Home Blog Page 155

หมูโอเมก้า 3 จากธรรมชาติ นวัตกรรมตอบโจทย์สุขภาพเชิงรุก ยกระดับอาหารไทย บนเวทีสัมมนาระดับนานาชาติ ม.มหิดล

0

คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และภาคีเครือข่ายทั้งภาคการศึกษาและเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ จัดเสวนาวิชาการหัวข้อ วิทยาศาสตร์บูรณาการสำหรับอาหารดูแลสุขภาพเชิงรุก : นวัตกรรมเนื้อหมูชีวา มีโอเมก้า 3 จากธรรมชาติ ตอกย้ำความพรีเมียม ยกระดับมาตรฐานอาหารสุขภาพของไทย

รองศาสตราจารย์ ดร.พัชราณี ภวัตกุล หัวหน้าภาคโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ปัจจุบันเวชศาสตร์การป้องกันเป็นที่แพร่หลายในทางการแพทย์ เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยโรค NCDs เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อการวิจัยและศึกษานวัตกรรมอาหารที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพเชิงรุก ซึ่งโอเมก้า 3 เป็นอีกสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายของคนทุกวัย มีความสำคัญต่อการทำงานของสมอง สายตา ระบบหัวใจและหลอดเลือด ช่วยลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี รวมถึงลดการอักเสบ เป็นสาเหตุสำคัญของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ

ดร.อนันตวัฒน์ กุลธนเตชานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สำนักวิชาการอาหารสัตว์ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด กล่าวว่า หมูชีวา ถือเป็นนวัตกรรมที่ยกระดับอาหารไทยไปอีกขั้น เริ่มจากการศึกษาและวิจัย ทำให้สามารถคัดเลือกสายพันธุ์ที่ดีที่สุด เลี้ยงด้วยสูตรอาหารธรรมชาติที่เลือกสรรพิเศษที่อุดมด้วยโอเมก้า 3 สูง อาทิ เมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed) น้ำมันปลาทะเลลึก และสาหร่ายทะเลลึก เป็นต้น รวมถึงมีส่วนผสมของโปรไบโอติก (Probiotic) อยู่ภายในฟาร์มระบบปิดที่มีการป้องกันโรคอย่างเข้มงวด ลักษณะคอกขังรวม (Group Pen Gestation) ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ ส่งผลให้หมูชีวาอยู่สบาย แข็งแรง ไม่ป่วย ได้การรับรองมาตรฐานการเลี้ยงจาก NSF จากประเทศสหรัฐอเมริกา รับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ จึงไม่มีการใช้ยาปฏิชีวนะ 100% ตลอดการเลี้ยงดู สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่การผลิต ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า หมูชีวาเป็นแหล่งโอเมก้า 3 สูง สามารถรับประทานได้ทุกวัน และช่วยดูแลสุขภาพเชิงรุก

ด้าน นางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ ผู้บริหารสูงสุดสายงานการตลาดกลาง ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นส่งเสริมให้ประชากรโลกมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น ด้วยการวิจัยและพัฒนาอาหารที่ช่วยดูแลสุขภาพเชิงรุก โดยคำนึงถึง 3 ปัจจัย ได้แก่ นวัตกรรม (Innovation) สุขภาพ (Wellness) และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Planet) อย่าง หมูชีวา ถือเป็นผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ที่พัฒนาตั้งแต่สายพันธุ์ อาหารที่เลี้ยง ตลอดจนวิธีการเลี้ยง เพื่อให้มีโอเมก้า 3 สูง โดยได้รับการรับรองจากงานวิจัยต่างๆ รวมถึงมาตรฐานระดับนานาชาติ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงความปลอดภัยทางอาหาร พร้อมกับสร้างความมั่นคงทางอาหารและการบริโภคอย่างยั่งยืน

ผลิตภัณฑ์ ‘หมูชีวา’ เป็นเนื้อหมูคุณภาพพรีเมียม เลี้ยงดูอย่างพิถีพิถัน การันตีด้วยรางวัลสุดยอดรสชาติอาหารระดับโลก ประจำปี 2023 หรือ Superior Taste Award 2023 ระดับ 1 ดาว โดยเชฟชั้นนำกว่า 200 คน จาก International Taste Institute รางวัล SET Awards 2021 ในกลุ่ม Business Excellence ด้านนวัตกรรมดีเด่น (Outstanding Innovative Company Awards) โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับวารสารการเงินธนาคาร และรางวัลชนะเลิศสุดยอดนวัตกรรมระดับโลก จากงาน THAIFEX – Anuga Asia 2020 วางจำหน่ายแล้วใน ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ อาทิ The Mall, Tops, Villa Market, Foodland, MaxValu หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ufarmthailand.com/cheeva_pork

สำหรับ งานสัมมนาวิชาการ The International Conference for Public Health, Environment, and Education for Sustainable Development Goals and Lifelong Learning มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 300 คน เป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ และส่งเสริมนวัตกรรม เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ภายในปี 2573 ด้านสาธารณสุข สุขภาพ การส่งเสริมและความเป็นอยู่ที่ดี โภชนาการและวิทยาศาสตร์การอาหาร อนามัยสิ่งแวดล้อม สร้างอนาคตที่ดีต่อสุขภาพและยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สรายุทธ สุภาพรรณชาติ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารสินทรัพย์ เป็นประธานในพิธีเปิด และ รองศาสตราจารย์ ดร.สราวุธ เทพานนท์ คณบดี คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมด้วย

AIS กวาดรางวัล Digital Transformation World 2023 ยืนหนึ่งเวทีระดับโลก

0

AIS ยืนหนึ่งบนเวทีระดับโลก คว้ารางวัลใหญ่ได้แก่ Best Innovative and Future Technology Company และรางวัล Best New Catalyst – Culture and Talent ในงาน Digital Transformation World Summit 2023 งานประชุมของผู้ให้บริการเทเลคอมและผู้พัฒนาเน็ตเวิร์คชั้นนำมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก จัดโดย TM Forum สมาคมผู้ให้บริการและซัพพลายเออร์ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมระดับโลก นับเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของ AIS ที่จะยกระดับขีดความสามารถของโครงข่าย พร้อมขับเคลื่อนมาตรฐาน Autonomous Network ที่ล้ำหน้าระดับโลก เพื่อยกระดับประสบการณ์จากโครงข่าย AIS ให้แก่ลูกค้าและภาคอุตสาหกรรม พร้อมก้าวสู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีโทรคมนาคมอัจฉริยะ หรือ Cognitive Tech-Co

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าหน่วยธุรกิจงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ AIS กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจที่จะทำให้เราบรรลุวิสัยทัศน์ Cognitive Tech-Co หรือการก้าวสู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีโทรคมนาคมอัจฉริยะ คือการยกระดับการทำงานของเน็ตเวิร์คสู่  Autonomous Network  ที่ต้องมีความอัจฉริยะในการคาดการณ์และบริหารจัดการขีดความสามารถในการรองรับการใช้งานของลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ อัตโนมัติ จากการตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างรวดเร็ว รวมถึงยังต้องสร้างการมีส่วนร่วมหรือแม้แต่สามารถออกแบบให้บริการให้ลูกค้าได้แบบ Personalization

ที่ผ่านมา เราจึงมี Road Map ที่จะยกระดับสู่การเป็น Autonomous Network อย่างชัดเจน ด้วยการทำงานอย่างเข้มข้นของบุคลากรในทุกส่วนงานโดยเฉพาะทีม Engineer และทีม IT เพื่อค้นหา พัฒนา ผ่านการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอาทิ Huawei ในการทดลองทดสอบเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะมาช่วยเพิ่มขีดความสามารถของโครงข่าย พร้อมขับเคลื่อนและสร้างมาตรฐานใหม่ของ Autonomous Network อย่างล้ำหน้าระดับสากล จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ AIS ได้รับรางวัล Best Innovative and Future Technology Company จากโครงการ Intent Driven Autonomous Networks – Phase 3  และ Best New Catalyst – Culture and Talent จากโครงการ The Rise of Robotics ในงาน Digital Transformation World Summit 2023 ซึ่งเป็นเวทีระดับโลกที่มีผู้ให้บริการในแวดวงเทเลคอมระดับโลกกว่า 100 ประเทศเข้าร่วมงานและเข้าร่วมการแข่งขันนวัตกรรมโครงข่ายในสาขาต่างๆ”

“รางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ AIS ในฐานะผู้นำนวัตกรรม ที่พร้อมจะนำพาให้ประเทศไทยปักหมุดยืนหนึ่งในเวทีเทคโนโลยีดิจิทัลระดับโลก ผ่านการกำหนดมาตรฐานใหม่ของเครือข่ายอัจฉริยะให้กับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมทั้งในประเทศและระดับสากล  ซึ่งแน่นอนว่าจะนำมาซึ่งการยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้แก่คนไทย และเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างแข็งแกร่ง”  นายวสิษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย

รู้เก็บรู้ออม : รู้ทันปากท้องออนทัวร์!!

0

“คุณนายพารวย” เป็น FC ของรายการ “รู้ทันปากท้องกับตลาดหลักทรัพย์” ติดตามดูทุกตอน เพราะมีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ ให้ความรู้ครอบคลุมตั้งแต่เรื่องเศรษฐกิจปากท้อง การออม เทคโนโลยี ไปจนเรื่องธรรมะใกล้ตัว ถ่ายทอดเป็นคลิปวิดีโอ ความยาว 2-3 นาทีต่อตอน ดูเข้าใจง่าย

โครงการนี้ เริ่มมาตั้งแต่ปี 2563 โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต้องการจัดทำคอนเทนต์ออนไลน์ที่มีกูรูจากแวดวงต่างๆ มาให้ความรู้ และแนะนำเทคนิคแก้ไขปัญหาต่างๆในชีวิตประจำวัน เข้าถึงประชาชนในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะในเขตภูมิภาค

เนื้อหาหลักของรายการนี้ ประกอบด้วย รู้ทันทุกปัญหาเรื่องเงินกับ…กูรูปลดหนี้ “อาแปะ” สาธิต บวรสันติสุทธิ์ นักวางแผนการเงิน CFP®, รู้ทันความทุกข์กับ…กูรูกู้ใจ พระราชวัชรบัณฑิต (ประนอม ธมฺมาลงฺกาโร) เจ้าอาวาสวัดจากแดง, รู้ทันเรื่องเกษตรกับ…กูรูสวนนาป่าน้ำ “อายักษ์” ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ผู้ก่อตั้งโรงเรียนปูทะเลย์มหาวิชชาลัย, รู้ทันเทคนิคการขายกับ…กูรูค้าขาย “อาซ้ง” ทรงพล ชัญมาตรกิจ ผู้ก่อตั้ง TV DIRECT, รู้ทันเทคโนโลยีกับ…กูรูไฮเทค “อาซี” พุฒิพงศ์ สกนธวัฒน์ ผู้ช่วยผู้จัดการ กลุ่มงานปฏิบัติการเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลาดหลักทรัพย์ฯ

และในปีนี้ 2566 ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้จัดกิจกรรม “รู้ทันปากท้องออนทัวร์” ในภูมิภาค โดยได้ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาค เพื่อให้ความรู้ด้านการเงิน เทคนิคการปลดหนี้ มีออม หนทางสร้างรายได้ พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันภัยการเงิน-การลงทุน แก่ประชาชนในภูมิภาค โดยส่งตรง “กูรูรู้ทันปากท้อง” ตัวจริงเสียงจริง ไปให้ความรู้ แนะนำเทคนิคแก้ไขปัญหาปากท้องในแง่มุมต่างๆ แก่ประชาชน และผู้สื่อข่าว อินฟลูเอนเซอร์ เพื่อช่วยเป็นสื่อกลางเผยแพร่ความรู้ไปยังกลุ่มต่างๆ

ผู้เข้าร่วมงาน นอกจากจะได้พบกับกูรูรู้ทันปากท้องที่พร้อมตอบทุกปัญหาที่ยังหาทางออกไม่ได้ ยังมีวิทยากรจากธนาคารแห่งประเทศไทย มาร่วมให้ความรู้เพื่อครบมิติเรื่องเงินและปากท้องอีกด้วย

“รู้ทันปากท้องออนทัวร์” จัดกิจกรรมสัญจรไปแล้ว 2 ครั้ง ที่ขอนแก่น และเชียงใหม่ เมื่อเดือน ส.ค. และ ก.ย.ที่ผ่านมา และกำลังจะมีงานขึ้นอีกครั้งในวันที่ 3 ต.ค.2566 นี้ ที่โรงแรมบุรีศรีภู อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยในงานจะได้พบกับ “กูรูปลดหนี้” คุณสาธิต บวรสันติสุทธิ์ มาให้ความรู้ “รู้ทันทุกปัญหาเรื่องเงิน ตอบทุกคำถามโดยกูรูปลดหนี้” ชวนเรียนรู้การวางแผนการเงิน เทคนิคปลดหนี้ให้หมดไว และรู้ทันมิจฉาชีพหลอกลงทุน พร้อมกับธนาคารแห่งประเทศไทยจะมาให้ความรู้ในหัวข้อ “ช่องทางแก้หนี้และมาตรการจัดการภัยการเงิน”

พี่น้องชาวสงขลา และจังหวัดใกล้เคียง สามารถเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ได้ตั้งแต่เวลา 08.30-13.30 น. ฟรีตลอดงาน! ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ www.set.or.th/ruthunpakthong-ontour  หรือสอบถามเพิ่มเติมโทร. 0-2009-9999

และสามารถติดตามรายการ “รู้ทันปากท้องกับตลาดหลักทรัพย์” โดยดูผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของตลาดหลักทรัพย์ฯ และสื่อพันธมิตร มีเนื้อหาน่าสนใจมากมายรออยู่ รับรองไม่ผิดหวัง!

