Home Blog Page 122

เมืองไทยประกันชีวิต ผนึก ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป เปิดแอปฯ “MorDee” ให้ลูกค้าประกันพบหมอออนไลน์

0

เมืองไทยประกันชีวิต ขยายความสุขและรอยยิ้มให้ลูกค้า จับมือ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ผู้นำบริการดิจิทัลครบวงจร ในเครือทรู คอร์ปอเรชั่น ส่งทีมแพทย์ MorDee (หมอดี) ดูแลสุขภาพลูกค้าประกันกลุ่มถึงบ้าน เพิ่มช่องทางบริการพบแพทย์ออนไลน์ สำหรับลูกค้าประกันกลุ่มที่มีความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยนอก (OPD) สามารถปรึกษาแพทย์ผ่านแอปพลิเคชัน “MorDee” (หมอดี) รับสิทธิ์เคลมค่าแพทย์ ค่ายาได้ทันที  โดยไม่ต้องสำรองจ่าย  พร้อมฟรีค่าบริการส่งยาถึงบ้านทั่วประเทศ สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ให้บริการโดยทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจากสถาบันการแพทย์ชั้นนำกว่า 500 คน ครอบคลุมทุกเรื่องสุขภาพกว่า 20 สาขา ดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องทุกที่ ทุกเวลา บนทุกสมาร์ทดีไวซ์ ได้แล้ววันนี้ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “MorDee” แล้วลงทะเบียนและเชื่อมสิทธิ์ เลือก “เมืองไทยประกันชีวิต”

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต ยังคงเดินหน้าส่งมอบความสุขและรอยยิ้มที่ยั่งยืนให้กับลูกค้าอย่างไม่หยุดยั้ง ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ นวัตกรรม และเครือข่ายพันธมิตรที่ครอบคลุมทุกรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างเข้าใจ เพื่อสร้างความอุ่นใจและเติมเต็มชีวิตให้มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี  ภายใต้นโยบาย “Happiness, Your Way เพราะความสุขคือทุกอย่าง…ความสุขสไตล์คุณคือที่สุดของทุกสิ่ง” ในฐานะคู่คิดด้านการวางแผนชีวิตและสุขภาพที่คุณวางใจพร้อมก้าวเคียงคู่ในทุกช่วงจังหวะของชีวิต

ล่าสุด เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมกับ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป  เพิ่มช่องทางบริการพบแพทย์ออนไลน์ (Telemedicine) สำหรับลูกค้าประกันกลุ่มที่มีความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยนอก (OPD) สามารถพบแพทย์ได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านแอปพลิเคชัน MorDee” (หมอดี)  รับสิทธิ์เคลมค่าแพทย์ ค่ายาได้ทันที โดยไม่ต้องสำรองจ่าย ภายใต้วงเงินความคุ้มครองตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัย พร้อมฟรีค่าบริการส่งยาถึงบ้านทั่วไทย เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “MorDee” แล้วลงทะเบียนเพื่อเริ่มต้นใช้งาน จากนั้นทำการเชื่อมสิทธิ์โดยเลือกเมืองไทยประกันชีวิตและกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ยืนยันตัวตน ค้นหาแผนกที่ต้องการพบแพทย์ เลือกแพทย์ที่ต้องการปรึกษา ทำการนัดหมาย เคลมประกันเลือกสิทธิ์เมืองไทยประกันชีวิต จากนั้นพบแพทย์ตามนัดและรอรับยาที่บ้าน รวดเร็ว ปลอดภัย เป็นส่วนตัวได้ในบรรยากาศที่สะดวกสบายในบ้านหรือที่ทำงาน

นายณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ กรรมการบริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น และ ประธานกรรมการ บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่าเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำแอปพลิเคชัน MorDee (หมอดี) ซึ่งพัฒนาโดย ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ช่วยดูแลสุขภาพของลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิต นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ทรู คอร์ปอเรชั่น บริษัทโทรคมนาคม-เทคโนโลยีชั้นนำของประเทศไทย ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเติมเต็มวิถีชีวิตคนไทยให้ดีขึ้นในทุกวัน  ควบคู่กับความตั้งใจของ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ที่จะส่งเสริมการเข้าถึงบริการดิจิทัลของคนไทย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตครอบคลุมทุกมิติ ทั้งความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการใช้ชีวิต ตลอดจนการดูแลสุขภาพแบบยั่งยืน ความร่วมมือกับเมืองไทยประกันชีวิตในครั้งนี้ไม่เพียงเติมเต็มวิสัยทัศน์ของ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ในการนำแอปพลิเคชัน MorDee (หมอดี)  สนับสนุนให้คนไทย
ทั่วประเทศสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ผ่านระบบออนไลน์ (Telemedicine) แต่ยังเป็นการขยายโอกาสในการดูแลสุขภาพแบบยั่งยืนสำหรับลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิต ผ่านแอปพลิเคชัน MorDee (หมอดี) เทคโนโลยีการพบแพทย์ออนไลน์ ปรึกษาปัญหาสุขภาพทั้งกายและใจได้ทุกที่ ทุกเวลา บนทุกสมาร์ทดีไวซ์ รักษา รับยา
เคลมประกันได้สะดวก ง่าย และปลอดภัย ในแอปฯ เดียว”

“เราพัฒนานวัตกรรม HealthTech โดยผนวกเทคโนโลยีดิจิทัลกับความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ ทำให้วันนี้แอปพลิเคชัน MorDee พัฒนาไปมากกว่าบริการพบแพทย์ออนไลน์ แต่เป็นแพลตฟอร์มดูแลสุขภาพอัจฉริยะที่ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นแบบยั่งยืนของคนไทย เริ่มตั้งแต่การดูแล ป้องกัน (Preventive Healthcare) อาทิ บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ เช็กสุขภาพเบื้องต้น และการดูแลสุขภาพแบบยั่งยืนโดยนักโภชนาการ   การปรึกษาปัญหาสุขภาพกายและใจ วิเคราะห์และรักษาโรคต่างๆ รวมถึงโรคเรื้อรัง และการฟื้นฟูสุขภาพ ให้บริการโดยทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจากสถาบันการแพทย์ชั้นนำกว่า 500 คน ครอบคลุมทุกเรื่องสุขภาพกว่า 20 สาขา พร้อมบริการส่งยาถึงบ้านทั่วไทย อำนวยความสะดวกให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง ทุกเวลา จากทุกที่ทั่วประเทศ พร้อมมั่นใจได้ในข้อมูลประวัติการรักษาส่วนบุคคลและมีความปลอดภัยของข้อมูลขั้นสูง” นายณัฐวุฒิ กล่าวเสริม

“ความร่วมมือในครั้งนี้  ถือเป็นส่วนหนึ่งในการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรด้วยการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งมิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย พร้อมส่งมอบความสุขและรอยยิ้มด้วยการเพิ่มทางเลือกด้านการดูแลสุขภาพที่ตอบโจทย์       ความต้องการที่เหมาะกับยุคปัจจุบัน และสนับสนุนการสร้างสุขภาพดีอย่างยั่งยืนให้กับทุกคน”  นายสาระ กล่าว

สำหรับลูกค้าประกันกลุ่มที่มีความคุ้มครองแบบผู้ป่วยนอก (OPD) ของเมืองไทยประกันชีวิตที่สนใจปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน MorDee สามารถตรวจสอบเงื่อนไขและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่Line OA: @mordeeapp  หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MorDee ได้ที่ https://mordeeapp.com

AIS แจ้งผลประกอบการไตรมาส 2/2567 กำไรสุทธิ 8.5 พันล้านบาท

0
AIS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2567 ทำรายได้รวมอยู่ที่ 51,332 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 8,577 ล้านบาท จากการมุ่งเน้นคุณภาพ ส่งมอบบริการที่หลากหลายและตรงตามความต้องการของลูกค้า รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงเป้าหมายการดำเนินงานผ่านการลงทุนอย่างต่อเนื่องภายใต้งบประมาณ 25,000-26,000 ล้านบาท ที่มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลทั้งโครงข่าย 5G, อินเทอร์เน็ตบ้าน และบริการดิจิทัลไลฟ์ให้มีความพร้อมต่อการเติบโตของตลาดรองรับพฤติกรรมของลูกค้าทุกกลุ่ม พร้อมขับเคลื่อนตามวิสัยทัศน์การเป็น Cognitive Tech-Co หรือองค์กรเทคโนโลยีโทรคมนาคมอัจฉริยะ

ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยังคงได้รับปัจจัยบวกมาจากการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวและสัมผัสมรดกวัฒนธรรมของไทยส่งผลให้ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่ที่ 45.7 ล้านเลขหมาย โดยผู้ใช้งาน 5G ยังคงเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 10.6 ล้านเลขหมาย เติบโตขึ้น 36% จากไตรมาส 2 ปีก่อน อีกทั้ง AIS สามารถให้บริการ 5G ได้ครอบคลุมแล้วกว่า 95% ของพื้นที่ประชากร ด้วยการถือครองคลื่นความถี่มากที่สุด ครบทั้งย่านความถี่ต่ำ กลาง และสูง ที่ครอบคลุมการให้บริการในทุกรูปแบบ

