Home Blog Page 9

เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “Fit Rewards” บนแอปฯ MTL Click แลกคะแนน Fit Point เป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัย

0

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต ยังคงเดินหน้าเพื่อตอกย้ำถึงเป้าหมายในการเป็นองค์กรที่มุ่งเน้นการส่งมอบรอยยิ้มและความสุข พร้อมสร้างสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ล่าสุดบริษัทฯ ได้เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่ “Fit Rewards” บนแอปพลิเคชัน MTL Click  เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนมีสุขภาพดี และมอบสิทธิพิเศษแก่ลูกค้าคนสำคัญไปพร้อม ๆ กัน 

โดย “Fit Rewards” เป็นฟีเจอร์ใหม่บนแอปพลิเคชัน MTL Click  ที่เน้นส่งเสริมการดูแลสุขภาพ สามารถนำผลบันทึกจากการออกกำลังกายในกิจกรรมที่ทำได้เป็นประจำ ทั้งการสะสมก้าวเดิน การสะสมนาทีออกกำลังกาย และผลการตรวจสุขภาพ รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ เปลี่ยนเป็นคะแนน Fit Point  และนำมาแลกเป็นส่วนลดเบี้ยประกันปีต่ออายุได้โดยอัตโนมัติ สูงสุดถึง 15% (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต กำหนด)

ทั้งนี้ ผู้สมัคร Fit Rewards เพื่อรับส่วนลดเบี้ยประกันปีต่ออายุ เพียงเป็นผู้เอาประกันภัยที่ถือผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพหรือโรคร้ายแรงของเมืองไทยประกันชีวิตที่เข้าร่วมโครงการ  อาทิ สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ อีลิท เฮลท์ พลัส  สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ ดี เฮลท์ พลัส  สัญญาเพิ่มเติมโรคร้ายแรง ดี แคร์ สัญญาเพิ่มเติม แคร์ พลัส และสัญญาเพิ่มเติม ซีไอ เพอร์เฟค แคร์ เป็นต้น โดยมีมูลค่าเบี้ยรวมขั้นต่ำทั้งหมด เท่ากับ 2,000 บาทขึ้นไป ต่อผู้เอาประกันภัยแต่ละราย และมีอายุ 18 ปีขึ้นไป

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าใช้งานฟีเจอร์  Fit Rewards สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน MTL Click  ฟรี ทั้งระบบปฏิบัติการ  iOS และ Android  หรือผู้ที่มีแอปพลิเคชัน MTL Click อยู่แล้ว เพียงอัปเดตให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด  โดยมีวิธีเชื่อมต่ออุปกรณ์ ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1  กดเข้าฟีเจอร์ Fit Rewards บนแอปพลิเคชัน MTL Click

ขั้นตอนที่ 2  กดเชื่อมต่ออุปกรณ์

ขั้นตอนที่ 3  กดเลือกอุปกรณ์ 

            ขั้นตอนที่ 4 เลือกยี่ห้ออุปกรณ์

– ผู้ที่มี Smartwatch ยี่ห้อที่รองรับ ได้แก่ Apple Watch Fitbit Garmin และ Suunto 

– ผู้ที่ไม่มี Smartwatch เชื่อมต่อผ่านทาง  Apple Health สำหรับผู้ใช้งาน iOS หรือ Health Connect สำหรับผู้ใช้งาน Android

            ขั้นตอนที่ 5 เชื่อมต่อข้อมูล

โดยลูกค้าที่มีกรมธรรม์ที่เข้าร่วมโครงการ Fit Rewards (สถานะ Health User) จะสามารถนำ Fit Point มาแลกเป็นส่วนลดเบี้ยประกันปีต่ออายุได้ สำหรับลูกค้าที่มีกรมธรรม์อื่นๆ นอกเหนือจากที่ร่วมโครงการ (สถานะ Insurance user) และ ผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่มีกรมธรรม์กับเมืองไทยประกันชีวิต (สถานะ Guest User) จะสามารถเปลี่ยน Fit Point ที่สะสมไว้มาแลกเป็นส่วนลดเบี้ยประกันปีต่ออายุได้ เมื่อซื้อกรมธรรม์ที่เข้าร่วมโครงการ

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.muangthai.co.th/th/fitrewards หรือโทร. 1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง #MuangThaiLife

Restart ดอกเบี้ยใหม่ กับ สินเชื่อเคหะ Refinance จากออมสิน ดอกเบี้ย 0% 3 เดือนแรก ตั้งแต่วันนี้ – 15 ต.ค. 68

0

ดอกเบี้ยบ้านลด อนาคตก็สดใส แค่ย้ายบ้านมาอยู่กับออมสิน กับสินเชื่อเคหะ Refinance

สำหรับวงเงินกู้สินเชื่อเคหะตั้งแต่ 1.5 ล้านบาทขึ้นไป
✔️ รับอัตราดอกเบี้ย 0% 3 เดือนแรก และอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี 2.85% ต่อปี (กรณีเลือกอัตราดอกเบี้ยแบบไม่สนับสนุนค่าจดจำนอง)
✔️ สนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ตามที่จ่ายจริง ไม่เกินรายละ 5,000 บาท
✔️ สนับสนุนค่าจดจำนอง ตามที่จ่ายจริง ไม่เกินรายละ 30,000 บาท (กรณีเลือกอัตราดอกเบี้ยแบบสนับสนุนค่าจดจำนอง)

ยื่นกู้ได้ตั้งแต่ 16 ก.ค. 68 – 15 ต.ค. 68 อนุมัติและจัดทำนิติกรรมสัญญา ภายใน 15 พ.ย. 68

  • ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.545% ต่อปี (ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป) ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น หรือลดลงได้
  • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) อยู่ระหว่าง 1.380% – 6.295% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (EIR) กรณีวงเงินกู้สินเชื่อเคหะตั้งแต่ 1.5 ล้านบาทขึ้นไป อยู่ระหว่าง 4.655% – 5.290% ต่อปี คำนวณจากวงเงินกู้ 1.5 ล้านบาท ระยะเวลา 20 ปี แบบผ่อนชำระเท่ากันทุกงวด

สมัครขอสินเชื่อ คลิก >> https://to.gsb.or.th/q6751P6
หรือผ่าน MyMo
⚠️ รู้ก่อนกู้…กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
⚠️ เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

AIS ผนึกกระทรวงเกษตรฯ เดินหน้า “คนไทยไร้ E-Waste” ปักหมุดจุดทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไทย ช่วยรักษาระบบนิเวศและเกษตรกรรมไทย

0

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้โครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” มุ่งสร้างความตระหนักรู้และขยายผลการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี ด้วยการติดตั้งจุดรับทิ้ง E-Waste ในหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนและเกษตรกรเข้าถึงช่องทางการจัดการขยะ E-Waste ได้ง่ายขึ้น และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ความร่วมมือกับ AIS ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการเกษตรที่เปราะบางต่อผลกระทบจากสารพิษ เช่น แคดเมียม ปรอท และตะกั่ว ซึ่งอาจปนเปื้อนในดิน น้ำ และอากาศ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพผลผลิตและสุขภาพของประชาชนในระยะยาว

“การขับเคลื่อนโครงการคนไทยไร้ E-Waste จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมส่งเสริมให้บุคลากรในสังกัดกระทรวงฯ รวมถึงประชาชนและเกษตรกรมีพฤติกรรมการจัดการขยะที่ถูกต้องและปลอดภัย” และโครงการดังกล่าว ยังมีความสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่องของการเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Go Green) และ BCG Model อีกด้วย นายประยูรกล่าว

ด้านนางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าหน่วยธุรกิจสื่อสารองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า “AIS ยึดมั่นในบทบาทองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืน โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านแนวคิดการจัดการทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ โดยตลอดระยะเวลากว่า 6 ปีที่ผ่านมา โครงการคนไทยไร้ E-Waste ได้พัฒนาและขยายผลอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดยกระดับเป็น “AIS HUB of E-Waste” ศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย เราต้องการเปลี่ยนมุมมองของคนไทยที่มองว่าขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นเรื่องไกลตัว เพราะในความจริง ขยะเหล่านี้มีผลกระทบลึกซึ้งต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตประจำวัน หากไม่จัดการอย่างถูกวิธี สารพิษในขยะอิเล็กทรอนิกส์อาจย้อนกลับมาสร้างปัญหาทั้งในระบบนิเวศและปัจจัยการผลิตในอนาคต”

สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะดำเนินการติดตั้งถังขยะ E-Waste ในหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 22 หน่วยงาน พร้อมขยายจุดรับทิ้งไปยังสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ โดยยึดหลักการทิ้งอย่างถูกวิธีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดกิจกรรมรณรงค์และสื่อสารสร้างความเข้าใจผ่านช่องทางต่าง ๆ ของกระทรวงเกษตรฯ และ AIS เพื่อปลุกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่อาจได้รับผลกระทบจากการสะสมของสารพิษในดินและน้ำ ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพผลผลิตหรือคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร

ทั้งนี้ โครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” จึงไม่เพียงเป็นการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นการวางรากฐานเพื่อสร้างสังคมไทยที่มีความรู้ ความเข้าใจ และมีพฤติกรรมการจัดการขยะอย่างยั่งยืน อันจะนำไปสู่การลดคาร์บอนและมลพิษในภาพรวมของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

กรมส่งเสริมการเกษตร รับสมัครพนักงานราชการ ปวส. และป.ตรี หลายอัตรา หลายตำแหน่ง ทั่วประเทศ

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมส่งเสริมการเกษตร กำลังเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป (ในหน่วยงานส่วนกลาง และสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1,2,3,4 และ 6) เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 18 – 24 กรกฎาคม 2568 ทางอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์ https://doae4.thaijobjob.com

หน่วยงานส่วนกลาง

สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท

สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 2 จังหวัดราชบุรี

สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง

สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 4 จังหวัดขอนแก่น

สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่

เปิดตัว “AIS SIAM” แลนด์มาร์กใหม่ใจกลางสยาม พื้นที่ปลดล็อกพลังสร้างสรรค์ของ Gen C เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ดิจิทัลเต็มสปีด ลอง-เล่น-ลุย ให้สุดในแบบตัวเอง

0

AIS ประกาศเปิดตัว “AIS SIAM” พื้นที่สร้างสรรค์ใหม่ใจกลางสยามสแควร์ แลนด์มาร์กใหม่ใจกลางสยามสแควร์ กับแนวคิด Community Play Space ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของ Gen C – Creative Generation ซึ่งใครๆก็เป็นได้ ไม่จำกัดเพศ อายุ หรืออาชีพ ตราบใดที่มีใจสร้างสรรค์ และเป็นตัวของตัวเอง เปิดกว้างให้ทุกคนได้ “ลองให้ฟิน กินให้แฟ่ด เล่นให้สุด หวีดให้ลั่น ทำให้จึ้ง” ครบจบในที่เดียว พร้อมเชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์เข้ากับเทคโนโลยีเร็วแรงขั้นสุดจาก AIS 5G และ Wi-Fi 7 ยกระดับประสบการณ์เน็ตเร็ว แรง เต็มสปีด รองรับทุกกิจกรรมไม่ว่าจะไลฟ์สด เล่นเกม สตรีม หรือสร้างคอนเทนต์ ตอบโจทย์ทุกเจนเนอเรชันอย่างแท้จริง

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS กล่าวว่า“สยามไม่ใช่แค่ย่านหนึ่งในกรุงเทพฯ แต่คือหัวใจของความคิดสร้างสรรค์จากรุ่นสู่รุ่น สยามเปรียบเสมือนต้นกำเนิดของแรงบันดาลใจ เป็น Community ให้คนรุ่นใหม่ได้ค้นหาและแสดงตัวตน ปล่อยพลังให้ทุกสายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นสายคอนเทนต์ สายบันเทิง สายไอเดีย หรือสายเทคโนโลยี และในยุคที่ Soft Power กลายเป็นทรัพย์สินสำคัญของชาติ สยามคือหนึ่งในพื้นที่ที่หล่อหลอมพลังนี้มาอย่างต่อเนื่อง และคือจุดเริ่มต้นของความฝันของใครอีกหลายคน ที่ในวันนี้ได้เติบโตและขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

AIS เชื่อในพลังของ Gen C หรือ Creative Generation กลุ่มคนที่เต็มไปด้วยไอเดีย ความสามารถ และพลังที่จะขับเคลื่อนสังคมด้วยความคิดสร้างสรรค์ เราจึงได้พัฒนา AIS SIAM ขึ้นให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสยามสแควร์ เพื่อสร้างพื้นที่ Community แห่งความสร้างสรรค์ และการแสดงออกด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่ล้ำหน้า ประสานเข้ากับโลกของ Entertainment และ Digital Lifestyle อย่างไร้รอยต่อ”

AIS SIAM มอบประสบการณ์ครบเครื่องผ่านพื้นที่สร้างสรรค์ 4 ชั้น จัดเต็มทุกแพชชันและตัวตนของ Gen C

  • ชั้น 1 CAFE & EXPERIENCE SPACE: เริ่มต้นประสบการณ์ที่ AIS SIAM ด้วยคาเฟ่สุดชิลที่เปิดต้อนรับทุกเครือข่าย ให้ทุกคนได้เข้ามา “ลองให้ฟิน กินให้แฟ่ด” แบบไม่ซ้ำใคร พบกับไฮไลต์ “AIS SIAM Blend” กาแฟสูตรพิเศษจาก BEANS Coffee Roaster ที่รังสรรค์ขึ้นเฉพาะที่นี่เท่านั้น เติมเต็มความอร่อยด้วยเบเกอรี่จาก ‘เชฟบุรินทร์ แดงดีเลิศ’ เชฟขนมหวานชื่อดัง พิเศษ! สำหรับลูกค้า AIS ใช้คะแนน AIS Points รับส่วนลดอาหารและเครื่องดื่ม นอกจากนี้ ยังมีโซน Experience Space ที่รวบรวม Gadget, สินค้าดิจิทัลสุดล้ำ และ AIS SIAM Merchandise ดีไซน์พิเศษ ให้ลูกค้าได้ทดลองสัมผัสและเลือกช้อป พร้อมบริการสั่งซื้อออนไลน์แบบครบวงจร ส่งตรงถึงบ้าน
  • ชั้น 2: CO-PLAYING SPACE: ปลดปล่อยพลังความสนุก “เล่นให้สุด” จะมาเป็นแก๊ง หรือเปิดตี้ออนไลน์ ก็พร้อมลุยได้ทันที พบกับกองทัพเกมสุดฮิตจากเครื่องเล่นระดับโลกอย่าง PS5 และ Nintendo Switch รวมถึงเกมใหม่ เกมดังให้ทดลองเล่น ถูกใจ สามารถสั่งซื้อได้ที่ AIS Online Store พร้อมเอาใจสายบอร์ดเกม ด้วยบอร์ดเกมยอดนิยมทั้งไทยและต่างประเทศ เสริมความมันด้วย Game Master และ PODs ส่วนตัว และยังสามารถเพลิดเพลินกับหนังและซีรีส์บนแอปสตรีมมิงชั้นนำ ผ่าน Smart TV คุณภาพคมชัดระดับพรีเมียม
  • ชั้น 3: AIS SIAM HYPE SPACE: เนรมิตพื้นที่สุดพิเศษสำหรับกิจกรรม Collaboration ระหว่าง AIS และพาร์ทเนอร์คนสำคัญ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการฝึกฝนทักษะสำหรับกลุ่มคนที่มีความฝัน เพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจให้ได้ลองลงมือทำในสิ่งที่รัก และเตรียมความพร้อมก่อนก้าวขึ้นสู่เวทีจริง ติดตามเซอร์ไพรส์ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้เร็วๆ นี้ แล้วเตรียมตัวมาเป็นส่วนหนึ่งของโมเมนต์สุดไฮป์จนต้อง “หวีดให้ลั่น” ไปพร้อมกัน
  • ชั้น 4: AIS SIAM STUDIO: เวทีของครีเอเตอร์ตัวจริงในรูปแบบสตูดิโอครบวงจร เปิดพื้นที่ให้ผู้ได้รับสิทธิ์ได้มาร่วมสร้างสรรค์คอนเทนต์แบบมือโปร ถ่ายทอดไอเดียและแสดงตัวตนอย่างเต็มที่ไปกับ AIS ครบครันด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีสุดล้ำที่รองรับการทำงานระดับมืออาชีพ เพื่อ “ทำให้จึ้ง” ทั้งคุณภาพและความคิดสร้างสรรค์

“ขอขอบคุณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, GULF, TADA Entertainment รวมถึงพาร์ทเนอร์ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ที่ร่วมกันผลักดัน พัฒนา และสนับสนุนให้ ‘AIS SIAM’ เกิดขึ้น และกลายเป็นพื้นที่แห่งโอกาส ที่พร้อมจะจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ในทุกมิติ เพื่อให้ทุกคนได้ “เล่น ลอง ลุย” ไปกับสิ่งที่ตัวเองรักเพื่อแสดงศักยภาพของตัวเองของสู่สายตาโลก โดยหวังว่า AIS SIAM จะเป็นเวทีของคนที่มีฝัน มีไฟ และมีความสามารถในด้านต่างๆ เพราะเราเชื่อว่า เมื่อพื้นที่เปิดกว้าง ความคิดสร้างสรรค์ก็เติบโตได้อย่างไร้ขอบเขต” นายสมชัย กล่าวทิ้งท้าย

มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบรถพยาบาลฉุกเฉินให้มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสำหรับช่วยเหลือผู้ป่วย

0

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการ มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช รับมอบรถพยาบาลรับ-ส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน จากมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำหรับใช้ช่วยเหลือผู้ป่วยของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช 5 แห่ง จำนวน 5 คัน เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นผู้มอบ

“โพธิพงษ์ – ยุพา ล่ำซำ” บริจาคเงิน 6.72 ล้านบาท ปรับปรุงห้องประชุม ศูนย์กุมารเวชศาสตร์โรคหัวใจ รพ.จุฬาลงกรณ์ฯ

0

นายโพธิพงษ์ – นางยุพา ล่ำซำ  บริจาคเงิน จำนวน 6,720,000 บาท เพื่อสนับสนุนโครงการปรับปรุงห้องประชุม ชั้น 6 ศูนย์กุมารเวชศาสตร์โรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ซึ่งเป็นห้องประชุมหลักที่ใช้สำหรับการประชุมด้านการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจ การประชุมการพยาบาล รวมถึงการเรียน     การสอนและฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านและแพทย์ประจำบ้านต่อยอด โดยภายในห้องประชุมได้รับการติดตั้งระบบโสตทัศนูปกรณ์ที่ทันสมัย รองรับการประชุมออนไลน์ และสามารถถ่ายทอดสัญญาณการประชุม และกิจกรรมทางวิชาการในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างครบวงจร

การปรับปรุงครั้งนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ และเสริมสร้างศักยภาพในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทั้งภายในประเทศและระดับสากล รองรับสถานการณ์ที่ต้องการการประชุมทางไกล และส่งเสริมคุณภาพการรักษาและพัฒนาวิชาชีพทางการแพทย์อย่างยั่งยืน

ในโอกาสนี้ นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้เป็นตัวแทนของ นายโพธิพงษ์ – นางยุพา ล่ำซำ  เข้าร่วมส่งมอบโครงการปรับปรุงห้องประชุม ศูนย์กุมารเวชศาสตร์โรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย  ณ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ อาคาร สก. ชั้น 6 พร้อมเข้าเยี่ยมชมห้องประชุม  เพื่อรับทราบถึงความก้าวหน้าและความพร้อมในการนำห้องประชุมไปใช้ประโยชน์สำหรับการดูแลผู้ป่วยและการพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์  ซึ่งโครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 โดยในงานได้รับเกียรติจาก รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผอ. รพ.จุฬาลงกรณ์ฯ    ผศ.(พิเศษ) นพ.สมชาย ปรีชาวัฒน์ หัวหน้าศูนย์โรคหัวใจ  ศ.นพ.พรเทพ เลิศทรัพย์เจริญ     อาจารย์พิเศษ ศ.นพ.วิชัย เบญจชลมาศ อาจารย์พิเศษ ผศ.นพ.วิทวัส ลออคุณ หัวหน้าหน่วยกุมารโรคหัวใจ ฝ่ายกุมารเวชศาสตร์  ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชม. 

