Home Blog Page 492

CPF มอบอาหารปลอดภัย เป็นกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ รพ.ราชวิถี

0

นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลราชวิถี พร้อมกับคณะผู้บริหาร รับมอบอาหารสำเร็จรูป CP ในโครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัย COVID-19” จาก นายธีรศักดิ์ อุรุนานนท์ ที่ปรึกษาอาวุโส และ นางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านการตลาดกลาง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เพื่อเป็นกำลังใจแก่แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ที่ดูแลคัดกรองผู้ป่วยของโรงพยาบาล และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมและประเทศไทยก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน ณ สำนักผู้อำนวยการ ตึกสิรินธร โรงพยาบาลราชวิถี

ด้าน ผู้อำนวยการ รพ.ราชวิถี กล่าวว่า การได้รับสนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารจาก CPF ในครั้งนี้ ช่วยให้เจ้าหน้าที่มีขวัญและกำลังใจมากในการดูแลผู้ป่วย เพราะบุคลากรทางการแพทย์ไม่จำเป็นต้องออกไปหาอาหาร และช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ

เปิดตัว 2 แอปสู้ภัยไวรัสโควิด-19 สำหรับคนเข้าเมือง กับคนที่ต้องกักตัว

0

แอปสัญชาติไทย ทั้งสองแอป เริ่มใช้แล้วตั้งแต่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยกระทรวงดีอีเอสร่วมกับหลายภาคส่วน โดยเฉพาะ Startup รุ่นใหม่ ร่วมกันพัฒนาขึ้น

** แอปแรก AOT Airports ติดตามคนเข้าเมือง รู้พิกัดกลุ่มเสี่ยง แก้ปัญหาได้ไว

ผู้โดยสารทั้งคนไทยและต่างชาติลงเครื่องแล้ว ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันนี้ โดยจะมี QR code ตามจุดควบคุมโรค เพื่อให้ป้อนข้อมูลทั้ง boarding pass, ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ อาการด้านสุขภาพ ถ่ายรูปพาสปอร์ต หรือบัตรประชาชน ใช้เวลาเพียง 2 นาที จากนั้นรอเจ้าหน้าที่ ตม. ตรวจสอบดูว่ากรอกข้อมูลครบถ้วนหรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกเก็บไว้ที่กรมควบคุมโรค เมื่อมีความจำเป็นจะใช้ติดต่อทุกคนได้ โดยเก็บข้อมูลไว้ 14 วัน หลังจาก 14 วัน ข้อมูลทั้งหมดจะถูกลบ ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ. ข้อมูลส่วนบุคคล

** แอปที่ 2 Sydekick ติดตามข้อมูลสุขภาพ “คนที่ต้องกักตัว” และ “แรงงานที่กลับมาไทย” อุ่นใจปลอดภัย

เมื่อดาวน์โหลดแล้ว ผู้ที่กักตัวที่บ้านต้องบอกเจ้าหน้าที่ได้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน โดยจะมี Code สำหรับแต่ละพื้นที่ เมื่อสแกน QR Code เขตพื้นที่ของตนเองแล้ว ชื่อของบุคคลนั้นจะไปอยู่ในกลุ่ม แต่คนในกลุ่มจะไม่เห็นรายชื่อคนอื่น มีเพียงเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่เท่านั้นที่จะมีรายชื่อ และเจ้าหน้าที่สามารถส่งข้อความไปหาคนที่อยู่ในกลุ่มของตัวเองได้ ทุกครั้งที่ตอบกลับมาจะรู้ location ทันทีว่าคนนั้นอยู่ที่ไหน ถ้าโทรศัพท์ถูกปิด หรือไม่ active วางทิ้งไว้นาน จะมีมาตรการอื่นตรวจสอบ เช่น เจ้าหน้าที่จะเดินทางไปพบด้วยตัวเอง

ราชกิจจาฯ ประกาศหลักเกณฑ์คืนเงินนักท่องเที่ยว

0

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกำหนดอัตราการจ่ายเงินค่าบริการคืนให้แก่นักท่องเที่ยว พ.ศ.2563

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการกำหนดอัตราเงินค่าบริการที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ต้องจ่ายคืนให้แก่นักท่องเที่ยว กรณีที่นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางได้เฉพาะตัวหรือมีเหตุให้ ต้องยกเลิกการนำเที่ยวตามที่ได้โฆษณาไว้ โดยมิใช่ความผิดของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวเป็นไปตามที่ พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 ได้บัญญัติไว้ อันจะทำให้การดำเนินการ ดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน และเป็นประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 28 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและ มัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 คณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เรื่อง หลักเกณฑ์ เกี่ยวกับการกำหนดอัตราการจ่ายเงินค่าบริการคืนให้แก่นักท่องเที่ยว พ.ศ. 2563 ”

ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เรื่อง หลักเกณฑ์ และ วิธีการเกี่ยวกับอัตราการจ่ายเงินค่าบริการคืนให้แก่นักท่องเที่ยว พ.ศ. 2553

ข้อ 4 ในกรณีมีเหตุที่ทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางได้เฉพาะตัว ให้นักท่องเที่ยว แจ้งความประสงค์ขอรับเงินค่าบริการคืนจากผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว เมื่อนักท่องเที่ยวแจ้งความประสงค์ตามวรรคหนึ่ง ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องจ่ายเงินคืน แก่นักท่องเที่ยวในอัตรา ดังต่อไปนี้

(1) ถ้านักท่องเที่ยวแจ้งยกเลิกการเดินทางล่วงหน้าให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวทราบไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันที่นำเที่ยวให้คืนในอัตราร้อยละหนึ่งร้อยของเงินค่าบริการ

(2) ถ้านักท่องเที่ยวแจ้งยกเลิกการเดินทางล่วงหน้าให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวทราบไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันที่นำเที่ยวให้คืนในอัตราร้อยละห้าสิบของเงินค่าบริการ

(3) ถ้านักท่องเที่ยวแจ้งยกเลิกการเดินทางล่วงหน้าให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวทราบน้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันที่นำเที่ยวไม่ต้องคืนเงินค่าบริการ

ข้อ 5 ในกรณีมีเหตุให้ต้องยกเลิกการนำเที่ยวตามที่ได้โฆษณาไว้ โดยมิใช่ความผิดของ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวจ่ายเงินค่าบริการคืนแก่นักท่องเที่ยวในอัตรา ร้อยละหนึ่งร้อยของเงินค่าบริการ

ข้อ 6 การจ่ายค่าบริการคืนให้แก่นักท่องเที่ยวตามข้อ 4 วรรคสอง หรือข้อ 5 แล้วแต่กรณี หากผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวมีค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายจริงเพื่อการเตรียมการจัดนำเที่ยว ให้นำมาหักจากเงิน ค่าบริการที่ต้องจ่าย

ทั้งนี้ ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวแสดงหลักฐานให้นักท่องเที่ยวทราบ ดังต่อไปนี้

 (1) ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า

(2) ค่ามัดจำของบัตรโดยสารเครื่องบิน

(3) ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่น ๆ ในกรณีค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามวรรคหนึ่งสูงกว่าเงินค่าบริการที่ได้ชำระไว้ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวจะเรียกจากนักท่องเที่ยวไม่ได้

ข้อ 7 ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวคืนเงินค่าบริการที่นักท่องเที่ยวได้ชำระไว้ไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ในข้อ 4 ข้อ 5 หรือข้อ 6 ให้นักท่องเที่ยวร้องเรียนต่อนายทะเบียน ตามมาตรา 40

ข้อ 8 การแจ้งขอรับเงินค่าบริการคืนตามข้อ 4 ที่ได้ยื่นไว้แล้วก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นการแจ้งตามประกาศนี้

ประกาศ ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

โชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประธานกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

ซีพีเอฟ ส่งมอบอาหารปลอดภัย เพื่อบุคลากรทางการแพทย์ รพ.ตำรวจ

0

นายสุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์ รองประธานคณะกรรมการบริหาร พร้อมด้วย นางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านการตลาดกลาง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ    ซีพีเอฟ มอบอาหารสำเร็จรูป CP ในโครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัย COVID-19” แก่บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเป็นกำลังใจแก่แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ที่ดูแลคัดกรองผู้ป่วย และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมและประเทศไทยให้รอดพ้นวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน โดยมี พล.ต.ท.วิฑูรย์ นิติวรางกูร นายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ เป็นผู้รับมอบ ณ ชั้น 19 ตึก มภร. โรงพยาบาลตำรวจ

นายสุขสันต์ ได้กล่าวขอบคุณโรงพยาบาลตำรวจ ที่ให้ ซีพีเอฟ มีส่วนร่วมสนับสนุนอาหารปลอดภัย และขอบคุณทีมแพทย์ที่เสียสละทั้งเวลา กำลังกาย กำลังใจในการช่วยคนไทยในครั้งนี้   

โออาร์ คว้ารางวัล ไทยแลนด์ ท็อป คอมพานี อวอร์ด 2020 สุดยอดองค์กรต้นแบบด้านธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง

0

        นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ รับรางวัล “ไทยแลนด์ ท็อป คอมพานี อวอร์ด 2020 (Thailand Top Company Awards 2020) ประเภทอุตสาหกรรมค้าปลีกค้าส่ง” จาก ฯพณฯ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย ประธานในพิธี ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ ซึ่ง โออาร์ ได้รับคัดเลือกให้เป็นสุดยอดองค์กรต้นแบบด้านธุรกิจค้าปลีกค้าส่งของวงการธุรกิจไทย ประจำปี 2020 โดยพิจารณาจากเกณฑ์รายได้และผลงานที่โดดเด่นของบริษัทที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของประเทศ

สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น

            โออาร์ ดำเนินธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มธุรกิจน้ำมัน กลุ่มธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil)  และกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ โดย โออาร์ นำความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการออกแบบรูปแบบทางธุรกิจ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้บริโภคได้อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องผ่านแบรนด์ธุรกิจค้าปลีกภายใต้การดำเนินงานของ โออาร์ อาทิ สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น (PTT Station) ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น  พีทีที ลูบริแคนท์ส (PTT Lubricants) ร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน (Café Amazon) ร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ (Jiffy) ชานมไข่มุกเพิร์ลลี่ ที (Pearly Tea) เท็กซัส ชิคเก้น (Texas Chicken) ฮั่วเซ่งฮง ติ่มซำ (Hua Seng Hong Dim Sum) ศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้ (FIT Auto) เป็นต้น ซึ่งทุกแบรนด์ล้วนได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศมาโดยตลอด 

ร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน (Café Amazon)

            ปัจจุบัน โออาร์ จำหน่ายน้ำมันให้กับผู้บริโภคผ่าน สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น รวมถึงลูกค้ากลุ่มอื่น ๆ โดยครองส่วนแบ่งตลาดรวมน้ำมันเป็นอันดับ 1 ในประเทศยาวนานกว่า 26 ปี มีจำนวนสถานีบริการน้ำมันฯครอบคลุมทั่วประเทศ กว่า 1,900 แห่ง และในประเทศลาว  กัมพูชาและฟิลิปปินส์ รวมกว่า 300  แห่ง  อีกทั้ง ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น  พีทีที ลูบริแคนท์ส  ยังมียอดขายเป็นอันดับ 1 ในประเทศต่อเนื่องถึง 11 ปี และส่งออกไปจำหน่ายแล้วกว่า  40  ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ ร้าน คาเฟ่ อเมซอน (Café Amazon) ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีจำนวนสาขาในประเทศรวมกว่า 3,000 สาขา และในประเทศลาว กัมพูชา  ฟิลิปปินส์ เมียนมา  สิงคโปร์  มาเลเซีย จีน ญี่ปุ่น และโอมาน รวมกว่า 240 สาขาการได้รับรางวัลในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของ โออาร์ ในการมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ยอมรับในเวทีชั้นนำระดับประเทศ  แสดงถึงศักยภาพและความพร้อมของ  โออาร์  ในการนำพาแบรนด์ไทยไปเติบโตในต่างประเทศ  เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ และนำมาซึ่งความภาคภูมิใจให้กับคนไทย

ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น  พีทีที ลูบริแคนท์ส

เอสซีจี โลจิสติกส์ ร่วมตอกย้ำความมั่นใจใช้น้ำมัน อัลตร้า ฟอร์ซ ดีเซล บี 10

0

นายบุญมา พนธนกรกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) และ นายไพฑูรย์ จิรานันตรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ร่วมตอกย้ำความมั่นใจในการใช้น้ำมันอัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล บี 10 นวัตกรรมน้ำมันดีเซลจาก พีทีที สเตชั่น ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่ากับน้ำมันดีเซลธรรมดา (B7) ในราคาที่ถูกกว่าถึง 3 บาท/ลิตร  แรง มั่นใจ คุ้มค่า ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ช่วยลดควันดำได้ถึง 42% และช่วยลด PM 2.5 ได้ 3.5% ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางกรีน โลจิสติกส์ (Green Logistics) ของเอสซีจี โลจิสติกส์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการด้านโลจิสติกส์อย่างครบวงจร มีรถขนส่งกว่า 10,000 คัน และเป็นลูกค้าที่ดียิ่งของ โออาร์มาตลอด

เอสซีจี โลจิสติกส์ ให้ความสำคัญในการลดมลภาวะจากการขนส่งและการเลือกใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสมรรถนะของเครื่องยนต์ การเลือกใช้น้ำมันอัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล บี 10 นอกจากจะได้ใช้น้ำมันที่ดี มีคุณภาพที่ได้รับการรับรองแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนและถือได้ว่าได้เป็นอีกส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันอีกด้วย

โออาร์ เปิดไทยเด็ด แมชชิ่ง เดย์ ครั้งแรกของโซนตะวันตก สร้างโอกาสวิสาหกิจชุมชนเติบโตยั่งยืน

0

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) และนางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) ร่วมพิธีเปิด “โครงการไทยเด็ด
แมชชิ่ง เดย์ ครั้งที่ 5”
ที่สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น บริษัท ไอเอสเค บิสซิเนส จำกัด จ.กาญจนบุรี โดยเป็นการจัดโครงการไทยเด็ด แมชชิ่ง เดย์ ครั้งแรกของภาคตะวันตก ที่ดำเนินโครงการฯ ตามเจตนารมณ์ของ โออาร์ ที่จะทำให้สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ทั่วประเทศ เป็นพื้นที่ สร้างประโยชน์ให้กับสังคมชุมชน ตลอดจนร่วมพัฒนาศักยภาพของวิสาหกิจชุมชน เพื่อช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้มีความเข้มแข็ง พร้อมเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

นายชาญศิลป์ กล่าวว่า ปตท. มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความยั่งยืน 3 ด้าน (3P) อย่างสมดุล ได้แก่ People การทำธุรกิจควบคู่กับการดูแลชุมชนและสังคม Planet การอนุรักษ์และสร้างความตระหนักในความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ Prosperity การสร้างความมั่นคงการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้มีกำลังเพียงพอในการดูแลความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ ในด้าน People ปตท. มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน         ผ่านรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคม เพื่อให้ชุมชนสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน โดย โออาร์ ถือเป็นบริษัท Flagship ด้านการค้าน้ำมันและการค้าปลีกของกลุ่ม ปตท. ที่มุ่งสร้างการเติบโตร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างยั่งยืน (Sustainable Growth for All) อันเป็นพันธกิจร่วมของกลุ่ม ปตท.

นางสาวจิราพร กล่าวว่า โออาร์ ดำเนินธุรกิจโดยเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มได้ร่วมออกแบบรูปแบบทางธุรกิจร่วมกับ โออาร์ เพื่อช่วยกันสร้างประโยชน์ให้กับสังคมชุมชน รวมถึงการสร้างคุณค่าร่วมให้เกิดแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างสมดุล โออาร์ จึงดำเนินธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน  พีทีที  สเตชั่น  ด้วยแนวคิด ลีฟวิ่ง คอมมิวนิตี้    เพื่อให้สถานีบริการน้ำมันฯ ที่มีจำนวนกว่า 1,900 แห่งทั่วประเทศ เป็นศูนย์กลางของชุมชนในการร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชน    โดยได้ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กระทรวงพลังงาน โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง  และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน   และผู้ประกอบการธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น จัดตั้งโครงการไทยเด็ดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2561 ซึ่ง “ไทยเด็ด” สื่อถึงผลิตภัณฑ์ที่เป็นของดีของเด็ดในท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วประเทศที่เกิดจากการร่วมกันพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนการสร้างวิสาหกิจชุมชนให้มีศักยภาพพึ่งพาตนเองได้

โออาร์คัดสรรผลิตภัณฑ์ไทยเด็ดมาวางจำหน่ายในร้านขายของฝากภายใต้ชื่อ “มุมไทยเด็ด” อีกทั้งยังได้จัดสรรพื้นที่ภายในสถานีบริการน้ำมันฯ   เพื่อเปิดเป็นพื้นที่สำหรับ “ตลาดไทยเด็ด” ให้เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ นำผลิตผลทางการเกษตร อาหาร และสินค้าหัตถกรรมงานฝีมือที่มีชื่อเสียงและเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นมาจำหน่าย นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรม  “ไทยเด็ด แมชชิ่ง เดย์”  โดยเชิญผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมันฯ จากจังหวัดต่าง ๆ มาคัดเลือกผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน เพื่อนำไปวางจำหน่าย ณ  “มุมไทยเด็ด”  ภายในสถานีบริการน้ำมันฯ ของตนเอง เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ สร้างโอกาสในการขยายตลาด และสร้างรายได้เพิ่มให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน

ปัจจุบันมีวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการแล้ว จำนวน 147 ราย และมีสถานีบริการน้ำมันฯ เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 177 แห่ง โดยเป็นสถานีบริการน้ำมันฯ ในภาคตะวันตก จำนวน 13 แห่ง สินค้าไทยเด็ดที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการฯ ในช่วงที่ผ่านมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค นับเป็นการสร้างโอกาส สร้างอาชีพ  และสร้างความเข็มแข็งให้กับชุมชน เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของชุมชนโดยรอบพื้นที่ที่ โออาร์ เข้าไปดำเนินธุรกิจได้อย่างแท้จริง   

เตรียมจำหน่ายหน้ากากอนามัยที่ร้านธงฟ้า

0

กรมการค้าภายใน เตรียมกระจายหน้ากากอนามัย ไปจำหน่ายตามร้านธงฟ้า เพื่อให้ประชาชนสามารถหาซื้อหน้ากากอนามัยได้สะดวกขึ้น

ตรวจสอบรายชื่อร้านธงฟ้าที่ได้รับการจัดสรรหน้ากากอนามัยมาวางจำหน่ายได้ที่นี่ 
https://www.dit.go.th/Content.aspx?m=8&c=27858

โดยจะจำหน่ายในราคาแพ็คละ 10 บาท หนึ่งแพ็้คบรรจุ 4 ชิ้น

พิษโควิด-19 ทำท่องเที่ยวระส่ำ นักเที่ยวแห่ยกเลิก เลื่อน ขอเงินคืน

0

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ในพื้นที่หลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยที่ส่งผลกระทบหลักในด้านการท่องเที่ยว อาทิ บริษัททัวร์ สายการบิน ผู้ประกอบการที่พัก โรงแรม

ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์โดยตรง ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับการขอเลื่อนการเดินทางและการขอเงินค่าบริการนำเที่ยวคืนจากบริษัททัวร์ เนื่องจากนักท่องเที่ยวไม่ประสงค์จะออกเดินทางไปยังประเทศที่มีความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid – 19) อาทิ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศจอร์เจีย และอีกหลายประเทศ แต่บริษัททัวร์ปฏิเสธไม่คืนเงินค่าบริการ หรือคืนค่าบริการให้บางส่วน รวมถึงกรณีบริษัททัวร์ไม่ยอมเลื่อนการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยว โดยอ้างว่าบริษัททัวร์มีค่าใช้จ่ายในการจัดเตรียมบริการนำเที่ยวต่างๆ โดยเฉพาะค่าตั๋วโดยสารเครื่องบิน ซึ่งแต่ละสายการบินก็มีเงื่อนไขที่ไม่อาจคืนเงินให้ได้ เป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวเกิดความไม่พอใจ และเกิดความเสียหายแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภาพรวม

นายทวีศักดิ์ วาณิชย์เจริญ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) เป็นสภาวะวิกฤตที่ไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้ กรมการท่องเที่ยว หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมีส่วนในการขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจของประเทศ มีความเห็นใจอย่างยิ่งกับทุกฝ่าย ทั้งนักท่องเที่ยวที่จ่ายค่าบริการนำเที่ยวไปแล้ว และบริษัททัวร์ที่มีค่าใช้จ่ายไปเพื่อเตรียมการจัดนำเที่ยว หรือค่าใช้จ่ายล่วงหน้ากับบริษัทสายการบินซึ่งการประชุมหารือร่วมกันกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่าง ๆ ได้เสนอปัญหาที่สอดคล้องและเชื่อมโยงกัน รวมถึงร่วมกันหาแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาอย่างรอบคอบ รัดกุม ซึ่งที่ประชุมได้สรุปมาตรการแก้ไขปัญหา 2 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน และระยะปานกลาง

ระยะเร่งด่วน   บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จะมีมาตรการผ่อนผัน กรณีมีการขอเลื่อนกำหนดการบิน สามารถเลื่อนได้ไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2563 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่หากนักท่องเที่ยวหรือบริษัททัวร์มีความจำเป็นต้องเลื่อนต่อไปอีก จะเลื่อนได้ไม่เกินวันที่ 15 ธันวาคม 2563 และจะต้องพิจารณาว่า เป็นการเลื่อนในเส้นทางเดียวกันหรือไม่ หากเปลี่ยนเส้นทางอาจมีค่าใช้จ่ายส่วนต่างเพิ่ม

ด้าน บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) ได้แบ่งกลุ่มบัตรโดยสารเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มบัตรโดยสารแบบซีรีย์ ซึ่งบริษัททัวร์ได้วางมัดจำบัตรโดยสารเครื่องบินตลอดทั้งปี (แบบระยะยาว) ในเส้นทางญี่ปุ่น ทางสายการบินนกแอร์จะยกเลิกค่าธรรมเนียมให้ แต่ยังคงเก็บค่าส่วนต่างที่เกิดขึ้น และกลุ่มบัตรโดยสารแบบกลุ่ม สามารถนำไปใช้ในภายหลังได้ (ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี) เพื่อให้บริษัททัวร์ มีระยะเวลาและความคล่องตัวในการจัดการธุรกิจ รวมถึงนักท่องเที่ยวจะได้มีทางเลือกในการเดินทางและได้รับเงินคืนจากบริษัททัวร์มากที่สุด

กรมท่าอากาศยาน จะเสนอปรับลดค่าบริการในการขึ้นลงของอากาศยานแก่สายการบินในช่วงภาวะวิกฤตนี้ รวมถึงจะเสนอให้ปรับลดค่าเช่าของผู้ประกอบการรถเช่าที่ใช้พื้นที่ของสนามบิน เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ

กรมการท่องเที่ยวจะตั้งศูนย์ประสานการแก้ไขปัญหาร่วมกับกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยว กรณีนักท่องเที่ยวเรียกร้องขอเงินค่าบริการนำเที่ยวคืนจากบริษัททัวร์ ซึ่งจะกำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 รวมทั้งดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างนักท่องเที่ยว บริษัททัวร์ และสายการบิน ให้สามารถตกลงเจรจาหาข้อยุติในส่วนค่าเสียหายกันได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมทุกฝ่าย

 

ระยะปานกลาง – กรมการท่องเที่ยวจะทบทวนกฎระเบียบและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มเติมรายละเอียดการประกันภัยแก่นักท่องเที่ยวมากขึ้น โดยให้คุ้มครองการยกเลิกการเดินทางท่องเที่ยวเนื่องจากกรณีภาวะวิกฤตต่าง ๆ รวมถึงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid – 19) เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับความคุ้มครองและลดความเสียหายต่อทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid – 19) ดีขึ้น กรมการท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมหารือแนวทาง เพื่อเยียวยาและแก้ไขปัญหาให้กับกลุ่มผู้ประกอบการต่อไป

 

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ประสงค์ขอยกเลิกการเดินทาง ให้แจ้งขอรับเงินค่าบริการนำเที่ยวคืนจากผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ตามประกาศคณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับอัตราการจ่ายเงินค่าบริการคืนให้แก่นักท่องเที่ยว พ.ศ. 2553 โดยมีรายละเอียดดังนี้ กรณีขอยกเลิกการเดินทาง 30 วันขึ้นไป ก่อนวันเดินทาง นักท่องเที่ยวสามารถขอรับเงินค่าบริการนำเที่ยวคืนได้เต็มจำนวนที่จ่ายไป กรณีขอยกเลิกการเดินทาง 15 – 29 วัน ก่อนวันเดินทาง นักท่องเที่ยวสามารถขอรับเงินค่าบริการนำเที่ยวคืนได้ 50% ของค่าบริการนำเที่ยวที่จ่ายไป และกรณีขอยกเลิกการเดินทางน้อยกว่า 15 วัน นักท่องเที่ยวไม่สามารถขอรับเงินค่าบริการนำเที่ยวคืนได้ ทั้งนี้ การจ่ายค่าบริการนำเที่ยวคืนให้แก่นักท่องเที่ยวดังกล่าว หากบริษัททัวร์มีค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายจริงเพื่อเตรียมการจัดนำเที่ยว ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า ค่ามัดจำของบัตรโดยสารเครื่องบิน และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่น ๆ ให้นำมาหักจากเงินค่าบริการนำเที่ยวที่ต้องจ่ายคืนให้กับนักท่องเที่ยวได้ โดยให้บริษัททัวร์แสดงหลักฐานให้นักท่องเที่ยวทราบ แต่หากค่าใช้จ่ายของบริษัททัวร์สูงกว่าเงินค่าบริการนำเที่ยวที่นักท่องเที่ยวได้ชำระไว้ บริษัททัวร์จะไม่สามารถเรียกเก็บเงินเพิ่มจากนักท่องเที่ยวได้

 

 

 

 

 

ธอส.ช่วยลูกค้าโดนผลกระทบไวรัสโควิด-19 ลดดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 1 %

0

ธอส.ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินงวดผ่อนชำระไม่เกิน 4 เดือน เหลือ 1.00% ต่อปี

เป็นมาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019

ยื่นคำขอได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 30 มิ.ย.63 ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ

คุณสมบัติผู้กู้
-ลูกค้าเดิมของ ธอส. ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ทั้งกรณีผ่อนชำระปกติ และกรณีสถานะค้างชำระเงินงวดตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 ได้แก่ ไกด์นำเที่ยว พนักงานโรงแรม ผู้ประกอบการรายย่อยที่ขายสินค้าในแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวในประเทศกลุ่มเสี่ยง หรืออาชีพอื่นที่แสดงหลักฐานให้กับธนาคารตรวจสอบได้ว่าเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจริง