เปิดบ้าน “ไพศาลย์ เปี่ยมเมตตาวัฒน์” ชมของเก่าของโบราณล้ำค่า งานสะสมชั่วชีวิตของกูรูสายประวัติศาสาตร์

0

วันนี้ #ยินดีที่ได้เที่ยว จะพาทุกคนไปชม “ขุมทรัพย์ของสะสมล้ำค่า” ที่ซ่อนตัวอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นสถานที่ที่คนรักประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาด เพราะนี่คือการเปิดบ้านพักส่วนตัวของ อาจารย์ไพศาลย์ เปี่ยมเมตตาวัฒน์ กูรูประวัติศาสตร์และนักสะสมของเก่าระดับแถวหน้าของเมืองไทย และ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังผลงานหนังสือด้านประวัติศาสตร์มากมายหลายร้อยเล่ม สำหรับคนในแวดวงแล้ว ชื่อของอาจารย์ไพศาลย์ คือเครื่องหมายการันตีของการรู้ลึกและรู้จริง

วันนี้ถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วของ ปฐมฤกษ์ การเปิดทริปสุดพิเศษ “เคหาสน์ไพศาลย์” เพื่อให้ผู้ที่ติดตามงานของอาจารย์ได้เข้าชมงานสะสมที่หายากและล้ำค่ากันแบบใกล้ชิด เพจรัตนโกสิเนหา ผู้จัดงานนี้ เล่าให้ ฟังว่า ทริปนี้มีจุดกำเนิดมาจากเสียงเรียกร้องของคนที่ติดตามผลงานของอาจารย์ และการได้ร่วมงานกับอาจารย์มายาวนานในการออกเดินทางไปชมของเก่าของโบราณตามสถานที่ต่างๆ แล้ว ท้ั้งที่มีของดีที่อยู่ใกล้ตัวอยู่ จึงเห็นว่า สมควรแก่เวลาแล้วที่จะขออนุญาตอาจารย์ไพศาลย์ยอมเปิดบ้านให้เข้าชมสักครั้ง

เพจรัตนโกฯ โต้โผใหญ่งานนี้ จึงได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ใช้เวลานานกว่า 7 สัปดาห์ เปลี่ยน บ้าน ให้เป็น พิพิธภัณฑ์ เพื่อจัดแสดงสิ่งของสะสม และปรับปรุงพื้นที่และฉากทัศน์ของห้องแสดงแต่ละห้อง ให้เป็นสัดส่วน เพื่อถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวต่างๆ ให้ได้อย่างลงตัว และพิถีพิถัน ซึ่งคงไม่ต้องบอกว่า จะปราณีตเพียงไหน เพราะคนที่ติดตามงานของรัตนโกสิเนหา น่าจะทราบดี เพียงลำพังแค่การตั้งชื่อทริปแต่ละครั้ง ก็สะท้อนถึงความใส่ใจและปราณีตบรรจงของผู้จัดงานได้ดีอยู่แล้ว

เปิดประตู “บ้านเปี่ยมเมตตาวัฒน์” เมื่อบ้านย่านพุทธมณฑล กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในบ้านของอาจารย์ไพศาลย์ สิ่งแรกที่สัมผัสได้ คือ “กลิ่นอายของกาลเวลา” นอกจากเป็นที่พักอาศัยช่วงสุดสัปดาห์ตามความตั้งใจแรกที่ซื้อบ้านหลังนี้เมื่อ 35 ปีก่อน แต่ที่นี่กำลังจะทำหน้าที่สำคัญคือ การเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงของสะสมทั้งชีวิตของอาจารย์ไพศาล

อาจารย์ไพศาลย์ สะสมของเก่าของโบราณมานานหลายทศวรรษ ด้วยสายตาของนักประวัติศาสตร์ศิลป์และใจที่รักในการอนุรักษ์ ของทุกชิ้นในบ้านจึงมี “เรื่องเล่า” ขอย้ำว่าทุกชิ้น แม้กระทั้งข้าวของเครื่องใช้ที่วางอยู่บนโต๊ะทานข้าวยุคสมัยจอมพลป.พิบูลสงครามที่ตั้งกลางห้องรับแขก ข้าวของทุกชิ้นล้วนก็มีสตอรี่และมูลค่าทางจิตใจ จะกาน้ำชา ถ้วยชาม ถาดอาหาร หรือ เมนูสแตน ก็ดี ล้วนเป็นของเก่า มีที่มา และสตอรี่ มีเรื่องเล่าได้ทุกชิ้น เพราะการสะสมของอาจารย์ ไม่ใช่การครอบครอง แต่เป็นการรักษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป

ของสะสม สมบัติส่วนตัวรายการแรกที่อาจารย์ไพศาล ใช้เปิดงาน คือ หัวหุ่นกระบอกที่ตั้งแสดงบนชั้นกระจกสูง 5 ชั้น ตั้งแสดงเรียงรายทั้งหัวหุ่นตัวยักษ์ ลิง ตัวพระ ตัวนาง เป็นหัวหุ่นของ “คณะหุ่นกระบอกวังหน้า จางวางต่อ ณ ป้อมเพชร” ที่อาจารย์ได้มาทั้งคณะ ๕๔ หัว หัวหุ่นใช้ไม้โมกแกะ ลงรักปิดทอง เขียนสี ตั้งแต่สมัยพ.ศ. ๒๔๓๖ เป็นคณะหุ่นกระบอกของไทยรุ่นแรกๆ และเคยแสดงถวายเบื้องพระพักตร์รัชกาลที่ ๕ จนถึงรัชกาลที่ ๗ รวมทั้งเจ้านายองค์อื่น

ไฮไลท์ ห้องช้าง ห้องพระ ห้องหนังสือ

นอกจากงานสะสมของอ. ที่เกี่ยวเนื่องกับงานที่รับผิดชอบ เช่น ภาพถ่ายโบราณ เอกสารโบราณ หนังสือ ที่อัดแน่นในคฤหาสน์ไพศาลหลังนี้ เราจะได้พบศิลปวัตถุ ของเก่าต่างๆ ที่ล้ำค่ำ และหาชมได้ยากอีกจำนวนมากมาย โดยมีการจัดแสดงเป็นห้องแสดงสำคัญ 3 ห้อง คือ ห้องช้าง ห้องพระ และห้องสมุด

เริ่มด้วย ห้องช้าง เป็นห้องแสดงช้างดินเผา คชลักษณ์ ช้างเผือกคู่บ้านคู่เมือง ต่างสี หน้าตา ท่าทาง อายุกว่าร้อยปี พร้อมลายเซ็น คาร์โล รีโกลี (Carlo Rigoli) ศิลปินชาวอิตาลีผู้วาดภาพจิตรกรรมบนเพดานโดมพระที่นั่งอนันตสมาคมด้วย! ช้างดินเผา มีความพิเศษคือ เป็นงานปั้นดินเผาแบบกลวง เขียนสีสมจริง บางตัวใช้ขนหางช้าง และงาจริง ๆ มาประดับ

ความเป็นมาของช้างดินเผานี้ มีการสร้างช้างดินเผาขึ้นเพื่อใช้เป็นแม่แบบ บ่งชี้รูปพรรณสัณฐานของช้างสำคัญ ช้างเผือกคู่บ้านคู่เมือง คู่พระบารมีพระมหากษัตริย์ ทั้งในฐานะช้างราชพาหนะ และฐานะผู้ร่วมออกศึกปกป้องบ้านเมือง ปั้นโดยผู้ชำนาญทั้งเชิงช่างและองค์ความรู้ด้านคชลักษณ์ คอลเลคชั่นของอ.ไพศาลย์ จริงๆ แล้วมีทั้งหมด 40 ตัว ที่นำมาจัดแสดงในห้องช้าง เป็นเพียงงานสะสมแค่บางส่วนเท่านั้น

จากนั้นเราเดินขึ้นชั้นสอง เพื่อเข้าชมห้องพระ ซึ่งภายในห้อง มีพระพุทธรูปองค์สำคัญ พระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์ปางต่างๆ จัดวางอย่างแสนลงตัวบนบุษบกเกริน บุษบกธรรมาสน์จำลอง อัฒจันทร์พระ อันแสนล้ำค่า แลดูงดงามมากทีเดียว

และห้องถัดมา คือ ห้องสมุด หรือห้องหนังสือของอ.ไพศาลย์ ที่เก็บสะสมหนังสือเก่า เอกสาร ภาพถ่ายโบราณต่างๆ ที่หาชมได้ยาก และมีการจัดแสดงชุดเอกสารที่ระลึกของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ถึง พระสหายจากลอนดอน รูปถ่าย จดหมาย ซอง พร้อมลายพระหัตถ์ตัวจริง กว่า ๕๐ ชิ้น ในซองผ้าไหมอายุร้อยกว่าปี และที่สำคัญ เราจะได้เห็นนามบัตรของรัชกาลที่ ๔ ของจริง ซึ่งหาดูจากที่ไหนคงไม่ได้อีกเช่นกัน

ช่วงท้ายๆ อ.ไพศาลย์อวดผ้าปูโต๊ะอาหารผืนหนึ่งให้ชม หากดูผิวเผินผ่านๆ ก็คงเป็นผ้าเก่าๆ ธรรมดาชิ้นนึงที่ผ่านกาลเวลาและการใช้งานมานานโข แต่เมื่ออาจารย์ชี้ให้ดูตราสัญลักษณ์ที่ประทับบนผ้าผืนนี้ ทำให้เราทราบว่า เป็นผ้าปูโต๊ะอาหารส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ซึ่งอาจารย์บอกว่า เตรียมจะนำไปใส่กรอบเก็บไว้ไหว้บูชาในอนาคต

เราใช้เวลาเดินชมของเก่าของสะสมต่างๆ อยู่เกือบทั้งวัน จนถึงเวลาที่ต้องแยกย้ายกลับ จริงๆแล้ว การใช้เวลาเพียงหนึ่งวันในเคหาสน์หลังนี้ดูจะน้อยเกินไปสำหรับการซึมซับเรื่องราวที่อัดแน่นอยู่ในทุกตารางนิ้ว เพราะลำพังยืนฟังอาจารย์เล่าเรื่องราวของสิ่งของแต่ละชิ้นก็แทบจะไม่สามารถปลีกตัวออกไปถ่ายภาพของเก่าของโบราณต่างๆ ได้หมด เพราะเท่ากับว่า เราจะพลาดฟังเรื่องเล่า และตกหล่นรายละเอียดของข้าวของสิ่งละอันพันละน้อยต่างๆ ทำให้เราคงต้องจัดสรรเวลา หาโอกาสมาเยี่ยมชมบ้านของอาจารย์ไพศาลอีกครั้งแน่นอน

ขอบคุณ ข้อมูลเพจรัตนโกสิเนหา , อาจารย์ไพศาลย์ เปี่ยมเมตตาวัฒน์