Home Blog Page 30

กรมประมงเผยปลาหมอคางดำลดลงชัดเจน โชว์ผลสำเร็จมาตรการบูรณาการทั่วประเทศ

0

กรมประมงรายงานสถานการณ์ปลาหมอคางดำจากการสำรวจในพื้นที่ระบาดและพื้นที่กันชนล่าสุด มีความคืบหน้าเชิงบวกจากการดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีที่ผ่านมา โดยข้อมูลสำรวจเดือนกันยายน 2568 พบว่าพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดลดลงเหลือ 17 จังหวัด จากเดิม 19 จังหวัด และความชุกชุมของประชากรปลาหมอคางดำทุกพื้นที่มีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน อยู่ในระดับปานกลางและระดับน้อย สะท้อนถึงผลสำเร็จของการบริหารจัดการเชิงบูรณาการที่กรมประมงและภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ และยังเดินหน้าดำเนินการตาม 7 มาตรการอย่างต่อเนื่อง หนุนการนำไปใช้ประโยชน์และเพิ่มมูลค่า

นางสาวทิวารัตน์ เถลิงเกียรติลีลา ผู้เชี่ยวชาญด้านความหลากหลายทางชีวภาพด้านการประมงน้ำจืด กรมประมง ให้ข้อมูลจากงานเสวนาล่าสุดว่า จากการที่กรมประมงได้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ที่พบการแพร่ระบาด ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 ผลสำรวจล่าสุด แสดงให้เห็นว่า จังหวัดพัทลุงและปราจีนบุรีไม่พบการแพร่ระบาดแล้ว ส่งผลให้พื้นที่พบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำลดลงเหลือ 17 จังหวัด ขณะที่จังหวัดตราดและปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่กันชนที่กรมประมงให้ความสำคัญในการเฝ้าระวัง ก็ยังไม่พบการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นระบบนิเวศสำคัญของภาคใต้ตอนล่าง ยังคงไม่พบการแพร่ระบาดมาโดยตลอด

สำหรับเกณฑ์การประเมินระดับความชุกชุมของปลาหมอคางดำ กรมประมงใช้เกณฑ์ชี้วัด “จำนวนปลา” ต่อพื้นที่ 100 ตารางเมตร โดยระดับความชุกชุมมาก คือมากกว่า 100 ตัว ระดับปานกลาง 10–100 ตัว และระดับน้อย พบปลาต่ำกว่า 10 ตัว ซึ่งจากผลการสำรวจเดือนกันยายนที่ผ่านมา พบว่า 8 จังหวัดอยู่ในระดับปานกลาง และอีก 9 จังหวัดอยู่ในระดับน้อย สอดคล้องกับแนวโน้มการลดลงของประชากรปลาหมอคางดำในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

ด้านความคืบหน้าการดำเนินมาตรการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำตามแผนบูรณาการ 7 มาตรการ กรมประมงสามารถกำจัดปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศรวมกว่า 7.35 ล้านกิโลกรัม แบ่งเป็นในแหล่งน้ำธรรมชาติประมาณ 2.5 ล้านกิโลกรัม และในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำประมาณ 4.8 ล้านกิโลกรัม

ส่วนมาตรการที่ 2 มีการปล่อยปลาผู้ล่า รวมแล้วกว่า 1.14 ล้านตัว ปล่อยปลาขนาด 4–5 นิ้ว ตามความเหมาะสมกับระบบนิเวศ
ทั้งปลากะพงขาว ปลาอีกง ปลาช่อน และปลาเทพา เป็นต้น เพื่อควบคุมประชากรปลาหมอคางดำตามกลไกธรรมชาติควบคู่กับการสนับสนุนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเลี้ยงปลาผู้ล่าในบ่อเพาะเลี้ยงเพื่อลดต้นทุนและควบคุมประชากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาตรการที่ 4 ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำที่ถูกกำจัดออก ซึ่งกรมประมงยืนยันว่าปลาหมอคางดำสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งการผลิตปลาป่น น้ำหมักชีวภาพบำรุงต้นไม้ รวมถึงการแปรรูปเป็นอาหารเมนูต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชน สำหรับมาตรการที่ 5 กรมประมงยังสร้างการรับรู้และความตระหนักสร้างการมีส่วนร่วมชุมชน และได้พัฒนาระบบเฝ้าระวังเชิงรุก โดยเปิดแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับให้ประชาชนแจ้งพบปลาหมอคางดำได้แบบเรียลไทม์ และมีทีมสำรวจเข้าตรวจสอบทันทีเพื่อควบคุมสถานการณ์อย่างทันท่วงที

 
ในส่วนมาตรการที่ 6 กรมประมงเดินหน้าการวิจัยเพื่อพัฒนาวิธีการควบคุมปลาหมอคางดำในระยะยาว โดยเฉพาะการศึกษาชุดโครโมโซม 4n เพื่อทำให้ปลาหมอคางดำเป็นหมัน ซึ่งอยู่ระหว่างการทดสอบประสิทธิภาพและถือเป็นอีกแนวทางสำคัญที่มีศักยภาพในการควบคุมประชากรในเชิงวิทยาศาสตร์

