนได้เปล่งประกายอย่างเท่าเทียม

4.Prideverse: เปลี่ยน AIS SIAM เป็นจักรวาลแห่ง Pride ใจกลางเมือง AIS เปลี่ยน AIS SIAM ให้เป็นแลนด์มาร์ก Pride Festival 2026 ใจกลางเมือง ภายใต้คอนเซ็ปต์“Prideverse” จักรวาลแห่งความภาคภูมิใจที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้ตลอดเดือน จัดเต็มกิจกรรมหลากหลายทั้ง TRANSMISSION 2026 powered by AIS SIAM งานนิทรรศการ ข้ามเพศ ข้ามเวลา สู่ภารกิจแห่งความเท่าเทียม และ Talk Series พร้อมร่วมสำรวจเฉดสีแห่งจิตวิญญาณผ่านมิติ กฎหมาย สุขภาวะ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ครอบครัว และความสัมพันธ์ โดยเครือข่าย Trans Pride Thailand รวมถึงยังมี เวทีดนตรี SIAM SQUARE PRIDE Stage กิจกรรม AIS SIAM PET CLUB ในธีม POWTY WITH PRIDE และกิจกรรม SIAM SQUARE PRIDE PARADE ขบวนพาเหรดสุดยิ่งใหญ่ ที่ชวนชาวสยามทิ้ง E-Waste เพื่อแปลงโฉมขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้กลายเป็น “ชุดปัง” ในขบวน ก่อนนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี เพื่อให้ AIS SIAM ให้คนได้โชว์ความสามารถและได้ปล่อยของอย่างเต็มที่ตลอดเดือนแห่งความเท่าเทียมนี้

5.Pridetination: ต้อนรับทุกความภูมิใจจากทั่วโลกสู่ประเทศไทย AIS ต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลกสู่ประเทศไทยในฐานะ Pridetination ด้วย AIS LUCKY TOURIST SIMซิมนักท่องเที่ยวผ่าน eSIM ที่เชื่อมต่อง่าย ใช้งานสะดวก และอุ่นใจตลอดทริป พร้อมแพ็กเกจเน็ตอันลิมิเต็ดเต็มสปีด โทรฟรีในเครือข่าย AIS โบนัสโทรต่างประเทศ 100 บาท ใช้งานได้นานสูงสุด 30 วัน ราคาเริ่มต้น 399 บาท ให้ทุกคนแชร์โมเมนต์และเฉลิมฉลองความเป็นตัวเองในเมืองไทยได้อย่างมั่นใจ

สำหรับ AIS การร่วมฉลอง Pride Month ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสนับสนุนกิจกรรมในช่วงเวลาหนึ่ง แต่คือความตั้งใจในการนำศักยภาพด้านเทคโนโลยี เครือข่าย และบริการ มาพัฒนาให้ตอบโจทย์ทุกความหลากหลายของผู้คน เพราะ AIS เชื่อว่าทุกตัวตนมีคุณค่า ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ทุกคนควรได้ใช้ชีวิต เชื่อมต่อ และภาคภูมิใจในความเป็นตัวเองได้อย่างมั่นใจ นี่คือบทบาทของ AIS ในฐานะแบรนด์ที่เข้าใจความหลากหลาย และพร้อมให้ทุกตัวตนได้เฉิดฉายในแบบของตัวเอง

คณะทูตนานาประเทศ ร่วมชมนวัตกรรมอาหารไทยสู่เวทีโลกจาก CPF ในงาน THAIFEX–Anuga Asia 2026

0

ในงาน THAIFEX–Anuga Asia 2026 ตลอดหลายวันที่ผ่านมา บูธของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ภายใต้แนวคิด “Food Innovation for Wellness” ต้อนรับแขกผู้มาเยือนจากหลากหลายประเทศ ทั้งคณะทูต ผู้แทนภาครัฐ และพันธมิตรทางธุรกิจ ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและชมนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง.

ตลอดการจัดงาน คณะทูตและผู้แทนจากหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา ไอร์แลนด์ เบลเยียม ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหภาพยุโรป และเดนมาร์ก ได้เข้าเยี่ยมชมบูธ CPF โดยมี นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับและร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของอาหาร ความมั่นคงทางอาหาร และโอกาสความร่วมมือระหว่างประเทศ.

H.E. Mr. Pat Bourne เอกอัครราชทูตไอร์แลนด์ประจำประเทศไทย กล่าวชื่นชมบทบาทของ CPF ในการร่วมสร้างความมั่นคงทางอาหาร พร้อมแสดงความเชื่อมั่นต่อโอกาสความร่วมมือกับพันธมิตรจากไอร์แลนด์ในอนาคต.

ขณะที่ H.E. Mr. Otaka Masato เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กล่าวถึงความร่วมมือระหว่าง CPF กับ NH Foods และ Uoriki ว่าเป็นตัวอย่างของการผสานจุดแข็งระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น เพื่อส่งมอบอาหารคุณภาพและประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้บริโภค.

เมื่อโลกกำลังมองหาอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ปลอดภัย และยั่งยืน “นวัตกรรมอาหารไทย” จึงเป็นอีกหนึ่งพลังที่เชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และความร่วมมือจากทั่วโลก สะท้อนศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารไทยบนเวทีนานาชาติ และตอกย้ำบทบาทประเทศไทยในฐานะ “ครัวของโลก” .

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมยินดี ศูนย์ TCM-CERT คว้ารางวัลจาก สกมช. ตอกย้ำมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในฐานะพันธมิตรหลักผู้ร่วมจัดตั้งศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ภาคตลาดทุน หรือ TCM-CERT ร่วมแสดงความยินดี ในโอกาสที่ TCM-CERT ได้รับรางวัลความเป็นเลิศด้านการพัฒนาศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ฯ ประจำปี 2569 เนื่องในวันสถาปนาสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ครบรอบ 5 ปี เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมี พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เป็นประธานในพิธีมอบ และ นายวิทวัส ชุติโสวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายความปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ในฐานะผู้จัดการศูนย์ TCM-CERT เป็นตัวแทนรับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ

ศูนย์ TCM-CERT เป็นศูนย์ประสานงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับตลาดทุนไทย จัดตั้งด้วยความร่วมมือของ ตลาดหลักทรัพย์ฯ สำนักงาน ก.ล.ต. สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย สมาคมบริษัทจัดการลงทุน และสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย โดยมีพันธกิจในการเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัยคุกคาม ประสานงานกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านความมั่นคงไซเบอร์ในภาคตลาดทุน นอกจากนี้ TCM-CERT ยังได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) ในการดำเนินโครงการต่าง ๆ อาทิ การประเมินความพร้อมด้านไซเบอร์ และทีมสนับสนุนการรับมือแก้ไขภัยคุกคามทางไซเบอร์ เป็นต้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข่าวภัยคุกคามทางไซเบอร์ ได้ที่ TCM-CERT Portal: www.tcm-cert.org

เมืองไทยประกันชีวิต ส่งต่อคอมพิวเตอร์สภาพดีผ่านโครงการ “เมืองไทยส่งความสุขสู่เยาวชน”ให้แก่วิทยาลัยเทคโนโลยีมีนบุรีโปลีเทคนิค และวิทยาลัยเทคนิคยโสธร

0

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร นายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส นายเรือรบ ติยะชาติ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส และนายสหพล พลปัถพี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมส่งมอบ “คอมพิวเตอร์สภาพดี” รวมทั้งสิ้น 140 เครื่อง ในโครงการ “เมืองไทยส่งความสุขสู่เยาวชน” ให้แก่ 2 สถาบันการศึกษา ได้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีมีนบุรีโปลีเทคนิค จำนวน 80 เครื่อง และวิทยาลัยเทคนิคยโสธร จำนวน 60 เครื่อง เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอนของแผนกวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ โดยมีผู้แทนจากวิทยาลัยเทคโนโลยีมีนบุรีโปลีเทคนิค นำโดย นายปรวี ศรีสง่า ผู้อำนวยการวิทยาลัย และนายโกมล ชื่นม่วง หัวหน้าแผนกคอมพิวเตอร์ พร้อมด้วยผู้แทนจากวิทยาลัยเทคนิคยโสธร นำโดย นายจักรกฤช ศรีวิเศษ หัวหน้าแผนกวิชาช่างเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ นางสาวธรากุล บุญประสพ นายวรวิทย์ คามะเชียงพิณ นายวริทธิ์ ปรินายวนิชย์ และนายวีระยุทร กันทอง ร่วมเป็นผู้แทนรับมอบ

โครงการดังกล่าว เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัทฯ ที่ สะท้อนถึงนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะในมิติสังคม (Social) ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลที่จำเป็นในยุคปัจจุบัน โดยคอมพิวเตอร์ที่ส่งมอบเป็นคอมพิวเตอร์ที่สภาพดี จะถูกนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนของแผนกวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาได้มีเครื่องมือในการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ

“การสนับสนุนในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของเมืองไทยประกันชีวิตที่ว่า การลงทุนด้านการศึกษาคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน บริษัทฯ จึงยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง” นายสาระ กล่าว

บริหารเงินให้งอกเงย

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง"  หน้าเศรษฐกิจ  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

“คุณนายพารวย” เคยได้ยินคำตัดพ้อบ่อย ๆ ว่า “ชาตินี้คงไม่มีทางรวยกับเขาหรอก” หรือ “ลำพังแค่หาเช้ากินค่ำ จะเอาเงินที่ไหนไปบริหาร”  ก็เลยอยากให้ลองปรับจูนความคิดกันใหม่สักนิดค่ะว่า ความเป็นจริงแล้ว คำว่า “รวย” หรือ “จน” ในหลาย ๆ ครั้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราหาเงินได้มากเท่าไหร่ แต่อยู่ที่ว่าเรา “บริหารเงิน” เป็นหรือเปล่าต่างหาก

แล้วเรื่องการบริหารเงินเนี่ย ก็ไม่ได้เป็นเรื่องของคนรวย พนักงานออฟฟิศ หรือคนที่มีเงินประจำเท่านั้น ไม่ว่าเราจะมีรายได้แค่ไหน หรือรายได้มีไม่สม่ำเสมอ ก็ยิ่งจำเป็นต้องเรียนรู้และมีวินัยในการบริหารเงินมากเป็นพิเศษ   สัปดาห์นี้คุณนายอยากจะหยิบยก “5 เทคนิคบริหารเงินให้งอกเงย” จากเว็บ SET Investnow  มาส่งต่อแก่ทุกท่าน ไม่ว่ามีรายได้เท่าไหร่ ถ้าทำครบ 5 ข้อนี้ รับรองว่าชีวิตมั่นคงและมีเงินใช้ไม่ขาดมือแน่นอน

เริ่มจากเทคนิคแรก ท่องไว้เลยว่า “ถ้าไม่เริ่มจดบันทึกรายรับ-จ่าย ก็จะไม่มีวันมองเห็นรูรั่วในกระเป๋าตังค์ตัวเอง” แล้วเดี๋ยวนี้ไม่ต้องพกสมุดจดให้ยุ่งยาก เพราะมี Happy Money App แอปฯ ตัวช่วยบริหารจัดการเงิน จากตลาดหลักทรัพย์ฯ  ให้ดาวน์โหลดไปใช้งานฟรี กดบันทึกปุ๊บก็รู้ปั๊บว่าเงินเราไหลไปกับอะไรมากที่สุด จะได้ปรับพฤติกรรมอุดรูรั่วได้ทันท่วงที เทคนิคต่อมา คือ จัดหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายเพื่อลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น แบ่งเงินออกเป็นหมวดหมู่ให้ชัดเจน เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าสาธารณูปโภค และหมวด “บันเทิงสังสรรค์และช้อปปิ้ง” ช่วยให้เราเห็นชัดเจนว่า เงินหมดไปกับความบันเทิงหรือรูดบัตรเครดิตมากเกินไปหรือเปล่า จะได้ควบคุมและตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปได้ง่ายขึ้น

เทคนิคที่สาม คือ หาช่องทางเพิ่มหรือชดเชยรายได้  ถ้ารายรับของเรามีอยู่แค่ช่องทางเดียวคือ “เงินเดือน” บอกเลยว่าชีวิตเสี่ยงมาก หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น โดนลดเงินเดือน ตกงาน หรือเจ็บป่วยขึ้นมา การเงินสะดุดแน่นอน ทางออกที่ดีคือการมองหาช่องทางหารายได้เสริมตามที่เราถนัด และที่สำคัญ ควรทำประกันชีวิตและประกันอุบัติเหตุเพื่อป้องกันความเสี่ยงไว้ด้วย ตามด้วยเทคนิคที่สี่ ให้เงินทำงานผ่านการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นหุ้น กองทุนรวม หรือทองคำ แต่ก่อนลงทุนต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดเสมอ และเลือกลงทุนที่เหมาะกับสไตล์ เป้าหมาย รวมทั้งระดับความเสี่ยงที่เรายอมรับได้

และเทคนิคข้อสุดท้าย คือ จัดระเบียบหนี้สินให้เป็นระบบ ใครที่มีหนี้และผ่อนจ่ายอยู่ ยิ่งต้องจดบันทึกรายรับรายจ่ายให้ไวเลยค่ะ เพื่อจะได้ดูว่าจะลดค่าใช้จ่ายตรงไหนได้บ้าง แล้วนำไปโปะหนี้ให้หมดเร็วขึ้น พอหนี้หมด เราจะได้โฟกัสกับการออมและการลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่งได้อย่างเต็มที่

เมื่อเราบริหารเงินส่วนบุคคลได้สำเร็จ เราก็จะมีเงินไปลงทุนต่อยอดและสร้างโอกาสให้ตัวเองเติบโตในตลาดทุน เพราะตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้นเป็นพื้นที่และโอกาสลงทุนสำหรับทุกคน ตามเป้าหมาย “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” หรือ เส้นทางแห่งความเชื่อมั่นสู่โอกาสของทุกคน แถมยังมีเครื่องมือลงทุน รวมถึงความรู้ทางการเงินดี ๆ คอยซัพพอร์ตนักลงทุนเสมอ นั่นเอง

            คุณนายพารวย

“ประมงตราด” เตรียมจัดแข่งจับปลาหมอคางดำ 5 มิ.ย.นี้ หลังลงแขกจับต่อเนื่องพบปริมาณลดลง

0

สำนักงานประมงจังหวัดตราด ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมกลัด อ.เมืองตราด จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ที่บริเวณคลองท่าน้ำ ต.แหลมกลัด เพื่อลดปริมาณปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ หลังพบการระบาดในพื้นที่ดังกล่าว จำนวนปลาที่จับได้ลดลงมากและยังพบปลาชนิดอื่น เตรียมจัดกิจกรรมการแข่งขันจับปลา ในวันที่ 5 มิถุนายน นี้ ระดมพลังชุมชนมาช่วยกันจับปลาโชว์การแปรรูปเป็นเมนูอาหารอร่อย

กิจกรรมครั้งนี้มีชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ประมง และ อบต.แหลมกลัด ร่วมกันทอดแหและอวนจับปลาอย่างต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน โดยครั้งล่าสุดจับปลาหมอคางดำได้เพียง 7 กิโลกรัม และพบว่าปลามีขนาดเล็กลง ขณะเดียวกันยังจับปลาพื้นถิ่นชนิดอื่นได้ด้วย เช่น ปลากระบอก ปลาแขยงกง ปลาบู่ และปลาแป้น

นายกุณสมบัติ ศิริสมบัติ ประมงจังหวัดตราด กล่าวว่า ประมงจังหวัดตราดติดตามสถานการณ์ปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติของจังหวัดอย่างต่อเนื่อง โดยการกิจกรรมจับปลาที่คลองท่าน้ำครั้งนี้ พบว่าการจับปลาออกจากแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่องเริ่มเห็นผล จึงร่วมกับท้องถิ่นและชุมชนจัดกิจกรรมแข่งจับปลา รณรงค์ให้ชาวประมงและประชาชนช่วยกันจับปลาขึ้นมาใช้ประโยชน์ ทั้งนำไปบริโภคในครัวเรือน หรือใช้เป็นปลาเหยื่อตกปลา

ประมงจังหวัดตราดยังได้สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังในพื้นที่ โดยแต่งตั้งจิตอาสาในแต่ละหมู่บ้านช่วยติดตาม หากพบปลาหมอคางดำในจุดใหม่จะได้แจ้งและจัดการได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ประมงยังมีการปล่อยปลานักล่าเพื่อช่วยควบคุมปริมาณปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำอีกด้วย

ด้านนางสาวหฤทัย เห่งประถม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมกลัด กล่าวว่า จากการระดมชาวบ้านช่วยกันจับปลาในครั้งนี้ พบว่าปริมาณปลาหมอคางดำลดลง และตัวปลามีขนาดเล็กกว่าสัปดาห์ก่อน จึงอยากชวนประชาชนช่วยกันจับต่อเนื่อง เพื่อลดจำนวนปลาในคลองให้ได้มากที่สุด และปลาหมอคางดำยังสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารบริโภคในครัวเรือนได้อีกด้วย

อบต.แหลมกลัดเตรียมจัดกิจกรรมแข่งขันจับปลาหมอคางดำในวันที่ 5 มิถุนายนนี้ โดยเชิญชวนชาวบ้าน ชาวประมง และผู้สนใจนำแห อวน ตาข่าย หรือเครื่องมือจับปลามาร่วมกิจกรรม พร้อมชวนกันทำเมนูจากปลาหมอคางดำ เพื่อสื่อสารว่าปลาชนิดนี้สามารถนำมาบริโภคและแปรรูปได้

“ปกติชาวบ้านจับปลาหมอคางดำมาทำอาหารอยู่แล้ว ทั้งเมนูทอดและปลาแดดเดียว วันที่ 5 มิถุนายนนี้อยากชวนทุกคนมาช่วยกันจับ และนำมาทำเมนูอื่น ๆ เพื่อให้เห็นว่าสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง พร้อมช่วยประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของชุมชนไปด้วย” นายก อบต.แหลมกลัดกล่าว

นายกฯ ร่วมชมนวัตกรรมอาหารไทยสู่เวทีโลกจาก CPF ในงาน THAIFEX–Anuga Asia 2026

0

งาน THAIFEX–Anuga Asia 2026 ปีนี้บรรยากาศคึกคักไปด้วยผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้คนจากทั่วโลกที่เดินทางมาสัมผัสเทรนด์อาหารแห่งอนาคต โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือบูธของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ภายใต้แนวคิด “Food Innovation for Wellness” ที่นำเสนอนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ ผสานทั้งคุณค่าทางโภชนาการ ความอร่อย ความสะดวก และการผลิตอย่างยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลก ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ภายในงาน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เกียรติเยี่ยมชมบูธ CPF โดยมี นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร CPF ให้การต้อนรับ พร้อมพาชมนวัตกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์คุณภาพจากหลากหลายแบรนด์ อาทิ Kitchen Joy, CP Authentic Asia, CP-Uoriki, CP-Nippon, CP และ U Farm ผ่าน 3 โซนไฮไลต์ ที่สะท้อนมาตรฐานการผลิตระดับสากล

อีกหนึ่งจุดที่ได้รับความสนใจคือแลนด์มาร์ก “3D SPACE LANDMARK” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวภารกิจ “ไก่ไทยไปอวกาศ” สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าเนื้อไก่ของไทยได้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดระดับอวกาศ สะท้อนวิสัยทัศน์การเป็น “ครัวของโลก” ของ CPF หนุนศักยภาพประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารแห่งภูมิภาค.