เปิดอีกมุมมองปลาหมอคางดำ ใช้ประโยชน์เท่ากับกำจัด มีโอกาสตามรอยปาทังก้า หอยเชอรี่

0

ช่วงหนึ่งของชีวิต เชื่อว่าหลายท่านคงเคยได้ยินข่าวของศัตรูพืชที่เข้ามาทำลายพืชผลทางการเกษตรมาแล้วทั่วสารทิศ สุดท้ายพอมาถึงเมืองไทย ทุกอย่างกลับตาลปัตร กลายเป็นเมนูยอดฮิต (เรื่องนี้ใครจะสู้พี่ไทยได้)

จากศัตรูพืชตามธรรมชาติ กลายมาเป็นสัตว์ที่มีราคา มีขายแทบทุกหัวระแหง สร้างรายได้ให้พ่อค้าแม่ขายรายย่อย จนความต้องการมีต่อเนื่องขยายผลสู่การเพาะเลี้ยงเป็นอาชีพโดยเกษตรกรอย่างเป็นล่ำเป็นสัน สามารถสร้างรายได้อย่างมั่นคงในชีวิต…นี่คือภาพปัจจุบันของตั้กแตนปาทังก้า และหอยเชอรี่ อดีตเคยเป็นตัวร้ายของวงการเกษตรกรรมระดับโลก

เชื่อเหลือเกินว่า ในยุคนี้ ปลาหมอคางดำ ที่คุกคามแหล่งน้ำบ้าน เนื่องจากเป็นปลาที่แพร่พันธุ์เร็วมาก ปริมาณมาก แถมยังทนได้หลายสภาพน้ำ แม้แต่น้ำที่เสีย แต่ก็น่าจะมีชะตาไม่ต่างจากสัตว์ต่างถิ่นที่เป็นศัตรูพืชในอดีตเหล่านี้

ที่ผ่านมาเรามักได้ยินข่าวปลาหมอคางดำแต่ในมุมดาร์ก แต่ข่าวอีกมุมแทบจะไม่มีใครนำเสนอนัก และเหล่านี้คือ อีกมุมมองของปลาหมอคางดำมีประโยชน์ บริโภคได้ ที่ผ่านการทดสอบมาแล้วจากทั้งหน่วยงานรัฐ เอกชน รวมถึงสถาบันการศึกษา

การรณรงค์ให้จับปลาหมอคางดำมาปรุงเป็นอาหารโดยภาครัฐ กลายเป็นอีกปัจจัยที่จะทำให้ปลาชนิดนี้ มีโอกาสไม่ต่างจากชะตากรรมของตั๊กแตนปาทังก้า และหอยเชอรี่ ยิ่งมีปัจจัยเร่งจากการนำมาแปรรูป การนำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ก็เท่ากับเป็นการกำจัดอย่างเป็นระบบ

จากการช่วยกันจับตามแนวทาง “เจอ แจ้ง จับ” สู่การรับซื้อมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นซื้อมาแปรรูปเป็นปลาป่น วัตถุดิบหลักในการผลิตอาหารสัตว์น้ำ หลายพื้นที่นำไปทำน้ำหมักชีวภาพ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มอบหมายให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นำมาหมักเพื่อแจกจ่ายให้ชาวสวนยาง เกษตรกรและชาวประมงหลายพื้นที่นำไปทำปลาเหยื่อ ขณะที่ทางใต้นำเนื้อไปเป็นอาหารปู ส่วนหนึ่งก็มีการนำเสนอในรูปแบบการแปรรูปต่างๆ จากทั้งกรมส่งเสริมการเกษตร ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนต่างๆ นำไปทำปลาร้า รวมถึงหน่วยงานอื่น อาทิ ภาควิชาผลิตภัณฑ์ประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คิดค้นเมนูกู้แหล่งน้ำ นำปลาหมอคางดำมาปรุงเป็น “ขนมจีนน้ำยาปลาหมอคางดำ” อันอุดมด้วยสมุนไพรไทย และคุณค่าทางโภชนาการโปรตีนจากเนื้อปลา รวมถึงเมนูต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ปลาแดดเดียว ปลาหวาน ปลาส้ม ปลาทอดกรอบ ปลากวน น้ำพริก หรือปลาร้า รวมถึงเมนูอาหารต่างๆ ที่ทำได้ไม่ยาก

ขณะที่คณะกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านอาหาร สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน, สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สำนักงานพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ก็ได้นำเสนอ 5 เมนูสุดพิเศษจากปลาหมอคางดำ ได้แก่ ปลาหมอคางดำปิ้งปลาร้าสมุนไพร ปลาหมอคางดำทอดปลาร้าสามรส ปลาหมอคางดำฟูยำมะม่วงปลาร้าหอม ปลาหมอคางดำร้าอบชีสไทย และทอดมันปลาหมอคางดำสอดไส้ปลาหมอคางดำร้ามะกรูดหอม ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่รังสรรค์เมนูต่างๆ ออกมาไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็น ปั้นขลิบปลาหมอคางดำ ปลาหมอคางดำแผ่น ปลาร้าปลาหมอคางดำ และไส้อั่วปลาหมอคางดำ รวมถึงผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง

ล่าสุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ยังได้นำเกล็ดและก้างของปลาหมอคางดำ มาสกัดเป็น แคลเซียมชีวภาพ ที่มีคุณค่าไม่แพ้ปลาแซลมอน นำมาเป็นส่วนผสมหลักในผลิตภัณฑ์ยาสีฟันจากปลาหมอคางดำ ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง…สกัดวงจรแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติของปลาหมอคางดำ ชาวบ้านมีรายได้จากการจับปลาขาย ชุมชนมีรายได้จากการแปรรูป สร้างงานสร้างอาชีพให้คนหลายกลุ่ม ลดรายจ่ายค่าอาหารสัตว์รวมถึงปุ๋ยให้แก่เกษตรกร ขณะที่สถาบันการศึกษาก็มีการต่อยอดงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง เชื่อเหลือเกินไม่นานปลาชนิดนี้จะหมดไปจากวงจรธรรมชาติ และในอนาคตอาจมีการขออนุญาตเพาะเลี้ยงกันอย่างเป็นจริงเป็นจัง