Home ข่าวทั่วไป บจ. มีผลประกอบการอ่อนแอลงในปี 2568 ตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

บจ. มีผลประกอบการอ่อนแอลงในปี 2568 ตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

0

นายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บจ. จำนวน 799 บริษัท คิดเป็น 96.3% จากทั้งหมด 830 บริษัท (รวม SET และ mai ที่มีกำหนดส่งงบการเงิน ณ สิ้นงวด 31 ธันวาคม 2568 และไม่รวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน) นำส่งผลการดำเนินงานปี 2568 พบว่ามี บจ. รายงานกำไรสุทธิ 596 บริษัท คิดเป็น 74.6% ของ บจ. ที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด

ผลการดำเนินงานปี 2568 เทียบกับปีก่อน บจ. ใน SET มียอดขาย 16,329,520 ล้านบาท ลดลง 7.2% โดย บจ. มีการควบคุมต้นทุนขายได้ค่อนข้างดี แต่มีค่าใช้จ่ายการขายและบริหารลดลงเพียง 3.0% ทำให้มีกำไรจากการดำเนินงาน (Core profit) 1,077,544 ล้านบาท ลดลง 9.5% อย่างไรก็ดี บจ. ขนาดใหญ่หลายแห่งมีกำไรจากการควบรวมกิจการ การปรับโครงสร้างธุรกิจ การลงทุนและเครื่องมือทางการเงิน ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 1,103,762 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.5% ด้านฐานะการเงินของ บจ. ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ D/E ratio (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) อยู่ที่ 1.28 เท่า ลดลงจาก 1.34 เท่า ในปีก่อน

“ในปี 2568 บจ. ไทยมีผลประกอบการที่อ่อนแอลงจากเศรษฐกิจชะลอตัว ประกอบกับปัจจัยด้านราคาน้ำมันลดลง และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายถึง 4 ครั้ง ส่งผลให้ บจ. ไทยในหมวดพลังงาน หมวดปิโตรเคมีภัณฑ์ และกลุ่มธุรกิจการเงินมียอดขายลดลง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายการขายและบริหารโดยรวมไม่ได้ปรับลดลงมากนัก ทำให้ บจ. ไทยมีกำไรจากการดำเนินงานลดลง อย่างไรก็ดี บจ. ที่ยังคงมีการเติบโต ได้แก่ หมวดธุรกิจอาหารจากราคาไก่และน้ำมันปาล์มที่เพิ่มขึ้น หมวดธุรกิจโรงพยาบาล และหมวดธุรกิจเทคโนโลยีที่เติบโตตามการปรับเข้าสู่สังคม Digital” นายสรวิศ กล่าว

ด้านผลการดำเนินงานของ บจ. ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 โดยมียอดขายรวม 201,323 ล้านบาท ลดลง 2.7% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 2.8% ส่งผลให้ บจ. มีกำไรจากการดำเนินงาน 13,339 ล้านบาท ลดลง 13.9% และมีกำไรสุทธิรวม 2,294 ล้านบาท ลดลง 64.3%