Home Blog Page 140

ยลเสน่ห์วัดบวรนิเวศฯ ชมงานศิลป์งดงามดั่งบวรวิมานแห่งรัตนโกสินทร์

0

วัดบวรนิเวศวรวิหาร เป็นวัดที่มีความสวยงามอันดับต้นๆ ของไทย ตั้งอยู่ในพื้นที่ย่านบางลำภู ถือเป็นวัดที่มีความสำคัญและขึ้นชื่อในเรื่องความงดงามทางสถาปัตยกรรมและความสำคัญทางประวัติศาสตร์  ชื่อวัดนี้มีความหมายเป็นนัยว่า เป็นที่พำนักที่อยู่ของวังหน้า โดยคำว่า บวร นั้นมีความหมายคือ วังหน้า และ นิเวศ คือ ที่พำนัก

วัดบวรนิเวศ สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงนิมนต์ให้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งยังทรงผนวชอยู่ มาเป็นเจ้าอาวาสคนแรกของวัดบวรนิเวศฯ กล่าวได้ว่า เป็นวัดสำคัญของกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีที่ต้องเสด็จพระราชดำเนินในพระราชพิธีสำคัญ อย่างเช่น เหตุการณ์สำคัญครั้งล่าสุด พระราชพิธีบรมราชภิเษก รัชกาลที่ 10 ที่ขบวนพระราชอิสริยยศเคลื่อนขบวนไปพระอารามหลวง 3 แห่ง คือ วัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชบพิธฯ และวัดพระเชตุพนฯ

นอกจากความสำคัญทางประวัติศาสตร์แล้ว วัดแห่งนี้ยังมีความโดดเด่นด้านความสวยงามทางสถาปัตยกรรม และศิลปกรรม ที่ผสมผสานกันทั้งสไตล์ไทย จีน และตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นตัวพระอุโบสถ ลวดลายฝาผนังที่เป็นรูปปริศนาธรรม พระวิหาร พระมหาเจดีย์ พระตำหนัก หอระฆัง หอไตร ตลอดจนกุฏิพระ ล้วนมีความงดงามทั้งสิ้น

“บิ๊กเกรียน” มีโอกาสเที่ยวชมวัดบวรนิเวศในครั้งนี้กับเพจ “รัตนโกสิเนหา” ซึ่งเป็นที่รวมตัวของกลุ่มคนที่มีความสนใจในความงดงามของสถาปัตยกรรมแห่งยุคสมัยรัตนโกสินทร์ โดยในครั้งนี้ ทาง “รัตนโกสิเนหา” ได้จัดทริปชื่อ บวรวิมาน นำพาคณะมาเที่ยวชมความงามของวัดบวรนิเวศฯ แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าชมพระอุโบสถ, พิพิธภัณฑ์(มนุษยนาควิทยาทาน), พิพิธภัณฑ์ ภปร. ตลอดจนการรับฟังเกร็ดประวัติศาสตร์ และเข้าชมสิ่งของ วัตถุสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ถูกเก็บรวบรวมไว้เป็นอย่างดี

ภาพความงดงามของพระอุโบสถ ปรากฏเป็นฉากหน้าของสายตายามเมื่อเดินผ่านซุ้มประตูอันแสนวิจิตร ภายในพระอุโบสถ มีพระประธานตั้งอยู่ 2 องค์ องค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ทางด้านหลัง คือ พระสุวรรณเขต ซึ่งเป็นพระประธานองค์เดิม ก่อนที่ภายหลังจะมีการอัญเชิญ พระพุทธชินสีห์ มาจากจ.พิษณุโลก มาประดิษฐานไว้ที่ด้านหน้า นอกจากนี้ ยังมีพระศาสดา ซึ่งเป็นพระในยุคสมัยเดียวกับพระพุทธชินสีห์ และพระพุทธชินราช ก็ถูกอัญเชิญมาไว้ที่พระวิหารด้านหลังในวัดบวรนิเวศฯ อีกด้วย

ความโดดเด่นของอุโบสถที่นี่ คือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นรูปปริศนาธรรม ผลงานของขรัวอินโข่ง จิตรกรเอกในสมัยร. 4 ซึ่งงานเขียนปริศนาธรรมแบบนี้ยังปรากฏอยู่ที่ผนังพระอุโบสถของวัดบวรนิวาส ซึ่งเป็นวัดคู่แฝดของวัดบวรนิเวศนี้ด้วยเช่นกัน

หลังดื่มด่ำกับความสวยงามภายในอุโบสถ และทึ่งกับผลงานภาพปริศนาธรรมของจิตรกรเอกแห่งยุคสมัยรัตนโกสินทร์แล้ว คณะของเราก็ออกมาเดินต่อไปยังพระเจดีย์ ซึ่งอยู่ด้านหลังถัดจากพระอุโบสถไป ได้มีโอกาสไหว้พระไพรีพินาศ พระพุทธรูปที่มีผู้คนเคารพศรัทธาอย่างมาก ซึ่งประดิษฐานอยู่บนเก๋งชั้นสองภายในบริเวณฐานเจดีย์ น่าเสียดายว่าวันที่เราเดินทางไป ส่วนของพระวิหาร และเก๋งจีน อยู่ระหว่างการบูรณะ จึงไม่สามารถเดินเข้าไปเที่ยวชมได้

พระไพรีพินาศ

จากนั้น เราเดินย้อนกลับมาบริเวณด้านหน้า เพื่อเดินเท้าต่อไปยังชมตำหนักที่ตั้งอยู่ในพื้นที่วัดบวรนิเวศ ซึ่งมีพระตำหนัก 2 หลังที่มีความสวยงามทางสถาปัตยกรรมอ้นโดดเด่นจนสะกดสายตาของผู้มาเยือน นั่นคือ พระตำหนักจันทร์ และ พระตำหนักเพ็ชร ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆกัน โดยพระตำหนักทั้งสองถูกสร้างขึ้นในสมัย ร.5 และ ร.6 ตามลำดับ โดยทางวัดจะเปิดให้เข้าชมเฉพาะส่วนด้านนอกเท่านั้น ส่วนพื้นที่ภายในจะเปิดสำหรับใช้ในกิจการของวัดเท่่านั้น

อีกจุดที่น่าสนใจมากของที่นี่ และอยากเชิญชวนให้ทุกคนลองมาเที่ยวชม คือ ส่วนของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งมีอยู่ 2 อาคาร คือ พิพิธภัณฑ์(มนุษยนาควิทยาทาน) และ พิพิธภัณฑ์ ภปร. ซึ่งเปิดให้บริการเข้าชมได้ฟรี ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 9.00-17.00 น. โดยภายในพิพิธภัณฑ์ จะมีการเก็บรวบรวมและแสดงสิ่งของสำคัญๆ เช่น ตาลปัต พัดยศของที่ระลึกต่างๆ พระพุทธรูป พระบูชา ไว้อย่างเป็นระเบียบ แถมเปิดเครื่องปรับอากาศให้ผู้ชมสามารถเดินชมได้แบบเย็นสบาย ที่นี่ เราจะมีโอกาสได้ชมพระกริ่งปวเรศเป็นบุญตา พระกริ่งปวเรศนี้ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์  ทรงจัดสร้างไว้ ถือเป็นต้นตำรับพระกริ่งไทย และมีอยู่ไม่กี่องค์ มีผู้รู้เล่าให้ฟังว่า เคยมีเจ้าสัวมหาเศรษฐีไทยรายหนึ่งควักเงินซื้อเก็บไว้ในราคาหลักร้อยล้านบาทเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งราคาตลาดในปัจจุบันสูงขึ้นกว่านี้แน่นอน นอกจากนี้ ยังมีพระนิรันตราย ซึ่งจะอัญเชิญมาประดิษฐานในพระอุโบสถเฉพาะตอนมีการจัดพระราชพิธี หรือโอกาสพิเศษบางครั้งเท่านั้น ก็นำมาจัดแสดงให้ชมไว้ที่นี่ด้วยเช่นกัน

โดยส่วนตัวแล้ว ผู้เขียนเคยมีโอกาสมาเที่ยวชมวัดบวรนิเวศอยู่หลายครั้ง แต่ส่วนใหญ่ก็จะไปแค่ไหว้พระภายในพระอุโบสถ หรือมากหน่อยก็เดินเที่ยวต่อที่พระเจดีย์ แต่หากมีเวลา อยากเชิญชวนให้ผู้สนใจลองเปิดประสบการณ์มาเที่ยวดูสถาปัตยกรรมต่างๆ และส่วนพิพิธภัณฑ์ ซึ่งกล้าบอกเลยว่า วันเดียวเที่ยวไม่หมดและไม่พอแน่นอน หากใครอยากหนีความวุ่นวาย หาที่สงบมาพักผ่อนจิตใจ ต้องลองมาเที่ยวชมวัดแห่งนี้แห่งนี้ดูสักครั้ง รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน นอกจากนี้ แถวบางลำภู ก็ยังเป็นแหล่งอาหารอร่อย สำหรับเติมพลังงานหลังจากเดินเที่ยวชมวัดกันมาทั้งวันได้อย่างดีทีเดียว.

ปลาหมอคางดำ กินได้ ให้โปรตีน เป็นอีกวิธีช่วยกำจัดที่เห็นผล

0

นักกำหนดอาหาร แนะ ปลาหมอคางดำ กินได้ ย่อยง่าย ไขมันน้อย ให้โปรตีน ชี้การนำมารับประทานเป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยกำจัดที่ได้ผล และเป็นการนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า

นางสาวอารยา เสรีวิสุทธิพงศ์ นักกำหนดอาหาร โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าในขณะนี้ ปลาหมอคางดำ เป็นปลาที่แพร่พันธุ์ได้รวดเร็วและรุกรานสัตว์น้ำพื้นถิ่นในแหล่งน้ำธรรมชาติของไทย ซึ่งทุกภาคส่วนกำลังร่วมด้วยช่วยกันกำจัดตามวิธีการต่างๆ เพื่อสนับสนุนการเร่งจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำให้ได้ไวที่สุด และลดปริมาณปลาดังกล่าวให้ได้มากที่สุด ซึ่งปลาหมอคางดำที่จับมาได้สามารถนำไปสร้างมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์อาหารได้หลายอย่าง เช่น หมักเป็นปลาร้า ปลาป่น ปลาตากแห้ง นอกจากนำมาดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปแล้ว ยังสามารถนำปลาหมอคางดำมาประกอบอาหารรับประทานได้ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทุกคนสามารถมีส่วนช่วยสนับสนุนมาตรการกำจัดปลาดังกล่าวได้และเห็นผล

ปลาหมอคางดำ เป็นปลาที่กินได้ ทำเป็นอาหารได้ ไม่เป็นอันตราย มีสารอาหารประเภทโปรตีน เหมือนปลาชนิดอื่นๆ ปลาเป็นเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย ไม่ว่าปลาชนิดใดก็ตาม เนื้อปลาสุก 30 กรัม ให้สารอาหารโปรตีน 7 กรัม

สำหรับปลาชนิดนี้ มีเนื้อน้อย ไขมันน้อยเมื่อเทียบกับปลาที่เพาะเลี้ยง สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบประกอบอาหารได้หลากหลายเมนูเหมือนปลาทั่วไป ซึ่งเป็นเมนูที่ทุกคนทำได้และดัดแปลงรังสรรค์ให้อร่อยได้ตามรสมือของแม่ครัว อาทิ ปลาหมอคางดำแดดเดียว น้ำพริกปลาป่น ต้มยำ แกงส้ม ฉู่ฉี่ ต้มโคล้ง ปลาฟูคั่วขี้เมา ทั้งนี้ ปลาดังกล่าวอาจมีกลิ่นเฉพาะตัว การใช้เครื่องเทศหรือสมุนไพรปรุงจะช่วยกลบกลิ่นได้ หรือเพิ่มเครื่องปรุงตามสูตรอาหารพื้นถิ่นของแต่ละจังหวัดได้เช่นกัน โดยเมนูต่างๆ ที่กล่าวมา สามารถนำมาเป็นอาหารในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี

นางสาวอารยา กล่าวเพิ่มเติมว่า การประกอบอาหารด้วยปลาหมอคางดำสามารถดัดแปลงให้ลงตัวและกินง่ายขึ้น ด้วยการนำเนื้อปลาชนิดอื่นมาผสมให้เหมาะกับเมนูอาหารแต่ละชนิด เช่น เนื้อปลาหมอคางดำ 150 กรัม ผสมกับ เนื้อปลาช่อน หรือปลากะพง 150 กรัม รวมกันได้น้ำหนักของเนื้อปลา 300 กรัม ซึ่งจะทำให้ได้โปรตีน 70 กรัม หากต้องการให้ได้โปรตีนจากเนื้อปลาเพิ่มขึ้น ให้เพิ่มปริมาณน้ำหนักของเนื้อปลาตามที่ต้องการ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรคำนึงในการนำปลาหมอคางดำมาปรุงเป็นอาหารเพื่อสุขอนามัยที่ดี ควรพิจารณาเลือกแหล่งที่มาของปลาที่มีความปลอดภัย โดยมาจากจุดรับซื้อที่เชื่อถือได้ หรือ จากจุดรับซื้อของหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงการคัดเลือกปลาที่มีความสดใหม่ได้คุณภาพและควรล้างทำความสะอาดปลาทุกครั้งก่อนนำมาประกอบอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ที่สำคัญต้องปรุงให้สุกด้วยอุณหภูมิความร้อนที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัย.

AIS คว้า 2 รางวัลจากเวที Digital Transformation World Summit 2024 การันตีผลงานพัฒนา Autonomous Network

0

AIS ยืนหนึ่งบนเวทีโลกอีกครั้ง คว้า 2 รางวัลอันทรงเกียรติจากงาน Digital Transformation World Summit 2024 ซึ่งจัดโดย TM Forum สมาคมระดับโลกที่รวบรวมผู้ให้บริการและซัพพลายเออร์ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม งานนี้เป็นศูนย์รวมของผู้ให้บริการเทเลคอมและนักพัฒนาเน็ตเวิร์คชั้นนำจากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก การที่ AIS ได้รับรางวัล Outstanding Catalyst – Rising Star และ Outstanding Catalyst – Attendees’ Choice Award เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการยกระดับการให้บริการและพัฒนาโครงข่าย พร้อมก้าวสู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีโทรคมนาคมอัจฉริยะ หรือ Cognitive Tech-Co

นายกิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี AIS กล่าวว่า “การจะก้าวสู่ Cognitive Tech-Co หรือองค์กรเทคโนโลยีโทรคมนาคมอัจฉริยะตามวิสัยทัศน์ที่เราได้วางไว้ การยกระดับเครือข่ายสู่ Autonomous Network ถือเป็นหนึ่งในหัวใจที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าอย่างยั่งยืน โดยได้พัฒนาระบบที่ผ่านการนำ Database หรือข้อมูลด้านต่างๆ ขององค์กรที่มีอยู่ นำไปวิเคราะห์ผ่านระบบ AI เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานดิจิทัลที่ดีที่สุดอย่างครบวงจรให้ลูกค้า นอกเหนือจากการพัฒนาเทคโนโลยีภายในองค์กรแล้ว AIS ยังให้ความสำคัญกับการร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Huawei และ ZTE ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ แต่ยังนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะยกระดับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของโครงข่ายของเราให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าและบริบทในโลกยุคปัจจุบันได้อย่างดียิ่งขึ้น”

ด้วยการทำงานอย่างต่อเนื่องข้างต้น จึงทำให้เราสามารถคว้ารางวัล Outstanding Catalyst – Rising Star จากโครงการ ‘AI for Customer Perception Network Optimization’ ซึ่งตัดสินจากการนำเสนอโซลูชันทางเทคโนโลยีที่น่าสนใจและมีความสร้างสรรค์ ตลอดจนมีแนวทางที่สามารถรับมือกับความท้าทายต่อการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมโทรคมนาคมได้ และรางวัล Outstanding Catalyst – Attendees’ Choice Award จากโครงการ ‘Data-to-NPS: Boosting NPS Using Decision Intelligence’ ซึ่งตัดสินจากการโหวตของทั้ง Operator และ Vendor ที่เข้าร่วมงาน Digital Transformation World Summit 2024 ซึ่งเป็นเวทีระดับโลกที่มีผู้ให้บริการในแวดวงโทรคมนาคมจากกว่า 100 ประเทศเข้าร่วมและนำเสนอนวัตกรรมด้านโครงข่ายในสาขาต่าง ๆ รางวัลนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงการยอมรับในศักยภาพและความเป็นผู้นำของ AIS ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมระดับโลก

“การที่ AIS ได้รับรางวัลจาก TM Forum ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความสำเร็จในด้านเทคโนโลยี แต่ยังแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาโครงข่ายโทรคมนาคมให้เป็นระบบอัจฉริยะ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า พร้อมกับการดำเนินงานแบบ Ecosystem ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับองค์กร AIS ได้แสดงให้เห็นว่าการดำเนินงานแบบเชิงรุกและการร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในยุคดิจิทัล” นายกิตติ กล่าวทิ้งท้าย

ซีพีเอฟ จับมือ 6 จังหวัด กำจัดปลาหมอคางดำต่อเนื่อง พบจำนวนปลาลดลง

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)​ หรือ ซีพีเอฟ ร่วมมือกับกรมประมงเร่งกำจัดปลาหมอคางดำ เดินหน้านำศักยภาพของบริษัทร่วมสนับสนุนจัดกิจกรรม “ลงแขก-ลงคลอง”​ จับปลาหมอคางดำในหลายพื้นที่ ทั้ง สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี นครปฐม ชลบุรี และล่าสุดสนับสนุนประมงฉะเชิงเทราร่วมกับชาวแปดริ้วจับปลาในบริเวณคลองบางกะพ้อ ตำบลางกระเจ็ด อำเภอบางคล้า ช่วยกันลดจำนวนปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ

นายอดิศร์ กฤษณวงศ์ ผู้บริหารสูงสุดสายงานรัฐกิจและเอกชนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟได้ดำเนิน 5 โครงการร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการกำจัดปลาหมอคางดำ ตั้งแต่ การร่วมมือกับโรงงานปลาป่นสมุทรสาครช่วยรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อผลิตปลาป่นไปแล้วมากกว่า 600,000 กิโลกรัม และสนับสนุนประมงจังหวัดจัดกิจกรรมการจับปลากว่า 10 ครั้งใน 6 จังหวัด ได้แก่ ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี นครปฐม ชลบุรี และล่าสุดฉะเชิงเทรา เพื่อเร่งลดจำนวนปลาหมอคางดำอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะ จังหวัดสมุทรสาครที่สามารถกำจัดปลาหมอคางดำไปแล้วกว่า 830,000 กิโลกรัม สำหรับการสนับสนุนประมงจังหวัดมีตั้งแต่การสนับสนุนเครื่องมือจับปลา แห อวน รวมถึงอาหารและน้ำดื่ม อย่างล่าสุด ซีพีเอฟนำอาหารพร้อมรับประทาน และน้ำดื่มมอบให้ประมงจังหวัดชลบุรีแจกจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่และประชาชนที่มาร่วมแรงกันจับปลาในคลอง

“บริษัทเดินหน้าสนับสนุนกรมประมงดำเนินกิจกรรมเชิงรุกเพื่อลดจำนวนปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้ง บริษัทยังได้สนับสนุนปลากะพงขาวซึ่งเป็นปลานักล่าให้แก่ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม จันทบุรี และสมุทรสาคร ไปแล้วกว่า 54,000 ตัว สำหรับปล่อยลงแหล่งน้ำที่มีปลาหมอคางดำเบาบาง” นายอดิศร์กล่าว

นายณัฐพงค์ วรรณพัฒน์ ประมงจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า หลังประมงจังหวัดได้รับรายงานจากชาวบ้านพบเห็นปลาหมอคางดำในคลองบางปลาสร้อย ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองชลบุรี อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ประมงจังหวัดชลบุรีได้จัดกิจกรรมจับปลา ระดมเจ้าหน้าที่ประมง ชาวบ้าน และหลายภาคส่วนลงพื้นที่นำตาข่ายและแหทอดจับปลาบริเวณปลายคลองบางปลาสร้อยกัน กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากประชาชนและหน่วยงานเอกชนช่วยให้การจัดกิจกรรมสามารถจับปลาหมอคางดำได้ 9 กิโลกรัม และวันต่อมาสามารถจับได้อีก 10 กิโลกรัม ซึ่งประมงจังหวัดนำปลาที่จับได้ไปทำลายต่อไป

ประมงจังหวัดชลบุรีกล่าวต่อว่า ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ได้รับแจ้งพบปลาหมอคางดำในคลองระบายน้ำใกล้ศาลากลางจังหวัด เชื่อมต่อกับป่าโกงกางแต่พบปริมาณไม่มากนัก และไม่ได้อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ประมงจังหวัดร่วมกับทุกหน่วยงานในจังหวัดเร่งสำรวจคูคลองในจังหวัดและขอความร่วมมือจากประชาชนแจ้งประมงจังหวัดหากพบปลาดังกล่าวเพื่อป้องกันการแพร่กระจายต่อไป

การสนับสนุนประมงจังหวัดจัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” กำจัดปลาหมอคางดำ ซีพีเอฟดำเนินการภายใต้โครงการสนับสนุนกรมประมงจัดกิจกรรมจับปลา ซึ่งเป็น 1 ใน 5 โครงการเชิงรุกตอบรับนโยบายของรัฐบาลในการเร่งจัดการปลาหมอคางดำให้เกิดประสิทธิภาพ ซึ่งที่ผ่านมา ซีพีเอฟสนับสนุนประมงจังหวัดจัดกิจกรรมจับปลาทั้งเครื่องมือจับปลา อาหาร และเครื่องดื่ม ขณะเดียวกัน ยังดำเนินโครงการสนับสนุนปลานักล่าแก่ประมงจังหวัดเพื่อนำไปปล่อยในแหล่งน้ำตามแนวทางของกรมประมง โดยซีพีเอฟได้มอบปลากะพงขาวไปแล้ว 54,000 ตัว โครงการร่วมกับกรมประมงรับซื้อปลาหมอคางดำจากทั่วประเทศทำปลาป่นในกิโลกรัมละ 15 บาท ขณะนี้ร่วมกับโรงงานปลาป่นในจังหวัดสมุทรสาครสามารถรับซื้อไปแล้วมากกว่า 600,000 กิโลกรัม นอกจากนี้บริษัทได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์และมหาวิทยาลัยชั้นนำในการดำเนินโครงการพัฒนาและแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร รวมถึงโครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมตลอดจนเทคโนโลยีที่ช่วยควบคุมปริมาณปลาหมอคางดำต่อไป

“รักในสมเด็จวัดระฆัง”

0

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย

ไม่ได้นำพระไปเสนอพระอาจารย์มา2อาทิตย์ หลังเสร็จงานส่งแม่ไปพบพระพุทธเจ้าเข้าสู่นิพาน “ได้ให้แม่ฟังธรรมพุทธวจน“ได้ตอบแทนบุญคุณแม่บุญช่วย วงษ์ใบแก้วอย่างสูงสุดเท่าที่ลูกลูกทำให้แม่ได้ แม่คงไม่เกิดอีกแล้วได้ดวงตาเห็นธรรมพบพระพุทธเจ้า“ไม่ห่วงแม่แล้ว แต่อยากบอกแม่ว่าคิดถึงแม่นะมากมาก“  ได้เจอพระอาจารย์ เซียนเจี๊ยบได้โชว์พระ พระอาจารย์ได้เกศบัวตูมรักดำมีหน้ามีตา เซียนเจี๊ยบได้สวยพอใช้ไม่หักไม่ซ่อม สำคัญตรงเซียนเจี๊ยบได้พระสมเด็จมีรักดำรักแดง ชี้ได้ว่ารักแดงทาบางรักดำทาหนาอยู่ในองค์เดียวกัน สรุปเรื่องรักดำแดงอันเดียวกัน ช่วงท้ายนำพระสมเด็จเสนอพระอาจารย์ 1กล่อง6องค์พระอาจารย์เหมาหมดบอกว่า ไม่มีใครดูเป็นปล่อยท่านไปอยู่กับคนอื่นไม่รู้ค่า อยู่กับพระอาจารย์ดีกว่าไว้ได้แจกคนใก้ลชิด ใครทำดีกับแกแจกหมดใก้ลตายแล้วพระอาจารย์ว่า

ย้อนไปประมาณ20ปี ก่อนเจอพี่เสือ เดินสวนจตุจักร บางเดือนไม่เจอพระสมเด็จแท้ซักชิ้น หายากมากบางปีไม่เจอเลย หลังจากเจอพี่เสือสมเด็จถึงเข้ามาเรื่อย เรื่องพระสมเด็จดูดกันมามีจริงขอให้ได้แท้ๆซักชิ้นเดี๋ยวมาเรื่อยๆ ยิ่งตอนนี้มีแต่คนเจอสมเด็จแล้ววางเลย ดูกันเก๊หมด ไปขายเซียนก็ไม่ผ่าน ทำให้คนรุ่นใหม่ที่เข้ามาหาพระสมเด็จท้อใจเลือกไปเล่นพระใหม่ตามกระแส เพราะหาข้อยุติได้ง่ายกว่า พระชุดเบญจภาคี พระกรุเลยมีแต่คนสูงวัย สะสมกัน แท้จริงยังมีพระให้เราเลือกเก็บมากมาย “ถ้าเรารู้จริงได้เห็นของจริง จับองค์เป็นๆ นับ1ได้“เดี๋ยวสมเด็จก็มาโปรดเอง ขอให้ศรัทธาและเชื่อมั่นในบารมีสมเด็จโต วัดระฆังสิ่งดีๆจะมาท่านในเร็ววันเชื่อพระอาจารย์ขอเซียนเจี๊ยบซิ “ท่านบอกตั้งแต่มีสมเด็จวัดระฆังชีวิต ไม่เคยตกต่ำ” มีเรื่องทุกข์ใจขัดสน ไม่มีเงินอธิฐานขอบารมี เดี๋ยวสิ่งที่ขัดสนเรื่องไม่ดีก็ผ่านไปนะจ๊ะ

มาดูสมเด็จวัดระฆังพิมพ์เกศบัวตูม รักยังอยู่ให้เห็น สีแดง ดำ พระอาจารย์บอกดีแท้ด้วย แต่เอามาแลกกับองค์ของพระอาจารย์ต้องเอามา4องค์ ถึงจะแลกกันได้ พระมีหน้าตา แต่พระเซียนเจี๊ยบมีรักแดงดำร่อนหลุด บางจุด ดูแท้แบบสบายตา เนื้อพระสีขาวน้ำนม เนื้อแบบนี้เซียนชอบมักซื้อหากัน เป็นเนื้อที่จุดจ่ายตังค์ ช้ำๆเนื้อจัดไม่ซื้อ ชอบแบบสะอาดๆขาวนวล ถ้าเพื่อนๆอยากสะสมพระแบบได้ สตางค์ก็ต้องแบบเซียนเล่น แต่ถ้าหาพระใช้ ให้หาเนื้อจัดๆ เก่า มวลสารครบ ก้อนดำ เม็ดแดง ก้อนเทาสำคัญที่สุดสำหรับเซียนเจี๊ยบเจอก้อนเทา จ่ายเงินเลย เก็บไว้ใช้ใครว่าเก๊ก็ไม่เป็นรัย ถ้าชอบแบบเซียนเจี๊ยบหาก้อนเทาให้เจอนะ

“ส่วนรักแดงดำได้ข้อยุติ ทาบางแดง ทาหนาดำ ถ้ารักละลายเก๊เลยนะจะบอกให้“

เจี๊ยบบางกรวยเดินตามรอยพระ

โรงงานปลาป่นสมุทรสาคร จับมือ ซีพีเอฟ ประเดิมรับซื้อปลาหมอคางดำจากจังหวัดอื่น หลังปลาในพื้นที่ลดลง

0

เจ้าของโรงงานปลาป่นจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับ ซีพีเอฟ เดินหน้ารับซื้อปลาหมอคางดำจากทุกจังหวัดทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยกันเร่งเอาปลาหมอคางดำออกจากทุกพื้นที่ให้เร็วที่สุดหากมีใบรับรองจากกรมประมงรับซื้อได้หมด โดยผู้ขายต้องประสานงานผ่านประมงจังหวัดขอใบรับรองยืนยันแหล่งที่จับและตรวจสอบย้อนกลับได้ ประเดิมซื้อปลาหมอคางดำจากจังหวัดสมุทรปราการแล้ว 5,860 กิโลกรัม

นายปรีชา ศิริแสงอารำพี เจ้าของบริษัท ศิริแสงอารำพี จำกัด ผู้ผลิตปลาป่นได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล เปิดเผยว่า สถานการณ์ปลาหมอคางดำในพื้นที่สมุทรสาครมีน้อยลง เป็นผลจากประมงจังหวัดผนึกกับทุกภาคส่วนเดินหน้าเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ทำให้จังหวัดสมุทรสาครสามารถกำจัดปลาหมอคางดำในพื้นที่ได้แล้วรวม 769,231 กิโลกรัม และตามที่ โรงงานศิริแสงอารำพี ร่วมมือกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)​ หรือ ซีพีเอฟ โรงงานรับซื้อปลาหมอคางดำจากทุกจังหวัดทั่วประเทศในราคา 15 บาทต่อกิโลกรัม โดยมีเงื่อนไขให้ประสานผ่านประมงจังหวัดของตัวเองก่อนเพื่อขอใบรับรองแหล่งจับและการขนย้ายอย่างถูกต้อง ขณะนี้ มีผู้นำปลาหมอคางดำจากจังหวัดสมุทรปราการเป็นจังหวัดแรกเข้ามาส่งให้โรงงานแล้วรวม 5,860 กิโลกรัม และยังเปิดรับซื้อปลาหมอคางดำจากเกษตรกรและชาวประมงในจังหวัดสมุทรสาคร

“นับตั้งแต่ประกาศรับซื้อปลาหมอคางดำภายใต้ความร่วมมือกับซีพีเอฟ เรายินดีรับซื้อปลาหมอคางดำจากทุกจังหวัดที่ยังเดือดร้อน เพื่อให้ทุกจังหวัดสามารถจัดการกับปลาได้เหมือนกับสมุทรสาครที่ทุกวันนี้จับได้ลดลงอย่างชัดเจน เพราะทุกฝ่ายร่วมไม้ร่วมมือกันอย่างแข็งขันและจริงจัง” นายปรีชากล่าว

นายปรีชากล่าวต่อว่า โรงงานรับซื้อปลาหมอคางดำในราคา 15 บาทต่อกิโลกรัมตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นมาภายใต้ความร่วมมือกับซีพีเอฟ ที่ประกาศ 5 โครงการเชิงรุกเพื่อช่วยกันขจัดปลาหมอคางดำให้หมดไปจากจังหวัดต่างๆ ทั้งนี้ เกษตรกรหรือชาวประมงสามารถนำปลาหมอคางดำมาขายให้กับโรงงานได้โดยตรง โดยต้องผ่านการรับรองจากประมงจังหวัดนั้นๆ ก่อน เพื่อการตรวจย้อนกลับแหล่งที่จับปลา และช่วยให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามสถานการณ์ข้อมูลของจำนวนปลาคางดำในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อนำไปสู่การจัดการปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ด้านนายอดิศร์ กฤษณวงศ์ ผู้บริหารสูงสุดสายงานรัฐกิจและเอกชนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ความร่วมมือกับโรงงานปลาป่นรับซื้อปลาหมอคางดำ 2 ล้านกิโลกรัม เป็น 1 ใน 5 โครงการเชิงรุกร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อเร่งกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำทั่วประเทศให้เร็วที่สุด ขณะนี้ บริษัทเร่งประสานกับโรงงานปลาป่นในจังหวัดอื่นๆ เพื่อขยายจุดรับซื้อให้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ อีก 4 โครงการมีความคืบหน้า ทั้งการสนับสนุนปล่อยปลาผู้ล่าลงสู่แหล่งน้ำตามแนวทางของกรมประมง จำนวน 200,000 ตัว ซึ่งปัจจุบันได้สนับสนุนการปล่อยปลานักล่าแก่ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม จันทบุรี และสมุทรสาครไปแล้วรวม 54,000 ตัว โครงการสนับสนุนกิจกรรมการจับปลา โดยร่วมสนับสนุน อุปกรณ์จับปลา อาหาร กำลังคน เป็นต้น โครงการร่วมมือกับสถาบันการศึกษา 3 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากปลาหมอคางดำ ซึ่งมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึง โครงการร่วมวิจัยและพัฒนาผู้เชียวชาญ และอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสจล. ในการหาแนวทางควบคุมประชากรปลาในระยะยาว ล่าสุด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยแม่โจ้แสดงความสนใจเข้าร่วมศึกษาหาแนวทางจัดการปลาหมอคางดำอีกด้วย.

AIS ต้อนรับ Deutsche Telekom เข้าสู่ Bridge Alliance

0

AIS ยินดีต้อนรับ Deutsche Telekom เข้าสู่สมาชิกของ Bridge Alliance ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำของเอเชีย ที่มีสมาชิก 35 ราย โดยมี Deutsche Telekom (DT) เป็นสมาชิกล่าสุด ซึ่ง AIS สามารถช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถนำโซลูชันการเชื่อมต่อไปใช้ได้อย่างไร้รอยต่อในหลากหลายประเทศนอกเหนือจากในไทย รวมถึงพื้นที่ที่ DT ให้บริการในยุโรปเช่นกัน โดยผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือแม้แต่ผู้ผลิตเครื่องจักรในประเทศไทย สามารถขยายธุรกิจไปยังยุโรปได้อย่างง่ายดายด้วยบริการ IoT และ M2M จากเอไอเอส ที่สามารถสนับสนุนลูกค้าของ DT ในประเทศไทย ในฐานะผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำที่สามารถส่งมอบบริการคุณภาพระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ด้วยมาตรฐานของผู้รับจ้างผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (OEMs) ของเยอรมันและยุโรปสำหรับตลาดประเทศไทย

นายภูผา เอกะวิภาต รักษาการหัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร AIS กล่าวว่า “การที่ Deutsche Telekom เข้ามาอยู่ในกลุ่ม Bridge Alliance จะช่วยเสริมศักยภาพของ AIS ในการส่งมอบบริการด้วยโซลูชันส์ นวัตกรรมดิจิทัล ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าองค์กรและภาคธุรกิจ ครอบคลุมตลาดทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาคอย่างเอเชียแปซิฟิค และในยุโรปโดยเฉพาะการนำเทคโนโลยี IoT และ 5G มาเชื่อมต่อกับภาคอุตสาหกรรมของไทย อย่างอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังเคลื่อนตัวสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่สำคัญของผู้ประกอบการยานยนต์ชั้นนำของโลก แน่นอนว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะขยายโอกาสให้กับการผลิตยานยนต์และบริการ IoT จากประเทศไทย ส่งออกสู่ตลาดระดับนานาชาติ โดย AIS พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศเพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อกับศักยภาพของเราในทุกมิติ รวมถึงยังช่วยสร้างโอกาสและส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนจากเทคโนโลยีดิจิทัล”

ทั้งนี้ Bridge Alliance กลุ่มพันธมิตรชั้นนำของผู้ให้บริการโทรคมนาคมระดับนานาชาติ ได้ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่กับ DT โดยความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการสร้างโอกาสเติบโตให้กับธุรกิจ Internet of Things (IoT) และจะทำให้จำนวนสมาชิกของกลุ่ม Bridge Alliance เพิ่มขึ้นเป็น 35 ราย ครอบคลุมตลาดมากกว่า 100  แห่ง และลูกค้ามากกว่าพันล้านรายในเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลางและแอฟริการวมถึงทวีปยุโรปด้วย

DT เป็นบริษัทโทรคมนาคมชั้นนำระดับโลกที่มีการดำเนินงานมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก โดยครั้งนี้ DT จะเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ด้าน Internet of Things (IoT) ให้กับกลุ่มสมาชิก Bridge Alliance ให้สามารถเข้าถึงบริษัทต่างๆ ในภูมิภาคยุโรป ในขณะที่ Bridge Alliance จะช่วย DT นำเสนอบริการด้าน IoT ที่มีความหลากหลายและแตกต่างให้กับลูกค้าของตน พร้อมเข้าถึงลูกค้าในฝั่งเอเชียได้อย่างไม่เคยมีมาก่อน ความร่วมมือกันระหว่าง Bridge Alliance และ DT นี้จะสร้าง “ประตูเชื่อมยุโรป – เอเชียแปซิฟิก” เปิดโอกาสให้กับองค์กรธุรกิจต่างๆ ด้าน IoT ในการขยายขอบเขตตลาดในการทำธุรกิจได้อย่างหลากหลาย

ดร.อง ก๊อก ชวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Bridge Alliance กล่าวว่า การเป็นสมาชิกของ Deutsche Telekom จะช่วยให้ Bridge Alliance ขยายขอบเขตความครอบคลุมไปถึงภูมิภาคยุโรป ทำให้ปี 2024 นี้ถือเป็นอีกหมุดหมายที่สำคัญสำหรับ Bridge Alliance และเป็นที่มุ่งหวังถึงความร่วมมือที่มีผล และแข็งแกร่งกับ Deutsche Telekom ในการจับโอกาสการเติบโตทางธุรกิจด้าน IoT นี้ร่วมกัน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมผู้ผลิตรถยนต์ในเอเชีย โดยเฉพาะตลาดยานยนต์ไฟฟ้าได้เติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นในประเทศจีน ญี่ปุ่น หรือเกาหลี โดยจีนถือเป็นผู้นำด้านรถยนต์ไฟฟ้า คิดเป็นประมาณ 60% ของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกในปี 2022  ขณะที่ยุโรปเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับสอง โดยมีอัตราการขายรถยนต์ไฟฟ้า หนึ่งในห้าคันสำหรับตลาดฝั่งยุโรป การเป็นพันธมิตรกันระหว่างกลุ่ม Bridge Alliance และ DT จะเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายตลาดทั้งสำหรับผู้รับจ้างผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (OEMs) ที่ต้องการมองหาการเชื่อมต่อสื่อสารทั้งข้อมูลและเสียงสำหรับรถยนต์ในระดับโลก นอกเหนือขอบเขตฝั่งเอเชีย หรือ ผู้ผลิตรถยนต์ในยุโรปที่ต้องการขยายตลาดการขายรถไฟฟ้าในเอเชียแปซิฟิก

AIS จับมือ 19 แบรนด์ดัง ชวนบอกรักแม่ด้วยใจกับ AIS Points ร่วมต้อนรับเทศกาลวันแม่

0

AIS ร่วมต้อนรับเดือนแห่งการบอกรักแม่ โดยร่วมมือกับพาร์ทเนอร์กว่า 19 แบรนด์ดัง มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าได้บอกรักแม่ทุกวันผ่านการแลกดีลดีๆ จาก AIS Points ไม่ว่าจะเป็น การบอกรักด้วยมื้อสุดพิเศษ จากร้านเด็ดแบรนด์ดังทั่วไทย หรือการบอกรักผ่านการดูแลสุขภาพคุณแม่ ด้วยส่วนลดการตรวจสุขภาพ พร้อมโปรแกรมนวดแผนไทยและสปาสุดพรีเมียม บอกรักด้วยดีลสุดคุ้มทั้งท่องเที่ยวและช้อปปิ้ง ที่โรงแรมและร้านค้าแบรนด์ชั้นนำมากมาย ให้ลูกค้าได้ใช้ AIS Points เป็นสื่อกลางเพื่อมอบเป็นของขวัญแทนใจให้แม่ได้ตลอดทั้งเดือนสิงหาคม เริ่มต้นเพียง 1 คะแนนเท่านั้น

นางสาวโอปอล เลิศอุทัย หัวหน้าฝ่ายงานบริหารข้อเสนอและความผูกพันลูกค้า AIS กล่าวว่า “ในเดือนสิงหาคมเป็นช่วงเวลาสำคัญของทุกคนในการแสดงความรักเนื่องในเทศกาลวันแม่ และเพื่อเป็นการตอกย้ำถึงความตั้งใจในการส่งมอบสร้างประสบการณ์และบอกรักแม่จากการใช้เอไอเอส พอยท์ ที่เริ่มต้นใช้เพียง 1 คะแนน ด้วยการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ 19 แบรนด์ดัง ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร, เครื่องดื่ม, เครื่องสำอาง, สินค้าไลฟ์สไตล์, สุขภาพ และการท่องเที่ยว เพื่อมอบความพิเศษและส่วนลดให้ลูกค้าได้ใช้เป็นของขวัญแทนใจในการบอกรักแม่ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกคนในครอบครัวในช่วงเทศกาลวันแม่ปีนี้”

นางสาวโอปอล เลิศอุทัย

โดยลูกค้าสามารถบอกรักแม่ด้วยใจกับ AIS Points เริ่มต้น 1 คะแนน ด้วยมื้อสุดพิเศษ พร้อมสร้างโมเม้นดีๆ ร่วมกันทั้งครอบครัวกับส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้า AIS กับร้านอาหารชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น Dairy Queen, Sizzler, Black Canyon, Boost Juice Bar และ ZEN หรือจะใช้ 1 คะแนน แลกซื้อ โดนัท Love mom จาก Mister Donut จำนวน 4 ชิ้น ในราคาเพียง 99.- (ปกติสูงสุด124.-) ที่ร้านมิสเตอร์ โดนัท สาขาที่ร่วมรายการ

บอกรักผ่านการดูแลสุขภาพคุณแม่ ไปกับส่วนลดจากเครือโรงพยาบาลพญาไท ให้พาแม่ไปตรวจสุขภาพ 14 รายการ ราคาพิเศษ 1,790 บาท จากปกติ 5,785 บาท พิเศษสำหรับลูกค้าลูกค้าเซเรเนด ใช้ 1 คะแนนแลกส่วนลด 15% จาก Phothalai Wellness เมื่อใช้บริการเมนู Phothalai Signature Massage 90 นาทีขึ้นไป หรือแลกสครับผิว Body Scrub ในราคาสุดพิเศษ

พร้อมรับดีลดีๆ ชวนแม่ท่องเที่ยวสุขใจไปกับส่วนลดสูงสุดถึง 55% เมื่อจองโรงแรมชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม Anantara Hua Hin Resort and Avani+ Hua Hin Resort, โรงแรม The Imperial Hotels & Resorts , โรงแรม dusitD2 Hua Hin และ Lake Heaven Resort และพาแม่ช้อปปิ้ง รับส่วนลดแบบฉ่ำๆ ไปกับ Central Department Store และ Robinson Department Store หรือช้อปของใช้ภายในบ้านหรือความสวยความงามกับ Tops, Gourmet Market & Home Fresh Mart, Big C, Dilavie และ Oriental Princess

ติดตามรายละเอียด และแลกรับสิทธิพิเศษได้ที่แอป myAIS

“ปลาหมอคางดำ” บริโภคได้ มีคุณค่าทางโภชนาการ เป็นอีกวิธีช่วยกันกำจัดได้อย่างรวดเร็ว

0

นักวิชาการ แนะการแปรรูปเนื้อปลาหมอคางดำ ช่วยให้คนไทยเข้าถึงและบริโภคได้สะดวกขึ้น สนับสนุนการกำจัดปลาหมอคางดำให้รวดเร็ว และควบคุมการแพร่กระจายได้อย่างยั่งยืน

ดร.สหภพ ดอกแก้ว รองหัวหน้าภาควิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า “ปลาหมอคางดำ” เป็นสัตว์น้ำต่างถิ่น กำเนิดอยู่ในทวีปแอฟริกา อยู่ในตระกูลปลาหมอเทศ อาศัยอยู่ในเขตน้ำกร่อยหรือตามชายฝั่ง สามารถทนต่อความเค็มและสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้

ปลาหมอคางดำ มีลักษณะตัวค่อนข้างแบน ลำตัวคล้ายปลานิล ซึ่งแตกต่างจากปลาหมอไทยที่มีลักษณะกลมยาว มีหนาม เนื่องจากอยู่กันคนละกลุ่ม ปลาหมอคางดำ มีจุดสังเกตที่บริเวณคางและหน้าจะมีจุดหรือแถบสีดำ โดยมีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Sarotherodon melanotheron Ruppell,1852 และชื่อสามัญว่า Blackchin tilapia

ปลาชนิดนี้ เป็นปลาประเภทที่กินทุกอย่าง ทั้งพืชและสัตว์ (Omnivorous Fish) ตลอดจน ซากพืช ซากสัตว์ แพลงก์ตอน ลูกปลา ลูกหอย ถือเป็นปลา “Invasive Species” คือ สัตว์น้ำรุกราน เพราะไปทำลายชีวิตสัตว์น้ำท้องถิ่น จนทำให้เกิดการทดแทนสัตว์น้ำท้องถิ่น ขณะที่ Alien Species ใช้เรียกสัตว์น้ำต่างถิ่นทั้งหมด ซึ่งบางชนิดไม่มีผลกระทบกับระบบนิเวศ หรือ บางชนิดมีผลกระทบน้อย

ดร.สหภพ กล่าวว่า การกำจัดปลาหมอคางดำที่กำลังแพร่ระบาดในแหล่งน้ำธรรมชาติของไทยในขณะนี้ ต้องทำด้วยความรวดเร็ว ไม่เช่นนั้นการระบาดจะขยายวงกว้างมากขึ้น ซึ่งทุกหน่วยงานมีแนวทางในการกำจัดปลาหมอคางดำ ทั้งการจับ การไล่ล่า ผลดีคือ ปริมาณปลาหมอคางดำลดลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่การใช้ประโยชน์จากปลาที่จับมาได้มีหลายแนวทาง โดยเฉพาะการนำไปทำเป็นอาหาร ซึ่งเป็นวิธีการที่ใกล้ชิดกับคนไทยมากที่สุด ทุกคนสามารถทำได้และมีส่วนร่วมในการช่วยแก้ไขวิกฤตในครั้งนี้

สำหรับ เนื้อปลาหมอคางดำ รสชาติเหมือนปลาทั่วไป มีคุณค่าทางโภชนาการไม่ต่างจากปลานิล สามารถนำมาประกอบอาหารในเมนูต่างๆ โดยเฉพาะ อาหารไทย หรืออาหารพื้นบ้านของไทย อาทิ น้ำพริก ขนมจีนน้ำยา ห่อหมก ซึ่งมีลักษณะเด่นที่มีเครื่องเทศหลากหลายชนิด อย่าง กระเทียม หัวหอม พริกแกงต่างๆ สามารถนำเนื้อปลาดังกล่าวมาประยุกต์และปรับเป็นอาหารที่อยู่ในวิถีของคนไทย โดยปรุงให้มีรสชาติอร่อย ถูกปากคนไทยได้ง่าย ทั้ง ต้ม ยำ ทำแกง หลากหลายเมนู

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญ คือ ทำอย่างไรให้คนไทยเข้าถึงการใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำได้ เพราะในขณะนี้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน และคนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล อยากลิ้มลองรสชาติของปลาหมอคางดำ แต่จับปลามาแล้วไม่สามารถกระจายได้ จึงยังเป็นคอขวดอยู่ ดังนั้น แนวทางที่จะทำให้ทุกคนได้มีโอกาสเข้าถึงและช่วยทำลายมัน คือต้องนำไปแปรรูป

ดร.สหภพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ ยังไม่มีหน่วยงานใดรับแร่เนื้อปลา จึงยากต่อการให้คนไทยเข้าถึง หากมีหน่วยงานแปรรูปสัตว์น้ำ โรงงาน บริษัท หรือหน่วยงานที่สนับสนุนนำเข้าสู่กระบวนการแปรรูป เช่น แร่เนื้อ ขูดเนื้อ รีดเนื้อออกมา บดให้เป็นเนื้อพร้อมใช้แล้วจำหน่ายเป็น เนื้อชิ้น เนื้อแช่เยือกแข็ง แช่เย็น หรือมีการถนอมอาหาร ก็จะสามารถส่งไปยังทุกจังหวัดได้ง่าย และทำให้ปลาดังกล่าว มีราคาเพิ่มขึ้นจากกิโลกรัมละ 5-20 บาท อาจสูงถึงกิโลกรัมละ 80-100 บาทได้

“ขอเพียงง่ายต่อการบริโภค ทำให้สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์จากปลาหมอคางดำได้ง่าย ประชาชนในจังหวัดต่างๆ เกิดปริมาณการบริโภค ก็จะเป็นการช่วยกันกำจัดปลาหมอคางดำได้เร็วขึ้น” ดร.สหภพ กล่าว

สำหรับข้อกังวลที่ว่า หากเกิดความต้องการเยอะขึ้น จะก่อให้เกิดการเลี้ยงเพื่อรองรับความต้องการการบริโภคนั้น ซึ่งความจริงแล้วไม่สามารถทำได้ง่ายขนาดนั้น เพราะนอกจากผิดกฎหมายแล้วยังไม่สามารถที่จะจำหน่ายปลาหมอคางดำได้ในราคากิโลกรัมละ 20 บาท ไหนจะทั้งต้นทุนการเลี้ยงที่มาก ค่าไฟค่าน้ำมันที่สูง ซึ่งมันไม่คุ้มทุน

ประเทศไทยถอดบทเรียนความสำเร็จในการกำจัดสัตว์ต่างถิ่นได้ จาก ตั๊กแตนปาทังก้า ที่เกิดการระบาดอย่างหนักเมื่อหลาย 10 ปีก่อน และทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย โดยขณะนั้นมีการรณรงค์ให้จับกินและได้นำไปขายตามงานวัดต่างๆ ตามรถเข็น จนทำให้ทุกคนรู้จัก เกิดความชื่นชอบ จนขณะนี้ได้เกือบสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยแล้ว หรือแม้กระทั่ง หอยเชอรรี่ ก็เช่นกัน ที่ถูกนำเข้ามาในประเทศไทย และเกิดการระบาดในนาข้าว สุดท้ายถูกนำมารับประทาน เช่น ตำป่า ยำต่างๆ จนเป็นที่นิยมเกิดการรับประทานกันในปริมาณมาก จนปัจจุบันหอยเชอรรี่ เนื้อที่แกะแล้วมีมูลค่าที่ค่อนข้างสูง ถึงกิโลกรัมละเกือบ 100 บาท เลยทีเดียว

ทั้งนี้ เราคงไม่อาจกำจัดปลาหมอคางดำให้หมดไปได้ 100% เพียงแต่เรียนรู้ที่จะกินมัน เรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน และควบคุมมันให้ได้ เชื่อว่าถ้าเราใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำได้ จะทำให้เราอยู่กับมันได้อย่างมีความสุข และอยู่อย่างควบคุมมันได้อย่างยั่งยืน.

คุณแม่ ซีเอฟโอของบ้าน

0

บทความ “รู้เก็บรู้ออมฯ” โดย คุณนายพารวย

“แม่” เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของครอบครัว หากเปรียบบ้านเป็นบริษัทแล้ว คุณพ่อบ้านมีตำแหน่งเป็นซีอีโอ ส่วนคุณแม่บ้านคือท่านประธานบริษัท แถมควบตำแหน่งซีเอฟโอ คอยดูแลเรื่องเงินๆทองๆ ทุกบาททุกสตางค์ เพื่อความสุขของทุกคนในบ้าน

แต่การวางแผนการเงินครอบครัว ต้องทำงานร่วมกัน ไม่ใช่งานคนใดคนหนึ่ง เพราะเป็นเรื่องการสร้างอนาคตร่วมกัน การสร้างบัญชีครอบครัว จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำให้ชีวิตครอบครัวไปได้ด้วยดี

เทคนิคง่ายๆ คือ

1.ทำบัญชีกองกลาง เพื่อจัดการรายจ่าย เช่น ค่าน้ำค่าไฟ ค่าผ่อนบ้านผ่อนรถ ตกลงกันให้เรียบร้อยว่าใครจะออกเงินเท่าไร ดูแลเรื่องอะไร

2.มีบัญชีสำรองเผื่อฉุกเฉิน เป็นเงินที่กันไว้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้อย่างน้อย 3-6 เดือน หากเกิดเหตุฉุกเฉิน

3.บัญชีลงทุนครอบครัว แบ่งเงินออม 10% เพื่อต่อยอดและสร้างความมั่นคง โดยลงทุนในหุ้นหรือกองทุน

4.บัญชีอนาคตเพื่อลูก คำนวณค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น แล้ววางแผนลงทุนให้เงินงอกเงย

5.แยกบัญชีใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ช็อปปิ้ง ท่องเที่ยว

เมื่อเราวางแผนการเงินของครอบครัวดี ก็จะสร้างให้ครอบครัวเข้มแข็งมั่นคงระยะยาว ทุกครอบครัวทำได้!! ยิ่งบ้านไหนมีแม่บ้านที่บริหารเงินเก่ง สมาชิกในบ้านก็จะอยู่กันอย่างมีความสุขและสบายใจในอนาคต

สำหรับคุณแม่ที่อยากโชว์ฝีมือบริหารเงินส่วนกลางของบ้าน “คุณนายพารวย” มีเคล็ดลับสร้างความมั่งคั่งมาฝาก ใช้เป็นแนววางแผนจัดสรรเงิน เพื่อจัดการค่าใช้จ่ายในบ้านและต่อยอดเงินออมไปสู่การลงทุน ดังนี้

1.ทำบัญชีรายรับรายจ่ายของครอบครัว เพื่อจะได้รู้ถึงสถานภาพการเงินของครอบครัว

2.จัดสรรเงินออมและเงินลงทุน โดยแยกบัญชีออกจากกันตามเป้าหมาย เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารเงิน

3.เลือกช่องทางการออมและลงทุน ที่เหมาะสมกับเป้าหมาย

4.หมั่นตรวจสอบเป้าหมายการเงินอยู่เสมอ เพื่อปรับให้ทันสถานการณ์

คุณแม่บ้านพ่อบ้านที่สนใจการวางแผนการเงินของครอบครัว เข้ามาเรียนรู้แนวทางวางแผนการเงินเพื่อเป้าหมายชีวิต และการใช้เครื่องมือทางการเงินต่างๆผ่าน SET e-Learning หลักสูตร “WMD1002 : ชีวิตดี เริ่มต้นที่การวางแผน” ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ฟรี!! คลิกที่นี่เลย https://elearning.set.or.th/SETGroup/courses/299/info

ส่งท้าย ขอกำลังใจจากผู้อ่าน ช่วยแนะนำติชมคอลัมน์นี้ เพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงเนื้อหา และนำข้อมูลความรู้ให้ตรงความต้องการของผู้อ่านยิ่งขึ้น ฝากเข้าไปตอบแบบสอบถามสแกน QR code ข้างล่างนี้ กราบขอบพระคุณมากค่ะ.