คุณนายพารวย

ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่งคั่ง"  หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

gettgo จัดแคมเปญ “ครบรอบ gettgo 6 ปี ส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้คุณ” ลุ้นรับทองคำ-โปรโมชันพิเศษ

0

นายวรวัฒน์ โรจน์รังษี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด ผู้ให้บริการ gettgo เว็บไซต์เปรียบเทียบประกันออนไลน์ เปิดเผยว่า ในปี 2566 นี้ ถือเป็นปีที่สำคัญของ gettgo ในการเปิดให้บริการครบรอบ 6 ปี  และในยุคปัจจุบันที่โซเชียลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของทุกคนมากขึ้น gettgo ยังคงมุ่งมั่นตั้งใจพัฒนาแพลตฟอร์มเปรียบเทียบและซื้อประกันออนไลน์ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างตรงจุด ดังสโลแกน “รู้จุดเด่น เห็นจุดต่าง” ให้การซื้อประกันออนไลน์เป็นเรื่องที่ง่ายและเข้าถึงได้ทุกคน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าคนสำคัญและร่วมฉลองครบรอบ 6 ปี พร้อมมอบความสุขส่งท้ายปีให้ลูกค้าทุกคน gettgo  จึงได้จัดแคมเปญ “ครบรอบ gettgo 6 ปี ส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้คุณ” ด้วยการจัดกิจกรรม “ลุ้น รับ โชค” ลุ้นรับทองคำ จำนวน 10  รางวัล ประกันอุบัติเหตุคุ้มครองฟรี 3 เดือน และส่วนลดต่าง ๆ อีกมากมาย  รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท เพียงซื้อแบบประกันภัยประเภทใดก็ได้กับ gettgo ผ่านทางเว็บไซต์ www.gettgo.com หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายทางโทรศัพท์ ในทุกการซื้อจะได้รับสิทธิ์ในการร่วมชิงรางวัล สูงสุด    4 สิทธิ์ ต่อ 1 กรมธรรม์ (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

ทั้งหมดนี้คือความพิเศษที่ gettgo สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อมอบให้กับลูกค้าทุกท่าน ซึ่งลูกค้าสามารถรับสิทธิ์จากแคมเปญ “ครบรอบ gettgo 6 ปี ส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้คุณ” ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 – 31 ธันวาคม 2566 โดยจะจับรางวัลในวันที่ 19 มกราคม 2567 เวลา 10.00 น. ณ อาคาร 1 โถงรับรอง ชั้น 5 สำนักงานใหญ่ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลทาง www.gettgo.com และ Facebook Page gettgo ในวันที่ 22 มกราคม 2567

วรวัฒน์ โรจน์รังษี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด

“ก้าวสู่แพลตฟอร์มเปรียบเทียบประกันออนไลน์ที่หนึ่งในใจลูกค้า”

นายวรวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า  ตลอดระยะกว่า 6 ปีที่ผ่านมา gettgo ไม่เคยหยุดพัฒนาในทุก ๆ ด้าน และยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างตรงใจลูกค้า เรามุ่งมั่นที่จะทำให้การซื้อประกันเป็นเรื่องง่าย สะดวกและรวดเร็ว และพร้อมดูแลลูกค้าผ่านผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและการให้บริการที่ครบวงจรในทุกจังหวะชีวิต และ 6 ปีที่ผ่านมา เราได้เผชิญกับความท้าทาย   ต่าง ๆ  มากมาย แต่เราก็ยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและคอยอยู่เคียงข้างลูกค้าเสมอ

ต่อจากนี้ gettgo ยังคงเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มให้มีความทันสมัย ตอบรับกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว  พร้อมปรับเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่และมองหาพาร์ทเนอร์บริษัทประกันภัยใหม่ ๆ เพื่อก้าวสู่แพลตฟอร์มที่มีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม และสามารถช่วยเปรียบเทียบเพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกแบบประกันภัยที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงใจ

โดยปัจจุบัน gettgo  ได้มีการขยายผลิตภัณฑ์และบริการอย่างครอบคลุม และหลากหลาย จากพันธมิตรชั้นนำของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ประกันภัยการเดินทาง ประกันภัยรถยนต์ ประกันภัยรถยนต์ระยะสั้น 30 วัน  พ.ร.บ. รถยนต์  ประกันสุขภาพ  รวมไปถึง So You ประกันสุขภาพที่สามารถปรับแผนความคุ้มครองได้ตามที่ต้องการ และล่าสุดกับประกันรถ EV  

สำหรับ gettgo เว็บไซต์เปรียบเทียบประกันออนไลน์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2561 ภายใต้การบริหารงานของบริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด โดยถือกำเนิดจากปณิธานในการสร้างแพลตฟอร์มเพื่อสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภค ในยุคดิจิทัลที่ต้องการเปรียบเทียบสินค้าต่าง ๆ ด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจซื้อผ่านช่องทางออนไลน์  gettgo  จึงต้องการสร้างประสบการณ์การเปรียบเทียบและซื้อประกันออนไลน์ที่สะดวก รวดเร็ว ผ่านการใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย พร้อมคัดสรรข้อมูลสำคัญที่ช่วยในการตัดสินใจให้ผู้ซื้อได้รับความคุ้มครองที่จำเป็น                      โดย gettgo  มีประกันออนไลน์ให้เลือกสรรจากพันธมิตรที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่

นับถอยหลัง รายการวิ่งผจญภัย “เดอะ สิงห์ ออบสตาเคิล เทรล รัน 2023” 14 ต.ค. 66 ที่สวนผึ้งไฮแลนด์ จ.ราชบุรี

0

นับถอยหลัง 14 วันสุดท้าย! “เดอะ สิงห์ ออบสตาเคิล เทรล รัน 2023” ที่สวนผึ้งไฮแลนด์ จ.ราชบุรี ยังเปิดรับสมัครนักวิ่งประชันความอึด

รายการวิ่งผจญภัย “เดอะ สิงห์ ออบสตาเคิล เทรล รัน 2023” หรือ “สิงห์ เก่ง แกร่ง กล้า” ปีที่ 9 เตรียมประชันความแกร่ง วันที่ 14 ตุลาคม 2566 ที่สวนผึ้งไฮแลนด์ จ.ราชบุรี

“สิงห์” ระเบิดศึกที่นักวิ่งหัวใจแกร่ง รักการผจญภัย และความท้าทายใหม่ ที่เหล่าบรรดานักวิ่งจะได้เจอความแปลกใหม่ของเส้นทางแข่งขันที่ไม่เหมือนใคร กับเส้นทางท้าทายที่ให้ทุกคนตื่นเต้นกับการเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงามของสวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งตอนนี้ได้รับเสียงตอบรับจากนักวิ่งเป็นอย่างดี

การแข่งขันมีชิงชัยทั้ง ประเภทเดี่ยว ชาย-หญิง ระยะ 8 กิโลเมตร และ 15 กิโลเมตร (แบ่งรุ่นอายุ) ส่วนประเภททีม ทีมละ 4 คน ระยะ 24 กิโลเมตร (ไม่จำกัดอายุ), ทีม 4 คน 8 กม. สนามหลัก x วิ่งรวม 3 รอบ สมาชิกทีม 2 คนแรกออกตัวพร้อมกันวิ่ง 8 กม. สมาชิกทีมอีก 2 คนวิ่ง 8 กม. ในรอบที่ 2 และสมาชิกทีมทั้ง 4 คน วิ่งพร้อมกันในรอบที่ 3 (รวมทั้งหมด 24 กม.) และพิเศษกับ ระยะ 2 กิโลเมตร สำหรับครอบครัวและเด็กๆ (ไม่จำกัดอายุ) นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆ ให้ร่วมสนุกอีกมากมาย ทั้งตักบาตร ณ ตลาดโอ๊ะป่อย กิจกรรมเพื่อสังคม กับโรงเรียนในพื้นที่ พร้อมแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวระหว่างทางกลับอีกด้วย

ล่าสุด “เดอะ สิงห์ ออบสตาเคิล เทรล รัน 2023” ใกล้วันแข่งขันเข้ามาทุกที เหลือเพียงอีก 14 วันเท่านั้น บรรดานักวิ่งจอมอึดต่างสมัครเข้าร่วมแข่งขันกันจำนวนมาก ผู้ที่สนใจสมัครที่ https://thaimaster.me/s/SOT1 หรือติดตามรายละเอียดที่เฟซบุ๊ก Singha Obstacle Trail

BKP จับมือ สภาการส่งออกถั่วเหลืองแห่งสหรัฐฯ ยกระดับการจัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ยั่งยืน

0

บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) ผู้จัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ให้กับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ และสภาการส่งออกถั่วเหลืองแห่งสหรัฐอเมริกา(The U.S. Soybean Export Council : USSEC) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อยกระดับการจัดหาถั่วเหลือ กากถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองในประเทศไทยและทั่วโลก ตอกย้ำความมุ่งมั่นขององค์กรในการขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบหลักทางการเกษตรสำหรับผลิตอาหารสัตว์ที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และก้าวสู่เป้าหมาย Net-Zero ในปี 2050

นายไพศาล เครือวงศ์วานิช ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันใส่ใจในคุณภาพของสินค้าและความยั่งยืนเพิ่มขึ้น ความร่วมมือกับ สภาการส่งออกถั่วเหลืองแห่งสหรัฐอเมริกา (USSEC) เพื่อบริหารจัดการด้านความยั่งยืนของถั่วเหลืองที่ใช้ในการผลิตอาหารและวัตถุดิบอาหารสัตว์ ภายใต้แนวทาง U.S. Soy Sustainability Assurance Protocol (SSAP) และยกระดับความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อต่อยอดเป้าหมายในการจัดหาอย่างยั่งยืน สนับสนุนให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้าถึงข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตอกย้ำความมุ่งมั่นร่วมกันของทั้งสององค์กรในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อ สิ่งแวดล้อม ชุมชน และห่วงโซ่อุปทานการผลิตอาหารของโลก

