ตอนนี้ใกล้ตัวมว้าก
“รู้ทันปากท้อง” กับตลาดหลักทรัพย์
ตอน “แก้หนี้ได้ด้วยชานมไข่มุก”
เดือน ๆ นึงเงินหายไปไหนหมด
“อาแปะ” สาธิต บวรสันติสุทธิ์ กูรูปลดหนี้ แนะให้ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย สามารถช่วยได้
ที่สำคัญต้องมีวินัย ตั้งใจ และอย่าท้อ
ตอนนี้ใกล้ตัวมว้าก
“รู้ทันปากท้อง” กับตลาดหลักทรัพย์
ตอน “แก้หนี้ได้ด้วยชานมไข่มุก”
เดือน ๆ นึงเงินหายไปไหนหมด
“อาแปะ” สาธิต บวรสันติสุทธิ์ กูรูปลดหนี้ แนะให้ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย สามารถช่วยได้
ที่สำคัญต้องมีวินัย ตั้งใจ และอย่าท้อ
ข่าวดี สำหรับผู้ป่วยพาร์กินสัน และผู้สูงอายุทั่วประเทศ ทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ร่วมกับ ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสัน และกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติ แห่งรพ.จุฬาฯ สภากาชาดไทย จะมอบ ไม้เท้าเลเซอร์พระราชทาน จำนวน 500 อัน ให้กับผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน และผู้สูงอายุ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เกณฑ์การคัดเลือกผู้รับไม่เท้าเลเซอร์พระราชทาน
ผู้สนใจสามารติดต่อเพื่อลงทะเบียนขอรับไม้เท้าเลเซอร์พระราชทาน ได้โดยสแกนคิวอาร์โค้ดในรูป หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม @Lasercane และเว็บ www.chulapd.org

นายแพทย์นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (สคอ.) กรมควบคุมโรค ชี้แจงประเด็นการแชร์ข้อมูลที่เป็นกระแสข่าวในโลกออนไลน์ กรณีมีผู้กระทำความผิดได้โพสต์ถึงกรณีที่ตนเองถูกเจ้าหน้าที่เรียกให้ไปพบและเสียค่าปรับ จึงได้โพสต์เรื่องราวต่างๆ เพื่อให้ประชาชนลงชื่อยกเลิกมาตรา 32 ของพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 กรมควบคุมโรค ขอให้ข้อมูลว่า จากกระแสข่าวที่มีการตีความมาตราดังกล่าวนั้น เป็นการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ประชาชน
มาตรา 32 ระบุใจความสำคัญไว้ 2 ส่วนด้วยกัน ดังนี้
1.ห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อประโยชน์ในทางการค้า เช่น การโพสต์ภาพเหล้าเบียร์พร้อมข้อความต่างๆ เพราะต้องการที่จะขายสินค้าเหล้าเบียร์นั้นๆ รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ
2.ห้ามแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมกับการมีข้อความหรือพฤติการณ์ที่เป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจให้คนอื่นอยากจะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดังกล่าว
ดังนั้น การที่ประชาชนโพสต์ภาพขวดเหล้าเบียร์ หรือแก้วเบียร์ที่มีโลโก้เบียร์ จึงยังไม่ใช่ความผิดตามกฎหมายนี้ จากกระแสข่าวเมื่อหลายปีที่ผ่านมา มีดารา เน็ตไอดอล หรือบุคคลผู้มีชื่อเสียงเข้ามาพบพนักงานเจ้าหน้าที่ เพราะมีการโพสต์ภาพคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งบุคคลที่มีชื่อเสียงกับบุคคลทั่วไปมีความแตกต่างกัน ถ้าเป็นบุคคลทั่วไปโพสต์ภาพคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยที่ไม่มีข้อความเชิญชวนอวดอ้างชักจูงใจก็จะไม่เป็นความผิด แต่ดาราหรือบุคคลที่มีชื่อเสียงมีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก ทำให้คนหันมาสนใจสินค้ามีผลเป็นการโน้มน้าวหรือชักจูงใจไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม จึงไม่สามารถทำได้
ที่ผ่านมามีผู้กระทำความผิดในกรณีนี้มาโดยตลอด แต่ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ร้านค้าต่างๆ ถูกสั่งปิดและห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงมีการหันมาขายผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น จากข้อมูลช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2563 เรื่องร้องเรียนผ่านระบบเฝ้าระวังการละเมิดกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (TAS) มีจำนวนถึง 174 เรื่อง จึงได้มีการออกหนังสือเรียกให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ถ้อยคำกับพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นข้อมูลและเป็นการเปิดโอกาสให้เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง หากไม่เกี่ยวข้องก็สามารถแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมแสดงพยานหลักฐานได้ ซึ่งโทษความผิดฐานโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นโทษตามกฎหมาย คือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าเป็นการโฆษณาของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าจะปรับ 500,000 บาท โดยมีการกำหนดอัตราการเปรียบเทียบปรับไว้ด้วย ซึ่งการปรับตามกฎหมายนี้ไม่มีการผ่อนจ่ายเป็นงวดตามที่เป็นข่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีระบบเฝ้าระวังการละเมิดกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (TAS) โดยสามารถเข้าใช้งานผ่านเว็บไซต์ https://tas.go.th ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถร้องเรียนผ่านระบบดังกล่าวได้ และขอให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎหมาย หากมีข้อสงสัยสามารถโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนบุหรี่และสุรา โทร. 0 2590 3342
กรมชลประทาน เผยผลสำเร็จการจัดงานนิทรรศการเสมือนจริง เนื่องในวันสถาปนากรมชลประทาน ครบรอบปีที่ 118 ภายใต้ชื่อ “RID Creativity & Innovation 2020 ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมชลประทาน 2563” ที่เปิดให้รับชมบนโลกออนไลน์เป็นครั้งแรกในรอบ 118 ปี ผ่านเว็บไซต์ http://exhibition.rid.go.th/118/ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 มิถุนายน 2563 ผลตอบรับดีเกินคาดจากยอดผู้เข้าไปชมอย่างล้นหลามตลอด 3 วัน กว่า 5 ล้านครั้ง และมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 40,000 คน

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า รู้สึกยินดีและชื่นชมในความสำเร็จของการจัดนิทรรศการครั้งนี้ เพราะได้รับผลตอบรับดีเกินคาดจากยอดการเข้าชมเว็บไซต์นิทรรศการอย่างล้นหลามตลอด 3 วัน เข้าชมกว่า 5 ล้านครั้ง และผู้ลงทะเบียนกว่า 4 หมื่นคน มีผู้บริจาคเงินสมทบทุน เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน จำนวน1,228,118 บาท ซึ่งเกินจากเป้าหมายที่ตั้งใจไว้มาก ถือว่าเป็นผลสำเร็จของงานปีนี้ และกรมชลประทานมีเป้าหมายต่อไปที่จะเดินหน้าช่วยกันทำงาน เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรอัจฉริยะ และสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ตลอดจนเป็นการคิดค้นสร้างสรรค์ พัฒนางาน และนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวชลประทานมุ่งมั่นพัฒนา เพื่อขับเคลื่อนภารกิจของกรมชลประทาน ให้บรรลุผลตามแนวทางของ RID NO.1 Express 2020 แล้วพบกันใหม่ปีหน้า ปีที่ 119 ปี กรมชลประทาน
การจัดนิทรรศการครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญที่กรมชลประทานได้แสดงศักยภาพในการจัดงานนิทรรศการวันสถาปนาชลประทาน ครบรอบปีที่ 118 ในรูปแบบเสมือนจริงบนโลกออนไลน์เป็นครั้งแรก ด้วยการนำนิทรรศการจากสำนัก/กองต่างๆ รวมทั้งกิจกรรมสำคัญในวันสถาปนากรมชลประทาน ให้ประชาชนได้เข้ามาเยี่ยมชมบนเว็บไซต์ http://exhibition.rid.go.th/118/ ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะให้ประชาชน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานชลประทาน ได้เข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของภารกิจกรมชลประทานที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น
สำหรับการจัดบูธนิทรรศการบนโลกออนไลน์ของสำนัก และกองต่างๆ นั้น พบว่าบูธที่มีผู้เข้าชมและสนใจมากที่สุดคือ สำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง ลำดับที่ 2 สำนักงานพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ลำดับที่ 3 สำนักงานชลประทานที่ 16 ในส่วนของผลการประเมินจากผู้เข้ารับชมนิทรรศการในครั้งนี้ พบว่าร้อยละ 96.35 มีความพึงพอใจในภาพรวมของนิทรรศการและเห็นว่าได้รับประโยชน์จากการเข้าชมนิทรรศการ และร้อยละ 98.2 แสดงความตั้งใจ จะเข้าร่วมชมนิทรรศการของกรมชลประทานอีกในโอกาสต่อไป
เว็บไซต์นิทรรศการเสมือนจริงของ กรมชลประทาน จะยังเปิดให้เข้าชมต่อไปได้แม้จะสิ้นสุดงานในวันที่ 14 มิถุนายนแล้วก็ตาม เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ผู้สนใจเข้าไปเยี่ยมชมได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้ฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคน้อยใหญ่ จนประสบความสำเร็จในภารกิจพัฒนาและบริหารจัดการน้ำ ทั้งหมดเกิดจากความร่วมมือ ร่วมใจ ของทุกภาคส่วนในการมุ่งสร้างเสริมและพัฒนาหน่วยงานให้ก้าวหน้า เป็นองค์กรที่มีภารกิจหลักในการพัฒนาแหล่งน้ำและมุ่งมั่นที่จะเพิ่มพื้นที่ชลประทาน ตามศักยภาพของลุ่มน้ำให้เกิดความสมดุล พร้อมทั้งบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการให้เพียงพอทั่วถึงและเป็นธรรม รวมไปถึงการป้องกันและบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำตามภารกิจอย่างเหมาะสม แม้จะอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กรมชลประทาน ได้ปรับแนวทางการทำงานใหม่ให้เข้ากับสถานการณ์ โดยไม่บกพร่องต่อหน้าที่
สภาพอากาศที่ร้อนจัด นอกเหนือจากส่งผลต่อร่ายกายคนเรา รวมไปถึงสภาวะด้านอารมณ์ด้วย ยังมีผลกับรถยนต์ พาหนะคู่กายของเราด้วยเช่นกัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ แนะวิธีดูแลรถยนต์ในสภาวะอากาศร้อน ดังนี้

ที่มา บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์
คราวที่แล้ว พูดถึงประโยชน์และความสำคัญของการออมเงินผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ถือเป็นการออมที่สำคัญและจำเป็นที่สุดของมนุษย์เงินเดือน เพราะเป็นการออมเงินระยะยาวเพื่อใช้ยามเกษียณ!!
โดย 3 หลักสำคัญของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพคือ
1.ต้องตัดใจหักเงินสะสมเข้ากองทุนสูงสุด 15% ของเงินเดือน
2.เลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเอง
3.ปรับแผนการลงทุนตามอายุ สถานการณ์ และเวลาในการลงทุน เพื่อให้ได้เงินออมและผลตอบแทนก้อนสุดท้ายไว้ใช้ในยามเกษียณมากที่สุด!!
แต่สำหรับหลายคนที่นายจ้างไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นสวัสดิการให้พนักงาน ยิ่งต้องรีบหารีบเก็บรีบออมมากขึ้น!!
โชคดีที่ยังมีกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือกองทุน RMF สนับสนุนให้คนไทยเก็บออมระยะยาวเพื่อใช้จ่ายยามเกษียณ คล้ายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่กองนี้เราต้องออมเอง ไม่มีนายจ้างใจดีร่วมสมทบเงินให้!!
ปัจจุบัน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ได้ออกกองทุน RMF จำนวนมากแต่ละกองทุนก็มีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย บริหารโดยผู้จัดการกองทุนที่เป็นนักบริหารเงินมืออาชีพ เพื่อให้สอดคล้องกับผลตอบแทนและความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนแต่ละคนสามารถเลือกรับได้ มีตั้งแต่ความเสี่ยงต่ำไปจนถึงเสี่ยงสูง ทำให้โอกาสในการรับผลตอบแทนในระยะยาวก็แตกต่างกันออกไป
แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องมีวินัยในการออม ตั้งหลักไว้เลยว่าจะต้องซื้อหน่วยลงทุนทุกปี ซึ่งกองทุน RMF นี้ จะขายคืนหน่วยลงทุนได้ก็ต่อเมื่อผู้ลงทุนมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปี และลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีนับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก
ซึ่งถือเป็นข้อดี เพราะเป็นการบังคับให้เราออมระยะยาว เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการออมและการลงทุนเพื่อไว้ใช้จ่ายยามเกษียณนั่นเอง!!
นอกจากนี้ กองทุน RMF จะไม่มีการจ่ายเงินปันผลในระหว่างการลงทุน โดยผลตอบแทนหรือเงินปันผลที่ได้ จะนำไปลงทุนต่อเพื่อให้เกิดผลตอบแทนทบต้น-ทบดอก เพื่อสุดท้ายแล้ว จะได้เงินลงทุนและผลตอบแทนก้อนสุดท้ายที่มากที่สุดให้เรานั่นเอง
ถามว่ากองทุนนี้เหมาะสมกับใคร!!? ตอบได้ทันทีเลยว่า เหมาะสมกับทุกคนทุกเพศทุกวัย ที่เป็นผู้มีรายได้ ทั้งคนทำงานที่มีอาชีพอิสระ หรือมนุษย์เงินเดือนที่แม้จะมีเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว ยังออมเพิ่มผ่านกองทุน RMF นี้ได้ แถมยังได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มด้วย
อย่าลืมว่า ผลการสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทยและสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า คนไทยมีเงินออมไม่เพียงพอเพื่อใช้ชีวิตในยามเกษียณ โดยเกือบ 40% หลังเกษียณไม่มีเงินออม ส่วนผู้ที่มีเงินออม ก็พบว่ามีการออมน้อยมาก จนไม่พอใช้ยามเกษียณ
พอเจาะลึกๆลงไปก็พบว่า ผู้ที่มีเงินออมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ออมน้อยและออมต่ำมาก โดยหักเงินสะสมเข้ากองทุนเพียงขั้นต่ำเท่านั้น จึงทำให้คุณภาพชีวิตของคนไทยในยามเกษียณไม่ได้สุขสบายมากนัก และอาจเป็นภาระลูกหลานในอนาคต
หากต้องการความรู้เรื่องการวางแผนการเงินยามเกษียณเพิ่มเติม “คุณนายพารวย” จะชวนไปงานสัมมนาออนไลน์กับตลาดหลักทรัพย์ฯ 21 มิ.ย.นี้ กูรู “วิโรจน์ ตั้งเจริญ” นักวางแผนการเงินและวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ จะเปิดหลักสูตร “วางแผนเกษียณ สไตล์มนุษย์เงินเดือน” รีบเข้าไปลงทะเบียนที่ www.set.or.th และกดไปที่หัวข้อ “ห้องเรียนนักลงทุน” แล้วเราจะเกษียณสุขไปด้วยกัน!!
รายงานข่าว เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2563 โครงการ “สิงห์อาสา” โดย บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี ลงพื้นที่เร่งจ้างงานสร้างอาชีพให้กับชาวบ้าน บ้านหนองแสง ตำบลศรีสว่าง อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากผลกระทบโควิด-19 ผ่านรูปแบบการจ้างงานให้ชาวบ้านแจกน้ำและขุดบ่อกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝนเพื่อนำน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง
โครงการ “สิงห์อาสาสู้ภัยแล้ง” จ.บุรีรัมย์ นับเป็นพื้นที่ที่สามที่ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านให้มีน้ำดื่มน้ำใช้ในช่วงฤดูแล้ง และช่วยสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน โดยมีนายกันวลินทร์ เมืองแก้ว นายอำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์พร้อมด้วย คุณนัทธพล โยธินวัฒนกำจร ผู้บริหาร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด พร้อมคณะผู้บริหาร และหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ร่วมกันเปิดโครงการ “สิงห์อาสาสู้ภัยแล้ง” แห่งที่สาม ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง และมีประชาชนในหมู่บ้านได้รับผลกระทบจากวิกฤตสถานการณ์ โควิด -19

โครงการสิงห์อาสาเร่งจ้างงานสร้างอาชีพได้ทำมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เพื่อสร้างรายได้ผ่านการทำงานจิตอาสาดูแลท้องถิ่นของตน โดยมีการจ้างงานผ่าน 3 โครงการเร่งด่วน ประกอบด้วย โครงการสิงห์อาสาสู้ไฟป่า ในจังหวัดภาคเหนือ อาทิ เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน พะเยา โครงการสิงห์อาสาสู้ภัยแล้ง ดูแลจังหวัดภาคอีสาน และโครงการสิงห์อาสาสู้น้ำท่วม ครอบคลุมจังหวัดภาคกลาง ซึ่งทั้ง 3 โครงการเร่งด่วนได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องสามารถจ้างงานสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านในช่วงโควิดได้ นับเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างจิตสำนึกในการดูแลชุมชนได้เป็นอย่างดี
ด้าน นายสมหวัง โนนไธสง ผู้ใหญ่บ้านหนองแสง ตำบลศรีสว่าง อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า “ตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 ทำให้ชาวบ้านหลายครอบครัวไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ ประกอบกับช่วงภัยแล้งพื้นที่แห่งนี้ก็ขาดแคลนน้ำทั้งน้ำกินน้ำใช้ ต้องขอบคุณสิงห์อาสาที่สร้างโครงการที่ดี ที่นอกจากจะช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านแล้วยังช่วยแก้ไขปัญหาภัยแล้ง นำน้ำมามอบให้ และยังมีการจ้างงานให้มีการขุดลอกแหล่งน้ำไว้ใช้กักเก็บอีกด้วยอีกด้วย”


นอกจากนี้ สิงห์อาสา จะเริ่มโครงการอบรมเสริมอาชีพ ร่วมกับ เครือข่ายของสิงห์อาสาทุกภูมิภาคทั่วประเทศ อาทิ มหาวิทยาลัย, สถาบันอาชีวศึกษา, ศูนย์ภูมิปัญญาชาวบ้าน รวมถึงบริษัทในเครือนำองค์ความรู้มาอบรมสร้างอาชีพให้กับประชาชน เพื่อไปต่อยอดการประกอบอาชีพสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองอย่างยั่งยืนต่อไป เช่น การอบรมการทำอาหารครอบคลุมทั้งเครื่องดื่ม เบเกอร์รี่ ร่วมกับชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารในเครือ การฝึกทักษะอาชีพช่างพื้นฐาน มีช่างไฟฟ้า ช่างประปา ช่างยนต์ ช่างก่อสร้าง ช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ ช่างซ่อมโทรศัพท์มือถือ และทักษะการซ่อมแซมสิ่งพื้นฐานที่มีความจำเป็นภายในบ้าน การอบรมร่วมกับปราชญ์ชาวบ้าน นำความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ไปประยุกต์ใช้ การอบรมเรียนรู้แนวคิดโรงเรียนเกษตรพอเพียงสร้างผลผลิตเลี้ยงตัวเองและจำหน่ายในชุมชน รวมถึงการอบรมการปลูกพืชพันธุ์ทางการเกษตร
ทั้งนี้ นับตั้งแต่มีการระบาดของไวรัส Covid-19 ที่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนคนไทย บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้มีนโยบาย สนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ช่วยเหลือพนักงาน คู่ค้า และประชาชนทั่วไป โดยมีโครงการสิงห์อาสาเร่งจ้างงานสร้างอาชีพบรรเทาความเดือดร้อนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เป็นมูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท
รถไฟฟ้าบีทีเอสให้บริการตามปกติ
ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. 63 เป็นต้นไป เวลา 05.15 – 24.00 น.
รายงานข่าวจากบริษัท บีทีเอส ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. รถไฟฟ้าบีทีเอส จะเปิดให้บริการตามเวลาปกติเช่นเดิม ทุกวัน
พร้อมให้บริการด้วยความถี่สูงสุด โดยให้บริการสายสุขุมวิท 2.25 นาทีต่อขบวน และ สายสีลม 3.45 นาทีต่อขบวน
สำหรับลานจอดแล้วจร สถานีหมอชิต จะเปิดให้บริการจอดรถฟรี ตามเวลาปกติ ตั้งแต่เวลา 05.00–01.00 น.
ท้้งนี้ ผู้โดยสารโปรดเผื่อเวลาในการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส โดยสามารถตรวจสอบสถานะการเดินรถ ความหนาแน่นบนชานชาลา ผ่านแอปพลิเคชั่น btsskytrain ดาวน์โหลดฟรี iOS?? goo.gl/G64wf5 Android ?? goo.gl/6NeeWN
และขอความร่วมมือผู็โดยสาร สวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าตลอดเวลาที่ใช้บริการ งดใส่ Face Shield เพียงอย่างเดียว ควรใช้คู่กับหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า รวมทั้ง ยืนเว้นระยะห่างระหว่างกัน ขณะอยู่บนชั้นจำหน่ายตั๋ว ชั้นชานชาลา และภายในขบวนรถไฟฟ้า โดยบีทีเอสยังคงเข้มงวดเรื่องมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)
ทั้งนี้ บีทีเอสมีบริการแอลกอฮอล์ล้างมือสำหรับผู้โดยสาร ตั้งอยู่ทุกสถานีที่โต๊ะตรวจการทั้ง 2 ฝั่ง และมีเจ้าหน้าที่ให้บริการแอลกอฮอล์บนชั้นชานชาลาในช่วงเวลาเร่งด่วน

รายงานข่าว ่ เปิดเผยว่า หลังจากที่รัฐบาลออกมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 4 แล้ว เรื่องที่ต้องดำเนินการต่อ คือ การเตรียมเปิดประเทศเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยการท่องเที่ยวฯ เตรียมเสนอเสนอแนวทางTravel Bubble หรือ แนวทางการเปิดประเทศเพื่อการท่องเที่ยวอย่างจำกัด ให้ที่ประชุมศบค. พิจารณา โดยประเทศเป้าหมายในระยะแรก ที่มีการหารือกันแล้ว คือ จีน และเวียดนาม ส่วนประเทศอื่นที่เตรียมจะนัดหารือต่อไป ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สปป.ลาว เมียนมาร์ กัมพูชา และประเทศในตะวันออกกลาง
.

ทั้งนี้ แนวทางการเปิดประเทศเพื่อการท่องเที่ยวอย่างจำกัด หรือ Travel Bubble คือ การเชื่อมต่อการเดินทางระหว่าง 2 ประเทศ ที่สามารถจัดการโรคโควิด-19 ได้ดีเท่า ๆ กัน โดยดูจากสถานการณ์การระบาดในประเทศว่ามีการผ่อนคลายการควบคุมโรคแล้วหรือไม่ มีการควบคุมการเดินทางระหว่างประเทศอยู่หรือไม่ และดูเรื่องความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่มีต่อกันด้วย

ผู้เดินทางภายใต้ความตกลง Travel Bubble ไม่ต้องถูกกักตัว แต่ทั้ง 2 ฝ่าย จะกำหนดจำนวนคนที่อนุญาตให้เดินทางแลกเปลี่ยนกัน และจัดการแบบพิเศษในเรื่องการขอวีซ่า การโดยสารเครื่องบิน ที่พัก การเยี่ยมเยือน การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และผู้รับประกัน
Travel Bubble จะทำได้ต่อเมื่อประเทศคู่ตกลงไม่มีผู้ติดเชื้อแล้ว หรือมีจำนวนผู้ติดเชื้อใกล้เคียงกัน มีการจัดการที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพเท่า ๆ กัน ดังนั้น ทั้ง 2 ประเทศจะต้องมีความเชื่อมั่นในการจัดการโรคโควิด-19 ซึ่งกันและกัน มีมาตรการตรวจหาเชื้อและป้องกันอย่างเข้มงวด โดยต้องตรวจหาเชื้อก่อนออกนอกประเทศต้นทาง และตรวจอีกครั้งเมื่อเดินทางเข้าสู่ประเทศปลายทาง
โดยกลุ่มเป้าหมาย แบ่งเป็น

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าว ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะไปกำหนดรายละเอียดที่ชัดเจน เพื่อนำเสนอที่ประชุม ศบค. ต่อไป


นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จะเปิดให้ประชาชนได้เข้าท่องเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ 127 แห่งจากทั้งหมด 155 แห่งทั่วประเทศในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้
โดยจะเป็นการเปิดให้ท่องเที่ยว 100 เปอร์เซ็นต์ 64 แห่ง เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และเปิดเพียงบางส่วน 63 แห่ง ทั้งนี้ ยังปิดอุทยานเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ 28 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลฝั่งอันดามัน ถ้ำ น้ำตก เน้นความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และทรัพยากรธรรมชาติทั้งสัตว์ป่าและพันธุ์ไม้ เนื่องจากมาตรการปิดอุทยานแห่งชาติเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติปีละไม่ต่ำกว่า 2 เดือน และการฟื้นฟูพันธุ์ไม้

ในส่วนของระบบการเข้าท่องเที่ยวกรมอุทยานฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบการจองตั๋วล่วงหน้า คาดว่า จะเสร็จสมบูรณ์ใกล้กับวันเปิดท่องเที่ยววันแรกเพื่อไม่ให้เกิดความแออัด ทั้งนี้ หากเปิดอุทยานแห่งชาติแล้วพบสัตว์ป่าตายเพิ่มหรือมีขยะสกปรกเติมแหล่งท่องเที่ยวจะปิดอุทยานอีกครั้งทันที
ท้ั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนให้ท่องเที่ยวในรูปแบบวิถีใหม่ ด้วยการอย่าทิ้งขยะในพื้นที่เด็ดขาด เพราะช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาไม่พบมีสัตว์ป่าตายจากขยะเลย
การท่องเที่ยววิถีใหม่นี้ อาจไม่สะดวกสบายเหมือนแต่ก่อน เพราะมีมาตรการต่างๆเข้ามาควบคุม หากมีความผิดพลาดบ้าง จึงต้องขออภัยไว้ก่อนล่วงหน้า
โดยประชาชนสามารถโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งเรื่องร้องเรียนได้ที่ 1362 หรือหากร้องเรียนในส่วนกลางของกระทรวงทรัพย์ฯ โทรสายด่วนได้ที่ 1310