Home Blog Page 135

AIS จ่ายค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ 700 MHz งวดที่ 4 เรียบร้อย

0

บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) บริษัทในกลุ่ม AIS เข้าชำระเงินค่าคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz งวด 4 เป็นเงิน 3,670,849,000 บาท (สามพันหกร้อยเจ็ดสิบล้านแปดแสนสี่หมื่นเก้าพันบาท) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ให้แก่ กสทช. โดยมี นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ สายงานกิจการโทรคมนาคม เป็นผู้รับมอบเพื่อนำส่งเป็นรายได้ของประเทศต่อไป

นายวรุณเทพ วัชราภรณ์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจสัมพันธ์ AIS 

นายวรุณเทพ วัชราภรณ์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า “เป้าหมายที่สำคัญของ AIS คือการเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล หรือ Digital Infrastructure ที่แข็งแกร่งให้กับประเทศตามวิสัยทัศน์การเป็น Cognitive Tech-Co หรือองค์กรเทคโนโลยีโทรคมนาคมอัจฉริยะ โดยเราเป็นผู้ให้บริการที่มีคลื่นความถี่ครบและมากที่สุดรวม 1460 MHz ทำให้ AIS มีศักยภาพในการส่งมอบประสบการณ์การใช้งานได้ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะคลื่น 700 MHz ที่มีส่วนสำคัญต่อการขยายความครอบคลุมของโครงข่ายสัญญาณ 5G ที่วันนี้เราสามารถส่งมอบการให้บริการ 5G ได้ครอบคลุมแล้วกว่า 90% ของพื้นที่ประชากร รวมถึงเรายังนำ 5G เข้าไปเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจของภาคอุตสาหกรรม เป็นตัวช่วยในการพัฒนาเทคโนโลยี โซลูชันเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และช่วยยกระดับเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย”

“เรายังคงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายความครอบคลุม 5G เพื่อรองรับโอกาสและสนับสนุนการเติบโตในทุกภาคส่วนของประเทศ นับเป็นการยืนยันว่าลูกค้าทุกกลุ่มทั้งลูกค้าทั่วไป องค์กรภาคธุรกิจ หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่จะได้รับประสบการณ์และบริการที่ดีที่สุดจาก AIS ในทุกมิติ” นายวรุณเทพ กล่าว

เป็นลูกค้าธนาคารออมสินเท่ากับช่วยสังคม

0

ขอบคุณอะไรกันเนี่ยะ

จะเป็นยังไงถ้า…
วันนี้ทุกการใช้บริการออมสินของคุณ
จะทำให้ป้าศรี ลุงสมศักดิ์ น้าสมใจ และอีกมากมายได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
เพราะแค่เป็นลูกค้าธนาคารออมสิน = ช่วยสังคม

7 เม.ย. วันอนามัยโลก ซีพีเอฟ สนับสนุนสิทธิการเข้าถึงอาหารที่ดีอย่างเท่าเทียม เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา “นวัตกรรมอาหาร” ที่มีความปลอดภัย ส่งเสริมสุขภาพที่ดี รสชาติอร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการ ตอบสนองความต้องการอาหารของผู้บริโภคทุกช่วงวัยและสามารถเข้าถึงอาหารได้อย่างทั่วถึงทุกคน ภายใต้วิสัยทัศน์ “ครัวของโลกที่ยั่งยืน”

นางนลินี โรบินสัน ผู้บริหารสูงสุด สายงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหาร ซีพีเอฟ (CPF RD Center) กล่าวว่า บริษัทฯ ตระหนักดีว่าอาหารปลอดภัย เป็นปัจจัยหลักที่ส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีของทุกคน การเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการ และดีต่อสุขภาพ เป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับอย่างเท่าเทียมกัน

ขณะเดียวกัน องค์การอนามัยโลก กำหนดให้วันที่ 7 เมษายน ของทุกปี เป็น “วันอนามัยโลก” (World Health Day) เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนและทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพ ทั้งในเรื่องการควบคุม ป้องกัน แก้ปัญหา และส่งเสริมด้านสุขภาพของประชาชนอย่างทั่วถึงเท่าเทียม โดยแนวคิดในปีนี้ คือ “My health, my right”

ซีพีเอฟ ในฐานะผู้ผลิตอาหารชั้นนำระดับโลก มุ่งมั่นเดินหน้าคิดค้น วิจัยและพัฒนาอาหารที่ส่งเสริมการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ให้ประชาชนทั่วโลกมีโอกาสเข้าถึงเพื่อตอบโจทย์ความมั่นคงทางอาหาร รวมทั้งมีรสชาติอร่อยตรงใจผู้บริโภค มีคุณค่าทางอาหาร และดีต่อสุขภาพ ตามนโยบายของบริษัทในการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ใหม่ที่อร่อย มีความหลากหลาย ดีต่อสุขภาพ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูงขึ้น ตรงตามความต้องการอาหารของผู้บริโภคในแต่ละช่วงวัย ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคครอบคลุมทุกกลุ่มคน ทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งในประเทศและทั่วโลก

บริษัทฯ มีนโยบายหลักในการสร้างและส่งมอบอาหารปลอดภัย คุณภาพดี พร้อมให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพผู้บริโภคด้วยอาหารที่รับประทาน โดยได้ผลิตอาหารเพื่อสุขภาพ อาทิ อาหารปริมาณโซเดียมต่ำ ที่ยังคงรสชาติอร่อย ช่วยป้องกันการเกิดกลุ่มโรคไม่ติดต่อ NCDs (Non-Communicable diseases) ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพอันดับหนึ่งของโลกและของประเทศไทย รวมถึงอาหารสำหรับผู้มีปัญหาสุขภาพที่ต้องการคุณค่าทางโภชนาการที่แตกต่างจากคนสุขภาพดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตอาหารเฉพาะกลุ่ม ปัจจุบันประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้สูงอายุมากที่สุดในโลก ซึ่งคนกลุ่มนี้ต้องการอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ให้พลังงานที่เหมาะสม ย่อยง่าย รสชาติอร่อย เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภคกลุ่มนี้รับประทานอาหารอย่างมีความสุขและได้รับสารอาหารครบถ้วน

“ซีพีเอฟ มีการกำหนดนโยบายคุณภาพ และประกาศความมุ่งมั่นภายใต้หลักปฏิบัติในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น นโยบายสุขโภชนาการ ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารตลอดห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท เพื่อยกระดับมาตรฐาน ด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และการผลิตอาหารอย่างยั่งยืนด้วยมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก (One Standard for AIl)” นางนลินี กล่าว

นอกจากนี้ ซีพีเอฟ ยังผลิตอาหารที่ตอบโจทย์ไลฟ์สเตจ (Life Stage) เหมาะสมกับผู้บริโภคในทุกช่วงวัย ตั้งแต่อาหารวัยเด็กไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย รวมทั้งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) ในทุกโอกาสของการกิน ตั้งแต่ อาหารเช้า อาหารระหว่างวัน อาหารกินเล่น อาหารกินอิ่มท้อง หรือ ตอบโจทย์เทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพ ลดเค็ม หรืออาหารโปรตีนทางเลือกอย่าง Meat Zero รวมถึงอาหารเพื่อสุขภาพ และอาหารทางการแพทย์ อย่าง NutriMax

AIS The StartUp ชี้ถึงเวลาสตาร์ทอัพไทยอัพสกิล ทำธุรกิจอย่างยั่งยืน บนหลัก ESG ผนึกพันธมิตรรอบด้านเติบโตร่วมกัน

0

AIS The StartUp ตอกย้ำเป้าหมายการเป็นพาร์ทเนอร์ที่พร้อมผลักดันและสนับสนุนการทำงานของผู้ประกอบการสตาร์ทอัพและ Tech SMEs ไทย ให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิดที่สร้างการเติบโตแบบร่วมกันหรือ “Partnership for Inclusive Growth” โดยมุ่งนำขีดความสามารถของดิจิทัลโครงข่าย เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม เชื่อมต่อการเข้าถึงขยายการเติบโตของธุรกิจ รวมถึงการแบ่งปันองค์ความรู้แขนงต่างๆ ที่มีความจำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ

โดยเฉพาะในประเด็นด้านการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามหลักการ ESG (Environment, Social, Governance) ที่วันนี้ AIS The StartUp ได้ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ทั้ง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET), สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และสมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย (Thai Startup Association) ในการ “สร้าง เสริม และต่อยอด” หลักการด้าน ESG ภายใต้โครงการ “ESG to Capital for Tech Entrepreneurs” ที่จะช่วยเสริมแกร่งให้กับผู้ประกอบการสตาร์ทอัพมีความเข้าใจในการประยุกต์ใช้หลักการด้าน ESG เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงการลงทุนและการประเมินมูลค่าบริษัท โดยเฉพาะการวางรากฐานหลักธรรมาภิบาลในมิติต่างๆ เช่น ธรรมาภิบาลองค์กร (Corporate Governance), ธรรมาภิบาลการสร้างพันธมิตร (Partnership Governance), ธรรมาภิบาลทางการเงิน (Financial Governance), หรือ การกำกับดูแลผู้ถือหุ้น (Shareholder Governance) เป็นต้น อันเป็นคุณสมบัติสำคัญที่จะได้รับความเชื่อมั่น และพร้อมทางการแข่งขันในตลาดทุน

ดร.ศรีหทัย พราหมณี ผู้จัดการด้าน AIS The StartUp กล่าวว่า “ด้วยเป้าหมายการทำงานหลักของ AIS The StartUp คือการเป็นเพื่อนคู่คิดกับผู้ประกอบการเพื่อร่วมกันหาโอกาสและสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ทำให้ที่ผ่านมานอกเหนือจากการนำศักยภาพของดิจิทัลโครงข่าย เทคโนโลยีโซลูชัน หรือแม้แต่ช่องทางในการเข้าถึงฐานลูกค้าของ AIS พาร์ทเนอร์และบริษัทในกลุ่มแล้ว เรายังเติมเต็มสิ่งที่เป็นเสาหลักของการดำเนินธุรกิจอย่างองค์ความรู้ในด้านต่างๆ อย่างในปีที่ผ่านมาเราจัด IPO Brotherhood ซึ่งเป็น Exclusive Knowledge Sharing ในเรื่องการบริหารจัดการองค์กรในมิติต่างๆ แบบมืออาชีพ อาทิ การวางโครงสร้างของระบบไอที, ข้อกฎหมายในธุรกิจดิจิทัล หรือแม้แต่วิธีการจัดการกับการสื่อสารในช่วงวิกฤติ ซึ่งทั้งหมดล้วนมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ

นอกเหนือจากสาระสำคัญด้านการบริหารจัดการในองค์กรแล้ว วันนี้บริบทในโลกธุรกิจยังให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ความเสี่ยงการลงทุนและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามกรอบแนวคิดทั้งในเรื่องของสิ่งแวดล้อมสังคม และหลักธรรมาภิบาล หรือ ESG นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราชวนพาร์ทเนอร์อย่าง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และสมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย พร้อมผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ มาร่วมกันแบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์จริงด้าน ESG ภายใต้โครงการ ESG to Capital for Tech Entrepreneurs ที่ขนทัพความรู้ทั้งในมุมมองภาพใหญ่ในเชิงนโยบายของภาครัฐด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนกับทิศทางการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนสตาร์ทอัพและการเติบโตขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ หรือแม้แต่เชื่อมต่อกับองค์กรชั้นนำเพื่อมาแบ่งปันและร่วมสะท้อนปัญหาและความสำคัญในการนำ ESG เข้าไปเป็นหนึ่งในกระบวนการทำงานของธุรกิจ”

สำหรับโครงการ “ESG to Capital for Tech Entrepreneurs” เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของ AIS The StartUp ที่มุ่งอัพสกิลให้กับผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ มีความเข้าใจในการวิเคราะห์ความเสี่ยงการลงทุนและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนภายใต้กรอบการดำเนินงาน ESG ด้วยเนื้อหาที่มีความเข้มข้นจากพาร์ทเนอร์และวิทยากรจากองค์กรชั้นนำระดับประเทศ ที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์และแลกเปลี่ยนตลอด 3 เดือนเต็ม

โดยมีภารกิจสำคัญในการ “สร้าง” ความเข้าใจและชี้ให้เห็นถึงความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การดูแลกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียกับธุรกิจทั้งพนักงาน คู่ค้า และชุมชน รวมถึงในด้าน Governance ธรรมาภิบาล ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกลุ่มผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่นักลงทุนใช้เพื่อประเมินมูลค่าบริษัท และตรวจสอบว่าธุรกิจมีการจัดการบริหาร การกำกับดูแลเพื่อประเมินความเสี่ยง และสามารถจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียได้มากน้อยขนาดไหน

“เสริม” ศักยภาพการวิเคราะห์ความเสี่ยงจากการลงทุนและการดำเนินธุรกิจด้วยการมีรากฐานและวางกลยุทธ์ธุรกิจตามหลักการณ์ ESG ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับรูปแบบและขนาดของบริษัทสตาร์ทอัพ รวมถึงยังสามารถ “ต่อยอด” ให้สตาร์ทอัพไทยมีความได้เปรียบทางการแข่งขันพร้อมเติบโตได้ไกลในตลาดทุนต่อไป

“เราเชื่อว่าหัวใจสำคัญที่จะทำให้ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพเติบโตได้อย่างยั่งยืนไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทุนเท่านั้น แต่ทักษะ องค์ความรู้ เครื่องมือด้านดิจิทัล โซลูชัน หรือแม้การเข้าถึงตลาดและฐานลูกค้า ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ดังนั้นการเติบโตแบบร่วมกันหรือ Partnership for Inclusive Growth จึงเป็นแนวทางการทำงานของ AIS The StartUp ที่ยืดถือมาโดยตลอด เพราะแนวทางดังกล่าวจะสามารถผลักดันให้ผู้ประกอบการมีรากฐานในการดำเนินธุรกิจที่แข็งแรง โดยเฉพาะการวางกลยุทธ์ด้าน ESG ที่มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะเป็นการลดความเสี่ยง เตรียมความพร้อม และเปิดประตูโอกาสการเข้าสู่ตลาดทุนและขยายขนาดการเติบโตขององค์กร (Scale up) ได้ต่อไป” ดร.ศรีหทัย กล่าวทิ้งท้าย

เมืองไทยประกันชีวิต จัดพิธีทำบุญครบรอบ 73 ปีก่อตั้งบริษัท

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จัดพิธีทำบุญครบรอบ 73 ปีการก่อตั้งบริษัทฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล ในการนี้ได้นิมนต์พระพรหมวชิราธิบดี  เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร  และคณะสงฆ์รวม 9 รูป ทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์   พร้อมจัดพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบริษัทฯ โดยมี นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ ประธานกรรมการ นางยุพา ล่ำซำ นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายภูมิชาย  ล่ำซำ ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และพนักงาน ร่วมในพิธี งานจัดขึ้น ณ เมืองไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่

ทั้งนี้ ในปี 2567 เมืองไทยประกันชีวิต ยังคงมุ่งมั่นในการเป็นบริษัทประกันชีวิตที่คอยส่งมอบความสุขและรอยยิ้มอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นคู่คิดด้านการวางแผนชีวิตและสุขภาพที่คุณวางใจ (No. 1 Most Trusted Partner in Life & Health Planning) ด้วยกลยุทธ์ “Happiness, Your Way เพราะความสุขคือทุกอย่าง…ความสุขสไตล์คุณคือที่สุดของทุกสิ่ง” ควบคู่ไปกับความตั้งใจในการสร้างการเข้าถึงได้ของประกันชีวิตให้กับทุก ๆ คนในสังคม (Democratizing Insurance)

ด้วยการเดินหน้าออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ รวมไปถึงนวัตกรรมที่ทันสมัย ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างได้อย่างเข้าใจ เข้าถึงได้จริง และใส่ใจทุกความหลากหลาย เพื่อเป็นส่วนช่วยให้ทุกคนได้ มีหลักประกันที่มั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ตามแนวนโยบายสำคัญของบริษัทฯ ที่ต้องการขับเคลื่อนองค์กรด้วยการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติสิ่งแวดล้อม (Environment)  มิติสังคม (Social) และมิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (Governance and Economy) หรือ ESG 

รู้เก็บรู้ออม : แก่แล้วไง มีตังค์ใช้

0

จบไปแล้วสำหรับกิจกรรมดีๆ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ กับการจัดงาน “จาก Aged Society สู่ Happy Young Old” เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเปิดเวทีพูดคุย แลกเปลี่ยน แนวคิดหลากหลายแง่มุมให้ผู้ที่เตรียมเกษียณหรือเกษียณแล้ว ได้เตรียมตัววางแผนสำหรับการใช้ชีวิตเกษียณอย่างมีความสุข กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Happy Money, Happy Young Old ปูนนี้ (ก็) มีใช้” เพื่อเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัยอย่างคุณภาพ

มีหลากมุมมองและหลายแนวคิดที่ “คุณนายพารวย” เห็นว่ามีประโยชน์ อยากนำมาถ่ายทอดต่อให้แฟนคอลัมน์ “รู้เก็บรู้ออมฯ” ได้อ่านกัน หัวข้อนึงที่น่าสนใจ คือ หลายคนมักคิดว่าตัวเองเตรียมเงินไว้ก่อนเกษียณเพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริง ไม่ใช่ว่าทุกคนจะบริหารเงินหลังเกษียณได้

ดร.เมธี จันทวิมล วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ตลาดหลักทรัพย์ฯ แนะเคล็ดลับวิธีบริหารจัดการเงินเพื่อเตรียมไว้หลังเกษียณดังนี้ 1.การประเมินค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ ให้พิจารณาว่า มีรายรับ เช่น เงินเกษียณ เงินประกันสังคม เพียงพอกับรายจ่ายหรือไม่ หรือสำรวจรายได้จากการลงทุน เช่น ดอกเบี้ยเงินฝาก หรือเงินปันผลจากการลงทุนอื่นๆ 2.นำเงินมาจัดสรรแบ่งใช้ตามช่วงเวลา ปี 1-2 เป็นช่วงของเงินสำรองที่ใช้ในช่วงแรก ปีที่ 3-10 เป็นช่วงของการนำเงินมาลงทุนเพื่อสร้างกระแสเงินสด และหลังปีที่ 10 เป็นการวางแผนการเงินเพื่อดูแลสุขภาพ และ 3.การทบทวนทรัพย์สิน ทรัพย์สินบางประเภทที่ต้องเสียภาษี ซึ่งจะกลายเป็นค่าใช้จ่าย จึงควรจัดสรรอย่างเหมาะสมเพื่อลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้

ด้าน ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานคณะกรรมการ บริษัท ชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม ได้พูดถึงเรื่องนี้ไว้ว่า การวางแผนชีวิตเกษียณสุขนั้น คือการเตรียมพร้อมก่อนเสียชีวิต ทรัพย์สินที่อาจเป็นภาระค่าใช้จ่ายในอนาคต เราสามารถนำมาขายเป็นเงินและนำไปลงทุนอย่างระมัดระวังเพื่อให้ได้ผลตอบแทนกลับมา

สำหรับการวางแผนการเงินเพื่อเกษียณอย่างมีสุข คุณวศิน วัฒนวรกิจกุล นายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย แนะให้แบ่งเงินเก็บ เป็น 5 ก้อน คือ ก้อนแรก เอาไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณช่วง 1-2 ปีแรก, ก้อนที่ 2 ใช้จ่ายช่วงปีที่ 3-5 โดยอาจลงทุนในตราสารหนี้, ก้อนที่ 3 เตรียมไว้ใช้จ่ายช่วงปีที่ 5-10 โดยลงทุนในหุ้น หรือสิ่งที่อาจมีความเสี่ยงและให้ผลตอบแทนระยะสั้น, ก้อนที่ 4 เตรียมไว้ใช้จ่ายช่วงปีที่ 11-20 ลงทุนสิ่งที่อาจมีความเสี่ยงและให้ผลตอบแทนระยะยาว ก้อนที่ 5 เงินสำรองฉุกเฉิน เก็บไว้โดยไม่นำมาใช้หลังเกษียณ หรือใช้ในเรื่องฉุกเฉิน อาจเป็นการทำประกันต่างๆ

