Home Blog Page 33

เอไอเอส ห่วงใยสถานการณ์พายุ “คัลแมกี” ส่งทีมวิศวกรเฝ้าระวังดูแลโครงข่ายและเน็ตบ้านในพื้นที่เสี่ยงตลอด 24 ชม.

0

ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศว่า พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” (KALMAEGI) จะส่งผลให้ช่วงวันที่ 7–9 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมาก และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ทั้งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตามลำดับ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม นำไปสู่น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งนั้น

เอไอเอส ตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการสื่อสารของประชาชน จึงได้ยกระดับการเตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้บริการเครือข่ายมือถือและอินเทอร์เน็ตบ้าน สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องในทุกสภาวะ โดยมีมาตรการสำคัญดังนี้

• ดูแลเครือข่ายอย่างเต็มกำลัง: จัดทีมวิศวกรและช่างเทคนิคแสตนบายพร้อม รถสถานีฐานเคลื่อนที่ เพื่อสนับสนุนสัญญาณทันทีหากเกิดกรณีฉุกเฉิน พร้อมมอนิเตอร์โครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านศูนย์บริหารจัดการเครือข่าย (Network Operation Center: NOC) พร้อมตั้ง War Room ทันทีหากสถานการณ์ยกระดับ เพื่อสั่งการฟื้นฟูโครงข่ายอย่างรวดเร็ว

• สำรองพลังงานอย่างเพียงพอ: เตรียมเครื่องปั่นไฟและน้ำมันสำรอง ในโหมดหลักและพื้นที่เสี่ยง เพื่อคงสัญญาณสื่อสารในสถานการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง

• ดูแลความปลอดภัยของพนักงานในพื้นที่ปฏิบัติงาน: จัดเตรียม อุปกรณ์ความปลอดภัยครบครัน เช่น ชุดเซฟตี้ เสื้อชูชีพ เรือ และอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉิน เพื่อให้การทำงานในพื้นที่เสี่ยงเป็นไปอย่างปลอดภัยสูงสุด

• ประสานงานเชิงรุกกับหน่วยงานภาครัฐ: ร่วมมือกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และส่วนราชการในจังหวัดพื้นที่เสี่ยง เพื่อเตรียมความพร้อมโครงข่ายในบริเวณ ศูนย์อพยพ ที่แต่ละจังหวัดจัดตั้ง

เอไอเอสยืนยันความพร้อมของทุกหน่วยงานในการดูแลประชาชนให้สามารถใช้บริการสื่อสารและเน็ตบ้านได้ต่อเนื่องอย่างดีที่สุด พร้อมยืนหยัดอยู่เคียงข้างคนไทยตลอดช่วงผลกระทบจากพายุ “คัลแมกี” และพร้อมสนับสนุนการสื่อสารในพื้นที่ที่จำเป็นอย่างเต็มกำลัง

ครั้งแรก! AIS PLAY คว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสด The 74th Miss Universe 2025 แต่เพียงผู้เดียวในไทย ปล่อยแพ็กเกจ PLAY PASS ดูครบทุกช่วงประกวด เพียง 49 บาท

0

AIS PLAY สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ให้กับวงการดิจิทัลไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลคอนเทนต์ระดับประเทศ ด้วยการคว้าสิทธิ์การถ่ายทอดสดการประกวดนางงามระดับโลกเวทีThe 74th Miss Universe 2025 อย่างเป็นทางการ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ให้แฟนนางงามคนไทยได้ลุ้นสาวงามคนใหม่แห่งจักรวาลและไม่พลาดทุกโมเมนต์ของการประกวดในช่วงเวลาสำคัญ โดยเฉพาะในปีนี้ที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพในการจัดการประกวด ผ่านประสบการณ์รับชมเหนือระดับทาง AIS PLAY กับแพ็กเกจสุดคุ้ม “PLAY PASS” เพียง 49 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) รับชมได้ 30 วัน โดยสามารถรับชมการประกวดใน 3 รอบสำคัญ ได้แก่

·    รอบ The National Costume การแสดงชุดประจำชาติ ในวันพุธที่ 19 พฤศจิกายน 2025 เวลา 13.00 – 14.00 น.

·    รอบ The Preliminary Competition ก่อนชิงชนะเลิศ โดยรวมถึงการเดินในชุดราตรีและชุดว่ายน้ำ ในวันพุธที่ 19 พฤศจิกายน 2025 เวลา 19.00 – 21.00 น.

·    รอบ The Grand Finale รอบชิงชนะเลิศ ในวันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2025 เวลา 08.00 – 11.00 น.

นอกจากนี้ ผู้สมัครแพ็กเกจ “PLAY PASS” ยังมีสิทธิ์ร่วมสนุกผ่านกิจกรรมแข่งขันชิงบัตรเข้าชมการประกวด จากเอไอเอสเพื่อชิงสิทธิ์รับบัตรเข้าชมการประกวดจริงในแต่ละรอบ โดยสามารถร่วมสนุกตอบคำถามผ่านโพสต์กิจกรรมทาง Page AIS Facebook ได้ตั้งแต่วันที่ 5-10 พฤศจิกายน 2568 เท่านั้น รายละเอียดเพิ่มเติมตรวจสอบได้จากโพสต์กิจกรรม Page AIS Facebook  และ รวมถึงกิจกรรมสุดพิเศษ Meet & Greet สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กระทบไหล่กับ Miss Universe 2025 ตัวจริงแบบใกล้ชิด ในวันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ณ AIS SIAM โดยสามารถร่วมสนุกตอบคำถามผ่านโพสต์กิจกรรมทาง Page AIS Facebook ได้ตั้งแต่วันที่ 11-16 พฤศจิกายน 2568 เท่านั้น รายละเอียดเพิ่มเติมตรวจสอบได้จากโพสต์กิจกรรม Page AIS Facebook

นางสาวรุ่งทิพย์ จารุศิริพิพัฒน์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนท์ AIS กล่าวว่า เอไอเอสมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับสิทธิ์ถ่ายทอดสดการประกวดนางงามที่คนไทยทุกคนตั้งตารอ กับเวที The 74th Miss Universe 2025 อย่างเป็นทางการและถูกต้องตามลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอสในการยกระดับอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานระดับสากล ผ่านศักยภาพของเครือข่ายอัจฉริยะ AIS 5G และแพลตฟอร์มความบันเทิง AIS PLAY ที่พร้อมส่งมอบประสบการณ์รับชมระดับโลกให้กับคนไทยได้ทุกที่ ทุกเวลา และบนทุกอุปกรณ์ นอกจากนี้เอไอเอสยังต้องการให้แฟนนางงามชาวไทยได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเวทีแห่งแรงบันดาลใจระดับโลก ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความงาม ความมั่นใจ และพลังของผู้หญิงจากทั่วโลก พร้อมทั้งไม่พลาดทุกช่วงเวลาแห่งความตื่นเต้นของการประกวด ทั้งรอบชุดประจำชาติ รอบพรีลิม และรอบชิงชนะเลิศ เพื่อร่วมลุ้นและร่วมเชียร์มงที่สามของไทยไปพร้อมกัน ผ่านประสบการณ์การรับชมที่เหนือระดับเฉพาะบน AIS PLAY แอปที่รวบรวมคอนเทนต์ระดับโลกและระดับพรีเมียมไว้ในที่เดียว”

ลูกค้าเอไอเอส ระบบรายเดือน เติมเงิน และ เอไอเอส 3BB Fibre3 สามารถสมัครแพ็กเกจ PLAY PASS” ได้แล้ววันนี้ ในราคาเพียง 49 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)  รับสิทธิ์ชมครบทุกช่วงการประกวดนาน 30 วัน ผ่านแอป AIS PLAY หรือเว็บไซต์ www.aisplay.ais.co.th ดูได้แบบไม่มีสะดุด เฉพาะที่ AIS PLAY ที่เดียวเท่านั้น! ลูกค้ามือถือสมัครง่ายๆ เพียงกด *678*74# โทรออก หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.ais.th/consumers/entertainment/ais-play/play-pass

นอกจากนี้ ลูกค้าที่ใช้แพ็กเกจจาก AIS PLAY อาทิ PLAY FAMILY, PLAY ASIAN, PLAY PREMIUM, PLAY PREMIUM PLUS, PLAY ULTIMATE, PLAY INTER, PLAY S, M, L, XL, PLAY Lite, Lite Plus, Standard, Magnum, PLAY PREMIER และ PLAY SPORTS ยังสามารถรับชมคอนเทนต์ดังกล่าวได้เช่นเดียวกัน

เอไอเอส รวมดวงใจทั้งองค์กรทั่วประเทศ แสดงความอาลัยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

0

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส และบริษัทในเครือ นำโดย นายปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงานจากทุกสายงานทั่วประเทศ ร่วมแสดงความอาลัย สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นดั่งร่มโพธิ์ร่มไทรของแผ่นดิน เป็นศูนย์รวมแห่งความรัก ความศรัทธา และความผูกพันของปวงชนชาวไทย โดยพิธีจัดขึ้น ณ อาคารเอไอเอส ทาวเวอร์ 1 ถนนพหลโยธิน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ   พร้อมสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคเอไอเอสทั่วประเทศ ร่วมใจแสดงความอาลัยโดยพร้อมเพรียงกัน

เอไอเอสและพนักงานทุกคนขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และขอร่วมใจสืบสานแนวพระราชปณิธานในการทำประโยชน์เพื่อสังคมไทยสืบไป

ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือ BOI ร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรม New Economy สู่ตลาดทุนไทย

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ยุคใหม่ เดินหน้าจัดสัมมนา “BOI to IPO: ตลาดทุนสร้างการเติบโต” เพื่อผลักดันและส่งเสริมบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรม New Economy ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่มีศักยภาพเข้าสู่ตลาดทุนไทย งานจัดขึ้นในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่า การผนึกกำลังของ BOI และตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นพลังคูณสองที่จะช่วยยกระดับผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติให้สามารถเติบโตและแข่งขันในโลกยุคใหม่ได้ ผ่านการบูรณาการสิทธิประโยชน์และเครื่องมือของทั้งสององค์กร โดยในระยะแรก จะเน้นความร่วมมือใน 2 เรื่องสำคัญ คือ 1) การดึงบริษัทชั้นนำจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง 3 สาขาหลัก ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ยานยนต์ไฟฟ้า และดิจิทัล ที่เข้ามาตั้งฐานธุรกิจในประเทศไทยและได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ให้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเพิ่มศักยภาพการระดมทุน ยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลของภาคธุรกิจ เสริมความแข็งแกร่งของตลาดทุนไทย และยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยร่วมเป็นเจ้าของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และ 2) การสนับสนุนให้บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่แล้ว มีการลงทุนเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านมาตรการยกระดับอุตสาหกรรม (Smart and Sustainable Industry) ของ BOI และโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ BOI ในการเดินหน้าประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และความยั่งยืน

อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีพันธกิจในการเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อธุรกิจให้เข้าถึงแหล่งระดมทุน และสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ลงทุน โดยที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีการปรับปรุงเกณฑ์การเข้าจดทะเบียนใน SET และ mai เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มธุรกิจ New Economy ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ ผ่านเกณฑ์พิจารณา Market Capitalization เพื่อให้กิจการที่ลงทุนในเทคโนโลยี นวัตกรรม ซึ่งยังไม่มีผลกำไรสามารถเข้าจดทะเบียนได้ นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างทบทวนกฏเกณฑ์ดังกล่าวให้มีความทันสมัยเทียบเคียงได้กับตลาดหลักทรัพย์ในภูมิภาค

