Home Blog Page 101

ดีเดย์ “วันสิ่งแวดล้อมโลก” AIS ร่วมกับสมาชิกของกลุ่ม Singtel เปิดแคมเปญภูมิภาค “สัญญาณยืดเวลาโลก” ชวนทิ้ง E-Waste อย่างถูกวิธี ร่วมปกป้องโลกอย่างยั่งยืน

0

เมื่อโลกกำลังส่ง “สัญญาณเตือน” มาที่เรา ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงของเสียที่ถูกลืม แต่คือภัยเงียบที่กำลังทำให้โลกนับถอยหลัง AIS ในฐานะ “HUB of E-Waste” จึงเดินหน้าภารกิจ “คนไทยไร้ E-Waste” เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้คนไทยเข้าใจถึงปัญหาและผลกระทบของขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจับมือสมาชิกกลุ่ม Singtel จากหลากหลายประเทศ ร่วมกันเปิดแคมเปญระดับภูมิภาค “สัญญาณยืดเวลาโลก – Signals of Sustainable Future” ต้อนรับ “วันสิ่งแวดล้อมโลก World Environment Day” 5 มิถุนายน เพื่อส่งเสริมการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างยั่งยืน และสร้างแรงบันดาลใจในการตระหนักรู้ให้กับผู้คนกว่า 1.9 พันล้านคนทั่วโลก

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และงานธุรกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า “หนึ่งในเป้าหมายการดำเนินธุรกิจของ AIS ก็คือ การยืนหยัดเพื่อสิ่งแวดล้อม สร้างอนาคตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้กับผู้บริโภคและสังคม จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ AIS ริเริ่มโครงการ AIS E-Waste ขึ้น เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ผลเสียที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมหากมีการทิ้งและกำจัดอย่างไม่ถูกวิธี เปิดจุดรับขยะอิเล็กทรอนิกส์จากประชาชนเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างเหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 235 องค์กรที่ทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ ในฐานะ “HUB of E-Waste” ศูนย์กลางด้านองค์ความรู้และจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะอย่างยั่งยืน”

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม

ทั้งนี้ จากข้อมูลขององค์การสหประชาชาติคาดการณ์ว่า ภายในปี 2050 ขยะอิเล็กทรอนิกส์จะล้นโลก โดยโลกจะมีซากขยะอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัวเป็น 111 ล้านตัน และขณะนี้โลกกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะ “วิกฤตขยะอิเล็กทรอนิกส์ล้นเมือง” เพราะทุกชิ้นส่วนของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกทิ้งอย่างไม่เหมาะสม จะมีสารพิษสะสมอยู่ในระบบนิเวศไม่ว่าจะเป็นอากาศ น้ำ ดิน อาหาร และสิ่งของรอบตัวเรา

AIS จึงถือโอกาสเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลกในปีนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของ แคมเปญ “สัญญาณยืดเวลาโลก” ที่จะชวนทุกคนมาฟัง “สัญญาณของโลก” และลุกขึ้นมา “ยืดเวลาให้โลก” อยู่กับเราได้นานขึ้น โดยชวนทุกคนมาช่วยกันทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี ทุกการทิ้ง 3 ชิ้นต่อ 1 เดือน จะช่วยยืดเวลาให้โลกได้ 1 วัน อ้างอิงจากข้อมูลปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ 62 ล้านตันทั่วโลกในปี 2022 ในรายงานของ UNITAR (Global E-Waste Monitor 2024) โดยคำนวนจากประชากรโลกประมาณ 8 พันล้านคน เทียบกับน้ำหนักขยะ E-Waste เฉลี่ย 200 กรัมต่อ 1 ชิ้น

ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมกัน “ยืดเวลาให้โลก” เพียงนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก สายชาร์จ และหูฟัง ที่หมดอายุการใช้งานแล้วมาทิ้งที่จุดรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีถึงกว่า 2,700 จุดทั่วประเทศ หรือฝากทิ้งกับบุรุษไปรษณีย์ที่มาส่งจดหมายหรือพัสดุที่บ้าน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนทั่วประเทศไปด้วยกัน

นอกจากนี้ ขอเชิญร่วมกิจกรรม “สัญญาณยืดเวลาโลก” ในแบบของคุณ โดยถ่ายคลิปหรือภาพเชิญชวนทุกคนมาทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่จุดทิ้งทั่วประเทศ โดยโพสต์ในช่องทางโซเชียลมีเดียพร้อมติดแฮชแท็ก #สัญญาณยืดเวลาโลก #AISHUBofEWaste #AISEWaste เพื่อร่วมกันส่งสัญญาณยืดเวลาโลกไปพร้อมๆ กัน ตั้งแต่ 5 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป และติดตามภารกิจยืดเวลาได้ที่ https://www.facebook.com/ais.sustainability/?locale=th_TH

วิกฤตสิ่งแวดล้อมที่ถูกมองข้าม อย่าโหน กระแสปัญหาเสี้ยวเดียว “จัดการได้ง่าย”

0

บทความโดย ไศลพงศ์ สุสลิลา นักวิชาการอิสระด้านสิ่งแวดล้อม

ภาพน้ำกำลังท่วมบ้านเรือนจมชุมชนหลายแห่งในไทยและหลายประเทศ สวนทางกับผู้คนบางส่วนยังขาดน้ำกินน้ำใช้ และพื้นที่การเกษตรแตกระแหงเพราะภัยแล้งทำลายโอกาสของเกษตรกร และแผ่นดินไหวพร้อมเขย่าความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนแบบไม่สามารถคาดการณ์ได้ สังคมกลับเลือกที่จะหมุนเข็มทิศไปพูดเรื่องที่เป็นกระแส เช่น ปลาหมอคางดำ ราวกับว่าเป็นภัยพิบัติอันดับหนึ่งของประเทศ ทั้งที่อาจเป็นเพียงกระแสที่ถูกกระพือให้ดูใหญ่เกินจริง การเบี่ยงเบนความสนใจครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เรามองข้ามภัยพิบัติที่แท้จริง แต่ยังเป็นการถ่วงรั้งการแก้ไขที่เร่งด่วนและจำเป็น

เมื่อเร็วๆ นี้ งานวิจัยล่าสุดของมหาวิทยาลัยพรีมัธ ประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า มหาสมุทรของโลกกำลัง ‘มืดลง’ อย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลและแหล่งอาหารขนาดใหญ่ของมนุษยชาติ ผลการศึกษาดังกล่าวยังพบอีกว่ามหาสมุทรทั่วโลกประมาณ 21% ซึ่งรวมถึงบริเวณชายฝั่งขนาดใหญ่และมหาสมุทรเปิดกลายเป็นสีเข้มมากขึ้น ทำให้สิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศในทะเลไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติได้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำลายห่วงโซ่อาหารในทะเล เปลี่ยนแปลงการกระจายพันธุ์ และทำให้ความสามารถของมหาสมุทรในการรองรับความหลากหลายทางชีวภาพกับการควบคุมสภาพอากาศ อ่อนแอลง

คนไทยอาจกำลังหลงประเด็นพุ่งเป้าไปที่ปัญหาที่ “จัดการได้ง่าย” หรือ “เป็นกระแส” มากกว่าจะมองว่าเป็นภัยคุกคามที่กัดกร่อนชีวิต ความมั่นคง และอนาคตของประชาชนอย่างต่อเนื่องๆ ภาวะโลกร้อนไม่ใช่แค่เรื่องของโลก แต่คือ “เรื่องของคนไทย” ทุกคน ในช่วงปี 2567 และต้นปี 2568 ประเทศไทยประสบกับสภาพอากาศสุดขั้วหลายระลอก ฤดูร้อนที่ยาวนานขึ้น อุณหภูมิแตะ 45 องศาเซลเซียสในหลายพื้นที่ ฝนตกหนักกระจุกตัวจนเกิดน้ำท่วมฉับพลันในภาคเหนือและอีสาน รวมถึงพายุไซโคลนรุนแรงในภาคใต้ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องของธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามวงจร แต่มันคือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่มนุษย์มีส่วนเร่งเร้า

หลายวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่รอวันปะทุ

ภัยแล้ง : เป็นปัญหาที่ได้รับความสนใจน้อยจนน่าใจหาย หลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางกำลังเผชิญกับระดับน้ำในเขื่อนลดต่ำลงจนใจหายใจคว่ำ แหล่งน้ำธรรมชาติแห้งขอด พื้นดินแตกระแหง เกษตรกรหลายหมื่นรายกำลังดิ้นรนเพื่อหาแหล่งน้ำมาหล่อเลี้ยงพืชผลและปศุสัตว์ ได้แต่หวังว่าฝนจะมาเร็วเติมน้ำให้ทุกหย่อมหญ้า แต่หากฝนมาช้านั่นคือความสูญเสียของพวกเขา โดยเฉพาะชาวบ้านที่ต้องพึ่งพาน้ำจากแหล่งธรรมชาติ การขาดน้ำไม่ใช่แค่ความไม่สะดวก แต่มันคือการดิ้นรนเพื่ออยู่รอดเพราะ “น้ำคือชีวิต”

น้ำท่วม: น้ำท่วมยังเป็นภัยคุกคามที่กลับมาซ้ำเติมผู้คนทุกปี ความรุนแรงและความถี่ของน้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานี นครสวรรค์ สุโขทัย และเชียงราย เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ หลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในรอบไม่ถึง 12 เดือน กรุงเทพฯ และปริมณฑลก็เช่นกัน ภาพของถนนที่กลายเป็นแม่น้ำกลายเป็นเรื่องปกติ ขณะที่ความเสียหายต่อเกษตรกรรายย่อยนับแสนรายกลับถูกมองข้ามราวกับเป็นเพียงตัวเลขในข่าวเศร้า

