Home Blog Page 164

มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ฯ ขับเคลื่อนแผนพัฒนา “ทะเลสาบสงขลา” พัฒนาอาชีพชุมชนชาวประมง

0

มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท เดินหน้า โครงการพัฒนาอาชีพ ตามดำริ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ภายใต้แผนงาน “ทะเลสาบสงขลายั่งยืน” มุ่งสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนาอาชีพชุมชนชาวประมงรอบทะเลสาบสงขลา ไปพร้อมๆกับการปกป้องฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล สู่ความยั่งยืนในทุกมิติ

นายจอมกิตติ ศิริกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท เปิดเผยว่า มูลนิธิฯ เล็งเห็นความสำคัญของทะเลสาบสงขลา ในด้านทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ เนื่องจากเป็นทะเลสาบแบบลากูนแห่งเดียวของประเทศไทย และมีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งยังเป็นที่อยู่ของสัตว์ทะเลหลากหลายชนิด โดยเฉพาะ “โลมาอิรวดี” ซึ่งจัดเป็นสัตว์ทะเลสถานะใกล้สูญพันธุ์ รวมถึงมีป่าพรุและป่าชายเลนโดยรอบทะเลสาบ มูลนิธิฯ จึงมุ่งขับเคลื่อนโครงการพัฒนาอาชีพ ตามดำริ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ภายใต้แผนงาน “ทะเลสาบสงขลายั่งยืน” เพื่อสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชน ควบคู่ไปกับการปกป้อง ฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติในทะเลสาบสงขลา

“มูลนิธิฯ เดินหน้าแผนงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทะเลสาบสงขลายั่งยืน ปี 2566 – 2568 มุ่งปกป้องและฟื้นฟูทะเลสาบสงขลา พัฒนาอาชีพประมงพื้นบ้านยั่งยืน และอนุรักษ์สัตว์ในทะเลสาบ ครอบคลุมทะเลสาบตอนบน ตอนกลาง และตอนล่าง ที่สำคัญ ทะเลสาบสงขลาถือเป็นทั้งแหล่งอาชีพและแหล่งอาหารที่สำคัญของชุมชนกว่า 4 แสนครัวเรือน มูลนิธิฯ จึงมีแผนสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สร้างอาชีพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในอนาคต” นายจอมกิตติ กล่าว

ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ มีการแลกเปลี่ยนทิศทางการขับเคลื่อนงานร่วมกับภาคีเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม และชุมชน ได้แก่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวง พัทลุง-สงขลา ในการหาแนวทางอนุรักษ์ “โลมาอิรวดี” พร้อมทั้งส่งเสริมให้ชุมชนมีรายได้จากการท่องเที่ยว และสนับสนุนเด็กและเยาวชนลูกหลานชาวประมง สร้าง “มัคคุเทศก์น้อย” ผ่านหลักสูตร Thai Lagoon เพื่อปลูกฝังการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทะเลสาบสงขลา และมีความภาคภูมิใจในบ้านเกิดของตนเอง พร้อมทั้งหารือร่วมกับสมาคมรักษ์ทะเลไทย ในการสนับสนุนการสร้างอาชีพยั่งยืน อาทิ การทำธนาคารกุ้งก้ามกรามเพื่อการเพิ่มพันธุ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจ การเลี้ยงปลาในกระชังในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา เพื่อส่งเสริมอาชีพและรายได้ และได้เข้าพบมูลนิธิพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศน์พื้นที่ทะเลสาบสงขลาตอนบน บริเวณชุมชนปากประ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญของโลก รวมถึงการอนุรักษ์ “ควายน้ำ” ระบบการเลี้ยงควายปลักพื้นที่ทะเลน้อย ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่มรดกโลกทางการเกษตรแห่งแรกของไทย

นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังเข้าหารือสถาบันทักษิณคดีศึกษา สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดสงขลา ในการร่วมมือด้านการท่องเที่ยวชุมชน การส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน อาหารท้องถิ่น และเข้าศึกษาดูงานที่ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตโหนด นา เล บ้านท่าหิน อ.สทิงพระ จ.สงขลา ต่อยอดการยกระดับผลิตภัณฑ์จากตาลโตนด พร้อมช่องทางการจำหน่ายเข้าสู่ตลาดโมเดิร์นเทรด โดยมีเป้าหมายขยายสู่กิจการเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise และ การพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำ “นาริมเล” บ้านปากประ ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