รู้เก็บรู้ออม : ตลาดหลักทรัพย์ฯ สัญจรหาดใหญ่

0

ได้ฤกษ์เดินทางชีพจรลงเท้ากันอีกครั้งสำหรับ “ตลาดหลักทรัพย์ฯ สัญจร” ประจำปี 2568 โดยปีนี้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะยกทัพกูรูการเงิน นักวิเคราะห์ และนักลงทุน ไปมอบความรู้เรื่องการเงินและการลงทุน พร้อมกับนำบริการการเงินต่างๆจากบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำไปบริการให้กับประชาชน และผู้สนใจเรื่องลงทุนกันที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

งาน “ตลาดหลักทรัพย์ฯสัญจร หาดใหญ่” จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม 2568 ที่โรงแรมบุรีศรีภู หาดใหญ่ จ.สงขลา เริ่มกันตั้งแต่เวลา 09.00 น. ยาวไปถึง 17.00 น. แบบเต็มอิ่มแน่นอน เพราะงานเดียวครบจบทุกเรื่องลงทุน ทั้งหุ้นไทย หุ้นนอก ฟิวเจอร์ส ออปชัน นักลงทุนทั้งมือโปร และมือใหม่ รับประกันว่าไม่ผิดหวัง

ปีนี้งานจัดเต็มเหมือนเดิม ผู้ร่วมงานจะได้อัปเดตสภาวการณ์ลงทุน พร้อมรับฟังสัมมนาจากวิทยากรที่มีความรู้และประสบการณ์กับหัวข้อที่น่าสนใจ “ลงทุนต้องรู้ เปิดเคล็ด (ไม่) ลับฉบับมือใหม่” โดยคุณน้ำ ธนธร กาญจนิศากร นักลงทุนรุ่นใหม่เจ้าถิ่น เพราะเป็นคนหาดใหญ่ และเป็นเจ้าของเพจการเงิน Nam Finance อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีหัวข้อสัมมนาอื่นๆที่ไม่ควรพลาดจากกูรูและนักวิเคราะห์ชื่อดังอีกมากมาย เช่น “สแกนตลาด จัดพอร์ต หุ้นไทย vs หุ้นนอก”, “เจาะกลยุทธ์ VI ทำกำไรช่วงวิกฤติ”, “ลงทุนให้รอด เสริมพอร์ตด้วยฟิวเจอร์ส vs ออฟชัน”

ด้านบริการการเงินภายในงาน ก็ขนมากันเต็มที่ พบกับโบรกเกอร์ชั้นนำมาเปิดบูธให้บริการต่างๆ ทั้งเปิดบัญชี, จัดพอร์ต, ให้คำปรึกษาและวางแผนลงทุน ตลอดจนไอเดียเทรด รวมทั้งการแนะนำและสาธิตการใช้งานแอปฯ, เครื่องมือลงทุนยุคใหม่ และทางเลือกลงทุนต่างๆ เพื่ออัปสกิลให้นักลงทุนมีความพร้อมและความมั่นใจ สามารถเริ่มลงสนามการลงทุนได้ทันทีภายในงาน

นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันพิเศษอีกมากมายสำหรับผู้ที่ทำธุรกรรมภายในงาน ไม่ว่าจะเป็น เปิดบัญชีหุ้น รับกล่องจุ่ม Bull Ranger, เปิดบัญชี TFEX รับ Lotus Gift Voucher มูลค่า 100 บาท, เปิดบัญชีกองทุนรวม รับกระเป๋ากระทิงกองทุนรวม นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานที่ดาวน์โหลดแอป AomWise และเปิดบัญชี ยังได้รับหุ้นนอกผ่าน DR เข้าพอร์ต มูลค่า 100 บาท อีกด้วย

ผู้สนใจเข้าร่วมงานได้ฟรี โดยสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้แล้วที่ https://www.setinvestnow.com/th/set-road-show-hatyai-202  ผู้ที่ลงทะเบียนจะได้รับฟรี ชุด GiftSet กระเป๋า investnow และหนังสือ WealthDesign

นอกจากนี้ วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม 2568 ยังมีสัมมนาพิเศษสำหรับผู้ประกอบการจังหวัดสงขลา หัวข้อ “ฝ่าวิกฤติ คว้าโอกาสให้ธุรกิจ เอาชนะค่าเงินผันผวนด้วย TFEX” รับฟังมุมมองเศรษฐกิจ-การค้า-ค่าเงิน แบบเจาะลึก วิเคราะห์ความเสี่ยง โอกาส และความท้าทายที่ธุรกิจต้องเผชิญ พร้อมเรียนรู้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยน “TFEX Currency Futures” ที่จะช่วยเสริมแกร่งให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเข้าและส่งออก สัมมนาจัดขึ้นเวลา 12.00-16.00 น. ณ โรงแรมเซ็นทารา หาดใหญ่ จ.สงขลา ผู้ประกอบการที่สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.TFEX.co.th สอบถาม SET Contact Center 02-009-9999

อย่าพลาด กาปฏิทินไว้เลย แล้วพบกันที่งานนะ พี่น้องชาวหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง!

คุณนายพารวย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วยเหลือเกษตรกรสวนมังคุดใต้ ใน“SET รวมพลัง อิ่มยกกำลัง 2”

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผนึกกำลังสนับสนุนเกษตรกรสวนมังคุดใต้ ในโครงการ “SET รวมพลัง อิ่มยกกำลัง 2” โดยเมื่อพนักงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ซื้อผลไม้ 1 กิโลกรัม ตลาดหลักทรัพย์ฯ สั่งซื้อสมทบอีก 1 กิโลกรัม เพื่อนำส่วนที่ซื้อสมทบมอบให้แก่พันธมิตรที่ดูแลกลุ่มผู้เปราะบาง ได้แก่ ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่เขตดินแดง และเขตห้วยขวาง โรงพยาบาลราชวิถี และศูนย์บริจาคโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โดยมีนางสาวจิตติยา ธรรมสรณ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ร่วมมอบ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้ร่วมสนับสนุนมังคุดจากเกษตรกร กว่า 5,400 กิโลกรัม

เปิดตัวน้ำหมักชีวภาพสูตรปลาหมอคางดำ ‘Waste, Not Wasted’ โดยประมงสมุทรสาคร-พัฒนาที่ดิน-ซีพีเอฟ ผลิตของดีให้เกษตรกรเพิ่มผลผลิต ลดค่าปุ๋ย

0

ประมงสมุทรสาคร จับมือร่วมกับสำนักงานพัฒนาที่ดิน และซีพีเอฟ เปิดตัว น้ำหมักชีวภาพสูตรปลาหมอคางดำ ตั้งเป้าช่วยลดจำนวนปลาหมอคางดำเดือนละ 6,000 กิโลกรัม พร้อมแบ่งปันสูตรให้วิสาหกิจชุมชน ต่อยอดเป็นสินค้าสร้างรายได้ แบรนด์ Waste, Not Wasted ของเสียที่ไม่เสียของ ช่วยเกษตรกรประหยัดค่าปุ๋ยได้ถึงหมื่นบาทต่อไร่ เกษตรกรย้ำน้ำหมักชีวภาพช่วยให้ฝรั่งมีผลโตขึ้น และยังมีรสหวาน

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สนับสนุนประมงจังหวัดสมุทรสาครในการนำปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด บูรณาการกับ สถานีพัฒนาที่ดินสมุทรสาคร และศูนย์การเรียนรู้ของเสียที่ไม่เสียของ ต่อยอดนำปลาหมอคางดำที่จับได้จากกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” มาผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพสูตรปลาหมอคางดำ ที่พัฒนาโดยสำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัด และซีพีเอฟสนับสนุนถังพลาสติกขนาดใหญ่สำหรับหมักปลาได้ 300 กิโลกรัมต่อถัง

เผดิม รอดอินทร์ ประมงสมุทรสาคร กล่าวว่า โครงการน้ำหมักชีวภาพใช้เวลา 1 เดือน จะช่วยให้สมุทรสาครจับปลาหมอคางดำออกจากระบบได้ทุกเดือน เดือนละ 6,000 กิโลกรัมหรือปีละ 72,000 กิโลกรัม เพิ่มมูลค่าเป็นของดีมาแบ่งปันให้พี่น้องเกษตรกรใช้รดบำรุงดินแทนปุ๋ย เตรียมคิกออฟเป็นสินค้าภายใต้แบรนด์ WASTE, NOT WASTED “ของเสียที่ไม่เสียของ” รวมทั้งถ่ายทอดสูตรการหมักให้เกษตรกรนำไปทำใช้เอง เป็นการบูรณาการประชาชนมีส่วนร่วมในการลดประชากรปลาหมอคางดำอีกทางหนึ่ง

ธนัชกฤต กลิ่นหวล ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินสมุทรสาคร ได้แบ่งปันสูตรของน้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ มีส่วนประกอบปลาหมอคางดำ 30 กิโลกรัม หมักกับ กากน้ำตาล 10 กิโลกรัม และ สัปปะรด 10 กิโลกรัม ใส่ สารเร่งซุปเปอร์ พด.2 จำนวน 1 ซองผสมน้ำเปล่า 10 ลิตร บรรจุในถังหมักนาน 1 เดือนได้น้ำหมักเข้มข้น 30 กิโลกรัม ก่อนใช้ต้องเจือจางกับน้ำก่อนนำมาฉีดพ่นและรดดิน ช่วยบำรุงพืชผลและบำรุงดิน

“สำนักงานพัฒนาที่ดินนำน้ำหมักชีวภาพไปวิเคราะห์ พบว่ามีธาตุอาหารหลักสำหรับพืชทั้งไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตชเซียม ( N-P-K) ธาตุอาหารรอง รวมทั้งกรดอะมิโนที่ช่วยการเจริญเติบโตของพืช จากการสอบถามเกษตรกร น้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำช่วยประหยัดค่าปุ๋ยได้ถึง 8,000-10,000 บาทต่อไร่/ต่อปี และผลผลิตสูงขึ้นอีกด้วย” ธนัชกฤต กล่าว

ขวัญชัย อุทัยไป เล่าว่า หลังจากนำน้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำไปใช้กับสวนฝรั่ง เดิมฝรั่งให้ผลขนาดเล็ก และหน้าดินแข็งจากการใช้ปุ๋ยเคมีทำให้ต้นไม้ได้รับธาตุอาหารไม่สมบูรณ์ หลังจากใช้น้ำหมักชีวภาพเห็นการเปลี่ยนแปลงว่าดินร่วนฟู ทำให้น้ำไหลผ่านดินได้ดี ผลฝรั่งมีขนาดใหญ่ขึ้น และยังมีรสชาติหวานอร่อย ผลผลิตดี ช่วยลดต้นทุนจากค่าปุ๋ยได้ 35%

“จากการดำเนินการตามมาตรการอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สมุทรสาครสามารถกำจัดปลาหมอคางดำไปแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ล้านกิโลกรัม จากการสำรวจเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา การแพร่ระบาดในพื้นที่ลดลงจนอยู่ในระดับปานกลาง พบปลาหมอคางดำ 10 ถึง 100 ตัว ต่อ 100 ตารางเมตร เป็นผลจากการบูรณาการความร่วมมืออย่างเข้มแข็งของภาครัฐ เอกชนและชุมชนในการดำเนินงานเชิงรุกอย่างจริงจัง ในการควบคุมและลดปริมาณปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ปลายังมีประโยชน์ สามารถนำมาผลิตเป็นสินค้าช่วยสร้างโอกาสให้ชุมชนมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง” เผดิมกล่าวปิดท้าย.