ธุรกิจบรอดแบนด์ ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ภายใต้ AIS 3BB FIBRE3 อยู่ที่ 4.9 ล้านราย เติบโตขึ้น 66,900 ราย โดยสามารถทำรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการรับรู้รายได้ของ 3BB FIBRE3 และการนำเสนอสินค้าและบริการด้วยนวัตกรรมบรอดแบนด์ไฟเบอร์ที่มากกว่าเน็ตบ้าน ตอบโจทย์ทุกบ้าน ทุกธุรกิจ

ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร สร้างการเติบโต 14% สอดคล้องกับการขับเคลื่อนดิจิทัลขององค์กรทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรมของไทย ประกอบกับความมุ่งมั่นในการนำขีดความสามารถของโครงข่ายอัจฉริยะเข้าเชื่อมต่อการทำงานกับภาคธุรกิจ เพื่อยกระดับศักยภาพการทำงานขององค์กรต่างๆ ดังเช่นการประกาศแผนความร่วมมือครั้งสำคัญกับผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ระดับโลก Oracle Alloy เปิดตัวบริการ AIS Cloud ทำให้ประเทศไทยมีบริการคลาวด์ระดับ Hyperscale Cloud ที่จะพร้อมให้บริการในไตรมาส 1 ปี 2568 เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในไทย

เอเลี่ยนสปีชี่ส์…ในประเทศไทย ไม่เฉพาะแต่ปลาหมอคางดำ

0

บทความโดย สมชาย เศรษฐสกุล ผู้ชำนาญการด้านสัตว์น้ำ

จากกรณีล่าสุดที่มีการพบเห็นปลาช่อนอเมซอนขนาดใหญ่ อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติในประเทศไทย ปลาชนิดนี้ได้ชื่อว่าเป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ชื่อ ปลาอะราไพม่า ด้วยมีแหล่งกำเนิดในแม่น้ำอเมซอน จึงนิยมเรียกกันในภาษาไทยว่า ปลาช่อนยักษ์อเมซอน เป็นปลาที่สามารถกินปลาและสัตว์น้ำท้องถิ่นได้ทีละจำนวนมาก และด้วยขนาดที่ใหญ่ จึงเป็นผู้ล่าในจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร แทบไม่มีสัตว์ผู้ล่าชนิดอื่นมาคอยควบคุม การแพร่ระบาดของปลาช่อนยักษ์อเมซอนในแหล่งน้ำของไทยหลายพื้นที่ เป็นอีกตัวอย่างที่ชัดเจนของปัญหาการรุกรานของสัตว์น้ำต่างถิ่นหรือเอเลี่ยนสปีชีส์ในประเทศไทย

ไม่เพียงแต่ปลาช่อนอเมซอน หรือปลาหมอคางดำ ที่เป็นกระแสอยู่ในปัจจุบัน ในประเทศไทยยังพบปลาสายพันธุ์ต่างถิ่นอื่นๆ อีกหลายชนิด เช่น ปลาซัคเกอร์ ปลาหมอมายัน ปลาหมอบัตเตอร์ และปลาดุกบิ๊กอุย ที่ถูกนำเข้ามาเลี้ยงในไทยอย่าง แล้วหลุดออกสู่ธรรมชาติ ปลาต่างถิ่นเหล่านี้ รวมถึงปลาหมอคางดำ มีผู้ประกอบการหลายรายนำเข้ามาสู่ประเทศอย่างผิดกฎหมาย จึงยากที่จะทราบต้นตอที่ชัดเจนและจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างมหาศาล

หนึ่งในปลาเอเลี่ยนที่ระบาดมากที่สุดชนิดหนึ่งคือ ปลาซัคเกอร์ ซึ่งถูกนำเข้ามาเพื่อทำความสะอาดตู้ปลาสวยงาม อย่างไรก็ตามด้วยนิสัยดุร้าย ทนต่อสภาพแวดล้อมและการแพร่พันธุ์เร็ว นอกจากนี้ ยังมีปลาหมอต่างถิ่นต้องห้ามอีกสองชนิด ที่พบในแหล่งน้ำสำคัญของไทย เป็นสายพันธุ์ที่ถูกประกาศห้ามนำเข้าและห้ามเลี้ยงเช่นเดียวกับปลาหมอคางดำ ได้แก่ ปลาหมอมายัน และปลาหมอบัตเตอร์ ซึ่งในปัจจุบันปลา 2 ชนิดก็รุกรานและเป็นอันตรายกับปลาท้องถิ่น อย่างปลาหมอมายัน มีนิสัยดุร้ายและหวงถิ่น และปลาหมอบัตเตอร์ ก็แพร่พันธุ์เร็วไม่แพ้ปลาหมอคางดำและมีนิสัยกินทุกอย่าง ทั้งปลาหมอมายัน และปลาหมอบัตเตอร์ก็กินปลาขนาดเล็กและไข่ปลา ทำให้ปลาพื้นบ้านและสัตว์น้ำในธรรมชาติมีจำนวนลดน้อยลง จนกังวลว่าจะทำให้สัตว์น้ำประจำถิ่นสูญพันธุ์ ส่วนปลาดุกอัฟริกัน หรือที่เรียกกันว่าบิ๊กอุย กินพืชและสัตว์ขนาดเล็กหลากหลายชนิด ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศเพราะเบียดเบียนสัตว์น้ำท้องถิ่นด้วยการแย่งอาหารและที่อยู่อาศัย

การระบาดของเอเลี่ยนสปีชี่ส์ในประเทศไทยส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ ทั้งการทำลายสัตว์น้ำท้องถิ่น การเสียสมดุลของระบบนิเวศ อาชีพประมง และการใช้ทรัพยากรในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น การมีอยู่ของปลาต่างถิ่นหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงปลาต้องห้ามในแหล่งน้ำธรรมชาติในหลายพื้นที่ของไทยจึงเป็นตัวบ่งชี้ว่าเกิดช่องโหว่ในกำกับดูแลการนำเข้าและการบริหารจัดการปลาเอเลี่ยนสปีชีส์ของไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมและจัดการอย่างเคร่งครัดไม่ต่างจากปลาหมอคางดำ เพื่อป้องกันไม่ให้เอเลี่ยนสปีชีส์เหล่านี้แพร่พันธุ์และสร้างความเสียหายเพิ่มเติมในอนาคต.

ซีพีเอฟ-ประมงเพชรบุรี ชวนปชช. ลงแขกลงคลอง จับปลาหมอคางดำ

0

ซีพีเอฟ-ประมงเพชรบุรี ชวนปชช.ลงแขกลงคลอง จับปลาหมอคางดำ แต่ยังพบปลากระบอกร่วม 200 กก. ในพื้นที่คลองอีแอด

สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรี ผนึกกำลังกับชุมชน เกษตรกร ชาวประมง และเอกชน จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ช่วยกันจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำในบริเวณคลองอีแอด ในตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี สามารถจับปลาหมอคางดำได้กว่า 400 กิโลกรัม และยังจับปลากระบอกได้ด้วยอีกร่วม 200 กิโลกรัม ช่วยสะท้อนว่าระบบนิเวศในคลองอีแอดยังมีความอุดมสมบูรณ์

ภายในกิจกรรมลงแขก-ลงคลอง มีนายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมประมง เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมกับนายสมบุญ ธัญญาผล ผู้ตรวจราชการกรมประมง ว่าที่ร้อยตรี ธีระพล โชคนำชัย นายอำเภอบ้านแหลม รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกรมประมง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชาวประมง ผู้นำชุมชนและตัวแทนจากภาคเอกชนกว่า 150 คนร่วมไม้ร่วมมือกันช่วยกันจับปลาในคลองอีแอด และกิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ประมงจังหวัดเพชรบุรีได้รับการสนับสนุนอาหารว่าง เครื่องดื่มชูกำลังและน้ำดื่มจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สำหรับแจกจ่ายให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย

นายประจวบ เจี้ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมลงแขกลงคลอง เพื่อปลาหมอคางดำ ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า) เพื่อแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำในพื้นที่ให้สำเร็จอย่างเร่งด่วน และเป็นรูปธรรม โดยในวันนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทุกภาคส่วนช่วยกันใช้อวนและแหจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำกันอย่างคึกคัก ในวันนี้สามารถจับปลาหมอคางดำได้ถึง 419 กิโลกรัมและได้ส่งมอบให้สถานีพัฒนาที่ดินเพชรบุรี เพื่อนำไปทำเป็นน้ำหมักชีวภาพต่อไป และยังจับปลากระบอกได้ 193 กิโลกรัม ซึ่งสามารถดำรงชีวิตและขยายพันธุ์ได้

“การจับได้ปลากระบอกในวันนี้ อาจแสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำธรรมชาติและสัตว์น้ำท้องถิ่น เช่น ปลากระบอก ยังสามารถดำรงชีวิตและขยายพันธุ์ได้ สำหรับปลาหมอคางดำที่จับได้ทั้งหมดมอบให้สถานีพัฒนาที่ดินเพชรบุรี เพื่อนำไปทำเป็นน้ำหมักชีวภาพต่อไป ส่วนปลากระบอกได้แบ่งปันให้ประชาชนและส่วนหนึ่งนำมาปรุงเป็นอาหารแจกจ่ายให้ผู้ร่วมกิจกรรม” ประมงจังหวัดเพชรบุรีกล่าว

ด้านนายอดิศร์ กฤษณวงศ์ ผู้บริหารสูงสุดสายงานรัฐกิจและเอกชนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ในวันนี้ ซีพีเอฟนำอาหารและเครื่องดื่มมาสนับสนุนให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมลงแขก-ลงคลอง ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางความร่วมมือ 5 โครงการกับหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ ร่วมกับกรมประมงสนับสนุนการรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อผลิตเป็นปลาป่น สนับสนุนปล่อยปลาผู้ล่าลงสู่แหล่งน้ำ สนับสนุนภาครัฐและชุมชนจัดกิจกรรมจับปลา ร่วมกับสถาบันการศึกษานำปลาหมอคางดำพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร และร่วมทำวิจัยกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาแนวทางควบคุมประชากรปลาหมอคางดำในระยะยาว นอกจากนี้ บริษัทได้มีการประสานงานกับกรมประมงอย่างใกล้ชิดในการติดตามผลการจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง.

สัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ จัดกิจกรรม วันสัตวแพทย์ไทย

0

นายสัตวแพทย์ปราโมทย์ ตาฬวัฒน์ นายกสัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานเปิดงาน “วันสัตวแพทย์ไทย” ซึ่งตรงกับวันที่ 4 สิงหาคม ของทุกปี โดยได้รับเกียรติจาก นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ มาร่วมงานในฐานะภาคีเครือข่ายและเจ้าของสถานที่ ณ กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพฯ

ภายในงานมีการจัดกิจกรรมหลายด้าน อาทิ เปิดให้ประชาชนนำสัตว์เลี้ยง ได้แก่ สุนัขและแมว มารับบริการ ผ่าตัดทำหมัน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า รับยาป้องกันเห็บหมัด ฝังไมโครชิพ ปรึกษาปัญหาสุขภาพสัตว์เลี้ยง และรับอาหารสุนัข แมว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ในปีนี้นับเป็นโอกาสดีในการ KICK OFF ก้าวสู่ปีที่ 77 สัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ โดยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนนโยบาย “ปรับ-เปลี่ยน” บทบาทรอบด้านสอดรับเทคโนโลยีทันสมัยและความต้องการหลากหลายของสังคม มุ่งส่งเสริมและตระหนักถึงบทบาทความสำคัญของวิชาชีพการสัตวแพทย์ ซึ่งเป็นอาชีพที่มีความสำคัญอย่างมาก ตลอดจนการป้องกันดูแลและรักษาสุขภาพของสัตว์ รวมถึงการสร้างมาตรฐานของเนื้อสัตว์ที่บริโภคให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล.

AIS ร่วมกับ การบินไทย มอบส่วนลด SIM2Fly 5G ให้ลูกค้า ฉลองเส้นทางบิน ออสโล – นอร์เวย์ และ มิลาน – อิตาลี 

0

AIS จับมือ การบินไทย มอบประสบการณ์ให้ลูกค้าไม่พลาดทุกรูปแบบการติดต่อสื่อสาร ทั้งการโพสต์ โหลด แชร์ พร้อมร่วมฉลองการกลับมาของเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญในดวงใจ อย่าง ออสโล – นอร์เวย์ และ มิลาน – อิตาลี ด้วยการมอบส่วนลดพิเศษจากบริการ SIM2Fly 5G ซิมโรมมิ่งสำหรับใช้งานในต่างประเทศ มูลค่า 100 บาท ให้กับลูกค้าที่เดินทางไปยังเส้นทางดังกล่าว ให้สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้เต็มสปีด ครอบคลุม และคุ้มค่า มอบความสุขให้ลูกค้าระหว่างเดินทางท่องเที่ยวอย่างดีที่สุด

นางเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าพรีเพด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS กล่าวว่า ” ในฐานะผู้นำด้านบริการดิจิทัลและผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณที่ดีที่สุดและครอบคลุมประเทศต่างๆ ทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง เรามุ่งพัฒนาและขยายเครือข่ายสัญญาณ 5G ทั้งในประเทศและจับมือกับพันธมิตรทุกทวีป ทั่วโลก กว่า 100 ประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าสำหรับการสื่อสารในทุกมิติ  โดยครั้งนี้เราได้ร่วมมือกับ สายการบินไทย เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์การท่องเที่ยวต่างประเทศที่ดีที่สุดให้ลูกค้า จากการมอบส่วนลดของ SIM2Fly 5G ซิมโรมมิ่งแบบเติมเงินที่สะดวก และ ครอบคลุมการใช้งานในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวระยะสั้นหรือระยะยาว รวมถึงการเดินทางเพื่อธุรกิจ ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าแคมเปญนี้จะช่วยให้ลูกค้าที่เดินทางด้วยสายการบินไทยไปยังออสโล ประเทศนอร์เวย์ และเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี พร้อมสัมผัสประสบการณ์การใช้งานดิจิทัลบนโครงข่าย 5G ในการสื่อสารที่ดีที่สุดตลอดการเดินทางอีกด้วย”

