Home Blog Page 15

เมืองไทยประกันชีวิต ส่งผลงาน Chompoo Chatbot คว้ารางวัล “The Digital Insurance APAC 2025 – AI Initiative of the Year” จุดประกายวิสัยทัศน์องค์กรแห่งอนาคตด้วยพลังของ AI

0

เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) สร้างความภาคภูมิใจอีกครั้ง ด้วยการคว้ารางวัลระดับภูมิภาค “The Digital Insurance APAC 2025 – AI Initiative of the Year” จากผลงาน Chompoo Chatbot นวัตกรรมผู้ช่วยอัจฉริยะ สะท้อนความสำเร็จขององค์กรในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในยุคดิจิทัล และยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรอย่างรอบด้าน

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “รางวัล The Digital Insurance APAC 2025 – AI Initiative of the Year จากผลงาน Chompoo Chatbot ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิตในการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญขององค์กร เพื่อพัฒนาและสนับสนุนบุคลากรในสายงานตัวแทน ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของธุรกิจประกันชีวิต โดยมีเป้าหมายให้ตัวแทนทุกคนสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างมีคุณภาพ รวดเร็ว และแม่นยำมากยิ่งขึ้น”

Chompoo Chatbot เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่พัฒนาโดยเมืองไทยประกันชีวิต เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยบริการข้อมูลของตัวแทนและนายหน้า บริการข้อมูลอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลิตภัณฑ์ การเคลม การพิจารณารับประกัน ไปจนถึงขั้นตอนการทำงานในทุกช่วงของอาชีพ ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นเป็นตัวแทน จนถึงการปิดการขาย และช่วยแนะนำเอกสารที่ต้องใช้ ขั้นตอนการทำงาน และตอบทุกคำถามสำคัญที่ตัวแทนต้องรู้ได้ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีเทคโนโลยี AI และ Natural Language Processing (NLP) ที่เข้าใจภาษาไทยได้อย่างลึกซึ้ง ทำให้ “น้องชมพู” สามารถตอบสนองต่อการสื่อสารของผู้ใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ รวดเร็ว และแม่นยำในทุกบริบท

รางวัล “AI Initiative of the Year” ที่ได้รับในปีนี้ นับเป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของเมืองไทยประกันชีวิต ที่ไม่เพียงมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อความทันสมัย แต่ยังใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้าง “คุณค่า” ให้กับทั้งตัวแทนและลูกค้าในทุกมิติ  ทั้งด้าน นวัตกรรม (Innovation) ที่ตอกย้ำศักยภาพขององค์กรไทยในระดับภูมิภาค ด้าน การพัฒนาบุคลากร (People Development) ที่สะท้อนถึงการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเสริมพลังและยกระดับคุณภาพการทำงานของบุคลากร และด้าน ความยั่งยืน (Sustainability) ที่แสดงให้เห็นถึงแนวทางของบริษัทในการใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรม พร้อมรักษาสมดุลระหว่างเทคโนโลยีกับคุณค่าของบุคลากรอย่างเหมาะสม 

ทั้งนี้ นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดร.สุธี โมกขะเวส กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย       คณะผู้บริหารและพนักงานเมืองไทยประกันชีวิต ร่วมแสดงความยินดีในความสำเร็จครั้งสำคัญขององค์กร  โดยในโอกาสนี้ได้มอบหมายให้นางสาวพัชรินทร์ ประทีปธรรม รองกรรมการผู้จัดการ เป็นผู้แทนบริษัทฯ ขึ้นรับมอบรางวัลดังกล่าว ภายในงาน Digital Insurance APAC 2025 ซึ่งเป็นงานระดับโลกของวงการประกันภัย จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและเชิดชูองค์กรที่มีความโดดเด่นด้าน “การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation)” ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกง (Hong Kong Convention and Exhibition Centre) เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

นายสาระ กล่าวสรุปว่า “เมืองไทยประกันชีวิต ยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง       เพื่อยกระดับกระบวนการทำงาน ตลอดจนสนับสนุนการเติบโตของตัวแทนและพนักงานทุกคนอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้วิสัยทัศน์ขององค์กรที่เชื่อมั่นว่า เมื่อคนทำงานด้วยคุณภาพและความสุข ลูกค้าก็จะได้รับความสุขจากการบริการที่ดีที่สุดเช่นเดียวกัน”

DAP และ FinNet ขยายพันธมิตรตลาดทุน รองรับซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีด้วยบัตรเครดิตในกลุ่ม กรุงศรี คอนซูมเมอร์

0

กลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย บจก. ดิจิทัล แอคเซส แพลตฟอร์ม (DAP) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม FundConnext และ บจก. ฟินเน็ต อินโนเวชั่น เน็ตเวิร์ค (FinNet) ผู้ให้บริการระบบการชำระเงินของตลาดทุน เดินหน้าขยายความร่วมมือเพิ่มพันธมิตรตลาดทุน 3 แห่ง ได้แก่ บลน.ฟินโนมีนา, บลจ.กรุงไทย และบลจ.เอ็มเอฟซี เพื่อให้บริการซื้อกองทุนประหยัดภาษีผ่านช่องทางออนไลน์ได้ด้วยบัตรเครดิตในกลุ่ม กรุงศรี คอนซูมเมอร์ อำนวยความสะดวกให้ผู้ลงทุนเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายตอบโจทย์ความต้องการยุคดิจิทัล โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่เป็นโอกาสดีในการลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษี

ผู้ลงทุนสามารถใช้บัตรเครดิตในกลุ่ม กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ได้แก่ บัตรเครดิต กรุงศรี, บัตรเครดิต กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า, บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน และบัตรเครดิตโลตัส ซื้อกองทุนประหยัดภาษีผ่านแอปพลิเคชันของ Selling Agent รวม 6 แห่ง ได้แก่ บล.เคเคพี ไดม์, บลน.ฟินโนมีนา, บล.ฟิลลิป, บลน.โรโบเวลธ์, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) และบล.อินโนเวสท์ เอกซ์ โดยครอบคลุม บลจ.ชั้นนำรวม 8 แห่ง ได้แก่ บลจ.กรุงไทย, บลจ.กรุงศรี, บลจ.กสิกรไทย, บลจ.เกียรตินาคินภัทร, บลจ.ไทยพาณิชย์, บลจ.ยูโอบี, บลจ.อีสท์สปริง และบลจ.เอ็มเอฟซี ผู้สนใจดูรายละเอียดได้ที่ https://www.krungsricard.com/th/Promotion/FundConnext-synergy

AIS มอบสุขสุดว้าว! ส่งท้ายปี ตลอดเดือนธันวาคม ใช้ เอไอเอส พอยท์ 1 คะแนน แลกรับฟรี! คูปองกว่า 20 แบรนด์ดัง พร้อมลุ้นโชค และสิทธิพิเศษมากมาย  ที่แอป myAIS

0

AIS ฉลองครบรอบ 35 ปี กับแคมเปญใหญ่ “AIS 1 POINT 12 WEEKS 12 WOW!” พร้อมยกระดับเดือนธันวาคมให้เป็นเดือนแห่งความสุขส่งท้ายปี ด้วยการมอบความสุขสุดว้าวให้ลูกค้า AIS ทุกคน จัดเต็มดีลสุดว้าว เอาใจสายกิน ดื่ม ช้อปปิ้ง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ตลอดทุกวันถึงสิ้นปี เพียงใช้ เอไอเอส พอยท์ 1 คะแนน ก็สามารถลุ้นโชครางวัลใหญ่ พร้อมแลกรับคูปองส่วนลด จากแบรนด์ชั้นนำกว่า 20 แบรนด์ได้ทันที ผ่านแอป myAIS โดยแบ่งความว้าวออกเป็น 4 ต่อ ดังนี้

·      ว้าวที่ 1 ลุ้นโชครางวัลใหญ่ส่งท้ายปี ประเดิมต้นเดือนธันวาคมกับความว้าวสายลุ้นโชค เพียงใช้
เอไอเอส พอยท์ 1 คะแนน แลก 1 สิทธิ์ ผ่านแอป myAIS เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมลุ้นของรางวัลใหญ่ อาทิ รถยนต์, รถจักรยานยนต์, ทองคำ โดยสามารถแลกสิทธิ์ลุ้นโชคได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ธันวาคม 2568 กำหนดจับรางวัลในวันที่ 23 มกราคม 2569 และประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านทางเว็บไซต์ www.ais.th/consumers/privileges/points/pointsluckydraw

·      ว้าวที่ 2 แลกคูปองรับของฟรี! จากแบรนด์ดังมากกว่า 20 แบรนด์ ตลอดเดือนธันวาคม เพียงใช้ เอไอเอส พอยท์ 1 คะแนน แลกรับฟรีคูปอง หรือส่วนลดสุดคุ้มจากแบรนด์ดังมากกว่า 20 แบรนด์ ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งกิน ดื่ม และช้อป อาทิ Tops, KFC, Major Cineplex, Starbucks, The Mall, SF Cinema, Central, Daily Queen, และอีกหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ สามารถเก็บคูปองได้ที่แอป myAIS ตั้งแต่วันที่ 3 – 25 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป หรือจนกว่าสิทธิ์จะเต็ม โดยคูปองสามารถใช้ได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 จำกัด 1 หมายเลข เลือกเก็บคูปองได้ 1 สิทธิ์ตลอดเดือนธันวาคม 2568 (ยกเว้นการแลกรับสิทธิพิเศษในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 และ 19 ธันวาคม 2568)​

·      ว้าวที่ 3 แลกรับฟรี! วอลเปเปอร์มงคล เอาใจสายมู เพียงใช้ เอไอเอส พอยท์ 1 คะแนน แลกรับฟรี! วอลเปเปอร์มงคล 1 ชิ้น มูลค่า 299 บาท (มีให้เลือก 2 แบบ) ผ่านแอป myAIS โดยสามารถกดรับสิทธิ์ได้ในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 แบบไม่จำกัดสิทธิ์.

·      ว้าวที่ 4 แลกรับฟรี! ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล มอบความสุขในช่วงเทศกาลแห่งการเดินทางท่องเที่ยวนี้ เพียงใช้ เอไอเอส พอยท์ 1 คะแนน แลกรับฟรี! ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ผ่านแอป myAIS โดยสามารถกดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่ วันที่  19 ธ.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 หรือจนกว่าสิทธิ์จะเต็ม จำกัดจำนวนสิทธิ์ 350,000 สิทธิ์ ตลอดระยะเวลาโครงการ ระยะเวลาคุ้มครองนาน 30 วัน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://m.ais.co.th/7LHLdyZU8

“สาระ ล่ำซำ” รับรางวัล Human Capital Development Award จากงาน The Leadership Awards 2025 ตอกย้ำผู้นำที่โดดเด่นด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

0

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ จัดพิธีมอบรางวัล The Leadership Awards 2025  ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือของหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยรามคำแหง   และหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ จัดตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และคัดเลือกผู้บริหารภาคธุรกิจที่มีศักยภาพโดดเด่น และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยใน 10 สาขาธุรกิจหลัก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูผู้นำที่สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นต้นแบบในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

ในโอกาสนี้ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจได้ประกาศมอบรางวัล The Leadership Awards 2025 ให้แก่    นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ในประเภทรางวัล   Human Capital Development Award  เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำองค์กรที่มีวิสัยทัศน์และผลงานโดดเด่นด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในทุกมิติ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.เอกนิติ  นิติทัณฑ์ประภาศ  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้มอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้  ในงาน Go Thailand 2026 : Beyond Survival ณ พารากอน ฮอลล์  สยามพารากอน

รางวัลดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่น “นายสาระ ล่ำซำ” ในการยกระดับ “คน” ของเมืองไทยประกันชีวิต   ให้เป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กร ผ่านการวางแผนพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างเป็นระบบ   การเสริมทักษะใหม่ (Reskilling) และการต่อยอดทักษะที่จำเป็นในอนาคต (Upskilling) รวมถึงการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดหลักความเท่าเทียม การมีส่วนร่วม (Diversity & Inclusion) และการดูแลคุณภาพชีวิตการทำงานของพนักงานด้วยมาตรฐานที่ตรวจวัดได้จริง

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลนี้ ซึ่งเป็นรางวัลที่สะท้อนว่าการพัฒนาคนอย่างต่อเนื่องคือหัวใจสำคัญของความยั่งยืนในทุกมิติ สำหรับเมืองไทยประกันชีวิต เราเชื่อมั่นว่าการเสริมศักยภาพบุคลากร การเปิดโอกาสอย่างเท่าเทียม และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนมีความหมาย คือพลังขับเคลื่อนสำคัญที่จะทำให้องค์กรและสังคมเติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคง”  นายสาระ กล่าว 

CPF ร่วมสนับสนุนการประชุมนานาชาติเพื่ออนุรักษ์พะยูน

0
ศ.สพ.ญ.ดร. นันทริกา ชันซื่อ (ที่ 2 จากขวา) และ นายเปรมศักดิ์ วนัชสุนทร (ที่ 2 จากซ้าย)

ศ.สพ.ญ.ดร. นันทริกา ชันซื่อ ประธานอนุกรรมการฝ่ายวิชาการและส่งเสริม มูลนิธิอนุรักษ์ปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทยในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ราชกัญญา เป็นประธานจัด “การประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล ครั้งที่ 1” เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการด้านอนุรักษ์พะยูน ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการอนุรักษ์พะยูนทั้งในประเทศไทยและระหว่างประเทศ ณ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยมี นายเปรมศักดิ์ วนัชสุนทร ผู้บริหารสูงสุดสายงานวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ร่วมสนับสนุนการประชุมดังกล่าว ด้วยการอนุรักษ์พะยูนเป็นส่วนหนึ่งของความหลากหลายทางชีวภาพที่บริษัทให้ความสำคัญมาโดยตลอด.  

gettgo ขอบคุณความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วประเทศ แจกโปรประกันรถระยะสั้น จากวิริยะประกันภัย ราคาเดียวเพียง 599 บาท

0

gettgo เว็บไซต์เปรียบเทียบและซื้อประกันออนไลน์ เดินหน้าตอบแทนความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วประเทศ และเลือกใช้บริการด้านประกันภัยอย่างต่อเนื่องตลอดปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์ ซึ่งในส่วนของประกันรถยนต์ระยะสั้น 30 วัน อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ประกันที่ลูกค้า gettgo ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยมีจุดเด่นด้านความเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน และความคุ้มค่าของแผนประกัน รวมถึงจ่ายค่าเบี้ยฯ เพียงแค่หลักร้อย ทำให้เหมาะกับกลุ่มผู้ใช้รถที่ต้องการความยืดหยุ่น เช่น ครอบครัวที่มีรถหลายคัน ผู้ใช้รถระยะสั้น ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองเฉพาะช่วงเดินทางไกล หรือกลุ่มที่ยังไม่มั่นใจในการซื้อประกันออนไลน์และต้องการทดลองใช้ก่อน ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนเทรนด์ “จ่ายเท่าที่ใช้” ของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างชัดเจน และเพื่อเป็นการตอบแทนทุกความเชื่อมั่น gettgo จึงขอมอบส่วนลดในแคมเปญพิเศษส่งท้ายปี กับประกันรถระยะสั้นจากวิริยะประกันภัย ราคาสุดคุ้มเพียง 599 บาท ครอบคลุมความคุ้มครอง 30 วันเต็ม เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการความยืดหยุ่น เช่น ใช้รถเป็นบางครั้ง หรือเดินทางไกลชั่วคราว

นายวรวัฒน์ โรจน์รังษี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด กล่าวว่า“ตลอดปี 2568 เราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นกำลังใจสำคัญให้ทีมงาน gettgo มุ่งมั่นพัฒนาประสบการณ์ด้านประกันภัยให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น แคมเปญนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้ทดลองเปิดใจ และสัมผัสประสบการณ์ความคุ้มค่าในการซื้อประกันออนไลน์ที่ง่ายและรวดเร็วผ่านแพลตฟอร์มของเรา”

ทั้งนี้ gettgo ขอเชิญชวนให้ลูกค้าใหม่ทุกท่านเปิดใจลองใช้ประกันรถยนต์ระยะสั้น สู่ความคุ้มค่ารูปแบบใหม่ กับโปรโมชัน ‘ทดลองใช้สุดคุ้มกับประกันรถยนต์ระยะสั้น 30 วันลดเหลือเพียง 599 บาทเท่านั้น’ โดยโปรโมชันนี้ลูกค้าสามารถกรอกโค้ด ML599 ในหน้าชำระเงิน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 ซื้อง่ายใน 3 ขั้นตอนเพียง กรอกข้อมูลรถ เลือกบริษัท ชำระเงิน ซื้อออนไลน์เลยที่ https://s.gettgo.com/vir599

นอกจากประกันรถระยะสั้น 30 วันแล้ว ที่ gettgo ยังเพิ่มจำนวนวันคุ้มครองสำหรับประกันรถระยะสั้น เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านสามารถเลือกซื้อในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น สำหรับ 90 วัน และ 180 วันอีกด้วย

AIS ผนึก 15 พาร์ตเนอร์ยักษ์ใหญ่ เสริมพลัง AIS Points ให้ลูกค้าเชื่อมคะแนนข้ามอุตสาหกรรม ปักหมุดเครือข่ายโปรแกรมสะสมคะแนนครอบคลุมที่สุดในไทย

0

AIS Points เดินหน้าต่อยอดกลยุทธ์ด้าน Customer Loyalty Program สร้างเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ล่าสุดประกาศจับมือเชิงกลยุทธ์ร่วมกับ 15 โปรแกรมคะแนนสะสมชั้นนำของประเทศไทย เพื่อเสริมประสบการณ์ที่ดีที่สุดข้ามอุตสาหกรรมให้ลูกค้า AIS ทั้งมือถือและเน็ตบ้าน กว่า 51.5 ล้านราย สามารถโอนและรวมคะแนนระหว่างเอไอเอส และ 15 พันธมิตรได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ภายใต้แคมเปญ “โอนคะแนน มาเติมสุข” โดยการขยายความร่วมมือครั้งนี้ตอบโจทย์ลูกค้าที่มีคะแนนในหลายโปรแกรมและต้องการโอนพอยท์จากพาร์ตเนอร์ต่างๆ มารวมไว้ที่AIS Points ในฐานะตัวกลางในการเชื่อมคะแนนต่างๆ ให้มีศักยภาพตรงตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้ามากยิ่งขึ้น

นางสาวโอปอล เลิศอุทัย หัวหน้าฝ่ายงานประสบการณ์และความผูกพันลูกค้า AIS กล่าวว่า “จากแคมเปญโอนคะแนนที่เราได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พบว่าข้อมูลครึ่งปีแรก สะท้อนพฤติกรรมที่น่าสนใจของลูกค้า โดยจำนวนลูกค้าที่โอนคะแนนจากแบรนด์พันธมิตรมาสู่ AIS Points เติบโตถึง 71% เมื่อเทียบในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกลุ่มดังกล่าวมีอัตราการใช้คะแนนเฉลี่ยสูงกว่าลูกค้าทั่วไป 1.5 เท่า สะท้อนให้เห็นว่าลูกค้าที่โอนคะแนนเข้ามาเป็นกลุ่มที่มีความตั้งใจใช้สิทธิประโยชน์อย่างแท้จริง และยังมีแนวโน้มแลกสิทธิประโยชน์ภายใน AIS Ecosystem โดยเฉพาะแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตและส่วนลดมือถือ 

ดังนั้น เพื่อให้การโอนคะแนนครอบคลุมและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้ามากยิ่งขึ้น เอไอเอสจึงได้ดึงศักยภาพจากฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง มาต่อยอดสู่การขยายความร่วมมือกับพันธมิตร ที่วันนี้ เอไอเอสได้เชื่อมต่อกับพาร์ตเนอร์ในหลากหลายอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง อาทิ สถานีบริการน้ำมัน สถาบันการเงิน และธุรกิจประกันชีวิต รวมถึงพาร์ตเนอร์ที่ลูกค้าใช้เป็นประจำ เปิดโอกาสให้ลูกค้ากลุ่มต่างๆ สามารถเข้าถึงความคุ้มค่าที่มากกว่าเดิม รวมแล้ว 15 พาร์ตเนอร์ ที่แอป myAIS ได้แก่ บางจาก พอยท์ , blueplus+ (ปตท.), Max Point (PT Max), คะแนนบัตรเครดิตกรุงศรีและกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์, , K Point (ธ.กสิกรไทย), คะแนน Thank You Rewards (ธ.กรุงเทพ), POINTX (ธ.ไทยพาณิชย์), UOB Rewards (ธ.ยูโอบี), Smile Point (เมืองไทย Smile Club), OCHI COIN (OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต), 3BB Points (3BB Fibre3), J Point (Jaymart), Post Point (ไปรษณีย์ไทย), และล่าสุดผนึกกำลังเพิ่มกับ SCG Family Plus+ ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่เอไอเอสได้ขยายสิทธิประโยชน์ของ AIS Points ไปสู่กลุ่มสมาชิกในวงการวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพสูงและเป็นกำลังสำคัญของประเทศ

พร้อมกันนี้ เพื่อสร้างความคุ้มค่าสูงสุดในทุกคะแนนที่ลูกค้าเลือกโอน เอไอเอสเตรียมโปรโมชันพิเศษ “โอนคะแนน มาเติมสุข” ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2568 โดยลูกค้าที่โอนคะแนนจากพาร์ตเนอร์มาเป็น AIS Points จะได้รับโบนัสเพิ่มเติม สูงสุด 300 คะแนน ซึ่งการผนึกกับ 15 พาร์ตเนอร์จะเพิ่มตัวเลือกและเสริมประสบการณ์ให้ลูกค้า AIS Points ให้มากกว่าเดิม ทั้งการแลกสิทธิพิเศษด้านดิจิทัล การสื่อสาร การช้อปปิ้ง และไลฟ์สไตล์อีกมากมาย ครอบคลุมทุกความต้องการอย่างแท้จริง” 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสาร และรายละเอียดเพิ่มเติมการแลกรับความพิเศษจาก AIS Points ได้ที่ แอป myAIS และเว็บไซต์ https://www.ais.th/consumers/privileges/highlight/points/transfer-partner-points

เอไอเอส แบ่งเบาภาระผู้ประสบภัยน้ำท่วม จัดสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษในราคาประหยัดลดสูงสุด 40% ที่ AIS Shop ในหาดใหญ่

0

หลังสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน เอไอเอสยังคงอยู่เคียงข้างพี่น้องชาวหาดใหญ่ เพราะเราเชื่อว่าการสื่อสารคือ พลังสำคัญในช่วงเวลายากลำบาก เอไอเอสจึงพร้อมช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ด้วยมือถือและอุปกรณ์เสริมจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำราคาพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต โซเชียลมีเดียได้ และติดต่อสื่อสารหากันได้

·      ส่วนลดสูงสุด 40% สำหรับสมาร์ทโฟน รุ่น  Samsung A55 5G, VIVO V50 Lite, VIVO V50 5G, OPPO Reno 13F และ OPPO Reno 13 5G

·      ส่วนลด 20% สำหรับสมาร์ทโฟน รุ่น VIVO Y04S 4G (4/128GB), XIAOMI REDMI 15 4G (8/256GB), XIAOMI REDMI 15 5G (8/256GB), XIAOMI REDMI A5 (4/128GB) SAMSUNG GALAXY A06 4G_4/64GB,4/128GB
SAMSUNG GALAXY  A06 5G_4/64GB,6/128GB, SAMSUNG GALAXY A07 4G_4/64GB,
SAMSUNG GALAXY A17 4G_8/128GB  และอุปกรณ์มือถือแบรนด์ LINKUP พร้อมทั้ง Accessories ทุกรายการ อาทิ สายชาร์จ, Power Bank, ฟิล์มกันรอย, เคสโทรศัพท์ และหูฟัง

·    นอกจากนี้ เพื่อแบ่งเบาภาระให้ผู้ประสบภัยเพิ่มเติม ลูกค้ายังสามารถนำ AIS Points 10 คะแนน มาแลกเป็นส่วนลดสูงสุด 7,000 บาท ในการซื้อสินค้ามือถือรุ่นที่เข้าร่วมรายการ

สามารถซื้อสินค้าราคาพิเศษได้ตั้งแต่วันที่ 2-31 ธันวาคม 2568 ได้ที่ AIS เซ็นทรัล หาดใหญ่, AIS Serenade Club เซ็นทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่ และ AIS หาดใหญ่ วิลเลจ เท่านั้น

พันธมิตรคู่ค้า CPF แสดงพลังสร้างอาหารมั่นคง ยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่ตลาดโลก

0

พันธมิตรคู่ค้าธุรกิจของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กว่า 500 ราย ร่วมแสดง “พลังแห่งการผนึกกำลัง” ที่ช่วยยกระดับธุรกิจอาหารไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ในงาน CPF Partner Day 2025 ที่จัดขึ้นเพื่อยกย่องความสำเร็จของคู่ค้าทั้งกลุ่ม SME และผู้ประกอบการรายใหญ่ รวมทั้งมอบรางวัลเชิดชูเกียรติให้คู่ค้าที่มีผลงานโดดเด่นในปีที่ผ่านมา พร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายธุรกิจทุกระดับ เพื่อเสริมศักยภาพร่วมกันและผลักดันอุตสาหกรรมอาหารของไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า งาน CPF Partner Day 2025 จัดขึ้นเพื่อนำเสนอทิศทางการดำเนินงานของบริษัทให้แก่คู่ค้า พร้อมเปิดพื้นที่ให้มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างกัน นำไปต่อยอดเพื่อพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารด้วยนวัตกรรมที่ยั่งยืน (Sustainovation) ร่วมกับซีพีเอฟ เพื่อส่งมอบนวัตกรรมอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัยแก่ผู้บริโภคกว่า 50 ประเทศทั่วโลก งานนี้ยังเป็นเวทีแสดงความขอบคุณและยกย่องคู่ค้าที่มีผลงานโดดเด่น เพราะพันธมิตรคู่ค้าถือเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตอาหารคุณภาพและการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่ระดับสากล

ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ

ความสำเร็จของอุตสาหกรรมอาหารไทยเกิดขึ้นจากพลังของพันธมิตรทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อยที่ร่วมเติบโตไปด้วยกัน ซีพีเอฟจึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนและเพิ่มศักยภาพคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการความร่วมมือในหลากหลายมิติ ร่วมกับการลงพื้นที่พัฒนาร่วมกัน ยกระดับกระบวนการทำงานในทุกด้าน ทั้งด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี การจัดการพลังงาน และการปฏิบัติธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน รับผิดชอบต่อสังคมสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของคู่ค้าทั้งในประเทศและระดับโลก ร่วมกันผลักดันอุตสาหกรรมไทยก้าวสู่เวทีระดับสากล

นายประสิทธิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า “พลังของการผนึกกำลังกับพันธมิตรคู่ค้า ผ่านการแบ่งปันองค์ความรู้และการยกระดับธุรกิจด้วยนวัตกรรมที่ยั่งยืน ทำให้ซีพีเอฟและคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทานก้าวทันเทรนด์โลก และสร้างความมั่นคงให้แก่อุตสาหกรรมอาหารไทยได้อย่างแท้จริง”

สำหรับงานในปีนี้ รางวัล Best Business Partner (CEO Award) เป็นรางวัลสูงสุดที่มอบให้คู่ค้าที่ผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในทุกด้าน โดย กลุ่มสยามบรรจุภัณฑ์ ได้รับรางวัลนี้เป็นปีที่สองติดต่อกันในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดใหญ่ กลุ่มสยามบรรจุภัณฑ์เป็นคู่ค้าที่ร่วมกับซีพีเอฟพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ บริษัท ยิ่งไพศาล การเกษตร จำกัด ได้รับรางวัลในกลุ่มผู้ประกอบการ SME จากการผู้ผลิตกระเทียม พริก และหัวหอมที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ซึ่งมีความโดดเด่นในการร่วมพัฒนาศักยภาพเกษตรกรกว่า 2,000 รายในภาคเหนือยกระดับการเพาะปลูกได้มาตรฐานสากล ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงขึ้น สามารถส่งมอบวัตถุดิบที่ปลอดภัยและตอบโจทย์ลูกค้า อีกทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรเครือข่ายได้อย่างมีนัยสำคัญ

ภายในงานยังมีการมอบรางวัลอื่น ๆ อาทิ รางวัล Rising Star สำหรับคู่ค้าที่มีพัฒนาการโดดเด่นแบบก้าวกระโดด รางวัล Best Quality and Supply สำหรับคู่ค้าที่มีความเป็นเลิศด้านคุณภาพและการส่งมอบ รางวัล Best Cost Competitiveness สำหรับคู่ค้าที่พัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่แข่งขันได้ รางวัล Best Sustainability สำหรับคู่ค้าที่ดำเนินธุรกิจบนแนวทางความยั่งยืน และรางวัล Best Innovation สำหรับคู่ค้าที่สร้างสรรค์นวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

ความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างซีพีเอฟและพันธมิตรคู่ค้าเป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จ ในขณะเดียวกัน ซีพีเอฟจะยังคงเดินหน้าสนับสนุนคู่ค้าให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว โดยยึดหลักการเติบโตเคียงข้างกันไปสู่อนาคตของอาหารไทยบนเวทีโลก

“ปลาซัคเกอร์” จากปลาตู้ – สายมู – สู่ภัยเงียบของแหล่งน้ำ

0

ปลาซัคเกอร์ หรือ Suckermouth Fish เป็นปลาที่นิยมอยู่ในกลุ่มปลาตู้ หน้าตาให้ความรู้สึกถึงดึกดำบรรพ์ จุดเด่นที่สำคัญ คือชอบอยู่ใต้น้ำนิ่งๆ แทบไม่ขยับ ไม่รบกวนปลาตัวอื่นในตู้ กินอาหารตามพื้นตู้ ทำหน้าที่ดูดทำความสะอาดตู้ปลา คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อว่า ปลาเทศบาล บางทีเรียกว่า ปลาภารโรง (Janitor fish) หรือ ปลาดูด ในวงการปลาสวยงาม ในช่วงเมื่อ 40 ปีก่อนปลาชนิดนี้ เป็นไอเท็ม “ของมันต้องมี” สำหรับวงการคนเลี้ยงปลาตู้ เรามักพบเห็นได้ทุกตู้ปลา ทุก 1 ตู้ต้องพบปลาซัคเกอร์อย่างน้อย 1 ตัว เหตุใดปลาชนิดนี้จึงหมดยุครุ่งเรือง และถูกกล่าวหาว่าเป็นปลาต่างถิ่นอีกหนึ่งชนิดที่กำลังคุกคามระบบนิเวศของแหล่งน้ำธรรมชาติไทยอย่างเงียบๆ
ปลาซัคเกอร์มาจากไหน ปลาชนิดนี้เป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิด ทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้ แถบลุ่มน้ำอะเมซอน พบปลาชนิดนี้อยู่มาก จากข้อมูลหลายแหล่งรายงานว่าปลาชนิดนี้ถูกนำเข้ามาในประเทศไทยจากบราซิลประมาณปี 2520 ในกลุ่มปลาสวยงามเป็นปลาในวงศ์ Pterygoplichthys (Siluriformes: Loricariidae) มีหลากหลายสายพันธุ์ แต่ละพันธุ์มีสีสัน รูปลักษณ์แปลกตา

เหตุผลที่ทำให้ปลาซัคเกอร์ออกจากตู้ปลาไปอยู่แหล่งน้ำธรรมชาติ คือ แรกเริ่มที่นำเข้ามาเลี้ยงในปลาตู้มักมีขนาดเล็ก รักสงบ นอนนิ่งๆ อยู่ที่พื้นตู้ปลา แต่พอเลี้ยงไปไม่นาน ผู้เลี้ยงพบว่าปลาชนิดนี้โตเร็วกว่าที่เคยคิด ตัวใหญ่โตได้ถึง 2 ฟุต เริ่มใหญ่กว่าตู้ปลา แถมยังเป็นปลากินจุ กินเยอะ กินทุกอย่าง และที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่า ปลาซัคเกอร์มีนิสัยก้าวร้าว แม้จะนอนนิ่ง จะขยับตัวเมื่อจะกินอาหาร แต่ข้อเสียของมันเมื่อกินไม่อิ่ม หรืออาหารไม่พอ มันจะผุดนิสัยก้าวร้าวรุกราน ไล่ดูดกินเหงือกปลาชนิดอื่นในตู้แทน จึงกลายเป็นปลาที่ไม่พึงประสงค์ของผู้เลี้ยงอีกต่อไป ซัคเกอร์ตัวใหญ่จึงถูกนำไปทิ้งขว้างในคลองข้างบ้านแทน และผู้เลี้ยงปลาตู้ก็ไปซื้อปลาซัคเกอร์ตัวเล็กๆ มาเลี้ยงแทน เมื่อปลาขนาดใหญ่ขึ้นก็นำไปทิ้งหมุนเวียนเป็นวัฏจักรแบบนี้

อีกความจริงที่เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ในช่วงเวลาหนึ่ง ปลาชนิดนี้ได้รับความนิยมในกลุ่มสายมู ใช้ปลาซัคเกอร์ หรือ เรียกกันว่า “ปลาดำราหู” ใช้ปล่อยสะเดาะเคราะห์ ก็เป็นอีกที่มา ที่ช่วยให้เกิดแพร่พันธุ์ปลาตัวนี้ในแหล่งน้ำธรรมชาติของบ้านเราแบบเร่งด่วน

จนถึงวันนี้นับเป็นเวลามากกว่า 40 ปีได้ ปลาที่ถูกปล่อยทิ้งในแหล่งน้ำได้ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว เพราะด้วยจุดแข็งของปลาเทศบาล คือ ความถึกทน อยู่ได้ทุกสภาพน้ำ แม้ในน้ำที่มีออกซิเจนน้อยจนปลาพื้นถิ่นก็ยังทนอยู่ไม่ได้ อย่างคลองน้ำเสีย ปลาเทศบาลก็ปรับตัวอยู่ได้ เป็นปลาที่กินอาหารได้ทุกประเภท กินดะ ทั้งเนื้อ ทั้งพืช ดูดกินทั้งตะไคร่น้ำ เนื้อ ไส้เดือน ไข่ปลา รวมถึงลูกปลา

อีกความจริงที่ทำให้ปลานี้ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว ปลาเทศบาลจะวางไข่ในโพรงดิน และมีตัวผู้คอยเฝ้าไข่ที่วางไว้ในโพรงอย่างอดทน จึงทำให้ไม่มีศัตรูมากินไข่ และแหล่งน้ำบ้านเราไม่มีปลาล่าตามธรรมชาติ แตกต่างจากแหล่งน้ำในถิ่นกำเนิดของปลาที่มีปลาผู้ล่าจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ปลาซัคเกอร์จึงขยายพันธุ์จำนวนประชากรได้อย่างรวดเร็ว

จนปัจจุบัน การปล่อยทิ้งโดยปราศจากการควบคุม หรือการจัดการอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ปลาซัคเกอร์พบอยู่เป็นจำนวนมากเต็มไปหมด ได้ครอบครองอาณาจักรแหล่งน้ำในธรรมชาติหลายแห่ง ส่งผลกระทบให้ระบบนิเวศเสียหาย จากนิสัยกินเก่งจึงแย่งกินอาหารและที่อยู่อาศัยของปลาพื้นถิ่น และด้วยนิสัยขุดโพรงเพื่อวางไข่ ก็มีส่วนทำพื้นแหล่งน้ำธรรมชาติเสียหาย และความจริงอีกประการ คือ นอกจากมีนิสัยก้าวร้าวแล้ว ตัวปลาซัคเกอร์มีเกร็ดเป็นเกราะที่แข็งแรง หลายประเทศที่ถูกปลาชนิดนี้รุกรานสร้างปัญหาเหมือนประเทศไทยเรา เรียกชื่อมันว่า ปลาหุ้มเกราะ ((Suckermouth armed catfish) และการชอบอยู่ติดพื้นน้ำ ทำให้กำจัดยาก ปลาซัคเกอร์จึงเป็นปลาตู้ที่กำลังคุกคามระบบนิเวศของไทยมาอย่างเงียบๆ เป็นทศวรรษ

ดร.สหภพ ดอกแก้ว รองหัวหน้าภาควิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกมายืนยัน ปลาซัคเกอร์เป็นปลาต่างถิ่นสายพันธุ์รุกรานอีกชนิดหนึ่งที่มาจากวงการปลาสวยงาม เมื่อกว่า 40 ปีก่อน วันนี้เจอว่าได้กระจายพันธุ์ไปมาก สามารถพบเห็นปลาชนิดนี้ในแหล่งต้นน้ำอีกด้วย แม้ว่าจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความพยายามที่จะกำจัดแต่ยังกำจัดได้ยาก เพราะปลาชอบอยู่ตามพื้นดินใต้ท้องน้ำ มองเห็นยาก แถมเนื้อของปลาชนิดนี้ยังไม่เป็นที่นิยม เพราะเนื้อมีน้อย ลำตัวเป็นเกราะแข็ง ไม่เหมาะนำไปทำอาหารสัตว์เพราะมีค่าโปรตีนน้อย

นอกจากประเทศไทยแล้ว ปลาซัคเกอร์ยังคุกคามระบบนิเวศในหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อินเดีย ในรัฐอันธรประเทศ บังคลาเทศ และอีกหลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญ ที่เริ่มต้นจาก “ปลาตู้น่ารัก ๆ” และถูกนำปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติ กลับกลายเป็นภัยเงียบที่ทำลายสมดุลระบบนิเวศได้อย่างคาดไม่ถึง จึงเป็นอีกกรณีศึกษาที่บ่งชี้ว่า การนำเข้าปลาต่างถิ่นในวงการปลาสวยงาม ควรต้องมีการสร้างความตระหนักรู้ และระบบกำกับดูแล ตรวจสอบ และบริหารจัดการอย่างรับผิดชอบตั้งแต่ต้นทางจนถึงผู้เลี้ยงปลายทาง