Home Blog Page 34

เอไอเอส สนับสนุนกระทรวงกลาโหม ส่งมอบระบบสื่อสารเพื่อทหารในพื้นที่ชายแดนทั่วประเทศ

0

เอไอเอส เดินหน้าสานต่อพันธกิจในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาขับเคลื่อนสังคมไทย ภายใต้แนวคิด “เอไอเอสเชื่อมกำลังใจ แด่ทหารไทยในแนวหน้า” โดยให้การสนับสนุนระบบสื่อสาร เพื่อเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลประจำการตามแนวชายแดนทั่วประเทศกว่า 30,000 นาย ซึ่งต้องปฏิบัติภารกิจห่างไกลจากครอบครัว เพื่อพิทักษ์อธิปไตยและความสงบสุขของชาติ บนเครือข่ายคุณภาพที่ครอบคลุมที่สุดของประเทศ

        พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า “การที่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ได้เล็งเห็นความสำคัญของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนและในพื้นที่ห่างไกลบ้าน การสนับสนุนในครั้งนี้ไม่เพียงเสริมความคล่องตัวในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังเป็นการส่งต่อกำลังใจอันล้ำค่าให้แก่ผู้เสียสละที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจปกป้องผืนแผ่นดินไทย เป็นเครื่องสะท้อนถึงน้ำใจจากภาคเอกชนที่ร่วมยืนเคียงข้างกองทัพไทยในภารกิจเพื่อความมั่นคงของชาติอย่างแท้จริง ความร่วมมือในลักษณะนี้คือพลังที่ทำให้สังคมไทยแข็งแกร่งและงดงามยิ่งขึ้น

          ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมจะดำเนินการจัดสรรระบบสื่อสารดังกล่าวให้กับกองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพ เพื่อนำไปมอบแก่กำลังพลในพื้นที่ชายแดนต่อไป พร้อมยืนยันว่า กำลังพลทุกนายจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น เพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศและความสงบสุขของประชาชนไทย”

นายวรุณเทพ วัชราภรณ์ หัวหน้าฝ่ายงานรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอส ในฐานะผู้ให้บริการโครงข่ายอัจฉริยะ ตระหนักถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ซึ่งต้องห่างไกลครอบครัวเพื่อพิทักษ์อธิปไตยและความสงบสุขของชาติ ตลอดมาเรามุ่งมั่นสนับสนุนทุกภารกิจของกระทรวงกลาโหม โดยขยายโครงข่ายให้รองรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมสนับสนุนระบบสื่อสารแก่กำลังพล 30,000 นาย ภายใต้แนวคิด “เอไอเอสเชื่อมกำลังใจ แด่ทหารไทยในแนวหน้า” เพื่อให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนและในพื้นที่ห่างไกลบ้านได้รับพลังใจจากทุกข้อความและทุกสายสนทนา ผ่านเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อมั่นคงไร้รอยต่อจากเอไอเอส

ทั้งนี้ เอไอเอสจะเดินหน้าเคียงข้างกระทรวงกลาโหมอย่างต่อเนื่อง ยกระดับโครงข่ายให้ครอบคลุมและมั่นคงยิ่งขึ้น เสริมสวัสดิการสื่อสารสำหรับกำลังพล และขยายโอกาสดิจิทัลสู่พื้นที่ห่างไกล เพื่อให้กำลังพลและครอบครัวอุ่นใจบนเครือข่ายคุณภาพที่ครอบคลุมที่สุดของประเทศ พร้อมร่วมยกระดับมาตรฐานความมั่นคงและคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืน”

เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมถวายความอาลัย แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำโดย นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  พร้อมด้วย ดร.สุธี โมกขะเวส กรรมการผู้จัดการ คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ร่วมพิธีถวายความอาลัย แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ณ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก

ในโอกาสนี้ นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้กล่าวถวายความอาลัย พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหารและพนักงาน ได้พร้อมใจกันยืนสงบนิ่ง และลงนามในสมุดถวายความอาลัย เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ตลอดระยะเวลาที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ ตามที่ทรงตั้งพระราชปณิธานอย่างแน่วแน่ ในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจมาตลอดพระชนม์ชีพ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข แก่พสกนิกรชาวไทยในทุกหนแห่ง อีกทั้งยังทรงส่งเสริมงานด้านศิลปวัฒนธรรม หัตถศิลป์ไทย ตลอดจนการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งสะท้อนถึงพระเมตตาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมดังพระราชสมัญญา “พระแม่ของแผ่นดิน”