คุณอานุภาพ กิตติกุล หัวหน้างาน ฝ่ายขายเส้นทางยุโรป บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การบินไทยกลับมาทำการบิน 2 เส้นทางดังกล่าว เพื่อเป็นการรองรับปริมาณการเดินทางของผู้โดยสารและเชื่อมต่อการเดินทางจากประเทศไทยและประเทศในแถบภูมิภาค เอเชียแปซิฟิกไปเมืองหลักอื่นๆ ในยุโรป ได้อย่างสะดวกสบายไร้รอยต่อ ด้วยเครือข่ายพันธมิตรการบินสตาร์อัลไลแอนซ์  ซึ่งเส้นทางบิน ไป-กลับ กรุงเทพฯ- มิลาน  และ กรุงเทพฯ- ออสโล  ทำการบินทุกวัน”

สำหรับลูกค้าที่จองตั๋วเครื่องบินสำหรับเส้นทางไปยังออสโล – นอร์เวย์ และ มิลาน –  อิตาลี กับสายการบินไทย ผ่านทางเว็บไซต์ Thaiairways.com จะได้รับรับโค้ดส่วนลด มูลค่า 100 บาท ในการซื้อ SIM2Fly 5G แพ็กเกจเที่ยวทุกทวีปทั่วโลก (Global) ผ่านหน้าเว็บไซต์ AIS Online Store ได้ทันที (สงวนสิทธิ์ 1,000 โค้ดแรกเท่านั้น) ตั้งแต่วันนี้ – กันยายน 2567 สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.th/sim2fly

สายออมรีบเลยกับ “เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 11 เดือน” ฝากสั้น ดอกสูง จากออมสิน

0

ธนาคารออมสินเอาใจสายออมให้ได้เฮกันต่อ กับเงินฝากดอกเบี้ยสูง รับเต็มไม่เสียภาษี … กับเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 11 เดือน รับดอกเบี้ยสูง 1.85% ต่อปี (เทียบเท่าเงินฝากประจำ 2.17% ต่อปี)
เปิดรับฝากตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ส.ค. 67 ฝากเลยที่ธนาคารออมสินทุกสาขา

เงื่อนไข

  • เปิดบัญชีขั้นต่ำ 10,000 บาท
  • ฝากเพิ่มครั้งละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท
  • ระยะเวลารับฝาก 11 เดือน
  • ฝากได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด
  • *บุคคลธรรมดาไม่เสียภาษี ณ ที่จ่าย
  • ถอนหรือปิดบัญชีก่อนครบกำหนด ได้รับดอกเบี้ยเผื่อเรียก
    รายละเอียดเพิ่มเติม > https://fwuj.short.gy/9ol8b4

ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือ EXIM BANK แลกเปลี่ยนข้อมูล ESG ส่งเสริมสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมุ่งพัฒนาทุกภาคส่วนให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน โดยมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ภายใต้โครงการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล ESG เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนระบบนิเวศสำหรับการเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance) รวมถึงข้อมูลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ผ่านระบบ ESG Data Platform และสนับสนุนระบบ SET Carbon สำหรับลูกค้าของธนาคารให้มีการดำเนินงานตามเป้าหมายความยั่งยืน โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ และ EXIM BANK จะร่วมกันพัฒนาสินเชื่อจากการใช้ข้อมูลด้าน ESG ประกอบการพิจารณา ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ปี 2567 และเริ่มให้บริการในปี 2568

ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ

ดร. ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ เล็งเห็นถึงความต้องการข้อมูลด้าน ESG ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มผู้ลงทุน และสถาบันการเงินที่นำข้อมูล ESG ไปใช้ประกอบการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินการลงทุนเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เร่งพัฒนาเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มรองรับข้อมูล ESG ซึ่งปัจจุบันมีระบบจัดการข้อมูลด้าน ESG เช่น ระบบ SET ESG Data Platform ที่ให้บริการข้อมูลตั้งแต่ปี 2566 โดยรวบรวมข้อมูลด้าน ESG ของ บจ. กว่า 700 บริษัท อีกทั้งพัฒนาระบบ SET Carbon ที่อยู่ระหว่างการทดลองใช้ระบบโดย บจ. นำร่องในปี 2567 และจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปี 2568 ซึ่งจะช่วยให้ บจ. และบริษัทในห่วงโซ่อุปทานสามารถจัดทำและทวนสอบข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพบนระบบงานเดียว นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนและนำข้อมูลไปใช้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้ข้อมูล ESG เพื่อการระดมทุนและการลงทุน ความร่วมมือกับ EXIM BANK ครั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เชื่อมั่นว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ภาคธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเครื่องมือทางการเงินมากยิ่งขึ้น ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบนิเวศทางการเงินที่ยั่งยืนของประเทศไทย