นอกจากนี้ ความร่วมมือในครั้งนี้จะครอบคลุมถึงการแบ่งปันความรู้และข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดหาวัตถุดิบอาหารและอาหารสัตว์ยั่งยืน ตลอดจน USECC ในฐานะเป็นผู้ผลิตโปรตีนที่ยั่งยืนยังได้แบ่งปันความเชี่ยวชาญทางเทคนิค ประสบการณ์และความสำเร็จในการผลิตถั่วเหลืองอย่างยั่งยืน การจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ปราศจากการตัดไม้ทำลายป่า และร่วมปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ

จิม ซัทเทอร์ (Jim Sutter) ประธานคณะผู้บริหารของ USSEC กล่าวว่า บันทึกความเข้าใจนี้ เป็นการเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นของสหรัฐอเมริกาและไทย ภายใต้ความร่วมมือด้านการเกษตรและอาหาร USSEC จะแบ่งปันความรู้ และเครื่องมือเพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของเครือ ซีพี และการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหาร อาหารสัตว์ และปศุสัตว์ของประเทศไทย เพื่อมุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น

ทิโมธี โลห์ (Timothy Loh) ผู้อำนวยการภูมิภาค USECC ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย กล่าวเสริมว่า เกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองของสหรัฐฯ มีส่วนร่วมในภาคการเกษตรและอาหารของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาตั้งแต่ปี 2513 และนับตั้งแต่เปิดสำนักงานตัวแทนในประเทศไทยในปี 2537 USECC ให้บริการด้านการค้าและความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค การแบ่งปันความรู้เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารและอาหารสัตว์ในประเทศนั้น ๆ การเป็นพันธมิตรกับ BKP นับเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมไปสู่แนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนระดับโลก

ทั้งนี้ ถั่วเหลืองที่ผลิตในสหรัฐอเมริกามีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ที่ต่ำกว่าแหล่งผลิตอื่น ๆ หรือโปรตีนจากพืชชนิดอื่น นอกจากนี้กระบวนการผลิตถั่วเหลืองในสหรัฐอเมริกายังไม่ได้มาจากการตัดไม้ทำลายป่า โดยระหว่างปี 2540 ถึงปี 2560 พื้นที่ป่าไม้ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1.83 ล้านเอเคอร์ (742,000 เฮกตาร์) ในปัจจุบัน ร้อยละ 15 ของพื้นที่เพาะปลูกในสหรัฐฯ ได้จัดสรรไว้เพื่อการอนุรักษ์ การพัฒนาป่าไม้ และที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า นอกจากนี้ เกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองในสหรัฐฯ ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้น้ำชลประทาน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดิน การอนุรักษ์ดิน เพิ่มผลผลิตจากการใช้ที่ดินเท่าเดิม ซึ่งช่วยสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทาน

จ. นนทบุรี ร่วมกับ เซเว่น อีเลฟเว่น จัดงาน “ชุมชนคนรักหมา 4 ขาหน้าเซเว่น ครั้งที่ 1” ทำหมันหมาแมว-ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ฟรี

0

จังหวัดนนทบุรี, ปศุสัตว์ จ.นนทบุรี ร่วมกับ เซเว่น อีเลฟเว่น  จัดกิจกรรมเนื่องในวันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก 28 กันยา 66 ภายใต้โครงการ “ชุมชนคนรักหมา 4 ขาหน้าเซเว่น” เพื่อบริการทำหมันและฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนับบ้าฟรี  โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อลดการเกิดโรคทางระบบสืบพันธุ์ ลดพฤติกรรมก้าวร้าว และเพื่อสุขภาพที่ดีของสัตว์เลี้ยงในระยะยาว  โดยมีบริษัท เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จำกัด (พีซีจี) และ บริษัท  อินเตอร์เนชั่นแนลเพ็ทฟู้ด จำกัด (เจอร์ไฮ) ร่วมนำอาหารสุนัขและอาหารแมว มามอบให้กับประชาชนที่มาร่วมงาน ตั้งแต่เวลา 8.30-12.00 น. ณ ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขา 18555 (แยกนนทบุรี-รัตนาธิเบศร์)  ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี

โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณพัฒนสิน อำขำ ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ) จังหวัดนนทบุรี,  น.สพ.ไทยวิวัฒน์ วรรณสุข ปศุสัตว์จังหวัดนนทบุรี นำทีมสัตวแพทย์พร้อมเจ้าหน้าที่จากกรมปศุสัตว์จังหวัดนนทบุรี มาให้บริการทำหมันสุนัขและแมว พร้อมด้วย คุณสมภพ ตะราษี ผู้จัดการทั่วไป บมจ.ซีพี ออลล์ และคุณรติชา วิริวุฒิกร ผู้จัดการทั่วไป บมจ.ซีพี ออลล์ ร่วมงาน โครงการ “ชุมชนคนรักหมา” จัดตั้งขึ้นโดย ประสานงานบรรเทาสาธารณภัยบมจ.ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่นเดลิเวอรี่ ตั้งแต่ปี 2557

ในงานประกอบด้วย การอบรมแลกเปลี่ยนความรู้ในการดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้องเพื่อลดการทอดทิ้งสัตว์ให้กับผู้เลี้ยงและคนในชุมชน, การทำหมันสุนัขและแมวร่วมกับภาครัฐ เพื่อลดจำนวนของสุนัข แมวจรจัด และลดอัตราความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรงในสุนัขและแมว รวมถึงการสนับสนุนการบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและจำกัดเห็บ หมัด พร้อมติดตามผลสุขภาพของสุนัขและแมวในโครงการ โดยปัจจุบันซีพี ออลล์ ได้ร่วมกับ บริษัท เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จำกัด (พีซีจี)  และบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนลเพ็ทฟู้ด จำกัด (เจอร์ไฮ)  ในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกันในการส่งมอบอาหารสุนัขและแมวให้กับชุมชนที่ร่วมเข้าโครงการฯ และเข้าช่วยเหลือสุนัขและแมวที่ประสบภัยธรรมชาติต่างๆ ต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 9 ปี  เป็นไปตามปณิธานองค์กร “Giving & Sharing” ของซีพี ออลล์

ก.ล.ต. เตือนปชช.และนักลงทุน ระวังการใช้บริการผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ได้รับอนุญาต

0

ก.ล.ต. เตือนประชาชนและผู้ลงทุนให้ระมัดระวังการใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจด้านหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า และสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจากต่างประเทศ เนื่องจากจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายและยังมีความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวงอีกด้วย พร้อมเตือนผู้จัดงานแสดงเทคโนโลยีทางการเงินอาจเข้าข่ายผู้สนับสนุนการกระทำความผิด

ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนและผู้เกี่ยวข้องว่า พบผู้ประกอบธุรกิจด้านหลักทรัพย์และสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจากต่างประเทศเข้ามาชักชวนประชาชนให้ร่วมลงทุนหรือใช้บริการ โดยการออกบูธในงานแสดงเทคโนโลยีทางการเงิน ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2566 นั้น

ก.ล.ต. ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบการกระทำดังกล่าวและเก็บหลักฐาน พร้อมประสานงานและขอความร่วมมือผู้จัดงานดังกล่าวให้ยับยั้งการออกบูธของผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ได้รับอนุญาต และเตือนว่าหากไม่ให้ความร่วมมืออาจเข้าข่ายเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดด้วย

พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. ขอเตือนประชาชนและผู้ลงทุนให้ระมัดระวังการใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาตที่ไม่ได้รับใบอนุญาต รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจากต่างประเทศ เนื่องจากจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และยังมีความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวง (scam) อีกด้วย สำหรับผู้ที่ให้บริการซื้อขาย แลกเปลี่ยน รับฝาก โอน ถอนเงิน หรือทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย ต้องได้รับอนุญาตตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561

ประชาชนและผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตได้ที่ www.sec.or.th หรือทางแอปพลิเคชัน “SEC Check First” และหากมีเบาะแสเกี่ยวกับการดำเนินการที่น่าสงสัย โปรดแจ้งที่ “ศูนย์บริการประชาชน ก.ล.ต.” โทร. 1207 หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเพจ “สำนักงาน กลต.” หรือ SEC Live Chat ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. เพื่อการตรวจสอบในเชิงลึก ในกรณีที่ตรวจพบว่ามีการกระทำอันเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับ และหากเข้าข่ายการกระทำที่อาจผิดกฎหมายอื่น ก.ล.ต. มีกระบวนการในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป

AIS คว้ารางวัลองค์กรน่าทำงานมากที่สุดในเอเชีย จากเวที HR Asia 5 ปีซ้อน

0

AIS ได้รับรางวัลด้านการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลระดับเอเชียจากเวที HR Asia กับรางวัล “Best Companies to Work for in Asia 2023” โดย AIS เป็นองค์กรเดียวในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่ได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ตอกย้ำตำแหน่งองค์กรโทรคมนาคมที่ดีที่สุดในด้านทรัพยากรบุคคลและน่าทำงานมากที่สุดของประเทศไทย

นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรมหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล กลุ่มบริษัท AIS และกลุ่มอินทัช  กล่าวว่า “คนคือทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนองค์กรและการส่งมอบบริการที่มีคุณภาพ การได้รับรางวัล Best Companies to Work for in Asia เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน จึงถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นและความทุ่มเทในการดูแลพนักงานอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่เอื้อให้พนักงานทุกคนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมิได้หมายถึงการตามใจอย่างเดียว แต่รวมถึงการเพิ่มศักยภาพติดอาวุธพัฒนาทักษะความรู้ใหม่ๆ ให้ทันต่อความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ควบคู่กับการส่งเสริม Work Life Integration ที่ผสานระหว่างการทำงานกับการใช้ชีวิตส่วนตัวเข้าด้วยกัน เพื่อให้พนักงานสามารถยืดหยุ่นจัดสรรเวลาของตัวเองได้ตามความเหมาะสม

