Home Blog Page 101

AIS พร้อมร่วมมือ กสทช.และ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ใช้เทคโนโลยี Location Base SMS – LBS แจ้งเตือนปชช.ในพื้นที่เสี่ยงภัย

0

AIS เดินหน้าทำงานร่วมกับ กสทช. และ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. นำเทคโนโลยี Location Base SMS – LBS ส่งแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยแบบเจาะจง ถึงระดับตำบล/หมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยได้อย่างทันท่วงที และตรงจุด โดยข้อความ SMS จะใช้ชื่อผู้ส่งคือ “DDPM” ซึ่งย่อมาจาก Department of Disaster Prevention and Mitigation หรือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่ง SMS ที่ส่งแจ้งเตือนประชาชนจะได้รับยืนยันความถูกต้องของข้อมูล จากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะหน่วยงานเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ ก่อนส่ง SMS แบบเจาะจงพื้นที่ไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยทุกครั้ง ย้ำ! ระวังมิจฉาชีพแอบอ้าง ทั้งนี้จะไม่มีการแนบลิ้งค์ใน SMS ให้กดเพื่อกรอกข้อมูลส่วนบุคคลแต่อย่างใด

นายวรุณเทพ วัชราภรณ์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า “ในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัลเรามีความมุ่งมั่นตั้งใจในการนำศักยภาพของโครงข่ายอัจฉริยะมาสร้างประโยชน์ให้กับคนไทย โดยจากการทำงานร่วมกับ กสทช. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ในครั้งนี้ จะเป็นการนำขีดความสามารถของ Location Base SMS ที่จะเป็นการส่ง SMS ให้เข้าถึงประชาชนได้แบบเจาะจงพื้นที่เข้ามาใช้”

วรุณเทพ วัชราภรณ์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจสัมพันธ์ AIS

โดย ปภ. จะเป็นผู้กำหนดรูปแบบของข้อความการแจ้งเตือนภัย ประกอบไปด้วยข้อมูล อาทิ วัน เวลา สถานที่ ระดับความรุนแรง และการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยที่ได้รับการยืนยันและตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว มายังผู้ให้บริการเครือข่ายเพื่อส่ง SMS ไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนเฉพาะที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยมีการแจ้งเตือนภัยใน 2 รูปแบบ คือการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า 12- 24 ชั่วโมง และการแจ้งเตือนภัยแบบฉุกเฉิน 6 -12 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยทำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยได้รับข้อมูลการแจ้งเตือนภัยและสามารถเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อย่างทันท่วงทีและลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

ทั้งนี้ขอย้ำเตือนประชาชนระมัดระวังมิจฉาชีพอาจแอบอ้างข้อความแจ้งเตือน พร้อมหลอกให้กดลิ้งค์ เพราะลักษณะของ SMS แจ้งเตือนภัยในกรณีนี้จะไม่มีการแนบลิ้งค์ให้กรอกข้อมูลแต่อย่างใด โดยหากประชาชนต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโทรสายด่วนนิรภัย 1784 ของ ปภ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

AIS แรงไม่หยุดดึง “หลัว อวิ๋น ซี” นักแสดงจีนชื่อดัง นั่งแบรนด์แอมบาสเดอร์

0

AIS ภายใต้ความร่วมมือกับ บริษัท มิลเลี่ยน คอนเน็คท์ จำกัด ควง “หลัว อวิ๋น ซี” นักแสดงชื่อดังจากแดนมังกร เข้าสู่ครอบครัวการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด ที่จะมาร่วมส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลเชื่อมต่อทุกการสื่อสารด้วยโครงข่าย AIS 5G ที่ดีที่สุด ตอบโจทย์ทุกการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวจีน กับ ‘AIS LUCKY TOURIST SIM CARD’ ที่เป็นการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่าง Trip.com Group ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยวแบบครบวงจรระดับโลก ตั้งแต่การจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม แพ็กเกจท่องเที่ยว ไปจนถึงบริการจาก AIS 5G พร้อมร่วมกันปักหมุด Thailand Destination อันดับหนึ่งในใจชาวจีน หนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยรับช่วงไฮซีซั่น

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ หลัว อวิ๋น ซี นักแสดงชาวจีนชื่อดัง และขอต้อนรับเข้าสู่การเป็นสมาชิกแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ของ AIS ที่จะมาช่วยถ่ายทอดความตั้งใจของ AIS ไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน ให้ได้รับรู้และสัมผัสกับโครงข่าย 5G ที่ดีที่สุดตอบโจทย์การใช้งานสื่อสารและดิจิทัลไลฟ์สไตล์กับ AIS LUCKY TOURIST SIM CARD ที่มาพร้อมสิทธิพิเศษที่จะอำนวยความสะดวกและช่วยสร้างความอุ่นใจทั้ง ประกันชีวิต ส่วนลดโรงแรมร้านอาหารและช้อปปิ้งแบรนด์ดังเมื่อเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทย”

“สำหรับการทำงานร่วมกับ หลัว อวิ๋น ซี ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีที่สุดให้กับกลุ่มนักเดินทางนักท่องเที่ยวชาวจีนเท่านั้น แต่ถือเป็นการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สนับสนุนและโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติ มนต์เสน่ห์ด้าน Thailand Soft Power วัฒนธรรม เทศกาล อาหาร และความเป็นมิตรของคนไทย รวมถึงตอกย้ำความมั่นใจ ความพร้อมในด้านต่างๆ เพื่อการรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวจีน ต้อนรับช่วงไฮซีซั่นที่กำลังมาถึงในทุกมิติ”

สำหรับแฟนคลับ หลัว อวิ๋น ซี และนักท่องเที่ยวชาวจีน สามารถสัมผัสประสบการณ์ดิจิทัลบนโครงข่าย 5G ที่ดีที่สุดเมื่อเดินทางมายังประเทศไทย เพียงเลือกใช้ AIS LUCKY TOURIST SIM CARD ที่จำหน่ายบนแพลตฟอร์ม Trip.com ในราคา 249 บาท ใช้งานได้ 7 วัน กับเน็ตเต็มสปีด 15GB และโทรภายในประเทศไทยฟรี 30 นาที และเนื่องด้วยเทศกาลโกลเด้นวีคของชาวจีนที่จะมาถึงในต้นเดือนตุลาคมนี้ ทาง AIS มอบฟรีอินเทอร์เนตเพิ่มให้อีก 2GB 7 วัน เพื่อตอนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่จะเดินทางเข้ามานอกจากนี้ ยังได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมาย ฟรีประกันอุบัติเหตุคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทจากกรุงเทพประกันภัย, สามารถรับ Welcome Privileges, คูปองส่วนลดพิเศษ, Personal shopper ในห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสันสาขาที่ร่วมรายการ, ส่วนลดห้องพักเครือCentaraสูงสุด 35% และ รับทันทีโปรแกรมตรวจสุขภาพมูลค่า 5,700 บาทจากโรงพยาบาลพญาไท โดยสำหรับนักท่องเที่ยวที่ซื้อ AIS LUCKY TOURIST SIM CARD มูลค่า 699 บาทขึ้นไป ที่ AIS Shop สนามบินสุวรรณภูมิ ยังจะได้รับฟรี บัตรกำนัลเงินสดมูลค่า 300 บาทต่อท่าน สำหรับบริการ Telecare ของโรงพยาบาลพญาไทอีกด้วย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.ais.th/en/consumers/package/international/tourist-plan/privilege หรือ AIS Weibo Official Account

ประมงนครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ฯ โชว์ปราบปลาหมอคางดำได้ผล พบจำนวนเบาบางลง

0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช และประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี โชว์มาตรการปราบปลาหมอคางดำได้ผลดีทั้งสองจังหวัด หลังสำรวจพบปลาหมอคางดำเบาบางลง พร้อมเดินหน้ามาตรการต่อเนื่องทันที ด้านบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ หนุนอีก 3 จังหวัดปล่อยปลาผู้ล่าลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ช่วยกำจัดและตัดวงจรปลาหมอคางดำในระยะยาว

นายกอบศักดิ์ เกตุเหมือน ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชมีการสำรวจปริมาณปลาอย่างต่อเนื่อง โดยพบปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติลดน้อยลง ล่าสุด พบเพียง 25 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร ลดลงจากการสำรวจครั้งแรกที่พบ 60 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร ทั้งนี้ จังหวัดยังบูรณาการกับทุกภาคส่วน ดำเนินมาตรการกำจัดปลาหมอคางดำต่อเนื่อง โดยการปล่อยปลาผู้ล่าลงแหล่งน้ำ และเน้นรณรงค์ให้ประชาชนได้ตระหนักรู้ รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการบริโภคปลาชนิดนี้มากขึ้น

ในวันนี้จังหวัดนครศรีธรรมราช ดำเนินการปล่อยปลาผู้ล่าเป็นครั้งแรก ในพื้นที่อำเภอปากพนัง หลังทำการจับปลาหมอคางดำขนาดใหญ่ออกจากแหล่งน้ำ จนกระทั่งเหลือเพียงปลาขนาดเล็กในปริมาณน้อยลงแล้ว โดยประมงจังหวัดได้รับการสนับสนุนปลากะพงขาวขนาด 4 นิ้ว จำนวน 4,000 ตัวจากซีพีเอฟ เพื่อปล่อยลงแหล่งน้ำ การปล่อยปลาผู้ล่าเป็นวิธีการควบคุมประชากรปลาหมอคางดำแบบชีววิธี ซึ่งได้รับการยอมรับในหลายประเทศว่า เป็นวิธีกำจัดปลาหมอคางดำขนาดเล็ก และเป็นมิตรต่อระบบนิเวศในระยะยาว

นายกอบศักดิ์ กล่าวต่อว่า ประมงนครศรีธรรมราชยังร่วมมือกับทางจังหวัด และโรงแรมทวินโลตัส นครศรีธรรมราช จัดกิจกรรมประกวด “ค้นหาสุดยอดเมนูปลาหมอคางดำ” โดยมีชาวชุมชน 10 หมู่บ้านส่งเมนูอาหารและเชฟจากโรงแรมต่างๆ ในจังหวัด ส่งเมนูเข้าประกวดรวม 14 เมนู อาทิ ฉู่ฉี่ ต้มแซ่บ ทอดมัน ลุยสวน แซนวิช เป็นต้น โดยโรงแรมจะนำเมนูที่ชนะการประกวด บรรจุในรายการอาหารของโรงแรม เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับประทานสะดวกขึ้น

ด้านจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายธัชชัย อุบลไพศาล ประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า สถานการณ์ปลาหมอคางดำในจังหวัดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากการระดมพลังจากทุกภาคส่วน จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” มากกว่า 10 ครั้ง สามารถจับปลาหมอคางดำตัวโตออกจากแหล่งน้ำได้มากที่สุด และในวันนี้ได้ปล่อยปลากะพงขาวในลำคลอง 2 จุด ซึ่งเป็นการปล่อยปลาผู้ล่าเป็นครั้งแรก เพื่อให้ช่วยจับกินปลาตัวเล็กๆ ที่อยู่ในแหล่งน้ำ โดยปลาผู้ล่าที่ปล่อยในวันนี้รวม 4,000 ตัว ได้รับการสนับสนุนจากซีพีเอฟ

ประมงสุราษฎร์ธานี ยังดำเนินมาตรการกำจัดปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง โดยจัดหาอุปกรณ์จับปลาให้เพียงพอสำหรับการส่งเสริมชุมชนในการช่วยกันจับปลาตัวนี้ขึ้นมาได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องรอการจัดกิจกรรมของหน่วยงานภาครัฐ นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานในพื้นที่ และผู้นำชุมชนช่วยรับซื้อปลาหมอคางดำ นำไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ “ปลาแดดเดียว” ซึ่งเป็นอีกแนวทางที่ช่วยส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้ให้ชุมชน และควบคุมจำนวนปลาควบคู่กัน

