Home Blog Page 8

ซีพีเอฟ ลงพื้นที่ส่งมอบวัตถุดิบปรุงอาหารเพื่อประชาชนในศูนย์อพยพชายแดน

0

สถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา ทำให้หลายพื้นที่กลายเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย ประชาชนในหลายอำเภอของจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ต้องไปพักอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพที่ทางราชการจัดไว้ให้ ซึ่งต้องการอาหาร น้ำดื่ม เครื่องใช้เพื่อรองรับประชาชนในเวลานี้

ซีพีเอฟห่วงใยพี่น้องประชาชน พร้อมอยู่เคียงข้างทุกวิกฤต โดย ธุรกิจสุกร ภาคอีสาน เร่งจัดตั้งศูนย์ประสานงาน 3 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์น้ำยืน ศูนย์ศรีสะเกษ ศูนย์สุรินทร์ เพื่อประสานการช่วยเหลือแก่ศูนย์อพยพของหน่วยงานราชการในพื้นที่ เพื่อส่งความห่วงใยผ่านมื้ออาหารของทุกคน โดยจับมือร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ โดยได้มอบเนื้อหมูและเนื้อไก่ แก่ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เพื่อส่งต่อเป็นวัตถุดิบแก่ โรงครัวพระราชทาน โดยกองอำนวนการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอุบลราชธานี ส่วนในจังหวัดศรีสะเกษ ธุรกิจสุกร สนับสนุนเนื้อหมู เนื้อไก่ และน้ำดื่ม แก่ศูนย์รับอพยพประชาชน ที่ว่าการ อ.เบญจลักษ์, ที่ทำการ ต.หนองหว้า, ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.หนองหว้า, รพ.สต.หนองหว้า, อบต.ท่าคล้อ จำนวน 4 ศูนย์, ที่ว่าการ อ.โนนคูณ, อบต. โนนค้อ จำนวน 2 ศูนย์ และ อบต.พรหมสวัสดิ์ อ.พยุห์ โดยส่งมอบวัตถุดิบทั้งหมดแก่หน่วยงานต่างๆ ใช้ประกอบอาหาร แจกจ่ายให้กับประชาชนและอาสาสมัครต่อไปทางด้าน โรงงานผลิตอาหารสัตว์ศรีสะเกษ ธุรกิจสุกร ร่วมสนับสนุนน้ำดื่ม CP ให้กับศูนย์พักพิง 2 ศูนย์ ในจังหวัดศรีสะเกษ ได้แก่ 1.ศูนย์พักพิง หอประชุม อ.โนนคูณ และ ศูนย์พักพิง ศาลาวัดทักษิณธรรมนิเวศน์ อ.โนนคูณ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนขณะที่ ธุรกิจไก่เนื้อ ภาคอีสาน โดย โรงงานชำแหละไก่ศรีสะเกษ เร่งสนับสนุนผลิตภัณฑ์ไก่ ในภารกิจการช่วยเหลือประชาชน ในจุดอพยพ อ.เบญจลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ จำนวน 4 จุด จำนวนผู้อพยพรวมกว่า 2,550 ราย ได้แก่ จุดอพยพ อ.เบญจลักษ์, จุดอพยพวัดคำสะอาด ต.ท่าคล้อ, จุดอพยพวัดโนนสำโรง ต.ท่าคล้อ และจุดอพยพวัดหนองบักโทน ต.ท่าคล้อ ล่าสุดสนับสนุนแก่จุดอพยพ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานีนอกจากนี้ ธุรกิจไก่ไข่ ภาคอีสาน ส่งมอบไข่ไก่ CP จำนวน 3,000 ฟอง ถึงศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ และเตรียมส่งมอบแก่ อ.ไพรบึง อ.ภูสิงห์

ซีพีเอฟขอส่งกำลังใจและความห่วงใย ไปพร้อมกับมื้ออาหาร ที่หน่วยงานภาคีเครือข่าย ตั้งใจปรุงเพื่อนำไปส่งมอบถึงมือพี่น้องประชาชน ให้ก้าวผ่านพ้นเหตุการณ์นี้ไปได้ด้วยความปลอดภัย.