คณะผู้บริหารและพนักงานเมืองไทยประกันชีวิต  ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยความจงรักภักดีตราบนิรันดร์ 

ซีพีเอฟชู MEAT ZERO โปรตีนจากพืชทางเลือกเพื่อคนรักสุขภาพ อิ่มบุญรับเทศกาลเจ

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ (CPF) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งมอบอาหารที่ดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ชวนคนไทยร่วมอิ่มบุญในเทศกาลกินเจปีนี้ไปกับแบรนด์ MEAT ZERO (มีทซีโร่) ผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืชคุณภาพ ภายใต้แนวคิด “กินดี ได้ดี กินโปรตีนดีจากพืช” ที่สะท้อนการเลือกกินที่ดีต่อร่างกายและดีต่อโลกไปพร้อมกัน

เทศกาลกินเจปีนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่แบรนด์ MEAT ZERO จะขยายการสื่อสารจากกลุ่มผู้บริโภคดั้งเดิมที่ถือศีลกินเจหรือมังสวิรัติ ไปสู่กลุ่มผู้รักสุขภาพที่ต้องการเพิ่มทางเลือกของแหล่งโปรตีนให้หลากหลาย โดยไม่จำเป็นต้องละเว้นเนื้อสัตว์ทั้งหมด หรือ “Flexitarian” ซึ่งเป็นเทรนด์การบริโภคที่เติบโตต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก

แบรนด์ MEAT ZERO เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของซีพีเอฟในการพัฒนาอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านเทคโนโลยี Plant-Tec™ ที่พัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์ด้านอาหารของบริษัท ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ เพื่อสร้างเนื้อสัมผัสใกล้เคียงเนื้อสัตว์จริง โดยใช้วัตถุดิบหลักที่ดีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากพืชตระกูลถั่ว อย่าง ถั่วเหลืองและถั่วลันเตา ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง ย่อยง่าย ไขมันอิ่มตัวต่ำ และปราศจากคอเลสเตอรอล ตอบรับเทรนด์ “ลดเนื้อ แต่ไม่ลดอร่อย”

จากแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน พบว่าผู้คนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น และมองหาอาหารที่ดีต่อร่างกาย พร้อมเพิ่มความหลากหลายให้กับแหล่งโปรตีนในแต่ละมื้อ ซีพีเอฟจึงมุ่งพัฒนา MEAT ZERO ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของโปรตีนคุณภาพ ที่อร่อย ทานง่าย และเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์

ในโอกาสเทศกาลเจปีนี้ MEAT ZERO เปิดตัวผลิตภัณฑ์สูตรใหม่ ในกลุ่มอาหารพร้อมปรุง คือ เนื้อบดจากพืช เนื้อสามชั้นจากพืช และอกไก่นุ่มจากพืช ซึ่งได้รับการปรับสูตรเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ เสริมวิตามิน B12 เหล็ก และซิงก์ ใช้น้ำมันอะโวคาโดที่อุดมด้วยไขมันดี และสีธรรมชาติจากหัวบีทรูต พร้อมคงจุดเด่นด้านโปรตีนสูง มีใยอาหาร และ 0% คอเลสเตอรอล

นอกจากนี้ยังมีเมนูพร้อมทานและของว่างใหม่ เช่น บะหมี่ผักโมโรเฮยะผัดซอสเผ็ด เบอร์เกอร์ไก่เจซอสสไปซี่มาโย และเห็ดกรุบผงแซ่บ ที่ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกและคุณค่าทางโภชนาการของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยบรรจุภัณฑ์ของ MEAT ZERO ยังสามารถรีไซเคิลได้ 100% เพื่อร่วมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดกลาง ซีพีเอฟ กล่าวว่า “ซีพีเอฟมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ผลิตจากแหล่งวัตถุดิบที่ดีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดย MEAT ZERO ในฐานะแบรนด์ผู้นำผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืช ที่สะท้อนแนวคิดการกินอย่างสมดุลของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่มองหาอาหารทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ทั้งอร่อยและยั่งยืน เทศกาลเจจึงเป็นช่วงเวลาที่ดีในการชวนคนไทยอิ่มบุญไปพร้อมกับการดูแลสุขภาพ ด้วยโปรตีนดีจากพืชที่อร่อย มีคุณค่า และทานได้ทุกวัน”

ผู้บริโภคสามารถอิ่มบุญและอิ่มสุขภาพไปกับ MEAT ZERO ได้แล้ววันนี้ที่ 7-Eleven และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ แอปพลิเคชัน 7-Eleven, Shopee, และ Lazada .

เมืองไทยประกันชีวิต-มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม มอบผ้าห่มกันหนาว และกล่อง Pink Box เพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผ่านกระทรวงพัฒนาสังคมฯ

0

เมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม ร่วมเดินหน้าสานต่อภารกิจ “ส่งต่อความอบอุ่น สู่หัวใจคนไทย” มอบผ้าห่มกันหนาวและกล่อง “Pink Box” เพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางให้แก่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้โครงการ “พม.ใกล้คุณ”  ร่วมบรรเทาทุกข์และเตรียมพร้อมรับมือภัยหนาวในช่วงปลายปี สะท้อนเจตนารมณ์ขององค์กร ในการส่งต่อความห่วงใยและสร้างรอยยิ้มให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ และมูลนิธิเมืองไทยยิ้มได้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งได้รับผลกระทบ จากความไม่สงบ รวมถึงภัยหนาวที่กำลังจะมาถึงในปลายปี 2568 พบว่ามีประชาชนจำนวนมากใน 4 จังหวัด ได้แก่ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สุรินทร์ และสระแก้ว ที่ยังขาดแคลนผ้าห่มและสิ่งของจำเป็นในการรับมือกับสภาพอากาศที่หนาวเย็น

ดังนั้น เพื่อสนับสนุนภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้แนวนโยบาย “พม.ใกล้คุณ” เมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม จึงได้จัดกิจกรรมส่งมอบความช่วยเหลือ  ร่วมส่งมอบผ้าห่มกันหนาวจำนวน 500 ผืน และกล่อง “Pink Box” จำนวน 100 ชุด แก่กระทรวงฯ เพื่อกระจายต่อไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

กล่อง “Pink Box” เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมของเมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้มที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อสานต่องานของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ในการส่งเสริมความเสมอภาค และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ครอบครัวไทย ภายในกล่องบรรจุสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันและของใช้ด้านสุขอนามัย เพื่อมอบให้แก่ “สตรีกลุ่มเปราะบาง” ที่เผชิญกับปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจ อาทิ ผู้หญิงรายได้น้อย แม่เลี้ยงเดี่ยว หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และครอบครัวที่ยากไร้ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างกำลังใจ เติมเต็มความหวัง และส่งต่อพลังบวกให้ผู้รับรู้ว่าพวกเขาไม่ได้ถูกทอดทิ้งจากสังคม

กล่อง “Pink Box” ยังเป็นกิจกรรมจิตอาสาที่เปิดโอกาสให้พนักงานและประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการแบ่งปัน โดยร่วมกันพับกล่อง บรรจุสิ่งของที่จำเป็น เช่น สบู่ ยาสีฟัน ผ้าอนามัย แชมพู อาหารแห้ง นมกล่อง และของใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมเขียนข้อความให้กำลังใจ เพื่อส่งมอบความอบอุ่นทั้งทางกายและใจให้แก่ผู้ที่กำลังประสบความยากลำบาก

ทั้งนี้ สำหรับผ้าห่มกันหนาวที่มอบในครั้งนี้ เป็น “ผ้าห่มอัพไซคลิง” ที่ผลิตจากขวดพลาสติกใช้แล้วขนาด 1.5 ลิตร จำนวน 11 ขวดต่อผืน โดยกระบวนการผลิตใช้พลังงานน้อยกว่าการผลิตเส้นใยใหม่ถึง 59% และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 30% ต่อผืน นับเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกและสนับสนุนแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) พร้อมส่งต่อความอบอุ่นและ   ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน  และยังเป็นการต่อยอดนโยบายภาครัฐในการลดปริมาณขยะพลาสติก และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

