Home Blog Page 19

โรงเรียน ตชด.ค็อกนิสไทยฯ กับ “ไข่ไก่” มื้อกลางวันที่เด็กสร้างเอง

0

ในพื้นที่ชายแดนที่โอกาสอาจไม่ได้มาง่ายๆเหมือนในเมืองใหญ่ โรงเรียนแห่งหนึ่งพิสูจน์แล้วว่า “ความมั่นคง” สามารถเริ่มต้นได้จากการลงมือทำเล็ก ๆ อย่างจริงจัง

ที่ โรงเรียน ตชด.ค็อกนิสไทยฯ ต.แมดนาท่ม อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร เด็กๆไม่ได้เรียนรู้แค่ในห้องเรียน แต่เรียนรู้ผ่านโรงเรือนเลี้ยงไก่ ไข่ไก่ที่ได้ในแต่ละวันจึงไม่ใช่เพียงอาหารกลางวัน หากเป็นบทเรียนเรื่องวินัย ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม และการพึ่งพาตนเอง

จากแม่ไก่ 200 ตัว สู่ศูนย์เรียนรู้ที่หล่อหลอมทักษะชีวิตเด็กๆ มากว่า 20 ปี ที่นี่กำลังแสดงให้เห็นว่า “อาหารที่ดี”สามารถเปลี่ยนทั้งระบบการเรียนรู้ของโรงเรียนได้จริง

โรงเรียนแห่งนี้ เข้าร่วม “โครงการซีพีเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน รวมกว่า 20 ปี โดยเริ่มต้นจากการได้รับการสนับสนุนไก่พันธุ์ไข่จากซีพีเอฟและมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท (มูลนิธิซีพี) เพื่อให้มีผลผลิตไข่ไก่เป็นวัตถุดิบสำหรับอาหารกลางวันของนักเรียนทั้ง 244 คน ตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึงประถมศึกษาปีที่ 6

โครงการนี้มีส่วนสนับสนุนวัตถุดิบแก่ “โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน” ซึ่งเป็น 1 ใน 8 โครงการตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มุ่งให้เด็กๆ ได้เติบโตพร้อมสุขภาพ สมอง และทักษะชีวิตที่แข็งแกร่งไปพร้อมกัน

ที่โรงเรียนแห่งนี้ ไข่ไก่ไม่ใช่เพียงวัตถุดิบประกอบอาหาร แต่กลายเป็น “โปรตีนหลักประจำโรงเรียน” ที่เด็กๆ ได้รับประทานไม่น้อยกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ ทุกวันจันทร์–พุธ–ศุกร์ โดยจัดเวรประจำวันให้เด็กๆ หมุนเวียนดูแลงานในโรงเรือน พร้อมทำงานร่วมกับคนพิการในหมู่บ้านที่เป็นลูกจ้างโครงการพิเศษของซีพีเอฟ ให้มีอาชีพมีรายได้ที่มั่นคง

และที่สำคัญยิ่งกว่า คือการเรียนรู้จากการลงมือทำจริงของเด็กๆ ที่ได้ดูแลแม่ไก่ด้วยตัวเอง ตั้งแต่ให้อาหาร เก็บไข่ ทำความสะอาดโรงเรือน ตลอดจนแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น ไข่เค็ม รวมถึงการปลูกพืชผักหมุนเวียนในแปลงเพื่อเป็นอาหารกลางวัน ก็จะกลายเป็นทักษะชีวิตและพื้นฐานอาชีพในอนาคต

เสียงจากเด็กๆ ผู้เป็นเจ้าของโครงการ น้องนาเดีย-ดญ.วิภาดา หล้าพรหม อายุ 12 ปี นักเรียนชั้นป.6 เล่าว่า การเลี้ยงไก่ให้ความรู้และฝึกวินัย ทำให้ได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม และนำความรู้กลับไปบอกต่อผู้ปกครองและชุมชน

“หนูภูมิใจที่ได้ช่วยสร้างอาหารให้เพื่อนๆ และช่วยดูแลแหล่งโปรตีนของทั้งโรงเรียนและชุมชน”

น้องเพลง-ดญ.พิมพ์ชนก แป้นโคตร อายุ 12 ปี ชั้นป.6 บอกถึงความดีใจที่ได้ดูแลแม่ไก่เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี

“เราได้กินไข่สดๆ ที่ดูแลเอง พ่อแม่ก็ได้ซื้อไข่ในราคาไม่แพง เป็นความภูมิใจของหนูและเพื่อนๆ”