CPF ขับเคลื่อนสร้าง 4 สวนป่า มุ่งประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ โดยธุรกิจสุกร ผนึกกำลังภาครัฐ หน่วยงานท้องถิ่น และชุมชน ปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ในโครงการ สวนป่าชุมชน ขับเคลื่อนผืนป่า 4 แห่ง ปลูกต้นไม้ไปแล้วมากกว่า 1 แสนต้น มุ่งประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และช่วยกักเก็บคาร์บอน ล่าสุด คิกออฟสร้างผืนป่าแห่งที่ 4 “สวนป่าวราห์นาดี” ที่ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ตั้งเป้าหมายปลูกต้นไม้เต็มพื้นที่ 200 ไร่ ภายในปี 2571

นายสมพร เจิมพงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจสุกร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟ มุ่งมั่นปกป้องพื้นที่สีเขียวและความหลากหลายทางชีวภาพ ดำเนินโครงการซีพีเอฟรักษ์นิเวศ ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ในสถานประกอบการของบริษัท รวมทั้งร่วมมือกับชุมชน ขับเคลื่อนโครงการ”สวนป่าชุมชน” ด้วยการสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้และต้นไม้ บนหลักของการสร้างความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ ใช้ทรัพยากรธรรมชาติเกิดประโยชน์สูงสุด นับจากริเริ่มโครงการสวนป่าแห่งแรก คือ ศูนย์เรียนรู้สวนป่ารักษ์นิเวศ โครงการหมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชร ต.เทพนคร อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ในปี 2557 จนถึงปัจจุบัน ขยายพื้นที่สร้างสวนป่าทั้งหมด 4 แห่ง ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ไปแล้วรวมมากกว่า 100,000 ต้น ต่อยอดสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนของชุมชน แหล่งอาหาร แหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศพืชและสัตว์ แหล่งอนุรักษ์พันธุ์ไม้หายาก ฯลฯ เกิดผลกระทบทางบวกทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

โครงการสวนป่าชุมชนทั้ง 4 แห่งเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม ด้วยการสร้างกลไกความร่วมมือกับชุมชน ได้แก่ สวนป่าชุมชนหมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชร ต.เทพนคร อ.เมือง จ.กำแพงเพชร สวนป่าเชิงนิเวศในชุมชนหมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า ต.บ้านซ่อง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา โครงการปลูกป่าชุมชน ฟาร์มสุกรพ่อแม่พันธุ์หนองคาย ต.หนองปลาปาก อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย โดยร่วมกับ บริษัท เอซีวายซี จำกัด ซึ่งเป็นคู่ค้าของซีพีเอฟ และสวนป่าวราห์นาดี อ. นาดี จ.ปราจีนบุรี จากการริเริ่มดำเนินโครงการแห่งแรก มาตั้งแต่ปี 2557 เกิดประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สอดรับกับนโยบายการดำเนินธุรกิจของซีพีเอฟ ภายใต้นโยบายฟาร์มสีเขียว (Green Farm)และหนุนคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของชุมชนและเกษตรกร

“โครงการสวนป่าชุมชน ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี สร้างแหล่งอาหาร เป็นแหล่งอนุรักษ์พันธฺุุ์ไม้หายาก กักเก็บคาร์บอน ที่สำคัญ คือ ส่งเสริมความตระหนักของชุมชนร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ สร้างความร่วมมือของชุมชนในการบริหารจัดการป่าไม้ ต้นไม้ และใช้ประโยชน์จากป่าเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ” นายสมพร กล่าว

ปัจจุบัน โครงการสวนป่าชุมชนทั้ง 4 แห่ง ซึ่งปลูกต้นไม้ไปแล้วรวมมากกว่า 100,000 ต้น นอกจากทำให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพของพันธุ์พืชและสัตว์แล้วยังพัฒนาสู่การเป็นศูนย์เรียนรู้และห้องเรียนธรรมชาติ เช่น สวนป่าชุมชนหมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชร สวนป่าเชิงนิเวศในชุมชนหมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า ที่เปิดให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชน เข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน เป็นสถานที่จัดอบรมให้ความรู้การวัดต้นไม้ให้กับพนักงาน เพื่อเตรียมขอรับรองการประเมินการลดก๊าซเรือนกระจกโครงการ LESS ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ร่วมบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ล่าสุด ซีพีเอฟ ได้ขยายพื้นที่สร้างผืนป่าชุมชนเป็นสวนป่าแห่งที่ 4 ที่ดำเนินการโดยธุรกิจสุกร ได้แก่ สวนป่าวราห์นาดี อ. นาดี จ.ปราจีนบุรี พื้นที่รวม 200 ไร่ นำร่องกิจกรรมปลูกต้นไม้ในปีนี้ 10,000 ต้น อาทิ ต้นประดู่ ยางนา มะค่า ตะเคียน พะยอม และพะยูง และมีเป้าหมายปลูกต้นไม้ให้เต็มพื้นที่ ภายในปี 2571 ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ มีนายสุมาตร รุ่งกำจัด ผู้อำนวยการอาวุโส ธุรกิจสุกร ซีพีเอฟ นำจิตอาสาซีพีเอฟกว่า 240 คน ร่วมกันปลูกต้นไม้ และปล่อยปลา 10,000 ตัว ที่ได้รับการสนับสนุนพันธุ์ปลาจากกรมประมง โดยมี นายภักดี ไทยสยาม ประธานหมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า และผู้บริหารภาครัฐในพื้นที่ ทั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ผู้ใหญ่บ้าน ตัวแทนจากกรมประมง และชุมชน ร่วมกิจกรรม เมื่อเร็วๆนี้

