ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) จัดกิจกรรมเปิดนิทรรศการ “Corruptopia มหานครคอร์รัปชัน” และเวทีเสวนาสาธารณะ Corruptopia Forum ภายใต้แคมเปญ “ประชาชน: อย่าปล่อยให้ประชาชนถูกละเมิดสิทธิ เพราะการทุจริตคอร์รัปชันจนชินชา” โดยมุ่งสร้างความตระหนักถึงความเชื่อมโยงระหว่างการทุจริตคอร์รัปชันและการละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และปฏิเสธการทุจริตในทุกรูปแบบ ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

นางสาวพรประไพ กาญจนินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า การทุจริตเป็นอาชญากรรมที่พรากสิทธิขั้นพื้นฐานไปจากประชาชน เพราะงบประมาณแผ่นดินจากภาษีของประชาชนที่ต้องกลับไปเป็นสิทธิ สวัสดิการ และคุณภาพชีวิตของประชาชน เมื่อถูกโกงไป ไม่ใช่แค่เงินที่หาย แต่คือสิทธิของใครบางคนที่หายไปพร้อมกันด้วย การทุจริตที่พรากสิทธิมากที่สุดอย่างหนึ่ง เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนงบประมาณจะถูกจัดสรร นั่นคือการทุจริตการเลือกตั้ง ที่ผู้ลงทุนซื้อเสียงถอนทุนคืนจากงบประมาณแผ่นดินที่เป็นของเราทุกคน นโยบาย โครงการ และการจัดสรรงบประมาณ จึงถูกออกแบบเพื่อผลประโยชน์ของเครือข่ายพรรคพวกแทนที่จะออกแบบเพื่อคนส่วนใหญ่

อย่างไรก็ดี สิ่งที่น่ากังวลในวันนี้อาจไม่ใช่การโกง แต่คือ “ความชิน” ต่อการทุจริตคอร์รัปชัน ที่ทำให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามมา กสม. ในฐานะสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีหน้าที่ทำให้สังคมมองเห็นสิ่งที่มักถูกมองข้าม นั่นคือต้นทุนด้านสิทธิมนุษยชนที่ประชาชนต้องจ่ายกับการทุจริต จึงผลักดันแนวคิดการต่อต้านการทุจริตบนสิทธิมนุษยชน หรือ Human Rights-Based Anti-Corruption เพื่อคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนจากการถูกฟ้องปิดปาก ทำให้ประชาชนไม่เป็น “ประชาชน” และทำให้คนพูดความจริงสามารถตรวจสอบการทุจริตได้อย่างปลอดภัย

ภายในงานมีการปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “คอร์รัปชันซินโดรม” ประเทศไทยป่วยขั้นไหน? โดยนายบรรยง พงษ์พานิช กรรมการและกรรมการบริหารองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ซึ่งได้กล่าวถึงสถานการณ์คอร์รัปชันของประเทศไทย สาเหตุหลักของคอร์รัปชันและกลไการตรวจสอบ รวมถึงความสำคัญของภาคประชาชนในการเข้ามาช่วยป้องกัน ตรวจสอบ และปราบปรามปัญหาคอร์รัปชันเพื่อรักษาสิทธิของตนเอง





