Home Blog Page 127

เอไอเอส ปลื้ม ส่งแอป AIS E-Waste+ คว้ารางวัลสุดยอดเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม WSIS Prize 2024

0

AIS ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ที่มุ่งสร้างการเติบโตร่วมกันใน 3 ด้าน ทั้งการขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ สร้างการเข้าถึงดิจิทัลให้ทุกคนในสังคม และในด้านสิ่งแวดล้อม ที่นอกเหนือจากการบริหารจัดการการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการนำพลังงานทดแทน และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการโครงข่ายให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้าเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว

วันนี้ AIS ยังสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Waste ผ่านโครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” ที่ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์กว่า 200 องค์กร สู่การเป็นศูนย์กลางการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์หรือ Hub of E-Waste นอกจากนี้ AIS ยังก้าวไปอีกขั้นด้วยการนำเทคโนโลยีบล็อกเชน (blockchain) มายกระดับกระบวนการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ บนแพลตฟอร์ม AIS E-Waste+ ทำให้ขยะ E-Waste ทุกชิ้นที่ถูกทิ้งผ่าน AIS E-Waste+ สามารถตรวจสอบสถานะได้ทั้งกระบวนการตั้งแต่ต้นทางไปถึงการกำจัดและรีไซเคิลแบบปราศจากการฝังกลบหรือ Zero E-Waste to Landfill จนได้รับการยอมรับในเวทีระดับโลกเป็นองค์กรไทยหนึ่งเดียว ที่คว้ารางวัลอันดับที่ 1 ในสาขาสุดยอดเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม (WSIS Action Lines C7 E-Environment) จากเวที WSIS Prize 2024 ที่จัดขึ้นโดย สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union: ITU) และองค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN)

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS กล่าวว่า กล่าวว่า “ต้องขอขอบคุณสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU และองค์การสหประชาชาติ หรือ UN ที่ได้มอบรางวัลอันทรงคุณค่า Winner of WSIS Prize 2024 ในสาขาสุดยอดเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม (WSIS Action Lines C7 E-Environment) ให้แก่โครงการคนไทยไร้ E-Waste ศูนย์กลางการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะด้วย AIS E-Waste+ แพลตฟอร์มที่นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ AIS ในการใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และช่วยสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ และส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี ดังนั้นเราขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ใช้แอปพลิเคชัน E-Waste+ เพื่อมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านเทคโนโลยี ที่เรา AIS ตั้งใจออกแบบ เพื่อสร้างโลกที่ยั่งยืนที่ให้กับทุกคน”

สำหรับเวที WSIS Prize  เป็นรางวัลระดับโลกจัดตั้งขึ้นโดย สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union :ITU) และองค์การสหประชาชาติ (United Nations :UN) ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการสนับสนุนให้องค์กรทั่วโลกนำเทคโนโลยีมายกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ SDGs โดยในปีนี้มีองค์กรต่างๆ ทั่วโลกส่งโครงการเข้าร่วมการคัดเลือกและพิจารณาตัดสินกว่า 2,000 โครงการ และ AIS  เป็นองค์กรไทยหนึ่งเดียวที่ได้รับรางวัลที่ 1 ระดับโลก หรือรางวัล  Winner of WSIS Prize 2024 ในสาขาสุดยอดเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม (WSIS Action Lines C7 E-Environment) จาก โครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” ศูนย์กลางการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะด้วย AIS E-Waste+  ถือเป็นอีกครั้งที่เอไอเอสได้รับรางวัลระดับสูงสุดจากเวที WSIS Prize ในเวทีระดับโลกนี้

แน่นอนว่าแพลตฟอร์ม AIS E-Waste+ เป็นโครงการที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ เป้าหมายที่ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป้าหมายที่ 17 การยกระดับหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้สามารถช่วยทำให้กระบวนการในการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์มีประสิทธิภาพ ทั้งฟังก์ชั่นในการติดตามสถานะของขยะทุกชิ้น หรือแม้แต่การคำนวณออกมาเป็น Carbon Score หรือปริมาณการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ภายหลังจาก E-Waste ถูกกำจัดและรีไซเคิลแบบ Zero E-Waste to Landfill ได้แบบ Real Time และที่สำคัญคือ AIS ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์กว่า 200 องค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ HUB of E-Waste หรือศูนย์กลางการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะของไทย จึงส่งผลให้ AIS E-Waste+ สามารถคว้ารางวัลทรงคุณค่า Winner of WSIS Prize 2024 ในสาขาสุดยอดเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม (WSIS Action Lines C7 E-Environment) ได้สำเร็จ

