ศาลยังไม่ฟันธงเอกชนผิด! คดีปลาหมอคางดำเดินหน้าต่อ แต่ความรับผิดยังต้องพิสูจน์

0

คดีปลาหมอคางดำยังต้องติดตามกันต่อ หลังศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีในรูปแบบ คดีแบบกลุ่ม (Class Action) ตามหลักเกณฑ์และขอบเขตที่ศาลกำหนด

แต่ประเด็นสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจกันให้ชัด คือ คำสั่งดังกล่าวยังไม่ได้เป็นการตัดสินว่าเอกชนมีความผิด หรือเป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ

การพิจารณาของศาลอุทธรณ์ในครั้งนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับรูปแบบและขอบเขตของการดำเนินคดีแบบกลุ่ม ไม่ใช่การวินิจฉัยเนื้อหาแห่งคดีหรือชี้ขาดความรับผิดของจำเลย

พูดง่าย ๆ คือ คดีเดินหน้าต่อได้ แต่ยังไม่ได้แปลว่าใครผิด

ประเด็นสำคัญอย่างความรับผิดของบริษัทเอกชน ความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมถึงข้อกล่าวหาว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทกับการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำหรือไม่นั้น ยังต้องผ่านการไต่สวนและพิสูจน์ข้อเท็จจริง รวมถึงข้อกฎหมายต่อไป โดยศาลจะพิจารณาจากพยานหลักฐานของทุกฝ่าย

อีกด้าน ศาลปกครองกลางก็ยังไม่มีข้อยุติว่าเอกชนรายใดเป็นต้นเหตุ

ก่อนหน้านี้ ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ยกคำขอของผู้ฟ้องคดีที่ขอให้รัฐเรียกค่าเสียหายจากบริษัทเอกชน

โดยในคำพิพากษามีการระบุว่า “ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าปลาหมอคางดำหลุดออกจากฟาร์มใด”

ประเด็นนี้จึงเป็นอีกข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะสะท้อนว่า ในกระบวนการพิจารณาคดีดังกล่าว ยังไม่มีข้อยุติที่ชี้ชัดถึงต้นทางของการแพร่ระบาด หรือระบุความรับผิดของบริษัทเอกชนรายใด

ขณะที่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF รับทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์ และยืนยันว่าเคารพกระบวนการยุติธรรม พร้อมนำเสนอข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อศาล เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป

ส่วนมูลค่าความเสียหายที่มีการเรียกร้องนั้น ก็ยังไม่ใช่ตัวเลขที่สามารถสรุปได้ในเวลานี้ เนื่องจากต้องผ่านการพิสูจน์ตามกระบวนการทางกฎหมาย ทั้งจำนวนและขอบเขตของสมาชิกกลุ่ม ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ตลอดจนความเชื่อมโยงทางกฎหมายระหว่างบริษัทกับความเสียหายที่มีการกล่าวอ้าง

ดังนั้น ณ ตอนนี้ ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเอกชนรายใดต้องรับผิด หรือจะต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเท่าใด

คดีปลาหมอคางดำจึงยังต้องติดตามกันต่อไป เพราะท้ายที่สุดแล้ว ใครผิด ใครต้องรับผิด และต้องชดใช้หรือไม่ ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐานและคำวินิจฉัยของศาล

จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด การกล่าวว่าเอกชนรายใด “ผิด” หรือ “ต้องจ่ายค่าเสียหาย” จึงยังเป็นข้อสรุปที่เร็วเกินไป