น้องบิวตี้-ดญ.กุลณัฐ อ้มพรม อายุ 10 ปี ชั้นป.4 บอกว่า เมื่อแม่ไก่ปลดระวาง โรงเรียนยังแบ่งบางส่วนให้เด็กและผู้ปกครองนำไปเลี้ยงต่อที่บ้าน เป็นการขยายองค์ความรู้สู่ครัวเรือนและชุมชน ทำให้เกิดการผลิตอาหารอย่างยั่งยืน

“การเลี้ยงไก่ไข่ของเราไม่เพียงแต่สร้างอาหารทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน แต่ยังช่วยสร้างอาชีพในชุมชนด้วยค่ะ”

ตลอดเวลากว่า 2 ทศวรรษ โรงเรียนดำเนินโครงการมาแล้ว 18 รุ่น มีเงินทุนหมุนเวียนมากกว่า 70,000 บาทต่อรุ่น โครงการเลี้ยงไก่ไข่ที่ได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิซีพี และ ซีพีเอฟ ไม่ได้สร้างแค่ผลผลิตไข่ แต่สร้าง “ระบบความมั่นคง” ที่เชื่อมโรงเรียน ครัวเรือน และชุมชนเข้าด้วยกัน และวันนี้โครงการฯ ยังกลายเป็น “ต้นแบบศูนย์เรียนรู้ LEARNING CENTER” ที่มีผู้เข้ามาศึกษาดูงานจากทั้งในและต่างประเทศ เช่น สปป.ลาว

เด็กๆที่นี่เติบโตพร้อมทักษะชีวิต ชุมชนอาหารมั่นคงมีรายได้เสริม โรงเรียนมีทุนหมุนเวียน และองค์ความรู้ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เพราะสุดท้ายแล้ว ความมั่นคงที่แท้จริง อาจไม่ได้วัดจากขนาดของโครงการ แต่วัดจากความเข้มแข็งในการยืนหยัดและเติบโตได้ด้วยตัวเอง

เมืองไทยประกันชีวิต เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน จัดพิธีสักการะองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม และเทพเจ้ากวนอู พร้อมเชิดมังกรชมพู ประจำปี 2569

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยนายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นางสลิล ล่ำซำ  ดร.สุธี  โมกขะเวส  กรรมการผู้จัดการ  และนางสาวสาริศา ล่ำซำ ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กร พร้อมด้วยบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด  โดยนางสาวกฤษณา อัมพุช รองประธานกรรมการ นายนที ศรีรัศมี ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสการตลาด นางณัฐศมน วงศ์กิตติพัฒน์  ผู้อำนวยการใหญ่การตลาด  นางสาวดวงตา พงษ์วิไลย์ ผู้อำนวยการใหญ่การตลาด เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์  คณะผู้บริหาร และพนักงานร่วมจัดพิธีสักการะองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม และเทพเจ้ากวนอู พร้อมเชิดมังกรชมพูและสิงโต เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569  เพื่อแสดงความเคารพกราบสักการะองค์เทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงขอพรเสริมความเป็นสิริมงคลตลอดปี  ณ สวนสุขภาพโพธิพงษ์ เมืองไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่

ภายในงานเริ่มลำดับพิธีด้วยคณะผู้บริหารอัญเชิญองค์เทพมา ณ แท่นประทับ ถวายเครื่องสักการะพระโพธิสัตว์กวนอิม และเทพเจ้ากวนอู ตามด้วยคณะผู้บริหาร และพนักงาน ร่วมสักการะองค์เทพ การแสดงเชิดมังกรชมพูและสิงโต ปิดท้ายด้วยคณะผู้บริหาร และพนักงานร่วมพิธีลอดใต้ท้องมังกรชมพู

โดยปีนี้ เมืองไทยประกันชีวิต จัดงานภายใต้แนวคิดการร่วมรณรงค์ลดฝุ่นควันและมลพิษ ด้วยการใช้ประทัดไฟฟ้า แทนการจุดประทัดแบบดั้งเดิม รวมถึงการใช้ธูปไร้ควันในพิธีสักการะองค์เทพ ที่ช่วยให้ปลอดภัยต่อสุขภาพและลดมลพิษทางอากาศ ตามความมุ่งมั่นในการการเป็นองค์กรที่ใส่ใจด้าน ESG มุ่งสร้างความสุขและรอยยิ้มอย่างยั่งยืนที่แท้จริง

AIS จัดใหญ่ จัดเต็ม! ขนทัพรางวัลสุดเซอร์ไพรซ์ เพียงใช้เอไอเอส พอยท์ 1 คะแนน แลกรับสิทธิ์ลุ้นรางวัล “12 WOW!” ให้แลกต่อเนื่อง 12 สัปดาห์เต็ม

0

AIS มอบความสุขแทนคำขอบคุณลูกค้าที่อยู่เคียงข้างกันมาตลอด 36 ปี AIS จึงขอเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขยิ่งกว่าเคยให้ลูกค้า เดินหน้าส่งต่อความสุขครั้งใหญ่ผ่านแคมเปญสุดพิเศษ “AIS 1 POINT 12 WEEKS 12 WOW!” มอบประสบการณ์ความว้าวต่อเนื่องตลอด 12 สัปดาห์ ระหว่างเดือนมีนาคม 2569 – พฤษภาคม 2569 ให้ลูกค้า AIS ร่วมสนุกง่ายๆ เพียงใช้เอไอเอส พอยท์ 1 คะแนน แลกสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟรวม 12 ความว้าว ครอบคลุมทั้งไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยี ท่องเที่ยว และความบันเทิง ผ่านแอปพลิเคชัน myAIS ยิ่งร่วมสนุกมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสความว้าวมากขึ้น โดยมีรางวัลสุดว้าวมาเสิร์ฟให้เพียบ ไม่ว่าจะเป็นแลกรับ Potato Corner แลกรับคูปองเติมน้ำมัน แลกรับชุดความบันเทิงในบ้าน Smart Soundbar พร้อม Wireless Microphone แลกรับประกันอุบัติเหตุ พร้อมค่ารักษาพยาบาล แลกรับแพ็กเกจ Alisa Ai ใช้ฟรี 1 เดือน รวมไปถึงว้าวสุดยิ่งใหญ่ ใช้เอไอเอส พอยท์ 1 คะแนน แลกสิทธิ์ลุ้น Lucky Draw รับทอง รวมมูลค่ากว่า 2,000,000 บาท เริ่มแลกสิทธิ์ได้ตั้งแต่ 4 มี.ค. 69 – 31 มี.ค. 69 ยิ่งแลกมาก ยิ่งมีสิทธิ์มาก ตอกย้ำความคุ้มค่าแบบว้าวกว่าเดิม เตรียมสร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้นแบบจัดเต็มตลอดแคมเปญอย่างแน่นอน

เตรียมกดให้ไว เพราะความว้าวรอบนี้มาแบบ “ลิมิเต็ด” แค่ใช้เอไอเอส พอยท์ 1 คะแนน ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับ 12 ความว้าวต่อเนื่องตลอด 12 สัปดาห์ ยิ่งแลก ยิ่งลุ้น ยิ่งมีสิทธิ์ปังมากขึ้น ติดตามรายละเอียดแคมเปญ “AIS 1 POINT 12 WEEKS 12 WOW!” และของรางวัลประจำสัปดาห์ได้ทางแอป myAIS หรือทาง https://www.ais.th/consumers/privileges/highlight/points/ais-1point-12weeks-12wow แล้วมาเริ่มว้าวไปด้วยกันตั้งแต่สัปดาห์แรก!

“อัสสเดช” ผู้จัดการตลท. มองตลาดหุ้นไทยปรับลดสอดคล้องตลาดทุนทั่วโลก

0

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในวันนี้ (4 มีนาคม 2569) SET Index ปิดที่ 1,384.61 จุด ปรับตัวลดลง 81.90 จุด คิดเป็น -5.58% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 159,372.02 ล้านบาท การลดลงของดัชนีสอดคล้องกับทิศทางตลาดทุนทั่วโลกจากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยในช่วงเช้าวันนี้ SET Index ปรับตัวลดลง 8.01% ส่งผลให้มาตรการ Circuit Breaker ทำงาน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะตลาดหุ้นไทยปิดทำการในวันหยุดเมื่อวานนี้ ขณะที่ตลาดอื่นเปิดทำการและปรับตัวลงไปแล้ว ประกอบกับตั้งแต่ต้นปีตลาดหุ้นไทยเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดอื่นหลายแห่งในภูมิภาคเอเชีย และถึงแม้ 2 วันที่ผ่านมา SET Index จะปรับตัวลดลง แต่นับตั้งแต่ต้นปี (YTD) ตลาดหุ้นไทยยังคงให้ผลตอบแทน (Index Return) บวกเป็นอันดับ 3 ของภูมิภาคเอเชีย รองจากเกาหลีใต้และไต้หวัน

อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง และทำงานประสานงานกับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง พร้อมไปกับการกำกับดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์ให้เป็นไปตามกลไกตลาดเพื่อรักษาเสถียรภาพ สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุน

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ใช้มาตรการ Circuit Breaker เปิดซื้อขายตามปกติเวลา 14.00 น.

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับลดลง 117.52 จุด คิดเป็น 8.01% มาอยู่ที่ระดับ 1,348.99 จุด ในการซื้อขายภาคเช้าวันนี้ (4 มีนาคม 2569) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้หยุดการซื้อขายชั่วคราวตามมาตรการ Circuit Breaker ระดับ 1 ระหว่างเวลา 12.18-12.30 น. เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนได้มีเวลาพิจารณาข้อมูล ประเมินสถานการณ์ และตัดสินใจลงทุนได้อย่างรอบคอบ โดยจะเปิดการทำการซื้อขายตามปกติในภาคบ่าย เวลา 14.00 น.

ทั้งนี้ ภาวะการซื้อขายได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งส่งผลให้ผู้ลงทุนทั่วโลกลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงและหันไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย หรือสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง และขอให้ผู้ลงทุนติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจลงทุนอย่างรอบด้านในสถานการณ์ปัจจุบัน

AIS ผนึก HOW x Goodthings Happen จัดงาน “AIS PRESENTS WTF Festival 2026” ครั้งแรกของ Marketing Fest รวม 100 CEO เปิดพื้นที่สร้าง Community ของคนคิดต่าง

0

AIS ร่วมกับ HOW x Goodthings Happen แถลงข่าวเปิดตัวโปรเจกต์ใหญ่ “AIS PRESENTS WTF Festival 2026: Into the World of Outliers” เตรียมสร้าง “พื้นที่แห่งอนาคต” ที่ไม่ใช่เพียงอีเวนต์ธุรกิจ แต่คือเวทีทางความคิดและการเชื่อมต่อของ Community แห่ง Wisdom (คอมมูนิตี้แห่งภูมิปัญหา) สำหรับคนที่กล้าคิดต่าง กล้าทดลอง และกล้ายืนบนเส้นทางของตัวเอง เพื่อเสริมศักยภาพคนไทยและธุรกิจไทย ให้เติบโตได้จริงในโลกยุคใหม่ และต่อยอดไปสู่การพัฒนาประเทศในระยะยาว โดยงานนี้จัดเต็ม 2 วัน ระหว่างวันที่ 23 – 24 พ.ค. 2569 ณ ชั้น 5 พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ผ่าน 3 โซนหลัก ได้แก่

1. Outliers Talk เวทีใหญ่ที่เจ้าของธุรกิจที่มาแรงแห่งยุคสมัยกว่า (30) คน มาเล่าวิธีคิดต่าง ท่าไม้ตาย และกระบวนท่าแห่งยุคสมัย แบบไม่ปรุงแต่ง

2. Fearless Forum เวทีสาธารณะเพื่อให้ความรู้และเครื่องมือทางเทคโนโลยี การตลาดสำหรับการทำธุรกิจ รวมถึงการได้ถามลึก ถามตรง กันแบบไม่ต้องเกรงใจ

3. Founder’s Fair พื้นที่ที่ Founder เจ้าของแบรนด์ เถ้าแก่ มาเอง ได้มีโอกาสเจอหน้าตา ตัวจริงเสียงจริงกันหนึ่งร้อยบูท

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS กล่าวว่า “AIS ตั้งใจทำหน้าที่เป็น Intelligent Infrastructure และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้กับประเทศ เพื่อเป็นลมใต้ปีก สนับสนุนให้คนไทยและธุรกิจไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ได้มีเครื่องมือที่เสถียร น่าเชื่อถือ พร้อมต่อการเรียนรู้ ทดลอง และต่อยอดในโลกดิจิทัลและยุค AI เราเชื่อว่าการพัฒนาประเทศให้เดินหน้าได้ ต้องเริ่มจากการเปิดพื้นที่ให้ความรู้ เครือข่าย และโอกาสเชื่อมต่อกันจริง จนเกิดเป็น Community แห่ง Wisdom ที่ทุกคนเติบโตไปด้วยกันได้ ความร่วมมือกับ HOW x Goodthings Happen ครั้งนี้จึงเป็นการสร้างคอมมูนิตี้ผู้ประกอบการยุคใหม่ที่คนรุ่นใหม่สามารถเข้ามา เดิน เจอ ถาม และเรียนรู้ จากผู้ประกอบการตัวจริง ตั้งแต่เจ้าของแบรนด์ที่ลงมือทำ ไปจนถึงเถ้าแก่พันล้าน เพื่อให้เห็นเส้นทางที่จับต้องได้ และมีความฝันที่เอื้อมถึงมากขึ้น ขณะเดียวกัน ลูกค้า AIS ยังได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษผ่านการใช้ AIS POINTS 50 คะแนน แลกรับส่วนลดซื้อบัตร Early Bird ผ่านแอป myAIS เพื่อเปิดโอกาสให้เข้าถึงองค์ความรู้ แรงบันดาลใจ และเครือข่ายทางธุรกิจอย่างใกล้ชิด เพราะเราไม่ได้มองลูกค้าแค่ผู้ใช้บริการ แต่คือพาร์ตเนอร์ที่เติบโตไปด้วยกันในโลกดิจิทัล และเพื่อให้การเรียนรู้ไม่หยุดอยู่แค่งานนี้ AIS ยังเตรียมต่อยอดด้วยกิจกรรมและคอมมูนิตี้สำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องที่ AIS SIAM เพื่อเป็นพื้นที่ให้ได้อัปเดตความรู้ ทดลองไอเดีย และเชื่อมต่อเครือข่ายทางธุรกิจตลอดทั้งปี”

นายธนา เธียรอัจฉริยะ Dean of House of Wisdom และผู้ก่อตั้ง WTF Festival กล่าวว่า “โลกธุรกิจวันนี้ไม่ใช่สนามเดิม ผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาได้ง่าย เทคโนโลยีและ AI ทำให้ทุกอย่างเร็วขึ้น คนที่คิดแบบเดิมจะถูกกลืน ถ้าเราไม่แตกต่างจริง เราจะไม่มีพื้นที่ยืนในโลกแห่งการแข่งขันที่ยากลำบาก ก็ยังมีคนรุ่นใหม่ที่พุ่งทะยานขึ้นมา ประสบความสำเร็จด้วยวิธีการที่ต่างจากยุคก่อน ใช้ท่าไม้ตายใหม่ๆ กบฏกับธรรมเนียมเดิม ลงลึกถึง pain ลูกค้าจริงๆ ถ้าน้องๆ ที่กำลังคิดจะทำธุรกิจ หรือทำแล้วยังตันอยู่ ได้มีโอกาสถอดบทเรียนกลเม็ดใหม่ๆ เหล่านี้มาผสมผสานไปกับปัญญาของคนรุ่นก่อนหน้า ก็จะเป็นโอกาสที่ดีของน้องๆ เช่นกัน”

ทั้งนี้งาน WTF Festival 2026 ได้รับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์ชั้นนำ อาทิ ยืดเปล่า (YUEDPAO), Tofusan, AMT Skincare, KC Concrete, Romar, Shinkanzen Sushi, TQM Insurance Broker และ Thaicoco รวมถึงพาร์ตเนอร์สื่ออีกหลายราย ขณะเดียวกันโซน Founder’s Fair ได้รับกระแสตอบรับอย่างคึกคัก มี CEO และผู้ก่อตั้งแบรนด์ชั้นนำตอบรับเข้าร่วมแล้วมากกว่า 70 บูท จากทั้งหมด 100 บูท ก่อนการเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการ โดยมีรายชื่อผู้นำธุรกิจที่ยืนยันเข้าร่วม อาทิ ไอติม เอมิลินทร์ แห่ง La Glace, ทนงค์ศักดิ์ แซ่เอี้ยว แบรนด์ยืดเปล่า (YUEDPAO) และ ซีเค เจิง CEO of Fastwork สะท้อนความเชื่อมั่นว่าเทศกาลครั้งนี้จะเป็นหมุดหมายสำคัญของคอมมูนิตี้ผู้ประกอบการยุคใหม่อย่างแท้จริง

WTF Festival 2026 จัดเต็ม 2 วัน ระหว่างวันที่ 23 – 24 พ.ค. 2569 ณ ชั้น 5 พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ได้แล้วทาง ZipEvent WTF Festival : Into the World of Outliers | Zipevent – Inspiration Everywhere โดยบัตรมีทั้งโซนที่เข้าชมฟรี ได้แก่ โซน Founder’s Fair และ Fearless Forum และการจำหน่ายบัตร Outliers Talk บัตร Early Bird ราคา 2,000 บาท (ตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. – 15 เม.ย. 2569) และบัตร Regular ราคา 2,500 บาท (จำหน่ายตั้งแต่ 16 เม.ย. 2569 เป็นต้นไป) สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า AIS ใช้ AIS POINTS 50 คะแนน แลกรับส่วนลดซื้อบัตร Early Bird 350 บาท เหลือเพียง 1,650 บาท เริ่มแลกรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่ 2 มี.ค. 2569 เวลา 10.00 น. – 31 มี.ค. 2569 เวลา 23.59 น. ผ่านแอป myAIS และสามารถใช้โค้ดส่วนลดเพื่อซื้อบัตรเข้างานได้ภายในวันที่ 1 เม.ย. 2569 เวลา 23.59 น. จำกัด 500 สิทธิ์แรกเท่านั้น ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: WTF Festival Thailand

AIS ครองบังลังก์เครือข่ายอันดับ 1 ครึ่งหลังปี 2025 กวาด 12 รางวัลจาก Ookla Speedtest

0

AIS เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไทย โชว์ศักยภาพเครือข่ายแข็งแกร่งรอบด้าน คว้ารางวัลผู้ให้บริการเครือข่ายที่ดีที่สุดทั้งกลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตบ้าน จาก Ookla® ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านการวิเคราะห์และวัดประสิทธิภาพเครือข่าย สะท้อนความเป็นผู้นำตลาดตัวจริง ด้วยคุณภาพเครือข่ายที่ครอบคลุมทั้งความเร็ว ความเสถียร และความน่าเชื่อถือ จากผลการวัดประสิทธิภาพเครือข่ายในช่วงครึ่งปีหลัง

AIS ได้รับการจัดอันดับให้เป็น “เครือข่ายมือถือที่ดีที่สุด” (Best Mobile Network) และ “เครือข่าย 5G ที่ดีที่สุด” (Best 5G Network) ครอบคลุมทั้งด้านความเร็ว (Speed) และความเสถียร (Consistency) ขณะเดียวกัน ในกลุ่มบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ประจำที่ AIS ยังคว้ารางวัล “เครือข่ายอินเทอร์เน็ตบ้านที่ดีที่สุด” (Best Fixed Network) ตอกย้ำความแข็งแกร่งของโครงข่ายในทุกมิติ

นายกิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี AIS กล่าวว่า “บทบาทของโครงข่ายในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงระบบสื่อสาร แต่คือรากฐานสำคัญของ National Digital Infrastructure ที่ต้องมีทั้งความครอบคลุม เสถียรภาพ และความปลอดภัยในระดับสูงสุด ปัจจุบัน AIS 5G ครอบคลุมกว่า 95% ของพื้นที่ประชากรทั่วประเทศ และขยายโครงข่ายบรอดแบนด์เข้าถึงกว่า 20 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ควบคู่กับการลงทุนใน Data Center และ Cloud เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

ในขณะเดียวกัน เราได้เดินหน้าพัฒนาโครงข่ายอย่างเป็นระบบ ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพคลื่นความถี่ การยกระดับสู่ Autonomous Network และการนำ AI เข้ามาเป็นหัวใจของการบริหารจัดการ เพื่อให้เครือข่ายสามารถวิเคราะห์ ปรับแต่ง และดูแลตัวเองได้อย่างอัตโนมัติ เพื่อสร้างประสบการณ์ใช้งานของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับเครือข่ายให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของชาติที่พร้อมรองรับทุกภาคส่วนได้อย่างเต็มศักยภาพ.

”การได้รับการรับรองจาก Ookla® ซึ่งเป็นผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งานทั่วโลก จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่ตอกย้ำว่า AIS คือผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ 5G ที่เร็วที่สุดในประเทศไทย พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าว่า AIS คือเครือข่ายที่ดีที่สุดในไทยอย่างแท้จริง

ตามรอยเซียนโดยเจี๊ยบ บางกรวย “สมเด็จวัดระฆัง(องค์ความลับในฝ้ารัก)”

0

เดินตามพระอาจารย์หน้าจะ20ปีได้แล้ว ตอนรู้จักกันใหม่ๆ อยากได้พระต้องเดินตามผู้รู้ ตอนนั้นพระอาจารย์แนะนำให้รู้จักพี่เสือ มีพระอาจารย์ธรรมโชติ เดินตามด้วยรวมเป็น3คน
เสาร์นี้ให้ไปเดินดูก่อน เดี๋ยว ตามไป งานยังไม่เสร็จ เซียนเจี๊ยบกับพระอาจารย์รอง ยังนับหนึ่งไม่ได้ดูพระเก่า พระสมเด็จ

ไปถึงสนามพระเจอพี่เสือ ยื่นพระสมเด็จให้ดู เอา3พัน หยิบมาส่องดู ตัดสินใจกับอาจารย์รอง ดูเนื้อเก่าเหมือนกันนะ หลังมีรักดำ
แต่ตัดสินใจไม่ได้ วางคืนกลัวพระเก๊ก็ดูยังไม่เป็น แต่อยากได้พระ ใจไม่กล้า พอดีพระอาจารย์มา พี่เสือยื่นให้พระอาจารย์ 5พัน พระอาจารย์ส่องดู 3พันได้มั้ย พี่เสือตกลง

เซียนเจี๊ยบกับพระอาจารย์รองมมองหน้ากัน ก็ไม่เป็นทั้งคู่ เลยอดได้พระสมเด็จวัดระฆัง
พระอาจารย์เอาไปโชว์เซียนใหญ่
หยิบส่องแล้วบอกว่าองค์นี้ดูยังงัยก็เก๊ไม่ได้ (นี่แหละสัญญาณเซียนใหญ่)บอกแท้ซื้อแพง
รอเวลา20ปี เซียนเจี๊ยบเอาพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่องหลังกราบหมาก แลกกับองค์”ความลับในฝ้ารัก”ที่ลงในคอลัมพ์พลายชุมพล ในหนังสือพิมพ์ไทยรํฐ และหนังสือพระ “หิ้งพระพลายชุมพล”

เซียนเจี๊ยบตามหาพระสมเด็จในฝัน ได้แล้ว ใช้เวลา20ปี กับพระสมเด็จวัดระฆังแท้ตรงหน้าแต่ไม่รู้จักท่าน มาวันนี้ดูพระเป็น หาพระใช้ได้แล้ว

ส่วนพระขายเซียนยากหน่อย
ต้องรอเวลา อยากบอกเพื่อนๆ พระแท้ก็เท่านี้แหละ รู้ให้จริงนับ1ให้ได้ เดี๋ยวพระท่านก็มาหาเราเอง
พระอาจารย์สอนเซียนเจี๊ยบบอกต่อ”หวานเจี๊ยบ”

“พระอาจารย์สอนเซียนเจี๊ยบบอกต่อ” หวานเจี๊ยบนะจ๊ะเธอ

เจี๊ยบบางกรวยเดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย “หลังรอยปาด ”

0

พระสมเด็จวัดระฆังบางองค์เห็นหลังก็แท้แล้ว ไม่ต้องส่องด้านหน้าเลยนะเธอ พระอาจารย์สอน

เดี๋ยวนี้เดินสนามพระ เจอพระสมเด็จเห็นหลังปริ มีรอยแยก นึกว่าแท้ เสร็จทุกราย ยิ่งเอาตำราไปกางซื้อพระ เอาตำหนิแบบนี้ เนื้อแบบนี้ หอบเงินไปกระสอบก็ได้พระเก๊กลับมา

พระสมเด็จวัดระฆัง เค้าปลอมพิมพ์เหมือนเนื้อเหมือน มานานแล้ว ใช้ตาดูตรงหน้า เรื่องเล่าของพ่อค้าไว้ทีหลัง ดูพระด้วยตาอย่าดูด้วยหูนะจ๊ะ เดี๋ยวจะว่าเซียนเจี๊ยบไม่บอก
มาดูพระสมเด็จ “หลังรอยปาด” วันนี้

เห็นหลังแบบนี้ มีอยู่ในพระสมเด็จองค์ดังหลายองค์ มีดีกว่าไม่มี ช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ยิ่งถ้ามีรอยปริแบบองค์นี้ด้วย จบจ่ายตังด้านหน้าจัดว่าแจ่ม สวยติดเต็มครบ
ฝ้าขาวคราบแป้ง อยู่เต็ม ส่วนที่ถูกสัมผัส เนื้อเหลืองเห็นเงาสว่าง เหมือนเนื้อสัปรด เส้นซุ้มม้วน มีเศษรักให้เห็นตามหลุมบ่อ ที่รักดูดเม็ดมวลสารหลุดไป ผิวไม่เรียบตรึง รักแห้งสนิท เป็นชิ้นเล็กๆ แทรกลงไปในหลุมเล็กๆ ในเนื้อพระ ถ้ารักละลายเก๊เลย เรียกรักไม่ได้อายุ

เดินสนามเจอพระสมเด็จวัดระฆังหลังปาดแบบองค์นี้ ดูหน้า ดูรักทองเก่าในเนื้อ รักไม่ละลาย อย่าปล่อยให้หลุดมือนะเธอ
พระสมเด็จวัดระฆังมาโปรดแล้วจร้าาา
พระอาจารย์สอน เซียนเจี๊ยบบอกต่อ หวานเจี๊ยบนะจ๊ะเธอ

“พระอาจารย์สอนเซียนเจี๊ยบบอกต่อ” หวานเจี๊ยบนะจ๊ะเธอ

เจี๊ยบบางกรวย เดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897

รู้เก็บรู้ออม : เปิดห้องเรียนบจ. Corp Ex+ 2026 โอกาสดีพัฒนาบุคลากร

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง" หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ในยุคสมัยที่โลกแห่งการลงทุนหมุนเวียนไปอย่างรวดเร็ว การเสริมสร้างทักษะความรู้ด้านการเงินและการลงทุนจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับตัวให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนในทั้งระดับบุคคลและองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง

ในปีนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าโครงการ Corporate Excellence Learning Solution หรือ Corp. Ex. 2026 เพื่อสานต่อความสำเร็จจากปีที่แล้วที่ได้รับเสียงตอบรับดีมาก โดยมียอดการลงทะเบียนเรียน 21,900 ครั้ง ของจำนวนผู้เข้าอบรม 3,633 คน จาก 33 องค์กรชั้นนำ จึงนำมาสู่การยกระดับหลักสูตรในปีนี้ให้ตอบโจทย์มากขึ้นในการเป็นห้องเรียนที่เปิดกว้างสำหรับบุคลากรจากทุกสายงาน และทุกระดับตำแหน่ง ตั้งแต่ระดับบริหาร (C-Level) ไปจนถึงพนักงานระดับปฏิบัติการ (Officers) ของบริษัทจดทะเบียน

เหตุผลที่บริษัทจดทะเบียน, บริษัทที่เตรียมตัว IPO และธุรกิจครอบครัว ควรเข้าร่วมโครงการนี้ คือ บุคลากรจะได้ Upskill & Reskill เสริมสร้างทักษะใหม่และยกระดับทักษะเดิมผ่านหลักสูตรกว่า 300 หลักสูตรที่ครอบคลุมทุกมิติทางธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมต่อความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ  โดยเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญตัวจริงจากแวดวงตลาดทุนและโลกธุรกิจมาถ่ายทอดประสบการณ์

โครงการ Corp. Ex. 2026 มีวัตถุประสงค์หลักในการเพิ่มศักยภาพและความสามารถของบุคลากร  ยกระดับศักยภาพในการทำงาน และนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าของกิจการ รวมทั้งสร้างสุขภาพการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น

เนื้อหาของหลักสูตรการเรียนของโครงการ จะครอบคลุมหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการยุคใหม่  แบ่งเนื้อหาออกเป็น “ห้องเรียนนักลงทุน”  มุ่งเน้นการวางแผนการเงินสำหรับบุคลากรในองค์กร เพื่อการบริหารจัดการเงินและสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว , “ห้องเรียนผู้ประกอบการ”  บ่มเพาะทักษะ Intrapreneur (ความเป็นผู้ประกอบการ) ให้บุคลากรในองค์กร  และ “ห้องเรียนบริษัทจดทะเบียน” Upskill & Reskill  ให้มีความรู้ด้านการบริหารธุรกิจ ESG ,หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บุคลากรปฏิบัติงานด้วยความมั่นใจ สร้างมูลค่าเพิ่มให้บริษัท องค์กรที่เข้าร่วมโครงการสามารถออกแบบและเลือกหลักสูตรเรียนได้เอง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรในรูปแบบการเรียนออนไลน์ผ่านระบบ SET e-Learning

ผู้สนใจรวมกลุ่มกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปแล้วสมัครเข้ามาได้เลย แต่ต้องรีบหน่อย เพราะ Corp. Ex. 2026  เปิดรับสมัครจำนวนจำกัด โครงการนี้เน้นการเรียนแบบกลุ่ม เพื่อการพัฒนาที่เป็นระบบ  เรียนจบในแต่ละหลักสูตรจะได้รับประกาศนียบัตร และมีการติดตามผลการเรียนรู้ ซึ่งช่วยให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคล และองค์กร วางแผนพัฒนาบุคลากรได้อย่างเป็นระบบ และสามารถนำชั่วโมงอบรมไปรวมใบแบบ 56-1 One Report

บริษัทที่ร่วมโครงการ และทำได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด มีโอกาสได้รับรางวัล Corporate Excellence Learning Award จากตลาดหลักทรัพย์ฯ  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://www.setlink.set.or.th/th/education/course/1-cles   หรือโทรสอบถาม SET Contact Center เบอร์ 02-0099999

คุณนายพารวย