คนที่เจ็บจากการคอร์รัปชันหนักที่สุดคือคนที่มีอำนาจต่อรองน้อยที่สุด เงินทุกบาทที่ถูกโกง ไม่ใช่แค่เงินที่หายไป แต่คือสิทธิของพวกเราที่หายไปพร้อมกันด้วย

0
“งบประมาณแผ่นดินมาจากภาษีของประชาชน และต้องกลับไปเป็นสิทธิ สวัสดิการ และคุณภาพชีวิตของประชาชน เงินทุกบาทที่ถูกโกงจึงไม่ใช่แค่เงินที่หายไป แต่คือสิทธิของพวกเราที่หายไปพร้อมกันด้วย”

เมื่อวันพุธที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จัดงาน “CORRUPTOPIA มหานครคอร์รัปชัน Exhibition & Forum” ชวนมองปัญหาการทุจริตผ่านประสบการณ์จริงของคนทำงาน ผู้เปิดโปงการทุจริต และภาคประชาชน ที่ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

คุณพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวย้ำว่า การทุจริตพรากสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานไปจากประชาชน ทั้งสิทธิด้านอาหาร การศึกษา การรักษาพยาบาล และความปลอดภัยในชีวิต พร้อมชวนตั้งคำถามว่า  เรายังรู้สึกไม่ยอมรับการทุจริต หรือเราชินกับมันไปแล้ว

“ขอต้อนรับทุกท่านสู่มหานครคอร์รัปชัน เมืองที่มีคำขวัญว่า ‘อยู่ให้เป็น เห็นจนชิน อยู่กินกับคอร์รัปชัน’ ฟังดูเหมือนเรื่องล้อเล่น แต่เมื่อเดินชมนิทรรศการจะพบว่าไม่ใช่เรื่องตลก หรือถ้าเป็น ก็คงเป็นตลกร้าย เพราะทุกฉากในเมืองสมมติแห่งนี้หยิบมาจากชีวิตจริงที่เกิดขึ้นกับคนไทย

“สังคมไทยรู้มานานแล้วว่าการทุจริตเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ แต่ความเข้าใจของเราส่วนมากยังอยู่ที่ตัวเลขงบประมาณที่รั่วไหลและความผิดตามกฎหมาย วันนี้จึงอยากชวนทุกคนมองอีกด้านหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือการทุจริตเป็นอาชญากรรมที่พรากสิทธิขั้นพื้นฐานไปจากประชาชน

“งบประมาณแผ่นดินมาจากภาษีของประชาชน และต้องกลับไปเป็นสิทธิ สวัสดิการ และคุณภาพชีวิตของประชาชน เงินทุกบาทที่ถูกโกงจึงไม่ใช่แค่เงินที่หายไป แต่คือสิทธิของพวกเราที่หายไปพร้อมกันด้วย งบอาหารกลางวันที่ถูกยักยอก คือสิทธิด้านอาหารและการศึกษาของเด็กที่ถูกพรากไป การหักหัวคิวจัดซื้อยาและเครื่องมือแพทย์กระทบสิทธิด้านสุขภาพ และบางครั้งก็คือโอกาสรอดชีวิตของเพื่อนมนุษย์ เหล็กที่ลดสเปก ปูนที่ลดเกรด ใบอนุญาตที่เซ็นด้วยซองเงิน และทางหนีไฟที่ไม่มีอยู่จริง ล้วนกระทบสิทธิในชีวิตและร่างกาย กากอุตสาหกรรมที่ถูกลักลอบฝังกลบในชุมชน มลพิษในแม่น้ำและอากาศ หรือที่ดินของชาวบ้านที่ถูกนายทุนยึดครอง ล้วนกระทบสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี สิทธิในการทำมาหากิน และสิทธิของชุมชนที่จะมีส่วนร่วมตัดสินใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นในบ้านของตัวเอง ส่วนตำแหน่งที่ซื้อขายได้ การสอบที่แก้ไขได้ และด่านที่เคลียร์ได้ คือหลักความยุติธรรมและความเสมอภาคที่ถูกแทนที่ด้วยเส้นสายและซองเงิน

“การทุจริตที่พรากสิทธิได้กว้างที่สุดเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนจัดสรรงบประมาณด้วยซ้ำ นั่นคือการทุจริตเลือกตั้ง หลายคนยังมองว่าการรับเงินซื้อเสียงเป็นเรื่องเล็ก เป็นเงินก้อนเดียวที่นาน ๆ จะตกมาถึงคนตัวเล็กตัวน้อยสักครั้ง แต่ผู้ลงทุนย่อมไม่ยอมเสียอะไรไปฟรี ๆ และต้องถอนทุนคืนจากงบประมาณแผ่นดินที่เป็นของเราทุกคน นโยบาย โครงการ และการจัดสรรงบประมาณจึงถูกออกแบบเพื่อผลประโยชน์ของเครือข่ายและพวกพ้อง แทนที่จะออกแบบเพื่อคนส่วนใหญ่ 

“คนที่เจ็บจากการคอร์รัปชันหนักที่สุดคือคนที่มีอำนาจต่อรองน้อยที่สุด ทั้งคนจน คนไร้สถานะ กลุ่มชาติพันธุ์ แรงงาน แรงงานข้ามชาติ คนพิการ ผู้สูงอายุ และชุมชนชายขอบ เงินใต้โต๊ะหลักร้อยหลักพันที่บางคนจ่ายได้โดยไม่รู้สึกอะไร สำหรับคนจนอาจหมายถึงค่าใช้จ่ายทั้งเดือนหรือค่าเทอมของลูก

“เมื่อความสะดวก ความปลอดภัย และความยุติธรรมกลายเป็นสิ่งที่ต้องซื้อ สังคมก็เกิดระบบสองมาตรฐานขึ้นทันที นี่คือการละเมิดหลักการไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งเป็นหัวใจของสิทธิมนุษยชนโดยตรง

“สิ่งที่กังวลที่สุดไม่ใช่การโกงเพียงอย่างเดียว แต่คือความชิน ความชินที่ทำให้เราพูดกันจนติดปากว่าใคร ๆ ก็ทำ หรือขอให้ทำงานให้ดีก็พอ ความชินเปลี่ยนสิ่งที่ไม่ควรเป็นเรื่องปกติให้กลายเป็นเรื่องปกติ และเปิดทางให้การทุจริตเติบโตต่อไป

“การทุจริตกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องที่หนุนกัน การทุจริตทำให้เกิดการละเมิด และการละเมิดก็เอื้อให้เกิดการทุจริต วงจรนี้จะไม่มีวันหยุด หากคนที่ลุกขึ้นมาพูดความจริงต้องต่อสู้เพียงลำพัง

“สำหรับ กสม. หรือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เราไม่ใช่องค์กรปราบปรามการทุจริต แต่เรามีหน้าที่ทำให้สังคมมองเห็นสิ่งที่มักถูกมองข้าม นั่นคือต้นทุนด้านสิทธิมนุษยชนที่ประชาชนต้องจ่ายให้กับการทุจริต ปีนี้เราจึงกำหนดเรื่องการทุจริตกับสิทธิมนุษยชนเป็นวาระที่จะขับเคลื่อน เพื่อให้ทุกคนรับรู้แนวคิดการต่อต้านการทุจริตบนฐานสิทธิมนุษยชน เราจะประมวลสิ่งที่ได้จากเวทีวันนี้และเวทีต่าง ๆ จัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อเสนอต่อรัฐบาล

“การจัดกิจกรรมและเวทีเสวนาวันนี้ต้องการชวนทุกคนตั้งคำถามกับตัวเองว่า เรายังรู้สึกไม่ยอมรับการทุจริต หรือเราชินไปแล้ว”