ในโอกาสนี้บริษัทฯ ได้รับเกียรติจาก นายกิตติ อินทรกุล  รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วย  นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ  อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ นางจิตติมา กรีอารี  รองอธิบดี กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ  นางวรรณภา สุขคง   รองอธิบดี กรมกิจการผู้สูงอายุ และนางสุดา สุหลง รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ร่วมรับมอบเพื่อบรรเทาทุกข์และรับมือภัยหนาวให้แก่กลุ่มสตรีเปราะบาง ที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และ คนพิการในหลายพื้นที่  โดยมี ดร.สุธี โมกขะเวส กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และนายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส  และ นางพิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ รองประธานกรรมการ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม  ร่วมมอบในครั้งนี้   กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ เมืองไทยประกันชีวิต (สำนักงานใหญ่)

AIS ร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์ เผยแพร่สารคดีเฉลิมพระเกียรติ “แม่ของแผ่นดิน” ผ่าน AIS PLAY ให้คนไทยได้รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

0

เอไอเอส ร่วมกับ กรมประชาสัมพันธ์ จัดเผยแพร่ สารคดีเฉลิมพระเกียรติ “แม่ของแผ่นดิน” เพื่อให้ประชาชนชาวไทยทุกเครือข่ายได้ร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านทางดิจิทัลแพลตฟอร์ม AIS PLAY โดยเปิดให้รับชมได้ฟรีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ความร่วมมือครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วย นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าหน่วยธุรกิจสื่อสารองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ เอไอเอส ร่วมประกาศเจตนารมณ์ในการเผยแพร่สารคดีดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนได้แสดงความอาลัยอย่างสูงสุด และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ผู้เป็นที่รักและเทิดทูนยิ่งของปวงชนชาวไทย

ทั้งนี้ สารคดีเฉลิมพระเกียรติ “แม่ของแผ่นดิน” จัดทำโดย กรมประชาสัมพันธ์ และ โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย มีจำนวนทั้งสิ้น 32 ตอน ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชจริยวัตรและพระราชกรณียกิจอันทรงคุณูปการของพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอุทิศพระวรกายและพระราชหฤทัยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทย ด้วยความเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาและความรักอันยิ่งใหญ่

ประชาชนสามารถรับชมสารคดีเฉลิมพระเกียรติ “แม่ของแผ่นดิน” ได้ฟรีทุกเครือข่าย ผ่าน AIS PLAY ได้ทั้งทางแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ และกล่อง AIS PLAYBOX ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบถุงยังชีพและผ้าห่มกันหนาว ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผ่านกองบัญชาการกองทัพไทย

0

ผู้บริหารและพนักงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้พร้อมใจกัน “ร่วมทำความดี เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นการน้อมรำลึกถึง พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย” ด้วยการจัดถุงยังชีพบรรจุเวชภัณฑ์ เครื่องอุปโภค บริโภค และผ้าห่มกันหนาว จำนวน 500 ชุด มูลค่า 500,000 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ยังคงได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 15 จังหวัด และประชาชนในพื้นที่ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เริ่มได้รับผลกระทบจากภัยหนาว โดยศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ และอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มอบผ่านกองบัญชาการกองทัพไทย โดยมี พลโท ชยพณัฐ วิริรัตน์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นผู้รับมอบ

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีความตั้งใจที่จะสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมคุณภาพชีวิตชุมชนทั้งใกล้และไกล ลดความเหลื่อมล้ำ ดูแลเด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมอย่างยั่งยืน

ซีพีเอฟ จับมือ นิปปอนแฮม ตั้ง “ซีพีเอฟ เอ็นเอช ฟู้ดส์” ยกระดับเนื้อสุกรแปรรูปคุณภาพสูง เพื่อผู้บริโภคเอเชีย

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และ บริษัท เอ็นเอช ฟู้ดส์ (NH Foods) หรือ นิปปอนแฮม สองผู้นำอุตสาหกรรมอาหารแห่งเอเชีย ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ จัดตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่ บริษัท ซีพีเอฟ เอ็นเอช ฟู้ดส์ จำกัด (CPF NH Foods Co., Ltd.) ความร่วมมือนี้เป็นการผสานศักยภาพชั้นนำด้านนวัตกรรม ความปลอดภัยทางอาหาร การผลิตโปรตีนคุณภาพสูง และกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรแปรรูประดับพรีเมียมในภูมิภาคเอเชีย