“ออมสิน” เร่งช่วยเหลือมอบเงินสนับสนุนบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้ากรณีสถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา และอุทกภัยภาคเหนือ พร้อมออกมาตรการพักชำระหนี้ลดภาระ และให้สินเชื่อเพื่อผู้ประสบภัย

0

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินเร่งส่งมอบความช่วยเหลือเฉพาะหน้า แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ รวมถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะจังหวัดน่าน เชียงราย พะเยา แพร่ และลำปาง เบื้องต้น ธนาคารประกาศพักชำระเงินต้นแก่ลูกหนี้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากทั้ง 2 เหตุการณ์ ซึ่งส่งผลให้ขาดรายได้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามปกติ โดยให้ชำระเพียงดอกเบี้ยบางส่วน เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระหนี้ให้ลูกหนี้ และช่วยประคับประคองจนกว่าจะพ้นจากภาวะวิกฤต

มาตรการพักชำระเงินต้น-จ่ายดอกเบี้ยบางส่วน สำหรับลูกหนี้สินเชื่อทุกประเภทของธนาคาร ซึ่งธนาคารจะจัดแผนการชำระหนี้ที่เหมาะสมกับระดับผลกระทบของลูกหนี้แต่ละราย โดยให้พักชำระเงินต้นจนถึงงวดเดือนธันวาคม 2568 และชำระดอกเบี้ยบางส่วนตามแผนการชำระหนี้ที่กำหนด ลูกหนี้ที่ประสบภัยสามารถติดต่อขอเข้าร่วมมาตรการฯ ได้ที่ธนาคารออมสินสาขาที่ใช้บริการสินเชื่อ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป อ่านรายละเอียดข่าวเพิ่มเติม https://www.gsb.or.th/news/

ธนาคารออมสินขอส่งความห่วงใยในสวัสดิภาพความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ประสบภัยในทุกพื้นที่ และพร้อมเคียงข้างประชาชนในการให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังในทุกสถานการณ์ ภายใต้บทบาทการเป็น “ธนาคารเพื่อสังคม” และขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยก้าวผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้โดยเร็ววัน#เป็นลูกค้าเราเท่ากับช่วยสังคม

เคียงข้างยามวิกฤต! เครือซีพี-ซีพีเอฟ เร่งช่วยน้ำท่วมภาคเหนือจากภัยพายุวิภา

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีพายุโซนร้อน “วิภา” พัดพาฝนหนักสู่ภาคเหนือ ทำน้ำท่วมฉับพลันหลายจุด บ้านเรือนและเขตเศรษฐกิจได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ซีพีเอฟ อยู่เคียงข้างสังคมไทยในทุกวิกฤต ร่วมสนับสนุน “ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ 5 จังหวัด จากภัยพายุวิภา” ของเครือซีพี ในพื้นที่เชียงใหม่ น่าน เชียงราย พะเยา และเเพร่ โดยส่งมอบวัตถุดิบอาหารสด อาทิ เนื้อสุกร เนื้อไก่ ไข่ไก่ น้ำดื่ม ผลิตภัณฑ์อาหารแบรนด์ CP และผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ในเครือซีพีเอฟ โดยมีตัวแทนจิตอาสาซีพีและซีพีเอฟ ลงพื้นที่ส่งมอบแก่หน่วยงานต่างๆ เพื่อนำไปปรุงเป็นอาหารพร้อมรับประทาน แจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ อย่างทั่วถึง

สำหรับจังหวัดน่าน ที่เครือซีพีและซีพีเอฟมีสถานประกอบการอยู่และถือเป็นหนึ่งในสมาชิกของชุมชน จึงร่วมร้อยเรียงความดี จัดตั้ง “ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอุทกภัย จังหวัดน่าน” โดยเร่งระดมทีมงานจิตอาสา ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน และประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน ทั่วถึง และทันท่วงที

เบื้องต้นจิตอาสาซีพีลงพื้นที่มอบน้ำดื่มให้กับศูนย์อพยพของ อ.ปัว และ อ.ท่าวังผา เพื่อส่งถึงมือผู้ประสบภัย และวันนี้จะร่วมกับซีพีเอฟ นำไข่ไก่ เนื้อหมู เนื้อไก่ และน้ำดื่ม ส่งมอบผ่านศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม จังหวัดน่าน เพื่อส่งมอบต่อให้แก่โรงครัวของ 10 ชุมชน ใน อ.ปัว อ.ท่าวังผา และ อ.เมืองน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในขณะนี้

ขณะเดียวกัน ยังเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำและพายุอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมขยายความช่วยเหลือไปยังจังหวัดอื่นๆ เพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง เพื่อให้ทุกคนผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน.

เอไอเอส พร้อมสนับสนุนเจ้าหน้าที่และประชาชนในสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เดินหน้าภารกิจเครือข่ายเคียงข้างคนไทย

0

เอไอเอสขอส่งความห่วงใยและกำลังใจไปยังเจ้าหน้าที่ทุกหน่วย และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา สนับสนุนระบบสื่อสารให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง โดยให้ลูกค้าเอไอเอสที่โรมมิ่งอยู่ในกัมพูชาสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ฟรี ดังนี้

  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ โทร. +855 975 749 682
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเสียมราฐ โทร. +855 8660 8999
  • AIS Call Center โทร. +66 2 078 9000 (ให้บริการ 24 ชั่วโมง)

ระหว่างวันที่ 24 – 31 กรกฎาคม 2568

พร้อมทั้ง ระดมพนักงานเอไอเอส อุ่นใจอาสาร่วมแรงร่วมใจ จัดเตรียมถุงยังชีพ เพื่อส่งมอบให้ผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ เป็นอีกหนึ่งพลังเล็ก ๆ ที่สะท้อนเจตนารมณ์ขององค์กรในการยืนหยัดเคียงข้างสังคมในยามเกิดวิกฤต

ที่ประชุมวิสามัญสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ฯ มีมติเลือกตั้ง 2 กรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ

0

เนื่องจากกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่สมาชิกเลือกตั้งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 4 สิงหาคม 2568 จำนวน 2 ท่าน ได้แก่ นายธิติ ตันติกุลานันท์ และนายศุภโชค ศุภบัณฑิต ดังนั้น ในการประชุมวิสามัญสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ฯ ครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ที่ประชุมจึงได้มีมติเลือก นายธนพิศาล คูหาเปรมกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด และ นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ให้เป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ รายใหม่ โดยทั้ง 2 ท่านจะมีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป

สำหรับรายชื่อกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งหมด 11 ท่าน ที่จะปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 5 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป ได้แก่ (เรียงลำดับตามตัวอักษร)

  1. นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์
  2. นายคมกฤช เกียรติดุริยกุล
  3. ม.ล. ทองมกุฎ ทองใหญ่
  4. นายธนพิศาล คูหาเปรมกิจ
  5. นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย
  6. นางสาวเพ็ญจันทร์ จริเกษม
  7. นายไพบูลย์ นลินทรางกูร
  8. นายรวินทร์ บุญญานุสาสน์
  9. นายวราห์ สุจริตกุล
  10. นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์
  11. นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งเสริมความรู้ความมั่นคงทางไซเบอร์ให้แก่บริษัทจดทะเบียน

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงาน ก.ล.ต. จัดสัมมนา “IT VISION 2025 : AI x Cyber Security : Smart Defense Against Cyber Threats” ให้แก่บุคลากรสายงาน IT ของบริษัทจดทะเบียน เพื่ออัปเดตความรู้และแนวทางรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยเน้นการนำเทคโนโลยี AI มาปรับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี ถิรพันธุ์ สรรพกิจ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ จอมขวัญ คงสกุล รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ อรพร ตั้งศรีวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านความปลอดภัยไซเบอร์ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด และ วรนล เวชมณีศรี Splunk Senior Sales Engineer บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเป็นวิทยากรให้ข้อมูล โดยสัมมนาจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ มีผู้สนใจลงทะเบียนเข้าฟังกว่า 360 คน

AIS เดินหน้าภารกิจจัดระเบียบสายสื่อสารบริเวณถนนงามวงศ์วาน

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่ สำนักงาน กสทช. ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร, การไฟฟ้านครหลวง และสมาคมโทรคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จัดระเบียบสายสื่อสารบริเวณถนนงามวงศ์วาน ทั้งบริเวณแยกแครายจนถึงถนนวิภาวดี เมื่อวันพุธที่ 23 กรกฎาคม 2568 นั้น บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ได้ส่งทีมวิศวกร ลงพื้นที่ดำเนินงานตามแผนจัดระเบียบสายสื่อสาร เพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกับภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยเล็งเห็นถึงผลประโยชน์เรื่องของความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุของประชาชนเป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างทัศนียภาพที่ดีให้กับพื้นที่อีกด้วย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดสัญจร หาดใหญ่ 2 ส.ค. นี้ ยกทัพกูรูนักวิเคราะห์เดินสายให้ข้อมูลผู้ลงทุน

0

รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินสายจัด “ตลาดหลักทรัพย์ฯ สัญจร หาดใหญ่” ยกทัพนักวิเคราะห์ นักลงทุน กูรูผู้เชี่ยวชาญให้ข้อมูล อัปเดตสถานการณ์ แลกเปลี่ยนมุมมอง พร้อมแนะแนวทางลงทุนครบวงจร ทั้งหุ้นไทย หุ้นนอก ฟิวเจอร์ส ออปชัน เหมาะทั้งกับมือใหม่และมือโปร ด้วยเนื้อหาจัดเต็มตลอดวันกับสัมมนาถึง 4 หัวข้อ ได้แก่ “ลงทุนต้องรู้.. เปิดเคล็ด(ไม่)ลับ ฉบับมือใหม่”  “สแกนตลาด จัดพอร์ตหุ้นไทย vs หุ้นนอก”  “เจาะกลยุทธ์ VI ทำกำไรช่วงวิกฤติ” และ “ลงทุนให้รอด เสริมพอร์ตด้วยฟิวเจอร์ส vs ออปชัน” พร้อมอัปสกิลเทรด เรียนรู้ทางเลือก เครื่องมือยุคใหม่ หาไอเดียเทรดวางแผนการลงทุน รับคำปรึกษาจากกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมเปิดพอร์ตกับโบรกเกอร์ชั้นนำ เข้าร่วมสัมมนาฟรี! มีโปรโมชันมากมายภายในงาน ชวนเพื่อนพี่น้องชาวใต้ แล้วมาเจอกัน!

พบกันวันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม 2568 เวลา 9:00-17:00 น. ณ ห้อง Grand Ballroom โรงแรมบุรีศรีภู หาดใหญ่ จ. สงขลา ลงทะเบียนล่วงหน้า ที่ www.setinvestnow.com/th/set-road-show-hatyai-2025 รับฟรี! Gift Set กระเป๋า #investnow และ หนังสือ #WealthDesign

นอกจากนี้ ยังมีสัมมนาสำหรับผู้ประกอบการ หัวข้อ “ฝ่าวิกฤต คว้าโอกาสให้ธุรกิจ เอาชนะค่าเงินผันผวนด้วย TFEX” รับฟังมุมมองเศรษฐกิจ-การค้า-ค่าเงิน แบบเจาะลึก วิเคราะห์ความเสี่ยง โอกาส และความท้าทายที่ธุรกิจต้องเผชิญ พร้อมเรียนรู้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยน “TFEX Currency Futures” ที่จะช่วยเสริมแกร่งให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเข้าและส่งออก พบกันวันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 12.00-16.00 น. ณ โรงแรมเซ็นทารา หาดใหญ่ จ. สงขลา ดูรายละเอียดที่ www.TFEX.co.th สอบถาม 0 2009 9999

กรุงไทย-แอกซ่า ออกหนังสือชี้แจง พร้อมยกเลิกจดหมายที่ส่งให้ลูกค้าแจ้งเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและปรับเพิ่มเบี้ยประกัน

0

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ออกหนังสือชี้แจงกรณีการบริหารจัดการธุรกิจประกันสุขภาพ มีเนื้อหาดังนี้ ตามที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการส่งจดหมายให้กับลูกค้าที่ถือกรมธรรม์ประกันสุขภาพส่วนหนึ่งแล้วนั้น จากกระแสตอบรับและข้อเสนอแนะจากหลายฝ่าย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัทฯ ได้มีการทบทวนการบริหารจัดการธุรกิจประกันสุขภาพ และเงื่อนไขการมีส่วนร่วมจ่าย (Co-Payment) และการปรับเพิ่มเบี้ยประกันภัยนั้น

บริษัทฯ ขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า กลุ่มลูกค้าประกันสุขภาพที่มีอัตราการเคลมสินไหมในโรคทั่วไปที่สูงกว่าปกติ และได้รับจดหมายก่อนหน้านี้ ทางบริษัทฯ ขอยกเลิกจดหมายแจ้งข้อเสนอในการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขข้อตกลงความคุ้มครอง และจดหมายแจ้งปรับเพิ่มเบี้ยประกันภัยฉบับดังกล่าว นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้พิจารณามอบสิทธิประโยชน์พิเศษตามเงื่อนไขของบริษัทฯ ซึ่งได้แก่

– ส่วนลดเบี้ยประกันสุขภาพ 10% ในปีกรมธรรม์ถัดไป หากไม่มีการเคลมสินไหม โดยไม่นับรวมการตรวจสุขภาพประจำปี และการฉีดวัคซีน

– ปรับเพิ่มสถานะสิทธิ์พิเศษในโครงการ Privilege Plus+ อีกหนึ่งระดับ

สำหรับลูกค้าทุกท่าน ที่ได้รับจดหมายแจ้ง หรือชำระเบี้ยประกันมาก่อนหน้านี้ บริษัทฯ จะดำเนินการปรับเบี้ยและคืนส่วนต่างให้กับลูกค้าในกรณีที่ชำระเบี้ยเกินในลำดับต่อไป รวมถึงคงเงื่อนไขและได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษตามที่ระบุไว้ข้างต้น

อนึ่ง จากกรณีที่มีการกล่าวอ้างในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องนั้น ทางบริษัทฯ ขอชี้แจง และให้ข้อมูลดังนี้

1.จำนวนผู้ถือกรมธรรม์ที่ได้รับจดหมายข้างต้น ณ ขณะนี้ มีจำนวนเพียงหลักพันกรมธรรม์เท่านั้น ดังนั้นตามที่ได้มีการกล่าวอ้างในสื่อสังคมออนไลน์ว่า มีจำนวนหลักแสนนั้น จึงไม่เป็นความจริง

2.บริษัทฯ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเพจ หรือแอดมินของเพจ รวมถึงบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัว ดังนั้นบริษัทฯ ไม่มีนโยบาย และไม่สามารถลบโพสต์ หรือปิดกั้นข้อความความคิดเห็นของลูกค้าหรือสาธารณชนได้

3.ตามที่ได้มีการกล่าวอ้างเรื่องที่บริษัทฯ ยกเลิกกรมธรรม์ ละทิ้งลูกค้าที่ป่วยจากโรคร้ายแรง และอยู่ในระหว่างการรักษา หรือเคยมีประวัติการรักษาโรคร้ายแรง (50 โรค) โรคเรื้อรัง การผ่าตัดใหญ่จากอุบัติเหตุ และหัตถการที่ทำครั้งเดียวนั้น บริษัทฯ ขอยืนยันว่า การกล่าวอ้างข้างต้นไม่เป็นความจริง

4.บริษัทฯ ตรวจสอบและติดตามในสื่อสังคมออนไลน์ และสื่อต่างๆ อย่างใกล้ชิด หากมีการกระทำที่ทำให้บริษัทฯ ได้รับความเสียหาย บริษัทฯ จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด

ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอยืนยันในการดำเนินธุรกิจบนหลักธรรมาภิบาล และดำรงไว้ซึ่งผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้าเป็นสำคัญ และขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจบริษัทฯ เสมอมา

สำหรับลูกค้าที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรมธรรม์ สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1159

คปภ. เรียกบ.ประกันภัยเข้าชี้แจง กรณีปัญหาการปรับเบี้ยประกันภัย หรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขความคุ้มครอง ย้ำต้องไม่กระทบสิทธิผู้เอาประกัน

0

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข้อร้องเรียนจากประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขความคุ้มครองและอัตราเบี้ยประกันภัยของแบบประกันสุขภาพ และผลิตภัณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิของผู้เอาประกันภัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย ได้ติดตามและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างใกล้ชิด

 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) สั่งการให้ นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ และ นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย มีคำสั่งให้ บริษัทผู้เสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยสุขภาพดังกล่าว เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ ได้ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์แนวทางบริหารความเสี่ยง การบริหารค่าสินไหมทดแทน และจำนวนผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว รวมถึงแนวทางการสื่อสารกับผู้เอาประกันภัยในประเด็นการปรับแผนความคุ้มครองและอัตราเบี้ยประกันภัย

โดยสำนักงาน คปภ. กำชับให้บริษัทหยุดการดำเนินงานที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่เป็นอยู่ในขณะนี้ รวมทั้งได้ให้ข้อสังเกตในประเด็นสำคัญ อาทิ ความชัดเจนและความเหมาะสมของข้อมูลในขั้นตอนการเสนอขายผลิตภัณฑ์ การพิจารณาเบี้ยประกันภัยให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยง ตลอดจนการบริหารจัดการความคาดหวังของผู้เอาประกันภัยในกลุ่มที่มีทุนประกันภัยสูง รวมถึงผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของบริษัทภายใต้ระบบ Early Warning System (EWS) พร้อมกำชับให้บริษัทฯ ต้องจัดทำและนำส่งแผนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมระบุเป้าหมายในการลดจำนวนข้อร้องเรียน โดยให้คณะกรรมการผลิตภัณฑ์ประกันภัยของบริษัทเป็นผู้ลงนามรับรอง และแจ้งผลการดำเนินการต่อสำนักงาน คปภ. ภายในวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการในลำดับต่อไป

 และเน้นย้ำให้บริษัทประกันดำเนินการอย่างรวดเร็วและรอบคอบ โดยมิให้ผู้เอาประกันภัยได้รับผลกระทบจากกระบวนการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้

สำนักงาน คปภ. ขอให้ความมั่นใจว่า จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลด้วยความเป็นกลาง รอบคอบ และเคร่งครัด โดยยึดประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัยเป็นหลักสูงสุด หากตรวจพบว่าบริษัทประกันภัยรายใดดำเนินการไม่เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ สำนักงานจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเด็ดขาด เพื่อให้ระบบประกันภัยของประเทศยังคงมีเสถียรภาพ โปร่งใส และเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชนในระยะยาว