Home Blog Page 21

หมุนเงินไม่ทัน ออมสินช่วยได้ ‘สินเชื่อ GSB บ้านแลกเงิน’ ดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้น 3.59% ต่อปี 6 เดือนแรก บ้านยังอยู่ครบ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ม.ค. 69

0

มาเปลี่ยนบ้านเป็นเงิน เสริมการเงินให้คล่องตัว กับ สินเชื่อ GSB บ้านแลกเงิน จากออมสิน
👉🏻 สมัครเลย คลิก > https://to.gsb.or.th/ggshgbD
👉🏻 ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2569

✔ พิเศษ !!! จัดทำนิติกรรมสัญญาภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 รับส่วนลดอัตราดอกเบี้ย 0.30% ต่อปี นาน 3 ปี แรก
✔ อัตราดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้น 3.59% ต่อปี (6 เดือนแรก) สำหรับลูกค้าวงเงินกู้ 5 ล้านบาท หรือ รายได้ประจำ 75,000 บาทขึ้นไป หรือ รายได้อิสระ 100,000 บาทขึ้นไป
✔ วงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาท
✔ ผ่อนนานสูงสุด 30 ปี
✔ สนับสนุนค่าประเมินหลักทรัพย์ สูงสุด 5,000 บาท *

หมายเหตุ:

  • อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำ MRR = 6.295% (ตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค. 68 เป็นต้นไป) ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น หรือลดลงได้
  • กรณีใช้หลักประกันเป็นที่ดิน หรือที่สวน อัตราดอกเบี้ยบวกเพิ่ม 1% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) อยู่ระหว่าง 3.290% – 7.270% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (EIR) กรณีจัดทำนิติกรรมสัญญา ภายในวันที่ 31 ม.ค. 69
  • กรณีวงเงินกู้ ไม่เกิน 5 ล้านบาท อยู่ระหว่าง 5.948%-7.029% คำนวณจาก วงเงินกู้ 1.00 ล้านบาท ระยะเวลาชำระเงินกู้ 20 ปี
  • กรณีวงเงินกู้ตั้งแต่ 5 ล้านบาท / กลุ่มรายได้ประจำตั้งแต่ 75,000 บาทขึ้นไป/ กลุ่มรายได้อิสระตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป อยู่ระหว่าง 5.825%-6.901% คำนวณจาก วงเงินกู้ 5.00 ล้านบาท ระยะเวลาชำระเงินกู้ 20 ปี
  • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (EIR) กรณีจัดทำนิติกรรมสัญญา ภายในวันที่ 30 ธ.ค. 68 รับส่วนลดอัตราดอกเบี้ย 0.30% ต่อปี นาน 3 ปี แรก อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (EIR)
  • กรณีวงเงินกู้ ไม่เกิน 5 ล้านบาท อยู่ระหว่าง 5.842%-6.921% คำนวณจาก วงเงินกู้ 1.00 ล้านบาท ระยะเวลาชำระเงินกู้ 20 ปี
  • กรณีวงเงินกู้ตั้งแต่ 5 ล้านบาท / กลุ่มรายได้ประจำตั้งแต่ 75,000 บาทขึ้นไป/กลุ่มรายได้อิสระตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป อยู่ระหว่าง 5.717%-6.791% คำนวณจาก วงเงินกู้ 5.00 ล้านบาท ระยะเวลาชำระเงินกู้ 20 ปี
  • รายได้ประจำ หมายถึง เงินเดือนหรือค่าจ้างที่ได้รับเป็นประจำ เช่น ข้าราชการและลูกจ้างหน่วยงานของรัฐ พนักงานและลูกจ้างในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานและลูกจ้างบริษัท พนักงานและลูกจ้างในสถาบันการเงิน เป็นต้น
  • รายได้อิสระ หมายถึง รายได้ที่เกิดจากการประกอบธุรกิจ/เจ้าของกิจการ ประกอบอาชีพอิสระ ผู้รับจ้างทั่วไป / ผู้ใช้แรงงาน เป็นต้น
  • การทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อ เป็นการทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ โดยต้องทำกรมธรรม์ทุนขั้นต่ำ 70% ของวงเงินกู้ และ ระยะเวลาทำประกันไม่ต่ำกว่า 5 ปี หลักเกณฑ์เงื่อนไขอื่นเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
  • สำหรับลูกค้าที่วงเงินกู้ตั้งแต่ 3.00 ล้านบาทขึ้นไป ธนาคารสนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ให้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินรายละ 5,000 บาท โดยลูกค้าต้องสำรองจ่ายค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ไปก่อน เมื่อจัดทำนิติกรรมสัญญาแล้วเสร็จ ธนาคารจะโอนเงินคืนเข้าบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกของผู้กู้ภายใน 30 วัน
  • สามารถไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น (ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการอุปโภคบริโภค)
  • หลักเกณฑ์เงื่อนไขอื่นๆ ให้เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

⚠️ เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
*รู้ก่อนกู้…กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

CPFTH เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ 2 รุ่น อายุ 6 ปี และ 12 ปี เปิดจองซื้อ 17 และ 20-21 ตุลาคม 2568

0

บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CPFTH เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ จำนวน 2 รุ่น ได้แก่ หุ้นกู้อายุ 6 ปี อัตราดอกเบี้ย [2.14 – 2.54]% ต่อปี และ หุ้นกู้อายุ 12 ปี อัตราดอกเบี้ย [2.85 – 3.25]% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากทริสเรทติ้งที่ระดับ “A” คาดว่าจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 17 และ 20-21 ตุลาคม 2568 ผ่าน 9 สถาบันการเงินชั้นนำ มั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ลงทุน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนจะประกาศให้ทราบอีกครั้ง

ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้มั่นใจว่า หุ้นกู้ CPFTH ที่เสนอขายในครั้งนี้ เป็นทางเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ลงทุนที่กำลังมองหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอในระยะยาว และคาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดยกิจการที่มีความมั่นคง น่าเชื่อถือ และมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งหุ้นกู้ CPFTH ยังได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “A” จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของ CPFTH และการเป็นบริษัทที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของกลุ่ม CPF นอกจากนี้ ด้วยธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารเป็นปัจจัยพื้นฐานสำหรับความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้หุ้นกู้ CPFTH เป็นตัวเลือกที่มั่นคงสำหรับผู้ลงทุน

CPFTH เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารแบบครบวงจรในประเทศไทย ประเภทสัตว์บก ได้แก่ สุกร ไก่เนื้อ ไก่ไข่ และเป็ด ตั้งแต่การผลิตอาหารสัตว์ การเพาะพันธุ์สัตว์ การเลี้ยงสัตว์ การแปรรูปขั้นพื้นฐาน การผลิตอาหารและอาหารพร้อมรับประทาน โดยมุ่งเน้นเสนอผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์และอาหารที่มีคุณภาพปลอดภัยให้กับผู้บริโภค ด้วยกระบวนการผลิตที่ทันสมัยได้มาตรฐานระดับสากล พร้อมกับการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยผลการดำเนินงานของ CPFTH ในงวดปี 2567 มีรายได้จากการขาย จำนวน 156,693 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิในส่วนของบริษัท จํานวน 5,966 ล้านบาท พลิกฟื้นจากที่ขาดทุนในปี 2566 จากความสมดุลของปริมาณเนื้อสัตว์ในตลาดจากภาวะสินค้าล้นตลาดในปี 2566 ประกอบกับ ต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ที่ลดลงจากการบริหารจัดการด้านประสิทธิภาพการเลี้ยงสัตว์และการจัดหาวัตถุดิบที่ดีขึ้น

สำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ สามารถจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท โดยคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 17 และ 20-21 ตุลาคม 2568

ปัจจุบัน บริษัทอยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้ และร่างหนังสือชี้ชวนซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้ และร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 9 แห่ง ได้แก่

  • ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (ยกเว้นสาขาไมโคร) โทร. 1333 หรือจองซื้อผ่านแอปฯ Bangkok Bank Mobile Banking สำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่ที่เป็นบุคคลธรรมดา
  • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02-111-1111 หรือจองซื้อออนไลน์บนแอปพลิเคชัน Krungthai Next ผ่านระบบ Money Connect by Krungthai สำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่ที่เป็นบุคคลธรรมดา
  • ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา โทร. 02-888-8888 กด 869 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน https://www.kasikornbank.com/kmyinvest (ยกเว้นบุคคลสัญชาติต่างด้าว และนิติบุคคล สามารถจองซื้อผ่านสำนักงานใหญ่และสาขา) และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โทร. 02-777-6784 และรวมถึง บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02-626-7777 หรือจองซื้อผ่าน Mobile Application – CIMB Thai
  • ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02 285 1555
  • บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02-009-8351-56
  • บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร. 02-680-4004
  • บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด โทร. 02-695-5555

AIS 3BB FIBRE3 ปั้นบริการPRO EVENT SOLUTION เน็ตแรงระดับ2GbpsรุกตลาดMICE เสริมแกร่งอุตสาหกรรมอีเวนต์ไทยรองรับทุกพื้นที่จัดงานทั่วประเทศ

0

AIS 3BB FIBRE3 พลิกโฉมมาตรฐานเน็ตบ้านไทย ด้วย “PRO EVENT SOLUTION” โซลูชั่นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระดับ 2Gbps รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมอีเวนต์และ MICE อย่างเต็มรูปแบบ มอบการเชื่อมต่อที่เร็ว แรง เสถียร ผ่านโครงข่ายเน็ตบ้านอัจฉริยะของ AIS พร้อมทีมวิศวกรมืออาชีพดูแลครบวงจรตลอดการจัดงานในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ตอกย้ำความเป็นผู้นำบรอดแบนด์อันดับ 1 ของไทย ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด พร้อมให้บริการแล้ววันนี้ เพื่อยกระดับศักยภาพของธุรกิจอีเวนต์ไทย และร่วมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน

นายยอดชาย อัศวธงชัย หัวหน้าหน่วยธุรกิจการค้า ธุรกิจบรอดแบนด์ AIS กล่าวว่า “ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ถือเป็นไฮซีซั่นของการจัดงานอีเวนต์ในประเทศไทย เราได้เห็นการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมอีเวนต์ ทั้งคอนเสิร์ต มิวสิคเฟสติวัล งานสัมมนา และนิทรรศการต่างๆ โดยเฉพาะงานในรูปแบบ Hybrid ที่ผสานทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ให้อินเทอร์เน็ตกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การจัดงานประสบความสำเร็จ AIS 3BB FIBRE3 จึงได้พัฒนา PRO EVENT SOLUTION ขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่ซับซ้อนและหลากหลาย รองรับทุกขนาดงานในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่ม B2B พร้อมสนับสนุนผู้จัดงานและผู้ประกอบการไทย ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารที่ล้ำสมัยบนโครงข่ายที่ครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างแท้จริง”

ยอดชาย อัศวธงชัย หัวหน้าหน่วยธุรกิจการค้า ธุรกิจบรอดแบนด์ AIS

PRO EVENT SOLUTION บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระดับ 2Gbps จาก AIS 3BB FIBRE3 ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งการใช้งานทั่วไปและงานอีเวนต์ที่ต้องการการเชื่อมต่อคุณภาพสูงและมีความซับซ้อน โดยให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ วางระบบ ติดตั้ง และดูแลหลังบ้านตลอดการจัดงาน เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมเป็นไปอย่างราบรื่น ครอบคลุมบริการหลัก ได้แก่ การวางระบบเครือข่ายที่เหมาะสมกับพื้นที่และความต้องการเฉพาะของแต่ละงาน การติดตั้งระบบอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า พร้อมทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญประจำสถานที่จัดงาน คอยดูแล ติดตาม และให้ความช่วยเหลือแบบเรียลไทม์ตลอดการจัดงาน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการเชื่อมต่อจะมีความเสถียรและใช้งานได้ตลอดเวลา

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถเลือกใช้บริการได้ตามความเหมาะสม ผ่าน 4 โซลูชันหลัก ได้แก่:

  • FTTX Premium: อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระดับกิกะบิต รองรับการใช้งานทั่วไปภายในงาน เหมาะกับอีเวนต์ขนาดเล็ก งานจัดแสดงสินค้า หรือลูกค้าที่ต้องการติดตั้งอินเทอร์เน็ตเพื่อใช้ทำธุรกรรมออนไลน์ รับชำระค่าสินค้า (POS)
  • Fiber Leased Line: อินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อความเร็วสูงแบบเฉพาะตัว เหมาะกับอีเวนต์ขนาดกลาง-ใหญ่ หรือกิจกรรมที่ต้องการใช้อินเทอร์เน็ตที่มีความเสถียรสูง เร็ว ไม่สะดุด เช่น การไลฟ์สตรีม, การแข่งขันอีสปอร์ต, คอนเสิร์ต
  • MPLS: อินเทอร์เน็ตคุณภาพระดับองค์กร เหมาะกับอีเวนต์ขนาดใหญ่ที่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตคุณภาพสูง เป็นโซลูชันที่มีความเสถียรและปลอดภัยสูงสุด เช่น งานแข่งขันกีฬา, งานถ่ายทอดสดการประกวดต่างๆ
  • L2 VPN: เชื่อมต่อและส่งสัญญาณภาพและเสียงจากสถานที่จัดงาน ส่งต่อไปยังปลายทางที่ต้องการ เช่น การถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาผ่านช่อง T sport7

สมัครบริการหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ais.th/consumers/fibre/services/pro-event-solution หรือ AIS Shop และ 3BB Shop ทุกสาขา, AIS Call Center โทร. 1175 หรือ 3BB Call Center โทร. 1530

จุดไฟศึกลูกหนังลีกภูมิภาคกลางสยาม! GULF x AIS หนุนไทยลีก 3 สู่สายตาทั่วประเทศระเบิดความมันส์บนจอยักษ์ กับแคมเปญ “บอลไทยเพื่อคนไทย”

0

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ผนึกกำลัง GULF จุดพลุเปิดฤดูกาลไทยลีก 3 อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แคมเปญ “GULF x AIS บอลไทยเพื่อคนไทย” จุดประกายความหวังใหม่ให้วงการลูกหนังไทย ด้วยการยกระดับฟุตบอลระดับภูมิภาคให้ก้าวสู่แสงไฟสปอร์ตไลต์กลางเมือง เปิดโอกาสให้ทีมขวัญใจประจำท้องถิ่นได้เฉิดฉายอย่างสมศักดิ์ศรี ด้วยการแปลงโฉม AIS SIAM กลางสยามสแควร์ ให้กลายเป็นสนามเชียร์ขนาดย่อม พร้อมจอ LED ขนาดใหญ่ ถ่ายทอดการแข่งขันแบบเรียลไทม์ เสริมอรรถรสด้วยนักพากย์มืออาชีพอย่าง “พจจิเซย์” และ “บอล ส้มซิ่ง” ที่มาร่วมถ่ายทอดอารมณ์เกมแบบใกล้ชิด ตอกย้ำความตั้งใจของ GULF และ AIS ที่ไม่เพียงยกระดับประสบการณ์เชียร์บอลให้สนุกเร้าใจ แต่ยังผลักดันให้ฟุตบอลไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งและทั่วถึงในทุกระดับ

สำหรับฤดูกาลนี้ นับเป็นครั้งแรกที่การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 3 จะถ่ายทอดสดให้แฟนบอลทั่วประเทศได้รับชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่าน AIS PLAY ยิงสดครบทั้ง 6 โซน ได้แก่ ภาคเหนือ, ภาคใต้, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันตก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง โดยสามารถรับชมการแข่งขันสดได้ฟรี ผ่าน AIS PLAY ทั้งแอปพลิเคชัน AIS PLAY กล่อง AIS PLAYBOX, Smart TV, Android TV, Apple TV สามารถดาวน์โหลด AIS PLAY ได้ที่ App store และ Google Play Store และถ่ายทอดสดทาง 3BB GIGATV

ติดตามกิจกรรมสุดมันส์อีกมากมายที่กำลังจะเกิดขึ้นที่ AIS SIAM สยามสแควร์ ซอย 7 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00 – 21.00 น.

เมืองไทยประกันชีวิต ชวนสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ บอกรักโลกง่ายๆ ด้วยของพรีเมียมคอลเลกชันใหม่ Muang Thai Smile Premium Collection x Earthology

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยเมืองไทยสไมล์คลับ จับมือกับ EARTHOLOGY        แบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์รักษ์โลกแบรนด์ไทยแบรนด์เดียว ที่ได้รับการรับรองจาก Blue Sign ในการรับรองมาตรฐานระดับโลกด้านสิ่งแวดล้อมจากสวิตเซอร์แลนด์ ชวนสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ร่วมบอกรักโลกได้ง่าย ๆ แบบมีสไตล์ ไปกับคอลเลกชันของพรีเมียมใหม่ล่าสุด ภายใต้แนวคิด Circular Design วัสดุเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่ทุกขั้นตอนการผลิตคัดสรรและใส่ใจในการรักษาความสมดุลของธรรมชาติ

เริ่มจากการนำขวดพลาสติก PET จากหลายๆ แหล่งมาทำความสะอาดแล้วย่อยเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อเข้าสู่กระบวนการสร้างสรรค์ให้ออกมาเป็นเส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล หรือ r-PET (Recycled Polyester) สู่ 3 ไอเทมของพรีเมียมใส่ใจสิ่งแวดล้อม คุณภาพดี และใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่

  • กระเป๋า TOTE BAG 1 ใบ ใช้คะแนนสะสม 150 Smile Points ผลิตจากขวดน้ำพลาสติก PET ถึง 22 ขวด ดีไซน์เท่ จุของได้เยอะ ใช้งานแบบถือหรือสะพายได้ 2 in 1
  • หมวก CAP 1 ใบ ใช้คะแนนสะสม 90 Smile Points  ผลิตจากขวดน้ำพลาสติก PET 2 ขวด กันยูวี ทรงเท่ปรับระดับได้ ใส่เป็น Everyday Look
  • เสื้อแจ็คเก็ต JACKET 1 ตัว ใช้คะแนนสะสม 150 Smile Points ผลิตจากขวดน้ำพลาสติก 13 ขวด  ป้องกัน UV กันลม และละอองฝน ไม่มีสารพิษตกค้าง ไม่ระคายเคืองผิว ผ่านมาตรฐาน OEKO-TEK

สินค้าของคอลเลกชันนี้สามารถช่วยโลกได้ทันที ด้วยการลดการใช้ทรัพยากร การใช้น้ำลดลงถึง 30% การปล่อยก๊าซ CO₂ ลดลงถึง 25% รวมถึงการใช้พลังงานลดลงถึง 30% ร่วมกันบอกรักโลกง่าย ๆ แบบมีสไตล์กับของพรีเมียมคอลเลกชันนี้ได้แล้ว ที่เมืองไทยประกันชีวิตทุกสาขาทั่วประเทศ

ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นการสะท้อนความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิต ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน  เดินหน้าควบคู่ไปกับนโยบายด้าน ESG  สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างผลกระทบเชิงบวกในมิติด้านสิ่งแวดล้อม มิติด้านสังคม  มิติด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ โดยได้บูรณาการแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนผนวกเข้ากับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ทุกหน่วยงานในบริษัทฯ  ได้นำไปเป็นแนวปฏิบัติในการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ยังสามารถติดตามกิจกรรมรวมถึงสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่เมืองไทยสไมล์คลับคัดสรรมาพิเศษแบบครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ และตอบโจทย์ความหลากหลายทุกความต้องการเพิ่มเติม ได้ที่ MTL Click Application สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือเว็บไซต์ www.muangthai.co.th ตลอดจนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1766 กด 4 เมืองไทยประกันชีวิต หรือศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศ

ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับจดทะเบียน 5 DR ใหม่ อ้างอิงหุ้นเวียดนาม ออกโดย KS เริ่มซื้อขาย 16 ก.ย. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รับจดทะเบียน DR 5 หลักทรัพย์ใหม่ อ้างอิงหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KS) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย
16 กันยายน 2568 นี้

ชื่อย่อ DRหุ้นอ้างอิงรายละเอียดธุรกิจ
FPTVN11FPT CORPORATION (FPT)บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของเวียดนาม ให้บริการ IT Solutions, Digital Transformation, Broadband และ Digital Content
GASVN11PETROVIETNAM GAS JOINT STOCK CORPORATION (GAS)บริษัทพลังงานของเวียดนาม ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจและผลิต การแปรรูป การขนส่ง ไปจนถึงการตลาดและการจัดจำหน่าย
MSN11MASAN GROUP CORPORATION (MSN)บริษัทขนาดใหญ่ในเวียดนาม ดำเนินธุรกิจหลากหลายประเภท โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และค้าปลีก
MWG11MOBILE WORLD INVESTMENT CORPORATION (MWG)บริษัทค้าปลีกรายใหญ่ในเวียดนาม ผู้นำตลาดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงธุรกิจร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าปลีกอื่นๆ
VCB11JOINT STOCK COMMERCIAL BANK FOR FOREIGN TRADE OF VIETNAM (VCB)หนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ให้บริการทางการเงินแบบครบวงจร ทั้งเงินฝาก สินเชื่อ บัตรเครดิต และบริการการเงินระหว่างประเทศ

ผู้สนใจศึกษารายละเอียด 5 DR ใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th หรือบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์คือ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) www.kasikornsecurities.com หรือศึกษาผลิตภัณฑ์ DR เพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/dr

AIS เสริมแกร่งสโมสรไทยลีก T1, T2, T3 ทั่วประเทศ สนับสนุนเทคโนโลยีสื่อสารครบวงจรพร้อมยิงสดเต็มรูปแบบ ไทยลีก 3 แมตช์แรก 13 ก.ย.นี้ ผ่าน AIS PLAY