สัมมนา BOI to IPO: ตลาดทุนสร้างการเติบโต” ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงาน เพื่อการสื่อสารไปยังผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยให้ข้อมูลแนวทางการสนับสนุนภาคธุรกิจในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ โดยมี นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวในหัวข้อ “BOI ส่งเสริมการลงทุน เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยไปสู่เศรษฐกิจใหม่” นายอำนวย จิรมหาโภคา ผู้ช่วยผู้จัดการ สายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ข้อมูล “โอกาสระดมทุนของกิจการเพื่อพัฒนาศักยภาพในการแข่งขัน” พร้อมด้วยเสวนา “การยกระดับการเติบโต ด้วยกลไกของตลาดทุน” โดยผู้บริหารจากภาครัฐและเอกชน นางจันทนิดา สาริกะภูติ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) นายสุรนาถ กิตติรัตนเดช บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) และนายอนุวัฒน์ ร่วมสุข บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ มุมมองการขอรับสิทธิประโยชน์ BOI และการใช้ประโยชน์จากตลาดทุน เพื่อให้ข้อมูลและสร้างแรงบันดาลใจในการเข้าจดทะเบียนแก่ผู้ประกอบการ

การส่งเสริมธุรกิจในอุตสาหกรรม New Economy ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการเพิ่มคุณภาพและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ความร่วมมือดังกล่าวยังรวมถึงการผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนได้พิจารณาและใช้สิทธิประโยชน์จาก BOI ในรูปแบบต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมขับเคลื่อนประเทศก้าวสู่เศรษฐกิจใหม่ รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการให้บริการและพิจารณาคำขอของสองหน่วยงานเพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับการบริการที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

ความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์ฯ และ BOI ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืนผ่านการส่งเสริมการลงทุนและกลไกของตลาดทุน ทั้งนี้ ธุรกิจ New Economy ตามนิยามเกณฑ์การเข้าจดทะเบียนด้วยเกณฑ์ Market Capitalization หมายถึงบริษัทที่มีการประกอบธุรกิจเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งอ้างอิงจากประเภทกิจการที่ได้รับการส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้แก่ การเกษตรและอาหารขั้นสูง เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ การต่อยอดทางการแพทย์และสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ยานยนต์สมัยใหม่ การบินและโลจิสติกส์ ดิจิทัลและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ผู้ประกอบการสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ SET Contact Center 0 2009 9999

AIS 5G ร่วมสนับสนุนการประกวด The 74th Miss Universe 2025 มอบซิมต้อนรับผู้เข้าประกวดจากทั่วโลก

0

AIS 5G ผู้นำโครงข่ายดิจิทัลอัจฉริยะอันดับหนึ่งของประเทศไทย ร่วมเป็นหนึ่งในพลังสนับสนุนการจัดประกวด The 74th Miss Universe 2025 เวทีแห่งความงามระดับโลก เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยสู่สายตานานาชาติ พร้อมตอกย้ำความเป็นเครือข่ายที่นักเดินทางทั่วโลกไว้วางใจ ด้วยการมอบ “AIS LUCKY TOURIST SIM” ซิมสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนไทย ให้แก่ผู้เข้าประกวดจากทุกประเทศ ซึ่งการสนับสนุนครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ AIS ในการมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีที่สุดแก่ผู้มาเยือน ให้สามารถ เชื่อมต่อ แชร์ และอัปเดตทุกช่วงเวลาสำคัญได้อย่างลื่นไหล ไม่มีสะดุด บนเครือข่าย AIS 5G ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อทีมงาน ถ่ายเบื้องหลังสุดพิเศษ หรือส่งต่อความประทับใจจากกิจกรรมต่างๆ ตลอดระยะเวลาที่เก็บตัวที่ประเทศไทย

นางเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าพรีเพด เอไอเอส ให้การต้อนรับและเป็นผู้แทนมอบซิม “AIS LUCKY TOURIST SIM” ให้แก่ผู้เข้าประกวด The 74th Miss Universe 2025  กล่าวว่า “เอไอเอสรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับสาวงามผู้เข้าประกวดThe 74th Miss Universe จากทั่วโลก ด้วยเครือข่ายอัจฉริยะ AIS 5G ที่ได้รับการยอมรับในฐานะเครือข่ายอันดับหนึ่งของประเทศไทย เอไอเอสมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การสื่อสารที่ดีที่สุดในทุกเซกเมนต์ และยังคงเดินหน้าสนับสนุนทุกวงการที่ได้รับความสนใจจากคนไทย โดยเฉพาะการประกวด The 74thMiss Universe ที่คนทั่วโลกให้ความสนใจในทุกๆ ปี และการมอบซิม “AIS LUCKY TOURIST SIM” ในครั้งนี้เพื่อให้ผู้เข้าประกวดทุกคนสามารถเชื่อมต่อได้อย่างราบรื่น ไม่ว่าจะอยู่ในมุมใดของประเทศไทย ด้วยศักยภาพของเครือข่าย AIS 5G ที่เร็ว แรง และครอบคลุมทั่วประเทศ ผู้เข้าประกวดจะสามารถถ่ายทอดความสวยงามของประเทศไทยผ่านโซเชียลมีเดียได้อย่างเต็มที่ ไม่มีสะดุด พร้อมสัมผัสถึงมาตรฐานของเทคโนโลยีดิจิทัลระดับโลกที่เอไอเอสภาคภูมิใจนำเสนอผ่าน “AIS LUCKY TOURIST SIM” ซิมซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางยุคใหม่ ให้มั่นใจได้ในทุกการเชื่อมต่อตลอดการพำนักในประเทศไทย พร้อมทั้งยังสามารถสัมผัสกับประสบการณ์พิเศษอีกขั้นตลอดทั้งการเดินทาง ผ่านโปรแกรมสิทธิพิเศษข้ามประเทศรายแรกของโลก “WanderJoy” มอบสิทธิพิเศษข้ามพรมแดน ให้สาวงามทุกคนได้สัมผัสกับสิทธิพิเศษมากมายจากพันธมิตร 7 เครือข่ายระดับโลก และ AIS ที่รวบรวมครบ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ตลอดเส้นทาง”

สามารถรับชมครบทุกช่วงการประกวด The 74thMiss Universe 2025 ทั้งรอบชุดประจำชาติ, รอบพรีลิม และรอบชิงชนะเลิศ ร่วมลุ้นและร่วมเชียร์มงที่สามของไทยไปพร้อมกัน ผ่านทางแอป AIS PLAY หรือเว็บไซต์ www.aisplay.ais.co.th ที่ได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด The 74thMiss Universe 2025 แต่เพียงผู้เดียวในไทย ด้วยแพ็กเกจ “PLAY PASS” สมัครได้แล้ววันนี้ เพียง 49 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) รับสิทธิ์ชมนาน 30 วัน สมัครง่ายๆ เพียงกด *678*74# โทรออก รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.ais.th/consumers/entertainment/ais-play/play-pass

รู้เก็บรู้ออม : ลงทุนแบบมีความสุข!!

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง" หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

“คุณนายพารวย” เคยถามตัวเองบ่อยครั้งว่า ทุกวันนี้มีความสุขในการลงทุนแค่ไหน ถ้าตอบแบบง่ายๆ คือ วันไหนตลาดหุ้นสดใส พอร์ตตัวเองดูดีมีอนาคต หุ้นที่ถืออยู่ราคาขึ้น วันนั้นเราก็จะมีความสุข และอารมณ์ดีเป็นพิเศษ แต่ถ้าวันไหนตรงกันข้าม หุ้นตก ดูพอร์ตตัวเองแล้วห่อเหี่ยว ก็คงมีความสุขได้ยาก

ยิ่งยุคสมัยที่ทุกอย่างขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว ทำให้การลงทุนสำหรับหลายคนที่อาจเป็นเรื่องเครียดอยู่แล้ว ก็เครียดยิ่งขึ้น จนทำให้เราอาจหลงลืมหรือมองข้ามความสุขที่สามารถเกิดขึ้นได้ หากเปลี่ยนทัศนคติของการลงทุนว่า เราสามารถมีความสุขจากอิสรภาพทางการเงิน และการเติบโตของสินทรัพย์ลงทุนแบบยั่งยืน ซึ่งต้องอาศัยเวลา ไม่ใช่หวังรวยเร็วรวยลัด จนกลายเป็นแรงกดดันแทน

ปัจจุบันมีเครื่องมือลงทุนใหม่ๆที่อำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน เข้าถึงได้ง่าย ไม่ต้องเครียดกับเรื่องลงทุน เช่น DR หรือ ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ที่เคยแนะนำให้รู้จักกันมาแล้ว ยิ่งหากเราลงทุนใน DR หมวดอุตสาหกรรมที่สร้างความสุขและความบันเทิงด้วยแล้ว ลองคิดดูเล่นๆว่า จะต่อยอดความสุขทำให้พอร์ตลงทุนของเราเติบโตแบบแฮปปี้ขนาดไหน

ธุรกิจขายความสุขที่เป็นบริษัทระดับโลกในกลุ่ม Streaming, Video Games, และ Pop Culture เป็นอุตสาหกรรมดาวรุ่งที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มผู้ให้บริการ Streaming หนัง ซีรีส์ เพลง หรือคลิปออนไลน์ ปัจจุบัน มี DR ที่เปิดขายอยู่หลายตัวเลย เช่น ALPHABET INC. ผู้ให้บริการ Youtube (DR รหัส GOOGL01, GOOGL03, GOOG80), AMAZON.COM (DR รหัส AMZN01, AMZN06, AMZN80), APPLE INC. (DR รหัส AAPL01, AAPL03, AAPL80), NETFLIX INC. (DR รหัส NFLX06, NFLX80), SPOTIFY TECHNOLOGY S.A. (DR รหัส SPOT06) เป็นต้น

กลุ่ม Video Games ก็มี DR หลายตัว เช่น MICROSOFT CORPORATION (DR รหัส MSFT01, MSFT06, MSFT80) ผู้ผลิตเครื่องเล่นเกมเอ็กซ์บอกซ์, NINTENDO CO., LTD. (DR รหัส NINTENDO19) ผู้นำธุรกิจเกมจากญี่ปุ่น, NVIDIA CORPORATION (DR รหัส NVDA01, NVDA03, NVDA06, NVDA19, NVDA80) เจ้าพ่อแห่งการ์ดจอรายใหญ่ , SONY GROUP CORPORATION (DR รหัส SONY80) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่อง PlayStation, ROBLOX CORPORATION (DR รหัส ROBLOX06) เจ้าของเกมออนไลน์ที่ฮิตกันทั่วโลกอย่าง Roblox เป็นต้น

และ กลุ่ม Pop Culture ธุรกิจที่สะท้อนความสุขผ่านของเล่นและของสะสม เช่น MINISO (DR รหัส MNSO80), POP MART (DR รหัส POPMART80) ผู้นำธุรกิจของเล่นสะสมและอาร์ตทอยอย่าง ลาบูบู้, THE WALT DISNEY COMPANY (DR รหัส DISNEY19)

ที่ยกตัวอย่างมาทั้งหมดนี้ นักลงทุนไทยสามารถซื้อง่ายๆ ผ่าน DR ในตลาดหุ้นไทย ท่านใดมีบัญชีหุ้นอยู่แล้ว แค่พิมพ์ชื่อย่อ DR ที่เล็งไว้ก็ซื้อขายได้ทันที หรือดูรายชื่อ DR ทั้งหมดผ่านแอป Streaming ไปที่เมนู “Watch” กดที่ Favourite เลือก “SET” ไปที่ Stock Type และเลือก “DR” ส่วนคนที่ยังไม่มีบัญชีหุ้น ติดต่อเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ได้ที่ https://www.setinvestnow.com/th/open-account-stock-eopen

คุณนายพารวย

SET Awards 2025

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง" หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

กลับมาแล้วสำหรับเวที SET Awards ซึ่งเป็นเวทีใหญ่ที่สำคัญ มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับของทุกคนในวงการตลาดทุน โดยมีการจัดงานอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 จนถึงปัจจุบัน

ระยะเวลาที่ยาวนานแบบนี้ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงความยั่งยืนและความแข็งแกร่งของตลาดทุนไทย อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงจูงใจแก่ภาคธุรกิจ และบุคลากรในวงการตลาดทุนในการพัฒนาตลาดทุน ส่งต่อความภาคภูมิใจจากคนรุ่นหนึ่งสู่รุ่นต่อไป และในภาพรวม ยังเป็นการยกระดับคุณภาพของตลาดทุนไทย และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับงาน SET Awards ประจำปี 2568 ปีนี้ จะมีการจัดพิธีประกาศผลและมอบรางวัลในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป คนในแวดวงตลาดทุน, ผู้ลงทุน และผู้สนใจทั่วไป สามารถติดตามรับชมรับฟังงานแบบสดๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย www.set.or.th/setawards และ ช่องทางเฟซบุ๊ก และยูทูบ SET Thailand

ตลาดหลักทรัพย์ฯร่วมกับวารสารการเงินธนาคาร จัดงาน SET Awards ขึ้นเพื่อยกย่องเชิดชูบริษัทจดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และผู้บริหารสูงสุดของบริษัทจดทะเบียน ที่มีความโดดเด่นในด้านต่างๆ ให้เป็นต้นแบบแก่ภาคธุรกิจในการพัฒนาองค์กร สร้างนวัตกรรม และสร้างผลประกอบการที่ดี ควบคู่กับการดำเนินงานที่รับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับรางวัล SET Awards ปีนี้ แบ่งเป็น 2 กลุ่มรางวัล ได้แก่ 1. กลุ่มรางวัล Business Excellence สำหรับบริษัทที่มีความโดดเด่นในการดำเนินธุรกิจ และมีกลไกในการสร้างนวัตกรรมภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงธุรกรรมทางการเงินในตลาดทุนที่โดดเด่น และ 2. กลุ่มรางวัล Sustainability Excellence สำหรับบริษัทที่มุ่งสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) นอกจากนี้ ยังมีรางวัลเกียรติยศแห่งความสำเร็จ SET Awards of Honor สำหรับบริษัทหรือบุคคลที่สามารถรักษาความยอดเยี่ยมได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป

โดยปีนี้ มีซีอีโอ 19 รายที่เข้าชิงรางวัล CEO Awards และบริษัทที่เข้าชิงกลุ่มรางวัล Business Excellence จำนวน 92 บริษัท และ 45 บริษัทเข้าชิงกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence สะท้อนถึงความสามารถ ความแข็งแกร่ง และการปรับตัวขององค์กรท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน และความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนของภาคธุรกิจไทย

และพิเศษกว่าทุกปี ปีนี้เวที SET Awards 2025 ได้เพิ่มรางวัลใหม่ด้านการให้บริการ Digital Wealth Service ภายใต้รางวัล Best Securities Company Awards เพื่อยกย่องบริษัทหลักทรัพย์ที่มีความโดดเด่นด้านการให้บริการแก่ผู้ลงทุนรายบุคคลผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ลงทุนยุคใหม่

“คุณนายพารวย” ขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับทุกบริษัทและซีอีโอทุกคนที่ได้รับรางวัลอันทรงคุณค่านี้ เพราะนอกจากความภาคภูมิใจแล้ว รางวัลนี้ยังเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความตั้งใจจริงและการทุ่มเทแรงกายแรงใจ ทำงานหนักและเหน็ดเหนื่อยมาทั้งปี!!

คุณนายพารวย

AIS ชวนสัมผัสประสบการณ์ความหลอน เนรมิตเมือง Derry ใจกลางกรุงที่ AIS SIAM ที่ได้แรงบันดาลใจจากซีรีส์ต้นฉบับของ HBO “IT: Welcome to Derry”

0

AIS ชวนสัมผัสประสบการณ์ความหลอนเหนือจินตนาการ กับการแปลงโฉมพื้นที่ของคนชอบเล่นจนได้เป็นตัวจริงอย่าง AIS SIAM ให้กลายเป็นเมือง “Derry” สุดหลอน ที่ได้แรงบันดาลใจจากซีรีส์ต้นฉบับของ HBO “IT: Welcome to Derry” จัดเต็มทั้งแสง สี เสียง บูธ Derry ที่รอต้อนรับความหลอนตั้งแต่บริเวณ ชั้น 1 พร้อมสติกเกอร์ตกแต่งบรรยากาศตามบันได พบกับบรรยากาศที่ได้แรงบันดาลใจจาก Derry แบบเต็มอิ่มทั่วทั้งบริเวณชั้น 3 ให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินกับมุมถ่ายภาพไอคอนิกสุดชิคทั่วทั้งพื้นที่ พร้อมร่วมสัมผัสความหลอนได้ตั้งแต่วันนี้ – 2 พฤศจิกายนนี้

นอกจากนี้ AIS ยังได้จัดกิจกรรม Private Viewing สุดพิเศษ ร่วมชมซีรีส์ต้นฉบับของ HBO “IT: Welcome to Derry (อิท: ยินดีต้อนรับสู่เดอร์รี่)” ตอนที่ 1 สำหรับลูกค้า AIS และ AIS 3BB Fibre3 ผู้โชคดีที่ได้รับสิทธิ์จากการร่วมสนุกกิจกรรม (ตามข้อกำหนดและเงื่อนไข) ที่การันตีความสยองขวัญระดับไม่กล้าดูจนจบ!

ลูกค้า AIS และ AIS 3BB Fibre3 สามารถรับชมความบันเทิงระดับพรีเมียมทั้งหนังบล็อกบัสเตอร์และซีรีส์ที่ทลายทุกขีดจำกัดทาง HBO Max ไปจนถึงกีฬาชั้นนำบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอื่นๆ ในแพ็กเกจสุดคุ้มที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

  • แพ็กเกจ HBO Max ราคาพิเศษที่เอไอเอส เริ่มต้นเพียง 99 บาท/เดือน สมัครและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ais.th/hbomax
  • แพ็กเกจ Net & Entertainment Gang ราคาเริ่มต้นเพียง 599 บาท/เดือน เน็ตบ้านที่มาพร้อมความบันเทิงระดับพรีเมียมเต็มสปีด 500/500 Mbps พร้อมกล่อง AIS PLAYBOX และแพ็กเกจ PLAY LITE จัดเต็มคอนเทนต์จาก HBO Max ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.ais.th/consumers/fibre/package/net-and-entertainment-gang-package
  • แพ็กเกจ PLAY PREMIUM PLUS ราคา 299 บาท/เดือน (จากราคาปกติ 864 บาท) รวมแอปดังไว้ที่เดียว ทั้ง HBO Max และสตรีมมิงแพลตฟอร์มชั้นนำอีกมากมาย​ ดูพร้อมกันสูงสุด 4 อุปกรณ์ สมัครกด *678*299# โทรออก
  • แพ็กเกจ PLAY ULTIMATE + SPORTS ราคา 1,499 บาท/เดือน รวมสุดยอดความบันเทิงและกีฬาไว้ในแพ็กเดียว ทั้ง HBO Max และสตรีมมิงแพลตฟอร์มชั้นนำอีกมากมาย สมัครกด *678*1# โทรออก

สัมผัสบรรยากาศเมือง Derry ที่ได้แรงบันดาลใจจากซีรีส์ต้นฉบับเรื่องใหม่ของ HBO IT: Welcome to Derry ตั้งแต่วันนี้ – 2 พฤศจิกายน 2568 ที่ AIS SIAM เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 9.00 – 21.00 น. และสตรีมผ่าน AIS PLAY และ HBO Max โดยจะออกอากาศตอนใหม่ทุกสัปดาห์ไปจนถึงตอนสุดท้ายในวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคมนี้

AIS ผนึก 7 เครือข่ายระดับโลก เปิดตัว “WanderJoy” มิติใหม่การท่องเที่ยว ยกระดับสิทธิพิเศษข้ามพรมแดนรายแรกของโลก

0

AIS เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ลูกค้าในระดับภูมิภาค เปิดตัว “WanderJoy” โปรแกรมสิทธิพิเศษข้ามประเทศรายแรกของโลก หรือ The world’s first cross-border rewards programme by telcos ให้ลูกค้า AIS Ready2Fly และ SIM2Fly เต็มอิ่มทุกทริปไปกับสิทธิพิเศษข้ามพรมแดนได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน myAIS ในเมนู “รีวอร์ดทั่วโลก” สะท้อนทิศทางและกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนสู่การเป็นผู้นำด้านประสบการณ์ดิจิทัลระดับภูมิภาค ด้วยการมุ่งสร้าง “การเชื่อมต่อไร้พรมแดน” เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ดิจิทัลให้กับลูกค้า AIS ด้วยโครงข่ายอัจฉริยะและสิทธิพิเศษที่สามารถใช้สิทธิ์ข้ามประเทศได้ง่ายและสะดวกสบาย พร้อมครอบคลุมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางและท่องเที่ยวของลูกค้าแบบครบวงจร ภายใต้ภาคีเครือข่าย Travel Alliance ร่วมกับพันธมิตรผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำระดับโลกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประกอบด้วย Singtel, AIS, Taiwan Mobile, GOMO Philippines, KDDI, Telkomsel, Optus และ HKT โดยได้มีการเปิดตัวที่งานประชุมสุดยอดธุรกิจ KDDI SUMMIT 2025 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา

จากรายงาน Asia Pacific Loyalty Programs Intelligence Report 2025 พบว่า ประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังสามารถได้รับการเติมเต็มเพื่อประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นได้ในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อเครือข่าย อุปสรรคด้านภาษา หรือการเข้าถึงสิทธิประโยชน์และสิทธิพิเศษในต่างประเทศที่มีข้อจำกัดและแตกต่างในแต่ละประเทศ การผนึกกำลังพันธมิตรครั้งนี้ จึงเป็นการนำความแข็งแกร่งด้านโครงข่ายดิจิทัลในแต่ละประเทศของภาคีเครือข่ายในการส่งมอบการเชื่อมต่อ 5G และบริการโรมมิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ที่มีมากกว่า 350 ล้านรายทั่วทั้งภูมิภาค พร้อมเดินหน้ายกระดับประสบการณ์การเดินทางให้เต็มอิ่มยิ่งกว่าเคย ผ่าน WanderJoy โปรแกรมสิทธิพิเศษที่เข้ามาอุดช่องว่างและสร้างมาตรฐานใหม่ในการมอบสิทธิพิเศษข้ามพรมแดน ตั้งแต่การรับบริการในสนามบิน ความบันเทิง ร้านอาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย ผ่านแพลตฟอร์มเครือข่ายพันธมิตรที่ใช้อยู่แล้วได้สะดวกและไร้รอยต่อ ในที่เดียว

แอนนา ยิป ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจดิจิทัลระหว่างประเทศ Singtel และประธานคณะกรรมการ Travel Alliance กล่าวว่า “สมาชิกกลุ่ม Travel Alliance กำลังก้าวข้ามจากการเป็นเพียงผู้ให้บริการเครือข่ายไปสู่การเป็นผู้ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางของลูกค้า ในการเปิดโลก เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้คน พร้อมทำให้ทุกการเดินทางราบรื่นและน่าจดจำมากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน ผู้คนต่างใช้โทรศัพท์มือถือในการวางแผน จอง และนำเส้นทางมากขึ้น เราจึงต้องพัฒนาไปพร้อมกับพวกเขา โดยการใช้ข้อมูลและความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ มอบความสะดวก และสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่า WanderJoy จะช่วยให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินไปกับสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว ดื่มด่ำกับมื้ออาหารสุดพรีเมียม การพักผ่อน หรือทริปผจญภัย — เพื่อยกระดับทุกช่วงเวลาในการเดินทางให้พิเศษกว่าที่เคย”

นอกจากนี้ คุณแอนนายังกล่าวเสริมอีกว่า “การเปิดตัวครั้งนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือในอุตสาหกรรม ที่ช่วยกำหนดทิศทางอนาคตของการท่องเที่ยว และสร้างความหมายใหม่ให้กับบทบาทของผู้ให้บริการโทรคมนาคม และการดูแลลูกค้าในต่างประเทศ ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลความต้องการของลูกค้าเครือข่ายเข้ากับพันธมิตรในกลุ่มธุรกิจบริการ การค้าปลีก และการขนส่ง เรากำลังเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ แห่งนวัตกรรมและการเติบโตร่วมกัน และจะยังคงเดินหน้าขยายพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประโยชน์ให้กับนักเดินทางจากฐานลูกค้าของเราทั่วโลก”

ปรัธนา ลีลพนัง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านปฏิบัติการ AIS กล่าวว่า “เพื่อเป็นการยกระดับประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในการเข้าถึงสิทธิพิเศษในประเทศปลายทาง และทลายข้อจำกัดทั้งในด้านภาษา และความไม่ต่อเนื่องของการสะสมสิทธิ์ WanderJoy จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ ที่ต้องการความสะดวก คุ้มค่า และความมั่นใจในการใช้บริการในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นไทย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย ด้วยการรวบรวมทุกสิทธิพิเศษไว้ในแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันเดียว ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ลูกค้า AIS หรือลูกค้าเครือข่ายพันธมิตรใช้งานอยู่แล้ว อย่างแอปพลิเคชัน myAIS ที่ลูกค้าผู้ใช้งานบริการโรมมิ่ง Ready2Fly และผู้ใช้ซิมเดินทางต่างประเทศ SIM2Fly เพียงกดเข้าไปที่เมนู “รีวอร์ดทั่วโลก” ก็สามารถเข้าถึงสิทธิพิเศษข้ามพรมแดนได้ทันที

ความร่วมมือกับพันธมิตรภายใต้ภาคีเครือข่าย Travel Alliance และการเปิดตัว WanderJoy เป็นการเปิดโอกาสให้ AIS สามารถส่งมอบบริการและสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าได้ดีและวงกว้างมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการสะท้อนบทบาทของ AIS ในฐานะผู้นำด้านการเชื่อมต่อระดับภูมิภาค ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่ภายในประเทศไทย แต่ยังขยายความร่วมมือไปยังพันธมิตรชั้นนำระดับโลก เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการทั้งในด้านเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละประเทศ เพิ่มคุณค่าให้บริการโรมมิ่งและซิมท่องเที่ยว มากกว่าการเชื่อมต่อสัญญาณโรมมิ่งที่ดีและใช้งานสะดวกอยู่แล้ว ให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่า เพิ่มพูนสิทธิประโยชน์ และประสบการณ์ที่เหนือระดับในทุกการเดินทางอย่างแท้จริง”

WanderJoy มาพร้อมกับสิทธิพิเศษและประสบการณ์ระดับพรีเมียมที่คัดสรรมาเพื่อลูกค้าคนพิเศษ โดยสามารถเข้าถึงได้ผ่านแอปพลิเคชันของพันธมิตรในภาคีเครือข่าย Travel Alliance อาทิ แอปพลิเคชัน myAIS, The Club, KDDI au Unlimited Data Overseas, GOMO PH app, My Singtel app, Taiwan Mobile app และ MyTelkomsel โดยตั้งแต่ได้เปิดให้บริการ soft launch ในรูปแบบแพลตฟอร์มออนไลน์ เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา WanderJoy ได้ขยายเครือข่ายพันธมิตรและสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็น “ผู้ช่วยคู่ใจของนักเดินทาง” ที่พร้อมมอบความสะดวกและเติมเต็มประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นในทุกทริป โดยล่าสุดได้เพิ่มพันธมิตรชั้นนำอย่าง DragonPass, Estée Lauder, Grab, KKday, Omio และ Trip.com เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างให้กับนักเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นบริการเลานจ์สนามบิน การจองการเดินทาง และสัมผัสประสบการณ์ไลฟ์สไตล์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ผู้ที่สนใจสามารถเปิดการแจ้งเตือนและเข้าไปตรวจสอบสิทธิพิเศษใหม่ๆ หรือแคมเปญพิเศษตามฤดูกาลได้ผ่านแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการโทรคมนาคมในเครือพันธมิตร โดยสามารถติดตามรายละเอียดจาก WanderJoy เพิ่มเติมได้ที่ www.wanderjoy.com

