Home Blog Page 2

“เนื้อปลาฟู” นวัตกรรมเพิ่มมูลค่าปลาหมอคางดำ ปรุงได้หลายเมนู หนุนบริโภคเพื่อลดสัตว์ต่างถิ่น

0
-สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิจัยและพัฒนา “เนื้อปลาฟู” จากปลาหมอคางดำ
-“เนื้อปลาฟู” เป็นผลิตภัณฑ์ขั้นต้นสามารถนำไปต่อยอดปรุงเป็นอาหารได้กว่า 10 เมนู อาทิเช่น น้ำพริกสูตรต่างๆ ผงโรยข้าว
-เก็บได้นาน 6 เดือนในสภาวะอุณหภูมิห้อง ไม่มีสารกันเสีย ตอบโจทย์ทั้งด้านโภชนาการ ส่งเสริมให้เกิดการ “กินเพื่อคุม” ปลาต่างถิ่น สร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการ และผู้บริโภคในพื้นที่ห่างไกล

“การใช้ประโยชน์ด้วยการบริโภค” เป็นแนวทางสำคัญในการจัดการและควบคุมประชากร “ปลาต่างถิ่น” โดยเฉพาะ ปลาหมอคางดำ (Blackchin tilapia) ทีมนักวิจัยของสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มองเห็นการวิจัยพัฒนาแปรรูปปลาเพื่อส่งเสริมการ “กินเพื่อคุมและกำจัด” ขยายวงกว้างขึ้น และมีผลลัพธ์ต่อยอดโอกาสทางธุรกิจของชุมชน จึงได้พัฒนากระบวนการแปรรูป “เนื้อปลาฟู” ให้อยู่ในรูปของผลิตภัณฑ์ขั้นต้น (Raw material) ที่สามารถนำไปต่อยอดเพิ่มมูลค่าในรูปผลิตภัณฑ์พร้อมบริโภค ช่วยส่งเสริมให้การบริโภคปลาชนิดนี้ง่ายและหลากหลายยิ่งขึ้น โดยเนื้อปลาฟูดังกล่าวเก็บได้นานถึง 6 เดือนในสภาวะอุณหภูมิห้อง พร้อมตอบโจทย์ทั้งด้านโภชนาการ สร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการ และผู้บริโภคในพื้นที่ห่างไกล

ปลาหมอคางดำจัดเป็นปลาต่างถิ่นที่สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย ตั้งแต่อาหารจานหลัก ของกินเล่น น้ำพริก ไปจนถึงน้ำปลา หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปในครัวเรือนอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม มาตรการควบคุมและการเฝ้าระวังในการเคลื่อนย้ายปลา ทำให้ประชาชนในหลายพื้นที่อาจจะเข้าถึงปลาหมอคางดำนี้ได้ค่อนข้างยาก

สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปลี่ยน “ปัญหาในแหล่งน้ำ” ให้เป็น “โอกาสในจานอาหาร” ได้ดำเนินการ วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีแปรรูปปลาหมอคางดำ ให้อยู่ในรูปวัตถุดิบที่มีศักยภาพเก็บรักษาได้นาน ขนย้ายได้ง่าย ราคาเข้าถึงได้ ภายใต้แนวคิดการแปรรูปด้วยกระบวนการและเทคโนโลยีต้นทุนต่ำ โดยเน้นเพิ่มมูลค่าและยืดอายุการเก็บรักษา

การแปรรูปเป็น “เนื้อปลาฟู” จึงเป็นอีกหนึ่งทางออกที่ตอบโจทย์ต่อผู้บริโภคและธุรกิจแปรรูป เพราะสามารถนำไปเป็นวัตถุดิบหรือปรุงอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องขอดเกล็ดหรือเลาะก้าง และจัดการได้ง่ายเหมือนมี “เนื้อปลาพร้อมปรุง” เก็บรักษาได้นาน 6 เดือน ภายใต้การผลิตและบรรจุที่ถูกสุขลักษณะ เพิ่มความสะดวกสบายหยิบมาปรุงได้ตลอดเวลา ช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้เกิดการจับปลาขึ้นมาบริโภคอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมแปรรูปปลาขั้นต้นระดับชุมชน สร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรที่มีอยู่

อาจารย์ญาธิปวีร์ ปักแก้ว นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ ฝ่ายโภชนาการและสุขภาพ และ อาจารย์พัทธินันท์ วาริชนันท์ นักวิจัยชำนาญการพิเศษ ฝ่ายจุลชีววิทยาประยุกต์ เป็นทีมวิจัยเบื้องหลังพัฒนานวัตกรรม “ปลาหมอคางดำฟู” กล่าวว่า ทีมวิจัยใช้หลักการเฮอเดิลเทคโนโลยี (Hurdle Technology) หรือ การถนอมอาหารแบบผสมผสาน ร่วมกับการใช้กระบวนการที่สำคัญ โดยเฉพาะ การแช่เนื้อปลาด้วยน้ำเกลือความเข้มข้น 5% เพื่อช่วยเพิ่มรสชาติให้กับเนื้อปลา ลดความคาวร่วมด้วยการทำแห้งด้วยลมร้อน ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นในช่วงที่เหมาะสม จนได้เนื้อปลาฟูที่มีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่ดีและเป็นที่ยอมรับ มีความฟูและกลิ่นหอมที่มีเอกลักษณ์เก็บรักษาได้นานถึง 6 เดือน โดยไม่มีวัตถุกันเสีย และยังคงคุณค่าทางโภชนาการของเนื้อปลาไว้ได้อย่างดี

ทีมนักวิจัยได้พัฒนาและทดสอบกระบวนการแปรรูปจนได้เนื้อปลาฟูที่ปลอดภัย มีรสชาติกลมกล่อม และสามารถนำไปปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายกว่า 10 เมนู อาทิเช่น น้ำพริกสูตรต่างๆทั้งแบบดั้งเดิมและแบบประยุกต์ ผงโรยข้าว ยำปลาฟู รวมถึงเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆในอนาคต

อาจารย์ญาธิปวีร์ มองว่า นวัตกรรม “เนื้อปลาฟู” จากปลาหมอคางดำ เป็นแนวทางการ เพิ่มมูลค่าให้กับปลา ที่สนับสนุนให้เกิดการ จับขึ้นมาใช้ประโยชน์และบริโภคอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “กินเพื่อคุม” ที่ใช้การบริโภคอย่างสร้างสรรค์เป็นกลไกควบคุมประชากรปลา ขณะเดียวกัน ยังสามารถต่อยอดเป็น “ธุรกิจของชุมชน” ในการแปรรูปขั้นต้น สร้างรายได้ และเสริมความมั่นคงทางอาหารไม่แพ้ปลาท้องถิ่นอื่นๆ.

