โรงงานปลาป่นสมุทรสาครรับซื้อปลาหมอคางดำไม่จำกัด ตั้งเป้า 1 ล้านกก.

0

โรงงานปลาป่น จ.สมุทรสาคร ร่วมมือกับประมงจังหวัดสมุทรสาคร เปิดรับซื้อปลาหมอคางดำจากทั่วประเทศไม่จำกัด และกำจัดปริมาณขั้นต่ำ รับซื้อราคา 10 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อผลิตเป็นปลาป่นคุณภาพสำหรับการผลิตอาหารสัตว์ เป็นการนำปลาหมอคางดำที่จับได้เข้าสู่กระบวนการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เพื่อนำออกจากระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นตั้งเป้ารับซื้อ 1 ล้านกก. ด้านประมงจังหวัดสมุทรสาครส่งเสริมการใช้ประโยชน์ปลาหมอคางดำซึ่งมีส่วนช่วยลดปริมาณปลาได้อย่างเป็นรูปธรรม

ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่ บริษัท ศิริแสงอารำพี จำกัด ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร นายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมประมง ได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อนำไปแปรรูปเป็นปลาป่น โดยมี นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร และ นายปรีชา ศิริแสงอารำพี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศิริแสงอารำพี จำกัด

คณะได้เยี่ยมชมกระบวนการรับซื้อ การชั่งน้ำหนัก การขนถ่ายวัตถุดิบ ตลอดจนขั้นตอนการผลิตปลาป่น ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของประเทศไทย โดยปลาหมอคางดำที่รับซื้อจากเกษตรกรและชาวประมงจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการผลิตทันที ผ่านการอบและให้ความร้อนตามมาตรฐานอุตสาหกรรม ก่อนแปรรูปเป็นปลาป่นส่งจำหน่ายให้โรงงานผลิตอาหารสัตว์ทั่วประเทศ

นายปรีชา ศิริแสงอารำพี เปิดเผยว่า บริษัทให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการรับซื้อปลาหมอคางดำมาอย่างต่อเนื่อง และคิดว่าจะทำตลอดไป เนื่องจากมองเห็นว่าการนำปลาออกจากแหล่งน้ำและเข้าสู่กระบวนการผลิตปลาป่น เป็นวิธีที่สามารถลดปริมาณปลาหมอคางดำได้อย่างเป็นรูปธรรม

“ขณะนี้มีความพร้อมในการรับซื้อปลาหมอคางดำผลิตปลาป่นได้ถึงวันละ 150,000 กิโลกรัม รับซื้อไปแล้วประมาณ 400,000 กิโลกรัม จากเป้าหมายเบื้องต้น 1,000,000 กิโลกรัม และยังสามารถรับซื้อได้อีกอย่างน้อย 600,000 กิโลกรัม แต่หากสถานการณ์ในแหล่งน้ำธรรมชาติและพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำยังคงมีการแพร่ระบาดอยู่ โรงงานก็พร้อมเปิดรับซื้อต่อไป”

นายปรีชา กล่าวว่า โรงงานรับซื้อปลาหมอคางดำในราคากิโลกรัมละ 10 บาท โดยไม่จำกัดจำนวน และเปิดรับจากทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพียงนำบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดงเพื่อบันทึกข้อมูลแหล่งที่มาของปลาให้สอดคล้องกับระบบติดตามของกรมประมง

“เราไม่ได้กำหนดโควตาหรือจำกัดพื้นที่รับซื้อ ขอเพียงเป็นปลาหมอคางดำที่จับได้จากแหล่งน้ำจริง ทางโรงงานยินดีรับซื้อทั้งหมด ส่วนใหญ่มาจากสมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ เขตบางขุนเทียน กทม. และเพชรบุรี เป้าหมายสำคัญคือการช่วยลดปริมาณปลาหมอคางดำในระบบนิเวศให้มากที่สุด”

ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศิริแสงอารำพี กล่าวอีกว่า จากประสบการณ์รับซื้อในช่วงที่ผ่านมา พบว่าปริมาณปลาหมอคางดำที่เข้าสู่โรงงานจำนวนมากสะท้อนถึงความร่วมมือของเกษตรกรและชาวประมงในหลายจังหวัด ทั้งสมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร เพชรบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง

“หากมีโรงงานปลาป่นและผู้ประกอบการรายอื่นเข้ามาร่วมรับซื้อเพิ่มขึ้น เชื่อว่าจะสามารถช่วยลดปริมาณปลาหมอคางดำในธรรมชาติได้มากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อจับปลาได้แล้วมีตลาดรองรับ ชาวบ้านก็มีแรงจูงใจในการจับปลาออกจากแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง”

ด้าน นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า ปัจจุบันจังหวัดสมุทรสาครแม้จะไม่ได้ถูกจัดอยู่ในพื้นที่สีแดงแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังและดำเนินมาตรการควบคุมประชากรปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง จังหวัดสมุทรสาครได้ดำเนินการตาม 7 มาตรการหลักของกรมประมง โดยการรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ถือเป็นมาตรการสำคัญด้านการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและลดจำนวนปลาในแหล่งน้ำ

ที่ผ่านมาเกษตรกรจำนวนมากจับปลาหมอคางดำได้ แต่ไม่รู้จะนำไปจัดการอย่างไร บางส่วนถูกทิ้งเพราะไม่มีมูลค่า แต่เมื่อมีเอกชนรับซื้อในราคาที่เหมาะสม เกษตรกรจึงให้ความร่วมมือมากขึ้น ทำให้มีปลาถูกนำออกจากระบบนิเวศเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

นายเผดิม กล่าวด้วยว่า แนวคิดการนำปลาหมอคางดำไปใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตปลาป่น น้ำปลา ปลาร้า หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ถือเป็นแนวทางสำคัญในการจัดการปัญหาระยะยาว

การนำไปใช้ประโยชน์ คือการกำจัดที่ดีที่สุด เพราะปลาที่ถูกจับขึ้นมาแล้วเข้าสู่กระบวนการแปรรูป จะไม่สามารถกลับไปขยายพันธุ์ในธรรมชาติได้อีก ขณะเดียวกันยังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม

ประมงจังหวัดสมุทรสาคร ย้ำว่า การควบคุมปลาหมอคางดำให้ได้ผล จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เกษตรกร ชาวประมง และผู้ประกอบการแปรรูป เพราะการกำจัดเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่หากสามารถสร้างระบบการใช้ประโยชน์ที่ต่อเนื่องได้ ก็จะช่วยลดจำนวนปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ พร้อมกับฟื้นฟูสมดุลระบบนิเวศและรักษาความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว