หากใครกำลังมองหาทริปใกล้กรุงฯ ที่ตอบโจทย์ทั้งการไหว้พระชมศิลปะสถาปัตยกรรม และการเรียนรู้วิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวมอญริมน้ำ วันนี้เราจะพาทุกคนไปตะลุย “เมืองปทุมธานี” ในมุมมองที่หลายคนอาจมองข้ามไป รับรองว่าทริปนี้จะทำให้คุณตกหลุมรักเมืองสามโคกยิ่งกว่าเดิม!
📍 จุดเริ่มต้น: ย้อนเวลาหาอดีตที่ “วัดศาลาแดงเหนือ”




เราปักหมุดที่แรกกันที่เมืองสามโคก ณ วัดศาลาแดงเหนือ วัดเล็กๆ ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของเจดีย์ศิลปะมอญอันวิจิตร และศาลาการเปรียญไม้เก่าแก่ซึ่งในอดีตเคยเป็นอาคารโรงโขนหลวงอันสง่างาม ที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้และเรือไม้โบราณ บอกเล่าเรื่องราวของชาวมอญเมืองเมาะตะมะที่อพยพมาตั้งรกรากตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์

ภาพที่น่าประทับใจที่สุดคือ “วิถีชุมชนที่ยังมีลมหายใจ” ในทุกบ่ายเราจะเห็นผู้เฒ่าผู้แก่รวมตัวกันสวดมนต์ทำวัตรเย็นบนศาลาการเปรียญ ส่วนวัยรุ่นหนุ่มสาวก็จะมาพบปะพูดคุยกันในช่วงเย็น เป็นภาพความผูกพันของชุมชนที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน
📍 สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง “วัดสองพี่น้อง”


ไม่ไกลกันนัก เราแวะไปที่ วัดสองพี่น้อง เพื่อกราบสักการะ “หลวงพ่อเพชร และหลวงพ่อพลอย” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน โดยหลวงพ่อเพชรประดิษฐานอยู่ในอุโบสถสีขาวสะอาดตาโดดเด่นอยู่ริมน้ำ ส่วนหลวงพ่อพลอยประดิษฐานอยู่ในวิหารทางด้านขวา เป็นจุดพักใจที่สงบและร่มเย็นมากครับ


🛶 ไฮไลท์ห้ามพลาด: ล่องเรือกระแชง ชมวิวสองฝั่งเจ้าพระยา
ความพิเศษของทริปนี้คือการ ล่องเรือกระแชง จากสามโคกมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองปทุมธานี เป็นช่วงเวลาที่เราจะได้ปล่อยใจไปกับภาพความเป็นอยู่และวัดวาอารามที่เรียงรายอยู่สองฟากฝั่ง แม้อากาศเดือนมีนาคมจะร้อนไปนิด แต่ลมเย็นๆ ที่พัดเอื่อยระหว่างเรือแล่นไปตามสายน้ำ ก็ช่วยฮีลใจและคลายร้อนได้เป็นอย่างดี


😋 แวะเติมพลังที่ “ตลาดวัดศาลเจ้า”
กองทัพต้องเดินด้วยท้อง! เราแวะพักกินมื้อเที่ยงที่ ตลาดวัดศาลเจ้า สวรรค์ของคนรักของอร่อย ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวเรือนายทองสุข, หมูสะเต๊ะ, กวยจั๊บ หรือกุยช่ายเจ้าดัง และห้ามพลาดที่จะหิ้ว “ไข่เค็มลุงชาญ” กลับไปเป็นของฝาก

หลังอิ่มท้อง อย่าลืมแวะไปขอพร “อาแปะโรงสี” (นที ทองศิริ) เพื่อเสริมมงคลด้านโชคลาภและการค้าขาย และเดินไปชม เจดีย์เก่าแก่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ณ วัดมะขาม ที่อยู่ติดกัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโบราณสถานที่งดงามที่สุดของปทุมธานีเลยทีเดียว
🏛️ สัมผัสความคลาสสิก ณ ท่าน้ำเมืองปทุมธานี


นั่งเรือต่อมายังท่าน้ำเมืองปทุมธานี จุดนี้เราจะได้เห็นกลุ่มอาคารประวัติศาสตร์สไตล์ตะวันตกสมัยรัชกาลที่ 6 ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม ทั้งศาลากลางจังหวัดหลังเก่าและสำนักงานประถมฯ สถาปัตยกรรมที่นี่ดูสวยคลาสสิก ถ่ายรูปมุมไหนก็สวยเหมือนย้อนยุคเลยครับ


📍 ชมความอลังการริมน้ำ “วัดโบสถ์”


ไปต่อกันที่ วัดโบสถ์ วัดที่สร้างโดยชาวมอญจากเมืองเมาะตะมะ ไฮไลท์คือการกราบสักการะ “หลวงพ่อเหลือ” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ และรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และหลวงพ่อโสธร องค์ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านริมน้ำ พร้อมเพลิดเพลินกับการให้อาหารปลาที่วังมัจฉาหน้าวัด


🏺 ปิดท้ายที่ “วัดสิงห์” ร่องรอยอารยธรรมเตาโอ่งอ่าง
ก่อนจบทริป เราแวะที่ วัดสิงห์ วัดโบราณสมัยอยุธยา เพื่อชม ศาลาดิน สถาปัตยกรรมโถงเปิดโล่งเสาไม้สีแดงที่หาชมได้ยาก ให้ความรู้สึกขรึมขลังเหมือนหลุดเข้าไปในยุคกรุงศรีอยุธยา ภายในประดิษฐานหลวงพ่อโตและหลวงพ่อเพชรที่หันพระปฤษฎางค์ (หลัง) ชนกัน



ฝั่งตรงข้ามวัดคือ “โบราณสถานเตาโอ่งอ่าง” หลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญที่แสดงถึงอาชีพทำเครื่องปั้นดินเผาของชาวมอญสามโคกในอดีต แม้ปัจจุบันอาชีพนี้จะลดน้อยลงตามกาลเวลา แต่ร่องรอยของเตาเผาก็ยังคงเล่าเรื่องราวความรุ่งเรืองในอดีตได้เป็นอย่างดี


สรุปทริป: ปทุมธานีสำหรับผมคือ “อยุธยาที่ยังมีลมหายใจ” เป็นเมืองที่มีรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็งไม่แพ้เพชรบุรี ราชบุรี หรือสุพรรณบุรีเลยทีเดียว ใครที่มีเวลาว่างวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ลองตามรอยทริปนี้ดูนะครับ แล้วคุณจะพบว่าความสุขอยู่ใกล้แค่เอื้อม อิ่มทั้งบุญ อิ่มทั้งท้อง และได้ความรู้กลับบ้านไปแบบเต็มอิ่มแน่นอน!