ด้าน นายนพดล จินดาพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ศูนย์วิจัยฯ ได้สำรวจปริมาณปลาในแหล่งน้ำมาอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้พบว่า ปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติมีจำนวนเบาบางลง และระบบนิเวศในสุราษฎร์ธานียังมีความสมดุลในระดับที่ดี เพราะยังพบปลาพื้นถิ่นอยู่ในแหล่งน้ำ รวมทั้งปลาผู้ล่าในธรรมชาติ เช่น ปลาอีกง มีส่วนช่วยควบคุมจำนวนปลาหมอคางดำได้ ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยฯ ยังคงติดตามสำรวจปลาหมอคางดำอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและทุกภาคส่วนว่ามาตรการกำจัดปลาหมอคางดำมีประสิทธิผล สามารถปกป้องระบบนิเวศในแหล่งน้ำของจังหวัดให้มีความสมดุลในระยะยาว

นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังได้ร่วมสนับสนุนปลากะพงขาว 2,000 ตัว แก่ประมงจังหวัดสงขลา เพื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำในพื้นที่อำเภอระโนด ช่วยควบคุมประชากรปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำต่อไป

ทั้งนี้ ซีพีเอฟ ได้ดำเนินโครงการสนับสนุนปลาผู้ล่าให้แก่กรมประมงปล่อยลงสู่แหล่งน้ำรวม 200,000 ตัว จนถึงวันนี้ บริษัทได้ส่งมอบปลาผู้ล่าให้แก่กรมประมงไปแล้ว รวม 90,000 ตัว โดยนำไปปล่อยลงสู่แหล่งน้ำในจังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร สมุทรปราการ ระยอง จันทบุรี นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และสงขลา ทั้งนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าสนับสนุนกรมประมงในขับเคลื่อนมาตรการเร่งกำจัดปลาหมอคางดำ ทั้ง การร่วมรับซื้อปลาเพื่อผลิตเป็นปลาป่น และสนับสนุนการจัดกิจกรรมการจับปลาในทุกพื้นที่ เพื่อร่วมกันลดปริมาณปลาหมอคางดำในทุกพื้นที่ให้มากที่สุด.

แพทย์เตือน กินผักน้ำจืดแบบสดๆ เนื้อสัตว์ดิบ ระวังเป็นโรคพยาธิใบไม้ปอด-ตับ

0

นพ.มนูญ พบเคสผู้ป่วยชาย สุขภาพกายปกติ ตรวจพบฝีในตับจากพยาธิใบไม้ ชี้ชอบกินพืชน้ำแบบสดๆ ขณะที่ ฝั่งสหรัฐฯ ชายติดเชื้อพยาธิตัวตืดหมู จากพฤติกรรมกินหมูไม่สุก เตือนกินผักน้ำจืดและเนื้อสัตว์ควรต้องปรุงสุก

นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เปิดเผยว่า การกินอาหารดิบ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ โดยเฉพาะพืชผักน้ำจืดหรือเนื้อสัตว์ อาจก่อให้เป็นแหล่งสะสมของพยาธิและเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด “โรคพยาธิใบไม้ปอด” และ “พยาธิใบไม้ในตับ”

นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์

โรคพยาธิใบไม้ปอด เกิดจากการกินของดิบบ่อยๆ อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ ที่มีตัวอ่อนของพยาธิ เมื่อพยาธิเข้าสู่ร่างกายจะชอนไชทะลุผนังลำไส้และเข้าไปฝังตัวที่ปอด ทำให้ปอดอักเสบ หากทะลุออกไปที่ช่องท้องจะทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน

เมื่อพยาธิที่ปอดออกไข่ ไข่จะออกมาทางหลอดลม ส่งผลให้เกิดอาการไอ มีเสมหะ หลอดลมเกิดการอักเสบจากการติดเชื้อ ผู้ป่วยระยะนี้มักมีอาการเจ็บหน้าอก ไอเรื้อรัง หรือมีเลือดปนออกมากับเสมหะ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง พยาธิอาจชอนไชเข้าไปยังอวัยวะอื่นๆ เช่น ดวงตา กล้ามเนื้อใต้ผิวหนัง ตับ แต่ที่พบบ่อย คือ พยาธิในสมอง ทำให้ผู้ป่วยระยะนี้มีไข้ ปวดศีรษะ อาเจียน ตาพร่า เป็นอัมพาตได้

สำหรับผู้ป่วยโรคพยาธิใบไม้ในตับ ระยะแรกมักจะไม่มีอาการ เมื่อมีพยาธิสะสมมากเป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการ ท้องอืด แน่นท้อง เจ็บบริเวณชายโครงขวา ออกร้อนบริเวณหน้าท้อง หากปล่อยไว้นานจะมีอาการอักเสบของท่อน้ำดี ตัวเหลือง ตาเหลือง ตับโต ต่อมน้ำเหลืองโต มีไข้ บางรายอาจกลายเป็นมะเร็งท่อน้ำดีในตับ และอาจเสียชีวิตได้

นพ.มนูญ กล่าวว่า ล่าสุด มีผู้ป่วยชาย อายุ 64 ปี เป็นคนในพื้นที่ภาคเหนือ มาตรวจสุขภาพประจำปี ไม่มีไข้ ไม่ปวดท้อง ไม่คลื่นไส้ ไม่อาเจียน กินอาหารได้ปกติ น้ำหนักไม่ลด ผู้ป่วยมีพฤติกรรมการกินพืชน้ำ เช่น สายบัว ผักบุ้ง ผักกระเฉด ผักแว่น ตะไคร่น้ำ แบบสดๆ เป็นประจำโดยไม่ได้ปรุงให้สุกก่อน เมื่อตรวจร่างกาย ไม่เจ็บใต้ชายโครงข้างขวา ตับไม่โต ทำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI ที่ตับ พบก้อนในตับข้างขวา จึงได้เจาะชิ้นเนื้อตับ ส่งตรวจพยาธิวิทยา ผลคือ เป็นฝีในตับจากพยาธิใบไม้ในตับฟาสซิโอลา (Fascioliasis)

ในขณะที่ เมื่อเร็วๆ นี้ มีรายงานข่าวว่า ดร.แซม กาลี แพทย์ประจำแผนกฉุกเฉิน มหาวิทยาลัยฟลอริดา สหรัฐฯ ได้ออกมาเผยภาพซีทีสแกนของคนไข้รายหนึ่ง เพื่อแชร์เป็นอุทาหรณ์คนชอบทานเนื้อหมูที่ไม่สุก ส่งผลให้ติดเชื้อซิสติเซอร์โคซิส ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากตัวอ่อนของปรสิต แทเนีย โซเลียม (Taenia solium) หรือ “พยาธิตัวตืดหมู”

นพ.มนูญ กล่าวย้ำว่า โรคพยาธิและโรคจากปรสิตต่างๆ สามารถป้องกันได้ โดยรับประทานอาหารที่สุกและสะอาด หลีกเลี่ยงอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ โดยเฉพาะคนเหนือและคนอีสานที่มีพฤติกรรมชอบรับประทานอาหารดิบ ให้ปรุงพืชผักน้ำจืด รวมถึง เนื้อสัตว์ ให้สุกไม่ควรรับประทานสดๆ.

CPF คว้า 6 รางวัลสุดยอดการตลาดระดับเอเชียจากเวที Marketing Excellence Awards 2024

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ โดยแบรนด์ CP รับ 6 รางวัลความเป็นเลิศด้านการตลาดแห่งปี 2024 (Marketing Excellence Awards 2024) จากผลงานแคมเปญอันโดดเด่นในระดับนานาชาติ “ไก่ไทยจะไปอวกาศ” คว้ารางวัล 2 สาขาในระดับ Gold ได้แก่ สาขา Excellence in Brand Strategy สุดยอดแคมเปญที่มีการวางกลยุทธ์เป็นเลิศ และ Excellence in Communications แคมเปญที่มีผลงานด้านการสื่อสารโดดเด่นที่สุดของปี

ขณะเดียวกัน แคมเปญ “ไก่ไทยจะไปอวกาศ” ยังคว้าอีก 2 รางวัลระดับ Bronze ในสาขา Excellence in TV / Video Advertising แคมเปญโฆษณาทางโทรทัศน์และวิดีโอยอดเยี่ยม และสาขา Marketing Team of the Year ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่สุดยอดทีมเวิร์ค ที่รวมพลังความคิดและสร้างสรรค์ผลงานการตลาดอันเป็นเลิศ

นอกจากนี้ แคมเปญ “ไส้กรอกแบรนด์ CP Extreme Cheese Lava” ยังสามารถคว้าอีก 2 รางวัลจากเวทีเดียวกัน ประกอบด้วย ระดับ Silver Award สาขา Excellence in Out-of-Home Advertisement แคมเปญโฆษณาบนสื่อนอกบ้านยอดเยี่ยม และระดับ Bronze ในสาขา Excellence in Interactive Marketing AR & VR สาขาการตลาดออนไลน์ใช้เทคโนโลยี AR & VR

นางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดกลาง ซีพีเอฟ กล่าวว่า รางวัลที่ได้รับ 6 รางวัลสะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์การตลาดและสร้างการเติบโตของธุรกิจ โดยเฉพาะ แคมเปญ ไก่ไทยจะไปอวกาศ และ ไส้กรอก CP Extreme Cheese Lava ซึ่งให้ความสำคัญกับการตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค มาจากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคแบบเชิงลึก สามารถสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคจนเกิดความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ นำไปสู่การซื้อซ้ำในระยะยาว

รางวัลที่ได้รับ แคมเปญ ไก่ไทยจะไปอวกาศ’ เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า มาตรฐานความปลอดภัยของเนื้อไก่แบรนด์ CP ที่ก้าวสู่ความปลอดภัยระดับอวกาศ ‘Space Safety Standard’ ตามหลักเกณฑ์ความปลอดภัยด้านอาหารขององค์การ NASA ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับเดียวกับที่นักบินอวกาศสามารถรับประทานได้ ที่ผ่านมา ซีพีเอฟมีการจัดกิจกรรมสื่อสารทางการตลาดให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมภาคภูมิใจความสำเร็จในระดับประเทศ โดยเปลี่ยนใจกลางสยามสแควร์ ให้เป็นสถานีอวกาศ จนขึ้นอันดับ 1 Trend X ประเทศไทย และอันดับ 3 ของโลก ตลอดจนสร้างยอดขายในประเทศเติบโตขึ้น 11% และขยายผลสร้างผลลัพท์ที่ดีต่อธุรกิจสู่ระดับนานาชาติ

ส่วน แคมเปญ ‘ไส้กรอก Extreme Cheese Lava’ เน้นกลยุทธ์การสื่อสารที่สามารถเข้าถึงและมัดใจผู้บริโภค ‘เจน Z & Alpha’ ได้ ด้วยการใช้นวัตกรรม AR และ VR รวมถึง ‘ROBLOX’ เกม Virtual World เป็นช่องทางในการสื่อสาร และใช้ภาษาที่สร้างความใกล้ชิดกับคนรุ่นใหม่ เพื่อเจาะกลุ่มเด็กนักเรียนและผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมท้าทาย ด้วยการเนรมิตสถานีรถไฟฟ้า BTS และ MRT ให้เป็นเมืองชีสฉ่ำที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งสามารถกระตุ้นยอดขายในกลุ่มไส้กรอกได้เพิ่มขึ้น 25%

รางวัล Marketing Excellence Awards จัดโดย MARKETING-INTERACTIVE นิตยสารออนไลน์ชั้นนำระดับเอเชีย ด้านการโฆษณาและการตลาด ประเทศสิงคโปร์ ที่เข้าถึงกลุ่มผู้บริหารด้านการตลาดทั้งในเอเชีย เป็นรางวัลที่มอบให้ผลงานด้านการตลาด การโฆษณาเชิงสร้างสรรค์ การประชาสัมพันธ์ การวิจัยการตลาด และการสื่อสารการตลาดที่โดดเด่นของภูมิภาค .

สู้ภัยน้ำท่วมเชียงรายต่อเนื่อง “จิตอาสาห้าดาว” มอบอาหารจากใจ พร้อมช่วยเหลือเถ้าแก่ห้าดาว

0

ธุรกิจห้าดาว ภายใต้ บริษัท ซีพีเอฟ เรสเทอรองท์ แอนด์ ฟู้ดเชน จำกัด ในกลุ่มซีพีเอฟ เคียงข้างชาวเชียงราย เดินหน้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดเชียงรายต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ “CP-CPF ส่งอาหารจากใจ สู้ภัยน้ำท่วม” ระดมจิตอาสาห้าดาวลงพื้นที่สนับสนุนนภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งมอบอาหารและน้ำดื่มจากใจ บรรเทาความเดือดร้อน เติมเต็มกำลังใจ และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงอาหารได้อย่างเพียงพอ พร้อมเยียวยาผู้ประกอบการแฟรนไชส์ห้าดาวผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

นายสุนทร จักษุกรรฐ์ กรรมการผู้จัดการ ซีพีเอฟ เรสเทอรองท์ แอนด์ ฟู้ดเชน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมใน จังหวัดเชียงราย ประชาชนยังคงได้รับความเดือดร้อนจากภาวะหลังน้ำลด ธารน้ำใจของคนไทยยังคงมุ่งหน้ามอบความช่วยเหลือให้แก่ผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ในปฏิบัติงานในพื้นที่ ธุรกิจห้าดาว ได้รวบรวมพนักงานจิตอาสาในพื้นที่จังหวัดเชียงราย นำอาหารและของที่จำเป็นไปมอบแก่หน่วยงานต่างๆ ร่วมกับเครือซีพีและซีพีเอฟ พร้อมสำรวจและรวบรวมข้อมูลผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการแฟรนไชส์ห้าดาว เพื่อเยียวยาและช่วยเหลือในส่วนของอุปกรณ์ เครื่องมือ รวมถึงตัวร้าน โดยบริษัทฯ จะดูแลสนับสนุนจนกว่าร้านค้าจะสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติ

ที่ผ่านมา ห้าดาว ส่งมอบน้ำดื่ม ข้าวสาร และของใช้จำเป็น เพื่อสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ กองทัพบก, โรงครัวพระราชทาน สนามกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 ในพระองค์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, โรงครัวพระราชทาน ห้าแยกพ่อขุน, ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ อำเภอแม่สาย, ศูนย์ปฏิบัติการครัว มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, ศูนย์พักพิง วัดพรหมวิหาร และมูลนิธิเพชรเกษม

ภัยน้ำท่วมในเขตภาคเหนือ ทั้งจังหวัดเชียงราย แพร่ น่าน และสุโขทัย ส่งผลให้เถ้าแก่ภายใต้ธุรกิจห้าดาวได้รับผลกระทบจากเส้นทางการจัดส่งสินค้า และร้านจำหน่ายบางจุดได้รับความเสียหาย ทีมจิตอาสาห้าดาวตระหนักถึงความเดือนร้อนของชุมชนและเถ้าแก่ในโครงการ จึงเข้าช่วยเหลือผู้ประกอบการ พร้อมพี่น้องประชาชนระแวกใกล้เคียงทันที ด้วยการร่วมสนับสนุนอาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจนทำความสะอาด ซ่อมแซ่มอุปกรณ์และตัวร้าน เพื่อฟื้นฟูให้กลับมาดำเนินการได้ต่อไป .

เอไอเอส จับมือ เซ็นทรัล และเครือรพ.พญาไท-เปาโล เปิดตัวแคมเปญ The Ultimate Tourism in Bangkok สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบพรีเมี่ยม

0

AIS ผู้ให้บริการเครือข่ายชั้นนำของไทย ผนึก กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล พร้อมด้วย เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ผู้นำในการส่งเสริมสุขภาพด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ และพันธมิตรธุรกิจชั้นนำ อาทิ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารามาสเตอร์การ์ดVPBank,  Mobifoneการบินไทยไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด และ KKday ประกาศความร่วมมือเพื่อมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวระดับพรีเมียมภายใต้แคมเปญ “The Ultimate Tourism in Bangkok” จนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568  โดยมีเป้าหมายเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงจากกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน หรือ CLMV ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม รวมถึงชาวต่างชาติที่อาศัยในไทย กระตุ้นเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปี 2567

นางเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าสำนักการตลาดกลุ่มลูกค้าพรีเพด AIS กล่าวว่า “เพราะวันนี้ดิจิทัลได้เข้ามาเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การใช้ชีวิตเป็นไปอย่างง่ายดายในทุกมิติ รวมถึงเป็นเครื่องมือวางแผนการท่องเที่ยว ดังนั้น AIS 5G ผู้นำการให้บริการโครงข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ จึงร่วมผนึกกำลังเพื่อมอบสิทธิพิเศษให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่ม CLMV ที่ใช้ซิมการ์ดสำหรับนักท่องเที่ยว AIS LUCKY TOURIST SIM หรือเปิดบริการโรมมิ่ง สามารถรับ Welcome Privileges, คูปองส่วนลดพิเศษ และ Personal Shopper ได้ที่จุดบริการลูกค้าสัมพันธ์ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสันสาขาที่ร่วมรายการ และ ส่วนลดห้องพักเครือเซ็นทาราสูงสุด 35%  นอกเหนือจากนี้ พิเศษ สำหรับลูกค้าเอไอเอส เพียงช้อป 18,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ (ลูกค้าทั่วไปช้อป 20,000 บาท) ที่ห้างเซ็นทรัล ชิดลม รับทันทีโปรแกรมตรวจสุขภาพมูลค่า 5,700 บาทจากโรงพยาบาลพญาไท โดยสำหรับนักท่องเที่ยวที่ซื้อ AIS LUCKY TOURIST SIM มูลค่า 699 บาทขึ้นไป ที่ AIS Shop สนามบินสุวรรณภูมิ ยังได้รับฟรี บัตรกำนัลเงินสดมูลค่า 300 บาทต่อท่าน สำหรับบริการ Telecare ของโรงพยาบาลพญาไทอีกด้วย

