จาก ‘ประชาชน’ สู่ ‘ประชาชิน’ กสม. ชวนคนไทยร่วมงานนิทรรศการ มหานครคอร์รับชั่น ‘CORRUPTOPIA’ ชมฟรีตลอดงาน 15-27 ก.ย. 69 นี้ที่หอศิลปกรุงเทพฯ

0

เราอาจมองเห็นผลของคอร์รัปชันอยู่รอบตัวบ่อยกว่าที่คิด เพียงแต่หลายครั้งมันไม่ได้ปรากฏตัวในรูปของซองเงินหรือการติดสินบนตรงหน้า แต่อาจมาในรูปของถนนที่สร้างแล้วสร้างอีกแต่ไม่เคยเสร็จ โครงการที่ใช้งบประมาณมหาศาลแต่ไม่ได้คุณภาพ หรือบริการสาธารณะที่ประชาชนควรได้รับอย่างเต็มที่ แต่กลับไม่ได้ 

เมื่อเห็นเรื่องเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากสิ่งที่ควรทำให้เรารู้สึกว่า “ไม่ถูกต้อง” วันหนึ่งเราอาจเริ่มรู้สึกเพียงว่า “ก็เป็นแบบนี้แหละ” และสิ่งนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ปัญหาคอร์รัปชันไม่มีวันหมดไป

🌆 นิทรรศการ CORRUPTOPIA มหานครคอร์รัปชัน จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) จึงไม่ได้เริ่มต้นด้วยการอธิบายว่าคอร์รัปชันคืออะไร หรือบอกเราว่าใครเป็นคนผิด แต่เลือกสร้าง “เมือง” ขึ้นมาหนึ่งเมือง เพื่อชวนให้เราเดินเข้าไปสำรวจว่า หากคอร์รัปชันแทรกซึมอยู่ในทุกส่วนของชีวิต เมืองที่เราอาศัยอยู่จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

เมื่อมองกลับมายังสถานการณ์ของประเทศไทย ปัจจุบันดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือ Corruption Perceptions Index (CPI) ปี 2025 ของไทยอยู่ที่ 33 คะแนน จาก 100 คะแนน และอยู่อันดับที่ 116 จาก 182 ประเทศ ขณะที่ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 42 คะแนน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการรับรู้ต่อปัญหาการทุจริตในภาครัฐ และประเทศไทยยังมีแนวโน้มคะแนนลดลงเมื่อเทียบกับปี 2012

แต่แทนที่จะพาเราไปมองคอร์รัปชันในฐานะปัญหาใหญ่ระดับประเทศเพียงอย่างเดียว นิทรรศการ CORRUPTOPIA กลับย่อเรื่องที่ดูใหญ่และซับซ้อนเหล่านั้นให้มาอยู่ในระดับที่ใกล้กับชีวิตของคนธรรมดาเพราะสำหรับประชาชนคนหนึ่ง เราอาจรู้สึกอยู่เสมอว่าเรื่องคอร์รัปชันใหญ่เกินกว่าที่ตัวเองจะทำอะไรได้ และอำนาจในการเปลี่ยนแปลงก็ดูเหมือนจะอยู่ในมือของคนอื่น

CORRUPTOPIA มหานครคอร์รัปชัน ชวนเรากลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เรากำลังอยู่กับความเคยชินกับการทุจริตอยู่หรือเปล่า” และ “ถ้าจะ ‘เลิกชิน’ เราจะทำอะไรได้บ้าง”

🔹เมืองที่ไม่มีอะไรเป็นอย่างที่ควรจะเป็น เพราะทุกอย่างถูกสร้างขึ้นจากคอร์รัปชัน

เมื่อเดินเข้าสู่นิทรรศการ เราจะพบกับเมืองจำลองขนาดเล็กที่ประกอบขึ้นจากแลนด์มาร์กและสถานที่ต่าง ๆ แต่ที่นี่ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบนัก เพราะทุกพื้นที่ล้วนมีร่องรอยของคอร์รัปชันซ่อนอยู่

มี “ถนนเจ็ดชั่วโคตร” ถนนที่สร้างเท่าไรก็ไม่เคยเสร็จ รื้อแล้วทำ ทำแล้วรื้อ วนกลับมาให้เห็นอยู่ซ้ำ ๆ จนความผิดปกติเริ่มกลายเป็นภาพคุ้นตา

มี “พิ‘พิษ’ภัณฑ์” ที่ไม่ได้จัดแสดงโบราณวัตถุหรืองานศิลปะ แต่เต็มไปด้วยขยะพิษจากต่างถิ่น ชวนให้คิดต่อว่า เมื่อการจัดการที่ไม่โปร่งใสเกิดขึ้น ผลที่ตามมาไม่ได้หยุดอยู่ในเอกสารหรือเม็ดเงิน แต่อาจเดินทางไปตกอยู่ที่บ้าน ชุมชน สุขภาพ และชีวิตของผู้คน

ยังมี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พร้อมเสกความสำเร็จให้ หากรู้จักติดสินบนให้ถูกทาง สิ่งเหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ระบบเดิมดำรงอยู่ต่อไป

แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในเมืองแห่งนี้อาจไม่ใช่สถานที่ใดสถานที่หนึ่ง หากเป็น “ผู้คน” ที่อาศัยอยู่ในนั้น พวกเขาถูกเรียกว่า “ประชาชิน” ประชาชนธรรมดาที่มองเห็นสิ่งผิดปกติอยู่ทุกวัน แต่เมื่อพบมันบ่อยครั้งเข้า จากเคยสงสัย จากเคยไม่พอใจกลายเป็นยอมรับ คำว่า “ประชาชิน” จึงเป็นคำที่ฟังดูขำในครั้งแรก แต่พอเดินดูนิทรรศการไปเรื่อย ๆ มันกลับกลายเป็นคำที่ย้อนกลับมาถามคนดูว่า เราเองก็เคยเป็นประชาชินในบางเรื่องหรือเปล่า

🔹คอร์รัปชันไม่ได้หายไป เพียงเพราะเราไม่เห็นคนโกงตรงหน้า

ความน่าสนใจของ CORRUPTOPIA มหานครคอร์รัปชัน คือการพยายามขยับภาพของคอร์รัปชันออกจากเรื่อง “การโกงเงิน” เพียงอย่างเดียว แล้วพาไปมองให้เห็นถึง “การโกงสิทธิ” ที่พึงได้ของเราทุกคน เพราะเบื้องหลังงบประมาณที่หายไป อาจหมายถึงถนนที่ไม่ได้มาตรฐาน
เบื้องหลังการเอื้อผลประโยชน์ อาจหมายถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่ใครบางคนต้องแบกรับ และเบื้องหลังบริการสาธารณะที่ไม่มีประสิทธิภาพ อาจหมายถึงสิทธิหรือคุณภาพชีวิตบางอย่างที่ประชาชนควรได้รับ แต่กลับได้ไม่เต็มที่

นิทรรศการทำให้เราเห็นว่า บางทีจุดเริ่มต้นของการไม่ยอมรับคอร์รัปชัน อาจเริ่มจากวันที่เรามองเห็นสิ่งเดิม แล้วไม่พูดกับตัวเองอีกต่อไปว่า “ก็เป็นแบบนี้แหละ”

🌆 CORRUPTOPIA มหานครคอร์รัปชัน
📅 15–27 กันยายน 2569
📍 ห้องนิทรรศการ ชั้น 3 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

เข้าชมฟรีตลอดงาน

ก่อนกลับบ้าน อย่าลืมแวะรับของที่ระลึก “ไม้บรรทัด (ฐาน) วัดใจ” ที่จะชวนทุกคนมาเปลี่ยนทัศนคติและยกระดับบรรทัดฐานของสังคม มาเป็นประชาชนคนคุณภาพที่ไม่ชินและไม่ทนต่อการคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ

.