Home Blog Page 9

AIS ผนึก HOW x Goodthings Happen จัดงาน “AIS PRESENTS WTF Festival 2026” ครั้งแรกของ Marketing Fest รวม 100 CEO เปิดพื้นที่สร้าง Community ของคนคิดต่าง

0

AIS ร่วมกับ HOW x Goodthings Happen แถลงข่าวเปิดตัวโปรเจกต์ใหญ่ “AIS PRESENTS WTF Festival 2026: Into the World of Outliers” เตรียมสร้าง “พื้นที่แห่งอนาคต” ที่ไม่ใช่เพียงอีเวนต์ธุรกิจ แต่คือเวทีทางความคิดและการเชื่อมต่อของ Community แห่ง Wisdom (คอมมูนิตี้แห่งภูมิปัญหา) สำหรับคนที่กล้าคิดต่าง กล้าทดลอง และกล้ายืนบนเส้นทางของตัวเอง เพื่อเสริมศักยภาพคนไทยและธุรกิจไทย ให้เติบโตได้จริงในโลกยุคใหม่ และต่อยอดไปสู่การพัฒนาประเทศในระยะยาว โดยงานนี้จัดเต็ม 2 วัน ระหว่างวันที่ 23 – 24 พ.ค. 2569 ณ ชั้น 5 พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ผ่าน 3 โซนหลัก ได้แก่

1. Outliers Talk เวทีใหญ่ที่เจ้าของธุรกิจที่มาแรงแห่งยุคสมัยกว่า (30) คน มาเล่าวิธีคิดต่าง ท่าไม้ตาย และกระบวนท่าแห่งยุคสมัย แบบไม่ปรุงแต่ง

2. Fearless Forum เวทีสาธารณะเพื่อให้ความรู้และเครื่องมือทางเทคโนโลยี การตลาดสำหรับการทำธุรกิจ รวมถึงการได้ถามลึก ถามตรง กันแบบไม่ต้องเกรงใจ

3. Founder’s Fair พื้นที่ที่ Founder เจ้าของแบรนด์ เถ้าแก่ มาเอง ได้มีโอกาสเจอหน้าตา ตัวจริงเสียงจริงกันหนึ่งร้อยบูท

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS กล่าวว่า “AIS ตั้งใจทำหน้าที่เป็น Intelligent Infrastructure และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้กับประเทศ เพื่อเป็นลมใต้ปีก สนับสนุนให้คนไทยและธุรกิจไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ได้มีเครื่องมือที่เสถียร น่าเชื่อถือ พร้อมต่อการเรียนรู้ ทดลอง และต่อยอดในโลกดิจิทัลและยุค AI เราเชื่อว่าการพัฒนาประเทศให้เดินหน้าได้ ต้องเริ่มจากการเปิดพื้นที่ให้ความรู้ เครือข่าย และโอกาสเชื่อมต่อกันจริง จนเกิดเป็น Community แห่ง Wisdom ที่ทุกคนเติบโตไปด้วยกันได้ ความร่วมมือกับ HOW x Goodthings Happen ครั้งนี้จึงเป็นการสร้างคอมมูนิตี้ผู้ประกอบการยุคใหม่ที่คนรุ่นใหม่สามารถเข้ามา เดิน เจอ ถาม และเรียนรู้ จากผู้ประกอบการตัวจริง ตั้งแต่เจ้าของแบรนด์ที่ลงมือทำ ไปจนถึงเถ้าแก่พันล้าน เพื่อให้เห็นเส้นทางที่จับต้องได้ และมีความฝันที่เอื้อมถึงมากขึ้น ขณะเดียวกัน ลูกค้า AIS ยังได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษผ่านการใช้ AIS POINTS 50 คะแนน แลกรับส่วนลดซื้อบัตร Early Bird ผ่านแอป myAIS เพื่อเปิดโอกาสให้เข้าถึงองค์ความรู้ แรงบันดาลใจ และเครือข่ายทางธุรกิจอย่างใกล้ชิด เพราะเราไม่ได้มองลูกค้าแค่ผู้ใช้บริการ แต่คือพาร์ตเนอร์ที่เติบโตไปด้วยกันในโลกดิจิทัล และเพื่อให้การเรียนรู้ไม่หยุดอยู่แค่งานนี้ AIS ยังเตรียมต่อยอดด้วยกิจกรรมและคอมมูนิตี้สำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องที่ AIS SIAM เพื่อเป็นพื้นที่ให้ได้อัปเดตความรู้ ทดลองไอเดีย และเชื่อมต่อเครือข่ายทางธุรกิจตลอดทั้งปี”

นายธนา เธียรอัจฉริยะ Dean of House of Wisdom และผู้ก่อตั้ง WTF Festival กล่าวว่า “โลกธุรกิจวันนี้ไม่ใช่สนามเดิม ผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาได้ง่าย เทคโนโลยีและ AI ทำให้ทุกอย่างเร็วขึ้น คนที่คิดแบบเดิมจะถูกกลืน ถ้าเราไม่แตกต่างจริง เราจะไม่มีพื้นที่ยืนในโลกแห่งการแข่งขันที่ยากลำบาก ก็ยังมีคนรุ่นใหม่ที่พุ่งทะยานขึ้นมา ประสบความสำเร็จด้วยวิธีการที่ต่างจากยุคก่อน ใช้ท่าไม้ตายใหม่ๆ กบฏกับธรรมเนียมเดิม ลงลึกถึง pain ลูกค้าจริงๆ ถ้าน้องๆ ที่กำลังคิดจะทำธุรกิจ หรือทำแล้วยังตันอยู่ ได้มีโอกาสถอดบทเรียนกลเม็ดใหม่ๆ เหล่านี้มาผสมผสานไปกับปัญญาของคนรุ่นก่อนหน้า ก็จะเป็นโอกาสที่ดีของน้องๆ เช่นกัน”

ทั้งนี้งาน WTF Festival 2026 ได้รับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์ชั้นนำ อาทิ ยืดเปล่า (YUEDPAO), Tofusan, AMT Skincare, KC Concrete, Romar, Shinkanzen Sushi, TQM Insurance Broker และ Thaicoco รวมถึงพาร์ตเนอร์สื่ออีกหลายราย ขณะเดียวกันโซน Founder’s Fair ได้รับกระแสตอบรับอย่างคึกคัก มี CEO และผู้ก่อตั้งแบรนด์ชั้นนำตอบรับเข้าร่วมแล้วมากกว่า 70 บูท จากทั้งหมด 100 บูท ก่อนการเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการ โดยมีรายชื่อผู้นำธุรกิจที่ยืนยันเข้าร่วม อาทิ ไอติม เอมิลินทร์ แห่ง La Glace, ทนงค์ศักดิ์ แซ่เอี้ยว แบรนด์ยืดเปล่า (YUEDPAO) และ ซีเค เจิง CEO of Fastwork สะท้อนความเชื่อมั่นว่าเทศกาลครั้งนี้จะเป็นหมุดหมายสำคัญของคอมมูนิตี้ผู้ประกอบการยุคใหม่อย่างแท้จริง

WTF Festival 2026 จัดเต็ม 2 วัน ระหว่างวันที่ 23 – 24 พ.ค. 2569 ณ ชั้น 5 พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ได้แล้วทาง ZipEvent WTF Festival : Into the World of Outliers | Zipevent – Inspiration Everywhere โดยบัตรมีทั้งโซนที่เข้าชมฟรี ได้แก่ โซน Founder’s Fair และ Fearless Forum และการจำหน่ายบัตร Outliers Talk บัตร Early Bird ราคา 2,000 บาท (ตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. – 15 เม.ย. 2569) และบัตร Regular ราคา 2,500 บาท (จำหน่ายตั้งแต่ 16 เม.ย. 2569 เป็นต้นไป) สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า AIS ใช้ AIS POINTS 50 คะแนน แลกรับส่วนลดซื้อบัตร Early Bird 350 บาท เหลือเพียง 1,650 บาท เริ่มแลกรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่ 2 มี.ค. 2569 เวลา 10.00 น. – 31 มี.ค. 2569 เวลา 23.59 น. ผ่านแอป myAIS และสามารถใช้โค้ดส่วนลดเพื่อซื้อบัตรเข้างานได้ภายในวันที่ 1 เม.ย. 2569 เวลา 23.59 น. จำกัด 500 สิทธิ์แรกเท่านั้น ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: WTF Festival Thailand

AIS ครองบังลังก์เครือข่ายอันดับ 1 ครึ่งหลังปี 2025 กวาด 12 รางวัลจาก Ookla Speedtest

0

AIS เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไทย โชว์ศักยภาพเครือข่ายแข็งแกร่งรอบด้าน คว้ารางวัลผู้ให้บริการเครือข่ายที่ดีที่สุดทั้งกลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตบ้าน จาก Ookla® ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านการวิเคราะห์และวัดประสิทธิภาพเครือข่าย สะท้อนความเป็นผู้นำตลาดตัวจริง ด้วยคุณภาพเครือข่ายที่ครอบคลุมทั้งความเร็ว ความเสถียร และความน่าเชื่อถือ จากผลการวัดประสิทธิภาพเครือข่ายในช่วงครึ่งปีหลัง

AIS ได้รับการจัดอันดับให้เป็น “เครือข่ายมือถือที่ดีที่สุด” (Best Mobile Network) และ “เครือข่าย 5G ที่ดีที่สุด” (Best 5G Network) ครอบคลุมทั้งด้านความเร็ว (Speed) และความเสถียร (Consistency) ขณะเดียวกัน ในกลุ่มบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ประจำที่ AIS ยังคว้ารางวัล “เครือข่ายอินเทอร์เน็ตบ้านที่ดีที่สุด” (Best Fixed Network) ตอกย้ำความแข็งแกร่งของโครงข่ายในทุกมิติ

นายกิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี AIS กล่าวว่า “บทบาทของโครงข่ายในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงระบบสื่อสาร แต่คือรากฐานสำคัญของ National Digital Infrastructure ที่ต้องมีทั้งความครอบคลุม เสถียรภาพ และความปลอดภัยในระดับสูงสุด ปัจจุบัน AIS 5G ครอบคลุมกว่า 95% ของพื้นที่ประชากรทั่วประเทศ และขยายโครงข่ายบรอดแบนด์เข้าถึงกว่า 20 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ควบคู่กับการลงทุนใน Data Center และ Cloud เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

ในขณะเดียวกัน เราได้เดินหน้าพัฒนาโครงข่ายอย่างเป็นระบบ ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพคลื่นความถี่ การยกระดับสู่ Autonomous Network และการนำ AI เข้ามาเป็นหัวใจของการบริหารจัดการ เพื่อให้เครือข่ายสามารถวิเคราะห์ ปรับแต่ง และดูแลตัวเองได้อย่างอัตโนมัติ เพื่อสร้างประสบการณ์ใช้งานของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับเครือข่ายให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของชาติที่พร้อมรองรับทุกภาคส่วนได้อย่างเต็มศักยภาพ.

”การได้รับการรับรองจาก Ookla® ซึ่งเป็นผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งานทั่วโลก จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่ตอกย้ำว่า AIS คือผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ 5G ที่เร็วที่สุดในประเทศไทย พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าว่า AIS คือเครือข่ายที่ดีที่สุดในไทยอย่างแท้จริง

ตามรอยเซียนโดยเจี๊ยบ บางกรวย “สมเด็จวัดระฆัง(องค์ความลับในฝ้ารัก)”

0

เดินตามพระอาจารย์หน้าจะ20ปีได้แล้ว ตอนรู้จักกันใหม่ๆ อยากได้พระต้องเดินตามผู้รู้ ตอนนั้นพระอาจารย์แนะนำให้รู้จักพี่เสือ มีพระอาจารย์ธรรมโชติ เดินตามด้วยรวมเป็น3คน
เสาร์นี้ให้ไปเดินดูก่อน เดี๋ยว ตามไป งานยังไม่เสร็จ เซียนเจี๊ยบกับพระอาจารย์รอง ยังนับหนึ่งไม่ได้ดูพระเก่า พระสมเด็จ

ไปถึงสนามพระเจอพี่เสือ ยื่นพระสมเด็จให้ดู เอา3พัน หยิบมาส่องดู ตัดสินใจกับอาจารย์รอง ดูเนื้อเก่าเหมือนกันนะ หลังมีรักดำ
แต่ตัดสินใจไม่ได้ วางคืนกลัวพระเก๊ก็ดูยังไม่เป็น แต่อยากได้พระ ใจไม่กล้า พอดีพระอาจารย์มา พี่เสือยื่นให้พระอาจารย์ 5พัน พระอาจารย์ส่องดู 3พันได้มั้ย พี่เสือตกลง

เซียนเจี๊ยบกับพระอาจารย์รองมมองหน้ากัน ก็ไม่เป็นทั้งคู่ เลยอดได้พระสมเด็จวัดระฆัง
พระอาจารย์เอาไปโชว์เซียนใหญ่
หยิบส่องแล้วบอกว่าองค์นี้ดูยังงัยก็เก๊ไม่ได้ (นี่แหละสัญญาณเซียนใหญ่)บอกแท้ซื้อแพง
รอเวลา20ปี เซียนเจี๊ยบเอาพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่องหลังกราบหมาก แลกกับองค์”ความลับในฝ้ารัก”ที่ลงในคอลัมพ์พลายชุมพล ในหนังสือพิมพ์ไทยรํฐ และหนังสือพระ “หิ้งพระพลายชุมพล”

เซียนเจี๊ยบตามหาพระสมเด็จในฝัน ได้แล้ว ใช้เวลา20ปี กับพระสมเด็จวัดระฆังแท้ตรงหน้าแต่ไม่รู้จักท่าน มาวันนี้ดูพระเป็น หาพระใช้ได้แล้ว

ส่วนพระขายเซียนยากหน่อย
ต้องรอเวลา อยากบอกเพื่อนๆ พระแท้ก็เท่านี้แหละ รู้ให้จริงนับ1ให้ได้ เดี๋ยวพระท่านก็มาหาเราเอง
พระอาจารย์สอนเซียนเจี๊ยบบอกต่อ”หวานเจี๊ยบ”

“พระอาจารย์สอนเซียนเจี๊ยบบอกต่อ” หวานเจี๊ยบนะจ๊ะเธอ

เจี๊ยบบางกรวยเดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย “หลังรอยปาด ”

0

พระสมเด็จวัดระฆังบางองค์เห็นหลังก็แท้แล้ว ไม่ต้องส่องด้านหน้าเลยนะเธอ พระอาจารย์สอน

เดี๋ยวนี้เดินสนามพระ เจอพระสมเด็จเห็นหลังปริ มีรอยแยก นึกว่าแท้ เสร็จทุกราย ยิ่งเอาตำราไปกางซื้อพระ เอาตำหนิแบบนี้ เนื้อแบบนี้ หอบเงินไปกระสอบก็ได้พระเก๊กลับมา

พระสมเด็จวัดระฆัง เค้าปลอมพิมพ์เหมือนเนื้อเหมือน มานานแล้ว ใช้ตาดูตรงหน้า เรื่องเล่าของพ่อค้าไว้ทีหลัง ดูพระด้วยตาอย่าดูด้วยหูนะจ๊ะ เดี๋ยวจะว่าเซียนเจี๊ยบไม่บอก
มาดูพระสมเด็จ “หลังรอยปาด” วันนี้

เห็นหลังแบบนี้ มีอยู่ในพระสมเด็จองค์ดังหลายองค์ มีดีกว่าไม่มี ช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ยิ่งถ้ามีรอยปริแบบองค์นี้ด้วย จบจ่ายตังด้านหน้าจัดว่าแจ่ม สวยติดเต็มครบ
ฝ้าขาวคราบแป้ง อยู่เต็ม ส่วนที่ถูกสัมผัส เนื้อเหลืองเห็นเงาสว่าง เหมือนเนื้อสัปรด เส้นซุ้มม้วน มีเศษรักให้เห็นตามหลุมบ่อ ที่รักดูดเม็ดมวลสารหลุดไป ผิวไม่เรียบตรึง รักแห้งสนิท เป็นชิ้นเล็กๆ แทรกลงไปในหลุมเล็กๆ ในเนื้อพระ ถ้ารักละลายเก๊เลย เรียกรักไม่ได้อายุ

เดินสนามเจอพระสมเด็จวัดระฆังหลังปาดแบบองค์นี้ ดูหน้า ดูรักทองเก่าในเนื้อ รักไม่ละลาย อย่าปล่อยให้หลุดมือนะเธอ
พระสมเด็จวัดระฆังมาโปรดแล้วจร้าาา
พระอาจารย์สอน เซียนเจี๊ยบบอกต่อ หวานเจี๊ยบนะจ๊ะเธอ

“พระอาจารย์สอนเซียนเจี๊ยบบอกต่อ” หวานเจี๊ยบนะจ๊ะเธอ

เจี๊ยบบางกรวย เดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897

รู้เก็บรู้ออม : เปิดห้องเรียนบจ. Corp Ex+ 2026 โอกาสดีพัฒนาบุคลากร

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง" หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ในยุคสมัยที่โลกแห่งการลงทุนหมุนเวียนไปอย่างรวดเร็ว การเสริมสร้างทักษะความรู้ด้านการเงินและการลงทุนจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับตัวให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนในทั้งระดับบุคคลและองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง

ในปีนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าโครงการ Corporate Excellence Learning Solution หรือ Corp. Ex. 2026 เพื่อสานต่อความสำเร็จจากปีที่แล้วที่ได้รับเสียงตอบรับดีมาก โดยมียอดการลงทะเบียนเรียน 21,900 ครั้ง ของจำนวนผู้เข้าอบรม 3,633 คน จาก 33 องค์กรชั้นนำ จึงนำมาสู่การยกระดับหลักสูตรในปีนี้ให้ตอบโจทย์มากขึ้นในการเป็นห้องเรียนที่เปิดกว้างสำหรับบุคลากรจากทุกสายงาน และทุกระดับตำแหน่ง ตั้งแต่ระดับบริหาร (C-Level) ไปจนถึงพนักงานระดับปฏิบัติการ (Officers) ของบริษัทจดทะเบียน

เหตุผลที่บริษัทจดทะเบียน, บริษัทที่เตรียมตัว IPO และธุรกิจครอบครัว ควรเข้าร่วมโครงการนี้ คือ บุคลากรจะได้ Upskill & Reskill เสริมสร้างทักษะใหม่และยกระดับทักษะเดิมผ่านหลักสูตรกว่า 300 หลักสูตรที่ครอบคลุมทุกมิติทางธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมต่อความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ  โดยเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญตัวจริงจากแวดวงตลาดทุนและโลกธุรกิจมาถ่ายทอดประสบการณ์

โครงการ Corp. Ex. 2026 มีวัตถุประสงค์หลักในการเพิ่มศักยภาพและความสามารถของบุคลากร  ยกระดับศักยภาพในการทำงาน และนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าของกิจการ รวมทั้งสร้างสุขภาพการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น

เนื้อหาของหลักสูตรการเรียนของโครงการ จะครอบคลุมหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการยุคใหม่  แบ่งเนื้อหาออกเป็น “ห้องเรียนนักลงทุน”  มุ่งเน้นการวางแผนการเงินสำหรับบุคลากรในองค์กร เพื่อการบริหารจัดการเงินและสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว , “ห้องเรียนผู้ประกอบการ”  บ่มเพาะทักษะ Intrapreneur (ความเป็นผู้ประกอบการ) ให้บุคลากรในองค์กร  และ “ห้องเรียนบริษัทจดทะเบียน” Upskill & Reskill  ให้มีความรู้ด้านการบริหารธุรกิจ ESG ,หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บุคลากรปฏิบัติงานด้วยความมั่นใจ สร้างมูลค่าเพิ่มให้บริษัท องค์กรที่เข้าร่วมโครงการสามารถออกแบบและเลือกหลักสูตรเรียนได้เอง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรในรูปแบบการเรียนออนไลน์ผ่านระบบ SET e-Learning

ผู้สนใจรวมกลุ่มกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปแล้วสมัครเข้ามาได้เลย แต่ต้องรีบหน่อย เพราะ Corp. Ex. 2026  เปิดรับสมัครจำนวนจำกัด โครงการนี้เน้นการเรียนแบบกลุ่ม เพื่อการพัฒนาที่เป็นระบบ  เรียนจบในแต่ละหลักสูตรจะได้รับประกาศนียบัตร และมีการติดตามผลการเรียนรู้ ซึ่งช่วยให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคล และองค์กร วางแผนพัฒนาบุคลากรได้อย่างเป็นระบบ และสามารถนำชั่วโมงอบรมไปรวมใบแบบ 56-1 One Report

บริษัทที่ร่วมโครงการ และทำได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด มีโอกาสได้รับรางวัล Corporate Excellence Learning Award จากตลาดหลักทรัพย์ฯ  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://www.setlink.set.or.th/th/education/course/1-cles   หรือโทรสอบถาม SET Contact Center เบอร์ 02-0099999

คุณนายพารวย

เอไอเอส ผนึก ไทยวิวัฒน์ มอบรางวัล “E-Waste Influencer Junior ฮีโร่รุ่นเยาว์ ปลุกพลังเปลี่ยนโลก” จุดพลังเยาวชนไทยสู่การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างยั่งยืน

0

เอไอเอส ร่วมกับ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความร่วมมือในการขับเคลื่อนการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) อย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ “E-Waste Influencer Junior ฮีโร่รุ่นเยาว์ ปลุกพลังเปลี่ยนโลก” เวทีประกวดคลิปวิดีโอสั้นที่เปิดพื้นที่ให้เยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพในฐานะนักสื่อสารสิ่งแวดล้อมรุ่นใหม่ ใช้พลังโซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแก่สังคม มุ่งส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนตระหนักถึงปัญหา E-Waste เรียนรู้แนวทางการจัดการอย่างถูกต้อง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเครือข่ายโรงเรียนต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดรวมทั้งสิ้น 295 คลิป แบ่งเป็นระดับประถมศึกษา 27 คลิป และระดับมัธยมศึกษา 268 คลิป สะท้อนถึงพลังการมีส่วนร่วมของเยาวชนไทยทั่วประเทศ

นายเทพพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการ บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ กล่าวว่า “ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันมีความซับซ้อนและไม่สามารถแก้ไขได้โดยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง โดยเฉพาะปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ความร่วมมือระหว่างไทยวิวัฒน์และ AIS จึงนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการผนึกกำลังข้ามอุตสาหกรรม ระหว่างธุรกิจประกันภัยที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารความเสี่ยง กับภาคเทคโนโลยีและการสื่อสารที่มีโครงสร้างพื้นฐานและศักยภาพในการเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือ ‘เยาวชน’ เราไม่ได้มองเด็กๆ เป็นเพียงผู้เข้าร่วมกิจกรรม แต่เป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง เราต้องการให้พวกเขาได้เรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม คิดวิเคราะห์เป็น และเข้าใจเรื่องความเสี่ยง ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของโลกอนาคต การได้ลงมือทำจริงและสื่อสารจริง คือการลงทุนระยะยาวที่มีคุณค่ามากกว่าตัวเลขผลลัพธ์ระยะสั้น”

นายเทพพันธ์กล่าวเพิ่มเติมว่า “โมเดลความร่วมมือนี้สะท้อนแนวทางการดำเนินงานด้าน ESG ในรูปแบบกลยุทธ์ความร่วมมือ (Shared Strategy) ที่สร้างคุณค่าทั้งต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมย้ำว่าการปลูกฝังความรับผิดชอบตั้งแต่วัยเรียนจะช่วยยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนของประเทศ และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันในเวทีเศรษฐกิจโลก”

นอกจากนี้ยังได้แสดงความยินดีกับเยาวชนที่เข้าร่วมทุกคน โดยระบุว่า ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญคือประสบการณ์และการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นตลอดกระบวนการ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืนในอนาคต

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า “ความร่วมมือกับไทยวิวัฒน์ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการผนึกกำลังส่งต่อพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงไปยังเครือข่ายคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการทั้งพลาสติกใช้แล้วและขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน ขอขอบคุณเยาวชนทุกคนที่ร่วมแสดงพลังความคิดสร้างสรรค์ และขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลทุกทีม ผลงานที่ส่งเข้าร่วม 295 คลิป สะท้อนพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการปลูกฝังทักษะการจัดการ E-Waste ให้แก่เยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศ พร้อมส่งเสริมให้ใช้โซเชียลมีเดียสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก และต่อยอดสู่เครือข่ายโรงเรียนต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว”

สำหรับการประกวด แบ่งออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับประถมศึกษา (ป.1–ป.6) และระดับมัธยมศึกษา (ม.1–ม.6) โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันรวมทีม 1–3 คน ผลิตคลิปวิดีโอความยาว 1–2.30 นาที ภายใต้เนื้อหาให้ความรู้เกี่ยวกับ E-Waste แนวทางการจัดการที่ถูกต้อง และการสร้างแรงบันดาลใจแก่สังคม ตามเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งนี้ เปิดกว้างรูปแบบการนำเสนออย่างสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่อง เพลง แร็ป ละครสั้น หรือคลิปไวรัลบน TikTok พร้อมรางวัลพิเศษสำหรับผลงานสร้างสรรค์ “DIY ถังแยกขยะ E-Waste” โดยผลการประกวด มีดังนี้

ระดับประถมศึกษา (ป.1–ป.6) ประเภท “สุดยอดนักสื่อสารรักษ์โลก”

· รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม PM Studio Production จากโรงเรียนพิบูลมังสาหาร ได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร

· รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม ฮีโร่รักษ์โลก จากโรงเรียนสวนกุหลาบ ธนบุรี ได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร

· รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม SK Cinematic จากโรงเรียนสระแก้ว ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร

· รางวัลผลงานสร้างสรรค์ “DIY ถังขยะ E-Waste” ได้แก่ ทีม ปว.รักษ์โลก จากโรงเรียนประชาราษฎร์อุปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร

ระดับมัธยมศึกษา (ม.1–ม.6) ประเภท “สุดยอดนักสื่อสารรักษ์โลก”

· รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม มะเปาอังลิ จากโรงเรียนเขมะสิริ ได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร

· รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม โลกของเด็ก Gen Alpha จากโรงเรียนวัดหนองใหญ่ ได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร

· รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม ผ่องพลอยรวมใจ…ไร้ E-Waste จากโรงเรียนผ่องพลอย ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร

· รางวัลผลงานสร้างสรรค์ “DIY ถังขยะ E-Waste” ได้แก่ ทีม Eco Feeder จากโรงเรียนสาธิตมหาสารคาม รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร

โครงการ “E-Waste Influencer Junior ฮีโร่รุ่นเยาว์ ปลุกพลังเปลี่ยนโลก” ไม่ใช่เพียงเวทีแสดงศักยภาพของเยาวชน แต่ยังช่วยเสริมสร้างความตระหนักรู้เรื่องขยะอิเล็กทรอนิกส์ และจุดประกายให้เกิดการจัดการอย่างถูกวิธีในโรงเรียนและชุมชน เพื่อขยายผลสู่เครือข่ายสถานศึกษาต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

AIS คว้า 3 รางวัลเวที Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 ยืนหนึ่งแบรนด์โทรคมนาคมตัวจริงบนโซเชียลมีเดีย 9 ปีซ้อน พร้อมควบรางวัลแบรนด์ยั่งยืนและธรรมาภิบาลเป็นครั้งแรก

0

AIS ยืนหนึ่งในฐานะแบรนด์ที่ทำผลงานบนช่องทางโซเชียลมีเดียได้อย่างยอดเยี่ยม สะท้อนความเป็นสุดยอดแบรนด์โทรคมนาคมตัวจริงบนทุกแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างต่อเนื่อง 9 ปี ตอกย้ำความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศที่พร้อมอยู่เคียงข้างคนไทย และมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีที่สุดในทุกมิติ ล่าสุดคว้า 3 รางวัลสำคัญด้านการสื่อสารแบรนด์ ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านการกำกับดูและกิจการที่ดี จากเวที Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 สะท้อนบทบาทของแบรนด์ที่สามารถเชื่อมต่อและสร้างความผูกพันกับคนรุ่นใหม่ผ่านโซเชียลมีเดียได้อย่างมีพลัง ควบคู่กับการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาวให้กับสังคมและประเทศ

นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า “ความสำเร็จจาก 3 รางวัลในครั้งนี้ โดยเฉพาะการได้รับรางวัลด้านแบรนด์ยั่งยืนและธรรมาภิบาลเป็นครั้งแรกในปีนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ AIS ในการพัฒนาองค์กรอย่างรอบด้าน ไม่เพียงแค่การเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เราให้ความสำคัญกับทั้งประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

รางวัลเหล่านี้จึงไม่เพียงเป็นความภาคภูมิใจของชาว AIS ทุกคน แต่ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เรามุ่งมั่นพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”สำหรับรางวัล Thailand Social Awards จัดขึ้นโดย บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Wisesight เพื่อยกย่ององค์กรและแบรนด์ที่มีผลงานโดดเด่นด้านการสื่อสารบนโซเชียลมีเดีย โดยพิจารณาจากข้อมูลเชิงลึกและตัวชี้วัดที่ครอบคลุมทั้งมิติด้านปริมาณและคุณภาพ ในปีนี้ AIS สามารถคว้า 3 รางวัลสำคัญ ได้แก่

  • รางวัล Best Brand Performance on Social Media สาขา Telecommunication หรือ กลุ่มธุรกิจผู้ให้บริการสัญญาณมือถือและอินเทอร์เน็ต สะท้อนความโดดเด่นด้านประสิทธิภาพการสื่อสารแบรนด์บนโซเชียลมีเดียอย่างรอบด้าน ทั้งการสร้างการมีส่วนร่วม การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และภาพลักษณ์แบรนด์ที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรม โดยพิจารณาจากเกณฑ์ Social Metric for Brand ซึ่งรวบรวมข้อมูลกว่า 2,600 แบรนด์ และประเมินผ่านปัจจัยมากกว่า 70 ตัวชี้วัด ครอบคลุมทั้ง Owned Media
  • รางวัล Outstanding Sustainability Brand Performance on Social Media สาขา Environmental Responsibility หรือกลุ่มธุรกิจความยั่งยืน ด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สะท้อนความโดดเด่นด้านการสื่อสารประเด็นสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ชัดเจน และสร้างการรับรู้ในวงกว้าง พร้อมสร้าง Impact
  • รางวัล Outstanding Sustainability Brand Performance on Social Media สาขา Governance หรือกลุ่มธุรกิจความยั่งยืน ด้านธรรมาภิบาล สะท้อนความโดดเด่นด้านการสื่อสารความโปร่งใส การกำกับดูแลกิจการที่ดี และความน่าเชื่อถือขององค์กรในมิติ ESG โดยทั้ง 2 รางวัลด้านความยั่งยืน พิจารณาจากเกณฑ์ Social Metric for Sustainability เป็นเกณฑ์การวัดประสิทธิภาพการสื่อสารด้านความยั่งยืนของแบรนด์บนโซเซียลมีเดีย โดยเก็บข้อมูลจากกว่า 50 แบรนด์ในดัชนี SET50 และประเมินร่วมกับข้อมูลเชิงลึกด้านคุณภาพจาก GEPP ESG Intelligence เพื่อสะท้อนความเข้มข้นของการสื่อสารด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

เมืองไทยประกันชีวิต คว้า 3 รางวัล Future Trends Awards 2026 ตอกย้ำผู้นำองค์กรสร้างอนาคตอย่างยั่งยืน

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำศักยภาพองค์กรคุณภาพและความแข็งแกร่งของภาวะผู้นำ ด้วยการคว้า 3 รางวัลจาก Future Trends Awards 2026 อย่างต่อเนื่อง ทั้งรางวัลสำหรับบุคคลซึ่งเป็นผู้นำองค์กรที่โดดเด่นและมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางอนาคต และ รางวัลการบริหารองค์กรมีความโดดเด่นในด้านวิสัยทัศน์ สะท้อนความเป็นองค์กรแห่งอนาคตที่โดดเด่นทั้งด้านวิสัยทัศน์ การบริหารจัดการ และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล พร้อมขับเคลื่อน    เทรนด์และสร้างคุณค่าเชิงบวกต่อสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

รางวัล “Leader of Business” (รางวัลผู้นำเทรนด์อนาคตด้านธุรกิจ) และ รางวัล “Leader of Leader” (รางวัลผู้นำเทรนด์อนาคตด้านภาวะผู้นำ) ซึ่งมอบให้แก่นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงบทบาทของผู้นำที่สามารถนำองค์กรเติบโตอย่างมั่นคงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจยุคใหม่ ด้วยการผสานกลยุทธ์เชิงนวัตกรรม เทคโนโลยี และความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิด ESG (Environmental, Social and Governance) โดยให้ความสำคัญทั้งด้านการสร้างคุณค่าระยะยาวต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการเรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพ และการสร้างแรงบันดาลใจให้บุคลากรทุกระดับร่วมขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

ในขณะเดียวกัน เมืองไทยประกันชีวิต ยังได้รับรางวัล The Most Beloved Employer Awards -Student Love 18–22 Years Old (รางวัลองค์กรที่ดึงดูดใจนักเรียน นักศึกษา อายุ 18-22 ปีที่สุด) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนภาพลักษณ์ของเมืองไทยประกันชีวิตในฐานะองค์กรที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจและเชื่อมั่น โดยบริษัทฯ มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทันสมัย เปิดกว้าง และสนับสนุนการเติบโตอย่างรอบด้าน การเสริมสร้างทักษะผ่านประสบการณ์หลากหลายมิติขององค์กร รวมถึงโครงการ Young MTL Internship ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงและเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงาน โดยมี  นางสาวสาริศา  ล่ำซำ  ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กร  นางสาวสินีวร เจริญพานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และนางสาวกมลรัตน์ ทัตติพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล  บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  ร่วมรับมอบรางวัล

ความสำเร็จจากการได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่องในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิตในการพัฒนาองค์กรให้พร้อมสำหรับอนาคต ด้วยการยกระดับนวัตกรรม การบริหารจัดการ และการพัฒนาคนอย่างสมดุล เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ลูกค้า พนักงาน และสังคม พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานใหม่อย่างต่อเนื่อง 

เมืองไทยประกันชีวิต คว้ารางวัล “Best Brand Performance on Social Media” ปีที่ 6 จากเวที Thailand Social Awards

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  รับรางวัล “Best Brand Performance on Social Media” สาขา Insurance & Assurance แบรนด์ที่ทำผลงานยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดีย สาขากลุ่มธุรกิจประกันภัย (ประกันวินาศภัยและประกันชีวิต) เป็นปีที่ 6 จากงานประกาศรางวัลโซเชียลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย Thailand Social Awards ครั้งที่ 14  จัดขึ้นโดยบริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด  ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลตลาด จัดขึ้นเพื่อยกระดับมาตรฐานวงการโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมส่งเสริมการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบ  โดยในงาน นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  ได้มอบหมายให้ นางสาวจิตต์เกษม  สุรธรรมานันท์  รองกรรมการผู้จัดการ  นางสาวฉัตรกนก ลพถนอมชาติ รองกรรมการผู้จัดการ และนางสาวศิริรัตน์ สุทธิพงษานุวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่าย Omni-channel Marketing บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนบริษัทฯ ขึ้นรับรางวัล  งานดังกล่าวจัดขึ้น  ณ ทรูไอคอน ฮอลล์  ไอคอนสยาม

ทั้งนี้ รางวัลดังกล่าวจะมอบให้กับแบรนด์ที่ทำผลงานยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดีย จากเกณฑ์การวัดผลตามมาตรฐาน Thailand Social Awards  ซึ่งใช้ Social Metric เป็นเครื่องมือวัดประสิทธิภาพการสื่อสารบนโซเชียลมีเดีย โดยเก็บข้อมูลจากแพลตฟอร์มหลักตลอดทั้งปี (1 มกราคม – 31 ธันวาคม) แล้วนำมาคำนวณผ่านปัจจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อให้ได้ค่าชี้วัดประสิทธิภาพที่สมบูรณ์ (Social Metric Score) การกำหนดน้ำหนักในแต่ละปัจจัยได้รับการพิจารณาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ และปรับให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานโซเชียลมีเดียของคนไทยในแต่ละปี

โดย Social Metric for Brand เป็นเกณฑ์การวัดประสิทธิภาพการสื่อสารของแบรนด์บนโซเชียลมีเดีย (Best Brand Performance on Social Media) โดยเก็บรวบรวมข้อมูลทางสถิติกว่า 2,600 แบรนด์ จากโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มหลัก และวัดประสิทธิภาพโดยใช้ปัจจัยสำคัญกว่า 70 ปัจจัย ทั้งในเชิงปริมาณ (Quantity) และเชิงคุณภาพ (Quality) เพื่อให้ได้ค่าชี้วัดประสิทธิภาพการสื่อสารของแบรนด์บนโซเชียลมีเดีย (Social Metric Score) ซึ่งจะถูกคำนวณมาจากโซเชียลมีเดีย 2 ส่วนหลัก คือ ช่องทางหลัก Official Account ของแบรนด์ (Owned Media) และช่องทางโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ที่กล่าวถึงแบรนด์ เช่น สื่อ อินฟลูเอนเซอร์ หรือบุคคลทั่วไป (Earned Media) ซึ่งการวัดผลทาง Earned Media มาจากการเก็บข้อมูลด้วยเครื่องมือ Zocial Eye โดยใช้คีย์เวิร์ดที่กล่าวถึงชื่อแบรนด์มากกว่า 15,000 คีย์เวิร์ด เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่ครบถ้วนมากที่สุด  #เมืองไทยประกันชีวิต #muangthailife

ประมงนครศรีธรรมราช ลงพื้นที่ขนาบนาก พบสัตว์น้ำหลากหลายชนิด ชุมชนสร้างมูลค่าเพิ่มจากปลาต่างถิ่น

0

สำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช ลงพื้นที่หมู่ที่ 8 และหมู่ที่ 9 ตำบลขนาบนาก อำเภอปากพนัง เพื่อติดตามสถานการณ์ปลาต่างถิ่นและสำรวจความหนาแน่นของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ หลังมีการพูดถึงสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

จากการตรวจสอบภาคสนามพบว่า ความหนาแน่นของปลาหมอคางดำแตกต่างกันตามลักษณะแหล่งน้ำ โดยบริเวณคูน้ำข้างถนนยังพบปลาหมอคางดำอยู่ ขณะที่ลำคลองขนาดใหญ่ในพื้นที่เดียวกันพบในปริมาณน้อย และยังคงมีสัตว์น้ำชนิดอื่นอาศัยอยู่ร่วมจำนวนมาก สะท้อนว่าการกระจายตัวของปลาหมอคางดำขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและคุณภาพน้ำของแต่ละจุด ไม่ได้มีลักษณะหนาแน่นเท่ากันทุกพื้นที่

ด้านมาตรการติดตาม สำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ร่วมกับศูนย์พัฒนาวิจัยลุ่มน้ำปากพนัง สำรวจความชุกชุมของปลาต่างถิ่นอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดทำฐานข้อมูลรายงานกรมประมงเป็นประจำทุกเดือน รวมทั้งประสานความร่วมมือกับชุมชนในการควบคุมการแพร่กระจายในจุดที่พบปริมาณสูง เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปตามข้อมูลจริงในพื้นที่

นายสมชาย โปนะทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 เปิดเผยว่า ชาวบ้านพบปลาหมอคางดำในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องและสามารถปรับตัวอยู่ร่วมกับสถานการณ์ได้ ผลกระทบต่อชุมชนอยู่ในระดับจำกัด ขณะเดียวกัน ชาวบ้านยังนำปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์หลากหลายรูปแบบ ทั้งการนำมาประกอบอาหารในครัวเรือน การแปรรูปเป็นปลาแดดเดียว การใช้เป็นเหยื่อล่อจับปู และการใช้เป็นอาหารในบ่อเลี้ยงปูทะเล ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิต และในบางส่วนสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มหมุนเวียนในเศรษฐกิจชุมชนได้

นายกอบศักดิ์ เกตุเหมือน ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวเพิ่มเติมว่า การเข้าดำเนินการกำจัดปลาต่างถิ่นในพื้นที่เอกชนจำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของพื้นที่ก่อน อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของพื้นที่แจ้งความประสงค์ให้เข้าช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่พร้อมดำเนินการทันที

สำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราชยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์ปลาหมอคางดำอย่างใกล้ชิด ใช้ข้อมูลภาคสนามประกอบการตัดสินใจ และดำเนินมาตรการควบคุมประชากรปลาต่างถิ่นอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนแจ้งเมื่อพบการกระจายตัวในพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามแนวทาง “เจอ แจ้ง จับ จบ” ควบคู่กับการส่งเสริมการนำไปใช้ประโยชน์ เพื่อรักษาสมดุลระบบนิเวศ