Home Blog Page 48

ต่างถิ่นแต่ไม่ไร้ค่า ปลาหมอคางดำไม่ใช่ปลามลพิษ

0

ตลอดช่วงที่ผ่านมา สังคมไทยได้เห็นกระแสการถกเถียงเกี่ยวกับ “ปลาหมอคางดำ” อย่างกว้างขวาง บางกระแสกลับเลือกใช้ถ้อยคำชี้นำไปในทางลบ โดยระบุว่าปลาชนิดนี้คือ “มลพิษ” ที่กำลังคุกคามสิ่งแวดล้อมและอาจก่ออันตรายต่อผู้บริโภค การกล่าวหาลักษณะเช่นนี้แม้จะสะท้อนความกังวล แต่หากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วกลับมีความคลาดเคลื่อนทางวิชาการ และอาจนำไปสู่การกำหนดมาตรการจัดการที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง

ในทางกฎหมาย “มลพิษ” หมายถึงสิ่งที่ทำให้สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมหรือสร้างผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นสารพิษ เสียง หรือเชื้อโรค หากเทียบกับปลาหมอคางดำซึ่งเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นที่เข้ามาอาศัยและแพร่พันธุ์ในแหล่งน้ำไทย จะเห็นได้ชัดว่าไม่เข้าลักษณะดังกล่าว ปลาชนิดนี้ไม่ได้ผลิตสารอันตราย ไม่เป็นพาหะโรคร้าย และไม่มีงานวิจัยใดยืนยันว่าการบริโภคจะก่อพิษภัยต่อมนุษย์ ดังนั้น การเหมารวมว่าเป็น “มลพิษ” จึงไม่สอดคล้องกับนิยามเชิงกฎหมายและวิทยาศาสตร์

แน่นอนว่าปลาหมอคางดำมีพฤติกรรมแพร่พันธุ์รวดเร็วและอาจส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ จึงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสัตว์น้ำต่างถิ่นที่รุกราน แต่คำว่า “รุกราน” ไม่ได้หมายถึง “เป็นพิษ” หากมองในอีกแง่หนึ่ง ความสามารถในการปรับตัวของปลาชนิดนี้กลับสะท้อนศักยภาพที่จะนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่อาหารโปรตีนราคาประหยัดที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ไปจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม เช่น ปลาแดดเดียว น้ำปลา ข้าวเกรียบ หรือแม้แต่วัตถุดิบสำหรับทำน้ำหมักชีวภาพที่ใช้ในภาคเกษตรกรรม

งานศึกษาจากหลายสถาบันยืนยันตรงกันว่า เนื้อปลาหมอคางดำไม่พบการปนเปื้อนสารเคมีอันตรายหรือเชื้อโรคที่สร้างความเสี่ยงต่อผู้บริโภค คุณค่าทางโภชนาการไม่ต่างจากปลานิลหรือปลาทับทิมที่คุ้นเคยกันในตลาด การเผยแพร่ข้อมูลว่าเป็นปลามลพิษจึงไม่เพียงผิดพลาดในเชิงวิชาการ แต่ยังบั่นทอนโอกาสในการสร้างโอกาสใหม่ที่เชื่อมโยงทั้งภาคการประมงและเกษตรแปรรูป ข้อเท็จจริงเช่นนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับนโยบายในอดีตที่เคยผลักดันให้ใช้ปลาหมอคางดำเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา ไม่ว่าจะในรูปแบบผลิตภัณฑ์อาหารหรือ การทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพที่ให้ประสิทธิภาพดีในสวนยาง

การมองปลาหมอคางดำด้วยทัศนะที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและมุ่งกำจัดให้สิ้นซาก ไม่ใช่หนทางที่ยั่งยืน สิ่งที่จำเป็นกว่าคือการวางแผนจัดการอย่างมีระบบและตั้งอยู่บนข้อมูลจริง แนวทางเช่นนี้อาจประกอบด้วยการส่งเสริมให้มีการจับขึ้นมาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ การวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างรายได้เสริมแก่ชุมชน ตลอดจนการควบคุมจำนวนประชากรด้วยกลไกทางธรรมชาติ ซึ่งล้วนเป็นวิธีการที่สอดคล้องกับทั้งมิติด้านนิเวศ เศรษฐกิจ และสังคม

ท้ายที่สุด บทเรียนจากกรณีปลาหมอคางดำชี้ให้เห็นว่า สังคมไม่ควรปล่อยให้ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนครอบงำการตัดสินใจ หากมองด้วยสายตาที่ตั้งอยู่บนวิทยาศาสตร์ ปลาชนิดนี้ไม่ใช่ “ศัตรูของสิ่งแวดล้อม” แต่คือทรัพยากรใหม่ที่รอการจัดการอย่างชาญฉลาด โลกยุคปัจจุบันซึ่งทรัพยากรธรรมชาติร่อยหรอลงทุกวัน กำลังท้าทายให้เรารู้จักเปลี่ยนสิ่งที่ดูเหมือนปัญหาให้กลายเป็นโอกาส และหากทำได้สำเร็จ ไม่เพียงแต่จะคลี่คลายความขัดแย้งทางความเข้าใจ แต่ยังจะเปิดทางให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ.

จากมือใหม่…สู่การเป็นนักลงทุน TFEX ตัวจริง!

0

📈ถึงเวลาลงสนามจริงแล้ว… คลิปนี้เราจะสรุปทุกเทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็น “The TFEX Winner” ที่สร้างกำไรได้อย่างยั่งยืน ตั้งแต่การวางแผนการเทรดอย่างเป็นระบบ การวิเคราะห์กราฟเทคนิค การบริหารเงินทุนแบบมืออาชีพ ไปจนถึงเทคนิคควบคุมจิตใจให้แข็งแกร่ง และการอ่านอารมณ์ตลาดให้ออก .

ใครที่อยากประสบความสำเร็จใน TFEX ห้ามพลาดคลิปนี้นะ! .

🏆 สนใจสมัครเข้าร่วมแคมเปญ 21-Day Challenge TFEX เพิ่มพลังพอร์ตด้วย Futures & Options✨ .

จัดหนัก จัดเต็ม พร้อมลุ้นรับรางวัล เพียงทำภารกิจครบแบบง่าย ๆ สมัครเข้าร่วมแคมเปญ และรับชม live พร้อมเช็คอินอย่างน้อย 1 ครั้ง ลุ้นรับรางวัลรวมมูลค่ากว่า 120,000 บาท !!💰💸 .

📌สมัครเข้าร่วมแคมเปญ ฟรี‼️ได้ที่ 👉 www.setinvestnow.com/th/21day 📌ได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2568

📚 ดาวน์โหลดคู่มือ Playbook 👉 www.setinvestnow.com/th/knowledge

😎 ฝาก Share ให้เพื่อน ๆ ที่สนใจกันได้เลย

สอบถาม SET Contact Center 0-2009-9999

มือใหม่ห้ามพลาด! ซื้อสิทธิทำกำไรด้วย Options

0

คลิปนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ “ออปชัน” เครื่องมือที่จะช่วยให้คุณสร้างโอกาสทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง!

เราจะมาดูกลยุทธ์การใช้ออปชันที่น่าสนใจ พร้อมวิธีวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้เครื่องมือนี้ให้ได้เปรียบในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าตลาดจะไปทิศทางไหน คุณก็มีโอกาสทำกำไรได้แน่นอน!

🏆 สนใจสมัครเข้าร่วมแคมเปญ 21-Day Challenge TFEX เพิ่มพลังพอร์ตด้วย Futures & Options

✨ จัดหนัก จัดเต็ม พร้อมลุ้นรับรางวัล เพียงทำภารกิจครบแบบง่าย ๆ สมัครเข้าร่วมแคมเปญ และรับชม live พร้อมเช็คอินอย่างน้อย 1 ครั้ง ลุ้นรับรางวัลรวมมูลค่ากว่า 120,000 บาท !!💰 .

📌สมัครเข้าร่วมแคมเปญ ฟรี‼️ได้ที่ 👉 www.setinvestnow.com/th/21day

📌ได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2568

📚 ดาวน์โหลดคู่มือ Playbook 👉 www.setinvestnow.com/th/knowledge

😎 ฝาก Share ให้เพื่อน ๆ ที่สนใจกันได้เลย สอบถาม SET Contact Center 0-2009-9999

ตำรวจสมุทรสงคราม พลิกไอเดีย ‘ปลาหมอคางดำ’ เป็นยารักษาสังคม แก้ปัญหายาเสพติด

0

สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสงครามเกิดไอเดียสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด “ใช้ปัญหาเป็นเครื่องมือแก้ปัญหา” นำปลาหมอคางดำ มาใช้เป็นสื่อกลางในบำบัดและฟื้นฟูผู้เข้าร่วมโครงการแก้ไขปัญหายาเสพติด ผ่านการ ฝึกทักษะการหมักน้ำปลา เพื่อใช้บริโภคในครัวเรือน รวมถึงต่อยอดเป็นทักษะอาชีพที่ช่วยสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันยังมีผลพลอยได้ กระตุ้นให้เกิดการจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง

พ.ต.อ.สมชาย ขอค้า ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า ประเทศไทยเผชิญกับปัญหายาเสพติดมาอย่างยาวนานกัดกร่อนความมั่นคงของครอบครัวและชุมชน ขณะที่ปลาหมอคางดำเป็นพันธุ์ต่างถิ่นที่ส่งผลกระทบต่อความสมดุลของระบบนิเวศในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม จึงเกิดความคิดบูรณาการการแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม อย่างเป็นรูปธรรม ต่อยอดคุณค่า “ปลาต่างถิ่น” สู่ “น้ำปลาจากปลาหมอคางดำ” มาเป็นสื่อกลางช่วยบำบัดผู้เสพติด และในเวลาเดียวกันก็ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ ภายใต้ “โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร” ตามยุทธศาสตร์ชาติ ปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ที่เน้นนำผู้เสพมีทักษะชีวิตใหม่ ลดโอกาสกลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก

ความคิดริเริ่มนี้เกิดจากความร่วมมือของ ตำรวจเมืองสมุทรสงคราม กรมประมง และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ที่เริ่มต้นด้วยการนำปลาหมอคางดำจากกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” มาปรุงอาหารให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและครอบครัวบริโภค เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและสร้างความสุขในครัวเรือนจากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ จึงต่อยอดสู่ความร่วมมือกับซีพีเอฟ ถ่ายทอดทักษะการหมักน้ำปลาจากปลาหมอคางดำ ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่เพียงเพื่อให้สามารถผลิตไว้ใช้ในครัวเรือนเท่านั้น ยังเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ได้ๅถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชน ในรูปแบบกิจกรรมซีเอสอาร์ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับคนรอบข้าง และพัฒนาแนวทางนี้สู่การเป็น เครื่องมือช่วยผู้เสพยาเสพติด ได้เรียนรู้ทักษะอาชีพใหม่ เกิดความภาคภูมิใจในคุณค่าของตนเอง และมีโอกาสกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรีภายใต้โครงการ เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่บ้านของผู้เสพช่วยฝึกสอนการหมักน้ำปลาจากปลาหมอคางดำ พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์การหมัก และปลาหมอคางดำ

โดย ปัจจุบันได้ฝึกทักษะให้ผู้เข้าร่วมโครงการไปแล้ว 10 รายจากเป้าหมายจะฝึกผู้เสพได้มีความรู้การหมักน้ำปลารวม 20 ราย“การแก้ปัญหายาเสพติด” ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่สามารถใช้ความร่วมมือและนวัตกรรมทางสังคมสร้างทางเลือกใหม่ๆ ที่มีคุณค่าต่อทั้งผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมได้พร้อมกัน

การฟื้นฟูด้วยทักษะอาชีพจึงไม่ใช่แค่การรักษาอาการ แต่เป็นการ “สร้างคุณค่าและโอกาสใหม่ในชีวิต”ทุกครั้งที่มีการจับปลาหมอคางดำขึ้นมาใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะปรุงอาหารหรือแปรรูปเป็นน้ำปลา จำนวนปลาต่างถิ่นก็ลดลงไปด้วย เป็น “โมเดลใหม่” ที่นำปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเครื่องมือการสร้างสังคมเข้มแข็ง และช่วยจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

เมืองไทยสไมล์คลับ จัดกิจกรรม The Royal Project Bistro มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในบรรยากาศแห่งความสุขและรอยยิ้ม

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยเมืองไทยสไมล์คลับ คัดสรรสิทธิพิเศษและกิจกรรม     ที่หลากหลายให้ตอบโจทย์ทุกช่วงอายุตอบรับทุก ไลฟ์สไตล์ ล่าสุดจัดกิจกรรม “The Royal Project Bistro” ร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวงและเซ็นทรัลเวิลด์ พาสมาชิกฯ คนสำคัญร่วมกิจกรรมสุดพิเศษ พร้อมมอบประสบการณ์รับประทานอาหาร Fine Dining สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในบรรยากาศที่อบอวนไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม

บรรยากาศในวันงานเต็มไปด้วยการต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยนางสาวนิรัตน์ บูชาสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และเชฟเตย สหรัฐ แตงไทย ( MasterChef The Professionals Thailand) มาถ่ายทอดเรื่องเล่าและคุณค่าของวัตถุดิบจากโครงการหลวงสู่ปลายช้อน ผ่านมุมมองเฉพาะตัว ของเชฟ ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ยังสามารถติดตามกิจกรรมรวมถึงสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่เมืองไทยสไมล์คลับคัดสรรมาพิเศษแบบครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ และตอบโจทย์ความหลากหลายทุกความต้องการเพิ่มเติม ได้ที่ MTL Click Application สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือเว็บไซต์ www.muangthai.co.th ตลอดจนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1766 กด 4 เมืองไทยประกันชีวิต หรือศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศ

สุดยอด! ธนาคารออมสินพา “เกาะลิบง จ.ตรัง” ก้าวสู่การเป็นชุมชนเข้มแข็งและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

0

สุดยอด! ธนาคารออมสินพา “เกาะลิบง จ.ตรัง” ก้าวสู่การเป็นชุมชนเข้มแข็งและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 💚พร้อมต่อยอดงานพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม (Holistic Area-Based Community Development) สู่ปีที่ 2

เตรียมดันลิบงสู่ชุมชนต้นแบบคาร์บอนต่ำ สร้างรายได้เพิ่มจากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

1 ปีที่ออมสินทำให้ “ชุมชนเกาะลิบง”💧 มีน้ำจืดใช้! แก้ปัญหาน้ำเค็ม ชาวบ้านมีน้ำสะอาดอุปโภคบริโภคเพียงพอตลอดทั้งปี

🚑 อุ่นใจยามฉุกเฉิน! มี “เรือออมสินชีพรักษ์” เรือพยาบาลลำแรกของเกาะให้เข้าถึงบริการทางสุขภาพที่เร็วขึ้น

💰 รายได้เพิ่ม! พัฒนาโฮมสเตย์จนรายได้เพิ่ม 34% และสินค้าชุมชนโต 20%

🌿 ต้นแบบชุมชนคาร์บอนต่ำ! จัดการขยะ ใช้พลังงานทดแทน และเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั้งหมดนี้… สร้างรอยยิ้มและประโยชน์ให้ชาวบ้านไปแล้วกว่า 50,000 คน! ❤️ ร่วมส่งกำลังใจให้ชาวลิบงและทีมงานออมสินกันครับ 👏

มือใหม่ที่อยากเรียนรู้เรื่องการลงทุนใน TFEX และฟิวเจอร์สห้ามพลาด

0

!👀 . คลิปนี้เราจะปูพื้นฐานให้เข้าใจว่าตลาด TFEX คืออะไร และทำไมถึงเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักลงทุน ทั้งในการบริหารความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสสร้างกำไรจากสินค้าอ้างอิงต่าง ๆ เช่น ดัชนีหุ้น หุ้นรายตัว ทองคำ และค่าเงิน ถ้าพร้อมแล้ว…ไปดูกันเลย! .

🏆 สนใจสมัครเข้าร่วมแคมเปญ 21-Day Challenge TFEX เพิ่มพลังพอร์ตด้วย Futures & Options✨ .

จัดหนัก จัดเต็ม พร้อมลุ้นรับรางวัล เพียงทำภารกิจครบแบบง่าย ๆ สมัครเข้าร่วมแคมเปญ และรับชม live พร้อมเช็คอินอย่างน้อย 1 ครั้ง ลุ้นรับรางวัลรวมมูลค่ากว่า 120,000 บาท !!💰💸 .

📌สมัครเข้าร่วมแคมเปญ ฟรี‼️ได้ที่ 👉 www.setinvestnow.com/th/21day 📌ได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2568

📚 ดาวน์โหลดคู่มือ Playbook 👉 www.setinvestnow.com/th/knowledge

😎 ฝาก Share ให้เพื่อน ๆ ที่สนใจกันได้เลย สอบถาม SET Contact Center 0-2009-9999

รู้เก็บรู้ออม : ผ่อนบ้านหมดไว ไม่ต้องใช้เงินก้อน

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง"  หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

บ้าน เป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับต้นๆที่หลายคนฝันอยากเป็นเจ้าของ อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ก็ต้องยอมรับว่าราคาบ้านนับวันมีแต่สูงขึ้น ทั้งค่าวัสดุและค่าก่อสร้าง หากรอเก็บเงินให้ครบก่อนเพื่อซื้อบ้าน หลายคนอาจรอไม่ไหว การกู้เงินแบงก์เพื่อซื้อหรือสร้างบ้าน จึงเป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้กัน และแม้ว่าบางแบงก์จะมีออปชันพ่วงประกันมาด้วย ผู้กู้เองก็ต้องยอมแบกรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้กันยาวๆ ทั้งเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าประกัน

“คุณนายพารวย” อ่านเจอบทความเรื่อง “เทคนิคผ่อนบ้านให้หมดไว โดยไม่ต้องใช้เงินก้อน” ในเว็บ SET investnow ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เห็นว่ามีวิธีที่จะช่วยผ่อนหนักเป็นเบา และร่นระยะเวลาผ่อนให้สั้นลง เลยขอนำมาฝากสำหรับคนที่ต้องทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นนอต เพื่อหาเงินมาผ่อนบ้านหรือที่อยู่อาศัยประเภทอื่น เช่น คอนโด

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า สินเชื่อซื้อหรือสร้างบ้าน เป็นการผ่อนแบบทยอยลดต้นลดดอก ค่างวดที่ต้องจ่ายทุกเดือน จะแบ่งไปเป็นการชำระสองส่วน คือ ดอกเบี้ย กับจำนวนเงินต้นคงเหลือ ซึ่งคนที่อยากผ่อนบ้านให้หมดไวๆก็มีวิธีทำได้อย่างเช่น โปะเป็นเงินก้อนตอนสิ้นปี, การรีไฟแนนซ์

แต่ยังมีวิธีหนึ่งสามารถทำได้โดยไม่ต้องรอให้มีเงินก้อนและไม่เป็นภาระมากเกินไป คือการเพิ่มเงินผ่อนรายงวด ซึ่งเงินส่วนเพิ่มนี้จะถูกนำไปชำระในส่วนของเงินต้น เมื่อเงินต้นที่ถูกนำมาคำนวณมียอดคงเหลือลดลง ก็จะทำให้ดอกเบี้ยลดลงตาม แถมระยะเวลาผ่อนชำระก็สั้นลงด้วย

บทความชิ้นนี้ได้ยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า สมมติเรากู้เงินเพื่อซื้อบ้าน 4 ล้านบาท ดอกเบี้ยคงที่ 5% ตลอดอายุสัญญากู้ยืม ระยะเวลาผ่อน 30 ปี แบงก์กำหนดให้จ่ายค่างวดเดือนละ 21,473 บาท แต่หากเราเพิ่มเงินผ่อนชำระอีกเดือนละ 3,000 บาทเท่าๆกันไปเรื่อยๆ จะลดเวลาการผ่อนได้ถึง 7 ปี และประหยัดดอกเบี้ยได้รวม 1 ล้านบาทเลยทีเดียว

วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีภาระอื่นที่จำเป็นต้องใช้เงิน หรือคนที่สามารถหารายได้ได้มากขึ้น และสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี หรือบางคนอาจจะมีกำลังในการผ่อนอยู่แล้ว ก็สามารถพิจารณาใช้วิธีนี้ อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้ขึ้นกับความสามารถในการชำระหนี้ของแต่ละคน ที่สำคัญคือต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตตามปกติ

อย่างไรก็ดี ผู้กู้สินเชื่อบ้านต้องคิดให้ดีก่อนว่า มีรายได้เพียงพอที่จะมาจ่ายค่างวด และหากเริ่มมีสัญญาณว่า สภาพคล่องทางการเงินของตัวเองเริ่มมีปัญหา ก็ต้องรีบคิดหาทางออก ไม่ว่าจะเป็นหารายได้เพิ่ม ตลอดจนเข้าพูดคุยกับแบงก์เพื่อหาทางออกร่วมกัน อย่าปล่อยให้เกิดปัญหาค้างจ่ายหนี้จนโดนแบงก์ฟ้องร้องภายหลัง

ท้ายนี้ “คุณนายพารวย” ขออนุญาตรบกวนแฟนคอลัมน์ “รู้เก็บรู้ออม” ช่วยเสียสละเวลาทำแบบประเมิน เพื่อจะได้นำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะไปปรับปรุงคอลัมน์ให้ดียิ่งขึ้น https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSePSQjJQJnOnO6NQjY92u3XXqGXZOOfAdl6fuz6f6dt550Ppw/viewform หรือ สแกน QR code ด้านล่างนี้ได้เลย ขอบคุณล่วงหน้าเจ้าค่ะ.

