สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนกรกฎาคม 2569

0

ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 SET Index ปิดที่ 1,623.64 จุด เพิ่มขึ้น 2% จากเดือนก่อนหน้า และ 28.9% จากสิ้นปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากเงินลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กลับมาทวีความรุนแรงขึ้น จนนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตสำรองของโลก และผลักดันราคาน้ำมันขึ้นแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งสัญญาณแสดงความกังวลความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ยังอยู่สูงกว่าเป้าหมาย สร้างแรงกดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกเผชิญการปรับฐานหลังราคาได้สะท้อนการคาดหวังกำไรระดับสูงแล้ว ประกอบกับความกังวลเรื่องความคุ้มค่าของการลงทุนในเทคโนโลยี AI ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปสงค์การใช้ทรัพยากรประมวลผลให้ลดลง

ฉัตรชัย ทิศาดลดิลก CFA, FRM ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์ฯ

นายฉัตรชัย ทิศาดลดิลก CFA, FRM ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัดจากการปรับฐานของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากมีองค์ประกอบของ Sector ที่หลากหลาย อีกทั้งมีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนในหลายมิติ อาทิ การปรับเพิ่มประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2569 โดยกระทรวงการคลังจาก 1.6% สู่ระดับ 2.5% และการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนไทยโดยนักวิเคราะห์ มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2569 นอกจากนี้ มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดหุ้นไทยในเดือนกรกฎาคมยังสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 อีกด้วย

ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนกรกฎาคม 2569
• ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 SET Index ปิดที่ 1,623.64 จุด เพิ่มขึ้น 2% จากเดือนก่อนหน้า และ 28.9% จากสิ้นปี 2568
• กลุ่มทรัพยากรและกลุ่มธุรกิจการเงินให้ผลตอบแทนโดดเด่นกว่ากลุ่มอื่นในเดือนกรกฎาคม 2569 ขณะที่ตั้งแต่ต้นปี กลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมยังคงให้ผลตอบแทนนำตลาด
• มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai ในเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 87,397 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวัน อยู่ที่ 69,174 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
• ผู้ลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 48,864 ล้านบาท นับเป็นการซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 โดยตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 ผู้ลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิสะสมรวม 75,864 ล้านบาท

• ผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 54.3% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ตามด้วยผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ 31.3% ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ 7.3% และบริษัทหลักทรัพย์ 7.1%
• Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 15.7 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 13 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 17.1 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 16.4 เท่า
• อัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 4.1% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.8%

ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนกรกฎาคม 2569
• ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 563,065 สัญญา ลดลง 10.7% จากเดือนก่อน ที่สำคัญจากการลดลงของ SET50 Index Futures, Gold Online Futures และ Currency Futures ส่งผลให้ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวม อยู่ที่ 554,436 สัญญา เพิ่มขึ้น 30.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน