ปลาที่หลายคนเคยกลัว กลายเป็นทรัพยากร ชุมชนจับได้ ใช้เป็น

0

ปลาหมอคางดำ ที่ครั้งหนึ่งถูกกล่าวขานว่าเป็น “ศัตรูสายพันธุ์ต่างถิ่น” เมื่อแรกพบในประเทศไทย วันนี้กำลังเป็นบทเรียนใหม่ให้หลายชุมชน ด้วยโอกาสและคุณค่าที่เคยถูกมองข้าม ชุมชนไทยหลายแห่งเริ่มเรียนรู้และลงมือจัดการตามหลักวิชาการ มีข้อมูลวิทยาศาสตร์นำทาง และประสบการณ์ตรง ภายใต้แนวทาง ‘เจอ–แจ้ง–จับ–จบ’ ของกรมประมง ทำให้ปลาชนิดนี้ไม่ใช่ศัตรู แต่กลายเป็นแหล่งรายได้ สร้างมูลค่า และเปิดประตูสู่โอกาสทางเศรษฐกิจ

เมื่อผสานความรู้และเทคโนโลยีของนักวิจัย ปลาหมอคางดำจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ผลิตภัณฑ์หรือเมนูท้องถิ่นอีกต่อไป แต่เป็นสินค้าที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ผลงานเหล่านี้สร้างรายได้ให้ชุมชนและประเทศชาติ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า ‘ทุกปัญหามีทางออก’ขอเพียงแค่เรากล้า จับมันแล้วใช้ให้เป็น แทนที่จะจมอยู่กับดราม่าและความกลัว

ปลาหมอคางดำ หรือ Blackchin tilapia (Sarotherodon melanotheron) เป็นปลาต่างถิ่นจากแอฟริกาตะวันตก สามารถอาศัยน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ขยายพันธุ์ได้เร็วเมื่อไม่มีศัตรูธรรมชาติจึงแพร่พันธุ์ได้ต่อเนื่อง

การจับปลาหมอคางดำตามแนวคิด ‘เจอ–แจ้ง–จับ–จบ’ ไม่ได้หมายถึงเพียงเอาออกจากแหล่งน้ำ แต่กลายเป็น “จุดเริ่มต้นของคุณค่า” ที่ชุมชนสามารถต่อยอดได้จริง

หลากหลายเมนูและผลิตภัณฑ์ได้พิสูจน์แล้วว่า ปลาหมอคางดำกินได้และมีเนื้อนุ่ม คล้ายปลานิลหรือปลาหมอเทศ สามารถนำมาเป็นแหล่งโปรตีนปลอดภัย หลายชุมชนทดลองปรุงและพัฒนาสูตรเป็นอาหารพื้นบ้านหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ตอบโจทย์ทั้งรสชาติและคุณประโยชน์

ผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมแปรรูปนำปลาชนิดนี้ไปผลิตปลาป่น เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์และสัตว์น้ำ หรือให้เป็นอาหารสดทั้งปูและปลากะพง ใช้ทำอาหารปรุงสำเร็จด้วยน้ำพริก แม้กระทั่งน้ำหมักชีวภาพ หรือพัฒนาต่อยอดเชิงเทคโนโลยีเพื่อสร้างมูลค่า ทั้งผลิตภัณฑ์อาหารและสินค้าเชิงพาณิชย์ โดยล่าสุดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คิดค้นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากชิ้นส่วนปลาที่มีแคลเซียมคุณภาพสูงและมีประสิทธิภาพในการดูุดซึมเข้าสู่ร่างกาย จนได้รับรางวัลนวัตกรรมระดับสากล

การเปลี่ยนทัศนคติเหล่านี้ทำให้ปลาหมอคางดำกลายเป็น ทรัพยากรที่สร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม มากกว่าการมองเป็น “ปัญหา” แต่ก็จำเป็นต้องขับเคลื่อนควบคู่ไปกับการรักษาและฟื้นฟูสมดุลสิ่งแวดล้อมแหล่งน้ำ เพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ปลาหมอคางดำสามารถขยายพันธุ์ได้สูง วางไข่ต่อเนื่อง และปรับตัวดีกับสภาพแวดล้อม แนวทางแก้ไขจึงไม่ใช่แค่จับอย่างเดียว แต่ต้องเป็น “การจัดการเชิงระบบ” ที่ผสานทั้งการศึกษาทางวิชาการ เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมการแพร่พันธุ์ของปลา, การมีส่วนร่วมของชุมชน ตามแนวทางของกรมประมง, การพัฒนาเครือข่ายแปรรูปและตลาด ให้สินค้าจากปลาหมอคางดำมีช่องทางจำหน่ายและสร้างมูลค่าได้จริง

ในหลายประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์และสหรัฐอเมริกา ปลาหมอคางดำไม่ได้ถูกมองว่าเป็นศัตรู แต่กลายเป็นอาหาร การจับและนำไปแปรรูปจึงช่วยลดจำนวนและสร้างมูลค่าไปพร้อมกัน

สิ่งสำคัญที่สุดที่คนไทยต้องรับรู้คือ ปลาหมอคางดำกินได้จริงและสามารถสร้างรายได้ การจัดการอย่างเป็นระบบโดยชุมชนและหน่วยงานจะทำให้การแก้ปัญหายั่งยืน

เมื่อเราหยุดดราม่าเรื่อง “ปลาร้าย” และเริ่มลงมือจับมันแล้วใช้ให้เป็น ปลาหมอคางดำจะไม่ใช่ศัตรูของระบบนิเวศไทย แต่กลายเป็นทรัพยากรอาหารและโอกาสใหม่ของชุมชนได้อย่างแน่นอน.