Home Blog Page 66

สุดยอด! ธนาคารออมสินพา “เกาะลิบง จ.ตรัง” ก้าวสู่การเป็นชุมชนเข้มแข็งและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

0

สุดยอด! ธนาคารออมสินพา “เกาะลิบง จ.ตรัง” ก้าวสู่การเป็นชุมชนเข้มแข็งและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 💚พร้อมต่อยอดงานพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม (Holistic Area-Based Community Development) สู่ปีที่ 2

เตรียมดันลิบงสู่ชุมชนต้นแบบคาร์บอนต่ำ สร้างรายได้เพิ่มจากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

1 ปีที่ออมสินทำให้ “ชุมชนเกาะลิบง”💧 มีน้ำจืดใช้! แก้ปัญหาน้ำเค็ม ชาวบ้านมีน้ำสะอาดอุปโภคบริโภคเพียงพอตลอดทั้งปี

🚑 อุ่นใจยามฉุกเฉิน! มี “เรือออมสินชีพรักษ์” เรือพยาบาลลำแรกของเกาะให้เข้าถึงบริการทางสุขภาพที่เร็วขึ้น

💰 รายได้เพิ่ม! พัฒนาโฮมสเตย์จนรายได้เพิ่ม 34% และสินค้าชุมชนโต 20%

🌿 ต้นแบบชุมชนคาร์บอนต่ำ! จัดการขยะ ใช้พลังงานทดแทน และเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั้งหมดนี้… สร้างรอยยิ้มและประโยชน์ให้ชาวบ้านไปแล้วกว่า 50,000 คน! ❤️ ร่วมส่งกำลังใจให้ชาวลิบงและทีมงานออมสินกันครับ 👏

มือใหม่ที่อยากเรียนรู้เรื่องการลงทุนใน TFEX และฟิวเจอร์สห้ามพลาด

0

!👀 . คลิปนี้เราจะปูพื้นฐานให้เข้าใจว่าตลาด TFEX คืออะไร และทำไมถึงเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักลงทุน ทั้งในการบริหารความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสสร้างกำไรจากสินค้าอ้างอิงต่าง ๆ เช่น ดัชนีหุ้น หุ้นรายตัว ทองคำ และค่าเงิน ถ้าพร้อมแล้ว…ไปดูกันเลย! .

🏆 สนใจสมัครเข้าร่วมแคมเปญ 21-Day Challenge TFEX เพิ่มพลังพอร์ตด้วย Futures & Options✨ .

จัดหนัก จัดเต็ม พร้อมลุ้นรับรางวัล เพียงทำภารกิจครบแบบง่าย ๆ สมัครเข้าร่วมแคมเปญ และรับชม live พร้อมเช็คอินอย่างน้อย 1 ครั้ง ลุ้นรับรางวัลรวมมูลค่ากว่า 120,000 บาท !!💰💸 .

📌สมัครเข้าร่วมแคมเปญ ฟรี‼️ได้ที่ 👉 www.setinvestnow.com/th/21day 📌ได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2568

📚 ดาวน์โหลดคู่มือ Playbook 👉 www.setinvestnow.com/th/knowledge

😎 ฝาก Share ให้เพื่อน ๆ ที่สนใจกันได้เลย สอบถาม SET Contact Center 0-2009-9999

รู้เก็บรู้ออม : ผ่อนบ้านหมดไว ไม่ต้องใช้เงินก้อน

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง"  หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

บ้าน เป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับต้นๆที่หลายคนฝันอยากเป็นเจ้าของ อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ก็ต้องยอมรับว่าราคาบ้านนับวันมีแต่สูงขึ้น ทั้งค่าวัสดุและค่าก่อสร้าง หากรอเก็บเงินให้ครบก่อนเพื่อซื้อบ้าน หลายคนอาจรอไม่ไหว การกู้เงินแบงก์เพื่อซื้อหรือสร้างบ้าน จึงเป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้กัน และแม้ว่าบางแบงก์จะมีออปชันพ่วงประกันมาด้วย ผู้กู้เองก็ต้องยอมแบกรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้กันยาวๆ ทั้งเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าประกัน

“คุณนายพารวย” อ่านเจอบทความเรื่อง “เทคนิคผ่อนบ้านให้หมดไว โดยไม่ต้องใช้เงินก้อน” ในเว็บ SET investnow ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เห็นว่ามีวิธีที่จะช่วยผ่อนหนักเป็นเบา และร่นระยะเวลาผ่อนให้สั้นลง เลยขอนำมาฝากสำหรับคนที่ต้องทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นนอต เพื่อหาเงินมาผ่อนบ้านหรือที่อยู่อาศัยประเภทอื่น เช่น คอนโด

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า สินเชื่อซื้อหรือสร้างบ้าน เป็นการผ่อนแบบทยอยลดต้นลดดอก ค่างวดที่ต้องจ่ายทุกเดือน จะแบ่งไปเป็นการชำระสองส่วน คือ ดอกเบี้ย กับจำนวนเงินต้นคงเหลือ ซึ่งคนที่อยากผ่อนบ้านให้หมดไวๆก็มีวิธีทำได้อย่างเช่น โปะเป็นเงินก้อนตอนสิ้นปี, การรีไฟแนนซ์

แต่ยังมีวิธีหนึ่งสามารถทำได้โดยไม่ต้องรอให้มีเงินก้อนและไม่เป็นภาระมากเกินไป คือการเพิ่มเงินผ่อนรายงวด ซึ่งเงินส่วนเพิ่มนี้จะถูกนำไปชำระในส่วนของเงินต้น เมื่อเงินต้นที่ถูกนำมาคำนวณมียอดคงเหลือลดลง ก็จะทำให้ดอกเบี้ยลดลงตาม แถมระยะเวลาผ่อนชำระก็สั้นลงด้วย

บทความชิ้นนี้ได้ยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า สมมติเรากู้เงินเพื่อซื้อบ้าน 4 ล้านบาท ดอกเบี้ยคงที่ 5% ตลอดอายุสัญญากู้ยืม ระยะเวลาผ่อน 30 ปี แบงก์กำหนดให้จ่ายค่างวดเดือนละ 21,473 บาท แต่หากเราเพิ่มเงินผ่อนชำระอีกเดือนละ 3,000 บาทเท่าๆกันไปเรื่อยๆ จะลดเวลาการผ่อนได้ถึง 7 ปี และประหยัดดอกเบี้ยได้รวม 1 ล้านบาทเลยทีเดียว

วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีภาระอื่นที่จำเป็นต้องใช้เงิน หรือคนที่สามารถหารายได้ได้มากขึ้น และสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี หรือบางคนอาจจะมีกำลังในการผ่อนอยู่แล้ว ก็สามารถพิจารณาใช้วิธีนี้ อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้ขึ้นกับความสามารถในการชำระหนี้ของแต่ละคน ที่สำคัญคือต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตตามปกติ

อย่างไรก็ดี ผู้กู้สินเชื่อบ้านต้องคิดให้ดีก่อนว่า มีรายได้เพียงพอที่จะมาจ่ายค่างวด และหากเริ่มมีสัญญาณว่า สภาพคล่องทางการเงินของตัวเองเริ่มมีปัญหา ก็ต้องรีบคิดหาทางออก ไม่ว่าจะเป็นหารายได้เพิ่ม ตลอดจนเข้าพูดคุยกับแบงก์เพื่อหาทางออกร่วมกัน อย่าปล่อยให้เกิดปัญหาค้างจ่ายหนี้จนโดนแบงก์ฟ้องร้องภายหลัง

ท้ายนี้ “คุณนายพารวย” ขออนุญาตรบกวนแฟนคอลัมน์ “รู้เก็บรู้ออม” ช่วยเสียสละเวลาทำแบบประเมิน เพื่อจะได้นำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะไปปรับปรุงคอลัมน์ให้ดียิ่งขึ้น https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSePSQjJQJnOnO6NQjY92u3XXqGXZOOfAdl6fuz6f6dt550Ppw/viewform หรือ สแกน QR code ด้านล่างนี้ได้เลย ขอบคุณล่วงหน้าเจ้าค่ะ.

คุณนายพารวย

เอไอเอส ร่วมกับไทยคม และกสทช. ส่งมอบรถ SATCOM สนับสนุนภารกิจกองทัพบก เสริมศักยภาพการสื่อสารชายแดนไทย–กัมพูชา

0

จากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เอไอเอส ร่วมกับ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารและโทรคมนาคมของประเทศ เดินหน้าสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่และกองกำลังชายแดนที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยได้ส่งมอบรถสื่อสารผ่านดาวเทียมเคลื่อนที่ (SATCOM on the Move: SOTM) ให้กองทัพบกและกองทัพภาคที่ 2  เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ณ กองกำลังสุรนารี จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเสริมศักยภาพการสื่อสารในพื้นที่ชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดย เอไอเอส ได้เสริมขีดความสามารถของเครือข่าย 4G/5G ด้วยการติดตั้งเสาสัญญาณและจาน Simper บนรถ SATCOM on the Move (SOTM) ของไทยคม รวมถึงสถานีฐานเคลื่อนที่ชั่วคราว (Mobile Cell Sites) ในพื้นที่ปฏิบัติการ เพื่อรองรับการสื่อสารผ่านสัญญาณดาวเทียมความเร็วสูงที่ช่วยเชื่อมโยงการสื่อสารระหว่างศูนย์บัญชาการและหน่วยงานทหารตามแนวชายแดนในการประสานงานและการติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ ครอบคลุม 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ รวมถึงฐานปฏิบัติการของหน่วยงานความมั่นคงในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ

AIS และไทยคม ยังคงมุ่งมั่นในการสนับสนุนภารกิจสำคัญของชาติในทุกสถานการณ์ ด้วยศักยภาพของเครือข่ายและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อร่วมสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน

เมืองไทยประกันชีวิต รับมอบเกียรติบัตร “ESG DNA” จากตลาดหลักทรัพย์ฯ  ตอกย้ำองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืน

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยนายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส เป็นผู้แทนบริษัทฯ เข้ารับมอบเกียรติบัตรโครงการ ESG DNA จาก ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

โครงการ ESG DNA เป็นโครงการสำคัญของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจด้านความยั่งยืน ผ่านหลักสูตร E-Learning กว่า 20 หลักสูตร ครอบคลุมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกระดับ ทั้งในองค์กรภาครัฐ เอกชน SMEs และบริษัทจดทะเบียน เพื่อให้สามารถนำหลักการ ESG มาปฏิบัติได้จริง และขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาว  โดยได้มอบประกาศนียบัตรให้แก่องค์กรที่เข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง

การได้รับเกียรติบัตรครั้งนี้ แสดงถึงความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิต ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และพร้อมเผชิญความท้าทายด้านความยั่งยืน โดยยังคงเดินหน้าพัฒนากรอบนโยบายและแนวปฏิบัติด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับมีความตระหนักรู้ และปลูกฝัง DNA ด้านความยั่งยืน เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานและการดำเนินชีวิตอันจะนำไปสู่การสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการเติบโตทางธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืน 

สำหรับเมืองไทยประกันชีวิต “ความยั่งยืน” มิใช่เพียงกรอบนโยบาย หากแต่เป็นรากฐานของวิถีการทำงานและวัฒนธรรมองค์กรที่เรามุ่งหมายส่งต่อคุณค่านี้ไปสู่สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม การได้รับเกียรติบัตร ESG DNA จึงเป็นทั้งพลังขับเคลื่อนและเครื่องยืนยันว่าองค์กรก้าวเดินบนเส้นทางที่ถูกต้อง และพร้อมสานต่อภารกิจแห่งความยั่งยืนอย่างมั่นคงและไม่หยุดยั้ง

เมืองไทยประกันชีวิตตระหนักชัดว่า การดำเนินธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาสังคมและการดูแลสิ่งแวดล้อม คือหัวใจแห่งการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างคุณค่าร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ตอกย้ำเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของบริษัทในการเป็นองค์กรที่ “เติบโตไปพร้อมกับสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างมีคุณค่าและความยั่งยืน” 

ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดงาน Thailand Focus 2025: Beyond the Challenges ก้าวข้ามความท้าทายสู่โอกาสการลงทุน งาน Flagship ตลาดทุนไทยสำหรับผู้ลงทุนทั่วโลก

0

งาน Thailand Focus 2025: Beyond the Challenges จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ร่วมกับพันธมิตรหลัก ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ Bank of America Securities และบริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ระหว่างวันที่ 27-29 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นงานสำคัญของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 แล้ว

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า งาน Thailand Focus 2025 ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Beyond the Challenges” เพื่อให้ข้อมูลผู้ลงทุนและสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ ตลาดทุน และ บจ. ไทยที่สามารถก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ ท่ามกลางปัจจัยความไม่แน่นอน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสถาบันทั่วโลกได้พบและรับฟังข้อมูลโดยตรงจากผู้บริหารระดับสูง ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคตลาดทุน สอดคล้องบทบาทตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ให้ความสำคัญในการให้ข้อมูลแก่ผู้ลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ

“งาน Thailand Focus ไม่เพียงเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอความแข็งแกร่งและความน่าสนใจลงทุนของ บจ. ไทย แต่ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มุ่งยกระดับตลาดทุน สร้างความเชื่อมั่นผ่านการทำงานกับพันธมิตรทุกภาคส่วน พร้อมพัฒนากลไกส่งเสริมการลงทุนและระดมทุน โดยผู้ลงทุนสถาบันที่เข้าร่วมงานในปีนี้ ให้ความสนใจต่อความก้าวหน้าในประเด็นสำคัญด้านมหภาค เช่น การลงทุนและการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การบริหารจัดการหนี้ภาคครัวเรือนและความแข็งแกร่งของภาคการเงิน ตลอดจนการปรับตัวของภาคธุรกิจให้ตอบรับกับกระแสและความท้าทายในอนาคต ส่วนการประชุมร่วมระหว่าง บจ. กับผู้ลงทุนสถาบัน ยังคงได้รับความสนใจเนื่องจากมี บจ. ที่โดดเด่นกระจายตัวอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรม สะท้อนความสนใจลงทุนในตลาดทุนไทย” นายอัสสเดชกล่าว

Thailand Focus 2025 ได้รับเกียรติจาก ดร. เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวเปิดงาน ชูแนวนโยบายภาครัฐที่มุ่งเน้นสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงร่วมให้ข้อมูลถึงทิศทางโอกาส

และความน่าสนใจของธุรกิจไทยที่เป็นจุดแข็งของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างมูลค่าธุรกิจเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพและการแพทย์ซึ่งเป็นอุตสาหกรรม S-Curve ใหม่ วิสัยทัศน์การท่องเที่ยวไทยแบบยั่งยืน และพัฒนาการสำคัญของระบบการเงินไทยในอนาคต

งานในปีนี้ได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุนสถาบันทั่วโลกร่วมงาน 180 ราย จาก 75 สถาบันทั่วโลก และในจำนวนนี้มีผู้ลงทุนจากกลุ่มประเทศหลัก ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง และจากยุโรป ทั้งนี้ มีจากกลุ่มประเทศใหม่ ๆ ด้วย เช่น จากตะวันออกกลาง และ เอเชียใต้ นอกจากนี้ ยังมีผู้บริหารระดับสูงจาก บจ. 75 บริษัท ครอบคลุมหลากหลายขนาด ในทั้ง 8 อุตสาหกรรมในตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมนำเสนอข้อมูลศักยภาพธุรกิจและทิศทางการเติบโตผ่านการประชุมทั้งแบบ Group meetings และ One-on-one meetings

ผู้ลงทุนและผู้สนใจดูรายละเอียดและติดตามเนื้อหาการเสวนาได้ที่ www.set.or.th/thailandfocus

รู้เก็บรู้ออม : เตือนภัยหลอกลงทุน

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง"  หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

“คุณนายพารวย” ขอใช้พื้นที่คอลัมน์ “รู้เก็บรู้ออมฯ” เตือนภัยกลโกงออนไลน์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเตือนแล้วเตือนอีก นอกจากเตือนตัวเองเพื่อให้รู้ทันแล้ว ต้องเตือนคนรอบตัวและคนอื่นๆในสังคมเพื่อให้ระวังสารพัดภัยมิจฉาชีพ เพราะการที่มีคนไม่หวังดี มุ่งจะหลอกเอาทรัพย์สินเงินทองของคนอื่นนั้น เป็นเรื่องที่สุจริตชนคนธรรมดาต้องระแวดระวังกันเอง เพื่อป้องกันตัวเองให้อยู่รอดปลอดภัย

ยิ่งปัจจุบัน เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ถูกพวกมิจฉาชีพนำไปใช้ประโยชน์ในทางที่ผิด สร้างตัวตนปลอม รูปปลอม เสียงปลอม บัญชีปลอม และช่องทางติดต่อปลอม จนทำให้คนหลงเชื่อ เช่น การปลอมเสียงโทรศัพท์หาเหยื่อให้เหมือนเป็นคนใกล้ตัว คนรู้จักโทร.มาอ้างเดือดร้อน ขอความช่วยเหลือยืมเงินหรือขอให้โอนเงิน โดยอ้างธุระกะทันหัน หรือเหตุฉุกเฉิน จนเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไป พอไม่ได้คืน ก็พาลโกรธโมโหคนที่ยืมเงินเพราะเข้าใจว่าเป็นคนรู้จักจริงๆ ทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้รู้อีโหน่อีเหน่ด้วยเลย

เช่นเดียวกับกลโกงหลอกลงทุน ที่อาศัยความน่าเชื่อถือแล้วแอบอ้างชื่อองค์กร, บุคลากรที่มีตำแหน่งหรือทำงานในองค์กร ตลอดจนคนที่มีชื่อเสียงในแวดวงลงทุน มาทำทีชักชวนให้คนโอนเงินเพื่อลงทุนผ่านสื่อออนไลน์ โดยเสนอให้ผลตอบแทนที่สูงในระยะเวลาสั้น และเร่งรัดให้เหยื่อลงทุนผ่านแอป เว็บไซต์ บัญชี และช่องทางติดต่อต่างๆ

เห็นได้ว่า ผู้เสียหายจากกรณีแบบนี้ ไม่ได้มีแค่เหยื่อที่โดนหลอกให้เสียทรัพย์ แต่รวมไปถึงหน่วยงาน และคนที่โดนแอบอ้างด้วย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นหน่วยงานด้านลงทุนที่มักโดนแอบอ้างทั้งชื่อ โลโก้ ภาพของผู้บริหาร เอาไปหลอกคนอื่นให้หลงเชื่อ แม้ที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯได้ออกมาเตือนภัยเรื่องนี้มาโดยตลอด ซึ่งสร้างความรับรู้และความตื่นตัวแก่ผู้ลงทุนและประชาชนได้ระดับหนึ่ง แม้ปัจจุบันจำนวนคนที่ตกเป็นเหยื่อกลโกงออนไลน์อาจลดลง แต่มูลค่าความเสียหายของเหยื่อต่อรายกลับสูงขึ้น

และขณะเดียวกัน พวกมิจฉาชีพก็ยังไม่เลิกความพยายามที่จะแอบอ้างชื่อ โลโก้ รูปผู้บริหารขององค์กรเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ นำมาหลอกคนอื่นต่อไป

ตลาดหลักทรัพย์ฯจึงต้องออกมาย้ำเตือนผู้ลงทุนและประชาชน ขอให้อย่าหลงเชื่อเพจปลอมหลอกลวงให้ลงทุน หรือรับข้อมูลลงทุน และหากมีการแอบอ้างตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือผู้บริหาร ตลาดหลักทรัพย์ฯชักชวนให้ลงทุน หรือรับข้อมูลลงทุน ขอให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า เป็นการหลอกลวงโดยมิจฉาชีพทั้งสิ้น

ตลาดหลักทรัพย์ฯยังได้ทำหน้าที่สร้างเสริมและกระตุ้นภูมิคุ้มกันภัยการเงินออนไลน์ให้กับผู้ลงทุนเพื่อให้ระมัดระวัง หากพบเจอพฤติกรรม หรือรูปแบบที่เข้าข่ายว่าจะเป็นมิจฉาชีพชักชวนให้ลงทุน ต้องไม่ลงทุนตามการชักชวน โดยไม่ตรวจสอบให้ดีก่อน, ไม่หลงเชื่อว่าจะได้ผลตอบแทนที่สูงเกินจริง

ผู้ลงทุนและประชาชนสามารถติดตามข้อมูลการลงทุนของตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือโซเชียลมีเดียทางการของตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือสอบถาม SET Contact Center 0-2009-9999 หากเจอเพจปลอมที่แอบอ้างตลาดหลักทรัพย์ฯ รีบแจ้งได้ที่ www.set.or.th เมนู “จับปลอมหลอกลงทุน” ได้ทันที.

คุณนายพารวย

AIS จับมือ GULF จัดกิจกรรม “GULF x AIS Playspace Run” ส่งมอบแลนด์มาร์กใหม่สวนเบญจกิติ 

0

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF นำโดย นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ร่วมกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS นำโดย นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS จัดกิจกรรม “GULF x AIS PlaySpace Run” เพื่อส่งมอบพื้นที่พักผ่อนและทำกิจกรรม เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ ณ สวนเบญจกิติ กรุงเทพมหานคร โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้เกียรติเป็นผู้รับมอบพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้กับพนักงานจากทั้ง GULF และ AIS รวมไปถึงลูกค้า พาร์ทเนอร์ และบุคคลที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม ได้มาวิ่งออกกำลังกายร่วมกัน ในระยะทาง 3 กิโลเมตร โดยมีคู่รักนักวิ่งชื่อดัง ภณ-ณวัสน์ และ คุกกี้-ญดา สุวรรณปัฏนะ พร้อมด้วย กาย-รัชชานนท์ และ น้องเอเดน จากครอบครัว Guy Haru Family เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GULF กล่าวว่า “ทาง GULF หวังว่าการสร้างพื้นที่ GULF Playscape จะช่วยเชิญชวนให้ผู้คนเข้ามาใช้พื้นที่และออกกำลังกายกันมากขึ้นครับ สำหรับกิจกรรม GULF x AIS Playspace Run ที่จัดขึ้นวันนี้ ทาง GULF ได้ชวน AIS เข้ามาร่วมจัดด้วย เพราะเราทั้งสองบริษัทได้มีส่วนร่วมในการออกแบบพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจในสวนเบญจกิติสำหรับทุกคนในเมือง ทางเรายินดีอย่างมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาพื้นที่ของกรุงเทพฯ ให้เป็นพื้นที่สาธารณะที่มีคุณภาพ และได้มีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาพของคนในเมืองครับ”

GULF Playscape ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานครอบคลุมทุกวัย โดยให้ความสำคัญกับทั้งความปลอดภัยและความยั่งยืน สนามเด็กเล่นเลือกใช้พื้นยางนิ่มมาตรฐานสากล EPDM ที่มีความยืดหยุ่นสูง ช่วยซับแรงกระแทกและลดการบาดเจ็บจากการหกล้ม ขณะที่พื้นที่โดยรอบออกแบบในลักษณะ Free Form พร้อมที่นั่งอเนกประสงค์ รองรับกิจกรรมได้หลากหลาย รวมถึงสวนหินเพื่อสุขภาพ ที่ช่วยสร้างประสบการณ์พักผ่อนและออกกำลังกายเบา ๆ สำหรับผู้สูงอายุและคนทุกกลุ่ม นอกจากนี้ยังติดตั้งไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ที่ส่องสว่างอัตโนมัติเมื่อมืด พร้อมจุดชาร์จมือถือแบบไร้สาย (Wireless Charger) รวมถึงชิงช้าโซลาร์ที่สามารถเปิด–ปิดไฟได้ในช่วงกลางคืน เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานตลอดเวลา

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS กล่าวว่า “นี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ AIS ร่วมมือกับ GULF และกรุงเทพมหานคร ในการยกระดับพื้นที่สาธารณะอย่างสร้างสรรค์ เราเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงทั้งพื้นที่สีเขียวและโลกดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะพักผ่อน ออกกำลังกาย ทำงาน หรือเชื่อมต่อโลกออนไลน์ได้อย่างไร้ข้อจำกัด โดยสวนเบญจกิติ ไม่เพียงเป็นสวนใจกลางกรุงเทพฯ แต่ยังเป็นหัวใจสีเขียวของเมือง ที่ผู้คนใช้พักผ่อน เติมพลัง และทำกิจกรรมเพื่อสร้างสมดุลชีวิต จนกลายเป็นจุดหมายสำคัญของคนเมืองที่ใส่ใจสุขภาพและมุ่งสู่คุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

“AIS Play Space” จะเป็นแลนด์มาร์กดิจิทัลแห่งใหม่ใจกลางกรุง ด้วยแนวคิด Always Connected ที่เชื่อมต่อโลกดิจิทัลเข้ากับจังหวะชีวิตคนเมือง ผ่านบริการอินเทอร์เน็ต AIS SUPER WiFi ฟรีทุกเครือข่าย บนเทคโนโลยี WiFi 6 ที่ทั้งเร็ว แรง เสถียร และมีประสิทธิภาพเหนือระดับ ตอบโจทย์การทำงาน พักผ่อน และแชร์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างต่อเนื่องไร้สะดุด นอกจากการเชื่อมต่อที่ทรงพลังแล้ว ยังพร้อมขับเคลื่อนด้วยแนวคิด Green Space for Wellbeing ที่หลอมรวม ธรรมชาติ–เทคโนโลยี–ไลฟ์สไตล์ เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน เพื่อสร้างสมดุลทั้งกายและใจ พร้อมผลักดันกรุงเทพฯ ก้าวสู่การเป็น Smart City ที่น่าอยู่ เข้าถึงได้ทุกคน และยั่งยืนในอนาคต”

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “ขอขอบคุณบริษัทเอกชนอย่าง GULF และ AIS ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์พื้นที่ดี ๆ สำหรับคนเมือง ทำให้สวนเบญจกิติสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และเป็นพื้นที่ให้คนเมืองได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ซึ่งทั้งสองบริษัทก็ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด ถือว่าเป็นพื้นที่ที่ดีมาก มีผู้ปกครองพาเด็ก ๆ มาเล่นกันเยอะทั้งในช่วงเย็นและวันหยุด ซึ่งสวนเบญจกิติเองก็มีประชาชนมาใช้บริการเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว ในแต่ละวันมีคนเข้ามาวิ่งออกกำลังกายตลอด ผมหวังว่าจะได้เห็นความร่วมมือดี ๆ แบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เพราะสุขภาพที่ดีไม่มีขาย เราทุกคนต้องช่วยกันออกกำลังกายครับ”

ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นการตอกย้ำถึงเจตนารมณ์ของทั้ง GULF และ AIS ในการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคม และส่งเสริมการมีพื้นที่สำหรับพักผ่อนที่ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปที่มาใช้บริการสวนเบญจกิติ

สำหรับผู้ที่สนใจใช้บริการ GULF Playscape สามารถมาใช้บริการได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 04.30 – 22.00 น. ตามเวลาทำการของสวนเบญจิกิติ

เมืองไทยประกันชีวิต และมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม มอบงบสนับสนุนกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ประจำปี 2568

0

เมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม โดยพลตำรวจเอกพรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ประธานมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม และ นายสาระ ล่ำซำ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  ร่วมตอกย้ำความสำคัญของการตอบแทนสังคมและพันธกิจด้าน ESG มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตเยาวชนไทยในพื้นที่ห่างไกล  มอบเงินสนับสนุนกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนอย่างต่อเนื่อง

นายสาระ ล่ำซำ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยถึงการสนับสนุนว่า เมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม ยังคงเดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ควบคู่ไปกับนโยบายการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน (ESG) โดยเฉพาะในมิติ Social (S) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเพิ่มโอกาสในสังคม ผ่านการสนับสนุนกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ประจำปี 2568  รวมงบประมาณทั้งสิ้น 1,634,654.33 บาท ประกอบด้วย  2 โครงการหลัก ได้แก่

1.      โครงการสนับสนุนทุนการศึกษา สำหรับนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 20 ทุน ทุนละ 34,200 บาท รวมเป็นเงิน 684,000 บาท เพื่อเปิดโอกาสและการเข้าถึงทางการศึกษาให้กับเยาวชน ตลอดจนเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่

2.      โครงการก่อสร้างอาคารเรียนอนุบาล โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเฮียงไทยธำรงค์ ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ รวมเป็นเงิน 950,654.33 บาท เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัย ทันสมัย และเอื้อต่อการพัฒนาทักษะขั้นพื้นฐานของเด็กปฐมวัย อันเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต

การสนับสนุนในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเหลือเด็กนักเรียน ตชด. ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และพัฒนาสถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่ง คือ การตอบแทนสังคมและการสร้างความเท่าเทียม ตามแนวทาง ESG โดยเฉพาะในมิติ S (Social Responsibility) ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกกลุ่ม ผ่านการสร้างโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาสภาพแวดล้อมชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ในโอกาสนี้ได้รับเกียรติจาก  พลตำรวจโท นิตินัย หลังยาหน่าย  ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน   พลตำรวจตรี วันชนะ  ธรรมเสมา รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และพลตำรวจตรี     เจนณรงค์  สมเสถียร  ผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ซ้ายสุด) ร่วมในพิธี  จัดขึ้น ณ อาคารจุละพราหมณ์ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

สำหรับการสนับสนุนที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน เมืองไทยประกันชีวิต และมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม ได้สนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักเรียน ตชด. รวมแล้วกว่า 384 ทุน คิดเป็นมูลค่ากว่า 13 ล้านบาท พร้อมทั้งสนับสนุนการก่อสร้างอาคารเรียนและหอพักนักเรียน รวม 7 แห่ง มูลค่ากว่า 6.4 ล้านบาท และโครงการพัฒนาระบบน้ำเพื่อการอุปโภค–บริโภคและเกษตรอาหารกลางวัน มูลค่าเกือบ 5.5 แสนบาท รวมการสนับสนุนทั้งหมดกว่า 20 ล้านบาท

“เมืองไทยประกันชีวิตตระหนักดีว่า “การศึกษา” คือรากฐานที่สำคัญของการพัฒนาสังคม และเป็นกุญแจสู่ความยั่งยืนในระยะยาว ดังนั้น บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และชุมชนไทย สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และนโยบาย ESG ของบริษัท เพื่อร่วมสร้างสังคมที่เติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป” นายสาระกล่าวสรุป

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับ Nasdaq จัดบรรยายหัวข้อ “The Future of Securities Markets and Trading” เจาะลึกอนาคตตลาดทุนโลก

0

Mr. Phil Mackintosh Chief Economist จาก Nasdaq ซึ่งเป็นตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำระดับโลก ให้เกียรติบรรยาย ในหัวข้อ “The Future of Securities Markets and Trading” Evolution, Automation, and Innovations โดยได้ถ่ายทอดประสบการณ์และมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของตลาดทุน เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่กำลังพลิกโฉมหน้าตลาดทุนโลก รวมถึงนำเสนอภาพรวมโครงสร้างตลาดและการซื้อขาย พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงความท้าทายปัจจุบันของโครงสร้างตลาด การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมตลาดทุน และการเติบโตของนักลงทุนรายย่อยในสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  โดยมี ศรพล ตุลยะเสถียร และรองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการ พร้อมด้วยผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ฯ เข้าร่วมรับฟังการบรรยาย