รู้เก็บรู้ออม : ผ่อนบ้านหมดไว ไม่ต้องใช้เงินก้อน

0
ที่มา คอลัมน์ "รู้เก็บรู้ออมรู้ใช้รู้ลงทุน...สู่ความมั่งคั่ง"  หน้าเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

บ้าน เป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับต้นๆที่หลายคนฝันอยากเป็นเจ้าของ อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ก็ต้องยอมรับว่าราคาบ้านนับวันมีแต่สูงขึ้น ทั้งค่าวัสดุและค่าก่อสร้าง หากรอเก็บเงินให้ครบก่อนเพื่อซื้อบ้าน หลายคนอาจรอไม่ไหว การกู้เงินแบงก์เพื่อซื้อหรือสร้างบ้าน จึงเป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้กัน และแม้ว่าบางแบงก์จะมีออปชันพ่วงประกันมาด้วย ผู้กู้เองก็ต้องยอมแบกรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้กันยาวๆ ทั้งเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าประกัน

“คุณนายพารวย” อ่านเจอบทความเรื่อง “เทคนิคผ่อนบ้านให้หมดไว โดยไม่ต้องใช้เงินก้อน” ในเว็บ SET investnow ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เห็นว่ามีวิธีที่จะช่วยผ่อนหนักเป็นเบา และร่นระยะเวลาผ่อนให้สั้นลง เลยขอนำมาฝากสำหรับคนที่ต้องทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นนอต เพื่อหาเงินมาผ่อนบ้านหรือที่อยู่อาศัยประเภทอื่น เช่น คอนโด

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า สินเชื่อซื้อหรือสร้างบ้าน เป็นการผ่อนแบบทยอยลดต้นลดดอก ค่างวดที่ต้องจ่ายทุกเดือน จะแบ่งไปเป็นการชำระสองส่วน คือ ดอกเบี้ย กับจำนวนเงินต้นคงเหลือ ซึ่งคนที่อยากผ่อนบ้านให้หมดไวๆก็มีวิธีทำได้อย่างเช่น โปะเป็นเงินก้อนตอนสิ้นปี, การรีไฟแนนซ์

แต่ยังมีวิธีหนึ่งสามารถทำได้โดยไม่ต้องรอให้มีเงินก้อนและไม่เป็นภาระมากเกินไป คือการเพิ่มเงินผ่อนรายงวด ซึ่งเงินส่วนเพิ่มนี้จะถูกนำไปชำระในส่วนของเงินต้น เมื่อเงินต้นที่ถูกนำมาคำนวณมียอดคงเหลือลดลง ก็จะทำให้ดอกเบี้ยลดลงตาม แถมระยะเวลาผ่อนชำระก็สั้นลงด้วย

บทความชิ้นนี้ได้ยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า สมมติเรากู้เงินเพื่อซื้อบ้าน 4 ล้านบาท ดอกเบี้ยคงที่ 5% ตลอดอายุสัญญากู้ยืม ระยะเวลาผ่อน 30 ปี แบงก์กำหนดให้จ่ายค่างวดเดือนละ 21,473 บาท แต่หากเราเพิ่มเงินผ่อนชำระอีกเดือนละ 3,000 บาทเท่าๆกันไปเรื่อยๆ จะลดเวลาการผ่อนได้ถึง 7 ปี และประหยัดดอกเบี้ยได้รวม 1 ล้านบาทเลยทีเดียว

วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีภาระอื่นที่จำเป็นต้องใช้เงิน หรือคนที่สามารถหารายได้ได้มากขึ้น และสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี หรือบางคนอาจจะมีกำลังในการผ่อนอยู่แล้ว ก็สามารถพิจารณาใช้วิธีนี้ อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้ขึ้นกับความสามารถในการชำระหนี้ของแต่ละคน ที่สำคัญคือต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตตามปกติ

อย่างไรก็ดี ผู้กู้สินเชื่อบ้านต้องคิดให้ดีก่อนว่า มีรายได้เพียงพอที่จะมาจ่ายค่างวด และหากเริ่มมีสัญญาณว่า สภาพคล่องทางการเงินของตัวเองเริ่มมีปัญหา ก็ต้องรีบคิดหาทางออก ไม่ว่าจะเป็นหารายได้เพิ่ม ตลอดจนเข้าพูดคุยกับแบงก์เพื่อหาทางออกร่วมกัน อย่าปล่อยให้เกิดปัญหาค้างจ่ายหนี้จนโดนแบงก์ฟ้องร้องภายหลัง

ท้ายนี้ “คุณนายพารวย” ขออนุญาตรบกวนแฟนคอลัมน์ “รู้เก็บรู้ออม” ช่วยเสียสละเวลาทำแบบประเมิน เพื่อจะได้นำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะไปปรับปรุงคอลัมน์ให้ดียิ่งขึ้น https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSePSQjJQJnOnO6NQjY92u3XXqGXZOOfAdl6fuz6f6dt550Ppw/viewform หรือ สแกน QR code ด้านล่างนี้ได้เลย ขอบคุณล่วงหน้าเจ้าค่ะ.

คุณนายพารวย