AIS ส่งต่อหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ เสริมภูมิคุ้มกันดิจิทัลให้แก่ผู้สูงวัย

0

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม รักษาการหัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และธุรกิจสัมพันธ์  AIS  เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีกลุ่มผู้สูงวัยใช้สื่อโซเชียลในชีวิตประจำวันกันมากขึ้น เพื่อหาข้อมูลข่าวสาร พบปะเพื่อนฝูง และซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ ซึ่งหากมีการใช้อย่างไม่รู้เท่าทัน  อาจเป็นการเปิดโอกาสให้มิจฉาชีพเข้ามาหลอกลวงได้อย่างง่ายดาย เห็นได้จากผลการศึกษา “ดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัล” หรือ Thailand Cyber Wellness Index (TCWI) จากความร่วมมือระหว่าง AIS อุ่นใจ CYBER, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และนักวิชาการจากหลากหลายสาขา ที่รายงานว่า คนไทยที่ถือเป็นผู้สูงวัย อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มีระดับสุขภาวะดิจิทัลอยู่ที่ 0.28 เมื่อเทียบกับกลุ่มวัยอื่นๆที่อยู่ในระดับพื้นฐาน 0.5  ดังนั้นจึงถือได้ว่าเป็นอีกกลุ่มสำคัญที่ต้องเพิ่มทักษะความรู้ความเข้าใจให้สามารถใช้งานดิจิทัลได้อย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของภัยไซเบอร์  โดยทักษะดังกล่าว ประกอบไปด้วย การพัฒนาความรู้ความเข้าใจ ทักษะดิจิทัลในด้านต่างๆ ทั้งการรู้เท่าทันดิจิทัล การสื่อสารและการทำงานร่วมกันบนดิจิทัล การเข้าใจสิทธิทางดิจิทัล ความมั่นคงปลอดภัยทางดิจิทัล และการแสดงความสัมพันธ์ทางดิจิทัล เพื่อยกระดับดัชนีสุขภาวะดิจิทัลของกลุ่มผู้สูงอายุให้อยู่ในระดับที่เพิ่มสูงขึ้นต่อไป”

ทั้งนี้จากข้อมูลของกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์ พบว่าตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีการแจ้งความทางออนไลน์สูงถึง 296,243 เรื่อง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเกือบ 40,000 ล้านบาท โดยมูลค่าความเสียหายมากถึง 30,000 ล้านบาท เป็นคดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการทางออนไลน์ที่เกิดขึ้นเยอะที่สุด และมีการเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุขึ้นไป โดยมูลค่าความเสียหายรวมกว่าพันล้านบาท

“ด้วยความห่วงใยและใส่ใจในสังคมผู้สูงอายุ วันนี้ AIS จึงได้ขยายผลหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ โดยปรับเนื้อหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับกลุ่มผู้สูงอายุ อาทิ สุขภาวะดิจิทัล, การจัดการความเป็นส่วนตัวและการจัดการสิทธิ์แบบมีส่วนร่วม, การจัดการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล และการจัดการร่องรอยทางไซเบอร์ พร้อมส่งต่อทักษะดิจิทัลให้แก่สมาชิกผู้สูงวัยในกลุ่มสหพันธ์ชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร ในการร่วมกิจกรรมเนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติและเผยแพร่ภูมิปัญญาผู้สูงอายุ ประจำปี 2566 ซึ่งจัดโดยสหพันธ์ชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร และกองสร้างเสริมสุขภาพ สำนักอนามัย เพื่อให้ผู้สูงวัยมีความรู้เท่าทัน มีความรอบคอบในการใช้สื่อออนไลน์ และสามารถใช้ชีวิตอยู่บนโลกดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย และเป็นพลเมืองดิจิทัลที่ดีในสังคมผู้สูงวัยต่อไป”

CEO ออมสิน คว้ารางวัลผู้บริหารรัฐวิสาหกิจดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์ 2566

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ได้รับรางวัลผู้บริหารรัฐวิสาหกิจดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์ และรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์ ประจำปี 2566 จากการพิจารณาและคัดเลือกของคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน

ทั้งนี้ เนื่องจากธนาคารให้ความสำคัญในการบริหารจัดการแรงงานสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ผ่านกระบวนการร่วมคิดร่วมทำร่วมกันปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานของธนาคาร ตลอดจนส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงานและลูกจ้างให้ดียิ่งขึ้น ควบคู่กับการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน ผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ การฝึกอบรมพัฒนาให้ความรู้ การให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงวิกฤตโควิด-19 การปรับปรุงสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่จำเป็นให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำสาขาทั่วประเทศ รวมทั้งเปิดช่องทางใหม่ในการรับแจ้งปัญหาผ่านทางไลน์เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะของลูกจ้างและพนักงาน ซึ่งสามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด รวดเร็ว เป็นต้น

นอกจากนี้ ธนาคารฯ ยังได้รับรางวัลคุณธรรมอวอร์ด ปี 2565 ประเภทชุมชนและองค์กร Moral Awards 2022 จากศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กระทรวงวัฒนธรรม ด้วยการเป็นองค์กรที่มีบทบาทด้านคุณธรรมเป็นที่ประจักษ์แก่สังคม ยึดมั่นในค่านิยมการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล และปฏิบัติตนตั้งมั่นในคุณธรรม จริยธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคมและเยาวชนไทย สอดคล้องกับภารกิจของธนาคารออมสินที่ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยนโยบายขับเคลื่อนแนวทาง Social Mission Integration สู่การเป็นธนาคารเพื่อสังคมเต็มรูปแบบ และพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ซีพี-ซีพีเอฟ เปิดบ้านรับคณะนศ.จากม.เจ้อเจียง โชว์นวัตกรรมและเทคโนโลยีร่วมขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน

0

นายบุญชัย โอภาสเอี่ยมลิขิต ประธานธุรกิจ – สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และอังกฤษ เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมด้วยนางสาวพิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุล ประธานผู้บริหารทรัพยากรบุคคล ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหาร ยุทธศาสตร์ข้อมูลและการสื่อสาร และผู้บริหารในเครือซีพี-ซีพีเอฟ ร่วมต้อนรับ ศาสตราจารย์ กังเฟิง จาง (Prof. Gangfeng ZHANG) และคณะนักศึกษาปริญญาโทจากคณะการจัดการ จากมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง มหาวิทยาลัยชั้นนำ 3 อันดับแรก ของสาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางมาศึกษาดูงานกิจการเครือซีพี เรียนรู้มุมมองและวิสัยทัศน์ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสนับสนุนการขับเคลื่อนธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ณ ทรูดิจิทัล พาร์ค

เครือซีพี ได้โชว์ ศูนย์แสดงนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนซีพี ( CP Innovation for Sustainability Center) นำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีพัฒนาองค์กรเติบโตยั่งยืนควบคู่กับสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด Seeding for a Better Tomorrow (ปลูกความคิด ปลุกจินตนาการ เปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่ยั่งยืน) เป็นบริษัทไทยที่ประสบความสำเร็จเป็นที่ยอมรับในระดับโลก นอกจากนี้ คณะนักศึกษายังเยี่ยมชม ทรู ดิจิทัล พาร์ค ซึ่งเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลแห่งแรกในไทยอีกด้วย

ในโอกาสนี้ นายบุญชัย โอภาสเอี่ยมลิขิต ได้แบ่งปันแวิสัยทัศน์ด้านการขยายการลงทุนของเครือซีพี ในต่างประเทศ ซึ่งเริ่มต้นจากการนำประสบการณ์และความสำเร็จของการทำธุรกิจในประเทศไทยไปต่อยอดและปรับใช้กับการลงทุนและดำเนินงานใน 23 ประเทศทั่วโลก พร้อมย้ำว่าการวิเคราะห์ทั้งก่อนและหลังการลงทุนในแต่ละประเทศเป็นสิ่งสำคัญ รวมทั้งวิสัยทัศน์ขององค์กรมุ่งเน้นขับเคลื่อนธุรกิจโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยยึดหลักปรัชญา 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืน ดำริของประธานอาวุโส ธนินท์ เจียรวนนท์ คือ การเข้าไปสร้างประโยชน์ให้กับทุกประเทศที่เครือซีพีเข้าไปดำเนินธุรกิจ ต่อมาคือประโยชน์ต่อประชาชนในประเทศนั้น ๆ และสุดท้ายจึงเป็นประโยชน์ต่อองค์กรและพนักงาน

