การทุจริตคอร์รัปชันส่งผลอะไรกับชีวิตเราบ้าง และถ้าไม่อยากทนอยู่กับมัน เราจะเริ่มต้นแก้ไขจากตรงไหน ?

0

บางคนคิดว่า การทุจริตคอร์รัปชันอาจดูเป็นเรื่องไกลตัว เพราะเป็นเรื่องของการโกงงบประมาณภาครัฐ ประชาชนคนธรรมดาไม่เดือดร้อน  แต่แท้ที่จริงแล้วการทุจริตคอร์รัปชันใกล้ตัวกว่าที่คิด เพราะทุกการทุจริตคอร์รัปชัน คือการละเมิดสิทธิของพวกเราทุกคน

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) จึงเปิดพื้นที่พูดคุยเรื่องนี้ในงาน “CORRUPTOPIA มหานครคอร์รัปชัน Exhibition & Forum” ชวนฟังหลากหลายประสบการณ์และทัศนะ ทั้งจากผู้ที่ติดตาม ปัญหาคอร์รัปชัน ผู้ที่ลุกขึ้นเปิดโปง และประชาชนที่ไม่อยากปล่อยให้การโกง กลายเป็นเรื่องธรรมดา

🔷เปิด Forum ด้วย คุณพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ย้ำให้เห็นว่า การทุจริตเป็นการพรากสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานไปจากประชาชน ไม่ว่าจะเป็นในรูปของอาหารกลางวัน ที่เด็กที่ควรได้คุณภาพ ยาที่คนป่วยควรได้รับ หรือความปลอดภัยที่เราทุกคนควรมีโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

🔷จากนั้นเวทีเริ่มต้นด้วยปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “คอร์รัปชันซินโดรม ประเทศไทยป่วยขั้นไหน?” โดยคุณบรรยง พงษ์พานิช กรรมการและกรรมการบริหาร องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) 

“ความเสียหายจากคอร์รัปชันไม่ได้มีเพียงเงินที่ถูกโกง แต่คือการที่ประชาชนต้องจ่ายเพื่อให้ได้สิทธิ ที่ควรเป็นของตน จนความผิดปกติกลายเป็นความเคยชิน ประเทศไทยจะหายจากโรคนี้ ไม่ได้ด้วยการเพิ่มหน่วยงานตรวจสอบเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้ข้อมูลรัฐเปิดเผย ประชาชนสามารถตรวจสอบได้และคนที่กล้าเปิดโปงได้รับความคุ้มครอง เพราะเสียงของประชาชน จะทรงพลัง ก็ต่อเมื่อมีข้อมูลให้ตรวจสอบ มีพื้นที่ให้ลงมือ และมีความปลอดภัย พอที่จะไม่ต้องยอมจำนน”

.

🔷Session 1  “เปิดโปงแล้วใครปกป้อง ?” โดยคุณฐปณีย์ เอียดศรีไชย ชวนคุยกับคุณพัสนีย์ พูลสุข ผู้รวบรวมหลักฐานเปิดโปงขบวนการทุจริตยาในโรงพยาบาลทหารผ่านศึก คุณพรทิพย์ โม่งใหญ่ อดีตบรรณาธิการข่าวโต๊ะรายงานพิเศษ สถานีโทรทัศน์เวิร์คพอยท์ และคุณฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (หัวหน้าทีมสุดซอย) ทั้งหมดร่วมสะท้อนว่า การเปิดโปงทุจริตทำให้ผู้ที่ลุกขึ้นปกป้องประโยชน์ส่วนรวม ต้องเผชิญทั้งความหวาดกลัว การข่มขู่ คดีฟ้องปิดปาก และความบอบช้ำทางจิตใจ แม้จะมาจากภาคประชาชน สื่อมวลชน และฝ่ายการเมือง ซึ่งมีบทบาทในการตรวจสอบอำนาจแตกต่างกัน แต่ทุกคนต่างมีราคาต้องจ่ายให้กับการไม่ยอมจำนน เรื่องราวบนเวทีจึงชวนให้สังคมตั้งคำถามว่า เราจะปล่อยให้คนเปิดเผยการกระทำผิดต้องอยู่กับความหวาดกลัวอีกนานเพียงใด และใครจะกล้าพูดความจริงต่อไป หากคนที่ปกป้องประโยชน์สาธารณะยังต้องปกป้องตัวเองอย่างโดดเดี่ยว

“เมื่อเลือกเดินทางนี้แล้ว การเสียเงินตัวเองกับการเสียน้ำตาก็เป็นสิ่งที่ต้องเผชิญไปพร้อมกัน” 

คุณพัสนีย์ พูลสุข ผู้รวบรวมหลักฐานเปิดโปงขบวนการทุจริตยาในโรงพยาบาลทหารผ่านศึกกล่าว

.

🔷Session 2 เมื่อประชาชนไม่ยอมชินกับการทุจริตคอร์รัปชัน อีกต่อไป เราจะนับหนึ่งจากตรงไหน? ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) คุณนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภาและประธานคณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค คุณปริศนา พรหมมา ผู้แทนสภาลมหายใจเชียงใหม่ และคุณจุมพล ขุนอ่อน รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมสะท้อนว่า การทุจริตมาจากการมีโครงสร้างอำนาจรวมศูนย์ ระบบอุปถัมภ์ และกลไกตรวจสอบที่อ่อนแอเอื้อให้ ปัญหาดำรงอยู่ ทางออกจึงเป็นการแก้ไขเชิงระบบ ทั้งปรับโครงสร้างอำนาจ เปิดเผยข้อมูลรัฐ ลดขั้นตอนที่เปิดช่องเรียกรับสินบน กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส ควบคู่กับการให้ประชาชนร่วมตัดสินใจและตรวจสอบอย่างแท้จริง เพราะการหยุดคอร์รัปชันไม่ควรขึ้นอยู่กับความกล้าของคนเพียงไม่กี่คน แต่ต้องมีระบบที่ทำให้ทุกคนปกป้องสิทธิของตนและประโยชน์ส่วนรวมได้อย่างปลอดภัย

ภายในงานมีผู้คนจากหลากหลายภาคส่วนมาร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนมุมมอง ทั้งหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และประชาชนทั่วไปที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง

.แม้เวที Forum จะจบลงแล้ว แต่นิทรรศการ “CORRUPTOPIA มหานครคอร์รัปชัน” ยังเปิดให้ทุกคนมาสำรวจสถานการณ์คอร์รัปชันใกล้ตัว ตั้งแต่วันนี้ถึง 27 กันยายน 2569 เพื่อชวนมาทบทวนเรื่องที่เราอาจเคยมองผ่านด้วยความชินชา ว่าส่งผลต่อชีวิตเราอย่างไร และเราจะเริ่มเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง 

.

🌆 CORRUPTOPIA มหานครคอร์รัปชัน

📅 15–27 กันยายน 2569

📍 ห้องนิทรรศการ ชั้น 3 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

เข้าชมฟรีตลอดงาน