AIS PLAY เปิดศักราชใหม่! คว้าลิขสิทธิ์ กอล์ฟ DP World Tour ประเดิมแมตช์แรก 15 ม.ค.นี้

0

AIS PLAY ผู้นำด้านบริการวิดีโอสตรีมมิงและคอนเทนต์กีฬาในประเทศไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญกับ DP World Tour เพื่อถ่ายทอดสดการแข่งขันกอล์ฟอาชีพชาย DP World Tour ฤดูกาล 2026 การร่วมมือครั้งนี้จะนำสุดยอดวงสวิงจากนักกอล์ฟระดับโลก ส่งตรงถึงแฟนกอล์ฟชาวไทยให้ได้ร่วมลุ้นความตื่นเต้นตลอดฤดูกาลแข่งขัน “Race to Dubai” ผ่านสมาร์ตโฟน, แท็บเล็ต และสมาร์ตทีวี ให้รับชมได้ทุกที่ผ่าน AIS PLAY ตอกย้ำบทบาทของ AIS ในการยกระดับการเป็นศูนย์รวมคอนเทนต์ชั้นนำในด้าน Sports & Entertainment อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยกลยุทธ์ “เก็บครบ จบทุกกีฬาในแพลตฟอร์มเดียว” ครอบคลุมคอนเทนต์กีฬาระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลพรีเมียร์ลีก, บาสเก็ตบอล NBA, อเมริกันฟุตบอล NFL ตลอดจนกอล์ฟระดับโลกอย่าง PGA, LPGA จนถึง DP World Tour

รุ่งทิพย์ จารุศิริพิพัฒน์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนท์ AIS

นางสาวรุ่งทิพย์ จารุศิริพิพัฒน์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนท์ AIS กล่าวว่า “AIS PLAY พร้อมยกระดับเกมการแข่งขันในตลาดคอนเทนต์ไปอีกขั้น ด้วยการส่งตรงคอนเทนต์กอล์ฟระดับพรีเมียมตรงสู่กลุ่มเป้าหมายของเรา ขยายลิขสิทธิ์กอล์ฟจากเดิมที่มี PGA Tour และ LPGA Tour อยู่แล้ว ให้ครอบคลุมถึง DP World Tour ซึ่งเป็นสังเวียนระดับโลกอันทรงเกียรติ ที่รวมนักกอล์ฟระดับซูเปอร์สตาร์อย่าง รอรี่ แม็คอิลรอย และโปรแถวหน้าของโลกมาแข่งขันกันอย่างเข้มข้นในสนามต่างๆ 25 ประเทศ การจับมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแต่สะท้อนวิสัยทัศน์ของ AIS PLAY ในการเปลี่ยนผ่านจากผู้ให้บริการความบันเทิงทั่วไป ไปสู่ศูนย์กลางคอนเทนต์กีฬาอย่างแข็งแกร่ง แต่เรายังเชื่อมั่นว่าการเสริมทัพด้วย DP World Tour จะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ทำให้ AIS PLAY ก้าวขึ้นเป็น ผู้นำของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ครองใจคอกีฬาและผู้ชมชาวไทยอย่างแท้จริง พร้อมมุ่งมั่นคัดสรรคอนเทนต์คุณภาพเพื่อส่งมอบความสุขและความบันเทิงที่ไร้ขีดจำกัดต่อไป”

นายริชาร์ด บันน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้และคอนเทนต์ของ DP World Tour  เสริมว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ AIS PLAY ในการนำความเข้มข้นของการแข่งขัน DP World Tour มาสู่สายตาแฟนกอล์ฟชาวไทย ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีฐานแฟนกอล์ฟที่เหนียวแน่นและเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชีย เรามั่นใจว่าศักยภาพของ AIS PLAY จะยกระดับประสบการณ์การรับชมสู่มาตรฐานระดับเวิลด์คลาสให้กับผู้ชมชาวไทย พร้อมถ่ายทอดทุกอารมณ์และบรรยากาศจากสนามแข่งขันระดับไอคอนิกที่เราไปเยือนทั่วโลก ส่งตรงถึงหน้าจอผู้ชมได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

สำหรับ DP World Tour เป็นทัวร์กอล์ฟระดับโลกที่รวบรวมซูเปอร์สตาร์ชั้นนำอย่าง รอรี่ แม็คอิลรอย และเหล่าโปรยอดฝีมือจากทั่วโลก มาประชันฝีมือในสนามระดับไอคอนิกตลอดทั้งฤดูกาล แฟนกีฬาสามารถติดตามชมการแข่งขัน DP World Tour ได้อย่างเต็มอรรถรส ที่จะเปิดฉากสนามแรกในรายการ Dubai Invitational ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในวันที่ 15 มกราคม 2569 นี้

ลูกค้า AIS สามารถรับชมการแข่งขันกอล์ฟ DP World Tour ในแบบเอ็กซ์คลูซีฟ (Exclusive) ในปี 2026 ผ่าน AIS PLAY  เพียงเลือกสมัคร 1 ใน 3 แพ็กเกจมัดรวบคอนเทนต์เพื่อคอกีฬา  

  • แพ็กเกจ GOLF ราคา 499 บาท/เดือน (ไม่รวม VAT) สามารถรับชมการแข่งขันกอล์ฟอย่าง PGA Tour, LPGA Tour, DP World Tour และรายการกอล์ฟชั้นนำระดับโลก จบในแพ็กเดียว ลูกค้ามือถือสมัครกด *678*499# โทรออกหรือที่ https://www.ais.th/consumers/entertainment/sport/golf
  • แพ็กเกจ PLAY SPORTS ราคา 599 บาท/เดือน (ไม่รวม VAT) เปิดทางสู่คอนเทนต์กีฬาระดับโลกและช่องพรีเมียม อาทิ กอล์ฟ (PGA Tour, LPGA Tour, DP World Tour), เทนนิส ATP Tour, ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลีกเอิง ฝรั่งเศส, อเมริกันฟุตบอล NFL, บาสเก็ตบอล NBA รวมถึงคอนเทนต์บันเทิงจาก Prime Video และ Monomax ลูกค้ามือถือสมัครกด *678*88 โทรออก หรือที่ https://www.ais.th/consumers/entertainment/ais-play/play-sports 
  • แพ็กเกจ PLAY ULTIMATE+SPORTS ราคา 1,499 บาท/เดือน (ไม่รวม VAT) ครบจบในแพ็กเดียว ทั้งคอนเทนต์กีฬาแบบเต็มอิ่ม อาทิ กอล์ฟ (PGA Tour, LPGA Tour, DP World Tour), เทนนิส ATP Tour, ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลีก เอิง ฝรั่งเศส, อเมริกันฟุตบอล NFL, บาสเก็ตบอล NBA มาพร้อมสิทธิ์รับชมสตรีมมิงแอปชั้นนำอย่าง Netflix, HBO Max, Disney+, Prime Video, iQIYI, Viu, WeTV, Monomax และ oneD ครบถ้วนทั้งกีฬาและความบันเทิงในแพ็กเดียว ลูกค้ามือถือสมัครกด *678*1 โทรออก สมัครได้ที่ https://www.ais.th/consumers/entertainment/ais-play/play-ultimate

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ais.th/consumers/entertainment

กกร. เตือนศก.ไทยปี 69 โตต่ำกว่า 2% ต่ำสุดในรอบ 30 ปี เผชิญปัญหาเพียบรุมเร้ารอบด้าน

0

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ.2569  โดยมีนายผยง ศรีวณิช ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทยและ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  ร่วมแถลงข่าว มีเนื้อหาว่า

เศรษฐกิจไทยปี 2569 มีแนวโน้มโตต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี หากไม่รวมช่วงวิกฤติ ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน และคาดว่าไทยจะโตต่ำสุดในภูมิภาค จากทั้งความเปราะบางเชิงโครงสร้างที่มีอยู่เดิมด้วยขนาดเศรษฐกิจนอกระบบที่ใหญ่และหนี้ ครัวเรือนสูง ขาดความสามารถทางการแข่งขันในโลกใหม่ ข้อจำกัดทางงบประมาณทางการคลัง และความท้าทายของภาครัฐที่มีกฎระเบียบจำนวนมากและข้อมูลขาดความเชื่อมโยง ประกอบกับผลกระทบจากภัยพิบัติในปีก่อนหน้า ค่าเงินบาทแข็งค่า อาชญากรรมทางไซเบอร์ การเคลื่อนย้ายเงินทุนเทา และความเสี่ยงจากกระบวนการจัดทำงบประมาณที่ล่าช้า

กกร. มีความกังวลต่อค่าเงินบาทที่แข็งค่า 8.2% ในปี ที่ผ่านมา เป็นอันดับที่สองของภูมิภาค ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันการส่งออกเสมือนการที่ภาคธุรกิจโดนเรียกเก็บภาษี (tariff) เพิ่มเติม เป็นการเซาะกร่อนภาคธุรกิจโดยเฉพาะผู้ส่งออก จึงอยากให้หน่วยงานการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องดูแลการเคลื่อนไหวของค่าเงินที่มีการแข็งค่าตามราคาทองคำ และบทบาทของการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยต่อค่าเงินบาท โดย กกร. สนับสนุนให้ภาครัฐเร่งดำเนินการ connect the dots เพิ่มการรับรู้แหล่งที่มาของเงิน ข้อมูลเชิงลึกของเงินบาทของบุคคลที่ไม่ได้มีถิ่นพำนักในประเทศไทย โดยไม่ยึดติดกับกรอบการกำกับเดิมๆ และป้องกันไม่ให้ธุรกรรมดังกล่าวบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันและภาคเศรษฐกิจจริงของประเทศ

ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากปัจจัยภูมิรฐัศาสตร ์ สะท้อนผ่านเหตุการณ์สหรัฐฯเข้าแทรกแซงเวเนซูเอลา เป็นการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจการเมืองโลกชัดเจนขึ้น (New World Order) ซึ่งกระทบกับระบบเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะขยายตัวชะลอลงจากปีก่อน อีกทั้งผลจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะเริ่มเห็นผลมากขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อนที่สินค้าส่งออกไทย ที่ไม่รวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เริ่มหดตัวสะท้อนความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจไทยที่สูงขึ้น ดังนั้นไทยต้องเท่าทันการเปลี่ยนแปลง 

กกร. มุ่งหวังให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งสานต่อแนวทางในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ผ่านการผันเศรษฐกิจเข้าสู่ในระบบและแก้ไขปัญหาหนี้ อย่างยั่งยืนซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อ พร้อมทั้งเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ ลดอุปสรรคทางธุรกิจที่จะหนุนการลงทุนใหม่และสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทาน รวมทั้งยกระดับการต่อต้านคอรัปชั่น สิ่งผิดกฎหมาย เพื่อสร้าง Trust & Confidence และลดต้นทุนแฝงในการประกอบธุรกิจ ตลอดจนอาศัยการร่วมมือกันตามแนวทาง “Reinvent Thailand” เพื่อปิดจุดอ่อนในการลดความท้าทายภายในประเทศ และเสริมจุดแข็งเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของไทย ซึ่ง กกร. ติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม New S-Curve อย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดย BOI (กองทุนเพิ่มขีดฯ) ที่ต้องเร่งให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมและพิจารณาขยายระยะเวลาการสมัครเข้าโครงการที่จะสิ้นสุดปลายเดือน ม.ค. นี้ ตลอดจนโครงการกลไกการค้าประกันสินเชื่อ ‘SMEs Credit Boost’ มาตรการ Soft Loan และมาตรการค้าประกันสินเชื่อโดย บสย. บนหลักการของการลดความซับซ้อนของกระบวนการ เชื่อมโยงทั้ง Supply chain ยกระดับทักษะ ก่อให้เกิดการจ้างงาน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจอย่างแท้จริง 

กกร. เล็งเห็นโอกาสครั้งสำคัญของไทย ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลก ประกอบด้วย การประชุม IMF-World Bank Group Annual Meeting 2026 “Thailand’s New Horizons: Empowering People , Building Resilience” ซึ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจการเงินระดับโลก และแนวทางการรับมือกับความท้าทายต่างๆจากผู้บริหารเบอร์ 1 ของโลกจากทุกอุตสาหกรรม ผู้กำหนดนโยบาย และนักวิชาการทั่วโลก ซึ่งเป็นโอกาสที่มีค่ายิ่งในการส่งเสริมภาพลักษณ์ (ReBranding) ทำให้ประเทศไทยอยู่ใน Supply Chain ของโลก ขับเคลื่อนนวัตกรรมเพิ่มผลิตภาพและในสิ่งที่ประเทศไทยต้องการ ซึ่งจะมีการจัดประชุมต่อเนื่องตลอดทั้งปีไปจนถึงงานประชุมใหญ่ในเดือนตุลาคมนี้ จึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมโดยเร็วที่สุด โดย กกร. จะจัดตั้งคณะทำงานย่อยของ กกร. เพื่อประสานงานและร่วมเตรียมการกับภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป นอกจากนี้ประเทศไทยยังได้เป็นเจ้าภาพการประชุม “Gastech 2026””ซึ่งเป็นสุดยอดงานประชุมและจัดแสดงเทคโนโลยีด้านก๊าซธรรมชาติ LNG พลังงานไฮโดรเจน เทคโนโลยีภูมิอากาศ และ AI เป็นการรวมตัวผู้นำจากทุกภูมิภาคเพื่อผลักดันความร่วมมือเสนอแนะนโยบายด้านพลังงานในระดับโลก รวมถึงงานเทศกาลดนตรีระดับโลก Tomorrowland ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ดังนั้น ไทยควรใช้โอกาสนี้ ในการสร้างความเชื่อมั่นในเวทีนานาชาติ เชื่อมโยงแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาเชิงโครงสร้างของไทยเข้ากับพลวัตของโลก ซึ่งหลายแนวทางสอดคล้องกับการดำเนินงานของ Reinvent Thailand ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อย่างเต็มศักยภาพ

AIS SIAM ล็อกคิว 2 ตัวพ่อสายเทค “อู๋ Spin9–นายอาร์ม” เปิดเวทีให้เด็ก Gen C ถามสดอนาคต AI 11 ม.ค. นี้

0

AIS SIAM เปิดเวทีชวนเด็ก Gen C (Creative Generation) และครอบครัวตั้งคำถามกับโลกอนาคต ในงาน “The First AI Talk: Gen C ถาม SPIN9ARM ตอบ” เวทีทอล์กด้าน AI ครั้งแรกที่ดึง 2 ตัวพ่อไอทีแถวหน้าของไทย “อู๋ Spin9” และ “นายอาร์ม (9arm)” มานั่งทอล์คด้วยกันแบบสด ๆ ชนมุมคิดกันบนเวทีเดียว ที่ไม่ใช่การสอนใช้เทคโนโลยี แต่คือการชวนมองว่า “ในวันที่ AI ทำได้แทบทุกอย่าง เราควรคิดและใช้ AI อย่างไรให้เป็นพลังสร้างสรรค์” ในวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค. 69 เวลา 15.00–17.00 น. ที่ AIS SIAM สยามสแควร์ ซอย 7

วิธีเข้าร่วมกิจกรรม

  • AIS SIAM เปิดรับสมัคร ทีมครอบครัว ครอบครัวละไม่เกิน 3 คน โดยต้องมีเยาวชนอายุ 8–14 ปี อย่างน้อย 1 คน
  • เพียงส่ง 1 คำถาม ที่อยากถาม“อู๋ Spin9” และ “นายอาร์ม (9arm)”ผ่านลิงก์ลงทะเบียนออนไลน์: https://m.ais.co.th/3bH7n2vC8  พร้อมกด Follow X : @AISSIAMOFFICIAL
  • คณะกรรมการจะคัดเลือก 25 ครอบครัว จากคำถามที่โดนใจที่สุด
  • เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 5–8 มกราคม 2569 และประกาศผลวันที่ 9 มกราคม 2569 ทาง X : @AISSIAMOFFICIAL

บนเวทีนี้ จะคุยกันตั้งแต่ประเด็นร้อนที่สังคมกำลังถกเถียง เช่น “ผิดไหม ถ้าเด็กยุคนี้ใช้ AI ช่วยทำการบ้าน?” ไปจนถึงคำถามเชิงลึกที่เด็กยุค AI ต้องเผชิญจริงในชีวิตประจำวัน โดยไม่ชี้ถูกผิด แต่ชวนคิดจากหลายมุม เพื่อให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เข้าใจ AI มากกว่าแค่เครื่องมือ และมองเห็นบทบาทของมนุษย์ในโลกที่เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว พร้อมส่งไมโครโฟน เปิดโอกาสให้เด็กได้ตั้งคำถามด้วยตัวเอง และให้ผู้ใหญ่ได้ฟังในสิ่งที่เด็กคิดจริง เพื่อร่วมกันค้นหาคำตอบว่า ในโลกที่ AI เก่งขึ้นทุกวัน มนุษย์ควรใช้ AI อย่างไรให้คิดเป็น สร้างสรรค์เป็น และก้าวไปได้ไกลกว่าเดิมได้อย่างไร

“ไข่ไก่” จากอาหารกลางวัน สู่โอกาสของเยาวชน

0

อาหารกลางวันหนึ่งมื้อ อาจเปลี่ยนวันธรรมดาให้มีความหมาย สำหรับเด็กในพื้นที่ห่างไกล ไข่ไก่ฟองเดียวเป็นทั้งโภชนาการที่ดี พลังสู่การเรียนรู้ และเป็นความหวัง … โครงการ “ซีพีเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ดำเนินงานต่อเนื่องสู่ปีที่ 37 ที่เป็นอีกแรงขับเคลื่อนในการวางรากฐานอาหารกลางวันที่ยั่งยืน และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กไทยอย่างเป็นรูปธรรม

ภาวะโภชนาการไม่สมดุล “วิกฤตเงียบ” ของเด็กในพื้นที่ห่างไกล

ข้อมูลจากกรมอนามัยเผยว่า เด็กไทยวัยเรียนกว่า 1 ใน 7 คน กำลังเผชิญภาวะโภชนาการไม่สมดุล ทั้งเตี้ย แคระแกร็น ผอม หรืออ้วนเกินเกณฑ์ ซึ่งเป็นผลจาก “การเข้าถึงอาหารไม่เท่าเทียม” โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ภาพความเหลื่อมล้ำนี้สะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “ความหิว” แต่คือการสูญเสียศักยภาพของชาติในอนาคต

ไข่ไก่…คำตอบของโภชนาการที่ดี

เครือซีพี โดยมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท (มูลนิธิซีพี) จึงน้อมนำแนวพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการส่งเสริมภาวะโภชนาการแก่นักเรียนในถิ่นธุรกันดาร

โดยเริ่มต้นโครงการตั้งแต่ พ.ศ. 2532 เพื่อส่งเสริมให้โรงเรียนในชนบท สามารถเลี้ยงไก่ไข่เองได้จริง โดยมีเด็กนักเรียนเป็นผู้ลงมือดูแลไก่ไข่ร่วมกับครูพี่เลี้ยงในโรงเรียน ได้ผลผลิตไข่ไก่สด สะอาด คุณภาพดี สร้าง “ภาวะโภชนการที่ดี” ให้เด็กไทย

โดยมีซีพีเอฟนำความเชี่ยวชาญของบริษัทฯมาใช้ถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ การปรับใช้เทคโนโลยีต่างๆ ให้กับนักเรียนและคุณครูในโรงเรียน พร้อมสนับสนุนโรงเรือน-อุปกรณ์มาตรฐาน แม่พันธุ์ไก่ไข่ และอาหารไก่ในการเลี้ยงรุ่นแรก พร้อมส่งนักสัตวบาลให้คำแนะนำและติดตามการเลี้ยงตลอดโครงการอย่างต่อเนื่อง

ทุกฟองที่ได้ไม่เพียงเป็นอาหารกลางวันสดใหม่ ยังกลายเป็น “ห้องเรียนโภชนาการ” ที่เด็กๆ ได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริง

“จากเดิมเด็กนักเรียนบริโภคไข่เฉลี่ยปีละ 156 ฟอง หลังเข้าร่วมโครงการ เพิ่มเป็น 276 ฟองต่อคนต่อปี เพิ่มขึ้นกว่า 77%”

เลี้ยงไก่ไข่ให้ยั่งยืนได้ด้วยตัวเอง

โครงการนี้ไม่ใช่แค่ให้ไก่ แต่ “ให้ระบบคิด” ผ่านโมเดล “ลงทุนครั้งเดียว โรงเรียนเลี้ยงต่อเนื่อง” โรงเรียนสามารถสร้างรายได้จากการขายไข่และแม่ไก่ปลดในแต่ละรุ่น เกิด “กองทุนหมุนเวียน” มากกว่า 1 แสนบาท ตั้งแต่รุ่นที่ 1 และกองทุนสะสมเติบโตเฉลี่ยรุ่นละกว่า 3 หมื่นบาท เพื่อใช้ซื้อแม่พันธุ์และอาหารรุ่นต่อไปในราคาต้นทุนจากบริษัทฯ โดยไม่ต้องพึ่งพาการสนับสนุนภายนอกอีก

หลายโรงเรียน เช่น โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จ.เพชรบุรี และโรงเรียน ตชด.บ้านป่าหมาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินโครงการต่อเนื่องมากว่า 20–29 ปี จนกลายเป็น “ศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน”

น้องส้มโอ – ด.ญ.วรรณศิริ สุขแสงดาว ชั้นป. 5 โรงเรียน วัดบางปิดล่าง (ราษฎร์สงเคราะห์) อ.แหลมงอบ จ.ตราด เล่าว่า ตนเองเริ่มเลี้ยงตั้งแต่ ป.3 ได้เรียนรู้วิธีเลี้ยงไก่ รู้สึกภูมิใจที่ได้ดูแลไก่จนได้ไข่ไก่เป็นอาหารกลางวันให้กับทุกคน ชอบทานไข่ไก่ โดยเฉพาะเมนูไข่พะโล้ ที่ทั้งอร่อยและไข่ก็เป็นโปรตีนที่ดีสำหรับร่างกาย

ผลลัพธ์ที่มากกว่าอาหารกลางวัน

วันนี้ โครงการฯ ขยายครอบคลุม 1,018 โรงเรียน ใน 74 จังหวัดทั่วประเทศ มีนักเรียน 229,673 คน ครู-บุคลากร 17,473 คน และชุมชน 2,690 แห่ง ได้รับประโยชน์ ทั้งด้านอาหาร การศึกษา และอาชีพ โดยเฉพาะผู้พิการ 535 คน ที่มีงานทำจากการจ้างงานโดยซีพีเอฟ เพื่อทำหน้าที่เป็นบุคลากรผู้ช่วยเลี้ยงไก่ไข่ให้แก่โรงเรียนในชุมชนพวกเขาเอง และเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่เท่าเทียมและเอื้ออาทร

เด็กมีอาหารโปรตีนคุณภาพดี โรงเรียนมีรายได้หมุนเวียน ชุมชนได้ไข่ราคาย่อมเยา ประเทศมีบุคลากรคุณภาพในอนาคต พร้อมต่อยอดขยายผลเกิดเป็นกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

พัฒนาไม่หยุด สู่ยุค ‘เกษตรดิจิทัล’

ซีพีเอฟยังยกระดับโรงเรียนต้นแบบด้วยระบบ IoT และแอปพลิเคชันติดตามผลแบบเรียลไทม์ เพื่อดูแลสภาพแวดล้อมโรงเรือน วิเคราะห์ประสิทธิภาพการเลี้ยง และควบคุมระบบน้ำ แสง และอุณหภูมิอัตโนมัติ ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และฝึกเด็กให้รู้เท่าทันเทคโนโลยีเกษตรยุคใหม่

นอกจากนี้ โครงการฯ ยังช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้จากการปฏิบัติ ทั้งการเลี้ยงไก่ การจัดการฟาร์ม และการบริหารจัดการผลผลิต ที่สามารถพัฒนาสู่การเป็น “แหล่งเรียนรู้ Action Base Learning”

จากโรงเรียนสู่ชุมชน

ทุกโรงเรียนในโครงการไม่ได้เป็นแค่ผู้ผลิตไข่ แต่เป็น “ศูนย์เรียนรู้ชุมชน” ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเลี้ยงไก่ การจัดการกองทุน และการบริหารขยะจากมูลไก่สู่ปุ๋ยอินทรีย์ ต้นแบบของ Community Eco-System ที่ขับเคลื่อนโดยคนในพื้นที่เอง ที่สำคัญยังเป็น “คลังอาหารชุมชน” ผู้สร้างแหล่งโปรตีนสำคัญให้กับชาวชุมชนได้อย่างแท้จริง

ไข่หนึ่งฟองจากโครงการซีพีเลี้ยงไก่ไข่ฯ ไม่ได้เป็นเพียงมื้อเที่ยง แต่นั่นคือ ‘หนึ่งฟองจากใจ ซีพี-ซีพีเอฟ เพื่ออนาคตเด็กไทยกินดี โตดี มีคุณค่า’ เป็นการลงทุนในพลังสมองและอนาคตของเด็กไทย ที่จะกลายเป็นโมเดลการเลี้ยงไก่ที่สร้างรายได้หมุนเวียน ต่อยอดสู่การฝึกทักษะสู่ชุมชน เป็นสูตรสำเร็จที่ทำได้และขยายผลได้จริง .

คลิกชมคลิป >> https://youtu.be/JAGs-2gWhOE?si=I00_j2bUGtfBlleR

เคานต์ดาวน์สุดอลัง “SIAM SQUARE STREET OF DREAMZ 2026”AIS SIAM x PMCU ยกทัพศิลปินชั้นนำสร้างความมันส์สะเทือนสยามสแควร์

0

เคานต์ดาวน์ยิ่งใหญ่ใจกลางสยาม “SIAM SQUARE STREET OF DREAMZ 2026 Presented by AIS SIAM”  เนรมิต AIS SIAM และสยามสแควร์ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งความสุขและความบันเทิง ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง AIS SIAM และ PMCU สร้างปรากฏการณ์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 อย่างยิ่งใหญ่โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ เอไอเอส เข้าร่วมงาน ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองที่คึกคักที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ หลั่งไหลเข้าร่วมงานจนแน่นเต็มพื้นที่สยามสแควร์ตลอดทั้งเส้น รวมถึงยังได้รับความสนใจจากผู้ชมออนไลน์ทั่วโลกผ่านการถ่ายทอดสดผ่านเพจ Facebook Siam Square สยามสแควร์ และ Instagram AIS SIAM

ภายในงานเต็มไปด้วยกิจกรรมความสนุก และโชว์สุดพิเศษจากทัพศิลปินดัง โดยเปิดเวทีด้วย Sugar ’N Spice ก่อนส่งต่อความสนุกให้ SERIOUS BACON, TALAY และ bamm ที่ขนเพลงฮิตและโชว์สุดมันส์เรียกเสียงเชียร์จากผู้ร่วมงานอย่างต่อเนื่อง ต่อด้วย เจษ เจษฎ์พิพัฒ และ ไบเบิ้ล วิชญ์ภาส สร้างรอยยิ้มจากแฟนๆ ตามด้วยโชว์สุดพิเศษจากคู่หูขวัญใจมหาชน พี่จอง และ คัลแลน ก่อนส่งต่อเวทีให้คู่จิ้นสุดฮอต เติ้ล มติมันต์ และ เฟิร์สวัน วรรณกร ในช่วงโค้งสุดท้ายของคืนเคานต์ดาวน์ และในช่วงวินาทีสำคัญเวลา 00.00 น. กับไฮไลต์การยิงเปเปอร์ชู้ตข้อความคำอวยพรปีใหม่ลายมือของศิลปินที่มาร่วมงาน เพื่อส่งต่อความสุขให้แฟนคลับและผู้ร่วมงานทุกคน ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยโชว์ของบอยกรุ๊ป LYKN ที่สร้างความมันส์ต่อเนื่องแบบข้ามปี ปิดฉากคืนเคานต์ดาวน์อย่างสมบูรณ์แบบ

ความสนุกยังไม่จบเพียงค่ำคืนเดียว SIAM SQUARE STREET OF DREAMZ 2026 เปิดพื้นที่ให้คนมีฝันได้โชว์ความสามารถ แสดงตัวตน และสนุกกับสตรีทคัลเจอร์แบบเด็กสยาม พร้อมกิจกรรมจากพาร์ทเนอร์แบรนด์ดัง ให้ทุกคนได้มาเติมเต็มโมเมนต์ความสุขให้ทุกคนได้สนุกไปกับ “ถนนแห่งความฝัน” อย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 4 มกราคม 2569

ทั้งนี้ AIS ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาแห่งความสุข ด้วยการเสริมศักยภาพโครงข่ายในพื้นที่จัดงานเคานต์ดาวน์ทั่วประเทศ พร้อมระบบ Autonomous Network ดูแลคุณภาพทุกการใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง ให้ทุกการสื่อสารเป็นไปอย่างราบรื่นและอุ่นใจ ตอกย้ำบทบาทเครือข่ายที่เชื่อมต่อความสุขทุกเทศกาล

เอไอเอสเปิดสถิติ Data คืนเคานต์ดาวน์พุ่ง สูงสุด 515% สยามสแควร์ฮอตครองใจ Gen C ดัน 5G โต 226%

0

AIS เครือข่ายเชื่อมความสุขทุกเทศกาล ทั้งมือถือ-เน็ตบ้าน-วิดีโอสตรีมมิ่งโตแรงทั่วประเทศ เผย Data คืนเคานต์ดาวน์ของลูกค้าและคนไทยช่วงเทศกาลส่งท้ายปี ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00 น. – 1 มกราคม 2569 เวลา 06.00 น. สะท้อนความคึกคักของการเดินทางท่องเที่ยวและกิจกรรมเคานต์ดาวน์ทั่วประเทศ โดยเฉพาะแลนด์มาร์กที่สำคัญของกรุงเทพฯ ใจกลางเมือง สยามสแควร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่จัดงานสำคัญ ที่ AIS ร่วมสร้างประสบการณ์เฉลิมฉลองผ่านเวที “SIAM SQUARE STREET OF DREAMZ 2026 presented by AIS SIAM” เปรียบเทียบการใช้งาน Data บนพื้นที่สยามสแควร์ ในวันที่ 31 ธ.ค. 68 กับปีที่แล้วพุ่งสูงขึ้นถึง 226% และแลนด์มาร์คสำคัญอย่างไอคอนสยาม ที่ AIS 5G Data ทะยายสูงขึ้นถึง 515% และพบว่ามีการใช้งานดาต้าในการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มต่างๆ  โดยเฉพาะ Facebook ที่มีปริมาณการใช้งานมากกว่า 28.3 ล้าน GB และยังคงเติบโตขึ้น ขณะที่ YouTube มีปริมาณการใช้งานกว่า 12.1 ล้าน GB ขณะที่ TikTok มีปริมาณการใช้งานกว่า 4.3 ล้าน GB พบว่าพฤติกรรมผู้ใช้งานที่กระจายการเสพคอนเทนต์ไปยังหลากหลายแพลตฟอร์มมากขึ้น สะท้อนว่าคนไทยใช้ชีวิตบนดิจิทัลเป็นฐาน (Digital-First) อย่างเต็มรูปแบบ จากพฤติกรรมการใช้งานที่เปลี่ยนเป็นดิจิทัลแบบ Embedded Digital

นายกิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี เอไอเอส กล่าวว่า “ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่สะท้อนพฤติกรรมดิจิทัลของคนไทยได้อย่างชัดเจนที่สุด ผู้คนเชื่อมต่อเพื่อส่งต่อความสุข ไม่ว่าจะเป็นการแชร์โมเมนต์เคานต์ดาวน์ การไลฟ์สตรีม คอนเทนต์บันเทิง หรือการสื่อสารกับครอบครัวตลอดช่วงวันหยุด ข้อมูลการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะวิดีโอและโซเชียลมีเดีย ถือเป็นบทพิสูจน์ศักยภาพของโครงข่ายดิจิทัลในยุคปัจจุบัน ว่า AIS มีความพร้อมโครงข่ายอัจฉริยะทั้งมือถือและเน็ตบ้านอย่างเต็มขีดความสามารถ ครอบคลุมทุกพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ เพื่อรองรับการใช้งานที่หนาแน่นได้อย่างมีเสถียรภาพ ภายใต้แนวคิด ‘เครือข่ายเชื่อมความสุขทุกเทศกาล’ อินไซต์ปีนี้สะท้อนชัดว่าคนไทยให้ความสำคัญกับประสบการณ์ออนไลน์มากขึ้น และ AIS พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงข่ายอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อ แบ่งปัน และเฉลิมฉลองทุกช่วงเวลาสำคัญได้อย่างไร้รอยต่อ”

ไฮไลต์อินไซต์การใช้งาน Data บนมือถือ และอินเทอร์เน็ตบ้าน ในช่วงปีใหม่ 2569

สถิติการใช้งาน Data บนมือถือ ในช่วงวันที่ 31 ธ.ค. 68 เวลา 06.00 น. – 1 ม.ค. 69 เวลา 06.00 น.

  • Top 10 จังหวัดที่มีการใช้งานดาต้าสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ, ชลบุรี, นครราชสีมา, สมุทรปราการ, เชียงใหม่, ปทุมธานี, ระยอง, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช และ สงขลา
  • Top 5 จุดเช็คอินเคานต์ดาวน์เคานต์ดาวน์ในกรุงเทพฯ ที่มีการใช้งานดาต้าสูงสุด ในคืนวันที่ 31 ธ.ค. 68 ได้แก่ Chao Phraya Ferry Route, Central World, Icon Siam, Asiatique The Riverfront และ Siam Square
  • Top 5 สถานที่จัดงานเคานต์ดาวน์ทั่วประเทศ ใช้งานสูงสุด ในคืนวันที่ 31 ธ.ค. 68 ได้แก่ พัทยา, บางแสน, ชะอำ, จันทบุรี และ สงขลา
  • ช่วงเวลา 21.00 – 22.00 คือช่วงเวลาที่ลูกค้าใช้งานมือถือสูงสุดในคืนข้ามปี ตั้งแต่ช่วง 18.00 – 00.00 น. วันที่ 31ธ.ค. 68
  • โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มที่มีการใช้งานสูงสุด ในช่วงวันคืนวันเคานต์ดาวน์ 31 ธ.ค. 68  – 1 ม.ค. 69 ได้แก่ Facebook, Youtube, Line, Tiktok และ Instagram

สถิติการใช้งาน Data บนอินเทอร์เน็ตบ้าน AIS 3BB FIBRE 3 ในช่วงวันที่ 31 ธ.ค. 68 เวลา 06.00 น. – 1 ม.ค. 69 เวลา 06.00 น.

  • Top 10 จังหวัดที่มีการใช้งานดาต้าสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ, ชลบุรี, เชียงใหม่, นนทบุรี, ปทุมธานี, นครราชสีมา,

สมุทรปราการ, ขอนแก่น, สงขลา  และ ระยอง          

  • ช่วงเวลา 21:00 – 22:00 คือช่วงเวลาที่ลูกค้าใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านสูงสุดในคืนข้ามปี ตั้งแต่ช่วง 18.00 – 24.00 วันที่ 31ธ.ค. 68
  • แอปพลิเคชันที่ใช้งานสูงสุด ในช่วงวันที่ 28 – 31 ธ.ค. 68 ได้แก่ Youtube, Tiktok, Facebook, Instagram และ Netflix

และ สถิติการใช้งานบนแอป AIS PLAY ในช่วงวันที่ 31 ธ.ค. 68 เวลา 06.00 น. – 1 ม.ค. 69 เวลา 06.00 น.

ประเภทคอนเทนต์ที่คนรับชมมากที่สุด ได้แก่ คอนเทนต์กีฬา เช่น ฟุตบอล, บาสเกตบอล NBA และรองมาคือคอนเทนต์บันเทิง เช่น ซีรีส์, ภาพยนตร์ และอื่นๆ

AIS ยืนยันความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงข่ายอัจฉริยะ 5G และ AIS 3BB FIBRE 3 ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการนำอินไซต์จากการใช้งานจริงมาวิเคราะห์และเพิ่มขีดความสามารถของเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนไทยเชื่อมต่อได้อย่างราบรื่นทุกเทศกาล และทุกช่วงเวลาสำคัญ

เอไอเอสใช้พลังดิจิทัลสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก สู่การยอมรับบนเวทีโลก Shorty Impact Awards 2025

0

เอไอเอสตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของประเทศไทย คว้า 2 รางวัลจาก Shorty Impact Awards 2025  เวทีรางวัลระดับโลกด้านการสื่อสารดิจิทัลและการตลาดเพื่อสังคมที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากองค์กร แบรนด์ และเอเจนซีชั้นนำทั่วโลก โดยมุ่งยกย่องผลงานด้าน Impact-driven Communication และ Purpose-driven Innovation ซึ่งสะท้อนการใช้พลังของดิจิทัล เทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย และการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่เกิดผลจริงต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของเอไอเอสในการดำเนินธุรกิจตามแนวคิด ESG โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนแคมเปญเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ผ่านโซเชียลมีเดีย ดิจิทัลคอนเทนต์ และนวัตกรรมออนไลน์ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมจากประชาชนและพันธมิตรหลากหลายภาคส่วน ร่วมกันขยายผลลัพธ์เชิงบวกในวงกว้าง ครอบคลุมทั้งมิติความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ การดูแลสิ่งแวดล้อม และการสร้างโอกาสทางดิจิทัลอย่างทั่วถึงและยั่งยืน  โดยเอไอเอสเป็นองค์กรจากประเทศไทยเพียงรายเดียวที่ได้รับรางวัลจากเวที 10th Annual  Shorty Impact Awards 2025  ด้วยผลงานแคมเปญ “รอยยิ้มใหม่ใกล้ฉัน” ภายใต้โครงการอุ่นใจไซเบอร์  ที่ได้รับรางวัลระดับ Winner สาขา Corporate Social Responsibility Campaign  และผลงาน AIS Hub of E-Waste ภายใต้โครงการ คนไทยไร้ E-Waste ที่ได้รับรางวัลระดับ Bronze สาขา Partnerships

สายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ เอไอเอส

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอสเชื่อว่าการสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างยั่งยืนต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดย 2 รางวัลจาก Shorty Impact Awards 2025 ซึ่งเป็นเวทีระดับโลกที่ได้รับการยอมรับจากองค์กร แบรนด์ และเอเจนซีจากทั่วโลก และเป็นเวทีที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอสในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการสื่อสารอย่างมีเป้าหมาย เพื่อขยายผลลัพธ์เชิงบวกด้านความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ การดูแลสิ่งแวดล้อม และการสร้างโอกาสทางดิจิทัลอย่างต่อเนื่องในระยะยาว พร้อมยกระดับบทบาทขององค์กรไทยบนเวทีโลกอย่างยั่งยืน”

เมืองไทยประกันชีวิต-มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม มอบเงินสนับสนุนการศึกษาให้แก่ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม โดย นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ ประธานกรรมการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นางยุพา ล่ำซำ ที่ปรึกษามูลนิธิเมืองไทยยิ้ม ให้เกียรติเป็นประธานมอบเงินสนับสนุนการศึกษา จำนวน 400,000 บาท ให้แก่ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ประจำปี 2568 รวมจำนวน  47 ทุน  โดยมีนางพิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ รองประธานกรรมการ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม และ นายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมในพิธี

ในโอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก นางอัจฉรา เกษมวัฒนา รองเลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ นางศิริพร คัมภีรยส กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ นางสาวนงลักษณ์ รอมไธสง ผู้อำนวยการบริหารงานสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม นางวฬาลัย สิงห์คะนอง หัวหน้าสำนักสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม  และนางสาวอารยา นางาม  เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส เป็นผู้แทนรับมอบ

ทั้งนี้ โครงการ “มอบทุนการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์” เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญด้านการพัฒนาสังคมที่ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม ริเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 โดยมี นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ ประธานกรรมการบริษัท เป็นผู้ริเริ่มโครงการ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด

ตลอดระยะเวลากว่า 11 ปี โครงการดังกล่าวได้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิตในการร่วมเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ผ่านการสร้างโอกาสทางการศึกษา และเป็นกำลังใจให้เด็กและเยาวชนได้เติบโตอย่างมีคุณภาพ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนในอนาคต 

รู้เก็บรู้ออม : วางแผนการเงินรับปีใหม่!!

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่นคั่ง"  หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

คอลัมน์ “รู้เก็บรู้ออมฯ” อยู่รับใช้คุณผู้อ่านในการนำเสนอความรู้และข่าวสารเรื่องการเงินการลงทุนมาจนถึงสัปดาห์สุดท้ายของปี 2568 จนอีกไม่กี่วันก็จะได้เวลาโบกมือลาทีปีเก่า และต้อนรับปีใหม่ 2569 เชื่อว่าหลายคนคงกำลังเตรียมตัวฉลองปีใหม่ คนที่เคลียร์งานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็คงปลอดโปร่งโล่งใจ ส่วนคนที่กำลังมะรุมมะตุ้มกับกองงานที่สุมหัวอยู่ ก็ขอให้ฮึดและเร่งมืออีกอึดใจ งานจะได้เสร็จทันไปสังสรรค์รื่นเริงกัน

นอกเหนือจากงานในความดูแลรับผิดชอบแล้ว ก็อย่าลืมเรื่องสำคัญของตัวเอง คือ ทบทวน แผนการเงินของปีนี้ว่า เราสามารถทำตามแผน และบรรลุเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ เพื่อจะได้นำไปปรับปรุงในแผนการเงินปีหน้า ยกตัวอย่างเช่น การวางแผนภาษีที่ต้องยื่นต้นปีหน้า 2569 เราได้จัดการและทำตามแผนภาษีที่วางไว้ในปีนี้หรือยัง ไม่ว่าจะเป็น การซื้อประกัน, กองทุนประหยัดภาษี ตลอดจนใช้สิทธิตามมาตรการช่วยประหยัดภาษีที่ทยอยออกมา ไม่ว่าจะเป็น EASY E-receipt, การโยกหน่วยลงทุนจาก LTF มา THAI ESGX หรือลงทุนใหม่ THAI ESG รวมถึงเที่ยวดีมีคืน ช่วยให้เราลดหย่อนภาษีได้ถึงเป้าหมายแล้วหรือไม่

คนที่ทยอยซื้อกองทุนประหยัดภาษีมาตั้งแต่ต้นปี แล้วอยากจะเช็กว่าปีนี้ตัวเองซื้อไปเท่าไรแล้ว  ถึงเป้าหมายลดหย่อนภาษีแล้วหรือยัง จากเดิมที่เราต้องเสียเวลามาไล่เช็กยอดเป็นราย บลจ. หรือเปิดแอปของแต่ละธนาคารที่เราซื้อกองทุน เพื่อมาคิดยอดรวม แต่เดี๋ยวนี้เราสามารถรู้ยอดซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีแบบรวมจากทุก บลจ.มาไว้ในที่เดียวด้วย “บริการข้อมูลกองทุนลดหย่อนภาษี” ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ทำให้เรารู้ยอดรวมได้แบบไม่มีตกหล่น ครบทั้ง RMF, THAI ESG และ THAI ESGX

ใครที่อยากเช็กยอดซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีปีนี้แบบรวดเร็วทันใจ  สามารถใช้บริการนี้ได้ฟรี โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ www.set.or.th/tmf ล็อกอินด้วย SET Member หรือถ้าใครยังไม่ได้เป็นสมาชิก ก็สามารถสมัครสมาชิกใหม่ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และเพื่อใช้งานได้สะดวกรวดเร็วแนะนำให้ลงแอป ThaID ของกรมการปกครอง เพื่อลงทะเบียนพิสูจน์และยืนยันตัวตนรอไว้ให้เรียบร้อยก่อน

“คุณนายพารวย” อยากให้คุณผู้อ่านใช้ช่วงเวลาปีใหม่ เป็นโอกาสที่จะได้เริ่มลงมือสร้างอนาคตทางการเงินที่ดี ไม่อยากปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไปเฉยๆ แต่ให้ถือเป็นฤกษ์งามยามดีของการเริ่มต้นสิ่งใหม่เกี่ยวกับการเงิน เริ่มด้วยการทบทวน และตั้งเป้าหมายการเงินใหม่ สำรวจและตรวจสอบว่าปีที่ผ่านมา ตัวเราบรรลุเป้าหมายด้านการออมและการลงทุนหรือไม่ มีเงินเก็บเท่าไร ลงทุนในอะไรบ้าง แล้วกำไรขาดทุนแค่ไหน เพื่อที่จะทบทวนและวางแผนปีหน้าให้มีความชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเงินเก็บและแผนลงทุน, ระยะเวลา และเป้าหมาย ตลอดจนการวางแผนเรื่องประกันทั้งสุขภาพและชีวิต

พร้อมกับยกเครื่องปรับพอร์ตลงทุนใหม่ จัดสัดส่วนลงทุนทั้งประเภทธุรกิจ, ลงทุนใน-ต่างประเทศ และเทรนด์การลงทุน เพื่อให้พอร์ตเราโตขึ้น รวมทั้งการหาความรู้และศึกษาเครื่องมือลงทุนใหม่ๆ เช่น DR ที่ตลอดปี 2568 นี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เปิดรับจดทะเบียนตัวใหม่เพิ่มขึ้นหลายตัวเลยทีเดียว

ท้ายนี้ “คุณนายพารวย” ขออวยพรและส่งความปรารถนาดีให้คุณผู้อ่านที่อยู่ด้วยกันมาตลอด จงมีสุขภาพการเงินแข็งแรงเช่นเดียวกับสุขภาพกายและใจ อยู่ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ และรู้ทันมิจฉาชีพ สแกมเมอร์ โบกมือลาปีมะเส็ง และต้อนรับปีมะเมีย ไปด้วยกันอย่างมีความมั่นคงทางการเงินค่ะ.

คุณนายพารวย