Home Blog Page 100

“อีลิท เฮลท์ พลัส” จากเมืองไทยประกันชีวิต คว้ารางวัลสุดยอดผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพเหมาจ่ายระดับพรีเมี่ยม ต่อเนื่องปีที่ 5

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) คว้ารางวัล ผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพเหมาจ่ายระดับพรีเมี่ยม จากผลิตภัณฑ์ความคุ้มครองสุขภาพ “อีลิท เฮลท์ พลัส” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 จากงานมอบรางวัลสินค้าและบริการแห่งปี 2567 “BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2024” จัดโดย นิตยสาร Business+ ในเครือ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีนายปาณัท สุทธินนท์ รองกรรมการผู้จัดการ เป็นผู้แทนบริษัทฯ รับมอบรางวัลจาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ณ ห้องบอลรูม โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา สำหรับการจัดงานมอบรางวัลในปีนี้ภายใต้แนวคิด “Our Planet Resurrection ฟื้นคืนโลกของทุกคน” เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติให้แก่ผลิตภัณฑ์และบริการที่โดดเด่นในด้านความยั่งยืนแห่งปี 2567 ที่ผ่านการวิจัยและวิเคราะห์จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และผ่านการโหวตคัดเลือกจากผู้บริโภค จนได้สุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี

โดยความคุ้มครองสุขภาพ “อีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus)” มีความโดดเด่นด้านการเป็นส่วนช่วยให้ทุกคนได้มีความอุ่นใจ มีหลักประกันที่มั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละบุคคลได้อย่างเข้าใจ โดยสามารถให้ผู้เอาประกันภัยซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ตามต้องการ เลือกวงเงินเหมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลสูงถึง 20-100 ล้านบาทต่อปี คุ้มครองทั้งโรคระบาด โรคร้ายแรง โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ ครอบคลุมการรักษาแบบผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) ตามแผนความคุ้มครองที่ลูกค้าเลือก รวมถึงการล้างไตผ่านทางเส้นเลือด การรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีการเคมีบำบัด รวมถึงTargeted Therapy ให้ลูกค้ามั่นใจในการเข้าถึงการรักษาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย การวินิจฉัยโรคแบบ CT Scan และ MRI โดยไม่ต้องแอดมิต หรือกรณีเจ็บป่วยต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยห้องเดี่ยวมาตรฐานได้ทุกโรงพยาบาล หรือค่าห้องเดี่ยวพิเศษ 10,000 – 25,000 บาทต่อวัน และห้องผู้ป่วยหนัก (ICU) เหมาจ่ายตามจริง รวมสูงสุด 365 วัน เข้ารักษาได้ทุกโรงพยาบาลทั่วไทย หรืออยากรักษาที่ไหน สามารถเลือกพื้นที่ความคุ้มครองได้จาก 4 พื้นที่ทั่วโลก

สมัครได้ตั้งแต่อายุ 11- 90 ปี คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี หลังเกษียณแล้วก็อุ่นใจ เจ็บป่วยขึ้นมาก็มีผู้ช่วยดูแลค่ารักษา อีกทั้งยังสามารถพลัสความคุ้มครองเพิ่มได้ตามต้องการ อาทิ ความคุ้มครองการคลอดบุตร พลัส (Maternity Plus) และสุขภาพดี พลัส (Well-Being Plus) ซึ่งประกอบด้วย ตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีน ค่ารักษาทางทันตกรรม ค่ารักษาทางสายตา ก็พลัสเพิ่มได้ตามความต้องการอีกด้วย ทั้งนี้เงื่อนไขรายละเอียดต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

AIS คว้า 3 รางวัลส.นักวิเคราะห์การลงทุน เวที IAA Awards for Listed Companies 2024 ต่อเนื่องปีที่ 4

0

AIS ยืนหนึ่งในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย ตอกย้ำความแข็งแกร่งในทุกมิติ คว้ารางวัลจากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน ในการประกาศผล IAA Awards for Listed Companies 2024 ถึง 3 รางวัลใหญ่ ในหมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและสื่อสาร ได้แก่ รางวัล CEO ยอดเยี่ยม, รางวัล CFO ยอดเยี่ยม และรางวัล IR ยอดเยี่ยม ต่อเนื่องปีที่ 4 สะท้อนให้เห็นความเชื่อมั่นที่ได้รับจากนักวิเคราะห์ ผู้จัดการกองทุนและนักลงทุนไทย

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS เปิดเผยว่า“การได้รับรางวัลจากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุนต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของ AIS ในการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับทุก Stakeholder โดยเฉพาะนักวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ นักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน และผู้ลงทุนสถาบัน ที่ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อส่งต่อข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้องไปยังสาธารณชน โดยทั้ง 3 รางวัลที่ AIS ได้รับในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันให้พวกเราชาว AIS ทุ่มเทการทำงาน เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศให้มีความแข็งแรงและสร้างการเติบโตให้กับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกมิติต่อไป”

ในปี 2567 นี้ AIS ยังคงได้รับ 3 รางวัลใหญ่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและสื่อสาร ประกอบด้วย รางวัล CEO ยอดเยี่ยม ที่มอบให้แก่ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะด้านนวัตกรรมและการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ สะท้อนถึงการเป็นผู้นำที่สร้างการเปลี่ยนแปลงและมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าและผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน

รางวัล CFO ยอดเยี่ยม ที่แน่นอนว่า AIS ยังคงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งด้วยการวางนโยบายและบริหารจัดการด้านการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีการจัดการความเสี่ยงที่รอบคอบ โปร่งใส มีความโดดเด่นในการวางแผนและจัดการการเงินเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ตลอดจนสามารถนำองค์กรผ่านความท้าทายในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และรางวัล IR ยอดเยี่ยม มอบให้กับทีมงานนักลงทุนสัมพันธ์ที่มีการสื่อสารที่โปร่งใสและเชิงรุกกับนักลงทุน โดยให้ข้อมูลที่ครบถ้วน ทันเวลา และสม่ำเสมอ สนับสนุนให้นักลงทุนมีมุมมองที่นำไปสู่โอกาสที่หลากหลาย

ซีพีเอฟ ปลื้ม “ถาดไข่พลาสติกรีไซเคิล 100%” คว้ารางวัลผลิตภัณฑ์ชนะเลิศสูงสุดเวที Thailand Plastics Awards 2024

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ คว้ารางวัลรางวัล ผู้ชนะเลิศสูงสุด (Supreme Winner) รางวัล และเหรียญทอง Gold Award สําหรับผลงานชนะเลิศในกลุ่มบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม จากการประกวดออกแบบผลิตภัณฑ์พลาสติก “The 5th Thailand Plastics Awards 2024” ด้วยบรรจุภัณฑ์ถาดไข่ไก่สดที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล 100% ซึ่งประกอบด้วยพลาสติก PCR (Post-Consumer Recycled) ถึง 55% โดยรับมอบจาก นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของซีพีเอฟในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

นายกิตติ หวังวิวัฒน์ศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า บรรจุภัณฑ์ถาดไข่ไก่สดของบริษัทผลิตจากพลาสติก PET รีไซเคิล 100% โดยมีส่วนประกอบของพลาสติก PCR ถึง 55% ซึ่งเป็นพลาสติกที่มาจากการนำพลาสติกที่ผ่านการใช้งานจากผู้บริโภคกลับมารีไซเคิล ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการผลิตพลาสติกใหม่

นอกจากการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ซีพีเอฟยังได้ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เอื้อต่อการคัดแยกขยะเพื่อการรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น โดยใช้ฉลากกระดาษสอดในบรรจุภัณฑ์ แทนการใช้สติกเกอร์พลาสติกที่มีแถบกาว ซึ่งช่วยลดการปนเปื้อนและทำให้กระบวนการรีไซเคิลมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผู้บริโภคสามารถหาซื้อไข่ไก่บรรจุในถาดพลาสติกรีไซเคิล 100% ได้แล้วที่ร้านค้าทั่วประเทศ โดยไม่มีการปรับขึ้นราคา เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการลดมลภาวะและสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

บรรจุภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิลของซีพีเอฟได้รับการตรวจสอบคุณภาพและรับรองความปลอดภัยจากห้องปฏิบัติการขององค์กรรับรองภายนอก เพื่อให้มั่นใจว่าวัสดุพลาสติกรีไซเคิลที่ใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ไข่ไก่สดนั้นปลอดภัยและไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของอาหาร

“การใช้บรรจุภัณฑ์ถาดไข่ไก่สดที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิล ไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติก แต่ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต เนื่องจากการใช้วัสดุพลาสติกรีไซเคิลมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำกว่าการใช้เม็ดพลาสติกใหม่ โดยเราสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนลงได้ถึง 29%” นายกิตติ กล่าวเพิ่มเติม

งาน “The 5th Thailand Plastics Awards 2024” จัดขึ้นโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย, สถาบันพลาสติก, กรมควบคุมมลพิษ และ A-PLAS 2024 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการออกแบบผลิตภัณฑ์ตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเน้นแนวคิด 3R (Reduce, Reuse, Recycle) เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงความสำคัญของการลดมลภาวะจากพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมพลาสติก

ผู้บริหารภาครัฐ-องค์กรชั้นนำ ร่วมชมนวัตกรรมความยั่งยืน บูธ CPF ในงาน SX2024

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ นำนวัตกรรมความยั่งยืน ร่วมออกบูธในงานมหกรรมความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน Sustainability Expo 2024 (SX2024) โดยมี นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ เข้าร่วมในพิธีเปิดงานฯ พร้อมทั้่งให้การต้อนรับ ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ประธานคณะกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานอำนวยการ SX2024 นายปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด ในฐานะ Co-Founder งาน SX2024 นายกลินทร์ สารสิน ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ นายกรณ์ จาติกวณิช Co-Founder แบรนด์ Shoo Shoke ให้เกียรติร่วมชมบูธของ CPF ในปีนี้ ซีพีเอฟ ใช้แนวคิด Sustainovation ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมผลิตอาหารที่ยั่งยืน ดีต่อกายและดีต่อใจ ก้าวสู่เป้าหมายเกษตรเทคโนโลยี (Agri Tech) ณ โซน Better Me ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ภายในงานนี้ ซีพีเอฟ ในฐานะ Co -Founder เครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย (Thailand Supply Chain Network หรือ TSCN) โชว์วิสัยทัศน์ “ครัวของโลก” ร่วมจัดแสดงศักยภาพด้านความยั่งยืน ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิตอาหารสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ การผลิตอาหาร พร้อมทั้งร่วมติดตามภารกิจไก่ไทยจะไปอวกาศ ผลิตภัณฑ์เนื้อไก่แบรนด์ CP ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารขั้นสูงระดับเดียวกับที่นักบินอวกาศทานได้ (SPACE SAFETY STANDARD) รวมไปถึงเส้นทางการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของซีพีเอฟ

นายประสิทธิ์ กล่าวว่า งานในวันนี้ ซีพีเอฟ นำเทคโนโลยีใหม่ๆและนวัตกรรมมาจัดแสดง อาทิ นวัตกรรมที่เป็นสุดยอดที่สุดในยุคนี้ในการนำไก่ไทย ภายใต้แบรนด์ CP ส่งไปเป็นอาหารให้กับนักบินอวกาศได้รับประทานบนอวกาศ เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าไก่ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมหลักของไทย มีขีดความสามารถเรื่องคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุดระดับอวกาศ นอกจากนี้ ยังนำบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ต่างๆ ที่เราพยายามคิดค้นเพื่อให้มีความปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมพัฒนาสินค้า ให้เป็นสินค้าที่ดีที่สุดมอบแก่ผู้บริโภค โดยคำนึงถึงการมีส่วนช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม ดูแลโลกของเราควบคู่ไปด้วย

ที่บูธ CPF ยังได้สนุกและเพลิดเพลินกับกิจกรรม “ทดสอบตัวคุณเองกับความเข้าใจเรื่องของความยั่งยืน” พร้อมลุ้นรับของรางวัล กับเกมส์สนุกๆ ที่จะทำให้คุณได้รู้จักบรรจุภัณฑ์อาหาร (Packing) และผลิตภัณฑ์อาหารที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับนักบินอวกาศที่เสมือนได้เข้าไปอยู่ในอวกาศจริงๆ และในส่วนของเวทีกลาง โซน Better Living ซีพีเอฟจัดแสดงผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ อาทิ ผลิตภัณฑ์หมูชีวา แบรนด์ยูฟาร์ม ได้รับฉลากลดโลกร้อน ผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ Space Food Safety Standard ผลิตภัณฑ์ไข่ไก่เคจฟรี (Cage Free) แบรนด์ “ยูฟาร์ม” (U Farm) ได้รับฉลากคาร์บอนนิวทรัล (Carbon Neutral Product) รายแรกของทวีปเอเชีย

โซน SX Food Festival ชั้น LG พบกับธีม Back to the Future พาทุกคนไปสู่โลกแห่งอนาคต กับผลิตภัณฑ์อาหารที่ดีต่อสุขภาพกายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์อาหารจาก FIVE STAR อาทิ น่องสะโพกไก่ทอดน้ำปลา ไก่จ๊อสูตรต้นตำรับ อกไก่รมควัน ผลิตภัณฑ์จาก STAR Coffee อาทิ กาแฟจากเมล็ดออร์แกนิค ชาโกโก้หอมมัน หมั่นโถวทอด ครัวซองต์อัลมอนด์กรอบนอก นุ่มใน ส่งมอบอาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณภาพ ในราคาเข้าถึงได้ ซึ่งทั้ง FIVE STAR และ STAR Coffee ยึดมั่นแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน สร้างคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้เสีย ผ่านโครงการ “ทอดไม่ทิ้ง” ของ FIVE STAR ที่ส่งต่อน้ำมันใช้แล้ว ผลิตเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน และโครงการ “กาแฟดูแลป่า” ที่ปลูกกาแฟใต้ร่มไม้ มีส่วนร่วมรักษาความสมบูรณ์ของธรรมชาติ

พบกันที่บูธ CPF โซน Better Me ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ระหว่างวันที่ 27 กันยายน – 6 ตุลาคม 2567 นี้ .