ขณะทีมาตรการที่ 7 ด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศ กรมประมงได้ปล่อยสัตว์น้ำพื้นถิ่นและสัตว์น้ำชายฝั่งกลับคืนสู่ธรรมชาติรวมกว่า 82 ล้านตัว ทั้งปลากะพงขาว ปลาอีกง ปลานวลจันทร์ทะเล หอยหวาน หอยตลับ หอยลาย และปูม้า เพื่อเสริมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพและฟื้นสมดุลของระบบนิเวศในแหล่งน้ำธรรมชาติ

นางสาวทิวารัตน์ เสริมว่า ข้อมูลล่าสุดทั้งหมดสะท้อนชัดว่ามาตรการควบคุมปลาหมอคางดำของกรมประมงกำลังสร้างผลลัพธ์ในทิศทางบวกอย่างต่อเนื่อง และกรมประมงยังคงร่วมกับชุมชน เกษตรกร และเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อควบคุมและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำ เพื่อสร้างโอกาสให้กับชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างเป็นระบบและยั่งยืน.

ลงทุนต่อกับหุ้นจีนชุดใหม่ ผ่าน 3 DR น้องใหม่ อ้างอิงหุ้นฮ่องกง ออกโดย KGI เริ่มซื้อขาย 19 พ.ย. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รับจดทะเบียนตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) จำนวน 3 หลักทรัพย์ใหม่ อ้างอิงหุ้นชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย 19 พฤศจิกายน 2568

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
SMIC13Semiconductor Manufacturing International Corporation (0981)ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของจีน รวมถึงให้บริการออกแบบแผงวงจรรวม
WUXI13WuXi Biologics (Cayman) Inc. (2269)ผู้นำด้านยาและเวชภัณฑ์ ที่ให้บริการครบวงจร ตั้งแต่วิจัย พัฒนา และผลิตยาจากสารชีวภาพ และยารักษาโรคอื่นๆ
ZIJIN13Zijin Mining Group Co., Ltd. (2899)ผู้นำด้านการผลิตและค้าขายโลหะมีค่าครบวงจร โดยมีผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ ทองแดง ทองคำ สังกะสี เงิน และแร่ธาตุอื่นๆ

ผู้สนใจศึกษารายละเอียด 3 DR ใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th หรือบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์คือ
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) www.thaiwarrant.com หรือศึกษาผลิตภัณฑ์ DR เพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/dr

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดประตูลงทุนหุ้นนอกผ่าน 3 DR ใหม่ อ้างอิงหุ้นฮ่องกง ออกโดย KGI เริ่มซื้อขาย 18 พ.ย. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รับจดทะเบียนตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) จำนวน 3 หลักทรัพย์ใหม่ อ้างอิงหุ้นชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย 18 พฤศจิกายน 2568

ชื่อย่อ DRหลักทรัพย์อ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
ANTA13ANTA Sports Products Ltd. (2020)ผู้นำอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายและรองเท้ากีฬาของจีน อาทิ แบรนด์ Anta, Fila, Descente และ Kolon Sport
LENOVO13Lenovo Group Ltd. (0992)ดำเนินธุรกิจผลิต พัฒนา และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยี อาทิ คอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน รวมถึงให้บริการด้าน AI และ IT Solution
LPGOLD13Laopu Gold Co., Ltd. (6181)ดำเนินธุรกิจออกแบบ ผลิต พัฒนา และจำหน่ายเครื่องประดับทองคำ และเครื่องประดับฝังอัญมณี

ผู้สนใจศึกษารายละเอียด 3 DR ใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th หรือบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์คือ
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) www.thaiwarrant.com หรือศึกษาผลิตภัณฑ์ DR เพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/dr

จุฬาฯ – PMCU – เอไอเอส เปิดพื้นที่ AIS SIAM จัดกิจกรรม “สยามน้อมอาลัย ด้วยหัวใจที่เท่าเทียม” เนื่องในวันคนพิการแห่งชาติ

0

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ (PMCU) และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ขอแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงผู้ทรงเป็นดั่งร่มโพธิ์ร่มไทรของแผ่นดิน และเนื่องในโอกาสวันคนพิการแห่งชาติ ได้เปิดพื้นที่ AIS SIAM จัดกิจกรรม “สยามน้อมอาลัย ด้วยหัวใจที่เท่าเทียม” เพื่อสะท้อนเจตนารมน์ร่วมกัน ในการขับเคลื่อนสังคมที่เท่าเทียม พร้อมตอกย้ำบทบาทสยามสแควร์ให้เป็นต้นแบบพื้นที่สาธารณะที่เปิดกว้าง ให้ทุกคนสามารถร่วมแสดงความอาลัยได้อย่างภาคภูมิใจ ด้วยการให้ประชาชนและผู้พิการทุกคน ร่วมเขียนข้อความแสดงความอาลัยถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สำหรับผู้พิการจะได้แสดงความอาลัยผ่านอักษรเบรลล์ พร้อมส่งต่อข้อความแสดงความอาลัยขึ้นจอกลางสยาม เพื่อให้จอ AIS SIAM ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความอาลัย และมีการบรรเลง–ขับร้องบทเพลง “แม่แห่งแผ่นดิน” โดยวงออร์เคสตร้าคนตาบอดแห่งประเทศไทย แสดงถึงความตั้งใจร่วมกันของทุกภาคส่วนในการสืบสานพระราชปณิธานในการทำความดีเพื่อสังคมไทย โดยมี นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี และประชาชนทั่วไปรวมถึงผู้พิการมาร่วมแสดงความอาลัยอย่างพร้อมเพรียง

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง กล่าวว่า “จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา จึงทำให้เกิดกิจกรรม “สยามน้อมอาลัย ด้วยหัวใจที่เท่าเทียม”ในวันนี้ ถือเป็นการเปิดพื้นที่ให้พี่น้องประชาชนทั่วไปรวมถึงผู้พิการ ได้มีส่วนร่วมแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งทรงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน โดยเฉพาะผู้พิการ ที่ทรงให้ความเมตตาและพระราชทานโอกาสในการดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีเสมอมา การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความร่วมมือที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย ซึ่งมุ่งสร้างความเท่าเทียม ความเข้าใจ และการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน ดิฉันหวังว่ากิจกรรมนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ตามแนวทางของรัฐบาลที่มุ่งมั่นให้คนพิการได้รับโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง”

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสร่วมมือกับสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ (PMCU) และ เอไอเอส ในการจัดกิจกรรม “สยามน้อมอาลัย ด้วยหัวใจที่เท่าเทียม”เพื่อให้ประชาชนและคนพิการได้มีโอกาสร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของการอุทิศตนเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และทรงเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทย ทุกคนร่วมกันทำความดีเพื่อส่วนรวม การจัดกิจกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับปณิธานของจุฬาฯ ที่มุ่งพัฒนาสังคมให้ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” โดยเฉพาะการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา การเข้าถึงพื้นที่สาธารณะ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับทุกคน สะท้อนเจตนารมณ์ CHULA FOR ALL ที่มุ่งสร้างพื้นที่สยามสแควร์ให้เป็นต้นแบบพื้นที่สาธารณะที่เปิดกว้างให้ทุกคนสามารถร่วมแสดงความอาลัยได้อย่างภาคภูมิใจ และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม ทั้งในมิติของกายภาพ จิตใจ และสังคม พร้อมเดินหน้าร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วนในการสานต่อแนวพระราชปณิธาน เพื่อสังคมไทยที่งดงามและยั่งยืน”

และ นายปรัธนา ลีลพนัง  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า   “เอไอเอสขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมผนึกกำลังกับทุกภาคส่วน ในการเปิดพื้นที่ AIS SIAM เพื่อให้คนไทยทุกคนรวมถึงผู้พิการได้มีโอกาสร่วมน้อมรำลึกใน พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งทรงเป็นแรงบันดาลใจในการทำความดีเพื่อสังคมและส่งเสริมคุณค่าของความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม ในฐานะองค์กรเทคโนโลยีของคนไทย เอไอเอสเชื่อมั่นว่าความเท่าเทียมต้องเริ่มจากการออกแบบเพื่อทุกคน ทั้งในเชิงพื้นที่และบริการ เราจึงมุ่งพัฒนาแนวคิดการออกแบบที่เข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การเข้าถึงข้อมูล หรือกิจกรรมสาธารณะ เพื่อให้ผู้พิการและทุกคนในสังคมสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างภาคภูมิใจและเท่าเทียม ทั้งนี้พร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วนในการสืบสานพระราชปณิธาน และสร้างสังคมไทยที่งดงามอย่างยั่งยืน”

บรรยากาศภายในงานบริเวณหน้าอาคาร AIS SIAM และตลอดเส้นทาง SIAM Walking Street เต็มเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้ง และความสง่างาม จากการแสดงดนตรีไทยโดยคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงกิจกรรมแสดงความอาลัยรูปแบบพิเศษผ่านอักษรเบรลล์สำหรับผู้พิการ พร้อมส่งต่อคำไว้อาลัยขึ้นจอกลางสยาม นอกจากนี้ยังมีการบรรเลง–ขับร้องบทเพลง “แม่แห่งแผ่นดิน” โดยวงออร์เคสตร้าคนตาบอดแห่งประเทศไทย นับว่าสะท้อนถึงพลังแห่งความจงรักภักดี และความร่วมมือของทุกคนในสังคม ที่มุ่งมั่นสร้างพื้นที่แห่งความเท่าเทียมร่วมกัน