ด้าน นายทศพร เพ็ชรโปรี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และ Global Supply Chain ซีพีเอฟ ได้ร่วมนำเสนอการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในกระบวนการผลิตอาหารตั้งแต่ การผลิตอาหารสัตว์ การเลี้ยงสัตว์และการแปรรูปอาหารแบบครบวงจร ทั้ง Smart Feed – Smart Farm – Smart Food และการระบบ IoT ก้าวสู่องค์กรดิจิทัล (Digital Transformation)

นอกจากนี้ ดร.ธาริต นิมมานวุฒิพงษ์ ผู้จัดการทั่วไป ทรู ดิจิทัล พาร์ค กล่าวว่า ทรู ดิจิทัล พาร์ค ศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลแห่งแรกในไทยและใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นแหล่งบ่มเพาะสตาร์ทอัพ สร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัล ที่มีระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัพ (Startup Ecosystem) ที่สมบูรณ์แบบครบวงจร สนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของ Tech Startup ในระดับภูมิภาค

เซเว่น อีเลฟเว่น ผนึก กรมการค้าภายใน ช่วยเกษตรกรผู้ปลูกลำไยกระจายผลผลิตทั่วไทย

0

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ เดินหน้าส่งเสริมเกษตรกรภาคเหนือ ด้วยการขยายช่องทางจำหน่ายที่มีศักยภาพให้กับเกษตรกรผู้ปลูกลำไยพันธุ์อีดอ ใน จ.ลำพูน และ จ.เชียงใหม่ เพื่อกระจายผลผลิตไปถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศ  

โดยคัดเลือกลำไยพันธุ์อีดอ เกรด AA เบอร์ใหญ่ เปลือกบาง เนื้อเยอะ เม็ดเล็ก รสชาติหวานฉ่ำ ชื่นใจ ได้รับมาตรฐาน GAP จำนวนกว่า 65 ตัน มาวางจำหน่ายที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น กว่า 13,000 สาขา นับว่าเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคได้เข้าถึงลำไยอีดอที่มีคุณภาพ รสชาติอร่อย ขอเชิญชวนร่วมอุดหนุนพี่น้องกลุ่มเกษตรกรจากภาคเหนือได้ที่เซเว่นฯ ตั้งแต่วันนี้ ถึงกลางเดือนกันยายน 2566

ที่ผ่านมาซีพี ออลล์ มีนโยบายส่งเสริมผู้ประกอบการ SME และเกษตรกร ผ่านกลยุทธ์ “3 ให้” ได้แก่ ให้ช่องทาง ให้ความรู้ และให้การเชื่อมโยงเครือข่าย พร้อมกันนี้จะเดินหน้าให้การสนับสนุนผลผลิตของเกษตรกร จำหน่ายผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น, 7 Delivery และ All Online อย่างต่อเนื่อง

“Thailand Focus 2023“ ตอกย้ำความเชื่อมั่นเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย สู่บริบทใหม่แห่งการลงทุน

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้เป็นประธานเปิดงาน “Thailand Focus 2023 : The New Horizon” โดยมี ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ธวัชชัย พิทยโสภณ รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กอบศักดิ์    ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย พิเชษฐ สิทธิอำนวย นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย พร้อมด้วย 3 พันธมิตรผู้ร่วมจัดงาน ปิยชน ใจจงกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ บล. ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) อภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล. เกียรตินาคินภัทร และ ฐาปน พานิช รองกรรมการผู้จัดการ บล. ทิสโก้ ร่วมด้วย Jefferies ร่วมในพิธี

งาน Thailand Focus ในปีนี้มี เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ  ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย บรรยายพิเศษถึงแนวนโยบายการเงินที่สอดคล้องกับบริบทของเศรษฐกิจไทย ร่วมด้วยผู้แทนภาครัฐ ตลาดเงินตลาดทุน และผู้บริหารระดับสูงภาคธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ร่วมให้ข้อมูลแก่ผู้ลงทุนสถาบันทั่วโลกกว่า 200 ราย จาก 96 สถาบันทั่วโลก

เมืองไทยประกันชีวิต ชวน “บิวกิ้น-พีพี” จัดกิจกรรม “ZYndromes x MTL Station” ปลุกกระแสคนรักสุขภาพ

0

เมืองไทยประกันชีวิต ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านประกันชีวิตและความคุ้มครองสุขภาพ พร้อมชวน “บิวกิ้น-พีพี”  ตัวแทนคนเจนใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ จัดกิจกรรม  “ZYndromes x MTL Station สเตชันสุขภาพคนเจนใหม่”  เปิดเทรนด์ความคุ้มครองสุขภาพที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ในโมเม้นท์สุดฟิน

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL  เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านประกันชีวิตและความคุ้มครองสุขภาพ เดินหน้าเปิดประสบการณ์แห่งความสุขและรอยยิ้ม  เพื่อสร้างสังคมสุขภาพดีอย่างต่อเนื่องภายใต้คอนเซ็ปต์ ZYndromes (แซด วาย ซินโดรม)  ล่าสุดชวน “บิวกิ้น” พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล และ “พีพี” กฤษฏ์ อำนวยเดชกร ตัวแทนคนเจนใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ร่วมปลุกกระแสคนรักสุขภาพ จัดกิจกรรม  “ZYndromes x MTL Station สเตชันสุขภาพคนเจนใหม่”   เปิดเทรนด์ความคุ้มครองสุขภาพ  ตอบโจทย์ทุกความกังวลของคนรุ่นใหม่ ในโมเม้นท์สุดฟิน พร้อมกระทบไหล่อย่างใกล้ชิด ณ  ชั้น 1 โซน Eden ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ 

โดย “บิวกิ้น-พีพี” ถือเป็นตัวแทนของคนเจนใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพอย่างรอบด้าน ซึ่งรวมไปถึงการเลือกความคุ้มครองสุขภาพที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตนเองได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังเป็นลูกค้าจริงที่ให้ความไว้วางใจเลือกความคุ้มครองสุขภาพจาก “เมืองไทยประกันชีวิต” ในการสร้างความอุ่นใจและปิดความเสี่ยงเรื่องสุขภาพ ทำให้สามารถบาลานซ์ทั้งการทำงานและสุขภาพไปพร้อมกันได้อย่างเต็มที่ เพราะโดดเด่นด้วยแบบประกันที่หลากหลายและเข้าใจทุกความต้องการในทุกไลฟ์สไตล์

สำหรับความคุ้มครองสุขภาพมาแรงที่เหมาะสำหรับคนเจนใหม่ อาทิ ดี เฮลท์ พลัส (D Health Plus) คุ้มครองเหมาจ่ายค่ารักษาสูงสุดถึง 5 ล้านบาท* ครอบคลุมตั้งแต่โรคเล็กโรคแรง ๆ โรคทั่วไป อุบัติเหตุ  เบี้ยไม่แพง แอดมิตก็เหมาจ่ายในวงเงินเดียว นอนห้องเดี่ยวมาตรฐานทุกโรงพยาบาลทั่วไทย ดูแลยาวถึงอายุ 99 ปี ปรับเปลี่ยนแผนได้ ถ้ามีสวัสดิการเลือกแผนมีความรับผิดส่วนแรก เบี้ยถูกลงอีก และเมื่อถึงวัยเกษียณ ยังเลือกปรับเปลี่ยนแผนได้ เพื่อให้ตรงความต้องการ และสอดรับกับสวัสดิการที่เปลี่ยนแปลงไป โดยให้สิทธิ์เลือกปรับลดความรับผิดส่วนแรก (Convertible Option) ตอนเกษียณ  โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพใหม่ และหากกังวลกับค่ารักษากรณีเป็นโรคร้ายแรง ยังสามารถพลัสความคุ้มครอง แคร์ พลัส (Care Plus) หรือจะซื้อเพิ่มความคุ้มครองเสริมพิเศษ อาทิ ค่าตรวจสุขภาพ ทำฟัน และดูแลสายตา เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การวางแผนการทำประกันสุขภาพสำหรับคนเจนใหม่ ถือว่าเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะเป็นการวางแผนทางการเงิน ในส่วนของการบริหารค่าใช้จ่ายของตัวเองและครอบครัวในกรณีเจ็บป่วย เพื่อไม่ให้กระทบกับเงินออม  เพราะในปัจจุบันมีโรคภัยเกิดขึ้นซึ่งไม่ใช่แค่ในกลุ่มคนที่สูงอายุ แต่ในกลุ่มคนอายุน้อยก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน ไม่ว่าโรคเล็ก ๆ หรือโรคแรง ๆ อย่างโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง ดังนั้นเพื่อให้เราสามารถเต็มที่กับชีวิตการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน จึงควรจะต้องวางแผนรับมือเรื่องสุขภาพตั้งแต่วันนี้เพื่อรับมือกับสิ่งที่ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

“การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำว่าเมืองไทยประกันชีวิตเราตระหนักถึงความสำคัญของการมีสุขภาพดี และเราพร้อมสนับสนุนให้คนเจนใหม่สามารถเข้าถึงความคุ้มครองสุขภาพได้อย่างทั่วถึง ผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์ และความคุ้มครองสุขภาพ ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์คนเจนใหม่ รวมทั้งคนทุกเพศทุกวัย ทุกไลฟ์สไตล์ ทุกบทบาทของชีวิตที่ต้องรับผิดชอบ ได้อย่างเหมาะสมและเข้าถึงได้จริง” นายสาระ กล่าว

รู้เก็บรู้ออม : หลักสูตรแห่งความพอเพียง

0

สัปดาห์นี้ “คุณนายพารวย” อยากแนะนำหลักสูตรการเรียนที่น่าสนใจของ SET e–Learning นั่นคือ “หลักสูตรแห่งความพอเพียง” โดย ดร.อัจฉรา โยมสินธุ์ วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เป็นหลักสูตรเรียนออนไลน์ที่จะช่วยให้คำตอบสำหรับผู้สนใจเรื่องแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงว่า เราจะสามารถนำหลักคิดดังกล่าวนี้มาช่วยจัดการเรื่องการเงินได้อย่างไร

อย่างที่ทราบดีว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นกรอบแนวคิดที่มุ่งให้ทุกคนสามารถพึ่งพาตัวเองได้ เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อให้ชีวิตดำเนินไปในทางสายกลาง ซึ่งคนทุกระดับสามารถนำมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับตัวเอง

และหัวใจของการเรียนรู้ นอกจากการศึกษาจนเกิดความรู้และความเข้าใจแล้ว เราต้องรู้จักนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งก็คือการประยุกต์ใช้ความรู้

วัตถุประสงค์สำคัญของหลักสูตรแห่งความพอเพียง เพื่อให้ผู้สนใจสามารถนำหลักความพอเพียง ซึ่งเป็นหลักปรัชญาเศรษฐกิจที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง มาใช้บริหารจัดการเงินให้เหมาะสม ทั้งด้านการใช้จ่าย หนี้สิน การออม และการลงทุน

ประกอบไปด้วย 3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรที่หนึ่ง ชีวิตสมดุล ชีวิตพอเพียง เพื่อให้รู้แนวคิด หลักการและการประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในชีวิตประจำวัน ในการบริหารจัดการการเงินส่วนตัว ด้านการใช้จ่าย หนี้สิน และการออม สามารถปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเองและครอบครัว รวมทั้งเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้สามารถรับมือกับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่จะเกิดขึ้น ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเรียนได้ที่ https://elearning.set.or.th/SETGroup/courses/1000/info 

หลักสูตรที่สอง การเงินพอเพียง การเงินมั่นคง รู้จักการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการตั้งเป้าหมายและการวางแผนทางการเงิน เพื่อสร้างสมดุลทางการเงินทั้งในวันนี้และในวันหน้า ตลอดจนการสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน เพื่อเป้าหมายในระยะยาว และเพื่อการเกษียณอย่างมั่นคง โดยลงทะเบียนเรียนได้ที่ https://elearning.set.or.th/SETGroup/courses/1001/info 

และหลักสูตรที่สาม ลงทุนพอเพียง มั่งคั่งยั่งยืน ประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงกับการลงทุน เพื่อลงทุนแบบที่สร้างสมดุลอย่างพอเหมาะพอดี สร้างภูมิคุ้มกันด้วยการวางแผนป้องกันความเสี่ยงและรับมือกับความผันผวนจากการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นได้ คลิกลงทะเบียนได้ที่ https://elearning.set.or.th/SETGroup/courses/1002/info 

โดยแต่ละหลักสูตรมีเนื้อหาสั้น กระชับ เข้าใจง่าย และใช้เวลาเรียนไม่นาน ที่สำคัญลงทะเบียนเรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เช่นเดียวกับหลักสูตรอื่นๆของ SET e-learning ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯรวบรวมมาไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเงินการลงทุนแบบดิจิทัล เหมาะกับผู้สนใจทุกเพศทุกวัย ที่อยากพัฒนาตัวเองไปสู่นักลงทุนมืออาชีพ

เริ่มเลยวันนี้ มาทำให้ตัวเรามีชีวิตที่สมดุล และสร้างอิสรภาพทางการเงินที่มั่นคงให้กับตัวเองกันค่ะ!

คุณนายพารวย

AXONS พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตรครบวงจร ขับเคลื่อนเกษตรและอาหารโลกอย่างยั่งยืน

0
สรรเสริญ สมัยสุต กรรมการผู้จัดการ AXONS

AXONS (แอ๊กซอน) ผู้นำด้านเกษตรเทคโนโลยี (AgriTech) โชว์ศักยภาพผู้สร้างสรรค์เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตรและอาหารครบวงจรของไทย นำโซลูชั่นเทคโนโลยีเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน สร้างโอกาสใหม่ๆ และการเติบโตแบบก้าวกระโดดตอบโจทย์ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารของไทยบนเวทีระดับโลก

นายสรรเสริญ สมัยสุต กรรมการผู้จัดการ AXONS กล่าวว่า ภาคการเกษตรและอาหารเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีการบริหารจัดการที่ซับซ้อน และต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกตลอดเวลา นวัตกรรมและเทคโนโลยีจึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตรและอาหาร ตอบสนองเทรนด์โลก AXONS จึงมุ่งเน้นการพัฒนาโซลูชั่นเทคโนโลยีทางการเกษตร AgriTech มาช่วยสนับสนุนเกษตรกรและภาคธุรกิจทั่วโลกในการบริหารจัดการ การเกษตรและการผลิตอาหารแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การบริหารจัดการฟาร์มเลี้ยงสัตว์อัจฉริยะ (Smart Farming) การแปรรูปสินค้าเกษตร การผลิตสินค้า ตลอดจนการขนส่งด้วยประสิทธิภาพสูง เพื่อช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหาร ควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตเศรษฐกิจของไทยอย่างยั่งยืน โดยนำประสบการณ์การทำงานกว่า 40 ปีในการพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชั่นดิจิทัลช่วยสนับสนุนความสำเร็จของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ รวมถึงบริษัทในกลุ่มซีพีเอฟในไทยและต่างประเทศรวม 17 ประเทศ ประกอบกับความสามารถการเข้าถึงเทคโนโลยีในปัจจุบันง่ายขึ้นและมีต้นทุนลดลง

“AXONS มีความพร้อมเรื่องบุคลากรที่เข้าใจปัญหาและความท้าทายของภาคเกษตรและ Insights จากบริษัทเกษตรอุตสาหกรรม สามารถพัฒนาโซลูชั่นดิจิทัลทางการเกษตรเพื่อสนับสนุนและมีส่วนสร้างความสำเร็จให้กับเกษตรกรและลูกค้าในการผลิตอาหารตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อความมั่นคงทางอาหาร และมีขีดความสามารถทางการแข่งขันสูงบนเวทีโลก” นายสรรเสริญกล่าว

ที่ผ่านมา AXONS ได้นำเทคโนโลยีด้าน IoT ควบคู่การใช้ประโยชน์จากข้อมูลต่างๆ เพื่อสนับสนุนภาคเกษตรกรรม ทั้งด้านเพาะปลูก ปศุสัตว์ ประมง รวมถึงธุรกิจค้าปลีก สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด มีผลผลิตสูงขึ้น เช่น เกษตรอัจฉริยะ (AXONS Smart IoT) เป็นการนำระบบ Sensor เข้ามาช่วยในการตรวจวัดและเก็บข้อข้อมูล ธาตุอาหารในดิน ค่าความชื้น แรงลม และควบคุมสั่งงานการทำงานโดยอัตโนมัติของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น การรดน้ำผัก การให้อาหารและน้ำในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ การควบคุมอุณหภูมิในโรงเรือน เป็นต้น

ในภาคการขนส่งและกระจายสินค้า AXONS ได้พัฒนา AXONS Move ระบบการจัดการขนส่งแบบครบวงจร ครอบคลุมทุกสินค้าและบริการ เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเรื่องการจัดรถขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมและบริหารจัดการเส้นทาง บริหารการใช้รถ การติดตามตรวจสอบสถานะขนส่ง และสภาพรถผ่านมือถือ รวมทั้งการคำนวณค่าขนส่งตามระยะทางจริง ส่งผลให้ควบคุมต้นทุนและขนส่งสินค้าถึงจุดหมายได้ตรงเวลา ส่งผลให้ช่วยลดอัตราการสูญเสียของสินค้า ประหยัดพลังงาน และช่วยบุคลากรทำงานได้สะดวกรวดเร็ว ทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง โปร่งใส และพร้อมที่จะแข่งขันในทุกสถานการณ์

นอกจากนี้ AXONS ได้พัฒนา AXONS Trace เป็นระบบตรวจสอบย้อนกลับด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ที่มีความโปร่งใส น่าเชื่อถือในเรื่องของข้อมูลที่สามารตรวจสอบได้ ระบบนำเสนอข้อมูลตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของสินค้าในขั้นตอนเดียว (One Step) ตั้งแต่โรงงานผลิต- ฟาร์ม จนถึงโรงงานอาหารสัตว์ และยังแสดงมาตรฐานต่างๆ ที่โรงงานได้รับ รวมถึงข้อมูลโภชนาการ และข้อมูลด้านความยั่งยืน เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและผู้บริโภคทั่วโลก