สำหรับลูกค้า AIS ทั้งผู้ใช้งานบริการโรมมิ่ง Ready2Fly และผู้ใช้ซิมเดินทางต่างประเทศ SIM2Fly สามารถเข้าถึงสิทธิพิเศษของ WanderJoy ได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน myAIS ในเมนู “รีวอร์ดทั่วโลก” เพียงยืนยันตัวตนด้วยหมายเลขโทรศัพท์ จากนั้นสามารถเลือกรับคูปองหรือโค้ดเพื่อนำไปใช้กับร้านค้าและผู้ให้บริการในประเทศปลายทางได้ทันที โดยสิทธิพิเศษในแต่ละดีลจะมีจำนวนจำกัดและอาจแตกต่างกันไปตามช่วงเวลา ประเทศ และพันธมิตรที่ร่วมรายการ โดยสามารถดูรายละเอียดสิทธิพิเศษข้ามพรมแดนเพิ่มเติมได้ที่ https://m.ais.co.th/1WHr84ntO

ผู้เลี้ยงไก่ไข่ วอนรัฐเร่งพยุงราคาหน้าฟาร์มด่วน เหตุราคาดิ่งแตะต้นทุน ขอชะลอเพิ่มโควตานำเข้าพ่อแม่พันธุ์ หวั่นซ้ำเติมวิกฤตราคาในอนาคต

0

ผู้เลี้ยงไก่ไข่ทั่วประเทศ เรียกร้องกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งดำเนินมาตรการพยุงราคาไข่ไก่ หลังราคาหน้าฟาร์มปรับลดต่อเนื่องจนแตะระดับต้นทุนการผลิต ล่าสุดราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเหลือเพียง 3.20 บาทต่อฟอง จากระดับ 3.60 บาทเมื่อต้นปี ทำให้เกษตรกรรายย่อยจำนวนมากเริ่มประสบภาวะขาดทุนสะสม

นางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี 2568 เป็นต้นมา จนถึงวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ ประกอบด้วย สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด  สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด และสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่กลุ่มแม่น้ำน้อย จำกัด ประกาศลดราคาหน้าฟาร์มไปแล้ว 3 ครั้ง เนื่องจากปัจจัยรอบหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โรงเรียนปิดเทอม เทศกาลกินเจ นักท่องเที่ยวลดลง และปัญหาความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งทำให้ความต้องการบริโภคไข่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ผลผลิตยังออกสู่ตลาดตามปกติ

“ไข่ไก่เป็นสินค้าที่อ่อนไหว ราคาขึ้นกับปัจจัยหลายด้าน เช่น ฤดูกาล, ความร้อน, จำนวนแม่ไก่, ความต้องการและกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้ความสมดุลของอุปสงค์-อุปทานผันผวนง่าย จึงจำเป็นต้องมีมาตรการรักษาสมดุลอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างเสถียรภาพราคาไข่ไก่อย่างยั่งยืน” นางพเยาว์ กล่าว

นางพเยาว์ ยังชี้ว่า ผลของราคาไข่ไก่ที่ลดลง ทำให้การปลดแม่ไก่ไข่ตามเกณฑ์ 80 สัปดาห์ ซึ่งคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (Egg Board) กำหนดไว้เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาด ไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ เพราะราคาจำหน่ายแม่ไก่ปลดลงตามราคาไข่ จนเกษตรกรไม่ปลดออกจากระบบ ส่งผลให้มีแม่ไก่ยืนกรงเกินอายุจำนวนมาก และอาจนำไปสู่ “ภาวะไข่ล้นตลาด” หากไม่มีมาตรการรองรับ ประกอบกับการส่งออกแม่ไก่ปลดไปกัมพูชาชะงักจากปัญหาชายแดน ทำให้แม่ไก่ปลดจำนวนมากค้างอยู่ในประเทศ เพิ่มแรงกดดันต่อราคาภายในประเทศ

จากสถานการณ์ดังกล่าว เกษตรกรขอให้กระทรวงเกษตรฯ ในฐานะประธาน Egg Board พิจารณาอย่างรอบคอบ ก่อนขยายโควตานำเข้าพ่อ–แม่พันธุ์ไก่ไข่ (Parent Stock) ในปี 2569 ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 440,000 ตัวต่อปี

นางพเยาว์ ย้ำว่าการเพิ่มโควตานำเข้าขณะที่ราคาตกต่ำเท่ากับเพิ่มแม่ไก่ในระบบ ยิ่งซ้ำเติมปัญหาราคาตกในปีหน้า และการบริหารโควตาต้องยึดภาวะตลาดจริงโดยคำนึงถึงสมดุลความต้องการและการผลิต ที่สำคัญการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ควรมีมาตรการ Biosecurity เข้มงวด เพื่อป้องกันโรคระบาดสัตว์ปีกที่อาจสร้างความเสียหายใหญ่ต่ออุตสาหกรรม

ผู้เลี้ยงไก่ไข่เริ่มวิตกกังวล หากราคาไข่ยังตกต่ำโดยไร้มาตรการช่วยเหลือ อาจต้องเลิกอาชีพ ซึ่งไม่เพียงกระทบเกษตรกร แต่ยังสั่นคลอน “ความมั่นคงทางอาหาร” ของประเทศ เพราะไข่ไก่คือโปรตีนพื้นฐานที่คนไทยพึ่งพามากที่สุด ที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์ ได้ดำเนินนโยบายและมาตรการสร้างความมั่นคงสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่มาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการบริหารอุปทานอย่างสมดุล เช่น ควบคุมการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ จัดประชุมขอความร่วมมือในการสร้างเสถียรภาพราคาไข่ ทำให้เกษตรกรอยู่ได้ ผู้บริโภคได้กินไข่มีคุณภาพ ราคาที่รับได้ รวมถึงส่งเสริมองค์ความรู้และพัฒนาเทคโนโลยีการเลี้ยงให้มีประสิทธิภาพสูงสุด