จากจุดเริ่มต้นสู่เส้นทางเกือบ 20 ปีของสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การศึกษาไม่ควรหยุดเรียนรู้อยู่เพียงในห้องเรียน แต่ต้องเชื่อมโยงกับโลกการทำงานจริง เพื่อสร้างคนให้มีทักษะ พร้อมทำงาน และมีงานทำ
เบื้องหลังเส้นทางนี้ เริ่มต้นจากประสบการณ์ชีวิตและความเชื่อของ นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ ที่นำบทเรียนจากการ “เรียนไป ทำงานไป” ของตัวเอง มาสร้างเป็นโมเดลสร้างคนผ่านการศึกษา จนถึงวันที่บัณฑิตได้รับการยอมรับจากองค์กรต่าง ๆ เส้นทางของ PIM จึงไม่ใช่เพียงเรื่องราวของการสร้างมหาวิทยาลัย แต่คือการพิสูจน์ว่า “โอกาสทางการศึกษา” สามารถเปลี่ยนอนาคตของคนได้จริง

นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ชวนย้อนเรื่องราวเกือบ 20 ปี ว่า…
มีเรื่องเล่าหนึ่งที่ผมไม่เคยเล่าให้ใครฟังมากนัก มันเป็นเรื่องของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่อายุยังไม่ครบ 20 ปี ต้องเรียนภาคค่ำที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และทำงานไปด้วยกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในขณะที่เพื่อน ๆ หลายคนกำลังนั่งเรียนอยู่ในห้องเรียนช่วงกลางวัน เด็กหนุ่มคนนั้นกลับต้องรีบวิ่งจากที่ทำงานไปให้ทันเข้าเรียนตอนหกโมงเย็น บางวันเหนื่อยจนแทบหลับคาโต๊ะ แต่เขาก็ยังอดทน เพราะรู้ว่าการเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย คือหนทางที่จะทำให้เขาได้เข้าใจโลกแห่งความจริง และจากประสบการณ์ตรงนั้นเอง ทำให้ผมเห็นความจริงข้อหนึ่งที่เจ็บปวด…“คนจบปริญญาตรีออกมาทำงานไม่เป็น” ประโยคนี้ฟังดูรุนแรง แต่มันคือความจริงที่ผมพบเจอด้วยตัวเองทุกวัน บัณฑิตจบใหม่จำนวนไม่น้อยยังต้องกลับมาเรียนรู้และฝึกฝนกันใหม่ในองค์กร ต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะสามารถทำงานได้จริง ทั้งที่พวกเขาเพิ่งใช้เวลาถึงสี่ปีในมหาวิทยาลัย
ผมจึงตั้งคำถามกับตัวเองว่า “มหาวิทยาลัยควรเป็นสถานที่ที่นักศึกษาไปเดินเล่น เรียนไปวันๆ แล้วจบมาทำงานไม่เป็นจริงหรือ?” คำถามนี้ติดอยู่ในใจผมมาโดยตลอด วันที่ผมตัดสินใจสร้างสถาบัน PIM ผมอายุประมาณ 54-55 ปี หลายคนบอกว่าผมบ้า หลายคนหัวเราะเยาะ หลายคนนินทาว่า
“มหาวิทยาลัยเด็กร้าน”
“มหาวิทยาลัยรากหญ้า”
ผมได้ยินหมด แต่ผมไม่สนใจ เพราะผมรู้ว่าผมกำลังทำอะไร ผมกำลังสร้างสถาบันที่จะพิสูจน์ว่า การศึกษาไม่ควรแยกออกจากชีวิตจริง และคนที่ต้องทำงานไปเรียนไป ไม่ใช่คนที่ด้อยกว่าใคร ตรงกันข้าม ผมเชื่อว่าประสบการณ์เหล่านั้นจะกลายเป็นต้นทุนสำคัญของชีวิต โมเดลของเราคือ “เรียนไป ทำงานไป จบไปแล้วได้งานทำ” ฟังดูง่าย แต่รู้ไหมครับว่ามันยากแค่ไหน? ปีแรกที่เปิดรับนักศึกษา เรามีนักศึกษาเพียง 350 คน ปีที่สอง 550 คน รวมสองปีแรกได้เพียง 900 คน ทั้งที่เรามีทุน 100% ทั้งที่ระหว่างเรียนมีงานทำ และทั้งที่เราตั้งใจสร้างระบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับการทำงานจริง แต่ไม่มีใครเชื่อ…ผมเข้าใจครับ การที่จะให้สังคมยอมรับอะไรใหม่ ๆ มันต้องใช้เวลา ไม่ใช่หนึ่งปีหรือสองปี แต่ต้องใช้ “บัณฑิต” เป็นเครื่องพิสูจน์ เราต้องสร้างบัณฑิตรุ่นแล้วรุ่นเล่า ออกไปสู่สังคม ต้องให้พวกเขาพิสูจน์ตัวเองในการทำงาน ต้องให้หัวหน้างานยอมรับ ต้องให้เพื่อนร่วมงานยอมรับ และต้องให้สังคมยอมรับ

เราต้องสร้างบัณฑิตออกไปให้สังคมเห็นถึง สามรุ่น ฟังดูอาจไม่นาน แต่กว่าจะผ่านแต่ละรุ่นมาได้ มันคือความอดทน ความมุ่งมั่น และความเชื่อที่ไม่มีวันสั่นคลอน
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว อึดไป อึดมา เกือบครบ 20 ปีแล้ว จากวันนั้นที่เราเคยรับนักศึกษาได้เพียง 350 คน วันนี้เราเคยรับนักศึกษาใหม่ได้สูงสุดเกือบ 7,000 คนต่อปี และปัจจุบันเรารับประมาณ 5,000-6,000 คนต่อปี จากวันที่เคยถูกเรียกว่า “มหาวิทยาลัยรากหญ้า” วันนี้บัณฑิตของเราได้รับการยอมรับจากองค์กรชั้นนำทั่วประเทศ
จากวันที่ผมอายุ 54 ปี วันนี้ผมอายุ 74 ปีแล้ว 20 ปีที่ผ่านไป…
ผมเห็นเด็กหนุ่มสาวที่ต้องทำงานไป เรียนไป ไม่ต่างจากผมเมื่อ 50 กว่าปีก่อน เดินเข้ามาในสถาบันแห่งนี้ พวกเขามีความฝัน มีความมุ่งมั่น และมีไฟที่อยากจะพิสูจน์ตัวเอง และผมก็เห็นพวกเขาจบออกไป มีงานทำ มีอาชีพ มีรายได้ ได้เติบโต และประสบความสำเร็จในชีวิต

นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมภูมิใจที่สุด
วันนี้ เมื่อผมมองย้อนกลับไป ผมไม่เสียใจเลยแม้แต่วินาทีเดียวที่ตัดสินใจสร้าง PIM
ผมภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างสถาบันแห่งนี้มาตลอดเกือบ 20 ปี
ผมภูมิใจที่ได้พิสูจน์ว่า “มหาวิทยาลัยรากหญ้า” ก็สามารถสร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพได้
ผมภูมิใจที่ได้พิสูจน์ว่า “คนขาดโอกาส” ก็มีสิทธิ์ได้รับการศึกษาที่ดี
ผมภูมิใจที่ได้พิสูจน์ว่า “การเรียนไป ทำงานไป” ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ
และที่สำคัญที่สุด…
ผมภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของบัณฑิตทุกคน ที่วันนี้พวกเขาสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง
เพราะการศึกษาไม่ควรเป็นเรื่องของชนชั้น ไม่ควรเป็นเรื่องของฐานะ
การศึกษาเป็นเรื่องของโอกาส และโอกาสควรเป็นของทุกคน
20 ปี… ไม่ใช่เวลาที่สั้น แต่ก็ไม่ใช่เวลาที่ยาวนานสำหรับการสร้างสถาบันการศึกษา
สิ่งที่เราเห็นในวันนี้ไม่ใช่ผลงานของผมคนเดียว แต่เป็นผลงานของทุกคนที่ร่วมกันสร้าง ทั้งอาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา บัณฑิต สถานประกอบการ และพันธมิตรทุกภาคส่วน ทุกคนช่วยกันพิสูจน์ว่า PIM ไม่ได้เป็นเพียงมหาวิทยาลัย แต่เป็น “บ้านหลังที่สอง” ของคนที่เชื่อว่า การศึกษาคือหนทางแห่งการเปลี่ยนแปลง
จากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง
จากห้องเรียนสู่สถานที่ทำงาน
จากความฝันสู่ชีวิตจริง
นี่คือเรื่องราวของ PIM ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา
และผมเชื่อว่าอีก 20 ปีข้างหน้า PIM จะยังคงยืนหยัด เป็นที่พึ่งของเยาวชน เป็นมหาวิทยาลัยที่คนภาคภูมิใจ และเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ความฝันที่สร้างจากรากหญ้า สามารถเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาแก่คนทั้งประเทศได้
“ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่
แต่ผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมทำ จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตของคนอื่น
และนั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับชีวิตคนคนหนึ่ง”
ด้วยความภาคภูมิใจ
ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์