โปรฯต่อเนื่อง ! ออมสินจัดหนัก ฝากสลากออมสิน 1 ปี ลุ้นทอง 10 กิโล

0

“แจกแล้วแจกอีก ! โปรฯต่อเนื่องกับ สลากออมสินพิเศษ 1 ปี (ใบสลากและดิจิทัล) ให้ลุ้นโชคทองคำแท่งหนักถึง 10 KG*
✨ *ลุ้นรับรางวัลทองคำแท่งหนัก 10 กิโลกรัม จำนวน 1 รางวัล
✨ และลุ้นรางวัลที่ 1 มูลค่า 10 ล้านบาท
✨ ฝากครบ 1 ปี รับดอกเบี้ย 0.35 บาทต่อหน่วย

✔ *รางวัลทองคำแท่งน้ำหนัก 10 กิโลกรัม จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 26,576,560 บาท (ราคา ณ วันที่ 23 เม.ย. 67) โดยราคาทองคำอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามราคาตลาด
✔ *ออกรางวัลวันที่ 16 ก.ค. 67
✔ *ผู้ได้รับรางวัลทองคำแท่งมารับมอบรางวัลด้วยตนเอง ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่
✔ ตามใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นแถมพกหรือรางวัลในการเสี่ยงโชค โดยวิธีการใดๆ ในการประกอบกิจการค้าหรืออาชีพเลขที่ 773/2567 จากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
✔ *ผู้ได้รับรางวัลทองคำแท่งต้องเสียภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่ายร้อยละ 5 ของมูลค่าของรางวัล และรับผิดชอบค่าภาษีหรือค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่นใดเกี่ยวกับการโอนด้วยตนเอง
✔ สลากออมสินพิเศษ (ใบสลากและดิจิทัล) ราคา 100 บาทต่อหน่วย
✔ ดอกเบี้ยและเงินรางวัล บุคคลธรรมดาไม่เสียภาษี
✔ ถอนก่อนฝากครบ 6 เดือน หักส่วนลดตามอัตราที่ธนาคารกำหนด

ฝากเลยตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. 67 – 15 ก.ค. 67 ที่ MyMo และธนาคารออมสินทุกสาขา
รายละเอียดเพิ่มเติม > https://shorturl.asia/dBiaW
⚠ เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

เมืองไทยประกันชีวิต จัดเต็มมอบสิทธิพิเศษให้สมาชิกระดับ The Ultimate และ Beyond Prestige 

0

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า   เมืองไทยประกันชีวิต โดย “เมืองไทยสไมล์คลับ” เดินหน้าส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับด้วยการเพิ่มประสบการณ์สุดพิเศษ สำหรับสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับระดับสถานะ The Ultimate และ Beyond Prestige ด้วยเอกสิทธิ์พิเศษประจำปี 2567 กับการมอบสิทธิพิเศษด้านสุขภาพ ด้านการเดินทางท่องเที่ยว ด้าน Lifestyle กิจกรรมสุด Exclusive และ Smile Birthday Gift ภายใต้แนวคิด Your Pleasure, Your Design เลือกอิ่มเอม เหนือระดับในแบบคุณ

โดยสิทธิพิเศษที่สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับระดับสถานะ The Ultimate และ Beyond Prestige  จะได้รับประจำปี 2567  ประกอบด้วย 

• Smile Birthday Gift* ส่งมอบของขวัญที่คัดสรรพิเศษในเดือนเกิด ให้กับสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ

• Special Lounge at the airport มอบสิทธิพิเศษเข้าใช้บริการห้องรับรองพิเศษที่สนามบิน สะดวกสบายในการเดินทาง ที่ The Coral Executive Lounge

• Exclusive Limousine Services มอบสิทธิพิเศษบริการรถลีมูซีน รับ หรือ ส่งสนามบิน

• Quadrivalent Influenza Vaccine มอบสิทธิพิเศษการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ (สำหรับอายุ 15 ปีขึ้นไป) ได้ที่เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ทั่วประเทศที่ร่วมโครงการ

• Smile Exclusive Health หรือ Smile Healthy Plus แพ็กเกจตรวจสุขภาพประจำปี สิทธิพิเศษการตรวจสุขภาพและบริการทางการแพทย์ สำหรับสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ระดับสถานะ The Ultimate และ Beyond Prestige ตามลำดับ

โดยเมืองไทยสไมล์คลับ มอบสิทธิพิเศษเพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพให้กับสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ระดับ The Ultimate ได้เลือกการดูแลสุขภาพที่ตรงกับความต้องการเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น ด้วยทางเลือก 1 ใน 3 ของการรับสิทธิพิเศษด้านสุขภาพ Smile Exclusive Health หรือ Smile Exclusive Dental โปรแกรมการดูแลด้านทันตกรรม สูงสุด 10,000 บาท หรือทางเลือกการดูแลสุขภาพผ่านโปรแกรม Anti-Aging ในการมอบบริการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล ด้วยโปรแกรมตรวจเลือด เพื่อวิเคราะห์ปริมาณวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ พร้อมรับวิตามินเฉพาะบุคคลที่ออกแบบตามผลเลือด สำหรับรับประทาน 1 เดือน หรือสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ จะเลือกรับบริการโปรแกรมการตรวจสุขภาพโดยแพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย พร้อมตรวจระดับฮอร์โมนเพศ หรือตรวจฮอร์โมนด้านความเครียด (ฮอร์โมนความสุข) และตรวจระดับฮอร์โมนที่แสดงอายุจริงของร่างกายได้ หรือดูแลสุขภาพผิวให้ดีขึ้น ด้วยโปรแกรมฟื้นฟูชะลอความเสื่อม บำรุงสุขภาพผิว ด้วยระดับวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จำเป็น ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ ดูดีจากภายในสู่ภายนอก เป็นต้น 

สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ สามารถเลือกเข้ารับบริการโปรแกรมที่สนใจ 1 ใน 3 ของสิทธิพิเศษด้านสุขภาพ ได้ที่โรงพยาบาล และคลินิกทันตกรรมที่เข้าร่วมโครงการ และสถานบริการสุขภาพชั้นนำกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ    กับการบริการเหนือระดับ เพื่อการดูแลสุขภาพของสมาชิกฯ คนสำคัญ

“ทุกประสบการณ์แห่งการดูแล การสร้างสรรค์กิจกรรม สิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ตอบรับกับ Lifestyle ของสมาชิกผ่าน “เมืองไทยสไมล์คลับ” ในการสร้างความสุขและรอยยิ้ม ที่สมาชิกฯ ทุกระดับสามารถเข้าร่วมได้ตลอดทั้งปี โดยการรับสิทธิพิเศษฟรี ส่วนลดร้านค้า และการแลกคะแนนสะสม Smile Point เพื่อให้สมาชิกฯ สัมผัสได้ถึงความรู้สึกคุ้มค่ามากกว่าแค่คุ้มครอง ผ่านสิทธิประโยชน์ และกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทุก Gen ตอบรับทุก Lifestyle ยกระดับการใช้ชีวิตของคุณสู่ Digital Lifestyle ผ่านแอปพลิเคชัน MTL Click และ www.muangthai.co.th สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1766 เมืองไทยประกันชีวิต หรือศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศ”

CPF โชว์นวัตกรรมอาหาร แนวคิด ‘Kitchen of the world with Sustainovation’ ร่วมงาน THAIFEX – Anuga Asia 2024

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ นำนวัตกรรมอาหารคุณภาพ จากกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสังคม ภายใต้ภารกิจสร้างความมั่นคงทางอาหารและการบริโภคอย่างยั่งยืน แสดงในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2024 ชูแนวคิด “Kitchen of the world with Sustainovation” เป็นครัวของโลกด้วยนวัตกรรมความยั่งยืน

โดยปีนี้ ผลิตภัณฑ์อาหารของบริษัทได้รับรางวัลด้านนวัตกรรมที่หลากหลาย อาทิ “ซีพี ชิคเก้นพอคเก็ต ไส้กรอกและชีส” คว้ารางวัลนวัตกรรมอาหาร หรือ THAIFEX – Anuga Taste Innovation Show 2024 ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์กลุ่ม COOKING HELPER by CP ได้แก่ ซอสปรุงรสสามเกลอ, น้ำจิ้มสุกี้ชาบูหมูกระทะ, น้ำจิ้มแจ่วอีสาน, น้ำจิ้มซีฟู้ดส์ และสังขยาใบเตย ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT การันตีความอร่อยของอาหารไทยจากกระทรวงพาณิชย์ และ “ไข่สดปลอดสาร Cage Free” แบรนด์ U FARM ยังได้รับคัดเลือกเป็นผลิตภัณฑ์แนะนำ อาหารช่วยลดโลกร้อน ได้รับฉลาก “คาร์บอนนิวทรัล” (Carbon Neutral Product) ปลอดคาร์บอนรายแรกของภูมิภาคเอเชีย

นายเอกปิยะ เอื้อวุฒิเกริก กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีเอฟ ฟู้ด เน็ตเวิร์ก จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อตอบโจทย์ความพึงพอใจของผู้บริโภคและสังคมรอบด้าน โดยมุ่งมั่นสร้างความมั่นคงทางอาหาร ส่งเสริมการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน พัฒนากระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับใส่ใจและรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

“แนวคิด “Kitchen of the world with Sustainovation” เป็นการแสดงถึงภารกิจหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารของซีพีเอฟ ที่ต้องการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคในแต่ละประเทศพึงพอใจ ทั้งรสชาติและโภชนาการที่ดี ขณะที่กระบวนการผลิตมีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี ตามแนวทางการพัฒนาเกษตรและโรงงานอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ตลอดจนเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน จัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ ปราศจากการตัดไม้ทำลายป่า และร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” นายเอกปิยะ กล่าว

ครั้งนี้ บริษัทฯ นำผลิตภัณฑ์หลากหลายมาแสดงในงาน โดยแบ่งออกเป็น 6 โซน ได้แก่ 1.) Space Safety Standard : มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของเนื้อไก่สด แบรนด์ CP 2.) Superior Taste Awards 2024 & Other World Standards : สินค้าได้มาตรฐานสากล การันตีรสชาติความอร่อยระดับโลก 3.) Innovative Products : ผลิตภัณฑ์ไก่เบญจาและหมูชีวา แบรนด์ U Farm, เนื้อจากพืช แบรนด์ Meat Zero 4.) Net-Zero : ผลิตภัณฑ์สีเขียว 5.) Export – นำโดยแบรนด์ Authentic Asia อาหารเอเชียที่มีมาตรฐานสากล มีทั้งผลิตภัณฑ์ Thai Cube แบรนด์ Kitchen Joy ที่ประสบความสำเร็จในแถบประเทศสแกนดิเนเวีย รวมถึง เกี๊ยวกุ้งที่มีการพัฒนาให้มีความหลากหลายสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละท้องที่ อาทิ เกี๊ยวกุ้งจักรพรรดิซุปหมาล่า และ 6.) Import : ผลิตภัณฑ์ HARVEY BEEF, CP Uoriki

ในปีนี้ มีผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ คือ ‘ซีพี ชิคเก้นพอคเก็ต ไส้กรอกและชีส’ สามารถคว้ารางวัลด้านนวัตกรรมบนเวที THAIFEX – Anuga Asia 2024 ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ต้องการอาหารที่ Low-carb, High Protein โดยแซนด์วิชรูปแบบใหม่ไม่มีขนมปัง ใช้เนื้อไก่ส่วนอกมาแทน ประกบด้วยชีสและไส้กรอก การันตีความปลอดภัยด้วย Space Safety Standard หรือมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสุดระดับอวกาศ ซึ่งเป็นมาตรฐานตามหลักเกณฑ์ความปลอดภัยด้านอาหารขององค์การ NASA และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเครื่องหมายรับรองฮาลาล

ด้าน ผลิตภัณฑ์กลุ่ม COOKING HELPER by CP ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ได้แก่ ซอสปรุงรสสามเกลอ, น้ำจิ้มสุกี้ชาบูหมูกระทะ, น้ำจิ้มแจ่วอีสาน, น้ำจิ้มซีฟู้ดส์ และสังขยาใบเตย โดยกระทรวงพาณิชย์มอบให้แก่ผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูป ที่มีรสชาติไทยแท้ ใช้วัตถุดิบจากแหล่งท้องถิ่นเกิน 80% ผ่านกระบวนการผลิตและขั้นตอนของการปรุงอาหารมาตรฐานระดับสากล

อีกหนึ่ง ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ สามารถดำเนินการได้เป็นรายแรกของภูมิภาคเอเชีย คือ ‘ไข่สดปลอดสาร Cage Free’ แบรนด์ U FARM’ ได้รับคัดเลือกเป็นผลิตภัณฑ์แนะนำ “อาหารช่วยลดโลกร้อน” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลาก “คาร์บอนนิวทรัล” (Carbon Neutral Product) ปลอดคาร์บอน จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษที่ใช้วัสดุรีไซเคิล 100%

พบกับบูธซีพีเอฟ ได้ที่หมายเลข 2-U01 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 ศูนย์การค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งเปิดให้คู่ค้าและพันธมิตรด้านอาหารจากทั่วโลกร่วมเจรจาธุรกิจตั้งแต่วันที่ 28 -31 พฤษภาคม 2567 เวลา 10.00-18.00 น. และเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมและเลือกซื้อสินค้าคุณภาพในราคาพิเศษ ในวันที่ 1 มิถุนายน 2567 เวลา 10.00-20.00 น.

SET in the City 2024 อีเว้นท์การลงทุนที่ครบที่สุดแห่งปี“หาโอกาสในตลาดหุ้น สร้างพอร์ตลงทุนให้เติบโต”

0

?อยากสร้างพอร์ตให้เติบโต พลาดไม่ได้!
กับงาน SET in the City 2024 อีเว้นท์การลงทุนที่ครบที่สุดแห่งปี
“หาโอกาสในตลาดหุ้น สร้างพอร์ตลงทุนให้เติบโต”
? คลิกลงทะเบียนล่วงหน้า https://setga.page.link/BMSx
รับฟรี❗กระเป๋า #investnow
?ไม่ว่าจะเป็น “มือใหม่” ที่อยากเริ่มต้นลงทุน หรือเป็น “มือเก๋า” ที่กำลังมองหาทางเลือกใหม่ ๆ มาเสริมพอร์ต หรือเปิดมุมมองการลงทุน
? 15-16 มิถุนายน 2567
เวลา 10.00-19.00 น.
สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์
อัปเดตเทรนด์ลงทุน จากผู้เชี่ยวชาญ แบบจัดเต็ม!
✅ หลากหลายทางเลือกการลงทุน ทั้งหุ้นไทย หุ้นนอก กองทุนรวม TFEX
และ Token Digital
✅ 50 สัมมนา เวิร์กชอปการลงทุน แบบเจาะลึกตรงประเด็น
✅ 50 วิทยากร กูรูชั้นนำ
✅ 50 บูธ จากโบรกเกอร์ บลจ. และผู้เชี่ยวชาญ
✅ รับคำแนะนำ และวางแผนการลงทุน
✅ เปิดแนวคิดการสร้างพอร์ต พร้อมให้ “มือใหม่” ได้เริ่ม และ “มือเก๋า” ได้เลือก – เริ่มลงทุนทันทีในงาน

บจ. mai รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2567 ยอดขายรวม 5.4 หมื่นล. กำไรสุทธิรวม 4.6 พันล.

0

บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2567 มียอดขายรวม 54,030 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% ต้นทุนขาย และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 6.7% และ 6.4% ตามลำดับเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ บจ. มีความสามารถในการทำกำไรในไตรมาสที่ 1 ปี 2567 ดีขึ้น

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียนใน mai จำนวน 211บริษัท คิดเป็น 96% จากทั้งหมด 220 บริษัท (ไม่รวมบริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC และบริษัทที่ปิดงบไม่ตรงงวด) นำส่งผลการดำเนินงาน โดยไตรมาส 1 ปี 2567 พบ บจ. รายงานกำไรสุทธิจำนวน 157 บริษัท คิดเป็น 73% ของบริษัทที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด

ประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)
ประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)

ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2567 ของ บจ. mai เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มียอดขายรวม 54,030 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% มีต้นทุนขาย 39,077 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% ส่งผลให้มีกำไรขั้นต้น (GP) เพิ่มขึ้น 16.3% และมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 6.4% ส่งผลให้มีกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 5,259 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.2% และมีกำไรสุทธิ 4,607 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.2% อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานสำหรับงวดไตรมาสที่ 1 ปี 2567 ดังกล่าวเป็นผลจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนบางแห่งที่มีผลประกอบการที่โดดเด่น และการมีรายการกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัล

 “บจ.ใน mai โดยภาพรวมมียอดขายเติบโตขึ้น มีความพยายามควบคุมต้นทุน และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ทำให้ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2567 ของ บจ. mai มีผลประกอบการที่ดีขึ้น โดยมีกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มธุรกิจการเงิน กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง กลุ่มทรัพยากร และกลุ่มบริการ ที่มียอดขาย กำไรจากการดำเนินงาน และกำไรสุทธิเติบโต” นายประพันธ์กล่าว

ในส่วนของฐานะทางการเงิน บจ. mai มีสินทรัพย์รวม 346,672 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากสิ้นปี มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) อยู่ที่ 0.78 เท่า ลดลงจากสิ้นปี 2566 ที่เท่ากับ 0.80 เท่า

ปัจจุบันมี บจ.ใน mai 221 บริษัท (ข้อมูล ณ วันที่ 24 พฤษภาคม 2567) ดัชนี mai ปิดที่ระดับ 382.05 จุด มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (market capitalization) อยู่ที่ 389,014 ล้านบาท มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 1,860 ล้านบาทต่อวัน  

ซีพีเอฟ เดินหน้าช่วยคนตัวเล็กต่อเนื่อง เสริมทักษะคู่ค้าธุรกิจ ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตอาหารสู่มาตรฐานสากล

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าส่งเสริมและยกระดับขีดความสามารถคู่ค้าธุรกิจ อย่างต่อเนื่อง จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ Quality Day Together ติดอาวุธเพิ่มทักษะให้คู่ค้าธุรกิจ ที่เป็นผู้จัดหาวัตถุดิบอาหารให้บริษัทฯ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ให้มีแนวปฏิบัติที่ดีในการควบคุมคุณภาพและอาหารปลอดภัยขั้นสูง ตามมาตรฐานสากล และรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคทั่วโลก ช่วยสร้างโอกาสและ ขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการ SMEs ไทยเติบโตสู่เวทีโลก

วิไลลักษณ์ คลอดเพ็ง ผู้บริหารสูงสุด สายงานประกันคุณภาพอาหารกลาง ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพคู่ค้าธุรกิจรายย่อยและกลุ่ม SMEs ซึ่งเป็นต้นทางการผลิตอาหารของซีพีเอฟมีขีดความสามารถสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างโอกาสและความสำเร็จอย่างยั่งยืน โดยในปีนี้ บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับสถาบันมาตรฐานอังกฤษ (BSI) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ Quality Day Together ให้ความรู้แก่คู่ค้าธุรกิจผู้ผลิตวัตถุดิบอาหารในกลุ่มเครื่องปรุงและบรรจุภัณฑ์ ได้เรียนรู้และทำความเข้าใจการประกันคุณภาพ หลักการวิเคราะห์ปัญหาในกระบวนการผลิต ตลอดจนสามารถกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันปัญหาอย่างเป็นระบบตามหลักสากล เพื่อร่วมกันยกระดับการบริหารจัดการกระบวนการผลิตวัตถุดิบอาหารคุณภาพสูงและมีความปลอดภัยสอดคล้องมาตรฐานสากล

“การจัดกิจกรรมเพื่อมุ่งส่งเสริมให้ผู้บริหารและเจ้าของกิจการ SMEs ที่เป็นคู่ค้าธุรกิจ เห็นความสำคัญและพร้อมที่จะร่วมเดินเคียงคู่กับซีพีเอฟในการยกระดับมาตรฐานการผลิตและส่งมอบวัตถุดิบอาหารที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ทั้งมิติคุณภาพสินค้า และมิติความยั่งยืน ด้วยแนวคิด “สินค้าดี ย่อมมาจากวัตถุดิบที่ดี” เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นเลิศด้านอาหารแบะเติบโตไปด้วยกัน” นางวิไลลักษณ์กล่าว

ทั้งนี้ เพื่อยกย่องความสำเร็จของคู่ค้าธุรกิจ ซีพีเอฟได้มอบรางวัล Supplier Quality Engagement Awards 2023 เพื่อยกย่องคู่ค้า 3 ราย ได้แก่ บริษัท เอ็กซ์เซลแพ็คเกจจิ้ง จำกัด บริษัท เอ็ม พี ฟู้ด โปรดักชั่น จำกัด และ บริษัท ซีพี เฟรช จำกัด เป็นต้นแบบคู่ค้า SMEs ที่นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพวัตถุดิบจนสามารถส่งมอบสินค้าได้ตรงตามเกณฑ์มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้มอบรางวัลเพื่อแสดงความขอบคุณและสร้างแรงจูงใจให้กับคู่ค้า SMEs ที่ทุ่มเทและให้ความร่วมมือในการปรับปรุงพัฒนากระบวนการผลิตอย่างจริงจัง

ชัยทวี สมัญญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชัยเจริญ เฟรช จำกัด กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในวันนี้ เป็นประโยชน์กับคู่ค้ารายย่อยมี ในฐานะเป็นผู้ผลิตและจัดหาผักสดให้ซีพีเอฟที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความสด คุณภาพและความปลอดภัยจากสารตกค้างต่างๆ ช่วยให้ทีมงานของบริษัทนำความรู้ที่ได้ไปปรับปรุงการดำเนินงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานของซีพีเอฟ

ชัยทวี สมัญญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชัยเจริญ เฟรช จำกัด กล่าวว่า กิจกรรม Quality Together Day เป็นประโยชน์มากสำหรับผู้ผลิตผักสดที่ต้องใส่ใจเรื่องคุณภาพ และความปลอดภัย ปลอดสาร ช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็กมีแนวปฏิบัติที่ดีในการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน สามารถส่งมอบสินค้าที่ตรงตามความต้องการของซีพีเอฟ

ไพศาล สมศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยิ่งไพศาลการเกษตร จำกัด กล่าวเสริมว่า ซีพีเอฟช่วยเหลือให้คู่ค้าที่เป็นเกษตรกรได้รับความรู้ด้านระบบมาตรฐานการผลิตระดับสากล และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในการผลิตและจัดหาสินค้าทางการเกษตรที่สด สะอาด ปลอดภัย ปลอดสาร ที่สำคัญช่วยลดปริมาณการสูญเสียจากสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ

ปฐวี มาไพศาลสิน ผู้จัดการฝ่ายประกันคุณภาพ บริษัท เอ็ม พี ฟู้ด โปรดักชั่น จำกัด กล่าวเพิ่มว่า ความรู้ที่ได้รับจากผู้เชี่ยวชาญช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้ผู้ผลิตวัตถุดิบอาหารขนาดกลางมีหลักการในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างตรงจุด และสามารถปรับปรุงพัฒนาให้สินค้าตรงตามที่ลูกค้าต้องการอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุน และมีรายได้เพิ่มขึ้น

Quality Together Day จัดขึ้นภายใต้ โครงการ “PARTNER TO GROW…เติบโต เคียงข้าง อย่างยั่งยืน” ที่ดำเนินขึ้นต่อเนื่องปีที่ 2 เพื่อร่วมกันพัฒนาคู่ค้าธุรกิจ ครอบคลุมทั้งธุรกิจ SMEs ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ได้มีขีดความสามารถทางการแข่งขันสูงขึ้น ดำเนินธุรกิจอย่างเป็นเลิศ มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับนโยบายด้านการจัดหาอย่างยั่งยืนของซีพีเอฟ หนุนธุรกิจเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน .

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก้าวสู่ปีที่ 50 ร่วมสร้างอนาคต เพื่อโอกาสของทุกคน

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก้าวสู่ปีที่ 50 ของการดำเนินงาน กำหนดแนวคิด Make it “Work” for Every Future – ร่วมสร้างอนาคต เพื่อโอกาสของทุกคน มุ่งเน้นเดินหน้าสู่เป้าหมายอนาคต ในการยกระดับสู่ตลาดหลักทรัพย์ภูมิภาค โดยขยายโอกาสระดมทุนสนับสนุนธุรกิจทุกขนาดจากทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่ บริษัทต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจในไทย SMEs Startups โดยเน้นสร้างศักยภาพในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ (New Economy) ต่อยอดจากจุดแข็งเดิมของประเทศ พร้อมพัฒนาตลาดทุนแบบดิจิทัลเข้ามาเสริมตลาดทุนดั้งเดิมที่มีความเข้มแข็งในปัจจุบัน นอกจากนี้ จะเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานและการกำกับดูแล และสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้วยเทคโนโลยี AI ขับเคลื่อนความยั่งยืนทุกมิติ นำไปสู่การขับเคลื่อนประเทศอย่างแข็งแกร่ง พร้อมสร้างสมดุลสิ่งแวดล้อมและอนาคตของสังคมไทยอย่างยั่งยืน

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ เริ่มเปิดให้มีการซื้อขายครั้งแรกในปี พ.ศ. 2518 และก้าวสู่ปีที่ 50 ของการดำเนินงานในปีนี้ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งพัฒนาตลาดทุนไทยให้เป็นตลาดทุนแห่งอนาคตที่สนับสนุนผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม โดยกำหนดแนวคิดสำหรับการก้าวสู่ปีที่ 50 ว่า Make it “Work” for Every Future – ร่วมสร้างอนาคต เพื่อโอกาสของทุกคน ทั้งการสร้างสรรค์สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์เป้าหมายอนาคตของผู้ออมและผู้ลงทุน เป็นกลไกให้ภาคธุรกิจเข้าถึงโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว นำไปสู่การขับเคลื่อนประเทศอย่างแข็งแกร่ง พร้อมสร้างสมดุลสิ่งแวดล้อม และอนาคตของสังคมไทยอย่างยั่งยืน

“มองไปในอนาคต ตลาดทุนจะยังพบความเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องทั้งจากปัจจัยภายในและนอกประเทศ ความต้องการของภาคธุรกิจและผู้ลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป การแข่งขันที่เข้มข้น ตลอดจนเทคโนโลยีที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าสร้างอนาคต เพื่อโอกาสของทุกคน โดยมองบทบาทที่จะเปลี่ยนไปและมุ่งสู่เป้าหมายอนาคต ใน 5 ด้าน 1) ยกระดับสู่ตลาดหลักทรัพย์ภูมิภาค ทั้งในด้านการเป็นแหล่งระดมทุนของบริษัทในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการเพิ่มเติมทางเลือกการลงทุนต่างประเทศผ่านกลไกตลาดทุนไทย 2) ขยายโอกาสการระดมทุน ให้บริษัททุกขนาดในภูมิภาค โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายทั้งบริษัทขนาดใหญ่ รวมถึงธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่ (Mega Family Business) บริษัทต่างชาติที่มีการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย บริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ (New Economy) และ SMEs Startups พร้อมส่งเสริมการพัฒนา Data Platform สำหรับบริษัทจดทะเบียน เพื่อสร้างฐานข้อมูลที่มีคุณภาพ (Data Pools) นำมาต่อยอดเป็นข้อมูลเชิงวิเคราะห์ (Data Analytics) อาทิ Industry Highlights สำหรับเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ และพันธมิตร 3) พัฒนาตลาดทุนแบบดิจิทัลเข้ามาเสริมตลาดทุนดั้งเดิมที่มีความเข้มแข็งในปัจจุบัน เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ระดมทุนและผู้ลงทุนยุคใหม่ 4) เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานและการกำกับดูแล และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนที่แข็งแกร่ง โดยพิจารณาในการนำเทคโนโลยี AI และ Generative AI เข้ามาช่วยพัฒนางานในหลายด้านเพิ่มขึ้น เช่น ระบบกำกับดูแลการซื้อขายและบริษัทจดทะเบียน ระบบช่วยนักวิเคราะห์ในการจัดทำบทวิเคราะห์หลักทรัพย์โดยเฉพาะขนาดกลางและขนาดเล็ก ระบบแปลเนื้อหาข้อมูลบริษัทจดทะเบียน หรือความรู้ด้านการลงทุนสำหรับผู้ลงทุนต่างชาติ รวมทั้งแนะนำบริการด้านต่าง ๆ ตามโจทย์พฤติกรรมผู้ลงทุน (Personalization) เป็นต้น และ 5) ขับเคลื่อนความยั่งยืน (Sustainability) ในทุกมิติ โดยมุ่งเน้นการเตรียม

บริษัทจดทะเบียน ผู้ลงทุน และบุคลากรตลาดทุน ให้พร้อมรองรับความท้าทายและโอกาสจากประเด็นความยั่งยืน และพัฒนาการของกฎเกณฑ์กำกับใหม่ ๆ อาทิ วิกฤตสภาพภูมิอากาศ (Climate Crisis) ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) และสิทธิมนุษยชน (Human Rights)” นายภากรกล่าว

ตลอด 5 ทศวรรษ ตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนาธุรกิจและตลาดทุนต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยเป็นแพลตฟอร์มเพื่อการระดมทุนสำหรับธุรกิจทุกขนาดทั้งในภาวะปกติและวิกฤต ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนกว่า 850 บริษัท มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมกว่า 17.4 ล้านล้านบาท จำนวนผู้ลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องล่าสุดที่กว่า 5.8 ล้านบัญชี และพัฒนาสินค้าบริการเพื่อตอบโจทย์ผู้ลงทุนทุกกลุ่ม รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงต่างประเทศในหลากหลายรูปแบบ อาทิ DR DRx ETF DW ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายตัวของตลาด และสนับสนุนการทำงานของอุตสาหกรรมตลาดทุน ซึ่งรวมถึงการมีแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล ควบคู่การนำ ESG เป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ และขับเคลื่อนตลาดทุนในมิติต่างๆ การให้ความรู้การเงินการลงทุน ดูแลสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมภาคสังคมให้เติบโตไปพร้อมกัน โดยปัจจุบัน บริษัทจดทะเบียนไทยเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนระดับสากล

ทั้งนี้ ระหว่างปี 2567-2568 ภายใต้วาระตลาดหลักทรัพย์ฯ ก้าวสู่ปีที่ 50 จะมีการจัดกิจกรรมถ่ายทอดพัฒนาการตลาดหลักทรัพย์ฯ อาทิ นิทรรศการ 50 ปี ตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ห้องสมุดมารวย หนังสือ 50 ปี “5 Decades of SET” และจัดทำซีรีส์สื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมทั้งส่งเสริม ESG ทั้งด้านการขับเคลื่อนภาคเอกชนสู่การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้านสังคมที่มีการดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยสนับสนุนรถพยาบาลแก่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เด็กและเยาวชนด้วย Financial Literacy และส่งเสริมสุขภาวะประชาชนผ่านกีฬาเทเบิลเทนนิส และด้านการส่งเสริม CG ภาคธุรกิจ การประกวดงานวิจัยด้าน ESG ที่จะมีขึ้นในปีนี้ รวมทั้งการจัดทำหนังสือเกี่ยวกับกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

เมืองไทยประกันชีวิต ยกทีมตัวแทนประกันเข้ารับรางวัล “ตัวแทนยอดเยี่ยมแห่งชาติ (National Agent Awards)” ครั้งที่ 24

0

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมแสดงความยินดีกับตัวแทนยอดเยี่ยม ในโอกาสคว้ารางวัล “ตัวแทนยอดเยี่ยมแห่งชาติ (National Agent Awards) ครั้งที่ 24 ประจำปี 2567” จัดขึ้นโดยสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน (THAIFA) ภายใต้ธีม “Gateway To Success” โดยมีตัวแทนประกันชีวิตของเมืองไทยประกันชีวิต ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ จำนวน 33 รางวัล ซึ่งคุณวุฒิดังกล่าวถือเป็นความภาคภูมิใจ ในการสร้างผลงานที่มีมาตรฐาน พร้อมยกระดับให้ฝ่ายขายประสบความสำเร็จในอาชีพ ตามนโยบายหลักของบริษัทฯ ที่พร้อมอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป โดยมีนายศรายุธ ทินกร ณ อยุธยา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส และคณะผู้บริหาร ร่วมแสดงความยินดี โดยงานดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ ถ.อรุณอัมรินทร์ กรุงเทพฯ

ลงทุนเปลี่ยนชีวิต

0

“สุกฤต ศรีเอี่ยม“ หนึ่งในคนที่เคยมีชีวิตติดลบ เป็นหนี้จากการพนัน แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาพบชีวิตใหม่ คือการได้รู้จักการลงทุน และค้นพบว่าการลงทุนเป็นเรื่องใกล้ตัว ไม่รวยก็ลงทุนได้ เพียงตั้งใจเรียนรู้

จุดเปลี่ยนในชีวิตของคุณสุกฤต มีอะไรให้เราได้เรียนรู้บ้าง ติดตามในคลิปนี้