ดร. รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า ภาคการเงินการธนาคารมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างสมดุล ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมโลกในปัจจุบัน ธนาคารทั่วโลกโดยเฉพาะในกลุ่มธนาคารเพื่อการพัฒนา (Development Banks) มีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งเงินทุนสนับสนุนให้ภาคธุรกิจปรับตัวและเติบโตได้มากถึง 1 ใน 3 ของมูลค่า Climate Finance ของโลก EXIM BANK ในฐานะธนาคารเพื่อการพัฒนาสีเขียวของประเทศไทย (Green Development Bank) ได้พัฒนานวัตกรรมทางการเงินสีเขียว (Greenovation) ที่สนับสนุนโครงการหรือธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ในครั้งนี้นับเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยใช้ฐานข้อมูลที่ได้มาตรฐานสากลมาเป็น Input ในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเงินการธนาคารของไทยไปสู่ความยั่งยืน ช่วยส่งเสริมให้ภาคธุรกิจคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) มากยิ่งขึ้น ข้อมูลด้าน ESG จากตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยให้ธนาคารดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขณะที่ภาคธุรกิจได้รับการส่งเสริมให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์และสิทธิประโยชน์ทางการเงินต่าง ๆ ตลอดจนการเข้าร่วมอยู่ในห่วงโซ่คุณค่าของการส่งออกสีเขียว (Green Export Supply Chain) สามารถพัฒนาการจัดทำรายงานและวางแผนเพื่อการจัดการก๊าซเรือนกระจกได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ พร้อมปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อม และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ EXIM BANK จะเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินการและเพิ่มโอกาสให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการเงินลงทุนในการสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืน และร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์การเงิน บริการ รวมถึงสิทธิประโยชน์ให้กับผู้มีส่วนได้เสีย นอกจากนี้ จะต่อยอดและพัฒนาระบบนิเวศด้านความยั่งยืนเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถดำเนินงาน ปรับปรุง พัฒนา หรือวางแผนการจัดการด้านการลงทุนในกิจการ เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนและเป้าหมายทางธุรกิจ โดยเฉพาะแนวทางการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ซีพีเอฟ มอบปลานักล่าพร้อมอุปกรณ์จับปลา ให้ประมงจ.สมุทรสาคร-นครปฐมกำจัดปลาหมอคางดำ

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมมือกับกรมประมงแก้ปัญหาปลาหมอคางดำในจังหวัดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด มอบปลากะพงขาว 5,000 ตัวแก่ประมงจังหวัดสมุทรสาคร ในกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” บริเวณศาลพันท้ายนรสิงห์ และสนับสนุนอุปกรณ์จับปลาแก่ประมงจังหวัดนครปฐมร่วมแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ พร้อมรุกดำเนิน 5 โครงการอย่างจริงจัง โดยมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยแม่โจ้แสดงความสนใจร่วมมือกันหาแนวทางควบคุมจำนวนปลาหมอคางดำที่มีประสิทธิภาพ

นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร นำตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ ภาครัฐ เอกชน และประชาชน ร่วม กิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ช่วยกันจับปลาหมอคางดำ ในแหล่งน้ำบริเวณศาลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมรับมอบปลากะพงขาวขนาด 5 นิ้วจำนวน 5,000 ตัวจากตัวแทนซีพีเอฟ และปล่อยลงแหล่งน้ำเพื่อช่วยควบคุมประชากรปลาหมอคางดำ ส่งผลให้ซีพีเอฟได้ร่วมสนับสนุนปลานักล่าเพื่อร่วมควบคุมปริมาณปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำตามแนวทางกรมประมงไปแล้วรวม 54,000 ตัว รณรงค์และทำกิจกรรมกำจัดปลาหมอคางดำในพื้นที่พบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในทุกพื้นที่เพื่อเร่งกำจัดปลาหมอคางดำให้หมดไปคืนความสมดุลให้กับระบบนิเวศบ้านเรา

นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังได้ร่วมกิจกรรมสำรวจปลาหมอคางดำของประมงจังหวัดนครปฐม จัดขึ้นเพื่อประเมินสถานการณ์และจำนวนปลาในแหล่งน้ำบริเวณศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองไร่ขิง อำเภอสามพราน โดยมีตัวแทนซีพีเอฟมอบอุปกรณ์จับปลาหมอคางดำ แก่นายสมบุญ ธัญญาผล ผู้ตรวจราชการกรมประมง เพื่อเป็นอุปกรณ์ใช้การจัดกิจกรรมลงแขกลงคลองของจังหวัดนครปฐมที่จะจัดขึ้นเร็วๆ นี้

ซีพีเอฟได้คิกออฟ 5 โครงการเชิงรุกขานรับนโยบายของรัฐบาลแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ ได้แก่ โครงการร่วมกับพันธมิตรรับซื้อปลาหมอคางดำในจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดจำนวน 2 ล้านกิโลกรัม ซึ่งได้ร่วมมือกับโรงงานศิริแสงอารำพีรับซื้อทำปลาป่นไปแล้ว 600,000 กิโลกรัม โครงการสนับสนุนปล่อยปลาผู้ล่าลงสู่แหล่งน้ำตามแนวทางของกรมประมง จำนวน 200,000 ตัว ซึ่งปัจจุบันได้สนับสนุนปลานักล่าแก่ประมงจังหวัดประมงสมุทรสงคราม 44,000 ตัว ประมงจังหวัดจันทบุรี 5,000 ตัว และประมงจังหวัดสมุทรสาคร 5,000 ตัว โครงการสนับสนุนการจับปลา รวมถึงอุปกรณ์จับปลาและกำลังคนในพื้นที่ โครงการร่วมมือกับสถาบันการศึกษา 3 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากปลาหมอคางดำ และ โครงการร่วมวิจัยและพัฒนาผู้เชียวชาญ และอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสจล. ในการหาแนวทางควบคุมประชากรปลาในระยะยาว ล่าสุด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยแม่โจ้แสดงความสนใจเข้าร่วมศึกษาหาแนวทางจัดการปลาหมอคางดำอีกด้วย

เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลนในวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 23

0

เมืองไทยประกันชีวิตร่วมกับสมาคมประกันชีวิตไทย ร่วมกิจกรรมการปลูกป่าชายเลนเนื่องในวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 23 ประจำปี 2567 โดยมุ่งหวังที่จะรวมพลังผู้บริหาร พนักงาน ฝ่ายขาย และประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงบริษัทฯ เข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างสรรค์คุณภาพของสังคมในทุกมิติ

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต เปิดเผยว่า “บริษัทฯ ได้ร่วมกับ 4 องค์กรหลัก ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย  (คปภ.) สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน และกองทุนประกันชีวิตจัดกิจกรรมการปลูกป่าชายเลน  ณ กองสถานพักผ่อน กรมพลาธิการทหารบก (สถานตากอากาศบางปู) จ.สมุทรปราการ โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิตในการสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสังคม เราไม่เพียงแต่ให้บริการด้านประกันชีวิต แต่ยังมุ่งเน้นการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอีกด้วย โดยกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากพนักงานและประชาชนทั่วไป  เนื่องในวันประกันชีวิตแห่งชาติครั้งที่  23  ประจำปี 2567

ทั้งนี้ การปลูกป่าชายเลนนั้นมีข้อดีหลายประการ อาทิ  การป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง รากของต้นไม้ในป่าชายเลนช่วยลดการกัดเซาะจากคลื่นและกระแสน้ำ   การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพเพราะป่าชายเลนเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำนานาชนิด ทำให้เป็นแหล่งอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญเป็นแหล่งอาหารและวัสดุที่สำคัญสำหรับชุมชนท้องถิ่น  นอกจากนี้ต้นไม้ในป่าชายเลนยังสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากบรรยากาศ ช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกและบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  และป่าชายเลนยังทำหน้าที่เป็นฟองน้ำทางธรรมชาติที่ช่วยกรองน้ำเสียและสารพิษที่ไหลลงมาจากบนบก ก่อนที่จะเข้าสู่ทะเลทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้น

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ นางสาวนิรัตน์  บูชาสุข รองกรรมการผู้จัดการ  เป็นผู้แทนบริษัทฯ นำคณะผู้บริหาร พนักงาน ฝ่ายขายทีมงานจิตอาสาเมืองไทยประกันชีวิตเข้าร่วมกิจกรรมโดยพร้อมเพียงกัน  และได้รับเกียรติจาก นายชูฉัตร ประมูลผล  เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ร่วมถ่ายภาพเพื่อเป็นกำลังใจในการปลูกป่ายชายเลนในครั้งนี้ 

“การปลูกป่าชายเลนไม่เพียงแค่เป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติ แต่ยังมีประโยชน์หลากหลายด้านทั้งทางสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม  กิจกรรมปลูกป่าชายเลนในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของเมืองไทยประกันชีวิต  ที่มุ่งมั่นร่วมกันสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนในทุกมิติ”  นายสาระกล่าวสรุป.