การจัดตั้งบริษัท ซีพีเอฟ เอ็นเอช ฟู้ดส์ จำกัด (CPF NH Foods Co., Ltd.) เป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท ซีพีเอฟ ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอร์เรจ จำกัด (CPF Food and Beverage Co., Ltd.) บริษัทในเครือของซีพีเอฟ และบริษัท เอ็นเอช ฟู้ดส์ จำกัด (NH Foods Ltd.) โดยบริษัทใหม่จะมุ่งเน้นการพัฒนา ผลิต และทำการตลาดผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรแปรรูปสำหรับผู้บริโภคในประเทศไทย และตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย โดยโรงงานแปรรูปอาหารของซีพีเอฟ จังหวัดฉะเชิงเทรา จะเป็นฐานการผลิตของธุรกิจใหม่นี้

ภายใต้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้ นิปปอนแฮม จะนำความเชี่ยวชาญระดับโลกด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงมาสนับสนุน ขณะที่ซีพีเอฟ ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอร์เรจ จะจัดหาวัตถุดิบเนื้อสุกรคุณภาพพรีเมียมที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยอาหารระดับสากล พร้อมใช้เครือข่ายการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศไทยและตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจร่วมกันอย่างยั่งยืน

ด้านนายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า ”การจัดตั้งบริษัท ซีพีเอฟ เอ็นเอช ฟู้ดส์ ถือเป็นก้าวสำคัญในการผนึกกำลังของสองผู้นำธุรกิจอาหารชั้นแนวหน้าของเอเชีย โดยการผสานเครือข่ายการจัดจำหน่ายแบบครบวงจรและการจัดหาวัตถุดิบของซีพีเอฟ เข้ากับมาตรฐานการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการผลิตขั้นสูงของนิปปอนแฮม เรากำลังกำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูประดับพรีเมียมแก่ผู้บริโภคทั่วเอเชีย ความร่วมมือนี้ไม่เพียงตอกย้ำความแข็งแกร่งของทั้งสองบริษัทในตลาดเนื้อสุกรแปรรูประดับโลก แต่ยังขับเคลื่อนวิสัยทัศน์การเติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะ “ครัวของโลก” พร้อมกันนี้ เรายังมุ่งมั่นที่จะตอบสนองความคาดหวังของผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมสร้างอาหารที่มีคุณภาพและยั่งยืนแห่งอนาคตร่วมกัน”

นายโนบูฮิสะ อิกาว่า ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็นเอช ฟู้ดส์ กล่าวว่า “เอ็นเอช ฟู้ดส์ มุ่งสร้างคุณค่าใหม่ให้กับโปรตีนผ่านการร่วมสร้างสรรค์และการแสวงหาความท้าทาย พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือทางธุรกิจกับซีพีเอฟ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ ทั้งสองบริษัทจะร่วมกันใช้จุดแข็งของแต่ละฝ่ายในการผลักดันธุรกิจในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้สู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย”

ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่าง ซีพีเอฟ และ นิปปอนแฮม เริ่มต้นจากการลงนามในข้อตกลงหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์แบบครบวงจร (Comprehensive Strategic Partnership Agreement) เมื่อปีที่ผ่านมา โดย ซีพีเอฟ ได้นำเข้าเนื้อวัวเกรดพรีเมียมจาก นิปปอนแฮม เพื่อจำหน่ายในประเทศไทย ความสำเร็จของความร่วมมือดังกล่าวปูทางสู่การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนแห่งใหม่นี้ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของทั้งสองบริษัทให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วทั่วภูมิภาคเอเชีย

ซีพีเอฟ – จ.นครสวรรค์ จัด “คาราวานซีพีเอฟ” ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน ส่งต่ออาหารคุณภาพ-ราคาพิเศษ พร้อมสนับสนุนกีฬามวย “ศึก CPF มวยมันส์สนั่นโลก”

0

จ.นครสวรรค์ ร่วมกับ เทศบาลนครนครสวรรค์ และซีพีเอฟ จังหวัดนครสวรรค์ และเทศบาลนครนครสวรรค์ ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ จัดงาน “คาราวานซีพีเอฟ ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน” ส่งเสริมให้ชาวนครสวรรค์และพื้นที่ใกล้เคียง เข้าถึงอาหารคุณภาพดี สะอาด ปลอดภัย ในราคาพิเศษ ชวนร่วมภาคภูมิใจใน “ศิลปะการชกมวย” กับการแข่งขัน “ศึก CPF มวยมันส์สนั่นโลก”

ซีพีเอฟนำผลิตภัณฑ์อาหารสดและแปรรูปแบรนด์ CP รวมถึงผลิตภัณฑ์ภายใต้บริษัทในเครือซีพีเอฟมาลดราคา 20 – 40% รวมกว่า 300 รายการ ทั้งแบรนด์ห้าดาว (FIVE STAR) เชสเตอร์ (Chester’s) ซีพี-เมจิ (CP-Meiji) และ STAR COFFEE ตลอดจนอาหารสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร เจอร์ไฮ (JerHigh) และจินนี่ (Jinny) รวมถึงพันธมิตรทั้ง TRUE และ Lotus’s มาร่วมกันจัดจำหน่ายสินค้า เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน พร้อมร่วมสนับสนุนสินค้าชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น ตั้งแต่วันนี้ – 1 พ.ย. 2568 ช่วงเวลา 09.00 – 20.00 น. ณ ลานหน้าเทศบาลนครนครสวรรค์ (ถ.อรรถกวี)

ขณะเดียวกัน ซีพีเอฟ ยังร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทย เชิญชวนผู้สนใจร่วมภาคภูมิใจใน “ศิลปะการชกมวย” กับการแข่งขัน “ศึก CPF มวยมันส์สนั่นโลก” โดยมี นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันชิงแชมป์สภามวยโลกแห่งเอเชีย (WBC ASIA) พร้อมด้วย นายจิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ นายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์ เป็นประธานอำนวยการโครงการ และ ดร.พงษ์ วิเศษไพฑูรย์ ประธานกรรมการ กลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ ซีพีเอฟ เขตประเทศอินเดีย ชมฟรีในวันที่ 29 พ.ย. ถ่ายทอดสดทางช่อง True4U (ช่อง24) ตั้งแต่เวลา 16.00 – 18.00 น. .

ปากเกร็ดไม่ทน จับมือ สมาคมตกปลาคุมปลาหมอบัตเตอร์ในบึง

0

อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจของเทศบาลนครปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ได้ครีเอตกิจกรรมหยุดการระบาดปลาหมอบัตเตอร์ในบึงกลางสวนสาธารณะ ด้วยวิธีการ “ตกปลาเชิงอนุรักษ์” พร้อมร่วมมือกับ สมาคมกีฬาตกปลา สปอร์ตฟิชชิ่งไทย เพื่อสำรวจและลดจำนวนประชากรปลาหมอบัตเตอร์ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ และปลาพื้นถิ่นที่อยู่ในบึงน้ำของสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ในกลางอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ปลาหมอบัตเตอร์ จัดเป็นปลาต่างถิ่นสายพันธุ์รุกราน และอีกหนึ่งสายพันธุ์ปลาที่กรมประมงประกาศห้ามนำเข้า หรือเพาะเลี้ยงตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา ปลาน้ำจืดพื้นถิ่นได้รับผลกระทบจากการแข่งขันแย่งอาหารและถิ่นที่อยู่ แม้ว่าไม่พบรายงานอย่างเป็นทางการว่ามีการนำเข้าปลาชนิดนี้ แต่กลับพบปลาหมอบัตเตอร์ในหลายพื้นที่ ที่เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งไม่แน่ชัดว่าปลาชนิดนี้หลุดมาจากที่ใด

หลังพบการแพร่ระบาดในสวนสาธารณะเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 แพร่พันธุ์เร็วมากจนกระทบกับปลาพื้นบ้าน และ ปลาธรรมชาติ ปลาหมอบัตเตอร์มักจะไล่กินปลา รวมไปถึงไข่ของปลาชนิดอื่นๆ เทศบาลนครปากเกร็ดจึงบูรณาการกับจังหวัดนนทบุรี และกรมประมงเร่งดำเนินมาตรการควบคุมอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการเล็ดรอดของปลาชนิดนี้สู่แหล่งน้ำเปิดของจังหวัดนนทบุรี โดยเลือกใช้ “การตกปลาเชิงอนุรักษ์” เป็นแนวทางหลัก เนื่องจากเป็นวิธีการที่ไม่รบกวนปลาที่อยู่ในระบบนิเวศและสามารถจับเฉพาะปลาหมอบัตเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ยังได้มีการปล่อยพันธุ์ปลาไทยเพื่อการอนุรักษ์ อาทิ ปลาตะเพียน ปลาบึก และปลาเทพา ซึ่งเป็นปลาประจำจังหวัดนนทบุรี เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและสร้างสมดุลให้แหล่งน้ำ

เทศบาลนครปากเกร็ดมีแผนดำเนินกิจกรรมควบคุมและลดจำนวนประชากรลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการเล็ดรอดสู่แหล่งน้ำเปิดของจังหวัดนนทบุรี และได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาคประชาชน สื่อท้องถิ่น และโรงเรียนในพื้นที่ จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องปลาต่างถิ่นและการอนุรักษ์สัตว์น้ำพื้นถิ่น เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนให้เข้าใจผลกระทบจากการปล่อยสัตว์น้ำโดยไม่ตรวจสอบสายพันธุ์ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นการ

“การตกปลาเชิงอนุรักษ์” ของเทศบาลนครปากเกร็ดถือเป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์ โดยผสานความร่วมมือของภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชน เพื่อจัดการปัญหาปลาต่างถิ่นรุกราน ขณะเดียวกันยังช่วยเสริมความรู้และจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ให้กับคนในชุมชน “ปลาหมอบัตเตอร์” อาจเป็นภัยต่อระบบนิเวศ แต่แนวทางของเทศบาลนครปากเกร็ดได้ช่วยจุดประกายให้เห็นว่า หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างเข้าใจและลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง ปัญหาก็สามารถเปลี่ยนเป็นโอกาสของชุมชนและร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย “สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ฐานแซม ”

0

ช่วงนี้เจอพระอาจารย์บ่อย แต่ไม่ได้เดินตามพระอาจารย์ไปสนามพระ เซียนเจี๊ยบติดงานนาย กว่าจะเสร็จพระอาจารย์ ก็ซื้อเสร็จเรียบร้อย ไม่ทันขอของแถมทุกที พระอาจารย์กลัวแย่งพระ แต่ที่จริงการดูพระยังได้ไม่ถึงครึ่งของพระอาจรย์ ความแม่นพิมพ์ แม่นเนื้อ สภาพพระสวยดิบเดิม ยังต้องฝึกอีกนาน วัดได้จากเวลาเอาพระสวยดูดิบดี เหมือนพระใหม่เพิ่งกดพิมพ์มาขายให้พระอาจารย์ เสร็จทุกที อีกวันสองวันมาอวด ไม่รู้ลาวตกรถที่ไหนมาขายให้ เราก็ได้แต่ทำตาปริบๆ

จำไว้แล้วเดินหาพระต่อไป ยังมีพระให้เราเดินเก็บอีกมากมาย ฝึกดูพิมพ์ดูเนื้อจำให้แม่น เดี๋ยวเราก็เดินเจอมาดูพระสมเด็จวัดระฆังฐานแซมองค์สวยแจ่มวันนี้ มีเสน่ห์ ที่รักดำแห้งสนิท แบบนี้ล้างน้ำอุ่นไม่ละลาย ถ้าเจอรักละลายน้ำไม่ถึงยุค รักที่ร่อนหลุดแห้งเป็นชิ้นเล็กบ้างใหญ่บ้าง แบบนี้เป็นธรรมชาติของรักเก่า เห็นเนื้อพระที่รักหลุดไปเห็นเนื้อเหลืองอมขาวจัดซึ้งตาซึ้งใจ แบบนี้ที่เรียกพระผ่านการใช้มา ดูง่ายสบายตาสบายใจ เห็นก้อนมวลสารครบ ก้อนดำ เม็ดแดง ก้อนเทา คราบแป้งนวลๆบนเนื้อพระ ด้านหลัง มีรอยปริ รอยตอกตัดขอบข้างทุกด้านปริร่อย มีรักฝังเข้าไปในเนื้อขอบข้าง นานๆจะได้เห็นพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ฐานแซมหลังครบเต็มฟอร์มแบบนี้ จำให้แม่นนะเธอพระอาจารย์สอนไว้ เจอพระสมเด็จวัดระฆังหลังแบบนี้ กำพระจ่ายตังค์ขึ้นคอ พระสมเด็จมาโปรดแล้วจร้าาาาพระอาจารย์สอนเซียนเจี๊ยบบอกต่อ “หวานเจี๊ยบ”

เจี๊ยบ บางกรวย เดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897