ส่วนลูกค้าของ Mobifone โอเปอเรเตอร์ชั้นนำของประเทศเวียดนาม หนึ่งในผู้ให้บริการโครงข่ายสื่อสารในกลุ่ม Bridge Alliance ที่ AIS เป็นสมาชิกอยู่ด้วยนั้น เมื่อเดินทางมายังประเทศไทย และเปิดบริการโรมมิ่งเลือกเครือข่าย AIS และแสดงหลักฐานหรือข้อความที่ได้รับจาก Mobifone จะได้รับ Welcome Privileges ที่ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสันสาขาที่ร่วมรายการอีกด้วย รวมถึงหนึ่งในสิทธิประโยชน์จากเครือรพ.พญาไท-เปาโล ที่ช่วยเสริมความสะดวกในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพระหว่างท่องเที่ยวหรือพำนักในไทย ได้แก่ ส่วนลด และบัตรกำนัลเงินสดมูลค่า 300 บาทต่อท่าน สำหรับบริการ Telecare ซึ่งสามารถพบแพทย์ พูดคุย และปรึกษาอาการเจ็บป่วยผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด รวมถึงบริการจัดส่งยาในกรุงเทพมหานครและทั่วประเทศไทย เพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการรับบริการรักษา นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมตรวจสุขภาพมูลค่า 5,700 บาท มอบให้กับลูกค้าต่างชาติที่มาช้อปกับห้างเซ็นทรัลชิดลมและมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยขั้นต่ำ 20,000 บาทต่อคน เป็นต้น

นายศุภกร พะวันนา ผู้อำนวยการสายการตลาด เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล กล่าวว่า “ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลกและเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Medical Tourism ดังนั้น เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ประทับใจระหว่างที่มาใช้บริการที่โรงพยาบาล จึงได้ร่วมมือกับ AIS และ กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ด้วยการผสมผสานการรักษาพยาบาลที่ได้มาตรฐานเข้ากับการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่างเซ็นทรัลด้วยบริการระดับพรีเมียม”

“วันนี้มีชาวต่างชาติจากหลากหลายประเทศ เข้ามาใช้บริการจำนวนมาก โดยให้บริการดูแลรักษาลูกค้าชาวไทย 70% และต่างชาติ 30% ซึ่งกลุ่มประเทศหลักคือ CLMV และตั้งเป้าการเติบโตในปีนี้ไว้ที่ 10% โดยส่วนใหญ่เดินทางเข้ามาใช้บริการด้านการตรวจสุขภาพ รักษาโรคซับซ้อน เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคระบบทางเดินอาหาร ความร่วมมือกับ AIS  ,ห้างเซ็นทรัล และพันธมิตรทางธุรกิจทุกรายในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับการบริการ ที่จะสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าและได้รับประสบการณ์ที่น่าจดจำ และสามารถเพิ่มยอดขายจากนักกลุ่มท่องเที่ยวเติบโตขึ้น เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว”

นางสาวทิพมาศ เกษี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด International Customers and Strategic Partnerships กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัลรีเทล กล่าวว่า“The Ultimate Tourism in Bangkok เป็นแคมเปญที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัลรีเทล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล และพันธมิตรธุรกิจชั้นนำ เพื่อร่วมต้อนรับกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพและกำลังซื้อสูงจาก กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม จากข้อมูลพบว่า ในช่วงครึ่งปี 2567 ลูกค้ากลุ่ม CLMV มีการใช้จ่ายเติบโตกว่า 1 เท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด และที่น่าสนใจคือ ยอดใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของลูกค้ากลุ่ม CLMV สูงกว่าลูกค้าต่างชาติทั่วไปถึง 4 เท่า ซึ่ง เนื่องจากจุดแข็งในด้านความหลากหลายของสินค้าและการบริการระดับพรีเมียมที่เราพร้อมส่งต่อทุกความประทับใจให้กับลูกค้าและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญของการผลักดันเศรษฐกิจไทย เพื่อดึงเม็ดเงินจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้”

โดยในปีนี้ เป็นครั้งแรกที่ห้างเซ็นทรัลได้ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ รังสรรค์ประสบการณ์ช้อปปิ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับโปรแกรม “Private Shopping” ที่ ห้างเซ็นทรัล ชิดลม จัดเต็มความพิเศษสำหรับลูกค้าระดับวีไอพี เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งส่วนตัวที่ Luxe Galerie ชั้น 1 พร้อมเครื่องดื่ม Welcome Drinks สุดหรู บริการ Personal Assistant ผู้ช่วยส่วนตัวที่ดูแลตั้งแต่ก้าวลงจากรถจนจบการช้อปปิ้ง และของขวัญสุดพิเศษ พร้อมคูปองส่วนลดจากแบรนด์ชั้นนำอีกมากมาย โดยลูกค้าสามารถจองบริการล่วงหน้าได้ง่ายได้อย่างสะดวกสบาย เพื่อประสบการณ์ช้อปปิ้งที่เหนือระดับ

ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัลรีเทล ร่วมมือกับ VPBank ธนาคารชั้นนำของประเทศเวียดนาม และ มาสเตอร์การ์ด มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าต่างชาติผู้ถือบัตร VPBank เพียงแสดงบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต VPBank Mastercard ที่จุดบริการลูกค้าสัมพันธ์ ห้างเซ็นทรัลชิดลม หรือห้างเซ็นทรัลแอทเซ็นทรัลเวิลด์ รับคูปองเงินสด 400 บาท สำหรับใช้เป็นส่วนลดเมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข วันนี้ถึง 15 ตุลาคม 2567 และ สำหรับลูกค้าต่างชาติผู้ถือบัตร มาสเตอร์การ์ด เพียงช้อปครบ 5,000 บาท และ 15,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับคูปองเงินสดมูลค่า 400 บาท และ 1,400 บาท ตามลำดับ ไว้ช้อปต่อที่ห้างฯ ในครั้งถัดไป โดยสามารถแสดงใบเสร็จที่ช้อปครบตามเงื่อนไข ที่จุดบริการลูกค้าสัมพันธ์ ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสันที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568

