Home Blog Page 2

โค้งสุดท้าย! AIS Academy ชวนคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ สมัคร JUMP THAILAND HACKATHON 2026 เดินสาย Roadshow – Bootcamp บ่มเพาะไอเดีย AI เพื่ออนาคตการศึกษาไทย ก่อนปิดรับสมัคร 16 สิงหาคมนี้

0

AIS Academy เดินสายจัดกิจกรรม Roadshow และ Bootcamp ในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ JUMP THAILAND HACKATHON 2026 ชวนนิสิต นักศึกษาร่วมเรียนรู้ พัฒนาไอเดีย และเตรียมความพร้อมในการสร้างนวัตกรรม AI เพื่ออนาคตการศึกษาไทย โดยตลอดช่วงที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่พบคนรุ่นใหม่ในมหาวิทยาลัยและหัวเมืองสำคัญในแต่ละภูมิภาค เปิดพื้นที่ให้ได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ทดลองคิดจากโจทย์จริง พร้อมรับคำแนะนำเพื่อนำไปต่อยอดแนวคิดก่อนเข้าสู่การแข่งขัน Hackathon สะท้อนความคึกคักของคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ ก่อนเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเปิดรับสมัครถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2569

สำหรับ JUMP THAILAND HACKATHON 2026 จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้โจทย์ “AI for the Future of Thai Education: ปัญญาประดิษฐ์เพื่ออนาคตการศึกษาไทย” โดย AIS Academy ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA พร้อมความร่วมมือจากภาคการศึกษาและพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง เปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาจากทั่วประเทศ นำศักยภาพด้านเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และมุมมองของคนรุ่นใหม่ มาร่วมพัฒนาไอเดียและนวัตกรรม AI ที่ตอบโจทย์อนาคตการศึกษาไทย ตลอดช่วงที่ผ่านมา โครงการได้จัดกิจกรรมทั้ง Roadshow และ Bootcamp ครอบคลุมหลายภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นภาคใต้ ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ภาคเหนือ ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมถึงการลงพื้นที่ Roadshow ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อาทิ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ก่อนเตรียมปิดท้ายกิจกรรม Bootcamp ภาคกลาง ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันที่ 15 สิงหาคม 2569

กิจกรรมในแต่ละพื้นที่ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าการประชาสัมพันธ์การแข่งขัน แต่เป็นพื้นที่ให้นิสิต นักศึกษาได้เริ่มต้นพัฒนาไอเดียอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การทำความเข้าใจปัญหาและโจทย์ด้านการศึกษา การเรียนรู้กระบวนการ Problem Framing การนำเสนอแนวคิดเพื่อรับ Feedback จากผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนการเปิดพื้นที่ให้ผู้ที่สนใจสามารถค้นหาเพื่อนร่วมทีมและแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างกัน เพื่อช่วยให้ไอเดียตั้งต้นมีความชัดเจนและสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาเป็นนวัตกรรมได้จริง โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของนิสิต นักศึกษาจากหลากหลายสาขา ที่ต้องการนำ AI เข้ามามีส่วนช่วยแก้โจทย์ทางการศึกษาในมิติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้ การสร้างประสบการณ์การเรียนที่เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคน การสนับสนุนการทำงานของครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ที่ตอบโจทย์บริบทของประเทศไทย

ทั้งนี้ JUMP THAILAND HACKATHON 2026 จึงมุ่งสร้างพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ก้าวจากการเป็นเพียงผู้ใช้งานเทคโนโลยี ไปสู่การเป็น ผู้คิดและผู้สร้างนวัตกรรม ผ่านกระบวนการเรียนรู้และลงมือทำจริง พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคเทคโนโลยี ภาคนวัตกรรม และภาคการศึกษา เพื่อช่วยให้คนรุ่นใหม่สามารถพัฒนาไอเดียจากโจทย์ที่มองเห็นรอบตัว และนำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับระบบการศึกษาไทยในอนาคต

สำหรับการแข่งขัน JUMP THAILAND HACKATHON 2026 เปิดรับนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาตรีหรือ ปวส. จากทั่วประเทศ สมัครเข้าร่วมเป็นทีม ทีมละ 3–5 คน พร้อมที่ปรึกษาประจำทีม 1 คน เพื่อร่วมพัฒนาไอเดียและนวัตกรรม AI สำหรับอนาคตการศึกษาไทย ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 220,000 บาท พร้อมโอกาสในการพัฒนาแนวคิดร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ โดยทีมที่ผ่านเข้าสู่ 10 ทีมสุดท้าย จะได้ร่วมพัฒนาและนำเสนอผลงานในการแข่งขันรอบสุดท้าย ในรอบ Demo Day วันที่ 11 กันยายน 2569 เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ร่วมติดตามและส่งกำลังใจให้กับคนรุ่นใหม่ พร้อมชมผลงานและไอเดีย AI เพื่ออนาคตการศึกษาไทยจากทีมที่ผ่านเข้ารอบ

ทั้งนี้ โค้งสุดท้ายสำหรับนิสิต นักศึกษาที่มีไอเดียและอยากร่วมสร้างอนาคตการศึกษาไทยด้วย AI สามารถสมัครเข้าร่วม JUMP THAILAND HACKATHON 2026 ได้ถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2569 เวลา 18.00 น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครได้ที่ www.jumpthailand.com พร้อมติดตามและร่วมเชียร์ 10 ทีมสุดท้ายบนเวที Demo Day วันที่ 11 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00–12.30 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ติดสปีดธุรกิจโรงแรมด้วย Thai Hyperscale Cloud จาก AIS Business วางรากฐานดิจิทัลอัจฉริยะ ยกระดับสู่ผู้นำอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งเอเชียแปซิฟิก

0
ภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) บริษัทบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรู โดยมีแบรนด์ภายใต้การบริหาร อาทิ อมารี ( Amari) OZO (โอโซ่) ชามา (Shama) และ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence) นำศักยภาพของ AIS Cloud powered by Oracle Cloud Infrastructure บริการ Hyperscale Cloud แห่งแรกของไทยที่ดำเนินการและเป็นเจ้าของโดยคนไทย ซึ่งผสานเวิร์กโหลดสำคัญขององค์กรเข้ากับการควบคุมและดูแลข้อมูลภายในประเทศ พร้อมการบริหารจัดการแบบครบวงจรจาก AIS Business มาเสริมศักยภาพรากฐานดิจิทัลอัจฉริยะขององค์กร เพื่อเชื่อมโยงสำนักงานใหญ่และโรงแรมในเครือทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ให้สามารถเข้าถึงระบบและข้อมูล พร้อมทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ AIS Cloud สามารถรองรับการประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก เชื่อมต่อระบบได้หลากหลาย และปรับขยายทรัพยากรตามความต้องการ ครอบคลุมทั้งระบบบริหารทรัพยากรองค์กร หรือ ERP ระบบวิเคราะห์ข้อมูลและระบบปฏิบัติการของโรงแรม พร้อมต่อยอดสู่ AI ระบบ Automation และระบบอัจฉริยะ นอกจากนี้ AIS Business ยังผสานศักยภาพของคลาวด์เข้ากับโครงข่าย การดูแลข้อมูลภายในประเทศ และทีมผู้เชี่ยวชาญไทยที่เข้าใจบริบทธุรกิจและสามารถสื่อสารกับลูกค้าเป็นภาษาไทย จึงช่วยให้เข้าใจโจทย์ได้ตรงกัน เชื่อมโยงระบบ และใช้ข้อมูลร่วมกันระหว่างหลายประเทศได้อย่างคล่องตัว พร้อมรองรับการขยายธุรกิจของกลุ่มออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ฯ จากกว่า 45 แห่ง สู่มากกว่า 70 แห่งภายในปี 2030

              การขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในเอเชียแปซิฟิกยิ่งตอกย้ำทั้งโอกาสและการแข่งขันของธุรกิจฮอสพิทาลิตี้ โดยสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (World Travel & Tourism Council: WTTC) ระบุว่า ในปี 2025 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(GDP) จากภาคการเดินทางและท่องเที่ยวของเอเชียแปซิฟิกเติบโตถึง 8.1% สูงที่สุดในโลก และมีมูลค่ารวม 3.29 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ การเติบโตดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งเพิ่มความพร้อมทั้งด้านการบริหารจัดการ การรองรับการขยายธุรกิจ และการพัฒนาประสบการณ์ให้ตอบโจทย์นักเดินทางมากขึ้น กลุ่มออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ฯจึงเดินหน้ายกระดับศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการบริหารข้อมูลให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อสร้างความคล่องตัวในการดำเนินงาน และรองรับโอกาสการเติบโตทั่วทั้งภูมิภาคโดยหนึ่งในก้าวสำคัญคือการพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลกลางขององค์กร (Data Platform) ที่รวบรวมข้อมูลผู้เข้าพัก ข้อมูลการจอง และข้อมูลการดำเนินงานไว้ในคลังข้อมูลบนระบบคลาวด์ (Cloud Data Warehouse) เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกลูกค้า (Customer Insight) เชื่อมต่อกับระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (Customer Relationship Management: CRM) และต่อยอดสู่การพัฒนาแคมเปญ บริการ และประสบการณ์เฉพาะบุคคล (Personalization) ที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้มากยิ่งขึ้น

นายพิพัฒน์ ขนอนเวช รองประธานกรรมการแผนกเทคโนโลยีสารสนเทศ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กล่าวว่า “สำหรับออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป การเดินหน้าสู่เป้าหมายในการเป็นบริษัทบริหารจัดการธุรกิจบริการขนาดกลางที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (To be the best medium-sized hospitality management company in Asia-Pacific) จำเป็นต้องมีรากฐานที่แข็งแกร่งในทุกมิติ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี เรามองว่าเทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานเท่านั้น แต่เป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าพัก พร้อมทั้งเสริมศักยภาพให้พนักงานสามารถส่งมอบบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง เรามั่นใจว่าจะสามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจ ขยายการดำเนินงานในอนาคต และขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน” นายพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

นายภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “Cloud ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับขีดความสามารถของภาคธุรกิจ ทั้งในด้านการสร้างความคล่องตัว การขยายโอกาส และการนำข้อมูลมาต่อยอดเป็นคุณค่าใหม่ ทั้งนี้ ภายใต้เจตนารมณ์ของ AIS Business ในการเป็นพันธมิตรที่ร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย เรามุ่งพัฒนา AIS Cloud ในฐานะบริการคลาวด์ระดับ Hyperscale จากผู้ให้บริการไทย (AIS Cloud Thai Hyperscale) ที่เข้าใจบริบทและความต้องการของธุรกิจไทย พร้อมนำศักยภาพของเทคโนโลยีระดับโลกมาช่วยให้องค์กรเติบโตและแข่งขันได้ในเวทีระดับภูมิภาคและระดับโลก   โดยจากความร่วมมือกับออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ Hyperscale Cloud ในการเป็นรากฐานสำคัญของการทรานส์ฟอร์มธุรกิจฮอสพิทาลิตี้ ช่วยให้องค์กรสามารถขยายศักยภาพ เชื่อมโยงการเติบโตในหลายประเทศ  โดย AIS Business พร้อมสนับสนุนออนิกซ์ในฐานะองค์กรไทย ให้สามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”

AIS Business พร้อมเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อส่งมอบมากกว่าโซลูชัน แต่เป็นพลังสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรม ช่วยให้ธุรกิจไทยก้าวข้ามข้อจำกัด สร้างความแตกต่าง เปิดโอกาสใหม่ และเติบโตอย่างแข็งแกร่งในเวทีระดับภูมิภาคและระดับโลก

ภาคธุรกิจที่สนใจ AIS Cloud ดูรายละเอียดและติดต่อได้ที่ https://www.ais.th/business/enterprise/technology-and-solution/cloud-and-data-center 

AIS จัดเซอร์ไพรส์ใหญ่ ชวนลุ้นเป็นเจ้าของ “กีตาร์หอบฟาง” ชิ้นเดียวในโลก จากมือพี่ป้อม-พี่โต๊ะ เพียงสมัครแพ็ก PLAY PASS ชมสดคอนเสิร์ต “อยากจะย้ำชัดๆ ครั้งสุดท้าย”

0

AIS จัดเซอร์ไพรส์สุดพิเศษเอาใจแฟนเพลงตัวจริงของ อัสนี-วสันต์ เปิดโซนหน้าจอ รับชมคอนเสิร์ตรอบสุดท้ายแบบสดๆ ผ่าน AIS PLAY ชวนลูกค้า AIS ที่สมัครแพ็กเกจ PLAY PASS ระหว่างวันที่ 8–31 สิงหาคม 2569 ร่วมลุ้นเป็นเจ้าของ “กีตาร์หอบฟาง” ของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟชิ้นเดียวในโลก โดยลูกค้า 1 เบอร์ มีสิทธิ์ร่วมลุ้น 1 สิทธิ์ และจะประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 6 กันยายน 2569 ทางเพจ AIS  ยิ่งไปกว่านั้น ผู้โชคดีจะได้สัมผัสโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการ รับรางวัลจากมือพี่ป้อมและพี่โต๊ะด้วยตัวเองที่คอนเสิร์ตรอบสุดท้าย ในวันที่ 8 กันยายน 2569 เรียกได้ว่าไม่เพียงได้ครอบครองของที่ระลึกชิ้นเดียวในโลก แต่ยังได้เก็บเกี่ยวความทรงจำสุดพิเศษจากศิลปินที่รักในค่ำคืนแห่งการบอกลาครั้งสำคัญอีกด้วย

แพ็กเกจ PLAY PASS เปิดโอกาสให้ลูกค้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ FAREWELL CONCERT อัสนี-วสันต์ “อยากจะย้ำชัดๆ ครั้งสุดท้าย” ในราคา 500 บาท (ไม่รวม VAT) รับชมสดผ่าน AIS PLAY ในการแสดงรอบสุดท้าย วันที่ 8 กันยายน 2569 ลูกค้ามือถือ AIS กด *678*500# โทรออก ส่วนลูกค้าเน็ตบ้านสามารถสมัครผ่านแอปฯ myAIS พร้อมรับสิทธิ์ชมคอนเสิร์ตย้อนหลัง (Rerun) ได้ระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 – 31 ธันวาคม 2570

นอกจากนี้ ลูกค้า AIS ทั้งมือถือและเน็ตบ้านยังได้รับโปสการ์ดพร้อมข้อความที่เขียนด้วยลายมือจาก “อัสนี-วสันต์” ฟรี! เมื่อสมัครแพ็กเกจ PLAY PASS ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป หรือจนกว่าสินค้าจะหมด โดยสามารถรับโปสการ์ดได้ที่ AIS Shop สาขาที่ร่วมรายการ ติดตามรายละเอียดและสมัครแพ็กเกจ PLAY PASS ได้ที่ www.ais.th/playpass

เมืองไทยประกันชีวิต ส่งต่อความหมายของ “ห่วง…ไม่เคยหาย”ผ่านเรื่องราวของ “ไบรท์ พิชญทัฬห์” และ “สิ่งของแทนใจ” ที่เก็บความคิดถึงไว้เสมอ

0

เมืองไทยประกันชีวิต ส่งต่อเรื่องราวความรักและความผูกพันในช่วงวันแม่ ผ่านเรื่องราวของ “ไบรท์ – พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ” ผู้ประกาศข่าวและพิธีกรชื่อดัง กับความคิดถึงที่มีต่อคุณแม่ ผ่าน “โทรศัพท์มือถือของแม่” สิ่งของธรรมดาที่วันนี้กลายเป็น “สิ่งของแทนใจ” และยังคงเก็บความทรงจำ ความรัก และความห่วงใยของแม่เอาไว้

เรื่องราวดังกล่าวเป็นการต่อยอดแนวคิดจากแคมเปญ “ห่วง…ไม่เคยหาย” ของเมืองไทยประกันชีวิต ที่เชื่อว่า ความห่วงใยไม่ได้จบลงในวันที่จากลา เพราะแม้คนที่เรารักจะไม่ได้อยู่ข้างกันแล้ว แต่ความรัก คำพูด คำสอน และเรื่องราวที่เคยมีร่วมกัน ยังคงอยู่กับคนข้างหลังและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเสมอ

ไบรท์ถ่ายทอดความผูกพันระหว่างเธอกับ คุณแม่มนทิรา จันทร์พุฒ หรือ “แม่ต้อย” คุณแม่ที่อยู่เคียงข้างและดูแลเธอในทุกช่วงของชีวิต หลายเหตุการณ์ในวันนั้นอาจเป็นเพียงวันธรรมดาของแม่กับลูก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ช่วงเวลาเหล่านั้นกลับกลายเป็นความทรงจำที่มีความหมาย

หนึ่งในสิ่งที่ไบรท์ยังคงเก็บรักษาไว้คือ “โทรศัพท์มือถือของแม่” แม้วันนี้จะไม่มีเสียงของแม่โทรเข้ามาเหมือนวันก่อน แต่โทรศัพท์เครื่องเดิมยังพาให้คิดถึงเจ้าของเครื่อง บทสนทนาที่เคยมี และช่วงเวลาที่แม่กับลูกเคยแบ่งปันร่วมกัน ของบางชิ้นจึงไม่ได้มีคุณค่าจากราคา แต่อยู่ที่เรื่องราวและคนที่เคยเป็นเจ้าของ
หลังจากเผยแพร่เรื่องราวของไบรท์เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจอย่างมากบนโลกออนไลน์ ด้วยยอดเข้าชมรวมกว่า 16 ล้านวิว และความคิดเห็นกว่า 200 ข้อความ ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง ผู้ชมจำนวนมากเข้ามาแบ่งปันความทรงจำของตัวเอง บางคนยังเก็บมือถือของแม่ บางคนเก็บนาฬิกาของพ่อ รวมถึงของใช้ของคนในครอบครัวที่จากไป เพราะทุกครั้งที่ได้เห็นหรือหยิบขึ้นมาสัมผัส สิ่งของเหล่านั้นยังพาให้คิดถึงคนที่เคยอยู่ด้วยกัน

เรื่องราวของไบรท์จึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงเรื่องของคนคนหนึ่ง แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้บอกเล่าความคิดถึงของตัวเอง แต่ละคนมีวิธีเก็บคนที่รักไว้ในชีวิตแตกต่างกัน บางคนเก็บไว้ในภาพถ่าย บางคนจดจำผ่านคำพูดและคำสอน ขณะที่บางคนเลือกเก็บไว้ผ่าน “สิ่งของแทนใจ” ที่อาจไม่มีมูลค่าทางตลาด แต่มีคุณค่าทางใจที่ประเมินไม่ได้

เมืองไทยประกันชีวิต ตั้งใจถ่ายทอดเรื่องราวนี้ในช่วงวันแม่ เพื่อส่งกำลังใจถึงผู้ที่เคยสูญเสียคนที่รัก เพราะแม้วันนี้จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ความรัก ความทรงจำ และความห่วงใยที่เคยมอบให้กัน ยังคงอยู่กับคนข้างหลัง และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเสมอ

นี่คือความหมายของ “ห่วง…ไม่เคยหาย” เพราะเมื่อใครคนหนึ่งจากไป สิ่งที่ยังคงอยู่ไม่ได้มีเพียงความทรงจำหรือ “สิ่งของแทนใจ” แต่ยังมีความห่วงที่อยากเห็นคนข้างหลังได้รับการดูแลและก้าวต่อไปได้ จึงต่อยอดแนวคิดผ่าน ShieldLife ประกันชีวิต อีกหนึ่งทางเลือกในการวางแผนความคุ้มครอง เพื่อเตรียมการดูแลและส่งต่อความห่วงใยให้กับคนที่เรารัก แม้ในวันที่เราไม่สามารถอยู่ดูแลเขาได้ด้วยตัวเอง

เมืองไทยประกันชีวิต เข้าใจทุกความ “ห่วง…ไม่เคยหาย”

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ “ห่วง…ไม่เคยหาย”
สามารถรับชมเรื่องราวและดูรายละเอียดเพิ่มเติมของแคมเปญได้ที่

  1. VDO เรื่องราวความผูกพันของ “ไบรท์ – พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ” กับคุณแม่
    • Facebook: https://www.facebook.com/reel/1051650964126130/
    • Instagram: https://www.instagram.com/reel/Db7XT7qCsH6
    • YouTube: https://youtu.be/g_UBHPwOFRA
  2. รายละเอียดแคมเปญ “ห่วง…ไม่เคยหาย”
    Landing Page: https://www.muangthai.co.th/th/campaign/mtlafterlife2

มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ ผนึก สถาบันรักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป เปิดโครงการ “เด็ก EF คิดเป็น เก่งการเงิน” ปูรากฐานทักษะสมองควบคู่วินัยการเงิน

