ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง" หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ดูเหมือนว่า เศรษฐกิจปีม้า 2569 นี้ อาจดูไม่สวยหรูเท่าไร สะท้อนจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาไม่ดีนัก ขณะที่ ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ทั้งพื้นที่ประชิดติดกับบ้านเรา และพื้นที่ห่างไกลออกไป สภาพแบบนี้ทำให้ “ทองคำ” กลับมาเป็นทางเลือกที่สนใจของนักลงทุนอย่างมากอีกครั้ง เห็นได้จากราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นจนสร้างสถิติทำลายหลายดอยที่มีหลายคนเคยติดอยุ่ก่อนหน้านี้ เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ลงทุนที่นักลงทุนเชื่อมั่นว่ามีความมั่นคงและปลอดภัยสูง
ถ้าเปรียบเทียบกับหุ้นแล้ว ตลาดทุนก็มีสินทรัพย์ลงทุนที่มีคุณสมบัติพร้อมด้าน “ความปลอดภัยและมั่นคง” เช่นเดียวกับทองคำ นั่นคือ “หุ้นปันผล” หากหุ้นปันผลตัวที่ถืออยู่ มีผลดำเนินงานดี สร้างผลตอบแทนจากราคาส่วนต่าง แถมยังให้ปันผลงามด้วยแล้ว นักลงทุนที่ถือหุ้นตัวนั้นไว้ก็ไม่ต่างกับการได้เป็นเจ้าของ หุ้นห่านทองคำ ที่ออก ไข่ทองคำ ให้เป็นผลตอบแทนกลับมา
ยิ่งเมื่อปีที่แล้ว 2568 มีรายงานว่า หุ้นปันผลไทยสามารถทุบสถิติ มียอดจ่ายปันผล ทะลุ 6.5 แสนล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้วยแล้ว ยิ่งช่วยตอกย้ำถึงการเป็นทางเลือกลงทุนที่ปลอดภัยของหุ้นปันผลได้อย่างชัดเจน จากบทความ SET Note ฉบับที่ 1/2569 โดยฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้แสดงให้เห็นภาพรวมการจ่ายเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในปี 2568 ว่า บจ.ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ จำนวน 581 บริษัท จ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นรวม 838 ครั้ง มีมูลค่าการจ่ายปันผลรวมพุ่งสูงถึง 651,239 ล้านบาท โดยเติบโตขึ้นถึง 9.71% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
และเมื่อพิจารณาแยกเป็นรายหมวดธุรกิจ พบว่า 3 อันดับแรกของหมวดธุรกิจที่ครองแชมป์ปันผล ปี 68 ได้แก่ อันดับหนึ่ง หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค จ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้น 149,497 ล้านบาท ตามด้วยอันดับสอง หมวดธนาคาร มีตัวเลขจ่ายปันผล 143,609 ล้านบาท และ หมวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) เป็นอันดับที่สาม จ่ายปันผล 81,694 ล้านบาท โดยตัวเลขรวมของเฉพาะ 3 กลุ่มนี้ มียอดจ่ายปันผลรวมกันกว่า 374,800 ล้านบาท หรือเท่ากับ 57.6% ของเงินปันผลทั้งหมดในตลาดหุ้นไทยเลยทีเดียว
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับช่วงเวลาการจ่ายปันผล พบว่า ในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม 2568 มีการจ่ายปันผลของบจ. เกิดขึ้น 533 ครั้ง คิดเป็น 63.6% ของจำนวนการจ่ายเงินปันผลทั้งหมดในปี 68 โดยเดือนพฤษภาคมมีการจ่ายเงินปันผลมากที่สุดทั้งจำนวนครั้งและมูลค่าเงินปันผลจ่าย

สถิติการจ่ายเงินปันผลนี้ จะเป็นประโยชน์โดยตรงกับนักลงทุน สามารถนำไปใช้วางแผนลงทุน, คัดกรองหุ้นปันผล และจับจังหวะเวลาเข้าซื้อขาย เพื่อให้ได้หุ้นถูกตัวถูกเวลา
แต่ต้องอย่าลืมว่า ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ผลการดำเนินการในอดีตไม่ได้การันตีอนาคตว่าจะสวยงามเสมอไป นักลงทุนต้องประเมินปัจจัยต่างๆ ประกอบการตัดสินใจ เช่น ราคาตลาด, สถานการณ์เศรษฐกิจ ที่จะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ และความสามารถในการทำกำไรของบจ.ด้วย
คุณนายพารวย






