Home Blog Page 12

AIS สร้าง “ผู้นำด้านจริยธรรม” ทั่วประเทศ ขับเคลื่อนความโปร่งใสจากนโยบายสู่การปฏิบัติจริง ยกระดับมาตรฐานการทำงาน ตอกย้ำจุดยืนภาคธุรกิจไทย ร่วมแสดงพลังวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569

0

เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชัน ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “โกงได้…แก้ได้”  ที่จัดโดยองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)   เอไอเอส ในฐานะผู้นำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะของประเทศ ยืนยันจุดยืนในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล พร้อมยกระดับการขับเคลื่อนจริยธรรมธุรกิจจากนโยบายสู่การปฏิบัติจริง ผ่านกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ “Train the Trainer: สื่อสารจริยธรรมผ่านผู้นำ สร้างมาตรฐานจริยธรรมในหน้างาน” พัฒนาผู้นำทุกหน่วยธุรกิจทั่วประเทศให้เป็น “ผู้นำด้านจริยธรรม” ถ่ายทอดมาตรฐานการทำงานที่ถูกต้องสู่พนักงานทุกระดับ ลดความเสี่ยงด้านการทุจริต และร่วมยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสของภาคธุรกิจไทยอย่างยั่งยืน

          นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า “การต่อต้านคอร์รัปชันไม่ควรหยุดอยู่เพียงการประกาศนโยบาย แต่ต้องทำให้จริยธรรมเป็นส่วนหนึ่งของการคิด การตัดสินใจ และการทำงานในทุกวัน เอไอเอสจึงเสริมศักยภาพบุคลากรจากทุกหน่วยธุรกิจทั่วประเทศให้เป็นผู้นำด้านจริยธรรม ทำหน้าที่ถ่ายทอดมาตรฐานการทำงานที่ถูกต้องไปสู่พนักงานในทุกพื้นที่ เพื่อให้หลักธรรมาภิบาลเกิดขึ้นจริงในทุกกระบวนการ และต่อยอดไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตร และผู้มีส่วนได้เสีย เราเชื่อว่าการเริ่มต้นจากบุคลากรภายในที่เข้มแข็ง จะเป็นอีกพลังสำคัญในการร่วมยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสของภาคธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

กิจกรรมดังกล่าวดำเนินงานโดยคณะทำงานจริยธรรมธุรกิจ มุ่งพัฒนาหัวหน้างานให้มีทั้งความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการสื่อสารเรื่องจริยธรรม สามารถเชื่อมโยงหลักปฏิบัติเข้ากับสถานการณ์จริงในหน้างาน และถ่ายทอดไปยังทีมงานในแต่ละพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง เพื่อสร้างมาตรฐานการคิดและตัดสินใจบนพื้นฐานของความถูกต้อง พร้อมผลักดันให้การกำกับดูแลกิจการ
ที่ดีเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในทุกระดับขององค์กร

            นอกเหนือจากการพัฒนาบุคลากรภายในองค์กร เอไอเอสยังร่วมขับเคลื่อนสังคมโปร่งใสผ่านความร่วมมือกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) อย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและจริยธรรม ผ่านแนวทาง “3 ถ้า…ยากันภัย” เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยพนักงานไตร่ตรองก่อนตัดสินใจ ได้แก่ ถ้าทำแล้วเกิดความเสียหายต่อบริษัทหรือไม่ ถ้าคนอื่นรู้จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของตนเองหรือไม่ และถ้าทำแล้วจะรู้สึกกังวลใจภายหลังหรือไม่ เพื่อให้ทุกการตัดสินใจตั้งอยู่บนความถูกต้อง ความรับผิดชอบ และจริยธรรมทางธุรกิจ

            สำหรับเอไอเอส การต่อต้านคอร์รัปชันไม่ใช่เพียงกิจกรรมในโอกาสพิเศษ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรและแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ยึดมั่นตามประมวลจริยธรรมธุรกิจอย่างเคร่งครัด ในฐานะองค์กรชั้นนำของประเทศ เอไอเอสพร้อมส่งต่อมาตรฐานและแนวปฏิบัติด้านจริยธรรมสู่คู่ค้า พันธมิตร และเครือข่ายทางธุรกิจ เพื่อร่วมสร้างภาคธุรกิจไทยที่โปร่งใส น่าเชื่อถือ และเติบโตอย่างยั่งยืน

พันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ครั้งที่ 2/2569 เปิดจอง 7-9 ก.ย. นี้

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชวนผู้ลงทุนจองซื้อพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ครั้งที่ 2/2569 ด้วยบัญชีหุ้นไทย ผ่านระบบ Bond Connect ในวงเงินรวม 2,000 ล้านบาท ให้เลือกลงทุนได้ตามเป้าหมายคือ รุ่นอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.8% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.8% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยสม่ำเสมอ
ทุก 3 เดือน เริ่มต้นลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินซื้อสูงสุด และจัดสรรแบบ “Small Lot First”  โดยจะกระจายสิทธิจัดสรรเป็นรอบ ให้ผู้จองซื้อครั้งละ 1,000 บาท เวียนจนครบผู้จองทุกราย เพื่อให้ได้รับโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินออมอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน

ออมมั่นคง ลงทุนมั่นใจ กับ พันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” เปิดให้ผู้ลงทุนสามารถจองซื้อได้พร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ของวันที่ 7 กันยายน 2569 จนถึงเวลา 15.00 น. ของวันที่ 9 กันยายน 2569  ผ่านบัญชีหลักทรัพย์กับผู้จัดจำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการ 24 ราย ทั้งช่องทางดิจิทัลและสาขา (6 ธนาคารพาณิชย์ และ 18 บริษัทหลักทรัพย์) รวมถึงแอปพลิเคชัน Streaming และจะมีการจัดสรรในวันที่ 10 กันยายน  2569 ติดตามข้อมูล www.set.or.th/bond และดูช่องทางผู้จัดจำหน่าย ได้ที่ www.setinvestnow.com/th/bondconnect-selling-agent

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมแสดงพลังวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569

0

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ พร้อมผู้บริหารและพนักงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมแสดงพลังในวาระ “วันต่อต้านคอร์รัปชันประจำปี 2569”  สอดรับวิสัยทัศน์ตลาดหลักทรัพย์ฯ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” เส้นทางแห่งความเชื่อมั่นสู่โอกาสของทุกคน โดยเป็นองค์กรที่ต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน มุ่งเน้นการดำเนินงานโดยยึดหลักบรรษัทภิบาลที่ดี รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุนให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน

ติดอาวุธนักลงทุนด้วย AI

0

แฟนๆ คอลัมน์ “รู้เก็บรู้ออม” คงได้ยินคำว่า AI หรือปัญญาประดิษฐ์กันจนคุ้นหู บางคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว หรือเป็นเรื่องของคนรุ่นใหม่  แต่หากมองกลับมาที่ตัวเอง คงต้องตั้งคำถามว่า เราจะตามทันโลกที่หมุนเร็วมั้ย ขนาดสถาบันการเงินใหญ่ๆ เค้ามีการใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลกันมานานแล้ว นักลงทุนรายย่อยอย่างเราๆ ถ้ายังยืนอยู่จุดเดิม ใช้วิธีเดิมๆ บวกสัญชาตญาณลงทุนตัดสินใจซื้อขายหุ้นต่อไปจะไหวหรือไม่ ยิ่งข้อมูลในตลาดยิ่งเยอะ เราก็ยิ่งจำเป็นต้องมีตัวช่วยที่ประมวลผลได้เร็วกว่าเพื่อช่วยในการตัดสินใจลงทุนสะดวกและแม่นยำขึ้น

ข่าวดี คือ ตอนนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จับมือกับสมาคมนักลงทุนประเทศไทย เปิดตัวโครงการ “AI for Investors: ติดอาวุธนักลงทุนด้วย AI” ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อยกระดับทักษะนักลงทุนไทยให้ใช้ AI เป็นตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงขั้นวิเคราะห์และบริหารพอร์ตได้จริง

งานนี้จัดเต็มเนื้อหาตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงระดับมืออาชีพ เหมาะมากสำหรับคนที่ยังไม่เคยใช้ AI มาก่อน โดยวิทยากรและนักลงทุนระดับแนวหน้าจะมาช่วยย่อยเรื่องยากๆ ให้เข้าใจง่าย ครอบคลุมตั้งแต่ Introduction to AI for Investing การใช้ AI เพื่อการลงทุนเบื้องต้น, การสร้าง AI Assistant เป็นผู้ช่วยส่วนตัว, การใช้ AI เป็น Investment Copilot ช่วยวิเคราะห์กราฟและข้อมูล ไปจนถึง AI-Driven Analysis ใช้ AI Skill ช่วยวิเคราะห์หุ้นและงบการเงิน รวมถึงการบริหารพอร์ตด้วย Multi-AI และ AI Automation ,การเริ่มต้นใช้ Claude Code หาข้อมูลและเขียนโปรแกรมวิเคราะห์การลงทุนขั้นสูง และปิดท้ายคอร์สด้วย  Masterclass AI สร้างระบบวิเคราะห์การลงทุนด้วย AI ขั้นสูง

ที่น่าสนใจ คือ ไม่จำเป็นต้องเป็นโปรแกรมเมอร์หรือเซียน AI ก็สามารถเรียนได้ เพราะหลักสูตรนี้ถูกวางตั้งแต่พื้นฐาน แล้วค่อย ๆ ต่อยอดไปสู่การสร้างระบบ AI เพื่อการลงทุน เรียกว่าปูพื้นตั้งแต่ “ใช้ AI เป็น” ไปจนถึง “สร้าง AI มาช่วยงานลงทุน” กันเลยทีเดียว

“AI for Investors: ติดอาวุธนักลงทุนด้วย AI” เป็น Online Series เรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย! สอนโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ออกอากาศทุกวันพฤหัสบดี เวลา 19.00 น. ตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน ถึง 29 ตุลาคม 2569 ผ่านช่อง YouTube “SET Thailand” และ “The Investors – สมาคมนักลงทุนประเทศไทย”

ใครที่อยากเปิดโลกการลงทุนด้วย AI  อย่าพลาดโอกาสการเรียนรู้ครั้งนี้  แต่ “คุณนายพารวาย” อยากฝากไว้ว่า AI เป็นแค่เครื่องมือหรือตัวช่วยประมวลผลข้อมูลที่ดีเท่านั้น เราไม่ควรพึ่งพา AI ให้ตัดสินใจลงทุนแทนเราแบบเต็มร้อยเปอร์เซนต์ แต่ควรรู้วิธีการใช้งาน AI ให้เป็น ควบคู่ไปกับการมีวินัยและการตัดสินใจที่รอบคอบ เพราะสุดท้ายแล้ว คนตัดสินใจลงทุนคือตัวเราเองนะค่ะ

                                                                        คุณนายพารวย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดล็อกเกณฑ์ดึงดูดบริษัท New Economy และต่างประเทศ เข้าจดทะเบียน เสริมแกร่งตลาดทุนไทยสู่ศูนย์กลางการระดมทุนระดับสากล มีผลใช้บังคับ 11 ก.ย. 69

0

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปรับเกณฑ์เข้าจดทะเบียนให้สอดรับบริบทเศรษฐกิจใหม่และเป็นสากล   เปิดกว้างให้บริษัท New Economy ใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ อุตสาหกรรมการต่อยอดทางการแพทย์และสุขภาพ ยานยนต์สมัยใหม่ และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ทั้งในและต่างประเทศ บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI และ EEC รวมถึงบริษัทต่างประเทศชั้นนำ เข้าระดมทุนในตลาดทุนไทยได้มากขึ้น โดยยังคงมาตรฐานด้านคุณภาพ ฐานะการเงิน และการเปิดเผยข้อมูลในระดับเดิม

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา โครงสร้างธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุนไทยแทบไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่อุตสาหกรรม New Economy    กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดและต้องการแหล่งทุนที่เข้าถึงได้จริง การปรับปรุงเกณฑ์รับหลักทรัพย์ในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับตลาดทุนไทยตามแผนกลยุทธ์ 3 ปี (2569-2571) ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” โดยเกณฑ์ใหม่จะเปิดทางให้บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI และ EEC ตลอดจน บริษัทต่างประเทศชั้นนำ เข้าระดมทุนในตลาดทุนไทยได้สะดวกรวดเร็วขึ้น โดยยังคงยึดมาตรฐานด้านคุณภาพไว้เช่นเดิม และที่สำคัญ คือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนไทยได้เติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเหล่านี้ด้วย

ทั้งนี้ เกณฑ์ดังกล่าวผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. แล้ว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2569 โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

  1. ปรับปรุงเกณฑ์คุณสมบัติสำหรับบริษัทใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ (New Economy) เพื่อเพิ่มความน่าสนใจในการระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์ที่มีความเหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ (Special Track) สำหรับบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
  2. ปรับเกณฑ์การเสนอขายหุ้นต่อประชาชนสำหรับบริษัทต่างประเทศที่มีการระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศอยู่แล้ว ให้สามารถใช้เกณฑ์ Secondary Listing ได้ สอดคล้องกับความจำเป็นในการระดมทุนของบริษัทในกลุ่มนี้ โดยยังคงสัดส่วนหุ้นของบริษัทต่างประเทศให้มีปริมาณการซื้อขายและมีสภาพคล่องที่เพียงพอในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งนี้ บริษัทต่างประเทศที่จดทะเบียนอยู่ใน Unrecognized Country1/ ยังคงต้องมีคุณสมบัติอื่น ๆ เช่นเดียวกับบริษัทไทย ทั้งด้านคุณภาพ ฐานะการเงิน ผลประกอบการ รวมถึงการกระจายการถือหุ้นโดยผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) และการเปิดเผยข้อมูลตามเกณฑ์ปัจจุบัน
  3. ปรับปรุงเงื่อนไขการห้ามขายหุ้นภายหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Silent Period) ทั้งด้านสัดส่วนและระยะเวลาของ Silent Period สำหรับทุกบริษัทที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลยิ่งขึ้น โดยยังคงกำหนดให้ผู้ที่มีส่วนร่วมในการบริหาร (Strategic Shareholders) ต้องถือหุ้นในบริษัทต่อเนื่องในระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุน

ดูรายละเอียดเกณฑ์ที่มีการปรับปรุงได้ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ https://www.set.or.th/th/rules-regulations/circulars ภายใต้หัวข้อ “กฎเกณฑ์/การกำกับ” และ “กฎเกณฑ์ – หนังสือเวียนส่วนที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์จดทะเบียน” เรื่อง “การปรับปรุงเกณฑ์เพื่อดึงดูดบริษัทที่มีศักยภาพเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” 

ตามรอยเซียน โดย เจี๊ยบ บางกรวย “องค์จมูกโด่ง ”

0

พระสมเด็จมีหน้ามีตาปากจมูกครบนะเธอ ตังอิ๋วทำให้พระหดตัว หน้าตาเลยเห็นรางๆ แต่ถ้าองค์ไหนตั้งใจกด ก็จะเห็นหน้าตา ชัดเจน ถ้าเจอ แห้งเก่าเป็นธรรมชาติ
ก้อนดำเม็ดแดง ก้อนเทา รอยปริ
รอยเหนอะ อย่าปล่อยให้หลุดมือ
แบบนี้เรียกสวยสุด แพงสุดๆ

มาดูพระสมเด็จวัดระฆังทรงเจดีย์ “องค์จมูกโด่ง”วันนี้หน้าตาครบ จมูกโด่งมาก หล่อเหมือนฝรั่งเลย
แจ่มจัด เนื้อขาวอมเหลือง แห้งสนิท ฝ้าปูนคราบแป้ง อยู่ครบ รอยเหนอะ รอยแยกของผิวพระ บอกถึงองค์นี้คนกดพิมพ์ตั้งใจมาก ทำให้เห็นหน้าตาชัดแจ๋ว
หลังมีรอยบาด ริ้วรอยยุบแยก
ฝ้าปูนย์ขาว แบบนี้เรียกหลังสังขยา พระองค์นี้เก็บดีผิวหิ้งไม่เคยใช้มาก่อนเก่าเก็บ
เจอแบบนี้ได้ที่สุดของพระสมเด็จแล้วเธอ

“พระอาจารย์สอนเซียนเจี๊ยบบอกต่อ” หวานเจี๊ยบนะจ๊ะเธอ

เจี๊ยบบางกรวยเดินตามรอยพระอาจารย์ 087 0030897

เมืองไทยประกันชีวิต คว้า 3 รางวัลสูงสุดในภาคอุตสาหกรรมประกันชีวิต จากสำนักงาน คปภ. สะท้อนบริหารงานดีเด่นและใส่ใจความยั่งยืนทุกมิติ

0

เมืองไทยประกันชีวิต คว้ารางวัลสูงสุดภาคอุตสาหกรรมประกันชีวิต ขึ้นรับ 3 รางวัลใหญ่ จากสำนักงาน คปภ. “รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่น อันดับ 1” “รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น” และ “รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่สร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีประกันภัยดีเด่น” ตอกย้ำถึงความโดดเด่นขององค์กรรอบด้าน ทั้งการบริหารงานที่มุ่งสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ และความมุ่งมั่นในการสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงประกันภัยได้ รวมถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างแท้จริง จากพิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2569

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำโดย นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ดร.สุธี โมกขะเวส กรรมการผู้จัดการ เข้ารับ 3 รางวัลเกียรติยศ ที่สุดแห่งความภาคภูมิใจ ประจำปี 2568 ประกอบด้วย“รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่น อันดับ 1” ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของภาคธุรกิจประกันชีวิต  “รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น” และ “รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่สร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีประกันภัยดีเด่น” จากพิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2569  (Prime  Minister’s  Insurance  Awards 2026 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยมีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานในพิธีเป็นผู้มอบ พร้อมด้วยนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย  (คปภ.) ร่วมแสดงความยินดี งานจัดขึ้น   ณ ห้องบางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ บีทู โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์

โดย “รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่น อันดับ 1” ถือเป็นรางวัลสูงที่สุดในภาคอุตสาหกรรมประกันชีวิต ที่สำนักงาน คปภ. มอบให้แก่บริษัทที่มีผลงานการบริหารดีเด่นและมีความแข็งแกร่งรอบด้านและครบถ้วนในทุกมิติ ให้สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ เพื่อตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ด้วยการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง รวมถึงความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิตในการก้าวข้ามบทบาทของธุรกิจประกันชีวิต สู่การเป็น Life & Health Partner ที่อยู่เคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงของชีวิต ผ่านการพัฒนานวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ บริการ และการสร้าง Longevity Ecosystem  พร้อมมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านประกันชีวิต ความคุ้มครองสุขภาพ และบริการด้านต่าง ๆ ตลอดจนช่องทางจำหน่ายที่หลากหลาย รวมถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้อมการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นองค์กรที่โดดเด่นด้วยการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน  เดินหน้าควบคู่ไปกับนโยบายด้าน ESG  สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างผลกระทบเชิงบวกในมิติด้านสิ่งแวดล้อม มิติด้านสังคม  มิติด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ

สำหรับ “รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น ประจำปี 2568” ได้รับ จากความมุ่งมั่นในการสร้างการเข้าถึงได้ของประกันชีวิตให้กับทุก ๆ คนในสังคม (Democratizing Insurance)  เพื่อเป็นส่วนช่วยให้ทุกคน ได้มีความอุ่นใจ มีหลักประกันที่มั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน พร้อมมีส่วนร่วมในการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชน  การพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยเพื่อประชาชน การส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนมีการทำกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชน  การส่งเสริมสนับสนุนให้มีการขยายช่องทางการจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชน  การส่งเสริมการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ กรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชน  และส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้า ด้านการจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชน  ซึ่งบริษัทฯ ได้ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจที่หลากหลาย ช่วยขยายช่องทางเพิ่มโอกาสให้กับประชาชนได้เข้าถึงประกันภัยมากยิ่งขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง 

นอกจากนี้ เมืองไทยประกันชีวิต ยังสามารถคว้า “รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่สร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีประกันภัยดีเด่น ประจำปี 2568” แสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นด้านนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ของบริษัทฯ ในการมุ่งมั่นคิดค้น พัฒนา นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงส่งเสริมให้การนำระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในกระบวนการทำงาน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน ทุกไลฟ์สไตล์ และสอดรับโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ในโอกาสนี้ ตัวแทนของบริษัทฯ ยังได้รับ “รางวัลตัวแทนประกันชีวิตคุณภาพดีเด่น ประจำปี 2568” ประกอบด้วย นางสาวณัฐรินทร์ เลิศธิติสรณ์ และนางสาววิรัญญา มีศิริ สุดยอดตัวแทนที่มีผลงานโดดเด่น ทั้งในด้านผลงานการขาย การเข้าอบรม และทำกิจกรรมได้ตามเงื่อนไขที่ คปภ. กำหนดไว้ได้อย่างครบถ้วน รวมถึงการปฏิบัติอยู่ในกรอบมาตรฐานจรรยาบรรณของวิชาชีพ และกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับของ คปภ. อย่างเคร่งครัด  นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของบริษัทฯ สะท้อนถึงความโดดเด่นในด้านการพัฒนาคุณภาพตัวแทน ในการเป็นที่ปรึกษาด้านประกันชีวิตที่พร้อมดูแล และคอยเคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงจังหวะของชีวิตได้เป็นอย่างดี.

‘CORRUPTOPIA’ มหานครคอร์รัปชัน Exhibition & Forum พบกับนิทรรศการและวงเสวนาที่จะชวนทุกคนสำรวจผลกระทบของการทุจริตคอร์รัปชันที่แฝงอยู่ในชีวิตประจำวันและได้ละเมิดสิทธิที่พึงได้พึงมีของเราไปโดยที่เราไม่รู้ตัว จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

0

ยินดีต้อนรับสู่ ‘CORRUPTOPIA’  มหานครคอร์รัปชัน Exhibition & Forum ที่จะพาคุณไปรู้จักเมืองจำลองที่การทุจริตคอร์รัปชันกลายเป็นเรื่องปกติ จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
.

‘CORRUPTOPIA’ มหานครคอร์รัปชัน มีคำขวัญประจำเมืองว่า “อยู่ให้เป็น เห็นจนชิน อยู่กินกับคอร์รัปชัน” จน “ประชาชน” ยอมจำนนกลายเป็นพลเมือง “ประชาชิน”

.