คุณประสาน อิงคนันท์ เจ้าของเพจมนุษย์ต่างวัย นำเสนอมุมมองที่น่าสนใจว่า นอกจากการมีสุขภาพและการเงินที่ดี ผู้สูงอายุต้องมีความรู้ ทัศนคติที่ดี และทำให้ชีวิตมีคุณค่า เคารพตัวเอง มีอิสระ และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

โครงการ “Happy Money, Happy Young Old ปูนนี้ (ก็) มีใช้” แหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้มีความมั่นคงทางการเงินและพร้อมใช้ชีวิตวัยเกษียณอย่างมีความสุข ผู้สนใจวางแผนการเงินหรือผู้ใกล้เกษียณ เข้าร่วมโครงการได้ ดูรายละเอียดสแกน QR Code ได้เลย

“คุณนายพารวย” มั่นใจว่า ผู้เข้าร่วมงานจะได้ประโยชน์ และนำไปวางแผนหรือปรับแผนการเงินของตัวเอง คนที่มีเวลาเหลืออีกนานกว่าจะเกษียณ ยิ่งลงมือทำเร็วก็ยิ่งดีกับตัวเอง ส่วนคนที่ใกล้เกษียณ ก็มีความพร้อมและมั่นใจในการรับมือกับชีวิตหลังเกษียณได้แน่นอน

ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่งคั่ง"  หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

AIS ลุยจัดระเบียบสายสื่อสาร บนถนนอโศกมนตรี สุขุมวิท21

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (AIS) เดินหน้าร่วมกับ การไฟฟ้านครหลวง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรุงเทพมหานคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน ณ บริเวณถนน อโศกมนตรี ซอย สุขุมวิท 21 กรุงเทพฯ 

โดย AIS ได้ส่งทีมวิศวกรและทีมงานลงพื้นที่บริเวณดังกล่าว ร่วมดำเนินการรื้อถอนสายสื่อสาร เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุของประชาชนเป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างทัศนียภาพเมืองที่สวยงามอีกด้วย

เลือกซื้ออาหารสดอย่างไรให้ปลอดภัย ในฤดูร้อน

0

นักกำหนดอาหาร เตือนผู้บริโภคระมัดระวังการเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์และอาหารทะเลในช่วงฤดูร้อน โดยสังเกตจากลักษณะภายนอก กลิ่น สี เนื้อสัมผัส ย้ำควรซื้อจากผู้ผลิตที่มีมาตรฐานเชื่อถือได้ ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย มีตราสัญลักษณ์บนบรรจุภัณฑ์ ที่สำคัญให้เก็บรักษาในตู้เย็นที่อุณหภูมิเหมาะสม ป้องกันการเน่าเสีย

ดร.วนะพร ทองโฉม นักสุขศึกษา (นักกำหนดอาหารวิชาชีพ) งานสร้างเสริมสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ช่วงฤดูร้อน อุณหภูมิในประเทศไทยอาจสูงถึง 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป เหมาะแก่การเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรค ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้อาหารบูดเสียได้ง่าย การรับประทานอาหารและเลือกซื้ออาหารจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ที่สำคัญควรปรุงสุก และรับประทานหลังปรุงเสร็จใหม่

ดร.วนะพร ทองโฉม

สำหรับการเลือกซื้ออาหารสด ทั้งเนื้อสัตว์ อาหารทะเล และผักสดชนิดต่างๆ เป็นกลุ่มอาหารที่เน่าเสียได้ง่าย ผู้บริโภคต้องพิจารณาจากลักษณะภายนอก เช่น ความสด ความสะอาด กลิ่น สี เนื้อสัมผัส สภาพแวดล้อมของสถานที่จำหน่าย ควบคู่กับการสังเกตตราสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK” จากกรมปศุสัตว์ หรือฉลากรับรองมาตรฐานอาหารปลอดภัย และควรเลือกจากแหล่งจำหน่ายที่มีความน่าเชื่อถือ ได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานราชการ เช่น “ตลาดสด น่าซื้อ” ของกรมอนามัย “ตลาดนัดน่าซื้อ” หรือร้านอาหาร แผงลอย ที่ได้รับรองมาตรฐานด้วยตราสัญลักษณ์ อาหารสะอาด รสชาติอร่อย (Clean Food Good Taste)

ขณะเดียวกัน หากซื้อจากรถเร่จำหน่ายอาหารหรือรถพุ่มพวง ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เนื่องจากอาหารในรถเร่อาจมีการจัดเก็บที่ไม่ถูกหลักวิธี โดยเฉพาะเนื้อสัตว์และอาหารทะเล ซึ่งส่วนมากจะแช่น้ำแข็งในตู้แช่ ซึ่งอุณหภูมิอาจไม่อยู่ในระดับที่เหมาะสมในการรักษาคุณภาพ และความเย็นอาจไม่เพียงพอทั่วถึง เกิดการเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์ก่อโรค ทำให้เนื้อสัตว์เน่าเสียได้ ส่วนอาหารปรุงสำเร็จที่บรรจุใส่ถุงพลาสติกไว้ ให้สังเกตหากมีฟองก๊าซในถุงไม่ควรซื้อ และควรหลีกเลี่ยงอาหารหรือขนมที่มีส่วนผสมของกะทิ เนื่องจากบูดเสียได้ง่ายกว่าอาหารอื่น ๆ

“การซื้อเนื้อสัตว์ไม่ว่าจะตลาดสดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต ต้องคำนึงถึงอุณหภูมิที่วางขายเป็นสำคัญ ควรเก็บอยู่ในอุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียส กรณีต้องเดินทางเกินกว่า 2 ชั่วโมง ให้ใส่ในภาชนะที่เก็บความเย็นอย่างกระติกหรือถังน้ำแข็ง เมื่อถึงบ้านแนะนำให้ล้างเนื้อสัตว์และเก็บเข้าตู้เย็นในช่องแช่แข็งเพื่อช่วยรักษาเนื้อสัตว์ให้คงความสดได้นานยิ่งขึ้น” ดร.วนะพร กล่าว

หลักในการเลือกเนื้อสัตว์ “เนื้อหมู” มีสีอมชมพู ไม่แดงจัด “เป็ดหรือไก่” เนื้อหน้าอกแน่น หนังเป็นมัน บริเวณปีกหรือใต้ปีกไม่มีสีคล้ำ ไม่มีกลิ่นเหม็น หากเลือกซื้อเนื้อสัตว์ในบรรจุภัณฑ์ ให้สังเกตตราสัญลักษณ์รับรองมาตรฐานว่าผ่านเกณฑ์อาหารปลอดภัย ดูวันผลิตและวันหมดอายุ ที่สำคัญหากยังไม่รับประทานทันที ควรใส่ในภาชนะที่ปิดมิดชิดและเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม คือ ต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียส ในช่องแช่เย็นหรือแช่แข็งในตู้เย็น และควรแบ่งประเภทของเนื้อสัตว์ เว้นช่องว่างในการแช่เพื่อให้อุณภูมิความเย็นเข้าถึง ช่วยยืดอายุของการเก็บรักษาได้นานยิ่งขึ้น

สำหรับอาหารทะเล เลือกที่สด ไม่มีสีและกลิ่นที่ผิดปกติ โดยสังเกตจากลักษณะภายนอก “ปลา” เลือกที่มีเหงือกสีแดง ไม่เขียวคล้ำ หนังปลาเป็นมันเงา เนื้อแน่น กดไม่บุ๋ม ไม่มีกลิ่นคาว ตาใส ไม่ช้ำเลือดหรือขุ่นเป็นสีเทา “ปู” เลือกปูที่ยังไม่ตาย ตาใส และขาต้องติดตัวปูครบทุกขา “กุ้ง” เลือกเนื้อแน่น ไม่มีกลิ่นคาวเหม็นคล้ายกลิ่นแอมโมเนีย ครีบและหางต้องเป็นมันสดใส หัวกับตัวยังติดกันแน่น เพราะกุ้งที่ไม่สดหัวจะไม่ติดกับตัว

เมื่อซื้ออาหารทะเลมาแล้วและยังไม่นำมาปรุงกินทันที ควรล้างทำความสะอาดแยกเก็บใส่ตู้เย็นในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิติดลบ เพื่อชะลอการเน่าเสีย หากแช่ในอุณหภูมิ -1 ถึง 1 องศาเซลเซียส ระยะเวลาในการเก็บจะอยู่ที่ 1-2 วัน และก่อนนำมาปรุงอาหารต้องล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ที่สำคัญเน้นปรุงสุกด้วยความร้อน หลีกเลี่ยงการกินแบบดิบ หรือ สุก ๆ ดิบ ๆ เพื่อลดความเสี่ยงโรคอาหารเป็นพิษ และอุจจาระร่วง

“ไข่ไก่” ควรเก็บไข่ไว้ในตู้เย็นที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส ในช่องวางไข่ เพื่อป้องกันการกระแทก โดยให้ด้านแหลมลง ด้านป้านขึ้น เนื่องจากบริเวณด้านป้านจะมีฟองอากาศอยู่ด้านใน เมื่อพลิกไข่ขึ้นด้านบน จะทำให้ไข่แดงไม่แตกเร็ว และยังสามารถช่วยยืดอายุไข่ให้เก็บไว้ได้นานขึ้น

ไข่ที่ซื้อมาจากตลาดสดที่มีคราบเปรอะให้เช็ดทำความสะอาดก่อนนำเข้าแช่ในตู้เย็น ไม่แนะนำให้ล้างเพราะการล้างจะทำให้สารเคลือบผิวไข่ที่รักษาความสดของไข่หายไป ส่งผลให้แบคทีเรียสามารถเข้าไปในไข่ได้ง่าย เป็นสาเหตุทำให้ไข่เสียเร็วขึ้น หากไข่มีรอยร้าวหรือแตกไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะเชื้อโรคที่เปลือกไข่อาจเข้าไปในไข่ได้ ให้ตอกใส่ภาชนะที่มีฝาปิดสนิทแล้วแช่ตู้เย็นจะทำให้เก็บได้นานขึ้น

สำหรับผู้ประกอบการที่ใช้เนื้อสัตว์จำนวนมาก ให้เลือกซื้อจากร้านที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการผลิตจากกรมปศุสัตว์ รวมถึงเนื้อสัตว์แปรรูปต่างๆ เช่น ไส้กรอก ลูกชิ้น เลือกจากร้านหรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการรับรองมาตรฐานอาหารปลอดภัย และเก็บรักษาในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียส ไม่ควรซื้อมาสต็อกไว้เป็นจำนวนมากเพราะมีโอกาสที่จะเน่าเสียได้

เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัวแคมเปญ “MTL ประกันดีดีที่ใส่ใจ…ทุกความหลากหลาย”

0

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต มีความมุ่งมั่นในการสร้างการเข้าถึงได้ของประกันชีวิตให้กับทุกๆ คนในสังคม(Democratizing Insurance) พร้อมเดินหน้าออกแบบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างได้อย่างเข้าใจ และเข้าถึงได้จริง เพื่อเป็นส่วนช่วยให้ทุกคนได้ มีหลักประกันที่มั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ตามแนวนโยบายสำคัญของบริษัทฯ ที่ต้องการขับเคลื่อนองค์กรด้วยการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติสิ่งแวดล้อม (Environment) มิติสังคม (Social) และมิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (Governance and Economy) หรือ ESG เพื่อสร้างความสุข และรอยยิ้มแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย

และเพื่อเป็นการตอกย้ำเป้าหมายที่ต้องการให้ประกันชีวิตเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายในสังคม ล่าสุด บริษัทฯ จึงได้เปิดตัวแคมเปญ “MTL ประกันดีดีที่ใส่ใจ…ทุกความหลากหลาย จากเมืองไทยประกันชีวิต” เพราะ “ทุกคน” มีความเป็นตัวเอง ที่ไม่เหมือนกัน เมืองไทยประกันชีวิต จึงได้ออกแบบแผนประกันสำหรับทุกความต้องการเลือกได้ทั้งแบบประกันที่ดูแลเรื่องความคุ้มครองชีวิต หรือความคุ้มครองสุขภาพที่เลือกได้ในแบบที่เป็นคุณ ไม่ว่าจะเป็น

· ShieldLife ประกันชีวิตที่ให้คุณเลือกทุนประกันเองได้ จ่ายเบี้ยสั้นหรือยาวก็เลือกได้ตามต้องการส่งต่อหลักประกันในวันที่คุณไม่อยู่

· ดี เฮลท์ พลัส (D Health Plus) ความคุ้มครองสุขภาพที่เหมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามจริง 1-5 ล้านบาทต่อการรักษาครั้งใดครั้งหนึ่ง คุ้มครองกรณีแอดมิตทั้ง โรคทั่วไป โรคร้ายแรง รวมถึงการรักษาฟื้นฟูต่อเนื่องกรณีผู้ป่วยนอก ครอบคลุมทั้งค่าห้องเดี่ยวมาตรฐานทุกโรงพยาบาล ค่าหมอ ค่ายา ค่าตรวจ ค่าผ่าตัด ค่ากายภาพบำบัด อีกทั้งจะผ่าตัดเล็กหรือใหญ่ หรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ภายใน 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องนอนก็คุ้มครอง และสามารถเลือกพลัสความคุ้มครองเพิ่มได้ตามความต้องการ

· อีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) ความคุ้มครองสุขภาพ ที่สามารถเลือกวงเงินค่ารักษาพยาบาลตามจริงสูงถึง 20 -100 ล้านบาทต่อปี คุ้มครองกรณีแอดมิตทั้ง โรคทั่วไป โรคร้ายแรง สามารถเข้าถึงการวินิจฉัยโรคด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่าง CT Scan , MRI , PET Scan , การฟอกไต โดยไม่ต้องแอดมิต หากเป็นโรคร้ายอย่าง มะเร็ง สามารถเลือกรักษาด้วยเทคโนโลยี Immunotherapy , Targeted Therapy ได้ครอบคลุมการรักษาทั้งผู้ป่วยใน (IPD) ที่คุ้มครองห้องเดี่ยวมาตรฐานได้ทุกโรงพยาบาล และผู้ป่วยนอก (OPD) (1) ตามแผนความคุ้มครอง นอกจากนี้ยังสามารถเลือกเข้ารับการรักษาได้ทุกโรงพยาบาลทั่วโลก(2)

· เหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า เริ่มแผนดูแลสุขภาพแบบสบายกระเป๋า จ่ายเบี้ยไม่แพง แต่รับความคุ้มครองกรณีแอดมิต ครอบคลุมทั้งโรคร้ายแรง โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ เหมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามจริง 2-5 แสนบาทต่อการรักษาครั้งใดครั้งหนึ่ง หมดกังวลถ้าต้องแอดมิต ด้วยความคุ้มครองค่าห้องสูงสุด 4,000 บาทต่อวัน(3) และรับเพิ่ม 2 เท่า หากเข้าพักในห้อง ICU แม้จะเพิ่งเริ่มต้นทำงานหรือไม่มีสวัสดิการก็อุ่นใจ

ทั้งนี้ แผนความคุ้มครองสุขภาพ ดี เฮลท์ พลัส, อีลิท เฮลท์ พลัส และเหมาจ่าย Extra สมัครได้ตั้งแต่อายุ 11 ปี – 90 ปี คุ้มครองยาวๆ ถึงอายุ 99 ปี และเบี้ยประกันภัยยังสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา(4)

นอกจากนี้ เมืองไทยประกันชีวิต ยังได้ถ่ายทอดถึงเรื่องราว “ความหลากหลาย” ในแคมเปญ “MTL ประกันดีดีที่ใส่ใจ…ทุกความหลากหลาย จากเมืองไทยประกันชีวิต” ผ่านเรื่องราวของคน 14 คน 14 ความแตกต่างที่จะมาร่วมกันหาตรงกลางเพื่อเข้าใจกันมากกว่าเดิม ทั้งฟรีแลนช์กับพนักงานประจำ คนชอบเที่ยวกับคนติดบ้าน สาวโสดกับคุณแม่ลูกสอง ลูกน้องกับเจ้านาย หนุ่มโสดที่รักตัวเองกับคู่รักที่อยากดูแลกัน คน Gen Z ที่ชอบใช้ชีวิตแบบดิจิทัลกับ คน Gen X และคนเคยแข็งแรงกับคนที่แข็งแรงเตรียมพร้อมไว้ก่อน เพื่อให้เห็นถึงมุมมอง ความเป็นตัวเองของแต่ละคนได้อย่างชัดเจน โดยสามารถติดตามทุกเรื่องราวความหลากหลาย จากเมืองไทยประกันชีวิต ได้ที่ เว็บไซต์ www.muangthai.co.th, YouTube, Facebook, Instagram, X , LINE Official Account และ TikTok ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 เป็นต้นไป

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์แคมเปญ “MTL ประกันดีดีที่ใส่ใจ…ทุกความหลากหลาย จากเมืองไทย ประกันชีวิต” สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.muangthai.co.th หรือโทร.1766 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดต่อตัวแทนจากเมืองไทยประกันชีวิตทั่วประเทศ หรือ สาขา ธนาคารกสิกรไทย และ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

กสทช.- AIS เตือนลูกค้าที่ถือครองเลขหมายตั้งแต่ 6 เบอร์ขึ้นไป ตัองยืนยันตัวตนภายใน 13 ก.ค. 67 ก่อนถูกระงับ

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากความร่วมมือระหว่าง AIS และ กสทช. ในการป้องกันประชาชนจากแก๊งมิจฉาชีพ ผ่านการเชิญชวนให้ลูกค้าที่ถือครองเลขหมายตั้งแต่  6 เบอร์ขึ้นไป เข้ามาดำเนินการยืนยันตัวตน เพื่อลดความเสี่ยงจากอาชญากรรมออนไลน์  ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความร่วมมือจากลูกค้าเป็นอย่างดีนั้น  ล่าสุด พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร   เพราะสุนทร กสทช. (ด้านกฎหมาย) ได้ติดตามความคืบหน้าการยืนยันตัวตนของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มของ ลูกค้าที่มีจำนวนเลขหมายที่ถือครองตั้งแต่ 6 – 100 เบอร์ ซึ่งจะครบกำหนดที่ต้องเข้ามายืนยันตัวตนภายในวันที่ 13 กรกฎาคม 2567 โดยเยี่ยมชมการทำงานของ AIS Shop สาขา สยามพารากอน และมีนายวรุณเทพ วัชราภรณ์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจสัมพันธ์ AIS เป็นตัวแทนต้อนรับ พร้อมกล่าวว่า “เราได้อัปเดตความคืบหน้าการยืนยันตัวตนของลูกค้ากับ AIS ให้ กสทช.ทราบอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในอันที่จะช่วยกันป้องกันประชาชนจากอาชญากรรมทางออนไลน์ให้บรรลุตามเจตนารมณ์ร่วมกัน”

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา AIS ได้มีการแจ้งเตือนไปยังหมายเลขที่ต้องเข้ามาดำเนินการยืนยันตัวตนทุกเบอร์ ผ่านวิธีการต่าง ๆ ได้แก่ การส่ง SMS ด้วย Sender “AIS” (ไม่มี link แนบ), แจ้งเตือนทางโทรศัพท์  (ด้วยเบอร์ 1175, 1148 ) และเสียงแจ้งเตือนเมื่อโทรออก เพื่อเป็นการรักษาสิทธิและป้องกันการถูกระงับใช้งานชั่วคราว  ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถยืนยันตัวตนได้ ผ่าน AIS Shop, AIS Telewiz  และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองผ่าน 2 ช่องทาง 1. กด*161*2*เลขบัตรประชาชน# โทรออก ฟรี (รอรับ SMS ทำตามขั้นตอน)    2. ผ่านแอป myAIS (สำหรับลูกค้าระบบเติมเงิน) 3. เว็บไซต์ http://kyc.cloud.ais.th/repi

         หากลูกค้าไม่ได้ดำเนินการยืนยันตัวตนภายใน 13 กรกฎาคม 2567 เพื่อความปลอดภัยจากการถูกมิจฉาชีพลักลอบนำเบอร์ไปใช้ บริษัทฯ จะดำเนินการระงับการใช้งานชั่วคราวตามประกาศ กสทช. โดยจะยังคงรับสายและ              ใช้เน็ตเข้า AIS Website และ แอป myAIS ได้ แต่ไม่สามารถโทรออกได้ (สามารถโทรหมายเลข Emergency และ AIS Call Center ได้) โดยลูกค้าสามารถมายืนยันตัวตนเพื่อเปิดการใช้งานได้ผ่านช่องทางข้างต้น สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ais.th/consumers/lifestyle/blog/public-relations/identity-verification-policy-for-user-registration