หลายคนเดินทางไปต่างประเทศเพื่อค้นหาความสำเร็จในชีวิต แต่สำหรับ “ศิริรัตน์ ยั่งยืน” และสามี “ยุระนันท์ สีก่ำ” การใช้ชีวิตกว่า 5 ปีในออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา กลับทำให้พวกเขาค้นพบว่า สิ่งที่ตามหามาตลอดอาจไม่ได้อยู่ไกลถึงต่างแดน หากแต่อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด นั่นคือ “บ้าน”
ศิริรัตน์และสามี ใช้ชีวิตในต่างแดนทั้งเรียนและทำงานไปพร้อมกัน ก่อนตัดสินใจกลับประเทศไทย และเริ่มต้นเส้นทางใหม่ในอาชีพเกษตรกรเลี้ยงหมูขุนที่จังหวัดเชียงใหม่ ตามคำชวนของพ่อ “อินทรัตน์ ยั่งยืน” และน้องสาว “ศิริลักษณ์ ยั่งยืน” ซึ่งทำฟาร์มหมูขุนร่วมกับซีพีเอฟอยู่ก่อนแล้ว

สิ่งที่ทำให้เธอตัดสินใจไม่ใช่เพียงเพราะครอบครัว แต่เพราะเห็นตัวอย่างความสำเร็จจากฟาร์มของพ่อ ทั้งรายได้ที่สม่ำเสมอ และการมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด
ปี 2564 ศิริรัตน์เริ่มต้นสร้าง “ศิริรัตน์ฟาร์ม” เลี้ยงหมูขุนกับซีพีเอฟ จำนวน 2 โรงเรือน ความจุ 1,700 ตัว โดยในช่วงแรกมีน้องสาวช่วยดูแลด้านเทคนิคการเลี้ยง ส่วนศิริรัตน์รับผิดชอบงานบริหารทั้งหมด ตั้งแต่บัญชี การจัดการฟาร์ม ไปจนถึงการวางแผนการเลี้ยงในแต่ละรุ่น
ผลลัพธ์ของการเลี้ยงสองรุ่นแรกเป็นไปตามเป้าหมาย ทำให้มั่นใจที่จะขยายกิจการ ด้วยการซื้อฟาร์มข้างเคียง เลี้ยงหมูเพิ่มอีก 850 ตัว พร้อมทั้งพัฒนาฟาร์มเข้าสู่ระบบ Smart Farm เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการในอนาคต
ศิริรัตน์เล่าว่า คำพูดของน้องสาวประโยคหนึ่งที่ทำให้เธอมั่นใจในเส้นทางนี้และกล้าลงทุนเพิ่ม คือ “ซีพีเอฟไม่ปล่อยให้เกษตรกรลำบาก”
คำพูดนั้นไม่ใช่เพียงความรู้สึก แต่เป็นสิ่งที่สัมผัสได้จากการทำงานจริง เพราะมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการเลี้ยง เทคโนโลยี และการบริหารต้นทุน ทำให้ผลผลิตดีขึ้น และสร้างรายได้ที่มั่นคง

สำหรับศิริรัตน์ ความร่วมมือระหว่างบริษัทกับเกษตรกรจึงไม่ใช่เพียงสัญญาทางธุรกิจ แต่เป็นความสัมพันธ์ระยะยาวที่เติบโตไปด้วยกัน เพราะเมื่อเกษตรกรอยู่ได้อย่างมั่นคง ห่วงโซ่การผลิตทั้งหมดก็แข็งแรงไปพร้อมกัน
วันนี้ “ศิริรัตน์ฟาร์ม” ไม่ได้เป็นเพียงฟาร์มเลี้ยงหมู แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความฝัน นั่นคือการได้ใช้ชีวิตอยู่ใกล้ครอบครัว มีอาชีพที่มั่นคง และสร้างอนาคตให้ลูกหลานบนผืนดินบ้านเกิดได้อย่างยั่งยืน.