พบกับนิทรรศการและวงเสวนาที่จะชวนทุกคนสำรวจผลกระทบของการทุจริตคอร์รัปชันที่แฝงอยู่ในชีวิตประจำวันและได้ละเมิดสิทธิที่พึงได้พึงมีของเราไปโดยที่เราไม่รู้ตัว

.

🔖Exhibition | CORRUPTOPIA : มหานครคอร์รัปชัน นิทรรศการเชิงประสบการณ์ที่จะพาคุณไปพบกับ 6 จุดเช็กอิน เพื่อสัมผัสกับการทุจริตคอร์รัปชันที่แฝงตัวอยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น ถนนเจ็ดชั่วโคตรที่สร้างไม่เคยเสร็จ พิ ‘พิษ’ ภัณฑ์ที่จัดแสดงขยะพิษนำเข้าจากต่างถิ่น  ไปจนถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เสกความสำเร็จให้ได้ถ้าติดสินบน และรู้จักกับเหล่าประชาชินที่เรื่องราวชีวิตของพวกเขาอาจใกล้กับชีวิตของพวกเรา 

📅 15-27 กันยายน 2569

⏰ 10.00-20.00 น.

📍ห้องนิทรรศการ ชั้น 3 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

🚶🏻‍♀️‍➡️Panel Discussion | Corruption Syndrome 

พบกับ Special Keynote และ 2 Sessions พิเศษ ชวนถอดรหัส “คอร์รัปชันซินโดรม” สำรวจอาการป่วยของประเทศไทย ราคาที่คนพูดความจริงต้องจ่าย และจุดเริ่มต้นของพลังประชาชนที่ไม่ยอมชินกับคอร์รัปชัน

🔹 Keynote Address : “คอร์รัปชันซินโดรม” ประเทศไทยป่วยขั้นไหน ? 

โดย คุณบรรยง พงษ์พานิช กรรมการและกรรมการบริหาร องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

🔹 Session 1 : เปิดโปงแล้วใครปกป้อง ? เมื่อคนพูดความจริงมีราคาที่ต้องเจ็บ-ต้องจ่าย

โดย 

1.คุณพัสนีย์ พูลสุข ผู้รวบรวมหลักฐานและเปิดโปงขบวนการทุจริตยา โรงพยาบาลทหารผ่านศึก

2.คุณพรทิพย์ โม่งใหญ่ อดีตบรรณาธิการข่าวโต๊ะรายงานพิเศษ สถานีโทรทัศน์เวิร์คพอยท์

3.คุณปรัชญ์ รุจิวนารมย์ ผู้สื่อข่าวอิสระสายข่าวสิ่งแวดล้อม

4.คุณฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (หัวหน้าทีมสุดซอย)

ดำเนินการสนทนาโดย คุณฐปณีย์ เอียดศรีไชย 

.

🔹 Session 2 :  เมื่อประชาชนไม่ยอมชินกับการทุจริตคอร์รัปชัน อีกต่อไป เราจะนับหนึ่งจากตรงไหน?

โดย 

1.ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

2.คุณนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภาและประธานคณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง  

การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค

3.คุณปดิพัทธ์ สันติภาดา (หมออ๋อง) อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 และที่ปรึกษา มูลนิธิคณะก้าวหน้า

4.คุณปริศนา พรหมมา ผู้แทนสภาลมหายใจเชียงใหม่

5.คุณจุมพล ขุนอ่อน รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ดำเนินสนทนาโดย คุณสมภพ รัตนวลี (บก.ติ่ง)

📅 16 กันยายน 2569

⏰ 13.00-17.00 น.

📍 ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

.

ก่อนกลับบ้าน อย่าลืมแวะรับของที่ระลึก “ไม้บรรทัดวัดใจ” ที่จะชวนทุกคนมาเปลี่ยนบรรทัดฐานของสังคม เลิกเป็นประชาชิน และกลับมาเป็นประชาชน

เพราะการเปลี่ยน อาจจะเริ่มจากจุดเล็ก ๆ ที่สำคัญ นั่นคือเมื่อทุกคนเลิกชินกับการทุจริตที่ไม่ควรเป็นเรื่องปกติ

จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 

🌆 CORRUPTOPIA: มหานครคอร์รัปชัน
📅 15–27 กันยายน 2569

⏰ 10.00-20.00 น.

📍 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร | BACC
🎟️ เข้าชมฟรี

73 ปี ธอส. เดินหน้าตอบแทนลูกค้าชูสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ 0.73% สลากออมทรัพย์ ดอกเบี้ย 1.20% ชำระดีมีคืน 0.73%

0

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เดินหน้าตอบแทนลูกค้า สนับสนุนคนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองเพิ่มขึ้น จัดทำโปรโมชันทางการเงินสุดพิเศษ ทั้งสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 0.73% ต่อปี สลากออมทรัพย์ ธอส. 73 ปี Beyond หน่วยละ 1 ล้านบาท ชูจุดเด่นดอกเบี้ยสูง 1.20% ต่อปี รับดอกเบี้ยรายเดือน ลุ้นรางวัลใหญ่ตลอด 2 ปี
พร้อมโปรโมชันบ้านมือสอง ธอส. กับงานประมูลครั้งใหญ่ ขนทรัพย์กว่า 12,000 รายการทั่วประเทศ ลดราคาสูงสุด 50% และโครงการ 73 ปี ธอส. ชำระดีมีคืน มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าที่มีประวัติการผ่อนชำระดีสม่ำเสมอ รวมถึง สิทธิพิเศษเฉพาะสำหรับลูกค้า G H BANK CROWN ร่วมเฉลิมฉลองตลอดเดือนเกิด!

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ในโอกาส ธอส. ดำเนินงานครบรอบ 73 ปี ตอบแทนลูกค้าพร้อมส่งต่อคำขอบคุณ ด้วยการเพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงที่อยู่อาศัยและบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการมากยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “ธอส. 73 ปี Beyond” สะท้อนการก้าวสู่การเป็น “Beyond Housing Bank” มากกว่าการปล่อยกู้ ธอส. คือ เพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน ที่จะดูแลลูกค้าทุกช่วงเวลาของการมีบ้าน ได้จัดทำโปรโมชันทางการเงินตอบแทนลูกค้าครอบคลุมทุกมิติ ประกอบด้วย

  1. สินเชื่อ ธอส. 73 ปี Beyond กับแคมเปญ Worry Free อัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0.73% ต่อปี ฟรีค่าประเมินราคาหลักประกัน – ค่าธรรมเนียมจดจำนอง ช่วยลดภาระและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัย
  2. สลากออมทรัพย์ ธอส. 73 ปี Beyond หน่วยละ 1 ล้านบาท ดอกเบี้ยหน้าสลาก 1.20% ต่อปี รับดอกเบี้ยรายเดือนตลอดอายุสลาก 2 ปี พร้อมโอกาสลุ้นรางวัล 3 ล้านบาททุกเดือน เลือกหมวดได้ด้วยตนเอง เพิ่มโอกาสถูกรางวัล พิเศษ! ลูกค้า 730 รายแรก ที่ซื้อสลากฯ ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป รับฟรี สลากออมทรัพย์ ธอส. ชุดทองกวาวมั่งมี 2 มูลค่า 3,000 บาท
  3. ประมูลบ้านมือสอง ธอส. 73 ปี Beyond วันที่ 19 กันยายน 2569 พบทรัพย์บ้านมือสองคุณภาพดีทำเลศักยภาพทั่วประเทศกว่า 12,000 รายการ ครอบคลุมที่อยู่อาศัยทุกประเภท พร้อมส่วนลดราคาสูงสุด 50% และสินเชื่อดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี เพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยง่ายขึ้น
  4. โครงการ 73 ปี ธอส. ชำระดีมีคืน ตอบแทนลูกค้าให้ได้รับเงินคืน 0.73% ของดอกเบี้ยเงินกู้ที่ชำระในปี 2568 สำหรับลูกค้าสินเชื่อที่กู้เงินมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี ทุกบัญชีเงินกู้ภายใต้หลักประกัน ที่มีประวัติการผ่อนชำระดีสม่ำเสมอ 48 เดือนติดต่อกัน (จนถึงเดือนสิงหาคม 2569) ไม่เคยเป็น NPL ในวัตถุประสงค์การกู้ที่ธนาคารกำหนดโดยเงินที่ได้รับคืนจะนำไปตัดชำระเงินกู้อัตโนมัติในงวดเดือนกันยายน 2569
  5. เงินฝากออมทรัพย์เจ้าสัว อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 1.25% สิทธิพิเศษเฉพาะสำหรับลูกค้า G H BANK CROWN เพียงเปิดบัญชีหรือฝากเพิ่ม รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 500 บาท ตามเงื่อนไขที่กำหนด

“ธอส. 73 ปี Beyond สะท้อนถึงการก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคง โดยใช้จุดแข็งและความเชี่ยวชาญด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย มาต่อยอดด้วยผลิตภัณฑ์ บริการ เทคโนโลยี และแนวทางการดูแลลูกค้าที่ตอบโจทย์ชีวิตคนไทยในทุกช่วงเวลาของการมีบ้าน เพื่อให้ ธอส. เป็นมากกว่าผู้ให้สินเชื่อ โดยเป็นพันธมิตรที่ช่วยสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” ดร.มหัทธนะ กล่าว

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียด เงื่อนไขผลิตภัณฑ์และโปรโมชันต่าง ๆ ภายใต้ ธอส. 73 ปี Beyond และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ G H BANK Call Center โทร.0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ G H BANK Social Media ทุกช่องทาง

จับตาดาวรุ่งสัตว์น้ำไทย “กะพงขาว” โตแรง 6% ปลานิลยังครองแชมป์ 2.7 แสนตัน

0

ผลผลิตสัตว์น้ำโตไม่หยุด ปลานิลครองแชมป์ โตปีละ 3.18% ผลพวงจากการปรับปรุงพันธุ์ เลี้ยงในระบบปิด ควบคุมคุณภาพ แต่รอบนี้ปลากะพงขาวมาแรง ทะลุ 60,000 ตันต่อปี หลังใช้เทคโนโลยีเพาะลูกปลาให้แข็งแรง อยู่รอดในทุกแหล่งน้ำ

หากมองย้อนกลับไปในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2567-2569) จนถึงปัจจุบัน ภาพรวมของภาคการผลิตสัตว์น้ำของไทยมีการเติบโตที่น่าจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดและน้ำกร่อยสายพันธุ์เศรษฐกิจ ที่มีตัวเลขผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน
ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา สัตว์น้ำเศรษฐกิจหลักของไทยมีอัตราการเติบโต ดังนี้

ปลานิล: แชมป์อันดับ 1 สัตว์น้ำจืดไทย ผลผลิตแตะ 2.7 แสนตัน ยังครองตำแหน่งสัตว์น้ำจืดที่มีการเพาะเลี้ยงมากที่สุดในประเทศ โดยผลผลิตไต่ระดับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.18 ต่อปี ปัจจุบัน (พ.ศ. 2569) ประเทศไทยมีฟาร์มผู้เพาะเลี้ยงปลานิลกว่า 330,000 ฟาร์ม และสร้างผลผลิตรวมพุ่งสูงถึงประมาณ 270,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจในระบบสูงกว่า 13,600 ล้านบาท โดยผลผลิตส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 98 ถูกส่งไปตอบสนองการบริโภคที่แข็งแกร่งภายในประเทศ
ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น เกิดจากการยกระดับสายพันธุ์ปลานิลให้ทนโรค โตเร็ว และเนื้อแน่น ประกอบกับเกษตรกรหันมานิยมเลี้ยงปลานิลในกระชังตามแหล่งน้ำไหลและในบ่อดินด้วยระบบปิดอัจฉริยะ (Smart Farming) ที่มีการควบคุมคุณภาพน้ำและการให้อาหารอย่างแม่นยำ ทำให้อัตราการรอดชีวิตของลูกปลาสูงขึ้นอย่างมาก

ปลากะพงขาว: สัตว์น้ำมูลค่าสูงที่พบปรากฏการณ์เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยปลากะพงขาวกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในกลุ่มปลาชายฝั่งและปลาน้ำกร่อยที่มีปริมาณความต้องการซื้อสูงมาก ผลผลิตรวมขยับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจนกลายมาเป็นหนึ่งในปลาที่ทำรายได้หลักของเกษตรกรยุคใหม่ มีมูลค่าแต่ละปีประมาณ 60,000 ล้านบาท
ในปี 2567 พบว่าผลผลิตปลากะพงขาวเท่ากับ 59,407 ตัน ปี 2568 ผลผลิต 61,631 ตัน เพิ่มขึ้น 3.7 % และปี 2569 ณ ปัจจุบัน ผลผลิต 65,330 ตัน เพิ่มขึ้น 6 %
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลผลิตปลากะพงขาวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด มาจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเลี้ยงของเกษตรกร โดยหันมาทำ “การเลี้ยงร่วมระบบกึ่งธรรมชาติ” เช่น การปล่อยปลากะพงขาวเลี้ยงร่วมกับปลานิลในบ่อดิน เพื่อให้ลูกปลานิลกลายเป็นอาหารธรรมชาติช่วยลดต้นทุนค่าอาหารเม็ด นอกจากนี้ภาครัฐและเอกชนยังส่งเสริมเทคโนโลยีการเพาะพันธุ์ลูกปลาที่ได้มาตรฐาน ทำให้ได้ลูกปลาที่แข็งแรง สามารถกระจายไปเลี้ยงได้ในหลายพื้นที่ แม้กระทั่งในพื้นที่น้ำเค็มเกลือสินเธาว์ในภาคอีสานก็สามารถทำผลผลิตได้ดีเช่นกัน