Home Blog Page 145

AWC ทุบสถิติ กวาด 23 รางวัล “อาคารโดดเด่นด้านความปลอดภัย” และ “อาคารที่มีการบริหารงานเพื่อความยั่งยืน”

0

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการคว้า 23 รางวัลด้านความเป็นเลิศในการบริหารจัดการอาคาร แบ่งเป็น รางวัลอาคารโดดเด่นด้านความปลอดภัย “BSA Building Safety Awards 2023” จำนวน 17 รางวัล จากสมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร (The Building Inspectors Association หรือ BSA) ด้วยการสนับสนุนหลักจากกรมโยธาธิการและผังเมือง และรางวัลอาคารที่มีการบริหารงานเพื่อความยั่งยืน จำนวน 6 รางวัล จากสมาคมวิชาชีพบริหารทรัพยากรอาคาร (Thailand Facility Management Association หรือ TFMA) ตอกย้ำการบริหารจัดการอาคารและสถานประกอบการภายใต้เครือ AWC ที่มีมาตรฐานระดับสากล เพื่อร่วมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

การได้รับรางวัลเกียรติยศ 23 รางวัล จาก 2 สมาคม สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการอาคารและสถานประกอบการภายใต้เครือ AWC ในการยกระดับมาตรฐานโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ อย่างต่อเนื่องด้วยการตระหนักถึงความปลอดภัยและความต้องการของผู้ใช้อาคารเป็นอันดับแรก ตั้งแต่กระบวนการการบริหารอาคารเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการรับรองอาคารสีเขียว การพัฒนาด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัย ตลอดจนสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนในระยะยาวให้แก่ผู้ใช้อาคารและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน สอดรับกับการดำเนินธุรกิจตามกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืน 3BETTERs ของ AWC โดยเฉพาะในด้าน โลกที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น (BETTER PLANET) ในมิติการพัฒนาอาคารอย่างยั่งยืน และผู้คนที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น (BETTER PEOPLE) ในมิติการส่งเสริมอาชีวอนามัยและความปลอดภัยซึ่งนับว่าเป็นส่วนสำคัญของกรอบ BETTER PEOPLE เนื่องจากการส่งเสริมทรัพยากรบุคคลทางด้านความปลอดภัยจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาทรัพย์สินดำเนินงานและทรัพย์สินที่กำลังพัฒนาของบริษัทฯ ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

รางวัลอาคารโดดเด่นด้านความปลอดภัย “ BSA Building Safety Awards 2023” เป็นรางวัลที่มอบให้แก่อาคารที่มีความโดดเด่นด้านความปลอดภัยทั้งในเชิงการออกแบบ การก่อสร้าง รวมถึงการดูแลบริหารจัดการและการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัย โดยอาคารและสถานประกอบการภายใต้เครือ AWC ได้รับรางวัลทั้งหมด 17 รางวัล แบ่งเป็น

  • รางวัลระดับแพลตตินั่ม (Platinum) ได้แก่ 1.อาคาร ‘เอ็มไพร์’ 2. อาคารอินเตอร์ลิ้งค์ ทาวเวอร์  บางนา 3. โรงแรม เลอ เมอริเดียน กรุงเทพ
  • รางวัลระดับโกลด์ (Gold) ได้แก่ 1.อาคารแอทธินี ทาวเวอร์ 2. อาคาร 208 แบงค๊อก 3. ศูนย์การค้าเกทเวย์ แอท บางซื่อ 4. โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์
  • รางวัลระดับซิลเวอร์ (Silver) ได้แก่ 1.ศูนย์การค้าตะวันนา บางกะปิ 2. ศูนย์การค้าเกทเวย์ เอกมัย 3. โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส กรุงเทพ สาทร
  • รางวัลระดับบรอนซ์ (Bronze) ได้แก่ 1.ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ ไลฟ์สไตล์ ฮับ เชียงใหม่ 2. ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ แอท งามวงศ์วาน 3. ศูนย์การค้าลาซาล อเวนิว 4. โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล 5. โรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค 6. โรงแรม ฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ 7. โรงแรม ดับเบิ้ลทรี บาย ฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ

นอกจากนี้ อาคารและสถานประกอบการภายใต้เครือ AWC ยังได้รับอีก 6 รางวัลพิเศษในฐานะอาคารที่มีการบริหารงานเพื่อความยั่งยืน อันเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงการจัดการทรัพยากรอาคารอย่างยั่งยืนและมีผลลัพธ์เป็นรูปธรรม โดย AWC ได้มีการยกระดับมาตรฐานอาคารในด้านพลังงานอย่างต่อเนื่องเพื่อการดำเนินงานที่ยั่งยืน และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การจัดโครงการอนุรักษ์พลังงาน (Energy Saving Initiatives : ESI) และการจัดมาตรการอนุรักษ์พลังงาน (Energy Efficiency Plan: EEP) โดยได้รับ6 รางวัลในฐานะอาคารที่มีการบริหารงานเพื่อความยั่งยืน ประกอบด้วย

  • ระดับรางวัล FM Gold ได้แก่ 1. ศูนย์การค้าเกทเวย์ แอท บางซื่อ 2. ศูนย์การค้าตะวันนา บางกะปิ
  • ระดับรางวัล FM Silver ได้แก่ 1. ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ ไลฟ์สไตล์ ฮับ เชียงใหม่ 2. ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ แอท งามวงศ์วาน
  • ระดับรางวัล Certificate of Appreciation (COA) ได้แก่ 1. ศูนย์การค้าเกทเวย์ เอกมัย 2. ศูนย์การค้าลาซาล อเวนิว

สำหรับรางวัลอาคารโดดเด่นด้านความปลอดภัย BSA Building Safety Awards เป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่ได้ยกย่องอาคารที่มีการบริหารและการกำหนดมาตรการทางด้านความปลอดภัยชัดเจน จากการตรวจสอบของสมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร โดยมีการจัดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 และปี พ.ศ. 2566 นี้ มีอาคารที่ได้รับรางวัลอาคารโดดเด่นด้านความปลอดภัย จำนวนทั้งหมด 58 อาคาร สำหรับ รางวัลอาคารที่มีการบริหารงานเพื่อความยั่งยืน เป็นรางวัลพิเศษที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 โดยมีอาคารที่ได้รับรางวัลจำนวนทั้งหมด 20 อาคาร จากการคัดเลือกของสมาคมวิชาชีพบริหารทรัพยากรอาคารที่มุ่งส่งเสริมการพัฒนาและการบริหารจัดการอาคารเพื่อความยั่งยืนตามหลักการสากล โดยให้ความสำคัญกับการจัดตั้งนโยบายและแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยง รวมถึงการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการบริหารทรัพยากรอาคาร และการจัดกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างผู้ใช้อาคารเพื่อพัฒนาการจัดการทรัพยากรอาคารอย่างยั่งยืน

ด้วยความมุ่งมั่นในการ “สร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่า” AWC ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาอาคารและสถานประกอบการในเครือให้มีมาตรฐานระดับสากลและมุ่งเน้นการจัดการทรัพยากรอาคารเพื่อความปลอดภัยและความยั่งยืนเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการ และส่งมอบคุณค่าแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน พร้อมมุ่งสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ก้าวหน้าและเติบโตอย่างยั่งยืน และมีส่วนร่วมในการสนับสนุนอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

AIS เปิดตัว “AIS – 3BB FIBRE 3” หลังควบรวม 3ฺฺBB สำเร็จ

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS จัดแถลงข่าวเปิดตัว “AIS – 3BB FIBRE 3” หลังการควบรวม AIS FIBRE และ 3BB สำเร็จ  ดึงจุดแข็งยกระดับอุตสาหกรรมเน็ตบ้านของประเทศ ชูแนวคิด “รวมกันเพื่อชีวิตที่ดีมากกว่า BOOST YOUR BRIGHTER FUTURE” เชื่อมต่อทุกการใช้งานด้วยโครงข่ายไฟเบอร์ กับสุดยอดนวัตกรรมที่มากกว่าบนความเร็วแรงและมาตรฐานการให้บริการที่รู้ใจ  และย้ำภารกิจสำคัญในการดูแลลูกค้าทั้ง AIS FIBRE 2.38 ล้านราย และ 3BB 2.3 ล้านราย รวมถึงภาคธุรกิจ ร้านค้า ผู้ประกอบการ องค์กรภาครัฐและเอกชนจากทุกภาคส่วน ให้ได้รับประโยชน์ที่มากกว่า พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนสนับสนุนอุตสาหกรรมและระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศในทุกรูปแบบให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

  • MORE CONNECTIVITY ครอบคลุมและเข้าถึงทุกคนได้มากกว่า โครงสร้างพื้นฐานของบรอดแบนด์ไฟเบอร์ที่วันนี้มีความเร็ว แรง เสถียร และเข้าถึงทุกพื้นที่ทั่วประเทศได้มากที่สุด
  • MORE OPPORTUNITY เพิ่มโอกาสและศักยภาพที่มากกว่า ปลดล็อกประตูสู่โอกาส เพื่อให้ทุกบ้าน ทุกร้าน ทุกธุรกิจ ก้าวไปถึงอนาคตที่ต้องการได้ทุกเวลา ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำที่จะทำให้ทุกการใช้งานเป็นไปได้และมากกว่าเดิม
  • MORE HAPPINESS ความสุขที่ได้มากกว่า กับความบันเทิงทุกระดับเพื่อทุกคนในบ้าน จากคอนเทนต์และเกมส์ รวมไปถึงสิทธิพิเศษที่พร้อมใช้ทุกวัน

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS กล่าวว่า “เราขอประกาศถึงความสำเร็จของ AIS ในการผสานพลังระหว่าง AIS FIBRE และ 3BB โดยใช้จุดแข็งร่วมกันภายใต้ AIS – 3BB FIBRE 3 ที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจสำคัญเพื่อพัฒนา FIBRE Broadband Infrastructure หรือ โครงสร้างพื้นฐานด้านบรอดแบนด์ไฟเบอร์ของประเทศให้มีความแข็งแกร่งและครอบคลุมการใช้งานให้เข้าถึงคนไทยอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เพราะวันนี้อุตสาหกรรมเน็ตบ้านมีตัวเลขการเข้าถึงบ้านของคนไทยเพียง 50% นั่นหมายความว่ายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ซึ่งไม่ใช่แค่ลูกค้าในระดับครัวเรือนที่จะได้สัมผัสกับประสบการณ์ดิจิทัลที่มากกว่าเดิมเท่านั้น ภาคธุรกิจอย่างผู้ประกอบการตั้งแต่ร้านค้ารายย่อยไปจนถึง SME ทุกธุรกิจก็จะได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมและเครื่องมือใหม่ๆ ที่จะเข้ามาช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน เสริมศักยภาพการทำงานสู่อนาคต ซึ่งจะเป็นแรงกระเพื่อมสำคัญต่อการแข่งขันอุตสาหกรรมเน็ตบ้านและนำไปสู่สร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจแบบร่วมกัน หรือ ECOSYSTEM ECONOMY”

ธีร์ สีอัมพรโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจบรอดแบนด์ AIS

นายธีร์ สีอัมพรโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจบรอดแบนด์ AIS กล่าวว่า “AIS – 3BB FIBRE 3 คือการหลอมรวมพลังความแข็งแกร่งของทั้ง AIS FIBRE และ 3BB เพื่อชีวิตที่ดีมากกว่า ภายใต้แนวคิด BOOST YOUR BRIGHTER FUTURE ที่นอกเหนือจากจะทำให้เราขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจเน็ตบ้านอย่างสมบูรณ์แล้ว ยังเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมและสร้างประโยชน์ให้กับลูกค้า คนไทย และประเทศ ที่มากกว่าเดิมใน 3 ด้าน ไม่ว่าจะเป็น ความครอบคลุมและเข้าถึงได้มากกว่า MORE CONNECTIVITY การรวมกันครั้งนี้ทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านบรอดแบนด์ไฟเบอร์และอินเทอร์เน็ต มีความเร็ว แรง และเสถียรมากที่สุด อีกทั้งยังเข้าถึงทุกพื้นที่ครอบคลุมกว่า 131,000 ตารางกิโลเมตร เข้าถึง 77 จังหวัด 923 อำเภอ 5,849 ตำบล และความสามารถในการรองรับการให้บริการมากกว่า 9.5 ล้านพอร์ท ทั่วประเทศ รวมถึงสุดยอดเทคโนโลยี FibreLAN พร้อมเชื่อมต่อ สร้างโครงข่ายอินเทอร์เน็ตให้ลูกค้าสัมผัสความเร็ว 1Gbps ทุกห้องในบ้าน และมาตรฐานการให้บริการที่ลูกค้าจะได้รับตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ยัง สร้างโอกาสที่มากกว่า MORE OPPORTUNITY ผ่านนวัตกรรมเน็ตบ้านและโซลูชันที่จะตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกบ้าน ทุกร้าน ทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นบริการ Cloud PC ที่พร้อมใช้งานสำหรับทุกคนในบ้าน หรือแม้แต่แพ็กเกจที่ออกแบบสำหรับ SME โดยเฉพาะด้วยความปลอดภัยของโครงข่าย (Secure Net) และบริการแบบ Fast Lanes Customer Service ที่ตอบโจทย์ทุกธุรกิจให้เติบโตได้แบบก้าวกระโดด

พร้อมกันนี้ AIS – 3BB FIBRE 3 ยังมอบประสบการณ์ความสุขให้ทุกคนกับ MORE HAPPINESS เซอร์ไพรส์สุขได้มากกว่า เริ่มจากสุดยอดคอนเทนต์ความบันเทิงที่มีความหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น หนัง ซีรีส์ กีฬา คอนเสิร์ต วาไรตี้ สารคดี เกมโชว์ และอีกมากมาย ผ่านการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ผู้ผลิตสื่อและความบันเทิงยักษ์ใหญ่ระดับโลก หรือแม้แต่ประสบการณ์สำหรับเกมเมอร์ด้วย GAMING PLATFORMS ที่มาพร้อมกับแพ็กเกจและเราท์เตอร์อัจฉริยะ SMART AI GAMER ที่ช่วยเพิ่มความเร็วของสัญญาณ ลดค่าความหน่วง เพิ่มความเสถียร เพื่อให้ทุกการเล่นเกมมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่า

และสุดท้ายกับกองทัพสิทธิพิเศษที่จะมอบทั้งความสุขและความสะดวกให้ลูกค้าของทั้ง AIS FIBRE และ 3BB ผ่าน  Point Platform ที่สามารถแลกรับความพิเศษผ่านพาร์ทเนอร์ได้ทั้งร้านค้าถุงเงิน 1.8 ล้านร้านค้า และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ รวมถึงร้านค้าพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศกว่า 30,000 แห่ง”

“AIS – 3BB FIBRE 3 พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจผ่านแบรนด์ AIS FIBRE 3 และ 3BB FIBRE 3ในฐานะผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอันดับหนึ่งของไทย ด้วยการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด ทั้งในมิติของคุณภาพ บริการ นวัตกรรม และสิทธิพิเศษ ควบคู่ไปกับการสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมบรอดแบนด์ ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดขีดความสามารถทางการเติบโตและการแข่งขันของประเทศ ให้พร้อมรองรับความต้องการของลูกค้าและทุกภาคส่วน รวมถึงเดินหน้าทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำระดับโลก เพื่อนำนวัตกรรมและโซลูชันเน็ตบ้านเข้ามายกระดับคุณภาพชีวิตภายในบ้าน ผสมผสานกับ 5G เมื่ออยู่นอกบ้าน อันจะเป็นการเสริมศักยภาพให้กับภาคธุรกิจ ที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญหนุนการเติบโตของประเทศอย่างยั่งยืน (Sustainable Nation) ต่อไป”

“แม็คกรุ๊ป” มอบผลิตภัณฑ์แม็คยีนส์ สนับสนุนการแข่งขันวิทย์ฯโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 20 แก่ มศว.

0

นายประพัฒน์ เสียงจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจและการขาย บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทน มอบผลิตภัณฑ์ “แม็คยีนส์” ได้แก่ หมวกแก๊ป และเป้พกพาเอนกประสงค์ แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นลินา ประไพรักษ์สิทธิ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครรินทรวิโรฒ (มศว) เพื่อให้นักเรียนผู้เข้าแข่งขัน และนิสิต ตลอดจนคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ มศว ใช้ประโยชน์ในการทัศนศึกษาและเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันวิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ครั้งที่ 20 ณ คณะวิทยาศาสตร์ มศว เมื่อเร็วๆ นี้

คณะวิทยาศาสตร์ มศว ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานมูลนิธิฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันวิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ครั้งที่ 20 ในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 1-10 ธันวาคม 2566 โดยมีตัวแทนผู้เข้าร่วมแข่งขัน ผู้นำทีมและผู้สังเกตการณ์ จำนวน 56 ประเทศ นิสิต บุคลากร และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมราว 1,300 คน

ชวนสมาชิก MTL Fit และ เมืองไทยสไมล์คลับ ร่วมโครงการ “เมืองไทยปันความสุข” จัดซื้อรถรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่

0

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต โดย “MTL Fit” แอปพลิเคชันด้านสุขภาพที่จะช่วยให้คุณเข้าใจสุขภาพตัวเองได้ดียิ่งขึ้น  และ “เมืองไทยสไมล์คลับ” ขอเชิญชวนคนไทยร่วมแบ่งปันความสุขและรอยยิ้มที่ยั่งยืนให้กับสังคมไปพร้อมกัน  ผ่านโครงการ “เมืองไทยปันความสุข”  เพื่อการจัดซื้อรถรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ (มูลค่า 8 ล้านบาท) มอบให้กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ในการเพิ่มศักยภาพการจัดหน่วยเคลื่อนที่และได้รับโลหิตบริจาคเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้บริการที่มีคุณภาพแก่ผู้ป่วยได้อย่างเพียงพอและปลอดภัย

โดยสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งปันได้ง่าย ๆ เพียงคุณร่วมสะสมก้าวเดินผ่านแอปพลิเคชัน    MTL Fit  จำนวน  200 ก้าวเดิน มีมูลค่าเท่ากับ 1 บาท สูงสุด 7,500,000 บาท หรือ บริจาคคะแนนสะสม Smile Point  5 คะแนน จะมีมูลค่าเท่ากับ 25 บาท* สูงสุด 500,000 บาท (การบริจาคคะแนน ไม่สามารถ ขอออกใบเสร็จเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้) ระยะเวลากิจกรรม ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2566 – 29 กุมภาพันธ์ 2567 หรือจนกว่าจะครบสิทธิ์ (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต กำหนด)

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมโดยสามารถสมัครแอปพลิเคชัน MTL Fit ได้แล้ววันนี้!   โดยเข้าไปดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน MTL Fit  ฟรี ได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android  และทำตามขั้นตอน ดังนี้   1. ลงทะเบียน สามารถคลิกเลือกเริ่มต้นการใช้งานสำหรับลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิต หรือ บุคคลทั่วไป      2. กรอกข้อมูลผู้ใช้งาน  3. ยืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP เป็นการเสร็จสิ้นการลงทะเบียน  4. กดเชื่อมต่ออุปกรณ์ของคุณ กับ MTL Fit Application  (สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการนับก้าวเดินได้ดังนี้ Fitbit, Garmin, SUUNTO  หรือกรณีที่ไม่มีอุปกรณ์สามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันที่มากับเครื่องได้    ดังนี้  Apple Health สำหรับ IOS และ Google Fit สำหรับ Android) เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จแล้ว  ไปที่เมนู  “การแข่งขัน (Competition)” และกดเข้าร่วมกิจกรรม เมืองไทยปันความสุข Charity Challenge

นอกจากนี้ ทาง MTL Fit ได้เตรียมจัดกิจกรรม City Run ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2566 เปิดรับสมัครนักวิ่งจำนวน 50 คน ร่วมกิจกรรมวิ่ง City Run จาก บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ผ่านถนนรัชดาภิเษก  ถนนเพชรบุรี  ถนนราชดำริ และถนนอังรีดูนังค์  เพื่อทำพิธีเปิดโครงการ  “เมืองไทยปันความสุข” ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยอีกด้วย

ด้านสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ สามารถบริจาคคะแนนสะสม Smile Point  ได้ผ่านช่องทาง  MTL Click Application  หรือโทรติดต่อเพื่อบริจาคคะแนนสะสม Smile Point ได้ที่ 1766 กด 4 เมืองไทยประกันชีวิต รวมถึงสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับสามารถบริจาคคะแนนสะสม Smile Point ได้ด้วยตนเองที่ ศูนย์บริการลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิต ทั่วประเทศ 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1766 เมืองไทยประกันชีวิต ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

รู้เก็บรู้ออม : SET IN THE CITY 2023

0

“คุณนายพารวย” มีข่าวดีมาบอกสำหรับคนที่พลาดโอกาส ไม่ได้ไปงานมหกรรมการลงทุน SET IN THE CITY 2023 ที่จัดไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หรือคนที่ได้ไปเที่ยวงานมาแล้ว แต่ยังไม่จุใจ เพราะในวันเสาร์–อาทิตย์ที่ 25 และ 26 พฤศจิกายน 2566นี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะจัดงาน SET IN THE CITY 2023 “Workshop The Series” ขึ้นที่อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก ตั้งแต่เวลา 09.00–17.00น.

งานนี้ สายลงทุน สายการเงิน และสายออม ห้ามพลาดเป็นอันขาดกับโอกาสครั้งสำคัญที่จะได้ “อัปสกิลให้อยู่รอดในตลาดหุ้น” กับเวิร์กช็อปการลงทุนแห่งปี

ตลอดวันงานทั้ง 2 วัน ผู้ร่วมงานจะได้พบกับคลาสเวิร์กช็อปมากมาย รวมกว่า 20 เวิร์กช็อป แบ่งเป็นงานวันแรก ในวันเสาร์ที่ 25 พ.ย. “รู้ทางรอด” มือใหม่เริ่มลงทุนได้ รู้ไว้ไม่โดนหลอก พบกับกูรูลงทุนมากมายที่จะยกขบวนมาถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้ ทั้งสอนอ่านงบ เจาะแผนธุรกิจ เทคนิคสแกนหุ้น เช่น กิตติศักดิ์ คงคา เบสท์ เจ้าของเพจลงทุนศาสตร์ ที่จะมาบอกว่าอะไรควรและไม่ควรทำเพื่อไม่พลาดเรื่องลงทุน, น้าเน็ก เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา กับช่วงอย่าหาว่าน้าสอน ตอนพิเศษ “อยากรวยต้องรู้”, เจาะเทคนิคสแกนหุ้นด้วยงบการเงินกับ KFC กวี ชูกิจเกษม จาก บล.พาย, เสี่ยป๋อง วัชระ แก้วสว่าง มาแนะแนว สอนทริกการเลือกหุ้น

ส่วนงานวันที่สอง อาทิตย์ที่ 26 พ.ย. มาลุยทำเวิร์กช็อปกันต่อกับหัวข้อ “เพิ่มทางเลือก” มองหาโอกาสสร้างพอร์ตเติบโต เช่น โอกาสลงทุนในทองคำ โดย ธนรัชต์ พสวงศ์ จากกลุ่มฮั่วเซ่งเฮง และณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ MTS Gold แม่ทองสุข, เจาะกลยุทธ์เทรดกับ อ.เบิร์ด จักรพล ทองเจริญ จากเพจสแกนหุ้น, เพิ่มโอกาสทำกำไรด้วย DW ต่างประเทศ โดยทศพล เกิดผล จาก บล.เจพีมอร์แกน กับนพดล ดวงทิพย์เนตร จาก บล. แมคควอรี และจับสัญญาณลงทุนหุ้นนอก โดย เซียนมี่ ทิวา ชินธาดาพงศ์ นักลงทุน VI, ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ บล.อินโนเวสเอ็กซ์, เพิ่มศักดิ์ จักร์มงคลชัย จาก ธ.กรุงไทย, รัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ จาก บล.บัวหลวง

และภายในงานพบกับบูธจาก 30 โบรกเกอร์ที่มาคอยให้คำปรึกษา แนะนำจัด/ปรับพอร์ตลงทุน สอนใช้เครื่องมือลงทุนต่างๆ ตลอดจนให้บริการเปิดบัญชีลงทุน พร้อมโปรฯ พิเศษสุดเฉพาะงานนี้ ใครเปิดบัญชีเทรดหุ้น รับไปเลย กระเป๋าผ้าลายยันต์กันโจร หรือเปิดบัญชี TFEX ก็จัดกระเป๋า TFEX เอาไปใช้งาน หรือเก็บไว้เป็นที่ระลึก ได้ตามสะดวก ทั้งสองแบบของมีจำนวนจำกัดนะคะ

ผู้สนใจร่วมงาน สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ทาง www.setinvestnow.com/setinthecity  ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

ไม่อยากให้ใครพลาดจริงๆ แล้วไปเจอกันที่งาน SET IN THE CITY 2023 “Workshop The Series” มาส่งท้ายปีด้วยการทำกิจกรรมเวิร์กช็อปการลงทุนมากมาย ติดอาวุธ เพิ่มสกิลทักษะให้กับตัวเราเอง เพื่ออยู่รอดในตลาดหุ้นไปด้วยกันค่ะ

งานนี้ พลาดแล้วรออีกทีปีหน้าเลยน้า!

คุณนายพารวย

ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน..สู่ความมั่งคั่ง"  หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

AIS​ ดึง ตำรวจไซเบอร์ และค่ายละคร​ เปิดโปง​ 12​ คดีดังผ่านละครคุณธรรม

0

AIS อุ่นใจ CYBER เดินหน้าภารกิจสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ให้กับคนไทย ผ่านการพัฒนาเครื่องมือป้องกันภัยไซเบอร์ด้วยเทคโนโลยีและบริการดิจิทัล ควบคู่ไปกับสร้างองค์ความรู้ ปลูกจิตสำนึก ส่งเสริมทักษะดิจิทัล ด้วยการใช้วิธีการสื่อสารรูปแบบต่างๆ ที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์กับผู้คนในแต่ละกลุ่ม ล่าสุดได้ทำงานร่วมกับตำรวจไซเบอร์ พร้อม ค่ายละครโซเชียล 3 ค่ายดัง กุลิฟิล์ม ทีแก๊งค์ และทีมสร้างฝัน ส่ง 12 ละครคุณธรรมจากคดีดังภัยไซเบอร์ ร่วมตีแผ่กลลวงของมิจฉาชีพ พร้อมแนะวิธีการรับมือ ในรูปแบบละครสะท้อนสังคมที่กำลังได้รับความนิยม สนุกเข้าใจง่ายและสามารถเข้าถึงคนไทยในทุกช่วงวัย

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และงานธุรกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า“จากการทำงานเพื่อส่งเสริมทักษะดิจิทัลภายใต้ภารกิจของ AIS อุ่นใจ CYBER ทำให้เราเห็นถึงปัญหาจากภัยไซเบอร์ที่ยังมีผู้ไม่รู้เท่าทันตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงวัย จากผลการศึกษาดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลของคนไทย หรือ Thailand Cyber Wellness Index (TCWI) พบว่ากลุ่มดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อภัยไซเบอร์สูงสุด ซึ่งนอกเหนือจากความตั้งใจในการส่งเสริมทักษะการใช้งานดิจิทัลด้วยเครื่องมือต่างๆ รวมถึงหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์แล้ว เรายังไม่หยุดที่จะคิดค้นและมองหาวิธีการสื่อสารใหม่ๆ เพื่อทำให้คนไทยมีทักษะดิจิทัล เข้าใจ รู้เท่าทันทุกภัยไซเบอร์

จึงเป็นที่มาของแคมเปญสื่อสารนในช่วงโค้งสุดท้ายปลายปีที่เราร่วมมือกับ ตำรวจไซเบอร์ และ 3 ค่ายละครโซเชียล นำคดีจากภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้นจริง อาทิ หลอกติดตั้งแอปดูดเงิน, หลอกลงทุน, ซื้อของจากร้านค้าปลอม, ใช้ภาพโปรไฟล์คนอื่นและสวมรอยเพื่อหลอกยืมเงิน มาถ่ายทอดในรูปแบบของละครคุณธรรม หรือละครสั้นสะท้อนสังคม ที่วันนี้ได้รับความนิยมและเป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มคนสูงวัย ด้วยวิธีการเล่าแบบตรงไปตรงมา สนุก สอดแทรกสาระและวิธีการรับมือจากพี่ๆ ตำรวจไซเบอร์ ที่มาร่วมเป็นนักแสดงในละครคุณธรรมทั้ง 12 ตอน 12 สถานการณ์ อีกด้วย

นอกเหนือจากย้ำเตือนสังคมผ่านการสื่อสารและสร้างการตระหนักรู้อย่างต่อเนื่องแล้ว เรายังพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยป้องกันภัยไซเบอร์อย่างสายด่วน 1185 ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน AIS Spam Report Center ให้ลูกค้าแจ้งข้อมูลเบอร์โทรและ SMS มิจฉาชีพได้ฟรี รวมถึงการมีหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ หลักสูตรการเรียนรู้ออนไลน์ที่จะช่วยเติมเต็มองค์ความรู้ และสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ให้กับคนไทย”

พลตำรวจตรี อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) กล่าวเสริมว่าปัจจุบันเราต้องยอมรับว่ามิจฉาชีพมีการออกกลโกงในรูปแบบใหม่ๆ ออกมาอยู่เสมอทำให้ประชาชนหลงเชื่อ และถูกหลอกให้เสียทรัพย์ได้ในที่สุด แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ ไม่ใช่แค่ในมิติเรื่องของการปราบปรามอย่างเดียว เราต้องให้ความสำคัญในเชิงป้องกัน ด้วยการสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนมีความรู้ที่ถูกต้องในการใช้งานบนโลกดิจิทัลอย่างปลอดภัย ซึ่งการทำงานกับ AIS อย่างต่อเนื่องในการออกมาเตือนภัยประชาชนในรูปแบบต่างๆ ถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาจากต้นเหตุอย่างแท้จริง

เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ AIS อีกครั้งในการสื่อสาร เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนผ่านรูปแบบของละครคุณธรรม เพื่อให้ประชาชนมีสติ รู้เท่าทัน ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน และไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาให้รูปแบบต่างๆ  นอกจากนี้ประชาชนยังสามารถปรึกษา แจ้งเบาะแส ขอความช่วยเหลือด้านภัยไซเบอร์ได้ที่สายด่วน 1141”

สามารถติดตามชมละครคุณธรรม ทั้ง 12 ตอน ซึ่งสอดแทรกการเตือนภัยกลโกงของมิจฉาชีพพร้อมวิธีการรับมือ ได้ผ่านช่องทาง Social Media ของทั้ง 3 ค่ายละครคุณธรรม และช่องทาง LearnDi ได้ที่   https://learndiaunjaicyber.ais.co.th/learning-path/105/

CPF ส่งเสริมสุขภาพเชิงรุกผู้บริโภค พัฒนาอาหารลดโซเดียม หนุนเครือข่ายบริโภคลดเค็ม

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ หนึ่งในผู้นำกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร แสดงเจตนารมณ์ให้คนไทยมีสุขภาพดี ร่วมดูแลสุขภาพผู้บริโภค พัฒนาอาหารลดโซเดียม ให้อร่อยฟินใจ ห่างไกลโรค รับประกันด้วยรางวัล 10 Years Lowsalt Awards ตอกย้ำผู้ผลิตอาหารคุณภาพ ปลอดภัย มาตรฐานสากลที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม กล่าวว่า การขับเคลื่อนเพื่อรณรงค์ลดการบริโภคเกลือและโซเดียม เริ่มตั้งแต่ปี 2555 ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จากการสำรวจของเราพบว่าคนไทยกินเค็มลดลง 15% เห็นได้ว่าคนไทยมีการตื่นตัว เริ่มหาผลิตภัณฑ์ที่ลดโซเดียมมากขึ้น ขณะที่ภาคผู้ผลิตอุตสาหกรรมอาหารได้ให้ความร่วมมือในการที่จะปรับสูตรอาหารลดเกลือลง ออกผลิตภัณฑ์สูตรลดโซเดียมให้ผู้บริโภคได้เลือกมากขึ้น เป็นสิ่งที่ดีที่ผู้บริโภคและผู้ผลิตอาหารมีการปรับตัว สำหรับองค์กรเอกชนที่เข้ามาช่วยร่วมขับเคลื่อนการรณรงค์ลดการบริโภคเค็ม ถือเป็นการทำเพื่อคืนกำไรให้สังคม ให้ประชาชนสุขภาพดีมีอายุยืนยาว

นพ.กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า การลดบริโภคเกลือและโซเดียมเป็นหนึ่งภารกิจที่ต้องดำเนินการ และมีพันธสัญญากับต่างประเทศว่าต้องลดการบริโภคเกลือและโซเดียมของคนไทยให้ได้ร้อยละ 30 ภายใน 2 ปีข้างหน้า ถือเป็นภารกิจยิ่งใหญ่และสำคัญเพราะการผลักดันเรื่องนี้ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน ในวันนี้เป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ผู้ประกอบการอาหารหลายบริษัทได้เข้ามาร่วม เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกรับประทานอาหารปรุงสุก อาหารสำเร็จรูปที่มีเกลือและโซเดียมลดลง เป็นการป้องกันโรคที่จะเกิดขึ้นเนื่องจากการบริโภคเกลือและโซเดียมที่มากเกินไปเพื่อให้คนไทยมีสุขภาพที่แข็งแรง

นางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดกลาง ซีพีเอฟ โกลบอลฟู้ด โซลูชั่น กล่าวว่า ซีพีเอฟในฐานะผู้ผลิตอาหาร ตระหนักดีถึงการผลิตอาหารที่ปลอดภัย รสชาติอร่อย และมีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค มีความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมส่งเสริมการดูแลสุขภาพของประชาชนชาวไทย และได้รับรางวัล 10 Years Lowsalt Awards สาขา ผู้ประกอบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สูตรลดโซเดียม จากเครือข่ายบริโภคลดเค็ม ตอกย้ำความเป็นผู้นำผลิตอาหารคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงรุก ด้วยผลิตภัณฑ์อาหารลดโซเดียม ให้อร่อยฟินใจ ห่างไกลโรค

“ซีพีเอฟ มุ่งมั่นพัฒนาอาหารที่ทั้งดีต่อสุขภาพ และมีรสชาติอร่อย เพื่อให้ผู้บริโภคได้อร่อยฟินใจ ห่างไกลโรค และมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารปรับสูตรลดโซเดียม และได้ออกสู่ตลาดแล้วหลายรายการ” นางสาวอนรรฆวีกล่าว

เนื่องจากสถานการณ์กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี หนึ่งในสาเหตุสำคัญ มาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีรสเค็มมากเกินไป ซีพีเอฟในฐานะผู้ผลิตอาหารที่มีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค ได้เล็งเห็นความสำคัญและตระหนักในสถานการณ์ดังกล่าว จึงมุ่งมั่นส่งเสริมให้ประชาชนดูแลสุขภาพเชิงรุก และมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นผ่านการรับประทานอาหาร โดยบริษัทฯ มีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ลดโซเดียมอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยผลิตอาหารลดโซเดียมให้อยู่ในเกณฑ์ ควบคู่กับคุณค่าทางโภชนาการที่ดีและมีรสชาติอร่อย สอดรับนโยบายภาครัฐและองค์การอนามัยโลก (WHO) ในการส่งเสริมการบริโภคลดเค็ม ปริมาณโซเดียมแนะนำไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน

ทั้งนี้ ในโอกาส ครบรอบ 10 ปี เครือข่ายบริโภคเค็ม บริษัทฯ ได้รับเกียรติจากเครือข่ายฯ เข้าร่วมสนับสนุนและส่งเสริมการตระหนักรู้แก่ผู้บริโภคในการดูแลสุขภาพเชิงรุกด้วยอาหารที่รับประทาน และการบริโภคที่ลดเค็ม โดยบริษัทฯ จะนำเสนอสินค้าอาหารลดโซเดียมที่ได้ปรับพัฒนาสูตรแล้วและยังคงความอร่อยให้ผู้บริโภคได้ทดลองชิม ในงาน “นิทรรศการ ครบรอบ 10 ปี” ภายใต้คำขวัญ “ลดเค็ม ลดโรค เค็มน้อย อร่อยได้” ระหว่างวันที่ 4-6 ธันวาคม 2566 ณ บริเวณศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

CPF ปลื้ม หนังโฆษณา ไก่ไทยจะไปอวกาศ กวาด 11 รางวัล แอดแมน อวอร์ดส 2566 พร้อมคว้ารางวัลสูงสุด AD THAT WORKS

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ รับ 11 รางวัล ADMAN AWARDS 2023 จากภาพยนต์โฆษณา เรื่อง ครั้งแรกของโลก! ไก่ไทยจะไปอวกาศกับซีพี CP Chicken :  Go For Launch   โดยมี นางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดกลาง ซีพีเอฟ ร่วมรับรางวัล ในงาน ADMAN AWARDS and SYMPOSIUM 2023 จัดโดยสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทยเพื่อยกย่องคุณค่าของงานสร้างสรรค์ที่ไม่ตีกรอบแค่งานโฆษณา ณ สามย่านมิตรทาวน์

งานนี้ CPF สามารถคว้ารางวัล AD THAT WORKS ซึ่งเป็นรางวัลที่วัดผลจากโฆษณาที่มีความคิดสร้างสรรค์โดดเด่น สร้าง Impact ต่อผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี มากไปกว่านั้น ถือเป็นโฆษณาที่สร้างประสิทธิผลสูงสุดต่อธุรกิจ รวมถึงตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารสด ความปลอดสาร ปลอดภัย ไร้สารตกค้าง คือสิ่งที่ผู้บริโภคมองหา CP ต้องการเล่าเรื่องความปลอดภัยที่สูงที่สุดด้วย เทคโนโลยีการเลี้ยง และกระบวนการผลิตอาหารที่ดีที่สุด ไปสู่ผู้บริโภคอย่างโปร่งใส จริงใจ และ Impact ไอเดียโฆษณาชิ้นดังกล่าว ได้ปฎิวัติอุตสาหกรรมอาหารสด ด้วยการ ท้าทายขีดจำกัดของคำว่า “มาตรฐาน” ที่สูงที่สุดให้แก่ผู้บริโภค กับการได้ริเริ่มโครงการส่งไก่ไทยไปพิสูจน์ความปลอดภัยระดับอวกาศผ่านการทำวิจัยตรวจสอบความปลอดสาร ปลอดภัย ตั้งแต่ต้นน้ำตลอดจนปลายน้ำ ร่วมกันกับ Johnson space food lab เพื่อตอกย้ำความมั่นใจว่าเนื้อไก่แบรนด์ CP ของไทย มีความปลอดภัยด้านอาหารขั้นสูงระดับเดียวกับที่นักบินอวกาศทานได้ เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่ามาตรฐานความปลอดภัยของเนื้อไก่แบรนด์ CP จะก้าวสู่มาตรฐานที่ไม่ใช่แค่ระดับโลก แต่เป็นความปลอดภัยระดับอวกาศ (Space Food Safety Standard) ตามหลักเกณฑ์ความปลอดภัยด้านอาหารขององค์การ NASA

นางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ กล่าวว่า แคมเปญโฆษณา ครั้งแรกของโลก! ไก่ไทยจะไปอวกาศกับซีพี ที่บริษัทฯ ทำงานร่วมกับ Wolf Bangkok เอเยนซี่ที่สร้างสรรค์ไอเดียเเละผลงานภาพยนตร์โฆษณา (สามารถชมคลิปได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=ieZ_DhMQqqk) Digital I Do Co.,Ltd. เอเยนซี่ด้านสื่อออนไลน์ และ IDEE STUDIO CO.,LTD. เอเยนซี่การจัดงานอีเว้นท์ ร่วมกันเพื่อสรรสร้างผลงานเพื่อที่จะสื่อสารถึงโครงการ Thai food- Mission to Space จนสามารถคว้ารางวัลระดับ Gold 2 รางวัล ระดับ Silver 2 รางวัล และระดับ Bronze 7 รางวัล รวม 11 รางวัล โดยมีรางวัลไฮไลท์ คือ AD THAT WORKS ระดับ Silver เป็นรางวัลสูงสุดของ Category ในปีนี้ ที่มอบให้กับงานโฆษณาที่มีความคิดสร้างสรรค์โดดเด่น และสามารถสื่อสารกับผู้บริโภคทุกกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลในสังคมตอบโจทย์ แนวคิดของงานประกาศรางวัลในปีนี้ “Don’t Make Ads, Make Impact” นอกจากนี้ ผลงานของซีพียังคว้ารางวัล 30 Young Judges ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบแก่งานโฆษณาเป็นปีแรกตัดสินโดยคณะกรรมการคนรุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 30 ปี

“บริษัทฯ ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่งานโฆษณาไก่ไทยจะไปอวกาศสามารถคว้ารางวัลแอดแมน อวอร์ดส 2023 ได้ 11 รางวัล และขอขอบคุณเอเยนซี่ Wolf Bangkok สร้างสรรค์งานได้รับการตอบรับและเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคทุกกลุ่ม ช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นไก่สด แบรนด์ ซีพี สด สะอาดปลอดภัยได้มาตรฐานระดับอวกาศ ซึ่งเทียบเท่าอาหารนักบินอวกาศทานได้ ทั้งนี้ รางวัลที่ได้รับยังเป็นกำลังใจให้ซีพีเอฟมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรม และยกระดับความปลอดภัยอาหารให้ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง” นางสาวอนรรฆวีกล่าว

ภาพยนตร์โฆษณา ครั้งแรกของโลก! ไก่ไทยจะไปอวกาศกับซีพี CP Chicken :  Go For Launch รับ 11 รางวัล แอดแมน อวอร์ดส 2023 ประกอบด้วย

  1. รางวัล AD THAT WORKS  ระดับ Silver 
  2. รางวัล Film สาขา Online ระดับ Gold
  3. รางวัล Film สาขา TV & Cinema Film ระดับ Gold
  4. รางวัล Craft  ระดับ Bronze สาขา Directing
  5. รางวัล Craft  ระดับ Bronze สาขา Innovation in Production
  6. รางวัล Creative Impact Awards ระดับ Bronze
  7. รางวัล Digital & Social ระดับ Bronze
  8. รางวัล 30 Young Judges ระดับ Bronze
  9. รางวัล Integrated Marketing Communication (IMC) ระดับ Bronze
  10. รางวัล Public Relation Plan ระดับ Silver  สาขา Corporate Image/ Communication & Public Management
  11. รางวัล Public Relation Plan ระดับ Bronze  สาขา Product & Service

CEO AIS คว้ารางวัลสุดยอดผู้นำแห่งปี​ จากเวทีระดับเอเชียแปซิฟิก​ IDC Future Enterprise Award 2023

0

“สมชัย เลิศสุทธิวงค์ CEO-AIS” คว้ารางวัล CEO of The Year สุดยอดผู้นำแห่งปี ยืนหนึ่งในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย จากการคัดเลือกผู้นำมากกว่า 1,000 องค์กรในไทย บนเวทีระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก​ IDC Future Enterprise Award 2023​ ที่จัดโดย International Data Corporation หรือ IDC บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลและวิจัยทางเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกจากประเทศสิงคโปร์ นับเป็นอีกหนึ่งรางวัลที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำองค์กรของ AIS ที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ธุรกิจสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืนภายใต้ความท้าทายและพร้อมขับเคลื่อนวิสัยทัศน์สู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีโทรคมนาคมอัจฉริยะ หรือ Cognitive Tech-Co

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณคณะผู้จัดงาน รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิจากเวที IDC Future Enterprise Award 2023 ที่ได้มอบรางวัลอันทรงเกียรติ CEO of The Year ให้กับผม นับเป็นอีกหนึ่งรางวัลที่ยืนยันให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของพวกเราชาว AIS ผมขอมอบรางวัลและความภาคภูมิใจนี้ให้กับพนักงานทุกคนที่มีส่วนสำคัญต่อการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเทคโนโลยีให้มีขีดความสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และพร้อมเชื่อมต่อการทำงานเพื่อการทำงานของภาคส่วนต่างๆ

พวกเราขอยืนยันถึงเจตนารมณ์ในการยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้แก่คนไทย เพราะเราเชื่อว่าบทบาทการทำงานของ AIS ไม่ใช่แค่การสร้างนวัตกรรม โครงข่าย สินค้า และการให้บริการเท่านั้น แต่เรายังมีหน้าที่สำคัญในการส่งต่อความสำเร็จขององค์กรสู่ Sustainable Nation ที่จะเป็นการเดินหน้าสร้างเติบโตของสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนของประเทศต่อไป”

ซีพี-เมจิ ชูแนวคิด “เพิ่มคุณค่าชีวิต” ต่อยอดความยั่งยืนหนุนเกษตรกรต้นน้ำ พร้อมปูพรมสินค้าคุณภาพทั่วภูมิภาค

0

ซีพี-เมจิ ผู้นำอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นมและโยเกิร์ต ชูกลยุทธ์ความยั่งยืน 3 ด้าน สุขภาพ-สังคม-สิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “เพิ่มคุณค่าชีวิต (Enriching Life)” พร้อมขยายตลาดสินค้าคุณภาพไปทั่วภูมิภาค เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้เติบโตไปด้วยกัน

นางสาวสลิลรัตน์ พงษ์พานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทตระหนักเสมอถึงความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน โดยใช้แนวคิดการเพิ่มคุณค่าชีวิต 3 ด้าน เริ่มด้วย ด้านสุขภาพ ที่บริษัทฯ จะผลิตเฉพาะผลิตภัณฑ์นมคุณภาพที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน มุ่งเน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรมเครื่องดื่มที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้บริโภค ตอบโจทย์ทั้งไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น การเพิ่มรสชาติใหม่ๆ ที่มีฟังก์ชั่นในการดูแลร่างกายของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม โดยจะขยายพอร์ตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม (High-value) และส่วนแบ่งการตลาดกลุ่มโยเกิร์ตให้เพิ่มขึ้น รวมถึงความตั้งใจขยายตลาดนมซีพี-เมจิ ออกไปให้ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มช่องทางการขายน้ำนมแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมของไทยให้มากขึ้น

ถัดมา ด้านสังคม ที่ ซีพี-เมจิมุ่งเน้นการดูแลและสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โดยถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเลี้ยงโคและการจัดการฟาร์มอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรต้นน้ำ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการผลิตสินค้าให้เติบโตเคียงข้างไปด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน ไม่เพียงเท่านั้นบริษัทฯ ยังให้การดูแลชุมชนในจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่โรงงานอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

สุดท้าย ด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด อาทิ การผลิตไฟฟ้าใช้ในโรงงานจากหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบการกำจัดน้ำเสียและนำกลับมาใช้ โดยจะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทางเลือกในกระบวนการผลิตให้มากขึ้น เพื่อมุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net-Zero) ตลอดจนเพิ่มพื้นที่สีเขียวและความหลากหลายทางชีวภาพให้กับโลกอย่างต่อเนื่อง

“โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบอย่างมากมายดังที่ทุกคนทราบกันดี ในฐานะที่ซีพี-เมจิ เป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ เราจึงเดินหน้าคู่ขนานไปกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายในการดูแลรักษาโลกทั้งในระยะสั้นและระยะยาว” นางสาวสลิลรัตน์ กล่าว

กลยุทธ์ความยั่งยืนทั้ง 3 ด้านจะนำไปสู่ความยั่งยืนทางธุรกิจของบริษัทฯ ได้เป็นอย่างดี เมื่อผนวกกับสองปัจจัยบวก ทั้งการท่องเที่ยวและตลาดในประเทศฟื้นตัว ซีพี-เมจิ เชื่อมั่นว่า ในปีนี้ผลประกอบการจะเป็นไปตามเป้าหมาย หรือเติบโตราว 10% และยังคงครองการเป็นผู้นำอันดับ 1 ในกลุ่มนมพร้อมดื่มพาสเจอร์ไรส์ของประเทศไทยได้เช่นเดิม