ซีพีเอฟ ดัน “ฟาร์มพอเพียง” สร้างรายได้เสริม เพิ่มเงินออมให้พนักงาน

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มุ่งส่งเสริมพนักงานสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน หนุนการอยู่ดีกินดี ดันโครงการ “ฟาร์มพอเพียง” สร้างรายได้จากอาชีพเสริมควบคู่อาชีพหลัก เน้นทำบัญชีครัวเรือน สร้างวินัยการเงิน พร้อมตั้งสหกรณ์ให้พนักงานในฟาร์มหมู มีเงินปันผลทุกปี ช่วยสร้างความสุขจากการไม่มีหนี้สินและมีเงินออม

นายสมพร เจิมพงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจสุกร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างความสุขในการทำงานแก่พนักงาน โดยต้องดูแลพนักงานให้ดีที่สุด สายธุรกิจสุกร จึงริเริ่มดำเนิน โครงการ “ปลดหนี้ สร้างสุข และส่งเสริมการออม” มาตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน พร้อมต่อยอดสู่โครงการ “ฟาร์มพอเพียง” ในฟาร์มสุกรของบริษัทรวม 100 ฟาร์ม ที่นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นต้นแบบสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการทำฟาร์มเกษตรผสมผสานไม่ใช้สารเคมี สร้างรายได้เสริมและส่งเสริมการออมเงินแก่พนักงาน ช่วยปลดภาระหนี้สินและยังมีเงินปันผลจากการร่วมหุ้นสหกรณ์ของพนักงาน ขณะเดียวกัน ยังส่งเสริมการมีสุขภาพดีจากการรับประทานอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัย จากฝีมือของพนักงานเอง พร้อมรณรงค์ฟาร์มสุกรสีขาวเพื่อให้พนักงานทุกคนห่างไกลบุหรี่และยาเสพติด

“โครงการฟาร์มพอเพียง เป็นการสนับสนุนการสร้างรายได้เสริมและเพิ่มเงินออมให้พนักงาน โดยนำขีดความสามารถของฟาร์มที่มีพื้นที่สามารถทำการเกษตรได้ ทั้งการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ฟาร์มมีมูลสุกรและน้ำปุ๋ยสำหรับใช้ในการเพาะปลูกได้ โดยนำแนวคิดฟาร์มเกษตรผสมผสานไม่ใช้สารเคมี เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ พร้อมจัดตั้งสหกรณ์ของพนักงานฟาร์ม เพื่อจำหน่ายสินค้าเกษตร ก่อเกิดรายได้เสริมและมีเงินปันผล และยังมีความรู้ด้านการออมเงินและทำบัญชีครัวเรือน นำไปสู่การวางแผนทางการเงินที่เหมาะสม ทั้งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน เนื่องจากไม่ต้องกังวลกับภาระหนี้และมีรากฐานทางการเงินที่ดีให้กับตนเองและครอบครัว” นายสมพร กล่าว

ตัวอย่างความสำเร็จของฟาร์มสังกัดธุรกิจสุกรภาคอีสาน ที่ดำเนินโครงการต่างๆเพื่อพนักงาน ภายใต้แนวคิด “ฟาร์มสุกรภาคอีสานกับการสร้างชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับพนักงาน” ที่ไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงาน ยังเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร อาทิ “โรงครัวอิ่มสุข” ที่มีการเลี้ยงไก่ไข่และปลา ปลูกผักปลอดสารพิษ เพื่อให้พนักงานได้รับอาหารที่สดใหม่และมีคุณภาพในทุกมื้ออาหาร ส่วนโครงการ “ร้านค้าอิ่มสุข” ที่ช่วยให้พนักงานได้ซื้อสินค้าคุณภาพในราคาย่อมเยา โดยในปีนี้เกิดยอดขายสะสมแล้วกว่า 12 ล้านบาท ใน 23 ฟาร์มที่เข้าร่วมโครงการ ผลกำไรที่ได้จากการขายจะถูกนำมาปันผลคืนให้กับพนักงานที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 100% เกิดเป็นเงินออม เฉลี่ย 3,600 บาท/คน/ปี ความรู้สึกนี้ช่วยเพิ่มขวัญและกำลังใจในการทำงาน และเสริมสร้างความมั่นคงในชีวิตประจำวัน และอีกหนึ่งโครงการที่มีความสำคัญ คือ โครงการ “ปลดหนี้สร้างสุข บัญชีครัวเรือน และออมเงิน” ซึ่งมุ่งช่วยพนักงานที่ประสบปัญหาหนี้นอกระบบ ที่ทั้งช่วยปลดหนี้ และยังให้ความรู้ในการบริหารการเงิน สนับสนุนพนักงานเก็บออมเงินสำหรับเอาไว้ใช้ในอนาคตอีกด้วย ตลอดระยะเวลา 8 เดือน ในปี 2567 มีพนักงานเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1,500 คน

นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างความสำเร็จของฟาร์มสังกัดธุรกิจสุกรภาคตะวันออก ในปี 2566 มีพนักงานจำนวน 616 คน จาก 14 ฟาร์ม เข้าร่วมโครงการฯ คิดเป็น 100% ของทั้งหมด ที่สามารถแก้ปัญหาหนี้นอกระบบได้และปลอดจากปัญหายาเสพติด 100% ทุกคนมีรายได้เสริมจากผลผลิตด้านเกษตรที่ช่วยกันดูแล เพื่อจำหน่ายให้กับโรงครัวของฟาร์ม ส่งผลให้มีเงินออมและมีเงินปันผลจากสหกรณ์ฟาร์มทุกไตรมาส ที่สำคัญเงินลงทุนในโครงการยังเป็นเงินหมุนเวียนที่เกิดจากการดำเนินโครงการเองทั้งหมด สะท้อนความยั่งยืนของโครงการอย่างแท้จริง.

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับปรุงเกณฑ์รองรับการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง มีผลใช้บังคับ 1 ต.ค. 67

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปรับปรุงเกณฑ์รองรับการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวม และกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง (VAYU1) ให้มีความเหมาะสม และเป็นประโยชน์แก่ผู้ลงทุน โดยปรับปรุงระยะเวลาการเปิดเผย NAV และวัน Book Closing Date / Record Date พร้อมทั้งปรับปรุงเกณฑ์ราคาขายชอร์ตให้แก่ Market Maker ของ VAYU1 และช่วงราคา (Tick Size) ในการซื้อขาย VAYU1 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

  1. ปรับปรุงระยะเวลาในการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนรวมให้เหมาะสมและสอดคล้องกับลักษณะของกองทุนรวม เพื่อให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างเพียงพอ
    • 1.1 ปรับปรุงให้ บลจ. เปิดเผยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ทุกวันทำการ
    • 1.2 ปรับปรุงการแจ้งวัน Book Closing Date หรือ Record Date รวมทั้งการแจ้งเปลี่ยนแปลงวันให้สิทธิดังกล่าว แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ไม่น้อยกว่า 5 วันทำการก่อนวันให้สิทธิ
  2. ปรับปรุงเกณฑ์เกี่ยวกับการซื้อขายหน่วยลงทุนของ VAYU1 เพื่อผู้ลงทุนสามารถซื้อขายได้ในราคาที่เหมาะสมและสอดคล้องกับราคาหลักทรัพย์อ้างอิง
    • 2.1 ให้ Market Maker ที่ขึ้นทะเบียนของ VAYU1 สามารถขายชอร์ต VAYU1 ได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องราคาขายชอร์ต เพื่อสนับสนุนการทำหน้าที่ดูแลสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถซื้อขาย VAYU1 ได้ในราคาที่สอดคล้องกับหลักทรัพย์อ้างอิง
    • 2.2 ปรับปรุง Tick Size สำหรับการซื้อขาย VAYU1 ให้เป็นขั้นบันไดเช่นเดียวกับหุ้น เช่น ราคาเสนอซื้อขาย 10 บาท แต่ไม่ถึง 25 บาท มี Tick Size 0.10 บาท และราคาเสนอซื้อขาย 25 บาท แต่ไม่ถึง 100 บาท มี Tick Size 0.25 บาท เป็นต้น

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเกณฑ์ที่มีการปรับปรุงได้ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ www.set.or.th ภายใต้หัวข้อ “กฎเกณฑ์และการกำกับ” และ “หนังสือเวียนส่วนที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์จดทะเบียน”   

‘เทนนิส-พาณิภัค’ รับมอบไข่ไก่ต้มสุก 1 แสนฟอง สักการะหลวงพ่อโสธร พร้อมส่งต่อความอิ่มให้น้องๆ 20 รร.ในฉะเชิงเทรา

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ‘เทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ’ นักกีฬาเทควันโดเหรียญทองโอลิมปิก 2 สมัย ขวัญใจชาวไทย และครอบครัว เดินทางมาสักการะพระพุทธโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมถวายไข่ไก่ต้มสุก จำนวน 100,000 ฟอง ซึ่ง ซีพี-ซีพีเอฟ ร่วมสนับสนุน

โดยหลังจากนี้ น้องเทนนิสจะมอบไข่ไก่ต้มสุกแก่ผู้แทนสถานศึกษา เพื่อส่งต่อให้น้องๆ นักเรียนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 20 โรงเรียน โดยมี นายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นางวรรณทนีย์ ชำนาญเศรษฐการณ์ ผู้บริหารสูงสุดธุรกิจแปรรูปไข่ ขนมปัง และอาหารสำเร็จรูป รวมถึงนางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดกลาง ซีพีเอฟ ร่วมด้วย .

เมืองไทยประกันชีวิต ปลื้มรับรางวัลสูงสุดในเอเชีย “Enterprise Asia Linchpin of Asia Awards”

0

เมืองไทยประกันชีวิต ปลื้มรับรางวัลสูงสุดในเอเชีย “Enterprise Asia Linchpin of Asia Awards 2024” พร้อมด้วยรางวัล “Corporate Excellence Award” รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และ “สาระ ล่ำซำ” คว้ารางวัลสุดยอดผู้นำองค์กร Master Entrepreneur Award ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ในงาน Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2024 จากองค์กรระดับภูมิภาค Enterprise Asia

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงาน Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2024 ของ Enterprise Asia และได้รับรางวัล “Enterprise Asia Linchpin of Asia Awards 2024” ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้กับองค์กรที่เป็นเลิศในอุตสาหกรรม มีการบริหารจัดการองค์กรที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมที่สุดและเป็นองค์กรที่โดดเด่นที่สุดในเอเชีย ตลอดจนจนประสบความสำเร็จในธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และสร้างความสำเร็จในอุตสาหกรรมประกันภัย โดยพิจารณาจาก 16 ประเทศและใน 24 อุตสาหกรรม ที่มีผลงานโดดเด่นและมีความมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจจนประสบความสำเร็จในระดับภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งมีความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวมเพื่อสร้างการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน

รางวัลดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่าเมืองไทยประกันชีวิต มีวิสัยทัศน์ พันธกิจ ตลอดจนแนวนโยบายในการดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้บริษัทฯ ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมภาคประกันภัย ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความ ต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า มุ่งมั่นที่จะเป็น “พันธมิตรด้านการวางแผนชีวิตและสุขภาพที่เชื่อถือได้อันดับหนึ่งในใจลูกค้า” และประสบความสำเร็จในการดำเนินกลยุทธ์ เพื่อสร้างความเท่าเทียมให้กับการประกันภัยในทุกกลุ่ม สามารถตอบสนองความต้องการของสังคมผู้สูงอายุที่มีความรู้ทางดิจิทัลและปัจจัยอื่นที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำเทคโนโลยีมาใช้และใช้ประโยชน์จากเครือ ข่ายพันธมิตรที่หลากหลายในอุตสาหกรรม อาทิ โรงพยาบาล การดูแลสุขภาพ ธนาคาร อีคอมเมิร์ซ และอสังหาริมทรัพย์ จึงทำให้เมืองไทยประกันชีวิตเป็นผู้นำตลาดที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

และบริษัทฯ ยังได้รับรางวัล “Corporate Excellence Award” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่องค์กรที่แสดงถึงความเป็นเลิศในการดำเนินธุรกิจในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ การสร้างนวัตกรรม การพัฒนาทรัพยากรบุคคล รวมถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบต่อสังคม การได้รับรางวัล Corporate Excellence Award เป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกันนั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของบริษัทในการรักษามาตรฐานสูงสุดในการดำเนินธุรกิจ การเติบโตอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ นายสาระ ยังคว้ารางวัล Master Entrepreneur Award ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ซึ่งเป็นรางวัลที่ยกย่องความเป็นผู้นำที่โดดเด่นและความสามารถในการมุ่งสร้างสรรค์ธุรกิจที่มีนวัตกรรม รวมถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน รางวัลนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และความทุ่มเทในการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและมีผลกระทบเชิงบวกต่ออุตสาหกรรม รวมทั้งเป็นรางวัลที่ยกย่องคุณสมบัติของผู้บริหารที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการธุรกิจ โดยเฉพาะในด้านการเป็นผู้นำที่สร้างความเปลี่ยนแปลงและความสำเร็จอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรม

โดย Enterprise Asia ถือเป็นองค์กรเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการทั่วภูมิภาคเอเชีย มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการสร้างสังคมที่มีความรับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจ เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ ตลอดจนการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและยังมีบทบาทสำคัญในการมอบรางวัลที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ อาทิ Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) ซึ่งเป็นรางวัลที่ยกย่องบริษัทและผู้บริหารที่มีความโดดเด่นในด้านการบริหารจัดการ การเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ และการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม นอกจากนี้ Enterprise Asia ยังจัดกิจกรรมและโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาทักษะของผู้ประกอบการและสร้างเครือข่ายระหว่างบริษัทและผู้นำทางธุรกิจในภูมิภาค

“รางวัลดังกล่าวนับเป็นความภาคภูมิใจของบริษัทฯ และทีมงานทุกคนที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จนี้ ความมุ่งมั่นในการสร้างนวัตกรรม การพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน และการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมจะยังคงเป็นเป้าหมายหลักของบริษัทฯ ในการก้าวต่อไปสู่ความสำเร็จในอนาคต บริษัทขอขอบคุณลูกค้า พันธมิตรธุรกิจ และพนักงานทุกคนที่ร่วมสนับสนุนและเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จของเรา” นายสาระกล่าวสรุป

AIS หนุน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดยุทธการปราบซิมผี บัญชีม้า พร้อมปกป้องการใช้งานของลูกค้าทุกรูปแบบ

0

รายงานข่าว เปิดเผยว่า ปัจจุบันคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ “คดีออนไลน์” มีสถิติการรับแจ้งความประมาณ 1,000 เรื่องต่อวัน คนร้ายมีการพัฒนารูปแบบและกลโกงที่แปลกใหม่และหลากหลาย ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมาก จากสถิติในระบบรับแจ้งความออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2565 ถึง 31 สิงหาคม 2567 (รวม 2 ปี 6 เดือน) มีผู้เสียหายแจ้งความประมาณ 6 แสนเรื่อง มูลค่าความเสียหายกว่า 7 หมื่นล้านบาท โดยคดีประเภทหลอกลวงซื้อขายสินค้าเป็นคดีที่เกิดขึ้นมากที่สุด

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. จึงสั่งการให้ พล.ต.อ.กิตติรัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปอส.ตร.) จัดทำ “โครงการสืบสวนหาข่าวในยุทธการปราบซิมผี ล่าบัญชีม้า” โดยระดมกำลังตำรวจทั้งนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 – 9 ตำรวจสอบสวนกลาง และตำรวจไซเบอร์ เปิดปฏิบัติการระดมกวาดล้างจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมทั้งการกระทำความผิดเกี่ยวกับซิมผี บัญชีม้า ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 10 – 27 กันยายน 2567 (รวม 18 วัน) ตามนโยบายของรัฐบาล

วันที่ 26 กันยายน 2567 เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.กิตติรัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. ได้เรียกประชุมหน่วยงานในสังกัด ตร. เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงาน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย รวมทั้งบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และร่วมแถลงผลการปฏิบัติร่วมกัน ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจังในทุกมิติ ทั้งด้านการป้องกันปราบปราม การสืบสวนสอบสวน การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (ศูนย์ Anti Online Scam Operation Center หรือศูนย์ AOC) ซึ่งบูรณาการการทำงานแบบ One Stop Service และการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้เท่าทันและไม่ตกเป็นเหยื่อของคนร้าย รวมทั้งกวาดล้างจับกุมผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง สำหรับการระดมกวาดล้างในยุทธการ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กวาดล้างจับกุมผู้กระทำความผิด ในความผิด 3 ประเภท โดยมีผลการระดมกวาดล้างจับกุมในช่วงวันที่ 10 – 25 กันยายน 2567 (รวม 16 วัน) สรุปได้ดังนี้ ความผิดในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีประเภทต่างๆ จับได้รวม 874 ราย ความผิดเกี่ยวกับซิมผี บัญชีม้า จับได้รวม 544 ราย ความผิดการพนันออนไลน์ จับได้รวม 690 ราย

 นายวรุณเทพ วัชราภรณ์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า “ในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัล เรามีความพร้อมและยินดีเป็นอย่างยิ่งในการสนับสนุนการทำงานของภาครัฐ อย่างศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติในยุทธการปราบซิมผี ล่าบัญชีม้า รวมถึงภัยที่เกิดจากมิจฉาชีพที่หลอกลวงประชาชน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างมาก

โดยวันนี้ AIS ทำงานอย่างสอดประสานเพื่อปกป้องการใช้งานให้กับลูกค้าและคนไทยภายใต้ภารกิจอุ่นใจไซเบอร์ ซึ่งแบ่งการทำงานเป็น 3 ส่วน ทั้งการสนับสนุนการติดตาม จับกุม จากการทำงานด้านวิศวกรรมเครือข่ายของทีมวิศวกรทุกภาคทั่วประเทศ ที่พร้อมอำนวยความสะดวกให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นไปอย่างรวดเร็ว ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการเข้าจับกุมตามแหล่งกบดานของมิจฉาชีพ, การจับสัญญาณ False Base ในย่านชุมชน เป็นต้น รวมไปถึง การเข้าร่วมภารกิจปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดน ด้วยการบริหารจัดการกำลังส่งของสัญญาณสื่อสาร เพื่อทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขาดช่องทางที่จะเข้ามาหลอกลวงคนไทย

ส่วนต่อมาคือ การรณรงค์ให้ประชาชนยืนยันตัวตนอย่างถูกต้องเมื่อใช้บริการระบบสื่อสาร ไม่นำบัตรประชาชนไปให้มิจฉาชีพสวมสิทธิ์ โดยได้ทำงานร่วมกับ กสทช. ในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างช่องทางในการลงทะเบียนและการตรวจสอบการถือครองเลขหมายผ่าน myAIS app ซึ่งหากพบความผิดปกติ ก็สามารถไป AIS Shop เพื่อตรวจสอบและดำเนินการแก้ไข หรือจะตรวจสอบว่าบัตรประชาชนของเรามีการลงทะเบียนกับมือถือค่ายไหนบ้าง สามารถทำได้ผ่าน app 3 ชั้น ของทาง กสทช. และติดต่อไปยังผู้ให้บริการแต่ละค่ายได้ทันทีเช่นกัน รวมถึงหากต้องการทราบว่าเบอร์นี้ลงทะเบียนไว้กับหมายเลขบัตรประชาชนของท่านหรือไม่ สามารถกด *179*ตามด้วยเลข ID#แล้วโทรออก จากเบอร์นั้น ๆ เพื่อตรวจสอบได้เช่นกันด้วย

และสุดท้ายซึ่งสำคัญไม่ต่างกัน คือ การรณรงค์สร้างทักษะดิจิทัล ให้รู้เท่าทัน และมีภูมิคุ้มกันในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลในปัจจุบัน ผ่านโครงการ “อุ่นใจไซเบอร์” ที่มีทั้งหลักสูตรให้เรียนรู้ พร้อมเครื่องมือด้านดิจิทัล อย่าง Digital Health Check ตรวจวัดสุขภาพด้านดิจิทัลของเราว่าอยู่ในระดับไหน, ช่องทางให้แจ้งเบอร์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ 1185 หรือ บริการ AIS Secure Net ที่เป็นเครื่องมือป้องกันภัยไซเบอร์ ด้วยการกรองเว็บไซต์อันตรายทั้งในและต่างประเทศ เป็นต้น โดยพวกเราชาว AIS ขอยืนยันถึงความพร้อมในการสนับสนุนทุกภารกิจของภาครัฐและสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมกันสร้างความมั่นคงทางไซเบอร์ให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม”

“หมูเด้ง” สุดฮอต AIS เผยทุบสถิติยอดแลกส่วนลดเข้าชมพุ่ง 400%

0

พร้อมเอาใจแฟนคลับเพิ่มสิทธิ์ ส่วนลด 50% ให้ลูกค้า AIS ไปเด้งกับน้อนหมูเด้งที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว

กระแสความฮอตของน้องหมูเด้งดันสถิติการรับสิทธิ์ส่วนลด 50% เมื่อซื้อบัตรผ่านประตูสวนสัตว์เปิดเขาเขียวของลูกค้า AIS โตพุ่งกว่า 400% ในวันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา และคาดว่ายอดการรับสิทธิ์ส่วนลดค่าเข้าชมสวนสัตว์เปิดเขาเขียวจะโตขึ้นถึง 3.5 เท่าในเดือนกันยายน ล่าสุด AIS เอาใจแฟนคลับน้องหมูเด้งพร้อมเพิ่มสิทธิ์ให้ลูกค้ารับส่วนลด 50% เมื่อซื้อบัตรผ่านประตูสวนสัตว์เปิดเขาเขียวเพื่อเข้าไปรับชมความน่ารักของน้องหมูเด้ง จาก 5,000 สิทธิ์ต่อเดือน เป็น 10,000 สิทธิ์ต่อเดือน จัดเต็มถึงสิ้นปี พิเศษสำหรับลูกค้า AIS เท่านั้น

นางสาวโอปอล เลิศอุทัย หัวหน้าฝ่ายงานบริหารข้อเสนอและความผูกพันลูกค้า AIS กล่าวว่า “ช่วงเดือนที่ผ่านมา เราคงได้เห็นปรากฎการณ์ความน่ารักของเจ้าหมูเด้ง ลูกฮิปโปแคระวัย 2 เดือน ดาวดวงใหม่ของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว รวมถึงการเฝ้าติดตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้าจากการใช้สิทธิพิเศษรับส่วนลดในกลุ่มสวนสัตว์ก็มีอัตราการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวที่มียอดการแลกรับส่วนลดของลูกค้าโตถึง 400% จากค่าเฉลี่ยของช่วงเวลาปกติ และเพื่อเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ารวมถึงความร้อนแรงของน้องหมูเด้ง ประกอบกับการทำงานร่วมกับพาร์เนอร์อย่างใกล้ชิดกับ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในการเพิ่มสิทธิ์ในการรับส่วนลด 50% เมื่อซื้อบัตรผ่านประตูสวนสัตว์เปิดเขาเขียวเป็น 10,000 สิทธิ์ต่อเดือน ให้ลูกค้าได้รับความพิเศษแบบเอ็กซ์คลูซีฟเข้าไปชมความน่ารักของเจ้าหมูเด้งได้กันแบบจัดเต็ม”

นางสาวโอปอล เลิศอุทัย หัวหน้าฝ่ายงานบริหารข้อเสนอและความผูกพันลูกค้า AIS

นอกเหนือจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ลูกค้า AIS สามารถรับความพิเศษส่วนลดบัตรผ่านประตู 50% ที่สวนสัตว์ในความดูแลขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเข้าชมความน่ารักของบรรดาเครือญาติน้องหมูเด้งได้ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น พี่หมูมะนาว ญาติใกล้ชิดที่สวนสัตว์นครราชสีมา, น้องแก่นคูน น้าน้องหมูเด้งสวนสัตว์เชียงใหม่, น้องหมูด้วง ตัวตึงที่สวนสัตว์ขอนแก่น, น้องคากิ หลานของน้องหมูเด้ง ที่สวนสัตว์อุบลราชธานี และความน่ารักของน้องๆ สุดน่ารักที่สวนสัตว์สงขลา

เตรียมตัวไปเด้งกับน้องหมูเด้ง พร้อมรับส่วนลด 50% ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวเมื่อซื้อบัตรผ่านประตูผ่านทางแอป
my AIS รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก https://m.ais.co.th/QYHAY4ofx