กมธ.เกษตรฯ แนะเปลี่ยนมุมคิด เร่งจัดการปลาหมอคางดำ คุมกำเนิดปลาหมอคางดำ พลิกจากปัญหาสร้างเป็นโอกาส

0

ประธาน กมธ.เกษตร ชวนเปลี่ยนปลาหมอคางดำให้ คนกิน สัตว์กิน พืชกิน เพื่อเร่งคุมจำนวนปลาหมอคางดำไม่ให้แพร่พันธ์ เตรียมเสนอข้อมูลและข้อเสนอแนะรัฐบาลจัดการปลาหมอคางดำ แนวทาง “จับ ลด ใช้ประโยชน์”

นายธวัช สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา กล่าวในรายการ “เปลี่ยนมุมคิด” ทางสถานีโทรทัศน์รัฐสภา ว่า การแก้ปํญหาปลาหมอคางดำ ต้องเปลี่ยนมุมมอง และมุมคิดใหม่ มองว่าปลาหมอคางดำเป็นกลุ่มเดียวกับปลาหมอ ซึ่งรับประทานได้ นำมาใช้ประโยชน์ได้
แต่ต้องเร่งคุมไม่ให้แพร่กระจายรวดเร็ว เพราะความอึดทนในสภาพน้ำที่เสื่อมโทรม และสามารถขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว ซึ่งจะไปแย่งอาหารและแหล่งที่อยู่ของสัตว์น้ำชนิดอื่น จึงต้องอาศัยการบูรณาการจากทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ ดำเนินการเร่งจับปลาขึ้นมาอย่างจริงจัง ภาครัฐต้องจัดสรรงบประมาณอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการจับออกจากแหล่งน้ำ และสนับสนุนให้มีการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ลดปริมาณในพื้นที่ระบาด และบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและชุมชนที่ได้รับผลกระทบ และสร้างประโยชน์ให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

นายธวัชกล่าวว่า สังคมควรก้าวข้ามการถกเถียงเรื่องต้นตอเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีหลายปัจจัยที่ต้องพิสูจน์ ทั้งการนำเข้า การลักลอบนำเข้าสัตว์ต่างถิ่น และข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง ขณะที่สถานการณ์เฉพาะหน้าคือปลาหมอคางดำได้แพร่กระจายอยู่ในแหล่งน้ำหลายจังหวัดแล้ว สิ่งสำคัญคือรัฐต้องเร่งควบคุม ลดจำนวนปลา และมีแผนปฏิบัติการที่จริงจังต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ปลาหมอคางดำเป็นปลาต่างถิ่นที่แพร่พันธุ์รวดเร็ว ทนทาน ปรับตัวได้ดี กินพืช มีลำไส้ยาว และอยู่ได้ในสภาพน้ำเสื่อมโทรม อย่างไรก็ตาม ปลาชนิดนี้สามารถนำมาบริโภคและแปรรูปได้หลากหลาย ขณะที่บางพื้นที่เริ่มนำไปใช้เป็นเหยื่อเลี้ยงปูทะเลและปลากะพง สะท้อนว่า หากมีระบบจัดการที่เหมาะสม ปัญหานี้สามารถต่อยอดเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจได้

กมธ.เกษตรฯ จึงสนับสนุนแนวทาง “จับ-ลด-ใช้ประโยชน์” โดยนำปลาหมอคางดำเข้าสู่กระบวนการแปรรูป ทั้งอาหารคน อาหารสัตว์ อาหารพืช ปลาป่น วัตถุดิบเลี้ยงปูขาว รวมถึงการพัฒนาเป็นสินค้าโอท็อป เพื่อสร้างห่วงโซ่เศรษฐกิจใหม่ให้กับชุมชน

นายธวัชกล่าวว่า กมธ.เกษตรฯ ได้ลงพื้นที่ศึกษาปัญหาในหลายจังหวัด และจัดสัมมนาเพื่อรวบรวมข้อมูลจัดทำรายงานพร้อมข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล โดยเสนอให้ยกระดับปัญหาปลาหมอคางดำเป็นวาระแห่งชาติ จัดสรรงบประมาณต่อเนื่อง วางระบบรับซื้อในราคาที่เหมาะสม ส่งเสริมการแปรรูป สนับสนุนงานวิจัย เช่น การศึกษาปลา 4n ให้สำเร็จ เดินหน้ามาตรการปล่อยปลานักล่าอย่างต่อเนื่อง และพิจารณาผ่อนคลายกฎระเบียบบางส่วน เพื่อให้การเคลื่อนย้ายปลาเพื่อการวิจัย การแปรรูป หรือการใช้ประโยชน์ทำได้อย่างปลอดภัย

นายธวัชกล่าวทิ้งท้ายว่า หน่วยงานรัฐต้องลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจังมากขึ้น ทั้งด้านงบประมาณ แผนปฏิบัติการ และการรับฟังปัญหาจากพื้นที่จริง พร้อมเสนอให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่พบเกษตรกรและชุมชนโดยตรง เพื่อเห็นข้อเท็จจริงมากกว่าการรับฟังจากรายงานราชการเพียงอย่างเดียว

“ถึงเวลาต้องเปลี่ยนมุมมองจากการมองปลาหมอคางดำเป็นเพียงวายร้าย ไปสู่การบริหารจัดการในฐานะทรัพยากรที่ใช้ประโยชน์ได้ เปลี่ยนมุมคิดใหม่ สร้างมูลค่าให้เกิดประโยชน์กับชุมชนได้” นายธวัชกล่าว.