Home Blog Page 60

ไทยคม–เอไอเอส หนุนกระทรวงสาธารณสุข เสริมระบบสื่อสาร รพ.สนามที่หาดใหญ่ 8 แห่ง รองรับผู้ป่วยน้ำท่วม

0

เอไอเอส ผนึกกำลัง ไทยคม ระดมสรรพกำลังเทคโนโลยีดาวเทียมและโครงข่ายสื่อสาร ลงพื้นที่ภาคใต้ หนุนกระทรวงสาธารณสุข เสริมระบบสื่อสารในช่วงวิกฤตอุทกภัย รุดเสริมศักยภาพเครือข่ายและอินเทอร์เน็ตให้โรงพยาบาลสนามที่หาดใหญ่ จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ หอประชุมอาคารอเนกประสงค์ สนามบินหาดใหญ่, โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์, หอประชุมเทศบาลนครหาดใหญ่, บริเวณลานบริษัทหาดทิพย์, โรงเรียนเทศบาลวัดคลองแห, โรงเรียนเทศบาล 4 วัดคลองเรียน, โรงพยาบาลรัตภูมิ และโรงพยาบาลหาดใหญ่ สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของหน่วยแพทย์ เจ้าหน้าที่ภาคสนาม และการช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤตได้อย่างเต็มศักยภาพ ตอกย้ำความห่วงใยและความมุ่งมั่นยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องประชาชนในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหาร AIS พร้อมด้วยทีมวิศวกรและพนักงานจากส่วนกลาง ลุยลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อช่วยเหลือและให้กำลังใจประชาชนและพนักงานในพื้นที่ โดยตรวจสอบคุณภาพสัญญาณโครงข่ายสื่อสาร และวางแผนแนวทางฟื้นฟูต่อไป ท่ามกลางภาวะอุทกภัยในหลายจุดของอำเภอหาดใหญ่ แม้สถานการณ์น้ำท่วมจะเริ่มคลี่คลายลง โดยระดับน้ำลดลงในบางพื้นที่แล้ว แต่การเข้าช่วยเหลือยังคงมีข้อจำกัด เนื่องจากบางเส้นทางถูกปิดกั้นจากรถที่ประสบภัยและสภาพจราจรที่ยากต่อการเข้าถึง ทำให้ต้องเร่งประสานและลงพื้นที่อย่างรอบด้านเพื่อให้การสนับสนุนเป็นไปอย่างเต็มกำลัง

เมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม ระดมจิตอาสาจัดถุงยังชีพ ส่งต่อกำลังใจช่วยผู้ประสบอุทกภัย ภาคกลางและภาคใต้

0

เมืองไทยประกันชีวิต และมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม ได้เชิญชวนคณะผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาร่วมกันจัดถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็น รวมจำนวนกว่า 5,000 ชุด เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือและกำลังใจให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ สะท้อนถึงความตั้งใจในการเป็นพลังสนับสนุนสังคมไทยในยามวิกฤต

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริษัทฯ ตระหนักดีว่าสถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวนมาก เมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าว การระดมจิตอาสามาร่วมจัดถุงยังชีพ คือ พลังแห่งความห่วงใยที่เราอยากส่งต่อให้พี่น้องประชาชนทุกคน เราพร้อมยืนเคียงข้างสังคมไทยและพร้อมช่วยเหลือในทุกช่วงเวลาที่จำเป็น”

สำหรับที่ผ่านมาในภาคกลาง บริษัทฯ มอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นที่จัดเตรียมในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งได้ส่งมอบผ่านภาครัฐ เพื่อให้การช่วยเหลือสามารถเข้าถึงประชาชนที่กำลังประสบความเดือดร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุด เพื่อให้ความช่วยเหลือถูกกระจายไปถึงผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ครอบคลุมและทั่วถึงที่สุด  โดยส่งมอบผ่าน นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อให้กระทรวงฯ นำไปมอบต่อแก่

  • ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  • สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดที่ประสบอุทกภัย ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง ชัยนาท และอุทัยธานี

พร้อมกันนี้ เมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม มีแผนที่จะร่วมลงพื้นที่ใน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดชัยนาท และจังหวัดอุทัยธานี เพื่อส่งต่อถุงยังชีพและกำลังใจให้แก่ประชาชนที่กำลังเผชิญภาวะน้ำท่วม โดยทีมงานได้พูดคุย รับฟัง และให้กำลังใจแก่ชาวบ้านในแต่ละชุมชน เพื่อให้ทุกคนรู้สึกว่ามีคนคอยอยู่เคียงข้าง พร้อมช่วยเหลือและเป็นพลังสนับสนุนในช่วงเวลาที่ลำบากนี้

นอกจากนี้ในสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในภาคใต้ เมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม ยังได้มอบถุงยังชีพไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยในเบื้องต้นได้เร่งส่งความช่วยเหลือไปยังอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งกำลังเผชิญภาวะน้ำท่วมอย่างหนักในขณะนี้ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วน พร้อมส่งต่อกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัย ตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อให้ทุกคนสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้อย่างปลอดภัยและเร็วที่สุด   สำหรับในจังหวัดอื่นที่ได้รับความเดือดร้อน บริษัทฯ ได้เร่งมอบความช่วยเหลือต่อไปอย่างเร็วที่สุด

โดยทำการส่งมอบผ่านศูนย์อำนวยการช่วยเหลือเครือข่ายวายุภักษ์ กระทรวงการคลัง  มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ   รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย นางสาววสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการ ด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยร่วมรับมอบ ณ อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง

รวมถึงการลงพื้นที่โดยจิตอาสาเมืองไทยประกันชีวิต ที่เดินทางไปส่งมอบและกระจายถุงยังชีพให้กับประชาชนที่เดือดร้อนในพื้นที่โดยตรง  ด้วยการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในจังหวัด เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยอย่างตรงจุด

การดำเนินการในครั้งนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของเมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้มในการทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่มุ่งมั่นดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่อง ด้วยหัวใจแห่งความเข้าใจ และความพร้อมที่จะลงมือช่วยเหลืออย่างแท้จริง เพื่อให้ทุกชุมชนสามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างเข้มแข็งและมั่นคง

AIS ผสานกำลัง กอช. ชวนคนไทยออมเงินผ่านแอป myAIS เริ่มต้นเพียง 50 บาท เสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ พร้อมลุ้นโชคใหญ่และของรางวัล

0

AIS ร่วมกับ กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เดินหน้าขับเคลื่อนสังคมไทยสู่สังคมแห่งการออมอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างหลักประกันทางการเงินในวัยเกษียณให้กับกลุ่มแรงงานอิสระและประชาชนทั่วไป ผ่านช่องทางดิจิทัลที่เข้าถึงง่าย สะดวก และปลอดภัยบนแอปพลิเคชัน myAIS ภายใต้แนวคิด “ออมวันนี้ เพื่อเกษียณมั่นคงในวันหน้า” เปิดโอกาสให้คนไทยเริ่มต้นออมได้ง่าย ๆ เพียง 50 บาท พร้อมรับสิทธิประโยชน์จาก กอช. และลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษจาก AIS ตอกย้ำบทบาทของภาคเอกชนที่ร่วมพัฒนาสังคม ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงระบบการออมภาครัฐได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว และสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ

นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กล่าวว่า “กอช. เป็นองค์กรหลักในการส่งเสริมและขับเคลื่อนการออมภาคสมัครใจสำหรับแรงงานนอกระบบทั่วประเทศ ครอบคลุมกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ค้าขาย และผู้ประกอบอาชีพอิสระ ตลอดจน นักเรียน นักศึกษา ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ร่วมออมเงินกับ กอช. เพียงวันละ 10 บาท ส่งออมกับ กอช. เดือนละ 300 บาท ในเดือนถัดไปรัฐจะช่วยสมทบให้ 150 บาท (อายุ 15 – 30 ปี สมทบ 50 % สูงสุดไม่เกินปีละ 1,800 บาท) และเมื่อจบการศึกษา หรือเข้าทำงานในระบบ เป็นข้าราชการ หรือพนักงานบริษัทเอกชน สิทธิการเป็นสมาชิก กอช. ยังคงอยู่ สามารถส่งเงินออมต่อเนื่องกับ กอช. และสามารถนำไปลดหย่อนภาษีประจำปีได้”

ด้าน นางสาวโอปอล เลิศอุทัย หัวหน้าฝ่ายงานประสบการณ์และความผูกพันลูกค้า AIS กล่าวว่า “AIS ในฐานะผู้นำโครงข่ายอัจฉริยะและดิจิทัลไลฟ์แพลตฟอร์ม มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐกับประชาชน ผ่านช่องทางดิจิทัลที่ปลอดภัยและเข้าถึงง่าย อย่างแอปพลิเคชัน myAIS ที่เข้าถึงลูกค้าเอไอเอสมากกว่า 51.5 ล้านราย ครอบคลุมทุกช่วงวัยและอาชีพ ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร ไปจนถึงแรงงานอิสระ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของ กอช. ทำให้เป็นแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพสูงในการสื่อสารและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด เพื่อส่งต่อโอกาสในการออมได้อย่างเหมาะสม ทั่วถึง เท่าเทียม อีกทั้งยังสะท้อนบทบาทของภาคเอกชนในการขับเคลื่อนความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคมไทย

ความร่วมมือกับ กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการดำเนินการร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการร่วมพัฒนาสังคม สร้างวินัยทางการเงิน ผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมแห่งการออมอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้น ด้วยการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวผ่านการออมเพื่อการเกษียณ ให้ประชาชนมีเงินบำนาญและความมั่นคงในอนาคต”

“โดยการออมเงินกับ กอช. เริ่มต้นออมอายุระหว่าง 15 – 60 ปี เพียง 50 บาทต่อครั้ง สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี พร้อมรับเงินสมทบจากรัฐสูงสุดถึง 100% ตามช่วงอายุ ดังนี้

อายุ 15 – 30 ปี รัฐสมทบให้ 50% ของเงินออม แต่ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี

อายุ >30 – 50 ปี รัฐสมทบให้ 80% ของเงินออม แต่ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี

อายุ >50 – 60 ปี รัฐสมทบให้ 100% ของเงินออม แต่ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี

กอช. ยังคงมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้เรื่องการออม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ให้กับกลุ่มแรงงานนอกระบบเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงของกลุ่มเป้าหมายในรูปแบบออนไลน์มากขึ้น และด้วยศักยภาพในการเข้าถึงผู้ใช้งานจำนวนมากของ AIS ในรูปแบบบริการออนไลน์ผ่านแอป myAIS ที่ครอบคลุมผู้ใช้งานทั่วประเทศ รวมถึงความหลากหลายในสาขาอาชีพ จึงเชื่อมั่นได้ว่าสมาชิก กอช. รวมถึงกลุ่มเป้าหมาย จะสามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน ตลอดจนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ด้านการออมได้อย่างต่อเนื่องและทั่วถึงต่อไป” นางสาวจารุลักษณ์ กล่าวเสริม

บริการออมเงินกับ กอช. บนแอป myAIS ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถ “สมัครสมาชิก เปิดบัญชีออมเงิน เช็กยอด และบริหารการออม” ได้ง่าย ๆ ทุกที่ ทุกเวลา สามารถเริ่มต้นออมเงินได้ตั้งแต่ 50 บาท พร้อมตรวจสอบยอดเงินออมสะสมด้วยตนเองได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยรัฐจะสมทบเงินเพิ่ม 50-100% ตามอายุ สูงสุด 1,800 บาท/ปี
ช่วยให้เงินออมเติบโตเร็วขึ้น อีกทั้งยังสามารถยื่นเพื่อลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน สูงสุด 30,000 บาท/ปี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนภาษีควบคู่ไปกับการออม และเมื่ออายุครบ 60 ปี จะได้รับบำนาญรายเดือนตลอดชีพ ยิ่งออมมาก ยิ่งมีสิทธิ์ได้รับเงินบำนาญสูงขึ้น ช่วยสร้างหลักประกันความมั่นคงของชีวิตในวัยเกษียณ

นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยเริ่มต้นออมเงินอย่างต่อเนื่อง AIS ยังมอบโอกาสพิเศษให้ลูกค้าได้สิทธิ์ลุ้นรับทองคำและของรางวัลอีกมากมาย เมื่อสมัคร เชื่อมบัญชี หรือออมเงินกับ กอช. ผ่านแอป myAIS ตั้งแต่วันนี้ – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ais.th/consumers/lifestyle/apps-and-services/nsf-saving-lucky-draw

อย่างไรก็ตาม สำหรับความร่วมมือนี้ AIS ยังต่อยอดบริการร่วมกับ กอช. เพิ่มเติม โดยอยู่ระหว่างการพัฒนาให้แอป myAIS เป็นช่องทางจำหน่าย “สลาก กอช.” หรือ “หวยเกษียณ” เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้า AIS สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์การออมรูปแบบใหม่ของภาครัฐได้สะดวกและครอบคลุมยิ่งขึ้น คาดว่าจะพร้อมให้บริการเร็ว ๆ นี้

TISCO และ XO คว้า Best CEO Awards พร้อม 38 บจ. ต้นแบบความยั่งยืนใน SET Awards 2568

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ วารสารการเงินธนาคาร ประกาศผลรางวัล SET Awards ประจำปี 2568 โดยกลุ่มรางวัล Business Excellence นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) รับรางวัล Best CEO Awards ของ SET ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 ขณะที่นางสาววาสนา จันทรัช กรรมการผู้จัดการ บมจ. เอ็กโซติค ฟู้ด (XO) รับ 2 รางวัล ได้แก่ Best CEO Awards ของ mai และ Young Rising Star CEO Awards

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอแสดงความยินดีกับทุกบริษัทที่ได้รับรางวัล SET Awards ในปีนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความโดดเด่นทั้งทางด้านธุรกิจและด้านความยั่งยืน ถือเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับตลาดทุนไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน รวมทั้งผู้บริหารที่ได้รับรางวัล Best CEO Awards ที่นำพาองค์กรเดินหน้าภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่ธุรกิจต้องปรับตัวและรับมือกับปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน สู่การเป็นองค์กรต้นแบบให้แก่บริษัทอื่น ๆ ในการพัฒนาองค์กร คิดค้นนวัตกรรมออกมาอย่างต่อเนื่อง สร้างผลประกอบการที่ดี ควบคู่การดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานบรรณาธิการ วารสารการเงินธนาคาร ผู้ร่วมก่อตั้งรางวัล SET Awards และหนึ่งในคณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อพิจารณาตัดสินรางวัล SET Awards กล่าวว่า รางวัล SET Awards ถือเป็นรางวัลอันทรงคุณค่าที่มอบให้แก่บริษัทที่มีความโดดเด่นและความเป็นเลิศในด้านต่าง ๆ โดยปีนี้มีบริษัทที่ได้รับรางวัล SET Awards of Honor เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรางวัล Best Innovative Company Awards ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการรักษามาตรฐานความเป็นเลิศในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงการบริหารจัดการนวัตกรรมภายในองค์กร

คณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิในการตัดสินรางวัล SET Awards ประจำปี 2568 ได้แก่ นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ นายเสรี จินตนเสรี นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ นายยุทธ วรฉัตรธาร นางภัทรียา เบญจพลชัย นายธีรนันท์ ศรีหงส์ นายอัสสเดช คงสิริ นายศรพล ตุลยะเสถียร นายสรวิศ ไกรฤกษ์ และเลขานุการคณะทำงาน นายอำนวย จิรมหาโภคารางวัล SET Awards แบ่งเป็น 2 กลุ่มรางวัล ได้แก่ กลุ่มรางวัล Business Excellence ประกอบด้วย 8 ประเภทรางวัล โดยมีบริษัทได้รับรางวัลยอดเยี่ยมรวมทั้งสิ้น 24 บริษัท และได้รับรางวัล SET Awards of Honor ทั้งสิ้น 8 บริษัท (รวมกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์) กลุ่มรางวัล Sustainability Excellence มีบริษัทได้รับรางวัล Sustainability Awards ทั้งสิ้น 28 บริษัท รางวัล Supply Chain Management Awards ทั้งสิ้น 7 บริษัท โดยในจำนวนนี้ มี 3 บริษัทที่ได้รับทั้ง 2 ประเภทรางวัล และ Sustainability Awards of Honor 6 บริษัท

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ยังคงตอกย้ำการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าทางสังคมที่ยั่งยืน โดยตกแต่งบริเวณงานภายใต้แนวคิด “จากผืนผ้า สู่ตุ๊กตาตัวเลขที่ ‘มีชีวิต’” ที่สร้างสรรค์โดยกลุ่มหัตถกรรมสตรีแม่บ้านกิ่วแล จ. เชียงใหม่ เพื่อเชื่อมโยงความหมายของตัวเลขที่สะท้อนถึงเศรษฐกิจการเติบโตของธุรกิจและตลาดทุน ซึ่งหลังการจัดงานจะนำส่งตุ๊กตาให้เยาวชนที่ขาดแคลนต่อไปผู้สนใจดูรายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัล SET Awards และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/setawards

เมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้มมอบถุงยังชีพ ส่งต่อกำลังใจช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ผ่านศูนย์อำนวยการช่วยเหลือเครือข่ายวายุภักษ์ กระทรวงการคลัง

0

เมืองไทยประกันชีวิต และมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงานจิตอาสา ร่วมแรงร่วมใจจัดเตรียมถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็น เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือเร่งด่วนและกำลังใจให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ของภาคกลางและภาคใต้ ผ่านศูนย์อำนวยการช่วยเหลือเครือข่ายวายุภักษ์ กระทรวงการคลัง

ในโอกาสนี้ นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้มอบหมายให้ นายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส และนายสหพล พลปัถพี รองกรรมการผู้จัดการ เป็นผู้แทนบริษัทฯ ในการส่งมอบถุงยังชีพจำนวน 1,000 ชุด เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ผ่านศูนย์อำนวยการช่วยเหลือเครือข่ายวายุภักษ์ กระทรวงการคลัง โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) นางสาววสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการ ด้านกำกับ คนกลางและประกันภัยภูมิภาค สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ร่วมรับมอบ ณ อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง

โครงการดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม ในการร่วมมือกับภาครัฐเพื่อช่วยเหลือประชาชนในยามเดือดร้อน พร้อมยืนเคียงข้างคนไทยในทุกวิกฤต และมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันและความยั่งยืนต่อไปอย่างต่อเนื่อง

ชาวซีพีเอฟ ระดมสรรพกำลัง ฝ่าน้ำช่วยพี่น้องชาวใต้

0

เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ทวีความรุนแรง ซีพีเอฟรุดให้ความช่วยเหลือจาก “อาหาร” สู่ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเชิงรุก

กองเรือและหน่วยเคลื่อนที่เร็วของซีพีเอฟ นำเรือท้องแบน 3 ลำ พร้อมทีมเจ็ตสกีภูเก็ต ของเครือซีพี ลงพื้นที่หาดใหญ่ ร่วมภารกิจกับทหาร ตำรวจ และทีมกู้ภัยทางน้ำ เร่งอพยพผู้คนที่ติดค้างในบ้าน พร้อมส่งมอบอาหารและน้ำดื่มให้ถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด

ทีมจิตอาสา ร่วมกันแพ็ค “ถุงกำลังใจ” บรรจุข้าวสาร อาหารแห้ง ไฟแช็ก เทียน ยากันยุง และของใช้จำเป็น เพื่อกระจายไปยังชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ทุกถุงจัดเตรียมอย่างเร่งด่วน เพราะทุกความเดือดร้อนรอไม่ได้

เสียงจากผู้ได้รับความช่วยเหลือสะท้อนความเดือดร้อน “ขอบคุณที่มาช่วย… หลายบ้านติดอยู่ 5-6 วัน บางคนเพิ่งได้กินมื้ออิ่มที่สุดเป็นครั้งแรกในหลายวัน” ข้อความสั้น ๆ นี้ย้ำว่าอาหารและการอพยพออกจากพื้นที่เป็นเรื่องเร่งด่วนเพียงใด

นอกจากช่วยคนแล้ว ซีพีเอฟยังไม่ทิ้งเพื่อนสี่ขา บริษัทมอบอาหารสุนัข ‘เจอร์ไฮ’ และอาหารแมว ‘จินนี่’ รวม 3.2 ตัน ผ่านกรมปศุสัตว์ เพื่อช่วยสัตว์เลี้ยงที่ประสบปัญหาอาหารขาดแคลนในพื้นที่ด้วย

ซีพีเอฟ ยืนหยัด “เคียงข้างทุกวิกฤต” โดยร่วมมือกับภาครัฐ ภาคประชาสังคม มูลนิธิ และชุมชนต่างๆ ทั้งในจังหวัดสงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช ชุมพร และสุราษฎร์ธานี เพื่อความช่วยเหลือครอบคลุม จนกว่าวิกฤตจะผ่านพ้น

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบเงิน 1 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ผ่านสภากาชาดไทย

0

ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ และคุณอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ พร้อมด้วยผู้บริหาร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มอบเงินสนับสนุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ จำนวน 1,000,000 บาท ผ่านสภากาชาดไทย โดยมี คุณขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วนตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังประสบอุทกภัย ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้โดยเร็ว และขอขอบคุณอาสาสมัครและทุกหน่วยงานที่ร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ร่วมกับสภากาชาดไทย ขอเชิญชวนร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านการสแกน QR e-Donation (ลดหย่อนภาษี 2 เท่า) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook SET Thailand คลิก https://www.facebook.com/share/p/1GEZkWDwnA/

ลุ้น! แอนิเมชั่นสัญชาติไทย “Out of the Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ” เข้ารอบ 15 เรื่องสุดท้ายชิงออสการ์ ครั้งที่ 98

0

ภาพยนตร์แอนิเมชันสัญชาติไทย”Out of the Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ” ติด 1 ใน 35 รายชื่อภาพยนตร์ทางการที่มีสิทธิ์เข้าร่วมประกวดเพื่อชิงรางวัลสาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม (Best Animated Feature Film) อะคาเดมี อวอร์ดส หรือ รางวัลออสการ์ ครั้งที่ 98 นับเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันสัญชาติไทยเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ที่ผ่านเกณฑ์ในการเข้าประกวดของสาขานี้ได้สำเร็จ โดย “Out of the Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ” ได้เข้าฉายอย่างเป็นทางการในประเทศสหรัฐอเมริกาแบบจำกัดโรง เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นเกณฑ์ข้อสำคัญสำหรับการเข้าร่วมประกวดรางวัลออสการ์

ทั้งนี้ ทางสมาพันธ์ภาพยนตร์ฯ พร้อมประชาชนชาวไทยขอร่วมส่งกำลังใจให้ “Out of the Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ” เดินทางเข้าสู่รอบ 15 เรื่องสุดท้าย (Shortlists) ที่จะประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ในวันศุกร์ที่ 16 ธันวาคมนี้

ตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนาศักยภาพ 7 ผู้ประกอบการเพื่อสังคมสู่ SE ต้นแบบ ผ่านโปรแกรม “Refreshing SE for Growth”

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เผยความสำเร็จของโปรแกรม “Refreshing SE for Growth” หลังผู้ประกอบการเพื่อสังคม (Social Enterprise: SE) 7 ราย ได้รับการพัฒนาเป็น SE ต้นแบบ พร้อมสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อธุรกิจที่ชัดเจน และแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการยกระดับศักยภาพและต่อยอดการเติบโตของ SE ได้อย่างเข้มแข็ง โดยโปรแกรมที่ดำเนินตลอด 4 เดือน (สิงหาคม – พฤศจิกายน 2568) เป็นการจับคู่ SE กับผู้บริหารระดับ CEO จากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เพื่อให้คำปรึกษาเชิงลึกและผลักดันแนวทางในการขยายธุรกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายรองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกฎหมายและบริหารกิจกรรมเพื่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงสะท้อนให้เห็นความก้าวหน้าทางธุรกิจที่ดีขึ้น แต่ยังช่วยให้ผู้ประกอบการเพื่อสังคม (SE) ทั้ง 7 รายได้เห็นโอกาส และช่องทางการเติบโตที่ชัดเจน รวมถึงแนวทางในการลดต้นทุน การเพิ่มกำไร การยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน ตลอดจนวิธีการพัฒนาระบบบริหารจัดการเพื่อให้สามารถเติบโตได้อย่างเป็นระบบ แม้ว่ากิจกรรมดังกล่าวจะเสร็จสิ้นลง ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงจะมีการติดตามและให้คำปรึกษาทั้ง 7 SE อย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมั่นว่าการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ SE นอกจากจะช่วยผลักดันการทำงานด้าน ESG ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุนแล้วยังจะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนอีกด้วยตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 9 ปี และในปีนี้ปรับรูปแบบเป็นการจัดโปรแกรม “Refreshing SE for Growth” โดยได้ทำงานร่วมกับ 5 พันธมิตร ได้แก่ สมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (maiA) บริษัท PwC ประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม (สวส.) บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และสำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำหรับโปรแกรมในปีนี้แบ่งเป็น 2 Modules ได้แก่ 1) การอบรมเชิงปฏิบัติการด้านธุรกิจ และ 2) การโค้ชแบบตัวต่อตัวกับผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ

ทั้งนี้ โปรแกรม “Refreshing SE for Growth” มีผู้ประกอบการเพื่อสังคมเข้าร่วมใน Module 1 ทั้งหมด 18 ราย ก่อนจะคัดเลือก 7 ราย ที่มีโมเดลธุรกิจและแผนการขยายธุรกิจชัดเจนเข้าสู่ Module 2 เพื่อเข้ารับการโค้ชแบบตัวต่อตัวจนจบโปรแกรม ซึ่ง 7 รายดังกล่าว ได้แก่ บริษัท ครีเอทีฟ มูฟ จำกัด บริษัท จิตตะ วิมังสา จำกัด บริษัท เซฟ ไลฟ์ โปรดักส์ จำกัด บริษัท ตั้งต้นดี เพื่อสังคม จำกัด บริษัท โนบูโร แพลตฟอร์ม จำกัด บริษัท วรรณรักษ์ หัวหิน จำกัด และบริษัท เฮซ ฟรี จำกัดสำหรับผู้ประกอบการเพื่อสังคมที่สนใจ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.setsocialimpact.com

DR “CHNXT5023” ออกโดย INVX เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันแรก

0

อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ รินใจ ชาครพิพัฒน์ และ สรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วย พยนต์ พงศาวรี Chief Investment Officer บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด Tan Yonghui, Director of Fund Supervision Department, Shenzhen Stock Exchange Martin Franc, Chief Executive Officer, Asia ex Japan, Invesco และ Ken Kang, CEO of Invesco Great Wall ร่วมพิธีเปิดการซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ DR “CHNXT5023” อ้างอิงกองทุน Invesco Great Wall ChiNext 50 ETF ที่ลงทุนตามดัชนี SZSE ChiNext 50

สะท้อนความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น 50 บริษัทเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมยุคใหม่ของจีนที่มีสภาพคล่องสูงสุดในกระดาน ChiNext ของตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น ในวันที่ 25 พ.ย. 2568 ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูล DR ใหม่ได้ที่ www.innovestx.co.th หรือศึกษาผลิตภัณฑ์ DR เพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/dr