0

มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ สถาบันรักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป (RLG) เปิดตัวโครงการ “เด็ก EF คิดเป็น เก่งการเงิน” บูรณาการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Functions: EF) เข้ากับความรู้ทางการเงิน มุ่งเสริมสร้างวินัยทางการเงินให้เด็กปฐมวัยถึงประถมศึกษา เพื่อยกระดับเด็กไทยให้เติบโตพร้อมกับทักษะการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) ในขณะที่มีอัตราเด็กเกิดใหม่ลดลงต่อเนื่อง การเตรียมความพร้อมให้เด็กไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ โครงการนี้ มุ่งที่จะพัฒนาสื่อการเรียนรู้ที่ใช้ได้จริงทั้งในครอบครัวและสถานศึกษา ซึ่งประกอบด้วย หนังสือนิทานภาพสำหรับเด็กระดับปฐมวัย 5 เล่ม นิทานระดับประถมศึกษา 5 เล่ม และบอร์ดเกมความรู้ทางการเงิน สื่อการเรียนรู้ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมให้เด็กรู้คุณค่าของเงิน มีวินัยการออม สามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้อย่างรอบคอบระหว่างความจำเป็นและความอยาก และรู้จักแบ่งปันผู้อื่น ซึ่งล้วนเป็นการพัฒนาทักษะพื้นฐานเพื่อสร้างความมั่นคงทั้งทางด้านจิตใจและการเงินไปพร้อมๆ กัน โดยที่สำคัญ คือการที่เด็กไทยได้เติบโตขึ้นเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพพร้อมจะช่วยขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า

นางสุภาวดี หาญเมธี ประธานสถาบันรักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป กล่าวว่า การพัฒนาสื่อนิทานและบอร์ดเกมสำหรับเด็กปฐมวัยและประถมศึกษา รวมถึงการออกแบบกระบวนการฝึกทักษะ EF ผนวกกับความรู้ทางการเงิน เป็นการพัฒนาบนฐานวิทยาศาสตร์สมอง การปลูกฝังทักษะสมอง EF ตั้งแต่ปฐมวัย 3-6 ขวบ และเมื่อมีการฝึกต่อเนื่องไปจนเติบโต จะเป็นรากฐานที่ช่วยให้เด็กกำกับตนเองได้ในชีวิตประจำวัน เด็กที่จัดการตนเองได้จะสามารถเข้าใจและจัดการชีวิตทางการเงินของเขาได้เมื่อโตขึ้นตามวัย เช่น รู้จักวางแผน ไม่เป็นหนี้เกินตัว และมีภูมิคุ้มกันจากการถูกหลอกลวงทางการเงินได้ ไปจนถึงสามารถลงทุนอย่างมีเป้าหมายได้ในอนาคต ทักษะ EF ที่ดี จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ความรู้ทางการเงินเกิดผลสัมฤทธิ์จริง

นางธิดา พิทักษ์สินสุข นายกสมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ และผู้อำนวยการโรงเรียนเพลินพัฒนา กล่าวว่า การเงินไม่ใช่เรื่องยากเกินวัย หากสื่อสารให้ใกล้ตัวและเข้าใจง่าย ผ่านนิทานหรือกิจกรรมที่ลงมือทำได้จริง และเริ่มปลูกฝังตั้งแต่ปฐมวัยและส่งต่ออย่างต่อเนื่องทุกช่วงวัย จะเป็นรากฐานความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืนในอนาคต

นายวีรัตน์ สานุมิตร ผู้อำนวยการ กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผล สำนักงานศึกษาธิการ จังหวัดเชียงรายกล่าวว่า จังหวัดเชียงรายมีรากฐานการขับเคลื่อนทักษะสมอง EF อย่างเข้มแข็ง การนำสื่อความรู้ทางการเงินมาประยุกต์ใช้ในรูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ทำให้ครูบรรลุตามตัวชี้วัดของหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ และนักเรียน ครูผู้สอน รวมถึงผู้ปกครอง มีความรอบรู้ทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

นายกิตติพัฒน์ แสนทวีสุข ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การลงทุน คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า ปัญหาการเงินของคนไทยส่วนใหญ่ คือขาดการถูกฝึกให้คิดก่อนตัดสินใจ และขาดการปลูกฝังนิสัยการใช้เงินมาตั้งแต่วัยเด็ก องค์ประกอบความรู้ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ต่างมีผลชี้ตรงกันว่าเด็กช่วงปฐมวัยคือโอกาสทองของการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Functions, EF) ให้ได้ผลดีที่สุด ทักษะ EF ส่วนแรกคือการยับยั้งชั่งใจ ไม่ทำตามแรงกระตุ้นหรือตามอารมณ์ทันที เป็นพื้นฐานสำคัญในการ “อดใจไม่ยอมซื้อ” หรือแม้กระทั่ง “ออมก่อนใช้” หรือการเลือก “ซื้อไว้ใช้ ไม่ใช่ซื้อไว้โชว์” ทักษะ EF ส่วนที่สอง คือความจำเพื่อใช้งาน ด้วยการตั้งเป้าหมายทางการเงิน และมีกระบวนการย้ำเตือนความจำ ทำให้จิตผูกพันกับเป้าหมายทางด้านการเงิน และทักษะ EF ส่วนที่สาม คือความยืดหยุ่นทางความคิด สามารถปรับเปลี่ยนแผนการเงิน ไปตามสถานการณ์ชีวิตที่อาจจะเกิดเรื่องฉุกเฉินขึ้นได้

สำหรับโครงการ “เด็ก EF คิดเป็น เก่งการเงิน” ต่อยอดความสำเร็จจากความร่วมมือที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2563 ในพื้นที่อำเภอนำร่อง 2 แห่งของจังหวัดเชียงราย จนกระทั่งครบทั้ง 18 อำเภอในปี 2567 และขยายผลไปยังจังหวัดน่านและลำปาง ต่อมาในปี 2568 ได้เริ่มบูรณาการความรู้ทางการเงินกับทักษะ EF ในสถานศึกษา 20 แห่ง และเตรียมที่จะขยายความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมไปยังสถานศึกษาระดับปฐมวัยและประถมทั่วประเทศ ที่มุ่งจะพัฒนาในเรื่องความรอบรู้ทางการเงิน รวมทั้งต่อยอดไปยังคณะครุศาสตร์ของสถาบันอุดมศึกษากว่า 10 แห่งเพื่อสร้างครูรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ทักษะ และ เจตคติในการสอนความรอบรู้ทางการเงินด้วย นอกจากนี้ โครงการยังพร้อมเปิดรับความร่วมมือจากองค์กรภาคีเครือข่ายเพื่อขยายผลไปสู่พื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดและความคืบหน้าของโครงการฯ ได้ที่ www.setfoundation.or.th

สัญญาณเตือนภัย ‘วงการสัตว์น้ำ’ : ไม่ปรับตัววันนี้ วันหน้าไม่มีที่ยืน!

0

ใครที่ยังคิดว่า “เลี้ยงแบบเดิมๆ ก็รอด” บอกเลยว่าคุณกำลังประเมินอนาคตต่ำเกินไป!

วันนี้สนามแข่งขันของอุตสาหกรรมสัตว์น้ำเปลี่ยนไปชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ ข้อมูลจาก FAO ระบุว่า ในปี 2022 ผลผลิตสัตว์น้ำจากการเพาะเลี้ยง(Aquaculture) แซงหน้าการจับจากธรรมชาติเป็นครั้งแรก คิดเป็น 51% ของผลผลิตสัตว์น้ำทั้งหมดที่บริโภคเป็นอาหาร นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับเรดโซนว่า ตลาดโลกกำลังดุเดือดขึ้นทุกวินาที.

ใครที่ยังคิดว่าแข่งขันกันแค่ “ใครเลี้ยงได้เยอะกว่า” เตรียมตัวเจ๊งได้เลย! เพราะยุคนี้เขาวัดกันที่ ใครต้นทุนต่ำกว่า ความเสี่ยงน้อยกว่า สารเคมีไร้แอบแฝง และตรวจสอบย้อนกลับได้จริง! ไม่ใช่แค่โรคระบาดในบ่อที่พร้อมจะสูบเงินล้านของคุณไปในข้ามคืน แต่ยังมีกติกาใหม่จากต่างประเทศที่จ่อคิวไล่ต้อนเกษตรกรที่ไม่ยอมปรับตัว ให้ไม่มีที่ยืนบนกระดานการค้าโลก!🏁 ขอเตือนไว้ตรงนี้เลย! กติกาโลกใหม่กำหนดไว้ชัดเจน อย่างมาตรฐาน ASC Feed Standard ที่บังคับใช้แล้ววันนี้ ผู้ซื้อเขาไม่ได้ถามแค่ว่า “กุ้งตัวโตแค่ไหน” แต่ถามย้อนไปถึงต้นน้ำว่า “เลี้ยงยังไง มีความรับผิดชอบไหม และใช้เทคโนโลยีคุมความเสี่ยงหรือเปล่า?

”การปรับตัวรอบนี้ ไม่ได้บอกให้ทุกคนไปกู้หนี้ยืมสินมาติดระบบไฮเทคหลักล้านทันที แต่ปฏิวัติง่ายๆ จาก “วิธีคิด” รู้จักฟาร์มตัวเอง เก็บข้อมูล จดบันทึก และใช้เทคโนโลยีมาช่วยอุดรอยรั่ว ลดอัตราสูญเสียให้ได้มากที่สุด.

ในอีก 5–10 ปีข้างหน้า คนที่จะรอดและรวย ไม่ใช่คนที่เลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลาได้มากที่สุด แต่คือคนที่ “ควบคุมต้นทุนและบริหารความเสี่ยงได้เก่งที่สุด.

“ถามตัวเองวันนี้ให้ชัดๆ ว่า… คุณจะยอม “เปลี่ยนเพื่อรอด” หรือจะยอม “จมน้ำหายไป” ตามกาลเวลา?

AIS ส่งแคมเปญ โอนคะแนนพาร์ตเนอร์เป็น AIS Points รับโบนัสสูงสุด 2,500 คะแนน พร้อมเพิ่ม Big C–Watsons ขยาย Loyalty Program มุ่งสู่ “Points Hub” เชื่อมโยงคะแนนสะสมจากพาร์ตเนอร์ชั้นนำ

0

AIS เปิดแคมเปญ “เติมความสุข ให้สุดกว่าเดิม” ให้ลูกค้าโอนคะแนนสะสมจาก Loyalty Program ของพันธมิตรมาเป็น AIS Points พร้อมรับโบนัส AIS Points สูงสุด 2,500 คะแนน โดยล่าสุด ลูกค้า Big C และ Watsons สามารถนำ คะแนนบิ๊กพอยต์และคะแนนวัตสัน คลับ มาโอนเป็น AIS Points เพื่อรวมคะแนนไว้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังสามารถนำ AIS Points ไปแลกรับสินค้า ส่วนลด และสิทธิประโยชน์จาก Big C และ Watsons ได้อีกด้วย ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้คะแนนและเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ระหว่าง AIS กับพันธมิตรได้มากขึ้น

จากการขยายความร่วมมือครั้งนี้ AIS เชื่อมโยงการโอนคะแนนจากพันธมิตรรวม 14 โปรแกรม ได้แก่ K Point, Krungsri Point จากบัตรเครดิตกรุงศรีและกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์, POINTX, UOB Rewards Point, Thank You Rewards จากบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ, บางจาก พอยท์, blueplus+, Max Point, Smile Point จากเมืองไทยสไมล์คลับ, SCG Family plus+, J Point, Watsons Club Point และ BIG POINT ครอบคลุมทั้งกลุ่มธนาคาร ปั๊มน้ำมัน ค้าปลีก และไลฟ์สไตล์ เพื่อให้ลูกค้าที่มีคะแนนสะสมอยู่ในหลาย Loyalty Program สามารถนำคะแนนมาเปลี่ยนเป็น AIS Points และนำไปใช้แลกรับสิทธิประโยชน์ได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมมุ่งสู่การเป็น ศูนย์กลางเชื่อมโยงคะแนนสะสมจากหลากหลายอุตสาหกรรม โดยแคมเปญจัดตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2569

ปัจจุบันผู้บริโภคมีการใช้ Loyalty Program จากหลายแบรนด์ควบคู่กัน ทำให้คะแนนสะสมกระจายอยู่ในหลายระบบ บางโปรแกรมมีคะแนนเหลือไม่เพียงพอสำหรับแลกรับสิทธิประโยชน์ ขณะที่บางส่วนอาจหมดอายุก่อนถูกนำมาใช้งาน รวมถึงการต้องบริหารจัดการหลายบัญชี หลายแอป และเงื่อนไขที่แตกต่างกัน AIS จึงพัฒนาบริการ Partner Points Transfer เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถนำคะแนนจาก Loyalty Program ต่าง ๆ มารวมเป็น AIS Points และนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ง่ายขึ้นผ่านแอป myAIS  ล่าสุด AIS เดินหน้าขยายเครือข่ายการโอนคะแนนด้วยการเพิ่ม Big C และ Watsons เข้ามาเป็นพันธมิตรใหม่ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งในกลุ่มค้าปลีกซึ่งมีความใกล้ชิดกับการใช้ชีวิตประจำวันของลูกค้า ทั้งนี้ การขยายเครือข่ายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเดินหน้าพัฒนา Loyalty Ecosystem ของ AIS ที่มุ่งยกระดับ AIS Points จากคะแนนสะสมสำหรับลูกค้า สู่การเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมต่อคะแนนจากพันธมิตรหลากหลายอุตสาหกรรมไว้บนแพลตฟอร์มเดียวเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนคะแนนจากหลากหลาย Loyalty Program มาเป็น AIS Points และนำไปต่อยอดเป็นสิทธิประโยชน์ได้หลากหลาย ทั้งส่วนลด ของรางวัล และสิทธิพิเศษต่าง ๆ ตามไลฟ์สไตล์                

ในขณะเดียวกัน แนวโน้มการใช้งานยังสะท้อนให้เห็นว่าลูกค้าให้ความสำคัญกับการนำคะแนนที่มีอยู่กลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น โดยในปี 2569 ปริมาณการโอนคะแนนเข้าสู่ AIS Points เติบโตกว่า 60% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนว่าเมื่อคะแนนจากหลากหลายโปรแกรมสามารถเชื่อมต่อและนำมาใช้งานได้ง่ายขึ้น ก็ช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้านำคะแนนสะสมกลับมาใช้และได้รับคุณค่าจาก Loyalty Program ได้มากยิ่งขึ้น

ลูกค้า AIS สามารถโอนคะแนนจากพันธมิตรมาเป็น AIS Points และนำไปแลกรับสิทธิประโยชน์ได้สะดวกผ่านแอป myAIS พร้อมศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.th/consumers/privileges/highlight/points/transfer-partner-points

AIS จัดโครงการ Transformative Infinite SMEs 2569 ปลดล็อกศักยภาพ Tech SME ไทย ดันอุตฯซอฟต์แวร์ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

0

AIS เดินหน้าจัดกิจกรรมภายใต้โครงการ Transformative Infinite SMEs อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีไทย (Tech SME) โดยนำบริษัทเทคโนโลยีที่มีศักยภาพจำนวน 21 บริษัท เข้าร่วมเสริมความพร้อมด้านธุรกิจอย่างรอบด้าน ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพในหลากหลายรูปแบบ ภายใต้แนวคิดการเชื่อมโยง 3 ด้านสำคัญของ AIS Infinite SMEs ได้แก่ การเชื่อมโยงเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Connect Technology) การเชื่อมโยงโอกาสทางการตลาด (Connect Market) และการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตร (Connect Partner) ตลอดการดำเนินโครงการ ผู้ประกอบการจะได้เรียนรู้แนวทางการสร้างและบริหารธุรกิจจากบริษัทเทคโนโลยีที่ประสบความสำเร็จ  ผ่านกรณีศึกษา ประสบการณ์จริงและบทเรียนจากการดำเนินธุรกิจ ครอบคลุมตั้งแต่การวางรูปแบบธุรกิจ (Business Model) การบริหารการเงิน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ AI เพื่อให้นำองค์ความรู้ไปต่อยอดธุรกิจ พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ตลาด และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในประเทศและระดับภูมิภาค

ในปัจจุบันเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย (Digital GDP) มีมูลค่าถึง 5.6 ล้านล้านบาท สะท้อนถึงโอกาสของธุรกิจเทคโนโลยีไทยในการเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจดิจิทัล อย่างไรก็ตามการเติบโตของ Tech SME ต้องมีรูปแบบธุรกิจ (Business Model) ที่แข็งแรง การบริหารองค์กรที่มีประสิทธิภาพ ผลิตภัณฑ์ที่สามารถขยายตลาดได้ รวมถึงการเข้าถึงลูกค้าและเครือข่ายพันธมิตร เพื่อให้ธุรกิจสามารถสร้างการเติบโตจากเทคโนโลยี สินทรัพย์ทางปัญญา มากกว่าการเติบโตที่ผูกติดกับจำนวนบุคลากรเพียงอย่างเดียว ด้วยเหตุนี้ AIS จึงเดินหน้าโครงการ Transformative Infinite SMEs เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเทคโนโลยีไทยพัฒนาจากการรับพัฒนาซอฟต์แวร์ตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า ไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์และโซลูชันของตนเอง ทั้งผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ (Software Products) ซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร (Enterprise Software) และโซลูชันปัญญาประดิษฐ์ (AI Solutions) ที่สามารถนำไปใช้กับลูกค้าได้ในวงกว้าง ขยายตลาด และสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง โดย AIS มองว่าการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ที่เชื่อมโยงทั้งเทคโนโลยี ตลาด องค์ความรู้ เงินทุน และพันธมิตรเข้าด้วยกัน จึงนำแนวคิด “3 Connects” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของ AIS Infinite SMEs ในการสนับสนุนผู้ประกอบการให้เติบโตได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้

  1. Connect Technology – เชื่อมเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

AIS เปิดโอกาสให้ Tech SME ได้เรียนรู้และสัมผัสการใช้งานเทคโนโลยีในภาคธุรกิจจริง ผ่านการเยี่ยมชม AIS EEC (Evolution Experience Center) เพื่อเห็นตัวอย่างการประยุกต์ใช้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเทคโนโลยีในหลากหลายอุตสาหกรรม พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองและโจทย์ทางธุรกิจ เพื่อนำไปต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันให้ตอบโจทย์ตลาด รวมถึงเตรียมความพร้อมรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต

  1. Connect Market – เชื่อมโซลูชันสู่โอกาสทางธุรกิจจริง

AIS จัดกิจกรรมเพื่อเชื่อม Tech SME เข้ากับตลาดและเครือข่ายพันธมิตร ผ่าน Hands-on Workshop, Business Matching, Company Visit และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับองค์กรจากหลากหลายอุตสาหกรรม เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้นำเสนอศักยภาพและโซลูชัน รับฟังโจทย์จากภาคธุรกิจ และแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การทดลองใช้งาน การสร้างความร่วมมือ ตลอดจนต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจและการขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

  1. Connect Partner – เชื่อมองค์ความรู้ เงินทุน และพันธมิตร

โครงการดึงพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านมาร่วมเติมความพร้อมให้ผู้ประกอบการอย่างรอบด้าน โดย SiriSoft PCL ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การสร้างและบริหารบริษัทเทคโนโลยีจากธุรกิจขนาดเล็กสู่บริษัทมหาชน ขณะที่ ตลาดหลักทรัพย์ mai สนับสนุนองค์ความรู้ด้านตลาดทุนและเส้นทางการเติบโตของธุรกิจ และ PwC Thailand ให้ความรู้ด้านการวางโครงสร้างองค์กรและการบริหารธุรกิจอย่างเป็นระบบ NIA เติมองค์ความรู้ด้านการบริหารทรัพย์สินทางปัญญา และ Beacon Venture Capital ร่วมสนับสนุนการมองหาโอกาสการเติบโตของบริษัทที่มีศักยภาพ นอกจากนี้ AIS Business และ AIS Academy ยังทำหน้าที่เชื่อมผู้ประกอบการเข้ากับเครือข่ายพันธมิตรและโอกาสทางธุรกิจใน Ecosystem ของ AIS

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการครอบคลุมทั้งกลุ่ม Digital Consulting, IT Software and Digital Solution และ System Integrator โดยมีความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย เช่น บริษัท เดต้า ว้าว จำกัด (Data Wow)  ผู้เชี่ยวชาญด้าน Data Analytics, AI และ Data Science Solutions และ ปรึกษาด้าน Data Science ชั้นนำในประเทศไทย, บริษัท แอคเซลล่า จำกัด ผู้พัฒนาโซลูชันด้าน Digital Sales Transformation ที่กำลังต่อยอดการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขายและการบริหารทีมงาน, บริษัท เอไอ ซอฟซ์ จำกัด พัฒนา AI เพื่อช่วยทำงานเอกสารและวิเคราะห์ข้อมูลแบบอัจฉริยะโดยอัตโนมัติ ทำให้ให้บริการได้เร็วขึ้น โดยใช้บุคลากรน้อยลง รวมถึงพัฒนาระบบและซอฟแวร์ที่ออกแบบให้เหมาะกับธุรกิจองค์กรโดยเฉพาะ โดยยึดจากกระบวนการทำงานจริงของธุรกิจ และ บริษัท วีซีเอ๊กซ์ เทคโนโลยี จำกัด ผู้สร้างและออกแบบระบบอัจฉริยะให้กับองค์กร ที่ประกอบไปด้วยเทคโนโลยีแบบเชื่อมต่ออัตโนมัติ ที่ลดความซับซ้อน
เพิ่มความคล่องตัว และยกระดับประสบการณ์ด้วยดิจิทัลให้กับองค์กร

นอกจากนี้ เป้าหมายของโครงการต้องการสร้างเครือข่ายที่เปิดโอกาสให้แต่ละบริษัทนำความเชี่ยวชาญมาผสานกัน เพื่อรองรับโครงการที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนมากขึ้น ตลอดจนต่อยอดจากการเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ โซลูชัน และรูปแบบธุรกิจที่สามารถขยายการเติบโตได้ในระยะยาว  อีกทั้งมุ่งผลักดันให้ Tech SME ไทยพัฒนาไปสู่ บริษัทเทคโนโลยี (Tech Company) ระดับภูมิภาค ที่สามารถสร้างนวัตกรรมดิจิทัลที่แข่งขันได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม หรือ กิจกรรมอื่นๆในอนาคต สามารถติดตามได้ที่ https://www.ais.th/about-us/infinite-smes

ทรู สร้างปรากฏการณ์ “True to the World” ประกาศเป็นผู้สนับสนุนด้านการสื่อสารรายแรกส่ง “เนเน่ รอยัล” ทะยานสู่เวทีโลกเชื่อมทุกพลังใจจากไทยถึง LA

0

เชื่อมทุกความฝันให้ไปได้ไกลกว่าเดิม… ทรู คอร์ปอเรชั่น พร้อมสนับสนุนศักยภาพของคนไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีระดับโลก ประกาศเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการและเป็นแบรนด์แรกที่เข้ามาเคียงข้าง “เนเน่ รอยัล” หรือ “แพรว–รัตติการ อัมลอย” เยาวชนไทยวัย 16 ปีจากจังหวัดภูเก็ต ตลอดเส้นทางการเดินทางไปแสดงความสามารถบนเวที AMERICA’S GOT TALENT ณ นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เติมเต็มทุกช่วงเวลาสำคัญด้วยประสบการณ์ที่เร็ว แรง จาก True5G ให้ทุกการสื่อสารได้ใกล้กันยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “True to the World” พร้อมชวนคนไทยร่วมติดตามทุกโมเมนต์สำคัญผ่าน TrueVisions NOW และร่วมส่งพลังใจ เสียงเชียร์ข้ามทวีปจากประเทศไทยไปถึงลอสแอนเจลิส เพื่อให้เนเน่ก้าวตามความฝันบนเวทีระดับโลกได้อย่างมั่นใจในทุกช่วงเวลาสำคัญ
การสนับสนุนครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของทรูในการค้นหาและผลักดันศักยภาพของคนไทย ด้วยความเชื่อว่า “โอกาส” ที่มาถึงในเวลาสำคัญ สามารถเปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นความจริง ทรูจึงพร้อมเข้ามาเติมพลังให้เนเน่ตั้งแต่ก้าวแรก ทั้งการสนับสนุนสมาร์ทโฟนและมอบแพ็กเกจเสริมโรมมิ่งเน็ต โทรและข้อความ GO Travel EXCLUSIVE Worldwide ราคา 3,499 บาท เพื่อให้ทั้งเนเน่ และครอบครัวสามารถติดต่อสื่อสาร แชร์ประสบการณ์ และเชื่อมต่อทุกกำลังใจจากประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่องตลอดการเดินทางในนครลอสแอนเจลิส

คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ทรูมีความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้นว่า ศักยภาพของคนไทยพร้อมที่จะก้าวไกลบนเวทีระดับโลก หากได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่ตรงจุดในห้วงเวลาอันสำคัญยิ่ง เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นแบรนด์แรกในการยืนหยัดเคียงข้าง ‘เนเน่ รอยัล’ บนเส้นทางแห่งความท้าทายครั้งนี้ เพราะสำหรับเราแล้ว การเล็งเห็นถึงศักยภาพและพร้อมเป็นแรงผลักดันในเวลาที่เหมาะสม คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ความเป็นไปได้ให้ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด แนวคิด ‘True to the World’ จึงเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมโยงพลังใจจากประเทศไทยให้เดินทางเคียงคู่ไปกับเนเน่ โดยมีเครือข่าย True5G คอยเชื่อมต่อทุกการสื่อสารและทุกช่วงเวลาสำคัญจากไทยส่งตรงถึงมหานครลอสแอนเจลิส โดยมอบแพ็กเกจเสริมโรมมิ่งเน็ต โทรและข้อความ GO Travel EXCLUSIVE Worldwide ราคา 3,499 บาท ในขณะที่ TrueVisions NOW และ TrueVisions เคเบิ้ล และจานดาวเทียม ทางช่อง True X-ZYTE หมายเลข 340 ให้คนไทยร่วมลุ้นและส่งเสียงเชียร์ไปพร้อมกันในทุกวินาทีสำคัญ เรามุ่งหวังให้ความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ศักยภาพของคนไทยผสานเข้ากับโอกาสที่ใช่ ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ย่อมเกิดขึ้นและนำพาเราไปได้ไกลกว่าที่เคย ซึ่งทรูพร้อมที่จะเป็นพลังสนับสนุน เคียงข้างทุกก้าวสำคัญของคนไทยตลอดไป”

ทรูขอชวนคนไทยร่วมส่งพลังใจและลุ้น “เนเน่ รอยัล” ในทุกก้าวสำคัญ ในทุกก้าวของการเดินทางครั้งสำคัญ พร้อมติดตามเรื่องราวและโมเมนต์จากนครลอสแอนเจลิสที่เชื่อมตรงถึงประเทศไทย พร้อมติดตามครบทุกโมเมนต์บนเวทีระดับโลกในรายการ AMERICA’S GOT TALENT SEASON 21 ทาง TrueVisions NOW และช่อง True X-ZYTE ในรอบ Judges’ Callbacks ในวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลา 15.00 น. ทางแอปพลิเคชั่นส์ TrueVisions NOW และ TrueVisions เคเบิ้ล และจานดาวเทียม ทางช่อง True X-ZYTE หมายเลข 340

AIS ชวนลูกค้า “บอกรักแม่” ต้อนรับเทศกาลวันแม่ เติมเต็มทุกโมเมนต์แห่งความสุขจัดเต็มดีลสุดคุ้มทั้งกิน-ช้อป-บิวตี้-สมาร์ทดีไวซ์ ผ่าน AIS Points

0

AIS ร่วมต้อนรับเทศกาลวันแม่ ชวนลูกค้าส่งต่อความรักและความห่วงใยให้คุณแม่ ผ่านสิทธิพิเศษจาก AIS Points ที่ช่วยเติมเต็มทุกโมเมนต์ของการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเลือกของขวัญแทนใจ สมาร์ทโฟนและสมาร์ทดีไวซ์เพื่อการเชื่อมต่อ สินค้าดูแลสุขภาพและความงาม มื้อพิเศษจากร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ชื่นชอบ ไปจนถึงสิทธิ์โทรและอินเทอร์เน็ต ให้ทุกคนเลือกบอกรักแม่ได้ในแบบที่ใช่ พร้อมจัดเต็มสิทธิพิเศษจากแบรนด์ชั้นนำ ทั้งสมาร์ทดีไวซ์ สุขภาพ ความงาม อาหาร และเครื่องดื่ม เพื่อเปลี่ยนทุกโมเมนต์ธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาพิเศษร่วมกับคุณแม่ในเทศกาลวันแม่ปีนี้กับหลากหลายสิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ โดยลูกค้าที่มีคะแนนไม่เพียงพอ ยังสามารถโอนคะแนนจากพาร์ตเนอร์มาเป็น AIS Points เพื่อนำมาแลกรับสิทธิพิเศษได้ง่ายยิ่งขึ้น ได้แก่

1. บอกรักแม่ด้วยสมาร์ทโฟนและสมาร์ทดีไวซ์ เติมเต็มทุกการเชื่อมต่อ

ส่งต่อความรักด้วยสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ ให้คุณแม่โทร วิดีโอคอล และแชร์ความสุขกับคนในครอบครัวได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยลูกค้า AIS สามารถใช้ AIS Points เพียง 10 คะแนน แลกรับส่วนลดสูงสุด 7,000 บาท สำหรับซื้อเครื่องเปล่าไม่ติดสัญญา โดยรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2569

พร้อมอีกหนึ่งของขวัญแทนความห่วงใยกับ Apple Watch รับส่วนลดสูงสุด 6,850 บาท พร้อมทางเลือกผ่อนนานสูงสุด 36 เดือน เริ่มต้นเพียง 308 บาทต่อเดือน สำหรับรุ่นและเงื่อนไขที่กำหนด รวมถึงสินค้าดูแลสุขภาพจาก SKG รับส่วนลดทันที 15% เมื่อซื้อสินค้าที่ร่วมรายการผ่าน AIS Online Store และ AIS Shop สาขาที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2569

2. Beauty Moments with Mom พาแม่สวยไปด้วยกัน ด้วยดีลบิวตี้จากแบรนด์ชั้นนำ

เอาใจสายบิวตี้ด้วยสิทธิพิเศษให้ลูกค้าพาคุณแม่ไปเลือกเมคอัพ สกินแคร์ น้ำหอม และผลิตภัณฑ์ความงามจากหลากหลายแบรนด์ โดยใช้ AIS Points เริ่มต้นเพียง 1 คะแนน อาทิ Oriental Princess ใช้ 1 คะแนน รับส่วนลด 30% เมื่อซื้อสินค้าราคาปกติ 2 ชิ้นขึ้นไป รับส่วนลดสูงสุด 2,400 บาท, Cute Press ใช้1 คะแนน รับส่วนลดเพิ่ม 50 บาท                           เมื่อซื้อสินค้าครบตามเงื่อนไข และ Estée Lauder ใช้ 1 คะแนน แลกรับผลิตภัณฑ์ขนาดทดลอง หรือรับสิทธิพิเศษเมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ที่ร่วมรายการ

นอกจากนี้ยังมี cos marché ใช้ 1 คะแนน รับส่วนลด 35% สำหรับสินค้าราคาปกติ รับส่วนลดสูงสุด 8,000 บาท รวมถึงสิทธิพิเศษจาก One Beauty One, Beautrium และ found & found ให้ลูกค้าเลือกเติมโมเมนต์แห่งความสุขและความสวยไปพร้อมกับคุณแม่ได้ตลอดช่วงเทศกาล

3. Taste of Love with Mom พาแม่อิ่มอร่อยกับร้านอาหารแบรนด์ดัง

เติมเต็มช่วงเวลาดี ๆ ของครอบครัวผ่านมื้อพิเศษกับสิทธิประโยชน์จากร้านอาหารชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น MK Restaurants, ZEN, On The Table, S&P และ Fuji Restaurant โดยใช้ AIS Points แลกรับส่วนลดค่าอาหารตามเงื่อนไขของแต่ละร้าน อาทิ ลูกค้า AIS Serenade ใช้ 200 คะแนน รับส่วนลด 100 บาทที่ MK Restaurants ขณะที่ลูกค้า AIS ใช้ 125 คะแนน รับส่วนลด 50 บาท หรือใช้ 125 คะแนน รับส่วนลด 100 บาทที่ ZEN และ On The Table พร้อมสิทธิพิเศษจาก S&P และ Fuji Restaurant ให้ลูกค้าเลือกพาคุณแม่และครอบครัวไปใช้เวลาแห่งความสุขร่วมกันได้อย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้น

4. เติมความสดชื่นให้คุณแม่ ด้วยชามะลิและเครื่องดื่มจากร้านยอดนิยม

AIS Serenade ชวนลูกค้าเติมเต็มช่วงเวลาดี ๆ ให้คุณแม่ด้วยชามะลิหอมละมุนและเครื่องดื่มจากร้านยอดนิยม โดยใช้เพียง 10 AIS Points แลกรับส่วนลด 20 บาท สำหรับเครื่องดื่มที่ร่วมรายการ จาก GAGA, JIAN CHA, Kamu Kamu, Karun, KOI Thé และ Sol Coffee ณ ร้านค้าและสาขาที่ร่วมโปรโมชั่น ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2569

5. อยู่ไกลก็ส่งความห่วงใยถึงแม่ได้ ด้วยสิทธิ์โทร เน็ต และ LINE Stickers

เพราะการบอกรักไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้กัน AIS เปิดให้ลูกค้าใช้ 25 AIS Points แลกรับโทรฟรีทุกเครือข่าย 100 นาที นาน 1 วัน หรือใช้ 30 AIS Points แลกรับอินเทอร์เน็ตไม่จำกัด ความเร็วคงที่ 2Mbps นาน 1 วัน ให้ลูกค้าโทร แชท หรือวิดีโอคอลไปบอกรักคุณแม่ได้ทุกที่ พร้อมเพิ่มความน่ารักให้ทุกข้อความด้วย LINE Stickers เพียงใช้ 35 AIS Points แลกรับสติกเกอร์ไลน์ 1 เซต จำนวน 130,000 สิทธิ์ต่อเดือน และหากคะแนนไม่เพียงพอ ยังสามารถโอนคะแนนจากพาร์ตเนอร์มาเป็น AIS Points เพื่อนำมาแลกรับสิทธิ์เพิ่มเติมได้

ลูกค้าที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียด สิทธิพิเศษ ระยะเวลารับสิทธิ์ และเงื่อนไขของแต่ละโปรโมชั่นเพิ่มเติม พร้อมแลกรับสิทธิ์ได้ผ่านแอป myAIS โดยสิทธิพิเศษเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทและร้านค้าที่ร่วมรายการกำหนด