ความหลากหลายทางชีวภาพไทยกับความท้าทายจากเอเลี่ยนสปีชีส์

0

2-3 ปีที่ผ่านมา สังคมไทยให้ความสนใจอย่างมากกับปลาต่างถิ่นชนิดหนึ่ง จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของปัญหาสิ่งแวดล้อมในสายตาสาธารณะ การตั้งคำถาม การตรวจสอบ และการจับผิดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหน้าสื่อและพื้นที่สาธารณะ จนบางครั้งทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยเผลอเชื่อว่า ปัญหาความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ ถูกย่อให้เหลือเพียงเรื่องของสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวแต่ในความเป็นจริง ปัญหาที่สังคมไทยกำลังเผชิญอยู่นั้น มีขอบเขตกว้างและซับซ้อนมากกว่านั้น

“Alien Species” หรือชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในแหล่งน้ำ ไม่ได้มีเพียงปลา และไม่ได้เกิดขึ้นเป็นกรณีโดดเดี่ยว ประเทศไทยในฐานะประเทศเขตร้อนที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง กำลังเผชิญกับการแพร่กระจายของสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นหลากหลายชนิด ทั้งพืช สัตว์น้ำ สัตว์บก และแมลง ซึ่งหลายชนิดกำลังส่งผลกระทบอย่างเงียบๆ ต่อระบบนิเวศที่สังคมแทบไม่รับรู้

ที่ผ่านมา ความสนใจของสาธารณะถูกดึงไปจดจ่ออยู่กับการหาคำตอบว่า “ใครผิด” หรือ “เริ่มจากไหน” ในกรณีใดกรณีหนึ่ง เราอาจกำลังละเลยคำถามที่สำคัญกว่านั้น คือ “ระบบของเราพร้อมรับมือกับ Alien Species ทั้งหมดหรือไม่”

สิ่งมีชีวิตต่างถิ่นหลายชนิดในประเทศไทยกำลังแข่งขันกับชนิดพันธุ์ท้องถิ่น แย่งพื้นที่ แย่งอาหาร และเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของระบบนิเวศอย่างช้าๆ แต่ต่อเนื่อง ผลกระทบเหล่านี้อาจไม่ปรากฏในรูปของข่าวด่วนหรือภาพที่หวือหวา หากแต่สะสมเป็นความเสื่อมถอยของความหลากหลายทางชีวภาพในระยะยาว ซึ่งยากจะฟื้นฟู

บทเรียนจากกรณีที่สังคมเคยให้ความสนใจอย่างเข้มข้น ควรทำให้เราเข้าใจตรงกันว่า ปัญหา Alien Species ไม่ใช่เรื่องของการชี้ตัวผู้ร้าย แต่เป็นเรื่องของการจัดการเชิงระบบ ตั้งแต่การกำกับดูแลการนำเข้า การตรวจสอบห่วงโซ่การค้า การเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง ไปจนถึงการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องกับสาธารณะ

การโฟกัสกับสิ่งมีชีวิตเพียงชนิดเดียว อาจทำให้เรารู้สึกว่ากำลัง “แก้ปัญหา” แต่ในเชิงโครงสร้าง นั่นอาจเป็นเพียงการแก้ที่ปลายเหตุ ขณะที่ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นอื่นๆ ยังคงแพร่กระจายต่อไปโดยไม่ถูกพูดถึง

ที่สำคัญการปราบปรามขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในกลุ่ม “สายพันธุ์ต่างถิ่น” กลายเป็นภารกิจที่ยากกว่าที่สังคมตระหนัก สินค้าประเภทเดียวกันนี้สามารถเข้าสู่ประเทศได้ทั้งในช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมายและผ่านการลักลอบนำเข้าโดยแทบไม่ทิ้งร่องรอยผู้กระทำผิด เมื่อกระบวนการสืบสวนไม่อาจสาวไปถึงต้นตอได้อย่างชัดเจน การพิสูจน์ความผิดจึงแทบเป็นไปไม่ได้ และในหลายกรณี ผู้ที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายกลับต้องแบกรับภาระการชี้แจงแทนผู้กระทำผิดตัวจริง

ความท้าทายที่แท้จริงของประเทศไทย ไม่ใช่การรับมือกับ Alien Species ตัวใดตัวหนึ่ง แต่คือการสร้างระบบที่สามารถตรวจจับ ป้องกัน และจัดการกับความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามจนยากควบคุม บทเรียนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นแล้วว่า เมื่อสังคมมีข้อมูลที่ถูกต้อง มีการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน และมีการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ การจัดการ Alien Species สามารถเกิดขึ้นได้จริงและมีประสิทธิภาพ
วันนี้ สิ่งที่สังคมควรทำคือการใช้บทเรียนเหล่านั้นเป็นฐาน ไม่ใช่เพื่อตอกย้ำความขัดแย้งในอดีต แต่เพื่อขยายมุมมองไปสู่ภาพรวมของความหลากหลายทางชีวภาพทั้งระบบ

การตั้งคำถามใหม่ เช่น “ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นใดกำลังเป็นความเสี่ยงที่ถูกมองข้าม” หรือ “ระบบกำกับดูแลของเรามีช่องว่างตรงไหน” แม้จะเป็นคำถามในหลักการไม่กระตุ้นความรู้สึกของสังคมเท่าการจับผิดรายกรณี แต่เป็นคำถามที่จำเป็นของประเทศไทยที่ต้องการปกป้องทุนทางธรรมชาติของตนเองในระยะยาว

สังคมที่เข้มแข็ง คือสังคมที่ไม่ยึดติดกับปัญหาเพียงด้านเดียว แต่สามารถเรียนรู้จากอดีต และขยายบทเรียนไปสู่การรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนกว่า

ถึงเวลาที่ต้องพูดถึงเรื่อง Alien Species ในประเทศไทยอย่างจริงจัง เพื่อก้าวพ้นจากการโฟกัสเฉพาะจุด ไปสู่การมองภาพรวมของระบบนิเวศทั้งประเทศ เพราะความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ได้ถูกคุกคามจากสิ่งมีชีวิตชนิดเดียว แต่จากช่องว่างของระบบที่เราทุกคนมีส่วนร่วมในการแก้ไข.