“ยินดีที่ได้เที่ยว” มีโอกาสดีได้ร่วมกิจกรรม “เดินทอดน่อง ชมวัง ปันเรื่องราว” ซึ่งเกิดขึ้นจากการร่วมมือของ 3 เพจที่มีความสนใจและหลงใหลเรื่องราวประวัติศาสตร์ยุคอยุธยาเหมือนกัน ประกอบด้วย เพจ Ayutthaya Revised (คุณปอนด์ นิสิตนักศึกษา ที่รักในประวัติศาสตร์ แถมยังสายตรงเป็นคนอยุธยา), เพจ ลลิธ-กำไล นามปากกา (คุณกำไล นักเขียนที่ชอบเที่ยวโบราณสถาน และชอบประวัติศาสตร์ เขียนนิยายพีเรียด เจ้าของนามปากกาชื่อเดียวกัน “กำไล” ) และ 3. เพจ ปันเรื่องปันราว (คุณปัณณพัทธิ์ คำนึง หรือ ไกด์ปัณ ผู้หลงใหลประวัติศาสตร์ เคยมีผลงานนำเสนอรื่องราวชาวอยุธยาในพม่ามาถ่ายทอดแบบเจาะลึก) ทั้งสามเพจตั้งใจจัดกิจกรรมนี้ขึ้น เพื่อชวนคนที่ความสนใจเหมือนกันไปเดินย้อนเวลาหา “พระราชวังหลวงอยุธยา” ตามรอยวังโบราณในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธนา เริ่มต้นจากวัดพระศรีสรรเพชญ์ สู่หัวใจของราชสำนักกรุงศรีอยุธยา

แอดมินเชื่อว่า หลายคนมีโอกาสได้มาเที่ยวชม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา แวะชมความงดงามของ วัดพระศรีสรรเพชญ์ กันอยู่แล้ว แต่เชื่อว่า คนส่วนใหญ่ ก็จะเดินเที่ยวอยู่บริเวณวัดพระศรีสรรเพชญ ชมความงาม ถ่ายรูปเช็กอินกับจุดแลนด์มาร์กคือ เจดีย์ 3 องค์ของวัดนี้ แล้วก็เดินออกไปเพื่อแวะเที่ยวที่อื่นต่อ มีน้อยคนนักที่จะเดินทะลุไปถึงโซนพื้นที่ด้านหลัง ที่เป็นส่วนของพระราชวังหลวง

“ยินดีที่ได้เที่ยว” เมื่อทราบว่า มีกิจกรรมนี้ จึงไม่พลาดโอกาสครั้งนี้เพราะลำพังจะให้ไปเดินเที่ยวคนเดียว ก็ต้องสารภาพตามตรงว่า ไม่รู้จะไปดูอะไร เพราะมอวไปทางไหน ก็เห็นมีแต่กองซากอิฐ กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ แต่ความจริงแล้ว พื้นที่กว้างใหญ่ที่เห็นอยู่ตรงหน้า ไม่ได้เป็นเพียงสนามหญ้าที่มีซากอิฐเท่านั้น แต่ครั้งหนึ่งที่นี่คือ “พระราชวังหลวงแห่งกรุงศรีอยุธยา”สถานที่ซึ่งเคยเป็นหัวใจของราชสำนัก เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ ใช้ประกอบพระราชพิธี ออกว่าราชการ และรับแขกบ้านแขกเมืองจากต่างแดน

ดังน้้น เมื่อกูรูจาก 3 เพจที่เห็นความสำคัญเรื่องนี้ มารวมตัวกันจัดกิจกรรมนี้ขึ้น ก็เหมือนมีผู้บรรยาย นักเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ เดินนำแถวพาคณะผู้คนที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน ไปเที่ยวชม แวะเล่าเรื่องตามจุดสำคัญต่างๆ แม้วันนี้พระราชวังหลวงอาจเหลือเพียงฐานอาคาร แนวกำแพง สระน้ำ และร่องรอยทางโบราณคดี แต่ถ้าเราค่อย ๆ เดินสำรวจไปทีละจุด จะพบว่าใต้ผืนดินและซากอิฐเหล่านี้ ยังมีเรื่องราวของกรุงศรีอยุธยาซ่อนอยู่มากมาย

ตามกำหนดเวลาที่คณะผู้จัดงานแจ้งให้ผู้ร่วมเดินทางทราบ คือ จะเริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น. และสิ้นสุดกิจกรรมเวลาประมาณ 18.00 น. แอดมินคิดในใจทีแรกว่า จะเดินอะไรนักหนาเกือบ 5 ชม. แต่เชื่อมั้ยว่า กิจกรรมนี้ใช้เวลาไปเต็มเวลาจริงๆ กับระยะทางเดินรวมประมาณ 6-7 กม. ตามที่มีผู้ร่วมคณะแจ้งให้ทราบในภายหลัง
🚶♂️ ออกเดินสำรวจ “อดีตเมืองหลวงภายในอุทยานฯ”
เมื่อเดินเข้ามาในเขตพระราชวัง สิ่งแรกที่อาจรู้สึกคือ “ทำไมพื้นที่กว้างขนาดนี้?”
คำตอบก็คือ พระราชวังหลวงไม่ได้เป็นเพียงอาคารหลังหนึ่งที่กษัตริย์ใช้ประทับ แต่เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยเขตพระราชฐานหลายส่วน มีพระที่นั่ง อาคารประกอบ กำแพง ประตู ป้อม สระน้ำ และพื้นที่ใช้งานต่าง ๆ
มีการแบ่งพื้นที่เป็น เขตพระราชฐานชั้นนอก ชั้นกลาง และชั้นใน โดยพระที่นั่งสำคัญหลายองค์ตั้งอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ เดินไปตามแนวโบราณสถานจึงเหมือนกำลังตามรอย “แผนที่เมือง” ที่หายไป ตรงนี้เคยเป็นพระที่นั่ง
ตรงนั้นเคยเป็นกำแพง
อีกด้านเป็นประตู
ถัดไปเป็นสระน้ำ

ยิ่งเดิน ก็ยิ่งเห็นภาพว่า พระราชวังหลวงในอดีตมีความเป็นระบบมากเพียงใด แต่ต้องขอออกตัวก่อนว่า บทความตอนนี้ไม่ได้เจาะลึกข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ของสถานที่แต่ละจุดเท่าไรนัก แต่ต้องการถ่ายทอด เล่าประสบการณ์ และความรู้สึกประทับใจของการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ตามเส้นทางของอดีตที่เคยยิ่งใหญ่ของอยุธยา ซึ่งต้องอาศัยการจินตนาการภาพไปพร้อมกับความตั้งใจฟังเสียงบรรยาย เล่าเรื่องของคณะผู้จัดงานที่สลับสับเปลี่ยนกันทำหน้าที่ถ่ายทอดข้อมูลที่ผู้ฟังสัมผัสว่า กิจกรรมนี้ เกิดจากความตั้งใจจริงที่ผ่านการศึกษา ค้นคว้าหาข้อมูลทางประวัติศาตร์กันแบบจริงจัง มีการค้นคว้า อ้างอิงหลักฐานแบบชัดเจน
🏛️ พระที่นั่งสรรเพชญมหาปราสาท
วันนี้สิ่งที่เราเห็นอาจเป็นเพียงแนวฐานอิฐและร่องรอยของสิ่งก่อสร้างเก่า แต่ลองนึกภาพย้อนกลับไปหลายร้อยปี…ที่นี่เป็นหนึ่งในพระที่นั่งสำคัญที่สุดของพระราชวังหลวง นั้นคือ พระที่นั่งสรรเพชญมหาปราสาท พระที่นั่งองค์นี้สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ และใช้เป็นสถานที่สำคัญในการออกว่าราชการ รวมถึงรับแขกเมืองและประกอบพระราชพิธีต่าง ๆ

ภาพของฐานสิ่งก่อสร้างที่เป็น “ซากอิฐ” ซึ่งเราเห็นตรงหน้า ถ้าเติมภาพของผู้คน เครื่องแต่งกาย สถาปัตยกรรม และบรรยากาศของราชสำนักเข้าไปในจินตนาการ เราจะเริ่มเห็นความยิ่งใหญ่ของพื้นที่แห่งนี้ได้มากขึ้น

ผู้จัดงานนำพาคณะผู้เดินทางเดินฝ่าแดด ลุยพงหญ้า เพื่อไปชมกลุ่มพระที่นั่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพระที่นั่งวิหารสมเด็จ, พระที่นั่งสุริยาสน์อมรินทร์ นอกจากพระที่นั่งแล้ว เรายังได้เดินชมกำแพง ป้อม ประตูบก ประตูน้ำ และส่วนอาคารต่าง ๆ ภายในเขตพระราชฐาน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นกองซากอิฐตั้งอยู่ หากขาดคนนำทางที่คอยให้ข้อมูลตลอดทางแล้ว เราก็คงไม่อาจเห็นความสำคัญ ไม่ทราบว่าจุดนี้คืออะไร และมองข้ามไปเฉยๆ ตลอดการเดินทางไกลบนสนามหญ้ากว้าง ๆ ในวันนี้

📱 เดินชมวัง ไม่ต้องใช้จินตนาการอย่างเดียวแล้ว
แน่นอนว่า การมาเที่ยวพระราชวังหลวงในปัจจุบัน เราไม่ได้เห็นพระราชวังที่สมบูรณ์เหมือนในอดีต สิ่งที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่คือฐานอาคาร แนวกำแพง และร่องรอยทางโบราณคดี
หลายคนอาจคิดว่า “ถ้าไม่ใช่คนที่รู้ประวัติศาสตร์มาก่อน จะเดินดูแล้วรู้เรื่องไหม?” จริง ๆ แล้วไม่ต้องกังวลครับ เพราะทุกวันนี้มีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การชมโบราณสถานเข้าใจง่ายขึ้น ตามจุดสำคัญบางแห่งจะมี ป้ายข้อมูลเหล็กของกรมศิลปากร พร้อม QR Code ให้ใช้โทรศัพท์มือถือสแกนเพื่อเปิดข้อมูล และบางจุดสามารถชมภาพสันนิษฐานของโบราณสถานในรูปแบบ 3 มิติผ่านเทคโนโลยี AR Smart Heritage ได้ เพื่อให้ผู้ชมสามารถนำภาพสันนิษฐานของโบราณสถานมาผสานกับสถานที่จริง ช่วยให้มองเห็นภาพความรุ่งเรืองและรูปแบบสถาปัตยกรรมในอดีตได้ง่ายขึ้น โดยมีพื้นที่ของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยารวมอยู่ในระบบด้วย

ดังนั้น ถ้าเดินผ่านป้ายข้อมูลบริเวณพระที่นั่งสำคัญ ขอแนะนำว่า อย่าเดินผ่านไปเฉย ๆ ลองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสแกน QR Code → เปิดภาพ → แล้วมองกลับมายังฐานอาคารตรงหน้า จากซากอิฐที่เราเห็นอยู่ ก็จะมีภาพจำลองเข้ามาช่วยเติมช่องว่างให้กับจินตนาการ
และทราบมาว่า เดี่ยวนี้ยังมีการพัฒนาแอปฯ Retouch Ayutthaya เป็นอีกตัวช่วยสำหรับการมองย้อนอดีตผ่านมือถือ เห็นภาพจำลอง 3 มิติของโบราณสถานมาซ้อนทับกับภาพสถานที่จริงผ่าน AR พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และกระบวนการสันนิษฐานรูปแบบสถาปัตยกรรม แม้วา ตอนนี้ยังครอบคลุมแค่สถานที่สำคัญบางแห่งเป็นหลัก แต่ในอนาคต เชื่อว่า กลุ่มพระที่นั่งต่างๆ ในอุทยานฯ น่าจะอยู่ในแผนงานนี้ด้วยในวันข้างหน้า
สำหรับการเดินพระราชวังหลวง เทคโนโลยีพวกนี้จึงเป็นเหมือน “ตัวช่วยเติมภาพ” จากเดิมที่ต้องอาศัยจินตนาการล้วนๆ
🏯 พระที่นั่งบรรยงก์รัตนาสน์

ขอบคุณภาพจาก facebook ปัณณพัทธิ์ คำนึง



อีกมุมหนึ่งของพระราชวังที่ไม่ควรมองข้าม พระที่นั่งบรรยงก์รัตนาสน์ ซึ่งอยู่บริเวณท้ายพระราชวัง เป็นที่มาของพระนามสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ เนื่องจากพระองค์เสด็จประทับและว่าราชการที่พระที่นั่งองค์นี้เป็นประจำ จัดเป็นหนึ่งในพระที่นั่งสำคัญที่อยู่ในพื้นที่ด้านท้ายของพระราชวังหลวง มีสระน้ำล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน แถมยังมีเขามอ และระบบน้ำพุอีกด้วย ทำให้เห็นได้ว่า วังหลวงในอดีต มีความทันสมัยอยู่ไม่น้อย และการออกแบบพระราชวังอยุธยาไม่ได้เน้นเพียงความโอ่อ่าของพระที่นั่ง แต่ยังให้ความสำคัญกับภูมิทัศน์และการใช้ประโยชน์จากพื้นที่โดยรอบด้วย ยิ่งได้เห็นภาพมุมสูงของการวางผังพระที่นั่งนี้แล้ว อยากบอกว่า เป็นภาพที่ดูงดงามมากทีเดียว
🧭 เดินพระราชวังหลวงอย่างไรให้สนุก
สิ่งที่ผมอยากแนะนำสำหรับคนที่จะมาเที่ยว คือ ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยๆเดิน เพราะพื้นที่กว้าง และแต่ละจุดไม่ได้มีสิ่งปลูกสร้างสมบูรณ์เท่าไร
ลองใช้วิธีนี้ครับ
1. ดูแผนผังก่อนเดิน
จะช่วยให้รู้ว่าพระที่นั่งและโบราณสถานแต่ละแห่งอยู่ตรงไหน
2. เดินไปทีละจุด
ไม่ต้องพยายามเก็บทุกอย่างในครั้งเดียว
3. อ่านป้ายข้อมูล
เพราะบางครั้งฐานอิฐที่ดูเหมือนกัน อาจเป็นคนละอาคารและมีหน้าที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
4. เจอ QR Code ก็ลองสแกน
เทคโนโลยี AR สามารถช่วยเติมภาพให้เราเข้าใจพื้นที่มากขึ้น
5. มองซากจริงควบคู่กับภาพสันนิษฐาน
วิธีนี้สนุกที่สุด เพราะเราจะได้เปรียบเทียบว่า สิ่งที่เหลืออยู่ในวันนี้สัมพันธ์กับอาคารในอดีตอย่างไร
ในความเห็นส่วนตัวของแอดมิน ถ้าเดินกันเป็นหมู่คณะได้ จะรู้สึกมั่นใจกว่าเดินคนเดียว เพราะหากให้เดินคนเดียวจนเวลาล่วงไปเย็นย่ำใกล้ค่ำแล้วละก้อ ขอเดินเป็นหมู่คณะแบบนี้ จะสบายใจกว่า

บางครั้งการมาเที่ยวโบราณสถาน เราอาจเห็นเพียงซากอิฐแล้วคิดว่า
“ก็เหมือน ๆ กันหมด” แต่ถ้าเรารู้ว่าอิฐกองนั้นเคยเป็นฐานของพระที่นั่ง รู้ว่ากำแพงตรงนั้นเคยแบ่งเขตพระราชฐาน รู้ว่าพื้นที่โล่งที่กำลังเดินอยู่เคยเต็มไปด้วยอาคารและผู้คน
ความรู้สึกจะเปลี่ยนไปทันที เช่นเดียวกับที่แอดมินได้รับความรู้สึกนี้จากการร่วมทริปครั้งนี และแอบถามตัวเองในใจว่า… “ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ 400 ปี…ตรงจุดที่เรายืนอยู่นี้ จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างนะ?”
📍 พิกัดเที่ยว
พระราชวังหลวง (พระราชวังโบราณ)
อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

#ยินดีที่ได้เที่ยว #อยุธยา #พระราชวังหลวง #พระราชวังโบราณ #อุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา #วัดพระศรีสรรเพชญ์ #เที่ยวอยุธยา #เที่ยวไทย #ประวัติศาสตร์ไทย #ตามรอยอดีต