คณะผู้จัดงานทุกภาคส่วน ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และขอร่วมสืบสานแนวพระราชปณิธานในการสร้างโอกาสและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการ เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งความเท่าเทียมและการอยู่ร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรี

เมืองไทยประกันชีวิต ปรับพอร์ตเสริมแกร่งส่งท้ายปี 68 สร้างโอกาสรับผลตอบแทนช่วงตลาดผันผวน พร้อมเพิ่มกองทุนใหม่ สำหรับลูกค้าเมืองไทยยูนิตลิงค์

0

เมืองไทยประกันชีวิต ปรับพอร์ตแนะนำการลงทุนยูนิตลิงค์ส่งท้ายปี 2568 พร้อมเพิ่มกองทุนใหม่ ES-ALOVE-UH สร้างโอกาสรับผลตอบแทนช่วงตลาดผันผวน  สามารถจัดพอร์ตกองทุนรวมได้หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกระดับความเสี่ยง และช่วยให้การวางแผนสร้างผลตอบแทนระยะยาวมีเสถียรภาพเพิ่มมากขึ้น

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เดินหน้าตอบโจทย์การสร้างความมั่นคงเพื่อคนที่คุณรัก ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านประกันชีวิต  ที่คอยเคียงข้างดูแลในทุกช่วงของชีวิต (MTL Everyday Life Partner) บริษัทฯ จึงพัฒนาบริการสำหรับลูกค้าประกันชีวิตควบการลงทุนหรือยูนิตลิงค์ ด้วยการติดตามผลการดำเนินงานการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนปรับพอร์ตโฟลิโอแนะนำตามความเสี่ยงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ขยายโอกาสการลงทุน ด้วยการเพิ่มกองทุนเปิดอีสท์สปริง Asian Low Volatility Equity-Unhedged (ES-ALOVE-UH) เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าประกันชีวิตควบการลงทุน mDesign  mGrow615 mOne และ mOnePlus สามารถเลือกจัดพอร์ตกองทุนรวมได้หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ในทุกระดับความเสี่ยง สอดรับกับปัจจัยทางเศรษฐกิจและการลงทุนที่ผันผวนและช่วยให้การวางแผน  สร้างผลตอบแทนระยะยาวมีเสถียรภาพเพิ่มมากขึ้น

บริษัทฯ ได้เตรียมพร้อมรับมือความผันผวนที่มากขึ้น โดยประเมินปัจจัยทางเศรษฐกิจ ภาวะการลงทุน และการคาดการณ์ผลตอบแทนในอนาคต ตลอดจนความเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อหาสัดส่วนการลงทุนที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนที่สูงที่สุดในระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม ด้วยการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้จึงได้แนะนำปรับลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นไทย และเพิ่มการลงทุนใน ‘หุ้นเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นหุ้นญี่ปุ่น)’ ผ่านกองทุนเปิด ES-ALOVE-UH เนื่องจากมองเห็นศักยภาพการเติบโตที่สูงจากการบริโภค และการขยายตัวของภาคเทคโนโลยีและการผลิต นอกจากนี้ มูลค่าหุ้นของตลาดเอเชียยังคงต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับดัชนีตลาดหุ้นโลก

ทั้งนี้ กองทุนเปิด ES-ALOVE-UH มีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนรวมในระยะยาวให้สอดคล้องกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นหุ้นญี่ปุ่น) ผ่านการเติบโตของรายได้และการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว แต่มีความผันผวนที่ต่ำกว่าตลาด ช่วยลดโอกาสในการขาดทุน โดยกระจายการลงทุนในหุ้นประมาณ 100 – 200 ตัว ไปยังแต่ละกลุ่มประเทศ ธุรกิจ บริษัท และคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงประเภทต่าง ๆ อย่างครอบคลุม เพื่อเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนจากการลงทุนที่มากขึ้น 

สำหรับพอร์ตโฟลิโอแนะนำตามความเสี่ยงที่เมืองไทยประกันชีวิตออกแบบนั้นจะมีการกระจาย การลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ตามระดับความเสี่ยงของลูกค้า โดยมีให้เลือกถึง 5 พอร์ตโฟลิโอ ได้แก่ พอร์ตโฟลิโอความเสี่ยงต่ำ (Low Risk Portfolio) พอร์ตโฟลิโอความเสี่ยงปานกลาง ค่อนข้างต่ำ (Conservative Portfolio) พอร์ตโฟลิโอความเสี่ยงปานกลาง ค่อนข้างสูง (Balanced Portfolio) พอร์ตโฟลิโอความเสี่ยงสูง (Advanced Portfolio) และพอร์ตโฟลิโอความเสี่ยงสูงมาก (Aggressive Portfolio) โดยนับตั้งแต่ต้นปีถึงกันยายน 2568 (YTD) พอร์ตโฟลิโอแนะนำตามระดับความเสี่ยง 5 พอร์ตของบริษัทฯ สามารถสร้างผลตอบแทนได้ในระดับ 6.1-8.2%

อย่างไรก็ตาม ลูกค้าเมืองไทยยูนิตลิงค์ mDesign mGrow615 mOne และ mOnePlus สามารถปรับสัดส่วนการลงทุนตามพอร์ตแนะนำใหม่ด้วยตัวเองผ่านแอปพลิเคชัน MTL Click สำหรับลูกค้าที่ไม่มีเวลาบริหารจัดการพอร์ตการลงทุน สามารถสมัครใช้บริการ MTL Portfolio Management โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อให้ทีมผู้จัดการกองทุนมืออาชีพ คอยติดตามดูแลพอร์ตการลงทุนให้อย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งปรับพอร์ตลงทุนประกันยูนิตลิงค์แบบอัตโนมัติให้เหมาะสมตามสถานการณ์ เพื่อเป้าหมายการวางแผนการเงินในระยะยาว ผู้สนใจสามารถติดต่อตัวแทนเมืองไทยประกันชีวิต หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการลูกค้าทางโทรศัพท์ โทร.1766 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง 

เปิดจอรอ ‘มง’ บน AIS PLAY! AIS ชวนแฟนนางงามเตรียมชมสด Miss Universe 2025 ครบทุกช่วงการประกวด ผ่าน PLAY PASS เพียง 49 บาทเท่านั้น

0

AIS PLAY เขย่าวงการบันเทิงดิจิทัลไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลคอนเทนต์ระดับประเทศ คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดเวทีนางงามระดับโลก The 74th Miss Universe 2025 อย่างเป็นทางการ เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะในประเทศไทย ให้แฟนนางงามลุ้นมงจักรวาลแบบเรียลไทม์ ปีนี้ไทยรับบทเจ้าภาพ ไม่ควรพลาดชมทุกโมเมนต์ รับชมและเชียร์ไปพร้อมกันทั้งประเทศ ผ่านแพ็กเกจสุดคุ้ม “PLAY PASS” เพียง 49 บาท (ไม่รวม VAT) รับชมได้ 30 วัน บนแอปและเว็บไซต์ AIS PLAY ทุกอุปกรณ์ โดยสามารถรับชมการประกวดใน 3 รอบสำคัญ ได้แก่

  • รอบ The National Costume การแสดงชุดประจำชาติ ในวันพุธที่ 19 พฤศจิกายน 2025 เวลา 13.00 – 14.00 น.
  • รอบ The Preliminary Competition ก่อนชิงชนะเลิศ โดยรวมถึงการเดินในชุดราตรีและชุดว่ายน้ำ ในวันพุธที่ 19 พฤศจิกายน 2025 เวลา 19.00 – 21.00 น.
  • รอบ The Grand Finale รอบชิงชนะเลิศ ในวันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2025 เวลา 08.00 – 11.00 น.

สิทธิพิเศษสำหรับแฟน ๆ นางงาม ร่วมกิจกรรมแข่งขันตอบคำถามชิงสิทธิ์ Meet & Greet สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ใกล้ชิดกับ Miss Universe 2025 ในวันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ณ AIS SIAM โดยร่วมสนุกตอบคำถามเป็นผู้โชคดีได้ที่ Page AIS Facebook ตั้งแต่วันที่ 11 – 16 พฤศจิกายน 2568

ทั้งนี้ ลูกค้าเอไอเอส รายเดือน/เติมเงิน และ AIS 3BB Fibre3 สามารถสมัครแพ็กเกจ PLAY PASS  เพื่อรับชมครบทุกรอบการประกวด ได้แล้ววันนี้ ในราคาเพียง 49 บาท (ไม่รวม VAT) ผ่านทางแอป AIS PLAY, เว็บไซต์ www.aisplay.ais.co.th หรือสมัครกด *678*74# โทรออก ดูได้แบบไม่มีสะดุด เฉพาะบน AIS PLAY เท่านั้น รวมทั้งลูกค้าที่ใช้แพ็กเกจอื่น ๆ ของ AIS PLAY ได้แก่  PLAY FAMILY, PLAY ASIAN, PLAY PREMIUM/PLUS, PLAY ULTIMATE, PLAY INTER, PLAY S/M/L/XL, PLAY Lite/Lite Plus/Standard/Magnum, PLAY PREMIER, PLAY SPORTS สามารถรับชมการประกวด Miss Universe 2025 ได้โดยไม่ต้องสมัครแพ็กเกจเสริมเพิ่มเติม

มาร่วมลุ้นและร่วมเชียร์มงที่สามของไทยไปพร้อมกัน ผ่านประสบการณ์การรับชมที่เหนือระดับเฉพาะบน AIS PLAY แอปที่รวบรวมคอนเทนต์ระดับโลกและระดับพรีเมียมไว้ในที่เดียว

สำหรับแฟน ๆ นางงามสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมการรับชมการประกวด Miss Universe 2025 ได้ที่ https://www.ais.th/consumers/entertainment/ais-play/play-pass 

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่ง SETCarbon ผ่านรับรองมาตรฐาน อบก. พร้อมวางรากฐานระบบคำนวณคาร์บอนกลางของประเทศ

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเผยความสำเร็จก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืนของตลาดทุนไทย หลัง “SETCarbon” แพลตฟอร์มดิจิทัลในการจัดการข้อมูลคาร์บอนของภาคธุรกิจ ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ในประเภท “แพลตฟอร์มการรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร” สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันภาคธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม

SETCarbon เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของตลาดทุนไทยในการรวบรวมข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคธุรกิจอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน ผ่านการเชื่อมโยงกับระบบ e-One Report ของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยจุดเด่นที่แตกต่างของ SETCarbon จากแพลตฟอร์มอื่น ได้แก่ เทมเพลทข้อมูลกิจกรรมก๊าซเรือนกระจกรายอุตสาหกรรมที่ง่ายต่อการจัดเก็บข้อมูล และความสามารถในการเชื่อมต่อกับหลายหน่วยงาน เช่น ธนาคารและสถาบันการเงิน ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจเข้าถึงสินเชื่อสีเขียวได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานพัฒนาความยั่งยืนตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การรับรองครั้งนี้เป็นการรับรองในระดับประเทศที่ยืนยันความน่าเชื่อถือของ SETCarbon และความถูกต้องของกระบวนการคำนวณ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่บริษัทจดทะเบียนและภาคธุรกิจไทยว่า ระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ มีมาตรฐาน โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานการคำนวณก๊าซเรือนกระจกระดับสากล อาทิ Carbon Footprint for Organization (CFO), GHG Protocol และ ISSB (IFRS S2) ซึ่งจะช่วยให้ข้อมูลคาร์บอนของภาคธุรกิจไทยมีความน่าเชื่อถือและสามารถใช้อ้างอิงได้ทั้งในและต่างประเทศ

คุณสมบัติเด่นของ SETCarbon ได้แก่ 1) ระบบครบวงจรบนแพลตฟอร์มเดียว รองรับการคำนวณ จัดเก็บ วิเคราะห์ และรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกแบบ end-to-end ช่วยลดความซับซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูล และ 2) มาตรฐานระดับประเทศ SETCarbon ยังเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนา “ฐานข้อมูลคาร์บอนกลาง” (Anchor Dataset) ของประเทศ สร้างมาตรฐานข้อมูลเดียวกันสำหรับทุกภาคส่วน

สำหรับการรับรองนี้มีอายุ 3 ปี โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นหนึ่งใน 7 องค์กรในประเทศไทยที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก อบก. ในประเภทดังกล่าว การได้รับการรับรองครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจไทยในการเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 (2050)

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดให้บริการระบบ SETCarbon แก่ทั้งบริษัทจดทะเบียนและธนาคารพันธมิตรแล้ว สำหรับการพัฒนาต่อยอดระบบในระยะถัดไป ประกอบด้วย การพัฒนา Emission Scope 3 เพื่อรองรับการคำนวณคาร์บอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน และ Dashboard สำหรับติดตามผลการดำเนินงานด้านคาร์บอนเทียบกับเป้าหมายทางการเงิน พร้อมพัฒนา Carbon Data API เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถเชื่อมต่อและใช้ข้อมูลได้สะดวก รวมถึงการเพิ่ม GHG Protocol Template ให้ครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม   รวมทั้งมุ่งมั่นสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการเงิน เพื่อขยายการใช้ประโยชน์จากข้อมูลคาร์บอนในภาคเศรษฐกิจ และขับเคลื่อนตลาดทุนไทยสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดซีซั่น 5 “SET e-Learning Money Style” ชวนกูรูชื่อดัง อัปสกิลการเงิน-ทักษะอาชีพยุคใหม่

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดตัวซีซั่น 5 ของซีรีส์ “SET e-Learning Money Style” ชวนผู้สนใจอัปสกิลด้านการเงิน ทักษะอาชีพ และการใช้ชีวิตยุคใหม่ ด้วย 5 หลักสูตรภายใต้แนวคิด “ใช้สติ หาสตางค์ อย่างมีสไตล์” โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสายอาชีพร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จริง ทั้งการวางแผนเส้นทางอาชีพ การต่อยอดความชอบสู่การเป็นสตรีมเมอร์ เทคนิคสร้างรายได้จากงานศิลปะ การเริ่มต้นทำ Affiliate Marketing และการบริหารใจ เพื่อรับมือกับความท้าทายในยุคปัจจุบัน โดยหลักสูตรใหม่ประกอบด้วย

1) Your Career โตให้ถูกที่ งานไม่ควรทน เงินไม่ควรขาด ชีวิตไม่ควรหลง โดย เบ็น บวรชัย จาก Hunter B