คุณนายพารวย

เอไอเอส ร่วมกับไทยคม และกสทช. ส่งมอบรถ SATCOM สนับสนุนภารกิจกองทัพบก เสริมศักยภาพการสื่อสารชายแดนไทย–กัมพูชา

0

จากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เอไอเอส ร่วมกับ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารและโทรคมนาคมของประเทศ เดินหน้าสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่และกองกำลังชายแดนที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยได้ส่งมอบรถสื่อสารผ่านดาวเทียมเคลื่อนที่ (SATCOM on the Move: SOTM) ให้กองทัพบกและกองทัพภาคที่ 2  เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ณ กองกำลังสุรนารี จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเสริมศักยภาพการสื่อสารในพื้นที่ชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดย เอไอเอส ได้เสริมขีดความสามารถของเครือข่าย 4G/5G ด้วยการติดตั้งเสาสัญญาณและจาน Simper บนรถ SATCOM on the Move (SOTM) ของไทยคม รวมถึงสถานีฐานเคลื่อนที่ชั่วคราว (Mobile Cell Sites) ในพื้นที่ปฏิบัติการ เพื่อรองรับการสื่อสารผ่านสัญญาณดาวเทียมความเร็วสูงที่ช่วยเชื่อมโยงการสื่อสารระหว่างศูนย์บัญชาการและหน่วยงานทหารตามแนวชายแดนในการประสานงานและการติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ ครอบคลุม 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ รวมถึงฐานปฏิบัติการของหน่วยงานความมั่นคงในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ

AIS และไทยคม ยังคงมุ่งมั่นในการสนับสนุนภารกิจสำคัญของชาติในทุกสถานการณ์ ด้วยศักยภาพของเครือข่ายและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อร่วมสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน

เมืองไทยประกันชีวิต รับมอบเกียรติบัตร “ESG DNA” จากตลาดหลักทรัพย์ฯ  ตอกย้ำองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืน

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยนายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส เป็นผู้แทนบริษัทฯ เข้ารับมอบเกียรติบัตรโครงการ ESG DNA จาก ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

โครงการ ESG DNA เป็นโครงการสำคัญของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจด้านความยั่งยืน ผ่านหลักสูตร E-Learning กว่า 20 หลักสูตร ครอบคลุมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกระดับ ทั้งในองค์กรภาครัฐ เอกชน SMEs และบริษัทจดทะเบียน เพื่อให้สามารถนำหลักการ ESG มาปฏิบัติได้จริง และขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาว  โดยได้มอบประกาศนียบัตรให้แก่องค์กรที่เข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง

การได้รับเกียรติบัตรครั้งนี้ แสดงถึงความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิต ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และพร้อมเผชิญความท้าทายด้านความยั่งยืน โดยยังคงเดินหน้าพัฒนากรอบนโยบายและแนวปฏิบัติด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับมีความตระหนักรู้ และปลูกฝัง DNA ด้านความยั่งยืน เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานและการดำเนินชีวิตอันจะนำไปสู่การสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการเติบโตทางธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืน 

สำหรับเมืองไทยประกันชีวิต “ความยั่งยืน” มิใช่เพียงกรอบนโยบาย หากแต่เป็นรากฐานของวิถีการทำงานและวัฒนธรรมองค์กรที่เรามุ่งหมายส่งต่อคุณค่านี้ไปสู่สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม การได้รับเกียรติบัตร ESG DNA จึงเป็นทั้งพลังขับเคลื่อนและเครื่องยืนยันว่าองค์กรก้าวเดินบนเส้นทางที่ถูกต้อง และพร้อมสานต่อภารกิจแห่งความยั่งยืนอย่างมั่นคงและไม่หยุดยั้ง

เมืองไทยประกันชีวิตตระหนักชัดว่า การดำเนินธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาสังคมและการดูแลสิ่งแวดล้อม คือหัวใจแห่งการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างคุณค่าร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ตอกย้ำเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของบริษัทในการเป็นองค์กรที่ “เติบโตไปพร้อมกับสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างมีคุณค่าและความยั่งยืน”