มารีไฟแนนซ์กับออมสิน ได้ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนสบายกับ “สินเชื่อเคหะ Refinance” ยื่นกู้ตั้งแต่วันนี้ – 15 พ.ย. 67

0

ชีวิตจะเบาสบายขึ้น แค่ย้ายบ้านมาออมสิน …ด้วยสินเชื่อเคหะ Refinance ธนาคารออมสิน ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนสบาย
? ดอกเบี้ยคงที่ปีแรก เริ่มต้น 1.990% ต่อปี
? วงเงินกู้สูงสุด 110%
?*สนับสนุนค่าจดจำนอง
? ยื่นกู้ได้ตั้งแต่วันนี้ – 15 พฤศจิกายน 2567
? สมัครขอสินเชื่อ คลิก > https://fwuj.short.gy/oeOBn1
หรือที่ธนาคารออมสินทุกสาขา

  • ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.595% ต่อปี (ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป) ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น หรือลดลงได้
  • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) อยู่ระหว่าง 1.990% – 6.345% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (EIR) กรณีวงเงินกู้สินเชื่อเคหะต่ำกว่า 1.50 ล้านบาท อยู่ระหว่าง 4.908% – 5.391% คำนวณจากวงเงินกู้ 1.00 ล้านบาท ระยะเวลา 20 ปี แบบผ่อนชำระเท่ากันทุกงวด กรณีวงเงินกู้สินเชื่อเคหะตั้งแต่ 1.50 ล้านบาทขึ้นไป อยู่ระหว่าง 4.787% – 5.419% คำนวณจากวงเงินกู้ 1.50 ล้านบาท ระยะเวลา 20 ปี แบบผ่อนชำระเท่ากันทุกงวด
  • *สนับสนุนค่าจดจำนอง ตามที่จ่ายจริง ไม่เกินรายละ 30,000 บาท (สำหรับลูกค้าที่วงเงินกู้สินเชื่อเคหะตั้งแต่ 1.50 ล้านบาทขึ้นไป และเลือกอัตราดอกเบี้ยกรณีสนับสนุนค่าจดจำนอง)
  • หลักเกณฑ์เงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
  • ระยะเวลาโปรโมชันตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม – 15 พฤศจิกายน 2567 อนุมัติและจัดทำนิติกรรมสัญญา ภายในวันที่ 15 ธันวาคม 2567
  • รายละเอียดการคำนวณเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th
    ⚠️ รู้ก่อนกู้…กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
    ⚠️ เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

เมืองไทยประกันชีวิตจัดกิจกรรม Smile Morning Check up สนับสนุนดูแลสุขภาพสมาชิกทั่วทุกภูมิภาค

0

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงที่เหลือของปี เมืองไทยประกันชีวิต โดยเมืองไทยสไมล์คลับ ยังคงเดินหน้าคัดสรรประสบการณ์แห่งการดูแล การสร้างสรรค์กิจกรรม และสิทธิประโยชน์ที่ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของสมาชิกฯ ทุกระดับ เพื่อตอกย้ำการส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดเมืองไทยประกันชีวิต ร่วมกับโรงพยาบาลกรุงเทพ สนับสนุนการดูแลสุขภาพแบบเข้าถึงง่ายแก่สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับด้วยการจัดกิจกรรม Smile Morning Check up ณ โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ (ซ.ศูนย์วิจัย) เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยมีคุณพรทิวา พฤกสถิตย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และแพทย์หญิงเกวลิน รังษิณาภรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวต้อนรับสมาชิกฯ ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

สำหรับภายในงาน เมืองไทยสไมล์คลับเปิดให้สมาชิกฯ ที่ใช้คะแนนสะสม Smile Point แลกรับโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปีฟรี และเลือกรายการตรวจเพิ่มเติมในราคาพิเศษลดสูงสุดถึง 40% เพื่อรู้ทันโรคร้ายที่อาจมาเยือนโดยไม่รู้ตัว พร้อมรับฟรีรายการตรวจสารบ่งชี้ มะเร็งตับ (Alpha fetoprotein) มูลค่า 1,200 บาท และโปรโมชั่นพิเศษ! สำหรับสมาชิกฯ ที่เข้าร่วมงานนี้ สามารถใช้คะแนนสะสม Smile Point 20 คะแนน (ปกติ 240 คะแนน) แลกรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ได้ อีกทั้งยังสามารถตรวจประเมินสมรรถภาพร่างกายด้านต่างๆ ในบูธกิจกรรมสุขภาพ เพื่อให้สมาชิกฯ ได้ร่วมกิจกรรมอีกมากมาย อาทิ การปรึกษานักกำหนดอาหารเพื่อรับคำแนะนำ, ตรวจสายตาอาชีวอนามัย, ตรวจสมรรถภาพกล้ามเนื้อมือและแขน, ตรวจสมรรถภาพกล้ามเนื้อขา และช้อปสินค้าราคาพิเศษจาก Mega We care

ในงานยังได้รับเกียรติจาก นายแพทย์ณัฏฐชัย สุวจิตตานนท์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ป้องกัน จากโรงพยาบาลกรุงเทพ บรรยายให้ความรู้เรื่อง “มะเร็งรู้ไว…รักษาได้” ทั้งในมุมสถิติของการเกิดโรคมะเร็งในปัจจุบันและในมุมของการตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง พร้อมกับการแนะนำข้อมูลแบบประกันภัยด้านความคุ้มครองสุขภาพจากวิทยากร MTL Academy ด้วยแผนความคุ้มครองโรคร้ายแรง และความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล

            นอกจากนี้ สำหรับสมาชิกฯ ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม Smile Morning Check up ตรวจสุขภาพประจำปีพร้อมรับฟรีโปรแกรมพิเศษทั่วทุกภูมิภาค สามารถใช้คะแนนสะสม Smile Point แลกรับบริการตรวจสุขภาพประจำปี และพบกับโปรโมชั่นพิเศษแบบนี้ครั้งถัดไปได้ที่โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น ในวันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม 2567 และ โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ วันเสาร์ ที่ 30 พฤศจิกายน 2567 หรือสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับที่อยู่ในจังหวัดอื่นๆ สามารถแลกคะแนนรับบัตรกำนัลตรวจสุขภาพ Smile Happy Health จัดส่งบัตรกำนัลให้ถึงบ้าน สำหรับสมาชิกฯหรือโอนสิทธิ์ให้บุคคลในครอบครัว ซึ่งจะนัดหมายวันเวลาที่สะดวกเข้ารับบริการได้ด้วยตนเอง โดยสามารถติดตามกิจกรรมและอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ MTL Click Application ซึ่งดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือเว็บไซต์ www.muangthai.co.th ตลอดจนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1766 กด 4 เมืองไทยประกันชีวิต หรือศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศ

ซีพีเอฟ เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์อาหารจากปลาหมอคางดำ หนุนแก้ปัญหายั่งยืน 

0

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ นำจุดเด่นของปลาหมอคางดำมาพัฒนาเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ 3 รายการ ทั้ง น้ำปลาร้าปรุงสุก ปลาฟู และผงโรยข้าวปรุงรสจากปลาฟู เพื่อนำไปต่อยอดเป็นเมนูอาหารในครัวเรือนและผลิตภัณฑ์อาหาร สร้างแรงจูงใจให้ประชาชนร่วมจับ บริโภคและสร้างรายได้ในชุมชน มุ่งใช้ประโยชน์จากปลาเต็มประสิทธิภาพ ร่วมมือกับภาครัฐแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน  

นายเปรมศักดิ์ วนัชสุนทร ผู้บริหารสูงสุดด้านการวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รายการดังกล่าว เป็นการพัฒนาโดยนักวิจัยอาหารของสถาบันวิจัยอาหารชั้นนำของประเทศไทย นอกจากจะมีเป้าหมายในการใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้มีการจับปลาอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนภาครัฐขับเคลื่อนเป้าหมายการลดปริมาณปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด ประกอบกับได้รับการยืนยันจากนักโภชนาการแล้วว่าเนื้อปลาชนิดนี้รับประทานได้ มีโปรตีนและคุณค่าทางอาหารไม่ต่างจากเนื้อปลาทั่วไป

“ซีพีเอฟ ยังให้การสนับสนุนนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง เพื่อศึกษาหาแนวทางหรือพัฒนานวัตกรรมสำหรับควบคุมประชากรปลาและหยุดยั้งการแพร่พันธุ์ในระยะยาว นอกเหนือจากการเร่งกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งนํ้าโดยเร็วที่สุด” นายเปรมศักดิ์ กล่าว 

นายเปรมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า นักวิจัยอาหารได้ทำการศึกษาลักษณะทางกายภาพของปลาหมอคางดำทั้งเนื้อและกลิ่น รวมถึงพิจารณาเรื่องการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบอย่างคุ้มค่า วิธีการเก็บรักษาเนื้อปลาให้ได้นานขึ้น เพื่อความสะดวกในการนำไปต่อยอดเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์อาหารและวัตถุดิบ เช่น ปลาร้า น้ำปลาร้า และปลาฟูจากปลาหมอคางดำ โดยเฉพาะปลาร้าที่สามารถเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปต่อเป็นน้ำปลาร้าต้มสุก ส่วนปลาฟูสามารถใช้เป็นวัตถุดิบหลักแปรรูปเป็นผงโรยข้าวรสชาติต่างๆ ได้ 

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่คัดเลือกมาในครั้งนี้มี 3 รายการ ทั้งผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบ คือ น้ำปลาร้าปรุงสุก ปลาฟู และผงโรยข้าวปรุงรสจากปลาฟู โดยน้ำปลาร้าปรุงสุก  สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเมนูอาหารตามความนิยม ส่วนเนื้อปลาฟู สามารถนำไปต่อยอดเป็นกลุ่มน้ำพริกชนิดต่างๆ ได้ดี รวมถึงผงโรยข้าวแบบญี่ปุ่นปรุงรสตามชอบ ซึ่งสามารถนำไปทำเป็นเมนูอาหารในครัวเรือนและพัฒนาเพิ่มมูลค่าสร้างรายได้ตามความต้องการ 

“เรามั่นใจว่าปลาหมอคางดำมีศักยภาพเพียงพอในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารได้หลายเมนู โดยปรับรสชาติให้สอดคล้องกับความนิยมของผู้บริโภคและยังช่วยตอบโจทย์เป็นผลิตภัณฑ์อาหารสร้างรายได้ไม่ยาก ไม่ต้องลงทุนสูงกับเครื่องมือ ขั้นตอนการผลิตไม่ซับซ้อน เก็บได้นานที่อุณหภูมิห้อง ขนส่งสะดวก ไม่เปลืองพื้นที่เก็บ” นายเปรมศักดิ์ กล่าว

สำหรับสูตรผลิตภัณฑ์ปลาหมอคางดำ จะมีการนำไปจดอนุสิทธิบัตร เพื่อปกป้องความคิดสร้างสรรค์และนำไปต่อยอดในอนาคต โดยเฉพาะถ่ายทอดให้กับชุมชนนำไปสร้างรายได้ ช่วยเพิ่มความร่วมมือในการจับปลาซึ่งจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ และจะช่วยลดปริมาณการแพร่ระบาดในแหล่งน้ำธรรมชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากปลาหมอคางดำเป็น 1 ใน 5 โครงการเชิงรุกของซีพีเอฟ สอดคล้องตามนโยบายรัฐและกรมประมง ในการแก้ปัญหาการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง.