Home Blog Page 62

AIS 5G ปลุกพลังความมั่งมีอย่างมีระดับ ด้วยซิมเบอร์เสริมทรัพย์ พลังอาทิตย์ – พลังจันทรา สุดยอดเบอร์มงคล จาก แมน การิน ผสานศาสตร์ตัวเลขกับ AI

0

AIS 5G ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน AI และตลาดเบอร์มงคลเจ้าแรกของไทย เดินหน้าปลุกพลังยกระดับ ความมั่งมี เปิดตัว ซิมเบอร์เสริมทรัพย์ ซิมเบอร์มงคลมิติใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ มั่งมีอย่างมีระดับ กับ 2 พลัง พิเศษ ได้แก่ ซิมเบอร์เสริมทรัพย์ พลังอาทิตย์ พลังแห่งทรัพย์และชัยชนะและ ซิมเบอร์เสริมทรัพย์ พลังจันทรา พลังเสริมเสน่ห์และชื่อเสียง ด้วยการนำเทคโนโลยี AI ร่วมวิเคราะห์และคัดกรองรูปแบบตัวเลขที่ได้รับความนิยม ผสานศาสตร์ตัวเลขที่แม่นยำโดย แมน การิน (แมน แมทจิเชียน) นักออกแบบตัวเลขแถวหน้าของไทย เพื่อตกผลึกเป็นเบอร์มงคลที่มีคุณภาพ และตรงใจลูกค้ามากที่สุด ตอบโจทย์ทั้งด้านพลังชีวิตและไลฟ์สไตล์ของคน
ยุคใหม่ ที่ต้องการความมั่นใจ ความสำเร็จ และความมั่งคั่งอย่างแท้จริง วางจำหน่ายแล้วที่ AIS SHOP ทุกสาขา, ร้านเทเลวิซ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ที่ AIS Online Store (ส่งฟรีถึงบ้าน) ในราคาเพียง 199 บาท สมัครแพ็กเกจรายเดือน เริ่มต้น 499 บาทต่อเดือน ใช้งานต่อเนื่อง 6 เดือน บนเครือข่าย AIS ที่ดีที่สุด

  • ซิมเบอร์เสริมทรัพย์ “พลังอาทิตย์” – พลังแห่งทรัพย์และชัยชนะ เป็นเบอร์ที่เน้นส่งเสริมการงานก้าวหน้า การเงินมั่งคั่ง การตัดสินใจที่เฉียบคม และเพิ่มพลังสติปัญญาในการแก้ปัญหา เหมาะกับคนที่ต้องการความ สำเร็จแบบก้าวกระโดด หรืออาชีพที่ต้องใช้ภาวะผู้นำอย่างสูง
  • ซิมเบอร์เสริมทรัพย์ “พลังจันทรา” – พลังเสริมเสน่ห์และชื่อเสียง เป็นเบอร์ที่เน้นด้าน เสน่ห์เมตตา วาจาเป็นทรัพย์ และการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ เหมาะกับคนทำงานด้านบริการ การขาย ธุรกิจส่วนตัว หรือผู้ที่ต้องการเพิ่มพลังงานด้านความรักและความสมดุลของชีวิต ผู้ใช้มักมีบุคลิกน่าคบหา พูดแล้วคน คล้อยตาม วาจามีเสน่ห์

นายคณาธิป ธีรทีป หัวหน้าแผนกงานการตลาดด้านผลิตภัณฑ์และลูกค้าโพสต์เพด AIS กล่าวว่า “ในวันนี้ เบอร์มงคลกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนตัวตนและเป้าหมายในชีวิตของลูกค้า AIS จึงนำจุดแข็ง ด้านเทคโนโลยี AI มาผสานกับศาสตร์ตัวเลขอย่างจริงจัง เพื่อคัดกรองเฉพาะเบอร์มงคลที่มีโครงสร้างดี และเหมาะสมกับพลังชีวิตของแต่ละคนอย่างแท้จริง ภายใต้คอนเซ็ปต์ มั่งมีอย่างมีระดับ ผ่านซิมเบอร์เสริมทรัพย์ทั้งพลัง อาทิตย์และพลังจันทรา ที่ออกแบบร่วมกับ แมน แมทจิเชียน นักออกแบบตัวเลขระดับแถวหน้า AIS มีความเชื่อมั่นว่า สมาร์ทโฟนไม่ได้เป็นแค่อุปกรณ์การสื่อสารเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการช่วยเติมเต็มพลังด้าน ความมั่นใจ การงาน การเงิน ความรัก และภาพลักษณ์ไปพร้อมกัน ในราคาที่เข้าถึงได้ เพียง 199 บาท และสามารถเลือกสมัคร แพ็กเกจรายเดือน เริ่มต้น 499 บาทต่อเดือน ควบคู่กับการใช้งานบนเครือข่ายคุณภาพของ AIS ซึ่งเชื่อว่าจะช่วย ยกระดับประสบการณ์การใช้เบอร์มงคลให้ตอบโจทย์ทั้งความมั่งคั่งและไลฟ์สไตล์ของลูกค้ายุคใหม่ได้อย่างลงตัว”

แมน การิน หรือ แมน แมทจิเชียน นักออกแบบตัวเลขระดับแถวหน้าของวงการ กล่าวว่า “ในการออกแบบซิมเบอร์เสริมทรัพย์ ผมนำศาสตร์ตัวเลขแบบดั้งเดิม มาผสานกับความเข้าใจเรื่องพลังชีวิต และไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่อย่างจริงจัง ทุกตัวเลข ทุกคู่เลข ไม่ได้เลือกมาแค่ให้ฟังดูมงคล แต่ต้องมีโครงสร้างที่สมดุล ส่งเสริมด้านการงาน การเงิน ความรัก และภาพลักษณ์ไปพร้อมกัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ มั่งมีอย่างมีระดับ ที่ AIS ต้องการมอบให้ลูกค้า ทั้งซิมพลังอาทิตย์ ที่เหมาะกับคนที่อยากเร่งเครื่องเรื่องโอกาส ความสำเร็จ และการตัดสินใจ ให้เฉียบคมขึ้น และซิมพลังจันทรา ที่เน้นเรื่องเสน่ห์ ความนุ่มนวล การอุปถัมภ์ และความสมดุลของชีวิต ผมตั้งใจให้ทั้งสองพลังไม่ใช่แค่เบอร์สวย แต่เป็นเหมือนเครื่องมือเล็กๆ ที่ช่วยเสริมความมั่นใจให้ลูกค้ารู้สึกว่ากำลังก้าว เข้าใกล้ความสำเร็จ และความมั่งคั่งมากขึ้นทีละก้าว”

เพราะเบอร์มงคลต้อง AIS เท่านั้น! มาร่วมเป็นเจ้าของซิมเบอร์เสริมทรัพย์ ทั้งพลังอาทิตย์และพลังจันทรา ได้แล้ววันนี้ ที่ AIS SHOP ทุกสาขา, ร้านเทเลวิซ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ที่ AIS Online Store (ส่งฟรีถึงบ้าน) ในราคาเพียง 199 บาท สมัครแพ็กเกจรายเดือน เริ่มต้น 499 บาทต่อเดือน ใช้งานต่อเนื่อง 6 เดือน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ais.th/consumers/package/exclusive-plan/lucky-number/man-sermsap

ถึงเวลาหาทางออกอย่างรอบคอบ ปลาหมอคางดำ เป็นอาหารได้ไม่มีพิษ

0
บทความโดย ผศ.ดร.ส.พญ.วรรณา ศิริมานะพงษ์ อาจารย์ประจำหน่วยสัตว์น้ำ
ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกและการสาธารณสุข คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ปลาหมอคางดำ (Sarotherodon melanotheron) เป็น “ปลาสามน้ำ” คือ น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ในสกุล Tilapia เช่นเดียวกับปลานิล แม้จะอยู่ในตระกูลเดียวกัน แต่บทบาททางนิเวศวิทยาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยปลาหมอคางดำจัดเป็น ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน (Invasive Alien Species) ที่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศพื้นถิ่นไม่ว่าจะเป็นการแย่งอาหาร การใช้พื้นที่วางไข่ และการแข่งขันกับปลาเจ้าถิ่นในหลายแหล่งน้ำ

ผศ.ดร.ส.พญ.วรรณา ศิริมานะพงษ์

ขณะที่ โลกกำลังเผชิญปัญหาการจับสัตว์น้ำลดลงอย่างมาก งานวิจัยจาก SeaAroundUs ระบุว่าปริมาณการจับสัตว์น้ำทั่วโลกลดลงเฉลี่ย 1.2 ล้านตันต่อปีนับตั้งแต่ปี 1996 (https://www.seaaroundus.org/fisheries-research-overestimates-fish-stocks/?utm_source=chatgpt.com) ด้านรายงานของ IPCC ชี้ว่าโลกร้อนส่งผลให้ศักยภาพการจับสัตว์น้ำลดลง โดยอัตราการจับสูงสุดอาจลดลงประมาณ 4.1% ต่อทศวรรษ (https://www.ipcc.ch/srocc/chapter/chapter-5/?utm_source=chatgpt.com) เมื่อนำมาพิจารณาร่วมกับบทบาทของปลาหมอคางดำที่ “กินได้” จึงมีโอกาสเป็น ทางเลือกอาหารใหม่ที่ช่วยบรรเทาภาระการใช้ทรัพยากรสัตว์น้ำธรรมชาติและให้ระบบนิเวศบางส่วนได้พักตัว.

อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่งของปลาหมอคางดำ “สามารถบริโภคได้ตามปกติ” มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และปราศจากพิษตามที่บางกลุ่มสังคมเข้าใจผิด จึงมีศักยภาพในการนำมาใช้ประโยชน์เพื่อช่วยควบคุมปริมาณประชากร แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบการจัดการที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กลายเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเพาะเลี้ยงหรือขยายพันธุ์เพิ่ม

ปลาหมอคางดำมีลักษณะเด่นที่เอื้อต่อการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ได้แก่ ความทนทานต่อความเค็มสูงและต่ออัตราการสืบพันธุ์รวดเร็ว และเลี้ยงลูกในปาก (mouthbrooding) ทำให้อัตรารอดสูง, สามารถในการยึดครองพื้นที่แหล่งน้ำกร่อย, สามารถอยู่รอดในสภาพน้ำเสื่อมคุณภาพ

คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้เมื่อหลุดรอดสู่แหล่งน้ำธรรมชาติของไทย ประชากรเพิ่มจำนวนเร็ว และมีส่งผลกระทบต่อชนิดพันธุ์พื้นถิ่นหลายกลุ่ม โดยเฉพาะปลากินพืชและปลากินแพลงก์ตอนที่ใช้ทรัพยากรอาหารทับซ้อนกัน

แม้ปลาหมอคางดำจะเป็นชนิดรุกราน แต่สามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย คุณค่าทางโภชนาการ (ต่อ 100 กรัม) มีโปรตีน 21.6 กรัม, ไขมัน 1.2 กรัม, พลังงาน 97 กิโลแคลอรี

ส่วนฟันของปลาหมอคางดำมีลักษณะเรียบ ไม่ใช่ปลากัดกินเนื้อ ไม่ใช่ปลามีพิษอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด จึงสามารถนำไปปรุงอาหารหรือแปรรูป เช่น ปลาป่น น้ำหมักชีวภาพ และผลิตภัณฑ์อาหารได้

การเพิ่มการใช้ประโยชน์เป็นหนึ่งในเครื่องมือควบคุม แต่ต้องระวังไม่ให้เกิดการเพาะเลี้ยงเพื่อการค้า เพราะจะสร้างแรงจูงใจในทางตรงกันข้าม คล้ายกรณีชนิดพันธุ์รุกรานในต่างประเทศที่ยิ่งสร้างตลาดยิ่งควบคุมยากขึ้น
เบื้องต้น การนำปลาหมอคางดำมาใช้เป็นวัตถุดิบทำน้ำปลา แม้จะเริ่มทำกันเพียงบางพื้นที่ แต่ถือเป็นตัวอย่างเชิงบวกของการ “นำออกจากธรรมชาติ” เพื่อควบคุมประชากรในแหล่งระบาด ไม่ได้หมายความว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าเพื่อส่งเสริมหรือสนับสนุนการแพร่พันธุ์ของปลาชนิดนี้ ดังนั้น การใช้ประโยชน์ควรอยู่ภายใต้การจัดการอย่างเป็นระบบและมีเป้าหมายเพื่อลดจำนวนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเป็นหลัก

เมื่อมีการนำปลาหมอคางดำมาใช้ทดแทนปลากะตักหรือปลาขนาดเล็กจากทะเลซึ่งเป็นวัตถุดิบทำน้ำปลาอยู่เดิม ก็จะช่วยลดความจำเป็นในการจับปลาทะเลเหล่านั้น ส่งผลให้สัตว์น้ำในทะเลมีระยะเวลา “พักตัว” และมีโอกาสให้ลูกปลาวัยอ่อนได้เติบโตจนเป็นพ่อ–แม่พันธุ์และขยายจำนวนเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ การนำปลาหมอคางดำมาทำเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น การทำเป็นปลาป่น เพื่อทดแทนปลาป่นที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบมาจากต่างประเทศก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในการลดจำนวนประชากรปลาหมอคางดำได้

การกำจัดปลาหมอคางดำให้หมดจากแหล่งน้ำธรรมชาติเป็นไปได้ยาก เพราะสภาพแหล่งน้ำของไทยมีความเชื่อมต่อสูง (hydrological connectivity) การเจริญพันธุ์รวดเร็ว และประชากรพร้อมสืบพันธุ์ตลอดปี

ดังนั้น การจัดการที่ถูกต้องตามหลักวิชาการต้องประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก ประกอบดัวย
1) การลดปริมาณผ่านการจับและใช้ประโยชน์ เป็นวิธีที่ทำได้ทันทีและช่วยลดผลกระทบเชิงนิเวศโดยตรง
2) การควบคุมพื้นที่แพร่ระบาด เช่น ติดตั้งกับดัก กั้นพื้นที่น้ำกร่อย หรือสร้างเขตกันชนในระบบนิเวศสำคัญ
3) การฟื้นฟูประชากรปลาเจ้าถิ่นควบคู่กัน เพื่อช่วยเพิ่มความเสถียรของระบบนิเวศ เพราะชนิดพันธุ์ต่างถิ่นมักเข้ายึดพื้นที่ที่ปลาท้องถิ่นที่อ่อนแอ
4) การใช้เทคโนโลยีติดตามประชากร เช่น e-DNA ที่สามารถตรวจพบร่องรอยดีเอ็นเอของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำได้อย่างรวดเร็ว ช่วยระบุพื้นที่ระบาดใหม่ และติดตามความสำเร็จของมาตรการควบคุมได้แม่นยำกว่าการสำรวจภาคสนามอย่างเดียว

ปลาหมอคางดำ จำเป็นต้องควบคุมอย่างจริงจัง และการนำมาใช้ประโยชน์ในระดับที่เหมาะสมสามารถเป็น “เครื่องมือหนึ่ง” ในการลดผลกระทบได้ หากดําเนินการอย่างมีระบบ ไม่สร้างแรงจูงใจให้เกิดการขยายพันธุ์หรือเพาะเลี้ยงเพิ่มเติม การจัดการที่ดีที่สุดต้องเป็นการผสมผสานระหว่าง การจับเพื่อใช้ประโยชน์, การควบคุมพื้นที่ระบาด, การฟื้นฟูปลาพื้นถิ่น และการติดตามด้วยเทคโนโลยี เช่น e-DNA เพื่อให้ประเทศไทยสามารถลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ และควบคุมประชากรปลาหมอคางดำให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยในระยะยาว.

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เชิญรับชมถ่ายทอดสดพิธีประกาศผลและมอบรางวัล SET Awards 2025 วันที่ 25 พ.ย. 68 นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เชิญรับชมการถ่ายทอดสดพิธีประกาศผลและมอบรางวัล SET Awards 2025 เพื่อประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัลให้แก่ บริษัทจดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจดทะเบียน ที่มีความเป็นเลิศในด้านต่างๆ

ติดตามชมพิธีมอบรางวัล SET Awards 2025 วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14:30 น. เป็นต้นไป

ชมสดพร้อมกันได้ทาง:

Website: www.set.or.th/setawards

Facebook: SET Thailand

Youtube: SET Thailand

AIS ผนึก สาธารณสุขจ.สมุทรสาคร และสมาคมพราว สร้างชุมชนอุ่นใจ มี อสต. ใกล้คุณ ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานต่างชาติด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

0

AIS ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านเทคโนโลยีและการสื่อสารของประเทศ ผนึกกำลัง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร และ สมาคมพราว เดินหน้าสนับสนุนการสร้างสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืนพร้อมต่อยอดทักษะดิจิทัลเพื่อสร้างสังคมที่แข็งแรง ผ่านการพัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุขต่างชาติ (อสต.) ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีจำนวนแรงงานต่างชาติมากเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศไทย ภายใต้โครงการ ชุมชนอุ่นใจ มี อสต. ใกล้คุณ โดย AIS ได้ร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ ช่วยยกระดับองค์ความรู้ และเสริมสร้างทักษะด้านสุขภาพ การสื่อสาร และการเข้าถึงข้อมูลความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ถูกต้อง ให้แก่ทีมอาสาสมัครสาธารณสุขต่างชาติ (อสต.) เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถส่งต่อองค์ความรู้ไปสู่แรงงานต่างชาติในชุมชนได้อย่างเข้าใจง่ายและเข้าถึงทุกกลุ่มคน โดยโครงการ ชุมชนอุ่นใจ มี อสต. ใกล้คุณ นี้ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6 เดือน (ตั้งแต่พฤศจิกายน 2568 – เมษายน 2569) เพื่อสร้างต้นแบบการพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครสุขภาพต่างชาติอย่างยั่งยืน

นายกรกฤษณ์ เสียงใส รักษาการหัวหน้างานปฏิบัติการภูมิภาค ภาคกลาง เอไอเอส กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา AIS มุ่งมั่นพัฒนาองค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการทำงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อย่างต่อเนื่อง และจากความสำคัญของการดูแลสุขภาพแรงงานต่างชาติที่เพิ่มมากขึ้น เราจึงได้ต่อยอดสู่การเสริมศักยภาพให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขต่างชาติ (อสต.) เพื่อให้สามารถสื่อสารและปฏิบัติงานในสังคมพหุวัฒนธรรม หรือสังคมที่ผู้คนอยู่ร่วมกันบนความหลากหลาย ได้ดำเนินชีวิตร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงบทบาทของ AIS ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในด้านสุขภาพ รวมถึงเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่ทุกคนควรมีในยุคดิจิทัล”

นางเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าพรีเพด เอไอเอส กล่าวเสริมว่า “เรามุ่งมั่นพัฒนาระบบสื่อสารเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน เช่น ซิมมิงกาลา เมียนมา  ที่มอบความคุ้มค่า เพื่อให้ทุกช่องทางการสื่อสาร สามารถติดต่อได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการโทรและการใช้งานโซเชียลไม่อั้น รวมถึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานมือถือให้แก่กลุ่มแรงงานต่างชาติ และในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่เราให้ความสำคัญอย่างเต็มที่เช่นเดิม”

โดยกิจกรรมการอบรม AIS เสริมพลังด้วยองค์ความรู้ด้าน Digital Health & Well-Being เดินหน้าสนับสนุนการพัฒนา อสต. ผ่านการอบรมด้านดิจิทัลสุขภาพ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยและแรงงานต่างชาติ โดยมุ่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการดูแลสุขภาพ ให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเผยแพร่ข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง ผ่านช่องทางออนไลน์ ระบบสื่อสาร ที่ช่วยประสานงานระหว่างอาสาสมัครและชุมชนอย่างรวดเร็ว หรือโซลูชันที่ช่วยให้แรงงานต่างชาติได้รับบริการด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของ AIS ในการยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพเพื่อสร้างสังคมคุณภาพชีวิตดีอย่างยั่งยืน

พร้อมกันนี้ AIS ยังยกระดับทักษะดิจิทัลสู่สังคมปลอดภัย ผ่านโครงการ AIS อุ่นใจ Cyber และบริการ AIS Check ID ที่มุ่งพัฒนา Digital Literacy ให้สังคมไทยมีทักษะความรู้ในด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการ AIS อุ่นใจ Cyber มุ่งอบรมและเสริมความรู้ด้านความปลอดภัยออนไลน์ การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมั่นใจ และการเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีภูมิคุ้มกันต่อภัยไซเบอร์ ขณะเดียวกัน AIS Check ID ยังช่วยยกระดับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ด้วยระบบยืนยันตัวตนผ่านเทคโนโลยี Dip Chip ที่อ่านข้อมูลจากบัตรประชาชนโดยตรง ลดความผิดพลาดและป้องกันการสวมรอยหรือฉ้อโกง ตอบโจทย์การทำธุรกรรมออนไลน์ การย้ายค่าย และการใช้บริการ eSIM ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย เพื่อสร้างชุมชนที่มีคุณภาพชีวิตดีและมีศักดิ์ศรีสำหรับแรงงานต่างชาติทุกคน

            AIS เชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะช่วยเสริมสร้างชุมชนที่ปลอดภัยด้านสุขภาพ พัฒนาคุณภาพชีวิตของแรงงานต่างชาติให้สามารถดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี และมีส่วนร่วมสร้างคุณค่าให้แก่สังคมไทย สอดคล้องกับพันธกิจของ AIS ในการสร้างสังคมดิจิทัลที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม และเป็นโครงการต้นแบบการพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครสุขภาพต่างชาติอย่างยั่งยืน

เอไอเอส คว้ารางวัลระดับโลกจากเวที GSMA Digital Nation Awards 2025 ถ่ายทอดพลังเครือข่ายอัจฉริยะเคียงข้างคนไทย

0

เอไอเอส คว้ารางวัล Excellence in Innovation VDO Award  จากเวที GSMA Digital Nation Awards 2025 รางวัลระดับโลกที่ยกย่องโครงการนวัตกรรมโดดเด่นขององค์กรธุรกิจ ซึ่งสามารถนำมาสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม   ด้วยผลงาน AIS Network Hero ที่สะท้อนถึงศักยภาพด้านนวัตกรรมของ AIS ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีเครือข่ายอัจฉริยะ (Cognitive Tech-Co) ได้อย่างชัดเจน และแสดงให้เห็นถึง หัวใจของคนทำงาน ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์เทคโนโลยีเพื่อเชื่อมโยงผู้คนให้ “ไม่พลาดทุกการสื่อสาร” ในทุกสถานการณ์

การประยุกต์ใช้นวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต โดยผลงานที่ได้รับรางวัลคือคลิป AIS Network Hero – Last Man Standing ถ่ายทอดเรื่องจริงของทีมวิศวกรเอไอเอส ที่นำเทคโนโลยีเครือข่ายเข้าช่วยเหลือคนไทยในวิกฤติแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ด้วยศักยภาพเครือข่ายมือถือของเอไอเอส และ Network Data Analytics ที่นำมาช่วยวิเคราะห์ขอบเขตพื้นที่ผู้รอดชีวิตใต้ซากอาคาร พร้อมเสริมระบบสื่อสารให้หน่วยกู้ภัย โดรน และหุ่นยนต์สำรวจพื้นที่ตลอด 49 วันของภารกิจ ทุกสัญญาณในวันนั้นจึงไม่ใช่แค่การเชื่อมต่อ แต่คือสัญญาณแห่งความหวัง ที่สะท้อนเจตนารมณ์ของเอไอเอสในการอยู่เคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ เรื่องราวนี้สร้างแรงสะเทือนใจบนเวทีโลก ตอกย้ำว่าเทคโนโลยีของเอไอเอสไม่เพียงเชื่อมต่อผู้คน แต่เชื่อมต่อหัวใจ เพื่อสร้างสังคมไทยที่มั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืนไปด้วยกัน

นายกิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี AIS กล่าวว่า “เอไอเอสได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของโครงข่ายดิจิทัลอัจฉริยะ ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของเทคโนโลยี ด้วยการเข้าพื้นที่ปฏิบัติการในยามวิกฤตอย่างทันท่วงที นำรถโมบายและสถานีฐานเคลื่อนที่พิเศษ เสริมกำลังเครือข่าย พร้อมประยุกต์ใช้ Network Data Analytics และ Small Cellular Pinpointing เพื่อระบุตำแหน่งสัญญาณโทรศัพท์ได้อย่างแม่นยำขึ้น สนับสนุนภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างมีประสิทธิภาพ เหตุการณ์ในครั้งนั้นถูกถ่ายทอดเป็นคลิปบันทึกเรื่องราวที่สะท้อนพลังของเทคโนโลยีและหัวใจของทีมงาน จนคว้ารางวัล Excellence in Innovation Award จากเวที GSMA Digital Nation Awards 2025 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเอไอเอส ที่ตอกย้ำแนวคิด “AI for Sustainable Nation” และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาเครือข่ายอัจฉริยะให้แข็งแกร่ง ยั่งยืน และพร้อมเชื่อมต่อทุกชีวิตคนไทยในทุกสถานการณ์

สำหรับเวที GSMA APAC Digital Nations Awards ถือเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้องค์กรทั่วโลกถ่ายทอดบทบาทของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในการเชื่อมต่อผู้คนสู่ข้อมูล ส่งเสริมความเสมอภาค และขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน รางวัลที่ AIS ได้รับจึงไม่ใช่เพียงเกียรติยศ แต่คือการสร้างคุณค่าใหม่ให้สังคมไทย ที่คนไทยทุกคนได้มีส่วนร่วม และเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการผลักดันประเทศสู่อนาคตดิจิทัลที่มั่นคงและยั่งยืน”

เมืองไทยสไมล์คลับ ร่วมกับ Platinum M Card จัดกิจกรรม Moonlight Loy Kratong Dining  

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยเมืองไทยสไมล์คลับ ร่วมกับ Platinum M Card คัดสรรสิทธิพิเศษและกิจกรรมที่หลากหลาย ล่าสุดจัดกิจกรรม Moonlight Loy Krathong Dining” ณ ห้องอาหาร Sala Rim Naam, Mandarin Oriental Bangkok เพื่อสืบสานวัฒนธรรมอันงดงามของเทศกาลลอยกระทง บรรยากาศในวันงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและประทับใจ โดยมีคุณสหพล พลปัถพี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และคุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมให้การต้อนรับ

ภายในงานลูกค้าร่วมกิจกรรมเวิร์กชอปตกแต่งกระทงด้วยตัวเอง พร้อมชมการแสดง โขนสุดวิจิตร ที่ถ่ายทอดความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างประณีตตระการตา เพลิดเพลินกับเสียงเพลงสุดไพเราะจาก คุณแอ๊ค โชคชัย พร้อมลิ้มรสเมนูอาหารไทย ที่ถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังการรังสรรค์เมนูพิเศษ โดย เชฟป้อม พัชรา พิระภาค      กับคอร์สเมนูอาหารไทย 8 คอร์ส ที่วัตถุดิบแปลกใหม่ผสมผสานความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรสชาติได้อย่างอร่อยลงตัว อาทิ ม้าฮ่อ  ขนมดอกขจร มะเขือเทศต้มยำและคริสตัลคาเวียร์  ก้อยกุ้งแดงกับมะม่วงขิงและกุ้งกรอบ  แกงคั่วเนื้อวากิวย่างกระเจี๊ยบเขียวแดงและรากบัว พร้อมทั้งเมนูสุดพิเศษจากสก๊อตรังนกแท้สีเหลืองทองระดับพรีเมียม ถ่ายทอดออกมาเป็นเมนูของหวานอย่างส้มฉุนที่ให้รสชาติละเมียดละไม

ปิดท้ายค่ำคืนความประทับใจ​​ ด้วยการร่วมลอยกระทงและอธิษฐานในคืนพระจันทร์เต็มดวง ท่ามกลางบรรยากาศความสวยงามริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ทั้งนี้ สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ยังสามารถติดตามกิจกรรมรวมถึงสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่เมืองไทยสไมล์คลับ    คัดสรรมาพิเศษแบบครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ และตอบโจทย์ความหลากหลายทุกความต้องการเพิ่มเติม ได้ที่     MTL Click Application สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือเว็บไซต์ www.muangthai.co.th ตลอดจนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1766 กด 4 เมืองไทยประกันชีวิต หรือศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศ

กรมประมงเผยปลาหมอคางดำลดลงชัดเจน โชว์ผลสำเร็จมาตรการบูรณาการทั่วประเทศ

0

กรมประมงรายงานสถานการณ์ปลาหมอคางดำจากการสำรวจในพื้นที่ระบาดและพื้นที่กันชนล่าสุด มีความคืบหน้าเชิงบวกจากการดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีที่ผ่านมา โดยข้อมูลสำรวจเดือนกันยายน 2568 พบว่าพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดลดลงเหลือ 17 จังหวัด จากเดิม 19 จังหวัด และความชุกชุมของประชากรปลาหมอคางดำทุกพื้นที่มีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน อยู่ในระดับปานกลางและระดับน้อย สะท้อนถึงผลสำเร็จของการบริหารจัดการเชิงบูรณาการที่กรมประมงและภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ และยังเดินหน้าดำเนินการตาม 7 มาตรการอย่างต่อเนื่อง หนุนการนำไปใช้ประโยชน์และเพิ่มมูลค่า

นางสาวทิวารัตน์ เถลิงเกียรติลีลา ผู้เชี่ยวชาญด้านความหลากหลายทางชีวภาพด้านการประมงน้ำจืด กรมประมง ให้ข้อมูลจากงานเสวนาล่าสุดว่า จากการที่กรมประมงได้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ที่พบการแพร่ระบาด ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 ผลสำรวจล่าสุด แสดงให้เห็นว่า จังหวัดพัทลุงและปราจีนบุรีไม่พบการแพร่ระบาดแล้ว ส่งผลให้พื้นที่พบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำลดลงเหลือ 17 จังหวัด ขณะที่จังหวัดตราดและปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่กันชนที่กรมประมงให้ความสำคัญในการเฝ้าระวัง ก็ยังไม่พบการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นระบบนิเวศสำคัญของภาคใต้ตอนล่าง ยังคงไม่พบการแพร่ระบาดมาโดยตลอด

สำหรับเกณฑ์การประเมินระดับความชุกชุมของปลาหมอคางดำ กรมประมงใช้เกณฑ์ชี้วัด “จำนวนปลา” ต่อพื้นที่ 100 ตารางเมตร โดยระดับความชุกชุมมาก คือมากกว่า 100 ตัว ระดับปานกลาง 10–100 ตัว และระดับน้อย พบปลาต่ำกว่า 10 ตัว ซึ่งจากผลการสำรวจเดือนกันยายนที่ผ่านมา พบว่า 8 จังหวัดอยู่ในระดับปานกลาง และอีก 9 จังหวัดอยู่ในระดับน้อย สอดคล้องกับแนวโน้มการลดลงของประชากรปลาหมอคางดำในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

ด้านความคืบหน้าการดำเนินมาตรการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำตามแผนบูรณาการ 7 มาตรการ กรมประมงสามารถกำจัดปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศรวมกว่า 7.35 ล้านกิโลกรัม แบ่งเป็นในแหล่งน้ำธรรมชาติประมาณ 2.5 ล้านกิโลกรัม และในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำประมาณ 4.8 ล้านกิโลกรัม

ส่วนมาตรการที่ 2 มีการปล่อยปลาผู้ล่า รวมแล้วกว่า 1.14 ล้านตัว ปล่อยปลาขนาด 4–5 นิ้ว ตามความเหมาะสมกับระบบนิเวศ
ทั้งปลากะพงขาว ปลาอีกง ปลาช่อน และปลาเทพา เป็นต้น เพื่อควบคุมประชากรปลาหมอคางดำตามกลไกธรรมชาติควบคู่กับการสนับสนุนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเลี้ยงปลาผู้ล่าในบ่อเพาะเลี้ยงเพื่อลดต้นทุนและควบคุมประชากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาตรการที่ 4 ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำที่ถูกกำจัดออก ซึ่งกรมประมงยืนยันว่าปลาหมอคางดำสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งการผลิตปลาป่น น้ำหมักชีวภาพบำรุงต้นไม้ รวมถึงการแปรรูปเป็นอาหารเมนูต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชน สำหรับมาตรการที่ 5 กรมประมงยังสร้างการรับรู้และความตระหนักสร้างการมีส่วนร่วมชุมชน และได้พัฒนาระบบเฝ้าระวังเชิงรุก โดยเปิดแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับให้ประชาชนแจ้งพบปลาหมอคางดำได้แบบเรียลไทม์ และมีทีมสำรวจเข้าตรวจสอบทันทีเพื่อควบคุมสถานการณ์อย่างทันท่วงที

 
ในส่วนมาตรการที่ 6 กรมประมงเดินหน้าการวิจัยเพื่อพัฒนาวิธีการควบคุมปลาหมอคางดำในระยะยาว โดยเฉพาะการศึกษาชุดโครโมโซม 4n เพื่อทำให้ปลาหมอคางดำเป็นหมัน ซึ่งอยู่ระหว่างการทดสอบประสิทธิภาพและถือเป็นอีกแนวทางสำคัญที่มีศักยภาพในการควบคุมประชากรในเชิงวิทยาศาสตร์

ขณะทีมาตรการที่ 7 ด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศ กรมประมงได้ปล่อยสัตว์น้ำพื้นถิ่นและสัตว์น้ำชายฝั่งกลับคืนสู่ธรรมชาติรวมกว่า 82 ล้านตัว ทั้งปลากะพงขาว ปลาอีกง ปลานวลจันทร์ทะเล หอยหวาน หอยตลับ หอยลาย และปูม้า เพื่อเสริมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพและฟื้นสมดุลของระบบนิเวศในแหล่งน้ำธรรมชาติ

นางสาวทิวารัตน์ เสริมว่า ข้อมูลล่าสุดทั้งหมดสะท้อนชัดว่ามาตรการควบคุมปลาหมอคางดำของกรมประมงกำลังสร้างผลลัพธ์ในทิศทางบวกอย่างต่อเนื่อง และกรมประมงยังคงร่วมกับชุมชน เกษตรกร และเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อควบคุมและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำ เพื่อสร้างโอกาสให้กับชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างเป็นระบบและยั่งยืน.

ลงทุนต่อกับหุ้นจีนชุดใหม่ ผ่าน 3 DR น้องใหม่ อ้างอิงหุ้นฮ่องกง ออกโดย KGI เริ่มซื้อขาย 19 พ.ย. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รับจดทะเบียนตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) จำนวน 3 หลักทรัพย์ใหม่ อ้างอิงหุ้นชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย 19 พฤศจิกายน 2568

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
SMIC13Semiconductor Manufacturing International Corporation (0981)ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของจีน รวมถึงให้บริการออกแบบแผงวงจรรวม
WUXI13WuXi Biologics (Cayman) Inc. (2269)ผู้นำด้านยาและเวชภัณฑ์ ที่ให้บริการครบวงจร ตั้งแต่วิจัย พัฒนา และผลิตยาจากสารชีวภาพ และยารักษาโรคอื่นๆ
ZIJIN13Zijin Mining Group Co., Ltd. (2899)ผู้นำด้านการผลิตและค้าขายโลหะมีค่าครบวงจร โดยมีผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ ทองแดง ทองคำ สังกะสี เงิน และแร่ธาตุอื่นๆ

ผู้สนใจศึกษารายละเอียด 3 DR ใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th หรือบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์คือ
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) www.thaiwarrant.com หรือศึกษาผลิตภัณฑ์ DR เพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/dr

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดประตูลงทุนหุ้นนอกผ่าน 3 DR ใหม่ อ้างอิงหุ้นฮ่องกง ออกโดย KGI เริ่มซื้อขาย 18 พ.ย. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รับจดทะเบียนตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) จำนวน 3 หลักทรัพย์ใหม่ อ้างอิงหุ้นชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย 18 พฤศจิกายน 2568

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
ANTA13ANTA Sports Products Ltd. (2020)ผู้นำอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายและรองเท้ากีฬาของจีน อาทิ แบรนด์ Anta, Fila, Descente และ Kolon Sport
LENOVO13Lenovo Group Ltd. (0992)ดำเนินธุรกิจผลิต พัฒนา และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยี อาทิ คอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน รวมถึงให้บริการด้าน AI และ IT Solution
LPGOLD13Laopu Gold Co., Ltd. (6181)ดำเนินธุรกิจออกแบบ ผลิต พัฒนา และจำหน่ายเครื่องประดับทองคำ และเครื่องประดับฝังอัญมณี

ผู้สนใจศึกษารายละเอียด 3 DR ใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th หรือบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์คือ
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) www.thaiwarrant.com หรือศึกษาผลิตภัณฑ์ DR เพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/dr

จุฬาฯ – PMCU – เอไอเอส เปิดพื้นที่ AIS SIAM จัดกิจกรรม “สยามน้อมอาลัย ด้วยหัวใจที่เท่าเทียม” เนื่องในวันคนพิการแห่งชาติ

0

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ (PMCU) และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ขอแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงผู้ทรงเป็นดั่งร่มโพธิ์ร่มไทรของแผ่นดิน และเนื่องในโอกาสวันคนพิการแห่งชาติ ได้เปิดพื้นที่ AIS SIAM จัดกิจกรรม “สยามน้อมอาลัย ด้วยหัวใจที่เท่าเทียม” เพื่อสะท้อนเจตนารมน์ร่วมกัน ในการขับเคลื่อนสังคมที่เท่าเทียม พร้อมตอกย้ำบทบาทสยามสแควร์ให้เป็นต้นแบบพื้นที่สาธารณะที่เปิดกว้าง ให้ทุกคนสามารถร่วมแสดงความอาลัยได้อย่างภาคภูมิใจ ด้วยการให้ประชาชนและผู้พิการทุกคน ร่วมเขียนข้อความแสดงความอาลัยถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สำหรับผู้พิการจะได้แสดงความอาลัยผ่านอักษรเบรลล์ พร้อมส่งต่อข้อความแสดงความอาลัยขึ้นจอกลางสยาม เพื่อให้จอ AIS SIAM ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความอาลัย และมีการบรรเลง–ขับร้องบทเพลง “แม่แห่งแผ่นดิน” โดยวงออร์เคสตร้าคนตาบอดแห่งประเทศไทย แสดงถึงความตั้งใจร่วมกันของทุกภาคส่วนในการสืบสานพระราชปณิธานในการทำความดีเพื่อสังคมไทย โดยมี นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี และประชาชนทั่วไปรวมถึงผู้พิการมาร่วมแสดงความอาลัยอย่างพร้อมเพรียง

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง กล่าวว่า “จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา จึงทำให้เกิดกิจกรรม “สยามน้อมอาลัย ด้วยหัวใจที่เท่าเทียม”ในวันนี้ ถือเป็นการเปิดพื้นที่ให้พี่น้องประชาชนทั่วไปรวมถึงผู้พิการ ได้มีส่วนร่วมแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งทรงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน โดยเฉพาะผู้พิการ ที่ทรงให้ความเมตตาและพระราชทานโอกาสในการดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีเสมอมา การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความร่วมมือที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย ซึ่งมุ่งสร้างความเท่าเทียม ความเข้าใจ และการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน ดิฉันหวังว่ากิจกรรมนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ตามแนวทางของรัฐบาลที่มุ่งมั่นให้คนพิการได้รับโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง”

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสร่วมมือกับสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ (PMCU) และ เอไอเอส ในการจัดกิจกรรม “สยามน้อมอาลัย ด้วยหัวใจที่เท่าเทียม”เพื่อให้ประชาชนและคนพิการได้มีโอกาสร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของการอุทิศตนเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และทรงเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทย ทุกคนร่วมกันทำความดีเพื่อส่วนรวม การจัดกิจกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับปณิธานของจุฬาฯ ที่มุ่งพัฒนาสังคมให้ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” โดยเฉพาะการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา การเข้าถึงพื้นที่สาธารณะ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับทุกคน สะท้อนเจตนารมณ์ CHULA FOR ALL ที่มุ่งสร้างพื้นที่สยามสแควร์ให้เป็นต้นแบบพื้นที่สาธารณะที่เปิดกว้างให้ทุกคนสามารถร่วมแสดงความอาลัยได้อย่างภาคภูมิใจ และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม ทั้งในมิติของกายภาพ จิตใจ และสังคม พร้อมเดินหน้าร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วนในการสานต่อแนวพระราชปณิธาน เพื่อสังคมไทยที่งดงามและยั่งยืน”

และ นายปรัธนา ลีลพนัง  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า   “เอไอเอสขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมผนึกกำลังกับทุกภาคส่วน ในการเปิดพื้นที่ AIS SIAM เพื่อให้คนไทยทุกคนรวมถึงผู้พิการได้มีโอกาสร่วมน้อมรำลึกใน พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งทรงเป็นแรงบันดาลใจในการทำความดีเพื่อสังคมและส่งเสริมคุณค่าของความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม ในฐานะองค์กรเทคโนโลยีของคนไทย เอไอเอสเชื่อมั่นว่าความเท่าเทียมต้องเริ่มจากการออกแบบเพื่อทุกคน ทั้งในเชิงพื้นที่และบริการ เราจึงมุ่งพัฒนาแนวคิดการออกแบบที่เข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การเข้าถึงข้อมูล หรือกิจกรรมสาธารณะ เพื่อให้ผู้พิการและทุกคนในสังคมสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างภาคภูมิใจและเท่าเทียม ทั้งนี้พร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วนในการสืบสานพระราชปณิธาน และสร้างสังคมไทยที่งดงามอย่างยั่งยืน”

บรรยากาศภายในงานบริเวณหน้าอาคาร AIS SIAM และตลอดเส้นทาง SIAM Walking Street เต็มเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้ง และความสง่างาม จากการแสดงดนตรีไทยโดยคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงกิจกรรมแสดงความอาลัยรูปแบบพิเศษผ่านอักษรเบรลล์สำหรับผู้พิการ พร้อมส่งต่อคำไว้อาลัยขึ้นจอกลางสยาม นอกจากนี้ยังมีการบรรเลง–ขับร้องบทเพลง “แม่แห่งแผ่นดิน” โดยวงออร์เคสตร้าคนตาบอดแห่งประเทศไทย นับว่าสะท้อนถึงพลังแห่งความจงรักภักดี และความร่วมมือของทุกคนในสังคม ที่มุ่งมั่นสร้างพื้นที่แห่งความเท่าเทียมร่วมกัน

คณะผู้จัดงานทุกภาคส่วน ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และขอร่วมสืบสานแนวพระราชปณิธานในการสร้างโอกาสและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการ เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งความเท่าเทียมและการอยู่ร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรี