Home Blog Page 2

ตลาดหลักทรัพย์ฯ จด 6 DR ใหม่หุ้นชั้นนำจากสหรัฐฯ ออกโดย Yuanta เริ่มซื้อขาย 20 ม.ค. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รับจดทะเบียนตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) 6 หลักทรัพย์ใหม่ อ้างอิงหุ้นชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (NASDAQ) และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด (Yuanta) เริ่มซื้อขายในตลาดหุ้นไทย 20 มกราคม 2569

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจตลาดหลักทรัพย์ที่จดทะเบียน
AAPL19Apple Inc. (AAPL)บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ที่ออกแบบ ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ และบริการดิจิทัลNASDAQ
DDOG19Datadog, Inc. (DDOG)บริษัทซอฟต์แวร์ที่ให้บริการแพลตฟอร์มการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลแบบครบวงจรสำหรับระบบคลาวด์ขนาดใหญ่ ที่เน้นด้านการสังเกตการณ์ระบบ และความปลอดภัยNASDAQ
ISRG19Intuitive Surgical, Inc. (ISRG)บริษัทเทคโนโลยีการแพทย์ชั้นนำ เชี่ยวชาญการออกแบบ พัฒนา และผลิตหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดNASDAQ
MICRON19Micron Technology, Inc. (MU)บริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ที่เน้นด้านหน่วยความจำและการจัดเก็บข้อมูลNASDAQ
MSFT19Microsoft Corporation (MSFT)บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาและนำเสนอโซลูชันด้านซอฟต์แวร์ บริการคลาวด์ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ และแพลตฟอร์มดิจิทัลNASDAQ
NOW19ServiceNow, Inc. (NOW)บริษัทซอฟต์แวร์ที่ให้บริการแพลตฟอร์มคลาวด์ (SaaS-Software as a Service) ที่เน้นการจัดการกระบวนการทำงานภายในองค์กรNYSE

ผู้สนใจศึกษารายละเอียด 6 DR ใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th หรือบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์คือ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด https://dr.yuanta.co.th หรือศึกษาผลิตภัณฑ์ DR เพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/dr     

AIS แจ้งประชาชน 20 ม.ค.นี้ ร่วมกับ ปภ. ทดสอบระบบเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast ทั่วประเทศ แค่ทดสอบ ไม่ใช่เหตุการณ์จริง

0

AIS ขอแจ้งให้ประชาชนทราบว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มีกำหนดทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยเทคโนโลยี Cell Broadcast ในระดับประเทศ วันอังคารที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 14.00 น. ครอบคลุมพื้นที่ 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร เพื่อยืนยันความพร้อมของระบบเตือนภัยระดับชาติให้สามารถส่งข้อความได้รวดเร็ว ครอบคลุม และแม่นยำมากยิ่งขึ้น

ในการทดสอบครั้งนี้ โทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่รับสัญญาณจะมี เสียงเตือนและข้อความแจ้งเตือนแสดงอัตโนมัติ โดยเป็นข้อความทดสอบ จาก ปภ. เท่านั้น โดยจะระบุว่า “ทดสอบแจ้งเตือนภัย ไม่ใช่สถานการณ์จริง จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โปรดอย่าตื่นตระหนก” ขอให้ประชาชน ไม่ตื่นตระหนก และรับทราบว่า ไม่ใช่สถานการณ์จริง

AIS ขอเน้นย้ำเพื่อความปลอดภัยว่า ข้อความทดสอบจะไม่มีการแนบลิงก์ใดๆ หากพบข้อความลักษณะชวนกดลิงก์หรือให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล ขอให้หลีกเลี่ยงทันที เพราะอาจเป็นการแอบอ้างจากมิจฉาชีพ

เช็กความพร้อมมือถือก่อนวันทดสอบ :

• ระบบจะแจ้งเตือนขึ้นอัตโนมัติบนหน้าจอ แม้อยู่ในโหมดเงียบ/ล็อกหน้าจอ (ขึ้นกับการรองรับของอุปกรณ์)

• แนะนำตรวจสอบ/อัปเดตระบบปฏิบัติการให้รองรับเงื่อนไขการทดสอบ โดยต้องเป็น Android 11 ขึ้นไป หรือ iOS 18 ขึ้นไป

• ไม่ต้องติดตั้งแอปเพิ่ม เพื่อรับข้อความทดสอบ

AIS พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกับภาครัฐในการยกระดับระบบเตือนภัยของประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้รับการแจ้งเตือนที่รวดเร็วและครอบคลุมเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจริง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนรับทราบการทดสอบในวันที่ 20 มกราคมนี้ และช่วยกันส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อลดความตื่นตระหนกในสังคม

พบ ปลาเขือ-ปลากระบอก ผิดปกติที่สมุทรสาคร หวั่นมลพิษโรงงานปนเปื้อนห่วงโซ่อาหาร

0

พบ “ ปลาเขือ ” มีลักษณะผิดปกติเหมือนกับ “ปลากระบอก” หวั่นมลพิษโรงงานปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหาร ชาวบ้านฝากการบ้านรัฐบาลชุดใหม่เพิ่มความเข้มงวดมาตรฐานค่ามลพิษโรงงาน สร้างความมั่นคงทางอาหารที่ยั่งยืนให้ชุมชน

ปลายปี 2568 นายพูลศักดิ์ นิลเภตรา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลนาโคก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาครได้ติดต่อกรมประมงเข้าตรวจสอบปลากระบอกที่มีลักษณะผิดปกติอย่างชัดเจน คือ มีตุ่มก้อน พอง และมีจุดดำกระจายทั่วลำตัว ซึ่งชาวบ้านจับได้จากคลองนิคม 2 เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ อยู่ใกล้เคียงกับโรงงานหลอมโลหะ โรงงานรีไซเคิลกากอุตสาหกรรมที่ทิ้งน้ำเสียและใช้เป็นจุดฝังกลบกากอุตสาหกรรม ทำให้ประชาชนเกิดความหวั่นเกรงว่า ปลากระบอกผิดรูปอาจเกิดจากการปนเปื้อนมลพิษโรงงานที่ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของผู้บริโภคสัตว์น้ำ

หลังจากเจ้าหน้าที่กรมประมงได้จัดเก็บตัวอย่างปลากระบอกผิดปกติ ส่งไปตรวจที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งสมุทรสาคร ก็ได้ผลการตรวจวิเคราะห์ คุณภาพน้ำคลองนิคม 2 พบว่าค่าออกซิเจนที่ละลายในน้ำ (DO) มีค่าต่ำกว่าเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของปลา ส่งผลต่อสุขภาพปลา เช่น ทำให้หายใจลำบาก เครียด อ่อนแอ และติดโรคง่าย หรือตายได้

ส่วนตัวอย่างปลากระบอกที่มีเนื้อเยื่อ/วัตถุสีดำติดบนตัวปลานั้น ทางศูนย์ฯ ได้นำมาตรวจวินิจฉัยภายใต้กล้องจุลทรรศน์ไม่พบปรสิตภายนอก แต่พบวัตถุเป็นเม็ดเล็กๆ สีเข้มดำ ซึ่งไม่สามารถจำแนกได้ว่าเป็นอะไร ติดอยู่บนตัวปลา เมื่อทำการขูดเนื้อเยื่อ ออกจากตัวปลาพบว่า วัตถุนั้นแทรกเข้าไปได้เกล็ดปลาเพียงเล็กน้อย และเนื้อเยื่อของปลามีลักษณะปกติไม่มีแผลหรือลักษณะของการถูกทำลาย ผลจากการผ่าพิสูจน์ช่องท้อง ไม่มีการติดเชื้อในอวัยวะ ตับ ม้าม ไต มีลักษณะปกติ

ส่วนผลการตรวจเชื้อแบคทีเรียโดยการเขี่ยเชื้อจากบริเวณเนื้อเยื่อ/วัตถุสีดำ นำไปเลี้ยงบนอาหาร selective media ไม่พบการเจริญของเชื้อกลุ่ม Vibrio แต่พบเชื้อ Streptococcus และ Psuedomonas เจริญบนอาหารเลี้ยงเชื้อในปริมาณปานกลาง อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์ฯ เสนอแนะให้เก็บตัวอย่างปลา/สัตว์น้ำที่มีอาการ/ลักษณะผิดปกติ ส่งให้กองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำททำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม สำหรับในแหล่งน้ำธรรมชาติควรประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านสิ่งแวดล้อมเข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย

กรณีประชาชนพบเจอสัตว์น้ำที่มีลักษณะผิดปกติ ทางศูนย์ให้คำแนะนำว่าอย่านำปลาไปบริโภคเพราะไม่ทราบแน่ชัดว่า อาการผิดปกตินั้นเกิดจากสาเหตุใด และไม่ควรจับหรือเคลื่อนย้ายปลาที่มีลักษณะหรืออาการผิดปกติไปยังแหล่งน้ำอื่น ควรกำจัตโดยการเผาหรือฝังร่วมกับการโรยปูนขาวในหลุม และไม่ทิ้งลงแหล่งน้ำ ขณะเดียวกันควรเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำและบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ หากพบปลา/สัตว์น้ำมีอาการผิดปกติหรือตายเพิ่มเป็นจำนวนมาก ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม

ด้าน นายพูลศักดิ์ นิลเภตรา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลนาโคก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ล่าสุด ชาวบ้านได้จับ “ ปลาเขือ ” ที่มีลักษณะผิดปกติเช่นเดียวกับปลากระบอก คือ มีจุดดำกระจายทั่วลำตัว จึงติดต่อให้เจ้าหน้าที่กรมประมงเข้ามาจัดเก็บตัวอย่างปลาเขือผิดปกติส่งไปตรวจที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งสมุทรสาคร แต่ผลการวิเคราะห์ที่ได้ก็ยังคลุมเครือไม่ชัดเจนเช่นเดียวกับปลากระบอก หากต้องการผลพิสูจน์ที่ชัดเจน ต้องเก็บตัวอย่างปลาผิดปกติที่ยังมีชีวิตอยู่ นำไปตรวจสอบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมากเพราะทั้งปลากระบอกและปลาเขือ ถือเป็นปลาที่ใจเสาะ ขึ้นจากน้ำได้ไม่นานก็ตายหมด

ความจริงจังหวัดสมุทรสาคร เป็นเขตผังเมืองสีเขียว เส้นทแยงขาว เป็นพื้นที่อนุรักษ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม และการเกษตรกรรม เช่นเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเค็มและสัตว์น้ำกร่อยได้ ห้ามสร้างโรงงานอย่างเด็ดขาด แต่ปี 2559 รัฐบาล คสช.ออกคำสั่งอนุญาตให้จัดตั้งโรงงานหล่อหลอมโลหะได้ในโซนนี้ ทำให้มีโรงงานหลอมขยะอิเล็กทรอนิกส์เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก

นายพูลศักดิ์กล่าวว่า ผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน กรณีโรงงานปล่อยกลิ่นเหม็น หมอกควัน ฝุ่นละออง และน้ำเสีย ทำให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมลง ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนโดยรอบ อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ชุดสุดซอย เคยเข้ามาตรวจพบโรงงานปล่อยน้ำเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม และมีการฝังกลบกากอุตสาหกรรมลงดิน โรงงานถูกสั่งปิดกิจการชั่วคราวเพื่อปรับปรุงแก้ไขระบบจัดการของเสีย ปิดไม่กี่วัน โรงงานก็กลับมาเปิดได้ ปัญหามลพิษก็เกิดขึ้นอีก ผมอยากฝากการบ้านให้รัฐบาลชุดใหม่ บังคับใช้กฎหมายควบคุมมลพิษโรงงานอย่างจริงจัง โดยเข้มงวดมาตรฐานค่ามลพิษจากปล่องโรงงาน ควบคุมการจัดการของเสีย เพื่อให้โรงงานอุตสาหกรรมอยู่ร่วมกับชุมชนได้ ลดความเสี่ยงมลพิษและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

เมืองไทยประกันชีวิต จับมือ ซาบีน่า สานต่อโครงการ “New Life BRA CYCLE” โละบราเก่า เปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาด

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) ผนึกกำลังขับเคลื่อนการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ “New Life BRA CYCLE” โละบราเก่า  เปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาด โดยได้เชิญชวนพนักงานมีส่วนร่วมในการบริจาคชุดชั้นในและเครื่องแต่งกายที่ไม่ใช้แล้ว เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างถูกต้องตามหลักสิ่งแวดล้อม และแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ

ความร่วมมือในโครงการดังกล่าว ไม่เพียงเป็นกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น หากยังเป็นกลไกสำคัญ  ในการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรด้านความยั่งยืน ผ่านการมีส่วนร่วมของพนักงานในการจัดการทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) รวมถึงทิศทางการดำเนินงานด้าน ESG ของทั้งสององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม

โครงการนี้เปิดรับบริจาค เสื้อชั้นใน กางเกงชั้นใน เสื้อซับใน ชุดว่ายน้ำ กางเกง Boxer ที่ไม่ใช้แล้ว ไม่จำกัดแบรนด์ ไม่จำกัดสภาพ และไม่จำกัดเพศ ณ จุดรับบริจาคที่บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ และสำนักงานภูมิภาค จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) ได้นำสิ่งของที่ได้รับไปผ่านกระบวนการทำลายอย่างถูกวิธี เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน สะท้อนเจตนารมณ์ของทั้งสององค์กรในการร่วมขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ และสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างต่อเนื่อง

ในโอกาสนี้ มีผู้บริหารร่วมกิจกรรม ได้แก่ นางสาวอินทิรา อิ่มจิตต์ ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) และ นายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยทีมผู้บริหารและพนักงานเมืองไทยประกันชีวิต ร่วมแสดงพลังความร่วมมือในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม  

AIS เปิดรับสมัครงานสายเทค 400 อัตรา! วอร์คอิน สัมภาษณ์ 24 ม.ค.นี้

0

ท่ามกลางความท้าทายของตลาดแรงงานดิจิทัล AIS ผู้นำเครือข่ายและเทคอัจฉริยะ ยังคงเดินหน้าลงทุน “สร้างคน” อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เปิดรับสมัคร บุคลากรสายเทคโนโลยีกว่า 400 อัตรา ในตำแหน่ง Software Tester และ Automate Tester เพื่อช่วยสร้างงาน สร้างโอกาส และสร้างอาชีพให้บุคลากรด้านไอที พร้อมเปิดบ้านต้อนรับคนรุ่นใหม่เข้ามา Walk-in สัมภาษณ์งานได้ทันที 24 ม.ค. นี้ เพื่อร่วมทำงานกับองค์กรเทคโนโลยีชั้นนำที่มั่นคง และเป็นกำลังสำคัญในการร่วมพัฒนาเทคโนโลยี สินค้า และนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้า AIS และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย

ดร.ปรง ธาระวานิช

ดร.ปรง ธาระวานิช หัวหน้าฝ่ายงานการบริหารความเป็นเลิศด้านงานทรัพยากรบุคคล เอไอเอส กล่าวว่า “ในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลกเผชิญความท้าทายด้านกำลังคน AIS ยังคงเชื่อมั่นว่าการลงทุนใน ‘คน’ คือการลงทุนที่สำคัญที่สุด เราไม่เพียงต้องการสร้างองค์กรให้แข็งแรง แต่ต้องการพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัลที่มีคุณภาพ โดยการเปิดบ้านครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ ได้เติบโตไปพร้อมกับองค์กรที่มั่นคง มีระบบการทำงานระดับมืออาชีพ และได้มีส่วนร่วม พัฒนาเทคโนโลยี สินค้า และนวัตกรรมดิจิทัล ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า AIS ในวงกว้าง นี่คือเหตุผลที่ AIS ยังคงเดินหน้าสร้างคน และช่วยสร้างงาน สร้างโอกาสให้บุคลากรด้านไอทีอย่างต่อเนื่อง”

สำหรับตำแหน่ง Software Tester & Automate Tester ซึ่งถือเป็น “ด่านสุดท้าย” ของคุณภาพ ก่อนที่แอปพลิเคชันและบริการดิจิทัลจะส่งมอบสู่ผู้ใช้งานจริง มีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลของลูกค้า AIS กว่า 50 ล้านราย

ผู้สนใจสมัครงานที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ทำงานด้านที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ระดับนักศึกษาจบใหม่ ไปจนถึงประสบการณ์การทำงาน 10 ปี สามารถ Walk-in เข้ามาสัมภาษณ์ได้ในวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 เวลา 09.00 – 17.00 น.  AIS ACADEMY อาคาร Pearl Bangkok ชั้น 11 หรือกรอกข้อมูลและฝาก CV ล่วงหน้าได้ที่ https://forms.gle/oEC8FFFaWez4q7rX8

ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้ทำงานกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำที่มีความมั่นคง พร้อมสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ อาทิ โบนัส และโอกาสพัฒนาทักษะเพื่อเติบโตในสายอาชีพเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงไฮไลต์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนทำงาน เช่น วันลาในเดือนเกิด และสิทธิพิเศษแพ็กเกจพนักงานสำหรับมือถือและอินเทอร์เน็ตบ้าน เป็นต้น

AIS ขอเชิญชวนคนรุ่นใหม่ที่มี Passion ด้านเทคโนโลยี มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่ไม่เพียงสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะ แต่ยังสร้าง “โอกาส” และ “อนาคต” ให้กับบุคลากรและประเทศ พร้อมก้าวไปสู่ยุคดิจิทัลอย่างมั่นคงไปด้วยกัน

รู้เก็บรู้ออม : THE INVESTORS

0

เริ่มต้นปีใหม่แบบนี้ หลายคนอาจจะกำลังมองหาเคล็ดลับที่จะทำให้พอร์ตเติบโต ซึ่งหัวใจสำคัญ คือการวางแผนและการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน เพราะการลงทุนโดยไม่มีเป้าหมายเท่ากับเป็นการหว่านเงินแบบสะเปะสะปะ และเมื่อดูสถานการณ์เศรษฐกิจปี 2569 ด้วยแล้ว ก็ยิ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เราต้องปรับแผนการเงิน และมีแนวทางการลงทุนของตัวเองให้ชัดเจน เพื่อทำให้การลงทุนเป็นไปอย่างยั่งยืน และบรรลุเป้าหมาย

ใครที่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนดี โอกาสดีมาแล้ว เพราะ “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” ประเดิมศักราชใหม่ปีม้าสำหรับสายลงทุนด้วยแคมเปญ “THE INVESTORS” โดยจัดทำหนังสือฉบับพิเศษ รวบรวมมุมมองแนวคิด ข้อคิด จาก 50 นักลงทุน ร่วมส่งมอบแรงบันดาลใจ และเป็นแนวทางแก่ผู้เริ่มต้นและนักลงทุนรุ่นใหม่

และจัดสัมมนาชวนนักลงทุนมาค้นหาเส้นทางการลงทุนในแบบตัวเราเอง โดยรวบรวม 10 นักลงทุนตัวจริงมาแชร์ประสบการณ์แบบจัดเต็ม พร้อมกับเปิดมุมมองใหม่ ผ่าน 3 หัวข้อสัมมนา ประกอบด้วย Session แรก “The Value Code เปิดแนวคิด พิชิตพอร์ตยั่งยืน” โดยภาคย์ภูมิ ศิริหงษ์ทอง นายกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า, ทิวา ชินธาดาพงศ์ นายกสมาคมนักลงทุนประเทศไทย และอธิป กีรติพิชญ์ นักลงทุนเน้นคุณค่า เจ้าของเพจ นิ้วโป้ง Fundamental VI

ตามด้วย Session สอง “Live & Learn เปิดประสบการณ์ ผ่านวิกฤติ…เมื่อชีวิตคือการลงทุน” พบกับวิบูลย์ พึงประเสริฐ นักลงทุนเน้นคุณค่า, เสี่ยป๋อง วัชระ แก้วสว่าง นักลงทุนสายผสมพื้นฐานและเทคนิค, มยุรี โชวิกรานต์ รอง ผอ.สายงานมาตรฐานวิชาชีพ สมาคมนักวางแผนการเงินไทย และเจษฎา สุขทิศ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด และเจ้าของเพจ Fund Talk

และปิดท้ายด้วย Session ที่สาม “เปิด Playbook การลงทุน 2026” มาฟังกลยุทธ์ลงทุนฉบับผู้ลงทุน โดยธณัฐ เตชะเลิศ ผู้ก่อตั้งเพจลงทุนแมน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอลทีเอ็มเอช กับกลยุทธ์ฉบับนักวิเคราะห์ โดยเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส นักวิเคราะห์ยอดเยี่ยมจากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน

“คุณนายพารวย” ชวนให้ทุกคนมาประเดิมปีใหม่ด้วยการมาร่วมงานนี้ เพื่อเริ่มต้นปี 69 อย่างมั่นคงและยั่งยืน ผ่านแนวคิดดีๆของนักลงทุนตัวจริงเสียงจริงที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ รวบรวมมาเพื่อถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์บนสนามลงทุนจริง

กาปฏิทินรอวันงานไว้เลย โดยงานจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 ตั้งแต่เวลา 12.00-17.00 น. ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 7)

พิเศษ! เฉพาะงานนี้เท่านั้น นอกจากความรู้เน้นๆแล้ว ผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าและมาร่วมงานจะได้รับหนังสือ “THE INVESTORS” ฟรี แถมยังได้ใกล้ชิดกับนักเขียนอีกด้วย สนใจลงทะเบียนได้แล้วที่นี่ https://www.set.or.th/th/about/event-calendar/event/eventdetails?id=88086 

คุณนายพารวย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับจด 4 DR ใหม่ อ้างอิงหุ้นชั้นนำเวียดนาม-ฮ่องกง-ญี่ปุ่น ออกโดย Yuanta เริ่มซื้อขาย 19 ม.ค. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รับจดทะเบียนตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) 4 หลักทรัพย์ใหม่ อ้างอิงหุ้นชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์ (HOSE) ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX) และตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (TSE) ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด (Yuanta) เริ่มซื้อขายในตลาดหุ้นไทย
19 มกราคม 2569

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจตลาดหลักทรัพย์ที่จดทะเบียน
MSN19Masan Group Corporation (MSN)บริษัทขนาดใหญ่ในเวียดนาม ดำเนินธุรกิจหลากหลายประเภท โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และค้าปลีกHOSE
HANSOH19Hansoh Pharmaceutical Group Company Limited (3692)บริษัทผู้ผลิตยาและนวัตกรรมชีวเภสัชกรรมชั้นนำของจีน โดยมุ่งเน้นการวิจัย พัฒนา ผลิต และจัดจำหน่ายยารักษาโรคในหลายสาขา เช่น โรคมะเร็ง โรคทางระบบประสาท และโรคติดเชื้อHKEX
SINOBIO19Sino Biopharmaceutical Limited (1177)บริษัทผู้ผลิตยาและนวัตกรรมชีวเภสัชกรรมชั้นนำของจีน โดยมุ่งเน้นการวิจัย พัฒนา ผลิต และจัดจำหน่ายยารักษาโรคในหลายสาขา เช่น โรคมะเร็ง โรคตับ และยาปฏิชีวนะHKEX
ADVANT19Advantest Corporation (6857)บริษัทชั้นนำที่เชี่ยวชาญการผลิตอุปกรณ์ทดสอบอัตโนมัติ สำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดดเด่นในการสร้างเครื่องจักรที่ใช้ตรวจสอบคุณภาพและประสิทธิภาพ ของชิปที่ผลิตออกมาจากโรงงานTSE

ผู้สนใจศึกษารายละเอียด 4 DR ใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th หรือบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์คือ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด https://dr.yuanta.co.th หรือศึกษาผลิตภัณฑ์ DR เพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/dr     

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ติด Top 50 Companies in Thailand 2026 องค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้รับรางวัล Top 50 Companies in Thailand 2026 จากการจัดอันดับโดย Work Venture ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์นายจ้างชั้นนำของไทย โดย SET ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 45 ในปีนี้

การจัดอันดับครั้งนี้มาจากการสำรวจความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่และวัยทำงานในกรุงเทพฯ และปริมณฑล กว่า 12,000 คน ผลสำรวจพบว่า SET เป็นที่สนใจของคนรุ่นใหม่ในด้านต่างๆ อาทิ วัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส เน้น governance และ innovation โอกาสก้าวหน้าในสายอาชีพ และมีสวัสดิการที่ดี

รางวัลนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ SET ในการพัฒนาบุคลากรให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับตลาดทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับค่านิยมหลักของ SET คือ Client First, Integrity Always, Collaborate to Innovate

เมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม มอบผ้าห่มต้านภัยหนาว ส่งต่อความห่วงใย สร้างความอบอุ่นให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม จัดกิจกรรมมอบผ้าห่มต้านภัยหนาว ภายใต้ “โครงการอบอุ่นกับเมืองไทยประกันชีวิต” เพื่อส่งต่อความอบอุ่นและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศหนาวเย็นและภัยพิบัติ

ในโอกาสนี้ นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้มอบผ้าห่มต้านภัยหนาวให้แก่ โครงการ “ห่มรัก” ของบริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด ซึ่งบริษัทได้สนับสนุนอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 โดยในปีนี้โครงการห่มรักได้ส่งมอบผ้าห่มเพื่อสร้างความอบอุ่นแก่ประชาชนในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี ดร.อรุโณชา ภาณุพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด เป็นผู้รับมอบ

นอกจากนี้ เมืองไทยประกันชีวิตยังได้มอบผ้าห่มต้านภัยหนาวให้แก่ รายการสถานีประชาชน สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 เพื่อสนับสนุนโครงการ “สถานีประชาชนสัญจร เพื่อน้องที่ห่างไกล” ณ โรงเรียนบ้านนาบง อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน โดยมีเป้าหมายส่งต่อผ้าห่มและกำลังใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่กว่า 2,000 ครัวเรือน โดยมี นางกานดา จำปาทิพย์ บรรณาธิการรายการสถานีประชาชน และ นางสาวธิดารัตน์ อนันตรกิตติ พิธีกรรายการสถานีประชาชน เป็นผู้รับมอบ

สำหรับผ้าห่มที่นำมามอบในโครงการฯ ผลิตโดย วิสาหกิจชุมชนบ้านวัดจากแดงเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยกระบวนการ Upcycling โดยผ้าห่ม 1 ผืน ใช้ขวดพลาสติกขนาด 1 ลิตร จำนวน 11 ขวด มีความหนา 280 GSM (Gram per Square Meter) ซึ่งในโครงการ “อบอุ่นกับเมืองไทยประกันชีวิต” ประจำปี 2568 สามารถช่วยลดขยะขวดพลาสติกได้รวม 15,708 ขวด และผ้าห่มจำนวนดังกล่าวเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ใหญ่ 157.08 ต้น สะท้อนการดำเนินงานตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และ นางพิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ รองประธานกรรมการ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม ร่วมเป็นผู้แทนในการมอบผ้าห่มต้านภัยหนาวให้แก่หน่วยงานพันธมิตรด้านสื่อสารมวลชน เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือไปยังประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้มในการดำเนินงานควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้แนวคิด “ส่งมอบความสุขให้กับทุกชีวิต” โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ ผ่านการสร้างความอบอุ่น ความห่วงใย และการช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

เกษตรกรเพชรบุรี เพาะเลี้ยง “ปูทะเล” สัตว์น้ำเศรษฐกิจ เพิ่มความมั่นคงทางอาชีพ

0

เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในจังหวัดเพชรบุรี เดินหน้าต่อยอดอาชีพด้วยการเลี้ยง “ปูทะเล” สัตว์น้ำเศรษฐกิจที่มีความต้องการสูงในตลาด โดยประยุกต์แนวทาง “เปลี่ยนปัญหาเป็นโอกาส” นำ “ปลาหมอคางดำ” ใช้เป็นเหยื่อ-อาหารเลี้ยงปู ช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มความมั่นคงทางอาชีพ และส่งเสริมการนำปลาต่างถิ่นออกจากระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง พร้อมบันทึกข้อมูลเพื่อการขยายผลให้เกษตรกรรายอื่น

นางสาวกาญจนา โชติช่วง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองบัว หมู่ที่ 3 ตำบลบางเค็ม อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า เกษตรกรในพื้นที่เริ่มจากการเลี้ยงปลากะพงขาวในบ่อเพื่อช่วยกำจัดปลาหมอคางดำ ซึ่งช่วยลดภาระต้นทุนอาหารและควบคุมปลาต่างถิ่นได้ผลดี จึงขยายผลสู่การเลี้ยง “ปูทะเล” เนื่องจากปูทะเลเป็นสินค้าที่ตลาดต้องการสูง และบางช่วงมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 750 บาท โดยเกษตรกรได้รับการสนับสนุนจากประมงจังหวัดเพชรบุรี ภายใต้ โครงการส่งเสริมการเลี้ยงปูทะเล “พลิกวิกฤตพิชิตปลาหมอคางดำ”

นายประจวบ เจี้ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า โครงการนี้เป็นไปตามมาตรการของกรมประมงในจัดการปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำด้วยการนำมาบดเป็นอาหารเลี้ยงปูทะเล เพื่อลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชาวประมง

“เกษตรกร 25 ราย ในตำบลบางเค็ม อำเภอเขาย้อย ได้รับสนับสนุนลูกพันธุ์ปูจากสำนักงานประมงเพชรบุรี รายละ 800 ตัว นำไปเลี้ยง โดยการสนับสนุนครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการจะมีการบันทึกข้อมูลการให้อาหารปูเป็นประจำทุกวัน โดยข้อมูลดังกล่าวประมงอำเภอเขาย้อยจะได้นำไปใช้ประเมินผลและจัดทำสถิติประกอบการขยายผลในอนาคต” นางสาวกาญจนากล่าว

ก่อนหน้านี้ กลุ่มเกษตรกรใช้หัวปลา เศษปลา หรือปลาเป็ดที่ซื้อจากเรือประมงเป็นอาหารเลี้ยง แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้ปลาหมอคางดำเป็นเหยื่อเลี้ยงแทน ช่วยลดต้นทุนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเหยื่อเลี้ยงได้ทั้งจากการจับในแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือรับซื้อจากชุมชน ทำให้เกิดการจับปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง เกษตรกรได้ประโยชน์ และชุมชนก็มีรายได้จากการจับปลาเหยื่อมาจำหน่าย

ทั้งนี้ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านยังกล่าวเสริมว่า “โครงการปูทะเล” เป็นโครงการที่เกิดประโยชน์ต่อผู้เพาะเลี้ยงอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และสามารถเป็นต้นแบบให้พื้นที่อื่นที่กำลังเผชิญปัญหาปลาต่างถิ่น นำแนวทางไปปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของชุมชนได้

ทั้งนี้ รอบการเลี้ยงปูทะเลใช้เวลาประมาณ 2 เดือนครึ่ง ก็สามารถจับจำหน่ายได้ ทำให้เป็นอีกทางเลือกในการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มรายได้ควบคู่กับการเลี้ยงปลากะพงขาว และยังช่วยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรในชุมชนที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและเกษตรกรในพื้นที่