Home Blog Page 139

เมืองไทยสไมล์คลับ ส่งมอบความสุข ช้อปสนุกส่งท้ายปี Season of happiness

0

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการส่งมอบความสุขและรอยยิ้มในช่วงเทศกาลส่งท้ายปี เมืองไทยประกันชีวิต โดยเมืองไทยสไมล์คลับ ได้รวบรวมสิทธิพิเศษจากศูนย์การค้าชั้นนำ ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขพร้อมเอาใจสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับสายช้อป ช้อปได้ทุกสไตล์แบบจัดเต็มส่งท้ายปี ณ ศูนย์การค้าชั้นนำหรือช้อปผ่านช่องทางออนไลน์ที่ร่วมรายการ ตอบโจทย์ทุกโมเมนต์แห่งความสุขได้ง่ายๆ เพียงแลกคะแนนสะสม Smile point ผ่าน MTL Click Application ดังนี้

Central let’s celebrate 2024  ใช้คะแนนสะสม 30 Smile Points แลกรับบัตรของขวัญเซ็นทรัล  มูลค่า  100 บาท จำนวน 1 ใบ จำกัดจำนวน 5 สิทธิ์ / ท่าน / เดือนกดรับสิทธิ์ผ่าน MTL Click Application แสดงรหัสรับสิทธิ์ ณ แผนกลูกค้าสัมพันธ์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลที่ร่วมรายการ ภายใน 15 นาที ระยะเวลารับสิทธิ์ 14 พฤศจิกายน 2566 -9 มกราคม 2567

THE MALL LIFESTORE JOY OF GIVING ต่อที่ 1 ใช้คะแนนสมสะ 35 Smile Points แลกรับบัตรกำนัลศูนย์การค้ามูลค่า 100 บาท จำกัด 15 สิทธิ์ / ท่าน / สัปดาห์  กดรับสิทธิ์ผ่าน MTL Click Application แสดงรหัสรับสิทธิ์ ณ จุดแลกรับของสมนาคุณของศูนย์การค้า ภายใน 30 นาที ระยะเวลารับสิทธิ์ 27 พฤศจิกายน 2566 – 14 มกราคม 2567 ต่อที่ 2 ช้อปในศูนย์การค้า ครบทุก 2,000 บาท รับ 2 สิทธิ์ (ลูกค้าทั่วไป 1 สิทธิ์) ลุ้นรางวัลใหญ่ CAMRY 2.5 PREMIUM มูลค่า 1,599,000 บาท จำนวน 1 รางวัล ระยะเวลารับสิทธิ์ 27 พฤศจิกายน 2566 –  7 มกราคม 2567 ต่อที่ 3 ช้อปในศูนย์การค้า เพียง 7,000 บาทขึ้นไป (ปกติ 8,000 บาท) รับ Holiday Party Set (Placement 4 ชิ้น Coaster 4 ชิ้น ) มูลค่า 1,490 บาทจำกัด 1 สิทธิ์ / ท่าน / ตลอดรายการ ระยะเวลารับสิทธิ์  27 พฤศจิกายน 2566 – 14 มกราคม 2567 สถานที่รับสิทธิ์ต่อที่ 2-3 ณ จุดแลกรับของสมนาคุณของศูนย์การค้า  เดอะมอลล์ทุกสาขา โดยแสดงรูปบัตรสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับผ่าน MTL Click Application รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อรับสิทธิ์ (สงวนสิทธิ์งดเว้นการถ่ายภาพหน้าจอ)

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แลกพ้อยท์ช้อปฟินเวอร์ สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับใช้คะแนนสะสม 35 Smile Points  แลกรับบัตรกำนัล Magic Gift Card มูลค่า 100 บาท สมาชิกฯ 1 ท่าน แลกรับได้สูงสุด 5 สิทธิ์ / สัปดาห์ ระยะเวลารับสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 – 31 มีนาคม 2567 พิเศษทุกวันอังคาร (Pink Day) เฉพาะเดือน ธันวาคม 2566 – มกราคม 2567 รับฟรี the1 Point 1,000 Points เมื่อช้อปสินค้าร้านใดๆ ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล ครบ 1,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ กรุณาแสดงใบเสร็จที่ระบุวันที่ตรงกับวันรับสิทธิ์พร้อมรหัสกับเจ้าหน้าที่ สมาชิกฯ แลกได้ 1 สิทธิ์ / สัปดาห์ / หมายเลข The1ระยะเวลารับสิทธิ์วันที่ 5, 12, 19, 26 ธันวาคม 2566 และ 2, 9,16, 23, 30 มกราคม 2567 กดรับสิทธิ์ผ่าน MTL Click Application แสดงรหัสรับสิทธิ์ ณ จุดแลกของสมนาคุณของศูนย์การค้าเซ็นทรัลทุกสาขาภายใน 60 นาที

VIZ Coin ร้านค้าในเครือ ONE SIAM และ ONESIAM SuperApp สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับใช้คะแนนสะสม 35 Smile Points เปลี่ยนเป็น 100 VIZ Coins สำหรับใช้แทนเงินสดในการซื้อสินค้า/บริการ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการในศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์, สยามดิสคัฟเวอรี่, สยามพารากอน, ไอคอนสยาม, ไอซีเอสและร้านค้าบน ONESIAM SuperApp  จำกัด จำนวน 5 สิทธิ์ / ท่าน / วัน กดรับสิทธิ์ผ่าน MTL Click Application นำรหัสที่ได้ รับ VIZ Coins ผ่านแอปพลิเคชัน ONESIAM SuperApp ระยะเวลารับสิทธิ์ 1 พฤศจิกายน 2566 – 31 ตุลาคม 2567

ส.ผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร ผนึก “ลีโอ” จัดงาน KhaoSan Countdown 2024 จัดเต็มความสนุกควบคู่ความปลอดภัย ปลุกกระแสท่องเที่ยวไทยรับปีใหม่

0

สมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร จับมือ แบรนด์ลีโอ, สถานีตำรวจชนะสงคราม และหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ ผนึกกำลังจัดงาน “KhaoSan Countdown 2024” ร่วมส่งท้ายปี 2566 ต้อนรับปี 2567 เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2566 โดยมีกิจกรรมไฮไลท์ในคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 31 ธันวาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 16.00 - 24.00 น. จัดเต็มความสนุกกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน และ DJ รวมไปถึงโชว์ต่างๆ ที่จะมาร่วมสร้างความสุขให้กับนักท่องเที่ยวที่มาร่วมเฉลิมฉลอง

หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดคลี่คลายลง ตลอดปี 2566 ถือเป็นปีแห่งการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะถึงนี้ กับการจัดงาน “เคาท์ดาวน์”ตามสถานที่ไฮไลท์ต่างๆ ทั่วประเทศ ที่มีกิจกรรมรอต้อนรับนักท่องเที่ยวมากมาย ซึ่ง “ถนนข้าวสาร” ถือเป็นอีกหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกรอคอยเพื่อมาพบกับความสุขและสนุกสนานต้อนรับปีใหม่

งาน KhaoSan Countdown 2024 จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “เที่ยวเมืองไทย สนุก ปลอดภัย” เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว สร้างความจดจำของผู้มาร่วมงาน พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าสู่ปี 2567 ด้วยความสนุก ปลอดภัยกับประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจที่ไม่รู้ลืม ซึ่งจะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต และทำให้การท่องเที่ยวของประเทศไทยแข็งแกร่งขึ้นในระยะยาว

กิจกรรมดังกล่าวยังถือเป็นส่วนหนึ่งในแผนงานเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ถนนข้าวสาร สู่เป้าหมาย 10 ล้านคน ในปี 2567 พร้อมยกระดับให้ถนนข้าวสารเป็นอีกหนึ่งจุดบนแผนที่เคาท์ดาวน์ของประเทศไทย และในภูมิภาคเอเชีย พร้อมก้าวสู่ “แลนด์มาร์ค” สถานที่เคาท์ดาวน์ที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

รู้เก็บรู้ออม : ทุนสอบ AISA สู่อาชีพการเงิน

0

อาชีพในแวดวงนักการเงินการลงทุน ถือเป็นสายอาชีพที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานเป็นอันดับต้นๆ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งนักวางแผนการเงิน, นักวิเคราะห์, ผู้จัดการกองทุนล้วนเป็นตำแหน่งงานที่มีรายได้สูง ยิ่งปัจจุบัน ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในโลกยุคดิจิทัล ทำให้มีการลงทุนรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้น ส่งผลให้อาชีพสายการเงินการลงทุนเป็นที่สนใจของคนรุ่นใหม่อย่างมาก

“ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” มีบทบาทด้านส่งเสริมและสนับสนุน ในการยกระดับศักยภาพบุคลากรของตลาดทุนไทย รวมทั้งผลิตบุคลากรด้านการวิเคราะห์การเงินและการลงทุน ป้อนสู่ตลาดทุนไทยเป็นจำนวนมาก ผ่านหลักสูตร Certified Investment and Securities Analyst (CISA) ที่พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือกับสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน

และ “โครงการ New Breed Capital Market Financial Professionals 2024” ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่แสดงให้เห็นว่าตลาดหลักทรัพย์ฯให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนา เตรียมความพร้อมให้บุคลากรมีความรู้ และทักษะตรงกับความต้องการของตลาดทุนไทย

โครงการนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนในระดับอุดมศึกษา ได้มีความรู้ด้านการวิเคราะห์การเงินและการลงทุน ผ่านหลักสูตร CISA ระดับ Foundation Knowledge หรือที่เรียกว่าคุณวุฒิ AISA ซึ่งเป็นคุณวุฒิความรู้ด้านการวิเคราะห์และการจัดการลงทุนที่มีมาตรฐานและได้รับการยอมรับจากสำนักงาน ก.ล.ต. ในการใช้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพด้านนักวิเคราะห์การลงทุน และผู้จัดการกองทุน

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอเชิญชวนน้องๆนิสิต นักศึกษามาสมัครเข้าร่วมโครงการ เพื่อติดอาวุธความรู้ พร้อมใบเบิกทางสู่วิชาชีพด้านการเงิน โดยน้องๆ จะได้โอกาสร่วมเรียนรู้ เพื่อเข้าสอบคุณวุฒิ AISA โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะสนับสนุนทุนในการสอบ สำหรับคนที่ผ่านเงื่อนไขที่กำหนด

สำหรับคุณสมบัติผู้สมัคร ต้องเป็นนิสิต นักศึกษาที่กำลังเรียนปริญญาตรีชั้นปีที่ 3 ขึ้นไป และอายุไม่เกิน 25 ปี และปีนี้ยังขยายโอกาสให้กับคนที่จบปริญญาตรีขึ้นไป แต่อายุไม่เกิน 25 ปี (เกิดวันที่ 1 ม.ค.2545 เป็นต้นไป) สมัครได้ด้วย รวมทั้งนิสิต นักศึกษา ที่กำลังเรียนปริญญาโท หรือเอก มีอายุไม่เกิน 35 ปี (เกิดวันที่ 1 ม.ค.2533 เป็นต้นไป) ก็สามารถสมัครได้เช่นกัน

ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนและสอบคัดเลือก เพื่อชิงทุนสอบคุณวุฒิ AISA จำนวน 250 ทุน และคัดเลือกเหลือ 100 คนเท่านั้นที่จะได้ร่วมกิจกรรม Exclusive Financial Career Camp สัมผัสโลกธุรกิจและการทำงานของมืออาชีพผ่านการเยี่ยมชมกิจการ ตลอดจนกิจกรรม Workshop เพื่อก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพบนเส้นทางวิชาชีพสายการเงิน

น้องๆ ที่ใฝ่ฝันอยากทำงานในวิชาชีพสายการเงินการลงทุน ต้องไม่พลาดโอกาสครั้งนี้ รีบสมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 29 ก.พ.2567 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครได้เลยที่ www.set.or.th/newbreed2024  หรืออัปเดตกิจกรรมต่างๆ ของโครงการได้ที่ Facebook: SETYoungGen

คุณนายพารวย

อย.ห่วงใยผู้บริโภค แนะวิธีเลือกซื้อเนื้อหมูปลอดภัย ปลอดสารเร่งเนื้อแดง

0

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ห่วงใยผู้บริโภค แนะวิธีสังเกตเนื้อหมูที่ปลอดสารเร่งเนื้อแดง ในการนำมาปรุงประกอบอาหารให้มีความปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ ชี้ความร้อนไม่สามารถทำลายได้ ย้ำ อย.ให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภคมาเป็นอันดับแรก มีการลงพื้นที่สุ่มตรวจอย่างต่อเนื่อง

เภสัชกรเลิศชาย เลิศวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า สารเร่งเนื้อแดง คือ ยาที่นำมาใช้ในการรักษาโรค อยู่ในกลุ่ม เบตาอะโกนิสต์ (Beta-Agonist) เช่น ซัลบูทามอล (Salbutamol) เคลนบูเทอรอล (Clenbuterol) มาเพนเทอรอล (Mapenterol) หรือ แรคโตพามีน (Ractopamine) ใช้สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคหอบหืด มีคุณสมบัติช่วยขยายหลอดลมให้ผู้ป่วยสามารถหายใจคล่องขึ้น โดยใช้ในปริมาณเล็กน้อยเพียง 1 มิลลิกรัม ถึง 2 มิลลิกรัม ในบางคนใช้แล้วมีอาการแพ้ยา และยากลุ่มนี้ อาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียงสำคัญอย่างหนึ่ง คือ ทำให้หัวใจเต้นเร็ว กล้ามเนื้อขยับขยายตัวมากขึ้น เคลื่อนไหวตลอดเวลา กล้ามเนื้อกระตุกหรือสั่น

จากอาการข้างเคียงของยาข้างต้น จึงมีคนนำยามาใช้กับหมู เพื่อตอบสนองความต้องการและความนิยมของลูกค้าที่ต้องการบริโภคเนื้อหมูส่วนที่เป็นเนื้อแดง มีมันน้อย ผู้เลี้ยงหมูจึงนำยากลุ่มนี้ผสมในอาหารสัตว์ หรือ นำไปฉีดในหมู โดยหมูที่ได้รับยาจะตื่นตัวและเคลื่อนไหวตลอดเวลา กล้ามเนื้อทำงานมากขึ้น ทำให้สัดส่วนไขมันของหมูบางลง สัดส่วนเนื้อแดงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เภสัชกรเลิศชาย ย้ำว่า การนำยาดังกล่าวไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างกล้ามเนื้อในหมู หรือเร่งให้มีเนื้อแดงมากขึ้น ถือเป็นการปรับเปลี่ยนขั้นตอนกระบวนการการผลิต สุดท้ายผู้ที่บริโภคเนื้อหมูจะได้รับยาที่ตกค้างอยู่ในกล้ามเนื้อหมูหรือเนื้อหมู และเกิดผลกระทบต่อสุขภาพ สังเกตได้จากหลังการรับประทานเนื้อหมูแล้วเกิดอาการ หายใจเร็วขึ้น ใจสั่น หรือรู้สึกกล้ามเนื้อสั่น โดยยาจะออกฤทธิ์ทันที ไม่เกิน 3-4 ชั่วโมง หลังจากนั้นยาจะหมดฤทธิ์และถูกขับออกตามทางเดินปัสสาวะ

สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงจะได้รับผลกระทบโดยตรง ได้แก่ กลุ่มคนที่เป็นโรคหัวใจ มีอัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ หากได้รับยานี้ จะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูง และคนที่เป็นโรคเบาหวาน ยานี้จะไปบดบังอาการของโรคทำให้ผู้ที่เป็นเบาหวานไม่รู้ตัวและวูบได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานว่ายานี้กระตุ้นให้เกิดโรคมะเร็ง

“สารเร่งเนื้อแดง ไม่สลายตัวเพราะความร้อน ดังนั้นกระบวนการปรุงอาหารไม่สามารถช่วยกำจัดสารนี้ได้ แม้ผ่านกระบวนการปรุงอาหารแล้ว สารนี้ยังคงตกค้างอยู่” เภสัชกรเลิศชาย กล่าว

เภสัชกรเลิศชาย แนะนำว่า วิธีการป้องกันสารเร่งเนื้อแดง ให้เลือกที่ตัวผลิตภัณฑ์ เลือกแหล่งจำหน่าย ซึ่งการสังเกตและเลือกซื้อเนื้อหมู ให้เลือกซื้อเนื้อหมูที่มีสีชมพูเรื่อๆ ไม่แดงจัด เนื้อนุ่มไม่กระด้าง เนื้อฉ่ำน้ำ มีน้ำแทรกซึมอยู่ในเนื้อหมู มีชั้นไขมันหนา ไม่มีสีคล้ำเขียวและไม่มีกลิ่นเหม็น หากหมูมีลักษณะเนื้อแห้งแดง มันน้อย เนื้อมาก ควรเลี่ยงเพราะมีความสุ่มเสี่ยง

ผู้บริโภคควรซื้อเนื้อหมูที่อยู่ในตู้แช่เย็น ไม่วางบนเขียงที่อุณหภูมิปกติเพราะมีความเสี่ยง เนื่องจากเนื้อหมูเป็นของสด เน่าเสียได้และมีอายุการเก็บรักษา อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเลือกซื้อเฉพาะร้านที่มีตู้เย็นเท่านั้น แต่ขั้นตอนการเก็บรักษาของสดในตู้เย็นเป็นระบบการเก็บรักษาอาหารขั้นพื้นฐาน

สำหรับเนื้อหมูที่ผ่านกระบวนการตัดแต่งสไลด์หรืออยู่ในบรรจุภัณฑ์ อย.จะเข้าไปตรวจที่โรงงานตามข้อกำหนดมาตรฐาน อาทิ 1.หมูมาจากฟาร์มใด มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างหรือไม่ 2.ความสะอาดของสถานที่และโรงงาน 3.ขั้นตอนกระบวนการการผลิตสะอาดและมีความเหมาะสม เมื่อเนื้อหมูบรรจุลงผลิตภัณฑ์ จะมีสลากระบุวันเดือนปีที่ผลิต วันหมดอายุ โดยปกติระยะเวลาในการบริโภคจะไม่เกิน 3 วัน และต้องเก็บอยู่ในที่เย็นตลอดเวลา

ด้านผู้ผลิตอาหาร หรือผู้ประกอบการที่นำผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ หรือ เนื้อหมู มาใช้ในการปรุงประกอบเพื่อส่งต่อผู้บริโภค มีหน้าที่สำคัญคือคัดเลือกแหล่งวัตถุดิบ สิ่งที่ดีที่สุดคือต้องทราบว่าหมูมาจากฟาร์มใด ซึ่งกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรฯ มีมาตรฐานในการเลี้ยงหมู ในฟาร์มมาตรฐานจะมีมาตรการป้องกันการใช้ยา หากเลือกจากฟาร์มมาตรฐาน สามารถมั่นใจในความปลอดภัยได้

กรณีไม่ทราบแหล่งที่มาของหมู ต้องสังเกตจากลักษณะของเนื้อหมู เนื้อสีชมพู ไม่แดงจัด มีน้ำชุ่มๆ มีมันแทรก มีมันสามชั้น มีความสด จิ้มลงไปแล้วมีความนุ่ม ไม่แข็งกระด้าง และที่สำคัญการเก็บรักษาอยู่ในอุณหภูมิที่เย็น เพื่อคงสภาพความสดของเนื้อสัตว์ไว้ ดังนั้น ฝากผู้ประกอบการ เลือกซื้อเนื้อหมูจากฟาร์มที่ได้การรับรองมาตรฐาน หรือเลือกจากเขียงที่มีคุณภาพ และเก็บรักษาอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ อย. มีการสุ่มตรวจเนื้อหมูอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับกรุงเทพมหานครและทุกจังหวัด ลงพื้นที่สุ่มตรวจทั้งตลาดขนาดใหญ่ ตลาดค้าส่งและตลาดสดต่างๆ รวมถึงห้างสรรพสินค้า เป็นประจำทุกเดือน หากตรวจพบว่าในเนื้อหมูมีสารเร่งเนื้อแดงเกินกว่าค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนดให้อยู่ในอาหารได้จะจัดเป็นอาหารผิดมาตรฐาน ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้นำเข้า มีโทษปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท และหากมีสารเร่งเนื้อแดงในปริมาณสะสมที่สูงมาก จะไม่ถูกจัดเป็นอาหารผิดมาตรฐานเพียงอย่างเดียว แต่เป็นอาหารที่ไม่บริสุทธิ์ด้วย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ระหว่าง ปี 2556-2566 อย. สุ่มเก็บตัวอย่าง 430 ตัวอย่าง พบสารเร่งเนื้อแดง 85 ตัวอย่าง โดยตรวจพบเฉพาะในช่วงแรก แต่ปัจจุบันไม่พบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีต่อผู้บริโภค แสดงถึงความใส่ใจตั้งแต่กระบวนการเลี้ยงหมู ไม่มีการใช้ยา มีการนำสินค้าที่มีคุณภาพมาจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค และถึงแม้ว่าจะไม่พบสารเร่งเนื้อแดงแล้ว อย. ก็ยังคงทำหน้าที่เฝ้าระวังความปลอดภัย จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่า อย. มีมาตรการเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์สุ่มตรวจอยู่อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่แปรรูป และเนื้อสัตว์ที่อยู่บนเขียง หากพบการกระทำที่ผิดทางกฎหมาย จะดำเนินคดีอย่างเข้มงวด

ส่องพฤติกรรมคนไทยกับการรับมือภัยไซเบอร์ในปี 2566 โดย AIS อุ่นใจ CYBER

0

จากข้อมูลของตำรวจไซเบอร์พบว่าตั้งแต่ 1 มีนาคม 2565 ถึง เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา มีมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากภัยไซเบอร์รวมมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญสะท้อนถึงระดับความเสี่ยงที่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตและโลกออนไลน์กำลังเผชิญอยู่ในทุกๆ วัน

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และธุรกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า “จากภารกิจสำคัญของ AIS ในการเสริมสร้างทักษะและความปลอดภัยในทุกการใช้งานบนดิจิทัลผ่านโครงการ AIS อุ่นใจ CYBER ที่เป็นแกนกลางสร้างเครือข่าย ร่วมกันกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางบวกให้กับสังคมดิจิทัลของไทย ทำให้เราเห็นถึงพฤติกรรมและข้อมูลที่น่าสนใจในการนำไปต่อยอด เพื่อร่วมกันสร้างความตระหนักรู้ เสริมภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ให้กับลูกค้าและคนไทย เพราะนอกเหนือจากมูลค่าความเสียหายจากภัยไซเบอร์แล้ว สถิติจากตำรวจไซเบอร์ยังชี้ให้เห็นว่า รูปแบบของปัญหาที่คนส่วนใหญ่ยังคงโดนหลอกลวงจากมิจฉาชีพ เป็นเรื่องพื้นฐานที่เราคุ้นเคยกันอย่างมากในชีวิตประจำวัน คือการหลอกให้ซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ ถือเป็นปัญหาอันดับหนึ่งที่ทำให้ผู้คนสูญเสียเงินไปกว่า 2,306 ล้านบาท ตามมาด้วยหลอกให้โอนเงินเพื่อทำงานเสริม และหลอกให้กู้เงิน ประกอบกับข้อมูลจากสายด่วน 1185 AIS Spam Report Center พบว่า มีลูกค้าแจ้งเบอร์โทร และ SMS ที่คาดว่าจะเป็นมิจฉาชีพกว่า 1.6 ล้านครั้งตั้งแต่เปิดให้บริการ ซึ่งได้มีการตรวจสอบและนำไปสู่การจับกุมมิจฉาชีพได้อย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา”

นางสายชล ยังอธิบายเพิ่มเติมถึงข้อมูลข้อมูลล่าสุดที่วัดระดับทักษะด้านดิจิทัลของคนไทย อย่าง Thailand Cyber Wellness Index ของปี 2023 ที่ริเริ่มจัดทำโดย AIS ว่าเป็นอีกหนึ่งชุดข้อมูลที่สำคัญ ซึ่งทำให้เห็นถึงพฤติกรรมและความเข้าใจการใช้งานและรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ในมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • กลุ่มผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงต่อภัยไซเบอร์มากกว่ากลุ่มอายุอื่นๆ จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาความรู้ความเข้าใจ และทักษะการใช้งานด้านดิจิทัล
  • คนไทยภาคเหนือ และภาคตะวันตก มีความเสี่ยงต่อภัยไซเบอร์มากกว่าภาคอื่นๆ จากผลการศึกษาถึงระดับทักษะดิจิทัล
  • คนไทยส่วนใหญ่กว่า 87.97% มีความเข้าใจ และรู้ทันปัญหาการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ หรือ ไซเบอร์บูลลี่
  • ในขณะที่ยังมีทักษะสำคัญต่อการรับมือกับภัยไซเบอร์ ที่คนไทยยังต้องพัฒนาเพิ่มเติม ซึ่งแน่นอนว่าการมีทักษะดิจิทัลเหล่านี้จะทำให้เรามีภูมิคุ้มกันและสามารถรับมือกับภัยไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานได้
    • 48.60% ด้านความเข้าใจในสิทธิทางดิจิทัล
    • 49.83% ด้านการแสดงความสัมพันธ์ทางดิจิทัล
    • 51.80% ด้านการสื่อสาร และ การทำงานร่วมกับบนดิจิทัล

จากผลการศึกษาดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัล ประกอบกับตัวเลขที่เกิดขึ้นจริงจากการโดนหลอกลวง ทำให้ต้องเพิ่มความเข้มข้นในการเสริมสร้าง พัฒนาทักษะดิจิทัล เพิ่มความรู้ความเข้าใจให้กับผู้ใช้งานในทุกมิติ ทั้งทักษะการใช้ดิจิทัล (Digital Use), ทักษะการรู้เท่าทันดิจิทัล (Digital Literacy), ทักษะ ด้านการสื่อสารและการทำงานร่วมกันบนดิจิทัล (Digital Communication and Collaboration), ทักษะด้านสิทธิทางดิจิทัล (Digital Rights), ทักษะด้านความมั่นคงความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security and Safety), ทักษะด้านการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ (Cyberbullying) และทักษะด้านความสัมพันธ์ทางดิจิทัล (Digital Relationship) เพื่อยกระดับสุขภาวะและทักษะดิจิทัลของคนไทย ให้สามารถใช้งานบนออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์” นางสายชล กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดผลการศึกษาดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลของคนไทย เพิ่มเติมที่ https://sustainability.ais.co.th/storage/update/report/advanc-ebook-thailand-cyber-wellness-th.pdf หรือองค์กรใดสนใจนำดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัล Thailand Cyber Wellness Index เพื่อใช้วัดผลและขับเคลื่อนองค์กร สามารถติดต่อมาได้ที่ [email protected] 

“ทรีนีตี้” ปี 67 ลุยดิจิทัลเต็มรูปแบบ เปิดดีลที่ปรึกษาหุ้นไอพีโอ M&A หุ้นกู้เพียบ!!

0

ดร.วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยในงาน Opportunity Day ให้ข้อมูลภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน ปี 2566 และทิศทางการดำเนินธุรกิจ ในปี 2567 ว่า ทรีนีตี้ยังคงดำเนินนโยบายตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยจะเดินหน้าแพลตฟอร์มดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพื่อให้บริการกับลูกค้าแบบไร้รอยต่อ และให้สอดคล้องกับเป้าหมายหลักของบริษัทที่จะส่งมอบผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน                                                                      

โดยปี 2567 บริษัทจะรุกธุรกิจวาณิชธนกิจในการเป็นที่ปรึกษาการเงินนำบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ซึ่งขณะนี้มีดีลในมือประมาณ 6-8 ดีล จะทยอยเข้าจดทะเบียนในปี 2567-2568 ดีลการเข้าไปเป็นที่ปรึกษาด้านการควบรวมกิจการ (M&A) จำนวน 6-8 ดีล และยังเป็นที่ปรึกษาในการระดมทุนด้วยการออกตราสารหนี้ (Bond)  6-8 ดีล รวมถึงตั้งเป้าในส่วนของธุรกิจจัดการกองทุนส่วนบุคคล (Wealth Management) จะเติบโตทะลุ 3,200 ล้านบาท  จากปัจจุบันที่หดตัวลงมาที่ระดับ 2,000 ล้านบาท ซึ่งคาดหวังว่าจะทำให้ทิศทางผลดำเนินงานของบริษัทปรับตัวดีขึ้น

 ดร.วิศิษฐ์ กล่าวถึงผลการดำเนินงวด 9 เดือนแรกของปีที่มีผลขาดทุนว่า เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหลักทรัพย์ที่ปริมาณการซื้อขายลดลงเกิน 20% ทำให้รายได้จากธุรกิจค้าหลักทรัพย์ลดลง และทำให้กำไรจากพอร์ตลงทุนลดลง  เพราะบริษัทมีการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ที่ราคาลดลงตามภาวะตลาดที่ดัชนีถอยลงมาซื้อขายที่ระดับ 1,400 จุด รวมทั้งยังมีผลกระทบจากกรณีของหุ้น MORE ซึ่งคดีนี้ดีเอสไอได้รับเป็นคดีพิเศษแล้ว

  อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทมีรายได้จากดอกเบี้ยที่ปรับตัวดีขึ้นกับทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น และมีสัดส่วน 50% ในไตรมาส 3 ทำให้บริษัทยังคงมีกระแสเงินสดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

เมืองไทยประกันชีวิต – ช้อปปี้ ส่งมอบ “กรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มปีใหม่เที่ยวได้อุ่นใจ (ไมโครอินชัวรันส์)” เพิ่มความอุ่นใจช่วงเทศกาลปีใหม่

0

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และนางสาวสุชญา ปาลีวงศ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ร่วมมอบความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 ผ่าน “กรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มปีใหม่เที่ยวได้อุ่นใจ (ไมโครอินชัวรันส์)” ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มที่ให้ความคุ้มครองเพื่อความอุ่นใจ ครอบคลุมทั้งด้านชีวิตและค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ  นับเป็นการส่งมอบความสุขและความห่วงใยให้กับลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิต และ ช้อปปี้ เพียงเข้าไปซื้อความคุ้มครองที่ร้าน “Muang Thai Life Official” บน  Shopee Mall หรือ คลิกที่ www.shopee.co.th/muangthailife

นายสาระ กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการขานรับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในการส่งเสริมให้ประชาชนมีหลักประกันความคุ้มครองอุบัติเหตุให้กับตนเองและครอบครัว สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากระบบการประกันภัยเพื่อบริหารความเสี่ยงจากอุบัติเหตุได้สะดวก เข้าถึงได้ง่าย และรวดเร็วยิ่งขึ้น  พร้อมเพิ่มความอุ่นใจในช่วงเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2567 โดยความคุ้มครองที่ลูกค้าจะได้รับประกอบด้วย

– ความคุ้มครองการเสียชีวิต การสูญเสียมือ เท้า การสูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เนื่องจากอุบัติเหตุ ไม่รวมการถูกฆาตกรรมลอบทำร้ายร่างกาย และ/หรือ อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท 

– ความคุ้มครองการเสียชีวิต การสูญเสียมือ เท้า การสูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากการถูกฆาตกรรมลอบทำร้ายร่างกาย และ/หรือ อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ จำนวนเงินเอาประกันภัย 50,000 บาท

– ความคุ้มครองการเสียชีวิต การสูญเสียมือ เท้า การสูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เนื่องจากอุบัติเหตุสาธารณะ จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท 

– ผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการจ้างพยาบาลพิเศษ อุปกรณ์ค้ำยันต่าง ๆ (ยกเว้นไม้ค้ำยัน) รถเข็นผู้ป่วย อวัยวะเทียมภายนอกร่างกาย ค่ารักษาพยาบาลโดยแพทย์ทางเลือก (Alternative medicine) การฝังเข็ม จำนวนเงินเอาประกันภัย 5,000 บาท

โดย “กรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มปีใหม่เที่ยวได้อุ่นใจ (ไมโครอินชัวรันส์)” มีระยะเวลาคุ้มครอง 30 วัน   นับจากวันเริ่มต้นระยะเวลาเอาประกันภัย ซึ่งผู้ที่จะได้รับสิทธิ์จะต้องถือสัญชาติไทยเท่านั้น และมีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ ถึง 70 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ทำประกันภัย  ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2566 – วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567

ด้านนางสาวสุชญา ปาลีวงศ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ” ช้อปปี้ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมอบประสบการณ์บนโลกออนไลน์ที่ปลอดภัยและสะดวกสบายให้กับคนไทยร่วมกับบริษัทเมืองไทยประกันชีวิตในฐานะพันธมิตรที่แน่นแฟ้น ด้วยการส่งเสริมกรมธรรม์ผ่านแพลตฟอร์มช้อปปี้กับ “กรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มปีใหม่เที่ยวได้อุ่นใจ (ไมโครอินชัวรันส์)” เพิ่มความอุ่นใจตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ ด้วยราคาที่ย่อมเยาว์ ถูกชัวร์ พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านอื่นๆ แบบมีครบ ซื้อได้ที่ช้อปปี้ เพื่อให้ทุกท่านอุ่นใจ และได้รับความสะดวกสบายใจ ซื้อง่าย สบายใจตลอดเทศกาลท่องเที่ยวและเฉลิมฉลองส่งท้ายปี โดย ช้อปปี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถส่งความสุขในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ให้กับคนไทยทุกท่าน ได้เดินทางอย่างสนุกสนานและปลอดภัย”

เมืองไทยประกันชีวิต จัดรายการวิ่ง “เมืองไทยเชียงใหม่มาราธอน 2023 ครั้งที่ 18” ส่งเสริมการสร้างสังคมสุขภาพดี

0
เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมส่งเสริมการสร้างสังคมสุขภาพดีและแข็งแรง สนับสนุนการจัดการแข่งขัน “เมืองไทยเชียงใหม่มาราธอน 2023 ครั้งที่ 18” พร้อมส่ง “MTL Fit” แอปพลิเคชันด้านสุขภาพเพื่อสร้างสังคมแห่งการดูแลสุขภาพที่ครบวงจร โดยงานจัดขึ้น ณ ข่วงประตูท่าแพ จ.เชียงใหม่ ประกาศความเป็นผู้นำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพคนไทยมาตลอด

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิตตระหนักและเข้าใจถึงความสำคัญของการรับมือกับปัญหาสุขภาพ ที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตในประจำวันของทุกคน และมองว่าการออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งผลต่อสุขภาพที่ดีและความแข็งแรงของร่างกาย ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงได้สนับสนุนการแข่งขันการจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนประเพณีนานาชาติเพื่อการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ “เมืองไทยเชียงใหม่มาราธอน 2023” ครั้งที่ 18 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้ประชาชนได้ออกกำลังกาย และนำมาซึ่งการมีสุขภาพดีให้กับทุกคน และยังเป็นกระตุ้นเศรษฐกิจและการส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกด้วย ซึ่งที่ผ่านมากว่า 17 ปี รายการวิ่งมาราธอนประเพณีนานาชาติ “เมืองไทยเชียงใหม่มาราธอน” เป็นรายการวิ่งมาราธอนที่ดึงดูดนักวิ่งที่เป็นนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เดินทางเข้าร่วมการแข่งขันมากมายเป็นระดับต้นๆของประเทศ ทั้งจำนวนนักวิ่งนานาชาติ และจำนวนประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน

ทั้งนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจากนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการแข่งขันวิ่ง และร่วมปล่อยตัวนักวิ่งในงานดังกล่าวอีกด้วย โดยจังหวัดเชียงใหม่ นับว่าเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวของนักท่องที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่น ตลอดจนวิถีชุมชนที่เป็นธรรมชาติ

สำหรับผู้เข้าร่วมการแข่งขันในปีนี้ มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 4,246 คน ซึ่งแบ่งประเภทเป็น ระยะมาราธอน 42 กิโลเมตร จำนวน 1,131 คน, ระยะ 21 กิโลเมตร จำนวน 1,241 คน,
ระยะ 10 กิโลเมตร จำนวน 1,325 คน และกลุ่มเดินวิ่งเพื่อสุขภาพ (Smile Run) 3 กิโลเมตร จำนวน 549 คน โดยมีต่างชาติเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ จำนวน 52 ประเทศ รวม 1,577 คน โดยภายในงานผู้สมัครวิ่งยังอุ่นใจด้วยประกันอุบัติเหตุ ที่ให้ความคุ้มครองโดยเมืองไทยประกันชีวิต (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต กำหนด)

นอกจากนี้ ภายในงาน เมืองไทยประกันชีวิต ได้ร่วมออกบูธกิจกรรม “MTL Fit” แอปพลิเคชันด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่จะช่วยให้คุณเข้าใจสุขภาพตัวเองได้ดีและทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่อง ‘ง่าย’ และ ‘สนุก’ มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะเข้ามาสร้างสังคมแห่งการดูแลสุขภาพที่ครบวงจร (Wellness Society) และยั่งยืนแก่ลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตและบุคคลทั่วไปได้เป็นอย่างดี โดยในกิจกรรม เมืองไทยเชียงใหม่มาราธอนยังสามารถชวนผู้สนใจร่วมดาวน์โหลดเพิ่มกว่า 500 คน ซึ่ง MTL Fit มีความเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายที่สนใจและรักการออกกำลังกาย โดยสมาชิกสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของบริษัทฯ ได้ตลอด และพิเศษสุดๆในช่วงนี้มีกิจกรรมให้ทุกคนได้ร่วมกันสะสมก้าวเดิน โดยเชิญชวนคนไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดซื้อรถรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ มูลค่า 8 ล้านบาท มอบให้กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เพียงร่วมสะสมก้าวเดินผ่านแอปพลิเคชัน MTL Fit 200 ก้าวเดิน มีค่าเท่ากับ 1 บาท (สูงสุด 7,500,000 บาท) ระยะเวลากิจกรรม ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2566 – 29 กุมภาพันธ์ 2567 หรือจนกว่าจะครบสิทธิ์ (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต กำหนด)

“กิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพและการออกกำลังกายที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการตลอดมานั้น จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสังคมของคนสุขภาพแข็งแรงและผู้คนที่มีความสุข ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย อีกทั้งส่งเสริมให้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านการรักษาสุขภาพมากขึ้น เพราะการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรค เราหวังว่าจะทำให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยสุขภาพที่แข็งแรงเพิ่มขื้น” นายสาระกล่าวสรุป

AIS ยืนยันความพร้อมโครงข่ายมือถือและบรอดแบนด์ ดูแลการใช้งานตลอด 24 ชม. ร่วมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2024

0
AIS ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในช่วงเวลาแห่งความสุขกับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ให้ลูกค้าสามารถใช้งานดิจิทัลบนโครงข่ายอัจฉริยะในทุกการสื่อสาร โพสต์ โหลด แชร์ ชม และส่งต่อความสุขฉลองปีใหม่รับปี 2024 ได้อย่างราบรื่นอุ่นใจ โดยยืนยันความพร้อมของระบบโครงข่ายสัญญาณทั้งเครือข่ายมือถือและบรอดแบนด์ ให้รองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้นในช่วงปีใหม่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมนำเทคโนโลยี AI และ Autonomous Network Monitoring มาช่วยเสริมการทำงานของทีมวิศวกรเพื่อ Proactive การใช้งานเน็ตบ้าน พร้อมตรวจจับปริมาณการใช้งานในพื้นที่ต่างๆ แบบ Realtime ทั้งพื้นที่จัดกิจกรรมเคาท์ดาวน์ สถานที่ท่องเที่ยว หรือแม้แต่พื้นที่ระบบขนส่งมวลชนทั่วประเทศ รวมถึงยังเตรียมยกขบวนสิทธิพิเศษเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2024 แบบจัดเต็ม

เทศกาลปีใหม่เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความสุขในการพักผ่อนท่องเที่ยว หรือแม้แต่การเดินทางกลับบ้านและภูมิลำเนาที่ต่างจังหวัดของลูกค้าและคนไทย เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์และความตั้งใจของ AIS ในการส่งมอบประสบการณ์การใช้งานดิจิทัลที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าและคนไทย จึงได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มกำลังของบุคลากร ทั้ง ทีมวิศวกร ทีมช่างของ AIS Fibre และ 3BB รวมถึงเปิดศูนย์ปฏิบัติการ (War Room) เพื่อเฝ้าระวัง อำนวยความสะดวกลูกค้าในการเสริมประสิทธิภาพโครงข่ายสื่อสารในทุกพื้นที่ทั่วประเทศทั้ง AIS 5G / 4G / AIS Super WiFi และ AIS Broadband ทั้ง AIS Fibre และ 3BB

โดยสำหรับบริการ Broadband นั้น ได้มีการใช้ AI มาช่วยบริหารจัดการเครือข่ายในกรณีหากพบว่า อาจจะเกิดปัญหา ทีมช่างก็จะพร้อมติดต่อลูกค้าเพื่อแก้ปัญหาหรือ ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ได้อย่างทันท่วงที สำหรับส่วนของ Mobile นั้น ได้เพิ่มขีดความสามารถและความครอบคลุมการให้บริการจากสถานีฐานเดิม การติดตั้งสถานีฐานชั่วคราว (Mini Tower) การระดมรถสถานีฐานเคลื่อนที่ (Mobile Base Station Car) และรถโมบายล์ชุมสาย COW (Cell-On-Wheel) ในพื้นที่สำคัญ อาทิ พื้นที่จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองการจัดงานเคาท์ดาวน์ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ได้รับความนิยมจากทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงจุดบริการขนส่งสาธารณะ หรือแม้แต่เส้นทางการเดินทางของลูกค้าตามถนนสายหลักของประเทศที่มีความหนาแน่น ประกอบกับนำเทคโนโลยี AI และ Autonomous Network Monitoring ที่มีความสามารถในการบริหารจัดการ ปริมาณการใช้งานได้แบบ Realtime ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เราสามารถเพิ่ม Capacity และแก้ไขปัญหาได้ในทันที

นอกจากนี้ AIS ยังจัดเตรียมความสุขและความอุ่นใจให้กับลูกค้า ด้วยของขวัญและสิทธิพิเศษที่ยกขบวนมาร่วมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับใหม่กันแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น

  • อุ่นใจให้เน็ต ฟรี! มอบให้ลูกค้า AIS Mobile รับชม AIS Play ตลอด 24 ชม. สามารถกดรับสิทธิ์ผ่านทางแอป myAIS ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2566 – 1 มกราคม 2567
  • อุ่นใจให้จอย ฟรี! มอบให้ลูกค้า AIS Mobile และ AIS Fibre สนุกกับคอนเทนต์ความบันเทิงระดับโลก รับชม HBO 5 ช่อง แบบฉ่ำๆ ไม่ว่าจะเป็น HBO, HBO Signature, HBO Hits, HBO Family และ Cinemax บนแอปพลิเคชัน AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX เริ่ม 25 ธันวาคม 2566 – 1 มกราคม 2567
  • อุ่นใจให้มู ฟรี! มอบให้ลูกค้า AIS Mobile กับวอลล์เปเปอร์เสริมพลังมั่งคั่ง ร่ำรวย รับปีมังกร โดยกูรูชื่อดังด้านศาสตร์แห่งตัวเลข คุณแมน การิน โดยสามารถสแกน QR Code จากสื่อที่ AIS Shop, Telewiz และทุกช่องทางจำหน่ายของ AIS ตั้งแต่ 25 ธันวาคม 2566 – 31 มกราคม 2567
  • อุ่นใจให้ส่วนลด มอบให้ลูกค้า AIS Mobile (เติมเงิน) สายเกมเล่นเกมกันแบบจุใจข้ามปี รับส่วนลด 11% เมื่อใช้โค้ด “NYGAMEON24” และเติมเกมขั้นต่ำ 300 บาทขึ้นไป บน Gameon แพลตฟอร์มที่รวมรวมทุกไลฟ์สไตล์ของการเล่นเกมทั้งการเติมเงิน ชำระเงิน และโปรโมชันมากมาย ตั้งแต่ 25 ธันวาคม 2566 – 1 มกราคม 2567
  • อุ่นใจให้แลกประกัน มอบให้ลูกค้า AIS Mobile และ ลูกค้า AIS Fibre ใช้เอไอเอสพอยท์เพียง 10 คะแนน แลกประกันภัยกลุ่มปีใหม่เที่ยวได้อุ่นใจ (ไมโครอินชัวรันส์) ปี 2567 คุ้มครองนาน 30 วันคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท จากเมืองไทยประกันชีวิต กดรับสิทธิ์ง่ายๆ เพียงกด 5503374# ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2566 – 15 กุมภาพันธ์ 2567
  • อุ่นใจให้แลกรับส่วนลดซื้อมือถือ มอบให้ลูกค้า AIS Mobile และ ลูกค้า AIS Fibre เพียงใช้เอไอเอสพอยท์ 10 คะแนน แลกรับสิทธิ์ซื้อมือถือเครื่องเปล่าในราคาลดพิเศษแบบไม่ต้องสมัครใช้แพ็กเกจและไม่ต้องติดสัญญา รับสิทธิ์ผ่านแอป myAIS และสามารถซื้อได้ที่ AIS Shop และ Telewiz Shop ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566 – 15 มกราคม 2567
  • อุ่นใจแลกสติกเกอร์ไลน์สุดน่ารัก ให้ลูกค้า AIS Fibre ใช้เอไอเอสพอยท์ 1 คะแนน และลูกค้า 3BB ใช้เพียง 3 คะแนน แลก คอลเลคชันอุ่นใจไฟเบอร์ X ส้มจี๊ด ที่แอป myAIS และ 3BB ตั้งแต่วันที่่ 22 ธันวาคม 2566 – 31 มีนาคม 2567

AIS ขอส่งความปรารถนาดีไปยังลูกค้าและคนไทย ให้เดินทางท่องเที่ยว กลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย ร่วมเฉลิมฉลองในเทศกาลส่งท้ายปีเก่า และร่วมกันนับถอยหลังเข้าสู่ปีมังกร 2024 อย่างมีความสุขและอุ่นใจในทุกการใช้งาน ด้วยเครือข่ายสัญญาณและงานบริการดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุด เพื่อให้คนไทยสามารถใช้งานเครือข่ายสัญญาณทุกรูปแบบอย่างไม่ติดขัด ราบรื่น ทั้งเครือข่ายมือถือและเน็ตบ้าน

เมืองไทยประกันชีวิต แคมเปญ “ZYndromes”คว้ารางวัลสุดยอดแคมเปญการตลาดแห่งปี “MAT AWARD 2023”

0

เมืองไทยประกันชีวิต ปลื้มรับรางวัลสุดยอดผู้นำการตลาดแห่งปี  “MAT AWARD 2023” ในหมวดแคมเปญการตลาดที่มีความเป็นเลิศด้านกลยุทธ์ ระดับ  Bronze ตอกย้ำความแรงของแคมเปญ “ZYndromes”  ตอบโจทย์ความคุ้มครองสุขภาพสำหรับคนเจนใหม่อย่างเข้าใจและเข้าถึงได้  

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า “บริษัทฯ รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัล “MARKETING AWARD OF THAILAND 2023  จากงานประกวดแคมเปญการตลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ในหมวดการแข่งขัน Strategic Marketing แคมเปญการตลาดที่มีความเป็นเลิศด้านกลยุทธ์  ที่สะท้อนแนวคิดทางการตลาดเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมาย และมีการนำกลยุทธ์มาแปรเป็นแผนปฏิบัติการที่สอดคล้อง ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ทางธุรกิจท่ามกลางการแข่งขัน และสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับแบรนด์ จากแคมเปญ  ZYndromes(แซด วาย ซินโดรม) ความคุ้มครองสุขภาพสำหรับคนเจนใหม่โดยดึงแนวร่วม บิวกิ้นพุฒิพงศ์  อัสสรัตนกุล  และพีพี  กฤษฏ์ อำนวยเดชกร ตัวแทนคนเจนใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ เพราะอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยอาจกลายเป็นโรคร้ายแรงได้ จึงต้องเตรียมรับมือกับปัญหาสุขภาพไว้  พร้อมเปิดโอกาสให้กลุ่มคนเจนใหม่เข้าถึงและเข้าใจการบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ถูกต้อง   

โดย “บิวกิ้น-พีพี” ถือเป็นตัวแทนของคนเจนใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพอย่างรอบด้าน ซึ่งรวมไปถึงการเลือกความคุ้มครองสุขภาพที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตนเองได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังเป็นลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจเลือกความคุ้มครองสุขภาพจาก “เมืองไทยประกันชีวิต” ในการสร้างความอุ่นใจและปิดความเสี่ยงเรื่องสุขภาพ ทำให้สามารถทำงานและดูแลสุขภาพไปพร้อมกันได้อย่างเต็มที่ 

สำหรับความคุ้มครองสุขภาพที่เหมาะสำหรับคนเจนใหม่ อาทิ ดี เฮลท์ พลัส (D Health Plus) คุ้มครองเหมาจ่ายค่ารักษาสูงสุดถึง 5 ล้านบาท* ครอบคลุมตั้งแต่โรคเล็ก โรคร้ายแรง โรคทั่วไป อุบัติเหตุ  เบี้ยไม่แพง แอดมิตก็เหมาจ่ายในวงเงินเดียว นอนห้องเดี่ยวมาตรฐานทุกโรงพยาบาลทั่วไทย ดูแลยาวถึงอายุ 99 ปี ปรับเปลี่ยนแผนได้ ถ้ามีสวัสดิการเลือกแผนมีความรับผิดส่วนแรก เบี้ยถูกลงอีก และเมื่อถึงวัยเกษียณ ยังเลือกปรับเปลี่ยนแผนได้ เพื่อให้ตรงความต้องการ และสอดรับกับสวัสดิการที่เปลี่ยนแปลงไป โดยให้สิทธิ์เลือกปรับลดความรับผิดส่วนแรก (Convertible Option) ตอนเกษียณ  โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพใหม่ และหากกังวลกับค่ารักษากรณีเป็นโรคร้ายแรง ยังสามารถพลัสความคุ้มครอง แคร์ พลัส (Care Plus) หรือจะซื้อเพิ่มความคุ้มครองเสริมพิเศษ อาทิ ค่าตรวจสุขภาพ ทำฟัน และดูแลสายตา เป็นต้น

รางวัล MAT AWARD ดังกล่าวเป็นการมอบรางวัลแคมเปญด้านการตลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ  ซึ่งจัดโดยสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อสนับสนุนและ      ยกย่องผลงานซึ่งเป็นฝีมือของนักการตลาดในประเทศไทยที่โดดเด่นไม่ซ้ำใครในด้านความคิดสร้างสรรค์ มีการนำนวัตกรรมการตลาดหรือแนวคิดด้านการตลาดต่างๆ มาเป็นเครื่องมือในการตอบโจทย์และแก้ปัญหาให้กับองค์กรได้อย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม สามารถวัดได้เป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จ พร้อมสร้างผลลัพธ์เชิงบวกอย่างยั่งยืน ผู้ชนะรางวัลนี้จึงนับเป็นเกียรติภูมิขององค์กรและของประเทศ อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างและกรณีศึกษาในการยกระดับการตลาดของประเทศไทยอีกด้วย

ทั้งนี้บริษัทฯ สามารถผ่านเกณฑ์การตัดสินและวัดผลจากการให้คะแนนตามดัชนีสำคัญ กล่าวคือ 

1. Customer Insight  ผลงานมีความเข้าใจลูกค้าเชิงลึกในหลากหลายมิติ  บริษัทฯ ได้ทำการวิจัยตลาดอย่างละเอียดเพื่อเข้าใจความต้องการและความชอบของกลุ่มคนรุ่นใหม่ต่อความคุ้มครองสุขภาพ   วิเคราะห์รูปแบบการดำเนินชีวิต ความสามารถทางการเงิน และทัศนคติต่อการดูแลสุขภาพของกลุ่มเป้าหมายใช้การสำรวจและกลุ่มประชากรเพื่อเข้าใจความคาดหวังและปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความคุ้มครองสุขภาพ

2. Objective & Strategy  ผลงานมีวัตถุประสงค์ที่แน่นอนชัดเจน (Powerful Goal) และมีการวางกลยุทธ์การตลาดที่ตอบรับกับโจทย์ที่วางไว้ เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่โดดเด่นทางธุรกิจ (Winning Strategy) พร้อมมีส่วนผสมทางการตลาดที่ตอบโจทย์อย่างลงตัว  ทั้งนี้บริษัทฯ ได้เน้นสร้างกลยุทธ์ด้านแคมเปญการศึกษา พัฒนาเนื้อหาที่เป็นประโยชน์เน้นที่ความสำคัญของความคุ้มครองสุขภาพสำหรับคนรุ่นใหม่  เน้นที่ประโยชน์ระยะยาวและความมั่งคั่งทางการเงินที่ได้รับ   การสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีเสถียรภาพผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ที่ใช้งานง่ายใช้การโฆษณาดิจิทัลที่เป้าหมายสามารถเข้าถึงได้ง่าย พร้อมนำเสนอแผนความคุ้มครองสุขภาพที่ยืดหยุ่นและสามารถเลือกความคุ้มครอง เองได้ตามความต้องการของคนรุ่นใหม่ให้ส่วนลดและสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่รักษาสุขภาพได้

3. Concept & Originality ผลงานมีแนวความคิดทางการตลาดที่โดดเด่น ไม่ซ้ำใคร และมีการนำเสนออย่างลงตัว ทั้งคุณค่าของผลิตภัณฑ์และบริการ พร้อมสะท้อนคุณค่าของแบรนด์ผ่านเครื่องมือทางการตลาด โดยบริษัทฯ ได้นำเสนอแคมเปญที่น่าสนใจและมีนวัตกรรมทางการตลาดนำเสนอแนวคิดใหม่ที่ไม่ได้เห็นในวงการ โดยการใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและแนวคิดการตลาดที่สร้างสรรค์ ใช้เทคนิคการเล่าเรื่องเพื่อสร้างเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับความสำคัญของสุขภาพให้เข้ากับกลุ่มคนเจนใหม่

4. Implementation & Execution   ผลงานแคมเปญสามารถนำกลยุทธ์ทางการตลาดที่กำหนดไว้มาส่งเสริมคุณค่าของผลิตภัณฑ์ทางด้านการตลาดและการขายได้เป็นอย่างดี สามารถสร้างแรงจูงใจ และ มีความน่าสนใจได้  ซึ่งบริษัทฯ ได้กำหนดตารางการทำงานและกำหนดเวลาสำหรับแต่ละขั้นตอนของแคมเปญ เพื่อให้มีการดำเนินงานที่เป็นระเบียบและไม่คาดเคลื่อน   ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ได้รับความนิยมเพื่อการตลาด นำเสนอกิจกรรมทางการตลาดแบบหลายช่องทาง การใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่ส่งเสริมการขายอย่างเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย   

5. Effectiveness & Business Results  ผลงานต้องมีการวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม มีผลลัพธ์ชัดเจน ตรงตามวัตถุประสงค์ของแผนงานที่วางไว้  โดยบริษัทฯ กำหนดให้มีการวัดปริมาณลูกค้าที่ลงทะเบียนซื้อความคุ้มครองสุขภาพในระยะเวลาที่กำหนด เพิ่มวัดยอดขายของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับแคมเปญ วัดผลด้านการรับรู้ของแคมเปญในกลุ่มเป้าหมายผ่านช่องทางต่างๆ เช่น โซเชียลมีเดีย  สื่อมวลชน

6. Purpose, Integrity & Positive Effect   ผลงานต้องสะท้อนการตลาดที่ส่งผลเชิงบวก บริษัทฯ นำเสนอผลงานที่ตอบสนองต่อความต้องการและความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมาย โดยการสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เข้ากันไปกับค่านิยมของกลุ่ม  อีกทั้งการสร้างความโปร่งใสในการตลาดโดยการสื่อสารเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง  ตลอดจนการสร้างผลเชิงบวกให้กับกลุ่มเจนใหม่ที่มีความเข้าใจในความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพอย่างถูกต้อง  โดยเห็นประโยชน์ต่อพวกเขาอย่างแท้จริง

“อีกหนึ่งของความภูมิใจของบริษัทฯ กับรางวัล MAT AWARD อันทรงเกียรตินี้  ทำให้พิสูจน์ได้ว่าบริษัทฯ มีแนวทางนโยบายการตลาดที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งจะเป็นกำลังใจในการนำนวัตกรรมมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ให้สามารถตอบโจทย์ประชาชนได้ในทุกกลุ่มเป้าหมาย และตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละช่วงชีวิตได้ เพื่อให้เป็นความคุ้มครองและเป็นหลักประกันในอนาคต”  นายสาระ กล่าวสรุป