2) Streamer เปลี่ยนเกมที่ชอบ ให้เป็นอาชีพที่ใช่ โดย เปา พีรดนย์ จาก I Have CPU

3) เคล็ดลับสายอาร์ต การเงินดี ต้องมีศิลป์ โดย สา สาลินี จาก Cyrano Design

4) แค่คลิก ก็สร้างรายได้ด้วย Affiliate Marketing โดย ทิป มัณฑิตา จาก Digital Tips Academy

5) จัดการใจให้ Strong รอดทั้งงาน รุ่งทั้งเงิน โดย หมอฟ้า ชิสา จากเพจ หมอฟ้า สมาธิศาสตร์

ซีรีส์ “SET e-Learning Money Style” มีรวม 26 หลักสูตร และมียอดเข้าเรียนสะสมกว่า 3 ล้านครั้งตลอด 4 ซีซั่นที่ผ่านมา เหมาะสำหรับผู้เรียนทุกช่วงวัย เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริงทันที ผู้สนใจเรียนฟรีพร้อมรับวุฒิบัตรได้ที่ https://elearning.set.or.th/SETGroup/categories/174 หรือผ่าน “Happy Money App”

รู้เก็บรู้ออม : ระวัง! อีเมลหลอกลงทุน

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง" หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ช่วงนี้ “คุณนายพารวย” ได้ยินเพื่อนพ้องน้องพี่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกมิจฯกับแก๊งคอลฯ เค้ากลับมาระบาดอีกแล้ว มีคนรู้จักหลายคนได้รับโทรศัพท์ ปลายสายอ้างตัวเป็นคนรู้จักบ้าง เพื่อนสนิทมิตรสหายก็มี ญาติโกโหติกาก็มา โทรขอให้โอนเงินช่วยเหลือเพราะเหตุจำเป็น หรือเรื่องฉุกเฉิน สุดแล้วแต่จะปั้นเรื่องให้เป็นตัว

อีกวิธีที่พวกมิจฯ ใช้เป็นประจำ คือการส่งอีเมล ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้มานาน แต่เปลี่ยนมุกหลอกไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นปลอมเป็นหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ เพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนตัว, หลอกให้ลงทะเบียน หรืออ้างเหตุด่วนเพื่อหลอกให้ผู้รับอีเมลคลิกลิงก์แปลกปลอม รวมถึงกรณีที่เป็นข่าวอยู่บ่อยครั้งในระยะหลัง คือ การหลอกให้ลงทุน

อย่างกรณีล่าสุดที่ประชาชนผู้ใช้งานอีเมลจำนวนมากได้รับอีเมลแนบลิงก์ ส่งมาจากมิจฉาชีพโดยแอบอ้างเป็นหน่วยงานหรือองค์กรที่น่าเชื่อถือ เช่น ตลาดหลักทรัพย์ฯ, โบรกเกอร์, ธนาคาร มีเนื้อหาโฆษณาเชิญชวนให้คนลงทุน และแจกคริปโตเคอร์เรนซี เพื่อหลอกให้ผู้รับอีเมลคลิกลิงก์ที่แนบมา

เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้ให้บริการระบบส่งอีเมลอัตโนมัติ รีบออกมาชี้แจงว่า เป็นการสร้างอีเมลแคมเปญของผู้ไม่หวังดี แอบอ้างชื่อองค์กรหรือบริษัทส่งอีเมลสแปมหลอกลวงผู้ให้บริการได้ระงับการเข้าถึงลิงก์ในอีเมลสแปมทั้งหมดทันที พร้อมกับชี้แจงว่า พวกที่สร้างอีเมลปลอมมีเจตนาหลอกลวงให้เข้าใจผิด และเตือนอย่าคลิกลิงก์ ตอบกลับหรือส่งอีเมลต่อ

ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่โดนแอบอ้างอย่างตลาดหลักทรัพย์ฯเองก็ได้รีบออกมาแจ้งเตือนภัยประชาชนและนักลงทุนให้ระวัง และอย่าหลงเชื่อผู้แอบอ้าง

ด้านภาครัฐเองก็บอกว่า กรณีที่แฮกเกอร์ใช้ข้อมูล Username สำหรับเข้าระบบผู้ให้บริการในนาม 4 องค์กรเพื่อนำไปใช้ในการส่งอีเมลหลอกลวงจำนวนมาก แต่ไม่ใช่การแฮ็กระบบของทั้ง 4 องค์กรตามที่เป็นข่าว และไม่มีการแฮ็กข้อมูลของประชาชน

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญโดยทุกๆหน่วยงานกำลังร่วมกันยกระดับมาตรการป้องกัน สำหรับพวกเราในฐานะประชาชนต้องมีสติ อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่ปัจจุบันมีกลโกงใหม่ๆ ที่มาหลอกลวงเรา

“คุณนายพารวย” ต้องขอเตือนอีกครั้งว่า หากใครได้รับอีเมล หรือเจอบัญชีปลอม เพจปลอม หรือโซเชียลมีเดียใดๆ ที่แอบอ้างโลโก้และชื่อของตลาดหลักทรัพย์ฯ, ชื่อและภาพผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงในตลาดทุน เพื่อชักชวนให้เข้าร่วมลงทุนหรือรับข้อมูลการลงทุน ขอให้ฟันธงไว้ก่อนว่า เป็นการหลอกลวงโดยมิจฉาชีพ หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูล สามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ SET Contact Center 0-2009-9999 หรือ email : SETContactCenter@ set.or.th

คุณนายพารวย

ประมงสมุทรสาครผนึกกำลังเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร จับปลาหมอคางดำทำน้ำปลา สร้างแบรนด์ “หับเผย สมุทรสาคร”

0

นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยนายนิรันดร์ พรหรมครวญ หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง นางขนิฐา เสรีรักษ์ เจ้าพนักงานประมงชำนาญงาน ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลสมุทรปราการ บุคลากรจากเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกรมประมง (FC) สมุทรสาคร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และเจ้าหน้าที่ ๆ เกี่ยวข้อง จัดโครงการกิจกรรมบูรณาการช่วยเหลือสังคมกำจัดปลาหมอคางดำ (ในรูปแบบ CSR) “ลงแขกลงคลอง” กิจกรรมฝึกวิชาชีพ แปรรูปผลิตภัณฑ์น้ำปลา จากปลาหมอคางดำ นำปลาหมอคางดำที่ได้ทำน้ำปลาสร้างแบรนด์ “หับเผย สมุทรสาคร”

นายเผดิม เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาจังหวัดสมุทรสาครประสบปัญหา การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ในแหล่งน้ำสาธารณะและพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร โดยภาครัฐได้มีมาตรการต่าง ๆ ออกมาแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือมาตรการลงแขกลงคลอง จับปลาหมอคางดำมาทำน้ำปลา โดยเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร ได้บูรณาการกับสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร และภาคเอกชน นำปลาหมอคางดำที่จับได้มาแปรรูปเป็นน้ำปลา ภายใต้แบรนด์ “หับเผย สมุทรสาคร” เพื่อเป็นการเสริมสร้างทักษะอาชีพให้ผู้ต้องขัง และเป็นการส่งเสริมให้เกิดการบริโภคผลิตภัณฑ์จากปลาหมอคางดำในวงกว้างขึ้น ซึ่งจะช่วยลดจำนวนของปลาหมอคางดำได้อย่างครบวงจร

กิจกรรมผลิตน้ำปลาจากปลาหมอคางดำในครั้งนี้ ใช้ปลาหมอคางดำที่จับได้ จากการจัดกิจกรรม ลงแขกลงคลอง” ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 จำนวน 500 กิโลกรัม มาทำเป็นวัตถุดิบ ในสัดส่วน 1 ต่อ 4 คือ เกลือ 1 ส่วน ต่อ ปลาหมอคางดำ 4 ส่วน หมักน้ำปลาได้ 2 โอ่ง ครึ่ง รวมหมักน้ำปลาได้ถึงปัจจุบัน 31 โอ่ง การันตีความหอมและรสชาติต้องถูกปากทุกคน ซึ่งหลังจากนี้มีการต่อยอดแบรนด์น้ำปลาเป็น น้ำปลาหับเผยสมุทรสาคร ใช้บริโภคในเรือนจำ และสร้างชื่อให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางต่อไป

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้

  1. เพื่อกำจัดปลาหมอคางดำที่รุกรานส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของแหล่งน้ำให้ลดลง
  2. เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากร ปลาหมอคางดำมีปริมาณมากและหาได้ง่าย ในพื้นที่
  3. เพื่อนำปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ
  4. เพื่อการสร้างผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค
  5. เพื่อส่งเสริมให้ผู้ต้องขังได้ฝึกวิชาชีพส่งเสริมให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้และส่งเสริมการรวมกลุ่มในการประกอบอาชีพต่อไป

ทั้งนี้ การทำน้ำปลาจากปลาหมอคางดำ เป็นการแก้ไขปัญหาปลาต่างถิ่นรุกราน การสร้างมูลค่าเพิ่มและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างยั่งยืนการบูรณาการร่วมมือระหว่างเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร เรือนจำสมุทรสาคร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และทุกภาคส่วนทั่งภาครัฐและเอกชน ได้มีการจัดกิจกรรมฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดจำนวนปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำสาธารณะ สร้างความรับรู้ ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดจากปลาหมอคางดำ ตลอดจนนำปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์ โดยวิธีแปรรูปปลาหมอคางดำมาทำน้ำปลาเพื่อเสริมสร้างเป็นทักษะอาชีพให้ผู้ต้องขังต่อไป