วัฒนธรรมองค์กรของ AIS ‘FIT FUN FAIR’ ที่คอยเชื่อมโยงคน AIS เข้าไว้เป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งเป็นเสมือนดีเอ็นเอของคน AIS อันเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันองค์กรไปในทิศทางที่มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน ขับเคลื่อนองค์กรเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จและการสร้างองค์กรที่ยั่งยืน รางวัลที่ได้รับในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้เราเดินหน้าสู่ความเป็นเลิศและสร้างพื้นที่ที่ให้ทุกคนเติบโตไปด้วยกัน”

สำหรับรางวัล Best Companies to Work for in Asia 2023 เป็นรางวัลที่มอบให้กับองค์กรดีเด่นที่น่าทำงานมากที่สุดในเอเชีย มีเกณฑ์การตัดสินจากองค์กรที่มีศักยภาพด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล มุ่งเน้นเรื่องการเรียนรู้ สนับสนุนพนักงานให้สามารถเติบโตในภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยผลการตัดสินพิจารณาจากการสำรวจความคิดเห็นของตัวแทนพนักงาน และประเมินแนวทางปฏิบัติที่ส่งผลต่อความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรในหลากหลายแง่มุม

การที่ AIS ได้รับรางวัลดังกล่าวต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 และยังเป็นองค์กรโทรคมนาคมรายเดียวของไทยที่ได้รางวัลต่อเนื่อง ถือเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจอย่างแท้จริงในการผลักดันและสนับสนุนบุคลากรของ AIS ให้มีคุณภาพและมีความเชี่ยวชาญในการทำงานพร้อมเดินหน้าผลักดันให้องค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ASIAMONEY มอบรางวัล MOST OUTSTANDING COMPANY 2023 ให้ซีพีเอฟ ด้านธุรกิจเกษตรโดดเด่นที่สุดของเอเชีย

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง ด้วยการคว้ารางวัลบริษัทที่มีความโดดเด่นที่สุดของกลุ่มธุรกิจเกษตรในประเทศไทย (The Most Outstanding Company in Thailand – Agriculture Sector) จากการจัดทำสำรวจประจำปีโดยนิตยสาร Asiamoney นิตยสารชั้นนำด้านการเงินการลงทุนระดับภูมิภาค โดยมีนางกอบบุญ ศรีชัย ผู้บริหารสูงสุด สายงานกิจการองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ เป็นผู้แทนบริษัทฯ ขึ้นรับรางวัล ในงานที่จัดขึ้น ณ มารินา เบย์ แซนด์ ประเทศสิงคโปร์

นางกอบบุญ ศรีชัย ผู้บริหารสูงสุด สายงานกิจการองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า รางวัล The Most Outstanding Company in Thailand – Agriculture Sector ที่ได้รับในครั้งนี้ นับเป็นความสำเร็จอีกครั้งของซีพีเอฟ
เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับและความเชื่อมั่นของนักลงทุนในการบริหารการเงินที่มีประสิทธิภาพของบริษัท ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย และการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้าง “ความมั่นคงทางอาหาร” ให้ผู้บริโภคทั่วโลก ส่งเสริมการเข้าถึงอาหารคุณภาพสูง มีคุณค่าทางโภชนาการ ควบคู่กับการดูแลใส่ใจสังคมและสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้หลักปรัชญา 3 ประโยชน์ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDGs)

“ท่ามกลางความท้าทายต่างๆ บริษัทให้ความสำคัญในการบริหารทางการเงินและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการดูแลคู่ค้าทางธุรกิจ พร้อมกับร่วมปกป้องและพิทักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และบรรเทาความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” นางกอบบุญกล่าว

รางวัล “บริษัทที่โดดเด่นที่สุดแห่งเอเชีย” ประจำปี 2023 (Asia’s Outstanding Companies Poll 2023) เป็นผลจากนิตยสาร Asiamoney จัดการสำรวจความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการเงิน ผู้จัดการลงทุน นักวิเคราะห์ด้านการลงทุน รวมนักการธนาคาร และสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ร่วมลงคะแนนคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนจาก 14 ประเทศที่มีความโดดเด่นที่สุดในเอเชีย สำหรับรางวัลในปีนี้ มีผู้ร่วมลงคะแนนรวม 7,653 ราย โดยพิจารณาผลการดำเนินงานโดยรวม การรายงานการจัดการทางการเงิน ความเป็นเลิศของทีมผู้บริหาร และความเชื่อมั่นในทีมลงทุนสัมพันธ์ รวมถึงความโดดเด่นในการริเริ่มและดำเนินโครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการบริหารจัดการตามแนวทาง ESG (Environment, Social, and Governance)./