0

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS เดินหน้าสานต่อภารกิจสนับสนุนวงการกีฬาไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการส่งมอบ Pocket Wi-Fi พร้อมซิม “เน็ต มาราธอน แมกซ์” ที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ไม่อั้น ไม่ลดสปีด ให้กับสโมสรฟุตบอลไทยลีกทั้งระดับ T1, T2 และ T3 ทั่วประเทศ โดยมี นางนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้แทนรับมอบเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานและการสื่อสารของบุคลากรในสนามแข่งขัน ให้สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างคล่องตัว ทุกที่ ทุกเวลา รองรับการทำงานในยุคดิจิทัลอย่างเต็มประสิทธิภาพ

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าหน่วยธุรกิจสื่อสารองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า “AIS มุ่งยกระดับวงการฟุตบอลไทยในทุกมิติ โดยเฉพาะการนำศักยภาพของโครงข่ายอัจฉริยะและเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเสริมประสิทธิภาพการทำงานของสโมสรในทุกระดับ เพราะเราเชื่อว่าการถ่ายทอดสดไทยลีก ไม่ใช่เพียงแค่การส่งสัญญาณจากสนามสู่หน้าจอเท่านั้น แต่คือภารกิจสำคัญในการเชื่อมโยงพลังเชียร์ของคนไทยทั่วประเทศให้ใกล้กันมากยิ่งขึ้น ผ่านการถ่ายทอดสดที่คมชัดและเสถียรที่สุด”

พร้อมกันนี้ AIS ยังได้ขยายขีดความสามารถของเครือข่าย 5G และไฟเบอร์ออฟติก ให้ครอบคลุมทุกสนามแข่งขันและจุดรับชมทั่วประเทศ รองรับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกทุกลีกผ่าน AIS PLAY ด้วยมุมกล้องครบทุกมิติพร้อมจัดเต็มทีมโปรดักชันคุณภาพ และทีมนักพากย์มืออาชีพกว่า 60 คน ถ่ายทอดอารมณ์เกมอย่างเต็มอรรถรส เสริมด้วยกิจกรรมความสนุกจากขอบสนาม เติมเต็มทุกจังหวะการเชียร์ของแฟนบอลให้เร้าใจยิ่งกว่าเดิม

ศึกฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาล 2025/26 ได้เปิดฉากความมันส์ไปแล้วสำหรับไทยลีก 1 และไทยลีก 2 ขณะที่ไทยลีก 3 เตรียมประเดิมแมตช์แรกในวันที่ 13 กันยายนนี้ ขอเชิญชวนแฟนบอลทั่วประเทศร่วมเชียร์และสนับสนุนวงการฟุตบอลไทยอย่างสร้างสรรค์ผ่านช่องทางรับชมที่ถูกลิขสิทธิ์ ชมฟรีทุกเครือข่าย ถ่ายทอดครบทุกลีกที่แอปพลิเคชัน AIS PLAY กล่อง AIS PLAYBOX, Smart TV, Android TV, Apple TV สามารถดาวน์โหลด AIS PLAY ได้ที่ App store และ Google Play Store และถ่ายทอดสดทาง 3BB GIGATV

ก.ล.ต. ผนึกกำลังเปิด “ร่างมาตรการสร้างเสน่ห์ตลาดทุนไทย” สร้างความเชื่อมั่น และขีดความสามารถแข่งขันระดับสากล

0

คณะทำงานร่วม (Taskforce) จัดตั้งขึ้นโดย สำนัก ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ได้ข้อสรุปในการเสนอแนะมาตรการสร้างเสน่ห์ตลาดทุนไทย โดยจะออกเป็นแพ็กเกจเพื่อดึงดูดและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ลงทุน สร้างสมดุลทั้งในส่วนของผู้ลงทุนรายใหญ่-รายย่อย และผู้ลงทุนต่างชาติ โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

  1. Quality Demand เช่น การส่งเสริมให้ประชาชนมีวัฒนธรรมการลงทุนระยะยาวผ่านบัญชีการลงทุนส่วนบุคคล (Individual Investment Account) และเพิ่มบทบาทผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้กับตลาดหุ้น เป็นต้น
  2. Attractive Supply เช่น การดึงดูดกิจการที่มีศักยภาพและคุณภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศและเข้าสู่ตลาดทุนไทยผ่านช่องทางการระดมทุนที่หลากหลาย การปรับขั้นตอนการออกและเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ให้กระชับ เน้น “การเปิดเผยข้อมูล” ลดขั้นตอนและลดเอกสารซับซ้อนภายใต้
    การคุ้มครองผู้ลงทุนที่เหมาะสม อีกทั้ง ส่งเสริมการจัดทำแผนเพื่อยกระดับมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) พร้อมให้ บจ. ต้องมีการเปิดเผยแผนและผลการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมและสื่อสารกับผู้ถือหุ้นได้ มี Roadmap ที่ชัดเจนในการเปิดเผยข้อมูล ESG ตามมาตรฐาน ISSB เพื่อดึงดูดผู้ลงทุนที่คำนึงถึงความรับผิดชอบด้าน ESG ในระดับสากล เป็นต้น
  3. Trusted Market เช่น การสร้างความเข้มแข็ง corporate governance ของ บจ. การยกระดับการกำกับ gatekeepers เพื่อป้องปรามการกระทำที่ไม่เหมาะสม และการใช้เทคโนโลยีเพิ่มช่องทางเข้าถึงข้อมูลทางการเงินของบริษัทขนาดกลาง-ย่อม-เล็ก เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของผู้ลงทุน เป็นต้น
  4. Supportive Ecosystem เช่น การเสริมสร้างระบบนิเวศน์ให้เกิดการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มการเข้าถึงการลงทุนของผู้ลงทุนรายย่อย (Inclusion) รวมทั้งการให้ผู้ลงทุนต่างประเทศสามารถใช้สิทธิ e-proxy ได้สะดวกยิ่งขึ้น เป็นต้น

การขับเคลื่อนมาตรการตลาดทุนในระยะเริ่มต้นจะเน้นการสร้างเสน่ห์ให้ตลาดหุ้นเป็นลำดับแรก ผ่านการดำเนินการของ Taskforce เพื่อให้ได้รับข้อเสนอและแรงสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดี สำนักงาน ก.ล.ต.จะเดินหน้าพัฒนาตลาดทุนในส่วนอื่น ๆ ทั้งตลาดตราสารหนี้ หน่วยลงทุน ตลอดจนการเปลี่ยนผ่านตลาดทุนสู่ตลาดทุนดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและส่งเสริมการเข้าถึงการลงทุนของประชาชน (tokenization) โดยจะมีการจัดตั้ง Taskforce ชุดอื่นเพิ่มเติมอีกในระยะต่อไป

ดร.วโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า “ อยากให้ตลาดทุนไทยเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และสามารถรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต สิ่งสำคัญ คือ จะต้องเสริมสร้างตลาดทุนให้มีความแข็งแกร่งในทุกด้าน เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดทุน และทำให้ตลาดทุนมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งจะช่วยให้สามารถยกระดับตลาดทุนให้แข่งขันได้ในระยะยาว ”

ศ. ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูลเลขาธิการ สำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเผยว่า“ เชื่อว่าทุกภาคส่วนในตลาดทุนเห็นด้วยกับการที่ตลาดทุนไทยต้องปรับตัว เพื่อสร้างโอกาสและรักษาความสามารถในการแข่งขัน ความท้าทายที่เผชิญอยู่ต้องอาศัยความร่วมมือในการมองโจทย์ เห็นปัญหา และหาทางเปลี่ยนแปลงที่ต้องสอดคล้องและส่งเสริมกันในแต่ละภาคส่วน ไม่สามารถทำได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง มาตรการที่นำเสนอจึงควรสกัดมาจากความคิดเห็นร่วมกัน แม้จะเป็นทิศทางที่ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ แต่น่าจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นและเสน่ห์ให้เกิดขึ้นได้ ซึ่งจะส่งผลดีกับตลาดทุนไทยในระยะยาว ”

นาย อัสสเดช คงสิริกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยการเสริมสร้างทั้งความน่าสนใจและความเชื่อมั่นในตลาดทุน เรามั่นใจว่า การผนึกกำลังจากทุกภาคส่วนและมาตรการที่ร่วมกันผลักดันในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับศักยภาพของตลาดทุนไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมดึงดูดทั้งการระดมทุนและการลงทุน ท่ามกลางความท้าทายที่เกิดขึ้น ”

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า “ ในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญความท้าทายทั้งจากในและนอกประเทศ สภาธุรกิจตลาดทุนไทยเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนในการดำเนินมาตรการปฏิรูปตลาดทุนครั้งนี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางรากฐานตลาดทุน เพื่อยกระดับความโปร่งใส เสริมสร้างความเชื่อมั่น ให้กับทั้งผู้ลงทุนและผู้ร่วมตลาด และพร้อมเป็นกลไกสำคัญ
ในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ”

ดีอี-แบงก์ชาติ-ธนาคารพาณิชย์-ตร.ไซเบอร์ ประชุมร่วม เร่งปลดล็อกบัญชีธนาคารที่โดนระงับให้ปชช.ที่ไม่เกี่ยวข้อง

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานประชุมการดำเนินมาตรการเพิกถอนการระงับบัญชีธนาคารชั่วคราวในบัญชีที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าของมิจฉาชีพ ร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.)

ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ เปิดเผยว่า ตามที่มีกรณีประชาชนได้รับผลกระทบจากการระงับบัญชีธนาคารชั่วคราว ซึ่งเป็นมาตรการในการตรวจสอบและปิดกั้นบัญชีม้าของมิจฉาชีพ เพื่อติดตามเส้นทางการเงิน และนำเงินจากการก่ออาชญากรรมออนไลน์ของมิจฉาชีพกลับคืนมาให้กับผู้เสียหาย เป็นกลไกตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 ตามมาตรา 6 และมาตรา 7 ซึ่งธนาคารมีหน้าที่ในการระงับการทำธุรกรรมทางการเงินเป็นการชั่วคราว โดยจะมีการระงับจำนวนเงินเฉพาะที่โอนออกไปจากบัญชีต้องสงสัยเท่านั้น ไม่ได้ระงับทั้งบัญชีแต่อย่างใด ซึ่งบัญชีธนาคารนั้นยังคงสามารถทำธุรกรรมได้อยู่ตามปกติ ในส่วนของการอายัดบัญชี เป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการอายัดบัญชี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยมีหมายอายัดเท่านั้น

ทั้งนี้ที่ประชุมมีการพิจารณากลไกการเพิกถอนการระงับธุรกรรมชั่วคราว โดย ตาม พ.ร.ก.ฯ ให้อำนาจ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) ในการปลดล็อกการระงับวงเงินจากบัญชีธนาคารของประชาชนผู้สุจริตซึ่งถูกระงับชั่วคราวได้ ผ่านการดำเนินการของศูนย์ AOC 1441 โดยจะเร่งรัดดำเนินการตรวจสอบบัญชีของประชาชน และบัญชีต้องสงสัยว่าเป็นบัญชีม้า ผ่านการจัดตั้งศูนย์ประสานงานทำงานร่วมกัน ระหว่าง ศปอท. ธปท. ธนาคารพาณิชย์ที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อตรวจสอบบัญชีดังนี้ 1.เส้นทางการเงิน รูปแบบทางการเงินของบัญชีว่ามีลักษณะเป็นการทำธุรกรรมปกติหรือไม่ 2.เจ้าของบัญชีมีรายชื่อเกี่ยวข้องกับการอายัดบัญชีของ ปปง. และตำรวจหรือไม่

“ขณะนี้ ศปอท. หรือ ศูนย์ AOC ได้เร่งรัดดำเนินการตรวจสอบบัญชีธนาคารที่มีการระงับชั่วคราว พร้อมปลดล็อกบัญชีที่ตรวจสอบแล้วว่าเป็นของประชาชนทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า โดยสามารถปลดล็อกไปแล้วเป็นจำนวนหนึ่ง ดังนั้นหากประชาชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย สามารถติดต่อ ศูนย์ AOC โทร. 1441 กด 2 เพื่อดำเนินการเพิกถอนการระงับและคืนสิทธิ์ตามขั้นตอนต่อไป” ปลัดกระทรวงดีอี กล่าว

อย่างไรก็ตาม บัญชีของประชาชนทั่วไปที่ถูกระงับชั่วคราว เมื่อมีคำสั่งจาก ศปอท.ให้ปลดล็อกแล้ว ธนาคารจะเป็นผู้แจ้งให้เจ้าของบัญชีได้รับทราบ โดยศูนย์ AOC จะทำหน้าที่รับเรื่อง และประมวลผลข้อมูลเท่านั้น จะไม่ติดต่อกับประชาชนโดยตรง เพื่อป้องกันการแอบอ้างจากมิจฉาชีพ สำหรับมาตรการดังกล่าว ได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว เพื่อปิดกั้นเส้นทางการเงินของมิจฉาชีพ ที่ก่ออาชญากรรมออนไลน์สร้างความเสียหายให้กับประชาชน

“แบรนด์เนม มันนี่”ตั้งเป้าปี 71 พอร์ตสินเชื่อทะยาน1,000 ล้าน!! แต่งตัวเข้าตลาดหุ้นปี 73หลังครบ1 ปี ปล่อยสินเชื่อทะลุ 200 ล้าน คืนกำไรลูกค้าลดดอกเบี้ย 0.88%

0

“แบรนด์เนม มันนี่” ฉลองครบรอบ1 ปี ยอดปล่อยสินเชื่อทะลุเป้า 200 ล้านบาท ตั้งเป้าพอร์ตโต 1,000 ล้านบาท ภายในปี 71 เดินหน้าวางแผนขายหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ปี 73 พร้อมเปิดพันธมิตรเข้าร่วมทุน หลังเนื้อหอมมีกลุ่มทุนและบริษัทในตลาดหุ้นหลายรายสนใจขอร่วมทุน พร้อมจัดแคมเปญขอบคุณลูกค้าจับมือร้านค้าพันธมิตรแบรนด์เนมมือ 2 ลดดอกเบี้ยสินเชื่อเดือนแรกลงเหลือ 0.88%ยาวถึงสิ้นปี

นายปพน มนัสภากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้ก่อตั้งบริษัท แบรนด์เนม มันนี่ จำกัด (Brandname Money) ผู้นำด้านบริการสินเชื่อเช่าซื้อและขายฝากแบรนด์เนม กระเป๋า นาฬิกา จิวเวลรี่ Luxury แห่งเดียวในประเทศไทย และสินเชื่อเช่าซื้อแบรนด์เนมแห่งแรกของโลก เปิดเผยว่า ในโอกาสที่ แบรนด์เนมมันนี่ ดำเนินธุรกิจมาครบ 1 ปี เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เราสามารถขยายพอร์ตการปล่อยสินเชื่อได้อย่างต่อเนื่อง เกินเป้าหมาย ล่าสุดเราสามารถปล่อยสินเชื่อได้กว่า 200 ล้านบาทแล้ว แบ่งเป็นสินเชื่อจำนำหรือขายฝากสินค้าแบรนด์เนม LUXURY วงเงิน 150 ล้านบาท ,สินเชื่อเช่าซื้อหรือผ่อนไป-ใช้ไปวงเงิน 30 ล้านบาท และสินเชื่อผ่อนจบ-รับของ วงเงิน 20 ล้านบาท

นายปพน กล่าวต่อว่า ในโอกาสครบรอบ 1 ปี เราได้จัดแคมเปญคืนกำไรให้ลูกค้าขายฝาก โดยลดดอกเบี้ยลงเหลือ 0.50% (สำหรับเดือนแรก) และบริการย้ายค่าย (ย้ายการขายฝากจากที่เดิม มาฝากที่แบรนด์เนมมันนี่) โดยเราจะไถ่ถอนให้ฟรี หากลูกค้าต้องจ่ายดอกเบี้ยที่สูงกว่าและเสียค่าปรับจากการผิดนัดชำระหนี้ในอัตราสูง หรือยอดที่ฝากไว้กับที่เดิมได้วงเงินต่ำต้องการเพิ่มวงเงินสภาพคล่อง สามารถย้ายมาขายฝากที่เราได้

นอกจากนี้เรายังบริการไปรับของถึงที่บ้านฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย จากทีมรับของที่มีมาตรฐาน พร้อมอุปกรณ์กันกระแทก และประกันภัยสินค้าทั้งนี้ เราได้ทำแคมเปญร่วมกับพันธมิตรหรือพาร์ทเนอร์ ร้านขายสินค้าแบรนด์เนมมือสองชั้นนำ โดยปัจจุบันเรามีพันธมิตรร้านค้าจำนวนมากกว่า 70 ร้านค้าทั่วประเทศที่ในออนไลน์และออฟไลน์ เช่น ร้าน Bagnifique Brandname , SF Brandname, Clara Brandname ฯลฯ เพื่อกระตุ้นทั้งฝั่งคนขายและคนซื้อ ภายใต้ ecosystem ที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์

“ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดี ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ เพราะช่วงเศรษฐกิจไม่ดี คนจะนำแบรนด์เนมมาขายฝากเพิ่มมากขึ้น เพราะต้องการใช้เงิน ต้องการสภาพคล่องทางการเงิน โดยเราเข้าถึงง่ายและรวดเร็วกว่าแหล่งเงินทุนอื่น ที่ต้องยื่นเอกสาร รอผลอนุมัติที่ต้องใช้เวลา แต่เราใช้เวลาพิจารณาสินเชื่อไม่ถึงชั่วโมง โอนเงินให้ได้เลย ในทางกลับกัน หากเศรษฐกิจดีขึ้น คนต้องการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น หากต้องการซื้อสินค้าแบรนด์เนม เรามีบริการสินเชื่อเช่าซื้อแบรนด์เนมทั้งของใหม่มือหนึ่งและมือสอง ขณะที่บริษัทมีระบบการบริหารจัดการความเสี่ยง โดยพัฒนาระบบ Risk Management ของเราอยู่ตลอด ด้วยการอนุมัติที่รัดกุม ใช้เครดิตสกอร์ริ่ง และเกณฑ์พิจารณาสำหรับสินค้าแบรนด์เนมโดยเฉพาะ และมีทีมงาน Collection ติดตามหนี้ มีทีมงานกฎหมายที่เข้มแข็ง”

นายปพนยังกล่าวถึงทิศทางและเป้าหมายธุรกิจแบรนด์เนม มันนี่ว่า แผนงานระยะกลาง ตั้งแต่ปี 2569–2571 บริษัทตั้งเป้าปูพรมขยายสาขาและจุดรับขายฝากแบรนด์เนมทั่วประเทศ พร้อมพัฒนาระบบ Credit Scoring และ AI Risk Model สำหรับสินค้าแบรนด์เนม LUXURY โดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการทางการเงินกับลูกค้า และเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกิจ โดยตั้งเป้าวงเงินปล่อยสินเชื่อแบรนด์เนมให้ถึง 1,000 ล้านบาท ภายปี 2571

โดยบริษัทจะใช้กลยุทธ์ จากความเป็นผู้เชี่ยวชาญสินค้าแบรนด์เนม และมีความเข้าใจคนที่ใช้สินค้าแบรนด์เนมอย่างแท้จริง เพราะเราทราบดีว่า ของทุกชิ้นไม่ได้มีแค่ “มูลค่า” แต่ยังมี “คุณค่า” ทางจิตใจ ดังนั้นผู้ที่มีสินค้าแบรนด์เนม แต่มีความจำเป็นหรือต้องการใช้เงิน-ขาดสภาพคล่อง ขณะที่ไม่ต้องการเสียของรักไป เขาสามารถนำมาขายฝากกับแบรนด์เนมมันนี่ โดยเราจะประเมินให้สินเชื่อในราคาตลาด ไม่กดราคาและคิดอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมไม่เอาเปรียบ ส่วนผู้ที่ต้องการมีสินค้าแบรนด์เนมไว้ในครอบครอง ไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนอีกต่อไป สามารถใช้บริการสินเชื่อกับเราได้ ตามสโลแกนของแบรนด์เนมมันนี่คือ “ใครๆก็ใช้แบรนด์เนมได้”

ส่วนแผนระยะยาวนั้น ตั้งเป้าหมายภายในปี 2573 จะระดมทุนกระจายขายหุ้น IPO และนำหุ้นเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อแปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชน พร้อมเปิดโอกาสให้บริษัทในตลาดทุนร่วมลงทุน ซึ่งจากทิศทางธุรกิจของแบรนด์เนมมันนี่ ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เราจำเป็นต้องระดมเงินทุนเพื่อนำมาขยายพอร์ตขยายธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันมีสถาบันการเงินเสนอวงเงินกู้ให้เรา และยังมีบริษัทมหาชนที่อยู่ในตลาดหุ้น สนใจเข้ามาขอร่วมทุนกับ แบรนด์เนมมันนี่หลายราย แต่ทางเรายังไม่ได้มีการเจรจาหรือตอบตกลงกับรายใด

“เราต้องการเลือกพาร์ทเนอร์ ที่มีความเข้าใจและมีวิสัยทัศน์ใกล้เคียงกับเรามากที่สุด เพราะเรามองไปไกลกว่าเพียงการปล่อยกู้ แต่เราอยากเป็นแหล่งเงินทุนหรือเป็นผู้สร้างสภาพคล่องทางการเงินให้กับคนรักแบรนด์เนมทั่วประเทศ ที่สำคัญแบรนด์เนมมันนี่ ต้องการสร้างสมดุลระหว่าง“การปล่อยกู้แบบไม่กดราคา” และ “เปิดโอกาสหรือเพิ่มการเข้าถึงแบรนด์เนมโดยไม่ต้องใช้เงินก้อน” สะท้อนวิสัยทัศน์ขององค์กรที่เชื่อว่า“ของทุกชิ้นไม่ได้มีแค่มูลค่าในตลาด แต่มีคุณค่าทางใจ เพราะเราเข้าใจเจ้าของแบรนด์เนมทุกคน และจะไม่ปล่อยให้ใครต้องเสียของรักไปโดยไม่จำเป็น”