แผ่นดินไหว: เมื่อต้นปี 2568 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.5-5 ริกเตอร์ หลายครั้งในเชียงรายและลำปาง โดยเฉพาะแผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมาระดับ 8.2 ริกเตอร์เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายจังหวัดในประเทศไทยรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนได้ถ้วนหน้า นักวิชาการเตือนว่าความถี่ของการเกิดแผ่นดินไหวที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นสัญญาณของการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกที่ไม่เคยสงบ หากเกิดขึ้นในพื้นที่ที่โครงสร้างพื้นฐานอ่อนแอ ผลลัพธ์จะรุนแรงเกินกว่าที่คาดคิด

เป็นความจริงที่ปลาหมอคางดำอาจเป็นหนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่เมื่อเทียบกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงนิเวศของแหล่งอาหาร ทำลายที่อยู่อาศัย และคุกคามความมั่นคงทางการเกษตรแล้ว ปลาหมอคางดำไม่สามารถทำให้คนไทยขาดน้ำ ไม่ทำให้ดินถล่ม หรือทำให้บ้านเรือนจมหายไปในน้ำ แต่มันกลับได้รับการจัดอันดับเป็นภัยคุกคามสำคัญ ทั้งที่วิกฤตที่แท้จริงกำลังลุกลามอย่างไร้การยับยั้ง สังคมจำเป็นต้องตื่นรู้และยกระดับการรับมือกับภัยธรรมชาติอย่างบูรณาการ ต้องมีระบบเตือนภัยและระบบฟื้นฟูที่เข้าถึงทุกพื้นที่ ไม่ใช่แค่ในเมืองใหญ่ แต่ลงลึกถึงทุกชุมชนที่ได้รับผลกระทบ การลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์และการใช้พลังงานสะอาดไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นทางรอด หากเรายังมัวแต่หลงประเด็นกับปัญหาที่จัดการง่ายและเป็นกระแส สุดท้าย…วิกฤตตัวจริงจะมาถึงโดยไม่มีใครพร้อมรับมือ

เมืองไทยประกันชีวิต ฉลองเทศกาล Pride Month 2025 เสิร์ฟไอศกรีมจาก iberry ให้สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย “เมืองไทยสไมล์คลับ” เดินหน้าส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาล Pride Month 2025 สนับสนุนความเท่าเทียมและความหลากหลาย  ล่าสุดจับมือ iberry เสิร์ฟความสุขให้สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ รับความอร่อยจากไอศกรีมโฮมเมดฉ่ำชื่นใจตลอดเดือนมิถุนายน 2568 นี้  

โดยสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ เพียงใช้คะแนนสะสม 5 Smile Points แลกรับ ไอศกรีม  iberry 1 สกู๊ป    ทุกรสชาติ (มูลค่าสูงสุด 89 บาท) ที่ร้าน iberry icecream ทุกสาขา จำกัดการแลกรับสิทธิ์ 1 ท่าน / 4  สิทธิ์ / สัปดาห์ รวม 2,400 สิทธิ์ ตลอดโครงการ แลกรับสิทธิ์ทางแอปพลิเคชัน  MTL Click  แสดงรหัสรับสิทธิ์  ณ เคาน์เตอร์ชำระเงิน ภายในระยะเวลา 30 นาที แลกรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 –  30 มิถุนายน 2568

สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ สามารถติดตามกิจกรรมและสิทธิประโยชน์สุดพิเศษตลอดทั้งปี ได้ที่เว็บไซต์เมืองไทยประกันชีวิต www.muangthai.co.th  หรือดาวน์ โหลดแอปพลิเคชัน MTL Click ได้ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1766 ตลอด 24 ชั่วโมง

“สวัสดี หนีห่าว” AIS ผนึก ททท. พานักท่องเที่ยวจีนเข้าสนามมวยราชดำเนินสัมผัสซอฟต์พาวเวอร์มวยไทย รับประสบการณ์สุดพิเศษจาก AIS LUCKY TOURIST SIM CARD 

0

AIS เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พานักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาเยือนไทย ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2568 เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลอง ครบรอบ 50 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ภายใต้โครงการ “สวัสดี หนีห่าว” เปิดประสบการณ์สัมผัสศิลปะมวยไทยอย่างใกล้ชิด ณ สนามมวยราชดำเนิน ซึ่งเป็นสิทธิพิเศษจาก AIS LUCKY TOURIST SIM CARD SIM ซิมการ์ดแบบเติมเงินที่ออกแบบมาเพื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์การเดินทาง อำนวยความสะดวกให้ทุกการเชื่อมต่อสื่อสารเป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมมอบสิทธิประโยชน์อีกมากมาย

นางเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าพรีเพด AIS กล่าวว่า “เพื่อผลักดันศิลปะมวยไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล นักท่องเที่ยวจีนจะได้สัมผัสวัฒนธรรมไทยผ่านประสบการณ์สุดทันสมัยและน่าประทับใจ พร้อมรับสิทธิพิเศษที่คัดสรรมาเพื่ออำนวยความสะดวกตลอดการท่องเที่ยวในประเทศไทย เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากจีนในครั้งนี้ และหวังว่าทุกท่านจะได้สัมผัสกับเสน่ห์ของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและกีฬา รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อเชื่อมโยงโลกได้อย่างไร้รอยต่อ”

โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้ AIS LUCKY TOURIST SIM สามารถแชร์ทุกความประทับใจแบบเรียลไทม์ เชื่อมต่อไม่มีสะดุดบนเครือข่าย 5G พร้อมรับสิทธิพิเศษ เปิดประสบการณ์สัมผัส Soft Power ไทยอย่างใกล้ชิด รับทันทีส่วนลด 10% สำหรับบัตรเข้าชมการแข่งขันมวยไทยรายการ RAJADAMNERN WORLD SERIES (RWS) ทุกวันเสาร์ สำหรับการซื้อบัตรออนไลน์ เพียงนำโค้ดส่วนลดกรอกผ่านเว็บไซต์ RAJADAMNERN.COM สำหรับการซื้อบัตรที่หน้า Ticket Office กด *545# เพื่อยืนยันสิทธิรับส่วนลดหน้างาน ตั้งแต่วันนี้ – 11 ตุลาคม 2568

นอกจากนี้ ยังมีสิทธิประโยชน์อีกมากมาย ทั้งส่วนลดเข้าชมสวนสัตว์เปิดเขาเขียว, รับฟรีประกันภัยการเดินทาง, รับเครื่องดื่ม และใช้ห้องรับรองพิเศษฟรีกับเซ็นทรัล และส่วนลดช้อปปิ้งกับ King Power สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ AIS LUCKY TOURIST SIM Website, AIS eSIM TOURIST Website และ AIS 5G Official Account on Weibo platform  

เปลี่ยนบ้านเป็นเงิน กับ ‘สินเชื่อ GSB บ้านแลกเงิน’ ให้กู้สูงสุด 10 ล้านบาท ผ่อนนาน 30ปี วันนี้ – 15 ส.ค.68

0

ออมสินเปิดโปรโมชัน แค่มีบ้านก็เหมือนมีเงินก้อน เปลี่ยนบ้านเป็นเงินกับ ‘สินเชื่อ GSB บ้านแลกเงิน’
สมัครเลยตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. 68 – 15 ส.ค. 68
คลิก > https://to.gsb.or.th/VfCSCQf4

✔ อัตราดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้น 3.59% ต่อปี (6 เดือนแรก)
✔ วงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาท
✔ ผ่อนนานสูงสุด 30 ปี
✔ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายอเนกประสงค์
✔ สนับสนุนค่าประเมินหลักทรัพย์ สูงสุด 5,000 บาท *

หมายเหตุ :

  • อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำ MRR = 6.545% (ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป) ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น หรือลดลงได้
  • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) อยู่ระหว่าง 3.590% – 6.295% ต่อปี
  • กรณีใช้ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุดเป็นหลักประกัน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (EIR)
  • กรณีวงเงินกู้ ไม่เกิน 5 ล้านบาท อยู่ระหว่าง 6.135 %-6.249% คำนวณจาก วงเงินกู้ 1 ล้านบาท ระยะเวลาชำระเงินกู้ 20 ปี
  • กรณีวงเงินกู้ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป / กลุ่มรายได้ประจำตั้งแต่ 75,000 บาทขึ้นไป/ กลุ่มรายได้อิสระตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป
    อยู่ระหว่าง 6.010%-6.150% คำนวณจาก วงเงินกู้ 5 ล้านบาท ระยะเวลาชำระเงินกู้ 20 ปี
  • กลุ่มวิชาชีพทางการแพทย์ (ทั้งกรณีใช้ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ห้องชุด ที่ดิน หรือที่สวน เป็นหลักประกัน) อยู่ระหว่าง 5.965%-6.032% คำนวณจาก วงเงินกู้ 1 ล้านบาท ระยะเวลาชำระเงินกู้ 20 ปี
  • กรณีใช้หลักประกันเป็นที่ดินหรือที่สวน อัตราดอกเบี้ยบวกเพิ่ม 1% ต่อปี (ยกเว้น กลุ่มวิชาชีพทางการแพทย์) อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (EIR)
  • กรณีวงเงินกู้ ไม่เกิน 5 ล้านบาท อยู่ระหว่าง 7.130%-7.247% คำนวณจาก วงเงินกู้ 1 ล้านบาท ระยะเวลาชำระเงินกู้ 20 ปี
  • กรณีวงเงินกู้ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป / กลุ่มรายได้ประจำตั้งแต่ 75,000 บาทขึ้นไป/ กลุ่มรายได้อิสระตั้งแต่ 100,000 บาท ขึ้นไป อยู่ระหว่าง 6.999%-7.144% คำนวณจากวงเงินกู้ 5 ล้านบาท ระยะเวลาชำระเงินกู้ 20 ปี
  • *กรณีสนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ สำหรับลูกค้าที่วงเงินกู้ตั้งแต่ 3 ล้านบาท ขึ้นไป ธนาคารสนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ให้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินรายละ 5,000 บาท ยกเว้นกลุ่มวิชาชีพทางการแพทย์ โดยลูกค้าต้องสำรองจ่ายค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ไปก่อนเมื่อจัดทำนิติกรรมสัญญาแล้วเสร็จ ธนาคารจะโอนเงินคืนเข้าบัญชีเงินฝาก เผื่อเรียกของผู้กู้ภายใน 30 วัน
  • หลักเกณฑ์เงื่อนไขอื่นๆ ให้เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
  • รายละเอียดการคำนวณเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th

⚠️ เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
*รู้ก่อนกู้…กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

“Pride Month 2025”  สะท้อนพลังความหลากหลายทางเพศขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่อนาคต ในวันที่โลกเปิดกว้าง

0

ในปี 2025 นี้ ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความท้าทายที่มาพร้อมกับโอกาสอันยิ่งใหญ่ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศโดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงความเปิดกว้างและการยอมรับของสังคมไทยที่มีต่อชาว LGBTQ

เอกภพ พันธุรัตน์ นักประชาสัมพันธ์ ที่โลดแล่นอยู่ในวงการพีอาร์มาอย่างยาวนาน ร่วมงานกับธุรกิจ องค์กร และบุคคลมีชื่อเสียงมากมาย ได้รับขนานนามว่า “ Princess of PR ” กล่าวถึงกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงนี้ว่า “สังคมไทยเปิดกว้างและยอมรับกลุ่ม LGBTQ+ มากขึ้น ส่งผลให้ผู้มีความหลากหลายทางเพศสามารถแสดงศักยภาพในแวดวงธุรกิจ การตลาด และการสร้างอาชีพได้อย่างเต็มที่  จึงจะเห็นได้ว่าในทุกๆ ผู้มีความหลากหลายทางเพศเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนอยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง”

เอกภพ พันธุรัตน์

เมื่อโอกาสเปิดกว้าง ผู้มีความหลากหลายทางเพศคือพลังสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจในยุคเปลี่ยนผ่าน เลยยิ่งต้องทำให้ทุกเพศสภาพตื่นตัวกับการใช้ทักษะความสามารถอย่างเต็มกำลัง ควบคู่การปรับตัวเข้าสู่บริบทต่างๆ ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา และนี่คือความชำนาญพิเศษของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศที่จะเผชิญความท้าทายนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ปรากฏการณ์นี้เห็นได้ชัดจากการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว แฟชั่น และความบันเทิง ซึ่งกลุ่ม LGBTQ+ มีบทบาททั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ไม่เพียงแต่สร้างสีสันให้กับอุตสาหกรรม หากแต่ยังนำเสนอมุมมองใหม่ๆที่ตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างมีวิสัยทัศน์ จึงทำให้ผู้มีความหลากหลายทางเพศคือกลุ่มบุคคลที่มีประกายของความสามารถพิเศษเฉพาะตัวที่แฝงอยู่ในตัวตนเป็นผู้ที่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์ ความสามารถเฉพาะตัว และการปรับตัวที่รวดเร็ว ซึ่งกลายเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้ธุรกิจเติบโตได้ แม้จะเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจโลกก็ตาม

“เราคือกลุ่มคนที่เต็มไปด้วยไอเดีย กล้าในการนำเสนอสิ่งใหม่ๆ และเข้าใจบริบทธุรกิจได้อย่างลึกซึ้ง และพร้อมปรับตัวให้สอดรับกับทุกความเปลี่ยนแปลง เราคือส่วนสำคัญ
ในการขับเคลื่อนให้แบรนด์เกิดกระแส สินค้าขายได้ และตลาดมีชีวิต”

อย่างไรก็ตาม แม้ความหลากหลายทางเพศจะเบ่งบานในประเทศไทยแล้ว แต่ในมุมธุรกิจก็ยังถือว่าเป็นตลาดใหม่ที่ยังสามารถเติบโตได้อีกเยอะ ในฐานะนักประชาสัมพันธ์ที่ทำงานกับธุรกิจ องค์กร และผู้มีชื่อเสียง เอกภพ ให้ความเห็นว่า

“ในมุมของการเป็นผู้บริโภค การที่ธุรกิจออกมาสื่อสารให้การสนับสนุนความหลากหลายทางเพศนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้บรรยากาศของสังคมมีความเข้มข้นและมีความสำคัญมากขึ้น แต่อาจไม่ใช่ทุกธุรกิจจะสามารถยกระดับความพิเศษของสินค้าได้มากนัก เช่น ที่อยู่อาศัย รถยนต์ ซึ่งเป็นสินค้าที่ตอบสนองต่อความหลากหลายอยู่แล้ว กลุ่มธุรกิจที่คิดว่าสามารถต่อยอดเพื่อให้ตอบโจทย์ผู้มีความหลากหลายทางเพศได้มากขึ้น คือ เสื้อผ้าและแฟชั่น ซึ่งน่าสนใจว่าแฟชั่นสตรี จะตอบโจทย์สตรีข้ามเพศได้อย่างไร หรือแฟชั่นบุรุษจะต้องปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมอะไรเพื่อให้เข้าถึงบุรุษข้ามเพศมากขึ้น เช่น ในกลุ่มสาว LGBTQ+ ซึ่งมีร่างกายบางอย่างที่ยังคงเป็นตามเพศสภาพ เช่น ไซส์เท้าที่ใหญ่ แต่ใจมุ่งไปที่รองเท้าส้นสูง ส้นเข็ม ตรงนี้ก็หายากมากเราก็จะมีร้านลับเฉพาะกลุ่มที่คอยซื้อหาผลิตภัณฑ์ แต่ก็ไม่ได้มีหลากหลายมากนัก หรืออย่างกลุ่มสตรีที่มีความเป็นบุรุษ ก็จะเจอกับปัญหาเสื้อผ้า ร้องเท้า ที่หาเข้ากับสรีระยากเช่นเดียวกัน อีกธุรกิจที่น่าต่อยอดคือกลุ่มเครื่องสำอาง เนื่องจากกลุ่มคนข้ามเพศที่ใช้ฮอร์โมน จะมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสภาพผิว ซึ่งยังมีสินค้าที่ตอบโจทย์อยู่น้อยมาก สิ่งต่างๆ เหล่านี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งที่อยากส่งเสียงสะท้อนออกไปให้กับกลุ่มธุรกิจ เพราะกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศไม่ได้เป็นเพียงพลังแห่งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแต่เพียงอย่างเดียวแต่ยังเป็นพลังแห่งการเป็นผู้บริโภค ซึ่งมองว่า คงเป็นเรื่องดีหากในอนาคตเราจะมีโอกาสเห็นแบรนด์ต่างๆ ที่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์มาเพื่อเรา เมื่อถึงวันนั้น คงจะมีโอกาสได้สัมผัสโลกธุรกิจในมุมมองใหม่ ที่ขับเคลื่อนโดยกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งคงมีสีสันและน่าตื่นเต้นไม่น้อยเลยทีเดียว”

“การเฉลิมฉลอง Pride month จึงไม่ได้เป็นเพียงการแสดงออกถึงตัวตน แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการยืนยันว่า กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศคือพลังขับเคลื่อนที่แท้จริงในสังคมและเศรษฐกิจระดับโลก หากได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสมและทำให้ยั่งยืนได้” เอกภพ กล่าวเสริม

รู้เก็บรู้ออม : INVESTORY Online Exhibition on Schools

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง"  หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

พิพิธภัณฑ์ไม่ใช่แค่สถานที่จัดแสดงวัตถุโบราณ แต่เป็นศูนย์รวมเรื่องเล่าจากอดีต ปัจจุบัน และเป็นแรงบันดาลใจสู่อนาคต ไม่ว่าจะเป็นด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี หรือความรู้ด้านการเงินและการลงทุน หลายคนคงยังไม่ทราบว่า เรามีแหล่งเรียนรู้ด้านการเงินการลงทุนแห่งแรกของไทย ตั้งอยู่กลาง กทม.นี่เอง นั่นคือ พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน (INVESTORY)

INVESTORY เปิดให้บริการเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว ที่นี่เป็นทั้งแหล่งการเรียนรู้ และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนและประชาชนในการวางแผนการเงินและการลงทุน สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตลาดทุนไทยและพัฒนาการของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ปรับเปลี่ยนโฉมให้ทันสมัย ปรับปรุงทั้งรูปแบบการนำเสนอและจัดแสดงนิทรรศการชุดต่างๆ ให้เป็นที่น่าสนใจ และดึงให้คนทุกวัยเข้ามาเที่ยวชม

ในโอกาสที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ครบรอบการดำเนินงาน 50 ปี INVESTORY ได้จัดกิจกรรมพิเศษ ชวนนักเรียนระดับมัธยมและอาชีวศึกษา มาเสริมแกร่งความรู้ทางการเงินกับงาน “INVESTORY Online Exhibition on Schools ปี 68”

กิจกรรมครั้งนี้เป็นการขยายโอกาสสู่  50 โรงเรียน ด้วยการชักชวนให้คุณครู อาจารย์ของสถาบันการศึกษา พานักเรียนระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษาทั่วประเทศ มาเปิดประสบการณ์เรียนรู้การเงินการลงทุนที่สนุก ไม่ว่าจะเป็นการร่วมค้นหาหุ้นตัวแรกไปกับ “Choose Your First Stock”, เส้นทางจาก “หุ้นกับฉัน” รู้จักหุ้นใกล้ตัวในชีวิตประจำวันไปสู่ “หุ้นของฉัน” เรียนรู้วิธีเลือกและวิเคราะห์หุ้น

น้องๆที่ร่วมกิจกรรม จะได้รับแรงซัพพอร์ตจากเหล่า SET Heroes ที่มาช่วยสร้างประสบการณ์ของการค้นหาหุ้นตัวแรก พร้อมเกมสนุกและแจกของรางวัลมากมาย ผ่านการเรียนรู้ในรูปแบบออนไลน์ด้วยโปรแกรม Zoom โดยใช้เวลา 90 นาที งานนี้ได้ทั้งสนุกและได้ความรู้เรื่องการเงินการลงทุน ที่นำไปใช้ประโยชน์ในอนาคตได้แน่นอน

คุณครูและอาจารย์สามารถเลือกรอบการเรียนรู้ได้วันที่ 11–14 มิถุนายน 2568 และ 16–20 มิถุนายน 2568 โดยเปิดให้สมัครฟรีที่ https://gowatch.live/INVESTORYregister หากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่อีเมล [email protected] หรือโทร. 0–2009–9865

สำหรับคนที่สนใจเรื่องการลงทุน “คุณนายพารวย” อยากชวนให้มาลองเดินเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน (INVESTORY) ดูสักครั้ง INVESTORY ตั้งอยู่ชั้นใต้ดิน อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ บนถนนรัชดาภิเษก เปิดทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 09.30-18.00 น.


คุณนายพารวย

AIS จับมือ Prime Video เสิร์ฟความสนุกผ่านซีรีส์เรื่องใหม่ล่าสุด “GOOD BOY”พร้อมแพ็กเกจสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้า AIS

0

AIS เชื่อมต่อประสบการณ์ดิจิทัลให้ลูกค้าผ่านการส่งมอบคอนเทนต์ชั้นนำระดับโลก เดินหน้าผนึก Prime Videoร่วมเปิดตัว GOOD BOY”ซีรีส์เกาหลีแนวแอ็กชัน-ดราม่า-คอมเมดี้ เรื่องใหม่ล่าสุด โดย Prime Videoได้จัดกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟ Fan Screeningให้แฟนๆ AIS ชาวไทยได้รับชมตอนแรกก่อนใครและใกล้ชิดกับพระเอกหนุ่มสุดฮอตอย่าง พัคโบกอม ร่วมด้วย คิมโซฮยอนและอีซังอี แบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น พร้อมกันนี้ AISยังมอบประสบการณ์ให้กับลูกค้าและคนไทยได้รับชมคอนเทนต์คุณภาพระดับโลกบนโครงข่ายอันดับหนึ่งของประเทศไทย ด้วยแพ็กเกจสุดเอ็กซ์คลูซีฟคุ้มและหลากหลายเพื่อคอหนังและซีรีส์สามารถเต็มอิ่มกับคอนเทนต์ชั้นนำจาก Prime Videoในราคาที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า AISเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น

  • แพ็กเกจ Prime Video 3 เดือน จ่ายเพียง 149 บาท (เฉลี่ยเดือนละ 50 บาท จากปกติเดือนละ 149 บาท) หลังจากนั้นรับชมต่อเนื่องในราคาเดือนละ149 บาท สมัครกด *144#โทรออก สตรีมได้ถึง 3 อุปกรณ์ ในความคมชัดระดับ 4K และระบบเสียง Dolby Atmos พร้อมใช้งาน Prime Gaming ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 
  • แพ็กเกจ Prime Video รายปีเพียง 999 บาท (จากปกติ 1,390 บาท) สมัครกด *144*1#โทรออก สตรีมได้ถึง 3 อุปกรณ์ ในความคมชัดระดับ 4K และระบบเสียง Dolby Atmos พร้อมใช้งาน Prime Gaming ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 
  • แพ็กเกจ PLAY PREMIUM PLUS รวมแอปพลิเคชันดังไว้ในที่เดียวทั้ง Prime Video, Max, iQIYI, Viu และ WeTV พร้อมช่องพรีเมียมอีกมากมาย เพียง 299 บาทต่อเดือน สมัครกด *678*299# โทรออก หรือคลิก https://m.ais.co.th/PPP_NLM

ลูกค้า AIS สมัครแพ็กเกจชมคอนเทนต์ Prime Video และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่  https://www.ais.th/primevideo

พี่ๆซีพีเอฟ … “คลีนเล้าด้วยใจ ปันไข่ให้น้อง”

0

“ไข่ไก่” ธรรมดา แต่ไม่ธรรมดาเลย สำหรับเด็กๆ ในโรงเรียนห่างไกล เพราะมันคือแหล่งพลังงานที่ช่วยให้อิ่มท้องและเติบโตแข็งแรงทั้งกายและใจ

มูลนิธิซีพี ร่วมกับ ซีพีเอฟ เดินหน้าเติมโภชนาการให้น้องๆ ทั่วไทย ผ่าน “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2532 ซึ่งไม่ใช่แค่ส่งต่อวิธีการเลี้ยงไก่ไข่มาตรฐาน ที่ทำให้ได้ไข่ไก่คุณภาพดี จากฝีมือการเลี้ยงของพวกเขาเอง ห้องเรียนอาชีพแห่งนี้ยังช่วยฝึกทักษะชีวิตใช้ในอนาคต ยังได้การเรียนรู้นอกห้องเรียน การทำงานเป็นทีม และต่อยอดเป็นรายได้ให้โรงเรียน

ล่าสุดกับกิจกรรม “คลีนเล้าด้วยใจ ปันไข่ให้น้อง” พี่ๆ ซีพีอาสาจากโรงเพาะฟักลูกกุ้ง ซีพีเอฟ จ.ตราด รวมพลังกันทำความสะอาด ปรับปรุงโรงเรือนเลี้ยงไก่ที่ รร.ตชด.สิงค์โปร์แอร์ไลน์ จ.จันทบุรี เพื่อให้ไข่ที่เด็กๆ ได้กิน สะอาด ปลอดภัย และคุณภาพเป๊ะทุกฟอง!

นอกจากอิ่มท้อง “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ยังสร้าง “คลังอาหารยั่งยืน” ให้โรงเรียนและชุมชน แถมมีหลักสูตรการเลี้ยงไก่ที่ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ตั้งแต่เริ่มเลี้ยง จัดการฟาร์ม ไปจนถึงแปรรูปไข่ สร้างรายได้เสริมให้โรงเรียนด้วย ตอนนี้โครงการฯขยายไปแล้วกว่า 988 โรงเรียน 75 จังหวัดทั่วไทย มีเด็กๆ กว่า 223,000 คน ครูและบุคลากรกว่า 16,500 คน ได้รับประโยชน์จากโครงการฯ และเป้าหมายถัดไปคือ 1,008 โรงเรียนภายในปี 2568 นี้

เพราะเราเชื่อว่า “ไข่ฟองเล็ก” คือพลังใหญ่ ที่เปลี่ยนอนาคตของเด็กไทยได้จริงๆ

ตามไปดูเรื่องราวน่ารัก ๆ จาก “คลีนเล้าด้วยใจ ปันไข่ให้น้อง” ในลิงค์นี้ >>
https://youtube.com/shorts/c9xrlxnqtA0?feature=share

AIS ส่งพลังความสุขฉลองเทศกาล Pride เนรมิตจุดเช็กอิน “อุ่นใจ Pride Month” ทั่วบรรทัดทอง 

0

ชวนคนไทยและนักท่องเที่ยวเช็กอินฟินรับพอยท์ แลกส่วนลดร้านเด็ด

AIS ร่วมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจ “Pride Month” ตอกย้ำจุดยืนในฐานะของแบรนด์ที่เข้าใจทุกความแตกต่าง และพร้อมสนับสนุนทุกความหลากหลาย ภายใต้แนวคิด “Digital Inclusion” สานต่อความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภายใต้โครงการ “สุขใจ เที่ยวไทย อุ่นใจทุกที่” ยกระดับบรรทัดทองให้เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เปิดตัวกิจกรรม “อุ่นใจเช็กอิน ฟินรับพอยท์ @ บรรทัดทอง” เนรมิตจุดเช็กอิน “อุ่นใจ Pride Month บรรทัดทอง” ให้เต็มไปด้วยสีสันและบรรยากาศแห่งความสุขทั่วย่านบรรทัดทอง พร้อมชวนลูกค้าและนักท่องเที่ยวสัมผัสประสบการณ์ความพิเศษจากสิทธิพิเศษ 2 ต่อ

· ฟินต่อที่ 1 กิจกรรมอุ่นใจเช็กอิน ฟินรับพอยท์ กับจุดเช็กอินอุ่นใจ 10 จุดทั่วถนนบรรทัดทอง เพียงสแกน QR Code ผ่านแอป myAIS รับ เอไอเอส พอยท์ สูงสุด 50 คะแนน พิเศษ! เมื่อเช็กอินครบทั้ง 10 จุด รับฟรีอาหารจานพิเศษจากร้านค้าที่ร่วมรายการ ตลอดเดือนมิถุนายน 2568 นี้

· ฟินต่อที่ 2 แลกรับส่วนลดร้านค้า 40 บาท เพียงใช้ เอไอเอส พอยท์ 40 คะแนน แลกรับส่วนลด 40 บาท สำหรับร้านอาหาร ขนม เครื่องดื่ม ที่ร่วมรายการกว่า 100 ร้าน ตลอดทั้งถนนบรรทัดทอง ตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นปี

มาร่วมเฉลิมฉลอง Pride Month ในบรรยากาศแห่งความหลากหลายไปกับ AIS ที่ถนนบรรทัดทอง พร้อมเช็กอินรับพอยท์สุดฟิน จัดเต็มสิทธิพิเศษมากมายตลอดเดือนมิถุนายนนี้ ติดตามรายละเอียดกิจกรรม อุ่นใจ เช็กอิน ฟินรับพอยท์ @ บรรทัดทอง และโครงการ ‘สุขใจ เที่ยวไทย อุ่นใจทุกที่’ ได้ที่ http://ais.th/consumers/campaign/aisxtat